Transcription
ข้าวของแพง ค่าแรงถูก คือสถานการณ์ที่แรงงานไทยต้องเผชิญค่ะ เพราะค่าจ้างขั้นต่ำของไทยปรับขึ้นไม่ทันค่าครองชีพ แล้วปัญหานี้ควรแก้ไขอย่างไร วันชวนไปสำรวจกัน
ปัจจุบันอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของไทยอยู่ที่ 337-400 บาทต่อวันค่ะ อัตราค่าจ้างนี้ไม่ตอบสนองต่อมาตรฐานชีวิตขั้นต่ำของแรงงาน เพราะถูกคิดบนนิยามว่าค่าจ้างขั้นต่ำคือค่าจ้างที่เพียงพอสำหรับแรงงาน 1 คน ให้สามารถดำรงชีพตามสมควรได้ แต่ในความเป็นจริง แรงงาน 1 คนต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว และนอกจากปัจจัยชีพขั้นพื้นฐานแล้ว ชีวิตคนเรายังมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ อีกมากมายค่ะ เช่น ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค และค่าเล่าเรียนลูก
ดังนั้น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของไทยจึงควรถูกนิยามใหม่ ให้ครอบคลุมพื้นฐานชีวิตทุกๆ ด้าน ด้วยแนวคิดค่าจ้างเพื่อชีวิต หรือค่าจ้างที่ทำให้แรงงานสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว โดยมีรายได้เพียงพอกับค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ ที่จำเป็น
จากการคำนวณของ One Pub ค่าแรงงาน 1 คนจะสามารถเลี้ยงดูตนเอง คู่สมรส และลูกอีก 1 คนได้ในปี 2024 ค่าจ้างเพื่อชีวิตควรอยู่ที่ 713 บาทต่อวันค่ะ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2022 อย่างรวดเร็วค่ะ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 26% เพราะค่าใช้จ่ายหลายอย่างแพงขึ้นมาก เช่น ค่าอาหารแพงขึ้น 20% ค่าที่อยู่อาศัยแพงขึ้น 29% ค่าน้ำค่าไฟแพงขึ้น 67%
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำย่อมส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจค่ะ ดังนั้น การผลักดันอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบันไปสู่ค่าจ้างเพื่อชีวิต จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน คือ
1. การขึ้นค่าจ้างไม่จำเป็นต้องขึ้นทีเดียวค่ะ แต่วางเป้าหมายให้ชัด ทยอยขึ้นเป็นระยะ ตามจังหวะและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ให้ภาคธุรกิจสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า
2. ภาครัฐต้องมีมาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน
3. สนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับโครงสร้างต้นทุนค่ะ เช่น บางเรื่องอาจใช้เทคโนโลยีมาลดต้นทุน แล้วเพิ่มค่าแรง แปลงให้คนทำงานมีชีวิตที่ดีขึ้น
4. และสุดท้ายคือการเปลี่ยนวิธีคิด โดยเฉพาะภาคธุรกิจค่ะ ว่าการขึ้นค่าแรงไม่ใช่ zero-sum game ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แต่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย ภายใต้กติกาที่ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม
คลิปนี้อ้างอิงข้อมูลจาก One Pub หรืองานวิจัยเพิ่มเติม เข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์นะคะ