📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทำไมการ " ฟังเก่ง " ? ถึงทำให้เราพูดเก่ง สื่อสารได้ดีขึ้น | เกลา 10 นาที ย่อยมาแล้ว 10 MIN. SUMMARY

Klaoshow11:59

Transcription

เชื่อว่า หลาย ๆ คน อาจจะมีปัญหาเรื่อง การพูด การสื่อสาร ไม่ว่า จะพูดกับเพื่อน จะพรีเซนต์งาน จะ สื่อสารยังไงดีให้คนอื่นเข้าใจ แต่ ว่าแต่ ทำไมการฟังเก่ง เนี่ยนะ จะทำให้เราพูดเก่งขึ้น มาหาคำตอบกัน ใน 10 MINUTES SUMMARY 10 นาที ย่อยมาแล้ว ที่เราจะนำบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ มาย่อย มาปรุงด้วยกัน มาให้ฟังใน 10 นาที ตอน ทำไมการฟังเก่ง ถึงทำให้เราพูดเก่งขึ้น เริ่มต้นจากพี่ พิ พิริยะ Story Curator ของ TED X BANGKOK อะไรคือสิ่งที่คนพูดเก่งมี ? จุดเริ่มต้นของ การอยากเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี คืออะไร ไม่ใช่การไปหาวิธีให้พูดเก่งนะ ในฐานะคนที่ทำ Talk มาหลายร้อย Talk มาก ๆ แล้วเห็น Pattern เลยว่าคนที่พูดได้ดี คือคนที่ฟังเก่ง ในวันที่ ทุกคนในสังคมอยากพูดนะ คำถามที่เราว่า เรามีพื้นที่ในการฟังมากพอแล้วหรือยัง ฟังไม่ว่าจะเป็นการฟังตัวเองนะว่า จริง ๆ แล้วความต้องการของเรา คืออะไรกันแน่ เราฟังตัวเองมากพอหรือยัง ว่าเราต้องการอะไรจากเวทีนี้ เราจะพรีเซนต์งานครั้งนี้ เราต้องการอะไรจากคนฟัง ตัวเราเองมีของอะไรดี มีประสบการณ์อะไรที่มีคุณค่า เราฟังคุณค่าของตัวเองชัดพอหรือยัง นี่คืออย่างแรกเนาะ คือการฟังตัวเอง อย่างที่ 2 คือ การฟังคนอื่น คนที่เราจะไปคุยกับเขาเนี่ย เราฟังเขามากพอหรือยัง เรารู้หรือยังว่า เขาต้องการอะไรกันแน่ บางทีก็อยากจะพ่นอะไร เราอยากจะพูดเรื่องที่เราไป ทำการบ้านมา Research มา แต่คนนั้นเขาไม่สนใจอ่ะ สมมุติเป็นครูที่อยากเล่าเรื่องฟิสิกส์ แต่เด็ก ๆ เขาอยากเล่นเนาะ เด็ก ๆ เขาสนใจเกมออนไลน์ พับจี อะไรอย่างเนี้ย ครูสมัยก่อน ที่ไม่เป็นนักเล่าเรื่องเนี่ย ก็จะเลือกที่จะเปิดสมุด ลอกลงสมุดให้ดู ทำแบบฝึกหัดนะ ไม่ทำก็ตี นี่คือการยัดเยียดเรื่องราว ที่เรารู้สึกว่า ก็มันดีก็ ฟังสิฟังไปสิสนใจสิ แต่เราว่า ครูหรือว่าคนที่เป็นนักเล่าเรื่องที่ดี จะคิดว่า เอ๊ะ ถ้าเขาสนใจเรื่องเกม เราสามารถสอนฟิสิกส์ผ่านเกม พับจี ได้ไหม เราสามารถพรีเซนต์งาน ให้เจ้านายเราฟัง ผ่านเรื่องราวของลูกได้ไหม เขามีลูกอ่อนก็น่าสนใจนะ ยกตัวอย่างเป็นลูก เขาน่าจะอยากฟัง นี่คือตัวอย่างของคนที่ฟังคนอื่นมากพอ เข้าใจคนอื่นมากพอ กลับมาเลยครับ ถ้าคุณอยากเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี บันไดก้าวแรกที่ต้องทำคือ เป็นนักฟังที่ดีก่อน ฟังตัวเองให้ดี ฟังคนอื่นให้ดี ผมเชื่อว่า ฟังดีมากพอ ฝึกฟังให้ดีมากพอ คุณจะเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีได้ไม่ยากเลย

ทำไมการฟังถึงสำคัญ ? จากบทสัมภาษณ์ของ พี่นิค วิเชียร อดีตผู้บริหารค่ายเพลง จีนี่ เรคคอร์ส การฟังมันสำคัญ บางทีการฟัง มันไม่ได้แปลว่า การฟัง แบบฟัง แต่มันคือการจับจ้อง ดูว่าเขามีอะไร ถ้าเราแต่จะพูด เราจะไม่ได้ยิน นั้นสิ่งที่เราต้องทำมาก ๆ คือการฟัง การฟังมันจะทำให้เราได้อะไรเยอะมาก นี่คือกฎข้อที่ 1 นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้าลึก ๆ แล้ว มันก็มาจากบทเรียน ที่พี่เคยทำในอดีต เกม ๆ นึง เขาเรียก Accept Reject Ignore มันเป็นเกมพัฒนาคน มันเอาคนออกไป 3 คน แล้วสามคนนี้ต้องเป็นเตรียมเรื่องมาเล่า ให้คนในกลุ่มฟัง กลุ่มจะต้องทำอยู่ 3 เรื่อง คนแรกเขาต้อง Accept คนที่ 2 เขาจะต้อง Reject คนที่ 3 เขาจะต้อง Ignore แล้วก็ลองนึกดูสิว่า 3 คนที่มาเล่าเนี่ย ปฏิกิริยามันจะเป็นยังไง ขณะที่คนแรกมาเล่า โห ว้าว จริงอ่ะ ดีอ่ะ ทุกคนที่แบบ ตั้งใจฟัง คนแรกก็ฮึกเหิมเล่าใหญ่เลย ความเชื่อมั่นก็มา ถูกป่ะ พอคนที่ 2 Reject ไม่ได้เรื่องเลย ไม่จริง !@#$%^ มีจะชกกันนะ เพราะว่า มันยุ มันเล่นละคร เนียนไง ดักคอ พอจะพูดก็ดักคอ รอพูดจบก่อน ไม่ได้พูดไม่มีเหตุผล เลยกลายเป็นแบบนี้ เล่นละคร จะมีคน ๆ นึง คอยจบพฤติกรรม ของคนนี้ที่พูด พอคนสุดท้าย หนักเข้าไป Ignore คนนี้พูดไป ไม่สนใจ ไม่มีตัวตน เหมือนพูดอยู่คนเดียว ร้องไห้เลย ถึงขั้นร้องไห้เลยเตรียมมาอย่างดี เพราะว่าอะไรหลังฉาก ไปต้องไปเตรียมเรื่องดี ๆ มาเล่าให้เพื่อนฟังนะ เพื่อนอยากฟังมาก แต่พอมาแล้วเจอแบบนี้ ถามว่าเราได้บทเรียนอะไร การเป็นนักฟังที่ดีไง เวลาพี่ประชุม สิ่งแรกที่พี่จะทำคือ ฟัง แล้วมันก็ฝึกเป็นนิสัยพี่ คือเวลาเข้าห้องประชุม สิ่งที่พี่พยายาม ว่ามา ว่ามา ว่ามา ลูกน้อง โปรเจคนี้ ไหนลองแสดงความคิดเห็น เสร็จแล้วจะมีบางคนกล้าแสดงออก ซึ่งเราต้องสร้างบรรยากาศ ของความกล้าแสดงออก แล้วถ้าไอเดียมันดี เราก็บอก เจ๋ง ทำเลย ถ้าน้องเป็นคน ๆ นั้น น้องเป็นยังไง ผ่อง รู้สึกดี แล้วพี่ได้อะไร พี่ได้ผู้กล้าไง ได้คนใหม่ ได้คนเก่งคนใหม่ ถูกผิดยังไม่รู้นะ แต่เราต้องกลั่นกรองด้วย แล้วพี่ก็ไม่ต้องถกแขนเสื้อแล้วลงไปลุยเอง ดอกไม้มันบานไง คราวหน้า คนนั้นต้องเสนอบ้าง คนนี้ต้องเสนอบ้าง แล้วอย่างนี้มันจะเกิดคนเก่งใหม่ ๆ ขึ้น นี่การคือการให้โอกาส

อะไรสำคัญที่สุดของการเป็นนักสัมภาษณ์ที่ดี ? จากบทสัมภาษณ์ของ พี่เคน นครินทร์ บรรณาธิการบริหารของ THE STANDARD คือ "การฟัง" ครับ สำคัญที่สุดในสามโลก สำคัญที่สุด พี่เวลาไปสอนเรื่องสัมภาษณ์ ที่บอกว่า คุณต้องเป็น Active Listening. Don't judge hear all listen. ต้องเป็น Active Listening คุณต้องฟังแบบ Active พี่ว่าสำคัญที่สุด ในการสัมภาษณ์ ไม่มีประโยชน์เลยที่ คุณจะมาถามมา 10 คำถาม แล้วก็ ถาม ถาม ถาม ถาม ส่งอีเมล์มาก็ได้ ใครก็ถามคุณได้ สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องฟังในสิ่งที่เขาพูด จับประเด็น ต่อยอด อันนี้สำคัญสุด เพราะฉะนั้น องค์ความรู้ของคุณที่มี ก็ต้องเยอะมาก ว่าต่อยอดในสิ่งที่เขาพูดมา ได้อย่างไร ถามแบบไหนที่มันจะตรงใจคนฟัง ที่เราอยากจะสื่อสารมากที่สุด แล้วเดี๋ยวคำถามที่ได้ มันจะออกมาเอง มันจะคมของมันเอง จะเป็นถามสั้น ๆ บางทีสั้นมาก 3 ประโยค ประโยคเดียว 3 คำ แต่เขาไม่เคยตอบที่ไหน Core จริง ๆ หัวใจที่สำคัญที่สุด พี่เชื่อว่าคือการฟังอย่างจริง ๆ นะ จริงใจ จริงจัง อะไรก็ว่าไป คือ Active Listening มันจึงไม่ใช่แค่ ได้ยิน หรือแค่ฟัง แต่ต้องฟังแบบจับใจความ แล้วต่อยอดประเด็น ซึ่งบอกได้เลยว่าเหนื่อย เพราะมันฟังแล้วมันคิดต่อ ไปดูคนที่สัมภาษณ์เก่ง ๆ จริง ๆ ทุกคน คำตอบคำเดียวกับพี่หมด "ฟัง" คนทุกคนชอบพูด พูดมันง่ายกว่า พูดไม่ออกบอกตัวตน มันได้โม้ มันง่ายกว่า แต่การฟังอย่างมันต้องอดทนเว้ย มันต้องฟัง แล้วก็ค่อยถาม แล้วก็ฟัง เพราะฉะนั้น พี่ว่าได้เปรียบคนที่ฟังเก่ง เพราะว่าคุณจะได้ความรู้ใหม่ตลอดเวลา คุณเก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ พี่จะทำอย่างนั้น ในทุกบทสนทนา พี่จะไม่ค่อยพูด พี่จะเป็นคนฟัง ต้องฝึกฟัง ฝึกจับประเด็นให้ได้มากที่สุด เป็นเรื่องของการลงมือทำ ไม่ทำ ไม่มีทางเก่ง ไม่มีทางที่คุณจะว่ายน้ำเก่ง โดยที่คุณไม่ว่ายน้ำอ่ะ คุณเรียนไปเหอะ บนกระดาษ ไม่มีทางเก่ง คุณต้องกระโดดลงไปเลย การสัมภาษณ์ก็คือ ต้องฝึกฟัง แล้วก็ฝึกตั้งคำถามที่มันแหลมคม ฝึกนี่ต้องบอกเลยว่า ไม่ต้องฝึกจริง ง่ายที่สุดกลับไปที่บ้าน คุยกับพ่อ คุยกับแม่ พี่ทำประจำกับเพื่อน เพื่อนมันด่าพี่ประจำ สัมภาษณ์กูอีกแล้วหรอ เพราะพี่สัมภาษณ์ตลอดแต่ก่อน บ้ามาก พี่จะถามความฝัน คืออะไร ถ้าไม่ใช่อย่างนี้ จะทำอย่างนั้นไหม ตอนนี้คืออะไร ถามไป มันคือการฝึก ฝึก พี่ถามหมด เพื่อน แม่ พ่อ ถามได้เรื่อย ๆ ถามคนที่เรารู้จักอะไร แล้วเชื่อไหมว่า การถามเก่งเนี่ย ทำให้คนอยากคุยกับเรา พี่ถูกนัดไปกินดินเนอร์บ่อย ทุกคนจะพูดว่า เคนคุยเก่ง ผมบอก ผมไม่ได้คุยอะไรเลยครับ ผมถามอย่างเดียว ผมไม่ทำอะไรเลย เพราะพี่ชอบฟัง พี่ชอบถาม แล้วก็ได้ตอบในสิ่งที่มันไม่ไร้สาระ ไม่ได้ถาม แบบเลิกกับแฟนแล้วมันยื่นไมค์ถาม เสียใจไหม ไม่ต้องถามก็ได้ และคำถามที่มันไม่ได้นำพาไปซึ่งอะไรเลย พี่ว่าฝึกได้ ถามคนรอบข้าง ถามเพื่อน ฝึกจับคู่กันก็ได้ มาให้ฝึกสัมภาษณ์หน่อยดิ อันนี้พี่ได้จากตอน A DAY เขาฝึก เขามีเด็กฝึกงาน 15 คน เขาจับคู่เลย ฝึกสัมภาษณ์เพื่อน และฝึกโดนสัมภาษณ์กลับว่า เวลาโดนคนสัมภาษณ์ แล้วรู้สึกยังไง การเริ่มต้นบทสนทนาแบบนี้ถูกต้องไหม นั่งใกล้ชิดไปหรือเปล่า การนิ่ง ปล่อยเดดแอร์ขนาดไหนกำลังดี มันจะมีจังหวะ หงุดหงิดรึเปล่า ถามอะไรเนี่ย แล้วเคยทำอย่างนั้นหรือเปล่า พี่ว่าถ้าไม่ฟัง เราไม่มีทางเลยที่เราจะเข้าใจคนที่ คิดไม่เหมือนเรา เราอยู่ในโลกของเราตลอดเวลา วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เราไม่ฟังคนที่คิดไม่เหมือนเรา ฟังต้องฟังคนที่คิดไม่เหมือนเรา ต้องกล้าที่จะฟังด้วย ว่าคนที่คิดไม่เหมือนเราคิดยังไง และหาทางออก ด้วยกัน พี่ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นเยอะมาก พี่ว่าถ้าแก้เรื่องนี้ได้นะ คนไทยแก้เรื่องนี้ได้นะ ไปไกลเลย แค่ฟังนะ มันดูเหมือนง่ายนะ แต่มันยากนะครับ ผู้ใหญ่ฟังเด็ก ต้อง Tranform องค์กรแล้ว ฟังเด็กหรือเปล่า ว่าโลกเปลี่ยนเป็นยังไง เด็กฟังผู้ใหญ่หรือเปล่าว่า ประสบการณ์ที่เขามีมันมีประโยชน์ให้กับองค์กร กับสังคม กับบ้าน พ่อฟังลูก ลูกฟังพ่อ แม่ฟังพ่อ พ่อฟังแม่ พี่ฟังน้อง ฟังกันหรือเปล่า ปัญหาคือเราไม่ฟัง เราไม่เปิดใจฟัง เราไม่ Empthy เราไม่เข้าอกเข้าใจ มันจึงเกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้น ในองค์กรเองก็ตาม ที่พี่บอกบริหารคนสำคัญสุดสำหรับพี่ คือฟัง พี่ต้องฟังทีมงานพี่ตลอด ว่าลูกน้องพี่คิดอะไรอยู่ คิดยังไงกับพี่ พี่ต้องฟัง ถ้าพี่ไม่ฟัง พี่จะกลายเป็นเถ้าแก่ที่สั่งการ อย่างเดียว อย่างนี้ไม่เกิดประโยชน์ นิสัยนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้น คือไม่ฟังปิดประตู ทั้งหมด แล้วก็คิดแต่สิ่งที่ตัวเองคิดว่า มันถูกต้อง เอาแค่ฟังอ่ะ มันเป็นประตูแรกที่จะเปิดไปสู่ อะไรอีกมากมายในอนาคต ทำไมเราไม่เกลาตัวเอง ก่อนที่จะไปเกลาคนอื่น ถ้าคุณเองก็อยากจะเป็น 1 ในคนที่พูดคุยเก่ง และทำให้ใคร ๆ รู้สึกทุกครั้ง ที่คุยด้วยแบบนี้ ก็ลองนำเทคนิคแบบไปใช้กันดู และการพูดคุยนี้จะดีและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ถ้าเราได้นำเอาหลักธรรมเรื่อง วาจาสุภาษิต ไปประยุกต์ใช้ด้วย เป็นการพูด ที่เกิดประโยชน์ทั้งการผู้พูดและผู้ฟังนั่นเอง วาจาสุภาษิต มีด้วยกัน 5 ข้อ ดังนี้ 1. สิ่งที่พูดต้องเป็นความจริง 2. ต้องเป็นคำสุภาพ 3. พูดแล้วเกิดประโยชน์ 4. พูดด้วยใจเมตตา ปรารถนาดี 5. พูดให้ถูกกาละเทศะ คือ ถูกสถานที่ และเวลา สุดท้ายขอให้ทุกคนโชคดี และประสบความสำเร็จในการพูดจับใจคนฟัง และมีกัลยาณมิตรที่ดีกันนะคะ ขอบคุณค่า