📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

สรุป Claude มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร ใช้ฟรีหรือไม่" (Claude AI, Claude Code และ Claude Cowork)

Zerotory ทุกการเริ่มมีเรื่องราว5:34

Transcription

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาเคลียร์ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับหนึ่งในชื่อที่ดังที่สุดในวงการ AI ตอนนี้กันนั่นก็คือ CL นั่นเองครับ

คือหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Cloud มาบ้างใช่มั้ยครับ แต่รู้หรือเปล่าครับว่า Cloud ที่เราพูดถึงกันเนี่ย จริงๆแล้วมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวนะครับ แต่มันเป็นเหมือนครอบครัวที่มีเครื่องมือแตกต่างกันถึง 3 ตัวเลย แล้วแต่ละตัวก็ถูกสร้างมาเพื่องานคนละประเภทกันเลยด้วย ใช่เลยครับ จุดที่ทำให้คนสับสนกันมากที่สุดก็คือตรงนี้แหละครับ คือการที่เราคิดว่า CL เป็นแค่แชทบอทตัวเดียวนี่แหละคือที่มาของความงงทั้งหมดเลย

เอาล่ะครับ งั้นเดี๋ยวเรามาค่อยๆทำความรู้จักกับสมาชิกในทีม CL ทั้ง 3 ตัวนี้กันดีกว่า มาดูกันเลยว่าแต่ละตัวเนี่ยมันทำอะไรได้บ้าง เราจะมาเจาะลึกกันเลยนะครับว่าแต่ละตัวมีสกิลพิเศษอะไร เหมาะกับใคร แล้วที่สำคัญคือเราจะเข้าไปใช้งานมันได้จากที่ไหน

เริ่มกันที่ตัวแรกเลยครับ CLord AI ตัวนี้เนี่ย เราอาจจะเรียกมันว่าเป็นนักวิเคราะห์คู่สนทนาก็ได้ครับ เป็น CLord ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีที่สุด หน้าที่หลักๆของมันเลยก็คือการคิด การใช้เหตุผล แล้วก็การเขียนครับ คือมันเก่งเรื่องการสรุปงานวิจัยยากๆ ช่วยร่างแผนธุรกิจ หรือแม้แต่เขียนคอนเทนต์ต่างๆ ทำให้มันเหมาะมากๆเลยสำหรับคนที่ทำงานกับข้อมูลเยอะๆ นักเรียนนักศึกษา หรือพวกนักเขียนครับ

ถ้าจะให้เปรียบเทียบนะครับ ใครที่เคยใช้ ChatGPT มาแล้ว อารมณ์จะคล้ายๆกันเลย CLord AI นี่คือคู่แข่งโดยตรงเลยครับ แต่จุดเด่นที่คนมักจะชมกันบ่อยๆก็คือความสามารถในการจัดการกับโจทย์ที่ต้องวิเคราะห์อะไรซับซ้อนๆ หรือว่าอ่านเอกสารยาวๆได้เก่งกว่านั่นเอง ส่วนวิธีการใช้งานก็ง่ายๆเลยครับ ก็เหมือนแชทบอทตัวอื่นๆเลย คือเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ cl.ai หรือจะโหลดแอปมาใช้บนมือถือก็ได้ สะดวกมากๆ

เอาล่ะครับ มาถึงตัวที่ 2 อันนี้แตกต่างจากตัวแรกแบบคนละเรื่องเลย นั่นก็คือ Cross Code หรือที่เราเรียกว่าเป็น agent สำหรับนักพัฒนาครับ ต้องย้ำก่อนนะครับว่านี่ไม่ใช่แชทบอทนะ แต่มันเป็นเหมือนผู้ช่วยโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะที่ทำงานได้เองเลยครับ ใช้สำหรับการงาน coding หนักๆโดยเฉพาะเลย

ลองนึกภาพตามนะครับ มันเหมือนมีโปรแกรมเมอร์รุ่นน้องคนนึงที่สามารถอ่านโค้ดทั้งโปรเจคของเราได้ เข้าไปแก้ไขโค้ดหลายๆไฟล์พร้อมกัน แถมยังเขียนเทสเพื่อตรวจสอบงานของตัวเองได้อีกด้วย คือเราไม่ได้แค่ถามคำถามมันนะครับ แต่เราสั่งงานด้านโปรแกรมมิ่งให้มันทำได้เลย แล้วเจ้าเครื่องมือตัวนี้มันไม่ได้อยู่บนเว็บนะ ครับ มันจะไปอยู่ในที่ที่โปรแกรมเมอร์ทำงานกันจริงๆ ก็คือในหน้าจอสีดำๆที่เรียกว่า Command Line หรือ Terminal นั่นเอง

และตัวสุดท้าย สมาชิกใหม่ล่าสุดของทีมครับ CLoud Cowork หรือจะเรียกว่าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวบน desktop ของเราก็ได้ ทีนี้ความเจ๋งของ Cowork คืออะไร มันถูกออกแบบมาให้เหมือนกับยกพลังของโค้ดมาให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เขียนโค้ดได้ใช้นั่นแหละครับ มันสามารถจัดการไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยตรงเลย อย่างเช่นจัดระเบียบโฟลเดอร์ดาวน์โหลดที่รกๆ สร้าง report จากรูปใบเสร็จ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนชื่อไฟล์ทีละเป็นร้อยๆไฟล์ก็ได้

พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นผู้ช่วยที่ลงมือทำได้จริงๆ ไม่ใช่แค่พูดหรือให้ข้อมูลอย่างเดียว เราแค่สั่งมันด้วยภาษาธรรมดาของเรานี่แหละ แล้วมันก็จะไปจัดการงานหลายๆขั้นตอนกับไฟล์ของเราให้เลย เรียกว่าลดช่องว่างระหว่างการสั่งกับการทำไปได้เยอะเลยครับ สำหรับการเข้าใช้งาน Cowork นะครับ จะต้องทำผ่านแอปพลิเคชันบน Desktop โดยเฉพาะเลย

โอเคครับ ตอนนี้เรารู้จักเครื่องมือทั้ง 3 ตัวแล้ว คำถามที่ตามมาทันทีเลยก็คือ แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะ มันฟรีหรือเปล่า หรือต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่ คือมันก็มีแผนฟรีให้นะครับ สำหรับการใช้งานแชท CLord AI แบบพื้นฐาน แต่ถ้าอยากจะใช้ความสามารถแบบเต็มๆจริงๆเนี่ย จะต้องขยับไปที่แผนโปรครับ ซึ่งจะเห็นเลยว่าแผนโปรเนี่ย ให้เราใช้งานได้เยอะกว่าแผนฟรีถึง 5 เท่า แถมยังได้ใช้ CLord Code กับ Cowork แบบเต็มๆด้วย

ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราอยากจะใช้พลังของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ของ CLord แบบครบทีมเลย ทั้งนักวิเคราะห์ นักพัฒนา แล้วก็ผู้ช่วย เราต้องใช้แผนไหนกันล่ะ คำตอบก็ง่ายนิดเดียวเลยครับ ต้องเป็นแผน CLord Pro เท่านั้นครับ แผนนี้เปรียบเสมือนเหมือนกุญแจดอกเดียว ที่ใครเข้าไปใช้งานได้ทั้งระบบนิเวศของ CLord เลย

เอาล่ะครับ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าแต่ละตัวคืออะไร ราคาเท่าไหร่ เดี๋ยวเรามาสรุปทุกอย่างรวมกันอีกทีเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเครื่องมือตัวไหนที่ใช่สำหรับงานของเราจริงๆ ตารางนี้คือโพยสรุปขั้นสุดยอดเลยครับ เทียบให้เห็นกันชัดๆไปเลยว่าแต่ละตัวต่างกันยังไง ทั้งหน้าตา การใช้งาน กลุ่มเป้าหมาย หน้าที่หลัก แล้วก็แผนการเข้าถึง

หรือถ้าอยากให้ง่ายกว่านั้นอีกนะครับ ลองลองใช้ไกด์ 3 ข้อนี้ดูครับ

1. ถ้างานของคุณเน้นเรื่องการคิด การเขียน การวิเคราะห์ ให้เริ่มที่ CLord AI เลยครับ

2. ถ้าเป็นโปรแกรมเมอร์ที่อยากให้งาน coding เร็วขึ้น คำตอบคือ CLord Code

3. ถ้าอยากจัดการไฟล์บนคอมให้เป็นระบบแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องเขียนโค้ด ก็ต้องเป็น CLord Cowork ครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากจะทิ้งท้ายไว้ให้คิดกันนะครับว่าเครื่องมืออย่าง CLord Code แล้วก็ CLord Cowork เนี่ย มันแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเลยนะ จาก AI ที่ทำได้แค่ตอบคำถาม ไปสู่ AI ที่สามารถลงมือทำงานแทนเราได้จริงๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่เราทำงานกันไปอย่างสิ้นเชิงในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนครับ