Transcription
30 วันนี้แล้วนะคะ แล้วก็ความสำคัญของครั้งนี้เนี่ยก็คือเราไม่ได้แค่ไปลงเสียงเลือกตั้งทั่วไป เพราะว่าจะมาพร้อมกับการลงประชามติด้วยนะคะ ดังนั้นแล้วเนี่ยการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ยพิเศษมากๆ เลย นอกจากเราจะได้รับฟังวิสัยทัศน์ของพรรคการเมืองต่างๆ นะคะ เรายังจะได้รับฟังว่าการเมืองพรรคการเมืองต่างๆ เนี่ยมีความเห็นอย่างไรบ้างกับการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนั่นเองนะคะ
เมื่อวานนี้สวัสดีครับ สวัสดีคนดูทุกๆ ท่านนะ คุณยชวนันนะคะ
ตอนนี้งานก็กำลังจะเริ่มแล้วนะครับ สำหรับใครที่เข้ามาแล้วช่วยคอมเมนต์มอนิเตอร์ให้ภูมิหน่อยนะครับ ว่าภาพชัดเสียงชัดหรือเปล่านะครับ ก็ช่วยกันคอมเมนต์กันเข้ามานะครับ
ตอนนี้งานวิสัยทัศน์ของอาจารย์ต้นนะฮะ ก็เรื่องเกี่ยวกับนโยบายการศึกษาก็ใกล้จะเริ่มกันขึ้นมา การพูดถึงนโยบายอะไรบ้างครับ
ก็หลังที่เป็นเป็นจุดน่าสนใจที่สุดก็คือ อาจารย์ก็จะมีการ
สวัสดีครับ ภาพชัดเสียงชัดมั้ฮะ ใครเข้ามาแล้วคอมเมนต์กันหน่อยนะครับ แล้วก็ช่วยกันกดไลก์กดแชร์นะฮะ อย่าลืมโอนสนับสนุนรายการของเราด้วยนะครับ เพราะว่ารายการเราอยู่ได้เพราะคนดูสนับสนุนเท่านั้นนะ สำหรับถ้าไม่ได้คนดูช่วยกัน
โอเค ก็คือเป็นนายของการเก็บข้อมูล DNA ของประชาชนทุกคน เพื่อที่จะเป็นถามข้อมูล ใช่มั้คะว่ามีปัญหาหรือโรคอะไรก่อนเนาะ แต่ว่าโอเค ก็มีการพูดคุยกันเรื่องปัญหา อาจจะมีเรื่องของ PR ฟีร
ผู้ดำเนินรายการกันเลยดีกว่า
ท่านอื่นค่ะ ท่านอื่นมีใครได้มารับฟังของเมื่อวานหมายของ
เป็นด้านหลังได้มั้คะ ที่มีไคเคสสีน้ำเงินตรงนี้ เมื่อวานได้มาฟังเหมือนกันใช่มั้คะ โอเคค่ะ พอจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ ได้มั้คะว่าเมื่อวานนี้ของพรรคเพื่อไทยเนี่ยเนี่ย เค้าพูดถึงนโยบายอะไรบ้างเด่นๆ โอเคค่ะ โอเค ก็คือเป็นของเมื่อวานนี้พูดถึงอุตสาหกรรมเซมิคอuตor นะคะ
โอเค แล้วเรามาพูดถึงวันนี้กันดีกว่า วันนี้นะคะ เราได้ เราจะได้พบกับตัวแทนจากพรรคประชาชนนะคะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 นะคะ ของพรรคพรรคประชาชน รวมถึงเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชนด้วย อยากสอบถามทุกคนค่ะว่าวันนี้เนี่ยมีความคาดหวังว่าอยากจะฟังนโยบายด้านไหนเป็นพิเศษ มีใครที่ตั้งใจมาวันนี้เพื่อที่จะเตรียมถามคำถามเฉพาะอะไรมย
พรรคประชาชนปีนี้เนาะ เค้าก็มาด้วยนโยบายหลากหลายเลยนะคะ แล้วก็มีมีความสำคัญในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจนะคะ รวมถึงด้านนวัตกรรมแล้วก็เทคโนโลยีต่างๆ นะคะ คิดว่าทุกๆ คนนะคะ น่าจะมีการอย่างน้อยน่าจะติดตามมาคร่าวๆ แล้วเนาะ ว่าทางพรรคประชาชนเนี่ยมีนโยบายเรือธงเด่นอะไรบ้างในการเลือกตั้งครั้งนี้นะคะ
วันนี้นะคะ จะเห็นว่ามีผู้คนหลากหลายวัยมากนะคะ มีตั้งแต่วัยเรียนเนาะ วัยรุ่น อาจจะเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์เอง หรือว่านักศึกษาจากนอกธรรมศาสตร์นะคะ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ให้ความสำคัญแล้วก็ให้ความสนใจกับการนำเสนอ นโยบายในวันนี้นะคะ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่เราทุกคนนะคะ ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ค่ะ เพราะว่าอย่างที่กล่าวไปข้างต้นเลยค่ะ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นะคะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ของเราเนี่ย ไม่ได้มีแค่การเลือกตั้งทั่วไปที่เราจะต้องเลือก สส.เขต หรือว่า อ่า ผู้แทนนะคะ หรือว่า สส.บัญชีรายชื่อที่จะเข้าไปทำงานในสภา แต่ว่ารวมถึงการที่เราจะต้องไปลงเสียงประชามติการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในปีนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ
วันนี้นะคะ ขอสอบถามด้านหน้าอีกนิดนึง เพราะว่าเห็นมีนักน้องนักเรียนขอสอบถามก่อนว่าตอนนี้ถึงมีสิทธิ์เลือกตั้งกันหรือยัง ถึงแล้วทั้งคู่เลย ม 18 ทั้งคู่แล้ว โอเค วันนี้เดินทางมาจากโรงเรียนอะไรคะ
โยธินบูรณะ โอเค ติดตามข่าวสารอันนี้มาจากที่ไหน
เอ่อ จะติดตาม
ทาง IG ของคณะศาสตร์เหรอคะ อ่า โอเค ก็น่าตื่นเต้นมากๆ นะคะ เพราะว่านอกจากจะมีการเลือกตั้งรวมถึงโรงประชามติแล้วเนี่ย เราก็จะมีผู้เลือกตั้งที่เป็นเหมือนนิวโตนะ คะ ใหม่ๆ อีกหลายคนเลยนะคะ ถือว่าอาจจะเป็นหนึ่งกลยุทธ์ของพรรคการเมือง หรือเปล่า ที่สามารถ อ่า ชนะใจนะคะ ของวัยรุ่น หรือว่า New Water ร ได้ค่ะ
ตอนนี้นะคะ คิดว่าทุกคนนะคะ น่าจะพร้อมแล้วนะคะ ขอเชิญรับชมนะคะ Pocy Vision Serีรies นโยบายการศึกษานวัตกรรม และไทยและไทยในเวทีโลก ขอเสียงปรบมือให้กับรองศาสตราจารย์ ดร.ผู้วีรยุทธ การชูฉัตร หรืออาจารย์ต้นนะคะ แคนดิเดตพรรคประชาชน ค่ะ
เดี๋ยวๆ เอาไมค์ สวัสดีครับ สไลด์ขึ้นได้เลยนะครับ ครับ อ้า รุ่นนี้ยังรู้จักเกมเศรษฐีกันอยู่มั้ย ครับ มีใครเคยเล่นบ้างยกมือหน่อยครับโอ ครับผมเพิ่งเล่นกับลูกไปเมื่อวานนี้นะ ครับ คือผมเคยเล่นสมัยเด็กๆนะ ประมาณทศวรรษ วัด 2530 แล้วก็ไม่ได้เล่นอีกเลยนะครับ ตอนไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่ได้เล่นอีกเลย กลับมาเล่นอีกทีในปี 2569 เนี่ย ยังตกใจว่ามันเหมือนเดิมเลย มันเหมือนเดิมแล้วเรายังรู้สึกร่วมกับมัน ได้ เพราะเกมเศรษฐีคืออะไรครับ เอ่อคือโชคชะตาเนอะ เอ่อถ้าคุณไปตกที่ไหนคุณจะต้องจ่ายค่าเช่าที่ ใช่มั้ คนที่ได้รับเงินก็คือคนที่มีเจ้าของที่เยอะๆ ใช่มั้ ถ้าซื้อบ้านหรือซื้อโรงแรมคุณยิ่งต้องจ่ายเาค้าแพงขึ้น และคุณจะต้องสุ่มไปเจอประตูดวงใช่มั้ครับ คนที่เล่นจะจำได้ ไอ้สีเหลืองประตูดวงเนี่ยเจอทีไรความน่าจะเป็น มันคือความซวยทั้งนั้นเลยนะครับ เช่น อ่ะอาจจะมีลาบลอยมาได้ 500 ถ้าคุณโชคดี แต่ส่วนใหญ่มันจะเป็นค่าใช้จ่ายเนอะ จ่ายค่าเล่าเรียน 1,500 อย่างงี้ แล้วมีเข้าคุกด้วยใช่มั้ยครับ แต่เข้าคุกออกได้ถ้าคุณทำอะไรครับ จ่ายเงิน 500 ถ้าคุณเข้าคุกสมมุติคุณทอยลูกเต๋าสุ่ม แล้วคุณโชคร้ายไปเจอการติดคุก การออกจากคุกคือการจ่ายเงิน 500 ครับ และถ้าคุณวนรอบในเกมเศรษฐีได้ครบ 1 รอบบนหน้ากระดานคุณจะได้เงินเดือน 2,000 ใช่มย ยกเว้นอย่างเดียวคืออะไรครับ ถ้าคุณติดไอ้ 2 ก้อน 2 ช่องก่อนครบจุดเริ่มต้นเนี่ย คือช่องที่เรียกว่าจ่ายภาษี ดังนั้นทุกคนจะกลัวการจ่ายภาษีมาก ความโชคดีของการเล่นเกมเศรษฐีคือคนวนรอบ โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายภาษี ความโชคร้ายคือคุณไปเจอประตูดวงแล้วคุณ ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ถ้าคุณบังเอิโชคร้ายไปติดคุก แต่ถ้าคุณยังมีเงินเหลือคุณจ่าย 500 คุณออกจากคุกได้ และถ้าคุณวนไปอยู่ที่ไหนคุณต้องจ่ายค่าเช่าเท่าที่แพงขึ้นเรื่อยๆ บางโซนจะแพงเป็นพิเศษ เกมมันยังสนุกเหมือนเมื่อปี 2530 เป๊ะ ซึ่งแปลว่าอะไรครับ แปลว่าชีวิตคนไทย เศรษฐกิจไทยอาจจะยังไม่ค่อยเปลี่ยนไปจาก เมื่อ 30-40 ปีก่อนหรือเปล่า เราถึงยังสนุกกับมัน มันไม่ได้เหมือนเราเล่นเกมที่เป็นเกมประวัติศาสตร์เลยนะ บางทีคุณเล่นบอร์ดเกมยุคนี้ใช่มั้ย มันมีเกมย้อนไปสงครามโลกเราสนุก แต่เราก็รู้ว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ แต่เกมเศรษฐีไทยเนี่ยคุณเล่นแล้วคุณรู้สึกว่ามันยังมีอารมณ์ร่วมกับมันอยู่เลย ซึ่งอาจจะสะท้อนว่าสังคมเราเปลี่ยนไปไม่ค่อยมาก โดยเฉพาะถ้านับจาก Generation ผมที่เติบโตขึ้นมาเนี่ย ความเสี่ยงในชีวิต ใช่ม การที่หลายๆคนยังไม่อยากเข้าระบบภาษี ยังเป็นปัญหาอยู่เหมือนเดิมเลยนะครับ
ทีนี้ไหนๆมีโอกาสนะครับ วันเนี้ยปกติถ้าไปเวทีดีบทเนาะ ช่วงนี้มีดีเบตเยอะนะครับ เค้าจะแบบอ่ะ คุณมีเวลา 7 นาทีในการพูด คุณมีเวลา 5 นาทีใช่มั้ย บางวงถ้าคนเยอะเค้าให้ 2 นาทีด้วยซ้ำ ดังนั้นไหนๆวันนี้มีโอกาสมาบรรยายในวงวิชาการกึ่งวิชาการหน่อยแล้วนะครับ ผมขอโอกาสที่จะเล่าปัญหาของประเทศไทยที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้อ่ะครับ ถ้าเปรียบเปยนะ เหมือนกับอันนี้พูดในฐานะคนที่มีญาติเป็นมะเร็งเหมือนกันนะครับ ปัญหาของการที่เรารักษามะเร็งไม่ทันมันคืออะไร มันคือเราตรวจอาการไม่เจอใช่ไหมครับ มันคือเราตรวจเจออาการช้าเกินไป บางทีเป็นระยะที่ 3 ระยะที่ 4 แล้วเนี่ย ทำให้การรักษาไม่ทัน เศรษฐกิจไทยมีลักษณะคล้ายๆอย่างนั้นเหมือนกัน ในแง่ที่ว่าเวลาโดนนักข่าวหรือโดนสื่อตั้งคำถามเนี่ย ถามว่าจะทำอะไรจะทำอะไรจะทำอะไร แต่ไม่มีเวลาคุยกันเลยว่าสุดท้ายเรามองปัญหาเศรษฐกิจไทยอ่ะ ปัญหามันคืออะไรกันแน่มันยังเป็นปัญหาเรื่องเดิมเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้วเหรอ เหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้วเหรอ ซึ่งผมอยากจะบอกว่ามันไม่ใช่นะครับ ท่ามกลางข่าวร้ายที่เราเห็นเต็มไปหมดเลยเนาะ อวสานู่น อวสานี่อย่างเงี้ย จริงๆแล้วอ่ะมันมีหลายเรื่องนะ ที่เรายังไม่ได้คับคำตอบจริงๆว่าปัญหามันคืออะไร การเมืองไม่ดีอย่างเดียวหรอ ความรู้ไม่พออย่างเดียวเหรอ ก็ไม่ใช่นะครับ มีอยู่ 5 ข้อนะ ผมขอโอกาสในการเล่าให้ฟังนิดหน่อยว่ามันมีปัญหาเศรษฐกิจไทยอยู่ 5 ข้อ ที่ถูกละเ
ทำไมเงินมันไม่หมุนหมุนเหมือนเมื่อก่อน ยุค 254 ยุคไทยรักไทยยุคคุณทักษิณ 1 เนี่ย ถ้าใครทันนะน้องๆรุ่นเจะไม่ทันแล้ว แต่รุ่นอาจารย์อาจจะทันมันจะมีเพลงใช่มย เงินกำลังจะหมุนไปกำลังจะหมุนไปเพราะถ้าคุณอัดเงินลงไปเงินมันจะหมุนอยู่ในระบบเศรษฐกิจรากหญ้าหรือเศรษฐกิจส่วนกลางก็ก็ตาม แต่สภาวะนี้ใน 5 ปีในยุคหลังโควิดไม่เป็นอีกแล้ว อาการข้อที่ 2 คือเราเหมือนส่งออกเยอะนะ แต่ทำไมมันไม่นำมาซึ่งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ข้อ 3 ทำไมมีงบประมาณใช้จ่ายเยอะแยะเลย แต่ทักษะคนไทยเด็กไทยไม่ทันโลกเราเคยตั้งคำถามกันจริงจังมั้ย 4 อุตสาหกรรมใหม่ไม่เกิด เงินเราไม่ใช่น้อยนะครับ EV เนี่ยรถ EV เนี่ยรัฐบาลไทยอุดหนุนไปแล้วเกิน 20,000 ล้านนะ ทำไมอุตสาหกรรมยังไม่เกิด เราเคยตั้งคำถามกันจริงจังหรือยัง 5 ทำไมพยายามช่วยความเหลื่อมล้ำแล้วแต่ดูเหมือนความเหลื่อมล้ำไม่ลด ไอ้ 5 คำถามเนี้ยเป็น 5 คำถามใหญ่ตั้งต้นที่เราทำนโยบายนะครับ สุดท้ายของพรรคประชาชนเลยมีนโยบายออกมา 200 กว่านโยบายนะ แต่อยากจะบอกว่าถ้าเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจนะครับ มันมี 5 คำถามใหญ่ที่จำเป็นต้องการคำตอบและทางออกที่มันเหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ข้อแรกเลยนะ ทำไมเงินไม่หมุนเหมือนก่อน Digital Wallet เนี่ย หรือการแจกแจกเงินเนี่ยนะครับ คุ้มไม่คุ้มก็เรื่องนึงนะ แต่โจทย์ใหญ่ทางเศรษฐกิจทางเศรษฐศาสตร์คือมันอัดเงินลงไปเป็นหลักแสนแสนล้าน แต่มันไม่หมุนเหมือนก่อนชัดเจนเลยนะ ครับว่าตัวคูณทางการคลังอะไรเนี่ยมันไม่หมุนเท่าเดิมไม่เหมือนเท่าความคาดหวัง เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะว่ามันมาจากกราฟทางขวานะครับ ขออธิบายนิดนึงก็คือหลังโควิดเป็นต้นมาเนี่ย เศรษฐกิจไทยมันไม่เหมือนเดิมในแง่นึงละ แล้วไม่เหมือนหลายประเทศด้วยก็คือการบริโภคกับการผลิตที่เคยสูสีคู่ขี้ที่กันมาขึ้นเขาลงห้วยกันมาเนี่ย มันแยกทางกันเดินแล้ว เมื่อก่อนนะครับก่อนยุคโควิดนะ การบริโภคกับการผลิตในประเทศมันจะไปด้วยกัน นึกภาพนะครับถ้าเราไปร้านค้าไปตลาดและตลาดคึกคักเนี่ย ก่อนยุคโควิดนะ มันแปลว่าการผลิตไทยแรงงานไทยก็จะคึกคักไปด้วย แต่ช่วงไหนที่ตลาดมันซบเซาวขายของไม่ได้ การผลิตมันก็ซบเซาอันนี้เข้าใจได้ใช่มั้ย อันนี้เป็นเรื่องแบบ common sense ปกติสามัญสำนึกมาก แต่ต้องบอกว่า ไอ้สามัญสำนึกเนี้ยหลังโควิดเป็นต้นมามันไม่จริงอีกต่อไปแล้วนะครับ หลังไตรมาสที่ 4 ของปี 2005 2021 เนี่ย การผลิตกับการบริโภคของไทยมันแยกทางกันเดิน แปลว่าระหว่างที่เราอัดเงินกระตุ้นหรือคนคึกคักหลังโควิดเราเห็นตลาดคึกคักเนี่ย กลับทำให้ภาคการผลิตไทยมันตกต่ำลง มันไม่ใช่นิ่งๆด้วยนะ มันตกต่ำแล้ว มันแยกทางกันออกจากกันนะครับ เพราะอะไรมีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยนึงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เห็นร่วมกันคือ เพราะสิ่งที่คนไปซื้อในตลาดร้านค้าเนี่ย มันเป็นสินค้านำเข้าไงนะ แปลว่าระหว่างที่ตลาดมันกลับมาคึกคักแล้วคุณเห็นพ่อค้าแม่ค้าขายของแล้วอ่ะ สินค้าที่เราซื้ออ่ะที่เรากินน่ะ อาหารเกษตรของใช้ในครัวเรือทั้งหลายแหลก มันไม่ใช่ของที่เราผลิตเองในประเทศแล้ว ไม่ใช่ปัจจัยเดียวนะครับย้ำนะครับมันมีปัจจัยอื่นเช่น ขีดความสามารถการแข่งขันลดลงอะไร แต่ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือสินค้าที่เราบริโภคส่วนใหญ่มันเป็นสินค้า นำเข้า ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขการขาดดุลทางการค้าของเรา โดยเฉพาะกับจีนที่มันสูงขึ้นเรื่อยๆ 5 ปีก่อนเราขาดทุนกับจีนลบ 1 ล้านล้านนะครับ ซึ่งดูเยอะแล้วนะ -1 ล้านล้านบาทนะ ขาดดุลนะ แปลว่านำเข้ามากกว่าส่งออก แต่ปี 256 ที่เพิ่งผ่านไปเราขาดดุลกับจีนเกิน 2 ล้านล้านแล้ว แปลว่าใน 4-5 ปีอ่ะ ยอดการขาดดุลมันเพิ่มขึ้นมา 2 เท่า และเป็น 2 เท่าในตัวเลขที่เราพูดระดับล้านล้านนะครับ 1 ล้านล้านเป็น 2 ล้านล้าน ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนนึงมันคือการเข้ามาทดแทนการผลิตในประเทศ อันนี้เป็นสภาวการข้อที่ 1 ที่ทำให้การอัดเงินลงไปมันจะไม่หมุนเหมือนเดิม และผมย้ำตรงนี้เลยถ้าไม่คิดใหม่ถ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ความเป็นจริงที่เปลี่ยนไปนะครับ คุณทำนโยบายเศรษฐกิจเท่าไหร่คุณจะไม่มีวันได้ผลเหมือนเดิม และ policy maker ของไทยเนี่ยเนี่ยยังไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงนี้เลย พรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้นะครับ อันนี้คือแฟกเลยนะ คุณจะทำยังไง นี่มันเถียงกันได้นะครับาที่คุณจะไปแก้ มันอีกเรื่องนึงนะ คุณถกเถียงกันได้ แต่แฟคือแฟอันเนี้ยว่าการบริโภคกับการผลิตมันแยกทางกันแล้วเนี่ย เป็นความเป็นจริงใหม่ ข้อที่ 1 New Normal ข้อที่ 1 หลังโควิดเลย ใครจะเรียกแผลเป็นหลังโควิดว่าอะไรเนี่ย สำหรับผมแผลเป็นหลังโควิดมันคือแผลเป็นเรื่องนี้นะครับ ที่มันแยกออกจากกัน ทำให้วิธีคิดของเราทำนโยบายเนี่ย เราเลยย้ำเรื่องการอุดรูรั่วให้ได้ ถ้าคุณคิดแต่เรื่องการอัดเงินลงไป คุณจะเพิ่มสินเชื่อเท่าไหร่นะ คุณจะเพิ่มคนละครึ่ง คุณจะเพิ่มอะไรเท่าไหร่นะ การผลิตมันไม่กลับมา การผลิตไม่กลับมาแปลว่าการจ้างงานก็ไม่กลับมา การจ้างงานไม่กลับมาก็แปลว่า GDP จะกลับมาก็ยากนะครับ อันนี้เป็น FA ข้อที่ 1 ที่เป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจไทยมันไม่หมุนเหมือนก่อนแล้ว
ข้อที่ 2 นะครับ ทำไมเราส่งออกเยอะแต่ไม่ก้าวหน้า ถ้าใครดูข่าวเศรษฐกิจไทยที่ผ่าน มาใน 2 ปีหลังนะ พอมีข่าวดีซึ่งมีน้อยมีข่าวดีเมื่อไหร่เนี่ย ทุกกระทรวงทุกรัฐบาลจะโหมโปรโมทสูงมาก และหนึ่งในข่าวดีที่ยอดนิยมที่สุดนะทุกไตรมาสก็คือส่งออกไทยสูงที่สุดเป็นประวัติการใช่มั้ เราเคยได้ยินข่าวนี้มั้ครับ ใครเคยได้ยินบ้าง ส่งออกดีสูงที่สุดเป็นประวัติการนี่เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยมาก ถามว่ามันดีหรือไม่ดีต้องบอกว่ามันไม่ได้ดีเสมอไปครับ มันต้องไปเทียบวัดกับ GDP ด้วยว่าสุดท้ายเศรษฐกิจของเราเนี่ยพึ่งการส่งออกสูงหรือน้อยหรือกำลังดี และในกราฟทางซ้ายนะครับผมเปรียบเทียบให้เห็นไทยเราเนี่ยนะ GDP เรา 100 น.เนี่ยมาจากการส่งออกประมาณ 70% ของ GD 7 ใน 10 ของ GDP ไทยมาจากการส่งออก ถามว่าดีหรือไม่ดีเก่งหรือไม่เก่งคุณไม่รู้หรอกครับ จนกว่าคุณจะไปเปรียบเทียบ และถ้าเมื่อเราเอาไม้บรรทัดมาเปรียบเทียบกับโลกนะ กับ East เอเชียนะครับ แล้วคุณได้แฟอีกข้อนึงนะว่าจีนกับญี่ปุ่นมีสัดส่วนส่งออกต่อ GDP แค่ 20% เกาหลีสูงหน่อย 40 แปลว่าเราส่งออกแก่งกว่าจีนป่ะ เราส่งออกเก่งกว่าญี่ปุ่นมั้ครับ เราส่งออกแก่งกว่าเกาหลีป่ะครับไม่ใช่นะครับ ในข่าวเบื้องหน้าที่เราเห็นว่าการส่งออกเราสูงขึ้นเรื่อยๆอ่ะ มันสะท้อนด้านกลับของเหรียญ 2 ด้านว่าเราพึ่งเศรษฐกิจภายในของเราน้อยเกินไป เศรษฐกิจภายในของเรามันอ่อนลง เหมือนเรามีขา 2 ข้างครับ ขาที่เป็นเศรษฐกิจภายในกับขาที่เป็นเศรษฐกิจส่งออก แต่ไอ้ขาส่งออกมันบวมขึ้นบวมขึ้นบวมขึ้น แต่ไอ้ขาที่มันเป็นเศรษฐกิจภายในมันอ่อนลงอ่อนลงอ่อนลง เพราะขนาดจีนที่ว่าส่งออกเก่งแล้วนะครับ อันนี้คนไม่ต้องโชว์ตัวเลขอื่นนะครับ เรา รู้ดีว่าจีนนี่เป็น manufacturing ของโลก เป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของโลก แต่จีนมีสัดส่วนการส่งออกแค่ 20% ต่อ GDP เท่านั้นนะครับ เพราะเศรษฐกิจภายในของเขาแข็งแรงไง เพราะคุณมาเอามันเทียบไม้บรรทัดวัดกันน่ะ เปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนร่างกายเราพึ่งพาแข็งแรงจากกินวิตามินฉีดยาข้างนอก แต่ภายในของเราเองเนี่ยกล้ามเนื้อ มันไม่ได้แข็งแรง ดังนั้นในท่ามกลางข่าวดีว่าส่งออกเยอะเนี่ย มันไม่ได้ซ้อนความก้าวหน้าเสมอไปครับ มันกลับสะท้อนว่าเศรษฐกิจภายในของเราอ่อนเกินไป และอันนี้คือโจทย์สำคัญที่เราต้องกลับมาตั้งหลักให้ดีว่า ถ้าจะใช้เงิน ถ้าจะใช้นโยบายเศรษฐกิจนโยบายอุตสาหกรรม ต้องมีเป้าที่จะทำให้เศรษฐกิจภายในมันแข็งแรงขึ้น อย่าไปยึดติดกับตัวเลขส่งออกเท่านั้น ย้ำครั้งที่ 2 ว่าไม่ได้แปลว่าส่งออกต้องน้อยลงนะครับ มันเป็นเรื่องสัดส่วนส่งออกจะเท่าเดิมแล้วเติบโตขึ้นก็ได้ แต่เศรษฐกิจภายในขายข้างนึงต้องแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย มันถึงจะ 2 ข้างมันถึงจะสมดุล บาance ซกันนะครับ อันนี้คือแฟกข้อที่ 2
ข้อที่ 3 ทำไมทักษะคนไทยไม่ทันโลก คิดว่าเราไม่มีเงินเหรอครับ ถ้าไม่นับการศึกษาขั้นพื้นฐานนะ ถ้านับเฉพาะงบหลังออกมาจากโรงเรียนออกมาจากมหาลัยเนี่ย ประเทศไทยเรามีงบรีสกิลงบพัฒนาทักษิทักษะเรียนรู้ตลอดวัยเรียนรู้นอกโรงเรียนนี้เป็นหลักปีละหลายหมื่นล้านนะครับ ทำไมเราใช้เงินปีละหลายหมื่นล้านแต่ไม่เคยเกิดทักษะที่เห็นผลได้เลย อย่างแรกก็คือคำว่ารีสกิลนะ ไม่ว่าฟังดูเท่แค่ไหนนะครับ ถ้าคุณใส่คำว่ารีสกิลเข้าไปในรัฐราชการไทยนะ มันจะคล้ายๆมาห้องเนี้ย คือถ้าคุณมาห้องนี้นะ แล้วผมเปลี่ยนชื่อมีป้ายป้ายโครงการว่าโครงการทักรีสกิลพัฒนาทักษะนักเรียนธรรมศาสตร์และนักเรียนที่มาเข้าร่วม แล้วผมจับทุกคนมาเซ็นชื่อแล้วแจกข้าวทุกคนเนี่ย วันนี้ทุกคนกลับออกไปจะนับเป็นหัวของ KPI ของการรีกิลของหน่วยงานนี้ละ คือรัฐไทยอ่ะเวลารีสกิลจะคิดเอาคนมาอบรมเซ็นชื่อกินข้าวกลับบ้านนับเป็นการรีสกิลหัวแล้ว ดังนั้นถ้าไปดูยอดลายหัวครับแต่ละปีเรารีสกิลคนเป็นแสนๆเลย แต่มันไม่เคยเกิดผลเพราะวิธีทำมันเป็นวิธีที่มันไม่ได้นำให้ไปสู่การทักพัฒนาทักษะอะไรเลย ยกตัวอย่างนะครับอัน อันนี้เป็นโครงแล้ววิธีเรื่องการใช้งบด้วยวิธีการใช้งบของไทยเนี่นะ เรามีโครงการใหม่นะผูกพัน 5,000 ล้านเเพิ่งเริ่มเมื่อรัฐบาลที่แล้วนะครับ 2 รัฐบาลเลยใช้โครงการนี้ต่อเนื่องกัน เอานักเรียนที่เข้าระบบปีการศึกษาใหม่เข้าระบบนะ เอ่อเข้าไปเป็นเาเรียกว่า SK portfolio เข้าไปแล้วก็ไปดูว่าแต่ละคนเนี่ย เอ่อมีประวัติการเรียนการลงวิชาอะไรมาบ้างแล้วก็เนี่ยเขียนโครงการอย่างนี้ครับ จะมีรูปแบบเนื้อหาดิจิตอล ต่อคลิป 15 นาทีให้เด็กมาเรียน 5,000 ล้านบาท 5,000 ล้านบาทมีคลิปไม่กี่คลิปนะ 20 30 เองมั้งให้เด็กมาเรียน แต่ว่าใครที่เข้ามาอยู่ในระบบ portfolio นี้นะ ดึงเข้าระบบให้เรียนคลิปการเรียนรู้ นะนับเป็นรีสกิลละ ตั้งเป้าไว้เนี่ย 600,000 คน ดังนั้นพอไปถามรัฐราชการนะว่าประเทศไทยพัฒนาทักษะดีแค่ไหนเค้าก็จะเอาตัวเลขนี้กลับมาให้คุณ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นรัฐมนตรีที่คุณไม่สนใจรายละเอียดนะ คุณก็จะเอาตัวเลขเมาโฆษณาต่อลงโซเชียลมีเดียว่าปีนี้เรารีสกิลคนได้ 600,000 คนแล้ว แต่พอไปดูในรายละเอียดมันคือการเอาคนมาเข้าระบบออนไลน์ portfolio ดูว่าใครเรียนอะไรมาบ้าง แล้วก็มีความพยายามที่จะให้คุณอ่ะคุณฟังคลิปวีดีโอนะ แล้วส่วนใหญ่เป็นคลิปวีดีโอ ถ้าโครงการนี้นะเป็นคลิปวีดีโอที่พัฒนาตัวเองด้วยพัฒนาทักษะ self help อ่ะ คือให้คุณมีความตั้งใจสู้ชีวิตไม่แพ้ใครนับละว่าคุณเป็นหนึ่งในคน ที่รีสกิลสำเร็จเนี่ย เราใช้งบกันมาแบบเนี้ย
อ่ะ คำถามต่อมา ทำไมอุตสาหกรรมใหม่ไม่เกิด EV เนี่ยทุกคนรู้จักใช่มั้ครับ แต่หลายคนยังไม่รู้เลยว่าเราใช้เงินกับ EV ไปแล้วนะ เกิน 20,000 ล้าน เพราะว่ารถ EV ที่นำเข้ามา รัฐไทยนะ รัฐไทยไม่เคยมีนโยบายอุตสาหกรรมใจดีขนาดนี้นะครับ จ่ายอุดหนุนคนซื้อและผู้ผลิตต่อคันนึง มีใครรู้มั้ยครับ มีใครรู้มั้ยว่ารถรัฐบาลไทยรัฐไทยที่ผ่านมาเนี่ย 5 ปีหลังเนี่ย อุดหนุนรถ EV 1 คัน คันละกี่บาทรู้ป่ะครับ ไม่ใช่ราคาตลาดนะ ครับที่คุณซื้อ ไม่ใช่ราคาตลาดนะครับ คุณซื้อไม่ผิดนะครับ อันนี้เป็นวิธีคิดของรัฐที่อยากดึงให้ผู้ประกอบการ EV ต่างชาติเข้ามา เราอุดหนุนรถ EV นะครับสูงสุดถึงคันละ 150,000 บาทนะครับ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำคนซื้อรถ EV ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่ผู้ผลิตอ่ะเวลาเค้าขายได้เาจะเอาเงินส่วนเนี้ยไปเคลมคืนมาได้รับ subsidies นะครับ ภาษาเศรษฐศาสตร์เราเรียกว่าอันนี้คือ subsidies demand subsidies subsidy คันนะครับสูงสุด 150,000 บาท ทำให้รวมๆแล้วเนี่ยรัฐไทยใช้เงินอุดหนุนรถ EV อุตสาหกรรม EV ไปแล้วเกิน 20,000 ล้านบาทนะครับ โอเคมีโรงงานประกอบบางที่เกิดแต่อย่างที่ทราบกันนะครับ บางเจ้าก็ปิดตัวไปแล้วนะ ครับไปตามเอาคืนไม่ได้ด้วยกำลังฟ้องร้องกันอยู่ แต่ก็ความเสี่ยงที่จะได้เงินก็ไม่มี แต่เขาได้รับเงินอุดหนุนไปแล้วจากรัฐบาลไทย ไอ้เนี้ยผมเทียบมาให้เห็นว่ารัฐไทยเนี่ย เอาแค่ปี 68 นะ ปีงบ 68 นะ ใช้เงินไปเกือบหมื่นล้านเนี่ยประมาณ 9,000 ล้านกับอุตสาหกรรม EV แต่เป็นฝั่งอุดหนุนคนขายอย่างเดียวเนี่ย 8,000 ล้านเข้าไปแล้วนะ เหลือสีขาวเนี่ยประมาณ 7% สำหรับสร้างซัพพลายสร้างซัพพลายก็คือไปทำศูนย์ทดสอบประมาณ 500 ล้าน จริงๆควรทำตั้งแต่ 3-5 ปีที่แล้วแต่เพิ่งมาเริ่มต้นปีงบ 68 อ่ะ ไม่เป็นไร แต่พอมาวัดกันนะครับ กลายเป็นว่ารัฐไทยอุดหนุนรถ EV แต่ว่าอัดไปฝั่งคนซื้อผู้ผลิตอย่างเดียวเนี่ย 20,000 กว่าล้านแล้วอ่ะ แต่เรายังไม่เห็นหน้าตาเลยว่าสุดท้ายไทยจะเป็นมีจุดยืนเป็น EV หับ ทำอะไรยังไงถูกมั้ยครับ เพราะวิธีคิดมันไปคิดแต่ด้านนดซึ่งผิดหลักการทำนโยบายอุตสาหกรรมมาก แล้วก็ไป assume ว่าจะทำให้แรงงานเนี่ยที่มีอยู่คนไทยแรงงานไทยที่เก่งในอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาบนะครับ แต่ว่าเราไป assume ว่าเดี๋ยวเราดึงเขาเข้ามาผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาแล้วแล้วเดี๋แรงงานไทยก็จะเก่งขึ้น แต่ว่างบที่ไปช่วยแรงงานไทยเนี่ย เพิ่งมีเมื่อปีที่แล้วนะครับ แล้วใช้ไปประมาณ 57 ล้านบาทเท่านั้นเอง อุดหนุนรถ EV นี่ 8,000 กว่าล้านนะในปีงบที่แล้ว แต่งบช่วยด้านแรงงานเนี่ย 57 ล้านบาท แล้วเอาไปเทรนนะ เอาแรงงานที่อยู่ในยานยนต์สันดำเนี่ยเทรนได้คนละ 5 วัน คือโครงการนี้ดีนะ โครงการนี้ดีนะ แต่คุณคิดว่าจากที่คุณเคยเป็นช่างรถสันดาบอ่ะ อยู่เชียงกงอ่ะ คุณเทรน 5 วัน คุณจะกลายเป็นช่างรถ EV ได้หรือเปล่าครับ คือในโครงการที่ดีที่มีอยู่น้อยแล้วอ่ะ งบประมาณที่จัดสรรไปกับวิธีที่จะเทรนให้เขาอ่ะ มันยังน้อยมากจนไม่รู้ว่าจะไปต่ออุตสาหกรรมใหม่ยังไง ประเด็นของผมก็คือรัฐไทยนี่มีเงิน EV เนี่ยใช้เงินไป 20,000 กว่าล้านละ แต่ยังไม่ออกดอกผลเพราะวิธีใช้เงินต่างหากที่มันไม่นำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่
ต่อมา ทำไมความเหลื่อมล้ำไม่ลดนะครับ อันนี้อาการสุดท้ายอาการที่ 5 ที่ผมคิดว่าถ้าไม่เข้าใจ 5 อาการเนี้ยจะแก้เศรษฐกิจไทยไม่ได้เลย ไม่ว่าคุณจะใช้เงินเท่าไหร่ อาการที่ 5 คือความเหลื่อมล้ำมันไม่ลด เพราะอะไร เพราะเวลาเราพูดถึงความเหลื่อมล้ำเนี่ย บางทีนักเศรษฐศาสตร์ก็สนใจดูแต่ตัวเลข gen coefficient แต่ไม่ได้ดูว่าจริงๆแล้วอ่ะ เวลาพูดเรื่องความเหลื่อมล้ำ คุณหลีกเลี่ยงปัญหาในภาคเกษตรเศษไม่ได้เลย เส้นนี้้นะครับ เป็นเส้นที่แสดงให้เห็นว่าทุกประเทศในโลกอ่ะ พอคุณพัฒนา GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอ่ะ สัดส่วนแรงงานภาคเกษตรมันจะลดลงไปโดยอัตโนมัติ เพราะอะไร เพราะว่าแรงงานภาคเกษตรเนี่ย เนื่องจากพื้นที่ดินจำกัด Productivity จำกัด แรงงานภาคเกษตรก็จะค่อยๆย้ายออกไปภาคอุตสาหกรรมภาคบริการเป็นเรื่องปกติในทุกโลกทุกประเทศทั่วโลกครับ ถ้าคุณยังยากจนอยู่คุณก็จะอยู่เส้นบนๆ แปลว่าคนยังกพยพไปไม่เยอะ แต่ถ้าคุณรวยแล้วอย่างเยอรมี ญี่ปุ่นเนี่ย แม้แต่ญี่ปุ่นที่เรารู้สึกว่าเกษตรกร ร่ำรวยนั่นแปลเพราะว่าสัดส่วนเกษตรกรมันเหลือลดลง แต่ว่า Productivity ดีขึ้น แต่ของไทยนี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ไทยโดดเด่นที่สุดในโลกนะครับ คือถ้าเทียบรายได้ต่อหัวแล้วเนี่ย เราน่าจะนะ ใช้คำว่าน่าจ๋า อันนี้ไม่ใช่ทฤษฎีแบบวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเส้นเรียกว่า empirical จากทั่วโลกนะครับ เราสัดส่วนที่เราเป็นประเทศรายได้ปานกลางขนาดเนี้ย เราน่าจะมีเกษตรกรประมาณสัก 20% แต่ปรากฏว่าเรามีเกิน 30% เปอร์จึงไม่แปลกนะครับที่รายได้ Productivity มันไม่ตามมาด้วยความที่ต้องบอกตามตรงว่าอันเนี้เป็นเรื่องของนโยบายด้วยที่ฉุดล้างเอาไว้ คือแม้แต่จีนกับอินเดียโดยสัดส่วนนะ จีนกับอินเดียยังสามารถลดสัดส่วนประชากรที่อยู่ในภาคเกษตรลงมาได้เยอะกว่าไทยอ่ะ คิดดูแล้วกันสัดส่วนนะครับ แต่ของไทยนี่สัดส่วนเยอะเพราะว่าถูกฉุดลั้งเอาไว้ นโยบายต่างๆภาคเกษตรที่ผ่านมา 40-50 ปีเนี่ย เป็นการฉุดลั้งเอาไว้ คนที่อยู่ในภาคเกษตร เกษตรกรจำนวนมากในไทยไม่ได้เป็นเกษตรล้วนๆแล้วนะครับ นอกภาคฤดูทำนาเขาก็ต้องไปทำโรงงานเพราะมันไม่พอกิน แต่เขายังต้อง regิสเตอร์ตัวเองไว้เป็นเกษตรกรอยู่เพื่อรอรับเงินช่วยเหลือ เพราะรัฐเนี่ยเหมือนกับไม่ได้จูงใจให้เขาทำเกษตรใหม่แต่ก็ไม่กล้าให้เขาไปทำอย่างอื่น ดังนั้นก็เลยมีความฉุดลั้งเอาไว้ แต่มันนำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำครับ เวลาพูดถึงความยากจนความเหลื่อมล้ำหนี้สินประชากรสูงวัยปัญหาเหล่านี้อยู่ในภาคเกษตร อันเนี้จะนำมาซึ่งเวลาพรรคประชาชนคิดเรื่องนโยบายเกษตรมันคือการช่วยเหลือแบบดึงไปข้างหน้าครับ ชวนให้เขา้าไม่เผารถได้ 250 ใช่มย ถ้าใช้ปุ๋ยแม่นยำที่ตรงกับดิน อ่าถ้าคุณยอมพักดินอ่าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อไปนะครับ แต่โดยหลักการก็คือเราช่วยคนในภาคเกษตรได้ครับ แต่ช่วยให้เขาไปข้างหน้าไปพร้อมกับภาคเกษตรใหม่ให้ได้จริงๆ มันถึงจะทำให้ความเหลื่อมล้ำมันลดลงได้
โดยสรุปนะครับ ในเมื่อมีโอกาสมาเล่าให้นักศึกษาฟังให้คณะรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ฟังนะ ครับ ผมก็เลยอยากถือโอกาสเปิดประเด็นว่า เวลาเราคิดเรื่องการแก้เศรษฐกิจไทยเนี่ย อย่าไปคิดแค่ว่าจะอัดเงินลงไปเท่าไหร่ ให้เงินเท่าไหร่ สร้างโครงการกี่หมื่นล้านกี่พันล้านนะครับ ถ้าเราไม่มองหาวิเคราะห์โรคในตัวของเราเองให้ดีพอว่าเราป่วยกันเป็นโรคอะไรกันแน่เนี่ย มันไม่มีทางแก้ได้แล้วคุณก็จะกินยาแก้ปวดไปเรื่อยๆ ที่พูดมาผมไม่ได้ใช้คำว่าโครงสร้างเลยนะ ผมอยากใช้คำว่าเรื้อรังหรืออาการซ่อนเร้นมากกว่า เพราะมันเป็นโรคที่มันซ่อนอยู่ เหลื่อมล้ำคาราคาซังอย่างเงี้ย ทักษะไม่ทันโลก ส่งออกเยอะแต่ไม่ก้าวหน้า อุตสาหกรรมใหม่ไม่เกิด เงินไม่หมุน ถ้าคุณไม่ตั้งใจตั้งต้นจากปัญหาที่มันสภาพความเป็นจริงที่มันเปลี่ยนไป แก้เท่าไหร่มันก็ไม่ได้ผลเหมือนที่ผ่านมา อันนี้คือพาร์ทที่ 1 นะครับ ส่วนที่ 1 ที่อยากชวนคุยว่าถ้าเราจะแก้ให้เรากลับมาวิ่งได้กลับมาเศรษฐกิจทันโลกเนี่ย คุณต้องเลิกจากการเข้าใจก่อนว่าเราเจ็บป่วยเป็นอะไร
ทีนี้ก็เป็นที่มาครับของการทำนโยบายรอบเนี้ย รอบเนี้ยตั้งแต่เล่าให้ฟังทางการทำงานทางการเมืองเนอะ ก็คือตั้งแต่หลังปี 66 พอเลือกตั้งเสร็จแล้วพรรคก้าวไกลตอนนั้นเป็นฝ่ายค้านชัดเจนแล้วเนี่ย ตอนนั้นอย่างแรกเลยที่คุยกันภายในนะครับก็คือว่าอ่ะ เตรียมพร้อมสู่การทำนโยบายรอบหน้ากันดีกว่า ดังนั้นจุดตั้งต้นการทำนโยบายเนี่ยมันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 66 เลย แล้วก็ตั้งต้นกันว่ารอบเนี้ยเอาปัญหาประเทศเป็นตัวตั้ง แล้วพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้มันหาคำตอบเรื่อง how ให้ได้ คือ what กับ why นี่อาจจะมีนะ แต่จริงๆมันความเข้าใจผิดก็ยังมียู่นะ แต่ที่เล่ามาแต่ how ก็จะมีความสำคัญมากขึ้นว่าสมมุติคุณพูดว่าโอเค คนเห็นด้วยแล้วว่าต้องช่วยภาคเกษตรจะฮาจะช่วยยังไงดีอ่ะ ภาคอุตสาหกรรมมีปัญหาฮาคุณจะช่วยยังไง ดังนั้นรอบนี้นะครับ เราเลยทำนโยบายที่ละเอียดขึ้นลงลึกขึ้น แต่ต้องเล่าอย่างี้จริงๆ ถ้าใครเป็นนักศึกษา รัฐศาสตร์เนาะ มันจะมีเอ่อวิชาหรือว่าทำปริญญาโทเนี่ย มันจะมีเรื่องการเมืองวัฒนธรรมใช่มั้ครับ ผมอยากแนะนำให้ทำเรื่องนี้จังเลย การเมืองวัฒนธรรมว่าด้วยนโยบายแก้ปากท้องของไทย การเมืองวัฒนธรรมเนี่ยมันเหมือนบางทีที่เราถ้าพูดภาษาอาจารย์นิธิเอียวศีวงศ์ก็คือเป็นปุ่มกลางหลังที่เรา รู้สึกว่าเฮ้ยมันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆเลย โดยที่ไม่ได้ตั้งคำถามต่อว่าเอ๊ะมันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ไอ้การเมืองวัฒนธรรมเรื่องปากท้องนี่ก็คล้ายๆกันครับ เวลาพูดถึงทำไมเศรษฐกิจไทยไม่ดีปากท้องไม่ดีพรรคคุณจะแก้ปากท้องยังไง แต่สิ่งที่มันอยู่กลางหัวเราอันแรกมันคืออะไรครับ มันคือแจกเงินเท่าไหร่ กับ 2 มีโครงการใหญ่ๆเบิ้มๆมั้ย หมื่นล้านมั้ย แสนล้านมีป่ะ มีโครงการแสนล้านมั้ย ใช่มั้มันจะอยู่วนอยู่แค่นี้เลย แล้วพอเราพูดเรื่องอื่นเรื่องใดๆเนี่ย ก็จะถูกตั้งคำถามอ้าวไม่เห็นแก้ปากท้องเลย เพราะว่าในเชิงวัฒนธรรมลึกๆแล้วอ่ะ สังคมไทยยังเหมือนกับเชื่อกันอยู่ลึกๆว่าปากท้องมันเป็นแค่เรื่องการแจกเงินกับการทำโครงการระดับหมื่นล้าน มองคิดทางออกอื่นไม่ออกเลย
ผมเลยอยากชวนเวียดนามครับ เพราะเวียดนามนี่เป็นตัวอย่างที่ดีเลย เวียดนามไม่ได้แซงไทย ข่าวดีคือเวียดนามไม่ได้แซงไทยภายในวัน 2 วันปี 2 ปีแน่นอน เพราะช่องว่างมันยังห่างกันมากครับ รายได้เฉลี่ยต่อหัวของไทยเนี่ย 7,000 US ดอลลาร์ต่อคนต่อปีก็ 200,000 กว่าบาทต่อคนต่อปีนะครับ เวียดนามนี่แค่ 4,000 กว่าเท่านั้นเอง ดังนั้นอีกเป็นอย่างน้อย 7 ปีถึง 10 ปีที่เวียดนามจะตามไทยทันนะครับ ปัญหาก็คือทุกคนรู้ความเร็วใช่มย เวลาพูดเรื่องเนี้ย มันเป็นเรื่องของอัตราเร็วในการวิ่งใช่ มั้ครับ ทุกคนเวลากลัวโดนแซงเนี่ย มันคือเพราะรู้ว่าคนที่มาข้างหลังวิ่งเร็ว กว่าใช่มั้ครับ คำถามที่อันนี้ก็การเมืองวัฒนธรรมเหมือนกันเนอะ เวลาเราพูดถึงเวียดนามโตเร็วอ่ะ เรานึกถึงอะไร คิดว่าอะไรเป็นปัจจัย เอ่อ นี่ผมอยากรู้ไม่ไม่มีผิดมีถูกนะ แต่ผมอยากรู้ว่าท่ามกลางข่าวที่เราเห็นวันเว้นวันว่าเวียดนามจะแซงไท้ เอ๊ะเราเคยตั้งคำถามมั้ว่าหรือสื่อมวลชน หรือในสังคมบอกมั้ว่าเวียดนามโตเร็วเพราะอะไร อย่าอยากฟังเอาแบบที่ฟังจากข่าวเลย คิดว่าเวียดนามโตเร็วเพราะอะไร
เพราะว่าบ้านเขาไม่ได้เหมือนมีหนี้ครัวเรือนเหมือนไทยอ่ะค่ะ เหมือนครัวไทยของที่ไทยอ่ะเรามีหนี้ครัวเรือนที่ค่อนข้างสูง แต่ว่าเวียดนามอ่ะค่ะเขาไม่มีเบสตรงนี้ มันทำให้เวลาที่เขาโตแล้วมันสามารถโตได้เรื่อยๆ ไม่มีไม่เหมือนไทยที่นี้ตรงนี้มาขัดขวาง
ขัดขวางโหเ่อเข้าคณะเศรษฐศาสตร์มั้ครับ หรืออยู่รัฐศาสตร์ดีรัฐศาสตร์แล้วโอโอเค ครับ อ่ะมีใครอยากตอบคำถามมั้ยคิดว่าเวียดนามโตเพราะอะไร เอาแบบในข่าวเลยครับหรือความรู้สึกทั่วไปของเราค่ะ
อันอันนี้เอาตามในข่าวนะครับผมว่าภาพจำคนน่ะคือคนเวียดนามขยันทำงานร่วงเวลาทำงานยันดึกยันดื่นแล้วแล้วเหมือนกับเราก็มีความคิดว่าอ๋อเพราะคนเวียดนามเทำงานร่วงเวลาทำงานแบบเกิน 10 ช่โมง 12 125 ชั่วโมงตะวันอย่างเงี้ยเค้าเลยถีบตัวเองขึ้นมาได้ครับ
อืครับ อ่ะมีใครอยากตอบมั้ยครับจากมุมของสื่อมวลชนหรือว่ากระแสที่เราเห็นในสังคมเลย อ่ะครับอ่ะขอใกล้ตัวเลยเป็นคนนั้นโอเค ครับ
อ่า ถ้าเอาตามจากข่าวนะครับคิดตื้นๆเลยก็การเมืองเวียดนามเขาไม่วุ่นวายอ่ะครับ มีแค่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามพรรคเดียวที่คุมฮานอยอยู่ไม่เหมือนกับเราใช่มั้ครับ การเมืองไทยมีพรรคการเมืองเยอะแยะมากมายที่กำลังจะแย่งอำนาจกันอยู่นะครับในเร็วๆนี้ประมาณนั้นครับครับครับอ่ะขอท่านสุดท้ายเดี๋ผมกลับไป
ครับ
ก็ก็คงคิดว่าเรื่องตื้นๆเหมือนกันครับ อย่างเช่นเรื่องของจำนวนประชากรเพราะว่าตามที่ผมเข้าใจแล้วก็เห็นในข่าวอีกรูปนึงก็คือว่าเรามี เอ่อประชาประชากรชาเวียดนามอ่ะครับผมใช่ยังเป็นสาวยังเป็นวัยใช้ตังค์อยู่ทำให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจมีมีการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนภายในประเทศได้เรื่อยๆอย่างเงี้ยครับ
ขอบคุณมากครับผมคิดว่าเวียดนามอ่ะเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทุกคนนึกออกเพราะว่าเราเห็นข่าวกันแทบจะวันเว้นวันเลยเนอะว่าเวียดนามจะแซงไทย แต่ถ้ามองในจริงๆที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย เป็นส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งทั้งนั้นเลยนะครับ คนเวียดนามขยันไม่ได้ aging society เท่าไทยหนี้น้อยอย่างเงี้ย เอ่อ การเมืองมีเสรภาพทั้งหมดนี้คือใจเนอะ แต่ถ้ามองในมุมรัฐนะ ถ้ามองจากมุมรัฐว่ารัฐทำอะไรแล้วเวียดนามถึงตัวไวนะครับ คำตอบมันคือมีการปฏิรูป 2 ครั้งใหญ่ใช่มเราเรียกกันว่าโด๋ยเมยนะ โดยเมยมันมี 1.0 ศูนย์ตอนที่เวียดนามเนี่ยเริ่มเปิดประเทศครั้งแรกนะ เปิดรับระบบตลาดเนอะ จากที่เคยเป็นนาเนี่ย เอ่อ ถ้าเรียกรวมๆกันเราเรียกกันว่าเป็นการปฏิรูป incentive หรือปฏิรูปแรงจูงใจครั้งใหญ่ ลองนึกดูนะครับจากที่เราเคยทำนารวมเนี่ย ก็คือรัฐสั่งมาว่าเราผลิตเท่าไหร่แล้วเราได้รับคืนเท่าไหร่เนี่ย เปลี่ยนแรงจูงใจว่าเอ้เริ่มมีการเป็นเจ้าของได้ละ เริ่มจากในชุมชนบางพื้นที่เราเป็นเจ้าของและเราเริ่มมีส่วนแบ่งของกำไรละ แรงจูงใจมนุษย์มันจะเปลี่ยนไปเนอะ จากที่เคยเราเคยแบบเรียกว่าทำเช้าชามเย็นชามตามที่รัฐสั่งอ่ะ พอเรารู้ว่ามีแรงจูงใจนะ กำลังเข้าสู่ระบบตลาดมีการแข่งขันแล้วอ่ะ แรงจูงใจของเกษตรเองก็เปลี่ยนไปแล้ว ลองนึกภาพนะ ครับอย่างการมีสัญญา STA ที่เป็นการค้าเสรีระหว่างประเทศอ่ะ ก็แปลว่าเวียดนามเนี่ยถูกผนวกเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของซัพพลายchนโลกใช่มย มีการแข่งขันละเอ้ย ข้าวเริ่มส่งออกไปตลาดโลกภายนอกได้นี่นะ แต่รถยนต์ยังต้องนำเข้าอยู่ ไอ้ตรงเนี้ย แรงจูงใจของบริษัทจากที่เรียกว่าทำงานเช้าเช้าชามเย็นชามหรือเป็นของรัฐวิสาหกิจอย่างเดียว พอคุณเริ่มมีการตั้งนะ จากระบบคอมมิวนิสต์ที่ไม่มีตลาดเลย พอคุณเปลี่ยนแรงจูงใจมาสู่ระบบตลาดอ่ะ ช่วงแรกระยะแรกเนี่ย คุณจะมีความอยากหาตังค์อยากหากำไรถูกมั้ครับ ดังนั้นโดยเมื่อย 1.0 ศูนยเลยตอนยุค 1980 จนถึงต้น 2000 เนี่ย มันคือการเปลี่ยนแรงจูงใจของคนในสังคม ของภาคธุรกิจของตัวรัฐเองของตัวนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในเวียดนามทั้ง หมดว่าเรากำลังขยับเข้าสู่ระบบตลาดแล้วนะ คุณสามารถมี Animal Spirit คุณสามารถลงทุน คุณสามารถมีความเสี่ยงแล้วคุณจะได้รับผลประกอบการเป็นกำไรกลับมา คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านเจ้าของที่ดินได้ อันนี้คือการปฏิรูป 20-20 ปีแรกนะครับ มันคือการเปลี่ยนแรงจูงใจครั้งใหญ่ในสังคม แต่ต่อมานะครับ เร็วๆนี้นะครับ ปี 2 ปีที่ผ่านมาเนี่ย เวียดนามเข้าสู่เฟสใหม่ละ เพราะที่ผ่านมาเนี่ยถือว่าโตและได้รับการยอมรับจากต่างชาติละ แต่เวียดนามรู้ตัวดีนะ ครับอันนี้ไม่ทราบว่าได้เห็นข่าวกันมั้ยว่าปี 2 ปีที่ผ่านมาเวียดนามมีการปฏิรูปราชการครั้งใหญ่ ใครได้ยินบ้างครับ ช่วยยกมือหน่อยได้ยินเนาะ มันเป็นข่าวอยู่เนอะว่าพอเราพูดถึงเมื่อย 2.0 ศูนย์แล้วเนี่ย มันเป็นการปฏิรูปราชการครั้งใหญ่ มีการปรับลดโครงสร้างกระทรวงลงมาใช่มั้ย จำนวนจังหวัดก็จะมีการควบรวมใช่มั้ย จำนวนราชการก็จะปรับลดลงใช่มั้ย ทั้งหมดรวมๆเนี่ยมันคือปฏิรูปรัฐมันคือสตรีreฟmครับ มันไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์แบบอ่ะคุณมีอุตสาหกรรมใหม่ถอดด้ามคุณสามารถทำรถไฟความเร็วสูงได้เองทั้งคันไม่ใช่นะครับ พอเรามองให้ลึกดีๆว่าเอ๊ะเวียดนามที่ที่เรารู้สึกว่าเป็นคู่แข่งจะแซงเราอ่ะ เค้าวิ่งเร็วเพราะอะไร คำตอบมันคือระยะแรกเป็นการเปลี่ยนแรงจูงใจมาสู่ระบบตลาดเข้าสู่ซัพพลายchนโลกเข้าองค์การการค้าโลกมีการแข่งขันมีผลกำไร และระยะต่อมาเขารู้ตัวว่ารัฐเขาใหญ่เทอะทะเกินไปจากความสำเร็จช่วงแรกก็เลยนำไปสู่การปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่ที่จะลีนน่ะ คือเหมือนกับช่วงแรกใช่มั้โตไวกินเยอะโตไวกินเยอะผ่านไป 20 ปีรู้แล้วว่ากีนเยอะอย่างนี้ต่อไปไม่มีแรงวิ่งละเขาก็เลยทำ การให้ตัวเองมันลีนขึ้น ดังนั้นขั้นที่ 2 ที่เป็นเฟสสำคัญนะครับที่เพิ่งเริ่มต้นของเวียดนามก็คือ state reformm นั่นเอง ดังนั้นมันไม่ใช่ Magic Bullet หรือยา วิเศษหรืออะไรที่มันดูไฮเทคล้ำๆมากๆนะ โดยเฉพาะถ้ามองจากมุมรัฐนะครับว่าตัวรัฐเวียดนามทำอะไรเนี่ย โอเคมันมีเรื่องเสถียรภาพเรื่องหนี้เรื่องสังคมที่ยังมีเป็นหนุ่มสาวอยู่อะไรเงี้ยประกอบ แต่ถ้ามองจากมุมรัฐเนี่ยมันคือรัฐเขากล้าปฏิรูปครับ และถ้าต้องสรุปมาเป็นคีย์เวิร์ดคำเดียวเนี่ยมันคือ reform มันคือ reform driven growth ซึ่งถ้าใช้คำนี้นะครับ คุณลองถาม AI ก็ได้ หรือลองหา papเปอร์วิชาการก็ได้นะครับ มันคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในจีนมาก่อนแล้ว จีนระยะแรกระยะที่ 2 ที่เติบโตมาก็คือการรีฟอร์มปฏิรูปแรงจูงใจปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่ไง ที่ผมบอกว่ามันน่าสนใจที่จะทำเอ่อการเมืองวัฒนธรรมเรื่องเนี้ยก็เพราะว่าในขณะที่จีนกับเวียดนามที่เป็นตัวอย่างการเติบโตสูงมากๆใน 20 ปีหลังนะ ผมคิดว่าทั่วโลกนะ ไม่ใช่แค่เอเชียนะ ทั่วโลกเวลาว่าถามว่าใครเติบโตไวอ่ะ มันก็คือจีนกับเวียดนามนี่แหละ 20 ปีหลัง แต่ถ้าเราพยายามหาเบื้องหลังปัจจัยความสำเร็จอ่ะ มันคือรีฟอร์มนะ ครับ อันนี้ไปหางานวิชาการอ่านได้มีงานรองรับว่าสุดท้ายมันคือการที่เขากล้ารีฟอร์มรัฐกล้ารีฟอร์มโครงสร้างต่างๆของเขาเอง จนทำให้มันเติบโตได้สูง ในขณะที่พอพูดถึงปากท้องในไทยอ่ะ มันกลับเป็นแต่เรื่องอ่ะ มีโครงการใหญ่หรือเปล่า แจกเงินหรือเปล่า มันกลายเป็นการเถียงกันคนละเรื่อง และผมคิดว่า เอ่อ ถ้าไม่สังคมไม่เปิดรับว่าหรือตั้งคำถามลงไปให้ลึกอ่ะว่าสุดท้ายประเทศที่เรากลัวการที่เขาจะแซงเราเาวิ่งเร็วเพราะอะไร เราเหมือนเราหันไปมองเนอะ แล้วเห็นเวียดนามมาแล้วโอ้โหเฮ้ยรองเท้าเพราะมันใส่รองเท้า Nike รุ่นใหม่นี่หว่า เรามักจะเผลอคิดแบบนั้น พอเวียดนามใส่รองเท้า Nikey รุ่นใหม่ที่ผลิตในประเทศใช่ไหม ถึงวิ่งเร็วกว่าเราต้องรีบไปซื้อรองเท้าละ ไม่ใช่นะครับ แต่เป็นเพราะเขาทำให้โครงร่างกายเขาแข็งแรงเขาวิ่งมาระยะแรกเขาวิ่งแล้วเร็วแล้วแต่เขากินเยอะเอ้วนไปหน่อยน้ำหนักเริ่มเยอะไปเลดลงนะเไปลดน้ำหนักมาจนสามารถวิ่งช่วงที่ 2 คุณไปมองแต่รองเท้ารุ่นใหม่ของเขาเอาจจะใส่รองเท้า รุ่นใหม่จริงแต่ถ้าร่างกายเขาไม่ได้แข็งแรงเค้าก็ไปต่อไม่ได้ไง ดังนั้นคุณจะมองมองสมมุติเป็นคนคนเนี้ยที่ชื่อเป็นคนเวียดนามเาวิ่งเร็วเพราะอะไร แล้วคุณจะถอดบทเรียนจากเขาว่าอะไร สำหรับผมสำหรับพรรคประชาชนมันคือการรีฟอร์ม มันคือการปฏิรูป คำที่มันไม่เซ็กซี่ไม่ตื่นเต้นในสังคมไทยนี่แหละครับ ดังนั้นเราเลยเสนอนะครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่สามย่านมิทาอ่ะ เราเคยเสนอรวมว่าถ้าจะเปลี่ยนประเทศเนี้ย ถ้าจะปรับให้มันดีขึ้นประเทศไทยดีกว่านี้ได้ไปสู่ประเทศ Thai เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเนี่ย อ่ะผมย้ำนะครับ เวลาเราพูดถึงเราเปลี่ยนประเทศเนี่ย เรามันก็เหมือนตัวมนุษย์อ่ะ ตัวคนน่ะ เราอยากเป็นตัวเราในแบบที่มันดีขึ้นและเป็นตัวเราในแบบที่มันดีที่สุด ไอ้ 12 ภารกิจเนี้ยก็ตั้งอยู่บนฐานนี้ หมายความว่าคุณต้องทำตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ คุณต้องทำภาคเกษตรคุณต้องทำsอ ดังนั้นเวลา อ่า สมมุติไปออกสื่อแล้วสื่อถามว่า 5 นาทีที่คุณจะเปลี่ยนประเทศอย่างไรเนี่ย ก็ต้องบอกว่าโอเคก็อาจจะมีนโยบายที่เป็นไฮไลท์มันต้องมีแหละ แต่ถ้ามีเวลาอธิบายและอยากทำความเข้าใจเนี่ย มันคือต้องทำหลายๆด้านไปพร้อมกันจริงๆนะครับผม ยืนยันว่าผมยึดมั่นหลักประชาธิปไตยขอให้ไปเลือกตั้งเลือกพรรคไหนก็ได้แต่อยากชวนคุยเรื่องอนาคต กับดักข้อนึงในสื่อสารมวลชนไทยในโซเชียลมีเดียไทยคือเราคุยกันเรื่องอดีตมากเกินไป เราจริงๆประชาชนควรจะได้เห็นว่าแต่ละพรรคอ่ะ กำลังจะพากำลังจะสร้างประเทศไทยไปสู่อนาคตแบบไหน แล้วคุณก็เลือกแล้วถ้าคุณไม่เห็นด้วยหรือเขาทำไม่ได้อีก 4 ปีคุณก็เลือกใหม่อันนั้นควรจะเป็นกลไกปกติดังนั้นเมื่อเวลานะครับผมก็อยากชวนมาคิดเรื่องอนาคตกันและนี่คือทางไปสู่อนาคตที่ เราอยากเห็นอ่ะ ใครสนใจอยากดูรายละเอียดลอง QR นะครับ ลองสแกนดูก็ได้แล้วลองเข้าไปเรื่องที่เราสนใจ สมมุติคุณสแกนอันนี้คือเพจนโยบายพรรคนะครับ แล้วถ้าคุณสนใจ SME อ่ะ คุณใส่คำว่า SME เลย คุณสนใจเรื่องท่าเรือคุณใส่คำว่าท่าเรือ คุณสนใจเรื่อง gender คุณใส่คำว่า gender คุณสนใจเรื่องเกษตรคุณใส่เรื่องเกษตรจะเห็นว่า นโยบายที่ทำรอบเนี้ยมีความตั้งใจและถ้าเป็นรัฐบาลต่อให้เป็นพรรคร่วมหรือมีพรรคอื่นเอาไปใช้เราก็ยินดีมันเป็นสิ่งที่เราคิดว่าวิเคราะห์ปัญหามาจากรากฐานแล้วก็นำไปสู่ทางออกที่เราอยากให้เห็นนะครับเจอ เข้ากันได้ใช่ไหมครับ ลองเสิร์ชเรื่องที่ตัวเองสนใจอ่ะ ลองเสิร์ชดูนะเดี๋ผมขอเดินถามว่าสนใจเรื่องอะไรแล้วเจอเจอกี่เรื่องเจอหรือเรื่องไหนไม่เจอ เจอยังเจอยังสนใจเรื่องอะไรครับในเรื่องนโยบาย่ะ
อ่ะ เจอมั้เิร์ชเจอมั้
กำลังเข้าค่ะ
ไม่รู้ว่าเป็นปัญหาที่เน็ตหรือที่เพจพรรคเราอ่ะ อันนี้เจอแล้วสนใจเรื่องอะไรครับ
เล่าให้ฟังหน่อยเเสิร์ชคีย์เวิร์ดว่าอะไร
ก็เสิร์ชคำว่าการศึกษาเหมือนกันค่ะ
เจอมั้เจอมั้ย
เจอค่ะ
ลองหาฟังสักข้อ 2 ข้อ
มีจัดระบบการศึกษาไร้รอยต่อ ปฏิรูปรูปศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษ ออกแบบหลักสูตรการศึกษาใหม่
โอเคครับ แล้วก็กดเข้าไปอีกทีมันก็จะมีรายละเอียดให้เห็นนะครับ นี้เจอมั้ครับสนใจคำว่าอะไรครับเสิร์ชคำว่าอะไร
การศึกษาเหมือนกันเหมือนการศึกษาเจอมั้ย เจอเป็น
เจอครับ
อ่านสัก 2 ข้อให้ฟังหน่อยครับ
หู ส่งเสริมหนัง่งเรียนรู้ใกล้บ้านครับ
อ่าครับ แล้วก็มีรายละเอียดเนาะ why how
why ว่าทำไมเรื่องนี้สำคัญใช่มั้ย What ว่าแล้วมันมีอะไรที่ต้องทำ และ how ก็คือไปทำอย่างไรนะครับ อ่ะไหนใครเคำอื่นนอกจาก การศึกษามั้ยครับ มีใครสนใจเรื่องอื่นนี้ เรื่องอะไรครับ
เรื่องทักษะครับ
ทักษะเจอกี่เรื่อง
เจอเรื่อง
อ่ามีเคสของ Y มี 3 เรื่องครับก็วิกฤตทักษะพื้นฐานครับ การลงทุนที่น้อยแล้วก็กระจัดกระจายแล้วก็หลักสูตรไม่ตอบโจทย์ตลาด
ครับ
ครับ
อ่ะ ใครใช้คำอื่นมีใครคำแปลกๆมั้ยคำแปลกๆ สักคำนะ ครับ คำว่าอะไรครับ
คำว่าคนพิการค่ะ
พิการเจอเจอมั้ย
เจอค่ะ มีอาจจะมีคำถามสามารถถามได้มั้ยคะ
อ่านหัวข้อให้ฟัง
หัวข้อเอ่อที่ทางประชาชนเสนอนะคะก็คือเรื่องของการเพิ่มเบี้ยคนพิการแล้วก็การสนับสนุนอุปกรณ์และบริการที่จำเป็นค่ะของคนพิการ
เดี๋ตอนได้ครับ
มีใครเสิร์ชคำแปลกๆมครับผมอยากได้คำแปลกๆ ใครอยากหลุดหาไม่เจออะไรเงี้ย อ่ะทางนั้นนะครับเดี๋ยวเดินไปนะครับ คำว่าอะไรเอ่ย มีส้มไม่ทนโกงปิดทุกช่องโหวกแค่โกงให้ถึงรากคำว่าอะไรเซคำว่าอะไร
อ่าซื้อคำว่าโกง
โกงใช่มั้ครับโอเคขอบคุณครับ
อ่าเห็นมั้ยครับอันเนี้คือความพยายามตั้งใจทำแล้วก็อยากให้นำไปสู่การเมืองแบบใหม่เนอะ เราคิดว่าการเมืองนโยบายเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญและจะเป็นเรื่องที่ผลักดันประเทศไปข้างหน้านะครับ คือมันถกเถียงกันได้อ่ะ เราเรียนรัฐศาสตร์เรียนเศรษฐศาสตร์เราก็รู้ว่าแต่ละนโยบายมันไม่ได้มีผิดมีถูก 100% นะครับ แต่ใช้เงินเท่าไหร่คุ้มค่ามเหมาะกับบริบทเวลามแต่อย่างน้อยอ่ะขอให้มันมีตัวที่เป็นเนื้อเป็นหนังเรื่องนโยบายในการเถียงกันนะครับ ดังนั้นอ่ะฝากเว็บไซต์นี้ไว้ด้วยนะครับ แล้วก็เข้าไปดูได้ว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยจริงๆ กดไลก์ในนั้นก็ได้นะครับ เพราะเขานับอยู่ว่าคุณใครชอบนโยบายไหนแล้วเขาก็จะไปดูว่าฟีดแบคเป็นยังไง แล้วเขียนฟีดแบคไว้ได้ด้วยหรือว่าส่งไปให้คนที่เราคิดว่าสนใจเรื่องนี้ก็ส่งไปต่อให้ได้นะครับ อันนี้ก็เป็นความพยายามตั้งใจทำให้เรียกว่าเป็นการสื่อสาร 2 ทางเนาะ รับฟังฟีดแบคด้วยครับ
ต่อมานะครับ ทีนี้ถ้าต้องไฮไลท์เนาะ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังหน่อยแล้วกันว่าแล้วเรามีมุมมองให้อันสอดคล้องกับหัวข้อที่ตั้งไว้วันนี้ก็จะเป็นเรื่องเศรษฐกิจนวัตกรรมหน่อยนะ ครับ เวลาต้องไฮไลท์อ่ะ เวลาต้องออกสื่อแล้วมีเวลาให้ 3 นาทีอ่ะ ตอนเนี้ยผมก็เลยเลือกเล่านโยบายนี้หวยไปเสร็จมีใครเคยได้ยินแล้วบ้างครับ โอเคมันไปถึงเนาะ ใครเคยไปไต้หวันบ้างใครเจอโหยไปเสที่ไต้หวันมั้ยเก็บคุณรู้เปล่าว่าคุณเก็บมาได้นะ เวลาคุณไปไต้หวันแล้วมันมีinvวiceแล้วมีเบอร์อ่ะ แล้วเราเก็บมาลุ้นได้แล้วมันจะมีคนหน้าห้างหน้าร้านค้าในไต้หวันน่ะ ขอใบเสร็จคุณคนไปไต้หวันเคยเจอคนขอใบเสร็จมั้ย เพราะว่ามันเอาใบนั้น น่ะไปลุ้นต่อได้อันนี้ต้องบอกว่าเราพยายามแก้ SE นี่เป็นด่านหน้าของเศรษฐกิจไทยนะครับ เวลาพูดถึงเศรษฐกิจไม่หมุนเงินไม่มาหมุนไม่คล่องเศรษฐกิจไม่ดีเนี่ย สุดท้าย SME คือหน้าด่าน ดังนั้นถ้าต้องเลือกโฟกัส นโยบาย 200 กว่านโยบายแล้วต้องเลือกใน 3 นาทีอ่ะ เราเลยพยายามโปรโมทเรื่องหวยใบเสร็จ เพราะเราคิดว่า Pin point อย่างนึงของปัญหาตอนนี้นะครับ คนละครึ่งเนี่ยมีผลจริงๆแต่เนี่ยผมเพิ่งไปเดินตลาดช่วยหาเสียงมากับแล้วลองถามพ่อค้าแม่ค้าว่าเป็นไงบ้างคนละครึ่งดีมั้ยดีมากเลยแล้วตอน นี้เป็นไงพอมันหมดแล้วก็หายไปเพราะว่ามัน หมดไปตอนสิ้นปีใช่มั้ยแล้วผมคิดว่ามันมันดีนโยบายเนี่ยมันมันช่วยนะ แต่ว่ามันกลาย เป็นมันมีความเปลี่ยนเกษตรเปลี่ยน SME ให้เป็นเกษตรกรน่ะ คือมันเหมือนรอฟ้ารอฝนมากเกินไปแล้วทุกคนก็จะมาคอยรอลุ้นว่าอ้าวแล้วหวยแล้วคนละครึ่งจะมาอีกทีเท่าไหร่ใครใช้ได้บ้างอะไรอย่างี้เนาะ ใครลงทะเบียนไม่ทันรอบแรกบ้างก็รอรอบ 2 อยู่ อย่างี้ใช่มั้ย พ่อค้าแม่ค้าก็จะรอรอบต่อไป คือเราไม่อยากทำให้มันเราไม่ได้มีปัญหา กับนโยบายนี้ซักทีเดียวแต่เรารู้สึกว่าปัญหาใหญ่กว่ามันคือทำยังไงให้มันกำลังซื้อมันไหลมาสู่รายย่อยอย่างถาวรยั่งยืนกว่า ดังนั้นไอเดียหนึ่งที่เราคิดว่าสำคัญ และทำและต้นทุนไม่สูงเกินไปก็คือหวยใบเสร็จ หวยใบเสร็จหมายความว่าคุณใช้แบบเดิมเลยคุณใช้อัพเป่าตังค์แต่คุณสะสมได้ถ้าคุณสะสมครบบาทคุณจะได้ลุ้นหวย 1 ใบอันนี้เดี๋ไปดีไซน์ออกในรายละเอียดนะครับ อาจจะเป็น 3 ตัวอะไรเงี้ย แล้วก็ไปลุ้นคนได้เท่าไหร่ก็แบ่งกันอะไรเงี้ย เดี๋ยวว่ากันอีกทีในรายละเอียดนะ แต่ไอเดียคือปีนึงเราจะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านแล้วก็มีออกหวย 2 งวดแล้วก็ให้คนที่สะสมซื้อครบ 500 บาทเนี่ย ได้ลุ้น 1 ใบแต่ว่าลิมิตที่ 10 ใบในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าก็สามารถถ้าสะสมการขายระบบเนี้ยหวยใบเสร็จได้ครบ 5,000 ก็ได้ลุ้น 1 ใบเหมือนกันไอเดียของเราก็คือระยะเราคิดก็ระยะสั้นนะครับ เราพยายามจะเปลี่ยนจูงใจพฤติกรรมของคนไทยที่อยากลุ้นโชคอยู่แล้วให้ค่อยๆปรับพฤติกรรมมาซื้อร้านค้ารายย่อยมากขึ้น เพราะทุกคนนะไม่ว่าจะเป็นรวยจนชนชั้นกลางอะไรทุกคนจะมีเรียกว่า commodity หรือสินค้าที่ซื้อรายเดือนอยู่แล้วใช่มั้ครับ กระดาษทิชชู่สินค้าในครัวอาหารอะไรมีอะไรซึ่งจริงๆแล้วมันแข่งกันระหว่างห้างกับร้านค้าท้องถิ่น ดังนั้นอย่างน้อยถ้าเราจูงใจให้คนเนี่ยแบ่งเงินมา 500 แบ่งเงินมา 1,000 นึงในแต่ละเดือน เพื่อมาซื้อร้านค้ารายย่อยเพื่อเดินเข้าตลาดเพื่อซื้อร้านค้าห้องแถวได้เนี่ย แล้วรัฐงบประมาณไม่สูงเนี่ย แล้วไม่ได้บีบ บังคับด้วยนะ มันจะทำให้กำลังซื้อมันค่อยๆไหลมาพฤติกรรมของคนจะค่อยๆเปลี่ยนแต่เขาอยากออกเมื่อไหร่ก็เได้นะครับ หรือห้างจะมีโปรโมชั่นมาแข่งก็แล้วแต่ห้างแต่อย่างน้อยเรามีจูงใจว่าถ้าคุณซื้อร้านค้ารายย่อยคุณจะได้รับประโยชน์มีลุ้นเหล่านี้ ดังนั้นเราเชื่อว่าตัวเนี้ยถ้าต้องเลือกนโยบายมาไฮไลท์เราก็เลยเลือกตัวนี้เพราะเราคิดว่าลงทุนไม่เยอะเป็นไปได้จริงระบบหลังบ้านก็ปรับอีกนิดหน่อยแล้วก็ใช้แอปเป่าตังค์เหมือนเดิมได้แล้วก็จูงใจให้คนมา กำลังซื้อมันกลับมาที่ร้านค้ารายโดยไม่ ต้องรายเล็กรายน้อยโดยไม่ต้องรอคนละครึ่ง นะครับจะใช้บวกกับคนละครึ่งก็ไม่มีปัญหา มันสามารถไปบวกกับเ่อนโยบายอื่นได้เช่นเดียวกันนะครับ
อีกเรื่องนึงที่ผมย้ำตั้งแต่แรกคือเรื่องไอ้จำได้มั้ยย้อนกลับไปกลับที่มันแยกออก จากกันระหว่างการบริโภคกับการผลิตเราเรียกสิ่งเนี้ยว่าหลุมดำหมายความว่าเรามองเศรษฐกิจตอนเนะหลุมดำนี่คือมันเหมือนมันดูดอะไรออกไปใช่มั้ยเหมือนรูรั่วที่มันดูดอะไรออกไปจากเราอ่ะ เศรษฐกิจไทยตอนนี้นะ คุณอัดเงินลงไปมันไม่หมุนเหมือนเดิม เพราะมันมีแต่รูรั่วเต็มไปหมด แพลตฟอร์มเท่าไหร่แล้วแพลตฟอร์ม e-cอมmerce แพลตฟอร์มในไทยเนี่ยปีที่ผ่านมาน่าจะหลักล้านล้านบาทแล้ว สินค้านำเข้าอีกเราขาดดุล 2 ล้านล้านนะครับ เอ่อ นอมินีเงินสีเทาอีกเท่าไหร่ ดังนั้นเป้าหมายแรกที่เราอยากทำใน 90 วันแรกนะครับ มันคือก่อนที่คุณจะอัดเงินลงไปมาหัวลานโหใบเสร็จก็ทำได้เลย แต่คุณต้องทำไปพร้อมกับการอุดรูรั่วหยุดหลุมดำทางเศรษฐกิจให้ได้นะครับเนี่ย คุณโดนต่างชาติตัดราคาต้องย้ำนะครับว่าสิ่งที่ เราต้องการ Bottom Line มันคือ Fair เกม นะถ้าในทางเศรษฐศาสตร์มันจะมีข้อตกเสียงว่าเฮ้ยคุณจะทำไปถึงขั้นปกป้องอุตสาหกรรม ojectionิหรือเปล่าต้องบอกว่าไม่ใช่ สิ่งที่เราต้องการคือ Fair เกมครับ ทุกวันนี้ SME ไทยนะ ถ้าจะขายของนะ สมมุติคุณเป็นสินค้าอุตสาหกรรมเล็กน้อยๆเนี่ย คุณต้องผ่านมอคุณต้องผ่านอย ตรวจมาตรฐานคุณต้องมีใบอนุญาตโรงงาน แต่เขาบอกว่าเขาเจอการแข่งขันที่มันไม่แฟร์ เพราะว่าสินค้านำเข้าเนี่ยมันเข้ามาปรื๊ดแล้วถ้าเจอจ่ายจบก็ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานด้วยซ้ำเต็มนี้เต็มไปหมด มันเลยมีข่าวนะครับตรวจจับเจออแม้แต่นำน้ำยาล้างไตเคยเห็นข่าวมั้ครับ น้ำยาล้างไตไม่ได้มาตรฐานก็มี ผักผลไม้ที่มีสารพิษเต็มไปหมดก็มี อันเนี้มันคือ un faฟร์สิ่งที่เราอยากเกิดในระบบเศรษฐกิจไทยคือ fair เกม fair เกมหมายความว่าสินค้านำเข้าก็ต้องได้รับการเก็บ VI และก็ต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน เหมือนกับที่สินค้าและผู้ผลิตไทยโดนเหมือนกันเป็นมาตรฐานเดียวกันนะครับ ในขณะเดียวกันก็ต้องไปแก้เรื่องนมินีที่เอามาฟอกเงินแล้วก็ตัดราคาด้วยไอ้มันจะมาคู่กันเนมีนอมินีมีการฟอกเงินมีการตัดราคาดัมราคาเนี่ย ดัมราคานี่รู้กันดีว่ามันผิดมาตรฐานสากลนะครับ ใครสายป่านยาวเนี่ยเาพร้อมดัมราคาของให้มันต่ำแล้วถึงวันนึงคู่แข่งรายอื่นหมดไปเขาก็เป็นคู่ครองตลาด เก็ขึ้นราคาได้อันเนี้ยอมมันเป็นเรื่อง ที่ผิดมาตรฐานสากลและเรามีเครื่องมือให้ใช้ครับ AD ถ้าใครเรียนเศรษฐศาสตร์นะมันจะมีตั้งแต่เครื่องมือ anti dumping เครื่องมือSaฟ Guard ที่ใช้ปกป้องได้ต้องบอกว่าประเทศไทยเราแทบจะไม่ได้ใช้สิ่งเหล่านี้เลย หรือว่ากระบวนการนะ ผู้ประกอบการไปร้องนะ 2 ปียังไปไม่ถึงไหนเลยอันนี้ที่เจอจริงนะครับ ดังนั้นกระบวนการเหล่า นี้ต้องเร็วขึ้นต้องทำได้จริงและเอามาใช้ให้เกิดแฟร์เกมให้ได้คุณเป็นนอมินีคุณรู้มั้ยโดนปรับเงินเท่าไหร่ในไทย นอมินีคือแบบถือหุ้นแทนใช่มยคุณคุณไม่ขุดหวานแล้วคุณไม่มีสิทธิ์ทำธุรกิจนี้คุณให้คนไทยมาถือหุ้นแทนแต่คนนั้นไม่ได้ทำอะไรเลยอันนี้เราเรียกว่านคุณรู้มั้ยผิดแล้วโดนปรับเงินเท่าไหร่ 2,000 บาท คุ้มมั้ยโหแล้วใครยังไม่ทำคือราคามันเย้า ยวนขนาดนี้ใช่มั้ครับ ถ้าคุณไม่แก้กฎหมายที่ต้นตอไม่ปรับเนี่ยคุณก็ตามจับเขาไม่ ได้แล้วนอมินีมันก็เลยเยอะขึ้นเรื่อยๆอ่ะ เป็นรัฐศาสตร์ขอพูดเรื่องระบบราชการนิดนึงแล้วคุณรู้มว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องนี้กี่คนในประเทศไทยจับนอมินีเนี่ย คุณรู้ใช่มั้ยว่านอมินีมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆใช่มั้ย เราพูดถึงกันถึงเงินระดับเป็นแสนล้านนะครับที่มันไหลเวียนการฟอกเงินการถือนอมินีถือครองผิดกฎหมายเนี่ยตั้งแต่ที่ดินเ่อตึกแถวร้านค้าระบบธุรกิจต่างๆเนี่ย มีราชการไทยที่ดูเรื่องนี้กี่คนทราบมั้ครับอ่ายกตัวขอใครคิดว่าถึง 100 คนครับ คำตอบคือ 10 คนเท่านั้นนะ มันอยู่ใต้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าการไทยนี่ คุณต้องไปดูว่าเขามีพรบ.อะไรหนุนหลังและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเนี่ยเดิมเขารับหน้า ที่แค่จดทะเบียนไง รับจดทะเบียนการค้าเวลาใครจะทำธุรกิจใครจะจดบริษัทไปจดที่เขาแต่โดยพรบ.ที่พ่วงมาเมีหน้าที่ตอบนอมินีไปด้วยแต่เดิมเขาไม่ได้มีการคนที่จะตามไล่จับนอมินีไง ดังนั้นเวลาพูดเรื่องราชการที่มันอ่ะคนอาจจะเยอะเกินไปมันก็มีบางส่วนในรัฐราชการที่มันตามไม่ทันกับภารกิจในโลกใหม่เหมือนกัน ดังนั้นการปฏิรูปราชการมันจะมีทั้งส่วนที่ขาดและส่วนที่เกินนะครับแต่อันนี้เล่าให้ฟังว่าเรื่อง นมินีเนี่ยค่าปรับ 2,000 มีคนดู 10 คนน่ะ พูดถึงเงินแสนล้านน่ะคุณคิดว่ามันจะไม่ไหลเวียนทั่วประเทศ นะครับดังนั้นเรื่องการกวาดล้างนอมินี เรื่องกำกัดแพลตฟอร์มป้องกันสินค้าต่างชาติไม่ให้มาตัดราคาเรื่องเนี้ยเป็นเรื่องที่เรายืนยันว่า 90 วันแรกต้องส่งสัญญาณต้องทำทันทีข้อดีคือคนสีเทาธุรกิจสีเทาเนี่ยหูไวตาไวเสมอถ้าคุณส่งสัญญาณชัดว่าเอาจริงมีการปราบมีการจับให้เห็นมันจะเบาบางลงครับเหมือนยุคนึงที่ Call Center มันเคยเบาบางลงถ้าปรับจริงแต่ถ้าคุณรู้ว่าอ่อนเมื่อไหร่เค้าก็จะกลับมาทันทีหรือมาในรูปแบบอื่นดังนั้นการเริ่มต้น 90 วันแรกเราจึงย้ำว่าเราต้องเข้าไปแล้วอุดรูรั่วต้องปราบนอมินีต้องปราบสินค้าตัดราคาต้องกำกับแพลตฟอร์มเนี่ยแพลตฟอร์มนี่เป็นอีกเรื่องนึงนะครับที่เป็นธุรกิจยุคใหม่แล้วรัฐไทยนี่ไม่มีความสามารถเข้าไปจัดการเลยทำให้ค่า GP มันสูงขึ้นเรื่อยใครเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์บ้างครับใครได้ไปขายกับเจนนี่บ้างครับใครเคยไปปักตะกร้าบ้างครับรู้ไหมครับว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ GP นี่มันขึ้นไป 20-30% แล้วนะครับ แล้วบางที 2-3 เจ้าเนี่ยหัวกันราคาขึ้นพร้อมกันอย่างเงี้ย หรือเขาบังคับให้ต้องขนส่งของเขาใช่มั้ย อันเนี้ยเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายมาตรฐานการแข่งขาการแข่งขันทางการค้าสากลทั้งนั้นแต่ที่ไทยกลับทำได้โดยเสรีนะครับ ดังนั้นเวลาเราพูดว่าฟรี market อย่างสิงคโปร์ฟรี market เนี่ยจริงๆมีกฎเรื่องการแข่งขันที่มันเป็นธรรมอยู่ของ เราเนี่ยมันฟรี beyond เอีกนะ คือกลายเป็นว่ารายใหญ่ขึ้นราคาพร้อมกันบังคับให้คุณใช้ขนส่งของเขาอย่างเงี้ยมันผิดมาตรฐานการค้าสากลทั้งนั้นอันนี้ต้องไปแก้พรบ.แข่งขันทางการค้านะครับซึ่งก่อนสภาไปเนี่ยเราก็ทำอยู่แล้วก็พร้อมถ้าเป็นรัฐบาลก็หยิบขึ้นมาวาระ 2 ต่อได้เลยอันนี้ต้องไปตามเปลี่ยนตัวกฎหมายให้มันตามให้ทันกฎหมายแพลตฟอร์มต่างๆนะครับ
อ่ะ แต่ระยะกลางที่อยากเล่านะครับตะกี้เล่าเรื่องหัวใบเสร็จมาแล้วเล่าเรื่องอุดหลุมดำหลุดรู้ร่วงมาแล้วเนาะ ต้องบอกว่าเป้าหมายระยะกลางเนี่ย เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องชวน SM มีเท่าผมย้ำคีย์เวิร์ด Verb คำว่าชวนนะครับ การที่ดึงคนหรือ SE หรือธุรกิจเข้าระบบภาษีเนี่ย มันเหมือนคุณสร้างโรงแรมสักโรงแรมนึง แต่คุณไปบังคับให้คนมาเข้ามาไม่ได้ คุณมีหน้าที่ที่จะทำให้ระบบโรงแรมเนี่ยมันน่าอยู่คุ้มค่าพอที่คุณจะจ่ายเงินเข้ามา ปัจจุบันนะครับ SE ไทยนักธุรกิจไทยไม่มีใครอยากจ่ายภาษีหรอกครับ เพราะเห็นแต่การใช้เงินแบบสุรุยสุราษฎร์ของรัฐใช่มั้ยของตัวราชการของฝั่งการเมืองที่ผ่านมา ดังนั้นระยะกลางที่มันต้องทำมันคือการชักชวนให้ SM เข้าระบบ ซึ่งคนละเครื่อง เอ่อหวยใบเสร็จเนี่ยก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เราพยายามจะขาขยายด้วยครับ อย่างขอบตอนเนี้ยถ้าใครทำ SME จะรู้ มันจะมีขอบเพดานรายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปีอยู่แล้วไปดูพตกราฟนะครับว่าประเทศจำนวนบริษัทในไทยมีรายได้เท่าไหร่อ่ะ มันจะค่อยๆสูงขึ้นมาเรื่อยๆจนถึง 1.7 7 ล้านบาท แล้วจำนวนมันจะหายไปเลย เพราะคนก็จะไปแตกบริษัทเพราะไม่มีใครอยากเกิน 1.8 เพื่อไปเข้าระบบ VI เข้าระบบภาษีซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้บางทีเวลาคุยกับราชการจะบอกว่าอยากดึงคนเข้าภาษีเนี่ย คุณเริ่มอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ คุณต้องเริ่มจากการทำระบบให้มันน่าอยู่น่าเข้าก่อนเหมือนเวลารัฐพยายามจะทำตลาดทีไรอ่ะ มันไม่เวิร์คหรอกเพราะมันไม่น่าเข้ามันไม่น่าอยู่ ดังนั้นคุณต้องขยายฐานเพดาน VI จาก 1.8 แบให้เป็น
3.6 2 ก็คือเรื่องการหักสิทธิค่าใช้จ่ายทุกวันนี้นะครับ เวลาเขาหักค่าใช้จ่ายเนี่ยเขาหักได้แค่ 60% แปลว่ามันอยู่บน assumption ที่ว่าคุณทำกำไรได้ 40% น่ะ ซึ่งในทุกวันนี้แทบไม่มีธุรกิจไหนนะ ใหญ่แค่ไหนที่จะทำกำไรถึง 40% แล้วนะครับถ้าไม่ได้ผูกขาดนะ ทำกำไรถึง 40% เนี่ย ดังนั้นเราเลยเสนอว่าชวนเขาเข้ามาระบบแล้วขยายสิทธิในการหักภาษีจากรายได้เป็น 90% เพราะคุณทำกำไรได้ 10% ในทุกวันนี้เป็นการทำธุรกิจที่เก่งมากแล้วนะครับ
แล้วก็มีอัตราภาษีเหมาด้วยนะครับ และอีกที่สำคัญอย่างนึงก็คือเราอยากให้ SME เนี่ยได้รับประโยชน์จากการที่เขาจ่าย VAT เข้าระบบ ทำยังไงครับ ก็คือเราจะมีส่วนคูปองที่คืนให้เขา แต่ว่าขอให้เลือกแพ็คเกจว่ามันจะยกระดับให้ SME ให้ตัวคุณเองอ่ะดีขึ้นได้อย่างไรในปีถัดไป แต่คุณเลือกได้นะ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง อันนี้มันจะมีลักษณะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับธุรกิจกับประชาชนเลย อันนี้เป็นโมเดลใหญ่และเล่าที่อื่นไม่ได้เลย ต้องมาเล่าคณะรัฐศาสตร์นี่แหละ คือเปลี่ยนระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ธุรกิจและประชาชนนะ แต่โดยไอเดียก็คือเราให้เอกชน SME เนี่ยเข้าระบบแล้วเลือกได้ว่าเขาอยากเอาเงินชดเชย 50,000 บาทไปทำอะไร เช่น บางบริษัทนะ ไปจ้างระบบบัญชี บัญชีนี่เป็นต้นทุนที่แพงมากสำหรับ SME นะครับ ใครไม่ทำธุรกิจอาจจะไม่รู้ แต่มันเป็น pain point เลย เข้าระบบบัญชีนี่คุณจ่ายอาจจะจ่ายเป็น 100,000 บาทต่อปีเลย ไม่มีใครอยากเข้า แต่ถ้ามีเงินชดเชยตรงนี้แล้วรัฐตรวจสอบ verify ให้บริษัทอ่าทำบัญชีเข้ามาช่วยเนี่ย มันลดราคาได้ มันเพิ่มแรงจูงใจได้ บาง SME ที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรนะ อยากได้มาตรฐาน GAP มากเลย แต่มันไม่มีแรงจูงใจสักทีเนี่ย อันเนี้ยรัฐให้คูปองส่วนคืน แต่ว่ามีให้เลือกว่าไอไปเข้าระบบพัฒนาให้บริษัทเนี่ยเข้าระบบ GAP แล้วเอาสินค้าเกษตรไปขายได้ดีขึ้น บางบริษัทเป็นเรื่องระบบ POS หลังบ้านก็มี บางบริษัทอยากหาตลาดออนไลน์ก็ได้ หลักการก็คือเราอยากให้ธุรกิจเหล่านี้เลือกได้เองครับว่าเขาอยากเอาไปพัฒนาอะไรกับตัวเขา
ดังนั้นโดยหลักการนะครับ เป้าหมายระยะกลางต้องบอกว่าเราอยากชักชวน SME เข้าระบบ แต่ต้องเริ่มจากการทำระบบให้มันน่าเข้าก่อน น่าดึงดูดก่อน และเป็นจริงก่อนนะครับ ดังนั้นตัวเลขและการออกแบบหนี้ก็พยายามคิดบนฐานนี้ว่าจะทำยังไงให้ระบบมันน่าอยู่ แล้วความช่วยเหลือของรัฐต่อ SME ในอนาคตมันจะค่อยๆตรงจุด ตรงจุดมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว SME ก็สามารถเอาไอ้ระบบเนี้ยไปยื่นขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน หวยใบเสร็จเนี่ยสุดท้ายมันจะเป็นหลักฐานสำคัญในการแสดงให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีธุรกรรมที่ดี คุณมียอดขายที่หมุนเวียนเพียงพอที่คุณจะได้รับสินเชื่อนะครับ แล้วก็เราก็จะก้าวข้ามระบบที่แต่ละบริษัทต้องทำ 2 บัญชีบ้าง 3 บัญชีบ้าง ผ่านไปได้นะครับ
ที่เหลือนะครับ อันนี้แล้วแต่ผมเล่าให้ฟังเร็วๆแล้วกันว่าแน่นอนการลงทุนครั้งใหญ่ยังทันอยู่ครับ แต่วิธีลงทุนแบบเราเนี่ย เราจะเน้นไปที่เอ่อ pain point บางจุดเลยที่ประเทศไทยอ่ะ ยกตัวอย่างแล้วกัน อย่างรอบที่แล้วเนี่ย ผมคิดว่าสิ่งนึงที่พรรค น่าจะพูดได้ว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกันก็คือเขาจะทำ land bridge ใช่ไหม land bridge ก็คือมีตรงนี้แล้วก็เชื่อมตรงชุมพรระนองเนี่ยให้มีระบบอ่าเรือมาขนของขึ้นใช่มั้ย มันมีรถไปรถบรรทุกไปอ่าเรือมารับอีกทางนึง ต้องบอกว่า pain point เนี่ยเราเห็นเหมือนกันว่า pain point ของการส่งไปทางอันดามันเนี่ยมีปัญหาและเป็นศักยภาพของไทย เห็นปัญหาเดียวกันแต่อย่างที่บอกนะครับว่าการเมืองมันคือการเสนออนาคตและ solution คนละแบบ เราเห็น pain point เดียวกันไม่ได้แปลว่าเราเห็นด้วยกับ solution ของเขา Solution ที่เราอยากเสนอคือปรับปรุงท่าเรือระนองที่มีอยู่แล้ว ท่าเรือระนองมีอยู่แล้วนะครับ เป็นท่าเรือที่ไม่ได้น้ำลึกมาก เป็นท่าเรือที่เรือขนาดปานกลางเนี่ยขนของเข้ามาได้ ปรับปรุงให้มันดีขึ้น ยกระดับ เติมความดิจิทัลเข้าไป เพราะเป้าหมายของการส่งออกฝั่งอันดามันเนี่ยมันคือไปตลาดใหม่ที่อินเดีย ซึ่งเรือขนาดกลางมันจะเพียงพอในการขนทางไปที่จีนเนี่ยพอจะขึ้นไปบังกลาเทศก็ได้ ใกล้กว่าจะไปเมียนมาร์ก็ได้ แต่จุดเป้าหมายหลักของการเปิดการค้าฝั่งอันดามันมันคือคุณไปให้ถึงจีนให้ได้ ซึ่งเราคิดว่าเป็น solution ที่เป็นจริงกว่าการทำ land bridge ที่บริษัทคือบริษัทเรือนะครับ ไม่มีใครตีรถเปล่านะ คนขับแท็กซี่คนขับตุ๊กตุ๊กไทยอาจจะยอมตีรถเปล่านะครับ คือไปขาเดียวแล้วคุ้มขาก็อาจจะไม่มีคน แต่เรือใหญ่เรือโลจิสติกส์ไม่มีใครตีเรือเปล่าแน่นอน เพราะต้นทุนมันมหาศาล ดังนั้นคุณขอแค่ถ้ามีของจากไทยลงมา หรือของที่มาจากฝั่งอ่าวไทยแล้วสามารถส่งออกไปทางจีนได้เนี่ย คุ้มแล้วที่จะทำ ดังนั้น mega project ของพรรคประชาชนก็มี เราเห็นปัญหาเหมือนกัน เราเห็น pain point เดียวกัน แต่ Solution ที่เราเสนอ เราคิดว่ามันเหมาะกับสถานการณ์ และคุณไม่ต้องไปขุดท่าเรือใหม่แล้ว ท่าเรือระนองมีอยู่แล้วไปปรับปรุงให้มันดีขึ้น ไปยกระดับ ไปเติมระบบโลจิสติกส์ให้มันดีขึ้นนะครับ ดังนั้นก็ย้ำว่าโครงการใหญ่เราก็ทำ แต่เรามี Solution ที่ชัดเจนอีกรูปแบบนึงที่อยากให้คนเห็นว่ามันตอบโจทย์ระยะสั้นได้เร็วกว่าด้วยนะ เพราะคุณทำ land bridge นี่มันอีกนานกว่าคุณจะเสร็จนะ อันนี้สามารถเริ่มต้นทำปีแรก ปรับปรุงแล้วเริ่มใช้ได้เลยนะครับ
อีกเรื่องนึงที่อยากเล่าให้ฟังก็คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเนอะ พอมาถึงอินเดียแล้วอยากเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้นะครับ เวลาเราพูดถึงความร่วมมือระหว่างระหว่างเศรษฐกิจ มีใครเรียน IR บ้างครับในนี้ ภาค IR ยกมือหน่อย โหเต็มเลยนะครับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจยุคนี้นะครับ มันเปลี่ยนไปนะ ความร่วมมือมันไม่ใช่แค่ว่า 2 ประเทศผู้นำไปจับมือกันนะ อ่ะผมยกตัวอย่าง 4 ข่าวให้ฟัง ข่าวแรกเวียดนามเนี่ยจะทำ Smart City Smart City โดยบริษัท Sumitomo ของญี่ปุ่นไปลงทุนทั้งเมือง Sumitomo คือ 1 บริษัทนะ เป็นบริษัทเครือข่ายใหญ่ของญี่ปุ่น มีธนาคารมีอะไร แต่เป็นบริษัทของญี่ปุ่น ไปลงทุนในเวียดนามเพื่อทำ Smart City นี่คือบริษัทไปทำ Smart City เมืองนึงในอีกประเทศนึงนะ ทางขวา Temasek ของสิงคโปร์ ธนาคาร HSBC ของอังกฤษนะครับ แล้วก็ประเทศออสเตรเลียในฐานะรัฐบาลร่วมกันลงทุนในกองทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวในเอเชีย นี่คือ Temasek ซึ่งเป็นกึ่งๆ อ่า เป็นกึ่งๆ รัฐวิสาหกิจนะครับของสิงคโปร์ ร่วมกับ เอ๊ะ ธนาคารเอกชน เอ๊ะ ร่วมกับประเทศออสเตรเลีย เพื่อจะทำ Green Fund ร่วมกัน เริ่มงงมั้ครับ คืออยากจะบอกว่าความสัมพันธ์ในโลกทุกวันนี้ทางเศรษฐกิจมันจับมือกันได้เยอะมาก อย่าไปคิดว่ามันต้องเป็น nation to nation อย่างเดียว มันมี private to public เมือง to เมืองกับประเทศอ่ะ อีกตัวนึงอย่างนึงนะครับ ด้านล่างซ้าย Disney Disney นี่ซึ่งเป็นของอเมริกาใช่มั้ครับ จับมือกับบริษัท Samsung ของเกาหลีเพื่อไปลงทุน K-drama ในญี่ปุ่น อ่ะ งงมั้ย บริษัทอเมริกา กับ Samsung ของเกาหลี แต่ไปทำตลาดญี่ปุ่นนะ ก็เป็นไปได้ อ่ะ อันที่ 4 ญี่ปุ่นในฐานะประเทศเองนะ ญี่ปุ่นในฐานะประเทศวางแผนที่ทำไอ้สายใยแก้วนำแสงเพื่อการสื่อสารแบบ High Speed เนี่ย ไปทดสอบ ไปทำศูนย์ทดสอบ ไปทำวิจัยที่สิงคโปร์ อันนี้ประเทศทูประเทศนะ ประเทศกับประเทศ แต่ว่าทำในโครงการที่ลงรายละเอียดระดับสายใยแก้วนำแสงอ่ะ เคเบิลใยแก้วนำแสง 4 ตัวอย่างเนี้ย ไม่เคยอยู่ในข่าวไทย และเป็นสิ่งที่ผมคิดว่ากระทรวงต่างประเทศไทย ภาคเศรษฐกิจไทยจินตนาการไม่ออกเลย มันจับมือกันหลายทิศทางเต็มไปหมด แต่นี่คือโลกใหม่ครับ นี่คือโลกใหม่ครับ อาจารย์จิตติพัฒน์ การต่างประเทศที่เชื่อมกับเศรษฐกิจเนี่ย มิติมันต้องหลากหลายขึ้น มันถึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากโลกยุคใหม่ได้ และถ้าเรายังทำการทูตทำเศรษฐกิจแบบเดิมอยู่ แบบที่เราเป็นเนี่ย เรายังคิดถึงแค่ว่าเราจะเอาข้าวไปเทรดขายกับเขา ซึ่งทำได้นะครับ ไม่ผิดไม่ปัญหา แต่มันมีมิติอื่นๆให้คุณเลือกทำ ที่มันสอดคล้องอ่ะ ผมยกตัวอย่างนะ คุณคิดว่าสินค้าจีนขายในไทยได้เนี่ย ปัจจัยนึงมันเป็นเพราะเขามี warehouse ถูกมั้ย ทุกวันนี้เวลาเราซื้อของออนไลน์ เราอยากได้เร็วใช่มั้ย ผมก็เป็น เราซื้อแล้ว 2 ชั่วโมงมาส่ง เอาวะกูกดเลย รอ 2 วันไม่รอแล้วใช่ไหมั้ครับ แต่เขาทำได้เพราะอะไร เพราะเขามี warehouse อยู่ในไทยถูกมั้ย เขามีของที่พร้อมรอส่งใช่มั้ย คุณไม่ต้องรอ pre-order ใช่ไหม ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ในต่างประเทศ สินค้าไทยก็ไม่มีวันไปถึง ดังนั้นอีกนโยบายย่อยของเราอันนึงในการช่วย SME ไทยนะครับ คือทำให้ SME ไทยสามารถใช้ประโยชน์ utilize แพลตฟอร์มออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน โดยการที่รัฐไปหนุน PPP ไปให้เอกชนร่วมลงทุนทำ warehouse ในต่างประเทศเพื่อสินค้าไทย คุณนึกภาพนะ ถ้ามันไม่ ถ้าคนมาเลอยากกินทุเรียนไทยอ่ะ แล้วคุณไม่มี warehouse คุณไม่มีห้องเย็นน่ะ คุณไม่มีทางส่งได้ทันทีอ่ะ มันรอเวลาแล้วมันมีคู่แข่งร้ายอื่นมา แต่ถ้าคุณมี warehouse ที่ผู้ที่รัฐบาลไทยร่วมกับเอกชนไทยไปร่วมลงทุนในมาเลเลย แล้วสินค้าอื่นในไทยก็สามารถส่งผ่านแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วนะ รัฐไม่ต้องไปทำแพลตฟอร์มเอง แต่มี warehouse ที่ไปตั้งไว้รอ เท่านี้มันก็จะเพิ่มโอกาส อันนี้ควรจะเป็นบทเรียนที่เราเห็นสินค้าจีนมาตีตลาดไทยนะครับ หมายความว่าเราต้องทำ warehouse ถ้าภาษาธุรกิจเขาเรียกว่า local fulfillment ถ้าคุณไม่ทำสิ่งนี้ ในต่างประเทศคุณไม่มีวันเปิดตลาดในโลกยุคใหม่ได้ การเปิดตลาดตลาดในโลกยุคใหม่ไม่ใช่แค่ว่าผู้นำรัฐมนตรีไปจับมือกัน อันนั้นมันอาจจะได้แค่ครั้งเดียวเป็น one time one off แต่ถ้าคุณอยากเปิดตลาดให้มันมีช่องทางไหลต่อเนื่องเหมือนโลกออนไลน์ทุกวันนี้ เหมือนที่เราโดนสินค้าต่างชาติเข้ามาตี คุณต้องมี warehouse อย่างน้อยเป็นตัวพื้นฐานเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ได้นี่นี่ยังไม่นับนะ คุณลองนึกภาพคุณใส่ชื่อบริษัทไทยสิครับ ทำไมไม่มีบริษัทต่างชาติมาทำ Smart City ในไทยอ่ะ ญี่ปุ่นไม่รักไทยแล้วเหรอ ไม่ใช่เพราะเราไม่เคยคุยกับเขาเรื่องนี้เลย เราไม่เคยชักนักชวนบริษัทใหญ่ๆญี่ปุ่นมาทำ Smart City เลย เราไปคิดถึงแต่เรื่องแบบ mega project ใหญ่เกินไป ซึ่งต้องทำนะ แต่เราไม่เคยคิดภาพย่อยความเป็นไปได้อื่น มันมีความเป็นไปได้ทางการต่างประเทศ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศยุคใหม่ อีกเยอะ
อีกหนึ่งนโยบายที่เราพูดนะครับ เราเลยใช้คำอันนี้เป็นคำของพรรคเราเองนะครับ เราใช้คำว่า Look North for Joy Technology, Look South for Niche Markets. Look North คือ East Asia. East Asia เนี่ย เราควรจะมองหาพันธมิตรที่จะทำเศรษฐกิจใหม่ร่วมกัน ผมอยู่ญี่ปุ่นมานาน ผมรู้ว่าคนญี่ปุ่นเนี่ยรักไทยมาก รักประเทศไทย แต่ชอบชวนคุยเรื่องอดีต ทุกคนจะบ่นว่าทำไมไม่ดูแลรถสันดาบเขาเลย ทำไมรถสันดาบญี่ปุ่นจะไปต่อไม่ได้แล้ว โอเค อันนั้นมีเรื่องที่ต้องทำนะ อันนั้นคุยได้ยาว ผมมีรายงานเป็นเล่มชัดเจน แต่สิ่งที่ผมอยากชวนญี่ปุ่นคุณคุยคือ แล้วจะลงทุนอนาคตอะไรร่วมกันดี แต่เราจะชวนใครมาลงทุนอะไรในอนาคตนะครับ ระดับประเทศนะ เราต้องรู้ pain point เขาก่อน แต่ละประเทศมี pain point ไม่เหมือนกัน Pain point ของญี่ปุ่นคือไม่ค่อยมีพื้นที่ทดลองครับ แล้วรถยนต์ Next Generation Automobile นะครับ มันคือรถยนต์ไฮโดรเจนกับรถยนต์ Self-autonomous อ่ะ รถที่มันขับเคลื่อนเอง แต่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีพื้นที่ทดลองในการทดลองระบบรถที่ขับเคลื่อนเอง แล้วไม่มี เชื่อผมเถอะ ไม่มีประเทศไหนที่เหมาะกับการทดลองรถขับเคลื่อนไร้คนขับที่ประเทศไทยอีกแล้ว เพราะคุณจะเจออะไรบ้างครับ ฝนตก น้ำท่วม หลุม ส้อม มอเตอร์ไซค์ตัดหน้า เด็กแว้น 2 แถวข้างหลัง แล้วเซ็นเซอร์มันจะงงมากเลยนะ ว่าเอ๊ะ เด็กแว้น 2 แถวนี้เขาเดินหรือเขา ยืนหรืออะไร แต่เชื่อนะครับ ไม่มีที่ไหนที่เหมาะกับการทดลอง Self-autonomous หรือ Autonomous Driving รถยนต์คนขับเคลื่อนไร้คนขับเท่าประเทศไทยอีกแล้ว อันเนี้ยควรจะเป็นพื้นที่ทดลอง เอาชวนญี่ปุ่น ชวนบางบริษัทมาก็ได้ หรือชวนกลุ่มญี่ปุ่นก็จะมีเป็นกลุ่มสหพันธ์ธุรกิจรถยนต์อย่างเงี้ย ชวนมาแล้วเลือกบางพื้นที่บางจังหวัดของเราเป็นสถานที่ในการทดลองร่วมกัน ตกลงสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้าเลยว่าถ้าทำแล้ว พัฒนาได้แบ่งสิทธิบัตรแบ่งผลประโยชน์กันอย่างไร เกาหลีใต้ก็มี pain point คนละแบบ เกาหลีใต้เนี่ย pain point ของเขาคือเค้ากระจุกตัวอยู่ในเวียดนามสูงมาก บริษัทอย่าง Samsung เนี่ยจ้างงาน 100,000 160,000 คนเฉพาะ Samsung บริษัทเดียวนะ เพราะเขา มองหาความเป็นไปได้อื่นไม่ได้ ดังนั้นโจทย์ของเรากับเวียดนามเนี่ย ไม่ใช่ไปแทนที่เขา แต่จะหาจุดที่เกาหลีสามารถลงทุนบางส่วนใน supply chain เช่น สมมุติ iPhone เอ่อ โทรศัพท์จะทำ iPhone หรือ iPad รุ่นใหม่บางรุ่นบางอุปกรณ์มาทำที่ไทยได้หรือเปล่า แล้วไปอยู่ในส่วนร่วมกับ supply chain เวียดนามนะครับ ดังนั้นโดยไอเดียก็คือหาจุดร่วมที่แต่ละประเทศเนี่ยมี pain point อยู่ และใครสามารถไปเสริมได้
อีกเรื่องนึงนะครับ Look South for Niche Market. มีใครดูซีรีส์ Y บ้างครับ ใครเป็นแฟนซีรีส์ Y บ้าง สาว Y มีมั้ย ไม่มีเลยเหรอ คุณรู้มั้ยว่าคนบราซิลกับคนลาตินอเมริกาชอบซีรีส์ Y ไทยมากรู้ใช่มั้ย คนในวงการรู้ใช่มั้ย อันนี้เป็นตลาดที่มีศักยภาพที่เราไม่เคยไปเปิดแบบเป็นระบบเลย ผมเพิ่งคุยกับผู้ประกอบการในวงการซีรีส์ Y ไทยไป เขาบอกว่าเขาต้องออกเงินเองเพื่อไปหาตลาด ทั้งๆที่ตรงนี้มีศักยภาพสูงมาก การหา niche market ในโลกปัจจุบันเนี่ย มันคือความเข้าใจตลาดที่มันเป็น Global Niche ข้อดีที่จีนแข่งไทยไม่ได้คือคนในวงการรู้ใช่มั้ยครับ จีนทำละคร Y โดย Official ไม่ได้ ดังนั้นยังไงไทยมีศักยภาพในการตีตลาด Y โลกอยู่แล้ว แต่ตลาดใหม่มันอยู่ที่ลาตินครับ ดังนั้นคุณมองหาลาติน คุณจะเอาแต่สินค้าเกษตรนะ คุณต้องไปสู่ creative product ให้ได้ อันนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ว่าการมองหาสิ่งเหล่าเนี้ย มันเป็นเรื่องของการหาจุดที่มันเสริมกันได้นะครับ
ผมเหลือเวลาเท่าไหร่นะเลยแล้ว อ่าเดี๋ยวผมไปเร็วๆแล้วกันนะครับ ยังไงทุกคนมีเว็บไซต์อยู่ในมือเนอะ ผมอยากจะปิดด้วยเรื่องนี้แล้วกัน เรื่อง อ่าที่ตอบโจทย์เรื่องนวัตกรรมนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เป็น passion ส่วนตัวด้วยนะครับ ตั้งแต่สมัยไปเรียน ผมไปเรียน Cambridge ก็ด้วย passion ส่วนตัวเรื่องเสือตัวที่ 5 นี่แหละครับ เด็กรุ่นนี้น้องรุ่นนี้ยังใครเคยได้ยินคำว่าเสือตัวที่ 5 บ้างครับ มันคือยาแก้ไอ ใช่มั้ยครับ มันคืออะไรนะครับ สักอย่างใช่มั้ย อะไรสักอย่าง เอ๊ะ รุ่นนี่ทันมั้ย เคยได้ยินมั้ย มันคืออะไร เสือตัวที่ 5 >> มันคือประมาณว่าตอนเนี้ยคือมีเสือ 4 ตัว แล้วก็คือญี่ปุ่น เกาหลี จีน แล้วก็ประเทศไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าประเทศไทยก็คือเราอ่ะ มาแรงแซงทางโค้งจนจะเป็นเสือตัวที่ 5 อยู่แล้ว แต่เราดันตกม้าตายอะไรสักอย่างนึง ทำให้เราอาจจะยังไม่เป็นเสือตัวที่ 5 >> อ่าๆๆ เข้าใจสตอรี่เดียวกันใช่มันคือเรื่องประมาณนี้อ่ะ แต่ 4 ประเทศมันจะมี ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี ไต้หวันนะครับ แต่ว่าของไทยเนี่ย มันเคยได้รับการขนานนามว่า The Fifth Tiger เป็นเสือตัวที่ 5 ที่เกือบๆจะวิ่งแซงเขาตามไปกับขบวนเขา แล้วอยู่ๆก็หายไปนะครับ มันคือสตอรี่นี้เลยนะ เสือตัวที่ 5 กับเศรษฐกิจเนี่ยนะ มันต้องพูดเรื่องการเป็นผู้มาทีหลังเนอะ นี่คือภาพเกาหลีกับญี่ปุ่นเมื่อย้อนกลับไปนะครับ ทศวรรษ 60-70 เนี่ย ทุกประเทศไม่ต่างกันหรอก มันต้องเริ่มจากการเป็นผู้มาทีหลังทั้งนั้นนะครับ เศรษฐกิจไทยก็ไล่ตามมานะ นี่ผมเอาไทยเทียบกับอินโด ฟิลิปปินส์ เวียดนามนะ ไทยอยู่บนเลยใช่มั้ย ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกใช่มั้ย โลกไหน คุณรวยหรือเปล่า คุณเป็นคนรวยหรือเปล่า ขึ้นกับว่าเราเทียบกับใครใช่มั้ยครับ พอเราใส่กราฟเกาหลี อันนี้ผมใส่แค่เกาหลีเข้ามาประเทศเดียวเนี่ย ก็จะเห็นว่าไทยลงมาอยู่ในกลุ่มเดียวกับอินโด ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อ้าว ตะกี้ยังดูห่างกันอยู่เลย เป็นสเกลหลอกตาเนอะ นักเศรษฐศาสตร์เก่งมากในการทำสเกลให้คุณงงนะ พอคุณใส่เกาหลีเข้ามาปุ๊บ อ้าวกายที่เหลือเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมดเลยใช่มั้ย ปี 2510 นะครับ พ.ศ. 2510 เป็นปีสุดท้ายที่คนไทยรวยกว่าคนเกาหลีใต้ คนไทยเคยรวยกว่าคนเกาหลีใต้นะครับ แต่จนถึงปี 2510 หลังจากนั้นเกาหลีใต้กระโดด แล้วก็แซงค่าเฉลี่ยแซงไทยจนกลายเป็นประเทศรายได้สูง เป็นเสือไป ผมขอ 10 นาทีสุดท้ายนะครับ อยากเล่าให้ฟังว่าแล้วจะฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ได้ยังไงนะครับ เสือตัวที่ 5 เนี่ยเหมือนจะตายไปละ แต่ผมคิดว่าถ้าอีก 5 ปีข้างหน้าเราฟื้นเนี่ย ยังมีโอกาส แต่ 5 ปีข้างหน้านะ อีก 5 ปีถ้าเศรษฐกิจไทยไม่กลับมานะ เสือตัวที่ 5 จะกลายเป็นตำนานพื้นบ้าน เราเคยได้ยินนิทานพื้นบ้านไทยใช่มั้ยเ่อมีอะไรบ้างนะ จันตโครภ ต่ออะไรเนี่ย เสือตัวที่ 5 นะ ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นกลับมา 5 ปีข้างหน้า เสือตัวที่ 5 ก็จะเป็นหนึ่งในเรื่องเดียวกับเรื่องเล่าจันตโคลพหรืออะไรของไทยนี่แหละว่า เฮ้ย มันเคยมีอะไรสักอย่างแล้วมันก็หายไป แล้วมันก็จะจบปัญหา ไม่ใช่ว่ารัฐไทยรัฐบาลไทยไม่เคยทำนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมนะ ครับ ทำมาเรื่อยๆ แต่หลังจากประสบความสำเร็จในการทำยานยนต์สันดาบแล้ว หลังจากนั้นเราแทบไม่ประสบความสำเร็จอะไรอีกเลย เพราะอะไร ถ้าต้องสรุป 1 รูปนะครับ ผมจะใช้รูปนี้ มันคือเรากลัวตกขบวน คนไทยเนี่ยกลัวตกขบวน พอมีขบวนเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามานะ เรารู้สึกว่าเราอยากให้เขามาผ่านหน้าบ้านเรา เราก็เลยลดแลกแจกแถมให้ BOI เว้นภาษีให้เงินอุดหนุนด้วยอ่ะ ขอให้ผ่านรถมาหน้าบ้านเราเหอะ แล้วเราทำอะไร ครับ เราก็เข้าไปเซลฟี่กับเขา ถ่ายกล้อง กล้องหน้า ขอเซลฟี่กับขบวนเทคโนโลยีหน่อย แต่ไม่ได้ขึ้นไปด้วยกับเขานะ เขาไม่จอด 1 คือเขาไม่ค่อยจอด 2 คือเขาขนคน ขนของ ขนเทคโนโลยีของเขามาเอง แล้วเขาก็ผ่านหน้าบ้านเราไป Hard disk ที่ใจก็เป็นอย่างงี้ วุบ EV ก็คล้ายๆอย่างนี้ วุบ ผ่านแล้ววุบ เราได้ไปนิดหน่อย ไปขายน็อต ไปขายที่ดินบ้าง ฟุบ และถ้ายังคิดแบบเดิมอยู่ มันก็จะเกิดกับ Data Center มันก็จะเกิดกับในอนาคตถ้ามี Quantum Technology ถ้าคุณยังคิดยังทำแบบเดิม มันก็จะเป็นแบบนั้น คือเราไม่สามารถไปมีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ได้เลย ข้อเสนอของพรรคประชาชนนะครับก็คือ 1 นะ กลับมาดูตัวเองก่อน กลับมาตั้งหลักให้ดีก่อนว่าอุตสาหอุตสาหกรรมไทย อุตสาหกรรมนี่มันมีความสำคัญในฐานะเป็นฐานของความสามารถในการแข่งขันนะครับ เวลาเราพูดเรื่อง competitiveness ที่วัดกันทั่วโลก แล้วมีผลต่อนักลงทุนจะมาไม่มารายได้จะสูงไม่สูงเนี่ย มันพูดกันเรื่องอุตสาหกรรมภาคการผลิตนี่แหละ พอภาคการผลิตเนี่ยมันสร้างนิคมอุตสาหกรรมทุกที่นะ ตลาดข้างหน้าขายดีหมด เพราะคนในนิคมถ้ามีรายได้มั่นคงจากอุตสาหกรรมเนี่ย มันจะส่งต่อรายได้ไปภาคเกษตร ไปภาคบริการ ไปร้านค้าทั่วพื้นที่นะ ครับ มันจึงมีความสำคัญอยู่ อุตสาหกรรมไทยมีหน้าตาเป็นยังไง ผมสรุปเป็นรูปเดียวว่า มันคือ K-shape เคยได้ยินคำว่า K-shape ใช่มั้ย Khai-shape หมายความว่าไอ้ข้างบนกับข้างล่างมันถ่างกันออกไปเรื่อยๆ เหมือนขา 2 ขาของตัว K อขาบนนี่คือชื่อฝรั่ง Data Center, Hard disk, EV อะไรพวกเชื่อฝรั่งทั้งหลายแหล่เนี่ย เป็นอุตสาหกรรมที่ดูเหมือนทรงออกเยอะ แต่ว่านำเข้าก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ทำให้สัดส่วนมูลค่าที่ตกในประเทศมันไม่ได้สูงมาก ส่วนขาล่างเนี่ยจะเป็นอุตสาหกรรมที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่มานานนะ เครื่องประดับ เครื่องจักรกลเกษตร ของเล่น เครื่องดินเผา พวกเนี้ยหลายส่วนยังขายไปอเมริกาได้อยู่นะครับ และการที่เขาอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันเนี้ย คือคนที่เก่งแล้วฝากคลื่นจีน ฝากคลื่นเวียดนาม ฝากคลื่นโควิดมาได้ แต่รัฐบาลไหนๆไม่เคยเหลียวแลเลย เพราะทุกรัฐบาลเนี่ยเข้ามาแล้วอยากจะเซลฟี่กับอุตสาหกรรมข้างบนหมดเลย อุตสาหกรรมข้างล่างมันไม่เท่ แต่มันเป็นแหล่งการจ้างงานทั่วประเทศ และผมยืนยันว่าเราสามารถออกแบบ growth model ดีๆให้มันลดความเหลื่อมล้ำได้ ถ้าคุณอัดเงินไปหนุนแต่ข้างบนนะ ความเหลื่อมล้ำในประเทศไม่มีวันลด เราจะทำยังไงที่จะทำให้มันมี growth model เศรษฐกิจโตด้วยและลดความเหลื่อมล้ำได้ด้วยนะครับ คำตอบของผมคือเราต้องเปลี่ยนวิธีคิด ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมไทยครับ วิธีเดิมเนี่ยเราเรียกกันว่าเป็น Product Champion Product Champion แปลว่าเวลาคุณจะทำอะไรอ่ะ คุณอยากให้เขามาทำในไทยทั้งหมดทั้งแผงทั้งยวง อย่างตอนเราคิดกับ EV คิดอย่างงี้ เราคิดกับ EV ว่าไทยอยากเป็น EV Hub ใช่มั้ย เราก็พยายามจะเฮ้ย ขอให้ทุกคนมาผลิตในไทย ตั้งแต่น็อต ตั้งแต่ล้อ ตั้งแต่แบตเตอรี่ ขอให้ทำในไทย เราจะรู้สึกภูมิใจ เรากลายเป็น EV Hub ได้ แต่ต้องบอกว่ายุทธศาสตร์เนี้ยที่เรียกว่า Product Champion เนี่ย มันไม่เป็นจริงต่อไปแล้ว ในโลกทุกวันนี้ โทรศัพท์ของคุณน่ะ คุณดูโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทุกคนดิ ถามว่าต้นกำเนิดมันมาประเทศเดียวเหรอครับ ไม่มี ไม่ว่าจะ เป็น iPhone เอ่อ Samsung หรือแม้แต่ Huawei ไม่มีหรอกครับที่มันมาจากประเทศเดียวอ่ะ iPhone เนี่ย Design in California ใช่ม. ถ้าคุณซื้อมากล่องก็จะเขียนว่า Design in California ซึ่งหมายความว่าที่เหลือผลิตที่อื่นทั้งหมด ถูกมั้ย ชิปมาจากไต้หวัน อ่า บางส่วนของจออาจจะมาจากเกาหลี ญี่ปุ่น ผลิตขั้นสุดท้ายไปประกอบเนี่ย อาจจะใช้มือคนอินเดีย คนจีน คนเวียดนามก็ได้ แต่โทรศัพท์เครื่องนึงเนี่ย แต่ละประเทศจะเก่งกันคนละแบบ และนั่นคือยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมที่มันควรเป็นครับ อย่าไปฝันถึงการผลิต iPhone หรือทำรถไฮโดรเจนทั้งเครื่อง ไม่มีทางแล้ว คุณจะเก่งตรงจุดไหนใน supply chain ให้ได้ เราเลยเสนอนะครับ ผมไม่ลงรายละเอียดแล้วกัน แต่มันมี 3 ชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ แทนที่จะคิดเป็นโด่งทั้งคันทั้งลำ เราหาชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้เจอที่ประเทศไทยจะเก่งจนโลกขาดไม่ได้ มีศักยภาพอยู่แล้ว 3 ตัวนะครับ คือ Sensor คือ Power Shift คือ Photonic และ 3 ตัวนี้สามารถช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเก่าด้วย อันนี้นะครับ ถ้าย้อนกลับไปนะ อุตสาหกรรมไทยมันเป็น K-shape อยู่ ถ้าคุณส่งเสริมเป็น Component Champion หรือเป็นยุทธศาสตร์ชิ้นส่วนยุทธศาสตร์นะ คุณนึกภาพนะครับ เรามี ถ้าใครไปแถวบางโพจะเห็นยังมีโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ทำเตียงอยู่ คนไทยยังทำสิ่งทอยังทำเตียงอยู่นะครับ และยังพอขายได้ แต่ราคามันเริ่มลดลง การแข่งขันมันเริ่มสูงขึ้น เตียงเตียงอันนึงเป็นเตียงไม้เนี่ย 5,000 บาท แต่ถ้าคุณติดเซ็นเซอร์ให้เตียงได้ เซ็นเซอร์เนี่ยมันจะวัดความชื้น วัดอุณหภูมิ ดูแผลกดทับได้ ถ้าคุณติดเซ็นเซอร์ให้เตียงเมื่อไหร่ จากเตียงมูลค่า 5,000 มันจะกลายเป็นเตียงมูลค่า 50,000 บาทไปต่อในโลกใหม่ได้ ดังนั้นวิธีที่จะดึงอุตสาหกรรมเก่าของไทยให้ไปต่อได้ เติบโตด้วย ลดความเหลื่อมล้ำด้วยนะครับ ถ้าให้สรุปเป็นรูปเดียวผมจะสรุปมันเป็นรูปของการมีเตียงเก่าที่เราทำได้เนี่ย ติดชิปติดเซ็นเซอร์ให้เขาแล้วมันไปต่อได้ในอุตสาหกรรมในโลกใหม่ นั่นคือบทสรุปยุทธศาสตร์ของเราที่จะพักโลกเก่าไปต่อโลกใหม่ก็มีทางไป เพราะเราจะสามารถผลิตนักออกแบบระบบเซ็นเซอร์มันทำได้หลากหลายมากนะครับ Power Shift เนี่ยอยู่ในเครื่องปรับอากาศทุกเครื่อง เครื่องปรับอากาศไทยนะ ผลิตไทยผลิตเครื่องปรับอากาศปีละเกือบ 20 ล้านเครื่อง ข่าวดีนะครับ ข่าวร้ายคือ Power Shift ที่สำคัญที่จัดการพลังงานในแต่ละเครื่องปรับอากาศในแต่ละแอร์แต่ละเครื่องเนี่ย นำเข้าหมดเลย ถ้าสามารถเปลี่ยนตรงนี้มาเป็นการผลิตแล้วเรามีนักออกแบบพร้อม ถ้าคุณเพิ่ม demand ให้เขาเสสามารถ อ่าวิศวกรไทยถ้าเรียนปีจบปี 4 แล้วมีงานทำเก็พร้อมเรียนกำลังค้นก็จัดไปได้ ดังนั้นเราเลยเสนอว่าเลิกคิดถึงการทำ Product Champion แบบเดิม กลับมาทำ Strategic Component ทำชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ส่งเสริมแล้วมันจะได้ทั้งอุตสาหกรรมเก่าและอุตสาหกรรมใหม่ไปต่อด้วยกันได้นะครับ แน่นอนคุณต้องออกแบบระบบ เอ่อกลไกเซเป็นระบบนิเวศเนอะไม่ใช่หนุนแค่บทเรียนอย่างนึงคือจากความล้มเหลว หรือการไม่ค่อยประสบความสำเร็จของ EV คือ เราหนุนแต่ด้านเราไปช่วยแต่เราไม่มี supply เลยเนี่ย กว่าจะสร้างห้องศูนย์ทดสอบ ผ่านไปแล้ว 5 ปีนะ EV มาวิ่งเต็มไปหมดโรงงานกว่าจะสร้างศูนย์ทดสอบให้เราสามารถทดสอบ EV และผลิตอะไรในประเทศยังไม่มาเลย ดังนั้นตั้งแต่ Day one ที่คุณหนุนอุตสาหกรรม strategic component 3 ชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ เราจะเริ่มต้นทำห้องแล็บพัฒนาคนไปพร้อมกันเลยนะครับ เพื่อเป้าหมายปลายทางของเรานะ คืออุตสาหกรรมเก่าก็มีชีวิตใหม่ แล้วก็ปักธงอุตสาหกรรมไทยใน supply chain โลกด้วย นี่คือ อันนี้คือ passion ส่วนตัวผมไป Cambridge ด้วยเรื่องนี้ กลับจากญี่ปุ่นมาประเทศไทย ด้วยเรื่อง เป็นสิ่งที่อยากทำ อยากฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ให้ประเทศไทยเนี่ยกลับมาวิ่งแข่งได้ แล้วก็เสือตัวที่ 5 ไม่กลายเป็นตำนานพื้นบ้าน ขอบคุณครับ >> ค่ะต้องขอขอบคุณอาจารย์ต้นมากๆนะคะที่ ช่วยบรรยายนะคะว่าพรรคการเมืองพรรคประชาชน ปีนี้นะคะได้มีนโยบายรวมถึงมีการมองถึง ปัญหาประเทศไทยยังไงบ้างนะคะเชื่อว่าตอน นี้้นะคะผู้ชมหลายๆคนก็อาจจะมีคำถามถามนะ คะที่อยากจะถามต่อหลังจากนี้นะคะแต่ว่ารอ สักครู่นะคะเดี๋ยวเราจะได้เปิดโอกาสให้ กับทุกคนได้ถามคำถามอย่างแน่นอนนะคะขอ เป็นคำถามจากทาง MC ก่อนแล้วกันนะคะก็ จากที่ เราฟังมาทั้งหมดเลยนะคะจะเห็นว่า นโยบายหลายๆอย่างค่ะจะต้องไม่ว่าจะเป็น นโยบายหวยใบเสร็จนะคะหรือว่านโยบายที่ เป็น เอ่อท่าเรือระนองรวมถึงหลายๆอย่างเลย เป็นไหนเป็นหนึ่งในโปรเจคที่มีการใช้งบ ประมาณที่จำนวนมากนะคะทีนี้ค่ะก็จะสอด คล้องกับที่ทางอาจารย์อาจารย์ต้นเนี่ยพูด มาว่าประเทศไทยเนี่ยจะมันจะต้องมีการ ปฏิรูปเกี่ยวกับเศรษฐกิจนะคะหรือว่าใน ประเทศไทยคำถามที่อยากจะถามอาจารย์ต้นค่ะ คืออาจารย์คิดว่าสิ่งที่ประเทศไทยค่ะ จำเป็นต้องปฏิรูปมีด้านอะไรบ้างแล้วก็ใน การที่หากพรรคประชาชนน่ะค่ะได้เป็นรัฐบาล ในครั้งนี้คิดว่าจะมีแนวทางในการปฏิรูป แนวทางยังไงบ้างค่ะ >> เอ่อทุกคนในที่นี้รู้จักคุณไพศิริกัญญา ใช่มั้ยครับนึกภาพคุณใหม่นะตอนที่เรา เถียงกันทำรายละเอียดงบประมาณเล่มนี้นะ ครับ ในเบื้องหลังนะคุณไหมศิริกัญญาจะมาพร้อม โน้ตบุ๊คแล้วก็เปิด Excel แล้วก็กางให้เราดูว่าทุกคนทุกคนคะแผนการ คลังระยะปานกลางมันเป็นอย่างนี้ค่ะการขาด ดุลอย่างนี้ค่ะและดังนั้นทำให้ปี 70 คุณ เข้าไปเนี่ยปีนึงเรามีงบประมาณประมาณ 3 จ 3.7 ล้านล้านนะงบประมาณแผ่นดินนะครับ 3.7 7 ล้านล้านฟังดูเหมือนเยอะใช่มั้ยแต่ เงินที่ใช้ได้จริงๆที่เอาไปทำนโยบายของ ไม่ว่าคุณจะเป็นรัฐบาลพรรคไหนนะมันไม่ เท่านั้นหรอกครับเพราะคุณมีงบประจำใช่ มั้ยคุณรายจ่ายค่าจ้างอ่าข้าราชการเท่า ไหร่ใช่มั้งบที่มันผูกพันมาที่คุณซื้อต่อ อ่าสร้างตึกไว้ต้องจ่ายดอกเบี้ยอะไรต่อเม อะไรทำให้ปี 70 ถ้าเข้าไปนะครับไม่ว่า รัฐบาลไหนก็ตามเพดานเรียกว่า space public budget space ที่คุณใช้ได้ 690,000 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นไอ้เล่มนโยบายนี้้นะครับต้องบอกว่า คิดมาภายใต้กรอบเงินที่คุณไหมศิฎีกันยามีไว้ให้ก็คือ มาจากแผนการคลังระยะปานกลางของกระทรวงการ คลังนี่แหละครับแต่เราคิดบนฐานนี้ตั้งแต่ แรกทำให้ตอนคิดเรื่องเช่นเรื่องสวัสดิการ การปรับลดตัวเลขเกิดขึ้นเพราะอะไรงบ ประมาณที่ไปด้านต่างๆมันเปลี่ยนไปเพราะ อะไรจากปี 66 นะครับก็เพราะว่ากรอบเงิน มันหายไปจากปี 6 เยอะมากปี 66 เนี่ยตอน นั้น budget space เยอะกว่านี้ประมาณ เกือบ 300,000 ล้านแต่พอเรียกว่ามันดึง เงินจากอนาคตไปใช้กันใช้ดอกเบี้ยใช้นู่น ใช้นี่นะครับปี 70 ไม่ว่าใครจะเข้าไปเป็น รัฐบาลงบประมาณปีต่อไปเนี่ยมันจะเหลือแค่ 690,000 ล้านดังนั้นเอ่อนโยบายที่เราคิด มาทั้งหมดเนี่ยก็คิดภายใต้กรอบนี้และอัน นี้คือความเป็นจริงทางการคลังเลยว่าสุด ท้ายคุณจะใช้เงินไปกับอะไรบ้างครับ >> โอเคค่ะก็คือทางพรรคได้มีการวางแผนมาแล้ว เรียบร้อยว่าในความเป็นจริงเนี่ยงบประมาณ ที่ถ้าเกิดว่าได้เป็นรัฐบาลเนี่ยจะมีงบ ประมาณให้บริหารจัดการเท่าไหร่บ้างแล้วก็ พรรคเ่อนโยบายทุกอย่างที่คิดมาเนี่ยก็คือ อยู่ภายใต้กรอบในความเป็นไปได้แล้วถูก ต้อง >> ใช่แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่เปลี่ยนนะนี่คือ แบบคุณเข้าไปแล้วคุณจะเจอความจริงนี้แต่ การปฏิรูปก็ยังต้องทำต่อเช่นการไปรีด ลดไขมันการใช้เงินส่วนเกินเนี่ยมันจะทำ ได้ในปีต่อๆไปนะครับแต่ถ้าคุณเริ่มไปปุ๊บอ่ะ เจอข้อจำกัดนี้ก่อนแล้วไปรีดแล้วปีต่อไป มันจะเพิ่มขึ้นได้ครับ >> โอเคค่ะขออีกสัก 1 คำถามจากทาง MC นะคะ เนื่องจากว่าตัวดิฉันเองรวมถึงหลายๆคนใน ห้องนี้นะคะก็เป็นนักศึกษาแล้วก็บางคนก็ อาจจะใกล้เรียนจบแล้วค่ะ 1 ปัญหาปัญหาที่ หลายๆคนเครียดมากรวมถึงตัวดิฉันเองที่ เครียดก็คือปัญหาเรื่องการว่างงานหลังจาก การที่เรียนจบระดับชั้นมหาวิทยาลัยค่ะมี หลายๆคนพูดเยอะมากเลยว่าช่วงนี้หางานยาก จริงๆก็บ่นกันมานานแล้วนะค่ะอยากจะสอบถาม ทางอาจารย์ต้นค่ะอาจารย์คิดว่าทางพรรคนะ คะมีนโยบายที่จะมีการแก้ปัญหาการว่างงาน ของนักศึกษาที่เพิ่งจบนะคะหรือว่าการ reskill อัพskill สำหรับแรงงานวัยทำงานที่ไม่ได้อยู่ใน ระบบโรงเรียนแล้วยังไงบ้างค่ะเพื่อให้ไม่ ถูกทิ้งไว้ข้างหลังค่ะ >> ครับขออนุญาตขึ้นสไลด์ให้กลับไปทีได้มั้ ครับเพราะว่ามันจะเป็นส่วนที่ข้ามไปเลย แต่ข้ามไปพอดีตะกี้แต่ว่ามีส่วนที่คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญนะครับ อ่าครับเดี๋ยวผมกดกลับ เรื่องรีสกิลเป็นอีก 1 เรื่องนะผมเล่าให้ ฟังไปแล้วว่าเวลาใส่เรื่องนี้เข้าไปในรัฐ ราชการไทยเนี่ย อ่าปัญหามันคือปัญหามันคือทุกคนแค่รัฐ ราชการไทยรับงบไปปีละเป็นหมื่นล้านเลยนะ เรื่องรีสกิลคนแต่ว่าพอคุณไปใช้แบบเดิม เนี่ยทำให้มันอ่าไม่ได้สกิลตามที่ต้องการ นะครับดังนั้นโดยไอเดียของเราเนอะ อันนี้จะคล้ายๆเออผมข้ามเรื่องรัฐ แพลตฟอร์มไปนะตะกี้บอกว่าจะเล่าเรื่อง เอ่อรัฐกับประชาชนนิดนึงแต่อันเนี้ยเป็น ตัวอย่างที่ดีครับถือว่าได้ตอบโจทย์ไป พร้อมกันเลยเนาะว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนกับภาค ธุรกิจเนี่ยเราอยากให้เปลี่ยนไปโดย เราไม่รู้หรอกว่าแต่ละคนอยากมีสกิลอะไร แต่ละคนสามารถเลือกได้ดังนั้นแทนที่รัฐ เองรัฐคงจะเป็นผู้ดูแลแพลตฟอร์มกลางให้มี แพลตฟอร์มขึ้นมาในการรีสกิลแล้วให้เอกชน ไทยเข้ามาแข่งกันเสนอบริการแล้วคุณก็ได้ รับคูปองไปอ่า 2,000 บาทหรือ 5,000 บาทก็ ได้นะครับคุณเลือกได้ว่าคุณอยากไปพัฒนา ทักษะไหนที่เหมาะกับคุณและเหมาะกับปีนี้ และมีบริการที่แข่งกันด้วยนะครับผมคิดว่า อันเนี้ยเป็นการเปลี่ยนความสัมพันธ์ใหม่ แล้วผมอยากยกตัวอย่างให้มันใกล้ตัวขึ้นนะ เวลาพูดเรื่องรีสกิลนะครับอย่าไปคิดว่ามัน ไกลตัวมากนะคุณรู้มั้ว่าหมอนวดในไทยนี่ เยอะมากแล้วเขาไม่ได้อยากจบชีวิตแค่หมอ นวดนะคุณเป็นหมอนวดเนี่ยถ้าคุณสามารถนวด ผู้สูงอายุได้ราคาคุณเพิ่มค่าจ้างคุณ เพิ่มถ้าคุณนวดผู้ป่วยกายภาพได้ราคาคุณ เพิ่มนวดนักกีฬาได้หรือถ้าใครเ่อเป็นแม่ เนี่ยจะรู้ว่าตอนเมันจะมีการนวดเปิดท่อ น้ำนม ที่หาคนมานวดยากมากเพราะมันต้องใช้ทักษะ เฉพาะแต่มันเป็นทักษะที่ต่อยอดมาจากการ นวดของคุณนี่แหละแต่แม่บ้านไม่สามารถหา ที่ไปเรียนหรือไม่มีต้นทุนในการไปเรียน ช่างไฟเหมือนกันครับต่างจังหวัดทุกวัน เนี้ยจริงๆแล้วมีช่างไฟเขาเรียกว่าสารพัด ช่างเนี่ยเต็มไปหมดเลยแต่เขาอยากเก่งช่าง คอมเขาไม่รู้จะไปทำที่ไหนรัฐไม่ควรจะไปทำ เองครับรัฐไปให้คูปองแต่ละคนแล้วแต่ละคน เอาไปเลือกเองเลยว่าอยากเก่งเรื่องอะไร แล้วก็มีแพลตฟอร์มอย่างสมมุติเป็นแบบนี้ นะครับเหมือนแอปพลิเคชัเลยคุณเปิดมือถือ มาแล้วมันมี 10 แอปพลิเคชัแล้วคุณเลือก ว่าเฮ้ยปีเฉันรู้สึกว่าฉันต้องไปเก่ง AI จริงๆแล้วว่ะไม่งั้นตามเขาไม่ทันเอ้ยฉัน รู้สึกว่าฉันอยากเก่ง Excel แต่บางคนเป็น วิศวะมาแล้วอยากไปเขียนโค้ดดิ้งก็ควรจะมี สิทธิ์เลือกแม่บ้านก็สามารถเลือกให้ตัว เองไปจากหมอนวดธรรมดาไปเป็นหมอนวดนักกีฬา ได้เราอยากทำมหกรรมคนไทยทุกคนรู้สึกว่า อยากเก่งขึ้น แล้วลองนึกภาพนะครับอันนี้จริงสามารถ สร้างเอได้ด้วยนะสิงคโปร์เนี่ยเกิด Education Tech หรือ Startup ด้าน tech เยอะมากเพราะว่าโครงการสกิลฟิวจอร์ที่เขา เข้าไปทำอันนี้ก็เหมือนกันครับมันจะทำให้ เอกชนมาแข่งกันเสนอบริการแล้วรัฐก็คอยคอย ติดตามไม่ให้เกิดการคอร์รัปชัคอย verify ว่าเป็นผู้ให้บริการที่เรียกว่ามีทักษะมี ความสามารถเพียงพอที่ให้บริการผมเชื่อว่า นะครับอันนี้เชื่อเลยว่าแล้วมันเกิด สำเร็จในอินโดกับสิงคโปร์มาละไทยมันไม่ สำเร็จเพราะมันรัดเข้าไปทำหมดเลยคุณไม่มี ทางไปเองกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วคุณ เก่งกลับไปตลาดได้แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ใหม่ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบนี้ใหม่นะครับ มันถึงจะเกิดขึ้นได้แล้วเราใช้ความ สัมพันธนี้กับเรื่องอื่นด้วยครับขอขาย เรื่องแก้หนี้นิดนึงตะกี้น้องพูดเรื่อง หนี้เนาะคนไทยเป็นหนี้เยอะแต่หนี้คนไทย ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆเนาะใครมีเพื่อนหรือ ใครมีประสบการณ์ตรงเนอะเดือนเนี้ยวันที่ 2 คุณต้องโปะหนี้ก้อนนี้วันที่ 4 คุณต้อง โปะหนี้หนี้ในระบบหนี้นอกระบบธนาคารรัฐ ธนาคารเอกชนไม่มีทางที่รัฐจะเข้าไปช่วย ได้ที่ผ่านมาการแก้หนี้ของไทยไม่ค่อย สำเร็จเท่าไหร่นะครับคืบหน้าบ้างแต่ไม่ ค่อยสำเร็จเพราะเขาไปแก้ได้เฉพาะธนาคาร รัฐ ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะกู้ธนาคารรัฐส่วนนึง แต่ไปกู้ธนาคารอื่นมาโปะแล้วมีบัตรเครดิต มาโปะแล้วเราเลยอยากเปลี่ยนความสัมพันธ เหมือนกันมีคูปองแค่หนี้ให้แล้วคุณเป็น ลูกหนี้อ่ะคุณเลือกผู้ให้บริการที่เป็น หมอหนี้มาช่วยคุณได้แล้วหมอหนี้เนี่ยเข้า ไปช่วยเจรจาปรับโครงหมอหนี้จะมีความถนัด เฉพาะทางถ้าคุณเป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะมัน จะมีหมอหนี้บางแบบที่มาเสนอบริการคุณว่า เขาจะไปช่วยปรับโครงสร้างรัฐกับธนาคาร แห่งประเทศไทย verify ว่าคนเนี้ยทำได้ถูก ต้องได้รับการรับรองมี certificate แล้ว ถ้าหมอหนี้เขาช่วยคุณได้นะเขาจะมีส่วน incentive ที่ได้เงินเพิ่มเป็นแรงจูงใจ เรียกว่าเอาให้ตลาดทำงานไอเดียทั้งเรื่อง นี้ครับแก้หนี้พัฒนาทักษะยกระดับเกษตร ช่วย SM เนี่ยหลักการเดียวกันเลยคือเอกชน เป็นผู้ให้บริการและแข่งกันรัฐ verify ความถูกต้องตรวจสอบคอร์รัปชัให้ระบบ มาตรฐานแล้วก็ให้คูปองประชาชนเป็นคนเลือก ได้ดังนั้นนี่คือไอเดียพื้นฐานเดียวกัน ครับ >> ก็คือเหมือนว่าจะมองให้ตัวพรรคอ่ะครับ รัฐบาลเนี่ยเป็นเหมือนตัวกลางก็คือสมมุติ เหมือนเป็นแพลตฟอร์มก็คือระหว่างเป็น Customer กับ Customer ติดต่อกันเองแต่ ว่าตัวรัฐเนี่ยเป็นตัวกลาง >> คุมให้มันไม่โกงกันอะไรเงี้ยให้มันเป็น ให้มีการแข่งขันกันด้วย >> โอเคค่ะได้ค่ะก็คิดว่าน่าจะมีประมาณนี้นะ คะก็เดี๋ยวเราจะเปิดคำถามให้กับเอ่อทุกๆ คนในที่นี้นะคะได้ตอบคำถามกันเดี๋ยวเราจะ ถามคำถามทุกคำถามทีเดียวนะคะแล้วก็ให้ อาจารย์ต้นเนี่ยรวบตอบทีเดียวนะคะก็ในที่ นี้มีใครอยากสอบถามคำถามตรงไหนสามารถยก มือได้เลยค่ะเดี๋ยวเราจะเดินไปยกมือข้าง ไว้ได้เลยค่ะเดี๋ยวท่านแรกนะคะท่านที่ 1 นะคะเดี๋ยวรบกวนเอ่อแนะนำตัวสั้นๆแล้วก็ ถามคำถามได้เลยค่ะ >> อ่าครับผมสวัสดีครับอาจารย์เอ่อผมชื่อกฤต นะครับก็เป็นนักศึกษาที่นี่นักศึกษา BIR ปี 2 นะครับซึ่งคำถามผมก็อาจจะไม่ได้ เกี่ยวกับ IR อาจจะเกี่ยวกับเรื่องเอ่อขน ส่งมวลชนซะมากกว่าเพราะว่าเอ่อผมก็เห็นใน เรื่องของอ่าการทำเมกโปรเจคอ่าการทำเอ่อ รถไฟเพิ่มอะไรอย่างี้ทีนี้เนี่ยผมก็ขอ อภัยก่อนเลยนะฮะที่คำถามมันจะยาวเพราะว่า เอ่อไหนๆก็เป็นเวทีที่แบบค่อนข้างวิชาการ แล้วก็ขอแบบเป็นคำถามลึกๆหน่อยนะครับอ่ะ ก็ผมสังเกตว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่เนี่ย ยังดูกล้าๆกลัวๆที่จะพูดเรื่องการใช้ภาษี มาอุดหนุนส่วนขนส่งสาธารณะแบบเต็มเม็ด เต็มหน่วยยังติดกับดักความคิดแบบneลิบer นะฮะที่มองว่ารัฐทำขนส่งเนี่ยต้องคุ้มทุน หรือว่าห้ามขาดทุนแต่เวลาเราเทงบประมาณ เอ่อสร้างถนนเนี่ยเยอะแยะมากมายปีละแสน ล้านเนี่ยรัฐก็อนุมัติง่ายๆเลยโดยไม่ต้อง มาถามจุดคุ้มทุนเหมือนกับรถเมล์หรือรถไฟ ทำไมเราถึงยอมให้ ขสมก. หรือว่า รพท. เนี่ยต้องแบกหนี้จนล้มเหลวทั้งๆที่หนี้นั้น เนี่ยจริงๆแล้วมันเป็นเอ่อต้นทุน สวัสดิการที่รัฐควรจ่ายเพื่อแลกกับ distributive justice นะฮะไม่ใช่ปล่อย ให้เจ๊งเพื่อหาข้ออ้างแปรรูปให้เอกชนเข้า มาทำแทนเอ่อผมเลยอยากถามว่าพรรคประชาชน กล้าที่จะรื้อวิธีคิดนี้มั้ครับกล้ายืน ยันมว่ารัฐต้องเป็นผู้กำหนดมาตรฐานราคา และคุณภาพปิดประตูการหากำไรบนความเป็น อยู่ของประชาชนการคิดราคาค่าตรวจโดยสาร ไม่ควรอยู่บนพื้นฐานของกำไรขาดทุนแต่ให้ มองว่าเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานแล้วก็ โบนัสนิดนึงนะฮะก็คือคืนอำนาจให้ ขสมก. สามารถวิ่งรถได้ทุกเส้นทางโดยไม่ติดล็อค สัปทานเอกชนเพื่อดึงราคาค่าตั๋วลงมาให้ ต่ำเพื่อประชาชนจริงๆขอบคุณครับผม >> โอเคค่ะอันนี้เป็นคำถามแรกนะคะเดี๋ยวเรา จะถามคำถามทีเดียวนะคะแล้วก็ให้อาจารย์ ต้นตอบนะคะสำหรับคำถามถัดไปมีใครสนใจอยาก ถามมั้คะด้านหลังค่ะด้านหลังเหมือนเดิม ค่ะแนะนำตัวสั้นๆนะคะแล้วก็ถามคำถามได้ เลยค่ะ >> สวัสดีค่ะก็โอปอนะคะจากคณะสังคมสงเคราะห์ ภาคนโยบายสังคมค่ะเอ่อจากที่เมื่อกี้ได้ ลองเสิร์ชในเว็บของพรรคประชาชนนะคะใน เรื่องของคีย์เวิร์ดคำแปลกจริงๆไม่ได้มอง คำว่าคนพิการเป็นคำแปลกแต่ว่าเพราะทำงาน กับคนพิการก็เลยอยากรู้นโยบายเกี่ยวกับ เอ่อคนพิการของพรรคประชาชนนะค่ะจาก ประสบการณ์การทำงานแล้วกันนะคะถ้าจะมี เพิ่มเติมท่านไหนสามารถแนะนำได้ค่ะเอ่อ เบื้องต้นเนี่ยเราเห็นว่ามีเรื่องของการ ปรับปรุงกระบวนการการออกและต่ออายุบัตร ซึ่งในส่วนนี้เนี่ยน่าจะต้องมีการนิยาม ความพิการของการทำบัตรในแต่ละประเภท ถูกมั้ยคะซึ่งในปัจจุบันเนี้ยหนูยังสังเกต เห็นว่าแต่ละองค์กรน่ะยังนิยามความพิการ น่ะต่างกันอยู่เลยบางองค์กรเอ่อนิยามจาก ฟังก์ชันสมมุติตาบอด 1 ข้างอีกข้างยังใช้ ได้อยู่ก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าพิการ หรือบางองค์กรมองว่าจริงๆแล้วอ่ะตาปกติคน มองได้ 2 ข้างดังนั้นน่ะตาบ่อน 1 ข้างคือ พิการอันเนี้ยค่ะเลยเป็นคำถามที่ว่าถ้า เกิดว่าจะทำในส่วนเนี้ยทางพรรคเองอ่ะจะ เลือกนิยามจากใครหรือจะกำหนดนิยามใหม่ใน เรื่องของความพิการนี้ 2 ก็คือคำถาม เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ผู้พิการที่ยั่งยืนค่ะอยากทราบมุมมองใน การพัฒนาแล้วก็มองในเรื่องของการผลักดัน ศักยภาพคนพิการการเปิดโอกาสตลาดแรงงานมาก ขึ้นค่ะขอบคุณค่ะ >> โอเคค่ะขอบคุณมากค่ะคำถามที่ 3 มีใครสนใจ อยากถามด้านหน้าค่ะเป็นทางด้านเดี๋ยวเป็น ตรงกลางก่อนก็ได้ค่ะ >> โอเคโอเคสวัสดีครับเป็นนักศึกษา BR ปี 3 นะครับเรียนที่ขณะนี้ก็ความจริงส่วนใหญ่ ถามเรื่องนโยบายกันเนาะแล้วก็เอ่อวันนี้ อาจารย์ต้นพูดเรื่องเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะ รู้สึกเปิดโลกมากๆเก็ส่วนตัวฟังเรื่อง economic เนี่ยค่อนข้างไม่เข้าใจเล็ก น้อยแต่ว่าก็เดี๋ยวจะลองไปทำการบ้านเพิ่ม เกี่ยวกับนโยบายที่น่าสนใจพวกนี้นะครับ แต่ว่าคราวนี้วันนี้ที่อยากจะถามแล้วก็ เดี๋ยวอยากจะแชร์ด้วยก็คือเรื่องของการ เลือกตั้งครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เลือกเอ่อ เอ่อตัวแทนผู้แทนเข้าไปทำงานในรัฐสภาใช่ มั้ครับมันจะมีเรื่องของการแก้ประชามติ ด้วยในวันที่ 8 แล้วเอ่อในสังคมไทยตอนนี้ ก็มีคำถามอยู่อันนึงที่ไปสำรวจมาแบบหยาบๆ ว่าอคุณอาจจะยังไม่เข้าใจว่าการแก้ ประชามติเนี่ยมันเกี่ยวโยงถึงปากท้องของ คนไทยยังไงบ้างทำไมเราถึงจะต้องแก้ ประชามติทำไมเอิ่ตัวกฎหมายฉบับนี้เนี่ย ที่เ่อผู้ร่างเนี่ยเอ้างว่าเอ่อเป็นกฎ หมายฉบับที่ปราบโกงแล้วก็เอาจริงเอาจัง กับการปราบนักการเมืองที่สุดเนี่ยทำไมเรา ถึงเ่อไม่เห็นดีด้วยกับเ่อกฎหมายฉบับนี้ นะครับแล้วก็อันนี้แบบถ้าให้ผมช่วยเอ่อ แชร์ในมุมเด็กและศาสตร์ก็คิดคร่าวๆก็จะ เป็นในเรื่องของเอ่อเสถียภาพทางการเมือง ที่น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลง ทุนได้หรือว่าอาจจะเป็นกระดูกเม็ดแรกแล้ว กันครับในการที่เราจะทำให้นโยบายของเรา มันมีความต่อเนื่อง continuity แล้วก็ consistency ในอนาคตด้วยเพราะว่าที่ผ่าน มาก็แต่ละรัฐบาลก็ค่อนข้างไม่มีในเรื่อง ของ consistency แล้วก็ continuity ในการ เอ่อดำเนินนโยบายของตัวเองใช่มั้ครับคราว นี้อยากอยากถามว่าอาจารย์มีความเห็นยังไง บ้างครับกับคำถามที่สังคมกำลังถามในตอน นี้แล้วก็อยากให้อาจารย์ใช้เวทีของคณะ รัฐศาสตร์ในวันเนี้ยเป็นการเชิญชวนประชา ชนทุกๆคนในฐานะที่พรรคประชาชนเนี่ยเนี่ย เองเนี่ยก็มีทิศทางในการที่จะเห็นชอบกับ อ่าการทำร่างประชามติอันใหม่ขึ้นมาก็อยาก ให้อาจารย์ใช้วิธีนี้ในการประชาสัมพันธ์ ตรงนั้นด้วยครับขอบคุณครับ >> ขอบคุณมากเลยค่ะมีคำถามถัดไปอีกมั้ยคะมี ใครอยากขอถามด้านหลังค่ะด้านหลัง >> ครับผมก็ชื่อภูครับจริงๆเป็นศิษย์เก่าที่ นี่แล้วก็ถ้าตอนนี้ทำงานอยู่ด้าน People Transformation ครับกับ Academy ก็จริงๆ คือเห็นภารกิจที่พรรคประชาชนอยากทำเนาะ 12 ภารกิจแต่ว่าถ้าถ้าต้องเลือกแบบเป็นท็อป the อย่างเงี้ยครับคิดว่าอะไรคือท็อปที่ แบบพรรคอยากทำจาก 12 ภารกิจที่แบบแชร์ให้ ครับประมาณนี้ครับ >> ขอบคุณมากค่ะอีกสัก 1 คำถามค่ะนโอเคค่ะ เดี๋ยวถ้าเกิดใครยังไม่ได้ถามไม่เป็นไรนะ คะเพราะว่าหลังจากนี้เราจะมีนอกรอบให้ค่ะ ค่ะเชิญค่ะ >> ครับเอ่อช่วยป่วยนะครับ BR เอ่อเรียน รักศาสตร์ที่นี่เหมือนกันครับมีคำถาม เรื่องที่ว่าตอนนี้เนี่ยเอ่อนโยบายของ พรรคประชาชนเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นเอ่อ ว่าดิสื่อกลางในการเข้าถึงของประชาชนกับ รัฐบาลเนาะแต่ว่ามีคำถามตรงที่ว่าเอ่อทาง พรรคประชาชนมีวิธีการยังไงที่ทำให้เอิ่ม คนทั่วไปเนี่ยครับสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ได้มากขึ้นโดยเฉพาะใน generation ที่เา้า ไม่ได้อยู่ในสังคมทำงานแล้วทำให้การเข้า ถึงเทคโนโลยีเป็นไปได้ยากมากขึ้นอย่าง เช่นเอ่อผู้สูงอายุหรือว่าคนตามต่าง จังหวัดและรวมถึงว่าเอ่อทางพรรคประชาชนมี วิธีการในการจัดการระบบดิจิตอลทั้งหมดที่ เอ่อทางพรรคนำเสนออย่างไรบ้างเพื่อให้ ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่ว่าเกิด ขึ้นแล้วก็รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบันครับ ขอบคุณครับ >> ขอบคุณมากค่ะก็จะเป็นทั้งหมด 5 คนนะคะ แล้วก็อาจจะมากกว่า 5 คำถามเดี๋ยวจะรีแคป อีกสักรอบนึงนะคะก็คือคำถามแรกนะคะจะเป็น เรื่องของขนส่งมวลชนนะคะคำถามที่ 2 นะคะ จะเป็นเรื่องของการนิยามของผู้พิการนะคะ แล้วก็รวมถึงแนวทางการพัฒนาผลักดัน ศักยภาพของผู้พิการค่ะขณะที่ 3 นะคะจะ เป็นเรื่องของการลงประชามตินะคะว่าทำไม ถึงคิดว่าการลงประชามติเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญครั้งนี้นะคะจะเกี่ยวข้องกับ ปากท้องค่ะทั้งๆที่ทำไมถึงต้องเปลี่ยนแปลง ด้วยเพราะเอ่อมีคนได้คำนิยามไว้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เนี่ยคือรัฐธรรมนูญปราบ โกงค่ะรวมถึงมีการขอท็อป 3 นะคะนโยบายค่ะ แล้วก็สุดท้ายนะคะก็คือวิธีการให้กับคน ให้คนทั่วไปนะคะสามารถเข้าถึงเทคโน เทคโนโลยีมากขึ้นในเมื่อพรรคนะคะมีแนวทาง ที่จะให้เทคโนโลยีหรือว่าเอ่อเทคหรือ อุปกรณ์ต่างๆเป็นสื่อกลางในการเข้าถึง นโยบายของพรรคค่ะขอเชิญอาจารย์ตอบคำถาม ได้เลยค่ะ >> ได้ครับเอ่อข้อแรกนะครับเรื่องขนส่ง สาธารณะถ้าโดยตัวขนส่งสาธารณะเองเนี่ย เอ่อนโยบายของพรรคประชาชนอ่ะในกรุงเทพฯ ก่อนในกรุงเทพฯนี่ก็อาจจะแตกต่างจากพรรค อื่นคือเราเสนอว่าจะเก็บเอ่อค่าโดยสาร ร่วมเนี่ยรถเมล์กับรถไฟฟ้าเนี่ย 45 บาทนะครับอันนี้ต้องบอกว่าความแตก ต่างก็คือเราคิดว่ามันควรจะแฟร์ขึ้นตาม ระยะทางแล้วก็จะมีผลที่จะทำให้การจัดสรร เพราะสุดท้ายเนี่ยรัฐต้องไปจัดสรรว่าจะ คือรัฐช่วยเนี่ยช่วยอยู่แล้วแต่ว่าสุด ท้ายคุณจะจัดสรรเงินไปให้กับเอกชนรายไหน เท่าไหร่ดังนั้นการทำตามระยะทางและเป็น กรอบ 8-15 บาทเนี่ยเราคิดว่ามันทำได้ทำ ได้นานแล้วก็จะสามารถจัดสรรได้ง่ายกว่า ที่จะเป็นราคาเหมารวมนะครับไม่ว่าจะราคา ใดก็ตามแต่พอไปไกลนอกกรุงเทพฯแน่นอน เรื่องขนส่งสาธารณเนี่ยไม่ควรจะจบที่ กรุงเทพฯอาจจะต้องเริ่มที่พรบ.ไอ้ตัวขน ส่งเนเพราะปัจจุบันเนี่ยอ่าแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดเนี่ยไม่สามารถกำหนดเส้นทาง ของตัวเองหรือว่าเรียกว่าออกแบบให้มีรถ สาธารณะในแต่ละประเทศได้เองนะครับดังนั้น ถ้าอันเนี้ยจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่เรา อยากเข้าไปปลดบล็อกแล้วก็ทำให้อ่าอบจ. อย่างน้อยอบจ.เนี่ยมีความสามารถในการทำ นโยบายนี้แล้วก็เซิร์ฟเอ่อการขนส่ง สาธารณะที่ตอบโจทย์กับแต่ละพื้นที่ได้นะ ครับเลือกทางเส้นทางเดินรถเองได้แต่ไกล กว่านั้นอีกเรื่องนึงก็คือโครงการที่เรา จะลงทุนทั้งประเทศเนี่ยอาจจะคิดรวมนอกจาก ขนส่งแล้วเนี่ยมันจะมีเรื่องโรงเรียนโรง พยาบาลแล้วก็จัดการน้ำเสียจัดการขยะด้วย อันนี้ต้องบอกว่าจากประสบการณ์ที่ได้ไป เดินทางในหลายๆจังหวัดนะครับจริงๆตั้งแต่ สมุทรปราการอ่อนนุชละแต่ถ้าไปหลายๆ จังหวัดจะเห็นว่าตอนเนี้ยขยะฝังกลบมัน เยอะขึ้นเรื่อยๆจริงอันนี้อาจจะดูเป็น เรื่องที่แบบอาจจะไกลตัวไกลคนกรุงเทพฯแต่ ว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้อีก 3-5 ปี ข้างหน้าเนี่ยมันจะเกิดวิกฤตขยะล้นแล้ว ถ้ามันมาพร้อมกับน้ำท่วมหรือสภาพอากาศ ผมว่ามันจะเป็นวิกฤตครั้งใหญ่อีกครั้งนึง จริงๆดังนั้นตอนที่เราคุยหรือเสนอเรื่อง เมาโปเจectครับมันเลยรวมเนาะขนส่งสานะ เป็นหนึ่งในเรื่องนี้แต่จะมีเรื่องจัดการ น้ำเสียเรื่องโรงพยาบาลเอ่อเรื่องจัดการ ขยะน้ำปปาดื่มได้แล้วก็รวมถึงสมาร์ตซิตี้ไป พร้อมกันอยากให้ดูภาพรวมครับเพราะผมคิด ว่าอ่าขนส่งอย่างเดียวอาจจะไม่ทำให้ คุณภาพชีวิตในแต่ละพื้นที่ดีขึ้นโดยตัว มันเองอาจจะส่งเสริมได้แค่บางด้านแต่ว่า ถ้าทำไปพร้อมกันยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม กันเนี่ยมันจะน่าส่งเสริมร่วมกันแต่โดย หลักการเราไม่ได้ไม่ได้เห็นต่างอยู่แล้ว นะครับว่าจริงๆมันเป็น public service เน จำเป็นจะต้องเข้าไปสนับสนุนเพียงแต่ว่า ให้มันมีเรียกว่าประคับประคองตัวเองได้ หมายความว่าถ้าถ้าสมมุติเป็นตั้งเป้าว่า เป็นรัฐอุดหนุนเสมอเนี่ยสุดท้ายอ่ะเส้น ทางมันจะไม่ค่อย เส้นแต่ถ้าแต่ถ้ามีการอุดหนุนระดับนึง เป็น matching fund แล้วเขามีแรงจูงใจใน การหาส่วนเพิ่มด้วยเนี่ยมันจะทำให้การออก แบบเส้นทางมันเป็นจริงมากขึ้นหรือว่าเส้น ทางไหนที่สุดท้ายมันไม่มีคนใช้มันจะได้ หายไปแต่เส้นทางที่ไปสู่เช่นพื้นที่ท่อง เที่ยวในจังหวัดนะครับอย่างอุบลานอย่าง เงี้ยโหใครไปอุบลจะรู้ว่ามีจุดท่องเที่ยว ที่มันไกลกันทั่วจังหวัดเลย 1 คือต้องปลด ล็อคให้เขาสามารถออกแบบขนส่งได้เองแต่ 2 คือมันต้องให้เส้นทางมันสอดคล้องกับและพอ ประคับประคองไปได้ผมคิดว่าโดยพรรคเราไม่ มีปัญหาเรื่องการที่รัฐช่วย public service อยู่ละแต่ efficiency มันคงต้องมาพร้อม กันเราเลยใช้คำว่าเท่าเทียมกันกับเท่า ท้ายโลกไงเพราะว่าถ้าเราคิดถึงแต่ด้าน เท่าเทียมกันน่ะบริการอาจจะแย่ก็ได้แต่ ต้องใส่มาตรฐานสากลเข้าไปด้วยเสมอนะครับ เอ่อข้อที่ 2 เรื่องคนพิการเนี่ยตอนนี้ ปัจจุบันนี่มันจะต่อให้เถียงกันในเรื่อง นิยามแต่กรอบมันจะอยู่แค่ 800-1,000 บาท ต่อเดือนเท่านั้นใช่มั้ครับดังนั้นที่เรา เสนอเนี่ยเลยเสนอเป็นพิการถ้วนหน้าไป ผมคิดว่าพอทำเรื่องพวกนี้ให้มันถ้วนหน้ามัน จะลดปัญหาเรื่องการนิยามไปพอสมควรเนาะ แล้วเราก็ขีดให้มันเป็น 1,200 บาทเริ่ม ต้นไปก่อนแต่ต้องบอกว่าอย่างี้ครับเราจะ รอบเนี้ยโดยตัวเบี้ยผู้สูงวัยแล้วก็ลดลง อันนี้มาจากเรื่องการคลังแต่เราเติม เรื่องที่มันสอดคล้องกับสถานการณ์เช่น Long Term Care เข้าไปด้วยผมคิดว่าผู้ ป่วยพิการเ่อคนพิการหรือว่าผู้ป่วยติด บ้านติดเตียงเนี่ยมีปัญหาเรื่องการที่มี ไม่มีคนดูแลหรือคนที่อยู่ที่บ้านต้องรับ ภาระดูแลเช่นผู้หญิงแต่ละครอบครัวเนี่ย ต้องรับภาระดูแลเนี่ยตรงเนี้ยเราอยากเข้า ไปช่วยด้วยดำเช่นยกระดับเทรนด์อสม.แล้วก็ ให้มีเงินเดือนที่สูงขึ้นนะครับหรือแม้ แต่แต่ละบ้านเนี่ยผู้สูงอายุก็สามารถ เลือกใช้สิทธิ์ให้ลูกหลานตัวเองได้พักก็ ได้ดังนั้นเราเลยคิดว่า 1 คือเป็นการเป็น ถ้วนหน้าน่าจะแก้ปัญหาเรื่องนิยามได้กับ 2 คือมีบริการอื่นที่มันเสริมเข้าไปน่าจะ สอดคล้องกับสภาวะคนไทยที่ป่วยติดบ้างติด เตียงกันเยอะขึ้นนะครับข้อที่ 3 เรื่อง ประชามติเนี่ย เอ่ออันนี้สำคัญจริงๆครับเวลาไปเดินหา เสียงในตลาดพยายามจะให้ชักชวนทุกคนให้กา 3 ใบเสมอเออแล้วก็พยายามบอกสีเค้าด้วยเนอะ สมมุติผมขึ้นรถแห่ผมจะบอกว่า 3 ใบสีชมพู สีเขียวสีเหลืองต่างๆเพราะว่าทราบใช่มั้ ครับพอกกต.ตอนนี้ออกแบบเนอะตรงนู้นนเข้า ไปแล้วคุณต้องออกหาแล้วมากาอีกนั้นต้อง ย้ำกับเ้าว่าอย่าลืมกา 2 ใบเสร็จแล้วมากา ใบอันนี้ตั้ 1 ก่อนนะอย่าลืมว่ากา 2 ใบ เสร็จอย่าเพิ่งกลับบ้านขอให้มากาใบที่ 3 ด้วยที่คุณต้องกาแยกออกมานะครับแล้วก็ เอ่อเกี่ยวข้องกับปากท้องมั้ยผมคิดว่าคน ตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆเนอะว่าผมคิดว่าชัด เจนว่าที่มามันก็เป็นตัวกำหนดอยู่แล้วว่า ใครเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญมันก็มักจะปกป้อง คนกลุ่มนั้นพอที่มามันไม่เปิดกว้างมันก็ เลยมีปัญหาว่าองค์กรอิสระก็ตรวจสอบไม่ได้ เข้าชื่อถอดถอนไม่ได้ผมคิดว่าสถานการณ์ ปัจจุบันเนอะตั้งแต่ตึกสตง.แล้วล่าสุดที่ มีเรื่องเคสของคนในปปช.รับเอ่อมีข้อคอหา เนี่ยพอมันเป็นระบบปิดขนาดเนี้ยผมคิดว่า คนก็เริ่มเห็นแล้วว่ามันหรือองค์กรต่อ ต้านคอร์รัปชัที่เดิมอาจจะไม่ได้สนใจ หน่วยงานพวกนี้ผมคิดว่าก็มีความตื่นตัว มากขึ้นว่าให้ความสนใจกับที่มาที่ไปของ องค์กรอิสระครับดังนั้นอาจจะเติมเรื่อง กระจายอำนาจเข้าอีกเรื่องนึงเวลาขายคนโดย เฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดเนาะว่าแก้ รัฐธรรมนูญมันช่วยเรื่องกระจายอำนาจทำให้ คุณมีอำนาจในพื้นที่มากขึ้นด้วยผมอันนี้ ก็ช่วยนะครับทป 3 นโยบายถ้าต้องเลือกมา 3 เรื่องเ่อผมน่าจะเลือก 3 หัวหอกเศรษฐกิจ ที่มันเกี่ยวพันกับคนเยอะที่สุดนะครับก็ คือ SME คือท่องเที่ยวคือเกษตรนะครับ SE ก็อาจจะขายเรื่องเนี่ยเรื่องเงินหมุนเ่อ เรื่องกำลังซื้อนะครับส่วนเรื่องท่อง เที่ยวนี่ก็ขอพูดนิดนึงกันท่องเที่ยวไทย นี่ก็ผมคิดว่ามีมีงบเยอะแต่ว่าใช้ไม่ค่อย ตรงจุดเท่าไหร่เนาะเช่นสมมุติถ้าเรามีงบ พันล้านในท่องเที่ยวอ่ะเขาก็จะเอาพันล้าน เนี่ยไปโฆษณา Amazing Thailand อย่าง เดียวจบทั้งๆที่จริงๆไอเดียของเราคือทำ ยังไงให้มันซอยย่อยเป็นกลุ่มเป้าหมายเอา เงินส่วนนึงไปทำเมืองรองให้มี man-made อ่าทุกท่านอาจจะเคยเห็นข่าวเยะลาตอนหลังที่ บูมขึ้นมาดึงนักท่องเที่ยวได้เพราะเไปทำ สyวalkใช่มั้ครับก่อนหน้าเนี้ยมันคนมันมา กับปิดกับปลอยมาเป็นฤดูกาลแต่คุณมี man-made ในเมืองรองเมื่อไหร่อ่ะไม่ใช่ คาสิโนนะแต่เป็น man-made ที่คนในพื้นที่มา ร่วมตัดสินใจว่าทำอะไรอย่างยะลาทำสyวอที่ อื่นก็ทำไม่เหมือนกันแต่เราซอยย่อยงบให้ มันเป็นอย่างเงี้ยแทนที่คุณจะใช้ก้อน เดียวเพื่อโฆษณาภาพรวมอ่ะคุณซอยย่อยไป ตามเรพื้นที่แล้วก็หากลุ่มเป้าหมายถ้าในภาษา วงการท่องเที่ยวเขาจะเรียกว่า Long TA Tourism ทุกวันเนี้ยมันจะมีกำลังซื้อสูงอยู่ในคน ที่เที่ยวเฉพาะทางคนมาดูนกอ่าคนมากิน อาหารเฉพาะพื้นถิ่นใช่มคนมาตกปลาใช่มยคน มาดูดาวอย่างเงี้ยผมว่าแต่ละคนวิ่งเทรล อย่างเงี้ยแต่ละกลุ่มจะพร้อมกลับมาอีก ครั้งดังนั้นผมคิดว่าเรื่องท่องเที่ยวเนี่ย ก็สำคัญที่คุณจะกระจายงบให้มันไป man-made เมืองรองให้ได้แล้วก็หากลุ่มเฉพาะ เป้าหมายที่กำลังซื้อสูงมาให้ได้แทนที่จะ โฆษณาเหมารวมแบบ Amazing Thailand นะ ครับส่วนเรื่องเกษตรก็จะมีคูปองหลายรูป แบบนะครับอันนี้ผมคิดว่าถ้าต้องเลือก 3 อันก็น่าจะขาย 3 กลุ่มคือ SME ท่องเที่ยว แล้วก็เกษตร สุดท้ายเป็นเรื่องการดึงคนเข้าเทคโนโลยี ใช่มั้ครับอันนี้อาจจะผมคิดว่ามรดกเดียว ที่ดีจากยุคลุงตู่นะคือทำให้คนใช้เป่า ตังค์นี่แหละ คือพอตอนยุคโควิดแล้วการเข้าถึงบริการ หรือเงินจากภาครัฐมันต้องผ่านดิจิตอลอ่ะ ครับทำให้คนตั้งแต่ตอนนั้นเนี่ยเข้าถึง มือถือหรืออย่างน้อยเอาลูกหลานมาทำมันเลย คิดว่าผมคิดว่ามันเกิดขึ้นพอสมควรละอาจจะ ข้อดีของคนไทยคือถ้าเกิดเราให้สิทธิไปอ่ะ หรือว่าจูงใจว่ามันจะมีโปรโมชั่นพิเศษ ผ่านมือถือผ่านระบบดิจิตอลอ่ะครับคนก็ พร้อมทำนะถ้ามันรู้สึกว่าเข้ามาทำแล้วได้ อะไรดังนั้นแน่นอนมันแต่ว่าในระยะเบื้อง ต้นก็อาจจะผมคิดว่าเวลาทำคลิปวีดีโอทำ อะไรมันต้องไปสอนลูกหลานเขาด้วยเนี่ยผม เจอโยงกลับมาเรื่องเลือกตั้งประชามติ เนี่ยหรือเลือกตั้งนอกเขตอ่ะครับวันนั้น ที่ผมไปมันวันdeadลนวันที่ 5 มกราคมที่ เป็นวันdeadลของการลงทะเบียนเลือกตั้งนอก เขตเนี่ยผมต้องไปบอกเอ่อไปเดินตลาดแล้วก็ บอกพ่อค้าแม่ค้าว่าอย่าลืมลงทะเบียนแต่ เขาบอกว่าเค้าลงไม่เป็นสุดท้ายเวลาเราพูด กับเค้าเลยต้องบอกว่าอย่าลืมให้ลูกให้ หลานช่วยลงนะดังนั้นผมคิดว่าระยะเบื้อง ต้นเมันอาจจะต้องเป็นทำยังไงก็ได้ให้ลูก หลานเขาเข้ามาช่วยให้เกิดการลงทะเบียน เข้ารับสิทธิ์แต่สุดท้ายพอทุกคนมี สมาร์ทโฟนแล้วอ่ะบริการถ้ามีแรงจูงใจมาก พอก็น่าจะช่วยให้คนเข้ามาใช้บริการของภาค รัฐมากขึ้นเนี่ยถ้ามีสกิลถ้ามีภาคเกษตร ใช่มั้ยถ้ามีเรื่องแก้หนี้ผมคิดว่ามันจะ เชื้อเชิญให้คนเข้ามาใช้บริการได้ดีขึ้น ครับ >> โอเคค่ะต้องขอขอบคุณนะคะรองศาสตร์ดร.ดร. วิรยุทธนะคะหรืออาจารย์ต้นของเรานะคะที่ ได้มาร่วมแสดงวิชทัศน์ทางด้านนโยบายของ การเลือกตั้งในปีนี้นะคะขอเสียงปรบมือค่ะ ก็เชื่อว่าวันนี้นะคะหลายๆคนน่าจะได้รับ ฟังนโยบายจากพรรคประชาชนไปมากทีเดียวเลย แต่ก็อย่าลืมว่าสามารถไปศึกษาเพิ่มเติม ได้ในQRโค้ดที่ได้แสดงให้เห็นในตอนแรกนะ คะก็ตอนนี้นะคะก็ขอเชิญชวนทุกคนมาถ่ายรูป ร่วมกันนะคะบริเวณด้านหน้าห้องนี้นะคะจะ เป็นหน้าเวทีนี้เลยนะคะ ขอเชิญอาจารย์นะคะอาจารย์สิริพัฒน์นะคะ อาจารย์คองขวัญนะคะร่วม >> โอเคครับตอนนี้ก็จบไปแล้วนะฮะสำหรับเวที นโยบายการศึกษานวัตกรรมด้าน >> และไทยในเวทีโลกนะครับก็สำหรับวันนี้ใคร คิดเห็นยังไงนะฮะก็คอมเมนต์กันมานะครับ แล้วก็ขอบคุณทุกท่านที่กดไลก์กดแชร์โอ้ส เรานะให้เราได้ออกมาทำงานดีๆแบบ เชิญว่าเราไม่มีคนใดนะฮะออกจากผู้คนดูที่ สนับสนุนเราเท่านั้นนะครับ >> ก็โอเค >> สำหรับใครนะคะที่อยากจะ มีงานต่อไปอีก >> ดีๆแบบนี้เรื่อยๆนะครับ >> สวัสดีครับสวัสดีทุกท่านนะครับก็ตอนนี้ก็ จบแล้วนะฮะเดี๋ยวภูมิก็เก็บของบ้านนะครับ ผมสำหรับวันนี้ก็ขอจากลาเพียงเท่านี้นะ ครับแล้วเจอกันใหม่ในคลิปหน้านะครับ >> สวัสดีค่ะได้ค่ะขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้นะ คะครับ