Transcription
ส่วนต่างจริง >> อ้าสวัสดีครับ คุณสิ >> เชิญครับ >> คุณผู้ชัมีคู่แข่งนะ >> อาจารย์นี่ทำรายการเ้าเองแล้ว >> เหรอ ทำเล็กๆ เป็น YouTube ทำทำพวกรีวิว >> รีวิวของ เอ่อ รีวิวของ เอ่อ Facebook >> อ่า แบบ [เพลง] สั้นๆ >> มีลงเสียง ทำเป็นพcสครับนิ่งทำ >> พcสด้วย >> เขียนวิเคราะห์รายวัน >> ช่อง YouTube ไหม >> เอ่อ ช่อง YouTube มีแต่ว่าไม่มีเวลาทำอ่ะ ก็คือใช้ เอ่อ ใช้แชร์ไปจากช่อง >> ช่องไหนช่อง >> จากช่อง เอ่อ Facebook Facebook ทำรีวิว >> ปีนี้ 60 ยัง >> 62 ฮะ >> ออ >> อื เอ้ย แต่ยังสอนได้อยู่ใช่ไหม >> สอนได้ ต่ออายุ ต่ออายุ >> อ๋อ เต่อไปหลายปี >> ต่อ 5 ปี >> 5 ปีเลยเหรอ เออ >> อื >> แล้วนิดาเป็นไงนิดา >> ก็ตอนนี้คนเรียนปริญญาโทน้อยลง >> น้อยลง ปริญญาโทน้อยลง ก็ใช้การเปิดออนไลน์ [เพลง] >> ออนไลน์เหรอ เป็นออนไลน์ >> อือ อือ อย่างหลักสูตรผม เมื่อก่อนเนี่ย มันมีหลักสูตรพัฒนาสังคม เพราะคนก็เรียนเยอะ แต่ช่วงหลังเไม่ค่อยมี คนเรียนละเหรอ >> น้อยมาก ปี [เพลง] นึงก่อน แล้วก็ >> เมื่อประมาณสัก 10 ปีที่แล้ว ก็เปิดหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา >> เรียนไหม >> เอ่อ ก็มี แรกๆ ก็มีคนเรียน แล้วจากนั้นเนี่ย ก็ลดลง แต่ว่าพอไปเปิดออนไลน์เนี่ย ก็กลับมีคนสนใจเรียนเยอะแยะเลย คราวนี้เหรอ >> ฮะ อ๋อ >> ส่วนปริญญาเอกเนี่ย stable นะครับ ผมก็อยู่ ที่ประมาณสัก 7-8 คน ต่อก็กำลังดี >> ปริญญาโทนี่ ออนไลน์นี่เราคิดค่าเราเรียนยังไง >> ก็คิดตามปกติ >> เหรอ >> อ๋อ >> อ๋อ ราคาเท่ากับปกติ >> แล้วออนไลน์อย่างเดียวเลยเด็ก >> ออนไลน์อย่างเดียว >> แล้วก็ไม่มีมาห้องเรียนก็ออนไลน์ทุกคน >> อ่า ออนไลน์ทุกคน แล้วก็อาจจะมาโรงเรียนบ้าง เอ่อ แล้วก็อาจจะมีนัด นัดกันพิเศษนา อะไรแบบเนี้ย >> แล้วอาจารย์ที่สอนก็คือนั่งสอนที่บ้าน สอน ที่ไหนก็ได้ >> สอนที่ไหนก็ได้ >> อื >> แล้วสอนการเมือง หลักสูตรมันต้องเปลี่ยนไหม เพราะการเมืองบ้านเรา วิเคราะห์ยากอ่ะ [เสียงหัวเราะ] >> ไม่ อาจารย์พิชาสบาย >> ไม่ใช่เหมือนเป็นคนเรียนไง ใช่มั้ย >> เอ่อ ก็ [เสียงหัวเราะ] มันมี เอ่อ มันมีความคิดทฤษฎีเยอะในการวิเคราะห์ที่เราจะให้สอน >> อ ใช่ >> ตั้งอุดมการณ์ [เพลง] เนี่ย เฉพาะอุดมการณ์เนี่ย >> อือ >> สอนกันมีประมาณ 12 อุดมการณ์ [เพลง] >> ที่โลดแล่นอยู่ในโลก แล้วก็มีอิทธิพล >> นะ >> ตั้งแต่พวกอุดมการณ์ดั้งเดิมนะ อยู่แชสมัยก่อน พวกสังคมนิยม เสรีนิยม >> อื >> อนาธิปไตย แล้วก็อุดมการณ์สมัยใหม่ พวกนิเวศ >> นิยม พวกพหุ ยม เอ่อ อะไรล่ะ พหุ [เพลง] >> วัฒนธรรมนิยม >> แล้วพวกรากฐานนิยมทางศาสนา อะไรพวก >> ใช่ >> พวกนี้ก็เป็นพวก [เพลง] สตรีนิยม พวกนี้เป็นอุดมการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วก็มีบทบาท โดยเฉพาะถ้าในประเทศสแกนดิเนเวียเนี่ย >> เราจะมีพรรคที่สะท้อนอุดมการณ์พวกเนี้ย >> เยอะมาก >> เยอะ เยอะ แล้วก็แต่ละพรรคก็จะมีที่นั่งนะ >> อื ใช่ มีที่นั่ง พรรคเขียว งี้ นะ พรรคกรีน เยอรมานีพ >> แล้วต้องมีอันใหม่ ทรัมป์นิยม >> เออ >> แล้วก็มีพวกประชานิยมแบบทรัมป์ >> ประชานิยมแบบทรัมป์ >> ประชานิยมก็มีทั้ง เอ่อ ประชานิยมฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย >> ใช่ๆ >> บ้านเราเป็นไรบ้านเรา >> บ้านเราเป็นประชานิยมฝ่ายขวา คือสมัยแรกๆ >> ประชานิยมฝ่ายขวาเหรอ >> เอ่อ ช่วงแรกทักษิณเนี่ยเป็นประชานิยม [เพลง] เอียงไปทางซ้ายหน่อย >> อือๆ อื >> แต่ว่าตอนหลังเนี่ยเาก็ เอ่อ ลดความเป็นประชานิยม [เพลง] ลง แล้วก็เอียงเข้าไปสู่ conservative คือประชานิยมเวลาเราพูดเนี่ย ต้องพูด 2 ระดับ >> อื >> ระหว่าง [เพลง] ตัวนโยบายกับตัวอุดมการณ์ ซึ่งมันจะต่างกันอ >> อ่า >> อ่า แล้วอุดม เอ่อ อุดมการณ์เนี่ย มันจะพูดชัดเลยระหว่างฝ่ายประชาชนกับฝ่ายชนชั้นนำ >> อื นี่คืออุดมการณ์ >> อื ในเชิงอุดมการณ์ แต่ว่าตัวนโยบายประชานิยมใครก็ไปใช้ได้ >> อ่า ถูกต้อง >> อ้า ไปๆ ไม่ อาจารย์วิเคราะห์การ [เพลง] เมืองจากราคา น้ำมันว่าราคาน้ำมันขณะนี้ที่บริรัฐบาลนี้บริหารอยู่ [เพลง] เนี่ย >> กับความมั่นคงทางการเมืองหรือประสิทธิภาพการเมืองเนี่ย วัดกันได้ไหม ราคาน้ำมัน [เสียงหัวเราะ] นะ อาจารย์พิชัยนี่ต้องเราต้องพูดนอกตำราว่าแก >> เจ้า เอ่อ ทฤษฎี >> เราต้องเอาประเภทชาวบ้านใส่เข้าไป >> อื >> แต่ว่ามันวัด มันวัดกันได้นะ คือไอ้ราคาน้ำมันเนี่ย มัน [เพลง] สะท้อนถึงความ เอ่อ ด้อยประสิทธิภาพ >> ของรัฐบาล แล้วมัน [เพลง] ก็จะมีผลถึงความเชื่อมั่นทางการเมือง >> อ่า >> คือถ้าเราสังเกตดูเนี่ย ในช่วงแรกๆ ที่มีสงคราม [เพลง] เป็นพิชัย >> อือ >> อ เรามีนโยบายทันทีเลยว่าจะอุดหนุน >> อือ >> เอาเงินกองทุนเนี่ย >> ครับ >> ไป เอ่อ อุดหนุนดีเซล แล้วก็อุดหนุนเยอะด้วยนะ เพื่อจะตรึงไว้ที่ 30 บาท >> อ ครับ >> 15 วันแรก >> อ่า 15 วันแรกเนี่ย >> บอกก่อนล่วงหน้าไม่เกิน ไม่ใช่ม ประมาณ เนี้ย ไม่เกิน 33 >> เพราะงั้นเนี่ย >> 15 วันไม่เกิน 33 >> เงินกองทุนเนี่ย มันก็เทไปอยู่อย่างเงี้ย มันก็เอาทรัพยากรทั้งหมดเนี่ยไปสู้กับตรงเนี้ยอ >> อือฮึ >> ทีนี้พอไปเทปั๊บเนี่ย ปรากฏการณ์ที่มันเกิด ซึ่งจริงๆนะ รัฐบาลเ้าก็น่าจะคิดได้นะ แต่ว่าเ้าอาจจะลืมไปหรือเปล่าไม่รู้ >> ไม่ทันได้คิดมั้ง >> เออ ไม่ทันได้คิด >> เออเ้า >> อ่า มันก็เลยเกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิด เอ่อ พอราคามันต่างกันมากเนี่ย มันเกิดพฤติกรรม เอ่อ การฉวยโอกาสขึ้นทันทีเลย แล้วการฉวยโอกาสเนี่ย มันก็ฉวยโอกาสกันทุกกลุ่มอ >> ใช่ >> กลุ่มไหนที่มีพลังอำนาจมากก็ฉวยโอกาสได้มาก อือ อือฮึ อือ >> เ้าก็คาด สามารถคาดการณ์ได้ว่าท้ายที่สุดเนี่ย มันก็ต้องปล่อย >> อื >> งั้นการกักตุนมันก็เกิดขึ้น >> ใช่ >> พอการกักตุนเกิดขึ้นปั๊บ สิ่งที่ตามมาคือ น้ำมันมันก็ขาด แล้วคนก็เข้าคิวอย่างที่เราเห็นเนี่ย >> อือๆๆ >> ผมว่าคุณสิทธิชัยตามมาหลายประเทศเนี่ย เห็นประเทศไหนเเข้าคิวซื้อมั้ย >> อื มีบางประเทศมี แต่ว่าของเรามันร้อนรวนกว่าเพราะ >> อือฮึ >> รัฐบาลของประเทศต่างๆนะ เอามาบอกความจริง >> อื ใช่ >> ว่ามันแย่จริงๆ แล้วก็ทุกคนต้องไปของเรา บอกใช้ชีวิตปกติ >> อื >> ไม่มีอะไรต้องกังวล มีพอแน่นอนสำหรับทุกคน >> ขอให้ไปเที่ยวสงกรานต์ให้สบายใจ เอ้ย เที่ยวให้สบายใจ นี่คือน้ำมันต้อง ต้องมี >> น้ำมันต้องมี >> น้ำมันต้องมี >> แล้วมันต้องไม่แพงนะ >> ใช่ แต่มันเห็นชัดเจนว่าตอนที่ >> ราคาเตรียมจะหลอกปล่อยเนี่ย >> ครับ >> น้ำมันไม่มี่ >> พอให้ปล่อยตามกลไกการตลาดน้ำมันมีเลย เนี่ยแสดงว่ามันหายไปช่วงนี้ใช่ไหม >> ใช่ แล้วก็ตัวเลขมันก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ในตอนเนี้ยว่ามันหายไป >> ออ อือฮึ >> เอ่อ ไอ้ตัวเลขที่ เอ่อ อะไรนะ เลขาสภาพเนี่ย เเคยว่าเฉลี่ยของเราเนี่ยอยู่ประมาณที่ ใช้ดีเซลเนี่ย 45 ล้านลิตรถึงประมาณสัก 60 ล้านลิตรต่อวัน แล้วก็ในช่วงนั้นเนี่ย >> มันผลิตไปถึงตั้ง 80 กว่าล้านลิตร >> อ่า >> อ่า แต่ว่ายังขาดนะอ >> ยังขาด ยังขาด [เสียงหัวเราะ] นะ เพราะงั้นมันก็หายไปแน่นอน อือฮึ >> อันนี้ก็แสดงชัดเจนว่าตัวรัฐบาลเนี่ยผิดพลาดทั้งในเชิงนโยบาย คือแทนที่จะปล่อยให้ราคามันขึ้นไป แล้วก็เอาเงินกองทุนน้ำมันเนี่ย โปะ เอ่อ แบบโปะ เอ่อ จำนวนหนึ่ง ไม่ไม่โปะทั้งหมด แล้วก็บอกประชาชนว่า >> เออ ดีเซลมันต้องขึ้นนะ ยังไงมันก็ต้องเลย 33 แน่ >> แล้วก็อาจจะโปรดได้สัก 2-3 วัน แล้วให้มันขึ้นไปขั้นบันไดวันละบาท >> อ่า 2 บาท อะไรแบบนี้ก็ว่า อือ อือฮึ >> ถ้าเป็นแบบนี้เนี่ย น้ำมันจะไม่ขาดอ >> นะ แล้วเราก็ไม่ต้องเข้าคิวอ >> ทีนี้พอพอไปโปอัดไว้ 15 วันในราคา 30 31 บาท 30 ไม่เกิน 33 เนี่ย >> อือ >> มันก็เลย 15 วันแห่งการกักตุ้มเข้ามา >> ใช่มั้ย พอบอก 15 วันเราก็เราก็กลับไว้ 15 วัน >> วันนี้ 16 เราก็ปล่อย >> ขึ้น >> เพราะว่าเรารู้ว่ายังไงก็เอาไม่อยู่ไง >> ใช่มั้ย เพราะว่าคุณมีเงินเท่าไหร่คุณก็เอาไม่อยู่ ฉะนั้นพ >> 15 วันปั๊บนี้เราเก็บไว้ก่อน >> อือื >> แต่อย่างน้อยก็เป็นเครื่องพิสูจน์นะ บอกว่าอ >> น้ำมันไม่ขาด ขาดจริง >> ไม่มีการตุน >> ใช่ >> วันนี้ชัดเจนว่ามีการตุนจริง >> ใช่ๆ >> แล้วก็ตอนนี้คำถามก็คือว่า ไอ้ที่ตุนเนี่ย >> คนใกล้ตัวคุณหรือเปล่า [เสียงหัวเราะ] >> ใช่มั้ย >> ใช่ ทีนี้ครั้งนี้เนี่ย ก็คือว่าที่อยากจะชี้ก็คือว่าเป็นความผิดพลาดเชิงนโยบายของตัวรัฐบาลที่ใช้นโยบายแบบนี้ >> แล้วก็ไม่ได้ประเมินผลกระทบว่าถ้าใช้ นโยบายแบบนี้แล้วจะมีผลกระทบอะไรตามมา อือ >> นะ อือฮึ >> อีกอันนึงเนี่ย มันก็สะท้อนให้เห็นตัวตนของคุณอนุทินเนี่ย ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น >> คือ >> การรับรู้ปัญหาช้า >> อื >> ไม่มี sensitivity >> ไม่มีความไวในการรับรู้ปัญหา แล้วก็ขาด >> วิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงระหว่างผลสืบเนื่องของนโยบายที่ตัวเองใช้กับสิ่งที่ตามมาเนี่ย ภายหลังว่ามีอะไรบ้าง อือฮึ อือฮึ >> คุณนี่คือสิ่งที่คุณอนุทธินขาดอย่างแรง แล้วก็ที่จริงแล้วเนี่ย >> ทั้งๆที่ผ่านวิกฤตมาหลายวิกฤตนะ >> ก็วิกฤต >> ทำไมไม่เรียนรู้เหรอ >> วิกฤตอื่นๆแกก็ขาดตรงนี้อ่า >> แต่แกรอดมาได้นะ โควิด น้ำท่วม รอดได้ยังไง >> ได้คุยด้วยนะว่าแก ใช่ๆๆๆ >> ใช่มั้ย >> ใช่ๆ [เสียงหัวเราะ] >> ได้คุยด้วยไม่ใช่ว่าแกเนี่ยทำให้ประเทศร่อนมา โควิดแกก็เอารอดเงี้ยนะ ตั้งแต่ >> เอ่อ น้ำท่วม น้ำเชื่อมแกก็เนะบ้านกระทั่ง โควิดนะ โอ้โห >> คนก็งงแบจริงเหรอท่าน >> เออ >> ใช่มั้ย >> คือมันเป็นโรคคู่ขนานไง [เสียงหัวเราะ] ระหว่างความจริงของอนุทิน กับความจริงของประชาชนไม่ค่อยตรงกัน >> เอฮึ >> แต่อันหนึ่งเนี่ย >> ที่ผมเห็นอย่างชัดเจนก็คือว่า ไอ้ความไวต่อการรับรู้ปัญหาเนี่ย แกช้า แกไม่ไหว >> นะว่า >> คือปกติเนี่ยผู้นำที่เขามีวิสัยทัศน์ เห็นอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนิดเดียวเนี่ย เขาสามารถคาดการณ์ได้ทันทีเลยว่าอะไรจะเกิด ขึ้นตามมาบ้าง แล้วก็เตรียมการที่จะดำเนิน การป้องกันนะ หรือแก้ไขแต่ >> เป็นได้มั้ยว่าเพราะที่ผ่านมาแกเป็นรองนายก มาตลอด แกไม่เคยมาเป็นนายกที่จะต้องรับอยู่แถวหน้าคนเดียว ฉะนั้นครั้งนี้แกก็เจอโดยที่กระหันสายหันความไม่มีหนึ่งอยู่ข้างหน้า >> อันนั้นก็เป็นเป็นส่วนหนึ่งคุณศรีชัย แต่ผมคิดว่า >> แกถูกหล่อหลอมแล้วก็บ่มเพาะมานานกว่านั้น >> แบบ >> ก็คือเนื่องจากว่าแกเป็นลูกเถ้าแก่ลูกคนโนใช่มั้ย แล้วก็อยู่กันแบบ อ่า อาจจะถูกเลี้ยงแบบสบายๆ ไม่ต้องต่อสู้อะไรมาก >> แกบอกว่าแกเป็นสุขนิยมอ่ะ เออ นั่นแหละ ใช่ >> ก็ใช้คำนี้เหรอ >> เออ นั่นแหละ >> แกความหมายแกจะเหมือนว่าแกก็มีความสุข ประชาชนก็มีความสุขมั้ง เออนะ >> สุกมันจำกัดอยู่แค่วงเดียว >> ไม่แต่อาจารย์ฮะ อาจารย์บอกว่าแกไม่ไวต่อเรื่อง >> ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นมาพูนะ >> แต่แกมีความไว >> ต่อทางการเมืองนะ >> เออ ว่าเช่น >> จะเอาใครมาอยู่ ไม่เอาใคร จะเอาใครออก จะสับขั้วจะเปลี่ยนหัวแก >> อ๋อ ตรงนั้นมีผู้อันนั้นมีคนช่วยอ๋อ มีคนช่วยเหรอ ช่วยเหรอ >> มีคนช่วยวาง [เสียงหัวเราะ] >> ใช่มั้ย >> แต่น้ำท่วมนี่ไม่มีใครช่วยคุณ >> อ่า ใช่ น้ำท่วม โควิดเนี่ย ไม่มีคนช่วย >> เอ้ย น้ำท่วมตอนนั้นแกเป็นนายกหรือเป็นรอง >> น้ำ >> น้ำท่วมเป็นนายกเป็นนายกแล้ว >> นายกแล้วที่ส่งธรรมนัสไปด้วยตอนนั้น >> อ่า แล้วก็ให้คุณธรรมนัสเนี่ยเป็นคนบัญชา อันนั้นอันนั้นแหละพิสูจอันแรกเลยว่าพอเจอ ของจริงอย่างหาดใใหญ่นี่ >> แกตั้งหลายกรรมการหลายชุดผมจำได้ >> แล้วจุดอ่อนแกคือ >> แกต้องเอาใจทุกกลุ่มผมฮะ แกตั้งทหารจำได้ มัทหารมาคุมกองนึง แล้วก็ตั้งข้าประจำ >> ปลัด อ่า มาแต่ก็ต้องมีบทบาท แล้วก็ตั้งนักการเมืองธรรมนัสไปลุย >> สังเกตแกจะต้องเอาใจทุกกลุ่มไง การที่แกบริหารการเมือง >> เวลามี >> ภัยธรรมชาติเนี่ยมันไม่ได้ >> ใช่ >> แต่รอบที่มาบริหารวิกฤตน้ำมันเป็นเรื่องใหญ่มาก >> ก็เป็นเรื่องใหญ่ >> เราตั้งอาจารย์มาคุยอย่างเงี้ฮะ อาจารย์ สมมุติว่านะ >> ครับ >> สมมุติว่าคนไทยไว้วางใจคุณอนุทินนะ เกินร้อยเลยอ่ะ โอ้โห >> เนี่ยผมก็เลยต้องบอก เอ่อ พวกเพื่อนๆใน Facebook ว่ามันเป็นโจทย์ที่ยากมากเลย [เสียงหัวเราะ] ยากในรอบหลายปีเลย >> อาจารย์ไม่เชื่อเหรอ อาจารย์ไม่เชื่อเป็นไม่ได้ >> คือ เอ่อ ความไว้วางใจเนี่ย มันจะเกิดขึ้นได้เนี่ย มันมีสมการอยู่นะ >> ครับ >> เนี่ยตัว t เนี่ยเท่ากับ อ่า อย่างแรกก็คือ reliability หรือว่าความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือก็คือพูดแล้วทำ เออ >> อ่า พูดแล้วทำ แล้วก็ทำอย่างสม่ำเสมออ >> แล้วก็พูดแล้วทำอย่างพูดทำ >> พูดแล้วทำ พูดพูดแล้วทำ อันนั้นคือคำขวัญเค้า [เสียงหัวเราะ] >> พูดแล้วทำพัใช่มั้ยเหรอพัด้วย >> พยายามเป็นคำขวัญ >> เมื่อวานนี้มี สส.อภิปราย พูดแล้วทำไม่พลั พูดแล้วทำ please [เสียงหัวเราะ] เหรอ ใช่ >> พี่ทำเถอะ [เสียงหัวเราะ] >> อ เพราะงั้นเนี่ย พออันเนี้ยไม่มีความน่าเชื่อถือปั๊บเนี่ย คือพูดแล้วทำไม่ทำบ้าง ทำครึ่งบ้างนะ >> หรือว่าแกล้งลืมบ้าง หรือว่าทำไม่สม่ำเสมอ นะ >> เอ่อ คะแนนความน่าเชื่อถือก็อาจจะได้แค่ 3 คะแนน อสมมุติ นะ ถัดมาก็บวกกับอะไรบ้าง บวกกับความโปร่งใส >> อื >> อ ความโปร่งใสคือเวลาคุณทำ คุณต้องแจกแจง อ่า อย่างเช่นราคาน้ำมันเนี่ย ก็ต้องแจกแจงรายวันเลย ทำเป็น dashboard ออกมาว่าราคาเท่าไหร่ กง >> ตรงนั้น ค่าการกลั่นเท่าไหร่ ค่าการตลาดเท่าไหร่ ก็ออกมา หรือว่าเรื่องอื่นๆ ก็ต้องโปร่งใส >> ถ้ามีความโปร่งใส คะแนนความน่าเชื่อถือบวก คะแนนความน่าเชื่อถือเนี่ย ทรัก็เพ >> จะเพิ่มขึ้น >> อือฮึ >> แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือบวกความสามารถ >> อ๋อ ต้องมีความสามารถ >> ความสามารถ >> เพราะงั้น เอ่อ สการเนี่ย ก็คือว่าเรื่องของความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส ความสามารถ เนี่ยบวกกันนะ ความสามารถก็พวกวิสัยทัศน์ การกำหนดนโยบาย เสร็จแล้วต้องหาร >> หารด้วย >> หารด้วย self interest >> ผลประโยชน์ส่วนตัว >> ต้องตัดออกเหรอ หาร >> คือหาร >> หาร >> คือถ้าผลประโยชน์ส่วนตัว สมมุติว่าบวกกันข้างบนใช่มั้ย คะแนนความน่าเชื่อถือ 3 คะแนน ความโผ่งใส 3 คะแนน ความสามารถ 5 นะ อ่า 3 35 3 5 รวมกันเป็น 11 >> ใช่มั้ย เต็ม 10 เต็ม 10 >> หาร อ่า ผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์ส่วนตัวเนี่ย เราก็ให้คะแนน 1-10 แต่กรณีอันนี้เนี่ย รัฐบาลนี้เราอาจจะประเมินว่าผลประโยชน์ส่วนตัวเท่ากับ 9 >> โอ้โห >> ทีนี้พอพอ 9 >> 9 ทำไมสูงอ่ะ >> อ่า ผลประโยชน์ส่วนตัวไง ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว 9 >> ด้วย 9 >> เพราะว่ามันเป็นโครงสร้างแบบบ้านใหญ่ >> เออ เออ [เสียงหัวเราะ] >> เอ่อ ที่นักการเมืองเนี่ย เข้ามานะ เข้ามาไม่ได้ เอ่อ มุ่งหมายที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชน >> อื >> เดี๋ยวคุณนินบอกกล่าวหากันเปล่า อาจารย์ >> อ่า ก็อันนี้ก็คือนี้เป็นการให้คะแนน >> อ๋อ ให้คะแนนนักวิชาการ >> เพราะงั้นน่ะ 10 11 / 9 >> ครับ >> ก็ 1 กว่า อ่า 1 กว่าเต็ม 10 เพราะงั้นไอ้ นี่ก็คือวิกฤตความชอบธรรม [เสียงหัวเราะ] >> เท่ากับสอบตก อาจารย์พิชาจะโหด โหโหดว่ะ >> นี่คือถ้าเป็นอาจารย์ให้คะแนนนี่คงโหดมากเลยนะ แสดงว่าเนี่ย นายกสอบตกนะเนี่ย ถ้าให้คะแนน >> อ อันนี้แหละก็คือสิ่งที่ประชาชนคิด >> ตอนที่พูดเนี่ยยังไม่ได้รับบทบาทหลังแถลงนโยบายยังไม่เป็นนายก เอ่อ รัฐบาลไม่เต็มที่ ฉะนั้นหลังแถลงนโยบายเสร็จ คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเนี่ยนะฮ >> ก็มีอำนาจเต็มที่ตั้งแต่วันเสาร์เมื่อวานนี้แล้วนะเออ >> ไม่รอเค้าก่อนเหรอ ไม่รอให้เค้ามีอำนาจเต็มก่อนเหรอ >> ก็เดี๋ยวลองดูว่าหลังจากที่แถลงอนโยบายเสร็จแล้วเนี่ย >> อ >> 1 เนี่ย ความน่าเชื่อถือ >> อ >> เรียกคืนมาได้ไหม สิ่งที่พูดไปแล้วที่แถลงนโยบายเนี่ย >> อ >> จะทำได้ไหม >> อือ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปรับการทุจริตคอร์รัปชันะ เรื่องของ >> เอ่อ เรื่องเศรษฐกิจนะ กระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องของราคาน้ำมันจะทำได้ไหมอย่างที่พูดไหม >> คนไทยตั้งตัวได้ >> เออ ตั้งตัวได้ไหม >> เศรษฐกิจแข่งขันได้ >> อ่า >> ทั่วโลกจะยอมรับคนไทย >> นี้จำท่องได้เลย โอ้โห ผมผมจำว่าผมผมจำนายกพูดอะไร 3 คำเนี่ย แล้วจะดูว่า >> เมื่อคืนนอนดึกๆใช่ป่ะ >> ดู ผมดูถึงกับ 2:00 น.เนี่ย โอ้โห >> รอ รอว่าท่านนายกจะพูดอะไร แล้วมีอะไรน่าแปลกจัง >> ท่านนายกไม่พูด [เสียงหัวเราะ] >> เพราะฉะนั้นเนี่ย นี่แหละก็ต้องเรียกคะแนนความน่าเชื่อถือว่าสิ่งที่พูดไปทำได้ไหม เอาง่ายๆก่อน สิ่งที่สิ่งที่ประชาชนอยากจะเรียกร้อง >> อือ >> ค่าการกลั่นไม่ใช่ลดแค่ 2 บาท >> ลดมากกว่านี้ได้ไหมนะ จาก 15 บาท 16 บาท ให้เหลือประมาณสัก 5 บาท 6 บาทอ >> ไม่แต่อาจารย์บางคนบอก โอ้โหนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนะว่าทุบราคาค่าลงกันเนี่ย 2 บาทก็นี่มันความกล้าหาแล้วนะ จะเอาอะไรอีก >> อ๋อ >> ตั้ง 2 บาทนะ >> ตั้ง 2 บาท >> คือมันไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนะ >> อือ อือ >> เอ่อ เพราะงั้นแต่ว่าทิศทางก็โอเค คุณทำต่อให้ได้นะ ทำต่อให้ได้ แล้วความน่าเชื่อถือก็กลับมา >> นะ หรือ >> ที่ผมฟังอันหนึ่งก็คือภาษีสรรพสามิตร >> ใช่ >> ทำไมเค้าไม่ลด >> ฟังคุณเอกนิติแกพูดว่าเดี๋จะไม่มีงบไปให้กระทรวงของสสุข >> อ่า ใช่ เออมันเกี่ยวอะไร >> ฟังดูแล้วมันตลกมากเลย จกแบบเนี้ย มันไม่มีไปรักษาอะไรนะ พยาบาลเหรอ ใช่ >> คือต้องดูแลทุกภาคส่วน โดยเฉพาะยิ่งโรงพยาบาล สอบพยาบาล ถ้าเกิดไปรถสิเนี่ย มันก็จะมีเงินดูแล >> เอ เหตุผลมันโยงกันยังไงอ่ะ คุณฟังแล้วคุณเข้าใจไหม >> ผมไม่ใช่คุณเอกนิติ ผมฟังมาผมก็จำแต่ว่าจะมาถามอาจารย์ ประชาชนคุณต้องเข้า [เสียงหัวเราะ] ใจรัฐบาลพวกเรา คุณไม่เข้าใจได้ไง >> ผมก็เลยฝากนักวิชาการช่วยตีความสงครงเลย [เสียงหัวเราะ] >> ไม่คืองงในตรรกะของแก่ใช่นะ แต่ว่าถ้าดูเงินก้อนนี้เนี่ย ภาษีสรรพสามิตรเนี่ย ถ้าเป็นทั้งปีเนี่ย คือประมาณสัก 40,000-50,000 ล้านนะ >> ทีนี้ถ้าลดไปเหลือ 0 บาทนะ เอ่อ สัก 3 เดือนเนี่ย ก็เอา 12 ไปหาร >> นะ ก็อาจจะสัก 4-5,000 ล้าน ก็คงจะได้อยู่ นะอ >> ทีนี้ 4-5,000 ล้านอันนี้เนี่ย >> อือฮึ >> ถามว่า >> อือฮึ >> เอ่อ ถ้าหายไปจากสัมพสามิตร >> อือฮึ >> แล้วจะเอาเงินก้อนอื่นเนี่ยมาชดเชย เพื่อไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลประชาชนได้ไหมอ >> ผมมี ผมมีข้อเสนอแต่ต้นแล้วนะว่าให้ทุกกระบวนกรมทุกกระทรวงกรุงตัด >> ใช่ >> บอกมาเลยผม >> เพราะผมเป็นนายกนะ ผมบอกเอา 15% >> ใช่ >> ทุกคนเลยแฟร์ๆเลยนะ แล้วคุณไปจะบริหารเงินให้ได้ >> อือฮึ >> คุณก็ไปตัดสิ่งที่ซึ่งไอ้จัดสัมมนาไอไอ้ พวกนั้นเยอะแยะเลยเนี่ยนะ >> ใช่ >> ฉะนั้นมันทำได้ แต่ว่านายกไม่ทำ >> ครับ ใช่ >> นายกอาจจะไม่กล้าทำ เพราะว่ามันจะไปกระทบอะไรมากมายหลาย >> อือฮึ กระทบโครงการที่คอยจ้องอยู่หรือเปล่าไม่รู้ [เสียงหัวเราะ] คืองบลงทุนของเราประมาณ 300,000 กว่าล้าน >> ครับ >> ตัด 15% ตามที่คุณสิทศิชัยว่าก็ 45,000 ล้าน >> 40,000 >> พอดีเลยกับงบ เอ่อ สรรพสามิตร >> นะ ก็ตัดมาได้นะ >> ตรงเนี้ยที่มาแสดงความเป็นผู้นำ >> ครับ >> ว่าเด็ดขาดไหม เพราะว่าเอกชนผมจะเล่าให้ฟังตอนเจอโควิด >> ครับ >> เจอต้มยำกุ้ง >> ครับ >> เราต้องบริหารบริษัท >> อือฮึ >> ท่านที่ท่านได้แล้วก็ประชุมเอาไงวะเนี่ย สิ่งแรกที่ทำคือตัดงบประมาณ >> อื >> ทั้งหมดที่เรามีอยู่อ่ะ ทุกแผนกเลย >> ครับ >> ผมจำได้ ผมต้องตัดสินใจพวกนี้ >> ลดไปเลยคนละ 15% 20% ตัดทุกคนก็ร้องโวยวายอยู่แล้ว >> เรียกผู้จัดการมาทุกคนก็เออเหรอ ไหวเหรอ อย่างข้ออ้างก็เยอะเลย อันนี้เราไปรับปากไว้แล้วนะ อันนี้เตรียมจะทำนะ อันนี้ประกาศไปแล้ว จับมือเค้า >> ก็เฮ้ย เอาตัวรอดใช่มั้ย >> อื เอาตัวรอดใช่มั้ย >> เงินเดือนเราต้องพยายามออกให้ได้ใช่มั้ย >> 2 เงินเดือนผู้บริหารครับ >> ครับ >> ลดทันทีครับ คนละ 50% ครับ >> อือฮึ >> เพื่อให้พนักงานดูไงว่าเฮ้ยมันต้องมาทางข้างบน อือฮึ >> ฉะนั้นมันมีแล้ว 3 อะไรที่ยังไม่จำเป็น ตัดเอาหมด โครงการต่างๆที่เตรียมไว้ >> อันนี้บอกผ่อนไปแล้ว เออ อันนี้รับปากเซ็น M อะไรไปแล้ว ไม่ไม่สำคัญมันก็ไม่รอดไอ้ไอ้คนที่ดูด้วยเนี่ยนะ ฉะนั้นมันตัดแล้วคนจะบ่นแน่นอน คุณเป็นนายก คุณเป็นผู้นำ คุณต้องเจอกับเสียงบ่นทันที เพราะเค้าไม่เคยชิงกับอยู่ดีทำงี้ >> แต่คุณต้องรักษาหัวใจปอดเอาไว้ อะไรที่ตัดได้ตัดแล้วท่าที่สุดพนักงานมาขอบคุณเหรอ >> อือฮึ >> พเราบอกถ้าเราคืนถ้าเราพ้นนี้ไปแล้ว บริษัทกลับมาเเดิมผมจะคืนที่ตัดพวกคุณได้ >> อือฮึ >> ตามขั้นตอนๆนะ >> แต่เปล่าว่าเราช่วยกันทำให้มันเกิดตัวเลขทั้งหมดโปร่งใส >> ครับ่ >> อาจารย์ใช่ >> จะจ่ายรายได้บริษัทอะไรจะแจ้งให้พนักงานรู้หมดเลย >> อ >> ผมว่าบริหารรัฐบาลก็แบบเดียวกันครับ >> ครับ >> คุณต้องให้ประชาชนเนี่ยมีความรู้สึกว่า จริงจัง มั่นใจ เด็ดขาด คุณก็ต้องทำ แต่นายกต้องบริหารการเมือง >> อือฮึ >> อือ >> เอาพอใจทุกกลุ่มไง อฮะ >> พอพอใจทุกกลุ่มไปแตะกลุ่มนี้ กลุ่มนั้นก็ไม่ยอม แตะกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ก็ไม่ยอม >> อื >> ถ้าคุณเป็นนายกในภาวะชนิดนี้ คุณเหล่าตาตัด >> ไม่มีทุกคนเท่ากันหมด ฉะนั้นตรงเนี้ยที่ผม คาด คาดผู้ว่านายกไม่กล้าทำ เพราะเหตุที่ต้องเอาใจทุกฝ่ายมากเกินไป >> ครับ >> อื >> 40,000 กว่าล้าน >> อฮะ >> แล้วแกบอกว่าจะเอาไปดูแลคนแก่ หรือว่าสุขภาพ สุขภาพ >> คนการอะไรสักอย่าง >> ถ้ามาตัดก็ต้องกระทบทุกโครงการถ้าว่าไปแล้ว >> ก็จัดลำดับความสำคัญใหม่ฮ >> จัดลำดับไอ้ priority ใหม่ใช่มั้ยครับว่า ที่จะใช้เงินไม่ใช้เงินต่างๆ >> อื แล้วสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดก็คือว่าตอนนี้เนี่ย หลายคนก็คงทราบ หรือหลายคนยังไม่ทราบ หากว่าเรามีอาคารของรัฐเนี่ยถูกสร้างแล้ว ก็ทิ้งร้าง มูลค่าเนี่ย >> เป็นแสนล้าน มูลอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว สร้างไม่เสร็จ >> ตั้งเสร็จแล้วไม่เสร็จทั้งค้าง >> ทั้งเสร็จแล้วไม่เสร็จแล้วค้างอยู่ ทีนี้เนี่ย มันจะต้องทำ blackลิหน่วยงาน >> อื >> อ หน่วยงานไหนที่ยังมีค้างคาอยู่แบบเนี้ย จะไม่อนุมัติงบสร้างอาคารใหม่ แล้วคุณไปสะสางของเขาให้เสร็จก่อน >> แล้วถึง [เสียงสูดหายใจ] จะได้งบก่อสร้างอาคารใหม่ >> ใช่อ เพื่อที่จะทำให้มันมีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณอ >> แล้วก็ไอ้อาคารของหน่วยงานราชการเนี่ย ของสตงเนี่ยที่ถล่ม >> อันนี้ก็ต้องเลิกแล้วอ [เสียงกระแอม] >> ต้องเลิกหมดนะ อื แล้วมันก็จะได้งบมาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน >> มันมีทาง ถ้าจริงๆผมว่ามันมีช่องทางเรื่องงบเนี่ย ที่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ต่างๆ นานา แต่ความที่คุณมาจากการเมืองอ >> การที่คุณมาไม่ใช่เพราะความสามารถของตัว เองครับ ใช่ๆ ต้องอาศัย อาศัยแล้วพอคุณไปตัดปั๊บ คุณก็ไปกระทบนู่นกระทบนี่ คุณก็เลยไม่แตะดีกว่า >> อ >> ให้คุณเอองนิติคุณไปจัดการเองก็แล้วกัน [เสียงหัวเราะ] >> คุณไม่จัดการใช่มั้ย ไอ้นิติก็ >> ให้อำนาจให้อำนาจในการอำน >> แก้ปัญหาจัดการเอาเอง >> ใช่มั้ย แล้วแล้วพลังงานแกเก็บอกไปถามรัฐมนตรีพลังงาน >> เออๆๆ >> เรื่องจะกู้ไม่กู้ก็ไปถามคุณเอกนิติหรอก เออ >> เนี่ยอย่างงี้พูดถึงเรื่องถามเนี่ย ผมคิดว่านักข่าวถามนายกเรื่องสัมคหลายเรื่อง เรื่องราคาน้ำมัน เรื่องการเรื่องการแก้ วิกฤต เรื่องปุ๋ยขาดแคน >> ครับ >> นายกไม่ตอบอ่ะ >> คือเพราะวิกฤตอย่างงี้ผมคาดว่าไม่ตอบ ไม่ตอบไม่ได้ >> ตอบไม่ได้น่ะสิ [เสียงหัวเราะ] >> เป็นนายกไม่ตอบไม่ได้นะครับ คือตอบไม่ได้ ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย [เสียงหัวเราะ] ถูกมั้ย อ้า เพราะเราคาดหวังผู้นำจะต้องมา >> มีคำตอบให้ยาวิกฤตเช่นนี้ไง >> อ่าฮะ >> ก็แปลว่าอันนี้ก็เข้าข่ายที่ผมพูดไง ไม่มี ความสามารถในการตอบ พอไม่มีความสามารถในการตอบปั๊บเนี่ย >> อื >> ความน่าเชื่อถือมันก็จะลดลงนะ >> แต่ถ้าถามว่านายกจะทำได้ไหม >> อือ >> ก็สามารถทำได้ทุกวันก็คือลดถูกนิยมของตัว เองหน่อย แล้วก็ให้ทีมงานให้นักวิชาการเนี่ยไปบรีฟ >> อื >> ว่าเรื่องนี้เนี่ย คุณจะทำยังไง >> นายกไม่มีทีมที่เป็นทิ้งแต๊งหรือคิดพวกนี้ใช่มั้ย >> เออ ผมก็งง >> มีมั้ยไม่มี >> ไม่ไม่เห็นนะ ถ้ามีก็ไม่เห็นมีมั้ยที่ทราบ มีนักวิชาการ >> ไม่ทราบเหมือนกัน ทราบเหมือนกัน >> อย่างบ้านพิษโลกอะไรที่ เอ่อ สมัยทักษิณ ชาตชายเนี่ยนะ >> ไม่มีนะ >> ยุคคุณปัญหายังมีเหรอ >> มีปัญหานี้ >> เออ ใช่มั้ย เออ >> คือสไตล์ของทางภูมิใจไทยเนี่ย เเนื่องจากว่าเเติบโตมาจากพรรคโลคal elit นะ พรรคชนชั้นนำท้องถิ่นเนี่ย >> อ >> เค้าค่อนข้างจะห่างเหินกับพวกนักวิชาการ >> อ่า >> เพราะงั้นเนี่ย เค้าก็คิดเองแล้วก็ทำกันเอง ซึ่งเค้าก็มีความเก่งกาดในเรื่องที่เขาถนัดนะ อย่างเช่นชันชนะเลือกตั้งยังไง อันเนี่ยเเก่ง เอ่ใช่ๆๆ >> แต่วิธีคิดในการที่จะบริหารประเทศ สร้างประเทศแล้วก็พัฒนาประเทศเนี่ย >> อันนี้มีปัญหาอ >> อือ เพราะความคิดเค้าเนี่ย สิ่งที่เ้าทำได้เนี่ย >> ก็คือเค้าโฟกัสเฉพาะในพื้นที่ อย่างเช่นทำอะไร GP อะไรแบบเนี้ย [เสียงหัวเราะ] >> เออ ท่องที่ ท่องที่ >> อ่า ในท่องที่ของเขา แต่ว่าจะขยายครอบคลุม แล้วจะทำยังไง จะจัดสรรทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรมยังไง เทำให้เป็น >> ก็ประเด็นนี้น่าสนใจ เราไม่เห็นชื่อของนักวิชาวิชาการที่เป็นทีมทิ้งแท่งให้นายก ส่วนตัว >> มันต้องมีนะ >> อือฮึ >> จริงๆอ่ะ มันต้องมีทุกนายกทุกคนน่ะจะต้องมีทีมวิชาการ >> ที่ศึกษาเรื่องนี้หน่อยวะ ไอ้ อันนี้ให้พูดดีไม่ดีวะ >> หรือแม้กระทั่ง speech writer เนี่ย >> เออ >> ผมคิดว่าผมไปดูแกหลายๆงานแล้วก็เป็นข้าราชการ >> ขวงนั้นด้วยนะ >> แกไม่ได้มีสไรตอร์ตัวเองว่าเฮ้ยอันนี้ไป เช็คดูก่อนสปีชนี่มันไม่ไหวเว้ย มันไปพูดแต่เรื่องกระทรวงนี้ แต่ใครจะพูดเน้นเรื่องนี้ไม่มี >> ไม่มี >> ฮะฮะ อันนี้ก็เลยเป็นจุดที่เป็นข้ออ่อนนะ ของคุณอนุทินนะ แล้วก็ของพรรคภูมิใจไทย เพราะว่าเค้าไม่ได้หล่อหลอมไอ้พวกทิ้งแทงค์ในเชิงนโยบาย คือเมื่อก่อนเี่อาจจะ >> วาง position ของพรรคเนี่ย >> อ >> เป็นแค่พรรคขอร่วม >> อือๆ พรรคขอร่วม >> พรรคขอร่วม >> แต่คราวนี้เนี่ย พอจับพัดจับหูว่าถูกวางว่าคุณจะต้องเป็นพรรคแกนหลักอ >> มันก็เลยปรับตัวไม่ทันนะ >> พอปรับตัวไม่ทัน พอเจอยิ่งเจอวิกฤตแบบนี้เนี่ย >> อือ >> ไอ้การสะสมองค์ความรู้ในแง่ของพรรคการเมืองต่างๆเนี่ย >> มันก็ไม่พอ ซึ่งอันนี้มันจะแตกต่างจากพรรค พรรคหลักๆ 3 พรรคนะที่เราพูดถึงเนี่ย >> อือ >> เพอย่างเช่น [เสียงกระแอม] พรรคประชาชนมีแน่ พรรคเพื่อไทยอ่ะมีแน่ พรรคประชาธิปัตย์ เขาก็มีอยู่นะเ่อ 3 พรรคเนี่ยเก็จะมีทีมวิชาการนะ ทีมกำหนดนโยบาย ทีมสร้างนโยบายต่างๆที่จะเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ >> อ่า ก็เปปรับแล้วนะเเอาคุณสุปจีคุณสุพจีก็ จะตั้งทีมที่ปรึกษา 12 คน >> ออาฮะ >> คุณเอกเด็กนิติก็จะเอาสันติมา >> ต้นสนนะ >> อ่า ต้นสนมา คุณเสียดก็จะเอาคุณปาปรี >> เอ่อ ปานปรีมาเป็นประธานที่ปรึกษานี่เค้า เริ่มเอานักวิชาการเข้ามาแล้วเนี่ย อย่างงี้ปรับมั้ยเปลี่ยนมั้ย >> ก็ก็เป็นพวกเทคโนแครตไง [เสียงหัวเราะ] >> ไม่นะ 12 คนนั้นมีนักวิเคราะห์อะไรคนอื่นข้างนอกว่านัก >> เศรษฐศาสตร์หมายถึงว่ารัฐมนตรี 2 คนเนี่ย ก็คือสุปจีกับเอกนิติก็จะเอามืออาชีพที่อยู่ในแวดวงเนี่ยมาช่วยเช่วยเแต่ว่าใคร ใครที่อยู่ข้างอนุทินล่ะ >> เออ >> ที่เป็นที่ปรึกษานายกเป็นทีมที่ปรึกษานายกไม่มีนะไม่มี >> หรือว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ >> ไม่มีก็ไม่มีนะ >> แต่พวกเทคโนแตเนี่ย เค้าก็ถนัดที่จะใช้เทคโนแครตด้วยกันอยู่แล้ว อือๆๆ >> แต่ผมดูคุณสุปจีที่ครั้งนี้ที่เชิญเนี่ย นอกเหนือจากเทคโนโครตก็มีนักเศรษฐศาสตร์ข้างนอก >> ครับ >> แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถมาแก้ปัญหา รัฐบาลในภาพรวมได้แค่ไหน >> อือื >> เพราะว่านักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ก็ พอเจอกับบ้านใหญ่ เจอกับนักรัฐมนตรี >> ของของโคต้าอื่นเนี่ย จะคุยกันรู้เรื่องไหม คุณสุภจีเองสงสัยมี >> ปัญหาในการประชุมครม.หรือเปล่าด้วยซ้ำไป ว่าข้ามกระทรวงการประสานงานเนี่ยมันไป ด้วยกันได้ไหมอ >> อื >> เพราะเรื่องนี้เรื่องใหญ่ตั้งแต่แรกแล้วไง เรื่องว่า >> กระทรวงพาณิชย์มีสิทธิ์คุมราคาน้ำมันไหม >> บอกถ้าบอกไม่มีสิทธิ์ต้องเป็นของพลังงาน >> แล้วมีความมีสิทธิ์ไปดูกฎหมายไปดูกฎหมาย คุณสปจี >> ฉะนั้นผมงงๆอยู่ว่าคุณอนุทินอาจจะต้อง บริหารตรงนี้ให้ได้ >> อือฮึ >> อำนาจรัฐมนตรีใครทำอะไรยังไง แล้วมันต้องเป็นเสียงเดียวกันใช่มั้ย >> ครับ เพราะมันเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงมาก แต่ มันไม่ใช่เป็นเวลาเอาพูดออกมา มันไม่ใช่เป็นเสียงเดียวกัน ฉันดูกระทรวงฉัน ฉันเอา กระทรวงอื่นโดนด่า ฉันไม่ว่า แต่ย้ายด่ากระทรวงชั้นเนี่ย มันก็จะภาพมันเป็นอย่างงั้น >> แต่คือที่แกก็บอกครม.นะ บอกว่ารัฐมนตรี หรือครม.ชุดเนี้ยไม่มีพรรคไม่มีพวกนะ มีแต่รัฐบาลเสียงเดียวกันเสียงไม่แตก >> คือแกพูดประโยค >> ซึ่งคนละนัยยะนะ คน [เสียงหัวเราะ] >> คือตอนนั้นแกมีวาจาตามที่โอประชาชนเป็น ประชาชนเป็นศูนย์ทำพวกประชาชนเนี่ย แล้วก็ร้องไห้ด้วยบางที >> ใช่ๆ >> ขึ้นเวที เอ่อ ซาบซึ้งกับอะไร อ่าฮะ >> ทำฐานอากาศใช่มั้ย >> เอ เมื่อวันก่อนเมื่อวาน >> เออร้องไห้เพราะอะไร ผมงงอยู่ >> ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ซาบซึ้งในวีรกรรมของทหารน่าจะเป็นประมาณนั้น ก็อาจจะเป็นคนที่เป็นคนที่อ่อนไหวอ่ะ เพราะแก >> แกเป็นแกใช้การร้องไห้เนี่ยเป็นวาทกรรมทางการเมือง [เสียงหัวเราะ] นะนะ >> อ แกจะรู้สึกจริงๆก็ได้ >> ก็ความรู้สึกก็มีอ่ะ คือเห็นอะไรแล้วก็รู้สึกขึ้นมา เพราะอารมณ์ศิลปินเนี่ย เป็นนักดนตรี >> อ มีความเป็นศิลปินสูงนะ >> เอ่าตั้งแต่โควิดเนี่ยรู้สึกว่าแกเจะร้องไห้ นะ น้ำท่วมก็ร้องไห้นะ อ่า ตอนเกิดสงครามไทยกัมพูชาก็ร้องไห้ แล้วคราวนี้ก็ร้องไห้อีกอ >> นะ ก็อันนี้ก็เป็นการเมืองเรื่องน้ำตา [เสียงหัวเราะ] >> ก็จะช่วยช่วยได้ไหม ช่วยได้ไหม >> เอ่อ ก็ก็คงจะอาจจะช่วย เอ่อ ในคนที่เป็นแฟนคลับเค้าอ่ะนะ ก็อาจจะเกิดความสงสารอยู่บ้าง แต่ว่าถ้าคนไม่ใช่แฟนคลับเนี่ย เขาก็มองว่าแต่ก็ต้องแปลงไอ้อาการ sensitive ความ sensitive ที่โอเคเป็นมนุษย์นะทุกคนมีความรู้สึก แต่แกต้องแปลงมาเป็นสาระ อย่างเมื่อคืนดูภาพแกร้องไห้ พูดถึงผู้บัญชาการทานอากาศ เราก็จะรู้ว่า เออ ตรงตอนนั้นน่ะ มัน sensitive ยังไง การตัดสินใจมันยากยังไง แกจะได้มีสตอี่เล่าไง ว่าเนี่ยมันเป็นการเสียสละ การประสานงานที่สำคัญในช่วงสง่อสังสำคัญละเอียดอ่อน นั้นเราต้องปรึกษากันอย่างละเอียดที่ถ้วน เราต้องพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียในการตัดสินใจจะ >> เอ่อ บุกไม่บุก จะถอยไม่ถอยเนี่ย ถ้ามันเป็นเนื้อหาคนจะ เออ แกคิดนะ แกมียุทธศาสตร์ >> แต่นี่มันมีแต่ความเป็นส่วนตัวว่า >> อ่าฮ ผมรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมากเลย อือ แต่ไม่รู้ซาบซึ้งเรื่องอะไร แล้วแกก็บอกว่าเรา รู้กัน 2 คนนะ >> อ >> กับสถานอากาศ เราเราพูดไม่ได้ว่าท่านกระซิบผมทำให้ผมตัดสินใจอะไรเนี่ย >> มันกลายเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ประชาชนไม่ได้ข้อมูลอะไรว่า >> อ >> ที่ร้องไห้เนี่ย มันเกี่ยวกับประเทศชาติตรงไหน >> อือๆ แล้วมีอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้พอดีผมฟังพวกฝ่ายค้านอภิปราย >> แล้วเห็นภาพเปรียบเทียบชัด >> อื >> คือมีวีรชน >> อื >> ที่พยายามที่จะช่วยเหลือกับประเทศแต่ว่า อยู่ในสถานการณ์ที่ต่างกัน >> อื >> โอเค ทหารเนี่ย เราก็ยกย่องเาอยู่แล้วแหละ ธรรมดา >> อื >> แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่นักการเมืองลืมไป >> อือ >> คือพวกอาสาสมัครต่อสู้ไฟป่า >> ออ ใช่ๆๆ อาสาสมัครด้วยนะ พวกนี้ไม่ได้กินเงินเดือนใช่ไหม >> ใช่ คนเหล่านี้เนี่ย เอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยง >> อือฮึ >> เพื่อดับไฟป่าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน >> แล้วไปตายบาดเจ็บเยอะ >> 4 คนละ >> ทุกปีด้วย ทุกปี >> 4 คนละอ >> แล้วก็ได้ค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 240 >> เรียบร้อย >> ยังไม่ถึงแรงเลย ไม่มีสวัสดิการ >> อ่ะเรา >> คนเหล่านี้เนี่ย เอ่อ ผมคิดว่าสังคมต้องหันมาให้ความใส่ใจกับเ >> อย่างนี้ คนร้องไห้มาก คนร้องไห้ ใช่ๆ >> แล้วเราเคยเคยสัมภาษณ์ เราเคยคุยกับ >> ใช่ๆ >> กับคนที่เกี่ยวข้องเนี่ย >> อือ >> ทุกปีไฟป่าเกิดขึ้น >> ฮะ >> แล้วก็ทุกปีก็คือรัฐบาลไม่มีงบ >> ใช่ >> มากพอกระทั่งอุปกรณ์หรือบุคลากรอ >> อ >> งั้นเจ้าหน้าที่ก็ต้องเสียชีวิต แล้วก็จะมีอาสาสมัครภาคประชาชนเนี่ย >> ก็ไปช่วยทุกปี มันเหมือนกับเป็นกิจกรรมอ่ะ >> เมื่อเห็นแล้วซ้ำๆต้องซากปัญหา ทำไมทำไมไม่แก้ ทำไมไม่จัดกบมาให้ >> ใช่ เนี่ยมันสงครามตัวจริง สงครามมีศัตรูตัวจริงเลย ไฟเนี่ยที่เข้ามาเผาผลาญทำลาย >> เห็นอยู่ชัดๆอ >> อือฮึ อือฮึ อือฮึ >> ก็น่าสงสัยอยู่ >> ว่าทำไม >> รัฐมนตรีอย่างน้อยที่รับผิดชอบเนี่ยไม่ จัดการเรื่องนี้ >> รัฐมนตรีอะไรนะ ชื่อสุอะไรสักอย่างก็ไม่ได้ >> สุชาติ สุชาติ [เสียงหัวเราะ] >> เออ >> อ้า เค้าพวกมันเป็นหรือเป็นมาก่อน >> เป็นเป็นแล้วเป็นเป็นตั้งแต่อนุทิน 1 >> ออๆ >> อ่าอ >> อันนี้คือสิ่งที่คุณอนุทิน >> อือฮึ >> ควรจะพูดถึง >> อื >> อ่า แล้วก็คือตอนนี้เนี่ย สถานการณ์เรื่องไฟป่ามันเรื่องฝุ่น >> อื >> มันคุกคามภาคเหนือ มันเป็นภัย ภัยต่อความมั่นคงของมนุษย์มาก หนักมาก หนักมาก >> ทีนี้รัฐบาลเนี่ย เรายังดูแบบไม่ค่อยจะสนใจเลย >> อือ >> ในเรื่องนี้ไม่ทุ่มเทเต็มร้อยอ่ะ >> อือ >> นะ นี่แหละก็ หารด้วย self อินเทอร์เน็ต [เสียงหัวเราะ]
เรื่องนี้บางทีมันอาจจะไม่ใช่ self interest เอ่อหมายความผลประโยชน์อะไรที่ มันจับต้องได้แต่มันเป็นความไม่ตระหนักใน คือมันมีผลประโยชน์คุณสังไง มีผลประโยชน์ก็คือว่าใน พ.ร.บ.อากาศสะอาดเนี่ย มันเค้าให้สืบสาวถึงแหล่งที่มาของไอ้พวกข้าวโพดอ ถ้าหากว่าแหล่งที่มาเนี่ยมันมีการเผา คุณจะต้องไม่ซื้อ เอ่อแล้วก็ก็ต้องสัเพราะงั้นเนี่ย ในขณะปัจจุบันเนี่ยก็คือทุกคนก็ทำเป็นหลับตาไม่สนใจถึงแม้ว่ามีประกาศนะแต่ว่า พ.ร.บ.นี้จะเอาจริงแล้วก็จะลงโทษด้วย
ทีนี้มันเราก็สังคมก็คงจะรู้อยู่ว่าไอ้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เนี่ยไปโยงกับใครบ้าง เพราะงั้นถ้ามี พ.ร.บ.อากาศสะอาดปั๊บเนี่ย กระทบแน่ ผลประโยชน์มหาศาลคือต้นทุนตอนนี้เนี่ยก็คือว่าประชาชนหรือว่าสังคมเนี่ยรับต้นทุนในการรักษาพยาบาลจากมลพิษ ที่คนเหล่านั้นไม่จ่าย แล้วก็ปรากฏว่าเงินนั้นก็คือภาษีประชาชน แล้วภาษีประชาชนที่อ้างว่าเนี่ยจะไปตัดเต็ดไม่ไม่ได้ก็เพราะว่าตรงนี้มันสูงถ้าคุณวนให้มันครบูปก็คือว่าค่าใช้จ่ายที่ ไม่จำเป็นเพราะรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพภาพเนี่ยมันมีค่าใช้จ่ายตรงนี้มากสูงมาก รักษาพยาบาลคนป่วยว่าแถวเหนือเนี่ยเป็นมะเร็งมากขึ้นสถิติป่วยไอ้ทางลมหายใจปอดโรคปอดอะไรพวกนี้มากขึ้น ตายจริง ป่วยจริง เจ็บจริง สูญเสียจริง
นี่แหละเออมันก็ผมอยู่ที่เห็นชัดขึ้นนะ มันอีกอันนึงฮะอาจารย์ไม่รู้ว่าอยู่ในกลุ่มนี้หรือเปล่าคือ ไอ้การสัญญาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ตกลงในระโยบายอ่ะมีมั้ย ไม่มีแต่ไม่เอ่ยเลยเหรอ คือเค้าเอ่ยแค่อ้างอิงว่าอ่านโยบายอ้างอิงรัฐธรรมนูญแต่ไม่ได้พูด ไม่ได้สัญญาว่าจะทำ อันนี้จงใจจงใจหรือว่าลืม เผลอลืม ไม่ลืมผมว่าจงใจจงใจที่จะไม่พูดแล้วก็ไม่แก้ ทั้งทั้งที่คราวที่แล้วภูมิใจก็เป็นคนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐมนตรี อันนั้นเนื่องจากว่าไปรับปากพรรคประชาชน พรรคประชาชนเกดดันไงเพราะถ้าคุณไม่ทำแบบนี้คุณก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะด้วยความอยากเป็นรัฐบาลก็เคย แล้วก็รับปากเค้าแล้วก็ทำครึ่งเดียว
แต่เสียงประชามติที่ไปหย่อนบัตรวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี่ก็เสียงของประชาชนผมคิดว่าประชาชนก็คงจะผลักดันแหละนะว่าให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่อ นะส่วนรัฐบาลหลังจากที่ประชาชนผลักดัน แล้วเนี่ยรัฐบาลจะตัดสินใจยังไงเดี๋ยวเรา ก็ต้องติดตามดูกันว่าเ้าจะถึงแม้ว่าไม่มี ในนโยบายก็จริงอ แต่ว่าถ้ามีพลังในการกดดันมากๆเนี่ย ก็อาจจะเกิดขึ้นก็ได้นะ แต่ว่าถ้าหากว่าไม่มีพลังกดดันเก็แกล้งคำ ลืม ก็เป็นไปได้นะ เป็นไปได้ เพราะคราวที่แล้วมีไม่กล้าทำลืมหรอกลืมอย่างจบคลึบ ลืมกับหน้าต่อตาเลย ก็เปี่ยนคราวที่แล้วรัฐบาลบางพรรคก็สัญญา ว่าจะลืมไปเลยนะ เออ อ่าใช่ๆ เออฮชนทวงอยู่เรื่อยๆ
แต่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญเนี่ยมันไม่เป็น ประโยชน์ต่อการเมืองให้กับพรรคภูมิใจไทย ใช่มั้ย ถูก การแก้เหรอ ใช่ใช่ คือสำหรับพรรคภูมิใจไทยเลยเนี่ยการรักษา รัฐธรรมนูญ 60 ไว้เนี่ยเป็นประโยชน์สูง สุด เอออือฮึ ใช่มั้ยอันนี้เวิเคราะห์จากว่าผล self interest ตรงนี้นะ มันชัดเจนที่สุด ใช่อฮะ แล้วจะแก้ทำไมพรรคเพื่อไทยอาจจะมีเหตุผล ที่จะแก้มากกว่า อ อือฮึ แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถไปดันพรรค ไทยแม้จะอยู่ในพรรคร่วมก็ตาม อื แต่ว่ากรณีนี้มันจะทดสอบพรรคเพื่อไทยมั้ ว่าถ้ามีการดีเบตในสภาพรรคเพื่อไทยจุดยืน เรื่องนี้เป็นยังไง ก็น่าจะมีการทดสอบ น่าจะมีการทดสอบ เพื่อไทยก็จะส่งคุณจตุรนฉายแสงมาคุณ จาตุรนเนี่ยเสนับสนุนอยู่แล้ว ใช่ๆไงส่งส ส่งปีกนี้มาส่ง ปีนั้นส่วนตัว อันนี้ก็ส่วนตัวอีกแบบนึงนะ แล้วส่วนตัวแบบเอ่อเรื่องพรบ.อเรื่อง ประชาธิปไตยทั้งหลายเรื่องอีกเรื่องนึง แล้วแกก็จะเป็นเสียงไม่กี่เสียงในพรรค เพื่อไทยหรือเปล่าเราไม่รู้ ใช่ๆไม่กี่เสียง เออ
ผมผมฟังเมื่อกี้อาจารย์ให้คะแนนคุณทิน เนี่ย สอบไม่ผ่านหรือสอบตก ก็ตกดิคือ ถามอาจารย์ว่าในท้ายที่เป็นผู้ให้คะแนน น่ะ ถ้าคุณน้องจินจะสอบแก้ตัวเพื่อให้คะแนน ผ่าน เอ่อพ้นจาก F มาเนี่ยนะติด B ก็ยังดีนะ ติด C บวกยังดี ต้องทำอะไรบ้างอ่ะ อ๋อนี่เค้าประกาศเองนะนายกบอกนี่ไม่ใช่ ที่ทดลองงานนะนี่ต้องทำจริงแล้วนะ คืออย่างแรกเนี่ยก็คือเรื่องข้อมูลข่าว สารนะ ไอ้ประเภทการปั้นแต่งความจริงเนี่ยมันจะ ต้องเลิกนะจะต้องพูดความจริงด้วยข้อมูล อ่าที่เป็นจริงนะ ไอ้ปั้นแต่งว่าเอ่อไม่มีการกักตุนหรือว่า ปั้นแต่งว่าตัวเองทำ อย่างนั้นสำเร็จอย่างนี้สำเร็จอย่างนี้เลิกต้องเลิก แล้วถ้าแกเชื่อของแกจริงๆอย่างงั้นล่ะ เออแกเชื่อ ออแกเชื่อจริงใจนะจริงจังนะ 100% ด้วยนะ แกเชื่ออย่างงั้นน่ะผมว่า ไม่ใช่ปั้นนะโดยเซ้นเนี่ยมันก็ถ้ามีเซ้น นะก็น่าจะสามารถรับฟังเอ่อ รับฟังได้เ่อจาก คนรอบข้างนะจากสังคมเพราะแกมันก็เป็นคน เล่นโซเชียล นะแกก็น่าจะรับรู้ข้อมูลนี้ได้แล้วก็ยอม รับความจริงตรงนี้หรือว่าข้อมูลอื่นๆที่ เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของรัฐบาลข้อ มูลโครงการต่างๆข้อมูล P ที่จะให้ประชาชนเข้ามาเ่อตรวจสอบ อ่า ถกเถียงกันนะแล้วก็นอกจากนั้นแล้วเนี่ย ไอ้ประเภทคำพูดว่ารัฐบาลเอาอยู่หรือว่าผม เ่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วพวกเนี้ยศัพท์คำ พวกเนี้ยเลิกใช้เลยต้อง ต้องยอมรับความจริงอ แล้วก็จากนั้นเนี่ยก็เสนอมาตรการในการแก้ ไขแล้วจากนั้นก็เสนอมาตรการในการติดตาม นะ สิ่งต่างๆก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่น ขึ้นมาได้ในระดับอันดับ 1 อ แต่ว่าสิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็คือว่าจะจัดการ อย่างไรกับพวกบ้านใหญ่ บ้านใหญ่ ที่แกนอำนาจมีปัญหา ระบบอุปถัมภ์ บ้านใหญ่ก็ เรื่อง Self interest ไที่เราพูดถึงกัน ผลประโยชน์ เออ เรื่องผลประโยชน์ตรงนี้อ่ะ อือฮึ จะจัดการยังไงเรื่องผลประโยชน์ตรงนี้ที่ จะให้ เอ่อทรัพยากรของรัฐเนี่ยสามารถที่จะเอาไป ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผลประโยที่ชัดๆคืออะไรของบ้าน อะไรก่อสร้างโครงโครงการคือ โครงการที่ลงไปยังพื้นที่ต่างๆนะอ เ่อพวกบ้านใหญ่เ้าก็จะมีพวกบริษัท ก่อสร้างรับเหมา สร้างบ้างรับเหมาก่อสร้างอ่าจังหวัดใกล้ๆ เราเนี่ยก็แถวแถวอะไรนะแถวอ่าไม่ อ่าอะไร่ะตรงนั้นอุทัยก็มีอ่ะ ทำไมต้องไปอุทัย แถวศรีสะเกษนะศรีสะเกษแต่ที่จริงก็มีมี อยู่กับทุกจังหวัดนะหรืออยู่ๆเนี่ยอัดอบ ไป 5,000 ล้านให้กับจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจัดมตเนี่ย อันนี้ก็ไม่สมเหตุสมผล หรือบ้านใหญ่บ้านอื่นๆ คือนักการเมืองเหล่านี้เนี่ยที่เป็นนัก การเมืองในระดับจังหวัดท้องถิ่นเนี่ยจะมี บริษัทแบบเนี้ยแล้วก็โครงการมันจะไหลผ่าน ไปพวกนี้แล้วมันทำให้เกิดการผูกขาดใน จังหวัดหรือว่าในกลุ่มจังหวัดนั้นนะการ แข่งขันของ SE เนี่ยก็สู้พวกนี้ไม่ได้ ที่ลงไป อ แล้วก็มีโครงการบางประเภทอีก อือฮึ ที่สั่งไปจากส่วนกลาง อื แล้วก็มีบริษัทของนักการเมืองบางคนก็ทำ หน้าที่เป็นผู้รับดำเนินการไป อื ที่พูดกันเยอะก็คือไอ้แผงไฟเสาไฟ โซล่าเซลล์ เออ เสาไฟโซล่าเซลล์ ประมาณ 80,000 อื กว่าบาทต่อเสาร์คราวนี้สั่งลงไปเลยนะอ เดี๋ยวนะอาจารย์พูดตัวไม่ผิดเหรอ เท่าไหร่เหรอ 80,000 กว่าบาทดีกว่าเนี่ย ตอนเสาร์ 10 เยอะอ่ะก็จะ อ่ะ แล้วมันก็มีไอ้เรื่องจัดอีเวentต่างๆอว เออ อกนอร์ก็เป็นบริษัทของนักการเมืองตั้ง ขึ้นมาเยอะใช่มั้ย ใช่ แล้วมาผูกกลับข้าราชการ อื แล้วยังมีโครงการจังหวัดอีกอ่ะผู้ว่าก็มี สิทธิ์เสนออะไรอ่ามากมายก็มีงบพิเศษอืนี่ แหละไอ้โครงการเหล่านี้เนี่ยเอ่อถ้าไม่ ทลาย อ่าการเครือข่ายของบ้านใหญ่แล้วก็ไม่ทลาย การผูกขาด SM ก็ไปสู้ไม่ได้ อือ นะก็อยู่ในมือของกลุ่มการเมืองแล้วนอกจาก นั้นแล้วเนี่ยมันก็จะมีพวกนโยบายระดับ ชาติคุณจะเอายังไงอ อือๆ การผูกขาดทางการค้าที่บริษัทค้าปลีกบาง แห่งเนี่ยอ ออือ คุมตลาด 60-70% เนี่ยคุณจะว่าไง เอออ พลังงานที่พูดกันมากเรื่องค่าพร้อมจ่าย คุณจะว่าไง อย่างนี้เป็นต้นหรือว่าสัมปทานต่างๆที่ ให้พวกบริษัทยักษ์ใหญ่อือฮึ ที่เ้าอยากจะแก้อยู่เนี่ยจะทำยังไงนะ อ นี่ก็คือสิ่งที่ต้องจัดการถ้าไม่จัดการ อื ก็ยังไม่สามารถฝ่าฟัน ที่จะได้รับความเชื่อถือ ซึ่งผมคิดว่าจะมีการจัดการกับเรื่องผูกขา นู่นผูกขานี้ทำให้ราคา คือผมว่าถ้าจัดการรัฐบาลอยู่ไม่ได้อ่ะ ใช่มั้การไม่จัดการแล้วก็แบบปล่อยไป รัฐบาลอยู่ไม่ได้ยังไงคุณมีเสียงข้างมาก ตั้งเยอะแล้วคุณอุตสาหิ เสียงแล้ว เสียงข้างบ้านเต้องการเสียงของผู้ที่ผูก ขาด อื หลายอย่างที่มันช่วยกันน่ะ พวกพวกผูกขาดเ้ามีสิทธิ์อะไรเหรอเค้าเข้า มาตรงยังไงผมก็ไม่เข้าใจฮะ ต้องต้องถามอาจารย์มีสิทธิ์อะไรเหรอ เออันนี้ที่เราพูดเนี่ยก็เป็นเรื่องที่ อันนี้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เป็นเรื่อง ปกติเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่รู้กัน รู้กันเป็นที่รู้กัน แล้วก็มีเรื่องราวที่เอ่อขึ้นมาพะทุมาใน ระยะหลังก็พวกสแกมเมอร์พวกเว็บปนันใน คนข้างตัวก็เยอะแยะนะที่มีการแช่ออกมา อือฮึ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ทำเนี่ยสถานการณ์ ประเทศมันก็จะแย่ไปเรื่อยๆแย่ไปเรื่อยๆนะ ออือฮึ เพราะงั้นเนี่ยรัฐบาลคือรัฐบาลเราหวัง รัฐบาลบ้านใหญ่เนี่ยอ่าจะมาทำจัดการ เรื่องโครงสร้างพวกนี้นี่มันหวังยาก อื นะเพราะงั้นไอ้ความไว้วางใจอนุทิงเกิน 100 เนี่ย ไม่ได้ไง มันก็แค่ได้ 1 จุดกว่าๆไง อาจจะได้นะอาจารย์นะได้นะอยู่ที่จะไป สำรวจความพึงพอใจที่กลุ่มกลุ่มได๋นิด้า นิด้าโพเหรอ เออไม่เป็นสวนคนที่ชอบคุณนี่ กลุ่มบ้านใหญ่จะให้คะแนนเกิน 100 แล้วแต่ ว่านี่พูดถึงว่าถ้าเราถามประชาชนทั่วไป ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเนี่ยไอ้ความเดือดร้อนเกี่ยวกับ เรื่องน้ำมันแล้วก็ ปัญหาต่อมาเข้ายากหมากแพงเนี่ยมันจะมีผล กระทบต่อรัฐบาลคุณอินแค่ไหน ใชผมคิดว่ามีเยอะนะ อื คือตอนนี้เนี่ยผลมันก็เป็นระยะเริ่มต้นนะ ระยะเริ่มต้น แค่เริ่มต้นนะหลังสงกรานต์จะเริ่มเห็น หลังสงกรานต์การเนี่ยก็จะมีมากขึ้นนะ อือฮึ เอ่อตอนนี้ที่เราเห็นแล้วก็คือว่าเอ่อ ปรากฏการณ์อย่างเช่นพวกไเดอร์เนี่ยเริ่ม ลดลงละ อื คนที่ประกอบอาชีพไรเดอร์นะเพราะไปไม่ได้ คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงแรกๆคือคนที่ ต้องใช้น้ำมัน ในการประกอบอาชีพ ประมงขนาดเล็กอ่ะ ก็เริ่มไปไม่ได้ ไปไม่ได้ ใช่มั้ย อ่า น้ำมัน แพงมาก แพงเบอกไม่คุ้ม ครับ แต่อยู่เฉยๆไม่ทำหากินก็ตาย ใช่ ก็แล้วก็แก้พันได้ไงครับระบบ ตอนนี้เค้าก็รอคือเ้าบอกว่า รอ ออกไปก็ตายอยู่ไปเองพอจะหายใจแผ่วๆได้ อยู่อ ไอ้คนที่รับคือใต้โกงใช่มั้เจ้าของเรือ ใช่มั้แต่ไอ้ลูกเรือเนี่ย ลูกเรือสิครับ ตกงานเลยิ มีอะไรทำ อ ก็เพราะว่าตกงานผมว่ามนุษย์เงินเดือน เดียวก็กำลังจะเตรียมตกงาน อ่าใช่ เอ้าก็สำรวจมาแล้วถูกมั้ฮะเพราะทุกอย่าง ขึ้นค่าใช้จ่ายเพิ่ม อือ ธุรกิจไปไม่ได้ คนจะตกมากมาย SMB จะต้องโละคนเยอะเลย อ่าใช่ SMB ตัวเองไปไม่ไหว ต้นทุนมันแพง อ่า แล้วมันไม่ใช่กระทบแค่เรื่องน้ำมันนะ เรื่องปุ๋ยก็มาเรื่องยาขาด คืออันนี้อันนี้คือเอ่อระลอกแรกที่ได้รับ ผลกระทบก่อนก่อนใครเลยพวกภาคนี้แหละภาค ที่ต้องใช้น้ำมันโดยตรง ส่วนภาคที่ไม่ได้ใช้น้ำมันโดยตรงแต่ใช้ ทางอ้อมอย่างเช่นเกษตร เกษตรมีทั้งโดยตรงและทางอ้อมเพราะว่าเขา มีปุ๋ยอะไรต่างๆด้วย หรือว่าผู้ใช้แรงงานนะ เไม่ได้ ใช้น้ำมันโดยตรงแต่ ใช้ทางอ้อม อือ พวกนี้ก็จะได้รับผลกระทบตามมา อือืในระยะหลังจากปุ๋ยขาดปุ๋ย อือ ปุ๋ยราคาแพงผลิตไม่ได้ อ่า นะแล้วก็ถ้าปุ๋ยแพงเนี่ยข้าวเคิบปลูกทุก อย่างที่โดนหมดเลยนะ อ่าตอนนี้ปุ๋ยแพงแล้ว แพงแพงมาเป็นหลายเดือนแล้วก็แพง พอมีข่าวปั๊บนี่แพงทันที ก็มีการตุนเหมือนกันผมเชื่อนะ ก็มีการเก็บอ่ะ แล้วพอรู้ว่าขึ้นเนี่ยฉันไม่ขายก่อน ใช่ แล้วพอมันขึ้นไปเรื่อยๆค่อยไปปล่อยเนี้ เพื่อทำกำไรไปเรื่อยๆรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ รัฐมนตรีมีเกษตรเพิ่งมาใหม่มันต้องเรียน รู้งานนานเปล่าเพราะแกสนอีกแบบนะอก แกสนัดงานอีกอย่างนึงแก เออ ไอ้เจกแกจะรู้เรื่องปุ๋ยมั้ยเนี่ย ถ้าซื้อขายปุ๋ย แล้วคนที่เค้ารู้เรื่องปุ๋ยก็ไม่ให้เข้า มาเป็นเกษตร อาจารย์กุศักดิ์เหรอ ไม่ใช่ ใครฮะ คนเดิมที่รัฐมนตรีเกษตรคนก่อน แหม เพร้อมเดี๋ยวรอๆๆรอรอหน่อยรอหน่อย เออ แต่เรื่องปุ๋ยเรื่องใหญ่เพราะใหญ่เพราะ ว่ามันถึงได้มาแพงถ้ามีแพงยังดีถ้ามีอ นี่ก็ไม่มีด้วย อือ ก็มีเกษตรกรบอกว่าตอนนี้ปุ๋ยแพงปุ๋ยขาด ที่เจ็บซ้ำน้ำใจคือ อ ปุ๋ยปลอมระบาด ปุ๋ยปลอมด้วยใช่มั้ยโอ้นี่ก็ยิ่งหนักซ้ำ เติมเข้าไปอีกอื ปุ๋ยปลอมนี่อันตรายมากครับ อื นี่แหละเกษตรกรก็จะเป็นกลุ่มที่ 2 ที่จะได้รับผลกระทบ อือฮึ นะ ถัดไปก็กลุ่มผู้ใช้แรงงานกินเงินเดือน ทั้งนะต้องอาจจะต้องบางส่วนก็ตกงาน บางส่วนก็ยังมีงานทำแต่ว่าค่าครองชีพก็ เพิ่มขึ้นจนไม่ไหว อือฮึ ก็เรียกได้ว่าไม่มีกลุ่มไหนในแผ่นดินที่ ไม่ได้รับผลกระทบ เดือดร้อนกันทุกหย่อมได้จริงๆแล้วคุณถ้า คุณกู้เงินอยู่เ่อคุณก็ไม่มีตังค์จ่าย เค้าก็จะยึดกับคุณน่ะ ใช่ อ่า เออ ผ่อนผ่อนบ้าน แล้วสิ่งที่เราจะเห็นตามมาก็คือว่า อาจกรรมจะเพิ่มขึ้น อันนี้ชัดเจนอ ชัดเจนอ อือ แล้วคนฆ่าตัวตายก็จะเพิ่มขึ้นอ อืๆๆๆ อันนี้คือสิ่งที่ต้องเตรียมถ้าเป็นรัฐบาล เนี่ยต้องเตรียม อือๆ นะ ที่จะรับมือเหล่านี้ค่ะ เขาจะแจกอะไรบ้างเนี่ยที่คุณคิดว่าจะแจก คูปงคูปองน้ำมันจะ แจกคูปองคนละครึ่งพลัสอะไรเงี้ยนะ อือ ก็เห็นพูดอยู่ว่าจะออกนะ อือฮึ ก็จะ ก็ครึ่งพัก็ช่วยได้ไม่มากเพราะว่าซื้อของ ใช่มั้ ซื้อของกูก็ครึ่งนึงแรกฉันไม่ซื้อดีกว่า เว้ยอ อื จะครึ่งนึงฉันก็ไม่จ่าย ใช่ก็ซื้อเท่ากับมีค่าใช้จ่าย ออใช่ๆ ซื้อจ่ายดีแล้วราคามันขึ้นนะฮ เพราะนั้นไอ้ที่เดินครึ่งนึงมันก็อาจจะ เท่ากับ เต็มราคาเต็มกวนก่อนก็ได้นะใช่มั้อันนี้ เห็นคนพูดอยู่เยอะเหมือนกันว่าพอได้คนละ ครึ่งแล้วราคามันก็ขึ้น ใช่ ก่อนหน้านี้มันขึ้นอยู่แล้วแต่เนี่ยมันจะ ขึ้นจริงๆต้นทุนมันจะขึ้นด้วยอื ฉะนั้นไอ้คนละครึ่งพลัสเนี่ยมันก่อนหน้า นี้คนชอบก็ตอนที่เหตุการณ์มันปกติหน่อย ตอนเนี้ย ไม่แน่ใจแล้วว่าถึงใช้คนละครึ่งพลาสก็ไม่ ได้ประหยัด บางคนบอกว่าคนละครึ่งเหรออ่ามี เศษเสี้ยวของครึ่งกไม่มีจ่ายเลยเพราะว่า มันกระทบหมดมีทางรอดนะคุณศรีชัยคุณ เหรอ มีทางรอด เออ คือประกาศแถลงนโยบายเสร็จเนี่ย ปรับครม. เฮ้ย แล้วปรับใครปรับนายกเหรอ ไม่ปรับครม. ปรับครม.เอาบ้านใหญ่ออกให้หมดอ แล้วก็หาคนที่เอ่อไม่มีผลประโยชน์ผูกพัน อ่าในกระทรวงต่างๆเนี่ยเข้ามาเป็นคนที่ เอ่อสังคมอาจจะให้ความเชื่อถือในแวดวง เหล่านั้นๆนะอย่างเช่นเกษตรจะเอาใครมานะ อื อันเนี้ยเป็นทางรอดแล้วก็ไปขอร้องบ้าน ใหญ่หรือว่าให้มีอำนาจ อื ที่เหนือสะกดบ้านใหญ่เอาไว้บอกว่าคุณหยุด ก่อนสัก 6 เดือน 1 ปีหรืออะไรก็แล้วแต่ โอตอบได้เลย อือฮึ ไม่ใช่ ทางรอดถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่รอด อือๆ เพราะรอดไปก่อนได้มั้ยเดี๋เ่อแก้ เอาิการเมืองคือมันต้องแก้ ไปทีละป กระดึ๊บกระดึ๊บไปไง เออทีละป กระดึ๊บกระดึ๊บไปซึ่งเนี่ยคุณเอ่อนุทธิน อาจจะเก่งก็ได้เรื่องแบบนี้การบริหารการ เมือง การแบ่งเอ่อ จัดสรอำนาจเนี่ยแกเก่งไง แกก็เก่งในแวดวงไงแต่ว่าความเดือดร้อนของ ประชาชน มันกว้างมากครับ เดี๋ยวประชาชนก็จะออกมาออกมานะเรื่อยๆนะ เพราะงั้นมันก็คุมไม่ได้แต่ว่าเจะทำหรือ ไม่เนี่ยเค้าก็ต้องพวกนักการเมืองนี้ ประเมินว่าถ้าไม่ยอมเสียสละผลประโยชน์ ส่วนตน อื นะแล้วผลที่เกิดขึ้นเนี่ยจะอยู่ในระดับ ที่รุนแรงที่เขาคุมไม่ได้หรือเปล่า อือ ถ้าเา้าประเมินว่าอยู่ในระดับที่รุนแรง ที่คุมไม่ได้เค้าก็อาจจะปรับเปลี่ยน แต่ว่าเ้าประเมินว่าถ้าตัวเองคุมได้เค้า ก็จะไม่เปลี่ยน อือือฮึ อันนี้ก็คือเป็นจุดที่เขาต้องเลือกเอง ณทีนี้เยังคิดว่าเคุมได้ใช่มั้ยเท่าที่ดู อาการผมผมดูจากอาการนะผมคิดว่าเขาไม่คิด ว่าจะมีปัญหารุนแรง ตอนนี้เยังไม่สำนึกอ่ะ ผมคิดว่าอย่างงี้นะดูดูจากท่าทีความรู้ สึกแล้วก็ดูสิ่งที่บอกว่าจะทำอะไรเหมือน สถานการณ์เหมือนปกติอ่ะ อื แล้วแกแค่อ่านข่าวแกจะรู้ว่าประเทศอื่น เค้าไปถึงไหนเค้า เออ ทำอะไรกันมากมายขนาดนี้ อื นายกสิงคโปร์ เ้าเตรียมการเยอะแยะเลยก็ เยอะมากเอ่อนมาเลเซียเมื่อวานนี้อันวา เพิ่งพูดเองบอกว่า ขอบอกประชาชนตอนนี้เราอยู่ในวิกฤตนะcrซิส นะอือฮึ แล้วทุกอย่างจะแพงขึ้นนะก็ต้องออกมาอย่าง นั้นเลยอือฮึ แล้วไม่ต้องพูดถึงศรีลังกาบางเทศพวกนี้ ที่เอ่อปัญหาคนจนเยอะด้วยไง อ แล้วมันจะเกิดปัญหาสังคมจะออกมากลางถนน ใช่ จะมาประท้วงกันเนี่ย ของเรานี่ก็อย่าประมาท อือฮึ อื ฉะนั้นมันเสียงข้างมากในสภาไม่ได้รับรอง ครับ เสถรภาพเสมอไปใช่มั้ย ถูกต้องครับ อื เอ่อเนื่องจากว่าความเชื่อมั่นของรัฐ รัฐบาลเนี่ยอือฮึ ถ้าถ้าเราถือว่าอันนี้เป็นรัฐบาลใหม่นะ อือ เค้าเริ่มต้นด้วยความเชื่อมั่นต่ำ อื นะทีนี้พอรัฐบาลที่เริ่มต้นด้วยความเชื่อ มั่นต่ำเนี่ยโอกาสที่เวลาเ้าพูดอะไรออกไป หรือแก้ปัญหาออกไปเนี่ย อือฮึ จะได้รับความร่วมมือจากประชาชนเนี่ยก็จะ น้อยนะประชาชนก็จะไม่ตอบสนอง ผมกำลังคิดว่าคุณอนุทินเนี่ยกำลังจะบอก ประชาชนว่านี่คือรัฐบาลอนุทิน 2 นะเว้ย ไม่ใช่ 1 เพิ่งเริ่มต้น แต่ประชาชนเนี่ยมองว่าอนุทินไม่ใช่ 2 นะ ตั้งแต่ 1 อ่าฮะ เพราะโครงสร้างของรัฐมนตรีเนี่ยเหมือน เดิมเกือบทุกประการ อันแตกต่างกันนะสังเกตรัฐบาลบอกว่ายังไม่ มีอำนาจ อื รอแสงนโยบายก่อน ยิ่งจะพูดถึงโควิดยิ่งอะไรคนยิ่งบอกนู่น น่ะคุณเป็นน มีประสบการณ์ยาวนามาขนาดไหนแล้วเนี่ยนะ เออ อื ใช่ อื เพราะแกเป็นรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องเลยนะ คุณอนุทิต่อเนื่องเลยก็เว้นเว้นช่วงอยู่ พักนึงที่ไปเป็นฝ่ายค้าสั้น นอกนั้นแกก็เป็นรัฐมนตรีมาอย่างต่อเนื่อง เลย ฉะนั้นจะบอกเป็นเด็กฝึกการไม่ได้แน่นอน อือฮึ ผ่านมาหลายกระทรวงด้วยแล้วก็มีขั้นตอน กระบวนการนี่ไล่มาทีละขั้นเลยผลงานความ จริงถ้ามีสมุดพกเนี่ยก็เต็มเล่มนะก็เปิด ดูสมุดพกแค่เนี่ยนะ แต่หาไม่เจออ่ะ สิ่งที่เรามีความหรือว่าประชาชนมีความ ทรงจำกับพรรคภูมิใจหรือคุณอนุทินคือ นโยบายกัญชา ยังจำอยู่มั้ อนั่นคือสิ่งที่สังคมทรงจำแล้วตอนแต่ว่า เป็นความทรงจำของสังคมที่ตัวพรรคเองหรือ ว่าตัวคุณอนุทินไม่อยากจำ อยากจะลบอยากจะลบออกไป ใช่ๆๆ อ้าทีนี้คุณเอ่อศุภจีคุณเสียดักนี่ไม่ ช่วยเลยเหรอช่วยในแง่ความน่าเชื่อถืออ่ะ คุณศุภจีเนี่ยผมว่าแกอแกคะแนนนิยมแกเสีย มากตอนแก้ปัญหาเรื่องมะพร้าวน้ำอ่อนไม่ ได้ มะพร้าวมะพร้าวน้ำหอมเออลงมะพร้าวเนี่ย อือ เอ่อหลังจากนั้นเนี่ยดูก็ถูกวิพากษ์ วิจารณ์เยอะนะ เพราะว่าสถานการณ์ก็คือเข้าใจว่าคุณสุปจี เนี่ยมาจาก CEO ในเรื่องของท่องเที่ยว เรื่องของโรงแรมก็อาจจะถนัดในเรื่องของ การขาย ไปเ่อระหว่างเป็นอนุทิน 1 แกก็ไปเจรจาขาย ข้าวนู่นนี่นั่นนะ ไปเจรจาแต่ไม่รู้ขายได้จริงเปล่านะผมก็ ไม่รู้ นะแต่ทีนี้พอกระทรวง พาณิชย์เนี่ยมันไม่ได้เป็นเรื่องของการ ขายอย่างเดียวเรื่องของการฝากท้องการคุม ราคาการต่อรองเพราะว่าสินค้าบางอย่าง เนี่ยถ้าราคาลดมาก อือฮึ คนกลุ่มหนึ่งก็เดือดร้อนแต่ถ้าสูงมากคน อีกกลุ่มก็เดือดร้อนคุณก็ต้องหาจุดสมุล ของราคาสินค้าต่างๆเหล่านี้อ ซึ่งอันนี้เนี่ยมันไม่ได้อาศัยการขาย แต่มันอาศัยการต่อรองเครือข่ายที่จะมา ช่วยพูดคุยกันนะ ซึ่งอันนี้คุณสุบจีไม่แน่ใจว่าแกจะมี เปล่านะก็อันนี้ก็จะเป็นปรมปัญหาใหญ่แล้ว ก็ดูมาตรการของกระทรวงพาณิชย์เนี่ยผมว่า ที่เขาใช้เนี่ยเป็นมาตรการตั้งแต่ผมคุณ ิสุคุณสุทธิชัยยังหนุ่มอยู่เลยอย่าง เช่นอะไรบ้างธงฟ้ารถพุ่ม พวงอันนี้จะมาจะมาใหม่จะมา รถพุ่มพวงก็จะกลับมาใช่มั้ เออนี่แหละ มันคิดอะไรใหม่ๆหน่อย เ้าเอาเปิดตู้ดูว่าของเก่าเป็นอะไรก็มา ทำตามนั้น เออ ทีนี้แกทำเรื่องใหม่ทีนี้พอเจอเรื่องใหม่ ไอ้เรื่องลงมะพร้าวนี่ก็เลยเละเลย เพราะว่าแกบอกว่าไม่ต้องแล้วไอ้ลงเริง ทั้งหลายแหละฉันจะเลิกรัฐบาล จะธรรมลงกลางเหรอลงหลวงอะไร สักอย่าง ลงกลางรัฐบาลจะเข้าไปดูเอง ซึ่ง อ่าพอพูดปั๊บนี่ยุ่งแล้วผมรู้แล้วว่า เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้คุณเอาตังค์ที่มาก็ก็เหมือน กับsubsidอยอ่ะมันไม่ได้ต่างอะไรกันเลย อ่ะใช่อ่าเหมือนกับจับนำข้าว เหมือนจำข้าวใช่ ทีนี้แกเปลี่ยนแล้วไม่ใช่ลงกลางแล้วเป็น ลงชุมชน อื ซึ่งไม่รู้แปลว่าอะไรนะ ก็เปลี่ยนเว่าลุงชหมายความให้ชุมชนน่ะเป็น คนดูแลเองแต่สาบที่มันบริหารนดไม่ได้ ซpัพายไม่ได้มันก็คือไม่ได้มันไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆใครจะมีความสามารถมาฉันจะทำให้ ราคาขึ้นเองไปเสกได้ไง อือื ก็จะมาจากภาคเอกชนไงฮะ อือฮึ คือเอกชนที่คิดสั่งและทำได้เนี่ย ตอนนี้อยู่ท่ามกลางพระแวดร้อนที่แบตข้า ราชการเนาะ คือแกแแกไม่เข้าใจบริบทของชุมชนไทยอ่ะว่า คือคนในชุมชนเนี่ยไม่ใช่อยู่ๆคือคนในชุม ชนไทยเนี่ยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร อือๆ จะให้มาเป็นพ่อค้าคนกลางไม่ใช่ง่ายๆ นะฮะ อๆ แล้วก็ถ้ามีประสบการณ์จริงๆเนี่ยเราก็จะ เห็นว่าไอ้ไอ้ลักษณะแบบประเภทเกษตรหรือ ว่าสหกรณ์เนี่ย อือฮึ เอ่อสหกรณ์หลากหลายรูปแบบที่ชาวบ้านเทำ ชุมชนเทำแล้วก็ส่วนใหญ่ก็มีปัญหาคือใน ช่วงแรกๆเนี่ยบางที่อาจจะดีนะพอมีผล ประโยชน์เข้าเนี่ยมีปัญหาทุกที ใช่ นะ อันนี้เนี่ยเอ่อผมว่าคุณศุปจีเนื่องจากแก ไปอยู่ในระดับต่างประเทศมานานแกไม่เข้าใจ ว่าวิถีการทำงานของคนในชุมชนเนี่ยเป็นยัง ไง อื แล้วไปบอกว่าจะจัดตั้งล้มชุมชนเนี่ยฮะ ถ้าอันนี้สำเร็จเนี่ย มันคงสำเร็จมาตั้งแต่ไม่รู้กี่ 10 ปีละ ใช่เออ อือ งั้นโดยรวมว่ารัฐบาลต้องเข้าใจวิกฤตจริง นะแล้วก็ คือต้องยอมรับตรงนี้ก่อนว่ามีวิกฤตจริง แล้วก็ต้องยอมรับนะว่า ว่าตัวเองไม่มีความสามารถก่อนแล้ว ไอ้นี้เพื่อ ให้เยอมรับได้ยังไงก็ไม่มีความสามารถ เพื่อที่จะหาคนไปช่วย นะให้ยอมรับก่อนนะแล้วก็ยอมรับว่า ตัวเองเนี่ยในโครงข่ายอำนาจของตัวเอง เนี่ยมีผลประโยชน์มากมายที่ เกี่ยวข้องให้พยายามลดผลประโยชน์นี้ก่อน ครับ อ่ะเพราะงั้นเนี่ยพอยอมรับ 3 อย่างเนี้ยก็คือ อาจารย์ผมเติมอย่าง ต้องยอมรับว่าประเทศไทยไม่ใช่ที่ฝึกงาน สำหรับ คนหลายๆคนเ้า อ่าโอเค เพราะดูดูแล้วเป็นที่ ฝึกงานหลายกระทรวงอยู่นี่แหละเป็นเรื่องความ สามารถ คือวิกฤตมันใหญ่เกินเราจะเห็นว่าทีมอย่าง เงี้ยและการจัดครม.แบบโคอต้าบ้านใหญ่ เนี่ยมันไม่มีทางที่จะตอบรับได้ ต่อให้มีคุณสุปจีคุณเอกนิติเสียศักดิ์อีก 10 คนเนี่ย ถ้าโครงสร้างของอำนาจเป็นอย่างนี้เนี่ย ยาก ครับ ยากมากตั้งที่ปรึกษากี่คนก็ตามแต่ อือ มันก็ไม่สามารถมาทะลุทะวงวิธีการ คิด ก็ดูสิมันไม่มีคล้ายๆกับวอรูม จริงๆเรื่องน้ำมันเลยนะตั้งกรรมการชุดเะ ทะ นักรัฐมนตรีกี่คนปลัดตามสูตรเดิมทุกฮะ แต่ว่าไอ้วิกฤตอย่างเงี้ยมันต้องมีกลุ่ม ย่อย อคอกรุ๊ปอ อ่าคอกรุ๊ปจริงๆที่จะทำแล้วสามารถที่จะ ตัดสินใจที่จะมีความโปร่งใสที่จะให้มี ส่วนประชาชนได้รับรู้นี่ไม่มีเลย อือ พอพูดถึงเอกชนโรงกลั่นต่างๆนานาเนี่ยก็จะ ทุบเ้าอย่างเดียว สมมุติว่าคุณจะกดดันลงกลั่นนะ อือฮึ คุณต้องคุยแล้ว ใช่ คุยแล้วก็พูดทีเสียงเดียวกันแล้วใช่มั้ย รวมกันทั้งหมดต้องยอมแล้วก็พูดมาพร้อมกัน ไอ้นี่รวมกันก็นี้ไม่ว่างมา อืเฮ้ยไม่ว่ามาบอกว่านัถูกวันหรือว่าสื่อ สารผิด เข้าใจผิดสื่อสารผิด แล้วข่าวบอกว่าไอ้บริษัทนี้จะฟ้องด้วยนะ ครับ มีบริษัทนึงใช่มั้ย อ่าใช่มีข่าวว่าจะฟ้อง จะฟ้องด้วยนะโอ๊ยอะไรวะมึงกล้าฟ้องรัฐบาล เลยเหรอ แสดงว่า แต่ตอนหลังเออกมาแล้วนะว่าเไม่จะไปฟ้อง แต่ข่าวแรกมันต้องมีมีใครสักพูดอ่ะต้องมี คนพูดสักคนน่ะในในบริษัทนั้นน่ะที่จะพูด แล้วไอ้ไอ้ผู้ใหญ่ก็บอกเฮ้ยจะบ้าเปล่าแต่ คุณบริหารยังไงนะ ให้ 1 บางจากอ่ะซึ่งเป็นบริษัทที่คุณถือ หุ้นกับสงคลังถือหุ้นจำนวนไม่น้อยอ่ะ ไม่มา เทียบไม่พอดีไม่ว่างติดธุระนี่ได้เหรอ พอดีเออ ได้เหรอ อื แล้วแกก็รีบไปเลยนะ CEO แกรีบไปถ่ายรูป กับคุณไอ้คณะเลยนะเมื่อวานนี้ผมไปรีบ ไปถ่ายรูปแต่คุณจะปล่อยให้ มีเสียงอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ได้ วิธีทำก็คือปิดประตูคุยกันก่อน ครับ บอกเฮ้ย อื ประชาชนก็จะด่าคุณซัดเลยนะแล้วเนี่ยถ้า เราไม่มาร่วมกันนะตายทั้งหมดนะมึงที่จะ บอกว่าก็กูจะไม่กลั่นน่ะเออ มีเสียงออกมาอย่างงี้ด้วยนะใช่ แล้วคุณอนุทินก็พูดเองใช่มั้ยบอกก็ต้อง ให้เอกชนดันเมากไปกดดันมากเดี๋เไม่เไม่ กลั่น คุณเป็นนายกคุณพูดอย่างเงี้ไม่ได้นะว่า คุณเกรงใจเอกชนตรงเนี้ยมากกว่าประชาความ ประชาชนพูดไม่ได้นะ ใช่อ คุณต้องไปกล่อมหรือแลกอะไรกันกับไอ้โรง กลั่น อื แต่โรงกลั่นต้องแสดงตัวออกมาแถลงพร้อมกัน ว่าเราได้ประชุมกับรัฐบาลแล้วเราเห็นด้วย กับทางรัฐบาลเราต้องช่วยประชาประชาชนดัง นั้นเราจึงทำ 1 2 3 4 อือฮึ แต่คุณปล่อยข่าวไม่ได้ว่า CEO ของบางจัก ไม่ว่างมาเจอรัฐมนตรี อื หรือไอ้บริษัทนี้เตรียมจะฟ้อง อื คุณไม่มีความอำนาจรัฐบาลคุณมีเต็มที่ เนี่ยนะอ คุณปล่อยให้เกิดอย่างี้ไม่ได้อ ถึงจริงก็ตามนะ ครับ ถึงจริงก็ตามว่าฝ่ายนี้กฎหมายก็บอกเฮ้ย มันผิดมันผิดรัฐธรรมนูญมันผิดกฎหมายที่มา บังคับเอกชนนะแต่ข่าวนี้ออกมาไม่ได้มัน ต้องท่านครับต้องช่วยเข้าใจหน่อยนะครับ เดี๋จะมาชี้แจงนะครับอ้ามึงบอกมาข้อมูล เป็นยังไงนประชาชนก็อยากฟังเหมือนกันนั่น น่ะอันนี้ไม่มีเลยไง อื ผมคิดว่าตรงเนี้ยที่มันทำให้ความน่าเชื่อ ถือมันไม่มี ครับ อื ก็ต้องปิดประตูคุยกับกลั่นเนาะ อือฮึ ต้องเปิดประตูคุยกับประชาชนด้วยนะ ถูกต้องใช่ เปิดประตูประชาชนปิดประตูโรง ใช่ ใช่ แล้วโรงการออกมาต้องเสียงเดียวกัน เสียงเดียวกัน อเสียงเดียวกันแล้วร่างเนี่ยต้องให้ รัฐบาลร่างให้ อื เพราะว่ารวมจะอยู่ไม่ได้ถ้ารัฐบาลบอกว่า ใช่ เอ็งทำอ่าร้ายประชาชนในจังหวัดนี้ อื และ 2 บาทน้อยไปนะค น้อย น้อยมาก 2 บาท เศษเนื้อข้างเขียงอ่ะ ใช่เศษเนื้อก้างเขียงอ่ะอ เออเอออันนี้ตกลงสมมุติว่าหัวข้อนี้ก็เลย คนไทยไว้วางใจเกิน 100 เกิน 100 นี่เหลือเหลือเหลือเท่าไหร่ เหลือ 1% 1% 1% น่ะเดี๋ยวสอบซ่อมแล้วกันอฮให้เวลาให้เวลาให้เวลาเค้าทดลองงาน 4 เดือนปกติ ก็มันจะไม่ถึงอ่ะสิ มันมันจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนเสียก่อนสิ โอ ไม่เรียกผู้ปกครองมาก่อนเรียกผู้ปกครอง ก่อน เออครูเรียกผู้ปกครองมาก่อน บอกว่าเนี่ยเด็กคุณสอบไม่ผ่าน กล้าเรียกผู้ปกครองกล้าเหรอ เอาละขอบคุณครับอาจารย์ โอเคสวัดีครับสวัดี