Transcription
สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ The Money และคุณ Podcast และวันนี้คุณอยู่กับผม SPIK นรินครับ
[เพลง]
คุณเคยสังเกตพฤติกรรมแมวมั้ยครับ เวลาที่มีคนแปลกหน้าพยายามเดินเข้ามาอุ้ม เดินเข้ามาเล่นด้วย หรือว่าส่งเสียงดังน่ารำคาญใส่เนี่ย สิ่งที่แมวทำมันคือจะเดินหนีใช่มั้ครับ หรือไม่ก็ทำหน้านิ่งๆ เหมือนคนตรงหน้าเนี่ยไม่มีตัวตน คือมันไม่เคยสนใจว่าคนที่เดินเข้ามาเนี่ยจะรู้สึกยังไง จะเสียหน้ามั้ย หรือว่าจะโกรธมันหรือเปล่า มันแค่แคร์ว่าตอนเนี้ย ฉันรำคาญ ฉันจะไปนอน แล้วก็จบแค่นั้นครับ
แต่พอมองกลับมาที่ตัวเราล่ะครับ คุณเคยรู้สึกเหนื่อยกับคนมั้ยครับ เหนื่อยกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบนินทา เหนื่อยกับเจ้านายที่ชอบใช้อารมณ์ หรือว่าเหนื่อยกับเพื่อนบางคนที่เอาแต่เรื่องปวดหัวเนี่ย มาใส่เราตลอดเวลา แต่ว่าแทนที่คุณจะทำตัวแบบแมวครับ คือเดินหนีหรือไม่ก็ นิ่งใส่ คุณกลับเลือกที่จะพยายามเป็นคนที่แสนดีครับ ยอมฟัง ยอมเออตาม แล้วก็ยิ้มรับทุกอย่าง เพราะคุณเนี่ย ไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากให้ใครเกลียดคุณ แต่สุดท้ายผลลัพธ์คืออะไรครับ คุณกลายเป็นถังขยะรองรับอารมณ์ของคนอื่นใช่มั้ยครับ แล้วก็กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า จนรู้สึกว่า โอ้โห พลังชีวิตมันหมดไปอ่ะ
แต่ถ้าคุณกำลังเจอกับสังคมท็อกสิคแบบนี้นะ ผมบอกเลยว่า คุณไม่ได้เป็นคนเดียวครับ แล้วก็ที่สำคัญ คุณก็ไม่ได้เป็นคนที่อ่อนแอด้วย วันนี้ครับ ผมจะมาแชร์วิธีเอาตัวรอดในสังคมท็อกสิค ด้วยการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแมว ครับ เราจะไม่ไปนั่งเถียงกับใครให้เสียเวลาครับ แล้วก็จะไม่ยอมทนเป็นผู้ถูกกระทำด้วย แต่จะหยิบพฤติกรรม ความนิ่ง ความอินดี้ แล้วก็ความหยิ่งของแมว มาใช้ปกป้องความสุขของเราครับ ถ้าพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่ใครก็ทำร้ายเราไม่ได้แล้ว ฟังให้จบนะครับสำหรับ Podcast นี้
แต่ว่าก่อนจะไปดูวิธีแก้เนี่ย เรามาดูกันก่อนครับว่า ทำไมมนุษย์ถึงทำตัวชิลแบบแมวได้ยาก และทำไมเราถึงแคร์คนท็อกสิคมากขนาดนั้นครับ คือต้องเข้าใจก่อนว่า สมองคนเราเนี่ย มันมีส่วนที่เรียกว่าตัวป้องกันอยู่ครับ หน้าที่ของมันก็คือ คอยส่งสัญญาณเตือนภัยตลอดเวลาว่า "ทำให้คนรอบข้างพอใจสิ อย่าไปขัดใจเข้านะ เดี๋ยวเขาไม่รักเรา เดี๋ยวจะไม่มีใครคบกับเรา" ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละครับ สมองเรามันแยกไม่ออกระหว่างคนดีกับคนท็อกสิค พอคุณไปอยู่ในดงของคนท็อกสิค สมองก็ยังสั่งให้คุณไปเอาใจพวกเขาอยู่ดีครับ ยอมทน ฟัง ยอมเกรงใจ เพราะกลัวว่าจะถูกเกลียด คุณใช้พลังงานมหาศาลไปกับการแคร์สายตาคนอื่น ครับ นั่งคิดมากว่า "เมื่อกี้เค้าพูดแบบนั้นน่ะ มันแปลว่าอะไร เค้าไม่พอใจเราหรือเปล่า" จนพลังงานในหัวคุณเนี่ย มันหมดเกลี้ยงเลยครับ พอตกเย็น คุณก็ไม่มีแรงเหลือจะไปทำอะไรเพื่อตัวเองเลย
แมวมันไม่มีสมองส่วนที่ต้องมานั่งแคร์ว่า "มนุษย์คนเนี้ยจะคิดยังไงกับฉัน ถ้าฉันไม่ยอมให้เขาจับพุง" หรือว่า "แมวข้างบ้านจะเกลียดฉันมั้ย ถ้าเกิดว่าฉันเดินเชิดใส่" พฤติกรรมของแมวครับ มันขับเคลื่อนด้วยความพึงพอใจของตัวมันเอง 100% เลย มันเซฟพลังงานเก่งมากนะครับ ถ้าเรื่องไหนที่ไม่เกี่ยวกับชามอาหาร หรือว่าความสบายของมันเนี่ย มันจะไม่จ่ายพลังงานให้กับสิ่งๆนั้นเลยครับ ดังนั้น ปัญหาของคุณมันไม่ใช่ไม่มีจุดยืนนะครับ แต่คุณใช้พลังงานไปกับคนผิด วันเนี้ย เราจะไม่ฝืนใจตัวเองเพื่อเอาใจคนทั้งโลกอีกแล้วครับ แต่เราจะมาเรียนรู้พฤติกรรมของแมวครับ เรียนรู้วิธีตัดนิสัยที่ต้องมานั่งแคร์คนอื่น เพื่อเอาพลังงานนั้นนะครับ กลับมาใช้สร้างความสุข แล้วก็สร้างชีวิตของเราเอง
ข้อที่ 1 ครับ วิชาหูทวนลม
วิธีแก้สั้นๆ เมื่อเจอคนท็อกสิคเดินมาหานะครับ ให้คุณนิ่ง ทำหน้ามึนๆมั้ครับ ตอบแค่ว่า "อืม" หรือแค่ "ครับ" ตอบสั้นๆครับ แล้วก็หันกลับมาโฟกัสกับงานตรงหน้าทันที ไม่ต้องถามต่อแล้วก็ไม่ต้องชวนคุยด้วย
คุณเคยลองสังเกตพฤติกรรมของแมวเวลามันเมินมั้ครับ สมมุติคุณนั่งทำหน้าทะล่อ ทะแหล่ เรียกชื่อมันเสียงดังลั่นๆเลยเนี่ย หูมันสะบัดนะครับ ขนหูมันกระดิกขยับตามเสียง แปลว่ามันเนี่ย ได้ยินเต็ม 2 หู เลยครับว่าเรากำลังเรียก เรียกมันอยู่ แต่ มันเลือกที่จะนอนนิ่งๆครับ แล้วก็นั่งเลียขน หรือว่ามองข้ามหัวคุณไป เหมือนคุณเป็นอากาศเลย คือมันเลือกที่จะไม่ตอบสนองต่อสิ่งเราที่มันรู้สึกว่าไร้สาระครับ
คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนท็อกสิคก่อนนะ ครับ คนพวกเนี้ยไม่ได้ต้องการคำปรึกษา ไม่ได้ต้องการเหตุผล แต่ว่าเขาต้องการ Reaction จากคุณครับ พวกเค้าเป็นคนที่คอยมองหาอารมณ์ร่วม ถ้าเค้าเดินมาบ่น เดินมานินทาคนอื่นให้ฟัง หรือว่าพูดจาแซะประชดประชันคุณ แล้วคุณทำหน้าตื่นเต้น ทำหน้าหงุดหงิด หรือว่าผสมโรงด่ากับเขาด้วยเนี่ย เขาจะฟินมาก ครับ เพราะเขาดึงคุณลงไปจมในบ่ออารมณ์ลบๆ ของเขาสำเร็จแล้วฮะ หรือต่อให้คุณทำหน้าเศร้า ทำหน้าเห็นใจเขาก็ยิ่งดึงคุณไว้ แล้วก็สาดเรื่องแย่ๆใส่คุณไม่หยุดครับ ดังนั้น เนี่ย เวลาที่คุณเจอคนประเภทนี้ในสังคม ให้เปิดโหมดเมินแบบแมวครับ เวลาเพ่นคำพูดแย่ๆ ออกมา ให้คุณทำตัวว่างเปล่าที่สุดเลยครับ ไม่ต้องไปใช้อารมณ์ร่วม ไม่ต้องไปเถียงเพื่อเอาชนะ หรือว่าไปนั่งอธิบายให้เขาเข้าใจครับ เพราะคนท็อกสิคอ่ะ ไม่เคยเข้าใจอะไรอยู่แล้วครับ ทำหน้ามึนๆ ตอบรับสั้นๆ ว่า "ครับ" หรือว่า "อ๋อเหรอครับ" ด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด แล้วหันไปทำงานอย่างอื่นทันที เมื่อเขาเห็นว่าคุณไม่ตอบสนองเขาเลย ไม่มีพลังงานลบส่งกลับมาให้เค้า สุดท้ายพอเค้าเบื่อ เค้าต้องการคานความนิ่งของคุณ และเขาจะเดินหนีไปหาเหยื่อคนอื่นที่ยอมเล่นกับเขาด้วยแทนครับ
ข้อที่ 2 ครับ สร้างอาณาเขตของตัวเอง
ลองกำหนดกดเหล็กให้ตัวเองครับ เช่น หลัง 20:00 น. จะไม่ตอบแชทเรื่องงาน หรือว่าถ้ามีคนพูดจาไม่ดีใส่ ให้เงียบแล้วเดินเลี่ยงออกมาทันที ไม่ต้องขอโทษแล้วก็ไม่ต้องหาข้ออ้าง
พฤติกรรมที่ชัดเจนที่สุดอย่างนึงของแมวก็คือการห่วงอาณาเขตครับ แล้วก็การรักษาพื้นที่ส่วนตัวของมันด้วย เวลาแมวนอนอยู่เนี่ย ถ้ามันไม่ได้รับอนุญาตแล้วคุณยังพยายามเข้าไปอุ้มเข้าไปจับพุง หรือว่าเข้าไปเซ้าซี้มันเนี่ย สิ่งที่มันทำก็คือ มันจะเอาอุ้มเท้าดันคุณออก ครับ ลุกสะบัดก้นเดินหนีไป หรือไม่ก็ซวบคุณทันที มันแสดงออกชัดเจนครับว่า "ตรงเนี้ยคือเขตของฉัน อย่ามาล้ำเส้น" และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ หลังจากที่มันลุกเดินหนีไปแล้วเนี่ย มันก็ไปนอนเลียขนสบายใจเฉิบต่อ โดยไม่เคยหันกลับมานั่งรู้สึกผิดเลยสักนิด ว่า "เมื่อกี้ฉันลุกเดินหนีมนุษย์มา มนุษย์มันจะเสียใจมั้ยนะ" ใช่ครับ มันไม่แคร์ครับ
แต่คนเราชอบติดนิสัยขี้เกรงใจครับ ซึ่งในสังคมทุกวันเนี้ย ความขี้เกรงใจก็คือช่องโหวขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้คนท็อกสิคเข้ามาเอาเปรียบครับ หลายคนไม่กล้าปฏิเสธเพื่อนที่ทักมายืมเงิน หรือว่าไม่กล้าปฏิเสธงานที่ถูกโยนมาให้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของเราด้วยซ้ำครับ เพราะเรากลัวว่าถ้าเราปฏิเสธแล้วเนี่ย เขาจะเกลียดเรา เรากลัวสังคมจะไม่ยอมรับในตัวเราครับ แต่คุณต้องตื่นรู้ได้แล้วครับว่า การที่คุณไม่มีขอบเขตในชีวิตเลยเนี่ย มันคือการบอกคุณทั้งโลกซ้ำๆว่า "ชีวิตฉันน่ะไม่มีราคา คิวเวลาของฉันน่ะมันไม่สำคัญ ใครจะเดินเข้ามาเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้" จงสร้างวินัยในการกางอาณาเขตแบบแมวดูครับ อะไรที่มันเกินขอบเขตที่คุณตั้งไว้เนี่ย คุณต้องกล้าปฏิเสธมันทันที ถ้าเลยเวลาพักผ่อนแล้วมีแชทงาน หรือว่าแชทดราม่าทักเข้ามาเนี่ย คุณแค่ไม่ต้องเปิดอ่านครับ หรือว่าถ้าคุณเดินไปเจอญาติที่ชอบถามเรื่องส่วนตัวแบบเสียมารยาทเนี่ย คุณแค่ยิ้มแบบสุภาพแล้วก็ขอตัวไปทำอย่างอื่นต่อ การปกป้องเวลา ปกป้องสุขภาพจิตของตัวเองเนี่ย ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวนะครับ แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดด้วยที่เลือกความสุขของตัวเองเป็นอันดับแรก คนที่เค้ารักคุณจริงๆเนี่ย เขาจะเคารพขอบเขตของคุณครับ ส่วนคนที่คุณไม่พอใจก็ปล่อยให้เขาอยู่นอกอาณาเขตของคุณไป ครับ ไม่ต้องไปให้ค่าอะไร
ข้อ 3 ครับ โฟกัสแค่สิ่งที่แมวมันอยากจะทำ
เมื่อสังคมรอบตัวชวนไปทำในสิ่งที่คุณไม่ อยากทำครับ เช่น ไปนั่งจับกลุ่มนินทา ไปปาร์ตี้ที่ชวนอึดอัด ให้กล้าปฏิเสธสั้นๆ ทันที แล้วก็เอาเวลาและพลังงานนั้นน่ะ ไปทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำจริงๆ เพื่อชีวิตของตัวเองครับ
คุณเคยเห็นแมวยอมทำในสิ่งที่มันไม่อยากทำมั้ครับ สมมุติคุณซื้อของเล่นชิ้นใหม่ราคาแพงมาให้มันเล่น แต่ว่าถ้าตอนนั้นเนี่ย มันไม่อยากเล่น มันก็แค่เดินผ่านไปหน้าตาเฉยๆครับ แล้วก็หันไปนั่งขดตัวอยู่ในกล่องกระดาษเก่าๆแทน หรือว่าถ้ามันอยากจะนอนต่อ ให้คุณพยายามจะเอาขนมมาล่อ เอาไม้ตกแมวมาแกว่งมันก็แค่ปัดรำคาญแล้วก็หลับต่อครับ พฤติกรรมของแมวมันชัดเจนมาก ครับว่ามันจะทำเฉพาะสิ่งที่มันอยากจะทำจริงๆ เท่านั้น ถ้าเรื่องไหนมันไม่อยากทำ ต่อให้คนทั้งโลกมาบังคับ มาอ้อนวอนมันก็ไม่ยอมเสียพลังงานของมันเด็ดขาดขาดครับ
แต่ว่าพวกเราในสังคมทุกวันเนี้ยครับ มักจะใช้ชีวิตตรงกันข้ามกับแมวเลยครับ เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เราทำ เพียงเพื่อจะได้รับการยอมรับจากสังคมท็อกสิคเหล่านั้นครับ เรายอมไปกินข้าวเที่ยงกับกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่เราไม่ได้ชอบหน้า เพียงเพราะกลัวว่าถ้าไม่ไปเนี่ย เดี๋ยวเราจะโดนนินทา เรายอมไปปาร์ตี้หลังเลิกงานครับ ทั้งๆที่วันเนี้ยงานเราก็เหนื่อยแทบตายตายอยู่แล้ว เพียงเพราะว่ากลัวเจ้านายจะมองว่าเราไม่เข้าสังคม หรือว่าเรายอมนั่งฟังคนระบายอารมณ์แบบลบๆเป็นชั่วโมง ทั้งๆที่ใจจริงๆของเราเนี่ย อยากเอาเวลานั้นไปทำอย่างอื่นหรือไม่ก็เอาเวลาไปพักผ่อนมากกว่า คุณเห็นมั้ครับว่า การที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร หรือรู้แต่ว่าไม่กล้าทำ เค้าอาจจะลากคุณไปอยู่ในวงจรดราม่า หรือว่าลากคุณไปเสียเวลาชีวิตเปล่าได้เลยครับ
สิ่งที่คุณต้องทำตั้งแต่วันเนี้ครับก็คือ ตื่นรู้แล้วก็เอาความแต่ใจแบบแมวมาใช้ คุณต้องชัดเจนกับตัวเองครับว่าเป้าหมายและ ความสุขของคุณเนี่ยจริงๆมันคืออะไร ถ้าการเอาเวลาไปเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เอาเวลาไปทำธุรกิจเสริม หรือว่าแค่การได้กลับบ้านไปนอนโง่ๆดูซีรียส์เงียบๆคนเดียวคือสิ่งที่ คุณอยากจะทำเนี่ย จังทำมันครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนชวนคุณไปทำเรื่องไร้สาระ ไปสุมหัวด่าคนอื่น ให้คุณปฏิเสธตรงๆสั้นๆครับว่า "ไม่ไปครับ วันเนี้ยอยากพัก" หรือ "ไม่สะดวก" ไม่ต้องหาข้ออ้างยาวเหยียดให้ดูเป็นคนดี ครับ ทุกๆครั้งที่คุณกล้าปฏิเสธสิ่งที่คุณไม่อยากทำเนี่ย มันคือการที่คุณกำลังทำเพื่อตัวเองครับ และทุกๆนาทีที่คุณได้ใช้ชีวิตเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆ เนี่ย นั่นแหละครับคือการที่คุณเอาชนะสังคมที่ท็อกสิคได้แล้ว
สุดท้ายเนี่ยครับ คุณผู้ฟัง สิ่งที่ผมแชร์มาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำหูทวนลม การกำหนดขอบเขตของคุณเอง หรือการโฟกัสแค่เรื่องที่ตัวเองอยากทำเนี่ย มันไม่ใช่แค่เทคนิคการเอาตัวรอดนะครับ แต่มันคือการกู้คืนความเคารพตัวเองกลับคืนมาครับ ลองนึกภาพตามนะครับ พรุ่งนี้เช้าเมื่อคุณตื่นมา ก้าวออกจากบ้านเนี่ย ไม่ว่าคุณต้องเจอกับคนขี้นินทา หรือว่าสังคมที่วุ่นวายแค่ไหน คุณไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใครอีกต่อไปแล้วครับ ใครจะพูดอะไรแย่ๆ มันก็ไม่เข้าหูคุณ คุณจะกลายเป็นคนที่ทำงานของตัวเองให้จบ และเอาพลังงานที่เหลือกลับมาบ้านใช้กับครอบครัวของคุณครับ หรือเอาไปใช้กับสิ่งที่คุณรัก หรือว่าสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ความรู้สึกของคุณที่คุณกล้าพูดคำว่า "ไม่" และปกป้องความสุขของตัวเองได้ นั่นแหละครับคือกำไรที่ยิ่งใหญ่ที่ฝึก
ผมอยากย้ำกับคุณตรงนี้เลยนะครับว่า การปกป้องตัวเองเนี่ย ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่ มันคือสิทธิ์พื้นฐานของคุณครับ ถ้าวันเนี้ยคุณไม่กล้าปฏิเสธคนอื่น อนาคตคุณจะไม่มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองเหลือเลย แล้วถ้าวันเนี้ยคุณยอมทนฟังคำพูดแย่ๆ อนาคตจิตใจของคุณก็จะเต็มไปด้วยเรื่องแย่ๆเช่นกันครับ แล้วถ้าวันเนี้ยคุณมัวแต่แคร์คนทั้งโลก อนาคตคุณจะลืมไปเลยว่าความสุขของตัวเองคืออะไร อย่าปล่อยให้คนรอบข้างทำร้ายจิตใจคุณมากไปกว่านี้ครับ เพราะคำว่า "ทนๆไปก่อน" เนี่ย มันทำร้ายชีวิตคนมาเยอะแล้วครับ การปกป้องตัวเองของคุณเริ่มต้นได้เดี๋ยวนี้เลยครับ
หลังจากจบ Podcast เนี้ยครับ ลองถามตัวเองดูครับว่า ใครคือ 1 คนในชีวิตที่คุณจะเริ่มเมินเฉยใส่ตั้งแต่พรุ่งนี้เลย แล้วพรุ่งเนี้ยเราจะเริ่มจากการทำมันครับ ความเด็ดขาดไม่ได้เกิดจากคนที่เกิดมาแล้วเก่งเลยนะครับ แต่มันเกิดมาจากคนธรรมดาที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำ เหมือนกับเรานี่แหละ แต่ว่าเขาตัดสินใจแล้วครับว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาลุกล้ำพื้นที่ความสุขของเขาอีกต่อไป ผมเชื่อมั่นในตัวพวกคุณทุกคนนะครับ ผมเชื่อว่าภายในตัวของพวกคุณทุกคนเนี่ย มีความเข้มแข็งซ่อนอยู่ ปลุกมันออกมาครับ ชีวิตมันเป็นของคุณ ไม่ใช่ของคนพวกนั้น
แล้วถ้าวันนี้คุณชอบ Podcast นี้้นะครับ ชอบเนื้อหานี้ อย่าลืมกด subscribe กดแชร์ Podcast นี้ให้เพื่อน หรือว่าคนที่คุณรัก แล้วคอมเมนต์บอกผมหน่อยครับว่า 1 อย่างที่คุณอยากจะทำทันทีเพื่อปกป้องตัวคุณจากความท็อกสิคคืออะไร และผมจะรออ่านแล้วก็เป็นกำลังใจให้ กับก้าวแรกของพวกคุณทุกคนนะครับ และสำหรับวันนี้ครับ ผมสปทนริน และ The Money Lecoon Podcast ต้องขอลาไปก่อน และพบกันใหม่ในตอนหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
[เพลง]
[เพลง]
[เพลง]