📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

🔥LIVE ART TALK : เคลียร์ปม ! “ไอติม พริษฐ์” หลัง กกต.แจ้งข้อหา “อั้งยี่ซ้องโจร”?! | 27-02-69

อาร์ท เอกรัฐ 39:23

Transcription

สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ ติดตามอาร์ต Talk วันนี้ครับ วันนี้วันศุกร์นะ 27 กุมภาพันธ์ 69 กับผมมาอีกเช่นเคย แล้วก็วันนี้สำคัญมากๆ ครับ ก่อนจะพูดคุยกันกับคุณไอติม พริ วชรสิทธิ์นะครับ วันนี้ขอบคุณทาง V Plus ครับ อยากเห็นคนไทยรู้เท่าทันข่าวสารและสุขภาพแข็งแรงด้วย V Plus วิตามิน B นะครับ ทำให้คนไทยสุขภาพร่างกายแข็งแรง แล้วก็รวมถึงป้องกันอาการเหน็บชา ด้วย V Farwi Plus ผลิตโดยนิวเจริญ Farm Sudical จำกัด รวมไปถึงขอบคุณทาง CBD ด้วย ท่านผู้ชมสมัครสแกน QR Code ด้านหน้าได้นะครับ

วันนี้เรื่องร้อนที่เกิดขึ้นนะ ท่านผู้ชม ผมตกใจเหมือนกันนะ มีโอกาสคุยหลังไมค์กับหลายๆ ท่านที่ตกเป็นหนึ่งในล็อตที่ 2 ของ 6 คนที่ถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดไป ขณะเดียวกันเนี่ย ก็มีความเคลื่อนไหวหลายๆ จุดด้วยกันด้วย แต่วันนี้เดี๋ยคุยเรื่องนี้ก่อน รวมถึงอนาคตต่อไปของไอติมด้วย ว่าจะเดินต่อไปในทิศทางไหน ถอดบทเรียนพรรคประชาชนอย่างไร ไอติมอยู่กับเรานะครับ สวัสดีครับไอติมครับ

สวัสดีคุณอาร์ตครับ

ไอติม ขอบคุณมาก พี่พี่พี่เป็นห่วงเลย เอาอันนี้ก่อน แวบแรกที่รู้ วันนี้ตีมแถลงไปรอบนึง

ครับ

ทันทีที่รู้ว่าเป็นเราอ่ะ ตกใจมั้ย

ก็ไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้ตกใจ เพราะว่ามันก็มีข่าวลือมาอยู่แล้วนะครับว่าทาง กกต. เนี่ย จะมีการแจ้งความดำเนินคดี

เอ่อ ตอนแรกใช้คำว่าเป็นภาคประชาชนนะครับ ที่อาจจะมีการตั้งคำถามหรือว่าตรวจสอบเรื่องของบาร์โค้ดนะครับ

ซึ่งเราก็เป็นคนนึงนะครับ ที่ก็ออกมาตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต เอ่อ เกี่ยวกับกรณีต่างๆ เหมือนกัน ดังนั้นก็ไม่ถึงขั้นแบบแปลกใจ ว่ามีเราไปรวมอยู่ในรายชื่อตรงนั้น เพียงแต่ว่าก็ต้องยืนยันว่า เอ่อ เราไม่ได้ดำเนินการอะไรที่มันผิดต่อกฎหมาย

ดังนั้นก็ไม่ไม่ได้มีความกังวลใดๆ แล้วก็มั่นใจว่า เอ่อ สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรมได้

ไอติมว่าช็อตไหน ช็อตไหนคือวัน 22 เนี่ย พี่ที่อยู่แว๊บนึง แต่ช็อตนั้นเนี่ย ไไอ ว่าช็อตไหนที่มันน่าจะนำไปสู่การที่เขาตัดสินใจทำแบบนี้

คือคาดการณ์ไม่ได้เลย แล้ววันนี้ผมไปที่กองปราบมาก็ เอ่อ ตั้งใจว่าจะไปขอให้มีการยืนยันข้อเท็จจริงว่า ตกลงแล้วเนี่ย ประการแรกก่อน คือ 6 รายชื่อที่มีการออกข่าวเมื่อวานเนี่ย เอ่อ มีการแจ้งความดำเนินคดีจริงมั้ย เพราะว่าอย่าลืมว่าเมื่อวานเนี่ย ผมก็เปิดแล้วเปิดอีก มันเป็นแค่รายงานข่าว

นะครับ แล้วผมก็แอบเช็คว่า เอ่อ มันก็ไม่ได้เป็นแถลงการณ์ทางการของ กกต. คือมันส่งต่อในบรรดานักข่าว

ดังนั้นเนี่ย เราก็ไม่เคยได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงว่า ตกลงมันเป็นข่าวจริงมั้ยนะ ครับ ก็เลยตัดสินใจไปที่ เอ่อ เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่กองปราบ ก็ เอ่อ ได้รับแค่การยืนยันว่ามีการแจ้งความจริง

แต่เขาบอกว่าเขายังไม่อยู่ในขั้นตอนที่เขาเองอ่ะ จะสามารถเผยแพร่ได้ว่าเป็นใคร หรือเป็นมหาอะไร

แต่ผมฟังแบบนี้ ผมก็สันนิษฐานด้วยตัวเอง ว่าก็คงเป็นไปตามข่าวนั่นแหละ

แต่ว่าก็ก็เรียกร้องให้ กกต. เนี่ย ความจริงวันเนี้ยกกต. เราควรจะออกมาพูดชัดๆ ว่าตกลงฟ้องจริงมั้ย ฟ้องใคร ข้อกล่าวหาอะไร

นะครับ คือถ้าจะถึงขั้น

พร้อมมาดำเนินคดีกับประชาชนแบบนี้เนี่ย อย่างน้อยออกมาพูดชัดๆ อย่าใช้วิธีการปล่อยข่าวให้มันกลายเป็นข่าวลือนะครับ

เอ่อ ดังนั้นเนี่ย ก็ เอ่อ ถามว่ารู้สึกช็อกมั้ย ก็ก็คือยืนยันว่าไม่ได้มีการกระทำผิดตามตาม เอ่อ ที่มีการกล่าวหานะครับ

จากเหตุการณ์อะไรเราก็ไม่ทราบครับ

คือสโคปสโคปไม่ถูก

ใช่ เพราะว่ายังไม่เห็น คือตอนนี้เห็นแค่ฐานความผิด เช่น ไปขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ยืนยันว่าไม่มี

มีอะไรนะครับ อ้างยี่ซ่องโจร ซึ่งก็ยืนยันว่าไม่ใช่นะครับ มีเรื่องอะไรอีก เอ่อ ไปล้วงความลับ

ราชการก็ยืนยันว่าไม่มีนะครับ

เอ่อ ผมก็มีข้อสันนิษฐาน 2 อย่าง

อย่างแรกเนี่ย เขาอาจจะไปกล่าวหาผมเกี่ยวกับการกระทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเลือกตั้งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ 1 หน่วยที่เขต เอ่อ คายนะครับ เขต 15

ซึ่งความจริงผมไปเนี่ย คือผมไปตอน 17:00 น. ครับ

คือผมตั้งใจเลย เพราะว่าตอนนั้นมีอบรมสัมมนาของพรรคประชาชนด้วย

เอ่อ เราก็รอให้ เอ่อ

การเลือกตั้งเสร็จก่อน แล้วก็รอให้มีการปิดหีบ แล้วเราตั้งใจว่าจะไปสังเกตการนับคะแนน

เราก็เลยเดินทางไปถึงน่าจะประมาณ 17:00 น. นิดๆ นะครับ แล้วก็อยู่จนจบการนับคะแนนประมาณ 19:00 น. นะครับ ก็

เป็นกระบวนการนับคะแนนซึ่งมันต้องทำต่อหน้าสาธารณะอยู่แล้ว

เป็นขั้นตอนที่กฎหมายก็บังคับหรือว่ากำหนดว่าต้องทำในที่โปร่งใส

เลขา กกต. ก็เคยออก เอ่อ เอิ่ รายการสัมภาษณ์ เชิญชวนคนไปสังเกตการช่วงการนับคะแนนนั้น เนี่ย มันก็เป็นขั้นตอนที่ประชาชนมีสิทธิ์ไปสังเกตการอยู่แล้ว

แล้วผมไปเนี่ย ประเด็นหลักวันนั้นความจริงแล้วเนี่ย คือผมต้องการไปดูว่าแนวปฏิบัติในวันที่ 22 เนี่ย มันต่างจากวันที่ 8 หรือเปล่า

ตรงกันมั้ย

อ่า เพราะว่าถ้าคือเราอ่ะเห็นว่าวันที่ 8 มีปัญหาทั้งเรื่องบาร์โค้ดต่างๆ นะครับ เราก็เลยมองว่าอยากจะไปสังเกตดูว่าวันที่ 22 เนี่ย ทำ 10,000 หรือทำต่างจากวันที่ 8

เพราะว่าถ้าถ้า กกต. ยืนยันว่าวันที่ 8 ถูกต้องทุกประการ วันที่ 22 ก็ต้องทำเหมือนกันทุกประการนะครับ แต่ปรากฏมันก็มีภาพข่าวออกมาตั้งแต่ตอนเช้าแล้วว่า ไอ้ตัวเบอร์ตรงต้นขั้วของบัตรสีชมพูเนี่ย เอิ่ม เรียกว่าวันที่ 8 เคยปรากฏอยู่ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเห็นได้ เอ่อ พอวันที่ 22 หายไปนะครับ แต่ผมก็ไปสังเกตการนับคะแนน ซึ่งต้องบอกว่าราบรื่นนะครับ

คือผมไปปุ๊บเนี่ย ตอนแรกก็มีความกังวลใจใช่มั้ย ว่าเอ๊ะ วันที่ 22 จะมีการสั่งให้ต้องถือบัตรโดยที่ปิดบาร์โค้ดหรือเปล่า ปรากฏพอกปนเริ่มนับเนี่ย เอ่อ ประมาณ 10 ใบแรกเนี่ย ก็มีบางใบที่เปิดปิดเล็กน้อย แล้วมีประชาชนผมจำไม่ได้ว่าใครก็ทักท้วงว่า เออไม่ปิดได้มั้ย จะได้ตรวจสอบที่ทุกองค์ประกอบของบัตร ซึ่ง กปน. ก็ให้ความร่วมมือดี หลังจากนั้นก็ราบรื่น

นะครับ นับทั้ง 3 ใบ ราบรื่นเสร็จก็ไม่ได้มีอะไรที่มันดูจะเป็นปัญหา

ยิ่งไปกว่านั้นเนี่ย วันนั้นเนี่ย ก็มีเจ้าหน้าที่ กกต. อยู่

รวมถึงรองเลขาธิการที่ที่แจ้งความที่ทำไปแจ้งความ

ใช่ แล้วผมจำได้ว่าวันนั้นเนี่ย โอเค สื่อมวลชนเยอะ ให้สัมภาษณ์อะไรก็ว่าไป แต่พอสื่อมวลชนไม่ได้ไม่ได้ตามผมแล้วเนี่ย ผมก็ตั้งใจว่าเดินไปคุยกับ กกต. เพราะผมรู้ว่า อ่ะ ถ้าไปพร้อมกับสื่ออ่ะเก็อาจจะไม่พร้อม ใช่ ผมก็เลยไปบอกว่า เอ่อ ตอนนี้ไม่มีสื่อแล้ว ผมถามข้อเท็จจริงได้มั้ย

เช่น ผมถามว่า

เอ่อ ไอ้ที่ผมเห็นว่าตอนเช้าเนี่ย มันมีภาพออกมาว่า ไอ้เบอร์ตรงต้นขั้วของบัตรสีชมพู มันหายไป ซึ่งมันต่างจากวันที่ 8 เนี่ย ผมก็พยายามถามว่า เอ๊ะ มันเป็นแค่ภาพเดียว หรือว่ามันเป็นอย่างงี้ทั้งหมด

เพื่อจะได้ทำความเข้าใจ

ปรากฏวันนั้นถามใครไปก็ตามนะครับ เจ้าหน้าที่ กกต. ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่สามารถสื่อสารอะไรได้ ให้รอสถานการณ์อย่างเดียว

แม้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตามนะ ตอนนั้นน่ะนะ

เออ ตอนนั้นน่าจะอยู่ระหว่างการนับ แต่ว่ามันก็ต้องมันก็ต้องรู้ข้อเท็จจริงแล้วแหละ ว่าบัตรใช้แบบไหน ก็คือวันนั้นเนี่ย กกต. พอ แต่ละคนไม่พร้อมที่จะตอบคำถามอะไรเลย

ว่าบัตรทำไมมันไม่เหมือนกันถูก

มั้ย หรือว่าถามอะไรเนี่ย เขาบอกว่าเไม่พร้อมจะตอบ

ให้เราแถลงการณ์โอ

ยังเป็นทางการอย่างเดียวนะครับ ดังนั้นเนี่ย ผมก็เลยยืนยันว่า อ่ะ ประการแรก ผมก็ไปสังเกตการนับคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ 2 คือถ้าผมทำอะไรผิดเนี่ย อ

เค้าน่าจะต้องทักท้วงผมแล้วมั้ย

อือๆๆๆๆ

คือถ้าเขาเห็นว่าผมกำลังขัดขวางเจ้าหน้าที่แล้วเไม่พูดเนี่ย หรืออย่างน้อยขอความร่วมมือเนี่ย

เขาละเว้นปฏิบัติการ เอ่อ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มั้ย

ครับ

นะครับ แล้วท้ายสุดเนี่ย คือผมไปพยายามจะไปคุยด้วย ก็ไม่ได้ให้คำตอบ หรือว่าดูไม่ได้มีความพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ในการชี้แจงประชาชนนะครับ ดังนั้นเนี่ย เอิ่ม ผมก็เนี่ย ยืนยันความบริสุทธิ์แบบนี้ นี่คือข้อกล่าวหาที่ 1 ก็คือน่าจะเป็นเหตุการณ์วันที่ 2

แต่ที่ผมเริ่มมีทฤษฎีที่ 2

ติดใจ

เพราะว่าอาจารย์สมชัยเนี่ย ผมเข้าใจว่าไม่ได้ไปที่คณิต

ใช่อาจารย์สมไปปั่นที่ปากเกร็ดฮะ

อ่า แต่เขาก็รวมอยู่ใน 6 รายชื่อนั้น แสดงว่ามันอาจจะครอบไปถึงการกระทำอื่นๆ

นะครับ เช่น ผมไม่แน่ไม่แน่ใจนะครับ การแสดงความเห็นผ่านออนไลน์ การแถลงข่าวอะไรหรือเปล่า

สโคป

ก็เป็นไปได้ คือผมก็โพสต์อย่างต่อเนื่อง แต่ผมก็ทุกโพสต์อ่ะครับ ความจริงก็เป็นการชี้แจงตามหลักการ ตามข้อเท็จจริง ตามข้อมูล เห็นด้วยเห็นต่างนี้เป็นสิทธิ์ของประชาชนอยู่แล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้มีการไปทำอะไรที่มันผิดกฎหมาย หรือว่าถ้าอะไรนะครับ ที่เขาฟ้องผมยุยงปลุกปั่นก็ไม่ได้ไม่ได้มีไม่ได้มีอะไรแบบนี้นะครับ ดังนั้นเนี่ยก็

คือต้องบอกว่ามีเพื่อนร่วมงานในพรรคก็ตกใจ เอ้ย ทำไมข้อกล่าวหามันรุนแรงจังจัง

แต่สำหรับผมอ่ะ จะกล่าวหาผมรุนแรงหรือไม่รุนแรงอ่ะ ถ้าผมไม่ได้ทำผิดมันก็ไม่ผิดครับ

ความจริงมันปรากฏอยู่แล้ว

ใช่ ผมผมผมไม่ผมมั่นใจในในในในข้อเท็จจริง แล้วก็ เอ่อ ไม่หลีกหนีความจริงครับ

ไอ้วันโอเค วันเมื่อวานที่ท่านเมื่อ 2 วันก่อนสิท่านรองคันฉิไปเนี่ย

ครับ

วันนั้นไอติมก็มีโอกาสคุยกับรองคันฉิโดยตรงจริงๆ

วันที่ 22 นะ

อ้า 22 ถูกมั้ย อ่า วัน 22 เนี่ย ได้คุยรองคันฉิ

มีมีการ เอ่อ ลงคะแนนเสียงใหม่ในคยาวอ่ะ

อ่า จนกระทั่งมาถึงการเป็นรองคันฉิตนี่แหละ หอบเอาหลักฐานหลักฐานต่างๆ ไปแจ้งความ

ครับ แต่ก็ไม่ได้คุยกับรองคชิคนเดียวแล้วก็คุยสั้นๆ นะครับ แต่ว่าผมพยายามจะไปถามเจ้าหน้าที่ กกต. เอ่อ มู ว่าเอ การตกลงมันบัตรออกเสียงที่ใช้เป็นชุดเดียวกันคนละชุด มีการเปลี่ยนรูปแบบยังไง ปรากฏจำได้วันนั้นเนี่ย คือคุยแล้วเขาก็จะ

คือยังไม่ทันอ้าปากก็บอก วันนี้พูดอะไรไม่ได้

อเข้าใจเข้าใจเรื่อง sensitive มาก

ไม่แต่ผมก็งงนะ

ว่าทำไมถึงไม่ตอบ

ว่าถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงเนี่ย เขาไม่ได้สื่อสารกันภายในเหรอ เพื่อชี้แจงสิ่งเหล่านี้ได้

เพราะต้องมีคนถามหน้างานอยู่แล้ว

ตอนนี้ประชาชนสงสัยเนี่ย ถ้านับหลังจากวันที่มีการแถลงข่าวแล้วก็มี เอ่อ คุณเต้จากไทยรัฐใช่มั้ย ที่ไปถามใช่เพื่อนเอง

หลังจากนั้นเนี่ย เข้าใจว่า กกต. ก็เหมือนจะ ไม่แถลงข่าวอีกเลย

ใช่ครับ ไม่มีเลยครับ

นั่นแหละครับ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้มันเกิดปัญหาว่า

วันไอ้เต้เป็นวันสุดท้ายฮะ

คือพอประชาชนสงสัยเนี่ย กลายเป็นว่าไม่มีช่องทางในการถาม กกต. ต้องหวังพึ่งแถลงการณ์อย่างเดียว แล้วบางทีแถลงการณ์ก็มาบ้างไม่มาบ้าง มาช้าบ้าง ตอบไม่ตรงคำถามบ้าง หรือว่ามาแล้วก็ไม่ได้ชี้แจงจนสิ้นข้อสงสัย

อื

มันมันสร้างความหงุดหงิดหรือว่าเบี่ยงเบนสมาธิเรามั้ยไอติม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้

คือสำหรับผมเนี่ย ต้องแยก 2 ส่วน คือถ้าเอา เอารายชื่อ 6 คนก่อน เราตั้งสมมุติฐานก่อน ว่า 6 ชื่อเนี้ยเป็นจริง

โอเค

สำหรับผมเนี่ย ยังไงไม่ได้เปลี่ยนความสนใจของผมอยู่แล้ว

เพราะผมมองว่าผมเนี่ย อาจจะแตกต่างจากอีก 5 รายชื่อตรงที่ว่า ผมอาสามาทำงานการเมือง

อืออ

ผมมาลงสมัครเลือกตั้งตอนนี้ ผมก็กำลังจะถูกรับรองเป็นผู้แทนราษฎร

ดังนั้นมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ที่ต้องตรวจสอบ เอ่อ การดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงการจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ไม่ว่า

พิสูจน์ การเดินหน้าตอบต่อไปนะครับ เพราะว่าผมก็มองง่ายๆ ว่าถ้าผมจะไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบต่อ เพียงเพราะเรื่องนี้เนี่ย แล้วแล้วผมจะเป็นผู้แทนไปทำไมนะครับ ดังนั้นเนี่ย สำหรับผมเนี่ย เดินหน้าต่ออยู่แล้ว

แต่สำหรับประชาชนทั่วไปเนี่ย อันนี้ก็ต้องยอมรับนะครับว่า แม้ว่าท้ายสุดแล้วจะถูกพิสูจน์ว่าเไม่ทำอะไรผิดเลยเนี่ย

แต่การเพียงแค่การถูกการแค่เพียงถูกแจ้งความดำเนินคดีเนี่ย มันสร้างภาระให้กับเขา แล้วไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ต้องไปชี้แจงกับศาลใช่ ความดังนั้นเนี่ย เอ่อ ถ้าเกิดว่าเอ

การฟ้องครั้งนี้เนี่ย ผู้แจ้งความมีจุดประสงค์ว่าท้ายสุดแล้ว

ไม่ได้คิดว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าผิดจริงๆ แต่ทำไปเพื่อพยายามไปเพิ่มภาระให้กับคนที่มาตั้งคำถาม หรือว่าพยายามจะปิดกั้นการตรวจสอบเนี่ย มันก็จะเข้าข่ายสิ่งที่ที่เราเรียกกันว่า เป็นการฟ้องผิดปาก หรือว่า SLAPP นะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ เอ่อ น่ากังวลใจนะครับ เพราะว่ามันก็จะไปบั่นทอนเรื่องของสภาพแวดล้อมของเสรีภาพในการแสดงออก ตรวจสอบ เอ่อ ไอติมก่อนจบเรื่อง กกต. พี่พี่อยากถามอีกนิดนึงฮะ

ภาพรวมที่เห็นตั้งแต่วันหน้าจนถึงวันนี้ เนี่ย และในระยะถัดไปด้วยเนี่ย กังวลมั้ยว่า นับจากนี้ถ้าเกิดมีการรับรอง สส. อำนาจทั้งหมดเนี่ย จะไปปลายทางไปที่ศาลฎีกา และเรื่องการร้องคัดค้านต่างๆ จะไปที่นั่น แล้วนะครับ อำนาจเปลี่ยนมือแล้วนะ

ซึ่งโอเค เป็นตามกฎหมาย แต่ว่าหลายคนเริ่มเปรียบเทียบว่า เฮ้ย เหมือนกันเลย ตอนเลือก สว. เนี่ย รับรองไปก่อน เสร็จปุ๊บเนี่ย โอเค มี สว. สำรอง เอ่อ หรือ สว. ที่สอบตก อาจถูกร้องไปบ้าง แต่คนที่ดำรงตำแหน่งอยู่เนี่ย อาจจะไม่มีเลยสักเคสหนึ่งที่ไปถึงศาลฎีกา เรากังวลว่าทิศทางทั้งทั้งแนวโน้มของสื่อ ด้วยนะ ความสนใจของประชาชน สุดท้ายกลายเป็นว่าที่เราดูมาทั้งหมดเนี่ย มันจะเงียบฉี่ไปทั้งหมดเลยมั้ย กังวลเรื่องนี้มั้ย

คือผมคิดว่าก็เป็นหน้าที่ของผมด้วยส่วนหนึ่ง ในการทำให้เรื่องที่มันยังไม่มีคำตอบเนี่ย มันไม่เงียบไปนะครับ แต่ว่าคำถามเมื่อสักครู่เนี่ย ผมแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาแล้วกัน

ช่วงแรกคือการรับรอง

หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมการรับรองครั้งนี้เนี่ย ดูจะเร็วกว่าครั้งก่อนนะ ครับ ทั้งๆ ที่ดูมีปัญหามากกว่าก่อนนะครับ อย่างปี 66 เนี่ย เข้าใจว่าใช้เวลาประมาณ 30 กว่าวันในการ

คือ กฎหมายบอกให้ใช้ได้ 60

60

เอ่อ รอบที่แล้วเนี่ย 30 กว่า แต่คำถามต่อการจัดการเลือกตั้งรอบที่แล้วน้อยกว่าครั้งนี้เยอะ

นะครับ รอบนี้เนี่ย คำถามเยอะมาก แต่ใช้เวลาเท่าไหร่ครับ 20 ไม่ถึง 20 วันถูกมั้ย

เอ่อ 10 กว่าวัน

อ่า 10 กว่าวัน

17 ได้มั้ง

ทั้งๆ ที่อ่ะ 1 ก็คือคำถามเยอะแยะไปหมดที่ยังไม่ได้รับคำตอบ เอ่อ 2 ก็คือว่า เอ่อ ยังไม่มีการเรียกว่าประกาศคะแนน 100%

ต้องบอกว่าประกาศคะแนนไม่ใช่รับรองนะ แต่คือแค่รวมคะแนนให้ ประกาศออกมาว่าเท่าไหร่เนี่ย ก็ยังไม่มี แต่ว่าเป็นการเปิด เอ่อ รายงานรายหน่วยที่เป็นภาพสแกนให้คนไปบวกลบคูณเองใช่มั้ย ครับ

เอ่อ จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งมันควรจะรู้ตั้งแต่คืนวันนั้นเลยเนี่ย ก็เพิ่งมาแถลงเมื่อเมื่อคืนใช่มั้ยครับ หลังจากที่รับรองนะครับ แล้วก็รอบนี้ก็รับรองแค่ สส. เขตไปก่อน รอ บัญชีรายชื่ออีกด้วย แต่เนี่ย มันก็มันคือขั้นตอนแรกมันก็แปลกประหลาดอยู่แล้ว ว่าทำไมรอบนี้ฉันที่คำถามที่มัน เอ่อ มีข้อหาเนี่ย มันเยอะกว่า แต่รับรองเร็วกว่า แล้วดูเหมือนจะรับรองเร็วกว่าบางขั้นตอนที่มันควรจะเกิดขึ้นก่อนด้วยซ้ำนะครับ อันนี้ประการแรก

โอเค

ประการที่ 2 คือแม้รับรองไปแล้วเนี่ย ผมคิดว่าการตรวจสอบเกี่ยวกับความบกพร่องที่เกิดขึ้นนะครับ หรือว่าข้อหาที่เกิดขึ้นเนี่ย ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

แล้วในมุมนึง ถ้าสภาเริ่มเปิดทำการจริง เนี่ย กลไกอย่างเช่นกรรมาธิการนะครับ ก็เป็นกลไกที่สำคัญในการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนี่ย คำถามที่เราอาจสงสัยอยู่แล้วยังไม่ได้รับคำตอบ หรือว่าต้องการข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม เช่น ตกลงมันมีที่มายังไง ประชุมไหนที่ไปมีข้อสรุปว่าจะต้องมีบาร์โค้ดที่เป็นรหัสเฉพาะบัตร

เอ่อ ตกลงโรงพิมพ์

3 โรงเนี่ย รับรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ อย่างไร ใครเป็นคนเสนออันเนี้ย ตอนนี้เราถามไปมันก็ไม่มีใครมาตอบ

แต่ว่าถ้าสภาเปิดทำการ มีกรรมาธิการเนี่ย ผมคิดว่าเราเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกเอกสารมาได้ นั้นเนี่ย ในมุมนึงการตรวจสอบก็อาจจะมีกลไกมีเครื่องมือในการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น

ระยะที่ 2

ครับ ดังนั้นอันนี้ยืนยันว่าไม่ไม่ไม่ปล่อยไม่ปล่อยไปแน่นอนนะครับ

แต่ผมมองไประยะที่ 3 ด้วย คือมองถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไปเลย ผมไม่รู้ว่าอีกอีกเท่าไหร่เนาะ แต่ท้ายสุดแล้วเนี่ย โจทย์ที่ผมตั้งคำถามคือว่า

เราต้องทำอะไรเพิ่มเติมจากวันนี้ถึงวันเลือกตั้งครั้งถัดไป

ที่จะทำให้ประชาชนเค้า

มั่นใจในการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มั่นใจว่าคะแนนของเขาจะรับ

แล้วก็เชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งครับ

ผมคิดว่าอันเนี้ยเป็นโจทย์ใหญ่มาก

อื

ขั้นต่ำที่สุดคือรอบหน้าต้องไม่มีบาร์โค้ดที่ระบุรหัสเฉพาะบัตร

อยู่แล้วนะครับ แต่ถึงแม้ไม่มีเนี่ย ก็ผมเชื่อว่าก็จะมีประชาชนบางคนที่ยังกังวลใจ ว่าเอ๊ะ

ไม่มีบาร์โค้ดแล้วมันมีสัญลักษณ์อะไรอีกมั้ย ใช่มั้ยครับ อย่างเข้าคูหา รอบหน้าเดี๋ยวผมเชื่อว่าหลายคิวจะนานขึ้น เพราะแต่ละคนจะใช้เวลาพยายามหาในบัตรเยอะขึ้น

เอิ่ม รวมไปถึงว่า อ่ะ ถ้าพูดง่ายๆ คือถึงแม้ไม่มีบาร์โค้ดแล้วไม่มีสัญลักษณ์อะไรแล้วเนี่ย แต่ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ เอ่อ ท้ายสุดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเลย

แล้วก็บางคนอาจจะยังดำรงอยู่ในการจัดการเลือกตั้งครั้งถัดไปเนี่ย อ

ถามว่าประชาชนเชื่อมั่นดีมั้ย

ว่าคณะกรรมการนี้จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากพอ เพลงนั้นเนี่ย อันนี้คือโจทย์ใหญ่เลยว่าอาจจะต้องมาคุยกันจริงจัง ว่าจะต้องทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง เพื่อทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อได้

นี่พี่นึกว่านี่เผลอๆเนี่ยจะต้องช่วยตรวจสอบตั้งแต่ก่อนจะกับก่อนจะยุบสภาซะด้วยซ้ำ

อ่า ถูก

ต้องต้องกองการต้องเชิญ กกต. มาชี้แจงว่าทึบ น่ะถึงไหน เตรียมถึงไหน บัตรเป็นยังไง เผลอๆ ต้องไปหนีลูกปั๊มเนี่ย

ผมคิดว่าอันนี้ผมตั้งเป้าหมายไว้เลยนะ ครับว่าใน 1 ปีแรกของการทำหน้าที่ สส. รอบนี้เนี่ย 3 โจทย์ที่คุยเมื่อสักครู่เนี่ย จะต้องจะต้องมาทำ

ถ้าพูดง่ายๆ คือว่าต้องตรวจสอบ

การเอ่อ การเลือกตั้งครั้งเนี้ย ประเด็นที่ยังค้างคาอยู่ให้มันสิ้นข้อสงสัย แล้วก็ อะไรที่ต้องมีการรับผิดรับชอบทางกฎหมายก็ต้องดำเนินการ

เอ่อ แต่อย่างที่ 2 ที่ตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จภายในปีแรกเหมือนกัน คือมาทบทวนว่า แล้วกระบวนการตั้งแต่ต้นต้นทางถึงปลายทางของการเลือกตั้งเนี่ย ต้องมีการปรับปรุงอะไรบ้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมาย การปรับปรุงระเบียบ หรือว่าเอ่อ การเรียกร้องความรับผิดชอบบางประการที่ทำให้ประชาชนเชื่อเชื่อมั่นได้ว่าครั้งต่อไปเนี่ย มันจะไม่มีปัญหาซ้ำรอย

โอเค

เพราะว่าไม่งั้นถ้าครั้งหน้าประชาชนอยู่ ในสภาวะที่มีความหวาดระแวงเนี่ย

ครับ

ผมว่าสัดส่วนการออกมาใช้สิทธิ์จะลดน้อยลง

โอเค

อย่างวันก่อนผมไปออกรายการนึงคู่กับอาจารย์สมชัยนี่แหละนะครับ เอ่อม ก็มีเ้ามีการเปิดให้ประชาชนโทรเข้ามาสอบถามได้

ก็มีประชาชนคนนึงโทรเข้ามา

แล้วก็พูดเลยว่าเไม่กล้าไปเลือกตั้ง ถ้าพวกนี้มีเลือกตั้งเไม่กล้าไปเลือกตั้ง

ซึ่งอันเนี้ย มันเป็นการฤดร้อนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการกำหนดอนาคตประเทศมากๆ

โอเค ชัดเจนไอติม อันนี้พาร์ทนี้สำคัญมาก เดี๋ยวดตามต่อไปด้วยไอติม พี่ตัดฉิ่งผ่านพ้นการสัมมนาไปไอติม พี่พยัคฆ์ก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนๆ น้องๆ พวกเราอยู่ตลอดเวลา

ครับ

นะครับ หลายๆคนว่าที่ สส. ที่ สส. อะไรท่านเนี่ย แลกเปลี่ยนกันตลอดเวลาด้วย มันคือบรรยากาศความแพร่แพ้เนี่ย มันสร้างความมัน มีมันมีเหมือนกันเนอะวิวาทัศที่เกิดขึ้น นั่นพี่ไม่ลงหรือในรายละเอียด

แต่ว่ามันมีความคุกกรุ่นเกิดขึ้นในพรรคบ้างมั้ย

คือผมคิดว่า เอ่อ แน่นอนทุกคนผิดหวัง

อื

นะครับ อันนี้ผมคิดว่าปฏิเสธไม่ได้นะครับ แล้วก็

เอ่อ ตอนช่วงการรณรงค์เลือกตั้งเนี่ย ต้องยอมรับว่าทั้งตัวผมเองแล้วก็เพื่อนร่วมงาน ที่คุยกันเนี่ย คือเราเจอประชาชนจำนวนมากนะ ที่

เอ่อ มาฝากประเด็นหลายอย่างไว้กับเราว่า เออ เข้าไปแล้วฝากไปแก้ไขให้หน่อย อย่างตัวผมเองพอผมมารับผิดชอบเรื่องนโยบายการศึกษาเนี่ย ผมเจอประชาชนหลายคนมากนะ ที่พยายามจะฝากประเด็นเรื่องการศึกษาให้เข้าไปแก้ครับ

ยกตัวอย่างเนี่ย อันนี้สะเทือนใจที่สุดก็คือ ซึ่งผมได้พูดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในปราศรัยคืนวันสุดท้ายด้วย

ก็คือผมในช่วงสัปดาห์สุดท้ายที่ผมไปคาราวานสายผมอยู่ภาคใต้เนี่ยครับ

ก็มีวันสุดท้ายเนี่ย ที่มันมีปราศรัยใหญ่ที่หาดใหญ่

นะครับ แต่ว่าเผอิญว่าช่วงบ่ายมันมีการแวะคาราวานไปที่ในอำเภอเมืองสงขลา นิดนึงก็มีน้องคนนึงเนี่ย ไปดักผมที่อำเภอเมืองสงขลา ดักคาราวานเนี่ย

แล้วก็มาบอกผมว่า เออ ดีใจมากที่แวะมา เพราะว่าตัวเขาอ่ะอยู่ในอำเภอเมือง

เไม่มีค่ารถในการไปที่ที่หาดใหญ่ในตอนเย็น แล้วก็เขาก็เขียน

เอกสาร 3 3 หน้า A4 แบบละเอียดยิบเลยอ่ะ มาให้ว่า เออเนี่ย เขามีปัญหาที่เขามองเห็นเรื่องการศึกษาแบบนี้ ฝากให้เข้าไปช่วยแก้ไขให้หน่อย ผมนั่งอ่านก็มีทั้งประเด็นในเชิงระบบ

เรื่องหลักสูตรอะไรก็ว่าไป แล้วก็มีประเด็นที่มันเป็นเรื่องส่วนตัวด้วยบางประการเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้น

เอ่อ เอ่อ เนี่ย มันคือเราเจอเหตุการณ์แบบนี้เยอะ แล้วเราก็รู้สึกว่ามีหลายคนที่เขาฝากความหวังให้กับเราในการเข้าไปแก้ไข

แต่ว่าพอผลการเลือกตั้งออกมา ก็ต้องยอมรับว่า เอ่อ อนาคตที่เราพยายามจะขายก็อาจจะไม่ ได้มีประชาชนซื้อมากเพียงพอให้เราสามารถ เป็นพรรคที่รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง แล้วก็เดินหน้าตั้งรัฐบาลได้นะครับ ดังนั้นเนี่ย มันก็เลยทำให้

อ่า โอเคละ แม้ว่าเรา เอ่อ ก็ยอมรับว่ามีประชาชนบางกลุ่มที่อาจจะยัง

ต้องการให้โอกาสกับพรรคอื่นนะครับ แต่ว่าประชาชนที่เขาเลือกเราเนี่ย ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อย เอ่อ เอ่อ มันก็เราก็ยังไม่สามารถตอบสนอง เอ่อ สิ่งที่เขามาฝากให้ได้มากเท่าที่ควร พอเราต้องไปทำหน้าที่เป็นการพรรคฝ่ายค้าน แต่ว่าก็ยืนยันว่าอะไรที่ทำได้ในฐานะฝ่ายค้าน ซึ่งผมว่าก็ยังมีอยู่เยอะนะ ครับ เอ่อ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบรัฐบาล เสนอร่างกฎหมายเนี่ย ก็จะเดินหน้าทำงานต่อ เพราะฉะนั้นมันมีอาการผิดหวังแบบนี้อยู่แล้วนะครับ ในในในภาพรวมของทุกคนในองคาพยพ

องค์กรไหนก็ตามแต่เป็นแบบนี้

แต่ผมคิดว่าที่เรามีการนัดสัมมมนากันเนี่ย ในมุมนึงก็คือเพื่อมา เพื่อมารวมพลังกันในการมองไปข้างหน้า

อื

ว่าโอเค เอ่อ รอบเนี้ยทุกคนผิดหวังแหละ แต่ว่าเรามาวิเคราะห์กันด้วยเหตุและผลว่ามัน เกิดอะไรขึ้น เพื่อที่ว่าเราจะได้กำหนดเข็มทิศในการเดินไปข้างหน้าได้ถูกทาง แล้วก็สามารถชนะใจประชาชนได้มากขึ้นในครั้งถัดไป

มีการคุยถึงเรื่องนี่มั้ย เรื่องของ เอ่อ มีเทาไม่มีเรา เอ่อ เรื่องของเกณฑ์ตรงนี้ หลายคนพูดเยอะว่าสุดท้ายมันประสบความสำเร็จ หรือมันหรือมันเป็นดาบสองคมกันแน่ คุยเรื่องนี้มั้ย

อ คือคุยในทุกประเด็นนะ เพราะว่า เอ่อ วันที่ 2 คือสัมมนา 2 วันที่ 2 เนี่ย เราจัดเป็น Workshop แบ่งกลุ่มแล้วก็มี 4 รอบ ครับ

มีเรื่องยุทธศาสตร์ มีเรื่องแคมเปญ ซึ่งในแคมเปญก็จะมีการคุยทั้งเรื่องแต่ละช่วงของแคมเปญว่าช่วงไหนช่วงไหนเวิร์คไม่เวิร์ค

ออออ วิเคราะห์ราย section อย่างงี้เลยนะ

ใช่ แล้วก็มีเรื่องของการทำงานในพื้นที่ การสร้างเครือข่าย

แล้วก็อันที่ 4 คือการทำงานภายในพรรค การประสานแต่ละแผนกนะครับ อ

เอ่อ ก็วิเคราะห์ค่อนข้างละเอียดนะครับ ผมคิดว่ามันอาจจะยังไม่ได้มีข้อสรุปชัดเจนในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่ผมคิดว่าสำหรับผมก็แล้วกัน ส่วนตัว

มันมีตัวเลข 3 ตัวที่ผมคิดว่าสำคัญ

แล้วเราสามารถวางเป็นเป้าหมายสำหรับชาวการเลือกตั้งข้างหน้าได้เลยครับ

ตัวเลขที่ 1 คือสัดส่วนการออกมาใช้สิทธิ์

อ่า

อ่า เมื่อวานเป็นที่คอนเฟิร์มแล้วว่า

น้อยลงไป

น้อยลงนะครับ แล้วเราพูดมาตลอดในฐานะตั้งแต่พรรคก้าวไกลถึงพรรคประชาชนว่าเราต้องการสร้างการเมืองความหวัง

ที่ผมพูดในปราศรัยวันปิดด้วยว่าผมอยากจะอยู่ในประเทศที่คนตื่นเต้นกับการมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

นะครับ ดังนั้นเนี่ย เราทำงานบนพื้นฐานตลอด ว่าเราเชื่อว่าถ้าเราทำงานของเราได้ดี ทำ ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าคะแนนเสียงของเขา เปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้เนี่ย

คนก็จะให้โอกาสเรามากขึ้น

เอ่อ แล้วตอนปี 66 การออกมาใช้สิทธิ์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

พอมารอบนี้เนี่ย มันลดลงมาก็สะท้อนให้เห็นว่าเราอาจจะยังไม่สามารถ

เอ่อ ทำให้ประชาชนตื่นเต้น หรือฝากความหวังไว้กับระบบการเมืองได้มากเท่าที่ควร

ครับ

แล้วถ้าไปดูไส้ใน นอกจากออกมาใช้สิทธิ์น้อยลงแล้วเนี่ย จำนวนคนที่กาบัตรที่ไม่เลือกพรรคใดเลย เอ่อ ก็เพิ่มขึ้นด้วย

นะครับ อันนี้คือตัวชี้วัดที่ 1

อ่า

ตัวชี้วัดที่ 2 คือคะแนนบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็อาจจะมองได้ว่าเป็นคะแนนนิยมของพรรคในภาพรวม

อันเนี้ย การที่มันลดลงมาจาก 14 ล้าน

แล้วก็คาดว่าน่าจะเหลือประมาณ 11 ล้าน แต่ยังไม่เห็นตัวเลข

ยังไม่เห็นตัวเลขเต็ม นิดนึงใช่ครับ เอ่อ ก็แต่ว่าคาดว่าลดลงมานะ ครับ ถ้าลดจาก 14 ล้านหรือ 11 ล้านจริงเนี่ย เอ่อ ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ก็มีนัยยะสำคัญนั้นเนี่ย ผมคิดว่าก็ต้องมาทบทวนกันว่าเหตุใดที่ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น

ในอนาคตที่เราพยายามจะนำเสนอเนี่ย น้อยลง

แต่ถ้าไปวิเคราะห์ละเอียด ผมคิดว่ามันก็มีปัจจัยที่อาจจะส่งผลกับทั้งประเทศอย่างเช่นเรื่อง MOA หรือก็อาจจะมีปัจจัยบางปัจจัยที่อาจจะเป็นปัจจัยเฉพาะพื้นที่นะ ครับ อันนี้ก็วิเคราะห์ละเอียดได้

ส่วนตัวเลขที่ 3 คือช่องว่างระหว่างคะแนน สส. เขต คะแนน สส. บัญชีรายชื่อนะครับ เพราะว่ารอบที่ รอบที่แล้วเนี่ย ในตอนที่เราลงในนามพรรคก้าวไกลเนี่ย ช่องว่างมันเยอะมาก

รอบนี้ความจริงช่องว่างแคบลง

แต่ยังมีอยู่ ก็แสดงว่ายังมีคนจำนวนนึงแหละในประเทศเนี้ย ที่เข้าหากาเบอร์ 46 แต่ไม่กาให้กับผู้สมัครแบบแบ่งเขต

อ่า เลือกใบเดียว

อ่า ก็แสดงว่ามันยังมีช่องว่างในหลายๆ พื้นที่อยู่ แต่พูดแบบนี้ก็ไม่แฟร์สำหรับบางพื้นที่

อือ

มี 29 เขตที่คะแนน สส. เขตสูงกว่าคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ

ซึ่งพอไปดูแล้วเนี่ย เป็นคนที่ผมว่าไม่เป็นคนที่ไม่ไม่ประหลาดใจ คือเป็นคนที่มีผลงานที่ผมว่าเป็นที่ยอมรับ

ในพื้นที่อย่างเช่น คุณธนพงษ์ เชียงใหม่

ก็เป็นคนนึงที่ทำงานกับเครือข่ายภาคประชาสังคมเรื่องไฟป่า หรือคุณสุรนัสใน กทม. ใช่มั้ยครับ ประเด็นเรื่องหมอชิต ผมว่าเป็นประเด็นที่สะท้อนให้เห็นการทำงานในพื้นที่โดยพยายามจะตั้งคำถามจนนำไปสู่การปรับปรุงพื้นที่หมอชิตที่เป็นการให้บริการคนจำนวนมากในเขตพื้นที่เขานะครับ ดังนั้นเนี่ย ผมคิดว่าอันเนี้คือ 3 ตัวชี้วัด

ถ้างั้นสรุป รอบหน้าคือภารกิจของเราคือ

ฟื้นฟูความหวัง ขยายฐาน

แล้วก็ปิดช่องว่างในพื้นที่

ฟื้นฟูความหวังเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้สิทธิ์ ขยายฐานก็คือ 10 ล้านกลับไปเป็น 14 ล้าน หรือว่าเกินกว่านั้น แล้วก็ปิดช่องว่างในพื้นที่ คือทำให้คะแนนเขตมันไม่ได้ตามหลังคะแนนบัญชีรายชื่อเหมือนกับรอบ

โอเค ไอติม พี่ถามเรื่องนึงนะ ไม่ถามเรื่องนี้ไม่ได้

คือ นักข่าวก็ประเมิน นักวิชาการก็ประเมิน วัดจริงๆ พูด พี่เล่าให้ฟังว่าคนนอกประเมินกันว่าไอ้มุมที่ไปเซ็น MOA เนี่ย

อือ

เมื่อผ่านไปสักระยะนึงเนี่ย เราก็ประเมินกันนะว่า เฮ้ย เราคิดว่าอาการขอโทษอะไรผ่านไปหมดแล้ว

อือ

เรายังคุยกันในมุมนักข่าวเลยว่า เฮ้ย มันไม่น่าจะส่งผลหนักมากขนาดนั้น แต่ปลายทางมันกลายเป็นว่าเหมือนสยายปีก อันนี้พูดตรงๆ คุณโทนินสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ทั้งหมดทุกความยเลยนะ

วันที่เราพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้ง แวบแรกเราคิดกลับไปมั้ยว่า MOA นั่นแหละเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด กับณวันนี้เป็นมั้ย

คือผมคิดว่า MOA เป็นหนึ่งปัจจัยแน่นอน

สำคัญที่สุดหรือเปล่าเนี่ย ความจริงตอนนี้เรากำลังตั้งทีมที่ทำเหมือนกับงานกึ่งวิจัย

เอ่อ ในช่วง เอ่อ จะใช้เวลาสัก 3 เดือนข้างหน้า

นะครับ เพื่อไปคุยกับประชาชนจริงๆ

นะครับ แล้วก็วิเคราะห์ข้อมูล คุยกับผู้สมัคร เอ่อ วิเคราะห์ เอ่อ ผลการเลือกตั้งรายพื้นที่ เพื่อจะสรุปให้ได้ว่า ตกลงปัจจัยอะไรที่สำคัญที่สุด

แต่ถ้าให้ผม

เอ่อ เอ่อ ตั้งสมมุติฐานตอนนี้ ผมก็เชื่อว่า MOA ก็เป็นปัจจัยนึงที่ส่งผลสำคัญ

เยอะมั้ยสำคัญใช่มั้ย

คงคงไม่สามารถไปสรุปได้ว่าเยอะหรือน้อยกว่าปัจจัยอื่น ผมเชื่อว่ามีมีส่วนสำคัญแน่นอน

แต่สำหรับผม MOA เนี่ย ผมอยากจะมองทั้งมองย้อนไปแล้วก็มองไปข้างหน้า

ครับ

ถ้ามองย้อนกลับไปเนี่ย ความจริงต้องบอกว่า ตั้งแต่ก่อนจะเห็นผลการเลือกตั้งเนี่ย อ

เราก็ต้องยอมรับก่อนว่า

ในเชิงผลประโยชน์ที่เราคาดว่าประเทศจะได้ รับจาก MOA เนี่ย มันไม่เป็นไม่เต็มไม่ เป็นไปตามคาดจริงๆ นะครับ เพราะว่าเราคาดว่าประโยชน์ที่ได้รับก็คือการที่ไม่เพียงแต่มีการยุบสภาเลือกตั้งเร แต่มีความคืบหน้าในเรื่องในเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมไปถึงการมี 2 คำถามในคำถามประชามติ ซึ่งก็ถูกฉีก

ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นรัฐบาลที่มีอายุสั้นเนี่ย แต่ก็มีการบริหารราชการแผ่นดินในหลายประการที่เรามองว่ามันสร้างความสูญเสียเกินกว่าที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ ดังนั้นเนี่ย

แม้ไม่ไปพูดถึงผลการเลือกตั้ง เอาแค่ประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้งเนี่ย เราก็ต้องยอมรับว่า เอ่อ ประโยชน์ที่ประเทศได้จาก MOA เนี่ย น้อยกว่าที่เราคาด เราเราเราตั้งเป้าหมาย ดังนั้นอันนี้ก็ต้องยอมรับถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนะครับ

ส่วนตรงนั้นจะนำไปสู่การที่ทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นชี้หรือเปล่า อันนี้ผมเชื่อว่าก็เป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่ง แต่ว่ามากน้อยเท่าไหร่คงต้องไปวิเคราะห์เพิ่มเติม

แต่ถ้ามองไปข้างหน้าเนี่ย

ผมคิดว่าเอิ่ม ในช่วงโค้ชสุดท้ายของการเลือกตั้งรอบนี้เนี่ย เอ่อ มันเริ่มมีการเอ่อนำเสนอ หรือว่าเริ่มมีการเอิ่พูดคุยกันใช่มั้ยครับว่า ครั้งนี้มันเป็นการแข่งกันระหว่าง แต่พูดง่ายๆ คืออนาคตสีน้ำเงิน กับอนาคตสีส้ม

ใช่

คืออนาคตที่พรรคภูมิใจเป็นแกนนำ

เอ่อ แต่ก็ต้องยอมรับว่ารอบนี้ เอ่อ มันก็อาจจะยังมีคำถามคาใจอยู่ว่า เอ๊ะ มันเป็นการเลือก 2 ตัวเรื่องนี้จริงหรือเปล่า เพราะว่ามันมีเรื่อง MOA เข้ามา เอ๊ะ ตกลงฝ่ายไหน อะไรยังไง

เอ่อ ผมคิดว่า 4 ปีข้างหน้านี่แหละครับ จะเป็นการทำให้เส้นแบ่งระหว่างอนาคตสีน้ำเงิน กับอนาคตสีส้มมันชัดขึ้น

ชัดมากกว่านี้

และ การทำหน้าที่ฝั่งค้านของเราเนี่ย จะเป็นตัวกำหนดว่าท้ายสุดแล้วเนี่ย ประชาชนในครั้งถัดไปเนี่ย เขาอยากได้อนาคตแบบสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในสิ่งปีหน้า หรืออนาคตสีส้ม คืออนาคตอีกทางเลือกหนึ่งที่เราพยายามที่เราต้องพยายามฉายภาพให้เห็นในช่วง 4 ปี

คือเร็วๆ คือถ้าถ้ามันวัดตรงเนี้ย มันยังวัดยาก เพราะว่าที่ผ่านมามันเป็นช่วงเ้าเรียกชุกช่วงฉุกละหุกช่วงช่วงช่วงนัวๆ ถูกมั้ย ช่วงสั้นๆ แบบนี้เป็นช่วงชั่วคราว

แต่การทำหน้าที่ถ้าครบสัก 3 ปี 4 ปีเนี่ย มันวัดกันทั้ง 2 ฟากฝั่งน้ำเงินส้มแบบนี้

ครับ

ไอติม เล่าให้ฟังงี้ พี่คุยนักวิชาการหลายท่าน หลายๆท่านที่ที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยซะด้วยซ้ำนะ

มองไปในระยะยาวเนี่ย พรรคประชาชนกลัวมั้ย หรือว่ามีแนวทางในการจะต่อสู้ อย่างไรเมื่อขนาด 3 2-3 เดือนเนี่ยยัง ครบทุกองคาพยพ ตอนนี้อยู่สยายไปอีก 4 ปีในระดับ 193 เสียงไปเรื่อยๆ แผ่ขยายไปตามจุดนั้นจุดนี้ กลุ่มบ้านใหญ่ พูดตรงๆนะ การเมืองแบบนั้นแบบนี้แบบเดิม เอ่อ มีอพยพ มีผาดไทย คือกลุ่มทุกอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จทั้งหมด มีโอกาสอยู่ยาไปอีกเป็น โอ้โหอีกสมัยนึง เราเราหนักใจเรื่องนี้มั้ย

คือผมคิดว่าเราไปคาดการณ์ไปล่วงหน้านานเกินไปคงไม่ได้

แต่ผมคิดว่า เอ่อ แน่นอน เอ่อ รัฐบาลชุดนี้เนี่ย ในมุมนึงก็น่าจะมีเสียงในสภาที่ค่อนข้างเข้มแข็ง เพราะว่าพรรคแกนนำก็มี 190 กว่าเสียง

ครับ

ยังไม่นับ เอ่อ ข้อหา หรือว่าการคาดการณ์ก็แล้วกันว่า อาจจะมีคนที่คิดคล้ายๆ กับพรรคแกนนำเนี่ย ไปอยู่ในองค์กรอื่นๆ ด้วย อาจจะอยู่ในวุฒิสภา หรือว่าองค์กรอื่นหรือเปล่า

เอ

ก็ผมว่าก็เป็นบทวิเคราะห์ที่เราวิเคราะห์กันได้อยู่แล้ว แต่ผมคิดว่า เอ่อ สิ่งเหล่านี้เนี่ย เอ่อ จะนำไปสู่อะไรเนี่ย มันขึ้นอยู่กับ เอ่อ การใช้อำนาจฝ่ายบริหารของรัฐบาลด้วยนะครับ ว่าท้ายสุดแล้วเนี่ย ถ้า รัฐบาลที่เป็นเสียงข้างมากในสภา เอ่อ มีเสียงอย่างเข้มแข็งเนี่ย แม้ว่าอาจจะไม่ ได้เอิ่ ถ้ามีการบวชในสภาอาจจะไม่ได้สามารถแพ้ได้ง่ายมากนักเนี่ย แต่ถ้าบริหารประเทศแล้วไม่สามารถผลักดันนโยบายให้เกิดประโยชน์ได้ บริหารประเทศแล้วเต็มไปด้วยความไม่โปร่งใสในการดำเนินการบางเรื่อง เอ่อ ผมคิดว่ามันก็ทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลได้เช่นกัน

อื

แล้วแม้หลายคนอาจจะวิเคราะห์ว่า โอ้โห การรวมตัวของกลุ่ม ถ้าใช้คำว่ากลุ่มบ้านต่างๆ ทำให้สามารถมีความเข้มแข็งขึ้นเนี่ย ในมุมนึงก็อาจจะใช่ ในถ้าเรามองแค่เฉพาะผลการเลือกตั้งรอบนี้

แต่มันก็มีราคา

อื

เพราะพอมีหลายกลุ่มที่มารวมตัวกันเนี่ย จัดสร

ถ้าเขารวมตัวกันด้วยว่าเ้ามีภาพอนาคตประเทศเห็นตรงกันเนี่ย รวมตัวด้วยความคิด เนี่ย อันนี้มันไม่เป็นปัญหาหรอก

โอเค

แต่ถ้ามันรวมตัว อันนี้เชว่าท่านะ ถ้าเรวมตัวกันด้วยผลประโยชน์เนี่ย ท้ายสุดแล้วเนี่ย การบริหารให้ผลประโยชน์สกุลเหล่านี้ลงตัวเนี่ย

ก็ไม่ง่าย

นะครับ ดังนั้นเนี่ย อาจจะสำเร็จเฉพาะหน้า ในการรวมตัวกันเพื่อชนะศึกเลือกตั้งแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถบริหารบริหาร เอ่อ กลุ่มอำนาจไปได้ในระยะยาวเช่นกัน

อื กระบวนการในการเรื่องนึงที่เป็นปัญหาหนักจริงๆ ในรอบนี้สำหรับพรรคประชาชน หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ในคนกันเองซะด้วยซ้ำ กระบวนการในการคัดเลือกผู้สมัคร ไอติม ไอติมเห็นวันสวันี้ก็เห็นว่ามีการออกมาแสดงวิวาทะกันเยอะแยะมากมายด้วย สรุปแล้ว มาตรฐานในครั้งที่ผ่านมากับการจะพัฒนามาตรฐานในการคัดเลือกผู้สมัครต่อไปมันปรับหรือยัง พี่ติ่งว่าไงอ่ะ

ทำยังไง

คือต้องบอกว่ารอบจากปี 66 มา 69 เอ่อ เอ่อ ทางคณะผู้บริหารก็มีความพยายามในการปรับกระบวนการให้มีความรัดกุม

ขึ้นจากรอบก่อน

แต่ผมว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่ายังรัดกุมไม่พอ

ดังนั้นเนี่ย ผมคิดว่าเราตั้งใจว่ากระบวนการในการคัดคัดเลือกคัดกรองผู้สมัครเนี่ย จะต้องมีการทบทวนอย่างจริงจังเพื่อให้มันรัดกุมขึ้นกว่าที่เป็นมา อ

เอ่อ ความจริงไม่นับแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็น เอ่อ ข้อถกเถียงในกรณีเรื่อง มหาสารคามเขตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ถ้ามองย้อนไปในช่วงการเลือกตั้งก็มีตั้งแต่ กทม. เขต 33 ตาก เขต 2 นะครับ แล้วก็อาจจะมีบางเหตุการณ์ เอ่อ ปราศรัยเนี่ย ผมคิดว่าผมคิดว่ามันก็เป็นสัญญาณที่ชัดว่ากระบวนการยังรัดกุมไม่พอ ดังนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องมาทบทวนกระบวนการนะครับ แล้วผมก็ยืนยันว่าเอิ่ คือในการคัดกรองผู้สมัครเนี่ย เอ่อ ท้ายสุดแล้วเนี่ย มาตรฐานทางการเมืองมันต้องอยู่เหนือกวมาตรฐานทางกฎหมาย

คือแม้ว่าบางกรณีเนี่ย มันอาจจะยังไม่ได้ถูกพิสูจน์

จนสิ้นข้อสงสัยในเชิงกฎหมาย หรือว่ากระทำความผิดเนี่ย เอ่อ แต่ว่าเอิ่ ถ้าเกิดว่ามันมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัด

ว่ามีการกระทำบางอย่างที่เรามองว่าไม่เหมาะสมเนี่ย

เราก็ควรที่จะเอ่อ ไม่ไม่ตัด

ให้คนคนนั้นเนี่ย สามารถไปเสนอตัวเป็นผู้แทนราษฎรได้

และ ความจริงที่ผ่านมาหลายกรณีที่มีการขับ เอ่อ สมาชิกออกพรรคเนี่ย หลายกรณีก็ไม่ได้ไม่ได้รอให้ศาลตัดสินข้อสงสัยนะครับ

ก็เป็นเพียงว่าถ้ามันปรากฏข้อเท็จจริงชัด เนี่ย แล้วมองว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสมนะ ครับ ที่ชัดเจนเนี่ย เราก็ตัดสินใจในการไม่เดินหน้าต่อกับเช่นกันเลยถูกตั้งคำถามถามไงว่าโอเค อาจจะมีสมาชิกบางท่านซึ่งมองว่าเฮ้ย โอเค เรื่องมาตรฐาน เรื่องยึดหลักตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ คดีไม่สิ้นสุด แต่มองไอติมเมื่อพูดเมื่อครู่ว่ามีบางเคสที่เราตัดสินใจติดดีดทิ้งเลย มันเลยคอนทราสต์กันถูกมั้ย อันนี้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

แล้วก็ ถ้าความเห็นส่วนตัวของผมเนี่ย ผมก็มองว่าเรายึดหลักว่าต้องรอให้พิสูจน์ว่าผิดทางกฎหมายถึงจะเอ่อไม่ให้เขาเป็นผู้สมัครเนี่ย ผมว่าไม่ได้

คือเราต้องยึดมาตรฐานทางการเมืองที่อยู่เหนือกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย แต่แน่นอนมันก็ต้องมีข้อเท็จจริงปรากฏชัดในระดับหนึ่งที่ เรามั่นใจว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นครับ

อโอเค ไอติม พี่กวนอีกครู่นึงด้วย ขอเยบขอขยิบมาที่ตัวหัวหน้าพรรคนิดนึง คุณเทค เนี่ย เอาเท่าที่เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคเนอะ เป็นลูกพรรคด้วยเนี่ย มันมีมุมวิเคราะห์ว่าเอ๊ะ คุณเทคจะเหมาะสมไม่เหมาะสม ควรจะเปลี่ยนมั้ย หรือว่าโอเค ทำหน้าที่ต่อไป หรือแม้กระทั่งควรรับผิดชอบเมื่อแพ้เลือกตั้ง ควรลาออกมั้ย เราคุยกันในเรื่องนี้เปิดอกเปิดใจกันขนาดไหน มีมั้ย

คือผมคิดว่าการผลการเลือกตั้งรอบนี้เนี่ย มันเป็นเอิ่ม ความรับผิดชอบร่วมกันของอย่างน้อยที่สุดก็ที่บริหารพรรคนะครับ ดังนั้นเนี่ย การที่จะไปบอกว่าเอ่อ การที่คะแนนของพรรคมันอาจจะลดลงมาจาก 150 สส. เหลือเหลือประมาณ 100 เกือบ 20 คน หรือว่าจากพรรคอันดับ 1 พรรคอันดับ 2 เนี่ย แล้วไปบอกว่าความรับผิดชอบทั้งหมดตัวนี้ตกอยู่กับตัวเทคเนี่ย ผมคิดว่าไม่เป็นธรรม

นะครับ แล้วก็ที่ผ่านมาเนี่ย ผมคิดว่าการทำงานของเราก็ทำงานเป็นทีมมาโดยตลอดแล้วเนี่ย ก็รับผิดชอบร่วมกันในฐานะเอ่อ ทีมนะ ครับ อ

เอ่อ ผมคิดว่าประเด็นที่มันมีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเนี่ย มันไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง

แต่ว่ามันเป็นด้วยสถานการณ์ภายนอกที่มันรุมเร้าเข้ามา เรื่องของกรี 44 สส. เอ่อ ด้วย

ใช่มันก็เลยทำให้คุณเท้งวันนั้นไปให้สัมภาษณ์ในรายการคุณสรยุทธว่าถ้าสมมุติ เอ่อ คุณเท้งถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่คดีนี้เนี่ย

เอิ่ม เผอิญว่ารัฐธรรมนูญมันไปกำหนดว่าคนที่จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้เนี่ย ต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง

นะครับ ที่มี สส. ในซีกฝ่ายค้านเยอะที่สุด

ดังนั้นเนี่ย ถ้าคุณเท้งเป็นหัวหน้าพรรค แล้วก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ สส. เป็นผู้ทำฝ่ายค้านได้เนี่ย ถ้าเราอยากให้มีตัวแทนของพรรคไปทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ก็อาจจะจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค แต่นี้ผมต้องย้ำว่าบทสนทนาเรื่องการเปลี่ยนตัวพรรคมันเกิดขึ้นจากประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ เอ่อ เอ่อ ประเด็นมาตรา 44 เอ่อ โทษ ประเด็น 44 สส. ปปช. ไม่ได้เกิดไม่ไม่ได้เกิดจากผลตั้ง

ผลเลือกตั้งใช่

อ๋อโอเค คำถามพี่คือมันมีประเด็นมาที่เราด้วยไอติม ถามถามกว้างๆ อนาคตมีโอกาสที่ไอติมจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนมั้ย

อันนี้ขอสยบข่าวลือ ก่อนเลยครับ เพราะว่ามันก็มีข่าวลือมาแล้วก็ชี้แจงไปหลายราย การแต่ก็อีกรอบคือความจริง

เอิ่ม อย่างที่ย้ำอ่ะครับ คือประเด็นเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค มันถูกพูดถึงโดยคุณเท้งเองในรายการคุณสรยุทธ

เป็นที่แรกนะ เกี่ยวกับเรื่องประเด็นของการมีบุคลากรของพรรคไปเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

ซึ่งความจริงก็เคยเคยเคยเกิดเหตุการณ์นี้ไปแล้ว

ใช่ ตอนที่คุณชัยวัฒน์ไปแทนคุณพิธานะครับ ดังนั้นเนี่ย เอ่อ ก็ไม่ได้เป็นอะไรที่

ที่เป็นอะไรที่ที่ใหม่ในมุมของการบริหารจัดการของพรรคนะครับ

แต่เรื่องตัวบุคลากรเนี่ยไม่เคยมีการพูดถึง อันนี้อันนี้ขอสยบ

ตัวบุคคลไม่มี

ใช่ แล้วก็เข้าใจว่าชื่อผมเนี่ย มันไปปรากฏ เพราะว่ามีนักข่าวไป

เหมือนท่านเลขาธิการพรรค เหมือนพี่ติ่งจะนิดนึง แต่คนพี่ติ่งก็ไม่ได้พูดชื่อ พูดชื่อ

พี่ติ่งพูดตามความเป็นจริงว่ามันยังไม่ได้มีการคุยเรื่องบุคลากรจริงๆ

ดังนั้นเนี่ย เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เพราะว่ามันยังไม่ได้มีการพูดคุยนะครับ ดังนั้นเนี่ย อันนี้ก็ก็อยากจะสยบข่าวก่อนแต่ผมอยากจะย้ำแบบนี้เนาะ คือผมเข้าใจแหละว่า ก็อาจจะมีคนวิเคราะห์ได้ว่า เออ ถ้ามันต้องจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ จะไง

แต่ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเนี่ย คือเราต้องมาตั้งหลักกันก่อนว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณเท้ง หรือว่าอีก 43 คนเนี่ย มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นนะ ครับ คือไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับตัวเนื้อหาของร่างกฎหมายเนี่ย

แต่ท้ายสุดแล้วเนี่ย มันไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ถ้าเสนอเข้าไปแล้วพรรคอื่นไม่เห็นด้วยก็โหวตไม่เห็นด้วยได้

หรือถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยก็วิจารณ์ได้ หรือว่าถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกลก็ลงโทษพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็ได้ หรือถ้าใครมองว่า โอ้โห กฎหมายมันขาดรัฐธรรมนูญจริงๆ มันก็มีขั้นตอนในการยื่นเลือกไปที่ศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยตัวกฎหมายอยู่แล้วนะครับ มันไม่ไม่ควรจะนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมืองนะครับ แล้วก็

ถ้าผมเปรียบเทียบกับฟุตบอลนะครับ

อ่า

ถ้าเรามีทีมทีมนึงแข่งอยู่ แข่งไปสักพัก นักเตะชุดแรกโดนแบน

ครับ

โอเค เราก็ต้องมาวิเคราะห์ว่านัดหน้าเนี่ย เขาจะส่งนักเตะคนไหนมาแทน เอ่อ เราก็เห็นนักเตะชุดใหม่มาชุด 2 โดนแบนอีก

ครั้งที่ 3 เราอาจจะยังวิเคราะห์อยู่ว่า เออ ใครจะมาเป็นชุดที่ 3

แต่ถ้ามันโดนแบนไปเรื่อยๆ เนี่ย สักวันนึง มันจะหยุดวิเคราะห์แล้วนะครับว่าใครจะมาแทน แต่มันต้องวิเคราะห์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเกม โดนแบน

เออ มันเกิดอะไรขึ้นกับเกมฟุตบอลนี้ ที่มันถึงมีทีมนึงที่โดนแบนอยู่ตลอดเวลา

เห็นหมอเก่งวาโยเป่า

ครับ

ที่หมอเก่งวาโยพูดเรื่องนี้แล้วเ้าหมอเก่งดูเครียดแล้วก็มุมมันหมดกำลังใจพอสมควรน่ะไอติมเห็นแล้ว

พวกเราพวกเราเหนื่อยกันมั้ย เอ่อ เฮ้ย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นไง

ความจริงก็อยากเป็นกำลังใจให้คุณหมอเก่ง เอิ่ม เป็นการเฉพาะด้วย เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ 1 ใน 4 สส. ที่ถูกกล่าวหา

แต่เขาเป็นหัวหน้าทีมกฎหมาย

ที่รับผิดชอบ

เอ่อ เรื่องคดีนี้ให้กับทุกคนนะครับ ดังนั้นเนี่ย ผมคิดว่าก็คือยังไม่ต้องไปพูดถึงแรงกดดัน แต่แค่ภาระงานเนี่ย มันก็หนักอึ้งแล้วนะครับ ดังนั้นเนี่ย เอ่อ แล้วแล้วพอมาเจอเรื่องคดี กกต. แล้วก็ต้องทำคำร้อง เรื่องคดี 157 ด้วยเนี่ย ผมก็อยากจะเป็นกำลังใจให้ เพราะว่าก็เป็นภาระงานที่หนักจริงๆ นะครับ แล้วก็ผมก็เชื่อว่าเาก็คงมีความรู้สึกนะครับ วันก่อนไปออกรายการคู่กับเา

เก็ใช้คำว่าไม่ได้เสียใจแต่ก็เสียดาย

เพราะว่าเขาก็ยังรู้สึกว่ามีไฟในการเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศนี้อยู่ แต่การที่เขาถูกสั่งให้หยุดทำหน้าที่ตรงนั้น

เอิ่ ซึ่งไม่ได้มาจากการที่ว่าเขาไป

เอ่อ กระทำการทุจริตคอรัปชั่น หรืออะไรที่มัน ที่มันเอิ่ม ทำให้เขาไม่สมควรไปต่อเนี่ย แต่มันเป็นการจากการเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งผมมองว่าไม่ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันไม่ควรจะนำไปสู่การที่เถูกตัดสินทางการเมืองเนี่ย อ

มันก็ก็ย่อมเป็นเรื่องน่าเสียดาย

ที่ความจริงไม่ได้น่าเสียดายสำหรับแค่คุณหมอเก่ง แต่ผมคิดว่าในมุมของประเทศอ่ะ มันเสียดายที่บุคลากรที่มีทักษะ มีความสามารถ แบบนี้เนี่ย อาจจะไม่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานการเมืองในระบบสภา

ขั้นตอนนี้คือรอรอว่าศาลฎีกาจะรับคำร้อง รับไม่ใช่ และและจะ คือโดยถ้ารับแล้วเนี่ย โดยอัตโนมัติต้องสั่งหยุดไปหน้าที่ แต่เราก็พยายามจะขอให้มีคำคำสั่งเป็นอื่นใด

แต่อันนี้ก็ต้องรอลุ้น ทีนี้ถ้าสมมุติว่า ซึ่งอันเนี้ยน่าจะเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นภายใน 10 10 นิดวันเท่านั้น

เพราะว่ามันเร็วๆ นี้ถูกมั้ยฮะ

มันต้องภายใน 30 วันหลังจาก ปปช. มีมติส่งไปที่ศาล ซึ่ง ปปช. มีมติไปประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้วครับ

โอ้โห

ก็เรื่องเนี้ยก็น่าจะน่าจะเป็นอีกอีกประเด็นนึงที่จะเข้ามาไอ

ติม พี่แซ่บนิดนึง เอ่อ เราสามารถทำคำร้องไปได้มั้ยว่า คือเว้นแต่เห็นเป็นอย่างอื่น เราทำคำร้องมั้ย ทำใช่มั้ยฮะ ทำไปแล้วครับ แต่ผมจำไม่ได้เหมือนจะมีมันจะมีรายละเอียดเชิงเทคนิคเล็กน้อยว่าเหมือนกับมันจะยื่นได้เนี่ย ต่อเมื่อเรื่องมันถูกถูกรับโดย

กระบวนการแรงใช่มั้ยครับ ตอนนี้มันก็เหมือนกับยังไม่ได้มีเลขเรื่องที่ศาลรับมานะครับ ดังนั้นเนี่ย

ถ้าผมฟังหมอเก่งไม่ผิดนะ คือห่วงเวลาที่มีในการยื่นเรื่องนี้ มันเป็นห้วงเวลาที่ไม่ไม่ได้ไม่ได้นาน

โอเค พี่กวนไม่เกิน 3-4 นาทีไอติมเรื่องนึงเมื่อกี้ลืมถามไป มาตรา 112 เนี่ย โอเค มุมนึงเราลดเพดานลงมา พี่ถามในมุมคนที่ เฮ้ย พวกคุณลดเพดานทำไม ทำไมไม่ทำไมไม่สู้กับองค์กรอิสระ มุมเนี้ยเป็นอีกมุมนึงที่ทำให้เราเสียคะแนนมั้ย

สู้กับองค์กรอิสระ คือผมคิดว่าต้องแยกคนละประเด็น เรื่องเนื้อหา 112 กับเรื่อง

องค์กรอิสระนะ

อือๆ

เอิ่ ถ้าเป็นเรื่องเนื้อหา เอ่อ 112 เนี่ย ผมคิดว่าที่ผ่านมาเราก็มีการเอ่อพูดคุยกันมาตลอดนะ ว่าอะไรที่เราเคยเห็นว่ามันเป็นปัญหาเนี่ย

เอ่อ มันก็เป็นประเด็นที่ เราก็ยังคงเอ่อ คือเรายังคงเห็นว่าถ้าเป้าหมายคือการพยายามจะเอ่อ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์เนี่ย ดีที่สุด

ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเนี่ย เราคิดว่ามันมีบทบัญญัติบางส่วนที่สามารถปรับปรุงเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ดีขึ้นได้

นะครับ เอ่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิ์ในการร้องทุกข์กล่าวโทษนะครับ หรือว่าแม้กระทั่ง เอ่อ เรื่องของตัวเอ่อ สัดส่วนของโทษครับ

เพียงแต่ว่าเราก็เข้าใจว่าประเด็นเป็นประเด็นที่มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายเยอะ แล้วก็รัฐธรรมนูญก็ได้วางข้อจำกัดในการพูดถึงเรื่องนี้ในช่วงการเลือกตั้งไว้พอสมควรนะครับ ดังนั้นเนี่ย เราก็เข้าใจว่า

เอ่อ มันคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับคนที่เห็นต่างในหลากหลายส่วน ก็ก็หวังว่าแม้คนที่อาจจะเห็นต่างในวันนี้เนี่ย ก็จะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเรา แม้จะยังเห็นต่างกันอยู่นะครับ

แต่ในส่วนขององค์กรอิสระ ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นอีกประเด็นนึงนะครับ เรายังคงเดินหน้าในการปฏิรูปองค์กรอิสระอยู่นะครับ

แล้วก็ความจริงประเด็นนึงที่เราเห็นว่า เป็นปัญหาหาก็คือว่า ตอนนี้องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น กกต. สตง. ครับ

แม้ว่าเคยถูกออกแบบให้เป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่า เป็นอิสระจริงหรือเปล่าเนาะ

แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่มันเป็นปัญหาคือ ตอนนี้องค์กรอิสระเริ่มเป็นอิสระจากประชาชน

โอ้โห

คือทำงานดีไม่ดี ประชาชนไม่มีส่วนในการสามารถไป

ตรวจสอบได้ ตรวจสอบได้ด้วย

ใช่ แล้วสิทธิ์นึงที่หายไปเลยคือสมัยก่อนเนี่ย ประชาชนมีสิทธิ์ในการเอ่อ เข้าชื่อนะครับ เพื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอน สิทธิ์เนี้ยก็ถูกดึงออกไปจากรัฐธรรมนูญ 60

ซึ่งทันทีที่สภาเปิด เรามีร่างกฎหมายจะยื่น

โอเค

คือเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราครับ

อันนี้คือทำคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่นะครับ แล้วก็เป็นการยื่นเพื่อคืนสิทธิ์ประชาชนในการสามารถริเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรได้ เคยยื่นไปแล้วตอนปี 68 แต่ตอนนั้นคิวมันมาไม่ถึง

รอบนี้ก็เลยไม่อยากรอ ก็คือสภาเปิดปุ๊บ ยื่นเลย มันจะได้เป็นคิวแรกๆ

โอเค ดีครับไอติม สุดท้ายเวลาสั้น เดี๋ยวไว้คุยไอติม แต่พี่อยากรู้ เอ่อ ท่านผู้ชมผมเนี่ย เจอไอติมเป็นระยะๆ นะครับ คือตอนอยู่ทีวีเนี่ย จะเจอบ่อย แต่ตอนโอเค จะอัปเดตเป็นระยะๆ ด้วย แต่ว่าไอติม พี่ถามอย่างงี้ ณ วันนี้ 27 กุมภาพันธ์ ปี 69 เนี่ย เป้าหมายในชีวิตของความเป็นนักการเมืองไอติม จุดสูงสุดคือ ความจริงผมพูดไปแล้ว เป้าหมายผมเนี่ยเรียบง่ายมาก ผมอยากอยู่ในประเทศที่ 1 คือคนตื่นเต้นกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

2 ก็คือคนรู้สึกยินดีกับการจ่ายภาษี

ผมไม่ถึงท่านดีใจนะ แต่ว่ายินดี 3 คือคนสะดวกใจการส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐ

อื

เพราะผมคิดว่า 3 เป้าหมายเยมันสะท้อน 3 อย่าง

คือถ้าคนตื่นเต้นกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แสดงว่าเขาเชื่อว่าเสียงของเขาเนี่ย เปลี่ยนแปลงประเทศได้ ปัญหา

ก็คือเรามีระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย

ครับ

เอิ่ม 2 คือถ้าคนรู้สึกยินดี หรือพร้อมที่จะจ่ายภาษีเนี่ย เอิ่ม ก็แสดงว่าเขามั่นใจว่าเงินภาษีที่ถูกจ่ายเข้าไปเนี่ย มันถูกใช้ อย่างคุ้มค่า อย่างโปร่งใส เพื่อประโยชน์สาธารณะ อ

3 คือถ้าเาสะดวกใจการส่งลูกไปโรงเรียนรัฐ คือเรามีไม่เพียงแต่มีการศึกษาที่มีคุณภาพ

แต่ว่ามันหมายถึงว่ารัฐเนี่ย มีศักยภาพในการจัดบริการสาธารณะที่มีมาตรฐานให้กับประชาชนในประเทศได้

อันนี้คือเป้าหมายสูงสุดของผม

ต้องถึงนายกตรีมั้ย

มันตำแหน่งไม่ใช่ไม่ใช่เรื่องเรื่องหลัก ครับ เรื่องหลักคือการทำให้ประเด็นเหล่าเนี้ย ให้วาระเหล่าเนี้ยมันผลักดันได้สำเร็จ แล้วผมคิดว่าวาระเหล่านี้เป็นวาระใหญ่

เออ

หากโดยใครคนใดคนหนึ่ง ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งไม่ได้อยู่แล้ว ต้องทำร่วมกันเป็นทีม ครับ

เค้าคงตอบได้ดีเสมอเลย เลี่ยงตอบได้ตลอด ไอติม เดี๋ยวอัปเดตกันเรื่อยๆ เพราะว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันนึงที่อัปเดตทั้งที่มาที่ไปทั้งหมด รวมถึงกระบวนการการต่อสู้ วันนี้ขอบคุณมากครับ พี่ทิมครับ ขอบคุณมากครับ

ท่านผู้ชม นี่คือของอาร์ตนะครับ กับคุณ V Plus แล้วก็ CBD ด้วย เจอกันพรุ่งนี้เช่นเคย ประมาณ สัก 20:30 น. หรือ 21:00 น. ผมพร้อมไตมลา ท่านผู้ชมไปก่อนครับ สวัสดี