📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

GPF Investment Outlook เดือนพฤษภาคม 2569 : เจาะลึกกลยุทธ์ลงทุนต่างประเทศกับ กบข.

กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ กบข.13:59

Transcription

สวัสดีครับ กลับมาสู่รายการ GPF Investment Outlook ประจำเดือนพฤษภาคม กันอีกครั้งนะครับ ผมโจ จิรพัฒน์ โบสุวรรณ จากฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนครับผม วันนี้ครับ เราอยู่กับผู้บริหารนะครับ สาวสวยท่านนึงเลยนะครับ คุณกรณิกา เรืองเดชวรชัยครับ ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้บริหารฝ่ายบริหารจัดการกองทุนต่างประเทศและในประเทศ สวัสดีครับพี่น้อย

>> สวัสดีค่ะ

ครับผม ก็ต้องบอกว่าวันนี้เนี่ยก็เป็นเกียรติมากนะครับ ที่ทางพี่น้อยเนี่ยให้เกียรติกับรายการเรานะครับ มาอธิบายกับเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องกองทุนรวมในต่างประเทศของเรานะครับ คำถามแรกครับผม จะขออนุญาตถามพี่น้อยนิดนึงว่า การที่เราไปเลือกกองทุนต่างประเทศเนี่ย เรามีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้จัดการกองทุนยังไงบ้างครับผม

>> ค่ะ เอ่อ การเลือกผู้จัดการของเรานะคะ หลักๆ เนี่ยจะมีอยู่ 5 เรื่องด้วยกันที่เราให้ความสำคัญนะคะ เรื่องแรกเนี่ยเนี่ยก็คือเรื่องคน อันเนี้ยคือสำคัญมากๆเลยว่าคนที่ จะมาบริหารเงินลงทุนให้เราเนี่ยค่ะ มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนนะคะ แล้วก็มีความสามารถแล้วก็แทรคคอร์ดในการบริหารเนี่ยเป็นยังไงนะคะ ส่วนต่อมาเนี่ยค่ะ นอกจากคนแล้วก็ทั้งทีมที่เขาบริหารให้เราอ่ะค่ะ ก็จะเป็นเรื่องของกระบวนการในการลงทุนของผู้จัดการนั้นๆนะคะ ว่ามีกระบวนการในการสร้างไอเดียในการลงทุนเนี่ยได้ ได้ เอ่อ ดี แล้วก็ถูกต้องมากแค่ไหนนะคะ ซึ่งกระบวนการในการลงทุนเนี่ย เราต้องการให้เขาหาไอเดียที่ที่ เอ่อ ทำได้อยู่สม่ำเสมอนะคะ คือไม่ใช่ว่าเป็นการถูกโชคช่วยนะคะ ซึ่งอันเนี้ยเราก็ต้องใช้ทีมของเราเอง เนี่ยค่ะ ในการเข้าไปสัมภาษณ์ผู้จัดการกองทุนในเชิงลึกเลยนะคะ ว่าในการตั้งแต่ เอ่อ หาหุ้นแล้วก็ในการ เอ่อ ตัดสินใจในการสร้างพอร์ตการลงทุนเนี่ยค่ะ เอ่อ เขามีการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตนั้นอย่างไรด้วยนะค่ะ

อีกส่วนนึงนะคะ ก็คือตัวบริษัทของผู้จัดการนั้นนะคะ ว่ามีความมั่นคงยังไงนะคะ ก็คือเราก็ต้องการลงทุนหรือจ้างผู้จัดการที่เขามีบริษัทที่มีความมั่นคงแล้วก็มี การเติบโตนะคะ เพราะอันเนี้ยก็แสดงให้ถึงว่าเขาก็จะมีงบประมาณที่เพียงพอในการที่จะไปจ้างผู้จัดการที่มีความสามารถเพิ่มเติม หรือว่ามีงบประมาณในการใช้พัฒนา กระบวนการลงทุน หรือว่าในการซื้อข้อมูลที่ใช้ในการช่วยตัดสินใจลงทุนได้ เพื่อให้ เอ่อ แข่งขันกับรายอื่นๆได้นะคะ ซึ่งของพวกเนี้ย มันต้องมีการพัฒนากันตลอดเวลานะคะ ก็ต้องมีงบประมาณที่เพียงพอนะคะ

ในอีกส่วนนึงที่เราให้ความสำคัญนะคะ ก็คือทางด้านของ ESG นะคะ ซึ่ง ESG เนี่ยเราก็ดูว่า เอ๊ะ เค้ามีการคำนึงถึงหลักการเรื่อง ESG เนี่ยค่ะ ในการคัดเลือกหุ้น หรือว่าในการประเมินบริหารความเสี่ยงของพอร์ตมากน้อยเพียงใดด้วยนะคะ หลักๆ ก็จะดูทั้งเรื่อง เอ่อ เรื่องคน เรื่องตัวกระบวนการลงทุน เรื่องตัวบริษัทของเขาเองนะคะ แล้วก็ผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา แล้วก็ ESG ค่ะ

>> น่าสนใจมากค่ะ เราเหมือนมีหลักการเนเป็น People เป็น process อะไรอย่างงี้ใช่มั้ยคะ

ครับผม

>> โอเค ในแต่ละอย่างที่ที่พี่น้อยพูดมาเนี่ย ก็ถือว่าใช้เป็นหลักการเดียวกันในการไปคัดเลือกในแต่ละ asset ของเรานะครับ งั้นผมถามต่อเลยว่า พอเราไปคัดเลือกมาแล้วเนี่ย แน่นอนว่ามันไม่ได้มีกองเดียวจริงมั้ย

>> อ่า แต่ละกองที่เราเข้ามาเนี่ย เรามีบริแนวทางการบริหารจัดการยังไงบ้างครับ พอเราคัดเลือกเขาเข้ามาแล้วอ่ะครับ

>> อ่า ยกตัวอย่างคือเนื่องจากเรามีการลงทุนในหลายประเภทสินทรัพย์นะคะ ทั้งหุ้น ทั้งตราสารหนี้ เอ่อ ตัวอย่างของของหุ้นโลกแล้วกันนะคะ หุ้นโลกเราก็มีทั้งตลาดพัฒนาแล้ว ตลาดเกิดใหม่นะคะ หลักๆ เนี่ยเราก็จะแบ่งผู้จัดการออกเป็นสไตล์นะคะ เราเรียกว่า Call Growth Value นะคะ ซึ่ง เอ่อ 3 สไตล์เนี่ยค่ะ ก็จะมีการบริหารที่แตกต่างกัน แล้วก็ เอ่อ เลือก 3 สไตล์เนี้ยมาผสมกัน เพื่อช่วยในการกระจายความเสี่ยงนะคะ ซึ่งแต่ละสไตล์เนี่ย เราก็จะเลือกผู้จัดการที่มีความเสี่ยงสูง ปานกลาง ต่ำ เอ่อ เพิ่มมาผสมกันภายใต้แต่ละสไตล์ด้วยนะคะ ก็เราก็คาดหวังว่าพอร์ตของเราเนี่ย ถ้าตลาดหุ้นขึ้นเนี่ย เราก็อยากจะขึ้นมากกว่าตลาด หรือว่าในช่วงที่ตลาดลงเนี่ย เราก็อยากจะให้ลงน้อยกว่าตลาดนะคะ ซึ่ง เอ่อ ตัวส่วนผสมเนี่ยค่ะ ก็จะบอกว่ามันก็เป็นศิลปะอย่างนึงก็ว่าได้นะคะ เพราะว่ามันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาดในในช่วงนั้นๆ ด้วยค่ะ

>> น่าสนใจมากครับ ต้องบอกว่าเราเราจัดจัดพอร์ตข้างในเนอะ มีทั้งคอ มีทั้งโส ตอนขึ้นเราก็ได้ประโยชน์ ตอนลงก็ไม่แรงจนเกินไปนะ ครับ โอเค น่าสนใจครับ ก็เมื่อกี้เราเกริ่นกันเบาๆ ละ เรามาคุยกันคำถามเกี่ยวกับ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกก็อยากฟังเรื่องนี้เหมือนกันว่า เทรนด์หรือว่าแนวโน้มแล้วก็เรื่องที่เราต้องแบบระมัดระวัง หรือเรื่องที่ท้าทายในอนาคตเนี่ย ตอนเนี้ยทางทางทีม ทางฝ่ายผู้จัดการกองทุนต่างประเทศเนี่ย มองยังไงกับเรื่องนี้บ้างครับ สถานการณ์ปัจจุบัน

>> ค่ะ ในปัจจุบันเนี่ย เอ่อ มันก็มีทั้งโอกาส และความเสี่ยงนะคะ คือตัวแรกเลยที่เราเราคิดว่าจะทำให้ตลาดมีความผันผวนมากๆเนี่ย ก็คือเรื่องทิศทางของอัตราดอกเบี้ยแล้วก็อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกในแต่ละภูมิภาค ซึ่งในแต่ละภูมิภาคไม่ว่าจะเป็น เอ่อ ในอเมริกาเอง หรือว่าในเอเชียเองเนี่ย ก็มีทิศทางที่แตกต่างกันนะคะ รวมถึงผลกระทบทางด้านอัตราเงินเฟ้อที่แตกต่างกัน ก็พวกนี้ก็จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงนะ ค่ะ อันนี้ก็เป็นเป็นความเสี่ยงนึงที่เราจับตามองอยู่แล้วเราก็พยายามที่จะปรับพอร์ตเนี่ย เพื่อให้สามารถที่จะ เอ่อ ผ่านสภาวะตรงเนี้ยไปได้ด้วย เอ่อ อัตราผลตอบแทนที่ดีนะคะ

>> อ เรื่องแรกก็จะเป็นเรื่องของนโยบายการเงินเนาะ แล้วนโยบายการเงินก็ต้องเกี่ยวกับพวกเรื่องของเงินเฟ้อนี่ ตอนนี้ช่วงนี้คือน้ำมันขึ้นมานี่เงินเฟ้อ

>> มีความเสี่ยงใช่

>> ใช่ครับ อ่ะ แล้วมีเรื่องไหนอีกครับผม

>> และอีกส่วนนึงก็คือเป็นเรื่องของ AI คือ AI เนี่ยมันเป็นทั้งตัวโอกาสและความเสี่ยง คือ เอ่อ แน่นอนว่าตอนเนี้ยเราเห็นโอกาสใน AI อย่างเช่น เอ่อ ล่าสุดเนี่ยมันมีตัวเลขเรื่อง Token Consumption ว่าตั้งแต่มีอ่ะพวกแชท GPT หรือ CL หรือว่า เอ่อ ตัวซอฟต์แวร์อื่นๆที่ออกมาเนี่ยค่ะ ก็ทำให้คนเนี่ยมาใช้ตัว Token มากขึ้น อีกส่วนนึงเนี่ยที่เป็นตัวที่กระตุ้นเพิ่มขึ้นไปอีกก็คือพวก Agentic AI ที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ตรงเนี้ยมันทำให้ เอ่อ ผลักดันให้ตัว Token ของของ Token เนี่ยมันขึ้นสูงขึ้นไปอีก ซึ่งเราก็คิดว่าตรงนี้มันเป็นประโยชน์ของผู้ที่ เอ่อ ลงทุน หรือว่าได้ลงทุนทางด้านตัวโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับ AI ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัว Semiconductor หรือว่าตัว Memory Chip ต่างๆนะคะ ซึ่งอันเนี้ยทาง กบข. เองเนี่ยก็มีการลงทุนที่หลากหลาย คือส่วนนึงเนี่ยก็เพื่อกระจายความเสี่ยงด้วย ทั้งใน US เอง หรือในเอเชียเองก็ตามนะคะ แต่ส่วนความเสี่ยงก็มี เพราะว่าหุ้นพวกนี้ก็มีความผันผวนสูง เพราะว่าอย่างบางบริษัทเนี่ยก็มีการลงทุนสูง เพราะฉะนั้นตัวไหนที่มีความเสี่ยงสูงเนี่ย สิ่งที่เราต้องบริหารจัดการก็คือ เอ่อ เงินลงทุน หรือว่าสัดส่วนในการลงทุนของหุ้นพวกเนี้ยค่ะ ก็จะต้อง balance ให้ดี เพราะว่าในภาวะที่ผันผวนเนี่ย พวกนี้ก็ขึ้นแรงก็จะลงแรงด้วย แล้วเราการลงทุนของเราเนี่ย ไม่ใช่ว่าเราเห็นว่า เป็น AI แล้วเราก็จะไปลงทุน 70-80% ของพอร์ตใน AI อันเนี้ยมันก็เสี่ยงเกินไป แล้วก็จะต้องมีการกระจายการลงทุนใน sector อื่นๆ เพื่อที่จะช่วย เอ่อ ลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมด้วยค่ะ

>> ครับ เห็นด้วยครับ ต้องบอกว่าคือนอกจากเรื่องดอกเบี้ยที่เราจับตาดูเรื่องเงินเฟ้อแล้วเนี่ย

>> ธีมเรื่องของ AI นี่ถือว่ามาแรงมากนะ มีประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากนี้อีกมั้ยครับผม

>> อีกส่วนนึงที่คิดว่าเห็นได้ชัดเลยก็คือเรื่องความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

>> ซึ่งตั้งแต่ที่ เอ่อ ทางอเมริกา ทางทรัมป์เนี่ย เข้ามารับตำแหน่งเนี่ย เราก็จะเห็นว่าความเสี่ยงทางด้านเนี้ย เอ่อ ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว แล้วดูแนวโน้มแล้วเนี่ย คือเราก็คงต้องอยู่กับมันไปอีกสักพักเลยอ่ะค่ะ เพราะฉะนั้นในแง่ของ เอ่อ การจัดพอร์ตโดยรวมของทางผู้จัดการกองทุนต่างประเทศเองเนี่ย เขาก็จะมีการ เอ่อ เหตุความเสี่ยงตรงนี้บางส่วนนะคะ อย่างเช่น เอ่อ การลงทุนในตัว เอ่อ เอ่อ กลุ่มที่น่าจะได้รับประโยชน์ทางด้านนี้นะคะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่อยากให้มันเกิด แต่ว่าอันเนี้ยเราก็ต้องมีการป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ อย่างเช่น เอ่อ พวกเทคโนโลยีในการป้องกันประเทศทั้งหลายอ่ะค่ะ ซึ่งเราคิดว่าเทรนด์ของแต่ละประเทศไม่ว่าจะเป็นทางกลุ่ม EU เอง หรือ US หรือแม้แต่เอเชียเนี่ย ก็จะต้องมีการลงทุนเพื่อป้องกันประเทศตัวเองเพิ่มขึ้นนะคะ ก็จะทำให้บริษัทพวกนั้นจะได้รับประโยชน์ค่ะ

>> โอ ถือว่าครอบคลุมมากเลยครับ เราดูทั้งนโยบายการเงินในภาพรวมภาคนะครับ ดูเรื่องของธีมการลงทุนที่น่าสนใจ แล้วก็ความเสี่ยงตั้งแต่ทรัมป์มานี่ต้องบอกว่าเราทำงานกัน

>> วุ่นกันทุกวันเลยนะครับผม โอเค นะครับก็ประมาณนี้นะครับผมเชื่อว่าท่านสมาชิกเนี่ยก็น่าจะได้ประโยชน์ ได้มุมมอง มีอะไรก็สอบถามกันเข้ามาได้นะครับ ถ้าเกิดว่าสงสัยในเรื่องของการลงทุนในต่างประเทศของเรานะครับ นอกจากสถานการณ์ต่างๆนะครับที่ เอ่อ พี่น้อยได้คุยมาเนอะว่าเรามีธีมการลงทุนอย่างงู้นอย่างงี้ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่แน่นอนว่าแต่ละสินทรัพย์เนี่ยมันก็ได้ รับ effect ต่างกันนะครับ อยากทราบว่าแล้วพวกตราสารหนี้ล่ะ ตราสารหนี้ในต่างประเทศเนี่ยได้รับผลกระทบจากเรื่องหลายๆ เรื่องที่พี่น้อยพูดก่อนหน้านี้มั้ยครับ

>> ค่ะ อย่างที่เมื่อกี้ได้เล่าไปนะคะ อย่างทิศทางอัตราดอกเบี้ย [เสียงกระแอม] หรืออัตราเงินเฟ้อเนี่ย ก็เป็นปัจจัยหลักเลยนะ คะที่จะมีส่งผลกระทบต่อตัวตราสารหนี้ต่างประเทศที่เราลงทุน ซึ่งตราสารหนี้ของเราต่างประเทศเนี่ยที่เรา เอ่อ จ้างให้ผู้จัดการบริหารนะคะ หลักๆ เนี่ยก็จะมี 2 ส่วน ก็คือเป็นตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่นะคะ เป็นพันธบัตรรัฐบาลอย่างพวกพวกของกลุ่ม เอ่อ ลาตินอเมริกา หรือว่าในเอเชียนะคะ อีกส่วนนึงก็จะเป็นหุ้นกู้ภาคเอกชนนะคะ ซึ่งหุ้นกู้ภาคเอกชนเนี่ย เราลงทุนหลักๆ เนี่ยจะอยู่ใน US แล้วก็ยุโรปนะคะ ในส่วนของตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่เนี่ย ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง เอ่อ Yield เนี่ยอยู่ประมาณ 7-8% นะคะ ซึ่งถ้าเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลของบ้านเราเองเนี่ย ที่ Yield อยู่ที่ประมาณ 2% กว่าๆ เนี่ยค่ะ ก็ถือว่า เอ่อ ก็ให้ให้โอกาส เอ่อ ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีนะคะ แต่ว่าอาจจะมี ความผันผวนทั้งนั้นอาจจะแลกเปลี่ยนบ้างนะ คะแต่คิดว่าในระยะยาวเนี่ยก็เป็นเป็น เอ่อ สินทรัพย์ที่ที่ เอ่อ เพิ่มผลตอบแทนให้เราได้ดีนะคะ แต่ว่าความเสี่ยงอันนึงเนี่ยที่จะกระทบเยอะก็คือหุ้นกู้ภาคเอกชนซึ่งหลักๆ เนี่ยอยู่ใน US และยุโรปซึ่งตรงเนี้ยจะมีผลกระทบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของของ Fed เอง หรือของ ECB เองนะคะ ซึ่ง เอ่อ จากแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากสงครามอิหร่านเนี่ยค่ะ ก็ทำให้ เอ่อ ผลแนวโน้มของ Asset Class เนี้ยค่ะ อาจจะไม่ค่อยดีนักนะคะ ในในช่วงปีนี้ค่ะ

>> ครับ ก็จากที่พี่น้อยบอกนะครับก็จะเห็นว่าปีเนี้ยเรื่องที่เราตามก็คงเป็นเรื่องเงินเฟ้อกับเรื่องแบบนโยบายการเงินที่ effect ต่อสินทรัพย์ในกลุ่มของตราสารหนี้เป็นหลักแหละนะครับ แล้วก็อาจจะผลตอบแทนอาจจะมีสะดุดบ้างนะครับที่จะ effect บ้างนะ ครับเพราะงั้นเนี่ยหลายๆท่านนะครับก็คงจะได้ฟังกันแล้วนะว่าว่าในภาพรวมของการที่เราลงทุนในต่างประเทศเนี่ย เรามีการจ้างนะครับผู้จัดการกองทุนซึ่งมีเรามีทีมงานใช่ไหมเราไปคัดเลือกนะครับไปนั่งฟังนั่งคุยกับดูการคัดเลือกหลักทรัพย์ต่างๆของเขาด้วย และแน่นอนก็มีการรีวิวอยู่เสมอในเรื่องของผลตอบแทนที่ได้มานะครับ ก็อยากจะให้พี่น้อยฝากอะไรเล็กน้อยๆครับให้กับทางท่านสมาชิกเพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุนของเราครับ

>> ค่ะ ก็ผู้จัดการที่เราจ้างมานะคะ ในการบริหารให้เราเนี่ย ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกนะคะ ก็มีประสบการณ์ในการบริหารเงินที่ เอ่อ ยาวนานนะคะ แล้วก็มี เอ่อ มีทีมที่ในการสนับสนุนการลงทุนของเขานะคะ โดยเฉพาะเพื่อบริหารเงินให้เรานะคะ อย่างเช่น เอ่อ เอง หรือว่าเวตัน หรือ Robi นะคะ ก็เป็นผู้จัดการที่มีชื่อเสียงระดับโลกนะคะ ก็อยากให้สมาชิกมั่นใจว่ากว่าที่จะคัดเลือกผู้จัดการแต่ละรายเงินให้เราเนี่ยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือนนะคะ ในการในการหาข้อมูลในการถาม หรือว่าสัมภาษณ์ผู้จัดการ แล้วก็เข้าไปดูการทำงานของเขาจริงๆนะคะ ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าเราจะจะจ้างเขาจะทำสัญญากับเขา นะคะ ก็ใช้เวลามากๆเลยนะคะ แล้วก็ใช้ความพยายาม แล้วก็ เอ่อ ใช้ประสบการณ์นะคะ ในการคัดเลือกนะคะ ซึ่งก็คิดว่าสมาชิกก็มั่นใจได้นะคะว่าหลังจากที่เราคัดเลือกไปแล้วเนี่ย เราก็มีการติดตามผลการดำเนินเขาอย่างสม่ำเสมอ นะคะ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเนี่ยยังบริหารให้เราอย่างเต็มที่ แล้วก็เป็นไปจากสัญญาที่เราคุยกันไว้นะค่ะ

>> สุดท้ายครับ เรื่องผลตอบแทนนะครับ ในเดือนพฤษภาคมเนี่ย ต้องบอกว่าเป็นเดือนที่สถานการณ์สงครามไม่ได้รุนแรงมากนะครับ ราคาน้ำมันทรงนะครับ แต่ตลาดหุ้นปรับขึ้นนะครับ ตลาดหุ้นต่างประเทศเนี่ยในตลาดของพัฒนาแล้วนะครับ ก็ปรับขึ้นประมาณเกือบๆ 4% ได้ ขณะที่ตลาด เอ่อ เกิดใหม่นะครับ อย่างเกาหลี ไต้หวัน ขึ้นมาค่อนข้างแรงต่อเนื่องครับ ทำให้ตลาด Emerging Market หรือตลาดเกิดใหม่เนี่ย ปรับขึ้นมาประมาณ 7% กว่าๆ ถึง 8% เลย และอีกประเทศครับ แน่นอนครับ ประเทศไทยเรานี่แหละฮะ ตลาดหุ้นไทยครับ SET Index เราขึ้นมาเกือบ 6% ได้ในเดือนพฤษภาคมนะฮะ แน่นอนว่าหุ้น Delta ด้านนี่นำขึ้นมาค่อนข้างแรง แล้วก็กลุ่มเดียวกัน ทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็กลุ่ม Tech ด้วยกันครับผม ก็ต้องบอกว่าภาพรวมของตลาดหุ้นค่อนข้างดีนะครับ แต่ว่าทองคำอาจจะยังไม่วิ่งเท่าไหร่เนาะนะครับ ทองคำก็ลงไปประมาณ 2% กว่าๆ ครับ ในภาพเดือนของ เอ่อ พฤษภาคมนี้นะครับ ก็ขอบคุณพี่น้อยมากนะ ครับวันนี้ก็ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกจะได้ รับข้อมูลนะครับ จากทางฝั่ง external fund ไปนะครับ เพื่อไปใช้พิจารณาในการเลือกแผน หรือว่าการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนได้นะ ครับสำหรับวันนี้นะครับ รายการเราพอเท่านี้ก่อน เดี๋ยวเรามาอัปเดตกันใหม่นะครับ ในรอบเดือนมิถุนายน แล้วมาดูกันครับว่าแขกคนต่อไปที่ผมเชิญมาจะเป็นใครครับ วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

>> สวัสดีค่ะ

[เพลง]