Transcription
ภูมิใจไทยกับพลังประชารัฐเนี่ยก็คือเป็นพรรคการเมืองที่ถ้าให้เทียบเคียงแล้วเป็นพรรคการเมืองที่มีความใกล้ชิดกับองค์กรอิสระนะคะ ถึงแม้ว่าเอ่อภูมิใจไทยไม่ได้มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรกนะคะ
เอ่อเพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เนี่ยถูกร่างมาโดยคสช.เป็นคนเลือกเอ่อคุณมีชัยมาร่างนะคะ แล้วก็ตั้งพลังประชารัฐขึ้นมาเป็นเหมือนกับพรรคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะรัฐประหารนะฮะ แต่ถ้าเรามองว่าเมื่อพรรคของคณะรัฐประหารเนี่ยเอ่อไม่สามารถชนะในพื้นที่ทางการเมืองได้ ชนชั้นนำเลือกพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาและพรรคนั้นเนี่ยก็คือพรรคภูมิใจไทย
และคุณสมบัติของพรรคภูมิใจไทยเนี่ยใกล้เคียงกับพรรคพลังประชารัฐในฐานะที่ถ้าเรามองนะฮะ 1 ก็คือเอ่อได้รับความยินยอมเห็นชอบสนับสนุนจากองคาพยพหลักของชนชั้นนำซึ่งเคยพูดไปแล้วในเทปอื่นๆ นะฮะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุนทางการเมืองทหารนะฮะ ระบบราชการแล้วก็เครือข่ายชนชั้นนำ อันนี้ภูมิใจไทยก็เหมือนกันนะคะ
แล้วที่สำคัญมากเลยก็คือเอ่อสามารถจะใช้คำว่าอะไรมีความใกล้ชิดแล้วกันนะคะกับองค์กรอิสระแล้วก็สว. คือถ้าเทียบพลังประชารัฐเนี่ยพลเอกประยุทธกับพลเอกประวิตรก็เป็นคนเลือกสว.ชุดนั้นมา สว.ชุดนี้ เอ่อมาจากการเลือกกันเองแต่ว่าหลายคนก็บอกว่ามีสีเฉพาะตัวนะคะ ดังนั้นในแง่นี้ถ้าเทียบเคียงพลังประชารัฐกับภูมิใจไทย ณ วันนี้คือใกล้กัน
พอเค้กถามว่าจะโยงกลับไปที่ภูมิใจไทยได้ไหม อันนี้มันน่าสนใจว่าถ้าเรามองบทบาทของ ปปช.และองค์กรอิสระในกรณีนาฬิกายืมเพื่อน กับกรณีคุณศักดิ์สยามเนี่ยนะคะ องค์กรอิสระและ ปปช.ในมุมเนี้ยทำหน้าที่ปกป้องเครือข่ายชนชั้นนำ
แต่ถ้าเกิดไปเทียบเคียงกับอีกคดีนึงก็คือคดีส.ส.พรรคประชาชน 44 ท่านตอนนี้เหลือ 10 คนเนี่ยจะเห็นว่าองค์กรอิสระและ ปปช.ก็มีอีกหน้าที่นึงคือหน้าที่กำหนดวาระและทิศทางของการเมืองคือกำหนด agenda ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ดังนั้นองค์กรอิสระและเอ่อ ปปช.ทั้งหมดเนี่ยเอ่อไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกับที่หลายๆคนบอกว่าเป็นนิติสงครามหรือใช้กฎหมายเป็นเอ่อเครื่องมือทำลายล้างอีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น แต่ในกรณีนี้ยังทำหน้าที่ปกป้องเครือข่ายชนชั้นนำของพรรคพวกกลุ่มกันเองด้วย
ดังนั้นเอ่อบทบาทและหน้าที่ขององค์กรอิสระเนี่ยมันมีความละเอียดอ่อนซับซ้อนและหลากหลายมากกว่าที่เราจะมองเพียงผิวเผิน