📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

Reading คิดไปข้างหน้า part 18 ปฏิรูปกองทัพอย่างไร ให้ไม่เป็นแค่การแส(ด)ง pp. 154 - 165

Svadigo30:16

Transcription

Hi hi~ Welcome back to the book club. And today we're gonna continue reading คิดไปข้างหน้า on page 154.

อนาคตงบประมาณประเทศไทย อนาคตใหม่ประชาชน 4 รื้อรัฐไทย กองทัพ งบประมาณ ราชการส่วนพระองค์ รัฐราชการรวมศูนย์ ภาพ ศิริโชค เลิศยะโส ภาคตะวัน พงษ์แพทย์ ปฏิรูปกองทัพอย่างไร ให้ไม่เป็นแค่การแ(ส)ดง

สวัสดีประชาชนที่เคารพทุกท่าน ผมเชื่อว่า เรามาอยู่ที่นี่ร่วมกันในช่วงเย็นของวัน นี้ เรามาเพราะต้องการที่จะรำลึกถึงความโศกเศร้าต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราช เรามาเพื่อที่จะสรุปบทเรียน เพื่อหาทางแก้ ไขไม่ให้โศกนนาฏกรรมเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ในครั้งต่อไป และเรามาด้วยความหวังว่าสังคมไทยดีกว่านี้ ยุติธรรมกว่านี้ได้ ไปไกลกว่านั้นได้ ผมเชื่อว่านี่คือเหตุผลที่พาพวกเรามาร่วมกันอยู่ที่นี่

เหตุการณ์ที่โคราชสอนอะไรพวกเรา อะไรคือบทเรียนของเหตุการณ์นั้นเหตุการณ์ที่โคราชบอกพวกเราอย่างหนึ่งว่า ถ้าสังคมไทยยุติธรรมกว่านี้ เหตุการเช่นนั้นก็อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ ดังนั้นเราจึงต้องมาพูดถึงบ่อเกิดของความอยุติธรรมนั้น นั่นก็คือโครงสร้างของกองทัพปัจจุบันที่มีปัญหา นั่นคือสิ่งที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ ผมขอเรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพไปถึงคุณอภิรัตน์ ผบ.ทบ. ว่าเราจำเป็นที่จะต้อง ปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจัง ไม่ทำให้โอกาสที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเพียงแค่การแสดง

ขอเริ่มต้นที่สิ่งที่ผมถามถึงกระทรวงกลาโหมในฐานะกรรมาธิการของสภาผู้แทน ราษฎรเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ผมได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมาธิการ บรรยายในงานจากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ 15กุมภาพันธ์ 2563 อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม งบประมาณของสภาผู้แทนในฐานะกรรมาธิการตัวแทนประชาชน ผมได้ถามกระทรวงกลาโหมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของกอง ทัพไป 5 เรื่องด้วยกัน ก่อนที่จะก้าวไปพูดถึงข้างหน้าผมขอทวนของเก่าเพื่อทวงสัญญากับกระทรวงกลาหมสักนิดหนึ่ง 5 เรื่องที่ผมถามเกี่ยวกับธุรกิจมวย ธุรกิจสนามม้า เงินนอกงบประมาณ ผลประโยชน์จากคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 24 ข้อด้วยกัน

ในเรื่องของธุรกิจมวย ผมถามกระทรวงกลาโหมว่าตกลงธุรกิจมวย ใครเป็นคนดำเนินการ รายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในธุรกิจมวยเป็นเท่าไหร่ค่าโฆษณา ค่าการถ่ายทอดสดที่ได้รับอยู่ที่ไหน เป็นเท่าไหร่ต่อปี เรื่องสนามม้าที่ตั้งอยู่ที่โคราชผมถามว่าสนามม้าที่อยู่ที่โคราชเงินที่ได้จากการพนันที่เกิดขึ้นเป็นเท่าไหร่ เงินที่ได้จากการขายตั๋วรายได้จากการพนันต่างๆ เหล่านี้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ เงินนอกงบประมาณซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ผมถามกระทรวงกลาโหมไปว่าเงินนอกงบประมาณปีละ 18,000 ล้านของกระทรวงได้มาจากที่ไหนบ้าง แล้วไปใช้อะไรบ้างเพราะเงิน 18,000 ล้านบาทเป็นเงินที่ใหญ่และเยอะมาก แล้วจะสามารถเอาเงินนั้นมาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้อีกเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำโรงเรียนให้กับลูกหลานของเราให้ดีขึ้น ทำโรงพยาบาลให้กับพ่อแม่ของเราที่ดีขึ้น ถ้าเราได้รับเงิน 18,000 ล้านบาทมาจัดสรรอย่างโปร่งใส แต่วันนี้ประชาชนตรวจสอบเงิน 18,000 ล้านบาทไม่ได้รายได้มาจากไหน ไม่รู้และเอาไปทำอะไรกันบ้างตัดสินใจกันเองในกองทัพ

เรื่องผลประโยชน์จากคลื่นวิทยุและ โทรทัศน์ ผมถามว่า สถานีวิทยุที่กองทัพมีทั้งหมด 500 กว่าช่อง รายได้จากการให้สัมปทานกับช่อง 7 หลายสิบปีที่ผ่านมา เงินที่ให้คือค่าโครงขายพื้นฐานที่ใหทีวีดิจิทอลมาเช่าช่วงต่อ เงินต่างๆ เหล่านี้อยู่ที่ไหน ปีละเท่าไหร่ ในฐานะตัวแทนของประชาชนต้องตรวจสอบประชาชนเขาอยากรู้และสุดท้ายผมถามว่า กองทัพมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไม่ปฏิบัติการข้อมูล ข่าวสารหรือที่เรียกว่า IO information Operation IO online ที่ใช้คำพูดหยาบคาย ใช้คำพูดให้คนเกลียดชังกัน ปลุกปั่นให้คนเกลียดกัน สังคมที่เราเห็นแตกแยกกันขนาดนี้ เกลียดกันขนาดนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นโดยการกระทำของกองทัพใช่หรือไม่

ทวนของเก่าทวงสัญญาธุรกิจมวย 6 ข้อสนามม้า 6 ข้อเงินนอกงบประมาณ 3 ข้อ ผลประโยชน์จากคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ 5 ข้อ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร 4 ข้อรวม 24 ข้อ ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2562 พรรคอนาคตใหม่ ดังนั้นใน 5 หัวข้อนี้ I need to fix the camera. ดังนั้นใน 5 หัวข้อนี้ รวมถึงคำถามที่ผมถามกับกระทรวงกลาโหมไป รวมทั้งสิ้น 24 ข้อ ผมถามตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 วันนี้ผ่านมาเป็นเวลา 80 วันพอดี ยังไม่ได้รับคำตอบสักข้อ ทำไมผมต้องถาม เรื่องพวกนี้ เพราะว่าเรื่องพวกนี้คือเรื่องโครงสร้างของกองทัพของกระทรวงกลาโหมที่ไม่เป็นธรรม ที่ไม่มีใครเห็น และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความ อยุติธรรมขึ้นในกองทัพ

เพื่อให้ทุกท่านเห็นถึงความอยุติธรรมในกองทัพให้ชัดเจนมากขึ้น ตัวอย่างที่ผมจะยกนี้มีตัวละครทั้งหมด 6 ตัวด้วยกัน ตัวละครที่ 1 คือจ่าสิบเอก ตัวละครที่ 2 คือผู้พันตัว ละครที่ 3 คือนายหน้าคนสนิทกับผู้พัน ตัวละครที่ 4 คือแม่ยายของผู้พัน ตัวละครที่ 5 คือกรมสวัสดิการทหารบกและ ตัวละครที่ 6 คือธุรกิจบ้านจัดสรรซึ่งมี แม่ยายเป็นเจ้าของ

จ่าสิบเอกอายุ 30 กว่า อยากจะมีความมั่นคงในชีวิต อยากจะมีบ้าน สักหลัง มีช่องทางจากกรมสวัสดิการที่ปล่อยให้เขากู้ได้ แต่การจะไปกู้จากกรมสวัสดิการนั้นจะต้องมีเงื่อนไข มีการทำเอกสารทางธุรการเยอะแยะกว่าจะได้เงินกู้ วิธีการช่องทางปกติอาจจะยาก ดังนั้นวิธี การที่ทำโดยทั่วไปคือ จ่าสิบเอกต้องเข้าหานายหน้าคนสนิทของผู้พัน เพื่อให้นายหน้าคนสนิทของผู้พันติดต่อผู้พันว่า ช่วยเซ็นอนุมัติเงินกู้เพื่อไปซื้อที่ดินและสร้างบ้านวงเงิน 1.5 ล้านบาท เมื่อผู้พันเซ็นอนุมัติเงินกู้นี้ให้แล้ว จึงเข้าสู่ กระบวนที่ 3 จ่าสิบเอกไปติดต่อธุรกิจบ้านจัดสรรซึ่งคุยกับผู้พันไว้ก่อนแล้ว ว่าถ้าจะเซ็นอนุมัติเงินกู้นี้ให้ จะต้องไปจ้างบริษัทจัดสรรที่ดินและสร้างบ้านให้ จ่าสิบเอกทำสัญญาซื้อที่ดินและสร้างบ้าน เป็นเงิน 1.1 ล้านบาทเมื่อมีเอกสาร อนุมัติเงินกู้ เมื่อมีสัญญาซื้อขายที่ดินสร้างบ้าน ก็นำเข้าไปหากรมสวัสดิการในขั้น ตอนที่ 4 เพื่อขอกู้เงิน 1.5 ล้านบาท กรมสวัสดิการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนจึง ปล่อยเงินกู้และจ่ายเงินตรงให้กับธุรกิจ จัดสรร

มาถึงตรงนี้จะเห็นส่วนต่างระหว่างราคาตั๋วเงินกู้ 1.5 ล้านบาทกับราคาสั่งสร้าง 1.1 ล้านบาท และนี่คือที่เราเรียกกันว่าเงินทอน บ้านที่จ่าสิบเอกไปซื้อ ไม่ได้อยู่ที่ใจกลางเมือง แต่เป็นที่ดินที่อยู่ในชนบทที่อยู่กลางไร่กลางนา กลางไร่ข้าวโพด ทางเข้าบ้านเป็นถนนลูกรัง บ้านไม่ได้ ใหญ่โต แค่ 40 ตารางวา จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญในบริเวณนั้น ราคาที่ดิน 40 ตารางวาซื้อขายกันอยู่ที่ 150,000 บาท ราคาก่อสร้างบ้านเล็ก ๆ ประมาณ 550,000 ดังนั้นทรัพย์สินที่จ่าสิบเอกคนนี้กำลังจะ ได้เป็นเจ้าของ คือบ้านและที่ดินมูลค่า 700,000 บาท

จ่่าสิบเอกขอเงินกู้ 1.5 ล้านบาทจากกรม สวัสดิการทหารบก ซึ่ง Oh my god one นายหน้าคนสนิทผู้พันติดต่อไปที่จ่าสิบเอก ผู้พันเซ็นอนุมัติให้กู้วงเงิน 1.5 ล้านบาท 3 บ้านจัดสรรทำสัญญาซื้อที่ดินและสร้างบ้าน 1.1 ล้านบาท 4 จ่าสิบเอกขอกู้ 1.5 ล้านบาท 5 กรมสวัสดิการทหารบกจ่ายตรงเข้าผู้รับเหมา 1.5 ล้านบาท 6 บ้านจัดสรรคืนเงินทอน 400,000 บาท ไปให้จ่าสิบเอก 7 จ่าสิบเอกเงินเดือน 25,000 บาท จ่ายเงินกู้เดือนละ 7,000 บาท ราคาที่ดินประมาณ 150,000 บาท ราคาก่อสร้างประมาณ 550,000 บาท รวม 700,000 บาท แปลว่ากำไร 400,000 ที่ดินนั้นห่างถนนใหญ่กลางไร่ข้าวโพด ทาง เข้าเป็นลูกรังขนาด 40 ตารางวา พรรคอนาคตใหม่

ธุรกิจบ้านจัดสรรกำไรครั้งแรกคือ 400,000 บาทเพราะราคาหน้าตั๋วที่สั่งสร้าง 1.1 ล้านบาทกับต้นทุนในการสร้างจริงประมาณ 700,000 บาท แต่การตกลงในการทำธุรกรรมนี้ จ่าสิบเอกได้รับสัญญาว่าราคาหน้าตั๋ว 1.5 ล้านบาทเงิน กู้กับกรมสวัสดิการเมื่อทำธุรกรรมแล้ว จะได้เงินสดคืนมา ส่วนต่างจะได้เป็นเงินสดคืน ดังนั้นจ่าสิบเอกเป็นคนมีเงินเดือนเพียง 25,000 บาทต่อเดือน จะจ่ายเงินกู้ประมาณ 7,000 บาทตลอด 20-30 ปีเพื่อผ่อนคืน 1.5 ล้านบาท จะได้เงินสด 400,000 และบ้านราคา 700,000 มา นี่คือธุรกรรมที่ตกลงกันไว้ ถ้าทุกท่านเป็นจ่าสิบเอก แล้วไม่ได้เงินทอนก้อนนี้คืนมา ถ้าพันเอกไม่ทอนเงิน 400,000 บาทกับท่าน ท่านจะมีหนี้ 1.5 ล้านแต่มีทรัพย์สินเพียงแค่ 700,000 บาท ท่านต้องผ่อนด้วยเงินเดือน 25,000 บาท

ยศจ่าสิบเอกเป็นยศที่สูงที่สุดของนายทหารชั้นประทวน ในกองทัพมีช่วงชั้นมีชนชั้นกันอยู่คือชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน จ่าสิบเอกถ้าจะข้ามขั้นจากชั้นประทวนไปชั้นสัญญาบัตรนี้ยากมาก โอกาสในการเติบโตทางอาชีพการงานของเขาเหลือไม่เยอะ ดังนั้นการผ่อนบ้านเดือนละ 7,000 บาท เพื่อคืนหนี้ 1.5 ล้านจึงเป็นภาระทางการเงินอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญญาเงินทอนที่จะคืน เงินสดตรงนี้ให้ กลับไม่ได้คืน นี่คือสิ่งที่เรียกว่าเงินทอน

ตัวอย่างที่ยกให้ดูนี้เกิดขึ้นในค่ายทหาร ทั่วประเทศ รายละเอียดอาจจะต่างกันบางที่เป็นที่ดิน ส่วนบุคคล บางที่เป็นที่ดินราชพัสดุ เงินกู้มาจากส่วนตัวบางที่มาจากกรมสวัสดิการ รายละเอียดอาจจะต่างกัน แต่รูปแบบเหมือน กัน แบบที่ผมนำเสนอให้ดูและนี่คือเงินทอน แน่นอนว่าจ่าสิบเอกมีช่องทางเรียกร้องความยุติธรรมอยู่ ช่องทางแรกคือเดินทางไปที่ศาลยุยุติธรรม ช่องทางที่ 2 คือใช้ความสัมพันธ์ทวงเงิน แต่ไม่ว่าจะช่องทางไหน ท้ายที่สุดก็จะนำเขาไปสู่จุดแตกหักกับผู้ บังคับบัญชา และนี่เองเป็นปัญหาของความยุติธรรม เพราะผู้บังคับบัญชาสามารถลงโทษจ่าสิบเอกที่อาจจะถูกซ่อม ถูกจับขังเดี่ยว โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรมได้ จะทำให้เกิดความโกรธแค้น ความต้องการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

และผมคิดว่าเราเรียนรู้บทเรียนที่สำคัญมาก 2 อย่างในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา อย่างแรกคือต่อให้ได้รับความอยุติธรรมมากแค่ไหน ความอยุติธรรมนั้นก็ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ฆ่าคนบริสุทธิ์ได้ มันเจ็บปวดมันรวดร้าวเกินไปสำหรับญาติมิตรผู้สูญเสีย คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาอาวุธสงครามไปฆ่าผู้บริสุทธิ์ นี่คือ 1 อย่างที่เราเรียนรู้ อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน เราก็เรียนรู้ ว่าอาชญากรไม่ได้หล่นมาจากท้องฟ้า แต่เกิดจากเนื้อนาดินของสังคม นี่คือคำพูดของอาจารย์ของผมคนหนึ่งคือศาสดราจารย์ ชัยวัฒน์ สถาอนัน เมื่อเราเกิดมา เมื่อเราเป็นเด็ก เราทุกคนเหมือนผ้าขาวแต่สังคมสภาพแวดล้อมที่บ่มเพาะมาต่างกัน เราเข้าเรียนในโรงเรียนที่ต่างกัน พ่อแม่ของเราผ่านประสบการณ์ที่ต่างกัน ครูบาอาจารย์ของเราต่างกัน ภูมิประเทศที่เราอยู่ต่างกัน ชนชั้นที่เรา อยู่ต่างกัน ทำให้พวกเรามีประสบการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เราเรียนรู้ 1 อย่างจากกรณีนี้คือ คนที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นถ้าเกิดว่าเขามีอาชีพการงานที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต โอกาสที่เขาจะเปลี่ยนเป็นอาชญากรก็น้อยลง ถ้าเราแก่งแย่งชิยินดีกันน้อยลง รัฐจัดให้มีสวัสดิการพื้นฐานให้คนมากขึ้นโอกาสที่จะทำให้เขาเป็นอาชยากรก็น้อยลง เราเรียนรู้ว่าถ้าเราเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน ถ้าหากเขาอยู่ในสังคมอย่างได้รับเกียรติรับสิทธิ โอกาสที่เขาจะเป็นอาชญากรก็น้อยลง ถ้าเขาได้รับความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรมเหมือนอย่างเช่นคนอื่น โอกาสที่เขาจะเป็นอาชญากรก็น้อยลง นี่คือบทเรียนที่เราเรียนรู้และสำคัญมาก ถึงกระนั้นก็ตาม ต่อให้คุณได้รับความอยุติธรรมมากเท่าไหร่ ก็ไม่มีสิทธิ์ไปพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์อยู่ดี

เมื่อพูดอย่างนี้แล้วสังคมมีฉันทามติมีข้อสรุปร่วมกันว่า การปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องจำเป็นเป็น เรื่องสำคัญของประเทศเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ผมที่เป็นคนพูด พรรคอนาคตใหม่พูดเรื่อง นี้มาตั้งแต่ตั้งพรรค ตั้งแต่การรณรงค์เลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งเราก็ยังพูดเรื่องการปฏิรูปกองทัพ เราทำเรื่องนี้มาอย่างเสมอต้นเสมอปลายมาอย่างต่อเนื่อง นี่อาจจะเป็นเรื่องแรกที่ผมกับคุณอภิรัตน์เห็นตรงกันคือ กองทัพต้องมีการปฏิรูป คุณอภิรัตน์บอกว่าจะปฏิรูปกองทัพ โดยมีข้อเสนออย่างนี้ และพูดต่อจากนั้นด้วยว่าจะทำให้สำเร็จภายใน 90 วัน ไม่ใช่แค่คุณอภิรัตน์ที่เห็นว่ากองทัพต้อง ปฏิรูปคุณประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็เห็นเช่นเดียวกัน ท่านบอกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับต้นตอของปัญหาที่อาจเกิดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ จึงต้องสังคายนาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพอยู่ระหว่างการดำเนินการ

มันมีปัญหาคือเราจะเชื่อใจคุณอภิรัตน์คุณประยุทธ์ได้อย่างไร ว่าเขาต้องการปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจังผมมีเหตุผล 4 ข้อด้วยกันที่ทำให้ผมไม่เชื่อไม่ไว้ใจทั้งคู่ ว่าท่านต้องการจะปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจัง

1 ทรัพย์สินของนายพลหลังจากการทำ รัฐประหารปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้น 250 คน ใน 250 คนนั้นมีนายพลอยู่ 81 คน เมื่อรับตำแหน่งสนช.ก็ต้องเปิดเผยทรัพย์ สินตัวเองกับปปช. เนื่องจากผมอยากรู้ว่านายพลแต่ละคนมี ทรัพย์สินเท่าไหร่ผมจึงไปขอเอกสารจากปปช. เพื่อหาค่าเฉลี่ยทรัพย์สินของนายพลว่านาย พลที่เกษียณแล้วหรือยังทำงานอยู่ในสนช. ทั้งหมดมีทรัพย์สินเฉลี่ยคนละเท่าไหร่ เอาตัวเลขมาบวกกันแล้วหารเฉลี่ยต่อ 81 คนผม พบว่านายพลที่นั่งอยู่ในสนช.มีทรัพย์สินเฉลี่ยคนละ 78 ล้านบาทมันเยอะแค่ไหน ผมจะยกตัวอย่างว่าถ้าท่านเข้ารับราชการทหาร วันแรกจนถึงวันสุดท้ายเป็นเวลา 40 ปี และตั้งแต่เข้าวันแรก รับตำแหน่งนายพลทันทีจนถึงวันสุดท้าย เงินเดือนบวกสวัสดิการ 100,000 บาท 1 ปี 1.2 ล้านบาท 40 ปีท่านจะมีเงินเก็บ 48 ล้านบาทโดยไม่ต้องกินต้องใช้ ไม่ต้องส่งลูกเรียน ไม่ต้องเติมน้ำมัน 48 ล้านบาท อย่างไม่ต้องกินต้องใช้ ไม่ได้ 78 ล้านบาทเลยครับ ดังนั้นจึงนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่าอืมต้องมีธุรกิจของนายพลเพิ่มเติม มันนำมาซึ่งความสงสัยของประชาชนว่าเอาทรัพยากรของประเทศทรัพย์สมบัติของประเทศมาใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือ เปล่า ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศทันได้แน่ ๆ ถ้าเก็บเงินทอนด้วย 500,000-700,000 บาทถ้าทำกันสักร้อยคนพันคน เป็นเงินเท่าไหร่ ประชาชนสงสัย ท่านเอาคลื่นวิทยุซึ่งเป็นสมบัติของรัฐไป เพื่อใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า เอาคลื่นโทรทัศน์ที่เป็นสมบัติของรัฐไปใช้เพื่อสมบัติส่วนตัวหรือเปล่า สนามมวยสนามรัฐก็สร้างท่านเอาสมบัติเหล่านี้ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า ประชาชนสงสัยว่าทำไมท่านถึงมีทรัพย์สิน เฉลี่ยคนละ 78 ล้านบาทได้ และคนกลุ่มนี้แหละที่ท่านจะไปไล่เขาออกจากบ้านพักหลังเกษียณ และเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ท่านตั้งเข้าไปอยู่ในสนช.ทั้งนั้น ผมจะไว้ใจได้ อย่างไรว่าท่านต้องการปฏิรูปกองทัพจริง

2 คนกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มคนที่มีทหารรับใช้ข้าราชการระดับบนระดับอาวุโสในกระทรวง อื่นไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวง อธิบดี กลับบ้านก็ต้องทำกับข้าวเองล้างจานเอง หรือถ้าต้องมีคนรับ พวกเขาก็ต้องจ่ายเงินเดือนคนรับใช้เอง แต่นายพลเหล่านี้กลับมีทหารรับใช้ความมั่นคงของนายพลไม่เท่ากับความมั่นคงของชาติแน่ ๆ ความมั่นคงของชาติคือความมั่นคงของประชาชน และความมั่นคงของทหารชั้นผู้น้อยต่างหาก ดังนั้นผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่านายพลที่ต้องการจะปฏิรูปกองทัพที่จะต้องไป

ข้อเสนอปฏิรูปกองทัพ 1 hotline สายด่วน call center ให้รายงานกำลังพลทุกนายที่ ถูกเอาเปรียบ 2 ทหารเกษียณต้องออกจากบ้าน พักทันที สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังเปิดให้เอกชนมืออาชีพเข้ามาบริหารมวย golf โรงแรม สโมสร รายได้ขึ้นคลังบางส่วนแบ่งให้กองทุน สวัสดิการ 4 ยกเลิกปืนสวัสดิการ 5 ปรับปรุงบ้านสวัสดิการและเงินกู้ สวัสดิการกองทัพ พลเอกอภิรัตน์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกผบ.ทบ. 12 กุมภาพันธ์ 2563 พรรคอนาคตใหม่

That's it for day. We will continue on page 166 next time. Thank you everyone for tuning in. Stay healthy, be happy~ Bye bye~