Transcription
[เพลง] ถ้าคุณต้องตื่นมาทำสิ่งเดิมซ้ำทุกวัน คุณจะยังมีความสุขกับมันหรือไม่ ร่วมสำรวจมุมมองแนวคิดไปกับ Perfect Days ศิลปะของชีวิตแห่งความเรียบง่าย
เรามาทำความรู้จักกับตัวละครอย่างฮิรามะ กันครับ ฮิรยามะเนี่ยครับเขาเป็นคนทำความสะอาดห้องน้ำวัยชราที่ใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ทเมนต์เก่าๆ โรมๆ ณ ชานเมืองโตเกียว ที่ซึ่งเป็นเมืองแห่งการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคของโลกยุคเก่าและความทันสมัยของโลกยุคใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์และน่าหลงใหล
ฮิรายามะเนี่ยครับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่ในห้องอพาร์ทเมนต์เก่าๆ ที่ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่มีสิ่งรบกวน และไม่มีใคร เขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตัวคนเดียวมาโดยตลอด แต่ถึงแม้ว่าชีวิตของเขาเนี่ยครับจะเป็นแบบนั้น แต่เขากลับมีความสุขมากกว่าคนทั่วไปเสียอีก ฮิรายามะเนี่ยครับใช้ชีวิตด้วยความสุขในระดับที่คนส่วนใหญ่ในโลกนะครับไม่มีโอกาสได้เคยสัมผัส เขาไม่ได้ร่ำรวยเงินทองหรือว่าประสบความสำเร็จตามมาตรฐานของคนทั่วไปเลยด้วยซ้ำครับ
เขาใช้ชีวิตด้วยความสันโดษ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเล็กน้อย ดูแลต้นไม้ อ่านวรรณกรรมคลาสสิค ฟังเทปคิรยามะ เนี่ยครับดูจะไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย แต่หากเรามองลึกลงไปแล้วนะครับ ชีวิตของเขานะครับกลับน่าหลงใหลและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายในแบบที่ใครหลายคนนะครับกำลังตามหา
สิ่งที่ฮิรยามะเนี่ยครับมักจะทำเนี่ยคือ การอยู่กับธรรมชาติ เขามักที่จะแหงนหน้ามองดูความสวยงามของร่มไม้ใบหญ้า ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันเนี่ยครับเลือกที่จะทำ พวกคุณหลายคนเนี่ยครับเลือกที่จะมองข้ามสิ่งสวยงามใกล้ตัวแล้วหันไปสนใจกับสิ่งเราที่ฉาบฉวยแล้วก็รบกวนความสงบ ทั้งการไถฟีดโซเชียลมีเดีย ฟังเพลงอย่างต่อเนื่อง ดื่มด่ำกับสื่อบันเทิงแบบไม่หยุดพัก ทำไมคุณไม่วางโทรศัพท์ลง แล้วฟังเสียงรอบข้างล่ะ
[เพลง] เมื่อปราศจากเสียงรบกวน จิตใจเราก็จะสงบ
[เพลง] แล้วคุณจะเริ่มมองเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัว
อุ้ย [เพลง] หลายคนมองว่าสิ่งเหล่านี้นะครับเป็นเสียงรบกวน ก็ใช่แหละครับหากจะมองแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่เช่นเดียวกัน หากเราจะมองอีกแบบ ชีวิตของฮิรยามะเนี่ยครับเป็นตัวอย่างที่ดีเลยในการที่จะมอบข้อคิดให้แก่เราในครั้งนี้
จะพูดว่าผมเป็นศิลปินก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะว่างานเขียนที่ผมสร้างขึ้นมานั้นก็ล้วนแต่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แล้วพวกคุณเคยสงสัยไหมครับว่าความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้เนี่ยมันมาจากไหน มันคงจะไม่ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่าหรอกเนาะ ผมจะบอกเคล็ดลับของผมให้ครับ คือผมมักที่จะทำอะไรที่มันน่าเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดห้อง ซักผ้า รีดผ้า ออกกำลังกาย หรือว่าเดินไปไหนมาไหนไกลๆ ก็ตาม เพราะว่าทุกครั้งที่ผมทำสิ่งที่น่าเบื่อเนี่ยครับ ผมมักที่จะได้ไอเดียต่างๆ จากมันเสมอ จากความสงบ จากการพูดคุยกับตัวเอง ให้เวลาตัวเอง ปล่อยๆ ให้ความคิดของผมนั้นมันตกผลึก
ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ไถฟีดโซเชียลมีเดียเลยนะครับ ผมก็มีบ้างแหละที่พอผมรู้สึกว่าผมคิดเยอะเกินไป หรือว่าเครียด หรือหมกมุ่นกับอะไรมากเกินไป ผมก็จะหาอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ ทีนี้พอผมได้ไอเดียอะไรบางอย่างออกมาเนี่ยครับ ผมก็จะจดมันลงไปในสมุดโน้ตของผม ใช่ครับสมุดโน้ตผมไม่ได้ควักมือถือขึ้นมา จดมันง่ายกว่าจริง แต่มันแลกกับ distraction การเขียนงานลงกระดาษเนี่ยครับ มันมีอะไรมากกว่าการพิมพ์เยอะเลย ทั้งเสียงปากกา เสียงกระดาษ มันทำให้ผมรู้สึกถึงงานหรือว่าอะไรบางอย่าง ถึงแม้ว่ามือถือจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในด้านของความสะดวกสบาย หรือว่าอะไรก็ตามแต่ สุดท้ายผมก็เลือกแบบเดิม
ชีวิตของฮิรยามะนั้นเรียบง่ายครับ และสวยงามเช่นกัน จะพูดว่าชีวิตแบบนี้เป็นความสวยงามท่ามกลางความวุ่นวายก็ได้ครับ เขาหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี ไม่ไขว้เขวไปกับสิ่งรบกวน ใช้ชีวิตตามที่เป็น แล้วก็อยู่กับปัจจุบัน
หนังไม่ได้เล่าถึงอดีตของตัวละครนี้สักเท่าไหร่นะครับ เราไม่รู้อะไรเลยว่าว่าลุงแกเคยมีชีวิตแบบไหน มีเรื่องราวแบบไหนเกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะสังเกตเห็นได้ชัดก็คือเมีความทุ่มเทให้กับปัจจุบัน ถึงแม้ว่างานล้างห้องน้ำเนี่ยครับจะดูต่ำต้อยและน่าเบื่อในสายตาของใครหลายๆคน แต่ผมกลับมองว่านี่เป็นงานที่ทรงคุณค่า สำหรับผม เพราะอย่างที่ผมบอกไปอ่ะครับ เพราะว่างานที่น่าเบื่อจะมอบความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ เช่นเดียวกับที่ผมชอบทำอะไรที่มันน่าเบื่อ เพราะมันมอบความคิดสร้างสรรค์ให้กับผม
แทน YouTube เนี่ยครับเปรียบเหมือนแกลอรี่สะสมผลงานมากกว่าจะเป็นแค่แหล่งทำเงิน ถึงแม้ว่างานที่ผมลงนะครับจะได้รับความสนใจจากคนดูมากหรือว่าน้อยแค่ไหน แต่งานของผมก็จะเป็นงานของผม ไม่มีอะไรมาลดทอนคุณค่าของมันได้
ชีวิตของคุณลุงกับผมคงจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ ผมนอน 23:00 น. ตื่น 5:30 น. ออกไปวิ่งเล็กน้อย กลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน ออกกำลังกายช่วงเย็น ทำงาน อ่านหนังสือ แล้วก็เข้านอน ซึ่งนี่แหละครับคือการมีชีวิตในเรื่องเลยครับ
เราไม่เห็นถึงอดีตของคุณลุง เพราะว่าเขาเลือกทิ้งมันไว้แล้วก็อยู่กับปัจจุบัน เฉกเช่นกับอนาคต เขาไม่ยึดติด ไร้การครอบงำทางความคิด เป็นจิตที่สงบและว่างเปล่า พร้อมอยู่กับปัจจุบัน รับรู้และตอบสนองโดยไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องพยายามควบคุมสิ่งใด ไม่ต้องต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้น สภาวะนี้นะครับเรียกว่า มุชิน ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของศาสนาพุทธนิกายเซ็น
ในเชิงนี้นะครับ เราสามารถนิยามฮิรยามะได้ใกล้เคียงที่สุดในที่นี้ครับ ภายใต้ชีวิตและก็สังคมแห่งความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นดีหรือว่าร้ายเพียงใดก็ตาม เขาก็สามารถมีความสุขและความสงบได้เสมอ เขาตื่นเช้าทุกวันด้วยความรู้สึกขอบคุณในโลกใบเล็กๆ ที่เขาไม่รีบร้อน เพราะมีเพียงแค่ปัจจุบันที่มีอยู่ แต่ก็ไม่ละทิ้งความฝันลึกๆ เอาไว้เช่นกัน
ในเชิงของภาพยนตร์เนี่ยครับ หนังเรื่องนี้เนี่ยถือว่าล้มเหลวตามตำรับ ไม่มีการเกริ่นนำเนื้อเรื่อง ไม่มีจุดหักมุม ไม่มีปมปัญหา แต่กลับถ่ายทอดเรื่องราวของคนล้างห้องน้ำได้อย่างมีเสน่ห์และน่าหลงใหลในตลอดทั้งเรื่อง เคครับเราจะได้เห็นปฏิสัมพันธ์ของฮิรยามะกับคนรอบข้างที่สะท้อนถึงนิสัยแล้วก็บุคลิกของเขาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
พอเราดูไปเรื่อยๆเนี่ยครับ เราจะรู้สึกผูกพันกับตัวละครนี้แล้วก็เข้าใจการกระทำของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านความเงียบ นิรมะเนี่ยครับเป็นคนที่ทุ่มเทกับงาน มีความอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ เป็นคนอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ขี้อายบ้างเล็กน้อย ในสายตาของคนอื่นนะครับ เขาอาจจะดูเย็นชาไม่แคร์ใคร แต่นั่นคุณมองข้ามเขาไปอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นคนฉลาดที่เปี่ยมไปด้วยวุฒิภาวะ แต่กลับเลือกซ่อนมันเอาไว้ ไม่แสดงด้านนั้นออกมา
สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้นะครับ คือเขาปล่อยให้เราเนี่ยอยู่กับความคิดของตัวเอง เรื่องนี้นะครับไม่มีผู้บรรยาย ไม่มีเสียงในหัวของฮิรยามะ เขาไม่เคยบอกว่าเขากำลังทำอะไร หรือว่าทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร เราได้แต่ติดตามชีวิตของเขา เผชิญหน้ากับความคิดของตัวเอง อยู่กับความเงียบ แล้วก็การตัดสิน
มนุษย์อย่างเรานะครับมักที่จะตัดสินชีวิตของคนอื่นเสมอ โดยใช้บรรทัดฐานทางความคิดของเราเองนะครับเป็นที่ตั้ง เรามักจะจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ รอบตัว แบ่งแยกระหว่างความขาวกับดำ ดีกับเลว เป็นประโยชน์หรือว่าไร้สาระ
ผมเชื่อว่าหลายคนกำลังพยายามต่อสู้แล้วก็ดิ้นรนกับชีวิต กำลังตั้งเป้าหมายว่าใน 5 ปีหรือว่า 10 ปีนี้ ต้องรวยให้ได้ ต้องมีบ้านสักหลัง หรือว่ามีรถ เพียงเพราะแค่ความกลัวการตัดสินจากคนภายนอก แต่นั่นคือสันดานต้นของความทุกข์ครับ ถ้าฉันรวยแล้วฉันน่าจะมีความสุข แต่กลับพบกับความเศร้า เมื่อคุณพยายามพัฒนาตนเอง จึงจะรู้ว่าคุณนั้นอ่อนแอมากแค่ไหน ทุกก้าวที่คุณเดินมักทิ้งเงาไว้ข้างหลังเสมอ
การมีเป้าหมายที่ใหญ่โตก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกันครับ แต่อะไรจะดีไปกว่าการอยู่กับปัจจุบัน ณ ขณะนี้ล่ะ ผมได้แนวคิดอะไรจากเรื่องนี้เยอะมากครับ หนังเรื่องนี้นะครับชวนให้เราหยุด และชื่นชมกับความงามของสิ่งธรรมดารอบตัว ไม่ต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดในห้อง ไม่ต้องรวยที่สุดในชั้นเรียน แค่ที่เป็นอยู่คุณก็มีความสุขได้
ไม่มีชีวิตไหนสมบูรณ์แบบ ไม่มีงานชิ้นไหนที่ไร้ข้อบกพร่อง ความสวยงามของการเป็นมนุษย์คือข้อบกพร่องที่เรามีอยู่ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องแย่แค่ไหนกับคุณเองก็ตาม คุณแค่อาจจะต้องยอมรับมันและก้าวผ่านช่วงเวลานี้ด้วยความสงบและยอมรับผลในสิ่งที่ตามมา
นางนะครับจบลงด้วยรอยยิ้มปนน้ำตาของฮิรยามะ ที่เราเองก็ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่านี่แหละครับคือความสวยงามของชีวิต
เราควรมีชีวิตแบบฮิรามะเหรอถึงจะดี การปล่อยวาง หรือว่าตัดขาดจากสังคม เลิกใช้เทคโนโลยี หรือว่าอะไรก็ตามอย่างงั้นเหรอ ไม่เลยครับ แนวคิดของ Perfect Days นะครับไม่ได้อยู่ที่วิถีชีวิตของฮิรยามะครับแต่อยู่ที่การรับมือสิ่งต่างๆ รอบตัวของเขาต่างหาก
มุชินเนี่ยครับคือการมีสติและการอยู่กับปัจจุบัน การลำดับความสำคัญ ความซาบซึ้งของชีวิต แทนที่จะไล่ตามความฝัน หรือว่าความสำเร็จแห่งมาตรฐานของสังคม แทนที่จะวิ่งตามความสุขจากสิ่งภายนอก แต่กลับมองหาจากภายใน มองดูแสงและเงา ยินดีและชื่นชมไปกับช่วงเวลาในชีวิต ที่สัมผัสและรู้สึก รับรู้ หรือว่ารักในสิ่งที่เป็นอยู่ แทนที่จะคิดห่วงแล้วก็ควบคุมสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแค่ปล่อยผ่าน และอยู่กับปัจจุบัน ณ ขณะนี้
ขอบคุณครับ
[เพลง]