Transcription
คนแบบไหนที่ไม่ควรมีลูกเลย? คนเห็นแก่ตัวครับ หลงตัวเอง พวกประพฤติชั่ว ไม่มี empathy ไม่มีความเห็นอกเห็นใจพวกอื่น แล้วคนเห็นแก่ตัวนี่มันทำยังไงมันก็เห็นแก่ตัวนะ เพราะว่าเขาจะไม่นึกถึงลูก ไม่นึกถึงคนอื่น ถ้ามีนิสัยแบบนั้นแล้วไม่ควรผลิตลูกออกมา เพราะลูกจะเหมือนคุณไง คุณจะสร้างขยะอีกชิ้นหนึ่ง ตอนแรกคุณอาจจะเป็นขยะที่ไม่ได้มีพิษเท่าไหร่ แต่พอคุณมีลูกอ่ะ คุณเหมือนผลิตขยะที่อาจจะมีพิษมากกว่าคุณอีก
สมองส่วนหน้ามันเล็กมากเลยอ่ะ แสดงว่าคุณไม่ได้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือคิดเชิงเหตุผลกับใครเลยนะ สมองมันก็จะโตตามสภาพมันนะ ไม่ได้เพิ่มจำนวนเซลล์ประสาทเท่าที่ควร
แล้วดูยังไงคนนี้แบบจริงใจไม่จริงใจ หรือเปล่า? โอนี่ดูยากนะ ก่อนอื่นเลยเราต้องเข้าใจก่อนว่าหน้าตาเราทำได้หลายแบบ กล้ามเนื้อหลักๆ ในการแสดงอารมณ์มี 43 คู่ครับ ซึ่งมันก็ต้องทำงานซ้ายขวาพร้อมกัน อย่างน้อยเนี่ย ผมน่าจะสอนคุณให้ดูรอยยิ้มได้ อันไหนรอยยิ้ม อันไหนรอยยิ้มจริงใจ?
ฆาตกรต่อเนื่องส่วนใหญ่จากการเก็บข้อมูลมี DNA ตัวนี้ ส่งต่อได้ทางพันธุกรรม? ใช่ครับ
อาจารย์คะ บางคนก็คิดว่าแบบลูกฉันแค่ซน แต่ อาจารย์ที่โรงเรียนก็จะมาบอกว่าเอ่อน้อง concentrate กับการเรียนไม่ค่อยได้เลย ค่ะ ยุกยิกๆ ตลอด หรือมีสภาวะอะไรที่จะเป็นสมาธิสั้นมั้ยคะ แต่แม่หลายๆคนก็จะคิดว่าลูกแค่ซน มีตัวไหนที่สามารถเช็คได้มั้ยคะว่าเนี่ยคือสมาธิสั้นแล้ว?
จริงๆ มันมีหลายข้อมากเลยครับ แล้วถ้าจะให้แม่นยำ คนให้แพทย์วินิจฉัย ตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป สามารถพาไปให้แพทย์ตรวจได้ แต่ว่าอายุ 1-3 ขวบเนี่ย ยังไม่ควรคิดว่าลูกจะเป็นสมาธิสั้นหรือไม่เป็นอาการหรือไม่ เพราะว่าช่วงวัย 3 ขวบเนี่ย ก็จะซน อยู่ไม่นิ่ง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดูจริงๆ ก็จะมีเรื่องของสมาธิ การอยู่ไม่นิ่ง แล้วก็การหุนหันพลันแล่น เช่น ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ว่ายังพูดไม่จบประโยคเลย ไม่สามารถทนรอคิวหรือรออะไรได้เลย ไม่มีสมาธิก็คือจดจ่อทำอะไรไม่เสร็จนะครับ หรือว่าวิ่งไปวิ่งมา อยู่นิ่งไม่ได้ ทั้งๆ ที่บางสถานการณ์ควรจะอยู่นิ่งๆ ได้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะต้องเกิดทุกที่ และหลายคนสังเกตเห็นได้ ไม่ใช่แค่เราเห็นเท่านั้น
แต่อะ แต่มันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นคือสมาธิไม่สั้น? ต้องอะอะเข้าใจโรคสมาธิสั้นก่อนเนาะ สมาธิสั้นคือ ADHD attention deficit hyperactivity disorder ซึ่งอาจจะมีแค่ AD ก็ได้ครับ ไม่มี Hyper คนสมาธิสั้นไม่จำเป็นต้องเอ่อ วิ่งไปวิ่งมา บางทีเขาอาจจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจดจ่อไม่ได้ โดน distract แกได้ง่าย แต่อาจจะไม่วิ่งไปวิ่งมาซน Hyperactivity แยกออกจากกัน
แสดงว่ารูปอยู่นิ่งๆ ได้ดี? คือโรคทางจิตที่ส่งผลต่อสมองเนี่ย มันควบคุมแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน เราอย่าคาดเดาเองดีกว่า ผมว่าอันตราย ถ้าลูกเริ่มเข้าไคทีเรียไม่เหมือนทั่วไป ซนผิดปกติ ไม่ฟังคำสั่ง ไม่สามารถรอคอยได้ ทำอะไรไม่จบ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อย ควรมันให้แพทย์วินิจฉัยครับ
อืม สำคัญที่สำคัญที่สุด อย่าคิดเอง
มันแก้ได้มั้ย? ถ้าคนพบตั้งแต่อย่างเด็กตั้งแต่ต้นๆ เลย เช่น 4 ขวบพาไปตรวจเลยอย่างเงี้ย ก็ทานยาทานยาไปจนโต มันก็สามารถทำให้ใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ครับ
เพราะบอกว่าฆาตกรต่างๆ ส่งผ่าน DNA ได้หรอคะ? DNA ฆาตกรต่อเนื่องเนี่ย ชื่อว่า Warrior DNA นะครับ ซึ่งถ้าเป็นตัว DNA ก็คือ MAOA ซึ่งไม่ได้แปลว่าทุกคนที่มี DNA นี้จะต้องเป็นฆาตกรต่อเนื่อง อื แต่ฆาตกรต่อเนื่องส่วนใหญ่จากการเก็บข้อมูลมี DNA ตัวนี้ ซึ่งบางคนเป็นสัญแพทย์ ประสาทวิทยานะครับ ประสาทวิทยาศาสตร์อย่าง Jimon เป็นหมอ แต่ก็มี DNA นี้อยู่ในตัวเช่นกัน เขาศึกษาสมองตัวเอง เขาก็ค้นพบว่า เอ๊ะ ทำไมฉันถึงไม่ฆ่าคนเหมือนญาติเขา อย่างเดียวเลย ที่เขาไม่เหมือนญาติเขาที่ฆ่าคนก็คือ เขาไม่เคยถูกละเมิดทางเพศ มันมีตัวกระตุ้นอย่างอื่นด้วยที่จะไป activate DNA ก้าวร้าวเหล่านั้น
อ๋อ มันมีตัวทริกเกอร์บางอย่าง แต่ถ้าสมมุติมีก็อาจจะก่อเหตุได้มากกว่าคนทั่วไป? ใช่ เพราะว่ามันมี DNA ความก้าวร้าวรุนแรง หุนหันพลันแล่นอยู่แล้ว
ส่งต่อได้ทางพันธุกรรม? ใช่ครับ
จะมีแฟนอะไรไปตรวจ DNA นะคะ? DNA ตัวนี้มันเฉพาะเจาะจงมาก ผมไม่รู้ว่าในประเทศเราเนี่ย มันแพร่หลายมั้ยในการตรวจ DNA ตัวนี้
แล้วความดื้อ ความก้าวร้าว ส่งผ่าน DNA มั้ยคะ? ความก้าวร้าวมันก็คือระบบของการทำงานของสมองครับ แต่อารมณ์รุนแรงเนี่ย เป็นเคสไปว่ารุนแรงจากอะไร ถ้า รุนแรงจากยาเสพติดก็อาจจะไม่ส่งต่อผ่านทางพันธุกรรม อื แต่ถ้ารุนแรงด้วยรูปแบบพันธุกรรม เช่น ก้าวร้าวรุนแรงมาตั้งแต่ปู่พ่อก็ก้าวร้าวรุนแรง ซ้อมเมียตลอด เป็นไปได้สูงว่ามันเกี่ยวข้องกับรูปแบบสมองไง
เหรอ มันก็จะส่งต่อผ่านทางสายเลือด
อ่ะ ถ้าอย่างเช่นเด็กคนนึงทางพันธุกรรมเนี่ย DNA มาก็คือมีสิทธิ์ที่จะใช้ความรุนแรงก้าวร้าว แต่พอคลอดออกมาเนี่ย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมากๆ เลย ต่ำเลยครับ ความเป็นไปได้ที่เขาจะรุนแรง ก้าวร้าวน่ะน้อย การปลูกฝังเนี่ยสำคัญ จะทำให้เราดีหรือไม่ดีได้เลยครับ การเลี้ยงดูเนี่ย
เทียบเป็น 50 50? ผมให้น้ำหนักกับการเลี้ยงดูมากกว่าพันธุกรรมอีก
แต่ถ้ามีพันธุกรรม ถ้ามีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ไปทริกแบบสะกิดมันขึ้นมาก็อาจจะเกิดขึ้นได้? อยู่ที่ว่าภูมิคุ้มกันเด็กคนนั้นมีมากน้อยแค่ไหน
ความยับยั้งชั่งใจ? อืม ถ้าพ่อแม่เลี้ยงมาอย่างดีเลย จนอายุ 30 ไปเจอเรื่องที่เสียใจมากๆ เป็นครั้งแรก ก็ดูว่าเขาจะใช้ประสบการณ์ในการสร้างเกาะกำบังป้องกันได้มากแค่ไหนครับ
สุดท้ายสำคัญที่สุดคือการเลี้ยงดูเลยจริงๆ? ถูกต้อง
เด็กที่มีหน้าผากโหนกนูนจำเป็นมั้ยว่าจะต้องมีสมองส่วนหน้าที่ดี? ไม่จำเป็นครับ แต่สามารถอธิบายในแง่ของสรีระ หรือว่า physiognomy ได้ แต่หลักเรื่องเนี้ย มันเป็นหลักการยอดฮิตเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว
แต่ถ้ามาพูดในแง่ของคนไทยคนจีนชอบดูก็คือโหงวเฮ้งนั่น กะโหลกมันสว่างข้างในเราเป็นยังไง การหลงเหลือความคล้ายคลึงกับมนุษย์ยุคโบราณ เบ้าตาลึก ฟันแหลม อย่างเงี้ย ก็มีความเชื่อในด้านของอาชญาวิทยาในเชิงวิทยาศาสตร์ยุคต้นน่ะ ว่ามันจะรุนแรง เป็นคนโหดเหี้ยม
เบ้าตาลึก? อ เบ้าตาลึก ฟันแหลมเงี้ย แล้วตาดำลอยอ่ะค่ะ
ตาดำลอย ต้องดูกรรมพันธุ์คุณเป็นมั้ย ถ้าพ่อแม่ลอยลูกลอยตามันก็ไม่แปลก ใช่มั้ยเออ มันคือรูปแบบของใบหน้าและร่างกายเฉยๆครับ
เค้าบอกว่าข้างล่างที่จะมีตาขาวอยู่อ่ะ? อืม ผมต้องดูว่าลอยด้วยอะไร ลอยด้วยรูปแบบของลูกตา เค้าและเบ้าตาอยู่แล้ว เพราะว่าเชฟตาของเราเนี่ย มีเล็กมีใหญ่ แต่ถ้าลอยด้วยไม่มีสติสัมปชัญญะ ลอยด้วยยาเสพติด เออ อะไรแบบนั้นน่ะ มันต้องดู
ไม่ได้นอน อ๋อ? ผมจะไม่สามารถให้สตมได้ว่าคนตาลอยคือคนไม่ปกติ ไม่ใช่แบบนั้น
แล้วที่อาจารย์เคยบอกว่าแบบเด็กหน้าผากที่แบบหนวกนูนหน่อย อาจจะวิเคราะห์ได้ว่าสนิทกับแม่อ่ะ อันนี้จริงมั้ย? อ่า คือการที่เราดูระดับความสูงของหน้าผากครับ บางครั้งมันรีเฟอร์ไปถึงการที่มีปฏิสัมพันธ์มากๆ กับแม่ตั้งแต่ช่วงแรกเกิด มันก็จะทำให้สมองส่วนหน้าคุณน่ะพัฒนามากกว่าคนอื่น ซึ่งในบางคนสามารถมองเห็นได้เลย แต่ต้องดูด้วยนะว่ากรรมพันธุ์เค้าเป็นรูปทรงแบบนี้หรือเปล่า
ใช่มั้ยคะ? มันต้องใช้ทักษะและอย่างอื่นประกอบในการวินิจฉัยด้วย
อ๋อ แต่ว่าถ้าสมมุติสมองส่วนหน้ามันพัฒนาไม่ดี หน้าผากแคบมั้ยคะ ก็เป็นไปได้อ่ะ ถ้าตัดกรรมพันธุ์ออกแล้วก็เป็นไปได้ครับ สมมุติว่าสมองส่วนหน้ามันเล็กมากเลยอ่ะ แสดงว่าคุณไม่ได้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือคิดเชิงเหตุผลกับใครเลยนะ สมองมันก็จะโตตามสภาพมันนะ โตตามตัว แต่อื แต่ไม่ได้ถูกรับคม ไม่ได้เพิ่มจำนวนเซลล์ประสาทเท่าที่ควร เหมือนคนที่อยู่ในป่า สมองส่วนหน้าก็ไม่ได้ใช้เท่าคนที่เรียนหนังสือแล้วก็คิดเชิงเหตุผล
อืม เพราะฉะนั้นมันก็แอบจะตรงกับโหงวเฮ้งหน่อยๆ ด้วยนะคะ? ใช่ครับ แต่โหงวเฮ้งผมไม่รู้ว่าเอาหลักอะไรมาอธิบายว่าตาแบบนี้จะอาภัพนะ ผมรู้สึกว่าตาที่ต่างกันไม่ได้ส่งผลต่อความอาภัพหรือไม่อาภัพของคนน่ะ
อ๋อ คุณคิดดูนะ สมมุติคุณเกิดมาอาภัพใช่มั้ยครับ แล้วการฉีดฟิลเลอร์เติมเข้าไปที่ปากจะทำให้คุณหายอาภัพเหรอ ใช่มั้ย คือคุณอธิบายให้ผมฟังสิว่าทำไมได้ยังไง อ่ะ เราหลอกใครอยู่ เรื่องโชคชะตาเนี่ย เราหลอกพระเจ้า พระเจ้าไม่รู้เหรอว่าไสยกรรม
ก็เค้าอาจจะรีเฟอร์ว่าอาภัพเพราะว่า อ่า รูปมาตรฐานแบบนี้มันไม่สมส่วน คุณเป็นไปได้? แล้วมันสมส่วนมากขึ้นได้? อ่า เป็นไปได้ พูดอย่างเงี้ยยังฟังดูมีเหตุผลมากกว่า เราเรียกว่าความสมมาตรของใบหน้า
อ่า พอคุณสมมาตรมากขึ้น คุณก็สวยขึ้น พอสวยขึ้น คุณก็อยากคุยมากขึ้น มีโอกาสในสังคมมากขึ้น ถูกต้องครับ ต้องอธิบายแบบนี้
แต่ถ้าปากบางก็คือจะไม่มีเงิน ปากหนาก็คือจะรวยอย่างเงี้ย? อืม ก็คือ ถ้านั่งอยู่บ้านเฉยๆ ปีนึงไม่ทำงานเลย แต่ปากหนาขึ้น มึงจะรวยได้ยังไง? นั่นน่ะสิ จริงมั้ย เออ เราต้องคิดเชิงเหตุผล
อาจารย์คะ ดูยังไงคนนี้แบบจริงใจไม่จริงใจ หรือเปล่า? โอนี่ดูยากนะ เหรอ ก่อนอื่นเลยเราต้องเข้าใจก่อนว่าหน้าตาเราทำได้หลายแบบ กล้ามเนื้อหลักๆ ในการแสดงอารมณ์มี 13 คู่ 43 คู่ครับ ซึ่งมันก็ต้องทำงานซ้ายขวาพร้อมกัน
อย่างน้อยเนี่ย ผมน่าจะสอนคุณให้ดูรอยยิ้มได้? อืม อันไหนรอยยิ้ม อันไหนรอยยิ้มจริงใจ?
จริงหรอ ยิ้มธุรกิจที่บอกอ่ะเหรอคะ? เออ ยิ้มธุรกิจ ยิ้มมารยาทยิ้มเกรงใจ ยิ้มเอือมระอายิ้มรับของบนเวทีครับ ต่างกันหมดเลย
รอยยิ้มมีทั้งหมด 17 แบบ มีแค่แบบเดียวเท่านั้นที่เป็นรอยยิ้มจริงๆ จากความสุข
อ ดูยังไงคะ? ซึ่งต้องประกอบไปด้วยการทำงานของกล้ามเนื้อ 6 ตัว ซึ่งก็คือซ้าย 3 ขวา 3 นะครับ ตัวแรกมัดแรกคือ zygomaticus major เวลายิ้มขึ้นไปแล้วตรงที่มันแข็งนะครับ ส่วนอีกตัวนึงครับ อยู่ข้างบน zygomaticus minor ครับ อยู่ด้วยกันร้อยไปด้วยกัน ส่วนอีกคู่นึงก็คือรอบดวงตาครับ orbicularis oculi ตาสระอิ ตาสระอิ ตาหยี ไหนยิงฟันแล้วก็ทำตาหยีไปพร้อมกัน ดูจริงใจขึ้นมาเลย! ดูจริงใจขึ้นมาเลย!
แต่ถ้าบางคนโบท็อกซ์เยอะไง แล้วมาโดนตัดสินอย่างงี้ทำไงอ่ะ? อ่ะ ก็ช่วยไม่ได้อ่ะ มันเป็นความรู้สึกทางด้านจิตวิทยาที่คนเห็นแล้วจะรู้สึก มันผิดที่คุณฉีดโบท็อกซ์เยอะไป มันทำให้คนรู้สึกว่าหน้าคุณไม่เป็นมิตร
ออออ แต่จริงๆใจเราเป็นมิตรไง แต่ว่าเรา? ใครจะไปเห็นล่ะครับ เห็นแต่หน้าไง ว่าหน้าคุณตึงอ่ะ เออ หน้าเหวี่ยงไง ใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้น
คืออคติมันอยู่ใน DNA ของเราครับ เราจะเกลียดคนหรือชอบคนก็ตั้งแต่ไม่เกิน 15 วินาทีแรกหลังจากที่เจอครับ Head at first sight มันมีใช่มั้ยฮะ เหม็นขี้หน้าตั้งแต่แรกเจอ มีครับ มันก็ไม่ต่างอะไรจาก Love at first sight เห็นเธอครั้งแรกแล้วฉันตกหลุมรักเธอ ความรักนิยามก็ไม่เหมือนกันอีก ความเกลียดก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเหตุผลทางด้านจิตวิทยาเวลาคุณไม่ชอบใครตอนเจอครั้งแรกเนี่ย มันมีอยู่ 4-5 ข้อ
ข้อแรกเลยคือเขามีบางสิ่งบางอย่างเป็นบุคลิกที่คุณน่ะไม่ชอบอยู่แล้ว อาจจะไม่ชอบในตัวคนอื่นหรือไม่ชอบในตัวเอ ง แต่การบอกว่าเกลียดคนอื่นทั้งๆที่นิสัยเหมือนเราอ่ะ การบอกว่าเกลียดคนอื่นมันง่ายกว่าการบอกว่าเกลียดตัวเอง
อืม 2 เลยคือเค้าอาจจะสวมบทบาทการเป็นนิสัยคนอื่นอยู่ โดยที่คุณเซได้ว่ามันไม่จริงใจ เช่น ทำเป็นมีน้ำใจ ทำเป็นยิ้มเก่ง แต่จริงๆ คุณดูออกว่ามันไม่ใช่ คุณก็ไม่ชอบ เพราะมันเฟค
อืม อีกอย่างนึงคือคุณกับเค้าต่างกันเกินไปครับ สิ่งที่คุณไม่คุ้นเคยแล้วมันอยู่ในตัวเค้า เช่น พูดไทยคำอังกฤษคำ คุณก็จะมองว่าอี้นี่จังเลย
อืม [เสียงกระแอม] ไม่ใช่ฉันไม่ชอบ มันไม่จริงใจเลย ทั้งๆที่เขาอาจจะอยู่นานาชาติ หรืออยู่ต่างประเทศมา
มันต่างกัน? เค้าแค่ไม่เหมือนคุณ
เออ อืม ข้อต่อมาเค้ามีอะไรเล็กๆน้อยๆ เหมือนกับคนที่คุณเกลียดและถูกฝังอยู่ในระบบ อ่า เค้าเรียกว่ากึ่งมีสติของคุณ เช่น มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอน 0 ถึง 2 ขวบ 3 ขวบ 4 ขวบ
อืม คนที่ลักษณะแบบนั้น อาจจะเคยแกล้งคุณตอนเด็กๆ แล้วมันฝังใจ
อืม คุณอาจจะลืมไปแล้ว แต่ว่าสมองมันจำครับ
ค่ะ ดังนั้นพอสมองเจอสิ่งที่คล้ายกันกับสิ่งที่เคยแกล้งคุณ มันก็จะบอกให้คุณไม่ชอบ
อืม แล้วมันแก้ได้มั้ยคะ? จริงๆ หลายๆ เคสนะครับ ที่ผมเห็น พอคุณรู้จักนิสัยกันไปจริงๆ อ่ะ คุณก็เปลี่ยนทัศนคติได้
ตอนแรกฉันไม่ชอบแกเลย? ใช่
เปลี่ยนได้ครับ เปลี่ยนได้ โอเคค่ะ คนแบบไหนที่ไม่ควรมีลูกเลย? คนเห็นแก่ตัวครับ แล้วคนเห็นแก่ตัวนี่มันทำยังไงมันก็เห็นแก่ตัวนะ เพราะว่าเขาจะไม่นึกถึงลูก ไม่นึกถึงคนอื่น แต่ก่อนอื่นเลยเนี่ย ผมไม่รู้ว่าคนเห็นแก่ตัวเค้ารู้ตัวกันหรือเปล่าว่าเค้าเป็นคนเห็นแก่ตัว จริงๆ มันมีหลายข้อที่คุณสมบัติคนๆ นึงเนี่ย ถ้ามีนิสัยแบบนั้นแล้วไม่ควรผลิตลูกออกมา เพราะลูกจะเหมือนคุณน่ะ
คุณจะสร้างขยะอีกชิ้นนึง? อืม ขึ้นมา ตอนแรกคุณอาจจะเป็นขยะที่ไม่ได้มีพิษเท่าไหร่ แต่พอคุณมีลูกอ่ะ คุณเหมือนผลิตขยะที่อาจจะมีพิษมากกว่าคุณอีก
อืม ซึ่งก็หมายความรวมถึงนิสัยที่ไม่ไม่ดีอ่ะครับ ไม่ดีต่อสังคม ไม่ดีต่อเพื่อนมนุษย์
อืม เวลาเป็นตัวคุณที่ไม่ดีแล้วคุณผลิตอีกตัวนึงเพิ่มอย่างเงี้ย มันก็เป็นภาระของสังคม ผมคิดว่านิสัยแรงๆ เลยก็คือพวกหลงตัวเอง
อืม เห็นแก่ตัว พวกประพฤติชั่ว ไม่มี empathy ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
อ มันก็รวมแตกคำไปอีกก็คือไม่มีน้ำใจ อ่า ชอบหลอกใช้คนอื่น แล้วก็
อ ชอบกดดันคนอื่น ข่มขู่คนอื่น คือมันแตกแยกย่อยได้หลายข้อมาก แต่หลักๆ ก็คือ Dark Triad หรือว่าจิตวิทยาด้านมืดของมนุษย์ นั่นเอง
อืม ข้อ 1 เลย Narcissistic ความเห็นแก่ตัว ความหลงตัวเอง
อืม ข้อ 2 Machiavellianism การหลอกใช้คนอื่น ครอบครองผลประโยชน์เท่านั้น
อืม ข้อ 3 Psychopathy ไม่เห็นอกเห็นใจคนอื่น พูดคำแรงๆ ใส่แล้วจินตนาการไม่ออกว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง
อ ก็จะพูดไปเรื่อยๆ พวกนี้คือ Toxic
อืม คือถ้าคุณเป็นพิษ คุณควรหยุดพิษไว้ที่ตัวเองคุณครับ
อืม อย่าไปแตกหน่อ หรือว่าอย่าไปแพร่พันธุ์เลยครับ
Toxic Parent เนี่ย มันก็จะผลิตลูกที่เป็น Toxic แล้วคิดดูนะคะว่าชีวิตของคนนึงอ่ะ เค้าจะเจอคนเยอะมาก
อืมอือฮึ อายุขัยก็อาจจะ 80 ปีมั้ยคะ บางคน 100 ปี
ซึ่งเขาจะสร้างบาดแผลในใจคนอื่นค่อนข้างเยอะปริมาณมาก? ใช่ วันวันนึงเราเจอกับใครก็ไม่รู้อ่ะ
อืม มันมันเยอะแยะมากมาย ตั้งแต่ลูก Toxic ในโรงเรียน ลูก Toxic ในที่ทำงาน
คู่? อืม ใช่ เพื่อนร่วมงาน
น้องใช่ ชีวิตคนนึงมันไลฟ์สแตมมันยาวมาก? ถูกต้อง แล้วเท่าที่ประสบการณ์ผมมีอ่ะนะ
อืม คนชั่วอายุยืน? เหรอ เหมือนน่าจะโดนคนสวรรค์กลั่นแกล้งให้มาใช้กรรมนานๆมั้งครับ
อืม คนมีบุญก็เราก็มักจะถือว่าคนที่อายุสั้นคือมีบุญ
อืม อยู่ที่ว่าตายยังไงด้วยนะ
อืม ถ้าตายอย่างอนาถ น่าจะมีบาป
หลายคนน่ะไม่ได้มองว่าเนี่ยอย่างอาจารย์บอกว่าคนที่ Toxic อ่ะไม่ควรมีลูก แต่ในสังคมอ่ะเค้าไม่ได้มองตรงนี้เลย
เค้ามองว่า? มีตังค์ถึงมีลูกได้
อ่า แล้วเราเห็นกี่คดีมาแล้วล่ะ ที่ไฮโซทั้งหลายแหล่ทำเรื่องที่น่าประนามในสังคม ไม่มีความรับผิดชอบ เห็นแก่ตัว ชั่วร้าย อือ เงินก็ไม่ใช่ตัวปัจจัยที่บ่งบอกว่าใครมีคุณค่าที่จะอยู่หรือจะไปครับ
จริง มันคือคุณค่าความเป็นคนนะ มันดูได้หลายอย่าง
อืม คุณจากไปแล้วคนเสียใจหรือคนดีใจ ถ้าการจากไปของคุณแล้วมีคนตบมือมากกว่าคุณไม่ควรอยู่บนโลกตั้งแต่แรก
อาจารย์คะ ผู้หญิงเนี่ย move on เร็วกว่าผู้ชาย จริงมั้ยคะ คือแบบตอนเลิกกันเนี่ย เราเคยเห็นแบบพวกมีมอ่ะ คือผู้หญิงจะร้องไห้แบบเสียใจ แล้วเช็ดน้ำตาสักพักนึงก็คือ move on ได้ แต่ไปแล้วไปเลย ใช่ แต่ผู้ชายเนี่ย ก็คือช่วงแรก หลั่นล้าก่อน
หลั่นล้าก่อน เฮ้ เพื่อนกินเหล้า ฉันโสดแล้ว แต่สักพักนึงก็จะแย่ลงเรื่อยๆ แย่ลงเรื่อยๆ อันเนี้ยจริงมั้ยคะ? เอาในแง่ของ Majority หรือส่วนใหญ่แล้วกันนะครับ มันขึ้นอยู่กับว่าเราถูกเลี้ยงดูมาอย่างไรแบบไหน
อืม อย่างเช่น เอ่อ ผู้หญิงผู้หญิงเนี่ยมีความอดทนสูง ดังนั้นถ้าผู้หญิงอดทนจนถึงขีดสุดแล้วเนี่ย เวลามันจบแล้วมันจบ การเสียใจเนี่ย ต้องอนุญาตให้ตัวเองเสียใจได้ เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เนาะ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ร้องไห้ให้กับความรักอะไรอย่างเงี้ย มันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
อืม แต่ผู้ชายเนี่ย ช่วงแรกลั้นลา ต้องดูสาเหตุของการเลิกกันก่อน มันไม่ใช่ทุกคู่ที่จะเป็นแบบนี้ ถ้าผู้ชายที่นอกใจ
ช่วงแรกลั้นลาอยู่แล้ว? ลั้นลาเพราะว่าเจอของใหม่ เจอคนใหม่นะครับ ก็จะไปใช้ชีวิตใหม่ๆ แต่พอคบคนใหม่แล้วรู้สึกว่า เฮ้ย คนใหม่มันไม่ดีพอไปเทียบกันแล้วคนเก่าดีกว่า ก็จะรู้สึกเสียใจและอยากกลับมาคืนดี
อ่า ส่วนผู้หญิงเนี่ย ทนจนขีดสุดก่อน พอไม่ไหวถึงไป ดังนั้นมันจึงคทสกัน
ถ้าในพูดของในแง่ของอารมณ์หึงหวง หรือยังหวงยังห่วงก้างอยู่ ผู้ชายจะมีสิ่งที่เรียกว่า masculine possessiveness หรือ การหึงหวงด้วยภาวะความเป็นเพศชายครับ ซึ่งมันจะมาจากความก้าวร้าวด้วยของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งผู้หญิงไม่มี ซึ่งผู้หญิงมีแต่น้อยเทสโทสเตอโรนน่ะ
อืม ถ้าผู้ชายมันมีเยอะกว่า มันก็จะหึงหวง หวงก้างตัวเองไม่ดีนะ แต่พอเจอผู้หญิงไปมีแฟนใหม่ หรือมีกิ๊กใหม่ คนคุยใหม่ ก็จะหวงไปตาม ราวีไปตาม ฆ่าชู้เค้า หรือไปตาม ทำร้ายร่างกายเขา
เนี่ย คือความแตกต่างในด้านของพันธุกรรม เพศ
แสดงว่าพวกฆาตกร หรืออาชญากรต่างๆ เนี่ย ผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชายเยอะ? ใช่ครับ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับความก้าวร้าวรุนแรงจากจากตัวเพศสภาพ
อ ผู้หญิงไปแล้วไปเลย? ไปแล้วไปเลย แต่ผู้หญิงที่ไม่เลยเป็น 10 ปีก็มี
อืม อยู่ที่ว่าคุณเติบโตมาแบบไหน คุณรู้จักความรักแบบไหน
อืม ถ้าคุณรู้จักความรักจริงๆ พ่อแม่คุณให้มา คุณจะรู้ทันทีเวลาคุณเจอความรักที่ไม่จริง
อืม แล้วคุณจะเดินออกมาได้ง่ายๆ อืม ในขณะที่ถ้าคุณไม่รู้จักความรักจริงจริง พ่อแม่ซ้อมกัน ทะเลาะกัน อดทนกันมาให้คุณเห็น คุณจะเรียนรู้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ แล้วคุณก็จะทน ทน
ถูกต้อง แต่ผู้หญิงเนี่ยออกไม่ได้เนี่ย คือออกไม่ได้นะ แต่ถ้าออกได้แล้วคือไปเลย? ไม่มีผู้หญิงคนไหนออกไม่ได้ครับ ยกเว้นแต่ว่าพึ่งพิงตัวคู่รักอ่ะ ด้วยเรื่องอื่นอีก เช่น เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องเงิน
อ เพราะว่าผู้ชายเนี่ย ตอนรักก็บอกว่าเธอลาออกมาเลยเดี๋ย เราดูแลเอง
อืม แต่พอลาออกมาแล้วมันไปมีชู้ อย่างเงี้ย คราวนี้ผู้หญิงลอยรำ ไม่มีงานแล้วนะ ต้องมาติดอยู่กับผู้ชายนั้น ผมก็ไม่แนะนำให้อาชีพใดอาชีพหนึ่งจะต้องรับหน้าที่เป็นแม่บ้านพ่อบ้านนะครับ
อืม ควรจะต้องช่วยกันแบ่งหน้าที่ให้ยุติธรรมหน่อย
อืม เพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ย ความมั่นคงทางการเงินของแต่ละคนก็สำคัญ และมันเป็นชีวิตคู่ที่ยืนยาวกว่าด้วยเนาะ
ใช่ ผมคิดว่าการทำงานของแต่ละเพศเนี่ย มันคือการเห็นคุณค่าในตัวเอง ได้พิสูจน์ตัวเองว่าฉันยังทำงานได้อยู่ มีคุณค่า
อืม การที่ผู้ชายชอบบอกให้ผู้หญิงลาออกมาเป็นแม่บ้านเนี่ย ผมว่ามันคือการให้ผู้หญิงสูญเสียตัวตนไปครับ เว้นแต่ว่าสมมุติว่าจะมาเป็นแม่บ้าน full time อย่างเงี้ย มันมีอะไรเทิร์นหรือเปล่า ผู้ชายดูแลซัพพอร์ตทุกเรื่อง
ผู้ชายเป็นคนดีไม่นอกใจ เพราะ once you นอกใจภรรยาแล้วเนี่ย ภรรยาคราวนี้ไม่มีแหล่งรายได้แล้วนะ ขึ้นอยู่กับสามีอย่างเดียว ผมว่ามันก็คือความเสี่ยงจริง ที่คุณจะต้องรับมันน่ะ
มันไม่ใช่ว่าเป็นแม่บ้านอย่างเดียวสิค่ะ อาจารย์ บางทีมีลูกด้วย? ใช่ ลูกไม่ใช่หน้าที่ของแม่คนเดียวครับ
อืม ลูกก็คือลูกของพ่อด้วย ทำไมภาระการเลี้ยงลูกต้องเป็นของแม่?
อืม อืม แล้วอัเอ่อเค้าเรียกว่าสภาวะการพึ่งพิงทางการเงินกันอย่างเงี้ย มันมันไม่มันไม่ซีเคียวด้วย แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์น่ะ มันก็รู้สึกได้
อืม ในในการที่รู้สึกว่า
ว่าเราต้องยอม? ใช่
อืม ว่าเราต้อง? เพราะว่าเราใช้เงินเราต้องยอม ต้องอดทนก็เนี่ยคือความ
เป็นจิตวิทยาเลยใช่มั้ยคะ? มันคือการที่คุณน่ะเสียเปรียบตั้งแต่ว่าคุณไม่สามารถหาเงินได้เองอ่ะ
อืม คุณเลยต้องง้อ คือถ้าสามีไม่ให้เงินอย่างเงี้ย คุณทำตัวไม่ดี สามีไม่ให้เงินแล้วต้องง้อหรอ ต้องทำตัวดีๆ น่ารักตลอดเวลาหรอ ผมว่ามันไม่ยุติธรรม
อืม ผมว่ามันคือความได้เปรียบเสียเปรียบในแง่ของความมั่นคงในตนเองมากกว่า
อืม ผมว่าการที่สามีภรรยาช่วยกันทำงานทั้งคู่ มันเป็นเรื่องลับได้ ซึ่งเลี้ยงลูกก็ต้องช่วยกันด้วยเช่นกัน
อืม ไม่ใช่ช่วยกันทำงานหาเงินนะ แต่ตัวเมียกลับบ้านมาต้องเป็นแม่บ้านแล้วเป็นแม่ ด้วย ผมว่าอันนี้ไม่ยุติธรรม
อ ไม่ยุติธรรมจริงๆ มันมีคำนึงอ่ะคะที่เขาบอกว่าเมื่อผู้หญิงอ่ะมีทุกอย่างแล้วอ่ะ สิ่งที่เขาจะยึดเหนี่ยวผู้หญิงคนนั้นได้ อ่ะก็คือความจริงใจและการกระทำ
ถูกต้องจริง? ซึ่งมันสำคัญที่สุด
ใช่ ก็เค้ามีทุกอย่างแล้ว สิ่งที่ถ้าคุณเข้าไปในชีวิตเค้าแล้วชีวิตเขาไม่ได้ดีขึ้นน่ะ เขาจะเอาคุณเข้ามาทำไมครับ
อืม คือชีวิตเค้าดีอยู่แล้วอ่ะ เอามาเป็นภาระ เอามาเป็นภาระทางการเงิน ทางอารมณ์ ทางความสุขหรอ
คือผู้หญิงโสดอ่ะ เค้าเก่ง เค้าอยู่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว คนโสดจึงกลัวการมีคู่ไง
กลัวเลยใช่มั้ยคะ? ใช่ โดยเฉพาะยุคสมัยนี้
อืม ผู้ชายถ้าไม่มีครอบครัว เดี๋ยวคนก็หาว่า เป็นตุ๊ดอีกแบบเป็น LGBT พ่อแม่บังคับให้ อยากมีหลานเงี้ย ผู้ชายก็ไม่อยากมี ไม่อยากมี ไม่อยากมีก็อย่าไปคิดว่าเขาจะเป็น LGBT ไปซะหมด บางทีผู้ชายบางคนเขาก็รักการใช้ชีวิตโสด หรือบางคนก็ไม่อยากผูกมัดครับ อยากเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ก็มี
อืม อย่าไปบังคับให้เค้ามีคุณคนเดียวเลย ถ้าเค้าไม่พร้อม
อาจารย์คะ เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นโรคจิตหรือเปล่า คือภายนอกเนี่ย เราอาจจะดูปกติ หรือว่าเฮ้ย เราเห็นคนนั้นดูโอเคนะ มันมีเช็คลิสต์อะไรที่เราแบบสามารถเช็คตัวเอง หรือเช็คคู่ หรือเช็คสามารถสแกนใครได้ไหมว่าเออ จิตปกติมั้ย เพราะว่าจริงๆ แล้วเนี่ย ในสังคมสมัยนี้เนี่ย โรคจิตเยอะเหมือนกันนะฮ? เยอะมากครับ ปัญหาทางจิตนี่ 20% ของ Population ไทย ประชากรทั้งหมดมี 20% ครับที่มีโรคทางจิต
อุ๊ย แรงมาก 10 คนเดินมา 2 คนเป็นโรคจิต? ถูกต้อง แต่จิตแบบไหนอีกเรื่องนึง เพราะโรคทางจิตเวชมันมีหลายโรคมาก ซึมเศร้า โรคเครียด อ่านอนไม่หลับนี่ก็ถือว่าเป็นโรคจิตเวช อาจจะไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องไปวิ่งแก้ผ้าฆ่าคนอย่างเงี้ย อ่าๆ มันมีหลายโรค ซึ่งไคทีเรียในการเช็คว่าใครเป็นโรคจิต ผมขอพูดเรื่องโรคจิตเภทแล้วกัน เพราะว่ามันรุนแรงและอันตราย
โรคจิตโซฟรีเนียนะครับ ไคทีเรียมันก็จะมี 7-8 ข้อ ซึ่งจะต้องสัมภาษณ์ญาติ นะครับ ไม่ใช่สัมภาษณ์ตัวผู้ป่วย
เพราะว่าบางทีปกป้องตัวเอง? ผู้ป่วยไม่รู้ ผู้ป่วยไม่รู้อ่ะ ผู้ป่วยโกหกอะไรอย่างเงี้ย
ข้อแรกเลยก็พูดเพ้อเจ้อครับ พูดเพ้อเจ้อ เอ๊ะ เราเป็นมั้ยนะ? พูดเพ้อเจ้อ ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 แต่งกายมีลักษณะแปลกไม่เหมาะสม
คำอะไรมันนิยามว่าเหมาะสม อาจารย์? เหมาะสมแก่กาลเทศะและ
อืม กิริยาท่าทาง เราไม่ควรจะใส่ชุดว่ายน้ำไปประชุมอะไรอย่างเงี้ยครับ หรือเราไม่ควรใส่ชุดไทยไปสระว่ายน้ำอย่างเงี้ยครับ มันแล้วแต่สถานการณ์ และก็มีพวกหูแว่ว หลอน
อืม แล้วก็รู้สึกหวาดระแวง ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเองซ้ำๆ
เอ้ย แต่แต่หูแว่วเขาเป็นนะ อาบน้ำอยู่แบบ มามี๊? อันนี้หลอนใช่มั้ยลูกเรียกบ่อย? ใช่ค่ะ ลูกเรียกบ่อยมากๆ จนรู้สึกว่าลูกเรียกตลอดเวลา ทั้งที่บางทีลูกไม่อยู่บ้าน
อ อันนี้อาจจะนอนน้อยหรือเปล่าครับ? น่าจะใช่
เออนอนน้อย คือหูแว่ว หลอนเนี่ย คือได้ยินคนเรียกชื่อ หรือได้ยินคนพูดอะไรกับเรา ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่เลย
อืม นี่คือหูแว่ว
ในออฟฟิศเห็นแพวคุยอะไรอยู่ผนังกับผนังคนเดียวมั้ย? การพูดกับตัวเองนี่เป็นเรื่องธรรมดานะ พูดหน้ากระจกแบบ โอ๊ย ลืมอันนี้อีกแล้ว อะไรเงี้ย คือพูดคน แต่พูดเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนมีอีกคนนึงอยู่ด้วยครับ อันนั้นไม่ปกติ
เหมือนคุยกับแม่ซื้ออ่ะ? อ๋อ กุมารอะไรอย่างเงี้ย เออ
ใช่ พูดไปเรื่อยไปเปื่อย แล้วก็เห็นภาพหลอน อย่างเช่นเห็นผีเดินตาม หรือว่ามีคนจ้องจะมาทำร้าย หวาดระแวงต่างๆ นานา ในสิ่งที่ไม่ มีอยู่จริง
ถ้ามีแค่ 1 ข้อเท่านั้น ก็สามารถไปพบจิตแพทย์ได้เลยครับ
แรงมาก ว่าน่าจะเยอะเหมือนกันนะคะ? เยอะ แล้วคนเป็นแล้วคนไม่รู้ตัวเยอะเยอะด้วย
อืม บางครั้งในที่ทำงานเรามีอาการทางจิต ซึ่งอาการเหล่าเนี้ยที่ผมพูดมาจะต้องคงอยู่ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำนะครับ
ถ้าเป็นแค่วันเดียวแล้วหายไปเลยไม่นับ? อ๋อ ต้องเป็นอย่างต่อเนื่องเกิน 1 เดือนขึ้นไป
อืม คุณถึงจะถูกวินิจฉัยว่าอาจจะเป็นโรคทางจิต
ถามคนอื่นด้วย? ใช่
เวลาแต่งงานแล้วอ่ะค่ะ หลังจากแต่งงานทำไมสถานะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปคะ ไม่ใช่แค่เรากับสามีที่ความสัมพันธ์มันเปลี่ยน แต่บางทีคนรอบๆ ตัว หรือครอบครัวสามีเนี่ย ก็เปลี่ยนไปด้วย? ผมว่านิสัยที่แท้จริง หรือตัวตนที่แท้จริงเราจะออกมาตอนที่เรารู้จักกันไปนานๆ หรือเปลี่ยนสถานะนะครับ อย่างเช่นก่อนเป็นแฟนเนี่ย คุณดีมากเลย แต่พอเป็นแฟนแล้วทั้งดุด่า ทั้งนอกใจ คือตอนแรกอ่ะ มันยังไม่ได้มาไง
อืม แต่พอได้มาแล้ว แล้วมีอะไรการันตีว่าฉันเป็นเจ้าของไง เช่น ใบสมรส หรือการย้ายเข้ามาอยู่แล้ว
อ นั่นคือ มันเป็นคอมมิเมนท์นึงทางสังคมอ่ะ ที่บอกว่าคุณเป็นของกันและกัน และ
อย่างยกตัวอย่างแม่ผัวใช่มั้ย แม่ผัวลูกสะใภ้ ก็ตอนแรกอาจจะเอ็นดูเราครับ แต่พอเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเค้า แชร์นามสกุลกัน ทำไมถูกจิกหัวใช้งานเหมือนเป็นแม่บ้านของเขาเลย อย่างเงี้ย มันคือมุมมองที่คนอาจจะมองว่าเราเปลี่ยนสถานะ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบ้านเค้า แล้วก็เลยจิกหัวใช้ จนลืมคำว่าก่อนหน้านี้เค้าก็เป็นลูกสาวของใครคนอื่น เหมือนกัน
อืม นะครับ คือความเกรงใจเนี่ย ยิ่งคนใกล้ตัวยิ่งต้องมี แต่เรากลับตาลปัดไปหมดเลย เราทำไม่ดีกับคนใกล้ตัว เราทำดี พูดจาดี เอาใจคนไกลตัว เนื่องจากคุณเปิดหน้ากากแค่หน้าเดียวให้คนไกลตัวเห็น แต่คนใกล้ตัวคุณเอาหน้าจริงมาคุย ดังนั้นเราจึงเห็นด้านมืดของคนใกล้ตัวมากกว่า
อืม นะครับ ถ้าเป็นพ่อตากับเอ่อ พ่อตากับลูกเขย ถ้าพ่อตาสังเกตได้ว่าลูกเขยไม่ได้รักลูกเค้าอย่างเงี้ย มันก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่ชอบ
หรือบางคนพ่อรักลูกสาวมากๆ จนยอมปล่อยให้ลูกสาวแต่งงานกับคนที่พ่อไม่ชอบตั้งแต่แรก? แต่ก็มีอคติอยู่แล้ว
อ่า ใช่ เรื่องอคติอ่ะ มันอยู่ใน DNA อยู่แล้ว ว่าคุณไม่ชอบเพราะอะไร คุณอาจจะรู้ทัน เพราะว่าคุณเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน
ไม่อยากให้ลูกเจอคนเจ้าชู้ คนเจ้าชู้มันมองกันออกอย่างเงี้ยครับ
อ๋อ ผีเห็นผีเหรอคะ? อ่า ผีผีเห็นผีประมาณนั้น
อืม แสดงว่าอาจจะใช้คำผิดด้วยซ้ำ คือเขาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เค้าเป็นตัวเองมากขึ้น
เค้าเป็นตัวเองมากขึ้น? แรงมาก
ใช่ จริงๆ เราอาจจะดูไม่ออก เพราะว่าเราเจอเค้าแค่ตอนแรก เราเป็นแค่แฟนลูกชาย
อืม แต่พอคุณกลายมาเป็นภรรยาลูกชายแล้ว คราวนี้เขาเปิดได้ทุกหน้าให้คุณเห็น และเขาก็คงคิดว่าคุณจำใจจะต้องอดทนกับมันครับ เพราะคุณเลือกแล้วที่จะเข้ามาอยู่ใน area ของเขา
อาจารย์คะ แบบผู้ใหญ่อ่ะค่ะ เขาก็จะชอบสอนว่าแบบมีชีวิตคู่ ต้องอดทน ความสัมพันธ์ต้องอดทน อยู่กันไปให้ถึงแบบ เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะอะไรอย่างเงี้ย ความสัมพันธ์ต้องอดทนนะลูก จริงๆแล้วมันต้องอดทนจริงๆ?
อืม จริงๆ ความสัมพันธ์ถ้าอยากจะให้มันยืนยาวนะครับ มันต้องผ่อนปรนบ้าง เป็นตัวเองอาจจะน้อยลง ถ้าเรานิสัยไม่ดี แต่อะไรดีๆ ก็คือยังคงไว้อยู่ แต่เราจะต้องนึกถึงความรู้สึกคนอื่นด้วย ดังนั้นการเป็นตัวเองให้น้อยลงหน่อย เพื่อเห็นแก่ชีวิตคู่ก็ดี ทุกๆ ชีวิตคู่ควรจะมีกฎการตกลงร่วมกัน เช่น คุณชอบหรือไม่ชอบอะไร คุณมาเปิดเผยให้กันดูเลยตั้งแต่แรก ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร
ทีเนี้ย ความอดทนเนี่ย จะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดีก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียวครับ ความอดทนแก่เหตุและผลที่มันดีสำหรับอนาคตชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ดี เช่น เอ่อ แฟนเป็นคนตื่นเช้ามากเลย
อืม แต่เราเป็นคนตื่นสาย แล้วแฟนก็มาบังคับให้เราตื่นเช้าเหมือนกัน? ผมว่าอันนี้มันไม่มีตรงกลาง เพราะอย่างที่บอก แฟนอาจจะถูกปลูกฝังมาให้ตื่นเช้า แต่เรามันเป็นคนตื่นสาย เราเป็นมนุษย์กลางคืนอ่ะ เขาเป็นมนุษย์เช้า อย่างเงี้ย ควรจะมาเจอกันตรงกลางว่าสาเหตุที่เธออยากให้ฉันตื่นเช้าเพราะอะไร
อืม ถ้าอยากทำกิจกรรมร่วมกัน มาเจอกันตรงกลางได้มั้ย เช่น ตอนเที่ยงอย่างเงี้ยเนี่ย คือเราจะไปเปลี่ยนทั้งชีวิตของเขาให้เป็นไปตามคันลองแบบของเรามันไม่ได้หรอกครับ
อืม ขนาดพี่น้องโตมาพร้อมคุณ ยังนิสัยยังไม่เหมือนคุณเลย คุณจะมาบังคับให้แฟนคุณเหมือนคุณได้ยังไง อ่ะ
อืม อีกอย่างนึง ความอดทนเนี่ย ถ้าแม่สอนให้ลูกสาวจะต้องอดทนในสังคมปิตาธิปไตย ผมไม่ค่อยได้ยินแม่สอนให้ลูกชายอดทนในชีวิตคู่เท่าไหร่ เห็นแต่แม่สอนให้ลูกสาวอดทนในชีวิตคู่
แรงเนาะ เวลาลูกชายเขาไปนอกใจ ตัวแม่ของผู้ชายก็จะมาบอกภรรยาว่าผู้ชายก็อย่างงี้แหละ แต่เขาไม่จริงจังกับใครหรอก หรือนักการเมืองก็อย่างงี้แหละ ดาราก็อย่างงี้แหละ ข้าราชการตำรวจก็อย่างงี้แหละ เจ้าชู้เป็นเรื่องปกติ เห็นแม่มั้ย แม่ยังทนได้เลย
นั่นคือสิ่งที่เป็นพิษครับ ที่คนเป็นแม่ไม่ควรเอาตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วบอกว่าลูกจะต้องทำแบบเค้า
มันไม่ใช่สิ่งที่ควรภูมิใจนะ? นั่นน่ะสิ คุณอดทนแปลว่าคุณไม่มีทางเลือก หรือยังไงครับ?
อืม คุณอย่าคิดว่าสมัยก่อนเนี่ย การแต่งงานควรแต่งครั้งเดียวเนาะ ในวัฒนธรรมไทยเนี่ย
อืม ปัจจุบันนี้ ตราบใดที่ผู้ชายแต่งแล้วอย่าแต่งแล้วอย่าได้ ผู้หญิงก็แต่งแล้วอย่าแต่งแล้วอย่าได้เช่นกัน
อืม คุณแต่งงาน 4 ครั้ง ผู้หญิงก็มีแตมีสิทธิ์แต่งงาน 4 ครั้ง หรือมากกว่าเช่นกันครับ
อ ใช่มั้ยคะ? ทำไมทะเบียนสมรสถึงต้องเป็นกุญแจล็อคชีวิตคุณให้อยู่กับคนที่ไม่ใช่และทำร้ายคุณด้วย? มันก็แค่กระดาษใบนึง มันเป็นมันเป็นสิทธิ์ทางกฎหมาย และเป็นกระบวนการทางวัฒนธรรม เพื่อประกาศให้สังคมรู้เฉยๆ ว่านี่คือคู่ของคุณตามกฎหมาย
อืม แต่จริงๆแล้ว ถ้าคู่ของคุณบน Facebook รักกันดี Happy Birthday กัน พากันไปกินข้าว แต่กลับบ้านมาซ้อมกันอย่างเงี้ย คุณยังภูมิใจที่จะพูดอยู่เหรอว่านี่คือคู่ของคุณ? ผมว่าคุณต้องเห็นคุณค่าในตัวเองมากกว่านี้
ผู้หญิงอย่าไปกลัว คุณมีสิทธิ์แต่งงาน 10 ครั้งครับ เท่ากับผู้ชาย
อืม พ่อหม้ายแม่หม้ายมีคุณค่าเท่ากัน
อืม ความฮอตไม่ฮอตไม่ได้อยู่ที่ใบสมรสครับ ว่าคุณมีมากี่ใบ ใบจะฉีกทิ้งกี่ใบยังไม่ได้อยู่ตรงนั้น
อืม แล้วการที่เราเคารพตัวเองมากพออ่ะ มันจะเป็น attitude ที่ดีให้กับลูกสาวเราด้วย? ถูกต้องครับ ตราบใดที่คุณเห็นคุณค่าของตัวเองให้ลูกสาวคุณดู บางทีอ่ะ คุณไม่ต้องสอนลูกด้วยซ้ำ ลูกเห็นและซึมซับได้เอง ว่าแม่เราเท่มากเลยอ่ะ ผมเห็นหลายคน style model ที่ลูกเขาเป็นบุคคลที่มีคุณภาพมากในสังคม มีมารยาท มีน้ำใจ เรียนเก่ง มีหน้าที่การงานที่ดีครับ โดยไม่ต้องพึ่งการเลี้ยงดูจากพ่อ
ค่ะ ส่วน single mom ก็ทำแบบนั้นได้เช่นกัน โดยที่ไม่ต้องพึ่งแม่ที่อาจจะไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง ติดยาเสพติด หรือว่าไม่เอา ไม่มี ความรับผิดชอบค่ะ
ผมว่าวิธีการเลี้ยงลูก หรือคำว่าครอบครัวเนี่ย ไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบคือพ่อแม่และลูก ครอบครัวสามารถมีแต่พ่อกับแม่แล้วไม่มีลูกก็ได้ หรือเป็นแม่กับแม่ 2 คนแล้วมีลูก พ่อกับพ่อ 2 คนแล้วมีลูก
อื ได้หมดเลย
อืม หลายคนอาจจะชอบพูดว่าแบบเนี่ย เป็นคู่กันอยู่มานานแล้ว คือประสบความสำเร็จเนี่ย เค้าเลิกกันอีกแล้ว นั่นเค้าเลิกกัน เลิกกันแล้วทำไมอ่ะ สำคัญกว่าไปกันน่ะ คือไปไหน
อืม บางคนลงเหว นะคะ เออ หรือบางคนไปด้วยกันได้ดีก็ตาม แต่สุดท้ายอ่ะ ผู้ใหญ่จะชอบตัดสินว่า การเฟล หรือการหย่าร้างอ่ะ คือการไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่
อืม วันนี้ผมก็ เออ เมื่อวานผมก็ไปคุยเรื่องการสะสมพรรษาของพระอ่ะครับ มันเหมือนคือ คุณจะเสียดายทำไม สมมุติว่าคุณเป็นพระที่มีคดีเนาะ แล้วสุดท้ายแล้วเค้าจะเสียพรรษาที่เค้าสะสมมา ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคุณสะสมไมค์ไปแลกอะไร
รีวอร์ดอะไรเหรอ? เออ สมมุติคุณคบกัน 10 ปี แต่ระหว่าง 10 ปีนั้น คุณนอกใจเค้า 3 ครั้งอย่างเงี้ย มันต้องเริ่มใหม่นะ
คุณเริ่มนับใหม่ดิ? อืม ผมว่าชีวิตคู่มันมีอะไรมากกว่าการนับเดือนและวันไปเรื่อยๆ บางครั้งเหมือน Long Distance Relationship อ่ะครับ อยู่คนละประเทศกัน
อ แต่คบกันได้มาเจอกันแค่เดือนละครั้ง ยังคบกันได้นานกว่าคนอยู่ด้วยกันทุกวันอีก
นั่นน่ะสิ ฉะนั้นเวลาคุณภาพเนี่ย มันไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณอยู่ด้วยกันกี่ชั่วโมง คุณคบกันกี่ปี อยู่ที่ว่าคุณทำร้ายจิตใจ ทำร้ายร่างกายกันมาแค่ไหน คุณทำอะไรดีๆ ให้กันมากแค่ไหน
เอามาตีแผ่ดูดีกว่า สมมุติว่าคบกันมา 10 ปี แต่วาเลนไทน์ให้ความสำคัญกับวาเลนไทน์ ทั้งๆ ที่รู้ว่าผู้หญิงชอบ
อืม ทำแค่ครั้งเดียว ปีแรกที่จีบ
อื หลังจากนั้นไม่ทำอีกเลย ผมว่าอันนั้นคุณไม่ค่อยเห็นความสำคัญของความรู้สึกของคู่คุณ และในขณะที่คู่แต่งงานอาจจะแต่งงานกันมา 2 ปี แต่ยังคงเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกอ่ะครับ ผมว่านั่นมีคุณค่ามากกว่าในด้านของชีวิตคู่
อ จริงค่ะ เพราะว่าอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นชีวิตคู่ บางคนเนี่ย เป็น roommate
roommate? อืม
การทำหน้าที่บางทีคล้ายๆ กับบริษัท เออ แบ่งงาน ทำหน้าที่ แบ่งหน้าที่คนใช่ เรื่องนะเออนั่นน่ะสิ
ใช่ เพราะฉะนั้นแบบ ชีวิตคู่มันคือการแชร์กันจริงๆ
อืม แต่คุณก็อย่าลืมด้วยว่าตัวแปรที่มีเพิ่มขึ้นมาก็คือลูก
อืม บางคู่เขาอยู่ด้วยกันได้ดีครับ โดยไม่จำเป็นต้องมีลูก ดังนั้นการมีลูกไม่ใช่ตัวพิสูจน์ว่าครอบครัวคุณสมบูรณ์
จริง ก็คือเจนผู้ใหญ่เนี่ย อาจจะไม่เข้าใจ อยากมีหลาน อยากมีหลาน แต่ตัวลูกสาวลูกชายคุณไม่อยากมี คุณก็ต้องเคารพตรงนั้นด้วย
จริง คือเรื่องเพศอ่ะ มันเป็นอะไรที่แบบ ยิ่งอ่ะ เราอยู่กับลูก 2 คน ยิ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเนาะ เราก็รู้สึกว่าเราไม่กล้าคุยกับลูกเรื่องนี้
อือฮึ มันเป็นเรื่องที่แบบ ไม่รู้จะเริ่มยังไง แต่ว่าเรามีลูกชายและลูกสาว
อืม เรื่องเพศ ถ้าสมมุติเราไม่พูด จะให้คนอื่นสอนหรอ? นั่นสิ
เราก็ควรจะต้องบอกเค้ามั้ย? แล้วบอกยังไง?
อ่ะ [เสียงกระแอม] ผมว่าการเริ่มต้นควรเริ่มตั้งแต่ลูกเนี่ยพร้อมรับ และเริ่มสนใจเรื่องทางเพศก่อน เช่น ตอนประถมปลายนะครับ ให้รู้จักร่างกายตัวเองก่อน ผู้หญิงมีร่างกายตรงนี้ อันนี้คือของสงวนนะ ผู้ชายมีร่างกายเป็นแบบนี้
แล้วการที่รู้สึกแบบนี้แปลว่าอะไรนะครับ? ก็คือให้เขารู้จักอวัยวะของตัวเอง อาจจะเอาแบบพวกหนังสือภาพอะไรเงี้ย มาอธิบายให้ฟัง ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่าโรงเรียน วิชาสุขศึกษาเนี่ย จะสอนอยู่แล้ว แต่การที่แม่มาสอน มันจะใกล้ชิดและละเอียดมากยิ่งขึ้น
แล้วก็การเริ่มพูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งจำเป็น
อ และพอพูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ หรือเซ็กส์ คุณก็ต้องพูดเรื่องการ masturbating หรือการช่วยตัวเองเช่นกัน
อืม เพราะว่าเรื่องเพศ เด็กอยากรู้อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่เหมือนเรื่องต้องห้าม เออ มีฉากจูบกัน แม่จะไม่ให้ดูอะไรอย่างเงี้ย มีฉากอะไรอย่างเงี้ย แม่จะไม่ให้ดู เด็กมันก็จะอยากรู้กว่าเดิมอีก ทีเนี้ยพอเราเป็นคนอธิบายให้ฟัง เราจะรู้ลิมิตในการให้ความรู้ลูกครับ ว่าควรจะให้แบบไหน ควรจะพูดถึงวิธีการป้องกัน และโรคต่างๆ ให้ให้ลูกรู้ว่าวัยที่สมควรคืออะไร ถ้าทำแบบนี้ คือการให้คุณค่า เห็นคุณค่าในตัวเอง ควรจะต้องมีอายุที่เหมาะสม
อ น่าจะเป็นปายใช่มั้ย? ถ้าเป็น ใช่ ถ้าเป็นฝรั่งอย่างเงี้ยนะ ฝรั่งพ่ออ่ะ พาลูกชายไปเที่ยวด้วยซ้ำ ไปเที่ยวไปเปิดประสบการณ์อ่ะครับ
ด้วยกัน มันก็จะดีกว่าที่เขาไปกับเพื่อน ถูกต้องมั้ย เพราะว่าอย่างน้อยอยู่ในสายตาเรา? ใช่อย่างอยู่ที่วิธีการเลี้ยงลูกอีกอย่าง ที่บอกคุณเลี้ยงลูกแบบใกล้ชิดขนาดไหน
อ บางเรื่องเป็นเรื่องที่ ถ้าคนเป็นแม่นะ มีลูกชายก็บอก เดี๋ยวลูกมันก็รู้เองอ่ะ ถึงวัยเดี๋ยวมันก็รู้เอง
ใช่ ทุกคนตอบอย่างงั้นหมด แล้วเด็กมันก็จะถามว่าแบบ เกิดมาได้ยังไง?
อืม ทำไมถึงเกิดมาแล้วไปอยู่ในท้องมาได้ยังไง หรืออะไรอย่างเงี้ย
อ ต้องอธิบายครับ ด้วยวิทยาศาสตร์และ anatomy
แต่เราอธิบายจริงๆ ว่าคือ เอ่อ อย่างเช่น หนองของเรา IVF ใช่มั้ยคะ ก็อ่ะ คุณหมอ คุณหมอเอามาใส่ท้องมาี้ อะไรอย่างเงี้ย เออ เราอธิบายอย่างงั้น แต่บางคู่เป็นธรรมชาติไง เราต้องอธิบาย พอโตขึ้นน่ะ เราต้องอธิบายถึง process เลยหรอ? ต้องโตระดับอันดับนึงที่จะเข้าใจ ตอนเด็กๆ เราอาจจะอธิบายว่า ปะป๊ากับหม่าม๊ารักกัน รักกันเลยเกิดเป็นลูก เขาจะพูดกันแค่นี้นะครับ แต่พอลูกเริ่มโตขึ้น คุณต้องเริ่มใส่
ข้อเท็จจริงอ่ะเข้าไป เหตุและผล เพราะเด็กจะเริ่มเข้าใจได้ในระดับที่ซับซ้อนมาก ขึ้น จากตอนแรกพ่อแม่รักกัน เจอกัน ก็เลยเจอมาเป็นหนูไง ดีกว่าไปบอกว่าหนูเกิดมาจากดอกบัวมั้ยครับ
คือควรจะอธิบาย? เออ หนูเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ลูก หรือว่าพ่อแม่เจอหนูในถังขยะอะไรเงี้ย ไม่ใช่นะครับ ก็เลยต้องอธิบายในแง่ของที่มันเป็นวิทยาศาสตร์
อืม เราอธิบายซ้ำๆ มันจะมีระดับความซับซ้อนที่เด็กยิ่งโตขึ้นยิ่งเข้าใจเองแหละ แต่เราควรจะพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา
ใช่มั้ยคะ? อ แล้วเรา หมายถึงว่าพ่อแม่ควรที่จะเป็นคนสอนลูก เรื่องนี้? ก็จะดีมาก เพราะเราจะรู้ว่าเนื้อหาขอบเขต มันประมาณไหน เราไม่รู้นี่ว่าโรงเรียนสอนตื้นลึกแค่ไหน
ดีกว่าเค้าไปทดลอง หรือหาความรู้เอง โดยที่ไม่อยู่ในสายตาเรา
อ โรงเรียนเนี่ย สอนเรื่องกระบวนการสืบพันธุ์แน่ๆ และสอนวิธีการป้องกันโรค นะครับ ที่เป็นแคมเปญทั้งหลายแหล่ที่เขาสอนตามโรงเรียน แต่ผมไม่แน่ใจนะว่าโรงเรียนสอนวิธีการช่วยตัวเองหรือเปล่า ว่าการช่วยตัวเองผิดหรือถูก ควรทำอย่างไร ไม่ควรทำอย่างไร
อาจารย์คะ อย่างอย่างกระบวนการแบบอ่าจับโกหกของอาจารย์เนี่ย มันเป็น autopilot เลยมั้ย หรือว่ามันเป็นแค่หน้าที่แบบ switch on? switch on off ครับ
on off ใช่มั้ย อย่างคุยกับคนปกติเงี้ย ดูมั้ย? คือถ้ามันถ้ามันชัดเจนมากๆ อ่ะ มันจะเห็นเลย เพราะผมเห็นมาเยอะ ดังนั้นเวลามันสมมุติว่าท่านี้คือคนโกหก เวลาคนพูดไปพูดมา แล้วมันไปลงล็อคท่านี้พอดีอ่ะ มันก็จะขึ้นมาสำหรับผมเลยว่านี่มา
และ? แต่ถ้าผมตั้งใจทำ มันจะใช้สมาธิมาก แล้วผมต้องใช้พลังงานมากในการทำ
ออ การเปิดโหมดวิเคราะห์เนี่ย ผมต้องเปิดประสาททั้งหมดในการดูทุกจุด แทนที่ผมจะคุยสบายๆ ผมก็ต้องมาดูบางจุด ผมก็ต้องนับนู่น นับนี่ไปด้วย
อ๋ออ๋อ ไม่ใช่ว่าแบบเจอใครก็สามารถได้เลย? แต่มันเซ้นได้ครับ แล้วค่อนข้างแม่นยำ เพราะว่าเค้าเรียกว่าอะไร ฐานข้อมูลเราเยอะ
ฐานข้อมูลคนที่ก็ทำผิดมาหรือว่าคนที่โกหก มา
อือ
มันเป็นพันๆคนไง
อื
ฐานข้อมูลเราก็เลยจะหยิบอะไรขึ้นมาเปรียบ เทียบได้เร็วกว่าคนอื่นเขา
อือโอเคแต่ก็ on off อยู่พอออฟแล้วก็ เป็นคนปกติทั่วไปนะคะ
ทุกคนสามารถคุยกับอาจารย์ได้อย่ากลัวเออ มีแต่คนกลัวกลัวบอกว่าไม่กล้าคุยด้วยเลย
วางตรงนี้เหมือนอาชยากรหรือเปล่า
เออใช่คืออย่าไปคิดอะไรมากผมก็คนธรรมดา ซึ่งไม่ได้ทำงานตลอดเวลา
อ่าโอเค off you อยู่ออยู่
อ[เสียงหัวเราะ]หรือออนอยู่นะ
คนเราเป็นแม่เนี่ยเราก็รู้สึกว่าแบบลูก เราน่ารัก
อือ
แต่
ลูกเราไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคนถูกปัคะ
ถูกต้อง
บางคนก็จะมองว่าแบบเด็กตึ๊ดๆ
อือๆอือ
เด็กเลวเด็กเด็กนรก
ใช่อื
เลี้ยงยังไงไม่ให้คนอื่นเมองลูกเราแบบ นั้นน่ะ
จริงๆเอาง่ายที่สุดเลยก็คือเลี้ยงให้มัน ถึงมาตรฐานของสังคมคาดหวังครับไม่ต่ำกว่า นั้น
สังคมคาดหวังอะไรอ่ะ
ถ้าสังคมคาดหวังในที่สาก็คือเด็กที่ สามารถควบคุมตัวเองได้
ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้คนอื่นเด็ก มีสัมมาคารพูดจาไพเราะนะครับนี่คือค่า มาตรฐานทั่วไป
ถ้าลูกคุณต่ำกว่ามาตรฐานลูกคุณก็จะโดน ตำหนิอ
เพราะมาตรฐานเนี่ยมันคือขั้นต่ำแล้ว
ที่สังคมคาดหวังอย่างเช่นเวลาเราไปร้าน อาหารเรายังไม่ต้องพูดถึงเด็กนะครับ สมมุติเราไปร้านอาหารครับสิ่งที่ควรทำและ ไม่ควรทำสำหรับแต่ละบ้านไม่เหมือนกันมี บ้านที่เสียงดังมากๆคุยกันโหวกเเหวกโวย วายนั่นคือไม่มีมารยาทสำหรับสังคมดังนั้น มาตรฐานเนี่ยมันเป็นสิ่งที่ common sense แต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
อื
บางบ้านคิดว่าก็ธรรมชาติป่ะก็คุยเสียงดัง แต่คุณอยู่ในที่สาธารณะคำว่าสาธารณะคือ คุณใช้ร่วมกับคนอื่น
อื
ดังนั้นคุณค่าที่คุณให้กับสิ่งที่เป็น มารยาทมันก็ต้องสะท้อนตัวคุณด้วยว่าคุณมี มารยาทยังไงอย่างไรอย่างเช่นเรื่องน้ำใจ
อื
ไม่ใช่ทุกบ้านที่เด็กจะมีน้ำใจ
อือ
ถ้าพ่อแม่เขาสอนให้มีน้ำใจเขาต้องปลูกฝัง ตั้งแต่เด็ก
อือ
ดังนั้นการจะเป็นคนดีหรือไม่ดีสำหรับ สังคมไทยนั้นคนดี 1 เลยนะคือคุณต้องไม่ทำ คนอื่นเดือดร้อน และคุณต้องช่วยเหลือคนอื่นหากมีโอกาสและ จำเป็นนะครับนี่คือนิยามคำว่าคนดีของผม
และคนทั่วไปน่าจะเห็นด้วยแต่ถ้าลูกฉัน เป็นคนดีมีแค่บ้านเราพูดว่าลูกเป็นคนดี แต่สังคมประนามลูกคุณว่าเด็กอีเลวอี ชั่วนรกมาเกิดอย่างเงี้ยอ
นั่นลูกคุณไม่ใช่คนดีหรอกครับ
อื
คนดีควรให้คนอื่นชมครับ
ไม่ใช่คุณชมลูกคุณ
ลูกคุณมันดีอยู่แล้วในสายตาคุณน่ะ
อื
หรือบางทีตาคุณเองก็อาจจะมองไม่เห็นความ ชั่วของลูกเพราะว่าคุณก็อาจจะไม่ได้ดี เหมือนกัน
เพราะว่าถ้าคนไม่ดีบอกว่าคนไม่ดีด้วยกัน น่ะดี
นั่นคือคุณคือประหลาดแปลก
อื
อย่างที่บอกคุณค่าของการให้ทัศนคติของคน ไม่เท่ากัน
อือ
ดังนั้นดีของคุณแต่เลวกับสังคมก็เอาเสียง ส่วนใหญ่สิครับ
อื
ว่ามันไม่ดี
เพราะฉะนั้นลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุก คน
ถูกต้องแต่ถ้าทุกลูกคุณน่ารักสำหรับทุกคน ก็เป็นไปได้ลูกคุณมีน้ำใจลูกคุณน่ะมี ระเบียบพูดจารู้เรื่องไม่สร้างความเดือด ร้อนรำคาญ
แล้วก็อ่อนหวานน่ารัก
อือ
ก็เป็นที่รักสำหรับทุกคนได้ครับถ้าค่า มาตรฐานมันอยู่แบบนี้แล้วลูกคุณเท่ากับ ค่ามาตรฐานหรือสูงกว่ามาตรฐานด้วยซ้ำเด็ก ปกติจะร้องไห้ไปแล้วถ้า 6 ล้มแต่ลูกเรา ไม่ร้องไห้แถมพูดว่าไม่เป็นไรค่ะอีกต่าง หากมันก็ดูน่ารักไง
อือ
ฉะนั้นคุณทำให้ลูกคุณน่ารักสำหรับทุกคน ก็ ได้ครับ
เด็กที่เป็นปีศาจเนี่ย
อือฮึ
ก็โดนคลอดมาจากแม่ที่เป็นปีศาจถูกต้อง มั้ยอือ
ฮึส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นเพราะว่าปีศาจมัน ไม่ได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่หลังคลอดซะที เดียวมันแค่ 50% ครับในเรื่องของ DNA
ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อม
หรือว่าการที่ครอบครัวหรือโรงเรียนยาเสพ ติดเลี้ยงมามันคือสภาพแวดล้อมภายนอก
อ
ภายใน 50 ภายนอก 50 จึงเกิดมาเป็นตัว บุคคลคนหนึ่ง
อื
ดังนั้นการเลี้ยงลูกให้เป็นปีศาจคือง่าย มาก
เหรอ
ไม่ต้องให้เวลาไม่ต้องสนใจไม่ต้องใส่ใจดุ ด่ามันเยอะๆใช้กำลังเวลามันทำให้เราไม่พอ ใจเรียกมันเรียกมึงอะไรอย่างเงี้ย
ดอยฆ่าไป
เออง่ายมากการเลี้ยงลูกให้เป็นปีศาจง่าย สุดๆการเลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติและคนดี เนี่ยยาก
อื
เราถึงเห็นไงครับคดีเต็มไปหมดเลยเพราะ วิธีการเลี้ยงลูกแบบปีศาจมันง่ายก็ไม่ ต้องสนใจว่าลูกจะตั้งใจเรียนมั้ยสูบ บุหรี่มั้ยคบเพื่อนเลวมั้ยไม่ต้องสนใจ ครับชีวิตของลูกครับเรามีหน้าที่ให้ กำเนิดก็พอแล้วให้ข้าวมันกินไม่ต้องสอน ครับสอนทำไมเสียเวลาเดี๋โตขึ้นก็รู้เอง
อเราก็รู้สึกว่าแบบคนที่ไม่สอนก็เออฉัน ต้องไปทำงานฉันต้องหา
อื
ฉันต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอมไง
อ่าคุณก็รู้หนิว่าคุณยุ่งแล้วมีทรัพย์สิน ไม่มากพอที่จะเอ่อเตรียมการศึกษาที่ดี สำหรับลูกนั่นแปลว่าคุณยังไม่พร้อมมีลูก ครับ
แต่บางคนเขาก็มีลูกโดยที่แบบเค้าไม่ได้ ตั้งใจเงี้ยคะ
อ้าก็เพราะว่าคุณไม่วางแผนไงครับมันก็ สะท้อนความรับผิดชอบด้วยแล้วก็สะท้อนหลาย ๆเรื่องเช่นบางทีมันเป็นอุบัติเหตุแต่มัน ไม่มีคำว่าอุบัติเหตุไงครับการจะมีเด็ก เกิดมาไม่ได้เดินมาแล้วลงมาจากอากาศท้อง ปึ้ง
ใช่คุณสะดุดชนกับใครแล้วคุณท้องมันก็ไม่ ใช่มันไม่มีอุบัติเหตุอ
อื
อื
เพราะฉะนั้นน่ะมันคือการวางแผน
อืมมันคือการวางแผนซึ่งจะมีกี่คนล่ะที่มี สติพอที่จะควบคุมตัวเองให้เป็นไปตามแผน ที่วางบางคนมีสิ่งมึนเมามีสารเสพติดมี อารมณ์มันพาไปอะไรเงี้ยครับทำให้อยู่ที่ อ้าวมีลูกเงี้ยอ
ไม่ได้ควบคุมอะไรมาก่อน
อือฮึแล้วที่อาจารย์การให้เช็คลิส Bad Parents อ่ะค่ะ
อ่า Bad Parenting Checklist มี 3 ข้อ ครับข้อที่ 1 คือคุณล้มเหลวในการ มอนิเตอร์
ตรวจดูว่าลูกมีพฤติกรรมยังไงบ้างรู้มั้ ว่าตอนนี้ลูกทำอะไรอยู่
รู้มั้ยว่าวันเสาร์นี้ลูกไปไหนกับใครบ้าง ไปทำกิจกรรมอะไรอันนี้คุณไม่ทราบเลย
ข้อที่ 2 ครับคุณล้มเหลวในการมอนิเตอร์ พฤติกรรมเบี่ยงเบนตั้งแต่ครั้งแรกที่มัน เกิดขึ้นเช่นลูกเริ่มสูบุหรี่เริ่มไม่ กลับบ้านมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่คุณไม่รู้อื
นะครับ
เพราะว่าถ้ารู้ตั้งตั้งแต่ขั้นต้นเราจะ ได้ไปแก้ไขป้องกันบรรทุกเฮ้ยเฮ้ยเกิดอะไร ขึ้นทำไมลูกไม่กลับบ้านเฮ้ยลูกมีปัญหา อะไรหรือเปล่าอันนี้เราไม่รู้
ถ้าเราคอเรได้ตั้งแต่ทีแรกเลยมันแก้ง่าย กว่า
ใช่ครับถูกต้องส่วนข้อสุดท้ายครับเราลง โทษลูกแบบไม่มีแบบแผนและไม่เหมาะสมเช่น การลงโทษเอาง่ายเข้าว่ายึดโทรศัพท์ตีดุ ด่ากักบริเวณโดยที่ไม่อธิบายให้ลูกฟังว่า ทำไม
อือๆแพลว่าเป็นบ่อยกันมากๆเลยนะคะเรื่อง เรื่องเรื่องการที่เราไม่อธิบายสิ่งต่างๆ เพราะเราเพราะว่าเขาสื่อสารไม่เป็นด้วย หรืออะไรต่างๆนานาด้วยเขาก็รู้สึกว่าแบบ
เโยนหน้าที่นี้ไปให้โรงเรียนหรือโตขึ้นก็ รู้เองหรือแม้แต่พฤติกรรมเาคิดว่าเด็กจะ รู้อ่ะ
อืก็อย่างที่บอกการเลี้ยงลูกแบบอย่างที่ เราถูกเลี้ยงมาไม่ได้แปลว่าถูกต้องแต่ ก่อนมันไม่มีคนออกมาให้ความรู้หรอกครับ ว่าต้องเลี้ยงลูกยังไงแล้วก็เลี้ยงตามมี ตามเกิดเลี้ยงตามแบบที่ปู่ย่าตายายเลี้ยง เรามา
ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกก็ได้อย่างเช่นการดู ถูกลูกให้ลูกเกิดการฮึดแล้วก็ตั้งใจเรียน ดูถูกมันเยอะๆ
นั่นก็คือวิธีการที่คนจีนชอบทำมากเลย
แล้วก็คนไทยสมัยก่อนหรือเปรียบเทียบให้ ลูกรู้สึกว่าเออเดี๋ฉันจะทำพิสูจน์ให้เธอ รู้ฉันดีกว่าลูกป้าข้างบ้าน
เออ
จะมีกี่คนที่เป็นแบบนั้นมันไม่ได้ได้ผล กับทุกคน
ที่เอาสิ่งมาทรานฟอร์มให้เป็นpositิive ได้ส่วนใหญ่เขาได้รับแล้วมันก็แย่ไปหมด อ่ะ
ออย่างน้อยขั้นต้นเลยนะครับลูกคุณเสียใจ
จริง
มันเป็นวิธีที่คุณตั้งใจทำให้ลูกคุณเสีย ใจไม่ใช่เด็กทุกคนจะเปลี่ยนความเสียใจ เป็นความทะเยอทะยานนะบางคนก็ฝังใจแล้วก็ ไม่เอาอะไรอีกเลยในชีวิต
อื
แล้วคำพูดของคำพูดของพ่อแม่มันคือปกาสิก อ่ะ
อือฮึ
มันมันคือพ่อแม่เป็นทุกอย่างของลูกแต่เรา กลับดูถูกลูกหรือเรากลับแช่งลูกหรือเรา กลับไม่เห็นคุณค่าในตัวเขาอ่ะเขาจะกล้า เห็นคุณค่าในตัวเองได้ยังไงอ
ออือฮึ
บางคนนะแบบเออถ้าไม่ทำอย่างงั้นนะไม่จะ เลิกล็อคนี่เค้าเป็นเป็นคำที่ว่าลูกอ่ะ
อใช่ครับ
ก็มันจะเจริญได้ไงในเมื่อพ่อแม่เป็นแบบ เนี้ยคือเอาจริงๆแล้วเนี่ยการให้คุณค่า ของบางสิ่งบางอย่างเนี่ยพ่อแม่ก็ต้องเข้า ใจด้วยนะว่าบางทีพ่อแม่เลี้ยงลูกมาอย่าง ดีครับแต่ลูกไปแอบใช้ยาเสพติดจนเริ่มติด ยาแล้วกลายเป็นเด็กเลวกลับมาทำลายพ่อแม่ พ่อแม่สงสัยว่าทำไมฉันเรียกลูกมาอย่างดี ไม่ได้ตามใจนะแต่ด้วยอย่างที่ผมบอกคุณล้ม เหลวในการตรวจพบว่ามีพฤติกรรมผิดปกติตั้ง แต่ครั้งแรกฉะนั้นบางทีคุณเลี้ยงลูกมา อย่างดีเลยครับแต่ลูกคบเพื่อนเลว
อื
เพื่อนพาไปใช้ยาเสพติดไปเล่นพนันหรือไป มั่วผู้หญิงติดโลกทางเพศ
นั่นก็คือสิ่งที่คุณไม่ได้สอดส่อง มอนิเตอร์ลูกไงมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณ ทีเดียวแต่มันก็คือ 1 ใน 3 ข้อที่คุณพลาด
จริงๆแล้วอ่ะมันคือแพว่าการสอดส่องแล้ว มอนิเตอร์ลูกอ่ะบางทีมันคือมันก็จะทำให้ ลูกเกิดความอึดอัดอ่ะอาจารย์
เพราะฉะนั้น
สอดส่องไม่จำเป็นจะต้องไปตามเช็คนะครับ
อื
แต่ว่าเราต้องมีวิธีการในการดูแลเขาไกลๆ
บางทีอย่างเช่นลูกบอกว่าลูกจะไปเดินสยาม กับเพื่อนนะอ่ะเดินกี่โมงเดี๋แม่ไปรับ
ไม่ต้องเดินตามเพราะเคยมีพ่อพ่อของเพื่อน ผมอ่ะบอกว่าวันนั้นไปเที่ยวกับเพื่อนจะไป เซ็นทรัลราดพร้าวไงมายอ
อือ
พ่อเดินตาม
อื
พ่อเดินตามตลอดเวลาที่อยู่ในห้าง
เพื่อนผมก็วิ่งหนีกันแล้วก็วิ่งกันวิ่ง หนีพ่อมัน[เสียงหัวเราะ]
เออ
อื
เพราะฉะนั้นก็อาจจะแบบแค่ observe
อื
ไกลๆแต่จริงๆแล้วแพว่าสุดท้ายมาค่ะสิ่ง ที่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์
อือฮึ
ที่ดีของคุณเป็นพ่อกับแม่เพราะถ้าความ สัมพันธ์ดีเขาจะอยากเล่าให้เราฟัง
ใช่เขาจะเล่าเอง
เราไม่ต้องไปเลยก็ได้คือไม่รู้จะโทรหาใคร ก็เล่าให้แม่ฟังหรือเล่าให้พ่อฟังถ้าความ สัมพันธ์มันดี
ค่ะ
ปล่อยปล่อยไปยังไงยังไงเค้าก็กลับ
ถูกต้องพูดเสมอ Force create resistance
but great relationship build autonomy
อือ
การบังคับขู่เข็ดนำมาซึ่งการต่อต้านคุณ อาจจะไม่เห็นการต่อต้านทางกายแต่ต่อต้าน ในใจครับ
อือ
แต่ความสัมพันธ์อันดีเป็นการสร้างระบบการ ควบคุมตนเองแม้จะอยู่ลับหลังคุณลูกคุณก็ ยังดีอยู่
เค้าไม่คือเขารักคุณจนเรักคือคุณรักเค้า แล้วเครักตัวเอง
แล้วเค้าก็รักคุณด้วยเพราะฉะนั้นเขาจะให้ เกียรติตัวเอง
ใช่
แล้วก็ให้เกียรติคุณทำอย่างงี้พ่อเสียใจ แน่ๆทำอย่างงี้
ไม่ดีกับอนาคตเราแล้วแม่จะเสียใจแน่ๆเจะ
ใช่เค้าไม่เค้าไม่คิดที่จะกล้าทำให้คุณ เสียใจเลย
อือ
อืโดยที่เขาไม่ได้ต้องมาบอกว่าคนดี เช็คลิสต์เป็นยังไง
ใช่ครับมันก็ตรงกับทฤษฎีความผูกพันทาง สังคมข้อที่ 1 คือ attachment คือการผูก พัน
อือื
การเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันการมีพ่อแม่ อยู่ในใจไปไหนหรือกำลังจะทำชั่วหน้าแม่ ลอยขึ้นมาเจะไม่ทำละ
อือ
อย่างเพื่อนเล่นยาเสพติดกันอยู่เขาอยู่ใน วงนั้นน่ะลูกคุณสามารถแข็งแกร่งพอที่จะ เป็นคนเดียวที่นั่งดูเพื่อนใช้ยาเสพติด แล้วตัวเองไม่ใช้ก็ได้นะ
จริง
แต่จะดีกว่านั้นมยถ้าคุณไม่คบเพื่อนแบบ นี้ฉะนั้นการให้คุณค่าบางทีเด็กบางคนกลัว เสียเพื่อนกลัวเพื่อนไม่ยอมรับเข้าไปอยู่ ในกลุ่มก็จะพิสูจน์ด้วยการทำที่เพื่อนท้า
อือ
เนี่ยคือสิ่งที่วัยรุ่นมักจะเจอครับ
เพราะฉะนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่สำคัญที่สุด ก็คือต้องให้เด็กมี self extrem อือ
ฮึ
เพราะว่าถ้าการเคารพในตัวเองต่ำจะสูญเสีย ไปกับสังคมหมดเลยซึ่งเรากะเกณฑ์สังคมได้ ยาก
อมเนี่ยมันก็เกิดจากการที่พ่อแม่ชมลูก เวลาลูกทำอะไรสำเร็จหรือว่าเก่งรู้สึกว่า เอ้ยเขามีคุณค่าในตัวเองแต่ต้องไม่อวยมาก เกินไปหรือซัพพอร์ตมากเกินจนเด็กคนนั้นดู ถูกคนอื่นหรือกลายเป็นน้ำเต็มแก้ว
อืเดินได้อ่ะเก่งกินข้าวเก่งซึ่งมันเป็น ข้าวมาตรฐานแบบกินข้าวอย่างเงี้ยโอลูกฉัน เก่งมากเลยกินข้าวอะไรอย่างเงี้ย
คือพ่อแม่ภูมิใจในตัวลูกเป็นเรื่องปกติ ครับ
อื
แต่ว่าควรจะมีความพอดีแล้วก็รู้ว่าเมื่อ ไหร่ควรดุควรตำหนิเมื่อไหร่ควรสอน
อือ
เมื่อไหร่ควรชม
อือ
อื
สุดท้ายแพว่าแต่ละคนน่ะหาคือทุกอย่างอ่ะ ค่าตรงกลางอ่ะมันดีเสมอ
ใช่
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่าตรงเคือตรงกลาง
ถูก