📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

‘ไอติม-พริษฐ์’ เปิดกระบวนการล่าชื่อยื่นสอบ ป.ป.ช. หลังยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม | Next News

Next News TH16:16

Transcription

คือเรามองว่าด้วยข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และเคยนำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงต่างๆ เนี่ยเอ่อ เรามองว่ามันไม่ควรจะนำไปสู่บทสรุปที่ ปปช.ไปยกคำร้องนะครับ เพราะว่าเราคิดว่าข้อเท็จจริงมันปรากฏชัด ว่ามันมีพฤติกรรมที่มีเจตนาในการซุกหุ้น

[เพลง]

ผมเข้าใจว่าเป็นอันนี้ต้องเช็คว่ามันเป็นสิทธิ์หรือเปล่านะครับ ผมเข้าใจว่าเอิ่มผู้ร้องเนี่ยมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล เพราะถ้ารัฐบาลกับ ปปช.พัวพันกันแล้ว ประธานสภามาจากฝั่งรัฐบาล ซึ่งมันมักจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเนี่ย มันกลายเป็นว่าถ้าจะกล่าวหา ปปช.ว่าเกียร์ว่างต่อรัฐบาล คุณต้องผ่านประธานสภา ถ้าจะกล่าวหาประธานสภาว่าทำปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ คุณต้องไปที่ ปปช. ฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลกับ ปปช.พัวพันกันได้เนี่ย กลไกหรือว่าเครื่องมือที่ฝ่ายค้านหรือภาคประชาชนมีในการตรวจสอบเนี่ย มันอ่อนแอลงอีกที

ผมดูแล้วไม่เห็น ไม่เห็นมีความหวังเลย

[เพลง]

วันนี้สำนักข่าว Next News มีประเด็นพิเศษเกี่ยวกับปรากฏการณ์ศักดิ์สยามกับคุณพฤฒิ วัชรสินธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน สวัสดีครับ

>> สวัสดีครับ

>> ก็เรียนถามนะฮะตามที่พรรคประชาชนเนี่ยจะล่ารายชื่อ ส.ส. ส.ว.นะครับ เพื่อดำเนินการกับคณะกรรมการ ปปช. กรณีวินิจฉัยศักดิ์สยาม ชิดชอบเนี่ยนะครับ ให้ตกไปทั้งในเรื่องปกปิดทรัพย์สิน และก็ในเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว

>> อือ

>> ขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวมเนี่ย ต่อประธานรัฐสภาเนี่ย ตอนนี้ดำเนินการไหนล่ะครับ

>> ครับก็ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการเอ่อรวบรวมรายชื่อนะครับ เรามั่นใจว่าครบแน่นอน เพราะว่าตอนนี้เอ่อทั้งพรรคการเมืองซีกฝ่ายค้านที่ตอบรับแล้วก็ ส.ว.บางคนที่ตอบรับเนี่ย ยังไงรายชื่อก็เกิน 140 คน เอิ่มขั้นตอนณเวลานี้คือการยกคำร้องนะครับ ให้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนที่จะดำเนินการยื่นไปที่ประธานสภา ซึ่งเราคาดว่าน่าจะยื่นได้ภายในเดือนพฤษภาคมนะครับ

แต่ถ้าถอยมามองภาพใหญ่เนี่ย สิ่งที่เราพยายามจะทำคือการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ปปช. คือเราเห็นว่าการที่คณะกรรมการ ปปช.มีมติยกคำร้องเกี่ยวกับกรณีคุณศักดิ์สยามเนี่ย เราเห็นว่ามันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คำแถลงที่ปรากฏออกมาต่อสาธารณะเนี่ย เรามองว่ามีข้อเท็จจริงบางประการที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นเหมือนการฟอกขาวให้กับคุณศักดิ์สยามด้วยซ้ำนะครับ ในกรณีการซุกหุ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เคยทำให้คุณศักดิ์สยามเนี่ยต้องพ้นจากตำแหน่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ

ถามว่าข้อกล่าวหาที่เราตั้งกับ ปปช.ในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเนี่ย มีเรื่องอะไรบ้างเนี่ย ผมแบ่งอีกหลักๆเนี่ยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือตัวเนื้อหาสาระ คือเรามองว่าด้วยข้อเท็จจริงที่ปรากฏเอ่อและเคยนำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงต่างๆเนี่ยเอ่อ เรามองว่ามันไม่ควรจะนำไปสู่บทสรุปที่ ปปช.ไปยกคำร้องนะครับ เพราะว่าเราคิดว่าข้อเท็จจริงมันปรากฏชัดว่ามันมีพฤติกรรมที่มีเจตนาในการซุกหุ้น

[เพลง]

ดังนั้นการที่ ปปช.มีมติออกมาว่าเอ่อยกคำร้องแล้วก็เสมือนกับเป็นการบอกว่าเชื่อว่าคุณศักดิ์สยามเนี่ยไม่ได้มีเจตนาทุกคู่เนี่ย เรามองว่ามันขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่เราเคยนำเสนอต่อสาธารณะทั้งในสภาแล้วก็เคยยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ

แต่อีกส่วนนึงเนี่ยคือเรื่องของกระบวนการนะครับ ต้องบอกว่าเราเห็นถึงข้อพิรุธหลายอย่างของกระบวนการในการดำเนินการของ ปปช.ในคดีนี้เนี่ย ที่เรากำลังตรวจทานกับเอ่อข้อกฎหมายแล้วก็ระเบียบต่างๆว่ามันเป็นการดำเนินการโดยมิชอบหรือเปล่า

ยกตัวอย่างเช่น ตัวอย่างที่ 1 คือเรารับรู้ถึงการยกคำร้องเนี่ย ไม่ใช่เพราะว่า ปปช.ตั้งใจออกมมาสื่อสารต่อสาธารณะ แต่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นจากการที่สื่อมวลชนมีการไปตั้งคำถาม แล้วบังเอิญรู้เรื่องนี้ขึ้นมานะครับ

เอ่อ ประการที่ 2 หรือว่าตัวอย่างที่ 2 เนี่ย คือในฐานะผู้ร้องเนี่ย คุณปกรวุฒิที่ร้องไปที่ ปปช.เนี่ย ไม่เคยได้รับการสื่อสาร หรือว่าการแจ้งกลับใดๆเลยตลอดกระบวนการในการดำเนินการจนไปถึงการมีมติ ปกติผู้ร้องเนี่ยเมื่อมีผลแล้วมักจะได้ต้องแจ้งกับ ปปช.ว่าผลการพิจารณาเป็นยังไง แต่นี่ไม่เคยเลย

>> ไม่เคยเลย

คือเราเข้าใจว่าเป็นแบบนั้น แต่กำลังเช็คกับเรื่องกฎระเบียบนะครับ แต่ว่าคุณปกรวุฒิเนี่ย คือถ้าจินตนาการง่ายๆคือ ยื่นคำร้องไปแล้วเนี่ย ไม่ทราบเรื่องนี้จนกระทั่งไปค้นพบพร้อมกับสื่อมวลชนหลายเดือนหลังจากที่มีมติยกคำร้องไปแล้วว่าได้มีมติยกคำร้องไปแล้วนะครับ

ดังนั้นเนี่ย วันพรุ่งนี้เนี่ย คุณปกรวุฒิจะไปที่ ปปช. เพื่อในในฐานะผู้ร้องเนี่ย เพื่อขอเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ ปปช.ดำเนินการ เอ่อคำชี้แจงของคุณศักดิ์สยามในกรณี ปปช. เอ่อรวมไปถึงความเห็นของ ปปช.ที่นำไปสู่การยกคำร้อง และก็บันทึกการประชุมของคณะกรรมการ ปปช.ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเอิ่คดีนี้นะครับ ซึ่งตามความเข้าใจของเราเนี่ย มันเป็นสิทธิ์ของผู้ร้องที่สามารถเข้าถึงเอกสารดังกล่าวได้ ดังนั้นพอเราได้เอกสารดังกล่าวมาเนี่ย ผมคิดว่ามันจะทำให้เราสามารถยกคำร้องที่จะยื่นต่อประธานสภาเนี่ย ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

>> ถ้าไม่ให้ทำไง

คือผมเข้าใจว่าเป็นอันนี้ต้องเช็คว่ามันเป็นสิทธิ์หรือเปล่านะครับ ผมเข้าใจว่าเอิ่มผู้ร้องเนี่ยมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลบางประการนะครับ ถ้าเป็นสิทธิ์เนี่ย และ ปปช.ให้เนี่ย มันก็ถือว่าเป็นอีกอีกกรณีหนึ่ง

หน้าที่โดยไม่ถูกกฎหมายข้อมูลข่าวสารเหมือนกับคนที่เคยขอมาแล้วก็ไม่เป็นปีอีก

>> ใช่คือถ้าไปช่อง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารก็อาจจะใช้เวลานานเกินไปนะครับ ดังนั้นเนี่ยผมเข้าใจว่าในฐานะผู้ร้องเนี่ย มันมีข้อมูลเอกสารบางอย่างที่ ปปช.จำเป็นต้องให้กับผู้ร้องนะครับ ดังนั้นเนี่ยเราก็หวังว่าจะได้เอกสารตรงนั้นเนี่ยมาประกอบการทำคำร้องนะครับ แต่ว่าถึงแม้เอกสารเหล่านั้นยังไม่มาเนี่ย ยังไงเราก็มีการดำเนินการยกคำร้องไว้แล้ว แล้วก็ตั้งใจว่าอยากจะยื่นในเดือนพฤษภาคมนี้

แต่ผมอยากเชิญชวนแบบนี้ครับ คือการยื่นไปที่ประธานสภาเนี่ย มันมี 2 ช่อง ช่องที่ 1 ก็คือใช้ 140 ส.ส. ส.ว. ซึ่งอันเนี้ยครบแน่นอน เพราะว่าพรรคประชาชน 119 บวกพรรคประชาธิปัตย์ 20 กว่า มีไทยภักดี เสรีรวมไทยอีก รวมกัน 2 เสียงแล้วก็ ส.ว.อีก 10 กว่าคนนะครับ

>> อ่าให้คำยืนยันด้วยวาจา

ดังนั้นครบ 140 แน่นอน แต่ผมอยากจะเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนใช้อีกช่องทางนึง

>> คือการเข้าชื่อ 20,000 รายชื่อ

>> อ้าแต่ก็มีคนตั้งต้นให้เค้าอ่ะ

>> อ่าก็

[เสียงหัวเราะ]

อันนี้ก็เป็นเป็นสิทธิ์ของภาคประชาชน แต่ผมมองว่าถ้ามันมีการยื่นจากทั้ง 2 ทางเนี่ย มันจะทำให้มันมีพลังมากขึ้น ถามว่าทำไมเราต้องการให้มันมีพลังมากขึ้น ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย ไปออกแบบกติกาที่ค่อนข้างไปส่งเสริมให้เกิดการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ปปช. เพราะไปกำหนดว่าเวลายื่นกล่าวหา ปปช.เนี่ย มันไม่ได้ตรงไปที่ศาลเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระเลย มันต้องเลี้ยวไปผ่านประธานสภาก่อน แล้วประธานสภาเนี่ยตามมาตรา 236 เนี่ย มีดุลพินิจในการตัดสินใจว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ประธานศาลเพื่อตั้งคณะไต่สวน

>> จริงๆในกฎหมายเขียนว่าเหตุอันควรเอ้ยเหตุ เหตุสงสัย

>> อ่าเหตุสงสัยเนี่ย ซึ่งอันเนี้ยเป็นปัญหาสำคัญ

>> ในเคสที่พรรคประชาชนนี่เคยยื่นยื่นให้ตั้งคณะไต่สวนอิสระเนี่ย กับประธาน ปปช.มาแล้ว

>> อือ

>> แต่นายวันนพ ทาเนี่ย ประธานรัฐสภาในขณะนั้นเนี่ย อ้างเหตุว่าไม่มีเหตุอันสมควร

>> ครับ

>> ใช่มั้ย แล้วก็ตกไปทั้งที่ประธานสภาเนี่ย อยู่ในห้องรับแขกที่มี 3 คนก็คือมีประธาน ปปช. อื

>> มีสุรเชษฐ์ หักพาล แล้วก็มีตัวประธาน แล้วมีส่วนได้ส่วนเสีย

>> อื

>> ชัดเจน

>> ถ้ากฎหมายระบุมีสภาพร้ายแรงแต่ประธานสภาก็ยังไปสั่งแบบนั้นคือไม่ส่งเรื่อง

>> อ่าแต่นี้

>> เราคิดว่าประธานคนปัจจุบันจะไม่ทำแบบนั้นเลย

>> เอ่อเราหวังว่าจะไม่ทำเช่นนั้น แต่ว่าอันเนี้ยมันก็ชี้เห็นถึงปัญหาว่าพอคุณไปให้อำนาจหรือว่าดุลพินิจประธานสภาเรื่องนี้เนี่ย มันก็เกิดความสูญเสียในลักษณะดังกล่าว อย่างตัวอย่างที่เราที่เอิ่เกี่ยวกับคุณวรรณในสภาชุดที่แล้วเนี่ย ก็สืบเนื่องมาจากที่ว่าพรรคประชาชนเข้าชื่อผ่านกลไกนี้เพื่อกล่าวหากรรมการ ปปช. ตอนนั้นมี 2 ข้อกล่าวหาหลักๆ 1 คือเรื่องกรณีเอ่อนาฬิกาของพลเอกประวิตร เอ่อข้อกล่าวหานึงก็คือเกี่ยวกับคลิปหลุดที่ปรากฏกรรมการ ปปช.และประธานวรรณเอง ทีนี้พอ ยื่นไปเดือนกุมภาพันธ์ปี 68 เนี่ย เราเพิ่งมาค้นพบนะครับ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่าประธานสภาเนี่ย เอิ่มปัดตก 1 วันก่อนยุบสภาในเดือนธันวาคม

>> แล้วไม่ได้แจ้งคู่ร้องเหรอ

>> เอิ่มเราเท่าที่เราเช็คเนี่ยไม่ได้มีการแจ้งนะครับ แต่ว่าอันนี้ก็เดี๋ยวต้องไปย้อนดูว่ามันมีการส่งจดหมายหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าเราเรารับทราบเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้

แต่สิ่งที่มันน่าประหลาดใจและมันน่ากังวลใจคือมันกลายเป็นว่าประธานสภาเนี่ยมีดุลพินิจแทบจะไร้ขอบเขต 2 มิติ มิติแรกเนี่ยมันไม่มีระเบียบหรือหลักเกณฑ์อะไรกำหนดเลยว่าอะไรที่จะเข้าข่ายเหตุอันควรสงสัยที่ส่งต่อไปนะครับ มันกลายเป็นว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจล้วนๆของประธานสภา อย่างที่ 2 คือไม่มีระเบียบหรือประกาศใดๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกรอบเวลา

>> ก็กลายเป็นว่าถ้า ณ เวลานั้นเนี่ยคือประธานสภาได้รับเรื่องเดือนกุมภาพันธ์ ใช้เวลาในการพิจารณาว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือเปล่าเนี่ย ถึง 10 เดือนก่อนที่จะปัดตก 1 วันก่อนยุบสภา

>> เอพอมันเป็นแบบนี้เนี่ย เราก็เลยมีความกังวลใจว่าถ้าเรายื่นกรณีคุณศักดิ์สยามไปที่ประธานโสภณ ซึ่งก็มาจากพรรคเดียวกันกับคุณศักดิ์สยามเนี่ย มันก็มีความสุ่มเสี่ยงว่าหากสมมุติว่าคุณโสภณไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยคำว่าเตะถ่วงหรือตัดตกอะไรก็

>> ใช่ตัดตกหรือแม้กระทั่งเตะถ่วงครับ

ดังนั้นเนี่ย อันนี้ก็ต้องไปพิสูจน์กันในขั้นตอนถัดไป แต่อีกอย่างนึงที่เราทำคู่ขนาน คือพอเราเห็นถึงปัญหาของอำนาจประธานสภาตรงนี้เนี่ย เรามีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตราเพื่อยกเลิกอำนาจแล้วก็ดุลพินิจประธานสภาเรื่องนี้คือแก้ไขมาตรา 2 กว่าจะแก้อีกเป็นปีอีก

>> ความจริงมันไม่นานขนาดนั้นเพราะว่ามันแก้แค่มาตราเดียว

>> แก้คำเดียว

>> แก้แค่แบบแค่ประโยคเดียวคือตัดดุลพินิจประธานสภาออกคือยื่นไปที่ประธานสภาแต่ว่าไม่ได้มีดุลพินิจว่าจะปัดตกหรือไม่ ความจริงเรายื่นเรื่องนี้มาตั้งแต่สภาชุดที่แล้วเพราะเราเห็นถึงปัญหานี้ตั้งแต่สภาชุดที่แล้วแต่ว่ามันไม่เคยถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณา มารอบนี้เรายื่นทันทีที่สภาเปิด ตอนนี้มันผ่านทุกขั้นตอนทางธุรการหมดแล้วรอแค่ประธานประธานโสภณเนี่ย เปิดประชุมว่าจะเอาเรื่องนี้มาเข้า

>> แล้วจะมีกระบวนการอื่นมั้ย อยากแก้พูดตรงว่าบางทีคนเราเนี่ยมันไม่ไม่สนใจอะไรสนใจเรื่องผลประโยชน์นักการเมืองต่างๆไว้ใจไม่ได้ทั้งสิ้น นอกจากสิ่งที่พูดแล้วมีกระบวนการอื่นมาที่จะป้องกัน

>> คือนอกจากพยายามอ่ะ อย่างแรกคือผมว่าถ้ามันมีทั้งรายชื่อผมว่า 3 อย่าง 1 คือถ้ามันมีทั้งการยื่นของ 140 ส.ส. ส.ว.ขึ้นไป และมีของ 20,000 รายชื่อขึ้นไปของภาคประชาชนเนี่ย ผมคิดว่าแรงกดดันทางการเมืองเนี่ยจะทำให้ประธานสภาเรียกว่าหาเหตุผลได้ยากขึ้นในการปฏิเสธเรื่องนี้ในการส่งต่อไปที่เอ่อศาลเพื่อตั้งคณะไต่สวน อันนี้คือข้อแรก ข้อที่ 2 คือถ้าเราแก้รัฐธรรมนูญเรื่องนี้สำเร็จก็ไม่ต้องไปลุ้นว่าประธานสภาจะคิดยังไง ซึ่งความท้าทายมันอาจจะไม่ใช่เวลาเพราะมันแก้แค่มาตราเดียว ถ้าสภาเอาด้วยเนี่ยมันไปได้เร็วอยู่แล้ว แต่ความท้าทายคือว่าถ้าจะผ่านได้เนี่ยมันต้องได้ 1 ใน 3 ของ ส.ว.ด้วยนะครับ ซึ่งถ้าเราคิดว่าถ้าเราคิดว่า ส.ว.นั้นสีเดียวกันกับประธานสภา ถ้าเราคิดว่า ปปช.ที่ถูกรับรองโดย ส.ว.นั้นอาจจะมีความ

>> เห็นบางอย่างที่เกี่ยวพันกันเนี่ยเนี่ยมันก็ในอันนี้ก็คือความท้าทาย

>> ส่วนประการที่ 3 เนี่ยผมคิดว่าเอิ่ถ้าเกิดสมมุติว่าประธานสภาเกิดปัดตกจริงๆ หรือถ่วงเวลาจริงๆแล้วเราเห็นว่าประธานสภาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเนี่ย มันก็สามารถร้องเรียนเอิ่ไปที่ ปปช.ว่าประธานสภาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้

>> แต่นี่แหละครับอันเนี้ยคือปัญหา รัฐ 60 คือมันส่งเสริมให้เกิดการฮั้วอำนาจและทำให้กลไกในการตรวจสอบอ่อนแอ เพราะถ้า รัฐบาลกับ ปปช.ฮั้วกันแล้วประธานสภามาจากฝั่งรัฐบาล ซึ่งมันมักจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเนี่ย มันกลายเป็นว่าถ้าจะกล่าวหา ปปช.ว่าเกียร์ว่างต่อรัฐบาล คุณต้องผ่านประธานสภา ถ้าจะกล่าวหาประธานสภาว่าทำปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ คุณต้องไปที่ ปปช. ฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลกับ ปปช.ฮั้วกันได้เนี่ย กลไกหรือว่าเครื่องมือที่ฝ่ายค้านหรือภาคประชาชนมีในการตรวจสอบเนี่ย มันอ่อนแอลงทันที

ผมดูแล้วไม่เห็น ไม่เห็นมีความหวังเลย

[เพลง]

ความจริงผมคิดว่าถ้าถ้าเราเอาอีกประเด็นนึงที่เกี่ยวข้องมาพูดกัน ความหวังนึงที่ผมคิดว่ามันมีได้คือผลการออกเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผมคิดว่าอย่างน้อยเนี่ย การที่มีประชาชน 21 ล้านคนนะครับ ออกมาลงคะแนนว่าควรจะมีการไม่ใช่แค่การแก้รัฐธรรมนูญนะครับ แต่การจัดทำฉบับใหม่เนี่ย มันสะท้อนให้เห็นว่าคนจำนวนมากเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับเนี้ยไม่สามารถนำไปสู่ระบบการเมืองที่เขาอยากเห็นได้ มิตินึงก็คือไม่สามารถนำไปสู่การปราบโกงเหมือนกับที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เคยโฆษณาไว้ได้นะครับ

เอ่อแน่นอนไอ้กระบวนการการจัดทำฉบับใหม่มันก็เป็นกระบวนการที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่เราคุยกัน แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยมันสะท้อนว่าประชาชนเห็นถึงปัญหาของกลไกตรวจสอบภายใต้ 60 แล้วหากมันมีการเสนอการแก้รายมาตราหรือว่าการดำเนินการบางอย่างที่มันยิ่งไปชี้ให้เห็นชัดถึงปัญหานี้เนี่ยเนี่ย ผมคิดว่าอย่างน้อยเสียงและพลังของประชาชนเนี่ยจะหนุนหลัง เอ่อการดำเนินการเหล่านี้

ตอนนี้จากการดำเนินการต่างๆเนี่ย อยากจะให้วิเคราะห์นิดนึงหรือจากรวบรวมข้อมูลแล้วเนี่ย ปรากฏการณ์ศักดิ์สยามเนี่ย สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นใน ปปช.ปัจจุบันยังไงบ้าง แล้วมัน

>> ถ้าเกิดทำไม่ได้มีแรงกดดันต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าเราจะเห็นผู้กรรมการ ปปช.เนี่ย ผู้รักษาถึง 6 คน

>> อื

>> เป็นอัยการ 1 คนซึ่งเป็นระดับสูงแล้วก็เป็นข้าราชการมหาดไทยตั้ง 1 คนเป็นบุคคลซึ่งผ่านงานแล้วก็อย่างเช่นอดีตผู้พิพากษาเนี่ยเป็นน่าเชื่อถือมากในอดีตนะ

>> ปัจจุบันแต่เนี้ยมันเป็นยังไงมันจะทำให้ปล่อยไอ้คนนอกมาแทรกแซงคดีอย่างที่เป็นข่าวกันยังไงช่วยวิเคราะห์นิดนึง

>> คือถ้าพูดตามตรงผมคิดว่าวิกฤตความเชื่อมั่นต่อ ปปช. ปปช.เนี่ยมันเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนกรณีศักดิ์สยามแล้วนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาเนี่ยเราก็เห็นว่าคะแนนเรื่องของความโปร่งใสของประเทศเราตามดัชนีสากลเนี่ยก็ตกต่ำลงมาเรื่อยๆ ปีที่แล้วคือตกต่ำที่สุดในรอบ 10 กว่าปี พอมาปีนี้ตกต่ำไปกว่าเดิมอีกนะครับ ดังนั้นเนี่ยผมคิดว่าในมุมนึงเนี่ยตั้งแต่ก่อนกรณีคุณศักดิ์สยามเนี่ย ประชาชนก็มีความกังวลใจอยู่แล้วกับสถานการณ์การทุจริตในประเทศซึ่งส่วนหนึ่งเขาก็มองว่าเป็นเพราะว่า ปปช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ควรจะดำเนินการในการแก้ไขเรื่องนี้เนี่ย ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ พอมากรณีคุณศักดิ์สยามเนี่ย ผมคิดว่ามันยิ่งตอกย้ำวิกฤตความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อ ปปช.

โดยสรุปเนี่ย ถามว่าเราคาดหวังอะไรจาก ปปช. หรือว่าองค์กรอิสระเราคาดหวังให้องค์กรเหล่านี้เนี่ยในมุมนึงคือเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง แต่ในอีกมุมนึงคือไม่เป็นอิสระจากการถูกตรวจสอบโดยประชาชน แต่สถานการณ์ที่มันเป็นอยู่ณเวลานี้เนี่ย มันเหมือนกับจะไม่ตอบโจทย์ทั้ง 2 ด้าน เพราะขาหนึ่งเนี่ยประชาชนก็ตั้งคำถามว่า ปปช.เนี่ยเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมืองจริงหรือเปล่า เพราะว่าแม้ว่า ปปช.เนี่ยถูกรับรองโดย ส.ว.ซึ่งโดยนิตินัยแล้วเนี่ยห้ามสังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่อย่างที่เราๆรู้กันว่าพอกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.เนี่ย มันเป็นกระบวนการเลือกกันเองที่อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถจัดตั้งผู้สมัครจำนวนมากแล้วก็สามารถกำกับทิศทางของเสียงข้างมากของ ส.ว.ได้เนี่ย มันกลายเป็นว่ากลุ่มการเมืองกลุ่มนั้นเนี่ยก็สามารถมีอิทธิพลต่อเสียงข้างมากของ ส.ว.และผูกขาดการตัดสินใจว่าใครจะไปนั่งเป็นกรรมการ ปปช.ได้ ดังนั้นข้อแรกเนี่ยประชาชนก็ตั้งคำถามแล้วว่าการออกแบบแบบนี้เนี่ยไม่น่าจะนำไปสู่ ปปช.ที่สามารถเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้

แต่ขาที่ 2 เนี่ยก็เป็นปัญหาเช่นกัน คือณเวลานี้เนี่ยมันกลายเป็นว่าไม่ว่า ปปช.หรือองค์กรอิสระใดๆทั้ง กกต.หรือ สตง.เนี่ยดำเนินการเอ่อดำเนินการในหน้าที่ตนเองเอิ่มอย่างชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างเอ่อหรือว่าดำเนินการที่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนหรือไม่เนี่ย กลายเป็นว่าประชาชนกลับมีกลไกในการตรวจสอบเข้าโดยตรงเนี่ยน้อยมาก ถ้าเป็นองค์กรอิสระอื่นก็คือไม่มีแม้กระทั่งกลไกการเข้าชื่อเพื่อเอ่อร้องเรียนนะครับ แต่พอเป็น ปปช.เนี่ยแม้มีกลไก 20,000 รายชื่อก็จริงแต่อย่างที่เราเห็นว่ามันก็ไปติดกับดักเรื่องของมาตรา 236 แล้วก็ดุลพินิจของประธานสภา ดังนั้นเนี่ยผมคิดว่าเรื่องเนี้ยมันสะท้อนให้เห็นว่าจำเป็นจริงๆที่ต้องมาคุยกันว่าเราจะปฏิรูปองค์กรอิสระในประเทศเราอย่างไรนะครับว่าหากจะยังอยู่นะครับทำยังไงให้สามารถเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้จริง แต่ไม่เป็นอิสระจากการถูกตรวจสอบ สอั้นจะกลายเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจทางการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนเลยนะครับ

>> ก็ฮะให้เวลาสั้นๆนะครับก็ได้เห็นภาพรวมนะ ครับสำนักข่าว Next News เนี่ยนะฮะจะตามเรื่องนี้มานำเสนอนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินการของพรรคฝ่ายค้านนะครับว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาเนี่ยไต่สวน ปปช.ได้สำเร็จหรือไม่ ติดตามที่ครับสำนักข่าว Next News เราตรวจสอบเพื่ออนาคต Next News เราตรวจสอบเพื่ออนาคต