Transcription
ไปดูข่าวแรกวันนี้ ข่าวแรกวันนี้่นะครับ ก็เป็นเรื่องของการเอ่อเลือกตั้ง ตอนนี้ปัญหาก็ยังไม่จบนะฮะ คุณผู้ชมครับ เพราะว่าล่าสุดเนี่ย มันมีปัญหาใหม่ที่มีการตั้งคำถามกันขึ้นมานะ คุณผู้ชมครับ เกี่ยวกับการลงบัตรคะแนนเลือกตั้งที่เราไปใช้สิทธิ์กันเนี่ยแหละครับ เพราะมีบางคนเนี่ย คุณผู้ชมครับ ไปโพสต์นะครับ อ่า ไปพบนะครับว่าบัตรน่ะมีบาร์โค้ดแล้วก็ QR code
ตอนแรกโซเชียลเหม่อมองแง่บวก บอกว่าเอ๊ะ ไอ้บาร์โค้ดกับ QR code ในบัตรเนี่ย มันน่าจะเป็นเหมือนแบบเป็นการแก้ปัญหาหรือบัตรเขย่งหรือเปล่า >> ต่างๆนานา คือมองในแง่ดี แต่อีกมุมนึงก็มองว่าเอ๊ะ ตกลงแล้วไอ้ที่เห็นเนี่ย มันคืออะไรกันแน่ >> อือ >> เออมันเช็คได้หรือเปล่าว่าลงคะแนนเลือกเลือกพรรคไหน >> แล้วถ้าเกิดว่าเช็คได้เนี่ย การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะมั้ย >> ใช่ เพราะว่าการเลือกตั้งก็จะไม่เป็นความลับ >> อืมค่ะ >> เนี่ย คุณผู้ชมครับ อ้า ลองไปดูครับ คุณผู้ชมครับ เนี่ยฮะ นี่คือภาพบัตรเลือกตั้ง สส.ของบัญชีรายชื่อสีชมพูนะครับ ก็จะเห็นนะครับว่าด้านล่างของบัตรมีบาร์โค้ดให้สแกนได้ด้วย แล้วก็จะมี QR code อยู่ด้านบนมุมขวานะครับ ส่วนบัตรเลือกตั้ง สส.เขต ซึ่งเป็นสีเขียวไม่มีบาร์โค้ดครับ มีแต่ QR code คำถามคือ บาร์โค้ดและ QR code นี้มีไว้ทำไมนะครับ
ตอนนี้ นักข่าวหลายสำนักค่ะ รวมทั้งคนในโซเชียลมีเดียก็กำลังตรวจสอบทดลองสแกนดู อย่างโพสต์ของคุณโจอี้คณิตก็โพสต์บอกว่า ลองสแกนบาร์โค้ดในบัตรสีชมพูขึ้นรหัสตรงกับเลขต้นขั้วของบัตรตรงเป๊ะ ก็มีการตั้งคำถามว่าแบบนี้ก็เท่ากับว่าสามารถเช็คว่าบัตรนี้เป็นของใคร เพราะว่าก่อนลงคะแนน กรรมการประจำหน่วยจะให้เราเซ็นชื่อตรงต้นขั้วค่ะ แล้วก็มีการระบุลำดับของผู้ที่มาใช้สิทธิ์เอาไว้ที่ต้นขั้วที่จะเป็นเล็กๆ อยู่ด้านขวามือแบบนี้ ก็เท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปโดยรับตามที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า ยังมีคุณเอิร์ท ธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธ์ก็ออกมาโพสต์เรื่องนี้เหมือนกัน บอกว่าแค่รู้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งก็รู้ว่าต้องไปค้นสมุดเลือกตั้งเล่มไหนเพื่อหาต้นขั้ว ซึ่งจะนำไปสู่ข้อมูลผู้กาบัตรเลือกตั้งใบนั้นจริงหรือ แล้วก็มีเครื่องหมายคำถาม คุณเอิร์ทลองตรวจสอบนะคะ จากทั้งบัตรเขียวและบัตรชมพูพบว่าสามารถจะแปลงออกมาเป็นเลขเล่มที่แล้วก็เลขที่บัตรตรงกับต้นขั้วอย่างชัดเจนค่ะ แล้วก็บอกด้วยว่าลำพังบาร์โค้ดสามารถจะสืบรู้ไปถึงเลขบัตรประชาชนชื่อนามสกุลของคุณได้เลย นี่ก็เป็นอีกครั้งที่คณิตศาสตร์ได้ให้คำใบ้ว่าเลขที่จะไม่มีซ้ำกันเลยในบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ
แล้วก็มีความเห็นจากคุณวิโรจน์ ลักษณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาชนก็โพสต์บอกว่า กรณีบาร์โค้ดหรือ QR code ที่บัตรเลือกตั้งทั้งบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพูเป็นเรื่องใหญ่ที่ กกต.จะเงียบไม่ได้นะครับ ถ้าเป็นรหัสซ้ำที่บัตรทุกใบเป็นรหัสเดียวกัน เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นบัตรเลือกตั้งจริง ถ้าแบบนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้ารหัสบาร์โค้ดหรือ QR code เป็นรหัสเฉพาะก็คือเป็น Unique Running Code ที่ตรงกับต้นขั้วของบัตรก็จะทำให้รู้ทันทีว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งคนนั้นโหวตเลือกอะไร พอรู้ลำดับที่ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็จะรู้ทั้งชื่อนามสกุลเลขบัตรประชาชนแล้วก็สามารถตามไปได้ถึงที่พักอาศัยตามทะเบียนบ้านได้เลย นี่เป็นการอธิบายของคุณวิโรจน์นะคะ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นก็เท่ากับว่า กกต.ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ และตามมาตรา 86 ของ พรป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 ที่ห้ามทำเครื่องหมายที่บัตรเลือกตั้ง คุณวิโรจน์ได้โพสต์ว่าย้ำชัดๆ นะครับ ถ้าบัตรแต่ละใบมีรหัสเฉพาะที่ไม่ซ้ำ และรหัสนั้นตรงกับต้นขั้วที่มีลายเซ็นของผู้มาใช้สิทธิ์ ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะระบุถึงตัวผู้ใช้สิทธิ์ได้ กกต.อย่างเงียบครับ เพียงแค่เอาบัตรพร้อมกับต้นขั้วของบัตรที่ยังไม่ได้ใช้มาสแกนบาร์โค้ดให้กับสื่อมวลชนดูแค่นี้ก็รู้แล้วครับว่า กกต.ทำผิดกฎหมายหรือไม่
นี่ครับผู้ชมครับ ซึ่งเรื่องนี้นะครับ นักข่าวเองครับก็ไปถามที่รองเลขาธิการ กกต.ครับ ที่ร้อยตรี พศกร ศิระ เอ่อ ขออภัยฮะ สิริภัคยาภรณ์ นะฮะ คุณพกรบอกแบบนี้ บอกว่าบาร์โค้ดก็คือ ล็อตสำหรับการจัดพิมพ์เป็นข้อมูลรู้ที่ไปที่มาตรงนี้พิมพ์ตรงไหนอย่างไรแจกจ่ายไปที่เขตไหนอย่างไรเป็นมาตรการการควบคุมตรงนี้นี่ไม่มีใครสามารถไปรู้ได้ว่าเป็นข้อ มูลของหน่วยงานไหนอย่างไรเป็นมาตรการที่รักษาความปลอดภัยเอาไว้เนี่ย ลองฟังดูที่เรื่องบาร์โค้ดนิดนึงอ่ะค่ะ แสดงว่าทุกหน่วย เอ่อ ทุกใบในหน่วยนั้นก็จะเป็นบาร์โค้ดเดียวกันใช่มั้คะ ในบาร์โค้ดเนี่ยมันเป็นล็อตสำหรับการจัดพิมพ์หรือเป็นเป็นข้อมูลเพื่อจะให้รู้ที่ไปที่มาเลย อันนี้พิมพ์เมื่อไหร่อย่างไรตรงไหนรวมไปถึงสามารถแจกจ่ายไปไปในที่เขตไหนนะครับอย่างไรเป็นมาตรการในการควบคุมนะครับ ซึ่งตรงนี้จะไม่มีใครสามารถไปรู้ได้ว่าเป็นข้อมูลของหน่วยไหนอย่างไรนะ เป็นมาตรการที่รอพอไว้นะครับ
นี่แหละครับคุณผู้ชมครับ คือยังมีความเห็นนะครับจากทางอดีตกรรมการ กกต.ครับ อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากรครับ ท่านก็โพสต์ถึงเรื่องนี้บอกว่า บัตรเลือกตั้งที่ กกต.ใช้ มีต้นทุนไม่น้อย ข่าวว่าบัตรชมพูบาทกับ 40 สตางค์นะครับ บัตรเขียวเนี่ยอยู่ที่บาท 20 สตางค์ บัตรเหลืองเนี่ยอยู่ที่ 1 บาท ให้โรงพิมพ์ 3 โรงเนี่ยช่วยกันพิมพ์ประมาณอย่างละประมาณสัก 56 ล้านใบนะฮะ
ราคาแพงขนาดนี้นี่ต้องมีอะไรดี ซึ่งมีของดีที่ชาวบ้านธรรมดานั้นไม่รู้ >> อ >> เนี่ยนะฮะ งานจะงอกหรือเปล่า เอ๊ะ โทษนะฮะ ขออภัยนะคุณผู้ชมครับ คือเหมือนกับว่าขออภัยฮะ คือเ้าบอกว่าซึ่งมีของดีที่ชาวบ้านธรรมดาเนี่ยไม่รู้จริง >> ค่ะ แล้วก็พูดถึงสเปคในการพิมพ์ด้วย >> เออ >> บอกว่าสเปคในการพิมพ์เนี่ยสูงมาก >> อย่างเช่นต้องมีการออกแบบลวดลายมีลายน้ำพิเศษที่ต้องใช้แสงอัลตราไวโอเลตส่องถึงจะเห็น มีตัวหนังสือขนาดจิ๋วไมโครเทคซ่อนอยู่ ต้องใช้แว่นขยายส่องถึงจะมองเห็น ทั้งหมดนี้คือรหัสลับที่สร้างเพื่อความปลอดภัยจากการปลอมแปลงบัตร สอดคล้องกับระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส.ข้อ 129 ที่ระบุว่าคณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร ย้ำว่าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร ไม่ใช่เพื่อการตรวจสอบย้อนหลังหรือว่า tracking บัตรใบนี้มาจากเล่มไหนเลขที่เท่าไหร่เป็นคนเลือกตั้งลำดับที่เท่าไหร่ตรงกับลายเซ็นในต้นขั้วที่ย้อนไปเทียบกับลายเซ็นในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีการบันทึกลำดับที่ซึ่งตรงกับลำดับที่มีการบันทึกในบัตรคือพูดง่ายๆอ่ะค่ะ ถ้าบัตรที่เรากาแต่ละใบมีรหัสการตรวจสอบย้อนหลังไปถึงเล่มที่เลขที่ได้จบรู้ว่าใครเลือกใครทันที
บัตรชมพูนะครับมีบาร์โค้ดนะครับก็เห็นว่าสแกนปั๊บขึ้นเลขของเลขที่บัตรนะฮะ บัตรที่ถูกเหมือนเป็นเอ่อเอ่อเค้าเรียกเป็น generate จากสูตรที่ย้อนกลับไปยังเล่มที่ได้ใช่มั้พี่หมวย >> ค่ะใช่ค่ะ มันเหมือนจะ tracking ไปหาทั้งเล่มที่เลขที่แล้วก็รู้ตัวคนที่ลงคะแนน >> เลขที่บัตรถูก generate จากสูตรที่ย้อนกลับไปยังเล่มที่ >> เล่มที่ของบัตรค่ะ >> ใช่ ม >> ใช่ค่ะ >> จากสูตรย้อนกลับไปยังเล่มที่ได้ >> ค่ะ เพราะว่าในบัตรก็จะเห็นจะมีเล่มที่แล้วก็เลขที่ >> อื เนี่ยนะฮะ >> เล่มที่แจกมีการควบคุมว่าใช้ในหน่วยเลือกตั้งใดที่ไปตรวจบัญชีรายชื่อแบบ สส. 1/3 ก็จะรู้ได้ว่าเป็นใคร ซึ่งมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญระบุนะคะว่าให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการออกเสียงโดยตรงและรับค่ะ >> อื >> เนี่ยค่ะ คือจะเห็นมีบาร์โค้ดอยู่ข้างล่าง แล้วก็เลขของบาร์โค้ดก็เป็นเลขเฉพาะ >> generate จากสูตรที่ย้อนจากสูตร >> ค่ะ >> สูตรที่ย้อนกลับไป >> ยังเล่มที่ >> ยังเล่มที่ได้ ไม่รู้ >> อื >> นะ >> ค่ะ >> อ่ะ ก็นี่อาจารย์สมชัยแกบอกมาแบบนี้ >> ค่ะ >> เนี่ยครับ >> แกบอกด้วยนะคะว่างาน กกต.จะงอกหรือไม่ หรือว่าจะเป็นอีกเรื่องที่ได้ย้ายที่นอน >> มีเสียงแกพูดมั้ย >> อื >> มีไม่มีนะโอเค >> ค่ะ >> ได้ครับ อ้า ทีนี้แน่นอนครับเรื่องนี้นะครับ นักข่าวเองก็มีการตั้งคำถามครับ คุณผู้ชมครับ เพราะว่าเรื่องราวเหล่านี้นี่มันสร้างเกิดความสงสัยให้กับหลายๆคนเหลือเกินนะครับ คือประเด็นการตั้งคำถามครับ หลังจากที่รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงนะครับ ว่าบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งใช้สำหรับตรวจสอบที่มาที่ไปของบัตร แต่ถ้าเทียบบัตรเลือกตั้งนะครับ ทั้งบัตร สส.บัญชีรายชื่อ แล้วก็ สส.เขต รวมทั้งบัตรออกเสียงประชามติกลับพบว่าไม่ได้มีบาร์โค้ดเหมือนกันทั้งหมดนะฮะ
อย่างเช่นโพสต์นี้นะครับ ของน้องนักข่าวจาก PPTV ครับ น้องปรารถนา พรหมพิทักษ์นี่ตั้งคำถามว่า หากบาร์โค้ดคือระบบรักษาความปลอดภัยที่ กกต.จะเอาไว้ตรวจสอบอะไรบางอย่าง ทำไมถึงไม่มีบาร์โค้ดในทุกบัตรเลือกตั้งให้เหมือนกัน บัตรสีเขียวมีแค่ QR code ส่วนบัตรประชามติไม่มีอะไรเลย อะไรคือมาตรฐานว่าบัตรใบไหนต้องใส่หรือไม่ใส่บาร์โค้ด >> ค่ะ บัตรนี้ไม่มีบาร์โค้ดนะคะ บัตรสีเขียวก็ไม่มีบาร์โค้ด ค่ะ >> อ >> จะมีแต่บัตรสีชมพูที่มีบาร์โค้ดอยู่ข้างล่าง >> ออค่ะ บัตรสีชมพูจะมี QR code ด้วยอยู่มุมขวาเล็กๆ ด้านบน >> ครับ >> ค่ะ >> อือห่ะ โอเค >> ค่ะ >> ยังไงต่อพี่หมวย >> เรื่องปัญหาในการเลือกตั้งที่มีข้อสงสัยมากมาย ล่าสุดทางสถาบันพระปกเกล้าก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาข้อสงสัยให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โดยทางสถาบันได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากรายงานของเครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองของสถาบันพระปกเกล้าและสื่อมวลชนพบว่า ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปและการออกเสียงประชามติได้เกิดปัญหาที่เป็นข้อสงสัยของประชาชนเป็นจำนวนมาก แม้ปัจจุบันจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการมีเจตนาทุจริตหรือไม่อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตต่อความผิดพลาดในกระบวนการนับคะแนนจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่สอดคล้องกับผู้มาใช้สิทธิ์ ความไม่เสถียรของระบบรายงานผลคะแนน ตลอดจนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตยได้ ทางสถาบันจึงขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและชี้แจงต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นโดยเร็ว และบอกได้ว่าการร่วมตรวจสอบของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เชิงบวกของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามในปัจจุบันข้อมูลจำนวนมากบนสื่อออนไลน์มีความเสี่ยงต่อการถูกบิดเบือนด้วยจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง ทางสถาบันขอส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกฝ่ายได้ร่วมการแสดงความคิดเห็นอย่างมีทักษะที่เท่าทันสื่อดิจิทอล อย่างเช่นการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนจะเชื่อก่อนจะแชร์ออกไป ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการลดความสับสนให้แก่สถานการณ์ตอนนี้แล้วก็ทำรงไว้ซึ่งระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขค่ะ
ส่วนทางด้านของนักวิชาการนิติศาสตร์นะครับ ก็เรียกร้อง กกต.ให้ตอบสังคมให้ชัดเจนนะครับ ถึงบาร์โค้ดรวมไปถึง QR code เพราะมันสุ่มเสี่ยงต่อการผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าอย่างงั้นนะครับ เรื่องนี้นะครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศนะครับ จากทางคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ได้มีการโพสต์ Facebook ส่วนตัวนะครับ ระบุบอกว่าเรื่องใหญ่เลยครับ งานนี้หากเป็นไปตามที่ข่าวนำเสนอกันจริงเรื่องบาร์โค้ดว่าสามารถทำให้รู้ล่วงหน้าได้ว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเลือกพรรคใด แบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายแบบ 100% เนื่องจากขัดต่อหลักการเลือกตั้งที่จะต้องเป็นความลับเนี่ยฮะ เมื่อการเลือกตั้งไม่เป็นไป เอ่อเอ่อมือไม่เป็นความลับนะฮะ แล้วย่อมจะทำให้การเลือกตั้งที่เราไปใช้สิทธิ์กันนั้นกลายเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมไปในท้ายที่สุดนี่ อย่างไรก็ดีนะครับ ผมอยากให้ทาง กกต.ออกมาชี้แจงเรื่องนี้กับประชาชนให้ชัดเจนโดยเร็วด้วยนะครับ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องกระทบต่อผลการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นการละเมิดต่อสิทธิ์เลือกตั้งในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญอีกด้วยครับ
ค่ะ ทีมข่าวเองได้โทรศัพท์ไปสอบถามอาจารย์พรสันต์นะคะ ท่านก็ยืนยันตามที่โพสต์อ่ะค่ะ บอกว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ต้องรอให้ทาง กกต.ออกมาชี้แจง ถือว่าส่งผลต่อการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม สุ่มเสี่ยงให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและกระทบต่อสิทธิ์การเลือกตั้งของประชาชน คือถ้าตรวจเช็คย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนเลือกพรรคไหน กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างรุนแรงค่ะ โดยอาจารย์ย้ำนะคะว่า กกต.ควรจะต้องออกมาชี้แจงทั้งเรื่องบาร์โค้ด QR code ที่ปรากฏอยู่ในบัตรลงคะแนนค่ะ ถ้าเป็นลักษณะแบบเนี้ยมันจะไม่เป็นความลับแล้ว เมื่อไม่เป็นความลับมันก็จะส่งผลทำให้การเลือกตั้งไม่มี่อลักษณะที่เป็นไปโดยเอ่อสุจริตและเที่ยงธรรมนะครับ ฉะนั้นไอ้กรณีตรงเนี้ยมันก็อาจจะสุ่มเสี่ยงกับเรื่องของการทำให้การเลือกตั้งเนี่ยเป็นโมฆะได้ ต้องไม่ลืมว่าเรื่องตรงเนี้ยมันเป็นเรื่องของการกระทบกับเรื่องของการใช้สิทธิ์เลือกตั้งนะของตัวประชาชนด้วย นั่นหมายความว่าอะไร นั่นหมายความว่าเอ่อถ้ามันเป็นกรณีที่มันเกิดขึ้นตามที่เอ่อข่าว นำเสนอจริงก็คือสามารถย้อนกลับไปสืบค้นได้ว่าเอ่อตัวผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเ่ะ เขาเลือกพรรคไหนเนี่ยมันกลายเป็นว่ากรณีเนี้ยคือการจัดการเลือกตั้งที่เข้าไปบังคับใช้กฎหมายแล้วไปกระทบสิทธิ์ขั้นพื้นฐานคือสิทธิเลือกตั้งของตัวของตัวประชาชนอย่างรุนแรง อาจจะต้องให้ทาง กกต.เนี่ยรีบออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าสรุปแล้วตัวบาร์โค้ดคืออะไร กับ 2 ก็คือตัว QR code ซึ่งอันเนี้ยยังไม่มีคนพูดถึงว่า QR code เนี่ยสุดท้ายแล้วมันจะเข้าข่ายลักษณะเช่นเดียวกันกับตัวบาร์โค้ดหรือไม่ใช่มั้ครับ เพราะเบื้องต้นเนี่ยเค้าไปสืบค้นเฉพาะตัวบาร์โค้ดเท่านั้น >> ค่ะ >> อ้า No.