📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

'ศิโรตม์' เดือดซัดแหลกไม่เห็นหัวประชาชน เว้นที่ว่างในครม.รอใครกลับมาหรือไม่? : Matichon TV

matichon tv1:04:18

Transcription

อาจารย์สวัสดีครับ

สวัสดีครับ ตะกี้ผมปูเรื่องให้ท่านผู้ชมฟัง บอกว่าหลังสงกรานต์เนี่ยจะเป็นช่วงเวลาที่การเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ซึ่งไอ้ความปกติเนี่ย อาจารย์ 1 คือรัฐบาลชัดเจนนะ โฉมหน้าหน้าตา ครม.ชัดเจนนะ 2 คือฝ่ายค้านก็ชัดเจนแล้วก็จะมีเป้าชัดเจน ทีนี้อยากให้อาจารย์ประเมินให้ฟังหน่อยว่าหลังสงกรานต์ในมุมของอาจารย์เนี่ย ในมุมการเมืองเนี่ย มันจะมีอะไรที่ต้องจับตาบ้าง เอาเริ่มจากมุมของรัฐบาลก่อน รัฐบาลจะเจออะไรที่จะกลายเป็นปัญหาของรัฐบาลทั้งระยะสั้น กลาง ยาว หลังจากนี้

ผมว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังกังวลที่สุดก็คือความไม่พอใจของประชาชนนะครับ ความหงุดหงิดของประชาชน จากเรื่องเศรษฐกิจนะครับ จากเรื่องพลังงานนะครับ จากเรื่องของข้าวของแพงนะครับ แล้วก็จากเรื่องของ เอ่อ ความไม่รู้ว่าไอ้ปัญหาข้าวยากหมากแพงเนี่ย มันจะ มันจะลากไปถึงเมื่อไหร่นะครับ ผมคิดว่าอย่างผมเองเนี่ย เอ่อ อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ก็ คือผมก็เป็นคนที่ชีวิตประหลาด คือพอช่วงไหนรัฐบาลอารมณ์ไม่ดี ก็จะมีคนอยากนัดกินข้าว อยากคุยด้วยนะครับ

อ๋อ นี้แสดงว่าอาทิตย์ที่แล้วนี่คนนัดเยอะ

ก็มีคนนัดนะครับ แล้วบอกว่าอยากจะอธิบายว่ารัฐบาลทำอะไรบ้าง มีคนอยากคุย

มีคนอยากคุย แต่ผมไม่ได้รับนัดนะครับ แต่ว่า แต่ว่าทั้งหมดเนี่ย มันคือสัญญาณว่ารัฐบาลเองก็รู้่นะครับว่ามันมีความ มันมันมีความอึดอัดของประชาชนนะครับ

หลักๆ ก็เรื่องค่าครองชีพนะครับ ซึ่งทิศทางเนี่ย มันยังเป็นขาขึ้นอยู่

นะครับ แล้วก็ความกังวลเรื่องของ การแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวนะครับ ที่ผมคิดว่าเสียงวิจารณ์รัฐบาลเนี่ย แรงขึ้นเรื่อยๆนะครับ แล้วผมว่าวันนี้คนสัมผัสได้ว่าเสียงวิจารณ์เนี่ย มันยังเป็นแค่ช่วงอรุณรุ่ง มันยังไม่ขึ้นสู่อยู่จุดสูงสุดของมันนะครับ ความกังวลเรื่องสินค้าราคาแพง ความกังวลเรื่องราคาน้ำมันนะครับ ความกังวลเรื่องของอนาคต เรื่องของห่วงโซ่การผลิตต่างๆ ที่มันจะ ที่มันจะช็อกเนี่ยนะครับ เป็นสิ่งที่รัฐบาลกังวล แล้วผมคิดว่าเขาต้องการแก้ปัญหานี้ แก้ปัญหานี้คือไม่ได้บอกว่าต้องการแก้ปัญหาประชาชนนะ แต่ต้องการแก้ปัญหาความไม่พอใจของประชาชนเนี่ย

ความเชื่อมั่นเนี่ย เสียวิจารณ์

ความไม่เชื่อมั่น หรือความหงุดหงิด ผมว่าผมว่ารัฐบาลก็รู้่นะครับ แล้วก็พยายามจะขยับ แต่ว่าในวิธีการของรัฐบาล เวลาขยับเนี่ย เขาจะคิดอีกแบบนึงก็คือว่า เค้าจะขยับในเรื่องของการพยายามจะไปคุย ไปทำความเข้าใจกับคนกลุ่มต่างๆ ซึ่งขาข้างนั้นก็ถูกนะครับ แต่ว่าขาข้างที่จะถูกมากกว่าก็คือว่า คุณทำผลงานให้มันดี ทำผลงานให้มันออก จนการไปทำความเข้าใจกับคนกลุ่มต่างๆเนี่ย มันจะเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น

ใช่มั้ย เพราะว่าถ้าเกิดรัฐบาลทำงานดีเนี่ย ปัญหาต่างๆมันก็ไม่มีอะไรวิพากษ์วิจารณ์

ถูกๆ อันนี้โจทย์ อันนี้คือโจทย์ที่จะเจอ อย่างแรกที่สุดใช่มั้ย ในในระยะสั้นเนี่ย เจอแน่ๆ คือเรื่องความเชื่อมั่น บวกกับว่าสถานการณ์หลังสงกรานต์มาปุ๊บเนี่ย มันมีการประเมินกันว่าสถานการณ์โลกเองก็จะหนักไปด้วย แล้วก็ผลกระทบในวงกว้างจากราคา มันจะมาสู่เรื่องอื่นๆมากขึ้น เช่น ราคาน้ำมัน ราคาไฟ

อ๋อ

ใช่มั้ย ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค นี่จะเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องเจอแน่ๆ หลัง

ใช่ ผมคิดว่า ณ เวลานี้ครับ ถ้าเรายอมรับความจริงคือทุกจุดมีปัญหาหมดนะครับ ค่าไฟก็มีปัญหานะครับ เอ่อ เม็ดพลาสติกก็มีปัญหา เรื่องปุ๋ยก็มีปัญหา น้ำมันก็มีปัญหา ก๊าซก็มีปัญหา ไม่มีจุดไหนที่ไม่มีปัญหา มีแต่ว่าปัญหาทั้งหมดมันจะลามไปถึงแค่ไหนนะครับ วงจรของปัญหาเนี่ย จะจะมากน้อยหนักเบาแค่ไหน เช่นนะครับ เรื่องของปุ๋ยเนี่ยนะครับ ก็ เอ่อ ผมคิดว่ารัฐบาลก็พยายามจะแก้ปัญหาบางเรื่องนะครับ เช่น จากเรื่องสิงหาคม เอ่อ มีถึงสิงหาคม มาเป็นบอกว่ามีถึงเมษายน ตอนนี้เข้าใจว่ารัฐบาลเองนะครับ โดยโดยต้องชมภาคเอกชนเองด้วยนะครับ เค้าก็ไปเจรจาจนอาจจะได้ปุ๋ยเข้ามาอีก น่าจะสักประมาณ 2 ล้านตัน

อือ

นะครับ ซึ่งก็ถ้าตัวเลขนี้เป็นจริงเท่าที่ผมทราบเนี่ยนะครับ เอ่อ เอ่อ ปุ๋ยก็จะมีจนถึงพฤษภาคม

อ่า เห็นเห็นมีคนพูดประมาณนี้ ถ้าปุ๋ยมีจนถึงพฤษภาคมเนี่ยนะครับ เรื่องปุ๋ยก็จะไม่หนักเท่ากับที่คนประเมิน และเพราะว่าช่วงพีคของการใช้ปุ๋ยเนี่ย มันคือช่วง เอ่อ หลังเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงฤดูกาลเพาะปลูกนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณสามารถทำให้มันมีปุ๋ยในช่วงพฤษภาคมได้เนี่ย ปัญหาเนี้ยอาจจะเบาลง

เสียงด่าจะน้อยลงหน่อย

ใช่ แต่ว่าเราอาจจะเจอเจอประเด็นใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นทางการเมืองว่าระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตร ใครจะเป็นคนเคลมว่าตัวเองเป็นคนเอาปุ๋ยมา

วันนี้คุณอภิสิทธิ์เกจี้เลยนะฮะ

ปมนี้

ใช่ ซึ่งผมก็คิดว่าต้องยอมรับความจริงนะครับ ผมก็ไม่อยากจะไปพูดให้เป็นเรื่องการเมือง แต่ว่าผมเห็นรัฐมนตรีท่านนึงนะครับ ที่ดูแลเรื่องเกษตรนะครับ ขออนุญาตไม่บอกว่าใครแล้วกันนะครับ

ซึ่งพยายามจะสื่อสารว่าพอท่านเข้ามาทำหน้าที่ปุ๊บเนี่ย ปุ๋ยมาถึงเมืองไทยทันที อันนี้ผมว่าคือผมเข้าใจนะครับว่ารัฐมนตรีทุกคนอยากจะโชว์ผลงาน แต่ว่าคุณช่วยพูดเหมือนเรามีสมองหน่อย

การส่งปุ๋ยจากอิหร่านผ่านฮอร์มุสมาเมืองไทยเนี่ย มันต้องใช้เวลาประมาณเดือนนึง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดใครปรับเข้ามาแล้วบอกว่า พอผมเข้ากระทรวงปุ๊บปุ๋ยมาเนี่ย อันนี้คุณเวอร์แล้วรู้

ปุ๋ยมันไม่ได้มาเพราะคุณเสกไง

เพราะงั้นถ้าเกิดปุ๋ยมันมาแปลว่ามันต้องมาจากการเจรจาของฝ่ายต่างๆ ก่อนวันที่คุณจะเข้ากระทรวง

อื

ใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นเรื่องปุ๋ยเนี่ย เราจะเห็นการเริ่มเคลมผลงานกันนะครับ ระหว่างรัฐมนตรีจาก 2 พรรคร่วมรัฐบาล

ครับ

นะครับ ซึ่งผมก็คิดว่าประชาชนเองก็ต้องวางไทม์ไลน์ดีว่าการส่งปุ๋ยจากอิหร่านมาไทย ใช้เวลาขนาดไหน

นะครับ มันไม่ใช้เวลาวันเดียวหรอกครับ มัน เอ่อ อาทิตย์นึงก็ไม่ใช่นะครับ อาจจะ 3 อาทิตย์หรือ 1 เดือนเป็นยังต่ำ เพราะงั้นเรื่องปุ๋ยก็มีโอกาสที่เรื่องจะเบาลง

นะครับ เอ่อ เรื่องอื่นๆ เรื่องน้ำมัน เรื่องแก๊ส เรื่องเชื้อเพลิงเนี่ย ผมคิดว่ายังต้องเป็นประเด็นที่ต้องกังวลอยู่ เพราะว่าวันนี้เราก็ไม่รู้ทิศทางการเจรจามันจะเป็นแบบไหน

ใช่

ทรัมป์

เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย

ผมผมว่าอย่างงี้นะครับ คือมีนักวิชาการฝรั่งคนนึงที่ศึกษาเรื่องทรราชนะครับ ที่ทิโมธี ชไนเดอร์เนี่ยนะครับ ผมเขียนไว้ในมติชนฉบับนี้แล้วเนี่ยครับ ที่นี่แสดงอยู่ที่ฮาร์วาร์ดนะครับ

เค้าพูดถึงคำว่าทำนี่คือทรราชของโลกยุคใหม่นะครับ ทรราชไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำทหารก็ได้

มันภาษาอังกฤษเหมทานี่ป่ะ

ใช่นะครับ แต่ในภาษาไทยเนี่ย ทรราชหมายถึงต้องเป็นทหาร เพราะว่าสังคมไทย เราคุ้นกับคำว่า เอ่อ 3 ทรราชยุค 14 ตุลาคมนะครับ เพราะฉะนั้นแต่ว่าจริงๆเนี่ยนะครับ นักวิชาการฝรั่งซึ่งสไนเดอร์ดังมากนะครับ บอกว่าทรัมป์นี่คือทรราชแบบนึง เพราะว่าทรัมป์เป็นคนที่ปกครองโลกเหมือนโลกเนี่ยเป็นจักรวรรดิแล้วก็เป็นจักรพรรดิเออ

แล้วทุกอย่างเนี่ยมันเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

ใช่ ตามอารมณ์เอ่ะ

ใช่ครับ แล้วเอาช่วงสงกรานต์เนี่ย เราได้ยินทรัมป์พูดเรื่องอิหร่านเนี่ย 4 เรื่องที่ไม่เหมือนกัน เรื่องที่ 1 ชนะแล้ว เรื่องที่ 2 เดี๋ยวรบต่อ เรื่องที่ 3 เดี๋ยวจะหยุดรบ เรื่องที่ 4 ขอรบต่ออีก

เรื่องเปิดอ่าวปิดอ่าวก็ไม่เหมือนกันอ่ะ เดี๋ยวปิดช่องแคบฮอร์มุสจะปิดวันเปิดอีกวันนึง เปิดอีกวันนึง ปิดตอบอีกวันนึง บอกเดี๋ยวจะเปิดใหม่ คุยกับจีนถูกใจแล้ว งั้นทำปกครองโลกนะครับ บริหารความขัดแย้งเนี่ย เหมือนกับเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา พอเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเนี่ย ทิศทางราคาน้ำมัน มันก็จะมีความผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ

นะครับ ซึ่งในที่สุดแล้วเนี่ย มันมีคนที่ได้ผลประโยชน์นะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย ที่ได้ผลประโยชน์จากการขายน้ำมันมากขึ้นนะครับ หรือว่าอเมริกาเองก็ได้ผลประโยชน์ พอพอทรัมป์บริหารเรื่องการเมืองของประเทศแบบนี้ ปัญหาน้ำมันก็จะผันผวน แล้วเป็นความผันผวนที่ยิ่งผันผวน

อื

มหาอำนาจยิ่งได้ตังค์

อือ

เพราะฉะนั้นเขาก็จะยิ่งมีเหตุในการผันผวนมากขึ้น ดังนั้นไทยซึ่งเป็นประเภทประเทศปลายน้ำก็จะเจอปัญหาปัญหาต่างๆมากขึ้น ทีนี้ปัญหาจากสถานการณ์โลกเนี่ยก็จะทำให้ปัญหาราคาพลังงานไทยเนี่ยมันหนักหน่วง เพราะว่า 1 เราจะไม่รู้เรื่องทิศทางราคาพลังงาน

ใช่

การคาดเดาต้นทุนการผลิตมันจะทำไม่ได้นะครับ แล้วที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ

เอ่อน้ำมันที่มันที่มันออกจากช่องแคบฮอร์มุสในช่วงที่มีการเปิดช่องแคบเนี่ยนะครับ เอ่อในช่วงที่มันมีปัญหาต่างๆเนี่ยนะครับ มันทยอยมาจนจนมันน่าจะหมดล็อตแล้วอ่ะ

อ๋อ ที่มันค้างไว้อยู่เนี่ยใช่ ไอ้ที่มันอั้นไว้เนี่ย

อ่าอมันถูกปล่อยมาจนจนหลังจากนี้มันจะไม่มีของที่

เกิดขึ้นแล้ว

ซึ่งไอ้ของใหม่เนี่ยมันก็จะเกิดได้ช้า เพราะว่าไอ้โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันแถวนั้นเนี่ย คือมันราบหมดแล้วมั้ย

ใช่ใช่ เพราะฉะนั้นจะเป็นของใหม่ซึ่งน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ แล้วก็ราคาจะแพงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ อันนี้คือโจทย์ที่ประเทศไทยจะเจอ ซึ่งมันก็จะลามไปยังเรื่องเม็ดพลาสติกต่างๆ ด้วย ดังนั้นปัญหาทั้งหมดนี้นะครับ ผมว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ได้นะครับ ต่อให้สงครามอาจจะเบาลง หรือว่าเอ่อมีการเจรจาก็ตาม แต่ด้วยสภาพภาพปัญหาอย่างนี้ มันต้องใช้เวลาอีกสักพักนึง

อื

เอ่อ ทีนี้ผมว่าปัญหาทางการเมืองของรัฐบาลเอง ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ผมว่าก็น่าสนใจนะครับ เรื่องของการแย่งชิงผลงานในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนะครับ ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยนะครับ ภูมิใจไทยเนี่ย

เค้าคุมกระทรวงหลักเกือบหมดแล้ว

เอ่อ พาณิชย์ อุตสาหกรรมนะครับ ต่างๆนานา นะครับ ยกเว้นแต่เกษตรซึ่งเป็นของเพื่อไทย

อื

ทีนี้เราจะเจอในระยะอันใกล้เราจะเจอแน่ๆ ว่าศึกระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทยในการเคลมว่าใครเป็นคนแก้ปัญหาเกษตรกรได้ดีกว่ากันเนี่ย เดี๋ยวเดี๋ยวมันจะมา เพราะเกษตรกรคือฐานใหญ่ของทุกพรรคใช่มั้ย แล้วประมาณการว่าอาจจะมีคนสัก 10 ล้านน่ะอยู่ในภาคเกษตรกร เอ่อ ภาคภาคเกษตรกรรม ดังนั้นศึกของการเคลมว่าใครเป็นคนช่วยเกษตรกรระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยเนี่ย เดี๋ยวเดี๋ยวมันจะมา ทีนี้พอมันมาเนี่ย เราจะเจอลูกของการชกใต้เข็มขัดกันเยอะนะครับ อย่างเช่น

อ่า คุณศุภจีเนี่ยในฐานะเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์แล้วรองนายกเนี่ย แกก็แกก็รั่ว 2-3 รอบใช่มั้ยครับ ไม่ว่าจะเป็นรั่วโดยเรื่องของการบอกว่าสินค้าไม่ได้ขาด เอ่อ ราคาสินค้ายังโอเคอยู่นะครับ หรือว่ารั่วครั้งที่ 2 ก็คือเรื่องของราคา มะพร้าว

อื

นะครับ รั่วครั้งที่ 3 ก็คือเรื่องของปุ๋ย

การรั่วทั้ง 3 ครั้งเนี่ย มันเป็นการรั่วซึ่งข้าราชการเป็นคนให้ข้อมูล

ครับ

คำถามคือ ข้าราชการให้ข้อมูลผิดโดยจงใจ หรือข้าราชการให้ข้อมูลผิดโดยสุจริตใจ

อือ อันนี้ก็เป็นประเด็นอีกนะ

ใช่มั้ยครับ

ถ้าข้าราชการให้ข้อมูลผิดโดยสุจริตใจก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ แต่ก็เลวร้ายอยู่ดี เพราะคนเสียหายคือรัฐมนตรี

ถูก

แต่ถ้าข้าราชการจงใจให้ข้อมูลผิด คำถามถัดไปคือ ข้าราชการจงใจให้ข้อมูลผิดเพราะมีใครอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า เพราะอย่าลืมว่าคุณสุภจีทำงานกระทรวงพาณิชย์ซึ่งแต่ก่อนเพื่อไทยเป็นคนคุม

อื

รัฐมนตรีของเพื่อไทยที่คุมกระทรวงพาณิชย์ก็เป็นคนที่แซ่บทั้งคู่

อื

ในการในการบริหารจัดการและสื่อสารทางการเมือง

อื

คุณสุภจีเข้าไปกระทรวงพาณิชย์ภายใต้คนซึ่งเป็นคนของพรรคเพื่อไทยเป็นเวลา 2 ปี นะครับ แล้วอย่าลืมว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงซึ่งผมคิดว่าในประเทศเนี้ย พรรคการเมืองที่มีฐานแข็งแรงในกระทรวงพาณิชย์ก็มีอยู่ 2 พรรคคือ เอ่อ พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคเพื่อไทย

อื

นะครับ สลับกันไปสลับกันมา

แต่เค้าก็มีเวลามาช่วงเวลานึงนะอาจารย์ คุณสุภจีอ่ะตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแล้วอ่ะ มันยังมันยังไม่พอที่จะคุ้มอยู่ใช่มั้ย

พอไม่พอหรอกครับ เพราะว่าตอนนั้นเนี่ยผมคิดว่ารัฐมนตรีเองทุกคนก็ไม่กล้าทำอะไรแล้ว ข้าราชการเองก็

ดูเชิงดูเชิงอยู่ คือ ณ เวลานั้นทุกคนคิดว่าภูมิใจไทยมาเราก็ไป

เพราะฉะนั้นการเป็นรัฐบาลในเวลานั้นเนี่ย มันก็จะเป็นการเป็นรัฐบาลแบบที่

ประคองประคองไป

เหมือนบอลที่แบบอีก 10 นาทีจะจบเวจบบอล น่ะก่อน

ก็ก็เตะเคลียร์บอลไปเคลียร์บอลมารัฐมนตรี จะไม่ยุ่งอะไรเยอะ

ขณะเดียวกันข้าราชการเองก็จะไม่ทำอะไรเยอะ เพราะไม่รู้ว่าภูมิใจไทยจะมา

อ่า

ใช่มั้ยครับ เค้าก็ไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะหรือว่าพรรคประชาชนจะชนะ เพราะงั้นข้าราชการจะไม่ทำอะไรเยอะ

การขัดแข้งขัดขาก็จะไม่เยอะ

อื

ใช่มั้ยครับ แต่ว่า ณ เวลานี้สังเกตมั้ยครับว่าพอรัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้วเนี่ย ไอ้ความไม่ราบรื่นของรัฐบาลกับข้าราชการมันดันเยอะกว่า

เออ

คือตอนนั้นเนี่ยรอบที่มาเป็นเฟซแรกเนี่ย ข้าราชการอาจจะแบบเออเดี๋ยวก็ไป ต่างคนต่างอยู่นะครับ ขอทำงานเช้าชามเย็นชามไป แต่พอเริ่มเห็นว่าภูมิใจไทยจะมาเนี่ย คนของแต่ละพรรคซึ่งฝังตัวอยู่เนี่ย นะก็จะเริ่มแผงฤทธิ์แล้วว่าเอายังไงกันต่อ

จะเล่นรัฐมนตรีมั้ย

หรือว่า เอ่อ จะทำงานแบบไม่ 100% กับรัฐมนตรีมั้ย

อื

เพราะงั้นอย่าลืมคุณสุภจีเข้ามา หรือหรือรัฐมนตรีคนอื่นเข้ามาในแบบมีอำนาจเต็ม ประมาณเดือนมีนาคมเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่มัน การแต่งตั้งมันโยกย้ายมันจบไปแล้ว

ใช่ มันไม่มันไม่ทันรอบแล้ว

มันไม่ทันรอบแล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับ

เอ่อ การบริหารราชการ การบริหารข้าราชการของรัฐบาลเนี่ยก็จะเป็นเรื่องใหญ่ว่า

คุณอนุทินจะจะทำให้กลไกราชการเนี่ยทำงานให้รัฐบาลเต็มที่ได้ยังไง

อ่า แต่ที่ผ่านมา เอ่อ กระบวนการหรือกลไกในการจัดการราชการของภูมิชัยไทยก็ดูจะค่อนข้างได้ผลสำเร็จ แต่โอเค รอบนี้ก็ก็จะเป็นจุดชี้วัดเหมือนกันที่อาจารย์มองว่าจะจัดการได้ขนาดไหน นี่คือปัจจัยภายในนะ

ใช่ แต่ผมผมว่าผมว่าภูมิใจไทยเนี่ยนะครับ ทำเรื่องราชการได้สำเร็จเฉพาะบางกระทรวงอ่ะ อย่างพาณิชย์ไม่เคยเข้ามา

ถูกๆ

ใช่มั้ยครับ กระทรวงพาณิชย์จะสลับกันระหว่าง เอ่อ เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ ยกเว้นยุคพลเอกประยุทธ์ แต่นยุคพลเอกประยุทธ์ พาณิชย์ก็อยู่ภายใต้จุรินทร์ พิสุวรรณ เอ่อ จุรินทร์ จุรินทร์รักษ์ วิสิจาก พรรคประชาธิปัตย์ เพราะงั้นภูมิใจไทยเนี่ย ไม่เคยมีฐานในกระทรวง

อ่า

เอ่อ พาณิชย์เลยนะครับ เช่นเดียวกับ เอ่อ ฐานในกระทรวงศึกษา ก็มีเป็นเวลาสั้นๆมาก ดังนั้นในกรณีอย่างกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งกระทรวงอุตสาหกรรมเนี่ย ผมว่าการบริหารยังต้องใช้เวลาในการปรับจูน

และคุณสุภจีก็ไม่ใช่คนการเมือง

ครับ

คือถ้าสมมุติสมมุติอันนี้สมมุติว่าอย่า ถ้าเป็นกรณีอย่างคุณอนุทิน ไปคุมพาณิชย์เอง อันนี้ก็จะ หรือคุณชัยชนก ไปคุมพาณิชย์เอง สมมุตินะ ถ้าอย่างเงี้ยน่าจะพอคาดเดาได้ว่ากระบวนการกลไกในการจัดการกับ เอ่อ ข้าราชการในกระทรวงเนี่ยมันอาจจะ เอ่อ เอาอยู่เอาอยู่ แต่ว่าพอเป็นคุณสุภจีปุ๊บเนี่ย

เอ่อ ก็ต้องดูเหมือนกันว่าเค้าจะสามารถมีเทคนิคหรือกลไกในการทำงานกับนักการได้ยังไง ซึ่ง

ถ้าเอาไม่อยู่

อันนี้เดี๋ยวมันจะกลายเป็นปัญหาเหมือนกันในระยะต่อไป สำหรับก็ต้องคาดหวังว่าข้าราชการก็ต้องเข้าใจว่า ณ วันเนี้ย แต่ละคนแต่ละกระทรวงแต่ละกรมเนี่ย คุณจะมาจาก การแต่งตั้งของรัฐมนตรีจากพรรคไหนก็ตามแต่ เวลานี้ประเทศมันวิกฤต

อั้นทุกคนต้องลืมเรื่องนี้ให้หมด

อื

แล้วก็ไม่ว่าคุณจะมาจากการแต่งตั้งโดยเพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ คุณต้องยอมรับความจริงว่าวันเนี้ย โอกาสที่เพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์จะไปเป็นรัฐบาลเนี่ย มันอยู่ในระดับ 0%

อื

ทุกคนต้องทำใจว่าต่อให้คุณจะเป็นคนของเพื่อไทย เป็นคนของประชาธิปัตย์นะครับ วันเนี้ยรัฐบาลคือภูมิใจไทยแล้วก็

ในปี 2 ปีเไม่ไปไหนหรอก

อ่า

นะครับ คุณต้องอยู่กับเค้าอ่ะ เพราะฉะนั้นช่วยกันทำงานเถอะ

นี่แสดงว่าอาจารย์ประเมินไปล่วงหน้าแล้ว ว่าสำหรับสถานะของรัฐบาลแม้กลับมารอบนี้ ท่ามกลางปัญหาหลายปัญหายังไงอาจารย์คิด ว่าอย่างน้อยที่สุด 1-2 ปีตรงนี้เขาน่าจะประคองตัวไปได้

ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างงั้น

ให้อยู่ได้ใน

มันไม่มีปัจจัยนอกสภาที่จะไปไปไล่ไง เพราะว่าปัจจัยนอกสภาการแสดงออกของประชาชนเนี่ยนะครับ เอ่อ มันก็เชื่อมโยงกับความเชื่อของประชาชนว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนได้หรือเปล่า

อื

ภูมิใจไทยเก่งในการทำให้คนเชื่อว่ายังไงต้องได้เป็นรัฐบาล คนเชื่อว่าแบ็คดี คนเชื่อว่ามีพวก คนเชื่อว่ากองทัพเอาด้วย คนเชื่อว่าเจ้าสัวเอากับเขา คนเชื่อว่า สว.พวกเขามีองค์กรอิสระ พวกเขาคือเขาทำให้คนสิ้นหวังในการเปลี่ยนแปลงได้ไง

อ๋อ ด้วยทำให้คนเชื่อได้ว่า

ปัจจัยร้ายรอบเ

ใช่ เพราะฉะนั้นคนก็จะรู้สึกว่าถ้าถามว่าคนชอบภูมิใจไทยเยอะมั้ยเนี่ย ผมว่าไม่เยอะ

อ่าฮะ

แต่ว่าถ้าถามว่าคนเชื่อว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลได้มั้ยเนี่ย คนจะไม่ค่อยเชื่อ มันจะไม่เหมือนเพื่อไทยนะครับ เพื่อไทยนี่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ

แต่ว่าจะเป็นคนชอบหรือไม่ชอบเนี่ย ทุกคนจะคิดคล้ายๆกับว่ารัฐบาลมีโอกาสโดนเปลี่ยนได้

อื

มีโอกาสจะโดนล้มได้โดยพลังต่างๆ แต่พอเป็นภูมิใจไทยเนี่ย คนจะไม่คิดแบบนั้น

ค่อนข้างแต่มันมีประเด็นนึงที่น่าสนใจ อาจารย์ซึ่งมันอาจจะเป็นโจทย์ที่ขึ้นมาเฉพาะหน้าและอาจจะเป็นระยะต่อไปของรัฐบาลด้วยก็คือกรณีเหตุการณ์ที่ภาคใต้ที่เป็นการไปลอบยิง สส.กมลศักดิ์ แล้วปรากฏว่า เอ่อ ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเนี่ยดันกลายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หนักกว่านั้นคือแม่ทัพภาค 4 ให้สัมภาษณ์ 2 รอบเนี่ยมีปัญหาหมดเลย แต่ขณะเดียวกันทางฝั่งของ เอ่อ เรียกว่าองคาพยพในกองทัพก็หนุนแม่ทัพเต็มที่ แต่ขณะที่ในฝั่งการเมืองก็ดูเหมือนว่าก็เรียกร้องนายกมากเหลือเกินว่าต้องเอาให้ได้ในเรื่องนี้

อาจารย์คิดว่ามองในเดี๋ยวก่อนจะมองตรงนี้ อาจารย์คิดว่าเรื่องนี้มันมันเป็นประเด็นใหญ่กรณีรอบยิง สส.กมลศักดิ์ แล้วมีการไปทำไออทำอะไรด้วย เอาเรื่องของปัญหาตรงนี้ก่อนอาจารย์คิดว่ามันใหญ่ขนาดไหนมันน่ากังวลขนาดไหนสิ่งที่เราเห็น

เอิ่ม ผมคิดว่าเป็นปัญหาสำคัญนะครับ แต่ถามว่า เป็นปัญหาใหญ่มั้ย ถ้าใหญ่ วัดในแง่ความสนใจของประชาชนเนี่ย ไม่ได้ถือว่าใหญ่

ใช่

นะครับ เอ่อ เรื่อง 3 จังหวัดเป็นเรื่องสำคัญ แต่เป็นเรื่องที่คนจำนวนมากคิดว่าเป็นเรื่องไม่เกี่ยวกับตัวเอง

อื

นะครับ เพราะฉะนั้นอ่ะผมเทียบ ผมเนี่ยเป็นคนที่ทันในยุคเหตุการณ์กือเซะ ตากใบ ณ เวลา นั้นเนี่ยนะครับ หลังจากที่มีการชุมนุมของคนตากใบ นะครับ หรือว่าการยิงทีมฟุตบอลนะครับ หรือการยิงเด็กที่กือเซะ ยิงกลุ่มนักเรียนที่โรงเรียนสบ้าย้อยเนี่ย วันนั้นกระแสสังคมรุนแรงกว่าวันนี้มากนะครับ แต่ก็ไม่สามารถจะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่อง ซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติได้ ในที่สุดมันก็เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลคุณทักษิณรุนแรง แต่ว่าพอคุณทักษิณในยุคนั้นจัดกิจกรรมซึ่งสำหรับผลค่อนข้างนอนนอนเซนส์มากนะครับ ซึ่งมาจากการเสนอของนักวิชาการก็คือชวนคนไปโปรยนกกระดาษอ๋อ เอ่อ ผมอยู่ในเหตุการณ์ อือ

เรื่องก็ค่อยๆเบาลงไปในสายตาคนชั้นกลางนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าเราเทียบกับเหตุการณ์กือเซะ ตากใบ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรงมากเนี่ยนะครับ รัฐไทยเนี่ยยังสามารถควบคุมเรื่องนี้ได้นะครับ จนกระทั่งผ่านมาจนถึงยุคที่ เอ่อ พลโทพิศาล แม่ทัพภาค 4 นะครับ สามารถหนีออกนอกประเทศแล้วคดีจบไปได้เนี่ยนะครับ เอ่อ เรื่องเนี้ย ณ เวลานี้ยังไม่ใหญ่ขนาดนั้นนะครับ ถ้าคำถามคือเรื่องใหญ่เนี่ย มันยังไม่ใหญ่ขนาดนั้นนะครับ แต่ถ้าถามว่าเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญมั้ย ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่มันไม่ควรเกิดในเวลานี้นะครับ เหตุการณ์นี้ทั้งหมด ผมว่ามันสรุปประเด็นมันมีอยู่ 3 ประเด็น คือ 1 มันมีการยิง ส.ส.นะครับ โดยทรัพย์สินราชการและเจ้าหน้าที่ราชการเกี่ยวข้องนะครับ การที่รถ กน.ถูกใช้ก็คือรถของราชการเกี่ยวข้อง อ

การที่นาวาเอกมานพ นะครับ เป็นเจ้าของรถก็แปลว่าเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง การที่เรือเอกที่หนีไปนะ ครับ ผมลืมชื่อแกแล้วที่แกเป็นหน่วยนาวิกโยธินและเป็นรีคอน

นะครับ ซึ่งก็เป็นคนที่ถูกฝึกเพื่อฆ่าโดยกองทัพเอง

และเป็นคนที่เป็นบุคคลที่มี

เอ่อ

เออ

คุณค่าสำหรับกองทัพ

เรือเรือเอกวิโรจน์

เออ เรือเอกวิโรจน์ใช่นะครับ เรือเอกวิโรจน์ การที่แกหายตัวไปแล้วกองทัพบอกว่าติดต่อไม่ได้เนี่ยนะครับ นี่คือทหารระดับนาวิกโยธินและรีคอน กองทัพต้องใช้เวลาสร้างนาวิกโยธินและรีคอนปีนึงคุณสร้างได้กี่คน แล้ววิโรจน์เป็นคนที่เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา เป็นรีคอนเป็นนาวิกโยทินหายตัวไปโดนกองทัพบอกว่าติดต่อไม่ได้ รถก็ของกองทัพ เจ้าของรถก็เป็นคนของของกองทัพ นาวาเอกผู้ต้องหาคนนึงก็เป็นคนของกองทัพระดับนาวิกโยทิน

แต่กองทัพบอกว่าติดต่อไม่ได้ มันพิรุธ 2 นะครับ ขณะที่กระบวนการสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ แม่ทัพภาคเรียกออกมาบอกว่าเรื่องนี้ตัวเองและพวกทหาร กอรมนไม่เกี่ยว

อื

คำพูดว่าไม่เกี่ยวเนี่ยนะครับ มันหมายความว่าคุณต้องรู้ว่าใครเกี่ยว เพราะถ้าคุณไม่รู้ว่าใครเกี่ยว คุณบอกไม่ได้ว่าพวกคุณไม่เกี่ยว

ใช่มั้ยครับ

การที่คุณบอกว่าพวกผมไม่เกี่ยว ภาค 4 ไม่เกี่ยว กอรมนไม่เกี่ยว แปลว่าคุณต้องรู้ว่าใครเกี่ยว แล้วนะ แล้วคุณรู้หรือยังว่าใครเกี่ยว ถ้าคุณบอกว่าพวกคุณไม่เกี่ยว แปลว่าคุณต้องรู้ว่าคนที่เกี่ยวคือใคร

อื

มันก็มีคำถาม 2 แบบคือ 1 คุณรู้ว่าคนเกี่ยวคือใครจริงๆหรือเปล่าอ่ะ ถ้าจริง แล้วคุณไม่บอก

อื

คุณปกปิดอะไรอยู่ 2 คุณไม่รู้หรอกว่าใครเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว แต่คุณต้องการปกป้องพวกคุณเอง คำถามคือทำไมคุณต้องปต้องการปกป้องพวกคุณเอง เพราะงั้นเป็นปัญหาแน่นอน

อื

ใช่มั้ยครับ คนราชการนาวาเอก เรือเอกเป็นตัวละครเกี่ยวข้องกับการยิง สส.อย่างอุก อาจกองทัพบอกไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนเกี่ยว การสอบสวนยังไม่เสร็จแต่คุณรู้ไม่เกี่ยว

อื

แปลว่าคุณต้องมั่วหรือไม่คือคุณรู้แล้วว่าคนทำจริงๆคือใครแล้วทำไมคุณไม่เอาคนทำจริงๆออกมา

อื

ข้อ 3 นะครับ เหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่ที่มีทั้งการใช้กฎอัยการศึกและ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นพื้นที่ที่กองทัพมีอำนาจแข็งแรงถูก

มากนะครับ จนมันไม่สามารถที่จะเกิดการยิงขนาดนี้ได้ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะงั้นเมื่อกองทัพรีบบอกว่าเรื่องพวกนี้นะครับ พวกผมไม่เกี่ยว เนี่ยมันเร็วเกินไปแล้ว การสืบสวนสอบสวนมันก็ล่าช้าเกินไป

อื

นะครับ 4 ก็คือผมคิดว่าแม่ทัพภาคนะครับคนนี้เนี่ย ท่านลืมไปว่าความสัมพันธ์ของกองทัพภาคกับ กอรมนกับชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดเนี่ยมีปัญหามานานแล้วแผลมันเยอะ

อื

นะครับ ผมผมว่าเอาเฉพาะตัวละครที่เป็นระดับแม่ทัพภาค หรือว่า เอ่อ กองทัพภาค 4 เนี่ยนะครับ ถามว่ามีกี่กี่ครั้งแล้วที่คน 3 จังหวัดต้องเจอเหตุการณ์ประเภทอุ้มหาย นะครับ หรือการทำร้ายร่างกายนะครับ สืบสวนสอบสวนโดย กองทัพภาค หรือว่าเรื่องอื้อฉาวต่างๆ เช่นนะครับ รองแม่ทัพภาคคนนึงถูกจับเข้าหาคดีค้ามนุษย์จนต้องเข้าคุกแล้วตาย

คือพลโทโทมนัส

อื

นะครับ ถ้าใครจำพลตำรวจโทปวีณได้พลตำรวจโทปวีณเป็นคนทำสำนวนนะครับ แล้วก็โชคดีคิดคดีนั้นเนี่ยนะครับ เราได้ผู้ซากสาน้ำดีท่านนึงนะครับที่เป็นคนจากพื้นที่ด้วยที่มีความมุ่งมั่นในการในการอ่านสำนวนอย่างละเอียดนะครับ มีการตั้งทีมงานที่ดีมากๆนะ ครับโอสำนวนหลายพันหน้าเลยเนี่ยนะครับจนสามารถเอาพลโทเข้าคุกได้ เพราะฉะนั้นเรากำลังพูดถึงหน่วยงานที่ระดับรองแม่ทัพภาคของคุณเนี่ย ข้ามรู้จนเข้าคุกนะครับ 2 พลโทพิศาลนะครับนายทหารขณะสลายการชุมนุมปี ตากใบ

นะครับ ได้มาเป็น สส.เพื่อไทย ประชาชนฟ้องไป ยังศาลจะเอาผิดคดีตากใบ

สส.เพราะพลโทพิศาลหนีออกนอกประเทศ โดยพรรคเพื่อไทยเป็นคนเซ็นให้ออกแล้วคดีตกไป

เอาผิดคนฆ่าไม่ได้

นี่ก็คือกองทัพภาค 4 อีกนะครับ 3 ผมว่าแผลล่าสุดก็คือการที่แม่ทัพภาคเนี่ย พูดว่าปัญหา 3 จังหวัดเนี่ย มันไม่ได้มีการแก้ที่ต้นเหตุนะครับ คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเนี่ยดีแต่ปัญหาคือแม่ทัพพูดต่อว่าต้นเหตุคือโรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนสอนศาสนา

ไปกันใหญ่เลย

คือการพูดว่าโรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนสอนศาสนาคือต้นเหตุเนี่ย คือคุณกำลังจะบอกว่าโรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ซ่องสุมของขบวนการแบ่งแยกดินแดนและผู้ก่อการร้ายใช่หรือไม่

อื

คำตอบคือฟังแล้วเหมือนจะทำให้สังคมคิดแบบนั้น คำถามคือกี่ปีแล้วที่โรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนสอนศาสนาเนี่ยถูกกองทัพกล่าวหาแบบนี้

อื

ผมว่าไม่ต่ำกว่า 30-40 ปีแล้วครับ

ครับ

นะครับ แล้วการกล่าวหาแบบนี้เนี่ย มันทำให้เกิดอะไร มันทำให้เกิดการมันทำให้เกิดการมองนะครับว่าคน 3 จังหวัด หรือเด็ก 3 จังหวัดเนี่ย เป็นพวก BRN พวกผู้ก่อการร้ายไปหมด เพราะเด็กจำนวนที่มีไม่มีตังค์ก็ต้องไปเรียนปอเนาะ

ใช่

ใช่มั้ยครับ แล้วการกล่าวหาแบบเนี้ย ในอีกแง่นึงมันก็สะท้อนด้วยว่ากองทัพเองก็มีอคติกับโรงเรียนสอนศาสนาด้วยนะครับ แล้วอคติแบบนี้มันมีมานานจนแบบคนที่เป็นคนใน 3 จังหวัดคุณก็จะได้ยินข่าวเยอะแยะ เช่น ตำรวจบุกปอเนาะ ทหารบุกปอเนาะ จับโต๊ะครูนะ ครับ มีการเอาโต๊ะครูไปซ้อม มีการเอาอิหม่ามไปซ้อมนะครับ ยัดคดีนะครับ มีทั้งคดีที่ผิดและคดีที่ถูกนะครับ ถ้าผิดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามันมีคดีที่เขาไม่ผิดเนี่ย เรื่องพวกนี้มันไม่ได้หายไปไหนนะครับ เพราะงั้นคำพูดของแม่ทัพภาคเนี่ย ผมว่า เป็นคำพูดที่แย่นะครับ แล้วเป็นคำพูดที่มันทำให้ความรุนแรงใน 3 จังหวัดเนี่ย

มันจะไม่หายไง

มันได้ถูกติดอาวุธจากคนที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพภาคแล้วว่าเฮ้ย คนในพื้นที่มันมีปัญหา ไอ้เด็กโรงเรียนปอเนาะมันมีปัญหา

อื

แล้วมันมีเด็กปอเนาะกี่คนนะ

ใช่มั้ยครับ ผมว่าเนี่ยแหละคือสิ่งที่มันอันตราย เพราะงั้นถ้าเกิดถามผมว่าเรื่องนี้ใหญ่มั้ยเนี่ยไม่ใหญ่

อื

นะครับ ในแง่ของ impact ไม่ใหญ่ แต่ถามว่าเรื่องนี้สำคัญมั้ย เรื่องนี้สะเทือน 3 จังหวัดรุนแรงแน่นอน

ซึ่งนี่แหละกลายเป็นว่าแทนที่รัฐบาลใช่ไหม สมาธิจะได้มุ่งมั่นในการที่จะจัดการกับไอ้ปัญหาที่หนักกว่าอย่างเรื่องของน้ำมันเนี่ย กลายเป็นอยู่ๆมันก็มาเกิดไอ้เคสแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งก็น่าสนใจว่าเค้าจะจัดการ คือด้านนึงอ่ะเรื่องนี้มันมีมุมการเมืองอยู่เพราะคนโดนยิงคือ สส.

ครับ

ใช่มั้ย แล้วก็เป็น สส.ที่ค่อนข้างจะได้รับการยอมรับในพื้นที่ด้วยอย่างคุณกมลศักดิ์

อื

กับประเด็นทางการเมืองอย่างว่าเท่าที่เราประเมินทิศทางการเมืองดูเหมือนภูมิใจเองเขาก็อยากจะเจาะเข้าไปในพื้นที่ 3 จังหวัด

ครับ

เห็นได้จากการตั้งอาจารย์วันน

อื

แต่อีกมุมนึงกลายเป็นว่าที่ผ่านมาเนี่ย ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิใจไทยกับกองทัพก็ค่อนข้างดี

อื

และรอบนี้กองทัพเองดูเหมือนก็จะแบ็คกันเองด้วยว่าเออแม่ทัพภาค 4 ไม่ผิดเว้ย

อื

มันเลยกลายเป็น 2 ขั้วระหว่างการเมืองกับกองทัพเนี่ย

อื

ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าถึงที่สุดจุดสมดุลตรงนี้เนี่ย นายกเขาจะตัดสินใจยังไงแล้วมันจะกลายเป็นมันจะกลายเป็นปัญหาระยะต่อไปหรือเปล่าสำหรับตัวคุณอนุทินด้วย

อาจารย์อาจารย์ประเมิน

จุดตรงนี้ยังไงว่ามันมันมีความเสี่ยงหรือมันมีอะไรที่ต้องระวังหรือตรงนี้มากน้อยขนาดไหน

เอิ่ม ผมว่าก็ต้องทำเรื่องนี้ตามข้อเท็จจริง

อื

นะครับ แต่ผมกลัวว่าคุณจะทำ คุณอนุทินจะทำเรื่องนี้ด้วยความเกรงใจทหารมากกว่าความจริงนะครับ คือคือสไตล์คุณอนุทินเนี่ย แกจะไม่แตกหักกับคนมีอำนาจนะครับ แล้วยิ่งคุณอนุทินเห็นแล้วว่ากองทัพรอบนี้เนี่ยเขาแสดงความเป็นปึกแผ่นในการอยู่ข้างกองทัพภาคเนี่ย

แล้วจะดูว่ากองทัพภาคเนี่ย มันก็ไม่ใช่แค่กองทัพภาคนะครับ แม่ทัพภาคก็มีเครือข่ายของเขาอีก

ใช่

จะต่อสายไปยังแม่ทัพภาคอื่นได้หรือเปล่า ยังต่อสายไปยัง

แม่ทัพเค้ารุ่นเดียวกับ ทบ.ใช่มั้ย เพราะฉะนั้นเนี่ยครับ คุณอนุทินจะกล้าจัดการเรื่องนี้ตามข้อเท็จจริงมั้ย นั่นก็คือ ถ้าเกิดมันมีคนของ กอรมนผิด

อื

มันก็ต้องผิด

อื

ใช่มั้ยครับ แล้วข้อเท็จจริงในกรณีก็คือ คุณจะอธิบายยังไงว่ารถที่ยิง สส.เป็นรถ กมน.นะครับ รถคันนั้นอยู่ภายใต้การใช้ของนาวาเอกมนตรีนะ นาวาเอกมนตรีบอกว่าผมให้เพื่อนผมยืม ถ้าเป็นเหตุการณ์สมมุติมันมี เอาอย่างงี้มันมีใครเชื่อเรื่องพวกนี้ไม่ เอาอย่างงี้ก่อนสมมุติมันมีเหตุการณ์ที่มันมีบังเอิญมีคนฆ่า สส.ภูมิใจไทยคนนึงนะครับ แล้วรถที่ฆ่า สส.ภูมิใจไทยเนี่ยเป็นรถของ เอ่อ ตำรวจ สน.นึงนะครับ ตำรวจที่เป็นเจ้าของรถคันนั้นบอกว่าผมไม่เกี่ยว ผมให้เพื่อนผมยืมรถไปมันเอาไปยิงใครผมไม่รู้เรื่องเนี่ย คุณอนุทินเชื่อมั้ยล่ะ เอาอย่างงี้ก่อน ง่ายๆก่อนก็คือว่าพยานแวดล้อมมันเป็นแบบนี้คือรถของกองทัพถูกใช้ยิงคนนะครับ รถคันนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของนาวาเอก

มันน่าสงสัยอยู่แล้วอ่ะ

เออ แล้วนาวาเอกบอกว่าเอารถไปให้เพื่อนยืม อะ นาวาเอกไม่ใช่เจ้าของรถไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นของทรัพย์สินรัฐน่ะ เออ คุณเอารถหลวมให้เพื่อนคุณยืมได้ด้วยเหรอ คือทั้งหมดมันมีคำอธิบายที่ไม่สมเหตุสมผลเยอะไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วความสัมพันธ์ระหว่างนาวาเอกมนตรีกับเรือเอกวิโรจน์ล่ะ เค้าสัมพันธ์กันยังไง

อื

ใช่มั้ยครับ เพราะงั้นถ้าข้อเท็จจริงมันเป็นแบบนี้แล้วแม่ทัพบอกก่อนว่ากองทัพไม่เกี่ยว

ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับกองทัพเลยเนี่ย ผมว่าน้ำหนักเนี่ยสังคมจะเชื่อน้อย คุณมีรถของ กมน.ถูกใช้ยิงคน คุณมีนาวาเอกเป็นคนควบคุมรถ แล้วคุณมีเรือเอกเป็นผู้ต้องหาเป็นผู้ต้องหาระดับตัวท็อปคือเป็นรีคอนเป็นนาวิกโยทินแต่แม่ทัพบอกว่าพวกคนเหล่าเนี่ยไม่เกี่ยวเลย แบบนี้แสดงว่าเป็นไปได้เหมือนกันที่ถ้าคิดโดยเงื่อนไขปัจจัยมีโอกาสที่คดีนี้สุดท้ายมันก็จะเหมือนหายไปเงี้บ

ออแน่นอนครับ ขนาดตายตากใบตาย 85 ขวบ ประเทศนี้ทำให้หายได้ครับ เพราะงั้นประเทศนี้เรื่องของการช่วยให้ฐานพ้นผิดเนี่ยมันทำกันเยอะมาก

ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้มันสำคัญแต่มันไม่ใหญ่ไงครับ เพราะว่าในที่สุดแล้วเนี่ยรัฐไทยนะครับรัฐบาลหรือกองทัพเขาจะมีวิธีเสมอในการทำให้เรื่องนี้เงียบๆไป คุณอาจจะเห็นคุณทวี หรือพรรคประชาชาติฮึมห้ามฟึดฟัดกระฟัดกระเฟี้ยนหน่อยๆ แต่สุดท้ายเนี่ยถ้าอาจารย์วันนกับคุณอนุทินตกลงกันได้ว่าให้ทุกคนเงียบมันก็ต้องเงียบ

ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นไงครับ

นี่คือการที่ถ้าเป็นความจริงนะครับ เอ่อ ทรัพยากรของรัฐ ทรัพย์สินของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐเนี่ยเกี่ยวข้องกับการยิงพลเรือนนะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันต้องปล่อยให้การสืบสวนมันเดินหน้าอย่างเต็มแนว แล้วกองทัพไม่ต้องมาบอกว่าใครบริสุทธิ์

อื

คือเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพมาบอกเนี่ยแปลว่าคุณการันตีแล้ว พอกองทัพบอกอย่างเงี้ย ตำรวจที่ไหนก็ไม่กล้าสืบสวนสอบสวนหรอก

ใช่

ถ้าคุณเป็นตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัด คุณกล้าสืบสวนสอบสวนมั้ยในเวลาที่กองทัพภาค กอรมนซึ่งเป็นคนมีอำนาจสูงสุดในสถานการณ์ฉุกเฉินและกฎอัยการศึกบอกว่าพวกผมไม่ผิด ตำรวจไม่กล้าสืบสวนสอบสวนหรอก เผอๆตอนนี้ตำรวจเขียนสำนวนแล้วว่าไม่ผิดครับ คือคำรามขนาดนี้ตำรวจที่ไหนจะไปกล้าทำคดี เอาอย่างงี้ก่อน เพราะฉะนั้นผมว่าคุณอนุทินเนี่ยจะต้องเอาให้ชัดว่าเรื่องนี้เนี่ยนะครับ

จุดยืนคุณคืออะไร

ใช่

คุณจะอยู่ข้างใคร

คุณจะอยู่ข้าง

ความยุติธรรม หรือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่าเออจะเลือก

ขั้นต่ำสุดคุณอนุทินต้องบอกกองทัพว่ากองทัพต้องหยุดทำตัวเป็น

เป็นฝ่ายตรงข้ามประชาชนในเรื่องนี้โดยการบอกว่าพวกผมไม่ผิด อันนี้ต้องบอกต้องต้องให้กองทัพหยุด เพราะว่า ณ วันเนี้ยคนเขาไม่ได้กล่าวหากองทัพนะฮะ แต่กระบวนการสืบสวนสอบสวนเนี่ยมันเดินหน้าไม่ได้เพราะว่าฝั่งกองทัพไปบอกว่าพวกผมไม่ผิด งั้นกองทัพกลับสู่ที่ตั้งแล้วให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนทำหน้าที่ตามปกติของไปของเค้าไป

โอ ผมว่าอย่างงี้ก็วัดใจนายกเหมือนกันนะ

ก็

คือว่าเออคุณแบบโอเคด้านนึงคุณสนิทกับกองทัพ

อื

แต่อีกด้านนึงเออไอ้คดีนี้มันก็ใหญ่และและหลักฐานพฤติการมันค่อนข้างชัดเจนนะ

อื

เออว่านายกเขาจะเค้าจะทำให้มันออกมาเป็นแบบไหน

ใช่ คือขั้นต่ำสุดผมว่ากองทัพเองก็ก็ควรจะเห็นว่าวันเคสนี้เนี่ยนะครับ คือเราก็ไม่สามารถสรุปว่าใครเป็นคนยิงได้ใช่ แต่ว่าสิ่งที่สรุปได้คือกองทัพเนี่ยอย่าเล่นบทปกป้องพวกเดียวกัน

อื

วันนี้กองทัพลำเส้นแล้วไง คุณเล่นบทปกป้องพวกเดียวกันในเวลาที่การสืบสวนสอบสวนมันยังไม่จบมา คุณทำไปเพื่ออะไรอ่ะ

เพิ่งเริ่มเอง

เออ

อื

ใช่มั้ยครับ การสืบสวนสอบสวนยังไม่จบ ผู้ต้องหายังได้ตัวมันไม่ครบ กองทัพรีบบอกเลยว่าพวกผมไม่เกี่ยว มันทำอย่างนี้ได้มั้ยอ่ะครับ เพราะงั้นที่สังคมเรียกร้องจากกองทัพคือคุณแค่ทำตัวเป็นเหมือนหน่วยราชการอื่น ๆ ถ้ามีข้าราชการหน่วยใดหน่วยหนึ่งที่คนของไปก่อเรื่องไปยิงไปฆ่าคนตายเนี่ย ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เอาผิดตามกฎหมายไปสืบสวนสอบสวนไป หน่วยอื่นก็เป็นแบบนี้

อาจารย์

ไม่หรอกสมมุติเป็นอ่ะสมมุติเป็นกระทรวงพา เจ้าหน้าที่พาณิชย์ไปยิงคนมันมีอะไรอย่างงี้มั้ยล่ะ เค้าก็ไม่เออ

เออ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นะครับ กองทัพทำตัวเป็นกองทัพแบบปกติ อย่าปกป้องพวกตัวเอง

อื

วันเนี้ยมันเริ่มมีมันเริ่มมีการล้ำเส้น แล้วพอมันเริ่มมีการล้ำเส้นมันก็เริ่มมีการใช้ IO แล้วพอมันเริ่มมีการใช้ IO มันก็เริ่มล้ำเส้นเต้นไปเรื่อยๆไง

คุณพี่แยมนี่โดนโดนเล่นเป๊ะเลยอ่ะ

ใช่ๆใช่ แล้วอย่างไออย่างการโจมตีแยมตอนเนี้ย การโจมตีว่าแยมเป็น BRN ต่างๆนานาเนี่ยนะครับ คือเวลาคุณโจมตีแยมเป็น BRN เนี่ย คุณกำลังโจมตีคนที่ออกช่อง 3 ทุกคืน ว่าเป็น BRN คุณบอกว่าคุณกิตติเป็นพวก BRN เหรอ

คุณกิตติก็ให้คุณแยมเป็นคนไปติดตามเรื่องนี้ไง

เออ คุณคุณจะบอกว่าช่องที่มีสรยุทธ์มีการใช้เป็นพวก BRN เหรอ

คือตรรกะของมันมันไม่มีใครเชื่อว่าแยมเป็น BRN อ

เพราะงั้นพอคุณกล่าวหาคนด้วยตรรกะแบบนี้ ที่สุดมันก็จะเกิดกระแสตีกลับไปยังพวกคุณเองว่าคุณปั่นเกินเหตุแล้วไง

อื

เค้าเป็นแค่สื่อที่ตรวจสอบเรื่องปกติว่าตกลงเคสนี้ใครยิง การตรวจสอบที่ปกติถูกโจมตีในเครือข่ายที่คนก็เชื่อว่ากองทัพเกี่ยวข้องบอกว่าเขาเป็น BRN อย่างเงี้ย แล้วถามว่าในรอบ 30-40 ปีมุกนี้มันใช้กันบ่อยมั้ยโดยฝั่งกองทัพมันใช้กันประจำคนรู้มันเป็นกระบวนการท่าก็เคยโดนน่ะดิครับ มันเป็นกระบวนท่าที่แบบคุณใช้ปุ๊บคนก็แบบ เอาอีกแล้วมุกนี้มาอีกแล้วอ่ะ

อื

เมื่อไหร่ก็ตามที่คนวิจารณ์กองทัพ เมื่อไหร่ก็ตามที่คนวิจารณ์การอุ้มหายนะครับ การฆ่าพลเรือนเนี่ย ใครที่วิจารณ์จะโดนข้อหา BN โจรใต้

เออ

นู่นนี่นั่นเยอะไปหมด ผมยังเคยโดนข้อหากบฏเลยครับ คือหน้าอย่างผมเป็นกบฏได้ยังไงครับ

ปืนก็ไม่มี

ปืนก็ไม่มียิงก็ไม่เป็นด้วยจะเป็นกบฏบ้าอะไรครับ นึกออกมั้ย มันปั้นกันขนาดนี้ไง

เพราะงั้นพอคุณไปโจมตีอย่างแยมเนี่ย มันก็เกิดคำถามว่า

คุณมีพิรุธอะไรหรือเปล่า มันคือการเบี่ยงเบนประเด็นหรือเปล่า

อื

คือในสุดแล้วการโจมตีคุณทัปนีว่าเป็น BRN หรือการบอกว่าปอเนาะเป็นต้นตอของปัญหาเนี่ย ในแง่นึงมันคือสะท้อนวิธีคิดแล้วมันก็คือการการพยายามจะเบี่ยงเบนประเด็นด้วยนะ ประเด็นหลักของเรื่องนี้คือตกลงคนยิงคือใครใช่

แต่ตอนนี้คุณเบี่ยงเบนไปเป็นว่าเฮ้ยไอ้แยมที่ถามเรื่องมันเหมือนแก๊ง BRN เฮ้ยพวกโรงเรียนปอเนาะคือแก๊งก่อการร้าย

มันนึกออกมั้ย มันคือการทวิตประเด็นว่ามันมีขบวนการก่อการร้ายซึ่งทัปนีเป็นหนึ่งในขบวนการและโรงเรียนปอเนาะเป็นหนึ่งในขบวนการ แล้วคนเหล่านี้กำลังรังแกเจ้าหน้าที่รัฐไทย

อาจารย์คิดว่าถึงที่สุดเรื่องนี้มันจะมีผลกระทบกับสถานะของรัฐบาลมั้ย

ไม่มี

ก็คือเป็นมันจะถูกจำกัดวงให้เป็นแค่เรื่องของภายในพื้นที่แล้วก็จบลงไปแบบเงียบๆ แต่มันจะไม่มีผลกระทบต่อสถานะ หรืออาจจะกลายเป็นประเด็นที่สุดท้ายนำความลำบากมาสู่รัฐบาลมันจะมันจะไม่ไปถึงจุดนั้นไม่

เอ

คนคนไทยโดยทั่วไปไม่ได้รู้สึกเรื่องแบบนี้ขนาดนั้น

และอันนี้พูดได้ในฐานะคนในพื้นที่และไม่น้อยนะ มุมมองของคนในพื้นที่จำนวนหนึ่งก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกับแม่ทัพ

อืใช่

ก็คิดแบบนั้น ซึ่งมันก็อาจจะเป็นความชอบธรรมที่เขาอ้างอิงได้ อื มันจะไม่กลายเป็น

โอกาสที่จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมันมันน้อยมากที่จะทำให้รัฐบาลลำบาก

ถ้าเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวระดับประเทศน้อยมากนะครับ แต่ว่าถ้าเกิดทำให้ความไม่พอใจต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นมั้ยใน 3 จังหวัดมีแน่นอนนะครับ ความไม่พอใจ

ต่อพรรคภูมิใจไทยอาจจะมีมากขึ้น

อื

ซึ่งอันนี้มันจะเป็นผลกระทบทางการเมืองเชิงพื้นที่มากกว่าในระดับชาติ เช่น ภูมิใจไทยอยากจะไปบุกตลาดใน 3 จังหวัดก็จะยากมากขึ้น ถ้าคุณจัดการปัญหานี้ได้แบบไม่

ไม่เบ็ดเสร็จ หรือว่าไม่เคลียร์

อ่า หรือท้ายที่สุดมันไม่เกิดอะไรเกิดขึ้น

หรือภูมิใจไทยต้องใช้วิธีเจรจากับพรรคประชาชาติผ่านการเจรจากับอาจารย์วันนว่า อาจารย์

อื

เราค่อยๆทำให้เรื่องนี้เงียบกันได้มั้ย

เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้จึงน่าสนใจไงที่นายก ลงพื้นที่ไป

ไปหาจวน

ที่ยะลา แล้วก็เดี๋ยวคุณกมลศักดิ์ก็จะมาเจอด้วย ซึ่งก็มีการจับตาว่านี่จะเป็นการ

เคลียร์ใจ หรือว่าตกลง หรือคุยอะไรกันหรือเปล่า

คือผมว่าในที่สุดแล้วเนี่ยนะครับ มันก็เป็นด่านวัดใจพวก สส.พรรคประชาชาติด้วย เพราะว่า ณ วันเนี้ย พรรคประชาชาติก็เป็นพรรคที่มี สส. 6 คนใช่มั้ยครับ

ใช่ 6 คน

6 คน ซึ่งมีอยู่ 2 มุ้งนะครับ มุ้งที่ 1 คือมุ้ง

อาจารย์วันน

5 คนแล้วมุ้งคุณทวีซึ่งมีคุณทวี 1 คน

อาจารย์อย่าเรียกมุ้ง อันนี้เค้าเป็นรัฐอิสระ

แต่เค้าเป็นหัวหน้าพรรคนะ

เค้าเป็นหัวหน้าพรรค

มีเงื่อนไขของเค้าอยู่

เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับ พรรคประชาชาติก็เป็นด่านวัดใจ สส.ว่าเฮ้ยมันมี สส.มุสลิมอย่างคุณกมลศักดิ์ที่เป็นคนที่ เอ่อ ทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชน

หนักหน่วง

นะครับ โดนเรื่องแบบนี้เนี่ย พวก สส.พรรคประชาชาติ คุณจะเอายังไงระหว่างการสยบยอม

อื

ทางการเมืองระหว่างอาจารย์วันนกับพรรคภูมิใจไทย

นะครับ ที่คนมองกันแบบนั้นนะครับ

กับการเรียกร้องความเป็นธรรมให้มากขึ้น

อื

ซึ่งมันก็จะกลายเป็นว่าคุณก็ต้องไปพูดตรงกับคุณทวีมากขึ้น

นะครับ ซึ่งตอนนี้คุณทวีทั้งมุ้งมีแกอยู่คนเดียว

โห แล้วแกนี้ลุย

คำถามคือ สอบพรรคประชาชาติจะเลือกอะไรระหว่างคุณทวีซึ่งมีตัวเองอยู่คนเดียวกับอาจารย์วันน

ซึ่งจะเปิดบ้านคุยกับคุณอนุทิน อื ผมกลัวว่า สส.พรรคประชาชาติเนี่ยจะลอยแพคุณคุณทวี

ซึ่งซึ่งในแง่นึงมันก็ดูย้อนแย้งเพราะคุณทวีเป็นคนพุทธแต่กลายเป็นคนที่พูดเรื่องความเป็นธรรมของการยิง สส.เออมุสลิมมากที่สุด

ปาชดะมาก

เออ ส่วนอาจารย์วันนเนี่ยบทบาทเป็นยังไงเนี่ยผมว่าเดี๋ยวเราจะได้เห็นกัน

อื

นะครับ ว่าระหว่างการขอความเป็นธรรมกับระหว่างการอ่ะไม่เป็นไรนะครับ เราพวกเดียวกัน

อื

มันจะเกิดอะไรขึ้น พรุ่งนี้จะได้เห็นกัน

อืม อันนี้เป็นจุดตัดที่น่าสนใจ โอเค อันนี้จะเป็นเรื่องนึงของรัฐบาลที่จะต้องเจอตรงนี้ นะครับ อย่างนี้จริงๆยังไม่นับไอ้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดอะไรอีกนะ

ที่ตอนนี้โอ้โหคนภาคเหนือนี้บ่นกันขรมเลยนะ แต่ขณะเดียวกันดูไอ้ตัวกฎหมายเนี่ย

อื

ค่อนข้างชัดแล้วแหละว่าว่าอาจจะไม่ได้ไปต่อ

อันนี้ก็เป็นจุดท้าทายของรัฐบาลเหมือนกัน แต่ผมอยากชวนอาจารย์ไปที่ฝ่ายค้านบ้างดีกว่า คือคนก็จับตาเยอะว่าแล้วฝ่ายค้านรอบนี้หลังจากที่คือก่อนหน้านี้พอรัฐบาลมันยังไม่ใช่ ครม.แบบตัวจริงเสียงจริงอ่ะ มันก็จะมีข้ออ้างลักษณะแบบว่าเฮ้ย เอ่อ ยังไม่มีอำนาจเต็ม เดี๋ยวค่อยว่ากัน กับ 2 คือในทางกฎหมายเนี่ยพอมันไม่มี ครม.ชัดเจนนะ เหมือนฝ่ายค้านเองก็ยังทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ทีนี้พอตอนนี้มี ครม.ชัดเจนแล้วเนี่ย อาจารย์ประเมิน เอ่อ ฝ่ายค้าน ในช่วงหลังสงกรานต์ต่อเนื่องไปทั้งปีนี้ อาจารย์มองเค้ายังไงคืออยากเห็นอะไรจากฝ่ายค้าน

ผมว่าฝ่ายค้านเริ่มเริ่มล็อกเป้าได้แล้วนะครับ เอ่อ พรรคประชาชนเอง การพูดเรื่องประเด็นเศรษฐกิจเราเริ่มเห็นแล้วว่ามีการ มีความชัดเจนอย่างน้อย 2 เรื่อง

อื

นะครับ เรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การเยียวยานะครับ

เอ่อ การพูดถึงเรื่องคนละครึ่งพลว่ามีข้ออ่อนยังไง การพูดถึงเรื่องโครงการต่างๆของรัฐบาลว่ามีข้ออ่อนยังไงนะครับ เอ่อ หรือว่าการพูดถึงงบประมาณต่างๆว่ามีข้ออ่อนยังไงนะครับ เอ่อ ความล่าช้าในการจัดการงบประมาณเนี่ยนะครับ ผมว่า เอ่อ คุณศิริกัญญาเริ่มกลับมาเล่นบทบาทที่คุณศิริกัญญาถนัดแล้ว

นะครับ จะบริหารจัดการงบประมาณยังไง งบประมาณมีความไม่รอบคอบยังไงนะครับ แล้วผมคิดว่า ณ เวลานี้ถ้าเกิดเรานับนักการเมืองที่มีความเข้าใจกระบวนการในการจัดทำงบประมาณนะครับในประเทศไทยตอนนี้ผมว่าคุณศิริกัญญาเป็นหนึ่งในท็อปไของประเทศแน่นอน

อื

นะครับ คือนักการเมืองที่ชอบเป็นกรรมาธิการงบประมาณเนี่ยมันเยอะ แต่คนจำนวนมากที่ชอบเป็นกรรมาธิการงบประมาณเนี่ย ชอบเพราะว่ามันได้รีดไถต่างคน

เออ อาจารย์วงเล็บไว้ด้วยดิเออ

เออ ใช่มั้ยครับ แต่คนที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณเพื่อจะตรวจสอบการใช้งบประมาณเนี่ยมันน้อย

นะครับ แล้วยิ่งคนที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณที่เข้าประชุมทุกครั้งเนี่ย มันอาจจะสักประมาณ 15 หรือ 20%

อื

ส่วนที่เหลือเนี่ยชอบเป็นกรรมาธิการงบประมาณแต่ไม่ชอบเข้าประชุมมาเซ็นเอาค่าเบี้ยเลี้ยง 1,500 แล้วก็แล้วก็ไปเข้าชุดอื่นอะไรอย่างเงี้ย เพราะงั้นผมว่าคุณศิริกัญญาเนี่ยเริ่มตั้งหลักได้นะครับว่า

การจัดงบประมาณรอบนี้จะมีประเด็นตรงไหนที่มันทำให้การเยียวยาเศรษฐกิจหรือการฟื้นเศรษฐกิจมันไม่ครบ

อื

นะครับ อันที่ 2 ผมคิดว่าพรรคประชาชนเริ่มตั้งหลักได้ว่าซึ่งก็ต้องพรรคประชาธิปัตย์ด้วยนะครับ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนเริ่มตั้งหลักได้ว่าเรื่องของน้ำมันนะครับ เรื่องของการตามตัวคนที่ทำผิดเรื่องน้ำมันนะครับ เรื่องของการเปิดประเด็นเสี่ยเต่าเนี่ยนะครับ น่าจะเป็นประเด็นที่มันจะถูกขยายให้ผลได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าเรื่องเสี่ยเต่าเนี่ย เสี่ยเต่าเต่าเนี่ย ณ วันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ข้อกล่าวหานี่รุนแรง

อื

ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์หรือพรรคประชาชนเนี่ยพูดเหมือนกัน 3 เรื่อง เรื่องที่ 1 คือเสี่ยเต่าเต่าเชื่อมโยงไปยังรองนายก

อื

นะครับ 2 เสี่ยเต่าเต่ากักตุนน้ำมัน

อื

ซึ่งมีการจับกุมได้แล้ว 3 เสี่ยเต่าเต่าเนี่ย

โอ

เป็นสปอนเซอร์ของพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาล

อื

2 เรื่องนี้พรรคประชาชนกับประชาธิปัตย์พูดตรงกันนะครับ ดังนั้นผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเห็นแล้วทั้ง 2 พรรคเนี่ยล็อกเป้าได้

ครับ

และมันเป็นการล็อกเป้าที่ภูมิใจไทยเนี่ยไม่มีใครตอบโต้เลย คือมันเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมากนะครับ คือถ้าเกิดทุกคนฟังคุณกร คุณโรม คุณกฤษฎาเนี่ย เขาระบุหมดแล้วครับว่าเสี่ยเต่าเต่าเนี่ยสนิทกับรองนายกคนไหนนะครับ ผมพูดไปทุกคนก็รู้แต่เนื่องจากผมขี้เกียจมีคดีนะครับ การพูดถึงชื่อที่ทุกคนรู้เนี่ยผมก็ขี้เกียจพูด

ครับ

เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับ ไอ้การที่รองนายกคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวพันกับเสี่ยเต่าเต่าเนี่ย แล้วก็ลูกชายเสี่ยเต่าเต่าเป็นคนบริจาคเงินให้พรรคการเมืองนึง เรื่องพวกนี้เป็นข้อเท็จจริง

มีหลักฐานพิสูจน์ได้

การจับน้ำมันที่มีการเอ่อกักตุนในคลังน้ำมันของเสี่ยเต่าเต่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ คำถามมีอยู่แค่ว่าทำไมคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นรองนายก หรือคุณอนุทินเนี่ยไม่มีการตอบโต้เรื่องนี้เลย คือข้อหาใหญ่ขนาดเนี้ยทุกคนใช้วิธี

เงียบ

เงียบ แล้วอาศัยจังหวัดชุลมุนช่วงสงกรานต์นะครับ ไม่ยอมพูดอะไรในเรื่องนี้

แล้วคุณอนุทินตอนนี้ไปไหนก็จะใช้วิธีปิดปิดวาจา

เออปิดปากปิดหู คืออาทิตย์ที่แล้วปิดปาก อาทิตย์นี้เริ่มปิดหู อาทิตย์หน้าคุณจะ คุณอนุทินจะปิดตาหรือเปล่า

สัญญาณอันตรายนะเนี่ย

คุณจะเป็นแบบเหมือนอะไรนะ รูปปั้นลิง 3 ตัวเล่นบทอย่างงั้นหรือเปล่า ปิดหูปิดปาก ปิดปากปิดตา แต่ว่าไอ้การปิดหูปิดปากปิดตาในเวลาที่คนสงสัยรัฐบาลเนี่ยมันไม่ช่วยอะไร

ถูกหนักคนไทยเนี่ยจะจะมีความเชื่ออย่างนึงว่าถ้าไม่จริงคุณต้องปฏิเสธถูก

ผมผมไม่รู้ว่าความเชื่อนี้ถูกหรือเปล่านะ แต่คนชอบคิดว่าถ้าคุณถูกด่าแล้วคุณไม่ปฏิเสธแปลว่าคุณคุณน่ะยอมรับ

คุณจริงเออ

เออ ซึ่งคนไทยคิดกันอย่างเงี้ยนะครับ มันก็ไม่แฟร์คนที่ถูกด่าเท่าไหร่นะ แต่ว่าบังเอิญประเทศเนี้ยเขาคิดกันอย่างนี้ว่าถ้าไม่จริงคุณต้องปฏิเสธ

อื

งั้นแล้วคุณอนุทินหรือพรรคภูมิใจไทยเนี่ย เลือกใช้วิธีพูดอะไรในเรื่องนี้เลยอ่ะ ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงอย่างเงี้ย แล้วสไตล์ภูมิใจไทยเนี่ยคุณแตะเค้านี่เดี๋ยวมันก็ขู่ฟ้องแล้ว พรรคภูมิใจไทยชอบขู่ฟ้องจะตาย คุณสุภชัยชอบขู่ฟ้องจะตายนี่ขนาดกล่าวหาว่าเสี่ยเต่าเต่าสนิทกับรองนายกนะครับ ลูกเสี่ยเต่าเต่าเป็นคนบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย เรื่องอย่างเงี้ยมือฟ้องภูมิใจไทยยังเงียบเลยอ่ะ

อื

มันเกิดอะไรขึ้นน่ะพี่ซุปชอบฟ้องคนมาก ทำไมเคสนี้พี่คุณไม่ขู่ฟ้องคนมั่งเลยอ่ะ

อื

ใช่มั้ยครับ มันมันเงียบจนผิดปกติแล้วไง งั้นเงียบจนผิดปกติในกรณีผมคิดว่ามันเป็นพิรุธจริงแล้วก็ฝ่ายค้านเค้าตั้งหลักได้แล้วว่าเขาจะวิพากษ์วิจารณ์นะครับ หรือว่าจะหลอกเป้ายังไงในเรื่องที่รัฐบาลไม่กล้าตอบ

อืม อันนี้ก็จะเป็นโจทย์ที่เราจะได้เห็นจากฝ่ายค้านที่อย่างน้อยที่สุดเดี๋ยวสัปดาห์หน้าพอกลับมาประชุมสภาเนี่ยอ่ะ ตั้งกระทู้ถามสด

อื

อาจจะมีแน่ๆใช่มั้ย แล้วก็การขับเคลื่อน

นอกสภาในการแถลง หรือการเปิดประเด็นต่างๆ เนี่ย อันนี้เราก็จะได้เห็น

เห็นหลังจากนี้แล้ว ซึ่ง เอ่อ อาจารย์ประเมิน impact ของฝ่ายค้านหลังจากนี้มันจะมีผลกระทบมันจะมีอิทธิพลมากน้อยขนาดไหนในแง่เชิงประเด็นในแง่เชิงภาพที่สำคัญรอบนี้คือถ้าเรามองต่อเนื่องมาจากตอนอภิปรายนโยบายเนี่ยเราก็เห็นว่าประชาธิปัตย์เองเขาก็พยายามจะยกระดับตัวเองขึ้นมาเอ่อ เช่นเดียวกันกับพรรคประชาชนที่ก็ทุกคนก็จับตาถึงมาตรฐานที่เขาเคยทำมาได้ตลอดมันจะทำให้รัฐบาลเองก็ไม่ง่ายเหมือนกันใช่ไหมในการที่จะทำอะไรหลังจากนี้

ผมว่าฝ่ายค้านเริ่มล็อกเป้าได้ในการทำให้คนเนี่ยหงุดหงิดกับรัฐบาลนะครับ ในเรื่องซึ่งถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ปุ๊บเนี่ยนะครับ รัฐบาลจะมึน เช่น

รัฐบาลจะมึน

เอ่อ กรณีคุณอนุทินขับเครื่องบินส่วนตัวไปตรวจน้ำมันไปตรวจปั๊มน้ำมันตามจังหวัดต่างๆ คือคุณอนุทินเป็นคนขับเครื่องบินตลอดอยู่แล้ว

แต่ว่าวันเนี้ยอารมณ์ของสังคมเนี่ยมันมาถึงจุดที่เห็นคุณอนุทินขับเครื่องบินเนี่ยก็ไม่พอใจอ่ะ คือขณะที่คุณอนุทินบอกให้คนประหยัดใช่มั้ยครับ ไปไหนมาไหนก็ใช้น้ำมันอย่างประหยัด แล้วก็ไปคาพูคุณขับเครื่องบินส่วนตัวไปไปตามพื้นที่ต่างๆนะฮะ แล้วรอง เอ่อ ว่าที่รองโฆษกก็ออกมาชี้แจงว่าไอ้การที่นายกเรียกร้องให้คนประหยัด ขณะเดียวกันตัวนายกเองกลับขับเคลื่อนไปที่ต่างๆเนี่ย มันคนละบริบทกัน

อ๋อ

คือคำพูดนี้มันเป็นคำพูดที่มันไม่ได้ช่วยอะไรนายก ผมไม่ได้บอกว่านายกผิดนะครับ

แต่ว่าผมกำลังบอกว่ามันมีเซนส์บางอย่างในสังคมที่มุมมองต่อนายกมันเปลี่ยนน่ะ

อื

คือ นายกขับเครื่องบินมาตลอดแต่พอนายกเรียกร้องให้คนประหยัด แล้วนายกไปขับเครื่องบินลงพื้นที่เนี่ย ชาวบ้านเค้าด่าไว้ยังไงอ่ะ

เค้าก็ด่า อ้าวคุณเรียกพวกเราเรียก ร้อยพวกเราประหยัด แล้วคุณกลับเครื่องบิน

ไปลงพื้นที่มันประหยัดตรงไหน?

อือ แล้วรองโฆษกรัฐบาลก็บอกว่ามันเป็นคนละบริบทกัน 2 นายกใช้เงินตัวเอง ไม่ผิด ไม่ได้ใช้ภาษี

อ้า แล้วเวลานายกเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดนะ คุณก็เรียกร้องให้เราประหยัดด้วย เงินเราไม่ใช่เหรอ การประหยัดเนี่ย มันไม่เกี่ยวกับว่าใช้ภาษีหรือไม่ใช้ มันเป็นสิ่งที่นายกบอกว่าคนจน ชาวบ้านต้องประหยัด แล้วทำไมนายกไม่ทำ? แล้วในสังคมไทยเนี่ย ไอ้เรื่องประเภทผู้นำเรียกร้องจากประชาชน แล้วผู้นำไม่ทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างเนี่ย มันเป็นเรื่องที่คนเขาจะเกลียดรัฐบาล

คือเวลาคนเกลียดรัฐบาล มันไม่ได้มาจากเรื่องจุดยืนประชาธิปไตย เรื่องฆ่าคนใน 3 จังหวัดจริงหรือเปล่า มันมาจากการเกลียดด้วยเรื่องพวกนี้ เฮ้ย รัฐบาลพูดอย่าง ทำอย่างมั้ย? เฮ้ย รัฐบาลว่าแต่เขา อีเหน็บเป็นเองมั้ย? เฮ้ย รัฐบาลเนี่ยนะครับ เอ่อ ดีแต่พูด เรียกร้องให้ประชาชนทำนู่นทำนี่ แต่คุณไม่ทำหรือเปล่า? ไอ้เรื่องพวกนี้ ผมว่ามันเกิดขึ้นแล้วในสังคม

แล้วมันจะสะสม สะสม แล้วมันไม่มี มันมันออร์แกนิคไง มันไม่มีฝ่ายค้าน เรื่องพวกนี้มันออร์แกนิค คนเห็นรูปนายกขึ้นเครื่องบิน

เออ คนใหม่ใช่ เออ แล้ว 2 วันคนละลำด้วยนะ วันที่ 1 ลำเล็ก วันที่ 2 ลำใหญ่ด้วย

อือ แล้วก็ขึ้นปุ๊บก็ไปโชว์แบบตรวจน้ำมงน้ำมันอะไรอย่างเงี้ย คือไอ้ไปตรวจน้ำมันเนี่ย อาจจะไม่เท่าไหร่นะครับ แต่ว่าไอ้ขับเครื่องบินเนี่ย ผมว่าคุณโอทินบอกลูกน้องว่า เลิกถ่ายได้แล้ว คือพอละ 2 วันโชว์ว่ามีเครื่องบิน 2 ลำเนี่ย ขับไม่ซ้ำกันเนี่ย โอเค พอและ พอควรแก่เหตุและ

อ่า คือถ่ายแค่ภาพตอนไปตรวจก็พอ พอนะครับ ไม่ต้องถ่ายประเภทขึ้นลงเครื่องบิน ประเภทผมมีเครื่องบินส่วนตัวเนี่ย ไม่ต้อง

อือ ยิ่งลำที่ 2 วันที่ 2 มันยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยเนี่ย มันเป็น แล้วเนี่ย มันมันเริ่มไปไกลนะครับ มันก็จะเริ่มทำให้คนเห็นว่า อ้านายกเขาก็เอ็กซ์คลูซีฟแล้ว คุณโอทินพยายามจะสร้างเสน่ห์ด้วยการโชว์ว่าตัวเองติดดินใช่มั้ย เดี๋ยวก็โชว์รูปไปกินก๋วยเตี๋ยว เดี๋ยวโชว์รูปไปกินร้านมนต์มา

ดู เออ เออ แล้วมา มาปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?

ส่วนทางกัน ใช่ดิครับ

แล้วอย่างไปกินร้านมนต์ ผมก็บอกหลายครั้งแล้วว่า ไปกินเนี่ย กินแบบคนรู้เมนูของจริงหน่อยนะครับ เมนูเนื้อย่างกระเทียมเนี่ย บอกหลายครั้งแล้ว ไปกินมนต์เด็ดเนื้อย่างกระเทียม แกก็ไม่เคยสั่ง

อ๋อ อ๋อ มนต์เนี่ยเด็ดเรื่องเนื้อย่างกระเทียม ร้านอื่นไม่มีแล้วก็หมูย่างกระเทียม ดูเมนูแกก็ไม่เคยสั่ง

ผมจะเริ่มถามว่าแกเก๋า ร้านมนต์จริงหรือเปล่า ผมเริ่มสงสัยแล้วเนี่ย ร้านมนต์เป็นป๊อปหรือเปล่าเนี่ย ผมเริ่มสงสัยแล้วเนี่ย

เก่าเก่ามนจริงรึเปล่า เออ เออ ถ้าเก่าจริงต้องสั่งไอ้นี้ มันต้องสั่งเนื้อย่างกระเทียม เนื้อหมูย่างกระเทียม ซึ่งร้านอื่นมันไม่มี

เคยเป็นร้านอีสานที่มีเนื้อย่างกระเทียมมั้ยครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นคอหมูย่างธรรมดา เออ หรือไม่ก็เสือร้องไห้ แต่ร้านมนต์เนี่ยจะมีเนื้อย่างกระเทียม เจาะเอากระเทียมไปคลุกที่เนื้อ

อื ของหายาก อื ซึ่งถ้าไปร้านมนุษย์ทุกคนต้องรู้ว่า สั่งอันนี้ ไม่ใช่ทุกคน แต่คนเก่าก็ต้องรู้

เอ่อ ออ ครับ โอเค อันนี้ อันนี้ก็เป็นเป็นประเด็นสำหรับ เอ่อ ฝ่ายค้านที่เรามอง แต่ท่ามกลางประเด็นที่เกิดขึ้นเนี่ย มาอีกแล้วเนี่ย ปปช.บอกเดี๋ยว 24 นี้ศาลจะนัดพิจารณาคำร้อง

อือ ครับ ทุกคนก็ยังรู้สึกว่าอะไรกันนักหนาเนี่ย มันมันไม่จบซักที ไอ้ๆ ไอ้เรื่องนี้เนี่ย

คือมันมันจะรบกวนสมาธิพรรคประชาชนมั้ย ไอ้กรณีนี้เนี่ย มันมันคือกระบวนการทำลายล้างพรรคประชาชน เราเห็นอยู่แล้วครับ อย่างเช่น อ่ะ อาทิตย์ อาทิตย์นี้มันมี มันมี 2-3 ข่าวที่มันเกิดขนานกันนะ ข่าวซึ่งกรมการปกครองเนี่ย แจ้งความใช่มั้ยครับ นักวิชาการหรือคนที่ตรวจสอบการเลือกตั้ง

เออ ใช่อาจารย์สมชัยใช่มั้ย แล้วก็คุณธนารัตน์ แล้วก็อีกคนนึงไง เออ นั่นน่ะ ใช่ 3 คน พูดเรื่องว่ามันมีข้อมูลรั่ว

เออ นะครับ ในวันที่ 9 เค้าเปิดประเด็นว่ามีข้อมูลรั่ว พอวันที่ 10 เนี่ย กรมการปกครองแจ้งความดำเนินคดีเค้าเลย

อือ เฮ้ย คุณไม่ตรวจสอบอะไรมั่งเลยอ่ะ พอเค้าบอกว่ามีข้อมูลรั่วปุ๊บ คุณเลงข่าววันเดียว คุณแจ้งความก็เลย คุณไม่คิดจะตรวจสอบอะไรเลยเหรอ? การที่ประชาชนบอกว่ามีข้อมูลรั่ว มีข้อมูลถูกขายในท้องตลาดเนี่ย มันคือการที่ประชาชนนะครับ เห็นรอยรั่วของการดูแล cybersecurity ของหน่วยงานรัฐ

อื นะครับ แล้วประชาชนโวยวาย อือ เค้าถูกฟ้องร้องดำเนินคดีนะครับ กรมการปกครองฟ้องร้องคนที่คนที่เปิดโป่งเรื่องพวกนี้

อื คำถามคือ ตกลงมันมีการข้อมูลรั่วจริงมั้ย? คำตอบคือ ดูเหมือนน่าจะจริง อ้า แล้วถ้าจริง แล้วไม่ต้องไปฟ้องเค้าแล้ว ขณะเดียวกันมันมีเหตุการณ์ข้อมูลรั่วอีกอีกเหตุการณ์นึง ที่พรรคประชาชนมีคนแฮกเข้าไปใช่มั้ย ในเรื่องระบบการเก็บบัตรสมาชิกอะไรของเค้าเนี่ย แล้วก็มีเอาข้อมูลบางส่วนมาปล่อย

อื อื กลับมีคนไปยื่นยุบพรรคประชาชน บอกว่าคุณผิดที่ปล่อยข้อมูลรั่ว คือวันนี้เราอยู่ในโลกแบบเนี้ย

อ ข้อมูลรั่วภาครัฐเกิดขึ้น ประชาชนจับได้ว่าข้อมูลภาครัฐรั่ว รัฐแจ้งความดำเนินคดีประชาชน แต่ข้อมูลของพรรคประชาชนถูกแฮกเกอร์เจาะ คนไปยื่นคำร้องว่าพรรคประชาชนมึงอ่ะผิด ที่ปล่อยให้ข้อมูลรั่ว แล้วผมจะเข้าใจโลกของคนไทยยังไงอ่ะครับ มีคนมันแฮกข้อมูลพรรคประชาชน พรรคประชาชนถูกยื่นจะยุบพรรคเหาว่าข้อมูลรั่ว แต่มีคนบอกว่าหน่วยงานรัฐปล่อยข้อมูลรั่ว หน่วยงานรัฐฟ้องประชาชน รับเคส ปปช.คล้ายๆกันนะครับ คดีของกลุ่ม 44 สส.กลุ่มเนี้ยนะครับ เร็วนะครับ ทุกคนก็เห็นแล้วว่าทุกอย่างมันเร็วไปหมด ขณะเดียวกัน ปปช.บอกว่าคดีคุณศักดิ์สยามเนี่ย

เออ ซึ่งตัดสินศูนย์ทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย คุณจะอธิบายหมดเลยว่าทำไม ปปช.ถึงตัดสินตรงกันข้ามกับศาลรัฐธรรมนูญ

อ อ้า แล้วสิ่งที่คนไทยมันถูกสอนมาตลอดว่าคำตัดสิน เป็นคำตัดสินที่ผูกพันทุกองค์กรนะ

อื ตกลงมันผูกพันทุกองค์กรทุกคดียกเว้นคดีคุณศักดิ์สยามเหรอ? แล้วมันก็ไปลงล็อคเรื่องการที่รัฐบาลชุดเนี้ย เก้าอี้ ครม.มี 35 ที่นั่ง โหว่ไว้ 1 ที่นั่ง คุณโหว่รอใคร?

อ๋อ คือทุกอย่างมันลงล็อคเกินไปจนเหมือนกับ คุณไม่เห็นหัวประชาชนเกินไปไง

อื คือทั้งหมดเนี่ย ผมก็ไม่รู้มันจะเกิดลงล็อคหรือเปล่า แต่วันนี้ process ของเรื่องมันลงล็อคไง

อื พรรคประชาชนข้อมูลหลุด เอ่อ ข้อมูลหลุด ยื่นยุบพรรคนะครับ กรมการปกครองข้อมูลหลุด อ๋อ ฟ้องคนที่บอกว่าข้อมูลหลุดนะครับ ปปช.จะเร่งเอาผิดคดี 44 สส.แต่คดีศักดิ์สยามศาลตัดสินว่าผิดแล้ว ปปช.บอกว่าเราเห็นตากับศาลรัฐธรรมนูญเราจะแถลงว่าทำไมคุณศักดิ์สยามไม่ผิด คือคุณ คุณเห็นหัวประชาชนหรือเปล่าในการในการทำงานกันแบบนี้ คุณคิดว่าพวกเราเป็นตัวอะไรอ่ะ

อื เราเป็นแค่คนที่มีหน้าที่จ่ายภาษีให้พวกคุณทำแบบนี้กันหรอ?

อื คือถึงที่สุดก็เชื่อได้ว่าไอ้ 24 เมษายน

ครับ ถ้าสมมุติมันมีอะไรออกมาก็อนาคตของ 10 ส.ส.ที่ยังเป็น ส.ส.อยู่เนี่ย ก็เหมือนทุก เหมือนต่อให้โอเค พูดพูดมันก็เหมือนกับว่าเรายอมรับสภาพเนาะ แต่ว่าจริงๆ ด้านหนึ่งเหมือนกับประชาชนที่ติดตามการเมืองก็รู้ อยู่แล้วอ่ะ แม้กระทั่ง ส.ส.ซึ่งเวลาพูดในเชิงหลักการก็ต้องบอกว่า เฮ้ย เราเชื่อมั่นว่าเราบริสุทธิ์ ซึ่งเขาอาจจะบริสุทธิ์จริงๆ แต่ว่าถึงที่สุดเหมือนทุกคนก็เตรียมใจเผื่อกันไว้หมดแล้วอ่ะ

คือคนไม่เชื่อว่าตอนนี้คดีนี้เป็นคดีกฎหมายไง ทุกคนเชื่อว่าเป็นคดีที่มีธงการเมืองแล้วคนไทยถูกทำลายความเชื่อไปแล้วว่าคดีที่มีธงการเมืองเนี่ย

มันจะเป็นอย่างนี้ตลอด เนี่ยคือสิ่งที่อำนาจรัฐในบ้านเราประสบความสำเร็จไง ต่อให้มีคดีที่คุณรู้ว่ามีธงการเมืองเนี่ย มันก็มาถึงจุดที่ทุกคนรู้สึกว่าเออมันก็ต้องเป็นอย่างธงเนี่ยแหละ

เออ ทำลายความเป็นคนของเราลงไปเรียบร้อยไงครับ เราเนี่ยกลายเป็นไพร่ที่ซับมิสซีฟไปเรียบร้อยแล้วนะครับ รู้ว่าคดีมีธงทางการเมือง ทุกคนก็รู้ เด็กก็รู้ คดีนี้มีธง คดีนี้อยากยุบพรรคประชาชน คนแก่ก็รู้ แต่ถามว่ารู้แล้วยังไง? โอเคก็รู้แล้วก็บ่นไง บ่นแล้วเกิดอะไรมั้ย? ไม่เกิด เพราะเราเชื่อไปแล้วว่ายังไงมันก็ต้องเป็นแบบนั้น สิ่งที่คนซึ่งต้องการทำลายพรรคการเมืองอย่างอนาคตใหม่ ก้าวไกล หรือพรรคอย่างประชาชนประสบความสำเร็จคือ เค้าทำให้คนเนี่ยเชื่อว่าประเทศนี้ยังไงก็ต้องเป็นตามธงทางการเมือง

อื อื เค้าทำให้เราอยู่แบบไม่เหลือความศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นคนนะครับ

อื เรารู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่เรารู้สึกว่ายังไงประเทศนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้

เออ มันก็เป็นแบบนี้แหละวะ ใช่

เออ ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเราไม่ได้เป็นแบบนี้ นะ

ใช่ เรานึกถึงบรรยากาศของประเทศในช่วงปี 63 64 65 เราไม่ได้คิดแบบนี้นะ เรารู้สึกว่าอะไรถูกอะไรผิด แล้วเราพยายามจะทำสิ่งที่ถูกให้มันเกิดขึ้น แล้วก็แก้สิ่งที่ผิดให้มันไม่เกิดต่อไป แต่ตอนเนี้ย พอผ่านกระบวนการต่างๆ เรากลายเป็นสังคมที่ทุกคนรู้ว่าหลายคดีมีธงทางการเมือง เข้าใจกันหมดว่ามีธงทางการเมืองในการจะกำจัดใคร ในการจะทำลายใคร แต่ทุกคนก็บอกเออยังไงมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ เศร้า

ตอนนี้ประเทศเป็นแบบนี้อยู่ครับ

เออ เออ แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มีการรายงานคือพรรคเขาก็เตรียมจะใช้ช่วงเวลานั้นในการปรับเปลี่ยนพอดี ในการปรับเปลี่ยน เอ่อ โครงสร้างบริหาร ซึ่งก็มีการจับตาว่าอาจจะเป็นจุดชิฟอีกครั้งนึงของพรรคประชาชนที่อาจจะได้เห็นแถวใหม่ๆ หรือคนใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในพรรค ในการนำพาในการบริหารพรรค ซึ่งโจทย์นึงที่อาจารย์พูดย้ำมาตลอดในหลายๆ รายการรวมรายการเราก็คือว่า ตอนนี้พรรคประชาชนคุณต้อง คุณต้องตื่นมาได้แล้วใช่มั้ยที่จะเป็นจังหวะโอกาส

คือ ณ วันนี้ผมก็ไม่กล้าพูดแล้วว่าคนที่ยังอยู่เหลือในพรรคประชาชนเนี่ย เขาจะกล้าสู้ อะไรเต็มที่แล้วหรือเปล่า

คือการที่พรรคการเมืองนึงคือคือโอเคบ้าง โดนมาเยอะ อือใช่แล้วโดนแบบถี่ด้วยไง คือบางคนบอกเฮ้ย เพื่อไทยเคยโดนมาแต่ว่า เพื่อไทยเนี่ย จาก 44 จนถึง 69 เนี่ยนะ ครับโดนยุบไทยรักไทย ยุบพลังประชาชน แล้วก็ เอ่อ ไทยรักษาชาติ แต่กระบวนการทั้งหมดมันใช้เวลาพอสมควร

นะครับ อ่ะ อย่าง เอ่อ เพื่อไทยโดนยุบปี 49 พรรคพลังประชาชน ไทยรักไทย ขอโทษ ไทยรักไทยโดนยุบปี 49 พลังประชาชนปี 51 แล้วมาเกิดโจทย์เรื่องไทยรักษาชาติปี 62 คือเฟรมเวิร์คในการในการยุบมันยาว แต่พรรคสีส้มเนี่ย ติดกัน อนาคตใหม่ ก้าวไกลนะครับ โดนไปแล้ว 2 นะครับ ในเวลาเพียงแค่อนาคตใหม่โดนปี 63

63 ใช่ อ่าใช่มั้ยครับ ก้าวไกลโดนในปีประมาณ 6 คือใน 4 ปีโดนยุบ 2 รอบ เฉลี่ย 2 ปี ยุบครั้งนึง

แล้วนี่คดีใหม่มาอีกแล้วนะ

ก็ใช่ดิครับ แล้วคดีแต่ละคดีเนี่ย nonsense ทั้งนั้น แต่ทุกคนรู้ว่าธงมีไอ้สเปคซีอะไร

ใช่แล้วสเปคซี นี่ก็จะเป็นคดีที่คราวนี้ก็จะเล่นไปถึงรุ่นคุณพฤทธิ์ด้วยใช่มั้ยครับ คดีมันเริ่มเจาะไปเรื่อยๆแล้วเนี่ย คือผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้ สส.พรรคประชาชนที่เหลืออยู่เนี่ยนะครับ มันก็เหมือนที่พี่ตึกแกเขียนนะครับ พี่ตึกสุชาติ ศรีสุวรรณ วันนี้ก็แวะไปงานศพแกมา พี่ตึกก็เขียนบทความชิ้นสุดท้ายของแกไว้ว่า พรรคประชาชนตอนนี้ก็อยู่ในการที่นะครับ จะทำยังไงระหว่างการต่อสู้ตามอุดมการณ์ตามหลักการ ซึ่งทุกคนเห็นแล้วว่าราคาที่ต้องจ่ายมันหนักขึ้น

อ กับการทำตัวเป็นเหมือนพรรคการเมืองอื่น เพื่ออยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็พี่ตึกสุชาติ ศรีสุวรรณก็ถามว่า คนจำเป็นจะต้องไปเลือกคุณต่อหรือเปล่า ถูก ซึ่งคนอาจจะไปเลือกต่อก็ได้ เพราะคนก็รู้สึกว่าพรรคประชาชนยังเป็นทางเลือกที่ดีก็ได้ ไอ้อย่างเงี้ยเราไม่รู้หรอก แต่ว่าโจทย์ที่พรรคประชาชนเจอเนี่ย คือโจทย์เรื่องพวกเนี้ยนะครับ คือคือทุกคนรู้ว่าคนอย่างพิธาเนี่ย ไม่ใช่คนแบบที่ควรจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตแน่ๆ

อื เราจะอธิบายกับกับสังคมไทยยังไงว่า คุณศักดิ์สยามซึ่งซึ่งศาลบอกว่ามีประเด็นเนี่ย กำลังจะได้กลับมาเล่นการเมืองแล้ว เป็นรัฐมนตรีโดย ปปช.จะแถลงว่าทำไมเค้าไม่ผิด แต่คนอย่างพิธาเนี่ย จะเป็นคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต แล้วต้องไปอยู่ฮาร์วาร์ด คือเฮ้ย ประเทศนี้มีคนที่ชนะการเลือกตั้งซึ่งต้องถูกตัดสินตลอดชีวิตและไปใช้ชีวิตที่ฮาร์วาร์ด มันคืออะไร? คนอย่างนี้มันเลวจนต้องไปอยู่จบชีวิตที่ฮาร์วาร์ด แต่ประเทศไทยต้องตัดสิทธิ์เค้าอย่างงั้นเหรอ?

อื เพราะงั้นวันเนี้ย พรรคประชาชนผมว่าเค้าก็เจอเรื่องพวกเนี้ยแล้ว มันใจคนที่มันจะสู้เนี่ย มันไม่เท่ากันหรอก ต้องยอมรับความจริง เหมือนเพื่อไทยก็เหมือนกันนะครับ เพื่อไทยเวลาเจอมันเยอะเนาะ มันก็ อย่าไปคิดว่าทุกคนจะใจสู้ การสู้ในเวลาที่อำนาจรัฐแข็งแรงแล้วไม่เป็นธรรมเนี่ย มันยาก เหนื่อย มันเหนื่อย มันยาก ผมก็หวังว่าพรรคประชาชนจะรักษาความใจสู้ได้นะครับ แต่ว่าถ้ามีใครใจไม่สู้เนี่ย ผมก็ไม่รู้จะ คือการสู้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องง่าย เอาอย่างงี้แล้วกัน แล้วคนส่วนใหญ่ชอบดันหลายคนอื่นสู้ แต่ตัวเองไม่ยอมสู้ คือถ้าเราเข้าสู่ภาของการดันหลายคนอื่นสู้ เราต้องสู้ด้วย

อื คือในที่สุดเพื่อไทย เอ่อ พรรคประชาชนก็ถ้าเกิดประคองจิตวิญญาณของอนาคตใหม่ไม่ได้ ก็อาจจะเข้าสู่เฟสของการเป็นเหมือนเพื่อไทยใช่มั้ยครับ ที่กลายเป็นพรรคซึ่ง เอ่อ ความเข้มข้นเรื่องอุดมการณ์มันเริ่มน้อยลงแล้วก็เป็นพรรคซึ่งโฟกัสไปที่การลงพื้นที่ โฟกัสไปที่การทำเรื่องที่เป็นรูทีน

อื นะครับ ซึ่งก็ ไม่ผิดใช่มั้ยครับ แต่ว่ามันจะส่งผลต่อการเลือกตั้งยังไงเนี่ย ก็ก็เราก็เดาไม่ออกไม่ถูกเหมือนกัน มันก็เป็นจุด จุดตัดสำคัญเหมือนกันนะ ของของพรรคว่าเค้าจะไปยังไง

มันเป็นจุดตัดสำคัญของสังคมไทยมากกว่า ว่าเราจะเป็นสังคมซึ่งคุยเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง หรือเลิกคุยนะครับ การเกิดขึ้นของพรรคประชาชน

อื อนาคตใหม่ หรือก้าวไกลเนี่ยนะครับ มันคือการเกิดขึ้นในยุคที่สังคมไทยคิดว่าการคุยเรื่องอุดมการณ์เนี่ยจำเป็น

ถูก คุณจะเอาประชาธิปไตยมั้ย?

อื และประชาธิปไตยคุณเอาเนี่ย จะเข้มข้นแค่ไหน? คุณจะยอมปฏิรูปกองทัพมั้ย? คุณจะยอมยกเลิกการเกณฑ์ทหารมั้ย? นะครับ คุณจะยกเลิกงบประมาณหน่วยงานที่ไม่จำเป็นมั้ย?

อื ต่างๆนานา ในยุคที่พรรคประชาชนแข็งแรง พรรคสีส้มแข็งแรง คือยุคที่สังคมไทยคุยเรื่องพวกนี้ คุณจะเอายังไงเรื่องปัญหา 112

อื นั่นคือเวลาที่สังคมไทยคุยเรื่องอุดมการณ์ และพรรคประชาชนแข็งแรง

อื เพราะฉะนั้น สิ่งที่มันเป็นปัญหาเนี่ย มันไม่ใช่เป็นปัญหาเรื่องพรรคประชาชนจะเอายังไง แต่สังคมไทยจะเอายังไงกับการเป็นสังคมซึ่งไม่มีอุดมการณ์และไม่มีจุดยืน

อื มันไม่ใช่ปัญหาของพรรคประชาชน มันเป็นปัญหาของสังคมไทยครับ อื เช ว่าคุณอยากจะเป็นสังคมแบบไหนอ่ะ มันก็เหมือนที่หลายคนพูดว่า ถ้าเกิดคุณคิดว่าการมีพรรคที่มีอุดมการณ์ไม่จำเป็น คุณก็อยู่กับนักการเมืองอีกแบบหนึ่งไปใช่มั้ยครับ แบบที่ไอซ์เค้าบอกว่าคุณสุชาติ ชมกลิ่น ธรรมนัสอะไรอย่างเงี้ย คุณก็อยู่นักการเมืองแบบนั้นไป

อื นั่นคือปัญหาของสังคม ไม่ใช่ปัญหาของพรรคการเมืองแล้ว

โอ้นี่ก็เป็นเป็นโจทย์ที่ชวนคิดต่อเหมือนกันว่า หลังจากที่ตอนนี้การเมืองมันเดินทางไปสู่จุดนี้แล้วเนี่ย

อื อื มันจะเดินกันยังไงต่อ แต่ถึงที่สุดทิ้งท้ายอาจารย์ก็ยังมองว่า ถ้าเรามองฉากทัศน์ในทางการเมือง เอาเฉพาะปีนี้ก่อนก็ได้ เนี่ย มันก็จะอยู่แบบนี้แหละ

ใช่ อ่า มันก็อยู่แบบนี้ คือหมายความว่ารัฐบาลก็จะประคองตัวไป เจอปัญหาก็อาจจะโดนด่าบ้าง ก็บริหารเสียงด่ากันไป

ใช่ ก็โดนด่าก็ไม่ฟังแค่นั้นเอง หรือไม่ก็ยัดคดีคนกลับมา

เออ ปิดปากคนไป หรือไม่ก็ขู่สื่อ เรียกคนไปคุย เรียกคนไปเคลียร์

อ่า ส่วนฝ่ายค้านก็อาจจะจุดประเด็นได้ impact บ้างไม่ impact บ้าง ระยะเป ด้วยโครงสร้างทางการเมืองและ เอ่อ สิ่งที่เขาทำให้สังคมเชื่อได้ว่าเขามีแบ็คดี ก็จะเป็นตัวปกป้องเขา ให้ไปอยู่ได้อย่างน้อยที่สุด ผ่านมันผ่านพ้นปีนี้ไปได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นไม่มีอื่น ไม่มีฉากทัศน์อื่นในมุมของอาจารย์สำหรับปีนี้ทางการเมืองหลังจากไป

มันมันก็ขึ้นอยู่ประชาชนนะครับว่าเราคิด ว่าเราจะทำให้ประเทศนี้ดีขึ้นได้มั้ยอ่ะ คือคุณเห็นคุณภาพรัฐมนตรีทุกวันนี้ คุณพอใจมั้ยล่ะ? ผมว่าคนส่วนใหญ่ไม่พอใจหรอก แต่ว่าเราอยู่กับความเชื่อว่าเราทำอะไรไม่ได้มากเกินไปไง มันเป็นสิ่งที่รัฐบาลหรือรัฐเนี่ยเค้าทำให้เราเนี่ย ยอมจำนน

อื เราเรากลายเป็นคนที่เราไม่มีปากเสียงมากขึ้นเรื่อยๆอ่ะ

อื เค้าประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ไง ฉะนั้น เรานึกถึงปี 63 64 65 โซเชียลมีเดีย

โอ้ ตอนนั้น

เถียงกันเรื่องอะไร

อือ นะครับ มันไปแบบ

เรื่อง อ่า 112 เรื่องในชีวิตประจำวัน เช่น เรื่องเครื่องแบบนักเรียนควรจะมีมั้ย

นะครับ เรื่องการ เอ่อ เลือกเพศของตัวเองควรจะเป็นยังไง

อ แล้วทุกวันนี้ในโซเชียลมีเดียไทยเถียงกันเรื่องอะไรอ่ะ ดูที่เถียงกันทุกวันนี้ครับ

โอ้หลากหลายเลย เออ

บางเรื่องแบบหึ

อื ใช่ เพราะฉะนั้นผมว่ารัฐไทยเนี่ยเคประสบความสำเร็จในการคุมความคิดคนไง

เออ แล้วทำให้คนรู้สึกว่าเรายอมแพ้ เราทำอะไรไม่ได้

ครับ แล้วเราเป็นเหมือนกับ เอ่อ ฝูงสัตว์นะครับ ที่มีคนคอยต้อนคอยบอกว่าเราจะต้องเดินไปทางไหน

อื อื นะครับ แล้วเราก็ยอมจำนนกับเรื่องนี้ง่ายเกินไป

อื รัฐไทยประสบความสำเร็จในการในการกล่อมเกลาประชาชนนะครับ หรือว่าอาจจะใช้คำว่า ประสบความสำเร็จในการทำให้เห็นว่าถ้าคุณ พูดเรื่องที่คุณพูดมากเกินไป คุณจะจบแบบไหน

เออ คุณอยากจบแบบพิธามั้ยนะครับ หรือแม้กระทั่งอาจจะพูดได้ว่าจบแบบทักษิณ คุณอยากจบแบบนั้นมั้ย? คุณทักษิณก่อนที่จะมาถึงจุดจบแบบนี้ แกก็เคยเป็นคนอีกแบบนึงมาก่อนเหมือนกัน

คุณทักษิณก็เป็นตัวอย่างของคนที่ถูกทำลาย จนตอนนี้แกจบแบบนี้ครับ

อื เพื่อไทยเองก็เป็นตัวอย่างเหมือนกันว่า เค้าก็ถูกทำลายจนตอนนี้เค้าเลือกที่จะจบแบบนี้อ่ะ

อื เค้าไม่พูดเรื่องประชาธิปไตย เค้าไม่พูดเรื่องหลักการแล้วอ่ะ

อื เลิกแล้ว

นี่จึงเป็นจุดสำคัญของสังคม

ใช่ และพรรคการเมืองและพรรคประชาชนว่าจะสู้ไป ยังไงต่อ มีมีท่านผู้ชมท่านนึงกระจายแสดงความเห็นมาแล้วโดนมาด้วยบอก บอกว่าตราบใดที่ เอ่อ พรรคประชาชนยังเป็นพรรคที่ไม่มีนายทุนแบบนี้ คงเป็นแบบเพื่อไทยได้ยากครับ แม้ว่าสมมุติว่าอยากจะเป็นก็ตาม

อื ใช่มั้ย ใช่ใช่ๆ ก็เนี่ยแหละครับ เป็นสิ่งเป็นสถานการณ์ที่ผมว่า สส.พรรคประชาชนเองก็เป็นด่านวัดใจอ่ะ

อื มันก็อึดอัดนะ ผมว่ามันอึดอัด แล้วก็ผมคิดว่าในสภาเองเนี่ย พวกพรรคการเมืองอื่นๆอย่างงี้ พรรคที่เป็นแกนรัฐบาลเนี่ย ก็พยายามจะชวน สส.พรรคประชาชนเข้าตัวเอง เข้าพรรคตัวเองตลอด

ผมก็ไม่รู้ คือ สส.พรรคประชาชนก็ต้องใจเด็ดจริงๆนะ คือแบบ เดี๋ยวก็จะมีภูมิใจไทยมาคุย เดี๋ยวก็จะมีเพื่อไทยมาคุย น้องมาอยู่กับพี่เถอะ พรรคน้องเนี่ย รอบหน้าไม่รู้จะส่งน้องหรือเปล่า พรรคน้องเนี่ย ชอบคิดว่าใครได้เป็น สส.สมัย เค้าคุยกันอย่างงี้เลย

อเค้าคุยกันอย่างงี้ทั้งนั้นนะครับ พรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย เวลาเจอ สส.พรรคประชาชนก็น้อง สมมุติเป็น สส. อยู่กับพี่ดีกว่า

เออ ของพี่เนี่ย น้องตั้งใจทำงาน รัฐบาลแน่นอน น้องได้เป็นรัฐบาลแน่นอน แต่ถ้าน้องอยู่พรรคประชาชนต่อ น้องชนะมาในเขตมา 3 เขต พรรคน้องเมองว่าน้องเนี่ยเป็นบ้านใหญ่ ไม่ส่งน้องแล้ว

อ๋อ ซึ่งพรรคประชาชนก็มีวัฒนธรรมแบบนี้ ซึ่งผมว่า nonsense เหมือนกันนะ คือความคิดว่าใครเป็น สส.เขต 2 สมัยเนี่ย คือจะไม่ส่งแล้วเนี่ย

ในที่สุดผมว่าพรรคประชาชนรอบนี้ ในการเลือกผู้บริหารรอบนี้ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดนะ

อื คือการเป็น สส. สส. 2 มัน ขอโทษนะครับ มัน กระจอกเกินกว่าจะเป็นบ้านใหญ่ฮะ

อื คนที่เป็นบ้านใหญ่แต่ละบ้าน เป็น สส. นะครับ ระดับ 50 60 ปี เป็นตั้งแต่ปู่พ่อลูก ของพรรคประชาชนเนี่ย คุณไปตั้งแง่ว่าคนเป็น สส.เขต 2 สมัยเนี่ย คือบ้านใหญ่ คุณจะไม่ส่งต่อ แปลว่าปัญหาในการเลือกตั้งข้างหน้าคืออะไร รู้ป่ะ? คุณจะเจอผู้สมัครระดับเขตของหน้าใหม่ของพรรคประชาชนเพียบเลย ที่แบบเค้าคือใครวะ? แล้วพรรคก็คิดว่าพรรคเราเนี่ย กระแสแรง ส่งใครลงตามเขตก็ชนะ ซึ่งวันนี้เห็นแล้วว่าในการเลือกตั้งปี 69 เนี่ย ไม่จริง

อื คือปี 69 คือปีที่พรรคประชาชนเนี่ย ยังเชื่อว่าฉันเนี่ยเรตติ้งดี เขตไหนฉันส่งใครก็ชนะ แล้วคุณเห็นแล้วว่า 66 คุณได้ 150 รอบนี้คุณเหลือ 120 มันหายไปเยอะแล้วนะ

อือ แล้ววันเนี้ย ถ้าคุณยังเชื่อแบบนี้อยู่ว่า พรรคชั้นเรตติ้งดี แบรนด์ดี ส่งใครลงก็ชนะ แล้วคุณยังคิดแบบนี้ว่า เพราะฉะนั้น พอถึงเลือกตั้งระดับเขตเนี่ย ใครที่ชนะ 2 ครั้ง 3 ครั้ง ฉันไม่ส่งต่อ ฉันจะเอาคนใหม่เนี่ย

มันก็อาจจะไม่ มันไม่ใช่ที่ฉลาดสำหรับพรรคการเมืองอื่น คนที่ชนะ 2-3 สมัยคือ asset คือทรัพยากร แต่สำหรับพรรคประชาชนเนี่ยนะครับ เขาดันมีความคิดกันว่าคนที่ 2 สมัย 3 สมัยเนี่ย มันจะเป็นบ้านใหญ่ เราไม่ส่งต่อ

อื มันแปลว่าคุณโยนคนที่ทำงานในพื้นที่ต่อเนื่อง 5 ปี 6 ปีทิ้งไปไง แล้วคุณก็จะไปหยิบคนใหม่ขึ้นมา ซึ่งไม่เคยทำงานในพื้นที่ จนกระทั่งประมาณ 2 เดือน 3 เดือนก่อนการเลือกตั้ง โอเค ทำอย่างนี้ในกรุงเทพฯ มันพอได้ แต่ต่างจังหวัดมันไม่ใช่อย่างนี้ ในกรุงเทพฯเท่ากับกรุงเทพฯนี่

ใช่ อันนี้คือกับดักความคิดของพรรคประชาชนเอง ที่ต้องเปลี่ยน

อื คือคุณคิดว่าคุณกระแสดีจนถึงจุด ที่เขตเนี่ย คุณจะเปลี่ยนใครลงก็ได้เนี่ย

อ้า วันนี้มันมันใช่ วันนี้ไม่ใช่แล้วนะครับ มันถูกพิสูจน์เลยว่ามันผิด

โอ ก็เป็นเป็นโจทย์ที่เอาจริงๆ มีมีโจทย์ทุกพรรคนะเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน

อื นะครับ สำหรับการเมืองหลังจากนี้ไป ก็เอาง่ายๆ ว่าถ้าเราพูดกันตอนนี้ในโมเมนต์สงกรานต์ ก็เหมือนสงกรานต์เนี่ย เรียกว่าได้พัก พักแป๊บนึง อือฮึ แล้วก็กลับกลับมาสู่โลกความเป็นจริง เพื่อจะลุย ลุยกันต่อในโจทย์ที่เราได้มองกันตรงนี้

เอ่อ ส่วนที่หวังว่าจะเดือด คือขนาดเดือดปุดๆเนี่ย ถ้าฟังจากอาจารย์ประเมินก็คงคงไม่ได้เดือดขนาดนั้น แต่มันดูเป็นวาระมากกว่า ดูดูเป็นช่วงจังหวะเวลามากกว่า แล้วก็รัฐบาลก็ติดชึ้งออกไปให้ได้นะครับ อ่ะ ก็ นี่แหละฮะ เลยเอามาชวนให้มองกัน หลังจากที่พักกันไปในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ ก็เดี๋ยวกลับมาดูกันหลังจากนี้ กับความเป็นจริงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ตามที่อาจารย์ได้ประเมินกันไปนะครับ วันนี้ขอบคุณอาจารย์มาก

เดี๋ยวพบกันใหม่พรุ่งนี้ อ่า เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับมาเจอกันนะครับ ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปฏิชน ทีวีกันด้วยนะครับ