Transcription
เฮ เฮ เฮ เฮ เฮ ขอบคุณชิซูโอกะ มะลิรสนุ่มหอมฟูจากใบชาต้นฤดูครับ เอามา เอ่อเออ ทำไมมันแข็งขนาดนี้ สวัสดีครับ รอท่านผู้ชมก่อน อื อ้ายทีมงาน YouTube เช็คเน็ตเอาไว้ด้วยนะ เดี๋ยวหมุนอีก เอ่อ ขอบคุณไว้เบื้องต้นก่อนเลย ชาเขียวชิซิโอกะเป็นแบรนด์เดียวที่ใช้ใบชาต้นฤดู ย้ำเลยแบรนด์เดียวที่ใช้ใบชาต้นฤดู ต้องชิซิโอกะ ชาต้นฤดูเนี่ยเก็บเกี่ยวได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งชาจะมีรสหวานจากธรรมชาติ กลมกล่อม อุมามิ กลิ่นหอมละมุน แล้วก็ไม่ฝาด เป็นใบชาต้นฤดูจากชิซุโวกะ ซึ่งส่งตรงจากญี่ปุ่น แล้วขวดปากกว้างทำให้ได้กลิ่นหอมผงชาได้ชัดเจนขึ้น เอ่อ ประเด็นนี้เนี่ยคือทางฝั่งญี่ปุ่นนี่เค้าคิดมาให้นะว่าต้องปากกว้าง ให้กลิ่นมันขึ้นมาเต็มที่ วันนี้มี 2 รสชาติใหม่นะครับ ชาเขียวชิซูโอกะ แบรนด์เดียวที่ใช้ใบชาต้น ชิซูโอกะมะลิสูตรไม่มีน้ำตาลขั้วสีขาว และชิซิโอกะมะลิสูตรหวานน้อยขวดสีฟ้า หอม อร่อย ดื่มง่าย ใครที่อยากลองไปหาซื้อกันได้ที่เว่น-ทุกสาขา อ่า เชิญชวนท่านผู้ชมไปทดสอบดู อื ปากกว้างนี่ อือ ผมเป็นคนที่ไม่นิยมใช้หลอด เพราะเชื่อว่าเค้าผลิตมาเนี่ยเค้าดูเรื่องความสะอาดมาดีแล้ว หลอดบางทีไปอยู่ตามจุดต่างๆ เอ่อ ก็หวั่นเกรงว่าเอาตรงๆ นี่ดีกว่า อืม สแกนมาตรามีอะไรเพิ่มมั้ย เอ่อ DSI รับเป็นคดีพิเศษ อ่า ตอนนี้ อ่าใกล้เวลาแล้วที่จะเรียกพยานที่จะหมายถึงคุณธรรมนัสพรหมเผ่ากับคุณนรมนต์พิณโญสินวัฒน์ไปให้ปากคำ แต่ในฐานะพยาน เพราะเพียงปรากฏภาพปรากฏอยู่กับการลงนาม MOU ระหว่างปลัดกระทรวงณขณะนั้นกับตัวแทนบริษัทจากสิงคโปร์ โดยที่มีคุณประเสริฐจทรงทองอรัฐมนตรีดีในขณะนั้นอยู่ด้วย ขณะนี้ อ่าแจ้งเท่านั้นแหละท่านผู้ชมความคืบหน้า อ่ารับเป็นคดีพิเศษอยู่เพราะมีความหวั่นเกรงว่าไอ้สแกนม่านตามันจะไปมีผลกับกรณีที่อนาคตเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล อ้า วันนี้ร้อนหลายเรื่องเลย อ่า ผมจะเอาเรื่องนี้ก่อนเลยท่านผู้ชม อ่า ดร.ปั้นเจตธรรม รายการเนี่ยดันไปอ่านชื่อท่านผิดจากภาษาอังกฤษ ต้องกราบขออภัยไปอ่านชื่ออาจารย์พรรณเชษฐร. ปั้นเจตธรรมรักษ์ ถ้าเป็นอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีเอเชียหรือ AIT ซึ่งมีความรู้ด้านวิศวกรรม อ่า อย่างที่บอกข้อสังเกตจาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวานนี้ อ่า เราไปดูล่าสุดท่านผู้ชม อ่า อ่า เอาภาพขึ้นมา ภาพขึ้นมา ภาพขึ้นมา ตอนเป็นวงจรปิดที่อาจารย์ปั้นเจตแกซูมขึ้นมาให้เห็นเนี่ย ท่านผู้ชมฮะ อ่า ภาพขึ้นมา อ้าว อ่า ดูตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวลักษณะที่เป็นตัวสูบ เอ่อ ซึ่งอยู่ที่ฐาน อ่า ตัวรับแล้วก็ตัวฐานของเมนของเคร้า มาดูภาพถัดมาเป็นภาพนิ่งท่านผู้ชมแล้วจะได้ถามไปทีเดียวเลย นี่ฮะ อ่า ก็จะมีตัวรับตัวฐาน อ่านี่นะฮะ อ่า ที่เราเห็นโยกๆ เมื่อสักครู่อ่ะ แล้วก็มาดูไอ้กระบอกที่ว่านี้เนี่ยเดี๋ยวจะคุยกันชัดๆ เลย นี่ฮะ กระบอกไฮโดรลิก ซึ่งแต่ละจุดเนี่ยจะมีอยู่ 4 ตัว ลักษณะการทำงาน กระบอกไฮโดรลิก แล้วตั้งข้อสังเกตว่ายังไง ตั้งข้อสังเกตต่อไปนะครับท่านผู้ชมว่ามันมีปอกที่เรียกว่าล็อนัหรือคอล่ารับแรงกระแทก การใช้ความดันน้ำมัน ข้อสังเกตมันมีความเป็นไปได้มั้ย ยกเหตุการณ์ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อวานนี้เลย เมื่อปี 67 พระราม 2 เหมือนกัน ไอ้ตัว ไอ้กระบอกที่ว่านี้เนี่ย กระบอกที่ว่านี้เนี่ย ท่านผู้ชมฮะ ปรากฏว่า ไอ้คลอลลารเนี่ยมันควรจะปิดสนิท ไม่ใช่เหลือขอบแบบนี้ นี่ฮะ รุ่นที่ถล่ม ขณะเดียวกัน อ่า ไปดูเห็ดนี่ๆ อันนี้จะชัดเห็นมั้ฮะ แล้วไปดูอีกภาพนึงจึงจะเห็นมันวาล์วเลย ก็แปลว่ามันหลุดออกไป อ่า ท่านผู้ชม อ่า ภาพด้านล่างจะคุยกับ ดร.ปั้นเจตธรรมรักษ์นะครับ สวัสดีครับอาจารย์ปั้นเจตครับ
>> สวัสดีครับคุณสรยุทธครับ
>> เอ่อ อาจารย์ อ่า ตั้งข้อสังเกตจากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่พระราม 2 ล่าสุดใช่มั้ฮะ
>> ครับผมใช่ครับ
>> อาจารย์อธิบายอีกทีนึงเอาแบบง่ายๆเลย
>> ครับ อ่า ผม ผมให้ เอ่อ เป็น เอ่อ ลำดับความคิดแบบนี้ก่อนนะครับ คือจากภาพวิดีโอที่เราได้เห็นนะฮะ เป็น CCTV
>> อันนี้ก็ช่วยให้เราสามารถเข้าใจกลไกการถล่มได้ง่ายขึ้นเยอะมาก แล้วก็ช่วยลดระยะเวลาในการที่จะตั้งข้อสังเกตหรือตั้งข้อสันนิษฐานได้เยอะมาก เพราะเรามองเห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าขวามือนะครับ ตัวจุดรองรับของตัวนะฮะ หรือเรียกว่า Launching Country หรือเรียกง่ายๆว่า LG นะฮะ ตัวที่เป็นอยู่ตัวนอนใหญ่ๆที่อยู่ข้างบนที่ใช้หิ้วชิ้นส่วนคานคอนกรีตรูปกล่องเนี่ย
>> ก็คือขาทางขวามือเนี่ยมันมีการกระดิกตัวนะฮะ ซึ่งการกระดิกตัวในมุมมองในภาพที่เห็นเนี่ย มันไม่ใช่เป็นการล้มเทไปทั้งอันนะฮะ มันเป็นการกระดิกแบบหมุนกระดิก ซึ่ง เอ่อ เมื่อ
>> เห็นสภาพนี้แล้วเนี่ย ก็ไปดูในรายละเอียดว่าตัวขาตัวเค้าเรียกว่าจุดรองรับตัวนี้ นะฮะ มันมีวิธีการมีหน้าตาในการ setup ยังไง
>> พอไปดูในใน เอ่อ ผมก็ใส่ไว้เป็นรูปที่ 1 รูปที่ 2 รูปที่ 3 เราไปดูในรูปที่ เอ่อ ในรูปที่ 2 เนี่ย ผมก็เอารูป เอ่อ จากพรรคเมื่อก่อนนะฮะ อันนี้อันนี้รูปที่อยู่ในภาพที่ 2 เนี่ยที่ผมวาดไว้เนี่ย เป็นภาพอ้างอิงมาจาก
>> จากการถล่มครั้งก่อนนะฮะ แต่ว่ามันเป็นรุ่นเดียวกันก็ก็เอามาใช้กันได้นะฮะ ก็แสดงให้เห็นว่าชิ้นเนี้ยคือชิ้นที่เป็นจุดรองรับที่ผมพูดถึงนะครับ ก็คือหน้าตาของเขา้าเนี่ยก็จะเป็นจุดรองรับที่มีขา ซึ่งทำมาจากกระบอกไฮดรอลิกนะฮะ 4 กระบอกอ ครับ
>> ในการใช้กระบอกไฮดรอลิกเนี่ยคือเพื่อให้สามารถตั้งค่าระดับความสูงได้นะครับ พอตั้งให้ให้ได้มันก็จะไม่มีการเอียงการเซของทรันะครับ
>> เสร็จแล้วเนี่ย เอ่อ กลไกตัวถัดไปก็คือว่า กระบอกไฮดรอลิกเนี่ยโดยปกติเขาจะไม่ได้ให้กระบอกรับแรงในเวลาที่ทำงาน เพราะว่ากระบอกไฮดรอลิกมันมีโอกาสที่ซีลมันจะซึม วาล์วมันจะรั่วหรืออะไรแบบนี้เกิดขึ้นได้ แล้วเดี๋ยวมันจะทรุดลง
>> เพราะฉะนั้นแล้ว safety ของการทำงานเกี่ยวกับกระบอกไฮดรอลิกพวกนี้ก็คือเขาจะใช้สิ่งที่เป็นคอล่านะครับ คอล่าก็โดยปกติในโครงการอื่นอื่น
>> หรือในตัวอื่นๆเขาอาจจะใช้เป็นคอล่ารุ่นที่มันหนักๆหน่อยนะฮะ ก็จะเป็นคล้ายๆกับเหล็กแผ่นตันมาซ้อนกันจำนวนเยอะๆเลยนะฮะ จน
>> ซ้อนจนเต็ม คราวนี้เนี่ยพอซ้อนกันจนเต็มเสร็จปุ๊บเนี่ย กระบอกไฮดรอลิกก็ไม่ต้องรับความดันนะฮะ ก็คือเขาก็จะลดความดัน กระบอกไฮดรอลิกก็
>> มันก็เหมือนเสมือนจะตั้งอยู่บนแผ่นเหล็กที่มันซ้อนๆกันอยู่
>> อื
>> คราวนี้เนี่ยในรายละเอียดของตัวตัวตัว Launcher รุ่นนี้นะฮะที่สามารถมองเห็นได้นะครับ ก็คือ เอ่อ ตัวคอลาร่าเนี่ยพอมองไปเนี่ย ผม ผมมองดูจากรูปเก่าๆก็เห็นว่า เอ๊ะ ทำไมถึงมองเห็นไอ้ตัวส่วนสีเงินๆนะ ซึ่งส่วนเงินๆเนี่ยมันเป็นแกนกระบอกไฮดรอลิค ซึ่งเป็นบรรทุกโครเมียมมันก็เลยเป็นสีเงินๆอย่างงั้นนะฮะ อ่า แกนกระบอกเนี่ยมันไม่ควรจะมองเห็นได้นะฮะ เพราะคอล่าควรจะปิดมิด แต่ว่าอ่ะ พอเห็นแว๊บๆ แบบนี้ก็เลยลองมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่า อ่า
>> หน้าตามันเป็นยังไง ซึ่งข้อมูลเนี่ยผมยังไม่เคยเข้าไปที่หน้าคุณสรยุทธ เชิญฮะ
>> เหมือนเหมือนจะแทรกมีคำถามหรือเปล่าครับ
>> อ้าไม่ๆ ผมเข้าใจถูกแล้วกำลังไล่ไปตามที่อาจารย์บอก คือเห็นเงินอย่างงี้ถูกมั้ย
>> ครับผมฮะ
>> เอ่อมันควรจะมีคอลล่าหุ้มอยู่ถูกมั้ฮะ
>> อ่าควรจะหุ้มมิดนะครับแล้วก็คอลลาร์ควรจะ แน่นแข็งแรงมากนะฮะโดยปกตินะครับ อ่า
>> แต่ว่า อ่า พอมองเห็นภาพสภาพคอลาร่าประมาณนี้ก็คือในการที่มันล้มนะครับ ของตัวจุดรองรับเนี่ย มันก็มีความเป็นไปได้อยู่ในจุดนี้ เดี๋ยวเดี๋ยจะพูดถึง เอ่อ อีกอีกประเด็นนึงต่อมานะครับ เป็นประเด็นที่ เอ่อ มีการเอ่อตั้งข้อสังเกตสืบเนื่องเมื่อคืนนะฮะ แต่ว่าถ้าจุดนี้เนี่ยก็เป็นจุดที่เป็นจุดที่มีความอ่อนแอที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายหรือเกิดการคอแลปตัวเนี้ยได้นะฮะ ก็มาดูรายละเอียดของคอลาร่าก็ปรากฏว่าวิธีการเอ่อทำคอลาร่าเนี่ยของตัว LG เนี่ยรุ่นนี้เนี่ยก็คือใช้เป็นลักษณะของ เป็นกระบอก
>> เอ่อที่สร้างมาจากเหล็กแผ่นแล้วเอามาม้วนนะฮะ เป็นรูปทรงกระบอกนะครับ มันจะไม่เหมือนกับคอลาร่าของตัวอื่นๆเค้าที่จะใช้เป็นเหล็ก
>> เหล็กแผ่นตันแล้วเอามาวางนอนซ้อนๆๆๆ กัน อันนี้คือใช้คอล่าที่เป็นรูปทรงกระบอก
>> อือ
>> ข้อดีของมันก็คือมันน้ำหนักเบานะฮะ สามารถยกเข้ายกออกได้ง่ายนะฮะ ทำงานได้เร็วนะ อันนี้ก็ก็เป็น เอ่อ เป็นข้อดีทางวิศวกรรมอย่างนึงนะครับ ที่ที่เหมาะกับการทำงาน แต่ว่าพอดีนี้เนี่ยมันก็มากับตัวคอร์สเหมือนกัน คือเราก็มีต้นทุนว่าเราก็จะต้องมีการตรวจสอบไอ้ตัวคอล่าแบบนี้เนี่ยให้ดีๆนะฮะ เพราะว่ามันอาจจะมีความอ่อนแอได้นะฮะ ในการใช้งานไปหลายๆครั้งถ้าเกิดมันเกิดการอ่อนแอเกิดการโก่งเดาะนะครับ ก็มีโอกาสที่ทำให้เกิดลักษณะการวิบัติได้นะครับ โดยผมมีภาพที่ 6 นะครับ ถ้าเกิดว่าถ้าอยู่ในรายการที่ 6 ขึ้นมา
>> นี่ฮะ
>> อย่างภาพ อ่า อย่างภาพที่ 6 เนี่ยนะฮะ ก็คือเป็นภาพที่เก็บไว้จากตอนครั้งก่อน
>> โอเค อื
>> นะครับ อันนี้ไม่ได้บอกว่าครั้งก่อนเกิดจากคอลาร่านะฮะ แต่แค่วงให้ดูว่า
>> อื
>> คอลาร่าเนี่ย ถ้ามันแน่นหนาเนี่ยนะฮะ ตกลงมายังไงนะฮะ ก็ก็ไม่มีทางปลิวหลุดออกมาจากตัวแกนกระบอกไฮดรอลิค เพราะว่าปกติเขาจะมีการยึดน็อตล็อคกันแล้วมันจะแข็งมากเป็นส่วนที่แข็งมาก เพราะฉะนั้นตกลงมากระแทกพื้นยังไงเนี่ย มันไม่ควรหลุดออกมาได้ แต่เนี้ยเราก็เห็นสภาพภาพว่าอ้อคอล่าเนี่ยมัน มันหลุดออกมาได้ตาม เอ่อ ลักษณะที่อธิบายไว้ คือคอล่ามีลักษณะเป็นทรงกระบอกนะฮะ เอาสวมเข้าไปนะครับเฉยๆนะครับ อื คราวนี้
>> คืออันนี้เนี่ยมันแปลว่ามันต้องมันต้องแตกตั้งแต่หรือหลุดแตกหรือหลุดตั้งแต่ข้างบนถูกมั้ย
>> เอ่อหมายถึงกรณีไหนฮะภาคที่ 6
>> อันนี้อันนี้คือเมื่อปี 67 แต่ว่าเค้าบอกเหตุการณ์มันคล้ายกันมากก็คือว่า ไอ้คอลช เนี่ยมันต้องมีความแข็งแรงยึดอย่างดีถูกมั้ยอาจารย์ ครับมันมันจะแข็งมาก
>> ข้อสังเกต อ่า ข้อสังเกตข้อที่ 1 ของอาจารย์ก็คือ อ่า ที่ดูภาพองค์ประกอบหลายภาพก็คือคนล่างมันควรจะออกมาเต็มขอบเลย ไอ้ที่เห็นด้านบนตะกี้ก็ดูจะไม่เต็มขอบ
>> ก็ตั้งคำถามถึงมาตรฐาน เพราะปกติมันควรจะเต็มขอบ
>> ข้อที่ 2 ก็คือพอลงมาอันนี้ลงมาแล้วเนี่ย อันนี้ภาพเมื่อปี 67
>> ก็คือว่า
>> ปกติมันหล่นมายังไงมันก็ไม่ควรจะแตกหลุดออกมาเลย ไอ้นี่ขาวจั๊ะเลยแปลว่าหลุดหายไปเลย
>> ครับผม
>> อ่าอันเป็นข้อสังเกตว่าไอ้นี่อาจจะเป็นที่มาเกี่ยวข้องกับไอ้ตัวคอลลาชที่มันไม่สามารถที่จะรองรับความแรง อ่า รองรับน้ำหนักได้มากพอแล้วเกิดอะไรขึ้น
>> แล้วก็เลยเกิดเหตุอย่างนั้นใช่มั้ย อาจารย์
>> ครับผมใช่ครับ
>> อ่าแล้วก็เป็น 1
>> เออ
>> ครับ
>> อันนี้ก็เป็น 1 ข้อสันนิษฐานนะฮะ เพราะว่าเมื่อวานเนี่ยสิ่งที่เห็นก็เห็นภาพจาก CCTV จากด้านล่างมองเสยขึ้นไปแล้วก็ไม่เห็นรายละเอียดอะไรที่เกิดขึ้นด้านบน
>> อื
>> นะฮะ แต่แต่เย็นเย็นเมื่อวานเนี่ยก็ก็เริ่มจะมีภาพโดรนออกมา อันนี้ไม่ใช่ที่มา แต่ว่าเอ่อพอเห็นภาพจากโดรนเนี่ย เอ่อจริงๆผมโพสต์เพิ่มเข้าไปเมื่อเช้านี้
>> อ่าผมเห็นแล้วเดี๋อาจารย์ว่าไปได้เลยเดี๋ยวขึ้นมาให้ฮะ
>> นะครับ แต่ว่ามันจะมีรายละเอียดว่าเราจะมองเห็นว่า เอ่อ ตัวตัวจุดรองรับเนี่ยมันก็เกิดการล้มนะฮะ ล้มแล้วก็ เอ่อ จะมองเห็นว่ามันทะลุลงไปในตัวคานรูปกล่องนี้นะฮะ ก็จมเข้าไปเลย อกก็เลยมีเป็นข้อสันนิษฉานอีกข้อหนึ่งที่บางท่านก็อาจจะมองว่าเอ๊ะ หรือว่าไอ้ตัวขาเนี่ยมันถูกวางไว้ในตำแหน่งที่มันไม่ใช่คอนกรีตฟันหรือเปล่านะ เพราะว่าคาหน้าตัดรูปกล่องเนี่ยเขาจะมีความแข็งแรงมากๆบริเวณที่อยู่บริเวณหัวเสา
>> นะฮะ แล้วถัดจากหัวเสาไปเนี่ยมันจะเป็นกล่องกลวงนะฮะ กล่องตันเนี่ยมันจะอยู่ด้านหน้า คราวนี้เนี่ย เอ่อ ขาของ LG เนี่ยนะฮะ ไอ้ตำแหน่งที่วางกระบอกไฮดรอลิกเนี่ย มันควรจะวางอยู่บนก้อนก้อนคอนกรีตันนะ แต่ว่าถ้ารูปทรงระยะมันไม่ได้ก็มีความเป็นไปได้ที่ขาจะไปเหยียบอยู่บนส่วนที่เป็นกล่องกลวง ซึ่งอันนั้นเนี่ยก็คือเหมือนกับแผ่นพื้นคอนกรีตก็อาจจะรับกำลังไม่ได้นะฮะ
>> แต่ในภาพเนี่ยผมก็พอจะมองเห็นว่าเหมือนคล้ายๆนะฮะ ถ้าไม่ถ้าผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองมากไปก็เหมือนคล้ายๆเห็นชิ้นส่วนคอล่านะมันมันเหมือนจะเสียหายแล้วอยู่ในภาพด้วยก็มีการวงไว้ผมไม่แน่ใจทางรายการเอาขึ้นหรือเปล่าผมไม่ได้เปิดทีวีให้อยู่นะ
>> ขึ้นอ่ะ อ่าไม่เป็นไรขึ้นมาเอาภาพแรกขึ้นมาภาพใหญ่อ่ะ
>> ภาพใหญ่ที่ดูมันจะมีปอกวางอยู่ข้างๆ อาจารย์ฮะ
>> ครับผมฮะ อ่าอันนี้ก็เป็นการอธิบายให้เห็นว่าลักษณะของคอล่าเนี่ยมันจะเป็นแบบลักษณะเนี้ยนะฮะ ก็เป็นฟอกแบบนี้
>> เออ
>> ซึ่งก็เป็น
>> เป็นแผ่นเหล็กเป็นทรงกระบรอกนะฮะ ตั้งซึ่ง อ่า มันมีโอกาสนะถ้ามันจะเกิดการเสียหายใช้งานไปเยอะๆ อาจจะมีการเอียงการบิดอะไรพวก อือ
>> อ่า ก็ทำให้ทำให้เกิดเกิดเหตุได้นะครับอ
>> อ่า
>> เสร็จปุ๊บมันก็จะมีภาพของชิ้นส่วนที่เป็นจุดรองรับที่มันล้มไปเรียบร้อยแล้วเราก็จะเห็นว่า
>> เค้าจิกลงไปในตัวคานคอนกรีตรูปกล่องนะ ก็จิกทะลุลงไป แต่อันนี้เราไม่ทราบว่าเกิดการจิกลงไปเนี่ย
>> เป็นเหตุการณ์ลำดับที่ 0 หรือเป็นเหตุการณ์ลำดับถัดไป เพราะว่าพอล้มปุ๊บมันก็เกิดการจิกทะลุลงไปได้เช่นกันนะฮะ อันนี้ก็ก็ยังยังเป็น เอ่อ เป็นความเป็นไปได้ว่ามีอยู่ 2 โอกาสที่เป็นไปได้คือ 1 คอล่าอาจจะพัง หรือ 2 พื้นทะลุแล้วก็ทำให้เกิดการล้มถัดมานะครับ อันนี้ก็รอตรวจสอบกันต่อไปครับ อันนี้เป็นข้อสังเกต เอ่อ ผมย้อนกลับไปอาจารย์อันนี้ถามแบบชาวบ้านแบบของผมนะ
>> เอ่อ ภาพดูวงจรปิดอีกทีนึงที่อาจารย์ช่วยซูมเข้ามาให้เห็นเนี่ย อันตรงนี้แปลว่ามีการสั่นไหวชัดเจนถูกมั้ยอาจารย์ ตัวนี้คือตัว อ่าปรับระดับของความสูงของ Unchอร์ ถูกมั้ยฮะ
>> ถูกต้องครับใช่ครับ
>> ถูกมั้ยฮะ เป็นการระดับความสูงของขณะเกิดเหตุเนี่ย Uncher มีหน้าที่หิ้วไอ้ชิ้นส่วนคอนกรีตเป็นแท่งๆ ซึ่งผมมองเหมือนพวงมาลัยเลยเนี่ย อาจารย์
>> ครับผม
>> ถูกมั้ฮะ คือมันยังไม่ได้ถูกยึดที่ให้มันผนึกติดกันให้แน่นถูกมั้ยนะ เราดูภาพเนี้ย
>> ใช่ครับใช่ครับ
>> ไอ้คอนกรีตที่เป็นแท่งๆเรียงกันเหมือนพวงมาลัยเนี่ย Uncher น้ำหนักอยู่ก็คือหิ้วๆแต่ละชิ้นอยู่ถูกมั้ยอาจารย์
>> ใช่ครับผม
>> เอ่อ แล้วไอ้ตัวไอ้ไอ้ตัวขารับที่ว่านี้เนี่ย ซึ่งมันมีไฮดรอลิคแล้วก็จะมีคอลาร่า
>> อ่า ผมไม่แน่ใจว่าขนาดนั้นมันเกี่ยวข้องกับการที่มันต้องหิ้วไอ้ตรงนี้เนี่ย คือถ้ามันไม่ยึดแน่นมันก็มีโอกาสที่จะต่อ่งแต่งต่อ่งแต่งถูกมั้ยอาจารย์
>> เอ่อ ผมผมจะเรียนอย่างนี้ครับคือว่า อันนี้เป็นวิธีการทำงานมาตรฐานอยู่แล้วนะฮะ ที่ทั่วโลกก็ทำลักษณะนี้ มันจะมีช่วงเวลาที่ เราจะต้องหยุดงานคือเนื่องจากว่าเราก็มีมาตรการ safety กันนะครับ ของของการก่อสร้างภาครัฐตอนเช้าเวลาเจะห้ามอ่าเขาจะห้ามทำงาน เพราะฉะนั้นเนี่ย operator หรือการทำงานอะไรก็แล้วแต่ที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้หรือมีความเสี่ยงสูงเขาจะให้ทำเวลากลางคืนในขณะที่มีการปิดการจราจร
>> ก็จะมีการหิ้วยกก้อนพวกนี้ แต่การหิ้วยกก้อนแล้วเอาขึ้นไปแขวนแบบนี้เนี่ย มันใช้เวลาค่อนข้างจะเยอะ ครับก็คือ 1 คืนเนี่ยก็อาจจะบางทีก็อาจจะคืนนึงอาจจะเอามาได้แค่ครึ่งครึ่งช่วง เสาร์อีกคืนนึงก็ใส่จนเต็มนะฮะ หรือบางทีก็อาจจะยกได้ครบเลยก็ได้นะฮะ แล้วแต่ว่าเขาสามารถจัดเรียงของมาให้ยกได้แค่ไหน แต่ว่า
>> ในคืนเดียวกันนั้นยังไม่สามารถทำงานให้เสร็จ ยังไม่สามารถทำการผนึกทุกชิ้นเข้าหากันแล้วก็ดึงลวดอัดแรงยึดให้กลายเป็นโครงสร้างเดียวกันและทำงานหมายถึงรองรับน้ำหนักตัวเองได้
>> เพราะฉะนั้นมันจะมีโอกาสที่ launcher เนี่ย จะต้องทำหน้าที่ในการหิ้วชั่วคราวไว้นะครับ โดยชอร์ก็ได้ถูกออกแบบอยู่แล้วให้ทำงานลักษณะนี้ นะฮะประเทศไทยเราก็ก่อสร้างตั้งแต่ เอ่อ บางนาบางปะกงนะฮะ หลายสิบปีมาแล้วนะฮะ ด่วน 2 อ
>> อื
>> รถไฟฟ้าก็ใช้ลักษณะเดียวกันหมดเลยนะฮะ ก็คือเราก็ต้องทำแบบนี้นะฮะ แต่ว่ามันค่อยปลอดภัยมาได้ตลอด
>> คราวนี้เนี่ย เอ่อ ไอ้ชิ้นส่วนเนี่ยมันต้องถูกเอามาจัดเรียงก่อนให้เสร็จนะฮะ ซึ่งมันก็ควรจะเกิดขึ้นในในคืนถัดมา
>> พอเรียงชิ้นส่วนเสร็จปุ๊บเก็จะมาเท เพราะว่ามันความกว้างของแต่ละชิ้นเนี่ยนะฮะ สุดท้ายเนี่ยเอามาเรียงเสร็จแล้วเนี่ยมันจะเหลือช่องว่างอยู่นิดนึงเพื่อให้เขาสามารถทำงานได้ ช่องว่างนั้นต้องมาเทปูนก่อนนะฮะ เทปูนเสร็จปูนมีกำลังแล้วก็ถึงจะดึงลวดแล้วก็เป็นการจบงาน มันก็จะคือจะมีช่วงเวลาอยู่ประมาณ 2-3 วัน
>> ที่ที่คานตัวเนี้ยจะต้องทำหน้าที่ห้อยรับไว้อยู่ครับ
>> อือ อ่า ก็แปลว่าอันนี้เคสนี้เนี่ยได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วก็คือเค้าค่อยมา อ่า เค้าเรียงมา 2 วันแล้วอาจารย์
>> ก็ครับผม
>> อ่า เค้าเรียงมา 2 วันแล้วก็ยัง อ่า แต่นี่เป็นมาตรฐานปกติ ไอ้ Uncher ตัวนี้ก็จะรับน้ำหนักอยู่ถูกมั้ยฮะ
>> ถูกต้องครับ
>> อ่า จนกว่าจะได้ครบชิ้นส่วนไอ้คอนกรีตที่ว่านี้แล้วก็จะมาหลอกข้างนึงเพื่อจะเข้ากระบวนการยึดแน่นถูกมั้ฮะ
>> ถูกต้องใช่ครับ
>> อ่า เพราะฉะนั้นมาตรฐานนี้ไม่ผิดปกติ
>> ไม่ผิดปกติครับ อันนี้เป็น operation ที่สมควรแล้วครับ
>> อ่า เนื่องจากว่าเค้าต้องปิดอ่าปิดการจราจรได้เฉพาะกลางคืนเพื่อจะเอาไอ้ไอ้แท่งพวกนี้เนี่ยขึ้นไปห้อยขึ้นไปห้อยขึ้นไปห้อยถูกมั้ฮะ
>> ใช่ครับผม
>> แล้วพอเช้าต้องเปิดการจราจรเค้าก็ต้อง อ่า ค้างเอาไว้อย่างงั้น
>> ใช่ฮะ อยู่นิ่งๆไว้อย่างงั้นนะฮะ
>> ไม่ได้ผิดปกตินะอาจารย์นะ
>> ไม่ผิดปกติครับ อันนี้เป็น operation ที่สมควรแล้วครับ
>> เพั้นมันก็ต้องมาดูว่าอะไรที่มันทำให้เกิดไอ้ตัวขารับไอ้ที่ไฮโดรลิค อ่า ซึ่งตัวขาเนี่ยมันมี อ่า ไฮโดรลิค มันมี 4 ไฮโดรอลิคอยู่ถูกมั้ยอาจารย์
>> ถูกต้องใช่ครับ
>> แล้วมันเกิดการโยกณขนาดนั้นขึ้นมา ซึ่งมันแปลว่าผมไม่เรียกว่าการโยกแล้วกันนะฮะ คือภาพในวิดีโอเนี่ยมันเป็นการเร่งสปีดก็อาจจะมองเห็นว่าเป็นการโยกนะครับ แต่ว่าเอ่อ สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย เอ่อ การเร่งสปีดเนี่ยแค่ช่วยให้เรามองเห็นว่าตกลงเนี่ย มันหมุนหมุนด้วยท่าไหนที่ที่แน่ๆนะฮะ ก็เลยทำให้ เอ่อ เราตีกรอบเพาะสันนิษฐานได้ง่ายขึ้นนะฮะ แต่มันไม่ใช่การโยก มันสิ่ง ที่เกิดขึ้นก็คือเกิดการเกิดการเฟลเนี่ย นะฮะ ไม่ว่าจะเป็นขาหรือไม่ว่าจะเป็นตัวพื้น ที่รองรับอันเนี้ยก็เป็นเป็นไปได้อยู่ 2 กรณี
>> ณเวลาที่เกิดเหตุเนี่ยเค้าไม่ได้ทำงานถูกมั้ยอาจารย์
>> ไม่ได้ทำงาน เพราะมัน 9
>> แต่อันนี้เราก็มีข้อสันนิษฐานเดี๋ก็คงมีเพิ่มเติมนะฮะ พอดีมันช่วงเวลาเช้า ไอ้ตัวโครงสร้างเนี่ยมันเริ่ม
>> อื
>> คือแม้ว่าจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงของแรง โดยปกติโครงสร้างเนี่ยมันมันไม่ค่อยจะ
>> เกิด surprise แบบตั้งอยู่นิ่งสนิทเลยไม่มีใครไปแตะอะไรแล้วไม่มีแรงกระทำที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้วแล้วจะพังนะฮะ โดยปกติโครงสร้างเราจะไม่เห็นลักษณะนั้น แต่ว่าในกรณีนี้เนี่ยไม่มีคนอยู่จริงๆนะก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น
>> แต่
>> การติดตั้งเนี่ยมันติดตั้งเสร็จไว้ตอนกลางคืนนะ ส่วนใหญ่อุณหภูมิ มันจะต่ำ
>> นะฮะ พอเช้ามาปุ๊บแสงอาทิตย์ออกปุ๊บเนี่ย ไอ้ตัว launcher เกิดการยืดตัวได้หน่อย
>> อื
>> นะฮะ พอมีการยืดตัวปุ๊บเนี่ยนะมันทำให้แรง ที่เกิดขึ้นที่ขาเนี่ยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แล้วพอยืดไปเยอะๆปุ๊บก็ถึงจุดที่มันเป็นจุดวิบัติพอดี แรงมันไปเยอะขึ้นตรงขาพออีกนะก็เกิดวิบัติเก็เลย พออธิบายได้ว่า ไอ้การที่เราเห็นว่าก็ไม่มีใครไปทำงานอยู่ตรงนั้น ทำไมทำไมอยู่ดีๆมันถึงวิบัติได้เนี่ย ก็อธิบายคงอธิบายได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของแรงที่เกิดขึ้นจากการยืดหดตัวนะครับ จากอุณหภูมินะฮะ โดนแดดนิดหน่อยเนี่ยเหล็กเนี่ยสามารถยืดตัวได้เยอะเลย และโดยเฉพาะช่วงเสาที่กว้าง 30 กว่าเมตรเนี่ยมันยืดได้นะฮะ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของแรงได้ครับ
>> อื ไอ้ชอร์กว้างเนี่ย 30 กว่าเมตร แล้วมันห้อยน้ำหนักไอ้ไอคอนกรีตแต่ละชิ้นแต่ละชิ้นที่เรียงต่อกันอยู่เนี่ย
>> ครับผม
>> อ่า ณขณะนั้นมันก็จะเป็นเสี้ยวนาที เอ่อ เสี้ยววินาทีที่อาจารย์ 53 54 ผมดูเวลาอยู่ถูกมั้ย
>> ครับผมใช่ครับ
>> มันก็คือเกิดการขยับตัว
>> ครับ
>> ซึ่งอาจจะเกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงก็ได้
>> เอ่อ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงทำให้แรงในจุดที่มันเกิดการวิบัตินั่นน่ะมันสูงนะฮะ ก็เลยก็เลยก็เลยขยับตัว คือการขยับกับตัวเกิดภายหลังจะเกิดการวิบัติของขาแล้วนะฮะ ไม่ว่าจะเป็นขาหรือคสAPก็แล้วแต่
>> อ๋อๆ เข้าใจละ
>> เอ่อ เพราะฉะนั้นขณะนั้นไม่ไอ้ตัวขารับนี่ ยัง อ่า เค้าไม่ได้ทำงาน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ทำหน้าที่ปรับความสูงอะไร มันอยู่นิ่งๆ ถูกมั้ยอาจารย์
>> ถูกต้อง เค้าปรับเปปรับเสร็จตั้งแต่ตอนตั้ง Uncher แล้วครับ
>> อือๆ
>> ก่อนที่จะยกก้อนขึ้นมานะฮะ ปรับให้เสร็จก่อนเลย เพราะว่าตัว launcher ต้องอยู่ในระดับอยู่ในระนาบที่ดีไม่มีการเอียงไม่มีการเท เพราะมันจะอันตรายได้ เก็เลยต้องปรับให้เรียบร้อยก่อนนะ อ่า เพราะฉะนั้น อ่า ข้อสันติฐาน ณขณะนี้ของอาจารย์ ถ้าดูจากภาพและดูเหตุการณ์ย้อนกลับไปเมื่อปี 67 ลักษณะถล่มแถวเมืองใหม่ที่พระราม 2 เหมือนกัน 1
>> ครับผม
>> ณเวลาก่อนจะลงมาตรงนี้เนี่ยคือคอล่าแตกมีปัญหา 2 ไอ้ตรงที่รองรับไฮโดรลิคเนี่ย ไอ้ตรงนั้นดันเป็นโพงแล้วทะลุตู้มลงไป แล้วก็เลยเสียสมดุลแล้วก็โครมลงมาอย่างงั้นใช่มั้ย
>> อ่า เป็นเป็นไปได้ 2 กรณี้นะฮะ สำหรับครั้งนี้นะครับ
>> อืออื มันควรจะเกิดขึ้นมั้ยซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับครั้งก่อนนะครับ
>> อื ไม่เหมือนอะไรนะอาจารย์ฮะ
>> กลไกการวิบัติอาจจะไม่เหมือนกับครั้งก่อนของปี 67 นะครับ แต่เพียงแต่ว่า อ่า ภาพของปี 67 พอดีผมเมื่อวานก็ไปไม่ถึงพระราม 2 รถติดมากนะฮะ ผมผมก็เลยเอาภาพเก่ามานั่งดูนะฮะ แล้วก็แล้วก็ดูว่าจุดไหนของส่วนที่ เป็นจุดรองรับเนี่ยที่มันจะมีโอกาส weak แล้วก็ทำให้เกิดการวิบัติได้นะฮะ ก็เลยมาดูแล้วมาเจอตรงส่วนที่เป็นคอล่านะครับ
>> ครับ
>> ก็เลยมีการยื่นภาพของเก่ามานะฮะ แต่ว่าไม่ได้ไม่ได้มีการสรุปหรือพูดเกี่ยวกับของเก่าว่าของเก่าวิบัติด้วยกรณีนี้นะครับ อันนี้แยกกันนะฮะ
>> เข้าใจ เอ่อ เพื่อของเก่าเพื่อเห็นคอลช
>> ใช่ครับผม
>> อื แต่ของใหม่ก็เป็นการตั้งข้อสันนิษฐาน ซึ่งก็ไปดูว่าไอ้คอลลารเนี่ย อาจารย์ก็สะเกตมันจะเหมือนปี 67 มั้ย ก็คือลักษณะของคอล่าแข็งแรงทีพอมั้ย
>> แล้วก็ต้องเต็มเหล็กต้องเต็มกระบอกถูกมั้ยอาจารย์อาจารย์
>> ครับผมฮะ แล้วก็ต้องแนบสนิทมั้งตันขึ้นไปเลยนะฮะ
>> เออ ต้องให้มันครอบเลย ถ้าบางกว่าก็แปลว่ามันรองรับน้ำหนักไม่ไหวนะบางทีถูกมั้ยอาจารย์
>> ใช่ครับ คือบางครั้งเนี่ยการใช้วิธีที่ เอ่อ ไม่ต้อง advance มาก
>> ก็มีข้อดีนะฮะ ก็คืออาจจะเป็นวิธีโบล่ำโบราณแต่ว่าข้อดีคือมันเราไม่จำเป็นจะต้องตรวจสอบกันมากมาย ของพวกนี้โอกาสที่จะเสียหายโอกาสที่มันจะ
>> เกิดความผิดปกติมันน้อยกว่าของที่มัน advance นะฮะ อันนี้ก็เป็นเป็นเหมือนเหมือนบทเรียนนะถ้าเกิดว่าถ้าเราสุดท้ายมันสรุปจบว่ามันเป็นเรื่องของคอล่าเนี่ยนะฮะ มันก็คงจะมีโอกาสในการไปปรับวิธี การทำงานดีเทลการทำงานให้มันปลอดภัยขึ้น อย่างน้อยเรื่องนี้ก็จะไม่วนเกิดซ้ำอีกนะฮะในอนาคตครับ
>> อ่า เข้าใจ อ่า ถ้าเกิดที่สุดคอล่ามันมีส่วน หรือเป็นปัจจัยจะได้ไปป้องกันซะกับโครง การอื่น
>> ใช่ครับผม
>> หมายถึงลักษณะของคอลช
>> หุ้มให้ แล้วเย็บให้มันครบถ้วนติดให้มันแนบสนิทถูกมั้อาจารย์
>> ถูกต้องครับ
>> หรือถ้าเป็นกรณีของไอ้ตรงที่ไปวางฐานเนี่ย ดันเกิดไปวางบางจุดที่มันเกิดยุบตัวลงไปได้ อันนั้นก็ไปแก้ตรงนั้นว่าเวลาวางเนี่ยมันต้องดูให้ดี
>> ต้องเช็คก่อนนะครับ
>> อือๆ
>> ครับผม
>> อ่า เท่าที่ดูเบื้องต้นน่าจะเป็นเหตุการณ์นี้ใช่มั้อาจารย์ เท่าที่ดูแล้วไม่คิดว่าจะเป็นอย่างอื่นได้ใช่มั้ย
>> มี 2 ความเป็นไปได้นี่แหละครับที่เห็นนะ ครับ
>> อือๆๆ อ่า วันนี้ตรวจสอบอาจารย์เบื้องต้นก่อนว่ามีโอกาสอยากจะถามถามอาจารย์กรณีที่สีคิ้วด้วย
>> ออครับผม สีคิ้วอาจจะข้อมูลยังมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะครับ
>> เกือบไปถึงแล้วเหมือนกันแต่ว่ายูเทิร์นกลับมาพระนราม 2 ก่อนว่า
>> อ่า เมื่อวานนี้อาจารย์ก็เป็นอีกคนนึงใช่ไหม กำลังเดินทางจะไปสีคิ้วเลย
>> ใช่ครับ
>> เอ่อ ปรากฏว่าใครจะไปคิดอาจารย์คิดมั้ยว่ามันจะเกิด 2 วันติดต่อกันโดยพวกพระเหมา รายเดียวกันเนี่ย
>> ผมสะใภ้มากตอนที่เห็นข้อความใน Line ผมก็ยังงงว่าเอ๊ะ ทำไมเอาเอาของเก่าพระราม 2 รอบเก่ามามารีลอะไรกันใหม่นะ เพราะหน้าตาของตัว Launcher มันหน้าตาเหมือนกันอ
>> อื
>> จนต้องอ่านแล้วก็เช็คให้ดีแล้วก็ถามคนที่ส่งมาว่าเอาจริงหรือเปล่าเนี่ย เหมือนข้อข้อมูลจริงหรือเปล่าเนี่ย ก็เพราะเดี๋ยวนี้ AI ก็เยอะนะฮะ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า AI ไป Generate ขึ้นมาหน้าตาคล้ายๆหรือเปล่า อะไรแบบเนี้ย ก็เช็คจนชัวร์ว่าอ้อ ตกลงพระสิดเหตุจริงก็เลยยูเทิร์นกลับ
>> อื
>> คราวนี้เรื่องผู้รับเหมาหรืออะไรต่างๆ อันนี้อันนี้คงคงไม่ค่อยจะมีความเห็นนะครับ แต่ว่าก็เราก็มีเหตุเกิดบ่อยบ่อยเกินไปนะ ครับก็คงต้องเป็น
>> เวลาที่จะต้องมาปัดฝุ่นแล้วก็รื้อกันดูใหม่อ่ะนะครับว่า
>> เช็คลิสต่างๆอ่ะที่มีเนี่ยมันต้องทำให้ อย่างน้อยคือประวัติศาสตร์การถล่มทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาต้องเข้าไปอยู่ในเช็คลิสต์กันนะครับ ก็จะได้ไม่มีการวนซ้ำกับสิ่งเก่าๆนะครับ
>> ไอ้ที่แล้วมาเค้ายังไม่ถอดออกมาให้มันเป็นเช็คลิสต์เลยดิอาจารย์
>> อ่า อันนี้ก็ภาคประชาชนช่วยกันผลักดันก็แล้วกันนะครับ
>> ก็คือเกิดเหตุการณ์ไหนมันต้องรู้สาเหตุที่ชัดเจนแล้วจะได้เอามาอยู่ในมาตรฐานเช็คลิสต์เวลาทำโครงการอื่นๆ หรือที่กำลังทำอยู่เพื่อไม่มาเกิดซ้ำถูกมั้ยอาจารย์
>> ถูกต้องครับ ขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหาคือการยอมรับว่ามันมีปัญหานะฮะ แล้วเราก็จะจะได้ไปจัดการแก้ปัญหาหรือไปป้องกันปัญหาให้ถูกสุด ดังนั้นเนี่ย
>> เอ่อ เราเราเรากำลังต้องยอมรับกับขั้นตอนแรก อื ให้ิดเราสดคุยเรื่องพวกนี้กันได้ในวิถี ที่เป็นวิถีสร้างสรรค์นะครับ คือคือในสิ่ง ที่เราเห็นอยู่ในสื่อในคอมเมนต์ต่างๆทุกคน ก็อาจจะมองไปในแง่จะลงโทษกันอย่างเดียว จะอะไรอย่างเดียว แต่ว่าในวิถีที่สร้างสรรค์เนี่ยในมุมเมาด้านการการช่วยกันคิดว่า จะทำยังไงให้ให้มันไม่เกิดขึ้นเนี่ย อันนี้เป็นเป็นอีก 1 ส่วนที่ต้องการพลังงานด้านนี้อีกเยอะเหมือนกันฮะ อยากอยากให้มาหากันว่าเกิดอะไรแล้วมาช่วยกันนั่งคุยกันดีๆว่า อ่า เราจะแก้หรือป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้ยังไงนะฮะ ช่วยๆกันน่าจะได้ครับ
>> อครับ เอาที่ผมตั้งข้อคือ อ่า พูดถึงเรื่องนี้ก็คือเหมือนคำว่าถอดบทเรียนนั่นแหละ ว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นหาให้ได้ชัด
>> และไอ้นี่รู้มันเป็นปัญหาปุ๊บมันใช่แน่ๆ หรืออาจจะเป็นปัจจัยที่ 1 ปัจจัยที่ 2 ปัจจัยที่ 3 เอาทั้งหมดเนี่ยมาใส่ในคู่มือการทำงานของ อ่า โครงการที่ทำอยู่หรือจะทำต่อไปอย่างน้อยก็ป้องกันไอ้จุดนี้ อันนี้คือถอดบทเรียน แต่ที่ผ่านมามันไม่เคยเห็นไงอาจารย์
>> ถูกครับ มันมันเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยไม่ค่อยมีคำอธิบายในสาธารณะที่
>> ที่ทุกๆคนฟังแล้วก็รู้สึกว่าเข้าใจได้นะ ครับก็
>> อันนี้ก็ก็อยากผลักดันนะครับก็ก็คงเป็นสิ่งที่ดีหรอฮะ ถ้าเราจะเอามาคุยกันได้ทุกครั้งนะครับ แล้วก็พยายามคุยคุยกันในเชิงวิศวกรรม คุยในเชิงวิทยาศาสตร์หาที่มาที่ไปนะครับ ส่วนกฎหมายก็ปล่อยเดำเนินการกันต่อไป
>> ถ้าเราเข้าใจได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ วิศวธรรมศาสตร์ ข้อมูลพวกนี้เนี่ยมัน วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ไม่มีความลับนะฮะ ก็ควรจะคุยกันได้
>> อ ได้ครับ เอาไว้มีโอกาสจะเรียนเชิญเมื่อสักครู่ว่าตอนรายการผมกราบขออภัยผมไปอ่านชื่ออาจารย์พันเชษฐปั้นเจตธรรมขออภัยนะอาจารย์นะ
>> ครับผมไม่เป็นไรครับ ชื่อผมสะกดอย่างงี้มันอ่านยากอยู่แล้วครับ โดยปกติ อ่า ขอบพระคุณครับอาจารย์ เช้าวันนี้ครับขอบพระคุณ
>> ขอบคุณครับคุณสรยุทธ
>> อ่า ขอให้เดินทางไปดูพระราม 2 ได้อย่างปลอดภัยนะอาจารย์นะ
>> ก็ครับผม บอกอใกล้ๆจบแล้วครับเสร้างใกล้หมดแล้วครับเนี่ย อันนี้ก็มาเกิดเหตุซะก่อนนะครับ
>> ขอบคุณครับอาจารย์ครับ
>> ปลอดภัยขึ้น
>> ครับผม ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
>> สวัสดีครับ อันนี้เป็นความอยากรู้ผมก็อยากรู้ท่านผู้ชมคิดว่าคงอยากรู้ได้ประเด็นทีเดียว เอ่อ ที่ผ่านมาสาเหตุเป็นยังไง 1 2 3 เนี่ย เอามันถอดบทเรียนคือมันไม่สรุปเอามาให้เห็นมันจะเป็นบทเรียนได้ยังไงถูกมั้ย อ้า เดี๋ยวจะคุยกันแล้วล่ะท่านผู้ชมเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการบ้านการเมืองระหว่างนี้ เดี๋ยวจัดที่นั่งสักนิดนึง อ่า เปิดเพลง เริ่มจากคุณศุภจีพรหมใจไทยแล้วต่อด้วยคุณสิริกัญญาพรรคประชาชน ภาพประกอบเกี่ยวกับ 2 พรรคนี้เพื่อจะจัดที่นั่งสักหน่อย จัดยังไงดี อ่า พร้อมมั้ย
>> พร้อมมั้ย ถ้าพร้อม
>> อ่า ถ้าพร้อม
>> อ่า ผมไม่ได้บอกล่วงหน้าท่านผู้ชม
>> พร้อมบริการรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ
>> โอเคพี่
>> อ่า ประเด็นของคุณศุภจี อ่า ตอนนี้ในแวดวงเรียกซุปเปอร์จีกับสิริกัญญาตันสกุลอ่ะ ถ้าพร้อมแล้วระหว่างนี้เชิญฮะ แล้วเดี๋ยวกลับมาเจอกัน เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ ออไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพรรคอื่นหรอกค่ะ เลือกตั้ง 4 ครั้ง คราวนี้ขอเลือกคนเข้าสู่สภา ไม่คิดจะเลือกพรรคใด เลือกภูมิใจไทยพรรคเดียวเลยหนา พรรคพรนี้แล้วก็เป็นกันเอง มีแต่คนเก่งและช่วยกันนำพา รักพักรักตัวคนทั้งใจ เลือกภูมิใจไทยและด้วยใจศรัทธา เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ ออกไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพรรคอื่นหรอกค่ะ ชัดเจนทุกนโยบายละ พูดแล้วทำได้ ไม่เคยด้อยค่าประชาชนน่ะ ทุกคนเป็นใหญ่ พรรคภูมิใจไทย รักชาวประชา รักนี้แล้วก็เป็นกันเอง มีแต่คนเก่งและช่วยกันนำพา รักพักรักตัวคนทั้ง เลือกภูมิใจไทยและด้วยใจศรัทธา เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ ออกไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพรรคอื่นหรอกค่ะ เสร็จพักกิจละติดขัดส่วนใดล่ะ พรรคภูมิใจไทยก็ไม่รอช้า ตะเ้งแก้เร่งทำทันทีล่ะ เพราะเรานั้นมีแหล่งภูมิปัญญา ศิลปะวัฒนธรรม เราขอน้อมนำและเพิ่มพูนคา เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ ออกไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพรรคอื่นหรอกค่ะ เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ ออกไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพรรคอื่นหรอกค่ะ ถ้าเสร็จพักกิจละติดขัดส่วนใดละ พรรคภูมิใจไทยก็ไม่รอช้า เร่งแก้เร่งทำทันทีล่ะ เพราะเรานั้นมีแหล่งภูมิปัญญา ศิลปะวัฒนธรรม เราขอน้อมนำและเพิ่มพูนมูลคา เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ อ๋อไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพรรคอื่นหรอกค่ะ เลือกแล้วค่ะเลือกภูมิใจไทยแล้วค่ะ ได้เบอร์แล้วค่ะ เบอร์ 37 นะคะ ออ ไม่หรอกค่ะ ไม่เลือกพักอื่นหรอกค่ะ
>> ความหมดสิ้นสุดลงนับจากนี้ มันคือการเดินหน้าต่อ ล้มกี่ครั้งลุกเท่านั้น เกมนี้ยาว แล้วเดินพันอันยิ่งใหญ่ เดินกันก้าวให้ไกล ตรงหน้าราวมีอนาคตใหม่ๆ นาฬิกาไม่หยุดเดิน ใครก็กลัวไม่มีวันที่นอน ที่คือประชาชน
>> คือทุกคนที่มีใจหนึ่งเดียวกัน
>> ไม่เคยจะเกรงกลัว มีแคมมือก็จะโชว์ขึ้นสุดฟ้า
>> ไงประชาชน
>> นับคนบนถนนไกลสุดตา
>> ทุกคนจะตะโกน วันนี้เราจะไม่เป็นไร ประเทศนี้เป็นของใคร ของพวกเราประชาชน อุดมการณ์เราคือทำให้ไทยพ้นจากวังวน เสรีภาพเสมอภาคภารดากับทุกคน หยุดอำนาจที่ผูกขาดไว้กับคนไม่กี่คน ดามที่เราชูเป็นตัวแทนสัญลักษณ์นิ้วกลางชี้นางให้โลกได้รู้ ประจัดปฏิรูปทุกระบบตั้งแต่บ้านโรงเรียนว่าจะถึงวันของเรา ประชาชนจะชนะ
>> เราคือผู้คนและการเดินทาง ประชาชนยังคงเดินหน้า เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง เส้นทางของการเปลี่ยนแปลง นี่คือประชาชน คือทุกคนที่มีใจเดียวกัน
>> ไม่เคยจะเกรงกลัว
>> มีแคมมือก็จะชูขึ้นสุดฟ้านี่ไงประชาชน
>> นับล้านคนถนนไกลสุดตา
>> ทุกคนจะตะโกน วันนี้เราจะไม่เป็นภาคใคร แล้ว ประชาชน ไม่เคยจะเกรงกลัว วิ่งในประชาชน ทุกคนจะตอดวันนี้เราจะไม่เป็นจากใคร เ้า
>> อ้า ท่านผู้ชมฮะ สวัสดีทั้ง 2 ท่านครับ
>> สวัสดีค่ะ
>> ผู้ช่วยหาเสียงและถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณศุภจี สุรัมพันธ์ครับ สวัสดีครับ
>> สวัสดีค่ะ
>> และแคนดิเดตนายมนตรีอันดับ 2 ของพรรคประชาชน ถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนรับรัฐบาลจะเป็นรองนมนตรีฝ่ายปฏิรูปภาครัฐ คุณศรี กัญญาตันสกุลนะครับ สวัสดีครับ
>> สวัสดีค่ะ
>> วันนี้เชิญมาคุยกันในบรรยากาศอย่าเครียด คุณสุปจิ
>> อ่า หน้าใหม่ในวงการเมืองสักหน่อย
>> พยายามไม่เครียดค่ะ
>> อ่ะ ที่นี่เป็นที่ที่ 2
>> ค่ะ
>> หลังจากที่ไปสแตนดารดมา
>> ใช่ค่ะ
>> ถูกมั้ฮะ อ่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้หลายท่านถามว่าจะถามอะไร เศรษฐกิจมันกว้างมาก
>> ค่ะ
>> ไม่รู้จะถามอะไร นอกจากจะให้ทั้ง 2 ท่านเนี่ยพูดถึงสถานการณ์ประเทศในวันนี้ว่า มันเป็นอะไรและจะต้องแก้อย่างไร เอาสถานการณ์ประเทศก่อน
>> ค่ะ
>> ว่าจะเห็นตรงกันมั้ย
>> ค่ะ
>> เอ่อ ปัญหาคือจะให้ใครเริ่มก่อน
>> แล้วแต่เลยค่ะ
>> ใช้คือต
>> ใช้ อายุก็ต่ำ
>> อ่า คุณแต๋ม ตอนนี้เค้าเรียกศุภจี
>> ศุภจีค่ะ
>> เอ่อ ซุปเปอร์จี
>> อ๋อค่ะ
>> มันมาจากไหน อื เค้งเหมือนกับซุปเปอร์เกมั้งคะ อือ
>> อื
>> อะไรอย่างงั้นมั้งคะ จริงๆแล้วศุภจีถูกแล้วค่ะ
>> เอ่อ เรียกศุภจีนะ
>> เรียกแต๋มเถอะค่ะ
>> เอ่อ เรียกศุภจีดี เอ่อ เกิดอะไรขึ้นกับปรากฏการณ์ก่อนจะคุยกัน
>> ยังไงคะ
>> เอ่อ กับการที่เกิดกระแสฉุบพระจีขึ้นมาเนี่ย เกิดอะไรขึ้น
>> อันนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันนะคะ ก็คือจริงๆแล้วที่เข้ามาทำงานเนี่ย ก็เป็นหน้าใหม่ อย่างที่เมื่อสักครู่นี้คุณสรยุทธพูด จริงๆแล้วคุณสิริกัญญาเนี่ยเก่ากว่าด้วยซ้ำไป เพราะว่าทำงานทางด้านการเมืองมาหลายปี กี่ปีแล้วนะฮะ 7 8 ปี
>> 7-8 ปี 3 เดือนนะฮะ จริงๆแล้วยังไม่ครบ 100 วันยังไม่ถึงเวลาเผาด้วยซ้ำไปนะฮะ ก็เข้ามาใหม่มากค่ะ แต่ว่าอาจจะเป็นเพราะว่า
>> เนื่องจากเรามาด้วยระยะเวลาที่สั้นมาก ก็เลยมีความตั้งใจทำงานตรงหน้าให้เต็มที่ที่สุดในทุกๆวัน
>> แล้วก็ทำในหลายๆเรื่อง ซึ่งอาจจะ เอ่อ ไปแตะโดนกับประชาชนก็เลยทำให้ เอ่อ มีเสียงตอบรับมั้งคะ
>> ซึ่งอันนี้ก็เป็นความ เอ่อ รู้สึกว่าได้เป็นกำลังใจ ก็ต้องขอบพระคุณกับทุกเสียงที่ให้การสนับสนุนค่ะ
>> เอ่อ ผมจำเหตุการณ์นึงได้ในสภาวันแถลงนโยบาย คุณจิริยาจะจำได้เหมือนกัน
>> จำได้ค่ะ
>> อาทิตย์ลุกขึ้นตอบแล้วก็ตอนนั้นเสียงแหบ คว้าน้ำขึ้นอย่างงี้เลย
>> ก็วันนั้นเนี่ยเนื่องจากว่าไม่เคยอยู่ในวงการ เอ่อ นี้มาก่อนเลยก่อนที่จะขึ้น เอ่อ แถลงนโยบาย
>> ก็จะมีทีมงานของกระทรวง ซึ่งเราก็เจอกันเป็นครั้งแรก
>> ในการมา เอ่อ บรีฟ เอ่อ มีเรื่องอะไรบ้าง เราก็ใช้เวลาสักประมาณประมาณชั่วโมงกว่าๆ ในการประมวลผลในสิ่งที่ได้รับบรีฟมาแล้วก็ มาทำเป็น structure ของสิ่งที่จะพูดนะคะ แล้วก็เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ได้มีความสามารถมากในเรื่องนี้เนี่ย ก็เลยขอให้ทีมข้าราชการเนี่ยช่วยทำเป็นเหมือนกับ infographic เพราะว่าตัวเองจะคุ้นกับนั้น มันจะได้เป็นการนำเสนอที่เป็นขั้นเป็นตอน ให้ เอ่อ คนเนี้ยที่ฟังเนี่ยมีความเข้าใจ และตามกันไปอย่างง่ายๆด้วย แล้วจริงๆแล้วช่วยตัวเองด้วยว่าให้ตัวเองก็สามารถที่จะไปต่อโดยที่ไม่หลุดประเด็น
>> อื
>> ก็เลยเป็นที่มา แต่เนื่องจากว่าพักผ่อนก็น้อย เพราะว่าพยายามเตรียมตัวค่ะ
>> เสียงแหบ
>> เสียงก็ไม่มีค่ะ
>> เอ่อ วันนั้นเป็นยังไง คุณสิริกัญญา อ่า ผู้ส อ่า สส.พรรคคุณยังลุกขึ้นยอมรับอ่ะ จำได้ใช่มั้ย
>> จำได้ค่ะ
>> อ่า แคนดิเดตรัฐมนตรีพาณิชย์ของคุณน่ะ
>> ออค่ะ
>> เอ่อ เห็นคุณสุภจีตอนในสภาวันนั้นเป็นยังไง ในฐานะผู้อาวุโส
>> ค่ะ
>> ของสภานะ
>> อ๋อ เป็นผู้อาวุโสก็ต้องยอมรับว่ามันเป็น ก็เป็นปรากฏการณ์เหมือนกันว่ามีนานๆเราจะมีรัฐมนตรีที่ชี้แจงบนบัลลังก์ได้รู้เรื่อง
>> อือ
>> เอ่อ พูดจา เอ่อ รู้เรื่อง ดูมีความรู้ความสามารถ
>> ก็เป็นปรากฏการณ์ของสภาเหมือนกันนะคะ ก็เลย เอ่อ เราก็เลยได้ เอ่อ คุณสิทธิพลเนาะ
>> เอ่อ ก็เลยได้ลุกขึ้น เอ่อ
>> พูดชมเชยในวันนี้
>> คิดว่าวันนี้จะมาเป็นคู่แข่งมั้ย
>> ไม่เลยค่ะ เราก็รู้สึกว่า เอ่อ จริงๆแล้วเนี่ยเราอยากเห็นการแข่งขันในช่วงเลือกตั้งเนี่ยมันเป็นแบบนี้มากกว่า ก็คือแต่ละพรรคเนี่ยเสนอเอาตัว เอ่อ ตัวดีๆ ตัวเจ๋งๆ ตัวตึงในด้านต่างๆเนี่ย มาให้ประชาชนได้เลือกอ เพราะว่า สส.ก็เรื่องนึง แต่ว่า เอ่อ ผู้บริหารก็เป็นอีกเรื่องนึง สส.ก็จะเชี่ยวชาญในเรื่องของงานนิติบัญญัติ แต่ว่างานบริหารก็ก็ต้องมีตัวเลือกให้ประชาชนได้เห็นหน้าก่อนเหมือนกัน อันนี้เราก็คิดว่าก็เป็นเป็นปรากฏการณ์ ซึ่งเราอ่ะก็พูดตั้งแต่ตอนก่อนที่จะ เอ่อ มี เอ่อ เปลี่ยน มีการเปลี่ยนรัฐบาลด้วยซ้ำว่าเรามีแนวทางแบบนี้ตั้งแต่ต้น แต่ว่า อ่า ทางนี้เขาก็ เอ่อ มาแนวทางเดียวกัน เราก็คิดว่าประชาชนได้ประโยชน์ค่ะ แบบนี้
>> เอ่อ เวที stand นดารด ก่อนจะเริ่มนะ คุณจิตกันยาบอกว่าก็โอเคนะ ถ้าเฉพาะพี่แต๋ม แต่พรรคเนี่ยต้องคิดหนัก
>> อื
>> คืออะไร
>> เพราะว่า เอ่อ ณวันนี้เนี่ยยังก็มีพี่แต๋มใช่มั้คะ แต่ว่าก็ยังไม่เห็นว่า เอ่อ รัฐมนตรีในด้านอื่นๆจะเป็นยังไง แต่ว่าถ้าเกิดเป็นเซตเดิมอ่ะใช่มั้มันก็จะมี กระทรวงเกษตรอ
>> ใช่มั้ย หรือว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
>> อ่า คุณธรรมนัส คุณสุชาติ
>> ใช่ค่ะ ซึ่งเราก็เอ๊ะเอ่อสุดท้ายมันก็ต้องมาทำงานร่วมกันอยู่ดี ดังนั้นเนี่ย เอ่อ ถ้าเป็นแพ็คเกจรวยรวมที่มีอีกหลายอีกหลายท่านที่จะมาเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีเนี่ย เราก็ต้องขอคิดก่อน
>> อยังขอคิดเหรอะ อ่ะ ขณะที่คุณศุภจี วันนั้นบอกว่า อ่า ถ้าพูดถึงแนวทางแนวนโยบาย
>> ทางเศรษฐกิจ
>> ทางเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกันเนี่ย ก็นั่งข้างๆก็คือคุณสิริกัญญานี่แหละ
>> ใช่ค่ะ
>> แต่เฉพาะด้านเศรษฐกิจนะ
>> ก็ได้ยินแต่เรื่องเศรษฐกิจ เพราะว่าไม่ได้ติดตามทางด้านอื่นเลย
>> ไอ้ด้านอื่นที่ต้องคิดด้วยคืออะไรเหรอ
>> จริงๆแล้วเนี่ย โอ้ ในเรื่องของการบริหารบ้านเมืองมีหลายด้านมากนะคะมี
>> อ หมายถึงว่าด้านเศรษฐกิจเนี่ยโอเคเลยพรคนี้
>> ใช่ๆ ก็คุยกันค่ะ
>> แต่เฉพาะด้านเศรษฐกิจนะ
>> ก็ตอนนั้นเนี่ยที่เขาถามคำถามก็คือในเรื่องของนโยบายเศรษฐกิจที่เราได้ยินทั้งเวทีมาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงนั้น เนี่ยมีแนวทางที่ใกล้เคียงกับพรรคไหน
>> ก็ เอ่อ ได้ฟังนโยบายที่คุณสิริกัญญานำเสนอ ซึ่งก็คิดว่าสอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองคิด เป็นในหลักการหลายเรื่องแล้วเผอิญได้นั่งใกล้กัน บางทีในขณะที่คนอื่นเขาดีเบตกัน เราก็มานั่งคุยกันในเรื่องที่เขาดีเบตกัน เราก็เห็นคล้ายๆตรงกันก็ตอบเป็นเช่นนั้น ก็ตอบเป็นความเป็นจริงเลยค่ะ
>> อ ไม่ได้มีนัยยะอื่นว่าเอาเรื่องเฉพาะเศรษฐกิจนะ เรื่องนโยบายด้านอื่นฉันไม่เห็นด้วย
>> เถามเรื่องนี้ถามคุณสุกัญญา เอ่อ สิริกัญญา ได้เถามเรื่องนี้เนาะว่านโยบายเศรษฐกิจที่เราได้ยินทุกคนพูดมาเนี่ย เราคิดว่าไปกับทางไหนได้บ้างค่ะ
>> อือออ อ่ะ เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวกับนโยบายด้านอื่นนะ
>> ยังไม่ได้พูดเรื่องนั้นเลยค่ะ ค่ะ
>> อ่ะ ถามย้ำไปครั้งที่ 3 อ้า กลับมาผมให้คุณสุพจีเริ่มก็แล้วกัน
>> ค่ะ
>> ได้ค่ะ
>> อ่ะ ประเทศนี้ด้านเศรษฐกิจซึ่งมันโยงกับเรื่องปากท้อง เรื่องอนาคตประเทศ เอ่อ ที่เขาว่ากันว่าจะล้าหลังหรือไม่ประการใด เพราะภายในปีหน้าเราเชื่อกันว่าเวียดนามอาจจะแซงแล้วนะ
>> ค่ะ
>> เราจะตกลงมาจากอันดับที่เราเคยอยู่ที่ 3 จากอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไปเวียดนามจะขึ้นไปที่ 3
>> ค่ะ
>> แล้วเผลอๆต่อไปจะตกลงไปอีก อันนี้คือ GDP
>> ค่ะ
>> ปากท้อง
>> อ่า โครงสร้างเศรษฐกิจอ่ะ ให้คุณสุพจีบอกก่อน แล้วเดี๋ยวคุณไหม
>> แล้วเดี๋ยงแลกเปลี่ยนกันดูได้เลย
>> เป็นยังไง
>> ก็ถ้ามองในเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศตอนเนี้ย มีความท้าทายเยอะมากเลยค่ะ อย่างที่คุณสรยุทธพูดมา มันมีทั้งเรื่องของปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมยาก แล้วก็ปัจจัยภายในประเทศ
>> ถ้าปัจจัยภายนอกเดี๋ยวขาดเดี๋ทั้งให้คุณสิริกัญญาช่วยเติมนะคะ ปัจจัยภายนอกเนี่ย เอ แรกเลยก็คือในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ พวก geopolitical นะคะ
>> จริงๆแล้วเนี่ย เอ่อ เราเห็นขั้วค่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้แล้วมีผลกระทบกับเรื่องของการค้าการขายในเรื่องระบบเศรษฐกิจโลกเนี่ยเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นภูมิรัฐศาสตร์เนี่ย เอ่อ เป็นเรื่องที่ใหญ่มากอีกเรื่องนึง ก็เรื่องของภูมิอากาศด้วยเช่นกันนะฮะ เพราะว่าโลกเนี่ย เอ่อ มีความแปรปรวนอยู่มากมาย วันนี้เรามาเผชิญกับ เอ่อ หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่มันมีผลกระทบด้วยที่เราควบคุมค่อนข้างยากมาก แต่เราต้องพยายาม
>> อีกเรื่องนึงก็คือในเรื่องของ เอ่อ ความพัฒนาการพัฒนาการของ เอ่อ พวกดิจิทัลนะคะ พวก innovation พวก AI ซึ่งมันทำให้การทำงานในวันนี้ไม่เหมือนเดิม ถ้าเราสามารถที่จะใช้ประโยชน์กับมันได้ก็จะช่วย ถ้าเราไม่สามารถใช้ประโยชน์กับมันได้ประเทศเราก็จะยิ่งล้าหลังไปอีก อันนี้คือปัจจัยภายนอกนะ เอาสั้นๆเรื่องส่วนปัจจัยภายในประเทศเองเนี่ย ในแง่ของโครงสร้างประชากรของเราเนี่ย เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก เรามีจำนวนประชากรลดลงเนี่ยติดต่อต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้วนะคะ เราเนี่ยเข้าสู่ เอ่อ เอ่อ สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบไปแล้วนะคะ เอ่อ ซึ่งแต๋มเป็นหนึ่งในคนที่ contribute ในสังคมสูงวัยด้วยนะคะ เพราะว่าทุกๆ 5 คนทุกๆ ประชากร 5 คนเนี่ยมีคนสูงวัยอย่างน้อยคนนึงอ
>> แล้วก็ในเรื่องของ เอ่อ เอ่อ โครงสร้างประชากรแล้วเนี่ย ก็ยังมีในเรื่องของตัวโครงสร้างของเศรษฐกิจที่เมื่อสักครู่คุณสรยุทธพูดเกี่ยวกับเรื่องของ GDP
>> อื
>> GDP ของเราเนี่ยเติบโตน้อยมากนะคะ อย่างปีที่ผ่านมาก็ไม่ถึง 2% นะคะ
>> เป็นต่อเนื่องมาเป็น 10 ปีละ
>> ต่อเนื่องมานาน ซึ่งเหล่าเนี้ยมันทำให้เกิดผลกระทบมากมาย ทีนี้ถ้าเราดูก่อนที่จะลงไปดูว่าจะแก้ยังไงเนี่ย ถ้าเรามาดูโครงสร้างของ GDP ของประเทศน่ะนะคะ มันก็จะประกอบด้วยการเอ่อ อุปโภคบริโภคภายในประเทศ หรือ consumption ซึ่งตรงนี้เนื่องด้วยโครงสร้างประชากรที่เมื่อกี้พูดไปเนี่ย เอ่อ ในเรื่องของการบริโภคของเรานี้จะมาพึ่งพาภายในประเทศเนี่ย มันไม่ได้มากหรอกค่ะ เพราะว่าคนอาจจะมีกำลังซื้อน้อย
>> ในเรื่องของตัว เอ่อ การลงทุนก็มี 2 ด้านเหมือนกัน การลงทุนภาครัฐกับการลงทุนภาคเอกชน ภาคเอกชนเองก็มองเห็นถึงความเสี่ยงก็อาจจะเป็นลงทุนนอกประเทศบ้างนะคะ ในเรื่องของภาครัฐเองเนี่ยก็มีการลงทุนน้อยมากที่เป็นในเรื่องระยะยาวและเป็นเรื่องที่เป็นโครงสร้างที่ต้องปรับปรุงนะฮะ อย่างถ้าเราดูในเรื่องของงบประมาณ เอ่อ รายจ่ายของภาครัฐเนี่ย เอ่อ เราขาดดุลมาต่อเนื่องระยะเวลาหลายปีนะคะ อย่างปีนึงเนี่ย รัฐบาลเนี่ย
>> มีรายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทเนี่ย แต่ว่า เอ่อ รายจ่ายเนี่ย 4 ล้านล้าน เพราะฉะนั้นเนี่ยเราขาดทุน อันนี้ตัวเลขกลมๆนะคะ จริงๆแล้วคงจะมีเศษอีก เพราะฉะนั้นเราขาดดุลทุกๆปีในเรื่องของงบประมาณรายได้กับรายจ่ายเนี่ย 1 ล้านล้าน
>> ใน 1 ล้านล้านเนี่ยยังมีหนี้ที่เราต้องจ่ายคืนอีกนะคะเกือบครึ่ง เพราะฉะนั้นเราเหลือใช้ได้จริงๆ 500,000
>> อื
>> ดังนั้นเนี่ย การจะเอาการลงทุนภาครัฐมาช่วยผลักดันให้เกิดประโยชน์เนี่ย ต้องใช้ให้คุ้มที่สุดแล้วต้องไปหาจุดที่มันควรจะ ต้องใช้มันต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง คือจะมี เอ่อ นโยบายในการให้ต่อเนื่องไม่ได้ มันต้องให้เหมือนกับให้ปลาพ่วงเบ็ดนะฮะ ก็คือว่าต้องให้แล้วก็ประชาชนสามารถจะเอาไปต่อยอดได้นะคะ เดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องนโยบายเรื่องนี้อีกทีนึงอ
>> อีกด้านนึงก็คือในเรื่องของหนี้นะคะ เราตอนเนี้ยติดภาระหนี้เติดเพดานแทบจะทั้งคู่หนี้
>> หนี้สาธารณะกับหนี้ครัวเรือน
>> ใช่ค่ะ หนี้สาธารณะเนี่ยเราขยับเพดานหนี้ นะคุณไหมจาก 60% เป็น 70% ตอนนี้เกือบเต็มแล้วล่ะ 66% และในมุมของหนี้ครัวเรือนก็ 88% กว่าๆ เกือบๆ 89% เพราะฉะนั้น ยังไม่นับหนี้นอกระบบ
>> อีก 30 กว่าเปอร์เซ็น 40% นะฮะ เพราะฉะนั้นเนี่ย หนี้ก็สูง ด้วยเหตุเนี้ยค่ะ โครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจเนี่ย มันไม่สามารถที่จะแก้ที่จุดจุดใดจุดเดียวแล้ว มันจะต้องแก้ที่โครงสร้างด้วยนะคะ แล้วก็ต้องทำให้ทั่วถึง เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าจะสรุปสั้นๆตรงนี้แล้วเดี๋ยวให้คุณไหมเติมเนี่ย เอ่อ แต่มองว่าน่าจะ 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเลยก็คือต้องควบคุมรายจ่าย
>> ให้เหมาะสม ตรงจุด แม่นยำ โปร่งใส นะฮะ เพราะเรื่องเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าเราไม่สามารถใช้เม็ดเงินที่เรามีอยู่จำกัดได้ อย่างมีประสิทธิภาพเนี่ย เราคงไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศได้อย่างยั่งอื
>> เรื่องที่ 2 คือต้องหารายได้
>> นะคะ ซึ่งรายได้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไปขึ้นภาษี
>> เพราะว่าคนก็เมื่อกี้ที่พูดในเรื่องของภาระหนี้อะไรก็มีมากมายไปขึ้นภาษีไม่ไหว
>> แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือว่าไปทำให้เค้กมันก้อนใหญ่ขึ้น ต้องไปหารายได้ ซึ่งรายได้มาไหนสำหรับแต๋มมองว่าถ้าเราหาตลาดนอกประเทศได้มากขึ้น ตลาดส่งออกมากขึ้น อันเนี้ยเป็นเรื่องที่เดี๋ยวถ้าคุณสรยุทธถามในเรื่องนี้พอดีแต๋มดูเรื่องการค้าเนี่ย เดี๋ยวแต๋มเล่าให้ฟังได้เลยว่ามีอะไรบ้าง
>> อื
>> เพราะฉะนั้นเน้นหารายได้ที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะทำให้พอเค้กมันใหญ่ขึ้นเนี่ย
>> ต่อให้เราไม่ได้ขึ้น เอ่อ จำนวนภาษีเนี่ย มันก็จะทำให้ เอ่อ
>> รายได้เพิ่ม
>> ใช่
>> เอ่อ ไม่ใช่จากภาษีคือการส่ง
>> ใช่ๆ แล้วก็สุดท้ายก้อนที่ 3 ก็คือว่า ทำยังไงถึงจะไปลดความเหลื่อมล้ำให้มันมีการ เอ่อ กระจายตัวของความเจริญเนี่ยให้ทั่วถึง
>> เพราะฉะนั้นแต๋มก็ฝากเอาไว้ในช่วงนี้ก็คือ 3 เรื่องค่ะ ควบคุมรายจ่ายให้เหมาะสมตรงจุดแม่นยำโปร่งใส หารายได้ที่มีมูลค่าสูงและหา รายได้ที่มี เอ่อ ศักยภาพนะคะ แล้วสุดท้ายก็คือว่า ทำอย่างไรให้รายได้นั้นกระจายตัว ไม่กระจุกตัว ลดความเหลื่อมล้ำ
>> อือ อ่า คุณจิตัญญา
>> ค่ะ
>> เป็นยังไง
>> จริงๆก็ เอ่อ คิดไปในแนวทางเดียวกัน เดี๋ยวก็เสริมไปในบางเรื่องแล้วกันนะคะว่าเวลาที่เรามองเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้เนี่ย มันไม่ได้มีแค่ GDP ที่ที่ตกต่ำจริงๆนะคะ 1.5% 5% เนี่ยก็คือต่ำที่สุดในรอบ 30 ปีถ้าไม่นับปีที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ
>> นะคะ ก็ต้องบอกว่า เอ่อ ลงมาถึงในจุดที่อ่อนแอมากๆแล้วนะคะ แล้วถ้าเราเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆเนี่ย เรื่องไซส์เรื่องขนาดของเศรษฐกิจที่เวียดนามอาจจะมาแซงเนี่ย อาจจะยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเราดูเรื่องของ อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศเนี่ย
>> นะคะ ปีล่าสุดเลยนะคะ เพิ่งจะตกลงนะฮะ อันดับของการความสามารถในการแข่งขันเนี่ย ตกลงจากอันดับที่ 25 ลงมาอยู่ที่อันดับที่ 30 แล้วประเด็นที่ตกแรงที่สุดเนี่ย คือเรื่องของประสิทธิภาพภาครัฐอ
>> นะคะ จากอันดับ 24 นะคะ ลงมาอยู่ที่อันดับที่ 32 อันนี้เราก็คิดว่า เอ่อ ไม่ว่าเราจะพูดเรื่องของการปัญหาเศรษฐกิจอย่างไรก็ตามเนี่ย แต่ว่า เอ่อ ความสามารถของภาครัฐเองเนี่ย ที่เอ่อจำเป็นที่จะต้องมีบทบาทนำในช่วงนี้เนี่ย ก็กลายเป็นว่าถดถอยนะคะ เอ่อ GDP อาจจะมองไม่เห็นว่าหน้าตาของคนในแต่ละกลุ่มเนี่ยมีปัญหายังไงบ้างนะคะ แต่ว่าถ้าเราดูเป็นแต่ละกลุ่มเนี่ย ต้องบอกว่าเดือดร้อน เอ่อ แสนสาหัสกันในทุกๆ sector ตั้งแต่รายได้เกษตรนะคะ เอ่อ แรงงานนะที่มีปัญหาเรื่องทักษะด้วยเรื่องค่าจ้างด้วยนะคะ แม้แต่คนกลุ่มกลาง
>> อื
>> มนุษย์เงินเดือนเงินเดือนก็ไม่ขึ้นแล้วนะ วันนี้นะคะ เอ่อ หรือว่าคนกลุ่มบนๆ นะฮะ เอ่อ เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น หรือแม้กระทั่งเจ้าของ เอ่อ เอ่อ บริษัท เอ่อ ในระดับที่อยู่ ในตลาดหลักทรัพย์เองเนี่ย กำไรก็ถดถอยเช่นเดียวกัน
>> เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนเนี่ย มันจับไปตรงไหนก็เจ็บ
>> อื
>> เอ่อ เจาะไปตรงไหนก็เจอปัญหาทั้งสิ้นนะคะ เอ่อ ดังนั้นเนี่ย เอ่อ แน่นอนว่าทำนโยบายเดียวเนี่ยมันไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว ดังนั้นแน่นอนว่า เอ่อ คน
>> ป่วยหนักขนาดนี้เนี่ย ไอ้รักษาในอาการในระยะยาวก็ต้องทำ ในระยะสั้นก็ต้องกระตุ้น ปีหน้าเนี่ยจะเป็นปีที่ยากลำบากอย่างที่บอกว่า ไอ้ GDP ที่มันเหลือแค่ 1.5 หน้า เนี่ยมันดันไป เอ่อ ซึมในเรื่องของการบริโภค นะกำลังซื้อการใช้จ่ายของประชาชนเนี่ย ก็อ่อนตัวลงมาเหลือไม่ถึง 2%่อ
คือมันใช้มันมันแย่ลงทุกทีไอ้เรื่อง เครื่องยนต์บริโภคในประเทศที่ทุกคนหวังเนี่ยมันมันใช้ได้น้อยลงทุกที
ถูกค่ะฉะนั้นจำได้ 2 ปีที่แล้วเนี่ยมาอยู่ตรงนี้มาถกกันว่าวิกฤตไม่วิกฤตต้องกระตุ้นไม่กระตุ้นนะวันนั้นเนี่ย consumptชโตเกิน 5% อ่ะ
อืไอ้การบริโภคการใช้จ่ายของไพ่เอกชนเยังดียังพอได้แต่วันนี้เหลือ 1.9
ภาคไอ้การลงทุนภาคเอกชนเนาะซึ่งยังไงเนี่ยมันใหญ่กว่าของภาครัฐเยอะเหลือแค่ 0.9% 9% อย่างเงี้เหลือไม่ถึง 1% อย่าง เงี้ยนะคะดังนั้นเนี่ยก็ต้องกระตุ้นทั้งการบริโภคแล้วก็ฝั่งการผลิตก็ต้องชุบชีวิตให้ฟื้นคืนมาด้วยนะคะการส่งออกเนี่ยก็ต้องบอกว่าที่มันติดลบก็จะเป็นเพราะว่าปีที่แล้วเนี่ยมันเร่งมันเร่งส่งออกเนื่องจากว่าเรามีสงครามการค้าที่กำลังจะประกาศภาษีเขาก็เลยรีบรีบส่งออกไปก่อน
ซึ่งมันทำให้มันดูดี
เออซึ่งพอมันกระฉูดไป 20 กว่าเปอร์เซ็นในปีที่แล้วอ่ะ
เกินความจริงไป
เออปีต่อมามันก็จะต้องตกเป็นเรื่องธรรมชาตินะคะดังนั้นเนี่ยมันก็อาจจะส่งออกแล้วก็อาจจะนี่แหละค่ะเร่งเจรจาทุกอย่างให้จบนะคะเอ่อเพื่อให้มันไม่มาเป็นความเอ่อไม่แน่นอนสับสนกลัวหลเนื่องนะคะเอ่อแล้วก็ FDA อะไรก็ต้องทำให้เสร็จนะคะแล้วก็เรื่องสุดท้ายที่อาจจะเ่อต้องพูดด้วยก็คือแจ่มก็พูดไปสักักักักเอ่อหน่อยนึงแล้วนะคะก็คือเรื่องงบประมาณ
อือ
แน่นอนว่าปี 69 เนี่ยนะนะคะเนื่องจากว่าเลือกตั้งเนี่ยมันมามันมาช่วงกุมภาพันธ์นะคะไล่เรียงไปนะคะว่าเอ่อรับรองผลส.ส. เสร็จปุ๊บตั้งรัฐบาลเนี่ย
งบประมาณน่ะน่าจะล่าช้าอยู่ที่ประมาณ 2 เดือนนะคะจากเดิมที่จะออกเดือนตุลาคมเนี่ยก็น่าจะไปออกสักประมาณธันวาคมหรือว่า
ปีนี้จะล่าช้าอีกแล้วเหรอ
ใช่ค่ะซึ่งซึ่งก็น่ากังวลมากเราก็ถูกต้อง
โอประมาณนี้หมายถึงเครื่องจักรเรื่องการใช้เงินภาครัฐนี่แหละ
ถูกๆค่ะซึ่งมันก็จะมาทั้งเอ่อเป็นบริโภคของภาครัฐแล้วก็การลงทุนภาครัฐด้วยที่สำคัญมากสำหรับการที่จะเอ่อฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมาได้นะคะดังนั้น
เนี่ยเนี่ยเอ่อเราก็คิดว่าปีนี้เนี่ยยังไงเอ่อปรับเล็กก่อนยังไม่ปรับใหญ่เพื่อที่จะเซฟเวลาถ้าออกได้ตรงเวลานะคะเราก็จะพยายามแต่ว่ายังไงล่าช้าเนี่ยให้ไม่เกิน 1 เดือน
นะคะก็คือไม่เกินพฤศจิกายนมีมีงบประมาณใหม่ได้ใช้ค่ะ
อือๆก็ดูจะตรงกันง่ายๆปัญหา
ใช่ค่ะ
อาจจะมีความแตกต่างกับเรื่องของจริงๆ เหมือนเติมกันเพราะไม่ได้ขัดกันนี่
ใช่ไม่ได้ขัดกันเลยค่ะ
ขัดถูกมั้ฮะอ่ะทีนี้ความแตกต่างผมถามความแตกต่างบ้างไอ้ที่แตกต่างของอ่าคุณศิริกา
ก็ได้ฟังของพรรคภูมิใจไทย
อือฮึ
คุณศุภจีก็ได้ฟังของพรรคประชาชนมา
ค่ะ
อ้าความแตกต่างละสมัยก่อนทำไมถึงต้องเป็นพรรคประชาชน
ซึ่งจะเข้ามาแก้ปัญหานี้
ค่ะ
ได้ดีกว่า
ค่ะ
อื
เราคิดว่าน่าจะเป็นเอ่อ 2 เรื่องนะคะเรื่องแรกเนี่ยเราก็เอ่อเราจริงๆเนี่ยเอาต้องบอกว่านโยบายเศรษฐกิจเนี่ยถ้าดูของทุกพรรคเลยนะนะคะเอาข้อจริงเไม่ได้มีความแตกต่างกันขนาดนั้น
มันต่างรายละเอียด
เออมันต่างกันในเรื่องของรายละเอียดนะคะเอ่อแต่ว่าสิ่งที่เราอยากที่จะเน้นย้ำเนี่ยก็คือเรื่องของเอ่อภาครัฐนี่แหละตัวกลไกที่จะต้องลงไปทำงานต่างๆให้มันเกิดขึ้นนะคะเพราะว่าเอ่อที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าบางครั้งภาครัฐเองนี่แหละที่เป็นอุปสรรคในการที่จะเอ่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเสียเองนะคะตอนนี้เนี่ยเราก็อยากที่จะมาปรับปรุงกลไกภาครัฐให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซึ่งที่เราพูดไปแล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นต่างๆการแก้ไขกฎระเบียบอะไรที่มันเคยเป็นอุปสรรคเอ่อกับการทำธุรกิจทำมาหากินนะคะเป็นเพิ่มต้นทุนให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็นแต่ว่าในเนื้อในที่ลึกไปกว่านั้นเนี่ยเราก็อยากเห็นภาครัฐเนี่แหละที่จะเล่นบทบาทนำมากขึ้นในการที่จะฟื้นภาคเศรษฐกิจให้มันดีกลับคืนมานะคะนั่นก็คือเราที่จะนำเสนอเรื่องของนโยบายอุตสาหกรรมต่างๆที่ให้พรรครัฐเข้าไปมีบทบาทนำในการที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนแล้วก็อุตสาหกรรมใหม่ๆผ่านการจัดซื้อจัดจ้างแบบมียุทธศาสตร์
ยกตัวอย่างเช่นเอ่อเรากำลังพูดถึงเอ่อ
อันนี้เราพูดถึงหมวดการลงทุนอยู่ถูกมั้ย
ใช่ค่ะ
อ่าอ่ะ
ให้รัฐเป็นผู้นำ
ใช่
ไกด์ไลน์ของการลงทุน
ใช่ค่ะ
ถูกมั้ยอันนี้หมวดการลงทุนนะคุณจุปจีนะ
อ่ะเชิญต่อ
ค่ะอ่ะยกตัวอย่างเรื่องของนโยบายเรื่องของการยกเครื่องเอ่อสายส่งนะที่เราเรียกกันว่า SM GRD นะคะอันนี้เนี่ยจะเป็นส่วนหนึ่งของเอ่อนโยบายที่จะทำให้ตลาดซื้อขายไฟฟ้าเนี่ยเป็นการซื้อขายแบบเสรีมากขึ้นนะคะอันนี้
อธิบายท่านผู้ชมหน่อยชาวบ้านทั่วไปสมาร์ทกินี่คือ
เอ่อประชาชนสามารถจะเลือกซื้อไฟฟ้า
จากผู้ผลิตได้หลายเจ้าให้เค้าแข่งกัน
ได้หลายเจ้าใช่ค่ะไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อจากการไฟฟ้า นครหลวงหรือการไฟฟ้าสวนภูมิภาคนะคะในขณะเดียวกันเนี่ยทางฝั่งของผู้ขายไฟฟ้าเองก็จะไม่ได้ขายให้แต่กับ กฟผ.อย่างเดียวนะคะก็จะมีเอ่อผู้เล่นเข้ามาขายหลายเจ้าออกมาเหมือนเป็นการแข่งขาดแลกไฟฟ้าไฟฟ้าใช่ค่ะ
เอ่อซึ่งมันจะเกิดอ่ะคุณมาพูดถึงการลงทุน
ค่ะ
อ่าประเทศนี้จะลงทุนถ้าเป็นพรรคคุณเนี่ยคือสมาร์ทกฤต
ใช่ค่ะ
เป็นเป้าหลักเลย
ค่ะซึ่งสมาร์ทกฤตเป็นแค่ส่วนนึงแล้วเป็นแค่ภาคการลงทุนจากฝั่งของภาคภาครัฐนะคะที่การยกระดับสายส่งมีอุปกรณ์อะไรต่างๆเนี่ยมันจำเป็นที่จะต้องมีเอ่อการลงทุนถ้าเราใช้เอ่อเอ่อการจัดซื้อจัดจ้างแบบมี ยุทธศาสตร์เนี่ยอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับตัว Smart Grid ไม่ว่าจะเป็นตัวBตary Energy Storage ก็คือเขา
เวลาไฟขาดไฟเกินเนี่ยมันต้องใช้แบตเตอรี่เข้ามาเข้ามาเสริมนะอุตสาหกรรมนี้ก็จะเกิดขึ้นพวกอุตสาหกรรมที่เป็นเอ่ออยู่ในสับสเตชัต่างๆมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรเยอะแยะมากมายเนี่ยถ้าเราสามารถเดี่ยวนำให้เกิดการลงทุนในประเทศได้จะเกิดแต่นั้นก็คือส่วนเล็กส่วนใหญ่เนี่ยมันอยู่ตรงนี้ต่างกับการที่ถ้าเปิดเสรีตลาดซื้อขายไฟฟ้าเนี่ยนะคะเอ่อบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าที่ตอนนี้เนี่ยไม่มีไม่มีลู่ทางจะลงทุนในประเทศเพราะว่าตลาดมันผูกขาดด้วยสัญญาสัมปทานภาครัฐเป็นหลักอ
เค้าก็จะกลับมานะคะลงทุนในประเทศนะคะไม่ว่าจะเป็นเอ่ออุตสาห่อผลิตไฟฟ้าจากจากแสงอาทิตย์นะคะจากลมอะไรต่างๆเนี่ยก็จะกลับคืนมารวมถึงมาพัฒนาระบบการใช้แบตเตอรี่ในการเก็บเก็บเอ่อพลังงานด้วยนะคะตรงนี้เนี่ยดิฉันคิดว่าเอ่อไม่ต่ำกว่า500สนล้าน น่ะที่ทุกวันนี้เขาต้องไปเอ่อหาโอกาสในหลายๆประเทศเวียดนามเกาหลีใต้ที่บริษัทไทยเนี่ยไปลงทุนเรื่องไฟฟ้าในต่างประเทศเยอะนะ
ใช่ค่ะเป็นไปเป็นผู้ผลิตไปเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าให้เานะเพราะว่าตลาดในประเทศมันปิดดังนั้นเนี่ยพอเปิดแบบนี้เนี่ยมันจะนโยบายเดียวเนี่ยมันจะเหนี่ยวนำทั้งการลงทุนภาค รัฐแล้วก็การลงทุนภาคเอกชนให้กลับคืนมาให้กลายเป็นเอ่อวัฏจักรประมาณ 500,000 ล้านเลยเหรอ
ใช่ค่ะ
คือเกิดการลงทุนทันทีเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
ค่ะ
ให้เกิดการผลิตขึ้นในเมืองไทย
ใช่ค่ะ
เกิดการลงทุนขนานใหญ่รวมถึงการทลายทุนผูกขาด
ถูกค่ะแหมคีย์เวิร์ดมาครบนะคะ
อ้าวไม่ผมฟังดูอย่างี้ถูกมั้ย
ใช่ค่ะ
แล้วประโยชน์จะเกิดกับประชาชนที่สามารถจะเลือกได้นะทีนี้
ใช่ค่ะ
ใครดีกว่าถูกกว่าก็ซื้อสิ
ค่ะถูกมั้
ใช่ค่ะอาจจะกังวลว่าเดี๋พอเป็นเอ่อเป็นตลาดแล้วเนี่ยราคาค่าไฟมันจะแพงขึ้นหรือเปล่าต้องบอกว่าในหลายๆประเทศที่ทำการเปิดเสรีแบบนี้ไปแล้วเนี่ยแล้วประสบผลสำเร็จเนี่ยค่าไฟเ้าลดลงประมาณ 5-20%
5-20%
ใช่ค่ะ
อ่าเพราะฉะนั้นอันนี้คือที่ยกตัวอย่างก่อนยังมีอีกหลายข้อ
ใช่ก็คือยกตัวอย่างให้ว่ารัฐเนี่ยจะเป็นตัวนำให้มันเกิดการลงทุนทั้งภาครัฐแล้วก็แพภาคเอกชนด้วยนโยบายเอ่อก็คือเป็นบทบาทที่รัฐต้องเป็นตัวนำ
แล้วมันจะเกิดการลงทุนขึ้นจริงเลยเพราะมันเกิดขึ้นแน่ๆ
ใช่ค่ะ
อ่ะคุณสุพจีเห็นยังไงอันนี้คือรัฐเป็นผู้เหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนอย่างสมาร์ทกฤตถูกมั้ย
ใช่ค่ะ
แล้วมันจะเกิดผู้ประกอบการต่างๆในประที่ออกไปต่างประเทศจะได้กลับเข้ามาลงทุนเกิดการผลิตชิ้นส่วนต่างๆขึ้นมากมายเพราะมันใหญ่มากเพราะไฟฟ้ามันเกี่ยวกับคุกบ้านเรือนนี่เกิดการลงทุน500สนล้านเลยใช่มั้ย
ใช่ค่ะ
แล้วก็อะไรนะทลายทุนผูกขาดด้วย
ค่ะ
อ้าคุณสุภจี
ก็ดีนะคะฟังดูดีอ่ะฟังดูดีเห็นด้วยมั้ยก็
ก็เห็นด้วยค่ะเห็นด้วยอยู่แล้ว
อ้าภูมิใจไทยจะทำมั้ย
ออทำแต่ว่าทำพลัส
อ้ายังไงเอ่อไหนลองยกซิ
คือเวลาที่เราดูเรื่องการลงทุนเนี่ยค่ะเอ่อเรามองเอ่อทั้งในเรื่องของภาครัฐและภาคเอกชนอยู่แล้วเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐเอกชนอย่างที่เราเคยได้ยินเรื่อง PPP เนาะแล้วก็คงจะทำแบบนี้คราวนี้เนี่ยสำหรับตัวต่ำเองเนี่ยเนื่องจากว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญความท้าทายมากมายอย่างที่เมื่อสักครู่เราพูดกันใช้เวลานานในการที่เราจะไปเรียกร้องให้เขามา
อือ
ก็เลยจะขออนุญาตคิดแบบน้องนี่แหละแต่ว่าเติมในมุมที่ว่า
ณวันนี้เนี่ยเรากลับไปดูว่าเอ่อถ้าเรามองใน 9 เดือนที่ผ่านมาในปีที่แล้วนะฮะมันมีคำขอเกี่ยวกับการมาขอลงทุนในประเทศไทยเนี่ยอยู่ประมาณ 1.3 3 ล้านล้านบาทนะคะแล้วพี่เป็นต่างชาติเนี่ยคือเป็นทุนต่างประเทศก็คือตัว FDI เนี่ยอยู่ประมาณสัก 980,000 ล้านบาท
ส่วนใหญ่นะ
เยอะนะคะเป็นส่วนใหญ่
ใช่ซึ่งเหล่านี้เนี่ยค่ะรัฐเนี่ยอย่างที่เอ่อคุณถิกญาพูดเนี่ยเราสามารถจะเข้าไปเติมเ้าได้แหละแต่ว่าสิ่งที่เติมเนี่ยอาจจะไม่ได้ใช้เงินเข้าไปเติมมากนัก
แต่ว่าสิ่งที่ทำคือเราช่วยทำอย่างไรให้เงินเม็ดเงินเนี่ยที่เขามาขอเนี่ยสามารถที่จะใช้ได้อย่างรวดเร็วนะฮะสิ่งที่จะทำก็คือว่าเอ่อเราใช้กลไกของตัว BOI ซึ่งคุณสุริยาทราบดีอยู่แล้วล่ะในการที่จะทำให้ไอ้คำขอเนี่ย 1.3 3 ล้านล้านเนี่ยมันบังเกิดขึ้นได้จริงๆ
ซึ่งตอนเค่ะก็เลยมีการทำโครงการที่เราเรียกว่า Fast Pass เพราะการมาขอการลง ทุนต่อให้เค้าเนี่ย qualify ที่จะเป็น BOI แล้วส่งเสริมการลงทุนแล้วเนี่ยนะคะมันยัง มีขั้นตอนมากมายไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเรื่อง นั้นเช่นพวกที่เป็น Data Center ที่เขา ต้องมาลงทุนแล้วต้องมีในเรื่องของการใช้ ไฟฟ้าเนี่ยเขาก็ต้องใช้คลีนเนาะเต้องใช้เอ่อไฟฟ้าที่เรียกว่าเป็น
พลังงานสีเขียว
อ่าพลังงานสะอาดเพราะฉะนั้นเนี่ยเราต้อง ช่วย facilitate เขาสำหรับมุมของตัวเองเนี่ยนะคะ
อันนี้เราอยู่ในหมวดการลงทุนนะ
ใช่ค่ะลงทุนในมุมของตัวตมเองเนี่ยแต่มอง ว่าเราไปจับในสิ่งที่มันมีอยู่แล้วเติมใน ส่วนภาครัฐเข้าไปบางส่วนเพราะว่าเรามี เงินจำกัดอย่างที่บอกว่าเราไม่ได้มีเงินเยอะนะคะเพราะว่าเรามีเงินเดี๋ยวจะต้องไปทำอีกหลายเรื่องซึ่งเดี๋ยวคงคุยกันดังนั้นเนี่ยเราไปดูว่าคนที่เขาขอมาเนี่ยเาขาดอะไรเราก็เลยทำโครงการที่ช่วยให้มันเร่งเร็วขึ้นซึ่งตอนเค่ะก็น่าจะปีเนี้น่าจะเอาเม็ดเงินที่เขาขอกันมาเนี่ย 1.3 3 ล้านล้านเนี่ยให้มาเป็นเงินที่ลงทุนได้จริงๆประมาณสัก 470,000 กว่าล้านบาทนะคะและในการมอง BOI เนี่ยเราไม่ได้มองเฉพาะในเรื่องของการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับแต๋มมองว่าการขอส่งเสริมการลงทุนที่ใช้สิทธิประโยชน์การภาษีอย่างเดียวเนี่ยในแง่ของการผลกระทบในระยะยาวเนี่ยมันอาจจะไม่ดีกับประเทศเราด้วยซ้ำเพราะว่าเราก็มีเม็ดเงินน้อยอ่ะเราไม่ได้ภาษีใช่มั้คะสิ่งที่จะช่วยจูงใจให้เขาสามารถที่จะเข้ามาลงทุนอย่างกับเราก็คือความรวดเร็วความถูกต้องความโปร่งใสเพราะฉะนั้นเนี่ยก็จะตอบโจทย์เดียวกันกับคุณสริกัญญาว่าเราจะทำยังไงให้การลงทุนที่เข้ามาเนี่ยมันเป็นการลงทุนที่เราช่วยให้เขาเกิดความสะดวกรวดเร็วแล้วก็โปร่งใสด้วย
แล้วทุกวันนี้มันมีองค์กรองค์ความอยู่แล้วถูกมั้คุณสุปี
มีแต่ว่าต้องมีการบูรณาการกันนะคะอย่างยก ตัวอย่างเช่นขอฟัง
คือมันมีอุปสรรคอ่ะพูดตรงๆ
ค่ะ
เอ่อความท้าทายใจไทยจะทลายอุปสรรคอย่างี้ได้ยังไง
ใช้การบูรณาการล้วนๆเลยค่ะก็คือว่าคนไหน ติดตรงไหนอย่างยกตัวอย่างเช่นเอ่อการที่ จะเข้ามาเปิดโรงงานหรือว่ามาเอ่อลงทุนอะไรสักอย่างนึงเนี่ยเค้าต้องไปขอใบอนุญาตที่ไหนเต้องไปขอไฟที่ไหนต้องมีการไปลงทุนอะไรต้องมีการเอ่อหาในเรื่องของสกิลทักษะอย่างไรเพราะว่ามาลงทุนอย่างเดียวไม่มีคนก็ไม่ได้นะคะก็เลยมีโครงการที่ช่วยสนับสนุนในแต่ละเรื่องในการที่ไปทลายไอ้ข้อต่อเหล่านี้ให้มันมีบูรณาการโดยที่ไม่ได้ต้องใช้งบประมาณมาก
อย่างเรื่องของทักษะเนี่ยเมื่อสักครู่เติมที่คุณไหมพูดเอ่อเราเนี่ยกำลังมองในเรื่องของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เป็น New Sve ให้ประเทศนะคะ
อุตสาหกรรมใหม่
ใช่อุตสาหกรรมใหม่ที่ว่าเนี่ยไม่จำเป็นต้องไม้ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนนะคะอันนั้น น่ะก็มีบ้างแต่ว่าอุตสาหกรรมเดิมอย่างยก ตัวอย่างเช่นเราเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์มายาวนานหลายสิบปีคุณสุรายุคงทราบดี
เอแต่เป็นสันดาบนะ
ใช่ตอนนี้เนี่ยมันมีการเปลี่ยนแล้วเรื่องสำคัญมากเป็นจุดจังหวะนะคะดังนั้นเนี่ยการที่เราจะไปสนับสนุนให้คนมาลงทุนเนี่ยต้องลงทุนในการเอ่อผลิตยานยนต์รุ่นใหม่ๆที่มีนวัตกรรมใหม่ๆนะคะไม่ว่าจะเป็น EV หรือไฮดรหรืออะไรก็แล้วแต่ในอนาคตหรือเรื่องของ
อันนี้กำลังพูดถึงผมขยายนิดนึงนะ
จะได้จัดหมวดหมู่ถูกคือมาพูดถึงการดึงการลงทุนข้อที่ 1 คือทลายอุปสรรคก่อน
ใช่ค่ะ
ที่เกี่ยวข้องกับเขาอยากจะเข้ามาลงทุน
ใช่ค่ะ
ข้อที่ 2 คือเลือกอุตสาหกรรมที่มันเป็นอุตสาหกรรมใหม่
เลือกส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จะเป็น New ให้กับประเทศได้เพราะว่าเอ่ออุตสาหกรรมเดิมเนี่ยอาจจะยังไม่สามารถจะนำพาเราไปตามเอ่อตามเป้าของ GDP ที่เราอยากจะให้โต ได้ยกตัวอย่างเมื่อกี้ไปแล้วเรื่องของรถยนต์นะคะ
อุตสาหกรรมรถยนต์
อีกเรื่องนึงคือเiconductตorซึ่งเiconductตorสำคัญมากนะคะเราสามารถแล้วเราเป็นประเทศที่ส่งออกลำดับต้นๆแต่ว่าตอนเมันต้องปรับเป็น advance semiconductor เพราะฉะนั้นเราก็ต้องไปช่วยกันดูว่าเราจะดึงเม็ดเงินในการลงทุนเรื่องนี้เราเอาเทคโนโลีจากต่างประเทศมาช่วยเติมให้เอ่ออุตสาหกรรมนี้เป็นต่อไปอย่างไรหรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนะคะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเนี่ยมันจะดูไม่ ได้มีนวัตกรรมมากแต่มันสำคัญเพราะว่าการ ท่องเที่ยวมันไม่ได้แก้ที่การท่องเที่ยวอย่างเดียวแต่มันจะต้องแก้เรื่องความมั่นคงความปลอดภัยทำให้คนเขามีความรู้สึกมั่นใจว่ามาประเทศไทยแล้วโอเคแล้วก็ต้องเป็นการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าดังนั้นเนี่ยเราก็ไม่อยากให้เขามาเที่ยวอย่างเดียวแต่ อยากให้เขาเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างจัดในเรื่องของมหกรรมในเรื่องของ exibition เรื่องไหรือว่าในเรื่องของการนำเอาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเช่นเรื่องของเอ่อแพทย์นะคะมาเกี่ยวข้องเรื่องของ Wellness หรือพวก Digital Nomad ซึ่ง เดี๋ยวนี้เทำงานที่ไหนก็ได้ก็ทำเป็นเรื่องของ Long Stay เรื่องของ Senior Living เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีการส่งเสริมในลักษณะนี้หรืออีกสัก 2-3 อุตสาหกรรมจะได้เห็นภาพชัดนะคะว่ามันมีทั้งใหม่และเก่าอีกอันนึงก็คือที่เราคิดว่าเรามีศักยภาพแต่ยังไม่ได้มีการสนับสนุนจากภาครัฐมากนัก
อือ Creative Economy คือพวกน้องๆที่เขามีความคิดสร้างสรรค์
อุตสาหกรรมไอเดีย
ใช่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกี่ยวกับภาพยนตร์นะคะหรือว่าเกมนะคะซึ่งตอนเนี้ยเราสามารถดึงเกมคอเอเชียมาจัดที่ประเทศ ไทยได้เป็นครั้งแรกนะคะจากสิงคโปร์แล้วก็มีอีกมากมายพวกSoอแวร์ Developer พวกน้อง ๆที่เขามีสกิลทักษะทางด้าน New Technology ในการทำแอปพลิเคชเนี่ยมันยังไม่มีองคพยพในการช่วยสนับสนุนเพราะฉะนั้นเนี่ยรัฐบาลจะต้องมีการสร้าง eosystem ให้เค้าสามารถที่จะนำเอาอุตสาหกรรมเนี้ยสร้างเม็ดเงินให้ได้แล้วพวกนี้นะคะคุณสรยุทธความดีของมันก็คือว่ามันเป็น asset light หมายความว่าน้องๆเนั่งทำงานที่ ประเทศไทยนี่แหละแต่เขาส่งออกขายไปได้ทั่วโลกเลยอ
หรืออีกอันนึงก็คือในเรื่องของเอ่อ multิคultureของบ้านเราเนี่ยความสวยงามของประเทศไทยเราต้องดึงมาใช้จุดแข็งของเราก็คือว่าเราเป็นประเทศที่ให้อิสระแล้วมีการยอมรับในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างกันในเรื่องของศาสนาเราเนี่ยเอ่อพยายามที่จะดึงเอาเอ่อตัวฮา center เนี่ยให้มาอยู่ที่ประเทศไทยให้ประเทศไทยเี่เป็นฮาลานของประเทศในภูมิภาคเอเชียเราอาจจะดึงในเรื่องของ Pink economy เพราะตอนนี้ GLBTQ ของประเทศไทยเนี่ยเป็นที่คนให้ความสนใจเยอะเอ่ออย่างมีตอนนี้มีการคุยกับออสเตรียนะคะเขาก็อยากที่จะมาทำ กิจกรรมที่เป็นเกี่ยวกับเรื่องของ Pink Economy ซึ่ง Suply Chain มันเยอะมาก
อืออื
อันเนี้ยค่ะก็จะเสริมจากที่คุณเอ่อใหม่ พูดเดี๋ก่อนมาเสริมอันนี้มาหลายการลงทุนเลยแต่ว่าถามตรงๆนะเอ่อคุณสุภจีเนี่ยเมื่อครั้งอยู่นอกวงการเมืองได้เห็นใช่ มั้ยว่าสิ่งเหล่านี้ที่พูดมาเนี่ยรัฐบาลพูดมานานแล้ว
ไม่ทราบอ่ะค่ะพูดเหรอคะ
รัฐบาลแพทองธานพูดอ่าผมจำได้หลายข้อเลย
ค่ะ
อ่ะจริงๆนะ
อ่ะทานี้ถ้าเป็นภูมิใจไทยมันจะขับดันยัง ไงอ่ะซึ่งมันดีแน่ๆอื
ก็โฟกัสล่ะค่ะดูว่าเค้าขาด
อผลักดันกับนายกมนตรีได้ใช่มั้ย
อ๋อแน่นอนค่ะเพราะว่านี่เป็นนโยบายของเราอยู่แล้วค่ะไม่ใช่นโยบายของต่ำคนเดียวค่ะ
เอ่อเพราะฉะนั้นเนี่ยสิ่งที่เราทำอาจจะเอ่อทำให้เห็นว่าทำได้จริงอ่ะค่ะอย่างยก ตัวอย่างก็เมื่อกี้ที่บอก
พลัพลั
ไม่หรอกค่ะคุณสรยุทธจริงๆแล้วเนี่ยเอ่อมันขึ้นอยู่กับว่าแผนที่มีอยู่เนี่ยมันมีในเรื่องของขั้นตอนในการดำเนินงานหรือเปล่า
คือตอนนี้เนี่ยมันจะพิสูจน์ที่การทำแล้วนะ
ถูกค่ะก็ทำมาแล้วไงอย่างน้อยก็ทำมาแล้ว 90 วัน
3 เดือนอ่ะ
อ่าคุณสิริกัญญาว่าไง
อันนี้เ้าพูดถึงการลงทุนซึ่งต้องมี ยุทธศาสตร์การลงทุนแล้ว
ใช่ค่ะ
แต่จริงๆสิ่งที่พูดมาหลายเรื่องเนี่ยก็มีการพูดกันมาแล้วก็มีเปิดปฏิบัติการกันมานะ
ใช่
อ่ะถูกมั้
คือจริงๆเราไม่ได้บอกว่าเราจะมีการลงทุนในด้านใดบ้างแต่ว่าเราพูดถึงตัววิธีการ
นะคะที่ที่บางเรื่องเนี่ยรัฐต้องเป็นตัวนำบางเรื่องรัฐ มันแตกต่างกันยังไงก็เห็นด้วยกับทางนั้นแหละเรื่องใช่ว่าลิสว่ามันมีอุตสาหกรรมอะไรบ้างที่จะต้องทำเนี่ยมันก็อย่างที่บอกว่ามันไม่ไม่ได้ต่างกันหรอกแต่ว่าวิธีการจะทำยังไงมากกว่า
แล้วคุณสรยุทธไม่ต้องมาหาความต่างหรอก
ไม่ผมจะหาแล้วผมต้องหาในฐานะสื่อสารมวลชน
ใช่เรื่องคุณกำลังบอกว่าคุณต่างจากเ
ใช่อ่ะอย่างเช่นเรื่องของตัวกฎระเบียบที่ เป็นอุปสรรคเนาะอันนี้เนี่ยมีไiland Fast Pass เออเ้ามีไiland Fast Pass นะคะซึ่งทำให้กับเฉพาะตัวบริษัทที่เอ่อได้รับ BOI ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI มาแล้วเนี่ยแต่มันติดขัดนู่นนี่นั่นนนก็จะต้องไปเร่งให้มันเกิดขึ้นซึ่งไม่ผิดแล้วก็เหมาะมากกับการที่จะต้องเร่งรัดภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆเพื่อชเศรษฐกิจในช่วงปลายปี แต่ว่าเราก็คิดว่าจริงๆเนี่ยเอ่อไม่ว่า บริษัทที่จะได้ BOI หรือไม่ได้ BOI เนี่ยก็ควรที่จะต้องได้รับการเอ่อสนับสนุนแบบ นี้อยู่แล้วโดยการที่จะไปลดอุปสรรคที่มัน มาโดยไม่จำเป็นทั้งใบอนุญาตต่างๆกฎ ระเบียบอะไรเยอะแยะหยุมหยิบอไม่เยอะนะคะทำให้ท้ายที่สุดความพยายามที่จะลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเนี่ยทำมา 10 ปีเพิ่งทำไปได้คืบหน้าแค่ 1 ใน 3
นะเราก็
คิดว่าเอ่อถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนเนี่ยเรา สามารถเร่งรัดตรงเนี้ยกระบวนการตรงเให้ได้ให้เสร็จภายใน 18 เดือน
เพราะว่าที่ผ่านมามันขาดคนที่จะมาทุบโต๊ะแล้วก็จริงจังกับเรื่องนี้นะคะ
อ่าทางนั้นเรียกว่าอะไรนะ Thailand Fast Pass ใช่มั้ย
ใช่ไ
เอ่อ BOI Fast Pass
BOI Fast Pass แต่ทางนี้บอกว่าไม่ได้ ดูเฉพาะผู้ที่มาขอการลงทุนใครก็ตามแท
ใช่
ต้องทลายกฎเกณฑ์คุณบอก 18 เดือน
ใช่คนตัวเล็กตัวน้อยเนี่ยเจอใบอนุญาตก็เป็นภาระเหมือนกันหรือเอ่อหลายๆเรื่อง
อะไรนะกโยตินกฎเกณฑ์กฎหมายต่างๆน่ะเหรอ
ใช่ถ้ามันไม่แก้ใช่ค่ะมันคือการเอ่อกิโยตีนกฎหมายนะคะบางเรื่องเนี่ย
คือเป็นต้นว่าขออะไรเนี่ยกระทรวง อุตสาหกรรมนี่ที่เป็นว่าที่อุตสาหกรรมนะเอ้ยไม่ใช่รองนายกควบรัฐมนตรีพาณิชย์แต่ดูแลอุตสาหกรรมด้วย
ก็ว่ากันไปค่ะ
อ้าท่านนายกประกาศแล้ว
อื
เอ่อเป็นต้นว่าคือโรงงานอุตสาหกรรมผู้ ประกอบการที่ดูอยู่จะรู้จะขออะไรเนี่ยนะโต๊ะที่ 1 โต๊ะที่ 2 โต๊ะที่ 3 โต๊ะที่ 4 โต๊ะที่ 5
ใช่ค่ะ
แล้วถ้ามันยังไม่ออกมามันก็ไม่จบ
แล้วมันก็อยู่ทั้งบนโต๊ะทั้งใต้โต๊ะเต็มไปหมดนะ
อ่ะทีนี้คุณบอกจุดเด่นของคุณคือคุณจะยัง ไง
จะเร่งรัดไอ้
18 เดือนคือเหลือโต๊ะเดียวมั้ยเหลือเอ่อมันคงไม่เหลือโต๊ะโต๊ะแน่นอนใบแน่นอนนะคะอันไหนไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไม่ต้องขอแล้วนะคะเอ่อตามความเสี่ยงของมันเนาะถ้ามันเสี่ยงน้อยเนี่ยเอ่อถ้าไม่ไม่เสี่ยงเลยไม่ต้องขออย่าง เช่นนั้นยกตัวอย่างเนาะจะผลิตไอติมอย่าง เงี้ยต้องขอใบอนุญาตผลิตไอติมอ่ะค่ะเออดังนั้นเนี่ยดังนั้นเนี่ยยกเลิกได้เลยแต่ว่าโอเคถ้ามันเริ่มเป็นโรงงานไอติม
ก็ไม่ต้องขอแค่มาจดแจ้งแล้วเรียกว่ามาแจ้งกับทางการว่าจะทำแล้วเดี๋ยวถ้าเขาจะตรวจแล้วค่อยค่อยค่อยค่อยส่งคนไปในภายหลังนะคะหรือถ้าอะไรเสี่ยงมากหน่อยเนี่ยก็ยังต้องทำแบบเดิมแต่ว่าขั้นตอนง่ายขึ้นลดการใช้ดุลพินิจลงใช้เทคโนโลยีเข้ามาหลายเรื่องเนี่ยเอ่อนักลงทุนก็บ่นมาใช่ มั้คะอย่างเช่นว่าเอ่อเรื่องของการทำ work permit นะขอใบอนุญาตทำงานที่สุดท้ายเนี่ยเอ่อเขามีเอ่อมี expert เนาะมีเอ่อผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติเข้ามาเนี่ย
ที่เราอยากให้เเข้ามา
เออเอยากเอยากจะดึงเมาขั้นตอนป่อยาก
แล้วเออแล้วต้องมารายงานตัวกับตม.ทุก 90 วันอย่างเงี้ยอันเนี้ย Fast Pass เนี่ยอาจจะไม่ช่วยถ้ามันยังถ้ากฎระเบียบมันยังอยู่นะคะอันนี้มันก็คือจะต้องมาทำเอ่ออาจจะเป็นสเต็ปต่อไปหลังจาก Fast Pass เนาะให้ไอ้ตัว
ไม่ที่พูดนี่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลหรือยังไง
ไม่ใช่
เดี๋ขออนุญาตแอบแอบเสริมแอบเสริมตรงนี้ก็ คือว่าพอดีคุณสรยุทธวงในเรื่องของลงทุน เราก็พูดเฉพาะเรื่องลงทุนแต่สิ่งที่คุณ สิริกัญญาพูดเนี่ยก็เห็นด้วยเหมือนกันนะ คะคือเราเนี่ยมีอีกเอ่อพลนึงเมื่อกี้เรา พูดเรื่องลงทุน Plus ไปอีก plus นึงของ เราเนี่ยเราเรียกว่า Thailand Plus Thailand Plus ในที่นี้เนี่ยเกี่ยวกับเรื่องของกฎระเบียบทั้งหมดเลยค่ะ
อ่าเดี๋ยว Thiland Plus ให้เให้ครบก่อน ผมค้างไว้อ
ไอ้เรื่องกฎระเบียบเดี๋จะ
อทางนี้เบอกว่าเค้ามองมุมทั้งหมดเลย
ค่ะ
อ่ะทางนี้บอกของเค้าก็มีอีกมุมนึงอ่ะของ คุณต่อก่อน
ใช่มั้ยคะซึ่งอ่ะไอ้ Fast Pass เนี่ยอ่ะเรื่องถ้าเป็นเรื่อง
ทั้งระบบเลยเกี่ยวกับการประกอบการของผู้ ประกอบการเนี่ยต้องทลายกฎเกณฑที่เป็น อุปสรรค
ใช่ถูกค่ะแล้วก็แก้แก้ได้ให้มันตรงจุด เนาะอย่างเช่น 18 เดือนนะ
ใช่ค่ะอ่ะเมื่อกี้มีพูดเรื่องของการเอ่อเนี่ยถ้าอยากใช้พลังงานสะอาดเนาะเอ่อไม่ ใช่ว่าไม่มีนะตอนเามีการให้อนุญาตไอ้ตัว dir PPA ก็คือทำสัญญาซื้อขายไฟตรงเอ่อระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันไม่ต้องมาซื้อผ่านรัฐแล้วนะคะแต่ว่าเอ่อกฎระเบียบอะไรเก็ยังยุ่งยากมากค่าธรรมเนียมก็ยังแพงแล้วก็จำกัดอยู่เฉพาะกิจการที่เป็น Data Center อะไรอย่างเงี้เป็นต้นนะคะก็คือเอ่อมันต้องมองกันทั้งระบบว่าจะทำยังไงเนี่ยให้การลงทุนมันสะดวกสบายยิ่งขึ้นมากจริงๆซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเอ่อบริษัทที่เป็นเอ่อที่จะได้รับปัส่งเสริมจาก BOI แต่อย่างเดียวนะคะแต่ว่าพวกนั้นเนี่ยก็คงจะต้องเอ่อมีได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษนั่นแหละนะก็เลยต้องมี Fast pass จะไปทลายอุปสรรคต่างๆ
ค่ะ
กฎหมายขั้นตอนกฎระเบียบต่างๆอุปสรรคภายใน 18 เดือน
ใช่ค่ะเพราะว่า
ได้นะ
เพราะว่าได้ค่ะคือมันไม่ได้ยากทุกอย่างเนี่ยมันมีหมดแล้วว่ากฎอะไรระเบียบอะไรที่จะต้องแก้
อทำไมที่ผ่านมาเทำไม่ได้อ่ะ
เพราะว่าอาจจะ
หาเสียงกันมาหลายครั้งใช่ค่ะดิฉันก็ดิฉันก็งงเหมือนกันว่าที่ฟังเนี่ยมาอย่างน้อยๆเนี่ย 10 ปีจากตอนที่ TDI เนี่ยมีตัวราย งานออกมาว่าจะต้องทำเรื่องนี้นะคะเอ่ออีก ต่ำไม่ต่ำกว่า
6 คณะกรรมการที่เป็นเนี่ยปฏิรูปกฎหมายกิโยตินเนี่ยเอ่อเพแต่ว่าก็ยังไม่สำเร็จสักแปลว่าอะไรราชการเหวงอยู่ใช่มั้ย
ใช่ค่ะ
หรือเกิดมันต้องรอบคอบรัฐกุมในมุมราชการไง
แน่นอนค่ะว่ามันต้องต้องรอบคอบรัฐกุมเพียงแต่ว่าเอ่อบางอย่างเนี่ยมันก็ต้องใช้ความมุ่งมั่นเด็ดขาดว่าเอ่อมีรัฐบาลที่เอาจริง
ที่ผ่านมาก็จะเป็นคณะกรรมการที่ก็จะอาจจะมีเอ่อมีผู้ทรงคุณวุฒิอะไรเข้ามาช่วยไ่อคนระดับรัฐมนตรีเข้ามาเป็นตัวเป็นนั่งหัว โต๊ะที่จะคอยเคาะคอยใช้อำนาจที่ได้รับมอบ หมายมาจากนายกรัฐมนตรีอีกทีนึงดังนั้นเนี่ยการจะพูดจะคุยกับหน่วยงานที่เอ่อมันต้องเยอะไปหมดหลายกระทรวงที่เข้ามาเกี่ยว ข้องนะคะทั้งรัฐบาลทั้งท้องถิ่นเนี่ยมัน เลยต้องมีคนที่มีอำนาจเต็มอยังไงเ้าก็มี
ค่ะ
อำนาจเต็มเก็มี
ใช่รู้แต่ว่าแต่ว่าไม่เคย
รัฐบาลคุณทำไมจะเต็มกว่าหรือยังไง
ไม่เคยไม่เคยมีการจัดตัวรัฐมนตรี มานั่งคุมเรื่องนี้โดยเฉพาะ ออเข้าทางเลยใช่มั้ย
ใช่ค่ะ
อรองนายกฝ่ายปฏิรูปราชการใช่มั้
ใช่อันนี้แล้วก็มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายก ที่ดูเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยเพราะว่าอะไร
หมายถึงคุณถ้าเป็นคุณเป็นรัฐบาลมี รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีที่มาเคลียร์ พวกนี้เลย
เรื่องปฏิรูประบบกฎหมายไอ้ตัวที่เป็นเอ่อกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเนี่ยก็คือ รัฐมนตรีคนนึงทำเรื่องนี้เลย
อ้าเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการลงทุนอะไร ไม่ว่าจะเป็นการประกอบการอะไร
ค่ะ
เพื่อจัดให้เขาเกิดการผลิตเกิดการลงทุนเกิดการผลิตต่างๆเนี่ย
ทลายอุปสรรคให้หมด
ลดภาระต้นทุนที่จะต้องไปวิ่งหลายโต๊ะแล้ว ก็ลดต้นทุนที่มันจะไปอยู่ใต้โต๊ะด้วย
นะคะที่พอใบอนุญาตมันเยอะดุลพินิจมันเยอะมันดึงเอกสารไม่รับ
อ่าน่ะเดี๋เราก็จะไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไรต่าง ๆว่าต้องทำให้เสร็จต้องทำให้เร็วถ้าขอ เอกสารขอได้รอบเดียวขอห้ามขอเอกสารที่ เป็นเอกสารของหน่วยงานรัฐด้วยกันคุณไปขอ คุณไปเอามาได้เองอยู่แล้ว
แล้วก็ถ้าภายใน 30 วันยังไม่ยังไม่ อนุมัติ
ยังไม่อนุมัติถือว่าให้
ถือว่าให้เลย
อันนี้เป็นแนวทาง
ใช่ค่ะ
อ้าบางอย่างเนี่ยคือกระบวนการถ้า 30 วันไม่ตอบถือว่าอนุมัติอย่างี้ใช่มั้ย
ใช่ค่ะ
อ้าเพราะฉะนั้นเค้าตอบเบอก 2 ข้อคือ 1 เ้ามีเจตจำนง
ค่ะ
เค้ามีทีมดูแลโดยเฉพาะเจตจำนงทางการเมือง ใช่มั้ย
ถูกค่ะ
อามีอำนาจเต็มเลยปฏิรูปมีทีมงานดูแล เฉพาะเลยแล้วทลายทุกอย่างเลย 18 เดือน
ค่ะ
อ้าภูมิใจไทยเอากี่เดือนมีมั้ย
มีค่ะมีเป็นเฟสไปแล้วก็เริ่มทำมาแล้วค่ะ
ทำมาแล้วด้วย เอเดี๋ยวจะว่าคือพูดเอาจริงๆนแข่งขันกัน
ไม่ก็แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ
เอิ่มในรัฐบาล 4 เดือนเนี่ยค่ะของเราที่ ตอนนี้เหลือไม่ถึง 4 เดือนอย่างี้ที่บอก ว่า 2-3 เดือนเนี่ยนะคะเอ่อมีท่านรองนายก เอ่อบวรศักดิ์เป็นคนที่ดูแลเรื่องนี้โดย ตรงในเรื่องของ regulatory กิโยตินแล้วก็ มีการทำงานร่วมกันกับพวกเอกชนทั้งหลายไม่ ว่าจะเป็นสภาห่อการค้าไทยสภาอุตสาหกรรม ไทยตลาดหลักทรัพย์สมาคมธนาคารไทยเพื่อที่ จะให้มั่นใจได้ว่ากฎระเบียบเนี่ยมันควรจะ มีอะไรอย่างไรแล้วก็ทำงานร่วมกันกับ สถาบันวิจัยหลายที่อย่างยกตัวอย่าง TDRI เราก็ทำงานด้วยนะคะเพราะว่า TDRI เอง เนี่ยทางเอ่อเขาก็ได้มีการเอ่อสำรวจ มาเรียบร้อยอย่างที่คุณศรียาพูดแหละค่ะ ว่าในแต่ละกระบวนการเมันเยิ่นเยอะตรงไหนมันซับซ้อนตรงไหน
คราวนี้วิธีทำของเราเนี่ยเอ่อเมื่อกี้เรา พูดเรื่องลงทุนแตมก็เลยอธิบายเรื่องของ การสนับสนุนเรื่องของเฉพาะ BOI ว่าถ้าในแง่ของภาพรวมของประเทศเนี่ยค่ะ เรามองว่าเราต้องเป็นเอ่อรัฐที่ฉับไว อนุมัติเร็วเพราะฉะนั้นเนี่ยที่จะเติมจาก สิ่งที่คุณสิริกัญญามีความตั้งใจซึ่งถือ ว่าเป็นความตั้งใจที่ดีเนี่ยนะคะเราจะ เติมในเรื่องของเอาเทคโนologyเข้าไปช่วย เราต้องการจะลดในเรื่องของเเปอร์เพราะว่า กระดาษเนี่ยค่ะคุณสรยุทธมันจะเป็นสิ่งที่ จะทำให้มีปัญหาในเรื่องของการไม่โปร่งใส แล้วเราไม่สามารถจะตรวจสอบได้
อ่ะถ้าเข้าระบบ
ใช่ซึ่งตอนนี้เริ่มทำไปแล้วอย่างยก ตัวอย่างในมุมที่ตัวเองดูแลอยู่นะคะก็คือ กระทรวงพาณิชย์เนี่ยเราพยายามที่จะเชื่อม กับ 400 ทั้งหมดเนี่ยประมาณ 405 หน่วยงาน ของรัฐและเอกชนเอกชนประมาณ 22 หน่วยงาน แล้วก็รัฐอีกประมาณเกือบๆ 400 เนี่ยในการ ที่จะเชื่อมdoucumentนให้มันเป็นลักษณะ ของ occument ทำไปแล้วใน 2 เดือนเได้ 22 หน่วยงานในนั้นกว่า
ใช่ค่ะไม่ได้เยอะเลยแต่ว่ามันเป็นจุด เริ่มต้นที่เราทำให้เห็นว่ามันทำได้จริงๆ นะคะใน 22 หน่วยงานที่เราเชื่อมเนี่ยก็จะ มีตั้งแต่เอ่อหน่วยงานที่เป็นของพาณิชย์ เองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการ คลังแล้วก็หน่วยงานเอกชนอย่างยกตัวอย่าง เช่นตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเรามีการลดเอ่อ ขั้นตอนในเรื่องของเอ่อการทำงานและใน เรื่องของ document ที่เป็น edcument เรา มี target ในปีนี้ถ้ายังได้ทำต่อนะฮะเรา มีทarเกตในปีนี้อีกประมาณ 100 กว่าหน่วย งานนะคะแต่ว่าทุกอย่าง
หมายถึงว่ามันเชื่อมโยงกันเลยเ้ามาขออะไร ก็กระทรวงพาณิชย์กระทรวงพาณิชย์สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลกับคลังอุตสาหกรรมหรือ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง
ดึงเข้ามาได้เลยไม่ต้องไปขวนเอกสารมาเสนอ
ใช่ค่ะมันก็จะ
แล้วมีเกณฑ์ของมันเลยโดยใช้ระบบตรวจเลย
ถูกค่ะแล้วก็สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วย ว่าตอนนี้ขั้นตอนในการขอหรือว่าในเรื่อง ของการอนุมัติเนี่ยมันอยู่ตรงไหนนะคะอัน นี้ก็เป็นส่วนที่เติมสิ่งที่คุณสิริกัญญา พูดแต่เรื่องของ regulary กิโยตินเนี่ยก็ ได้วางร่างเอาไว้แล้วแต่เนื่องจากว่าเรา ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการมันไม่สามารถที่ จะไปแก้ทบพวกเนี้ยมันต้องแก้กฎหมายด้วยนะ ฮะซึ่งก็เอาใจช่วยว่าถ้า 18 เดือนก็อาจจะ ทำได้เพราะว่ามีตั้งต้นเอาไว้แล้วเรา สามารถที่จะไปต่อยอดจากตรงนี้ได้นะคะใน อีกเรื่องนึงก็คือเรื่องอภิใจไทยสักกี่ เดือนมีเวลาทำมาก่อน 3 เดือนเนี่ย
เอ่อไม่ไม่น่าจะต่างกันมากนะคะเต็มที่แต่ ต่ำคิดว่านั้น
แต่ว่าวิธีการเหมือนกันตะกี้พูดถึงเรื่อง เอกสารรถก็เหมือนกันถูกมั้ยไอ้เรื่องระบบ คอมต่างๆที่ยิงไม่ต้องให้ประชาชนเป็นคนหา แล้วอ่ะเชิญต่อ
ค่ะแล้วก็ในมุมของเอ่อการเอ่อทำงานเนี่ย ค่ะคงจะต้องมีการวางกันเป็นขั้นเป็นตอน ว่าเราควรจะเริ่มจากเอ่อหน่วยงานไหนก่อน ถึงจะได้รับการยอมรับเพราะว่าเรื่องอย่าง เงี้ยคุณสรยุทธ์ฮะคุณศิัญญาคือมันต้องทำ ให้เกิดการยอมรับเพราะเรื่องบางอย่างเนี่ยเรา วางระบบก็ดีก็ดีเราไปลดขั้นตอนก็ดีแต่ข้าราชการยังยึดติดอยู่กับสิ่งที่ เคยทำอาจจะเป็นด้วยความตั้งใจดีว่าเอ่อ กังวลว่าเดี๋ยวถ้าไม่ทำตามขั้นตอนแล้วเ ต้องรับผิดชอบเพราะมันมีเรื่องกฎหมายที่ มาเข้ามาเกี่ยวข้องดังนั้นเราเลยทำเป็น ลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปทำเป็นลักษณะพลั พวก รักษา
ไม่แต่มันเป็นอย่างงั้นคอนเซปตของเราก็ คือว่าทำทีละนิดแล้วก็เอาไอ้ที่ทีละนิด ที่ทำได้เนี่ยค่ะเป็นตัวที่มาช่วยบอกว่า มันทำได้จริงๆแล้วค่อยเป็นค่อยไปเพราะ ฉะนั้นเนี่ย
ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองมุ่งมั่นมั้ยแบบ ที่ทางนี้เบอกว่าต้องมี
แน่นอนแน่นอนค่ะ
ของพรรคคุณมีมั้ย
เอ่อมีอยู่แล้วมีอยู่แล้วก็อย่างปัจจุบัน นี้ก็มีอาจารย์บวรศักดิ์นะคะเดี๋
นายกอ่ะอะไรนะคะ
นายกก็เป็นคนสั่งการไงคะ
อื
ค่ะๆก็ประมาณนั้นค่ะก็ไม่ได้ขัดเลยแต่ว่า แค่เติมว่าเราใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีมา ช่วยทำให้มันโปร่งใสแม่นยำแล้วก็รวดเร็วฉับไว
อืค่ะ
อ้าคุณสุภจีถ้าคุณเป็นรองนายกครฐมนตรี พาณิชย์ซึ่งกำกับดูแลสายเคือพาณิชย์ อุตสาหกรรมหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องเนี่ยทำ ได้ใช่มั้ไอ้ทลายกฎเกณฑ์ต่างๆทำมาแล้วไงคะทำอยู่แล้วเดี๋ยวทำต่อ
อ้าคุณศรีกันยาเค้าบอกเโมเดลนี้เค้าก็ทำ ได้ไม่ต้องถึงขนาดขยับเป็นแบ่งภาคส่วนแบบ คุณเลย
อ๋อค่ะเอ่อก็เดี๋ยวจริงๆมันก็เวลาใช่เวลา เ้าอาจจะมีน้อยเนาะแล้วเขาก็เอ่อมันก็เ พูดได้ว่า 3 เดือนมันก็อาจจะยังไม่ไม่ได้ เห็นผลแต่ว่าเอ่อเราก็เราก็ติดตามอยู่ว่า เอ่อคณะคณะเอ่อปฏิรูปกฎหมายเร่งด่วนเนี่ย เอ่อทำความคืบหน้าอะไรไปแล้วบ้างซึ่งก็ดี มากก็จะได้ต
แต่มันก็จะเป็นอย่างที่คุณบอกนะมันคือมี เต็มเป็น 10 ปีมีกรรมการตลอดเลยนะ
คือใช่คืออย่างงี้เอ่อ
แต่เค้าบอกว่าทำไม่ได้แล้ว 22 หน่วยงานใน กระทรวงกรรมการด้วย
ไม่ไม่ใช่ในกระทรวงค่ะครอสกระทรวงด้วยใช่ ค่ะเพราะว่ามันก็เป็นความพยายามของทาง กพร. พic ที่เชื่อมต่อข้อมูกันมันก็มีความพยายามมา ก่อนล่วงหน้าแต่ว่าเราแค่เห็นว่าความคืบ หน้าเนี่ยมันช้าอื 18 เดือนเนี่ยอาจจะ กังวลเรื่องว่าเอมันเป็นพรบ.หรือเปล่ามัน เป็นกฎหมายเนี่ยมันจะไปแก้กันได้ง่ายๆ หรือเปล่านะคะแล้วก็มีแนวทางที่เอ่อออกกฎ หมายฉบับเดียวเนี่ยสามารถที่จะไปยกเลิก ไอ้ไปแก้ไขในส่วนที่มันจะเป็นอุปสรรคได้ เอ่อภายในฉบับเดียวได้เลยค่ะก็เรียกว่า เป็นอนิบัส law นะคะที่หลายๆประเทศเก็ใช้ กันเป็นกฎหมายแม่ที่แบบว่าสามารถที่จะไป ยกเลิกในรายละเอียดของกฎหมายอื่นๆได้นะคะ โดยที่ไม่ต้องถ้าจะแก้กันเอ่อ 500 ฉบับ ไม่ต้องมาเข้าสภาทีละทีละฉบับทีละฉบับแบบ นี้เนี่ยมันก็จะใช้ระยะเวลานานอันนี้เรา เข้าใจมันก็เลยต้องใช้กระบวนการอื่นๆ
ไม่ถามตรงๆคุณเชื่อว่าวิธีการอย่างที่ทำ อยู่เนี่ยหรือที่เขาบอกเทำอยู่เนี่ยมันจะ ไม่สามารถจะขยับได้ทั้งหมดใช่มั้ย
ถูกค่ะคือมันเหมือนเป็นการส
ไม่ไม่ได้ยูให้ทะเลาะกันนะ
ใช่
อยู่ๆค่ะ
เราคิดว่ามันต้องมีการส่งสัญญาณนี่แหละ ว่าว่าจะมีคนเข้ามาขับเคลื่อนเรื่องนี้ จริงจัง
อือ
นะคะไม่ได้ไม่ได้เป็นในรูปแบบเดิมเดิมที่ ที่เคยมีการทำกันมา
ที่ถือพอข้าราชการเนี่ยไม่ยกเลิกก็ไม่มี ใครไปทำอะไรก็ถือว่าโอเคเดูแล้วนะคะยก ตัวอย่างเรื่องใบอนุญาตส่งออกข้าวนะคะซึ่ง อันนี้เกี่ยวข้องกับเเลยเอาว่าไปเลยอ้าเชิญเลยฮะ
ซึ่งเอ่อมัน
ไปส่งออกข้าวมีปัญหาว่า
ก็คือเอ่อบอกว่าจะต้องมีการเก็บสต๊อกนะคะของ การของข้าวเอาไว้เอ่อถ้าคุณเป็น SE แล้วคุณอยากส่งออกข้าวเนี่ยเป็นตัวเป็น เป็นตัวเล็กตัวน้อยเนี่ยต้องแต่ก่อนเนี้ย บอกว่าต้องมี 500 ตัน
นะอต้อง 500 ตัน
เออใช่มั้แล้วก็มีค่าธรรมเนียมด้วยอะไร ด้วยนะคะซึ่งเอ่อตอนตั้งแต่ตั้งแต่รัฐบาล คุณแพทองทาแล้วบอกว่าจะยกเลิกตัวใบอนุญาต ส่งออกข้าวอันนี้
เพื่อให้รายย่อยส่งออกข้าวได้
เออเพราะว่าการมีสต๊อกมันไม่ได้หมายความ ว่าเขาจะสามารถส่งออกได้นะแล้วก็คุณภาพดี หรืออะไรต่างๆเนี่ยนะคะถ้าส่งออกอย่าง อื่นก็ไม่เคยมีใครต้องมาบอกว่าจะต้องมี สต๊อกของเท่าไหร่ถูกมั้แต่พอเป็นข้าว เนี่ยมันกลับมาว่ามันต้องมีใช่มั้คะทีนี้ เนี่ยมันก็มีการเอ่อพยายามความพยายามที่ จะไปแก้ไอ้ตัวใบอนุญาตอันนี้นะคะแล้วก็มี การรับฟังความคิดเห็นนะคะเอ่อผู้ส่งออก ข้าวรายใหญ่เขาก็เห็นด้วยเขาก็บอกว่าไม่ มีติดส่งออกรายย่อยเขาก็เห็นด้วยชาวนา เห็นด้วยทุกอย่างเห็นด้วยนะคะเอ่อแต่ว่า มีอยู่ที่ไม่เห็นด้วยก็คือกรมการค้าต่าง ประเทศบอกว่ายังคงต้องคงสต๊อกเอาไว้ที่ 100 ตันอย่างี้เป็นต้น
ยุคไหนกรมการค้าต่างประเทศยุคไหน
ยุคก่อนคุณศุภจีค่ะ
ยุคอืแต่ว่าในท้ายที่สุดมันก็จบที่ตรงนี้ แล้วก็มีการปรับลดค่าธรรมเนียมจาก 50,000 เหลือ 10,000 อะไรเงี้ยตกลงจบที่ 100 ตัน
จบที่ 100 ตันนะคะ
ปรับลดค่าใช่มันอันเนี้ยเป็นนโยบายที่คุณ แพประกาศตั้งแต่
90 วันแรกอ่ะ
ใช่เป็นนโยบายแรกเลยที่คุณทองทานเข้ามา
ใช่บอกว่าจะทลายทุนผูกขาดด้วยด้วยอันนี้ นะคะเอ่อเราก็เลยเนี่ยเห็นแล้วว่าโอขนาด ว่าขนาดว่าระดับนายกรัฐมนตรีพูดใช่มั้ยเอ่อรับลูกแล้วแต่ว่าเอ่อเอ่อหน่วยงานราชการ เนี่ยเาเยังคงเยังคงกังวล
อันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าถ้าไม่มีเจต จำนง
ใช่มันไม่ไปจริงๆ
มันไม่ไป
อ่าคุณจุปจีเนื่องจากพลาดพิง 3 เดือนยัง ติดอยู่ที่ 100 เลย
ก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะเพราะว่าถ้าไม่มี สต๊อกเลยมันไม่ได้อยู่แล้วค่ะแต่ว่าก็ลด สต๊อกมาให้มันอยู่ในเอ่อเอ่อจำนวนที่คิด ว่ามันส
ทำไมถึงไม่มีสต๊อกเลยไม่ได้
อ้าวแล้วถ้าสมมุติว่าเค้าสั่งมาเนี่ยเวลา ที่เรากำลังจะต้องส่งออกไปเนี่ยค่ะมันจะ ต้องมีทั้งในเรื่องของเอ่อเอ่อเาเรียกว่า commitment นะคะว่าเราจะต้องส่งให้เมื่อ ไหร่เท่าไหร่อย่างไรถ้าไม่มีเลยเนี่ยแล้ว เขาไม่สามารถจะส่งได้ก็ทำให้เสียชื่อแล้ว ตัวเขาเองก็จะเดือดร้อนมันก็เลยจะต้องมี สต๊อกอยู่บ้างนะคะแต่ก็เดี๋ยวจะลองรับไป ดูว่าจะลดได้ลดได้มากกว่านี้หรือไม่
เอ่อเจอประเด็นต่างแล้ว
อื
เขาบอกว่าต้องมีอยู่บ้าง
ค่ะ
เกิดถึงเวลาคุณจะไปส่งออกเดี๋ยวไปรับใบ สั่งซื้อมาถึงเวลาส่งออกไม่ได้เสียชื่อ ประเทศหมดอ่าคุณา
ค่ะก็พลาดแต่ว่าเขาก็ไม่รู้ว่ายอดสั่งอ่ะมันเป็นเท่าไหร่ไงมันอาจจะไม่ได้ถึง 100 ตันถ้ามันเป็นแบบว่าส่งออกรายเล็กๆจิ๋วๆ จริงๆเนี่ยการมันก็ไม่สอด คล้องกับถ้ามันน้อยกว่า 100 ตันไม่ควรส่ง ออกราคาเพราะมันจะน้อยมาก
อ่ะทางนี้บอกน้อยกว่า 100 ตันไม่ควรจะส่ง ออกอ่ะคุณว่าไงคือทางนี้คุณบอกว่าไอ้ 100 ตันมันตึง
เพราะบางทีการส่งออกเนี่ยทำไมไม่เอาเป็น สัดส่วนของยอดการสั่งซื้อ
สมมุติว่าคุณเป็นแบบว่ารายใหม่ที่อยากที่ จะเข้ามาส่งออกข้าวที่มันเป็นตลาดเฉพาะ เป็นตลาดเฉพาะมากๆแล้วขั้นแรกจะต้องมีการ ส่งออกไปให้มีการเทสตลาดก่อนที่ไซส์มัน อาจจะยังไม่จำเป็นจะต้องเท่านี้เอ่อส่งไป เทสก่อนแล้ว
เเปิดข้อมูลแล้ว
เปล่าๆค่ะคุณตัวเลขให้อยู่แล้ว
ซึ่งเราต้อง 100 ตันนี่ก็เคยคุณแล้วว่า ต้องรวมจากเกษตรกรเอ่อ 100 ตันตันนึง 1000 กนะครับ
ต้องมากันทั้งหมู่บ้าน ก็บอกว่ามันไม่สอดคล้อง
ใช่
เพราะมันสามารถที่จะส่งออกรายย่อย
ถูกค่ะแล้วก็คือถ้าเค้าไม่มีเนี่ยก็คือ บริษัทนั้นน่ะมันก็เสียไงมันไม่ได้มาเสีย แบบว่าเอ่อของทั้งทั้งประเทศแล้วที่ไหน ใช่มยไม่งั้นเราก็ส่งออกอย่างอื่นไม่ได้ แล้วถ้ามันจะต้องมี
มาสต๊อกกันทั้งทุกสินค้า
ถูกมันเป็นเรื่องของระหว่างเอกชนกับเอกชน เต้องตรวจสอบกันเองว่าสรุปแล้วเนี่ยถึงมี 100 ตันก็ไม่ได้หมายความว่าถึงวันที่จะ ต้องมีออเดอร์จริงๆเยอะๆเนี่ยจะส่งออกได้ หรือเปล่าคืออันนี้มันเป็นเรื่อง
คืออันนี้มันเหมือนเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของผู้ ทรงออกข้าว
ถูก
ซึ่งปรับจาก 500 ลงมาหรือ 100 ตัน
ใช่ค่ะ
ซึ่งคุณสิริกิาเห็นว่าไม่จำเป็น
ใช่ค่ะ
เอ่อถ้าเกิดปัญหามันก็เป็นเรื่องของเค้า
ถูกค่ะมันก็เป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน ใช่มั้
เอ่อแต่อันนี้จะเป็นอุปสรรคทำให้รายย่อย ไม่สามารถจะส่งออกข้าวได้
ใช่ค่ะก็คือถ้าจะอยากที่จะเข้ามาแค่มีใบ อนุญาตอย่างเดียวเนี่ยก็คือจะต้องเจอ เกณฑ์ 100 ตันนี้แล้ว
100 ตันเอา 1000 คูณเข้าไปอ่ะใช่
กิโลนะใช่ค่ะ
อื
ก็คือ 100,000 กิโล
อันนี้มีความแตกต่างอยู่ถูกมั้ย
หมายความว่าอันนี้เนี่ยมันคือเป็นภาพ สะท้อนว่าเอ่อถ้าเราปล่อยเออให้ข้าราชการ เนี่ยเอ่อไม่ไม่มีไม่มีเค้าเรียกว่าอะไร ความเห็นแย้งเนี่ยนะแล้วให้ข้าราชการตัด สินใจอย่างเดียวอ่ะผลมันจะออกมาแบบนี้เออ ก็คือยังไงใบอนุญาตก็คงจะต้องยังอยู่นะคะ แต่ว่าเอ่อเนี่ยแหละค่ะถ้าเกิดเรารับฟัง เนประกาศเก็มีการรับฟังความเห็นไปแล้ว แล้วไม่มีใครเห็นแย้งเนี่ยเอ่อเอ่อจริงๆ แล้วข้าราชการก็ควรจะต้องเอ่อเห็นไปตาม
ผู้ส่งออกเองเก็ไม่ได้ขัดข้อง
ผู้ส่งออกรายใหญ่ก็ไม่ขัดข
ที่จะไม่ต้องมีกำหนดขั้นต่ำอะไรที่ว่าส่ง ออกรายเล็กก็ไม่ได้ขัดข้องนะคะอันนี้อัน นี้เป็นตัวอย่างไม่ได้บอกว่าจะต้องแบบ ซุเปอร์ G บอกว่าถ้าต่ำกว่า 100 ตันก็ไม่ ต้องส่งออกแล้ว
มัน
คุณว่าไง
มูลค่ามันไม่ได้เยอะมากขนาดนั้นคือต่ำ กำลังคิดถึงความคุ้มค่าของผู้ส่งออก
คือเอ่อถ้าเอาเป็นว่าข้าวหอมมะลิแบบเกรด พรีเมี่มตอนนี้ก็ประมาณสซัก 17,000 18,000 บาทต่อตัน ไม่ กำลังดูถึงความเป็นไปได้และความคุ้มค่า มากกว่าถ้าสมมติว่าเป็นการอย่างที่ถ้าที่ คุณศิริญญาพูดเนี่ยมีพอยนะคะในมุมที่ว่า ถ้าส่งเป็นออเดอร์ทดลองให้เขาไปลองดูว่า ชอบใจมกับข้าวพันธุ์ใหม่หรือข้าวไปเพศ อย่างงี้อันนี้เห็นด้วยแต่ถ้าจะส่งออก เป็นเรื่องเป็นราวเป็นจริงเป็นจังเนี่ยถ้า ส่งทีละ 100 ตันเนี่ยมันไม่คุ้มค่าขน ส่งในประเทศเองยังไม่คุ้มเลยค่ะ
ไแต่ทางนี้ตะกี้บอกว่ามันอาจจะเกิดข้าว พรีเมี่มข้าวที่มีภาพที่ข้าวที่มีสตอี่
ค่ะซึ่งตอนนี้กำลังพยายามทำอยู่ข้าว ประณีตค่ะราคามันก็
มันก็ไม่ควรจะมาติดอุปสรรคตัวนี้คนบอก
ใช่เพราะแล้วมันอาจจะไม่ต้องมีสต๊อกล่วง หน้าอะไรคือต้องมองว่าสินค้าอื่นเนี่ย
ยังไม่มีเลย
มันไม่จำเป็นที่จะต้องมี
มันมีเรื่องของข้าวเนี่ยบังเอิญขออนุญาต นะคะจริงๆแล้วเรื่องนี้เนี่ยเนื่องจากว่า ข้าวเนี่ยมันเป็นคอityมันแค่คล้ายๆทองใน ทุกๆวันเนี่ยราคามันขึ้นลงอย่างตอนที่ เข้ามาคุณสรยุทธยังว่าแต๋มเลยว่าข้าวถูก กว่ามาม่าจำได้มั้ยคะ
อ่าไม่ได้ว่าคุณแต๋มผมว่าปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้น
ในจังหวัดที่เข้ามาข้าวราคาตก
ใช่ค่ะในช่วงนั้นแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะคะ แผงมาม่าเยอะอยู่
เออ
อาจจะยกว่าเป็นฝีมือใช่มั้ย
ไม่ใช่ไม่ใช่มันเป็นกลไกการตลาดค่ะไม่ได้ ไม่ได้อะไรเลยค่ะแต่จะพูดอะไรเลยลืมเลย คุณสรุที่พูดถึงเรื่องข้าวเรื่องส่ง อนี้ทางนี้กำลังบอกว่ามันมีคือมันไม่ควร จะเอาข้อจำกัดนี้มาเป็นอุปสรรคของผู้ ประกอบการรายเล็กที่อาจจะรวบรวมข้าวที่มี ลักษณะเฉพาะข้าวที่มันไม่ได้ขายแบบเป็น ล็อตใหญ่ไม่ใช่แมสแต่ไม่ควรจะเป็นอุปสรรค ข้าวที่มีสตอี่ข้าวสังหยดที่อาจจะมี กระบวนการอะไรต่างๆอย่างเงี้ยอ่ะคุณสุพจี บอกว่ายังไง
คือโดยปกติแล้วเนี่ยค่ะเอ่ออย่างที่กลับ มาในเรื่องเมื่อกี้ที่พยายามจะพูดก็คือ ว่าราคาข้าวเนี่ยเป็นเป็นราคาของเอ่อเขา เรียกว่า commodity ภาษาไทยว่าอะไรช่วย พี่
คือมันเป็นโพธ อย่างเงี้ย
อ่าซึ่งมันมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาการ ที่เอ่อผู้ประกอบการเนี่ยมีสต๊อกอยู่บ้าง เนี่ยเขาจะดูจังหวะซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ แต๋มทำเป็นกลไกการตลาดซึ่งทำให้ราคาข้าว เนี่ยมันมีการถีบตัวสูงขึ้นในช่วง 2-3 เดือนก็คือว่าพอถึงจังหวะที่ราคาใช่เรา ส่งตรงนั้นนะคะถ้าสมมุติว่าเราเอ่อรีบขาย โดยที่เราไม่มีสต๊อกเลยสมมตินะคะว่าเราทำ ตัวเป็นตัวเล็กตัวน้อยแล้วเอยากจะขายข้าว สังหยดสมมติเป็นข้าวที่ดีมากๆเลยที่มาจาก พัทลุงแล้วก็มีออเดอร์เข้ามา
ในขณะที่มีออเดอร์เข้ามาราคาสูงมาก
เขาไม่สามารถที่จะ fulfill ออเดอร์นี้ได้ เพราะว่าราคาเนี่ยมันก็มีกลไกการตลาดใน การควบคุมเาต้องไปหาซื้อข้าวมาเพื่อที่จะ ส่งออก
เวลาเนี้ยมันไว้ทันการเพราะว่าไม่ใช่มี เขาคนเดียวอันนี้เรากำลังพูดถึงความเป็น ไปได้และความเอ่อเค้าเรียกเรียกว่า business model ของ SME นะฮะสมมุติว่า คุณไม่มีอะไรอยู่ในสต๊อกเลยเอาเป็นว่าไม่ ใช่คร่าวหรอกเอาเรื่องอื่นก็ได้ถ้าสมมุติ ว่ามีคนมาซื้อของกับคุณสรยุทธว่าขอสั่ง ของอันนี้หน่อยคุณสรยุทธช่วยส่งของให้ หน่อยคุณสรยุทธบอกว่าได้ใช้เวลาเดือนนึง เพราะว่าคุณสรยุทธต้องไปหาว่าเมื่อไหร่จะ ได้ราคาของที่เหมาะสมกับตัวเองกับแต่มา สั่งกับคุณไหมแล้วคุณไหมบอกว่าได้ขายแต่ ส่งได้ภายใน 3 วันคุณสรยุทธจะซื้อใคร
เราก็ต้องซื้อคุณไหมสิ
ถูกมั้ล่ะเพราะฉะนั้นมันก็จะต้องมีบ้าง และประเด็นของแต๋มก็คือว่า
แต่ 100 ตันมันเยอะไปมั้ย
100 ตันก็ถ้าเป็นข้าวสมมุติหอมมะลิวัน นี้ประมาณ 17,000 18,000 บาทเป็นข้าว ลักษณะเฉพาะไง
คือทางนี้กำลังอ้างว่าอันนี้ทางนี้เ้า อ้างว่ามันกลายเป็นอุปสรรค
กับอ่าของข้าวที่มันเป็นแบบลักษณะเฉพาะ พรีเมี่มอะไรต่างๆ
ไม่ไดพูดถึงข้าวที่เป็นแมส
ค่ะ
อ่าข้าวที่เป็นแมสก็ตรงกันแต่ทั้งนี้ก็ บอกมันกลายเป็นอุปสรรคไงคุณแต๋ม
ก็ในมุมของข้าวแม้กระทั่งข้าวที่เป็นข้าว พิเศษเนี่ยเต็มที่ก็ไม่เกิน 20,000 บาท ต่อตาอือ
นะคะอย่างข้าวของมะลิตอนนี้ก็เป็นข้าว พิเศษนะประมาณ 18,000 อ
เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็ประมาณล้านกว่าบาท. มันอาจจะเป็นภาระก็จริงนะคะสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย. แต่จริงๆแล้วมันเป็นโอกาสของเขา. เพราะถ้าเขาไม่มีสต๊อกเลยคนสั่งมาอย่างเงี้ย. เวลาสั่งออเดอร์มาถ้าเราเป็นคนตัวเล็กเนี่ยเราไม่ได้มีอำนาจในการต่อรองหรอก. เขาก็หว่านมาว่าต้องการข้าวสมมุติสังหยดเอ่อ 200 ตัน 300 ตันเอ่อในระยะเวลานี้ราคาเท่านี้. เพราะราคาเข้ามาอยู่ในตลาดโลกมันมอนิเตอร์ได้ถูกมั้ยคะ. ปรากฏว่าเราไม่มีอ่ะ. เดี๋ยวเราต้องไปหามา.
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเห็นด้วยทำให้เกิดความปั่นป่วน. จริงๆแล้วเนี่ยกั้งก็เห็นด้วย. เห็นว่าอาจจะต้องมานั่งดูในเรื่องของข้าวเฉพาะทาง. อ่าเข้าเฉพาะทางอ่ะเปิดช่องทางนึงนะ. เพราะถ้าเป็นข้าวเฉพาะทางอาจจะไม่ต้องอยู่ในเกณฑ์นี้มั้ย. ใช่.
อ่ะคุณก็คือกรมต่างประเทศเนี่ยให้เหตุผลในในตอนที่ทำประชาพิจารณ์ที่ยังคงยังต้องมีอยู่เนี่ย. เค้าบอกว่าเป็นเรื่องของคุณภาพ. ซึ่ง. คือมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปริมาณเนาะ. ซึ่งเราก็แค่ใช้เกณฑ์เดียวกับสินค้าอื่นๆ มากกว่า. แต่ว่าก็คืออันนี้เป็นแค่ตัวอย่างนะคะว่าเอ่อถกกันแล้วฟังความเห็นทุกฝ่ายแล้วเนี่ย. แต่ว่าบางทีข้าราชการอาจจะยัง. เข้าใจ.
อันนี้กลับมาที่ประเด็นตั้งต้นก็คือข้าราชการเป็นอุปสรรค. เพราะฉะนั้นมันต้องมีเจตจำนงมันต้องมีปฏิบัติการอะไรของคนเนี่ย. ใช่. ต้องมีคนที่ที่จะเข้าไปที่จะเข้าไป เอ่อทุบไปพุชไปผลักไปดันไปขับไปเคลื่อนนะคะ. แล้วก็เป็นเป็นเป็นแนวทางแบบนี้ที่เราคิดว่ารัฐมนตรี 1 คนเลยนะคะไม่ไม่ต้องไม่ไม่ต้องไปดูเรื่องอื่นดูเรื่องนี้เรื่องเดียวในการที่จะที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ค่ะ.
อ้าทางนี้เค้าก็เป็นรัฐมนตรีเค้าเป็นหัวหน้าทีม. อ๋อ. แต่อันนี้ของคุณคือกิโยตินกฎหมายเลย. เออของทางรัฐบาลที่กำลังทำอยู่เนี่ยค่ะก็มีท่านอาจารย์บวรศักดิ์ซึ่ง. เป็นฝ่ายกิโยตินกฎหมายเมื่อกี้. ใช่ค่ะท่านเป็นรองนายกแล้วก็ดูแลเรื่องนี้มีความคิดแนวทางเดียวกัน. เพราะว่าถ้าไม่เอาจริงเอาจังเนี่ยมันทำไม่ได้อยู่แล้ว. เดี๋ยวดูรัฐบาลใหม่ว่าจะเป็นยังไงก็แล้วกัน. ขออนุญาตยกตัวอย่างเอา 18 เดือนอย่างน้อยได้เท่าเมั้ย. 18 เดือนจริงๆแล้วมันไม่ใช่มาตรวัดหรือ KPI ที่เราคิดว่าควรจะเป็น. เราคิดถึงในเรื่องของความเอ่อเค้าเรียกว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า. เพราะว่าในเรื่องของการแก้เรื่องเนี้ย. ไม่ทางนี้เค้าบอกว่า 18 เดือนคือทลายข้อจำกัดเลยนะ. ทลายข้อจำกัดทำได้ทุกวันโดยที่ไม่ต้องรอ 18 เดือนทำได้ตั้งแต่ตอนนี้. ก็เมื่อกี้ก็เล่าให้ฟังว่าทำไปแล้วกี่โครงเอ่อกี่หน่วยงาน. แต่ที่ก็บอกเมื่อไหร่จะเสร็จไง. ออมันต้องทำไปเรื่อยคุณสรยุทธเพราะว่ามันไม่มีอะไรหยุดอยู่กับที่. เดี๋ยวจะมีหน่วยงานอื่นเพิ่มมันต้องมีกฎอื่นเพิ่มมันก็มีเรื่องอื่นเพิ่ม. 18 เดือนเนี่ยมันมันเบ็ดเสร็จไม่ได้มันไม่ได้. แต่อย่างน้อยเนี่ยอย่างที่น้องพูดเนี่ยก็ใช่มันก็ควรจะต้องมีเป้าว่าควรจะอย่างน้อยเอ่อมีอะไรบ้างที่ต้องทำและต้องแก้ให้ได้. ขออนุญาตยกตัวอย่างความเป็นไปได้เผื่อจะเอาไปใช้เป็นแนวทางในการทำ. อย่างในกรณีที่มีการเชื่อมโยงของหลายหน่วยงานที่บอกว่าเชื่อมแล้วนะฮะ. อันนี้เนี่ยบังเอิญทางเอ่อประชาชนหรือว่าทางเอ่อคุณสิริกัญญาเนี่ยให้ความสนใจในเรื่องของมิจฉาชีพเยอะ. แต่มขออนุญาตเล่าให้ฟังตัวอย่างของที่กระทรวงพาณิชย์เพราะพูดของกระทรวงอื่นคงไม่ได้มาก. เอ่อของกระทรวงพาณิชย์เนี่ยเรามีกรมพัฒนาธุรกิจการค้านะฮะที่เป็นคนที่จดทะเบียนบริษัท. รับจดทะเบียนบริษัทอ่ะนิติบุคคลน่ะ. ใช่ใช่. ซึ่งเนี่ยมีบริษัทในประเทศไทยมากมายนะคะที่เข้ามา. สิ่งที่เราทำในการบูรณาการข้อมูลไม่ได้ใช้งบประมาณอะไรนะคะก็คือว่าใช้ข้อมูลของคนอื่นและใช้เอ่อในเรื่องของเทคโนโลยีมาช่วยเนี่ยก็คือคนที่ยกตัวอย่างคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเนี่ยข้อมูลเนี่ยอยู่ในถังของกระทรวงการคลัง. เรามีคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่เนี่ยประมาณ 13 ล้านคน. 13 ล้านกว่าเกือบเกือบ 14 ล้านคนเนี่ยเราขอใช้ข้อมูลนี้ไม่ได้ยกมาให้เรานะฮะแต่ขอให้กรมพั เนี่ยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเนี่ยสามารถเข้าไปดูข้อมูลนี้ได้. สมมุติคุณสรยุทธเป็นหนึ่งในคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วขอมาจดทะเบียนบริษัท. อ๋อ. สิ่งแรกที่มันจะ alert อยู่ในระบบเรา. ตั้งคำถามแล้ว. ว่าอุ๊ยคุณถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคุณมาเปิดบริษัทได้ไง. ก็ขอคุยแล้วก็ดู bank statement ถ้าคุณมีจริงแล้วคุณมีความตั้งใจจริงแปลว่าคุณถือบัตรนี้ไม่ถูกและเราต้องมีการอ. มันก็ต้องมีปัญหาอันหนึ่งอ่ะ. เพราะฉะนั้นเนี่ยแล้วก็ร้อยทั้งร้อยค่ะ. เพราะว่าเราเริ่มมีมาตรการนี้ไปตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคมเนี่ยเราเนี่ยช่วยป้องกันคนที่เไม่รู้อีโหน่อีเหน่อคือคน 13 ล้านกว่าคนที่ถือบัตรสวัสดิการ. ถ้าเรามองโลกในแง่ดีเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็นบัญชีม้าแต่เขาถูกหลอกใช้ในลักษณะแบบนี้. เราก็ช่วยกันได้อย่างน้อยก็ 13 ล้านคนก็เป็นการเชื่อมข้อมูลระหว่างพาณิชย์กับคลัง. หรืออีกตัวอย่างนึงที่เป็นมาตรการที่ได้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนมกราคมก็คือว่าเราไปเชื่อมกับข้อมูลของกองปราบเรื่องของบัญชีม้า. เมื่อกี้ที่พูดถึงบัญชีม้าวันนี้มีอยู่ประมาณ 98,000 กว่าราย. เราต้องไปดูว่าไอ้บริษัทเนี่ยที่มาขอจดทะเบียนเนี่ย. กรรมการพูดถึงหุ้น. เป็นใช่เป็นหรือเปล่า. ถ้าใช่เราก็ต้องจัดการเรียกมาคุยดู bank statement. ส่วนมากร้อยทั้งร้อยเรียกมาก็ไม่มา. เราก็ต้องส่งเรื่องเข้าไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. เพราะฉะนั้นก็เป็นการเชื่อมข้อมูลระหว่างเรากับกองปราบลักษณะอย่างนี้เป็นต้น. อื. หรือแม้กระทั่งวันเนี้ยในเอ่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเองเนี่ยเราใช้ AI ในการไปตรวจดู. ปกติเนี่ยเนี่ยเวลาที่เราดูว่าบริษัทนี้เนี่ยเป็นบริษัทของคนไทยหรือเปล่าเราดูที่คนถือหุ้นว่าถ้าถือหุ้นเป็นคนไทย 100% ก็คือคนไทยก็จบ. แต่ตอนนี้เราลงเข้าไปดูลึกถึงกรรมการ. ว่าถึงแม้ว่าคุณถือหุ้น 100% เป็นคนไทย. แต่คุณมีกรรมการเป็นต่างชาติเราก็ควรมคุยไหมว่าเอ๊ะทำไมคุณถึงทำงานเองไม่เป็นน่ะต้องไปเอาคนต่างชาติมาเป็นกรรมการอาจจะมีเหตุผลที่ทำอยู่ใช่มั้ย. ทำแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมยกตัวอย่างอย่างนี้เป็นต้น. เพราะฉะนั้นเหล่าเนี้ยค่ะอีกอีกเรื่องนึงด้วยอ่ะอีกอีกอันนึงระบบเรื่องระบบ. ก็นี่ก็คือระบบอันนึงก็คือเรื่องมาตรการอย่างเงี้ยเราก็ดูว่าเวลาที่คุณสรยุทธมาขอจดทะเบียนบริษัทเนี่ยมันไปซ้ำกับที่อยู่ของบริษัทอื่นๆในระบบมากน้อยแค่ไหน. ถ้าเยอะเกินไปมันเป็นไปได้ว่าอยู่บริษัทเดียวกันแล้วมีหลายๆบริษัทใช่มั้คะอยู่ที่เดียวกัน. คือเดี๋ยวนี้มีออฟฟิศที่เช่าสำหรับตั้งเป็นบริษัทนะใช่. อ๋อ. มันเป็นข้อเท็จจริงของชีวิตนะ. แต่เราก็ต้องมาดูเพราะว่านอมินีอยู่แถวนี้เยอะมากเพราะว่าไม่อยากลงทุน. เป็นช่องว่างเหมือนกัน. ถูก. บัญชี. ถูก. เพราะฉะนั้นเหล่านี้ค่ะตำคุยกันหน่อย. ใช่แล้วพอเราเรียกมาคุยส่วนมากก็ไม่มาคุย. ก็ถ้าไม่มาคุยก็แปลว่าใช่ใช่ก็ตัดออกส่งให้ ปปช. ปปง. ไปลักษณะอย่างงี้เป็นต้น. เพราะฉะนั้นถึงจะแค่มาเสริมเอ่อสิ่งที่ คุณจิกัญญาพูดว่าทุกอย่างเนี่ยค่ะมันทำได้เบ็ดเสร็จเป็นขั้นเป็นตอนและทำได้ในจุดที่เราสามารถควบคุมได้ก่อนแล้วค่อยๆขยาย. ส่วนเรื่องที่มันเป็นกฎหมายเนี่ยมันจะต้องเข้าอีกหลายรอบมันจะต้องเข้า ครม. ต้องเข้ารัฐสภาเพื่อที่จะทำอย่างของตัวกฎหมายที่ต้องกิโยตินเยอะมากแต่ยังทำไม่ได้เพราะตอนนี้เราไม่มีอำนาจในการทำแล้วนะคะเพราะว่าเราไม่สามารถเอาเรื่องเข้าสภาใช่.
อ่าทางนี้ก็มาอธิบายว่ามันไม่จำเป็นต้องทำเบ็ดเสร็จทีเดียวหรอก. ทำไปทำไปทำไป. ถูกมั้ย. อ้าวทานี้เค้าก็มีเหตุแต่ต้องมีเป้าหมายอย่างที่น้องมีเพราะว่าถ้าเราทำไปเรื่อยเราไม่มีเป้าหมายก็ไม่ได้.
อ่ะคุณหมาว่าไง. ใช่ค่ะจริงๆก็เอ่อก็เข้าใจเข้าใจตัวระบบราชการดีว่ามันก็มีปัญหาแล้วตรงไหนที่ที่เริ่มทำได้ก่อนก็ควรทำ. อย่างกรณีที่ใช้ AI มาตรวจโอมินีเนี่ยต้องดิฉันคุยกับคุณอรมนตั้งแต่คุณอรมนยังอยู่ผมพัฒนาธุรกิจการค้า. เรื่องของการใช้ AI เข้ามาในการตรวจจับนอมินีเนี่ยซึ่งก็มีความพยายามที่จะที่จะทำมาโดยตลอดแต่ว่าอาจจะยังไม่ค่อยเอ่อได้รับเอ่อ งบประมาณสนับสนุนหรือว่าอะไรก็ตามที่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานมากนะคะ. อ. นี่มันน่าจะคุยตั้งแต่ประมาณปี 656 อะไรเงี้ยจนถึงตอนเนี้ยคือมันเริ่มมีที่คนม้าไง. เออที่จะได้สมัยนั้นก็จะเป็นพวกก็จะมีพวกนอมินีบ้างหรือว่าการที่มาถือหุ้นเอ่อครอสกันไปมาเนี่ยเพื่อทำให้เอ่อเปลี่ยนสัญชาติจากสัญชาตินึงไปอีกสเป็นสัญชาติไทยอะไรอย่างเงี้ยเป็นต้น. อันนี้ก็ก็เนี่ยค่ะมันใช้ระยะเวลาไม่ใช่เอ่อพูดคุยกับหน่วยงานมาตั้งแต่ประมาณปี 65. อ. แต่มันออกดอกตอนนี้พอดีไง. ใช่ใช่ค่ะก็ถือว่าเป็นโชคดีหล่นว่าเป็นระยะเวลาใช่แล้วก็การใช้อันนี้คือหลักคิดของคุณ. อ่าคุณแจ๋มก็คือว่ามีเป้าหมาย. แล้วก็ทำไป.
อ่าทางนี้คุณว่าไง. ใช่เห็นด้วยเห็น. แต่ทางนี้ก็บอกว่าโอ้โหไอ้นี่กว่าจะมาถึงวันนี้มันผ่านแล้วตั้ง 2-3 ปี. เออใช่เราก็แต่ว่าก็เห็นว่าคุณสิริกัญญาว่าต้องเป็นการเอาจริงเอาจังจากต้นสังกัด. ถ้าสมมุติว่าเราสมมุติรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญไม่เอาจริงเอาจังมันก็เกิดไม่อ่าก็ต้องบอกว่าจริงๆกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่กระทรวงที่มีใบอนุญาตเยอะด้วยซ้ำไปที่เยอะสุดนี่ก็คืออยู่ที่กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเกษตร. อื. นะคะอ่าซึ่งนี่แหละค่ะ. ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป. ก็ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปแต่ว่าเนี่ยต้องอต้องมันเลยต้องการคนที่มาทำงานครอสกระทรวงนะแล้วก็สามารถที่จะเอ่อขับเคลื่อนเรื่องนี้แบบจริงจังก็คือกลับมาเอ่ออยู่ที่เดิมแล้วก็เอ่อที่เดิมจุดเดิม. ไม่เป็นไร. เอ่อซึ่งมีแต่ว่ามันมีที่มาพัฒนาการ. ถูกใช่ๆ. แต่กำลังบอกว่ากระทรวงที่มีเรื่องใบอนุญาตเยอะคืออุตสาหกรรมก็เยอะมหาดไทยก็เยอะเกษตรก็เยอะเกษตรใช่ค่ะ. อ่าคุณสุพจีจะทำได้หรือเปล่าอย่างงั้นใช่ไหมถ้าไม่ปฏิบัติการทีเดียวก็จะชี้ให้เห็นว่าเจ้ากระทรวงเอาจริงแต่ว่าไม่ใช่ทุกเจ้ากระทรวงจะเอาจริงอะไรอย่างเงี้ยค่ะแต่ว่าไม่แน่ใจเขาอาจจะเอาจริงอยู่ก็ได้แต่ว่าพอดีว่ารัฐมนตรีมหาดไทยคุณอิทินไม่ได้มานั่งตรงนี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรคุณธรรมนะไม่ได้มานั่งตรงนี้เท่านั้นเอง. แต่ว่าเอ่อของเราวิธีการทำงานก็จะต่างออกไปนะคะใช้เทคโนโลยีเนี่ยเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะคะแล้วก็หลายๆเรื่องเนี่ยมันปรากฏว่าภาคเอกชนนี่เขานำภาครัฐไปไกลเนาะ. ยกตัวอย่างเช่นการก่อสร้างนะคะเดี๋ยวนี้เนี่ยเขามีตัวซอฟต์แวร์ที่จะมาคำนวณเอ่อค่าก่อสร้างที่สามารถที่จะสร้างเป็นเอ่อโมเดล 3 มิติขึ้นมาได้เลยเนาะเอ่อซึ่งแต่ภาครัฐเองเนี่ยยังไม่เคยเอาเรื่องพวกนี้เข้ามาใช้แล้วเรียกว่าระบบ BIM ใช่มั้คะ. เอ่อแล้วก็เอ่อแต่ว่าถ้าเอาเข้ามาเนี่ยไอ้การขอใบอนุญาตควบคุมการก่อสร้างเอ่อของตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเนี่ยมันสามารถที่จะสร้างเป็นเอ่อเป็นโมเดล 3 มิติขึ้นมาอยู่บนถนนจริงได้เลยวัดระยะร่นระยะถอยไม่ต้องมานั่งเถียงกันไปหน้างานแล้วก็วัดกันยังไงเนี่ยก็คือเอาโมเดลมาดูกันได้เลยว่าตกลงมันถูกหรือว่ามันผิดตัวเอ่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร.
อ่ากำลังบอกว่าถ้าเป็นกระทรวงอื่นที่คุณสุพีไม่ได้ดูแลมันจะทำได้แบบนี้มั้ยใช่ไหม. ใช่ๆหมายความว่าเห็นด้วยที่จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาแล้วก็ยกตัวอย่างว่ามันมีอีกหลายเทคโนโลยีที่สามารถเอามาใช้ในกระทรวงอื่นๆที่จะช่วยลดดุลพินิจ. คือการขออาคารเนี่ยทุจริตกันมากที่สุดเลย. ใช่ถูกค่ะ. เพราะมันดึงเวลาดึงเวลาไม่ผ่านซะที. ถูกค่ะแล้วก็เถียงเพราะว่าดุลพินิจมันเยอะกฎระเบียบอะไรมันหยุมหยิมไปหมดวัดระยะอะไรถอยร่นอะไรกันเอ่อโดยที่แบบเถียงกันไม่รู้จักจบจากสิ้นว่าถูกไม่. ถ้ามาวัดเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้มันไม่ต้องมานั่งเถียงกันแล้วว่าทำถูกทำไม่ถูกแล้วมันปรากฏอยู่ใน. คือเป็นวิทยาศาสตร์. ในซอฟต์แวร์ไปเลยใช่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นแล้วก็ลดเงินใต้โต๊ะที่จะเอาไปใช้ในการเอ่อเรียกรับเงิน. เวลาขอใบอนุญาตได้เพราะว่าเราก็รู้ว่า. อกำลังยืนแต่ว่าต้องทำทั้งระบบพร้อมเจตจำนง. ค่อยๆทำไปไม่ได้. เทคโนโลยีเราก็เราก็ไอ้นี่ได้ค่ะ. อย่างงั้นใช่มั้ย. ต้องส่งสัญญาณค่ะว่ามาทุกทุกหน่วยงานอาจจะต้องมี KPI ด้วย. เราคิดเหมือนกันต้องทำทั้งระบบแต่ว่าวิธีทำแต่ว่าในมุมของบริบททั้งหมดด้วยกับคุณสุมันต้องกินว่าต้องคิดทั้งระบบแล้วต้องมีความเอ่อมุ่งมั่นและตั้งใจทำจริงๆจากข้างบนนะคะแต่ว่าในการวิธีทำเนี่ยมันก็แล้วแต่วิธีการมันไม่เหมือนกัน. เข้าใจให้ท่านผู้ชมตัดสิน. คุณมีอะไรติดใจว่าผมจะไปเรื่องอื่นแล้ว. ไม่มีค่ะ. เราเวลามันยังได้อยู่เหรอคะคุณสรุ. โอ้ยได้อีกเยอะผมคุยได้ถึงเย็นเอ่อทานี้คุยไม่ได้ต้องกลับไปทำงานเออ.
อ้ามาดูเรื่อง 20. อ่ามันมีอีก 2-3 ข้ออันนี้ยกตัวอย่างเรื่องการลงทุนเราจะได้เห็นแนวทาง. ค่ะ. อวิสัยทัศน์หรืออ่าพรรคการเมือง 2 พรรคที่ว่ากันว่าแข่งกันอยู่. ค่ะ. ตอนนี้สรุปไปว่าต่างกันด้วยวิธีการละ. ค่ะ. ถูกมั้ย. ค่ะ. ไอ้เรื่องจะต้องดึงอะไรการลงทุนแบบไหนไม่ต่างกันหรอกค่ะ. แต่วิธีการค่ะ.
อ่ะทานี้เรื่องการบริโภคเพราะอันนี้ร้อน. เพราะมีจุดเด่นไง. ค่ะ. ภูมิใจไทยพูดแล้วทำพลัด. แล้วก็ประกาศแล้วว่าไอ้นี่คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ. ค่ะ. ไอ้ตัวนี้คือกระตุ้นเศรษฐกิจ. ค่ะ. แล้วต้องยอมรับใช่มั้ยว่าปีนี้เนี่ยยังไงก็ต้องกระตุ้นแล้วทางนี้เค้าก็บอกว่าใช้. วิธีกระตุ้นถูกมั้ย. ใช่ค่ะ. อ่าให้ขยายความอีกทีนึงแต่คุณแต๋มคุณศุภจีบอกว่า. งบมันมีจำกัด. เพราะฉะนั้นมันต้องตรงเป้าหมายเกือบประสิทธิภาพมากที่สุด. ใช่ค่ะ. อ้าวแล้วยังไงเชิญ. ก็ต้องให้ในลักษณะที่เราให้ทางเอ่อผู้ประกอบการหรือว่าประชาชนเนี่ยเข้ามามีส่วนร่วมถึงใช้คำว่าพลคุณสรยุทธมันไม่ใช่เป็นธีมหรือว่าอะไรหรอกเพราะว่าทุกอย่างเนี่ยพลในความหมายของเราเนี่ยมันเป็นพลในหลายมิติ. มิติของรัฐกับประชาชน. มิติของรัฐกับผู้ประกอบการ. มิติของการค่อยทำค่อยๆเป็นค่อยๆไปไปเรื่อยๆ. เพราะฉะนั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ต้องทำในลักษณะคล้ายกัน. อย่างยกตัวอย่างคนละครึ่งพลัสที่ทำมาเราก็มีการเติมพลที่ว่าเนี่ยไม่ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของเอ่อคนละครึ่งอย่างเดียวแต่เราเติมในเรื่องของการสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการนะคะอย่างในช่วงท้ายเนี่ย Skill Up Skill ใช่มั้ย. ใช่เพราะว่าผู้ประกอบการเองเนี่ยต้องสามารถที่จะยืนอยู่ได้ไม่ใช่ว่าเอ่อพึ่งพาในเรื่องของงบประมาณที่มาช่วยเพราะอย่างที่เรียนว่างบมันไม่ได้มีเยอะแล้วเราก็ต้องไปทำเรื่องอื่นอีกมากมายซึ่งเรายังไม่ได้คุยกันเลย. อื. เราจะทำยังไงให้ประเทศ. ก้าวข้ามไปสู่ยุคกรีน. ใช่เพราะนั้นอีกมากมายดังนั้นเราก็เลยเป็นลักษณะค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้ววิธีทำเราก็พยายามจะให้งบเนี่ยมันสามารถที่จะกระจายได้ทั่วถึง. เพราะเมื่อสักครู่นี้ตอนต้นที่บอกไปนะคะนอกจากเรื่องเราต้องใช้เอ่อค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและเสริมรายได้แล้วเนี่ยเราต้องทำให้ทั่วถึง. ดังนั้นเราก็เลยมีนโยบายที่จะเจาะในแต่ละกลุ่มคนไม่ว่าจะเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยก็จะมีโปรแกรมหรือว่ามีโครงการที่ช่วยสนับสนุน. บัตรคนจนไง. เอ่อก็มีบัตรสวัสดิการหรือว่าอะไรอย่างนี้นะคะแล้วก็มีเรื่องอื่นยังยกขึ้นมา. แล้วยกขึ้นมาก็เป็นคนละครึ่ง. ค่ะ. แล้วก็ในเรื่องของค่าไฟฟ้าอย่างเงี้ย. ค่าไฟฟ้าเราก็มีความตั้งใจว่าจะให้ค่าไฟฟ้าเนี่ยเป็น 3 บาทต่อหน่วยไม่เกิน 200 บาท 200 หน่วยแรกอะไรอย่างนี้เป็นต้น. เพื่อให้ลดค่าที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยเนี่ยให้ 3 บาท. ที่เหลือก็ว่ากันไปใช่ลักษณะแบบนั้นเป็นต้น. นี่คือสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยแล้วก็คนตัวเล็กตัวน้อยก็จะมีสวัสดิการบางอย่างที่เราสามารถจะจัดการได้ยกตัวอย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเนี่ยปกติเขาใช้ได้กับร้านธงฟ้าเคยคุ้นเคยใช่มั้ยคะแต่ว่าเรามองว่ามันไม่จำเป็นนี่นาเพราะว่าจริงๆแล้วสามารถจะดึงเอาผู้ประกอบการที่อยู่ในคนละครึ่งพลัสเนี่ยที่มีมากมายที่มาลงทะเบียนเนี่ยให้เขาสามารถเอาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ด้วยได้. มันก็เป็นการค่อยๆต่อยอดแล้วก็ค่อยๆเอ่อใช้งบประมาณแล้วก็คัด. ส่วนคนที่เอ่ออยู่ในระบบภาษีเราก็อยากจะให้เขารู้สึกว่าเขาได้อะไรมากกว่าก็เลยมีการว่าคนที่อยู่ในระบบภาษีก็จะได้แต้มต่อ 60. ประมาณนั้นนะคะเพราะฉะนั้นนี้ก็เป็นในเรื่องของคนตัวเล็กตัวน้อย. อันนี้คือกำลังอธิบายแนวคิด. เอ่อในนโยบายและวิธีทำไปพร้อมๆกัน. อ. คือทำหลายตัวไอ้ตัวคนละครึ่งพลัสมีทั้ง Skill Up Skill. อยู่ในนั้น. ดึงผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามา. ใช่. แล้วก็พัฒนาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถจะเข้ามาใช้ในคนกลุ่มนี้แหละร้านค้าต่างๆถูกมั้ย. ใช่. แล้วก็จะมีแต้มต่อคนเสียภาษี. ใช่ใช่. อ่ะแล้วต่อ. แล้วก็อันนี้คือกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยคนประชาชนทั่วไป. อีกกลุ่มนึงก็คือกลุ่มกลุ่มคนสูงวัยนะคะ. เอ่อคุณสรยุทธกับแต๋มเอ่ออาจจะอยู่ในกลุ่มนี้. เข้าเกณฑ์เราฮะ. กลุ่มคนสูงวัยเนี่ยเรามองว่าประเทศเราเนี่ยมันหลีกเลี่ยงไม่ได้มันอยู่ตรงนี้อยู่แล้วสิ่งที่เราทำก็คือว่ามีนโยบายว่าถ้าบริษัทจ้างคนสูงวัยคนมีอายุเพราะว่าคนสูงวัยอายุมากกว่า 60 ปีเนี่ยใน work force ในแรงงานของเราวันนี้เนี่ยตามตัวเลขเนี่ยอยู่ที่ประมาณ 52-53%. เพราะฉะนั้นเนี่ยเขายังทำงานอยู่แต่ว่าเขาอาจจะไม่ได้ถูกคนที่จ้างงานอาจจะไม่ได้เอ่อไม่ได้มีความตั้งใจอยากจะจ้างคนอายุเยอะอย่างตามอย่างคุณสรยุทธ์ใช่มั้ยคะอยากจะจ้างอย่างจากคุณสิริกัญญาอย่าง เงี้ยเราก็เลยมี incentive ให้ว่า. สำหรับคนที่จ้างคนสูงอายุ. ใช่เขา. สามารถจะลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า. นะคะแต่ว่าไม่เกิน 30,000 บาท. ต่อเดือน. นะคะเพราะว่าเราก็ทำให้ได้ไม่หมดเพราะว่าค่าใช้จ่ายเราต้องดูใช่มั้ยคะแล้วก็สำหรับ. หมายถึงไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือนของ. ของรายเงินเดือนของคนที่เราจ้างไงคะ. อ๋อไม่ใช่ว่าไปจ้างคนเงินเดือน 100,000 อย่างงี้ไม่ได้. ไม่ได้ไม่ได้. อ่าถ้าเกิดเงินเดือนไม่เกิน 30,000 หักภาษีเอาเนี่ยรายจ่ายปกติหักรายจ่าย 30,000 ก็เป็นหักได้ 60,000. คือไม่เกินเพดาน 30,000. ไม่จำกัดคนใช่มั้ยถูกค่ะ. ใช่ค่ะไม่ค่ะ. ก็คือจะกระตุ้นให้บริษัทห้างร้านต่างๆจ้างคนสูงอายุ. ใช่ค่ะด้วยนะคะและก็ในมุมของคนสูงวัยเองเนี่ยต้องใช้เงินอย่างจำกัดก็คือว่าถ้าไม่ได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปีเราให้เขาเสียภาษีครึ่งเดียวไม่ต้องเสียภาษีเต็มเพื่อที่ว่าเขาจะได้พอมีเอ่อลมหายใจเอาไปเก็บไปทำอย่างอื่นที่มีความจำเป็นกับชีวิตแล้วก็ในมุมของคนสูงวัยเนี่ยเราก็จะมีโปรแกรมที่ช่วยดูแลเพราะว่าคนสูงวัยตามสถิตินะคะใน 10 คนเนี่ยจะต้องมีคนดูแลอยู่ 1 คนก็เลยมีเอ่อโครงการที่ดูแลเราเรียกว่าพยาบาลชุมชนโดยที่พยาบาลชุมชนในประเทศเราเนี่ยอย่างน้อยมี 1 คนต่อ 1 ชุมชนเป็นการกระตุ้นการจ้างงานในวิชาชีพพยาบาลด้วยแล้วก็ให้เขาเนี่ยสามารถที่จะเอาเอ่อทักษะของเขาไปช่วยคนสูงวัยดูแลในชุมชนนั้นก็ให้ชุมชนดูแลกันเองลักษณะอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเนี่ยคนสูงวัยก็จะได้มีคนดูแลอันนี้ก็คือเอ่อในในคนสูงวัยอีกกลุ่มนึงก็คือกลุ่มของ SME SE เนี่ยก็ต้องมีการดูแลทั้งในเรื่องของการปกป้องเค้าให้เขาสามารถแข่งขันได้ยกตัวอย่างเมื่อกี้มาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนอมินีก็เป็นการช่วยอย่างนึงแล้วนะคะอีกเรื่องนึงก็คือช่วย re-skill โดยที่ให้เขาสามารถที่จะเข้าถึงการเสริมทักษะได้. เราช่วยหาตลาดให้โดยที่เอ่อสามารถที่จะทำ business matching ให้กับพวก SME เหล่านี้. แล้วก็ช่วยนำเสนอในเรื่องของการเปลี่ยนเราต่ำเรียกว่า off to on ก็คือว่าเอาสิ่งที่เขาอย่างเมื่อวานนี้ต่ำไปตลาดโชคชัย 4 ต่ำก็ถามว่าต้องขายถึงกี่ทุ่มเบอกประมาณ 20:00- เก็ต้องปิดร้านแล้วเพราะว่าเก็มีภารกิจอื่นแต่ถ้าเขาขายออนไลน์เนี่ยเขาสามารถขายเมื่อไหร่ก็ได้กลับไปบ้านก็ได้เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเสริมทักษะเหล่านี้ในเรื่องของผู้ประกอบการที่เป็น. ใช่เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีโครงการในการช่วยในเรื่องของการเสริมทักษะนะคะให้กับ SME. อีกเรื่องนึงก็ไปต่อยอดกับเรื่องการลงทุน BOI ก็คือดูแลเพราะว่าเราจะมี requirement ที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าเอ่อคนที่จะมาลงทุนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติเนี่ยเขาต้องการทักษะประเภทไหนเพราะฉะนั้นเนี่ยเรามีโครงการที่เราเรียกว่า skill bridge ในการที่จะดึงเอาทักษะที่จำเป็นเนี่ยมาเสริมก็คือพวกทักษะที่เป็น AI นั่นแหละนะคะที่มาช่วยด้วยเป็นหนึ่งในนั้นเพราะฉะนั้นก็เป็นการเชื่อมทักษะให้ตรงกับคนที่เอ่อต้องการที่จะทำงานใน area นั้น. อันนี้มันคู่กันที่นำเสนอมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องเศรษฐกิจด้วย. ใช่ค่ะ. กระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงโยงถึงเรื่องร้านค้าต่างๆผู้ประกอบการเล็กแล้วก็เป็นกึ่งๆสวัสดิการรัฐด้วยส่วนหนึ่ง. สำหรับการแก้ปัญหาประเทศคุณสรยุยุทธมันแยกส่วนกันไม่ได้เรื่องนึงมันแตะอีกเรื่องนึงแน่นอนเราบอกว่าเราดูแต่เศรษฐกิจเราดูแค่นี้เนี่ยมันไม่ได้. คนใหม่ก็คิดเหมือนกันล่ะค่ะมันก็ต้องดึงเอาทุกอย่างเข้ามาด้วยกันค่ะ.
อ่าที่ถามสรุปให้ก็เพราะว่าคุณจะต้องเป็นคนทำให้เห็นความแตกต่างของคุณซึ่งมันจะผสมกันระหว่างโมเดลของรัฐสวัสดิการ. ค่ะ. บวกกับเรื่องเศรษฐกิจ. ค่ะ. เอาเรื่องเอาเรื่องเอ่อ. อมีคนละครึ่งพลัสแบบต่อยอดพลัสพลัส. แล้วก็จะช่วยกลุ่มคนซึ่งตอนนี้กำลังเป็นปัญหาให้กลับมาเป็นพลังด้วยการให้กระตุ้นให้เขาไปจ้างคน. ค่ะ. แล้วก็มีผสมภาษีเนี่ยภาษีแทรกนิดนึงนะ. ใช่. คนสูงอายุเนี่ยแปลว่า 15 ล้านต่อปีเดือนนึงก็เท่าไหร่ 125,000. อื. รายได้ต่อเดือน. ใช่ค่ะ. คนกลุ่มนี้นะถ้าสูงอายุ 60 อเป็นตัวผมอ่า 125,000 ต่อเดือนปีนึง 15 ถูกมั้ย. ใช่. ไม่เกินนี้. ค่ะ. อ่าหมายถึงคนที่เกินนี้ไม่ได้เลยหรือว่าคิดลิมิตตรงนี้คิดแทนล้านค่ะ. ไม่ใช่สมมุติผมสมมุติผม 2 ล้านเนี่ยผมยังใช้สิทธิ์ได้มั้ย. ได้ค่ะ. แต่ใช้ได้เฉพาะไอ้ล้าน. เหมือนอัตราภาษีนี่แหละ. แปลว่าสมมุติผมต้องเสียภาษี 50,000 ผมเสีย 25,000 ถูกมั้ย. ค่ะ. เร้าใจนะ. สำหรับผู้สูงอายุที่. ใช่อย่างแต๋มด้วย. เออ. เออถูกมั้ย. ค่ะ. เอออ่ะของคุณมั่งอ้ามันเป็นเรื่องอ่ากระตุ้นเศรษฐกิจ. บวกกับอ่าสวัสดิการรัฐส่วนหนึ่ง. ค่ะ. อื.
อ่ะเอ่อเอ่ออยากเล่าแนวคิดก่อนว่าแนวคิดของเราเนี่ยก็คืออยากที่จะทำให้ อุตสาหกรรมภายในประเทศเข้มแข็งขึ้นแล้วทุกๆครั้งที่รัฐพยายามที่จะออกโครงการอะไรเนี่ย นั่นคือต้องไปช่วยสร้างอุตสาหกรรม. หรือว่าให้ธุรกิจเนี่ยมันมีโอกาสใหม่ๆด้วยก็คือเปลี่ยนปัญหาเป็นอุตสาหกรรมที่. เราชอบพูดแต่ว่าเดี๋มันจะเอ่อหลากหลายมากว่านี้นะคะเอ่อเรื่องของเอ่อเรื่องของการกระตุ้นในระยะสั้นแน่นอนว่าเราก็เราก็เห็นด้วยว่าคนละครึ่งเนี่ยก็เป็นโครงการที่ดีนะคะแล้วก็เอ่อสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับรายเล็กรายย่อยได้จริงต้องบอกก่อนดิฉันไม่เคยด่าคนละครึ่งเลยนะหมายความว่าในฐานะที่เป็นเอ่อโครงการช่วยลดค่าครองชีพแล้วก็กระตุ้นยอดขายให้กับ SME. ตอนนั้นที่ด่าครั้งเดียวเนี่ยก็คือตอนเอ่อพลเอกประยุทธ์เอามาตรการเยียวยามาใช้ผ่านคนละครึ่งซึ่งมาตรการเยียวยามันควรจะต้องให้เขาเต็มๆไม่ใช่ให้เขาออกครึ่งนึงแล้วก็รัฐออกอีกครึ่งนึงนะคะเอิ่มเราก็มีคนละครึ่งเหมือนกันแต่คนละครึ่งเราจะมาพร้อมกับหวยใบเสร็จ.
เออเดี๋ก่อนจะไปหวยใบเสร็จแปลว่าคุณจะทำคนละครึ่งเหมือนกัน. คนละครึ่งเหมือนกัน. 50 เหมือนกัน. เพราะบางพรรคเค้า 70 30 นะไม่ค่ะเอา 50. อของมี 50 60 40. จริงๆเนี่ยต้องบอกว่ามันต้องไปดูเอ่อเรื่องของสถานะไอ้สถานการณ์การบริโภคใน. ช่วงนั้นด้วยเราก็ไม่รู้ว่าเดี๋พอมีเลือกตั้งเนี่ยมันอาจจะ. เงินอาจจะสะพัดก็ได้เราอาจจะไม่ต้องรีบเอ่อกระตุ้นการใช้จ่ายขนาดนั้น. เออถ้ามันตกเราก็อาจจะต้องเอ่อจ่ายมากขึ้นก็ได้อันนี้ก็ก็คือ. เพราะฉะนั้นวิธีการแบบคนละครึ่งผ่านระบบวิธีนี้เนี่ยเห็นตรงกัน. ใช่ค่ะ. จำเป็นเมื่อใช้เมื่อจำเป็นว่าเศรษฐกิจตก. การมีปัญหา. ใช่ค่ะ. แต่คุณจะคู่ไปกับ. หวยใบเสร็จ. คืออ้าอธิบายแล้วทีนี้. หวยใบเสร็จเนี่ยจะเป็นการสร้างแต้มต่อให้กับ SME นะคะร้านค้าร้านใหญ่ๆเนี่ยเขามีโปรโมชั่นเก็บพอยท์แลกแต้มอะไรกันได้ใช่มั้ยคะแต่ว่าร้านเล็กๆเนี่ยอาจจะยังไม่สามารถที่จะจัดโปรโมชั่นพวกนั้นได้ก็ถือว่ารัฐเป็นคนจัดโปรให้นะคะโดยการเอ่อรวบรวมยอดซื้อผ่านใบเสร็จครบทุก 500 บาทแลกสลากได้ 1 ใบ. อือ. นะคะเอ่อแล้วก็เอ่อต่อที่ 2 คือ SME เข้ามาอยู่ในระบบไอ้หวยใบเสร็จเนี่ยนะคะก็จะเอ่อได้รับ. การช่วยเหลืออะไรอีกอื่นๆอีกมากมายนะคะไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นนะคะแล้วก็เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำนะนะคะเอ่อเรื่องของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานะคะซึ่งปกติเนี่ยเอ่อถ้าเราไปจ่ายเนี่ยก็ต้องจ่ายลดหย่อนแล้วไม่ใช่พูดผิดหักค่าใช้จ่ายได้ 60%. ถ้าเป็นถ้าเป็นธุรกิจที่จ่ายแบบบุคคลธรรมดานะหักค่าใช้จ่าย 60%. หมายความว่า. เหมาจ่ายค่าต้นทุน 60% เอา 40% ไปคิดจากรายได้คิดเคิดว่ากำไรอ่ะ 40% ซึ่งมันไม่มีธุรกิจไหนที่กำไรถึง 40% หรอกนะคะเราก็บอกว่าก็หาค่าใช้จ่ายไปได้ 90% เลย. แต่ถ้าคุณเริ่มโตขึ้นมาหน่อยคุณจะต้องเข้าสู่ VAT แล้ว. อ. นะคะก็คือมียอดขายที่ 1,800,000 บาทขึ้นไป. อือ. ซึ่งมันต่ำมากนะที่จะเข้า VAT เนี่ยเพราะว่าวันละ 5,000 เท่านั้นเองนะคะเอ่ออันเนี้เราก็คิดว่าจะจำเป็นที่จะต้องขยับขึ้นเป็น 3,600,000 บาท. อ. นะคะถึงจะต้องถึงจะต้องเข้าสู่ระบบ VAT จดแล้วก็จ่าย ภ.พ. 2 กันนะคะ. อ. ทุกวันนี้เนี่ยผู้ประกอบการสมมุติร้านก๋วยเตี๋ยวต่างๆ SME. ค่ะ. ถ้าเค้าสรรพากรกำหนดว่าถ้าคุณมีรายได้ปีละ 180,000 บาท. ล้านเอ่อ. อ่ะถูกมั้ย. เอ่อล้าน,ล้าน,000บาทซึ่งคิดเฉลี่ยคือขายของได้วันละ 5,000. คุณต้องจด VAT ใช่. จด VAT. ก็. นำไปสู่ภาษีซื้อภาษีขาย. ใช่. เท่า VAT ถูกมั้ย. ใช่ค่ะ. อ่าแล้วคุณกำบอกว่ามันต่ำไป. ใช่ค่ะ 5,000 เนี่ยแต่ว่าพอเข้าเสร็จปุ๊บเนี่ยพอต้องทำ ภ.พ. 2 เนี่ยต้องจ้างบริษัทบัญชีทุกเดือนเดือนนึงเนี่ยต้องมี 2-3,000 บาทปีนึงนี่ก็คือเอ่อ 30,000 บาทนะคะ. ที่จะต้องมาคอยเก็บใบเสร็จส่งแล้วก็จ่ายทุกๆเดือนเนี่ยมันเป็นภาระอย่างมากดังนั้นเนี่ยก็ต้องโตขึ้นมาหน่อยถึงต้องทำเพราะว่า 1,800,000 เนี่ยเพดานเนี้ยถูกตั้งไว้มาเมื่อหลาย 10 เอ่อเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วดังนั้นเนี่ย. เอาชัดๆขยายเป็นเท่าไหร่. 3,600,000 บาทเริ่ม. คูณ 2. คูณ 2. ถูกมั้ย. ใช่ค่ะคูณ 2 ก็คือวันละหมื่นซึ่งเอ่อเอ่อซึ่งก็เอ่อพอจะจ่ายเนี่ยหลายหลายร้านเนี่ยก็ไม่ได้เก็บบเอ่อใบเสร็จหรือซื้อวัตถุดิบที่มันไม่ต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้วเช่นอาหารสดอย่างเงี้ยมันไม่มีดังนั้นเขาก็หักภาษีซื้อไม่ได้เราก็เลยให้เป็นหักภาษีซื้อแบบเหมา. นะคะเอ่อก็หักภาษีซื้อแบบเหมาก็คือจ่าย VAT จริงๆเนี่ยอยู่ที่ประมาณ 2% นิดๆนะคะ. อ๋อ. อ่าอันนี้ก็คือสเต็ปสเต็ปต่ออันนี้คุณกำลังพูดถึงเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจอ่ามองในแง่ของผู้ประกอบการนะ. ผู้ประกอบการนี่อาจจะรวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยวร้านขายของออนไลน์ถูกมั้ย. ถูกค่ะ. อ่าข้อที่ 1 ก็คืออะไรนะกรณีหักรายจ่ายสมมุติบุคคลและรายได้ไม่ถึงไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องจด VAT. ค่ะ. อ่าทุกวันนี้มันเหมือนบุคคลเลย. ค่ะ. กรณีบางมาตราของกฎหมายเนี่ยคือเขาถือว่าคุณมีรายจ่าย 60% ไม่เกิน. ใช่ถ้าเกิดเป็นรายได้ธุรกิจจะถือว่าเอ่อหักค่าใช้จ่ายมีต้นทุน 60% อ่ะพูดง่ายๆ. อ. ก็แปลว่าคุณได้ 100 เค้าให้โอกาสคุณคิดเป็นต้นทุน 60. อื. เอา 40 เนี่ยมาคิดภาษี. ใช่. อ่าพรรคประชาชนคุณจะแก้ว่าต่อไปให้หักค่าใช้จ่ายได้ 90. ใช่ค่ะ. ขายได้ 100 นเอาแค่ 10% มาคิดภาษี. ถูก. อันนี้กลุ่มที่ 1 ถ. ถูกค่ะ. กลุ่มที่ 2 คือการขยายเพดานของผู้ประกอบการที่มีรายได้ยอดขายแต่ละวันเนี่ยจากเดิมเนี่ย 5,000 ต่อวันต้องจด VAT. อื. เปลี่ยนเป็น 10,000 ต่อวันถึงจด VAT ก็คือปีจากล้านเป็น 3 ล้าน. ค่ะ. แล้วก็ไม่ต้องไปเก็บใบเวลาไปซื้ออะไรเอาใบหักภาษีอ่าภาษีซื้อถึงเวลาแต่ละเดือนต้องไปยื่นภาษีขาย. ค่ะ. ให้หักเหมาจ่ายเป็น 2.1 ใช่ค่ะแล้วพอยอดขายเกิน 5 ล้านค่อยเสีย VAT เต็มรูปแบบ. อ๋อพอถึงเพดาน 5 ล้านเมื่อไหร่เกินกว่าก็จะเป็นภาษีภาษีภาษีซื้อภาษีขายตรงละ. ถูกค่ะก็. อันนี้เป็นโมเดลที่คุณเสนอเพื่อจะช่วยผู้ประกอบการ. ใช่ค่ะ. อื. ค่ะแล้วสำหรับเอ่อรายที่จ่าย VAT แล้วเข้า VAT แล้วเนี่ยเราก็มีคูปองคืน VAT ให้เอาไปยกระดับเอ่อยกระดับธุรกิจของตัวเองเอาไปใช้เอ่อทำ digital transformation นะเอา. ระบบดิจิทัลเข้ามาใช้เอาไปจ่ายค่า POS นะจะมีตัวเอ่อตัวแชียเอ่อของตัวเองมีระบบหลังบ้านยังไงนะคะหรือว่าเอาไปจ่ายค่าบัญชีก็ได้ค่าตรวจบัญชีก็ได้นะคะก็โดยการ. หมายถึงพอจ่ายภาษีปุ๊บอ่าก็จะมีการตอบแทนไปที่ผู้ประกอบการด้วยการให้คูปอง. ใช่ค่ะ. ไป e-skill ก็ได้อ่อ. จะไปจ่ายค่าทำบัญชีก็ได้. ใช่ค่ะหรือว่าจะไปทำระบบหลังบ้านให้มันมีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปในการทำบัญชีอะไรก็ไปจ่ายได้หมดจะมี list อยู่โดยที่ list พวกนี้เนี่ยก็จะเป็นบัญชีของบริษัทของคนไทยนี่แหละที่จะมีบริการพวกนี้มาให้. อ่าคือจะเสริมทักษะเข้าไปใน สืบจากภาษีนี่แหละ. ใช่ค่ะ. ถูกมั้ยอ่ะตะกี้ย้อนกลับมาผมก็เลยลืมอันนี้ต้องฟังโมเดลเค้านิดนึงนะ. อ่าก็คือ. อ่ะคนละครึ่งคุณใช้ได้ดูสถานการณ์ไม่ต่างกันเลยค่ะ. ใช่ค่ะ. แต่ว่าการวิธีการล้อมเนี่ยต่าง. อตะกี้ถึงไหนหวยใบเสร็จใบ. อ่าแปลว่าหวยใบเสร็จมีจุดอ่อนก็คือ. อ่าเป็นการดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษี. ใช่ค่ะ. ไอ้คนละครึ่งเนี่ยนะของภูมิใจไทยเค้านะเค้ากำหนดเงื่อนไขเลยนะไอ้ร้านค้าต่างๆคงไม่ต้องกังวลเค้าไม่ส่งข้อมูลให้สรรพากร. แปลว่ามีคนกลัวอยู่. ใช่ค่ะ. แต่ของคุณเนี่ยกำลังดึงคนเหล่านี้เข้ามา. ใช่ค่ะ. ด้วยหวยใบเสร็จ. ใช่ค่ะ. ถูกมั้ย. เพื่อให้เขาเห็นว่าเข้ามาเนี่ยมันได้ประโยชน์มากกว่าอยู่ข้างนอกอืแล้วก็ไม่มีอะไรน่ากลัวตัวคุณแทบจะเอ่อจ่ายเพิ่มเล็กๆน้อยๆแต่ว่ามีประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมายค่ะ. อื. อ่าทางโน้นเนี่ยการขยายจากร้านค้าคอครึ่งคือให้บัตรผู้จัดการแห่งรัฐเข้ามาซื้อ. อื. นอกจากร้านธงฟ้า. อือ. ไอ้ทั้งนี้ก็คือการกระตุ้นยอดขายของคุณด้วยหายหัวใจผมพยายามจับประเด็นถูกมั้ย. ถูกค่ะ. อ่าด้วยหวยใบเสร็จก็คือไปซื้อของ 500 จากร้านในร้านเนี้ย. อือ. ได้หวยเลขหนึ่ง. ใช่ค่ะ. ถูกมั้ย. ค่ะเลขท้าย 3 ตัวค่ะ. แล้วไอ้ร้านค้าถ้าขายได้ 5,000 ก็ได้เลขหนึ่ง. ใช่ค่ะร้านค้าก็ได้เช่นเดียวกัน. ถูกมั้ยค่ะ. อ่าคุณเชื่อว่าจะกระตุ้นเป็นแต้มต่อที่จะสู้กับร้านสะดวกซื้อใหญ่ๆ. ใช่ค่ะสำหรับฝั่ง SME นะคะตัวกระตุ้นก็อาจจะเอ่อเป็นยอดขายใช่มั้ยจากเดิมที่เขาจะเดินเข้าห้างใหญ่หรือว่าร้านสะดวกซื้อเชนใหญ่เนี่ยเขาก็จะเดินเข้าร้านเล็กมากขึ้น. อันนี้คือช่วยรายย่อย. ใช่ค่ะ. อ่ามันคนละโมเดลนะตอนนี้นะ. ใช่ค่ะ. อ่าทีนี้ตะกี้มีสวัสดิการนิดหน่อย. เรื่องคุณสูงอายุอะไรคุณมีมั้ย. จริงๆของ. ไอ้ที่จ้างงานเนี่ย. สูงวัยเอ่อสูงอายุเนี่ยเราก็มีเรื่องของเอ่อนอกจากเรื่องของสวัสดิการนะคะที่จะให้เอ่อผู้สูงอายุเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเนี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาทในปีแรกเนี่ยแล้วก็ 1,500 บาทในอีก 4 ปีข้างหน้าเนี่ยแต่ว่าเราก็จะมีเป็นตัวดูแลเอ่อมาตรการการดูแลผู้สูงอายุเหมือนกันเพราะว่าเราก็เห็นเหมือนกันว่าลำพังแค่เงินที่ให้ไปเนี่ยเดือนละ 1000 กว่าบาทเนี่ยมันไม่เพียงพอถ้าเกิดคุณมีเอ่อผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงอยู่ที่บ้านนะคะเราก็จะเป็นคูปองเหมือนกันที่จะเอ่อให้ตัวผู้สูงอายุนี่แหละที่จะให้เอาไปจ้างนักบริบาลที่เอ่อเลยเรียกว่า Caregiver. อาจจะไม่ใช่พยาบาลแล้วก็แล้วก็เอ่อพยาบาลเนี่ยก็ไอ้ตัว Caregiver. เนี่ยก็สามารถที่จะเอ่อมาให้บริการแล้วก็ได้เงินกลับไปนะแล้วก็ถ้าเกิดทำเต็มรูปแบบ full time. ก็น่าจะถึงประมาณ 15,000 บาทต่อเดือนสำหรับคนที่จะมีอาชีพใหม่. อืออืนะคะแล้วก็พอมันเป็นคูปอง. ดูแลผู้สูงอายุ. ใช่ค่ะพอมันเป็นคูปองเนี่ยมันไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะเอ่อนักบริบาลในชุมชนแต่ว่าเอ่อธุรกิจที่ดูแลผู้สูงตอนนี้เนี่ยมีหลายธุรกิจเลยนะคะที่จัดหาคนไปดูแลผู้ป่วยเอ่อติดบ้านติดเตียงที่บ้านเนี่ยนะคะก็จะสามารถที่จะมารับคูปองตรงนี้ก็ได้หรือท้องถิ่นที่ให้บริการตรงนี้เนี่ยก็มารับคูปองเอ่อตรงนี้เนี่ยไปทำไปให้บริการได้. มันก็จะเกิดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุซึ่งก็จะเข้ากับเอ่อสังคมสูงวัยไปด้วยนะคะแล้วก็เป็นเกิดอาชีพใหม่ๆเกิดการจ้างงานใหม่ๆเกิดขึ้นโดยที่รัฐก็จะช่วยออกส่วนนึงนะคะประมาณ 8-16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ค่ะ. อืออ่ะมันต่างกันอันนั้นเขาบอกว่าจ้างคนอายุ 60 ขึ้นไปมาทำงาน. แล้วมีลดภาษีถูกมั้ย. ถ้าคนสูงวัยทำงาน. อ่าทางนี้ก็เป็นเรื่องการดูแลเทคแคร์. ใช่ค่ะ. อ่าไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะประเด็นนี้. ค่ะ. อ่ามีความตรงกันคือยังมีอีกหลายข้อแต่เวลามันเดี๋ยวท่านจะไม่ไหว. เอ่อเพราะฉะนั้นเอาที่เป็นตัวอย่างนะ. ค่ะ. ความแตกต่างมีอะไรอีกมั้ยที่คุยกันมา 2 วงแล้วเนี่ยเห็นความแตกต่างคุณศิริกัญญา. คือมันจะมีอีกอันนึงที่เราคิดว่าภาคการผลิตอุตสาหกรรมในประเทศเนี่ยก็ก็อ่อนอ่อนอ่อนลงมากๆเหมือนกันนะคะที่บอกว่าการลงทุนภาคเอกชนเนี่ยก็ต่ำแล้วก็เอ่อภาคการผลิตเนี่ยหลังๆเนี่ยมันไม่ค่อยไปกับการส่งออกส่งออกส่งออกเนี่ยจะเห็นว่าโตดีแต่ว่าพอการผลิตเนี่ยกับผลิตต่ำมันก็มีความแยกกันอยู่นะคะเข้าใจว่าเอ่อตอนนี้เนี่ยก็จะมีโครงการที่จะสนับสนุนบริษัทที่ผลิตสินค้าที่ Made in Thailand. อย่างเช่นของภูมิใจไทยน่าจะมีที่เป็นเอ่อให้แต้มต่อในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ไปซื้อของสินค้าที่เป็นเอ่อ Made in Thailand. แต่ของเราเนี่ยก็คือเอ่อช่วยจ่ายเลยรัฐจ่ายเลยเป็นคนละครึ่งของพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือว่าสินค้าที่มีตีตรา Made in Thailand เพื่อที่จะกระตุ้นการผลิตในประเทศให้มันยังไง. อันนี้มาทางผู้ผลิตแล้วนะ. คนละครึ่งผู้ผลิตคือซิครึ่งก็คือเอ่อสินค้า. นะคะที่มีตรา Made in Thailand. นะคะก็คือมันเอ่อสภาอุตสาหกรรมเขาไปดูมาแล้วแหละว่ามีการใช้เอ่อ local content ในประเทศชิ้นส่วนในประเทศมีการจ้างงานในประเทศมาแล้วแล้วก็ได้ตราว่า Made in Thailand. เอ้อสินค้าพวกนี้เนี่ยก็จะเป็นพวกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแอร์. เอ่อตู้เย็นเครื่องแบบอากาศอะไรต่างๆนะคะก็จะได้รับการอุดหนุนด้วยเหมือนกันนะคะก็คือเอ่อรัฐช่วยจ่ายครึ่งนึง. ให้กับ. ให้กับผู้บริโภคให้กับคนซื้อที่จะไปซื้อสินค้า Made in Thailand. อ้าก็ดีนะ. ใช่ค่ะเพราะว่าการผลิตมันลงมาสภาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต้องรับประกัน. ใช่รับประกันว่า Made in Thailand. คืออย่างเช่นตู้เย็นเนี่ยมันนำเข้าเยอะ. ใช่แต่ก็มีตู้เย็นที่ผลิตในประเทศมีตู้เย็นที่ผลิตในประเทศ. ใช่ค่ะ. หมายความว่าถ้าผลิตในประเทศได้รับการรับรองว่า Made in Thailand คือวัตถุดิบหรืออ่าต่ออ่าชิ้นส่วนรวมถึงแรงงานเนี่ยได้เกณฑ์แล้วว่าเป็น Made in Thailand. ค่ะ. อาจจะมีโครงการว่ารัฐช่วยครึ่งนึง. ใช่ค่ะ. ถ้าจะซื้อตู้เย็นที่ซื้อของนำเข้าซื้อของไทย. ใช่ค่ะ. ยกตัวอย่างแอร์นี่ก็เหมือนกันถูกมั้ย. แอร์ก็เหมือนกันค่ะซึ่งมีเครื่องใช้ไฟอีกเยอะพัดลมอะไรต่างๆเนี่ยมันมีการเอ่อติดสัญลักษณ์กันอยู่แล้ว. อ้าวเฮ้ยอันนี้ก็เร้าใจ. อ่า. อ่าอันนี้ต่างใช่มั้ย. ใช่อันนี้คือการกระตุ้นของฝั่งของฝั่งภาคอุตสาหกรรมของการผลิตในประเทศให้มันให้มันสามารถแข่งขันได้คือจริงๆอันนึงที่ยังไม่ได้พูดก็คือพอเรากระตุ้นเข้าไปเท่าไหร่เนี่ยบางทีถ้าเราไม่ได้อุดรูรั่วที่มันเกิดจากการที่มันมีสินค้านำเข้าราคาถูกไหลทลักเข้ามาเนี่ยเอ่อการกระตุ้นเนี่ยมันไม่ได้กลับมากระตุ้นหมุนเวียนภาย ในประเทศมันกลายเป็นไปกระตุ้นออกต่างประเทศดังนั้นเนี่ยมันก็เลยซื้อของที่นำเข้านั่นแหละมันก็เลยต้อง. ก็ต้องมากระตุ้นที่ต้นทาง. ถูกค่ะแล้วก็ต้องอุดรูรั่วไปในเวลาเดียวกันนะคะซึ่งอันนี้ก็ได้คุยกับพี่แต๋มแล้วด้วยเหมือนกันว่าเอ่อหมายถึงถ้าเป็นรัฐบาลด้วยกันจะได้ทำอย่างงั้นเหรอพวกสินค้าไม่ได้มาตรฐานเพราะว่ากระทรวงพาณิชย์เค้าก็กำลังทำอยู่แต่เราก็คิดว่ามันทำได้อีกนะคะในเรื่องของการที่จะเอ่อตรวจเข้มกับสินค้าไม่ได้มาตรฐานเพราะว่าเอ่ออันนี้ก็จะไปเริ่มไปอุตสาหกรรมละที่ไม่มี มอก. หรือไปสาธารณสุขละที่ไม่มี อย. เป็นพวกเข้า. นำเข้าแล้วบางทีมันอยู่บนแพลตฟอร์มอะเรายังไม่ได้เรายังเลิสมาจากต่างประเทศอย่างเงี้ยนะคะเอ่อแต่ว่า. อันนี้คือการช่วยผู้ประกอบการไทย. ใช่ค่ะ. อ่านอกจากจะช่วยแต้มต่อคนละครึ่ง. ค่ะ. สินค้าที่ผลิตในไทยแล้วยังจะไปดูว่าสินค้านำเข้าต่างๆเนี่ยต้องมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. มาตรฐาน อย. ก็แล้วแต่เป็นของใช้หรือของกินถูกมั้ย. ถูกค่ะ. อาจจะทำตรงนี้เพื่อช่วยผู้ประกอบการให้เกิดการผลิตขึ้นมา. แล้วก็มันก็คือก็อุดรูรั่วให้มีการแข่งขันที่มันเป็นธรรมมากขึ้นเพราะว่าผู้ประกอบการไทยเนี่ยถึงแม้จะนำเข้าเหมือนกันเนี่ยแต่ว่าเขาก็ต้องทำตามมาตรฐาน 1 2 3 4 เมื่ออย่างงั้นเนี่ยก็เอาเข้ามาขายในประเทศไม่ได้แต่ว่าสินค้าที่เราสั่งออนไลน์เนี่ยไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วก็เข้ามาได้เลยไม่ได้มีการตรวจสอบ. ออันนี้ทำได้เร็วเลยใช่มั้ย. ก็คือไปใช้ข้อมูลใช้เทคโนโลยีเหมือนกันในการที่จะไปเอ่อ. ตรวจจับ. โกยเอาข้อมูลของแพลตฟอร์มลงมาว่ามันมีอันไหนที่ไม่ได้ประกาศว่ามี มอก. เลขที่เท่าไหร่ อย. เลขที่เท่าไหร่ตรวจสอบว่าตรงกันไม่ได้เป็นเอ่อมาตรฐานปลอมนะแล้วก็ถ้าไม่ถ้าไม่. มีหรือว่ามีผิดก็ให้แพลตฟอร์มลบ. อ่าอันนี้คือการกระตุ้นในฝั่งการผลิต. ใช่ค่ะ. อ่าเขาบอกต่างแล้วคุณสุปทีค่ะไอ้ที่พูดมาทำไปแล้ว. อ้าวก็คุยกันแล้วจริงๆอ่ะค่ะก็คือไม่อันนี้คือแต้มต่อช่วยผู้ผลิตนะ. ใช่ค่ะ. หมายถึง SME ก็คือสินค้าผลิตในไทยซึ่งคุณ. คุณไปสู้สินค้าที่นำเข้ามาเค้ามีเค้าเรียก. ว่าสเกลของการผลิตใหญ่มากค่ะคือความ. ต้นทุนมันถูกต่าง. อ่ะทางนี้ก็ต้องมีแต้มต่ออ่ะ. ค่ะความความต่างเมื่อสักครู่นี้ก็จริงๆแล้วคุณสริกัญญาได้ address ให้ไปแล้วเพราะรู้เพราะว่าเราเพิ่งไปคุยกันมาในเอ่อเวที standard. เนี่ยก็คือว่าเอ่อสินค้า Made in Thailand เนี่ยเราให้การสนับสนุนอยู่แล้วแต่สิ่งที่เราทำเนี่ยเรามุ่งไปที่เรื่องของการซื้อขายของภาค. รัฐนะคะก็คือว่าถ้าเป็นสินค้า Made in Thailand เนี่ยทางภาครัฐในการซื้อเนี่ยจะให้แต้มต่อประมาณ 20%. คือจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ. ใช่ค่ะแล้วก็จะให้เขาอย่างน้อยเนี่ย 20% เปอร์เซ็นเป็นแต้มต่อหมายความว่าถึงแม้ว่าเราคา 120 ในขณะที่คนอื่นมาที่ไม่ใช่ Made in Thailand ราคา 100 เราซื้อเขาได้อ่าอันนี้ก็คือเป็นในเรื่องของสิ่งที่. เราจะทำเพราะก็มีเงินก็ใช้สอยอย่างประหยัดไม่ไม่ใช้เยอะนะฮะอีกเรื่องนึงที่เมื่อสักครู่นี้ที่คุณใหม่พูดเนี่ยก็คือในเรื่องของการป้องกันไอ้พวกสินค้าที่ไม่ไม่มีคุณภาพมาตรฐานเนี่ยตอนนี้เนี่ยค่ะเราก็. ได้เริ่มเดินหน้าคุยกับแพลตฟอร์มต่างๆนะฮะเพราะว่าเราต้องไปปิดรูรั่วตรงนั้นว่าเขาจะต้องมั่นใจว่าสินค้าที่ออกมาเนี่ยไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ชิตรงเข้ามาเลยหรือไปค้างอยู่ที่โซนเนี่ยจะต้องมีมาตรฐานไม่ว่าจะเป็น มอก. หรือว่าไม่ว่าจะเป็น อย. อันนี้ก็คือปฏิบัติไปแล้วนะคะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคมเช่นกันวันที่ 1 มกราคมและอีกอย่างที่ทำไปแล้วด้วยเช่นกันก็คือว่าเพื่อที่จะให้การแข่งขันเนี่ยเป็นอย่างน้อยเนี่ยเอ่อทางผู้ประกอบการเรามีโปรคชบ้างก็คือแต่ก่อนนี้เนี่ยปีที่ผ่านมาเนี่ยเวลาที่คุณสรยุทธคุณไหมซื้อสินค้าเข้ามาเนี่ยถ้าไม่ถึง 1,500 บาทเนี่ยเขาไม่ต้องจ่ายภาษี. นะคะแต่ตอนเนี้เราเริ่มคิดตั้งแต่บาทแรก. ใช่เสียทั้งภาษีสินค้าด้วยเสียทั้ง VAT ด้วย. ถูกค่ะ. อืเพราะฉะนั้นเนี่ยเหล่ามันก็จะทำให้ผู้ประกอบการเราเพอที่จะยืนอยู่ได้ประมาณนั้นค่ะ. อันนี้กำลังบอกว่าช่วยผู้ประกอบการ SCB ไทยผู้ประกอบการทำมาแล้ว. แต่ด้วยวิธีอื่น. ค่ะ. อ่ะถูกมั้ยเรื่องรัฐ. ให้แต้มต่อผู้ประกอบการไทย. อ่อรัฐออกมาตรการเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยไม่เสียเปรียบให้ความเป็นธรรม. แต่ทั้งนี้มีวิธีการเพิ่มก็คืออันนี้แล้วแต่มันมีวิธีที่ต่างไง. ใช่. แต่หลักคิดเนี่ยเดียวกันอีกส่วนนึงที่อาจจะต่างนิดนึงอ่ะนะคะแต่ว่าผลลัพธ์อาจจะอยู่ที่เดียวกันก็คือในเรื่องของการเสริมทักษะ. อย่างที่เมื่อสักครู่คุณสุกัญญาพูดถึงนโยบายซึ่งมีรายละเอียดมากอ่ะนะคะซึ่งก็ดีของเราเนี่ยเราจะเน้นในเรื่องของการให้ทักษะที่อาจจะไม่ได้ต้องมีคูปองหรือว่าไม่ต้องเสียเงินนะคะโดยที่เราใช้หน่วยงานของเราเนี่ยทำเป็นในลักษณะที่ว่าไปช่วยสนับสนุนให้ SME เนี่ยที่เขาสามารถที่เข้ามา register ใครเข้ามาก็ได้มีทั้งเอ่อแพลตฟอร์มที่เป็นออนไลน์หรือว่ามาเอ่อเข้าๆเข้าเอ่อสัมมนาหรือว่าเข้ามาเรียนด้วยกัน. ตัวอย่างของเอ่อสินค้าหรือว่าเอ่อธุรกิจอย่างนึงที่เราพยายามจะผลักดันมากๆนะฮะก็คือในเรื่องของธุรกิจแฟรนไชส์. เพราะว่าธุรกิจแฟรนไชส์เนี่ยมันจะทำให้เกิดการกระจายตัวได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น. อือ. คือธุรกิจปกติสมมุติว่าเรามีเอ่อร้านอาหารหรือเรามีเอ่อสินค้าอะไรก็แล้วแต่เนี่ยนะคะในการที่เราจะให้บริการหรือแม้กระทั่งจะเป็นเอ่อธุรกิจเอ่อล้างรถหรือว่าซักผ้าหรือว่าอะไรก็แล้วแต่เนี่ยถ้าเขาต้องขยายกิจการเนี่ยถ้าเขาเป็น SME. 1. เขาจะมีปัญหาเรื่องทุนแน่เข้าถึงทุนไม่ค่อยได้เพราะเขา. ยังเล็กอยู่ใช่มั้ยคะ. แล้ว 2 ก็คือว่าการที่ต้องไปเปิดใหม่เนี่ยต้องไปหาโลเคชั่นต้องจ้างงานแล้วก็ต้องลงทุนเพิ่มสิ่งที่เราทำก็คือว่าเรา. รวบคนที่มีโอกาสแบบเนี้ยให้เขาเข้ามาเรียนไม่ได้คิดสตางค์นะคะแล้วก็เทรนเขาใช้เวลาประมาณ 5-6.
เดือนให้เปลี่ยนโมเดลธุรกิจเนี่ยที่เป็นธุรกิจปกติอย่างที่ เมื่อกี้ว่ากันต้องขยายด้วยตัวเองเนี่ย ให้มาเป็น ข่อยนะคะหรือว่าความท้าทายอุปสรรคก็คือ ว่าเขาเข้าถึงแหล่งทุนยาก เราก็ไปเปลี่ยนวิธีแทนที่ว่าจะไปดูใน เรื่องของการให้เงินกู้โดยใช้สินทรัพย์ เป็นเป็นเหมือนกับเป็นหลักประกันแต่เรา ใช้casช flow เราใช้การดำเนินธุรกิจเป็น หลักประกันหมายความว่าเราดูยอดขายนะคะดู invice ดูอะไรก็แล้วแต่ใช้ อิเล็กทรอนิกส์ในการช่วยตรวจดูพอเป็นเช่น นั้นปั๊บเนี่ยเายังพอมี room ในการจ้าง ได้ซึ่งธุรกิจที่เราพยายามช่วยในลักษณะ นี้ในการสร้างสเกลแล้วก็ในเรื่องสกิลนะคะ ในเรื่องของทักษะเหล่านี้เนี่ยเราก็ไป ร่วมมือกันกับ SME Development Bank พอ พวกผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์เหล่านี้ SME Development Bank เนี่ยเขาก็จะสบายใจใน การที่จะปล่อยกู้
พอเขาจะปล่อยกู้ปั๊บเนี่ยยกยกตัวอย่าง แฟรนไชส์อีกทีนึงถ้าไม่เป็นแฟรนไชส์ก็ ปล่อยกู้ได้เพราะว่ามันมีระบบอย่างที่ เมื่อสักครู่ผู้เรียนนะคะเรู้วิธีการลง บัญชีมีการลงเอ่อสินค้าคงคลังแต่ถ้าเป็น ระบบแฟรนไชส์เนี่ย SME Development Bank เนี่ยสามารถที่จะให้เงินทุนไปกับแฟรนไชส์ ยกตัวอย่างคุณสรยุทธอยากขายเอ่อชายสีหมี เกี๊ยวซึ่งเขาเป็นแฟรนไชส์ที่เราพัฒนามา นานนะฮะไม่ใช่แต่มนะฮะแต่ว่าหมายถึง กระทรวงเทำมาเนี่ย คุณสรยุทธ์ไม่มีเงิน ต้องเงินตั้งต้นไม่กี่หมื่นบาทนะฮะสิ่ง ที่ทำได้ก็คือว่าเข้าไปที่ SMED bบงค์ SMED Bank เห็นว่าธุรกิจชายสี่ หมีเกี๊ยวเนี่ยมีมาตรฐานในการดูแลใน เรื่องคุณภาพในการลงระบบบัญชีดี ได้เกณฑ์น่ะ ไม่ต้องใช้เงินเลยมาถึงปั๊บเนี่ยไปกู้ เงิน SMED bบงค์ถ้าผ่านเ่อกระบวนการของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้านะคะสามารถมีมารับรถ เข็นแล้วก็ไปขายได้เลยอันนี้ก็ตั้งต้น ถูกจากการกู้เงินใช่แล้วก็อันนี้ก็คนละ ครึ่งเหมือนกันก็คือว่าตอนเนี้ยเผอิญแต๋ม เอ่อเป็นรักษาการไปแล้วแต่จริงๆแล้วเรามี เตรียมทำนะฮะเวลาที่เราเอ่อปกติแล้ว กระทรวงพาณิชย์เวลาที่เราลงไปในพื้นที่ ที่ช่วยในเรื่องของเอ่อค่าใช้จ่ายเรื่อง มีมหกรรมท้องฟ้าที่อาจจะเคยได้ยินใช่มั้ คะตั๋ก็จะเอาพวกธุรกิจแฟรนไชส์เนี่ยลงไป โดยเฉพาะพวกที่อยู่ตามชายแดนหรือว่าพวก จังหวัดที่มีผลกระทบอย่างเช่นอุทกภัยภาค ใต้ อ๋อคนละครึ่งเวลาพื้นที่วิกฤต ใช่เราก็จะลงไปแล้วเราก็เอาแฟรนไชส์เนี้ย ลงไปด้วยแล้วถ้าผู้ประกอบการที่อยู่ใน บริเวณนั้นเนี่ยเามีความสนใจเนี่ยรัฐก็ ช่วยสนับสนุนครึ่งนึงเพราะว่าแฟรนไชส์ ราคาไม่ได้สูงมากนะคะแต่ก็มีค่ะที่เป็น ชายแดน อันนี้หมายถึงพื้นที่อย่างเช่นชายแดน ค่ะ หาดใใหญ่ ใช่ๆ อ่าเป็นโครงการเฉพาะกิจ ไม่ไม่เฉพาะกิจค่ะโฟกัสตรงนั้นแต่ทำทั่ว ประเทศค่อยๆเป็นค่อยๆไปเพราะว่ามากรรกรรม ธงฟ้าเนี่ย อ๋อหมายถึงจะขยายต่อ ในแง่ของการทำธงฟ้าเนี่ยปีนึงเราทำเป็น ร้อยๆครั้งนะคะเพราะฉะนั้นเเราก็จะติดแทน ที่ว่าจะทำเฉพาะแค่ธงฟ้าไปขายไข่ไก่ขาย น้ำตาลขายข้าวเราก็ทำเป็นแฟรนไชส์ด้วยนะ คะในการที่เอาธุรกิจแฟรนไชส์ที่พร้อมที่ จะลงพื้นที่นั้นมันก็เป็นการช่วยให้คนที่ เป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เนี่ยเขามีราย ได้ที่เป็นก่อเป็นกรรมแล้วก็ขยายตัวโดย ที่ไม่ต้องใช้ทุนเขาให้คนที่เป็นคนตัว เล็กตัวน้อยเนี่ยเป็นลักษณะของไมโครSMอ ด้วยซ้ำที่ไม่เคยมีเอ่อความรู้ทางด้านการ ค้าการขายก็เข้ามาอยู่ในระบบนี้ได้ด้วย เช่นกัน
อ่ะแต่มันไม่ยากไงพื้น ค่ะเพราะฉะนั้นก็เลยจะเป็นการที่จะเรียน คล้ายกันก็คือว่านอกจากเราต้องป้องกัน คือมีวิธีช่วยผู้ประกอบการรายเล็กน้อย ใช่นอกจากตป้องการเอ่อในการสร้างกฎ ระเบียบสร้างความเท่าเทียมในเรื่องของ นมินีเรื่องการเก็บภาษีเราก็ยังมีใน เรื่องของการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการยืน ได้อย่างแข็งแรงโดยที่ให้ความรู้ให้ทุน ให้เข้าไปโดยที่ไม่ได้ใช้เงินรัฐหมดนะฮ อือ่ะคนละมุมกันนะ ค่ะทั้งนี้มีวิธีช่วยก็คนละแบบ แต่เป้าหมายเนี่ยอย่างเดียวกันคือเห็น ปัญหาเดียวกัน เป็นต้นว่าเรื่องอันนี้ช่วย SME ช่วย เรื่องภาษี อันนี้ก็น่าสนใจ ถูกมั้ย เรื่องแวดต่างๆหรือหักค่าใช้จ่ายเนี่ยผู้ ประกอบการตกลงพูดแล้วทำนะเอ้ยถามผิดพรรค อ้าเพราะเค้ายังไม่เคยทำถูกมั้ย ค่ะยังไม่เคยทำค่ะ เอ่อยังไม่เคยทำเป็นต้นว่าถ้าผู้ประกอบ การอย่างเช่นว่าหักภาษีอ่าสมมุติว่าพูด ง่ายๆคือนับชามก๋วยเตี๋ยวเนี่ย ผมยกตัวอย่างอ สรรพากรก็ถือว่าคุณขายได้วันละเท่าไหร่ รายได้เท่าไหร่อ่าเถือว่าคุณมีต้นทุน 60 อ่าคุณขายได้ 100 นคุณเอาไอ้ 40 เนี่ยมา เสียภาษี ค่ะ อ่าวิธีการของคุณคือเอาแค่ 10 บาทมาเสีย ภาษีใช่มั้ย ใช่ค่ะ อ่ะทำได้ใช่มั้ย ทำได้ค่ะ ถ้าได้เป็นรัฐบาล ใช่ค่ะถ้าได้เป็นรัฐบาลค่ะถ้ายังไม่ได้ เป็นก็ทำไม่ได้ค่ะ อ่ะแต่เบอกก็ทำมาแล้ว อ๋อ ทำอยู่ค่ะแต่ว่าถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ทำ ต่อไม่ได้ เอ่อแนวทางวิธีการปรับเข้าหากันได้ง่ายนะ ก็ไม่ยังไม่ได้มีอะไรที่ต่างกันเป็นสหรัฐ จนคุณสรยุทธพยายามจะหาจุดต่างอยู่เนี่ย มันมีจุดต่างและวิธีการไง ใช่ๆแต่เป้าเดียวกันก็คือเราต้องการสร้าง ประโยชน์ให้กับประเทศกับชุมชนแล้วให้มัน โปร่งใสแม่นยำที่สุดค่ะ อ่าจุดอ่อนของทางนี้กับจุดอ่อนทางทางโน้น ผมจะถามเป็นละข้อปิดท้ายแล้ว ค่ะ จุดอ่อนของทางนี้คือคุณไม่เคยทำเพราะคุณ ไม่เป็นรัฐบาลเลย ใช่ค่ะ ไม่เคยเป็น ใช่ค่ะ จุดออกทางโน้นจะมีก็คือว่านี่เป็นรัฐบาล ที่เสียงเค้าน้อยเ้าไม่ต้องมีนักการเมือง เข้ามาแย่งต่อไปคุณศุภจีจะเจอนักการเมือง อ่าไม่ได้ไปกล่าวกล่าวหาอาจจะเดินแกกๆๆ ยังไง อาจจะมีอิสระในการทำงานเชี้ยวหัวล่าง อ๋อ อิสระในการทำงานมั้ย อือ ขนาดไหนที่บอกว่าตอนนี้เนี่ยทำได้เต็มมือ ถูกมั้ย ค่ะตอนนี้ได้รับอิสระทำเต็มที่ค่ะ อ่ะเอาทางนี้ก่อน ค่ะ ไม่เคยเป็นรัฐบาล ค่ะเราก็เข้าใจค่ะเราเข้าใจดีว่าคนก็ กังวลว่าไม่เคยเป็นรัฐบาลเดี๋ยวจะไม่รู้ ว่าต้องทำยังไงนะคะเราก็เลยพยายามที่จะ เอาเอ่อส่วนผสมของมืออาชีพนะคะที่อาจจะ ไม่ได้มาอยู่ในวงการเมืองนะคะเพื่อที่จะ มาขับเคลื่อนแล้วก็จะเป็นคนที่คุ้นเคยกับ ระบบราชการอยู่แล้วนะคะเคยทำงานเอ่อร่วม กันกับข้าราชการมาแล้วก็เอาข้าราชการอยู่ นะคะแต่ว่าเอ่อในตัวข้าราชการอยู่ ใช่ค่ะในส่วนของเอ่อที่เป็นจากพรรคเอง เนี่ยก็อาจจะต้องเป็นเอ่อในขับเคลื่อนใน ทางที่เอ่อจากการที่เราได้ 7 จำนงทางการ เมืองจากประชาชนมานะคะที่เอ่อเขาฝากฝัง ของเราให้มาขับเคลื่อนเรื่องนี้เนี่ยมัน ก็จะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคนที่มี 7 จำนวนทางการเมืองกับคนที่เป็นมืออาชีพที่ จะทำงานร่วมกันแล้วก็ผลักดันให้มันประสบ ความสำเร็จ
คุณกำบอกว่าด้วยนอกจากวิธีการในการทำงาน ไปสู่เป้าหมายยังมีวิธีการบริหารที่แตก ต่างถูกมั้ย ใช่ค่ะ เพียงแต่คุณไม่เคยเป็นรัฐบาล ค่ะถูกค่ะ ก็เลยต้องเซตหมายถึงว่าหาคนมาทำให้เห็น ใช่ใช่ค่ะ มี 7 จำนวงพร้อมจะทุบข้าราชการ ก็จะพูดอย่างงั้นเดี๋ยวข้าราชการเกียรติ เรานะคะ หมายถึงจำนงที่จะไปส่งไปเปลี่ยนใช่ค่ะที่ จะไปสร้างตัวระบบที่จะไปเอ่อไปชนกับปัญหา หรือว่าอุปสรรคอะไรที่มันอาจจะเกิดขึ้น อื อื คือที่ผมพูดนี่ผมไม่ได้ว่าการทั้งหมดนะ อาจจะเป็นที่ระบบ ค่ะ เอ่อใครไปถามผู้ประกอบการหอการค้าไทยสภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยปัญหาใหญ่ที่สุด ก็คือระบบราชการ ค่ะ ตรงกันถูกมั้ย ซึ่งมันเป็นที่ตัวระบบไม่ได้เป็นที่ตัว บุคคลข้า ราชการการหลายๆคนก็ เอ่อก็จมอยู่กับไอ้ตัวปัญหาของตัวระบบ เช่นเดียวกันค่ะ อือๆอ่ะเพราะฉะนั้นเสนอตัวถูกมั้ยคุณ สุภจี ค่ะ เอ่อรอบนี้คุณโปร่งเลยเพราะว่ากระทรวง พาณิชย์ไม่มีรัฐมนตรีช่วยใช่มั้ย ไม่มี เอ่อถูกมั้ยคุณไม่มีนักการเมืองมาป้วน เปี้ยน ไม่มีเลยค่ะ เ่อคุณมั่นใจได้ยังไงเกิดเป็นรัฐบาลใหม่ รัฐบาลเค้าเต็มอัตรานะรอบข้างอย่างที่ว่า อาจจะต้องปฏิรูปเดี๋ยวกระทรวงเกษตรใช่ มั้ย เกิดเป็นคุณธรรมนัสเอ่อกระทรวงอะไรอ่ะ ค่ะยังไงคะ ได้ค่ะก็วันนี้ก็ทำงานด้วยกันอยู่นะฮะแต่ ว่าคือเราต้องเข้าใจถึงเอ่อสิ่งที่อยู่ ตรงหน้าเราในเรื่องของวัตถุประสงค์ถ้าเรา มีเป้าหมายเดียวกันในเรื่องที่เราต้องการ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและก็ ประชาชนมันมีคำอธิบายได้อยู่แล้วมันไม่ จำเป็นหรอกค่ะที่เราจะต้องเห็นเหมือนกัน ทุกอย่างเรื่องบางอย่างเราก็ไม่ได้เห็น ชอบแล้วก็ไม่ได้เอ่อไปเกี่ยวข้องด้วยแต่ ว่าในมุมที่เราทำเราก็ทำเต็มที่ในสิ่งที่ เราทำ
เพราะฉะนั้นเนี่ยต่ำก็จะเน้นอย่างงี้แล้ว ค่ะคุณสยตำพูดเสมอมาว่ามันไม่มีใครที่ รู้อะไร 100% แล้วทำได้ทุกอย่าง 100% แต่ ถ้าเรามีทีมงานที่เราสามารถทำงานร่วมได้ อย่างในกรณีของเอ่อภาคภูมิใจไทยอย่างโดย เฉพาะตัวต่ำเองเนี่ยต๋มทำงานร่วมกันใกล้ ชิดกับทีมเอ่อเศรษฐกิจซึ่งก็จะมีท่าน ศรีหศักดิ์เอ่อท่านเอกนิติท่านอรรถพลนะคะ ซึ่งเป็นคนจากข้างนอกที่เข้ามาแล้วเราก็ ทำทำงานด้วยกันใกล้ชิดและรวมถึงเราก็หลีก เลี่ยงไม่ได้ในการที่จะต้องไปต่อยอดและ คุยกับกระทรวงอื่นๆนะฮะไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมเกษตรคมนาคมหรือใดๆเนี่ยเราก็ มีจุดยืน ว่าสิ่งที่เราทำเนี่ยมันเกิดผลประโยชน์ สูงสุดกับประชาชนหรือเปล่าถ้าสิ่งที่เป็น จุดยืนของคนอื่นไม่ตรงกัน คนที่ต้องอธิบายคือเค้าไม่ใช่เรา เพราะว่าเรามีหน้าที่ที่จะต้องทำให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชนเท่า นั้น วันนึงมันเป็นเรื่องเสียงในการก่อตั้ง รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้เขาจะบอกมี ปัญหาเหรอ สำหรับตัวแต่มเองแต่ไม่ได้มีความยึดติด เลยถ้าเราไม่เหมาะกับกระบวนการแบบนั้นเรา ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ทำแต่ว่าถ้าเราทำก็ คือนี่คือวิธีในการทำและเป้าของเราก็คือ ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประเทศแล้วก็ ประชาชน มีปัญหาชั้นไปก็ได้อย่างงั้นใช่มั้ย ประมาณว่าถ้าไม่ตรงกันเห็นไม่ตรงกันเค้า ต้องเป็นคนอธิบายไม่ใช่เราเป็นคนอธิบาย อ่ะถ้าเขายืนยันฉันไม่อธิบายแต่ฉันจะเอา อย่างเงี้ครับ ก็เรื่องของเาเราก็จะเอาแบบที่เราอยากทำ มันก็ต้องมีวิธีในการที่เราจะประสานกัน ได้นะคะในวันนี้ต๋มทำงานมาประมาณ 3 เดือน มันไม่ได้มีทุกเรื่องหรอกค่ะคุณสรยุทธที่ เห็นตรงกันแต่เราก็สามารถที่จะเดินได้ตาม เป้าที่ว่าอ อือ ในการทำทุกอย่างอ่ะคุณสรยุทธมันไม่ได้ เฉพาะมีแค่คณะรัฐมนตรีมันมีทั้งข้าราชการ มีทั้งส่วนสำคัญที่สุดคือประชาชนถ้าเสียง ประชาชนและข้าราชการเนี่ยเมองมาในเป้า เดียวกันกับเราเนี่ยเนี่ยคนอื่นต่างหาก ที่เาต้องปรับไม่ใช่เราอเดี๋ยวตามกันดู ต่อไปวันนี้คือการนำเสนอมันมีคือเศรษฐกิจ มันกว้างมาก ใช่ค่ะ นี่หยิบได้บางประเด็นเท่านั้นเอง อ่ะตกลงเดือนนึงที่ผ่านมาเคยไปคุยกันมา ก่อนจริงมั้ย หึอ๋อ พรรคพักเค้าอ่ะพักส้มอ่ะ อ๋อค่ะก่อนหน้าก่อนหน้าที่แต๋มจะเข้ามาทำ ตำแหน่งนี้ต ใช่ก่อนจะมารับตำแหน่งเนี่ยที่มากินเค้ก ส้มกับคุณนุทินน่ะก่อนหน้านั้นค่ะก่อน หน้านั้นไม่แน่ใจ 2 เดือนอะไรประมาณเค่ะ ไม่นานมากเกิดอะไรขึ้นก็มีการคุยกันเพราะ ว่า เก เราเนี่ยมีเอ่อคนรู้จักทั้งหมดล่ะค่ะ เพราะว่าเราอยู่ในเอ่อภาคอุตสาหกรรมเพราะ ฉะนั้นเนี่ยเราก็แล้วเราก็เป็นคนที่คอยมา วางทิศทางเวลาที่คนบอกว่าประเทศต้องเดิน ยังไงการท่องเที่ยวคุณจะปรับอะไรอย่างไร เนี่ยเราก็คงพอมีความรู้อยู่บ้างก็จะมี เอ่อทีม น้องๆเก็มาขอคำแนะนำว่าเออถ้าเอยากจะทำ นโยบายเรื่องนี้แต่มีความคิดอย่างไรก็ เป็นการพูดคุยกันก็คุยกัน เชวนมั้เคชวนมาเป็น the professional มั้ย ไม่ค่ะแต่ว่ามีการถามว่าสนใจในเรื่องของ การเมืองมั้ยซึ่งต่ำก็ตอบว่าต่ำไม่สนใจ วันนี้ต่ำก็ยังไม่สนใจนะคุณส อ๋อวันนั้นที่ต่อไปคือไม่สนใจการเมือง ไม่สนใจค่ะไม่สนใจเพราะว่าเราเป็นคนทำงาน คุณสรยุทธแล้วน้องเ้าก็ไม่ได้ชวนแต่ว่าเา ถามว่าเราสนใจหรือเปล่าเท่านั้นเอง คุณไหมพอจะรู้มั้ย ทราบค่ะทราบค่ะ ว่าค่ะ ตกลงไปชวนมั้ย ก็เอ่ออาจจะยังไม่ถึงยังไม่ถึงตอนที่จะ ชวนว่ามาทำงาน อ๋อเพราะยังไม่ได้เปิดรัฐบาลอีก อ่าใช่แล้วก็ก็มันก็เอ่ออยากจะร่วมร่วมทำ งานร่วมกันในเรื่องของการทำนโยบายนะซึ่ง ก็จะเป็นแนวทางที่เราจะทำกับเอ่อหลายๆ ท่านเนี่ยที่ชวนมาชวนมาทำงานด้วยกันใช่ มั้ยคะเพียงแต่ว่าเอ่อในช่วงเวลาที่กำลัง จะพูดคุยว่าเออเราจะทำงานร่วมกันยังไงต่อ นะคะแล้วก็พอดีพี่ก็บอกว่าอาจจะไม่ได้สน ใจการเมืองด้วยแล้วพอแล้วก็พอตรงนั้นก็ เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลพอดี
งงมั้ยเค้าไม่สนใจการเมืองจะไปร่วมรัฐบาล อนุทินใช่มั้ ไม่หรอกค่ะก็เป็นการตัดสินใจมันก็ช่วง เวลาที่มันเปลี่ยนมันก็มันก็ทำให้ แต่จริงๆต้องเรียนว่าทุกวันนี้ก็ยังไม่ ได้สนใจคุณสรยุทธแต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เนี่ยไม่ใช่ว่าคุณอนุทินให้มาเล่นการ เมืองคุณอนุทินชวนให้มาช่วยประเทศในช่วง ที่ประเทศกำลังเจอความท้าทายแล้วเราก็คิด ว่าด้วยอายุขนาดเราเนี่ยแล้วเราอ พ เราก็เลยมาช่วยบริหารประเทศในช่วงที่มัน มีความท้าทายก็แค่นั้นเอง ไม่ได้เล่นการเมืองทุกวันนี้ ไม่ได้เล่นทุกวัน เป็นสมาชิกภาคภูมิใจไทยแล้ว ก็ต้องเป็นเพราะว่าไม่งั้นจะช่วยเหาเสียง ได้ยังไงใช่มั้ยคะก็ช่วยทำ ได้ ทำในเรื่องของคืออย่างงี้คุณสรยุทธเมื่อ กี้ก็นั่งคุยกับคุณสริกัญญาก่อนเข้าราย การว่าเอ่อพอเราเข้ามาจริงๆเนี่ย 2-3 เดือนถึงแม้เวลาเนี้ยไม่นานมากนักเนี่ย เราเห็นถึงความท้าทายของประเทศมากมายนี่ เราคุยกันแค่สั้นๆเนี่ยเราพูดได้นิดเดียว คุณสมยุทธแต่พอเรามาเห็นลึกๆเนี่ยมันยาก มากเราก็เลยคิดว่าถ้าเราสามารถจะนำเอา ความรู้อันสั้นๆที่เราเข้ามาเนี้ยบวกรวม กับสิ่งที่เราพอจะวางแนวทางได้มาทำเป็น นโยบายให้ได้ก็เลยอยู่ช่วยทำนโยบายต่อแค่ นั้นค่ะ อออ่ะโอเคมั้ยมีอะไรติดค้างมั้ย ไม่มีค่ะไม่มีค่ะ ทำไมจะต้องหาเรื่องให้เราติดค้างกันอยู่ เรื่อยคือมันมีความแตกต่างกันอยู่บ้างน่ะ ไม่งั้นก็ไปอยู่พักเดียวกันแล้วสิ ถูกมั้ยอ่าขอบคุณชาเขียวชิชิโอกะแบรนด์ เดียวที่ใช้ใบชาต้นูที่เก็บเกี่ยวได้แค่ ปีละกัน 1 ครั้งทำให้ชาวรสชาติหวานจาก ธรรมชาติกลมเกาะมมิกลิ่นหอมลำมุนไม่ฝาด เหมือนส่งตรงอย่างญี่ปุ่นขวดปากกว้างทำ ให้กลิ่นหอมของชาชัดเจนคนญี่ปุ่นก็คิดมา ดีอ่ะแต่คนไทยเอามาประยุกต์อ่าทั้งนี้มี 2 รสชาตินะฮะชิชูโอกะมะลิส่วนไม่มีน้ำตาล ขั่วสีขาวสูตรหวานน้อยขวดสีฟ้าดื่มง่ายมี เว่น-Evวentทุกสาขานะครับใครสนใจก็ไปลอง ดูวันนี้ขอบคุณทั้ง 2 ท่าน ค่ะ อ้ามีโอกาสจะทำงานร่วมกันบ้างมั้ย จริงๆแล้วเราแลกเปลี่ยนความคิดกันอยู่ เสมอนะคะเราก็ ไม่หมายถึงร่วมรัฐบาลกัน จะรู้ได้ยังไงล่ะคะมันไม่ใช่การจัดสิใจ ของเราก็เปิดกว้างนะคะในกรณีที่เราเป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาลเนี่ยเราก็ คือคุณพรรคคุณต้องเป็นที่ 1 ใช่ค่ะ ถูกมั้ย ใช่ค่ะ แล้วเจะมาร่วมประธรัฐบาล ค่ะ ถูกมั้ย ค่ะ แต่ถ้าเกิดพรรคเค้าเป็นที่ 1 คุณไม่ร่วม ค่ะ เพราะฉะนั้นก็เปิดกว้างถูกมั้ย ใช่ค่ะ อ่ะสมมุตินะอ้าผมจะสมมุติได้มั้ยจะโดนด่า มั้ยเนี่ย ยังไงคะ อ่าสมมุติเค้าเป็นแกนนำ ค่ะ ภูมิใจไทยไม่ร่วม ค่ะ อ่าเค้าเชิญคุณแต๋มมาเอามั้ย จะเชิญมั้ยคะ ช่วยได้อยู่แล้วค่ะคุณสรยุทธไม่ว่าใครจะ เป็นรัฐบาลถ้าสิ่งที่เราทำมันจะเกิด ประโยชน์ก็ยินดีที่จะให้เอ่อข้อมูลทุก อย่างค่ะ อ่ะผมถามไปงั้นแหละเดี๋ยวโดนด่าเพราะทาง นี้เค้าก็มีคนของเค้า ค่ะ ถูกมั้ยพร้อมมั้ย พร้อมค่ะ หมายถึงทีมที่จะทำงานในสิ่งที่คุณจะผลัก ดันเนี่ย อ๋อค่ะ อื พร้อมค่ะเ่อแต่ว่าก็ไม่ปิดกั้นนะคะเพราะ ว่าพี่แต๋ก็เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพค่ะถ้า ถ้าให้พี่แต๋มาช่วยก็จะดีค่ะ ออก็ด้วยก็ดี แต่มาอีกหลายคนเอามั้ย ขอพี่แต๋มคนเดียวก่อน อ่ะขอพี่แต๋มคนวันนี้ขอบคุณพี่แต๋มและคุณ ไหมสิริกัญญานะฮะ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ ขอบคุณชิซูโอกะมะลิรสนุ่มหอมฟูจากใบช้า ต้นฤดู