Transcription
บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด เรื่องนี้อาจจะล้มทั้งการเลือกตั้งได้ยังไง มาดูคลิปนี้กัน
คือปกติบัตรเลือกตั้งต้องระบุไม่ได้ว่าใครเป็นคนกาบัตรนั้น ตามหลักการลงคะแนน เสียงต้องเป็นไปโดยลับ หลักการนี้มีไว้เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนเสียงได้อย่างอิสระ ไม่มีอิทธิพลอะไรมาครอบงำ ลองนึกภาพดูถ้าบนบัตรเลือกตั้งมีชื่อของทุกคนแปะอยู่ รู้หมดเลยว่าใครกาอะไร ทุกอย่างจะวุ่นวายแค่ไหน เอาชัดๆเลยก็คนที่ซื้อเสียง ก็จะรู้หมดว่าคนที่รับเงินไปกาตามสัญญาหรือเปล่า ซึ่งจะทำให้การซื้อเสียงมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจึงต้องมีหลักการลงคะแนนโดยลับมาตลอด เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าคนไหนกาอะไร
แต่ในการเลือกตั้ง 69 บนบัตรมีบาร์โค้ดอยู่ ซึ่งบาร์โค้ดนี้ก็น่าจะเชื่อมโยงไปหาต้นขั้วของบัตรใบนั้นได้ ใช่ครับ ต้นขั้วที่มันโยงไปหาชื่อเราได้นั่นแหละ แปลว่าบนบัตรเลือกตั้งตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากมีชื่อของพวกเราเขียนอยู่บนบัตรเลือกตั้งเลย
เรื่องการไม่เป็นความลับของการลงคะแนนนี้ เคยทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้วเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คือปกติเวลาเราเลือกตั้ง เราจะหันหน้าเข้าหา สาธารณชน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเรากาอะไร เพราะว่ามันมีฉากบังอยู่แล้ว และก็จะหันตูดให้กับกำแพงหรืออะไรทึบๆ ที่ไม่มีใครมามองได้ แต่ กกต. เมื่อ 20 ปีที่แล้ว จัดการเลือกตั้งให้หันตูดหาสาธารณชนแทน ซึ่งถ้าส่องดีๆ มันเห็นว่าใครกาเบอร์อะไร ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนนั้นมีนักข่าวพยายามซูมคนที่รู้แน่ๆ ว่ากา คุณทักษิณ จำไม่ได้ว่าตัวคุณทักษิณเอง หรือตัวคุณหญิงพจมาน ซึ่งก็ซูมเห็นจริงๆ ว่าคนๆ นั้นกาคุณทักษิณ สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญในตอนนั้น ก็ใช้เหตุผลที่การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน เดี๋ยวกกต. เราก็คงแถว่าบาร์โค้ดนี้ เอาไว้ดูว่าบัตรนั้นปลอมหรือไม่ปลอม ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น จะเป็นเหตุผลที่กากมาก เพราะมีอีกตั้งหลายวิธีที่คุณจะเอามาตรวจสอบได้ว่าบัตรปลอมหรือบัตรไม่ปลอม แต่คุณดันเลือกใช้วิธีที่ทำให้ดูว่าใครกาเบอร์อะไร ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความหน้าด้านนี้จะไปสุดที่ตรงไหน