Transcription
การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เพิ่งจะผ่านพ้นไปนะคะ นายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนานแล้วก็เอาคนของตัวเองวางเส้นสายเครือข่ายครอบงำทั้งประเทศ ตั้งแต่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า คุมสื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ตุลาการ และทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศ แต่แล้วพวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับพลังของประชาชน ทางประเทศผู้ต้องการความเปลี่ยนแปลง และแสดงออกอย่างยิ่งใหญ่ landslide ผ่านการเลือกตั้งที่ส่งผู้นำฝ่ายค้านอายุเพียง 45 ปี ได้รับชัยชนะและกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นำพาประเทศไปสู่ความหวังอันเรืองรอง สว่างไสว พาประเทศกลับมาสู่เวทีโลก ยืนอย่างมีศักดิ์ศรี พาประชาธิปไตย หลักนิติรัฐนิติธรรมกลับคืนมา ไม่ใช่ประเทศไทย นี่คือเรื่องราวของประเทศฮังการี และเราจะมาคุยให้ชัดกับพรรณิกาว่า ความหวังของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในฮังการี สะท้อนอะไรกลับมาถึงประเทศไทยค่ะ
ทุกคนคะ ประเทศฮังการีเนี่ยนะคะ คนไทยทั่วไปมีความรู้ 0% ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาประเทศมันเป็นยังไง อยู่ตรงไหนนะคะ อาจจะมีคนน้อยคนที่รู้ว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป ใช่มั้ยคะ ฮังการีกับประเทศไทยเนี่ย ดูเหมือนกับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เราไม่เคยนึกถึงประเทศนี้มาก่อนเลย แต่ อยู่ดีๆ ค่ะ การเมืองฮังการีและการเลือกตั้งของฮังการี ก็กลายมาเป็นสิ่งที่จุดความหวังให้กับคนไทยจำนวนมาก ที่เขาสนใจข่าวต่างประเทศ แล้วมองแล้วแบบ เฮ้ย นี่มันคือภาพฝันที่อยากจะเห็นในประเทศไทยนะคะ
วันนี้ก็เลยจะมาเล่าเรื่อง The Change of regime ที่ไม่ใช่ regime change ของฮังการีนะคะ ว่าการเปลี่ยนผ่านอันยิ่งใหญ่ จาก เอ่อ ระบอบที่มันคอรัปสุดๆ แล้วก็การครองอำนาจยาวนั้น ของนายกที่อยู่มา 16 ปีเนี่ย แล้วได้รับชัยชนะผ่านการเลือกตั้ง คือเป็นการเปลี่ยนผ่านโดยการเลือกตั้งของประชาชนธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหารใดๆ ทั้งสิ้นเนี่ยนะคะ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วมันสวยหรูสวยงามอย่างที่เรามองว่า โอ้โห นี่มันภาพฝันชัดๆ มันฝันดีขนาดนั้นจริงหรือไม่นะคะ เดี๋ยวเราค่อยๆ คุยกันเกี่ยวกับภาพฝันจากการเมืองฮังการี สู่ฝันที่จะเป็นจริงของการเมืองไทยนะคะ
เอ่อ การเลือกตั้งเนี่ยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมานะคะ ในขณะที่เรากำลังเตรียมฉลองสงกรานต์แบบเครียดๆ น้ำมันแพงกันอยู่นะคะ ที่ยุโรปเนี่ยจริงๆ เรื่องเนี้ยเค้าตื่นตัวกันมากๆ ว่าการเลือกตั้งของฮังการี ซึ่งเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนที่ผ่านมาเนี่ย จะเปลี่ยนแล้วผ่านหรือไม่นะคะ เพราะว่า วิกเตอร์ ออบาน ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของฮังการี ณ ตอนนั้น ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ยังรักษาการอยู่เนี่ยนะคะ รอการเปลี่ยนผ่านเนี่ย ครองอำนาจมา 4 สมัยติดนะคะ แล้วเป็น 4 สมัยที่ชนะเลือกตั้งแบบเค้าเริ่ม landslide เนี่ย ปี 2010 แล้วก็ชนะมาแบบ 4 ครั้งรวดนะคะ ซึ่งครั้งหลังๆ เนี่ยก็ถูกขอว่า เค้าใช้คำนี้นะคะ ไม่ใช่ the election แต่ r the whole system แปลเป็นไทยว่า ไม่ได้โกงแค่เลือกตั้ง แต่โกงทั้งระบบเลยนะคะ ในรอบหลังๆ มาก็เลยแบบชนะอยู่ร่ำไปตลอดไปนะคะ
เอ่อ คนยุโรปเนี่ยเขาก็ลุ้นกันมาก เพราะว่า วิกเตอร์ ออบาน คนนี้เนี่ย ค่อนข้างสนิทสนมใกล้ชิดกับปูติน ซึ่งมันเป็นเรื่องวัวพันหลักไม่รู้ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน นั่นก็คือพอ วิกเตอร์ ออบาน เอ่อ อยู่ครองอำนาจยาวนาน ก็เริ่มไหลจากที่ขึ้นมาแบบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งปกติเนี่ยนะคะ ก็เริ่มไหลไปสู่ชาตินิยม แล้วก็ เอ่อ มีความเอนเอียงไปในทางแบบฝักใฝ่เผด็จการ แล้วก็เริ่มมีพฤติการไม่เข้ามาตรฐานของ EU ซึ่ง EU เขามีมาตรฐาน governance หรือธรรมาภิบาลที่สูงมากๆนะคะ พอมันมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตคอร์รัปชันเนี่ย EU ก็ตัดเงิน เรียกว่า EU ฟันนะคะ คือก็คือเงินที่เขาบริหารกันภายใน EU ให้กับเป็นงบประมาณให้กับประเทศต่างๆ ด้วยนะคะ ก็ EU ก็เลยฟรีไอ้เงิน EU ฟันที่ให้กับฮังการี่เนี่ยไปเยอะมากๆนะคะ แล้วก็เลยทำให้ วิกเตอร์ ออบาน เนี่ยยิ่งไปใกล้ชิดกับปูติน พูดง่ายๆ ก็คือ พอคุณไม่เข้ามาตรฐาน EU เนี่ย คุณก็เลยต้องไปใกล้ชิด ไปแสวงหา เขาเรียกว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตร ใช่มั้ย ก็คือพอ EU ไม่เอาฉัน ฉันก็ไปหาปูตินซะเลย หมดเรื่องหมดราว นะคะ ก็เลยเป็นเสี้ยนหนามตำใจของ EU มาอย่างต่อเนื่อง ว่าแบบ ในขณะที่ EU เขาเขาซีเรียสมากเรื่องการคว่ำบาตรปูติน เรื่องของสงครามยูเครนรัสเซียนะคะ แต่ว่าฮังการีก็ทำตัวเข้านอกนามาโดยตลอด สนิทสนมกับปูตินมาก เพราะฉะนั้น ไอ้เลือกตั้งครั้งนี้เนี่ย ในขณะที่เราคนไทยไม่สนใจ ซึ่งไม่รู้จะสนใจไปทำไมไง ตอนนั้นน่ะ แต่ว่ายุโรปเขาจับตามองมากๆ แล้วก็เป็นความหวังว่าจะเปลี่ยนแล้วผ่านมั้ย ฝ่ายค้านจะชนะได้มั้ยนะคะ แล้วก็ปรากฏว่าสร้างปรากฏการณ์ ไม่ใช่แค่ชนะธรรมดา เป็นชนะแบบ super landslide Super Land Slide ขนาดไหนนะคะ ก็คือขณะที่ว่าพรรค เอ่อ Fidesz ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านนะคะ นำโดย ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ยนะคะ เป็นนักการเมืองวัยแค่ 45 ปี ถือว่าหนุ่มมากสำหรับการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศในยุโรป 1 ประเทศนะคะ ก็ได้รับชัยชนะไป 138 ที่นั่ง ฟังดูน้อย แต่ทุกท่านคะ สภาเขาไม่ได้มี 500 คนแบบเรานะ สภาฮังการีมี 199 คนถ้วนนะคะ วงเล็บ ใครเคยไปฮังการี รัฐสภาฮังการี ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก อยู่ริมแม่น้ำดานู แบบสวยมากนะคะ แต่ไม่ใช่ประเด็นค่ะ กลับมาที่ประเด็นของเรานะคะ สภาของเขาเนี่ยมี 199 คน เพราะฉะนั้น 138 เสียง ก็คือ super majority นะคะ เพราะว่า 2 ใน 3 ของสภาเนี่ย ไอ้เกินครึ่งนี่มันเกินอยู่แล้ว เพราะสภามี 199 คนนะคะ แต่ว่าจะผ่านรัฐธรรมนูญใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านกฎหมายอะไรใดๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญเนี่ย ใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา ซึ่ง 2 ใน 3 ของสภา 199 คน ก็คือ 133 เสียง ย้ำอีกครั้งว่า พรรค Fidesz พรรคฝ่ายค้านของ ปีเตอร์ ม็อกย่า ได้ 138 เสียง ก็คือเกิน 2 ใน 3 มาอีกถึง 5 เสียงด้วยกันนะคะ เพราะฉะนั้นก็เป็น super majority นี่ก็คือ landslide แบบ super landslide
สถิติน่าสนใจอันดับที่ 1 สถิติน่าสนใจอันดับที่ 2 นะคะ ก็คือผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนที่ผ่านมาของฮังการี 79.5% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติฮังการีที่มีคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันมากมายขนาดนี้นะคะ อันนี้ก็แน่นอนว่าถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่นำมาสู่ชัยชนะซุปเปอร์ landslide ของพรรคฝ่ายค้าน นั่นก็คือคนเนี่ย เกิดความหวังความฤกษ์ทั้งประเทศ แล้วออกมาใช้สิทธิ์ผ่านปลายปากกาของตัวเอง จนทำให้ เอ่อ พรรคฝ่ายค้านเนี่ย super landslide ไปในที่สุดนะคะ
และสถิติที่ 3 ซึ่งอันนี้ถือว่าน่าประทับใจที่สุดนะคะ ก็คือ พรรคฝ่ายค้านเนี่ย ครั้งที่ผ่านๆ มาพรรคฝ่ายค้านจะชนะในเมือง แล้ว วิกเตอร์ ออบาน นายกรัฐมนตรี 16 สมัย 16 ปี 4 สมัยของฮังการีเนี่ย เขาจะมีฐานเสียงอยู่ในเขตชนบทนะฮะ ก็จะคล้ายๆ ประเทศไทยนะคะ ก็ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะทำยังไง ก็ชนะแค่ในเมือง แล้วมันก็เลยไม่ชนะซักทีนะคะ แต่รอบนี้ค่ะ เขาเรียกว่าฝ่ายค้านแบบชนะแบบทั้งแผ่นดิน ก็คือทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทุกเขต เป็นพรรคฝ่ายค้านทั้งนั้นนะคะ ก็คือเป็นสาเหตุที่ทำให้เขา super landslide ก็คือแบบ ถ้าเป็นเราบอกว่า ส้มทั้งแผ่นดินนะ ของเขาเข้าใจว่าเป็นสีแบบสีฟ้า สีแบบฟ้าทั้งแผ่นดินอะไรอย่างเงี้ย ซึ่งมันเหลือเชื่อมากนะ ที่ เอ่อ วิกเตอร์ ออบาน ซึ่งไม่ใช่แค่ดำรงตำแหน่งมา 16 ปี 4 สมัยเท่านั้นนะคะ แต่เขาเป็นคนที่สร้างระบบที่เรียกว่า NER นะคะ หรือว่า ช่อ อ่านแล้วชอบก็สรุปในใจว่า อันนี้เขาเรียก ระบบพลังประชารัฐ รัฐพันลึก เป็นจำได้มั้ยสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์อ่ะ เขาพยายามสร้างสิ่งที่เรียกว่าแบบประชารัฐ ประชารัฐ ที่แบบว่าเอาเอกชน เอาฝ่ายภาครัฐ เอาอะไรมาแบบสร้างเครือข่ายแบบเกื้อหนุนกันและกัน แบบที่จริงแล้วเป็นการสร้างเครือข่ายอำนาจแบบโครนี่ของของผู้มีอำนาจชนชั้นนำ ใช่มั้คะ แต่ว่า 16 ปีที่ วิกเตอร์ ออบาน อยู่ในตำแหน่งเนี่ย เขาทำสิ่งที่เรียกว่า NER เนี่ยนะคะ ก็คือชื่อแปลเป็นไทยอ่ะแปลว่า เป็นระบบร่วมมือแห่งชาติ เป็น National Cooperation System นะคะ ระบบร่วมแรง ร่วมใจ รวมพลังประชารัฐอะไรอย่างเงี้ยนะคะ เอ่อ ซึ่งมันคืออะไร ในเนื้อแท้ของมันก็คือ การแบ่งเค้กกันระหว่างเครือข่ายของ ออบาน นะคะ ตั้งเพื่อนสนิทมหาเศรษฐี ที่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง คนสนิทของตัวเอง ไปดำรงตำแหน่ง แล้วก็กรอบโกยผลประโยชน์รัฐ ตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัมปทานพลังงานไฟฟ้า สื่อรัฐ ไปจนถึงตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา อัยการสูงสุด สื่อรัฐ M1 TV ของช่อง 11 ของฮังการี เขาเรียกว่าช่อง M1 แล้วก็คือแบงค์ชาติ อะไรอีกล่ะ คือทุกสิ่งที่เป็นองค์พยพที่ควบคุมรัฐ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน อย่างเงี้ย ทุกอย่างก็คือเป็นคนของ วิกเตอร์ ออบาน หมดเลยนะคะ แล้วก็ไม่ใช่แค่หน่วยงานรัฐ แต่อย่างที่บอกว่ารวมถึงเอกชน ที่มีเครือข่ายสนิทสนม เป็นคนรู้จักคุ้นเคยกับ ปีเตอร์ ออบาน เนี่ย ก็จะได้สัมปทานรัฐ หรือว่าได้สัมปทานอะไรที่มันใหญ่ๆโตๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของรัฐนะคะ แล้วอันนี้มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาเนี่ย ทำให้ EU ไม่พอใจ แล้วถูกฟรีซกองเงินกองทุน EU เพราะว่า EU บอกว่าอันเนี้ย มันเข้าข่ายคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อน EU ก็เลยฟรีซเงินทุนไปนะคะ แล้วก็มีปัญหาระหองระแหงกันเรื่อยมา ระหว่างฮังการีกับสหภาพยุโรปนะคะ คือคุณคิดดูว่า นี่คือนายกรัฐมนตรีที่สร้างระบบรัฐพันลึก ที่มันลึกมากจริงๆ ก็คือตุลาการ เอกชน ภาคธุรกิจ สื่อทุกสิ่งทุกอย่าง ก็คือ ปีเตอร์ ออบาน คุมเบ็ดเสร็จแล้ว
ปีเตอร์ ม็อกย่า เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงสามารถเอาชนะแบบ super landslide กับนายกรัฐมนตรีที่มีระบบเครือข่ายพลังประชารัฐ ที่แบบอยู่ในมือที่แน่นขนาดนี้ได้ทุกคน อันนี้ก็แปลกมาก อันนี้เหมือนตอนการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ เพียงแต่เขาชนะเลือกตั้งแล้วตั้งรัฐบาลได้นะ ก็คือ ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ย 2 ปีที่แล้ว ไม่มีใครรู้จักเลยจ้ะ เป็น nobody นะคะ และที่สำคัญก็คือ เขาถือว่าเป็นคนในเครือข่ายของระบอบออบานด้วย เพราะอะไรต่อไปนี้เป็นเรื่องแบบซุบซิบ นินทาในหน้าสื่อแถบลอยนะคะ แต่ว่าก็เป็นเรื่องจริง ก็คืออดีตภรรยาของ ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ย คือรัฐมนตรียุติธรรมในรัฐบาลของออบาน และเป็นคนสนิทของ วิกเตอร์ ออบาน ด้วยนะคะ แล้วปรากฏว่าทั้งคู่เนี่ย เอ่อ หย่าร้างกันจริงๆ มีเรื่องดราม่ามากมาย ที่แบบว่า โอ้โห เป็นเรื่องแบบแถบลอยหน้า 1 อยู่ตลอดเวลา แต่ว่าเรื่องที่สำคัญสำหรับหน้าการเมืองของฮังการี่เนี่ย ก็คือ เอ่อ ที่แน่ๆ คือ ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ย ถูก เอ่อ ภรรยา กล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงในครอบครัว แบบใช้กำลังกับภรรยา มันก็เป็นคดีความออกมา ซึ่งบางคนก็มองว่าดิสเครดิตกันหรือเปล่า หรืออย่างไร ซึ่งเราก็ไม่ได้ทราบได้นะคะ แล้วก็ แต่มีเคสที่เกิดขึ้นแน่ๆ เป็นข้อเท็จจริง ก็คือ ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ย record เสียงสนทนาระหว่างเขากับภรรยา ซึ่งภรรยาซึ่งตอนนั้นเป็นรัฐมนตรียุติธรรมเนี่ย คุยกับสามีเรื่องที่จะมีการขอให้มีการเปลี่ยนแปลงสำนวนคดีของคดีในศาลคดีหนึ่ง พูดง่ายๆ ก็คือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยรัฐมนตรียุติธรรมนั่นเอง แต่มันเป็นบทสนทนาผัวเมีย พูดง่ายๆ แล้วปรากฏว่า ม็อกย่า เนี่ย อัดบทสนทนา แล้วเอามาเผยแพร่ ตอนที่ตัวเองมาก่อตั้งพรรค Fidesz ซึ่งเป็นพรรคซึ่งชนะเลือกตั้งนี้นะคะ แล้วก็เป็นเรื่องราวฟ้องร้องกันใหญ่โต ที่ภรรยาเขาก็บอกว่า เฮ้ย นี่มันคือการหักหลังอย่างรุนแรงมาก จากคนที่แบบ เราเชื่อว่าเป็นครอบครัวของเรานะคะ แต่ว่าก็เป็นอะไรที่คนถกเถียงกันมากมายว่า แต่นี่มันคือเรื่องเรื่องการเมืองหรือเปล่า คือเธอเป็นรัฐมนตรียุติธรรม แล้วเธอสารภาพเองว่าแบบ เธอไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยการมีการสั่งแก้คำพิพากษาอะไรแบบเนี้ยนะคะ ซึ่งนี่แหละก็คือ เอ่อ เรื่องราวที่อยู่วนไหลวนอยู่รอบ ปีเตอร์ ม็อกย่า โดยสรุปก็คือ เขาเป็น จะว่า เป็น nobody ก็ไม่เชิง แต่เรียกว่าเป็นหนึ่งในคนที่เป็นคนของเครือข่ายออบานเก่า ภรรยาเป็นรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคณะรัฐมนตรีเลยนะคะ แล้วก็ ออบาน นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องการครอบงำระบบตุลาการ เอาคนของตัวเองไปอยู่ในแบบ ศาลอัยการ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ตรวจเงินแผ่นดินนะคะ แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปหมดเนี่ย เป็นส่วนหนึ่งของการครอบงำประเทศของเขา ก็คือเขาควบคุมกลไกยุติธรรม แล้วก็รัฐมนตรียุติธรรม คือภรรยาอดีตภรรยาของม็อกย่าเนี่ย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแขนขาของระบอบออบาน นั่นเองนะคะ ก็คนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า เฮ้ย ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ย ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบอบออบานมาก่อน แล้วก็มันอาจจะมีการแบบ แตกหักไม่ลงรอยอะไรกันภายใน แล้วก็เลยเหมือนกับแยกตัวออกมา แล้วมาแฉอะไรคล้ายๆ แบบนั้นน่ะนะคะ
เอ่อ แต่ถามว่าอันนั้นคือจุดเริ่มต้น แต่ตลอดเวลา 2 ปีที่ ปีเตอร์ ม็อกย่า แรลลี่ไปทั่วประเทศเนี่ย ใช้วิธีการแบบไหนต่อสู้กับระบบออบาน ที่มันครอบงำทั้งประเทศนะคะ ก็คือเขาใช้วิธีเดินรณรงค์ คือไม่ใช่ได้เดินแบบเดินไป หมายถึงว่าเขาเดินทางไปรณรงค์ทั่วประเทศ แบบระดับลงถึงหมู่บ้านเลยนะคะ แล้วก็ไปสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับโวเตอร์ คือแบบใกล้ชิดสนิทสนม ด้วยตัวเอง เพราะอะไร มันก็คงไม่มีทางเลือกมากนัก เนื่องจากว่า วิกเตอร์ ออบาน เนี่ย ควบคุมทุกอย่างในประเทศ สื่อเสริมอะไรก็เป็นของเขาหมด เพราะฉะนั้น คุณจะโค่นออบาน คุณไม่มีทางเลือก คุณก็ต้องใช้วิธีแบบวัวเทียมเกวียนนะคะ คล้ายๆ สมัยอนาคตใหม่ ก็คือ คุณก็ต้องทำเอง คุณก็ต้องมีสื่อของตัวเอง คุณก็ต้องเดินไปเจอเจอคนด้วยตัวเอง หัวหน้าพรรคต้องเดินไปเจอคนด้วยตัวเองนะคะ แล้ว วิกเตอร์ เอ่อ แล้ว ปีเตอร์ ม็อกย่า ก็ทำแบบนั้นแหละ เขาก็แรลลี่ไปในระดับหมู่บ้านทั่วประเทศเลย ใช้เวลา 2 ปี เพื่อรวบรวมคน ที่รู้สึกว่าอัดอั้น ไม่พอใจการคอร์รัปชัน การทุจริตเกาะกินผลประโยชน์ประเทศ แล้วก็ไม่พอใจ เอ่อ การไหลไหลเลื่อยจากประชาธิปไตยไปสู่เผด็จการของ วิกเตอร์ ออบาน นะคะ
เอ่อ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คนทั้งประเทศเขาก็รู้ว่า ปีเตอร์ ม็อกย่า ก็เป็นคนในระบบออบานมาก่อน แล้วก็แตกหักกันแล้วก็ออกมาตั้งพรรคฝ่ายค้านใช่มั้ยคะ แต่เขาก็รู้สึกว่าประเทศนี้มันก็ไม่ได้ต้องการออบานอ่ะ มันต้องการคนใหม่ ถ้าคนใหม่ไม่มีใครเสนอตัว เพราะไม่มีใครคิดว่าสู้ออบานได้ มี ปีเตอร์ ม็อกย่า คนนี้ ซึ่งก็เป็นคนคนในระบบออบานมาก่อน ก็เอาวะ เพราะว่าประเทศต้องการเปลี่ยนแปลง ประเทศต้องดีกว่านี้ คนทั้งประเทศก็นำมาสู่การหลอมรวมทางจิตใจ ซึ่งอันนี้ชอบรู้สึกว่ามันมหัศจรรย์มาก มันไม่ได้หลอมรวมผ่านคน ผ่านความรู้สึกที่เชื่อว่า ปีเตอร์ ม็อกย่า เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เป็นผู้ที่มากอบกู้ประเทศ หรืออะไรนะ ทุกคนก็มองแล้วก็รู้ว่า ปีเตอร์ ม็อกย่า ไม่ใช่คนเพอร์เฟค มีข้อครหาเรื่องใช้ความรุนแรงกับภรรยา มีเรื่องราวต่างๆ มากมายนะคะ รู้สึกว่าคนๆ นี้ น่าไว้ใจก็ไม่ได้น่าไว้ใจขนาดนั้น ก็เป็นคนของออบานมาก่อน แต่ในเมื่อเราต้องเลือกระหว่างออบานคนเดิม กับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ว่าประเทศเราจะดีกว่านี้ คนฮังการี่บอกว่า ฉัน ฉันเลือก ฉันเลือกความเป็นไปได้ใหม่ๆ แล้วก็หวังว่า ปีเตอร์ ม็อกย่า คนเนี้ย จะทำตามสัญญาที่เขาให้ไว้ตอนหาเสียง แล้วนำพาประเทศไปสู่จุดที่มันดีกว่านี้ คือมันไม่ไหวแล้วนะคะ แล้วก็นำมาสู่ชัยชนะแบบ Super Landslide ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา
มันฟังดูเป็นชัยชนะที่แบบรุ่งโรจน์มากๆ ใช่มั้ย รุ่งโรจน์สุดๆ ใช่มั้ย แต่ของจริงมันไม่ใช่นิยายค่ะทุกคน มันไม่ใช่จบ Happy Ending ในวันเลือกตั้ง วันเลือกตั้งมันคือจบ chapter ด้วยการปิดฉากออบาน แต่มันก็เปิด chapter ใหม่ทันที ว่าออบแพ้เลือกตั้งก็จริง แต่คนที่อยู่ในอำนาจมา 16 ปีอ่ะ คุณลองนึกดูว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่กับเรามา 9 ปี สร้างระบบเครือข่ายไว้มากมายขนาดไหน อันนี้คือ 16 ปี 16 ปีแห่งความหลัง ที่สร้างรัฐพันลึก ระบอบประชารัฐที่แน่นไปทั้งประเทศเนี่ย แล้วภายในพริบตาเดียว ปราสาททั้งหมดพังครืนลงไป เพราะว่า วิกเตอร์ ออบาน แพ้เลือก ปีเตอร์ ออบาน แพ้ แต่คนที่เหลือในระบบทั้งหมด ยังคงอยู่ในตำแหน่งค่ะ พูดง่ายๆ อันดับแรก ประธานาธิบดีฮังการี เป็นคนของ วิกเตอร์ ออบาน ค่ะทุกคน คือเขาเป็นระบบคล้ายๆ อินเดีย ก็คือมีนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่บริหารประเทศจริงๆ ใช่มั้ยคะ เหมือนกับนายกรัฐมนตรีของไทยอย่างเงี้ย แล้วประมุขของประเทศเขาเนี่ย ไม่ได้มีกษัตริย์นะ มีประธานาธิบดีนะคะ ซึ่งอาจจะเป็น เขาเรียกว่า ceremonial leader อ่ะ เป็น เป็นเขาเรียกว่าอะไรนะ ประมุขของรัฐที่ทำหน้าที่ตามวิธีการ แต่ก็มีอำนาจอะไรบางอย่างเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ด่านแรกค่ะ ปราการด่านแรกของ ปีเตอร์ ม็อกย่า และพรรค Fidesz แม้ว่าจะมีเสียง 2 ใน 3 ในสภา แต่ประธานาธิบดีเป็นคนของ วิกเตอร์ ออบาน แล้วจะทำอย่างไรนะ คะ ตอนนี้เนี่ย ถามว่าประธานาธิบดีมีอำนาจอะไรบ้าง แม้ว่าเสียง 2 ใน 3 ในสภาจะพอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ประธานาธิบดียังมีอำนาจในการวีโต้ค่ะ เขาสามารถวีโต้กฎหมายใดๆ ที่รัฐบาลจะผ่านได้นะคะ เพราะฉะนั้น อ้าว แล้วจะทำยังไงนะคะ แล้วไม่ใช่แค่ประธานาธิบดี ถ้าประธานาธิบดีไม่มีวีโต้ มันมีอะไรอีกอย่างหนึ่งอีก 1 ประการ ด่านสำคัญของท่านชาย คือศาลรัฐธรรมนูญ คุ้นป่ะ ทำไมคุ้นขนาดนี้ อันดับแรก ประธานาธิบดีวีโต้นายกได้ จะทำอะไร ประธานาธิบดีวีโต้ได้หมดนะคะ อันดับ 2 ต่อให้ประธานาธิบดีไม่วีโต้ เรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญระงับได้นะคะ และแน่นอน ศาลรัฐธรรมนูญรวมถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นของ วิกเตอร์ ออบาน นะคะ
แล้ว ปีเตอร์ ม็อกย่า ชนะเลือกตั้งไปแล้ว จะได้อะไรขึ้นมา มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะคะทุกคน เพราะว่าในความเป็นจริงเนี่ย จะจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี รวมไปถึงจะ เอ่อ สร้างระบบศาลที่เป็นอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในคำสัญญาหาเสียงนะคะ ที่ เอ่อ ปีเตอร์ ม็อกย่า เนี่ย เขาสัญญาไว้กับคนฮังการี่ หนึ่งในสัญญาสำคัญมากๆ เลยก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบยุติธรรม ทำให้ระบบศาลทั้งหมดของประเทศเนี่ย เป็นระบบที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อการเมืองนะ เพราะว่า วิกเตอร์ ออบาน ทำซะเละ เละยับเยินไปหมด ก็คือคนของศาลทั้งระบบเป็นของเขาหมดเลยเนี่ยนะคะ มันก็สามารถทำได้ แต่มันใช้เวลานะคะ ก็คือต้องไปใช้เวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมันก็จะกินเวลาอันยาวนาน ระหว่างนั้นรัฐบาลก็อาจจะแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าประธานาธิบดีกับศาลรัฐธรรมนูญคิดจะงัดข้อขึ้นมานะคะ
เอ่อ ตอนนี้เนี่ย ม็อกย่า ก็พยายามไม่รู้จะเรียกว่าเจรจา กดดัน หรือข่มขู่ นะคะ ให้บุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญสำคัญของประเทศทั้งหมด ซึ่งเป็นคนของออบานทั้งหมดเนี่ย ลาออกไปซะ ก่อนที่เขาจะจัดการเอาคนเหล่านี้ออกจากตำแหน่งเอง เมื่อเขาได้เข้าไปบริหารประเทศเต็มตัวนะคะ บุคคลที่ถูกกดดันให้ลาออกเนี่ย ก็คือแน่นอน 1 ก็คือประธานาธิบดี 2 ก็คือประธานศาลฎีกา 3 ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 4 อัยการสูงสุด 5 ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 6 เรียกว่าอะไร ผอ. ช่อง 11 ผู้อำนวยการ State Media นะคะ สถานีโทรทัศน์ของรัฐ ซึ่งเอาควบคุมนะคะ เอ่อ บุคคลเหล่านี้เนี่ย ก็ยังไม่ถือไม่อือใดๆ นะคะ โดยเฉพาะตอนนี้สายตาทุกสายตาจับจ้องไปที่ประธานาธิบดีฮังการีนะคะ ว่าจะทำอย่างไร จะทนต่อแรงกดดันได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรนะคะ
แต่ว่าสิ่งนึงที่น่าชื่นชมเกี่ยวกับ ปีเตอร์ ม็อกย่า คือเขาประกาศแบบนี้เลยนะคะว่า เขาจะไม่ใช้วิธีนอกกฎหมาย ในการฟื้นคืนระบอบนิติรัฐนิติธรรมของประเทศ พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้การชำระล้าง สังคายนา ระบอบออบาน มันจะยากเย็นเข็นใจขนาดไหนก็ตามแต่ เขาจะไม่ใช้วิธีเดียวกับที่ออบาเถลิงอำนาจขึ้นมา ที่เข้าไปครอบงำทุกๆ องค์กรเลย แก้กฎหมายตามใจชอบ เพราะว่าตัวเองคุมสภาได้ ก็แบบแก้ทุกอย่างเละเทะไปหมด มองบอกไม่ ในเมื่อเราต้องการที่จะเขาเรียกว่าอะไร แก้ไขในสิ่งที่ผิดใช่มั้ยคะ เอาระบอบออบานออกไปเนี่ย เขาจะไม่ใช้วิธีเดียวกับออบานในการจัดการปัญหาต่างๆ ของประเทศ คืองาช้างไม่งอกออกจากปากสุนัขใช่ไหม เขาก็คิดแบบเดียวกันน่ะว่า ก็ในเมื่อภารกิจของเขาคือการฟื้นคืนระบอบนิติรัฐ สร้างรัฐที่โปร่งใส กลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง ให้สภากลับมาเป็นสถานที่ที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกครั้งหนึ่งเนี่ย มันก็ต้องใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ จะแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องแก้ไปตามกลไก แล้วก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายนะคะ จะไม่มีการใช้อำนาจนอกเหนือกฎหมาย ในการฟื้นคืนระบอบนิติรัฐนิติธรรมของประเทศฮังการี เพราะฉะนั้นนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วน่าชื่นชมมากๆ นะคะ ที่เขาประกาศแบบนี้ แต่มันก็จะทำให้กระบวนการที่ม็อกย่าเองเรียกว่า The Change of Regime เนี่ย คือเขาไม่ได้เรียกรัฐบาลออบานว่ารัฐบาลนะ เวลาเขาหาเสียงเนี่ย เขาเรียกว่าระบบ เอ่อ คล้ายๆ ระบอบอ่ะ แบบระบอบออบานนะคะ เพราะว่ามันไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่ว่ามันเป็นระบอบที่มันคอร์รัปและกัดกินประเทศนะคะ เหมือนกับว่าเขาก็จะพูดว่าเขาทำ regime change นั่นแหละ แต่เนื่องจากว่ามันเป็นกลไกที่เกิดขึ้นจากภายในประเทศ จากประชาชน แล้วก็เป็นไปตามระบอบรัฐสภา คือมันเป็นการทำผ่านการเลือกตั้งนะคะ เขาก็เลยใช้คำที่อาจจะคล้ายๆ กันก็คือ นี่ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เปลี่ยนแค่รัฐบาลนะ แต่เป็น the change of regime คือการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ระบอบฟื้นคืนระบอบประชาธิปไตย เอ่อ ที่มีนิติรัฐนิติธรรม มีเสรีภาพ กลับมาสู่ประเทศฮังการีอีกครั้งหนึ่ง คืนความเป็นอิสระให้กับตุลาการ ให้กับสื่อมวลชนนะคะ จะไม่ถูกรัดครอบงำโดยไอ้ NER จำได้มั้ย ไอ้ระบบประชารัฐของออบานเนี่ย อีกต่อไป ทำลายล้างระบบนี้ไปให้หมดนะ
แต่ว่ามันก็คือสิ่งที่ต้องใช้เวลา เมื่อกี้เราพูดไปแล้วว่า เอ่อ ประธานาธิบดีก็ยังเป็นคนของออบานนะคะ ประธาน เอ่อ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็คณะกรรม เขาเรียกว่าอะไรนะ ตุลาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเนี่ย ก็ยังเป็นคนของออบานเท่านั้น ไม่พอนะคะ แบงค์ชาติ ผู้ว่าแบงค์ชาติก็เป็นคนของออบาน เป็นอดีตรัฐมนตรีคลังของออบานอีกด้วยนะคะ ซึ่งเขาบอกว่า อ่ะ เรื่องเรื่องผู้ว่าแบงค์ชาติเนี่ย เขาจะใช้วิธีร่วมมือแสวงหาความร่วมมือ มันไม่ได้ถึงกับฟรีซแบบว่าทุกคนให้สิ้นซากไปนะคะ แต่หนึ่งในสิ่งที่เขาจะจัดการแน่นอนคือ State Media ก็คือ M1 TV สื่อช่อง 11 ของฮังการีนะคะ ที่ผ่านมาเนี่ย เป็นกลไกสำคัญในการทำ propaganda โฆษณาชวนเชื่อให้กับระบอบออบานนะคะ ถึงขั้นไหน ถึงขั้นที่ตอนหาเสียงอ่ะ ตอนหาเสียงเนี่ย ประชาชนเขาพูดกันว่า ฮังการี่เหมือนมี 2 โลก เป็น 2 โลกที่เดินคู่ขนาน โลก 1 สื่อหรือรัฐที่เป็นของออบานเนี่ย ก็โอ้โหไปโหมประโคมไปไหน มีแต่คนต้อนรับ ชนะแน่แม่จ๋า โพลก็ออกมาปั๊มโพลรัวๆ เป็นแบบโพลแบบซุปเปอร์โพล ก็คือซุปเปอร์โพลฮังการี ก็คือออบานชนะแน่ ชนะถล่มทลาย โพลยืนยันอะไรอย่างเงี้ย ในอีกฟากนึงก็เป็นฟากที่ เอ่อ ม็อกย่าเนี่ย ก็หาเสียงไป คนมาต้อนรับขับสู้ถล่มทลาย คนไปฟังปลาใสแน่นต่าง คือถ้าดูคนละช่องทาง ก็จะรู้สึกว่าตกลงนี่มันประเทศเดียวกันหรือเปล่า ข่าวตกลงพรรคไหนจะชนะแน่ นี่ก็คือพลังของสื่อที่รัฐควบคุมนะคะ ก็จะเสนอข่าวสู้กัน แล้วก็สุดท้าย ความจริงมันก็เปิดเผยในวันเลือกตั้ง ว่าไอ้ 2 โลกเนี้ย ที่มันเดินกันไปคู่ขนานตอนช่วงหาเสียงอ่ะ อันไหนคือเรื่องจริง ก็คือเรื่องจริงก็คือพรรค Fidesz ของม็อกย่าเนี่ย คือพรรคที่ชนะเลือกตั้งนะคะ ส่วนไอ้สิ่งที่สื่อรัฐนำเสนอเนี่ย มันคือ propaganda นะคะ ก็พิสูจน์กันได้ในวันเลือกตั้ง แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องถือว่า เอ่อ คนฮังการีก็ต้องจิตแข็งมาก เพราะว่าถ้าเปิดไปดูช่องนึงก็แบบ เฮ้ย ทำไมมันดูเหมือนเราจะแพ้วะ ทำไมเหมือนแบบออบานชนะแน่ จะเป็นสมัยที่ 5 แน่ๆ อะไรอย่างเงี้ยนะคะ นั่นก็คือ เอ่อ พลังของสื่อในการถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เขาบอกว่า M1 TV เธอโดนแน่ เอ่อ เธอจะต้องโดนสั่งแล้วต้องกลับมาเป็นสื่อที่ เอ่อ รับใช้ประชาชนอย่างซื่อตรง ในฐานะสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่งนะคะ
เอ่อ มีอะไรอีกที่เขาจะต้องทำแน่ๆ เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องรัฐธรรมนูญเนี่ย จริงๆ เป็นสิ่งที่ม็อกย่าพูดว่าจะทำเป็นอย่างแรกเลย เขาบอกว่าเขาจะแก้รัฐธรรมนูญแน่ สิ่งแรกที่จะแก้ คือนายกรัฐมนตรีอยู่ได้แค่ 2 สมัย พูดง่ายๆ ก็คือ ลาก่อน บายออบาน เธอเกินเงื่อนไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว ไม่ว่าจะชนะเลือกตั้งได้อีกหรือไม่ วิกเตอร์ ออบาน จะไม่สามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้อีกแล้ว เพราะว่าจะ เอ่อ ตัวม็อกย่าเนี่ย จะแก้รัฐธรรมนูญให้จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไว้ที่ 2 สมัยเท่านั้นนะคะ เอ่อ ซึ่งกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเนี่ย มันก็ใช้เวลา แต่ว่าทำได้มั้ย ก็อย่างที่พูดไปตอนต้นว่าทำได้อยู่แล้ว เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งม็อกย่าและพรรค Fidesz ของเขาเนี่ย มีเกิน 2 ใน 3 ไปอีก 5 เสียงนะคะ ไม่รู้ว่าเขาจะมีงูเห่าฮังการีหรือเปล่านะคะ คิดว่าคงจะไม่มี เพราะว่าพรรคฝ่ายค้านก็ได้เสียงแบบท่วมท้น ถล่มทลายมาก เพียงแต่ว่ามันก็จะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญของเขาเนี่ย หลักใหญ่ใจความก็คือเรื่องพวกนี้แหละค่ะที่เราพูดมาทั้งหมดแล้วนะคะ จำกัดอำนาจและการดำรงตำแหน่งของนายกนะคะ เอ่อ คืนความเป็นอิสระให้กับตุลาการ แล้วก็ เอ่อ จะมีการลดอำนาจประธานาธิบดีนะคะ แล้วก็เขาก็จะมีคำสัญญาหาเสียงที่จะ เอ่อ ปฏิรูปพวกระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข เอ่อ ปัญหาทั่วไปที่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนฮังการี่ด้วยนะคะ
ส่วนเรื่องที่คนยุโรปเฝ้ารอกันมากก็คือ ตกลงจะทำยังไงกับวลาดปูติน อันนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับคนไทยมากนัก แต่ว่าพูดแตะไว้ให้ฟังนะคะ ก็คือจริงๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญหาเสียงที่สำคัญมากของม็อกย่า ก็คือเขายืนยันว่าเขาจะกลับไปเป็นสมาชิกที่ดีของสหภาพยุโรปนะคะ แน่นอนว่าประเทศ เอ่อ แรกที่เขาจะไปเยือนเนี่ย ก็คือโปแลนด์ เป็นประเทศคู่พันธมิตร เหมือนแบบไทยลาวพี่น้องกันอะไรอย่างเงี้ย อันนี้ก็แบบฮังการี โปแลนด์นะคะ แล้วก็ประเทศที่ 2 ที่เขาจะไป คือเขาจะไปบรัสเซลส์ เพราะว่าก็คือไป EU นั่นเองนะคะ ไปสหภาพยุโรป เพื่อจะไปเจรจาว่าไอ้เงินกองทุนที่ถูกฟรีไว้จากพฤติกรรมคอร์รัปชันของออบานเนี่ย ขอกลับคืนมาได้มั้ยให้กับฮังการี เพื่อเอาไปใช้พัฒนาประเทศนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าก็คงจะเป็นไปได้ด้วยดี เพราะว่า เอ่อ คืออย่างที่เราพูดไปต้นรายการนี่มันคือเรื่องของไก่กับไข่อะไรเกิดก่อน คือการที่ออบานหันไปหาปูตินเนี่ย ก็เพราะว่าไม่สามารถไปกันได้กับ EU พอโดนตัดเงิน ก็ต้องหันไปพึ่งรัสเซียโดยปริยาย ใช่มั้ยคะ แต่ถ้าได้เงินสนับสนุนจาก EU กลับมาเนี่ย ม็อกย่าก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปงอนง้อปูติน และนี่ก็คือจุดยืนของเขาที่เขายืนยันว่าเขาจะกลับมาเป็นสมาชิกที่ดีของสหภาพยุโรป แล้วก็คงไม่ใช่ว่าเลิกคบปูตินอะไรไปนะคะ ในฐานะประเทศยุโรปเนี่ย มันก็ต้องมีการ เอ่อ แสวงหาความสัมพันธ์ ใช่มั้ยคะ แต่ว่าแน่นอนว่าจะไม่ได้ไปสนิทสนมชิดเชื้อใกล้ชิดจนทำให้ EU ประสาทเสียอยู่ทุกวันเหมือนตอน วิกเตอร์ ออบาน นะคะ ก็เป็นเรื่องที่ เอ่อ น่าสนใจว่าม็อกย่า ทำทุกๆ อย่างไปพร้อมๆ กันนะคะ สังคายนา รัฐพันลึกในประเทศ ฟื้นคืนความเชื่อมั่นต่อรัฐ ระบอบยุติธรรม สื่อของรัฐนะคะ แล้วก็กลับมาจัดวางประเทศใน EU ในเวทีประชาคมโลกอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แล้วก็น่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการในประเทศด้วยว่า ถ้าคุณกลับมาเป็นสมาชิกที่ดีของ EU อ่ะ ประเทศคุณก็ดีขึ้นโดยปริยายเนาะ เพราะว่า EU ก็มีอะไรที่จะช่วยเหลือฮังการี่มากมายมากมายไปหมดนะคะ แบบ Welcome back นะคะ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน สำหรับฮังการี ซึ่งหลุดหายจาก EU เอ่อ โดยทางพฤตินัยเนี่ยไปนานมากนะคะ
กลับมาที่เรื่องที่ว่า แล้วเราจะมองเรื่องนี้อย่างไร สำหรับเราประชาชนคนไทย อย่างที่บอกไปตอนแรกนะคะว่า เรื่องเนี้ยสำหรับช่อ มันน่าประทับใจที่สุดเนี่ย ไม่ใช่เพราะว่ามันดู โอ้โห นิทานฮีโร่กู้ชาติแบบม็อกย่าปักธงกอบกู้ประเทศคืนมาจากตัวร้าย วิกเตอร์ ออบาน นะคะ พูดง่ายๆ เรื่องเนี้ย มันมันไม่โรแมนติกขนาดนั้น เอ่อ คนมองม็อกย่าไม่ใช่ในฐานะวีรบุรุษกอบกู้ประเทศ แต่ในฐานะฐานะตัวเลือกเดียวที่มีอยู่ที่กล้าลุกขึ้นมาเสนอตัวแข่งกับ วิกเตอร์ ออบาน ซึ่งครอบงำทั้งประเทศมา 16 ปี ประชาชนเดินเข้าหา เลือกตั้งด้วยรู้ดีทุกขามเกี่ยวกับม็อกย่าทุกข้อครหา รู้ว่าเขาเป็นคนของออบานมาก่อน รู้ว่าภรรยาเครู้เรื่องข้อเรื่องอื้อฉาวทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ประชาชนก็ยังเชื่อว่า เฮ้ย ประเทศนี้ต้องขับเคลื่อนด้วยความหวัง หวังว่าเราจะดีกว่านี้ได้ แล้วถ้ามีคนนี้มาเสนอตัวว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่ดีกว่า วิกเตอร์ ออบาน ให้กับคนฮังการี เขาจะเชื่อ และเขาจะหวังว่าคนๆ นี้ จะทำตามสัญญาหาเสียง ถ้าคนๆ นี้ไม่ทำตามสัญญาหาเสียง ครั้งแรกก็ไม่เลือกค่ะ มันง่ายแค่นี้เองประชาธิปไตย แล้วชอบคิดว่าอันนั้นก็คือสิ่งที่อยู่ในใจของคนฮังการี่ที่ 79.5% ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา แล้วช่อคิดว่าเนี่ยแหละคือสิ่งที่เป็น the change of regime ที่มีพลังที่สุดนะคะ มันไม่ใช่ชัยชนะของ ปีเตอร์ ม็อกย่า ปีเตอร์ ม็อกย่า เป็นตัวแทนของประชาชนฮังการี 12 เมษายนคือชัยชนะของประชาชนฮังการีผู้ไม่ยอมจำนน เป็นชัยชนะของประชาชนผู้มีความหวัง เดินออกมาทำภารกิจที่เรียกว่า Mission Impossible อ่ะ คือหลังจากเลือกตั้งผ่านไป 4 ครั้ง 16 ปีแล้ว ออบานก็ชนะอยู่ตลอดเวลา คนฮังการี่จำนวนหนึ่ง แทนที่จะหมดหวังว่า ช่างทำมาหากินแล้วกัน ก็อยู่กันแบบนี้แหละ เช่าประเทศเขาอยู่ไม่ คนฮังการี่กลับรู้สึกว่า เฮ้ย ครั้งเนี้ยเราต้องเอาให้ได้ เราต้องร่วมแรงร่วมใจรวมพลังการรวมเสียงไว้ที่คนๆ เนี้ย เพื่อเอาชนะ วิกเตอร์ ออบาน แล้วนำพาประเทศที่ดีกว่านี้มาสู่ประชาชนให้ได้ แล้วก็ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างถล่มทลาย แล้วก็ออกมาเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลาย ที่ประกาศว่าประชาชนเจ้าของประเทศ เขาอยากเปลี่ยนแปลง ประชาชนเจ้าของประเทศ เขาไม่เอาออบ ไม่ว่าคุณจะมั่นใจในอำนาจของคุณว่าคุณครอบครองศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ แบงค์ชาติ กลุ่มธุรกิจใดๆ ต่างๆ ได้ แต่สุดท้าย เสียงของประชาชนจะดังที่สุดเสมอ
ช่อคิดว่าเราคนไทยมองเรื่องนี้แล้วก็คิดแบบคนฮังการี่ดูค่ะ ไม่ต้องฝากความหวังไว้ที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองคนใดคนหนึ่ง ว่าจะเป็นวีรบุรุษ สุดท้ายแล้วมันก็กลับมาที่ประโยคเดียวว่า ถ้าคุณเชื่อว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศเนี่ย ไม่จำเป็นต้องฝากความหวังไว้ที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดในฐานะวีรบุรุษกอบกู้ชาติ ประเทศเป็นของประชาชน เสียงที่ดังที่สุดย่อมเป็นเสียงของประชาชน ไม่ว่ามองไปแล้ว คุณจะรู้สึกว่ามันไม่มีทางสู้แค่ไหน เอ่อ รัฐพันลึกมันได้ควบรวมกิจการทั้งหมดในประเทศไทย ระบอบเศรษฐกิจ ศาล ตุลาการ องค์กรอิสระ สภา มันกินรวบไปหมดทุกอย่างแล้ว ที่ฮังการีก็เช่นกัน และจริงๆ หนักกว่าด้วยนะ หนักกว่าด้วย คือครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ แต่ประชาชนเมื่อรวมพลังกันแล้ว ก็สามารถที่จะเอาชนะได้ ในประเทศไทย ช่อคิดว่าถ้าเราเชื่อว่าเราแพ้แล้ว เราพอแล้ว เลิกแล้วไม่เอาแล้ว มันก็แพ้ค่ะ ก็อยู่บ้านค่ะ แล้วก็ทำมาหากินกันไปแบบนี้ ก็สมผสมกับผู้มีอำนาจที่เขาต้องการให้เรารู้สึกแบบนั้น แต่ถ้าเราเชื่อว่ามันมีประเทศนี้ที่ดีกว่านี้รออยู่ข้างหน้า นักการเมืองคนนี้อาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด พรรคการเมืองคนนี้อาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เขาคือตัวเลือกที่เสนอตัวมาบอกว่า เลือกฉันเพื่อมาแทนที่ระบอบเก่าที่คุณเห็นอยู่แล้วว่าไม่ดี ฉันดีที่สุดหรือไม่ ไม่รู้ ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ฉันเชื่อว่าฉันพาประเทศไทยไปสู่ประเทศไทยที่ดีกว่านี้ได้ คุณก็ลองดูกับความเป็นไปได้นั้น ที่ประเทศไทยจะดีขึ้น แล้วก็การเปลี่ยนแปลง the change of regime การเปลี่ยนผ่านระบอบผ่านการเลือกตั้ง ยังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ทรงพลัง และสวยงามที่สุดเสมอ สำหรับประเทศที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และนี่ก็คือคุยให้ชัดกับพรรณิกา