📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

คำแนะนำสำหรับน้องๆ จบใหม่ | Mission To The Moon EP.876

Mission To The Moon10:58

Transcription

The [เพลง] mission True Moon Podcast continue with your mission [เพลง]

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ True Moon Podcast นะครับ คุณอยู่กับโรบินสัน อุตสาหะ ครับ วันนี้จะชวนคุยเรื่องคนพึ่งเรียนจบใหม่ ปรับตัวยังไงดีนะครับ ต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นหนึ่งในคำถามสุดฮิตในเพจของ True Moon เลยนะครับ แล้วก็หลังๆนี้ก็รู้สึกว่ามีคนยิ่งถามเข้ามาเยอะขึ้นไปอีกนะครับ ก็จะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ ปีนี้ต้องยอมรับจริงๆว่างานค่อนข้างจะหายากนะครับ ก็รู้สึกต้องบอกว่าเอาใจช่วยนะครับ น้องๆที่เพิ่งจบมากๆนะฮะ ส่วนตัวผมเองเนี่ย จบมานานแล้วนะครับ แต่ก็ยังคงมีเรียกว่ามีเรื่องราวที่ได้เรียนรู้นะครับ แล้วก็สิ่งที่แบบชอบและไม่ชอบอะไรอย่างเงี้ย ในตอนที่เริ่มทำงานแรกๆนะครับ ก็เลยหัวข้อในวันนี้ว่า ถ้าเกิดว่าเพิ่งจบใหม่จะปรับตัวยังไงดี

เพิ่งจบจริงๆต้องบอกว่าฮะ ตอนเรียนจบใหม่เนี่ย เวลาเราเปลี่ยนเต็มที่อ่ะครับ จากอ่า มัธยมมา มหาวิทยาลัยนี่เขาชอบรอบนึงนะฮะ ผมจำได้ว่าตอนแรกนี่เข้าไปเรียนอะไรต่างๆเล็กๆน้อยๆแล้วนี่คือแบบ โอ้โห ในข้อสอบปัญญาขนาดนี้ กูว่าตอนมัธยม 1 ง่าย สมัยมัธยมเป็นข้อสอบแบบมี choice เนี่ยเป็นข้อสอบแบบมีข้อเลือกเอาของง่ายๆไหม แต่ว่าเขาไปเอาที่เราต้องเขียนบรรยาย เรานี่งงมากเลยนะ โง่เกรดนี่เลยว่าเละนะฮะ อ่า แต่ว่าตอนนั้นก็ทำครบ ปรับตัวได้เนี่ย พอจบออกมาเข้ามาทำงานค่อยเปิดรอบเหมือนกันนะครับ เพราะว่าเราก็จะอยู่ในฟอร์แมตใหม่ เนี่ยก็ต้องบอกว่าโดยรวมๆมันก็จะดูแบบตึงๆ แบบดูแบบคือเครียดหน่อยในช่วงแรก รู้สึกเหมือนมันคนละแบบไง ไม่ต้องเข้าใจนะ ครับ เพราะว่าตอนอยู่มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะปีสุดท้ายเนี่ยเราก็จะค่อนข้างจะชิว แล้วเราก็จะขนมคะแนนก็มันก็ได้ประมาณนี้นะครับ มันก็ตกก็พยายามเต็มที่ แต่ว่ามันก็จะมีเอาช่วงเวลาที่เล่นเฮฮากับเพื่อนฝูง แต่ก็พอถึงเวลาเพื่อนๆก็ก็แยกย้ายถูกนะ ไปทำงานต่างคนก็ต่างไปคนละที่ อาจจะมาเจอ แต่พอดีนะฮะ ได้มาทำงานที่เดียวกับเพื่อนที่จบมาขณะเดียวกันกับคนเข้ายากมาก ส่วนใหญ่คือก็ก็จะกระจายนะครับ ก็เจอกันว่าจะเป็นตอนเย็นแล้วก็ศุกร์เสาร์อาทิตย์ นั่นนี่มันก็เลยทำให้เกิดการปรับตัวเยอะเหมือนกันในช่วงนั้นนะครับ

ผมไปอ่านบทความนึงนะฮะ มาจาก Forbes ชื่อว่า 5 Steps For New Grads To Get Ready For Job Market แหละนี่มันบอกว่าเนี่ย ผมเอาบทความมาผสมกับเรื่องที่เจอมาเองด้วยนะครับ จะไม่ได้เอาทั้งหมดในบทความนะครับ เออ อันที่ 1 นะฮะ ต้องต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการอะไรขึ้นจริง ไม่ต้องดูเยอะก็ได้นะครับ เพราะว่าไม่ออกมาบอกมึงตรงๆงานแล้วก็ไม่เคยรู้หรอกเนี่ย แต่น้อยสุดเนี่ย ตัวต้องรู้ว่าอะไรจะทำให้เรารู้สึกแฮปปี้ ผมไม่ได้พูดถึงตำแหน่งงานนะครับ แต่ผมพูดถึงลักษณะของการทำงาน ยกตัวอย่าง ถ้าสมมติคุณชอบคุยกับคน นี่ผมชอบยกตัวอย่างนี้นะฮะ งานเซลล์เนี่ยก็จะค่อนข้างเหมาะกับคุณนะ เพราะว่าการเป็นเซลล์ในโดยอายุอายุรุ่นก่อนหน้านี้นะฮะ มันต้องเจอตัวคนจริง เด็กยุคนี้น่าจะมีการเซลล์ที่แบบโทรได้เยอะขึ้น แต่ว่ายังไงก็ต้องใช้ทักษะในการเจรจา ทักษะในการพูดคุยกับผู้คน งั้นถ้าเกิดว่าเราชอบปฏิสัมพันธ์กับคนเนี่ย อันนี้ก็จะเป็นไกด์ไลน์นึงนะครับ อันที่สองก็คือเรื่องของความยืดหยุ่นนะฮะ เรื่องความยืดหยุ่นคือช่วงจบใหม่นะครับ ก็ผมคิดว่าความสำคัญมากเนี่ย คือเรื่องของประสบการณ์นะฮะ ผมจะมาตัวแนะนำเสมอว่าถ้าเป็นไปได้นะ ให้ไปทำงานที่มันแบบ แบบสุกเอาเยอะ อาจจะเป็นงานที่อยู่ใกล้ๆหรือว่างานวันแปลกๆหรืออะไรเนี่ยนะ นี่มีสิ่งที่ผมคิดว่าเสียใจเหมือนกันถ้ามองย้อนกลับไปจริงๆ อยากจะกลับไปทำงานที่มันแหวกแนวกว่านี้ เออ เหตุผลก็เพราะว่าตอนแรกๆจบใหม่ๆครับ เงินเนี่ยมันต่างไม่เยอะแต่ละที่คือมันต่างกันได้ไม่เยอะ เพราะว่านอกจากคุณแบบเหรียญพ่อมาเลยนะฮะ นั่นอาจจะโอเคเท่าไหร่จะได้เงินต่างเยอะ ไปทำงานเพราะบริษัทที่ปรึกษาอะไรเนี่ยก็จะเงินคุณเยอะมากๆ ที่ชนิดที่เด็กจบใหม่สำหรับตกใจนะ ว่ามีคะ อันนี้จริงหรือเปล่านะ มีนะฮะ แต่มันน้อยมาก เอาคนส่วนใหญ่แล้วกันนะ บุคคลทั่วไปเนี่ยเงินเดือนก็จะไม่เยอะ ไม่ต่างกันเยอะ นั่นเยอะแยะต่างกันหลักพันนะ ผมว่านะครับ แล้วก็เลยคิดว่าจริงๆสิ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของประสบการณ์ที่ได้เนี่ย อันเนี้ยประสบการณ์มันจะมาเพราะมึงอยู่ไหน เราเองต้องหยุดหยุดด้วยแล้วก็คืออย่ามั่นใจเวอร์เกินไป แล้วก็อย่าเพิ่งจะขึ้นตั้งกำแพงมากเกินไปครับ ลองเปิดใจแล้วก็ลองเข้าไปเรียนรู้นะฮะ อันนี้จะช่วยนะครับ เพราะเข้าไปถึงแล้วเนี่ย อยากได้สูตรการเยอะ เราเองต้องปรับตัวเยอะเลย มันที่เขาบอกว่าเด้อน้องอยากลองทำงานใหม่ๆไหมนะ ถ้าเกิดว่าเราเป็นคนที่แบบไม่อ่ะ งานนี้ไม่ใช่หน้าที่ผมไม่ทำอะไรอย่างเงี้ย ประสบการณ์ใหม่ๆก็ก็จะได้อยู่นะฮะ

เรื่องที่ 3 เครื่องโซเชียลมีเดียนะครับ ต้องต้องระวังคือเอาเองละกัน เรื่อง social media เนี่ย ผมคิดว่าผมพูดเท่านี้พอ คือให้คิดเสมอว่าเวลาเราโพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดีย ในมีคนแคปเจอร์ไว้ตลอดนะครับ หรือว่าเวลาเราเดินไปที่ไหนในที่สาธารณะมีคนไทยคือจอด คิดแค่นี้พอคะ แล้วก็คิดว่าโอเค สมมุติว่ามันออกไปสู่หูหรือสายตาคนอื่น เจ้านายเราเห็นแล้วโอเคไหมกับโพสต์ที่เราโพสต์ สิ่งที่เราทำในที่สาธารณะ ถ้าโอเคก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะว่าจริงๆผมคิดว่าเราก็ไม่อยากจะไปกดเสรีภาพในการแสดงออกเช่นเดียวกันนะ มันมีสองด้านนะเรื่องนี้ครับ ข้อที่ 4 นะครับ connection สร้างตั้งแต่ยังเรียนนะฮะ คืออันนี้เนี่ย ใช้โอกาสในการฝึกงาน โอกาสในการทำงานระหว่างเรียนให้คุ้มนี้นะครับ รู้จักคนในวงการไวท์สมูทเลือกทำงานของการโฆษณานะครับ การที่เรามี connection ในวงการโฆษณาเนี่ย มีประโยชน์อย่างมากเลย ตอนที่เราเรียนจบมาแล้วหางานทำจริงๆ หรือทำงานจริงๆแล้วเนี่ย ค่อนข้างขึ้นตอนเรียนที่ได้ใช้นะครับ จริงๆเลยขึ้นตอนเรียนที่จะบอกว่าได้ใช้มาจนถึงอีกเป็น 10 ปีเลยนะครับ ข้อที่ 5 เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำงานนะฮะ อันนี้ทำการบ้านนิดนึงว่าองค์กรที่เราจะไปทำงานนะครับ เขาทำอะไร คู่แข่งเขาเป็นใครนะฮะ เรารู้เรื่องเกี่ยวกับเขามากแค่ไหนนะฮะ ก็ทำองค์กรก็เป็นยังไงนะครับ เพราะแนะนำองค์กรอย่างที่ผมพยายามพูดอยู่เสมอว่ามันมีอะไรผิดมีอะไรถูกนะ คือแต่ว่ามันจะมีวัฒนธรรมองค์กรอยู่ในองค์กรต่างๆนั้น เราต้องรู้ว่าเป็นยังไงแล้วก็จะได้ตัดสินใจถูกนะครับ

ข้อที่ 6 คือพยายามแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นนะฮะ ข้อนี้สำคัญก็คือล้วนคืออยากเรียนรู้เพิ่มนะฮะ อยากอยากแบบได้โอกาสนะครับ เสนอตัวเองในการไปทำโปรเจ็คต่างๆ พวกนี้เนี่ย คุณจะได้สิ่งที่มีค่ามากๆยิ่งกว่าเงินเดือนอีกก็คือโอกาสในการทำงานนะครับ ซึ่งมีถ้าเกิดว่าใครเคยอ่านบทความอันนึงในเพจของพี่โจ้ ธนานันต์ พี่โจ้เขียนเรื่องนี้ไว้เลยว่าจะช่วงวิกฤตแบบนี้เนี่ย คนที่เสนอตัวเองไปทำงานพรุ่งนี้อาจจะเป็นจากคนที่ไม่โดดเด่นมาก กลายเป็นโดดเด่นขึ้นมารับหน้าที่ ได้โอกาสพรุ่งนี้มีก็ความไว้นะครับ ข้อที่ 7 นะครับ สร้างสิ่งที่มันบวกอ่ะ คือ คือเวลาพูดหรือว่าสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่สิ่งของอย่างเดียวนะครับ คนเราว่าแบรนด์กันนะฮะ เราเองก็เป็นแบรนด์ของเรา มันเราต้องน่าจะเป็นแฟนแบบไหน เราต้องการจะมีจรรยาบรรณในการทำงานที่ดีไหมนะฮะ เราต้องน่าจะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานดีไหม เวลาคนก็พูดถึงเราจะพูดยังไงนะครับ พรุ่งนี้เนี่ยเริ่มต้นตั้งแต่เด็กๆแล้วสร้างและสะสมไว้นะครับ มันจะกลายเป็นเหมือนกับ resume ที่มองไม่เห็นของเรานะฮะ ก็ทำให้เรามีโอกาสสำเร็จได้ในอนาคต

ข้อที่ 8 นะฮะ อันนี้ผมใส่ไว้นิดนึง แต่วันนี้ทรงว่าทุกคนทำอยู่แล้ว ก็คือมองให้ไกลกว่าสาขาที่เราจบมานะครับ เห็นบอกว่าในช่วงแรกๆเรามันจะยำทำอะไรที่จบมาก่อนคือก็ดีนะครับ แต่ว่าพยายามเปิดตาไว้นิดนึงว่าไอ้มันมีอัพสกิล หรือว่าวิวัฒนาการในสาขาที่ไม่ใช่สาขาของเรา ที่เราที่น่าจะสนใจนะครับ เรื่องเช่น หลายคนเนี่ยอาจจะจบมาสมมุติเรียนจบแบบผม ผมจบวิศวะมานะครับ เธออาจจะสนใจภาพยนตร์อ่ะ ส่วนในภาพยนตร์เอา motion graphic นะ การทำแบบการทำแบบต่างคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเนี่ยนะฮะ ซึ่งมันก็ยังดูไม่ค่อยเกี่ยวกับเท่าไหร่ทำงานพรุ่งนี้มันน่าจะมีเยอะขึ้นในอนาคตแล้วก็จะหมดแล้วเดียวกันได้เรียนรู้เรื่องนี้ก็อย่าปล่อยให้โอกาสกันผ่านไป แม้ว่าเราจะได้จบสาขาของด้วยกราฟฟิกนั้น จบวิศวะมา แต่ผมยกกราฟฟิกว่าจะมีประโยชน์กับเรามากๆนะ คนก็ได้นะครับ ข้อที่ 9 มั่นใจได้แต่ต้องทำตัวเป็นนะครับ คือหลายคนเนี่ย เวลาเข้ามาก็ต้องบอกว่าไฟแรงนะฮะ ส่วนตัวก็เคยเจอนะครับ ก็ดีครับ ไปแล้วก็เล่นดีนะฮะ คือจริงๆต้องบอกว่าหัวหน้าเราอ่ะนะฮะ หรือว่านายจ้างอันนี้เขาก็ชอบนะครับ คนที่ไฟแรง คนที่มั่นใจนะฮะ แต่เขาไม่ชอบคนที่ทำตัวเต็มแก้ว อันนี้อันนี้ผมอาจจะพูดแทนหัวหน้าหรือพี่ๆ ผลิตได้ประมาณนั้น ก็คือเราไม่ชอบคนนั้นถึงแก้วนะครับ เราชอบคนที่มั่นใจ แต่ว่าในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆนะครับ แล้วก็ต้องบอกว่าสุภาพอ่อนน้อม ไม่ได้มาให้ยอมนะ แต่ว่าไม่ก้าวร้าวจนเกินไปนะครับ

ข้อที่ 10 ก็คือเรียนรู้ข้อผิดพลาดให้เป็น การเรียนรู้เข้าไปภายถึงจะเลิกง่ายนะ นี่คือรถทำผิดเนี่ยอาจจะไม่ยากจะเรียนรู้ข้อผิดพลาดเนี่ย เป็นเรื่องที่ต้องฝึก การเรียนรู้เข้าไปพลาดก็คือการยอมรับว่าความผิดนั้นเป็นของเรานี่ในสกิลชนิดหนึ่งกันนะฮะ ข้อที่ 11 เรียนรู้เรื่องการเจรจาให้ดี ทั้งการสื่อสารและเรื่องของเวลานะครับ เรื่องการสื่อสารนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เอ่อที่นี่นะฮะ การสื่อสารแบบเป็นทางการผ่านอะไร การสื่อสารอย่างไม่เป็นทางการเป็นยังไงนะครับ เช่นอะไรที่ทำแล้วได้เร็วที่สุดนะฮะ บางทีบางทีอีเมลเร็วสุดนะครับ วันที่ต้องใช้โทรศัพท์เร็วสุดอะไรแบบนี้เป็นต้นนะครับ เรื่องของเวลาและเช่นเดียวกันนะฮะ วัฒนธรรมการทำงานเนี่ยก็ต้องดูด้วยว่าที่นี่เนี่ยเขาเป็นยังไงนะครับ บางคนเขา บางบริษัทซีเรียสเรื่องเวลาเข้าออกมากนะฮะ ก็ต้องเราก็ถ้าเรามาอยู่ที่นี่แล้วเราก็คงจะต้องทำแบบนั้นด้วยนะฮะ เอ่อมาทำไม่ซีเรียสเลยหน้าชิวๆ แต่ว่าเขาก็จะมีการวัดผลที่ไม่เหมือนที่อื่นต้นนะครับ การบริหารเวลาเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับคนที่จบใหม่นะฮะ เพราะว่าเราจะมีเรื่องต้องทำเยอะมากๆนะครับ แล้วก็ ตั้งแต่เวลามันจะเป็นการบอกได้ด้วยว่าเราเนี่ยเคารพเวลาองค์กรขนาดไหนนะครับ สรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ 11 ข้อนะฮะ รู้ก่อนว่าเราต้องการอะไร ข้อที่ 1 ข้อที่สองนะฮะ มีความยืดหยุ่น ข้อที่ 3 คือ social media อ่ะต้องระวังเป็นสำคัญนะครับ ข้อที่ 4 จะใช้ดีสร้าง connection ในเครื่องก่อนเรียนจบ ข้อที่ 5 ทำการบ้านเกี่ยวกับองค์กรและคู่แข่งให้พร้อมก่อนทำงาน ข้อที่ 6 พยายามแสดงให้เห็นความกระตือรือร้น ข้อที่ 7 สร้างสิ่งที่เป็นบวก ทั้งผลงานและบุคลิกภาพคนองค์กรนะครับ ข้อที่ 8 พยายามเรียนรู้ให้กว้างกว่าสาขาที่จบมา ข้อที่ 9 มั่นใจได้แต่ทำตัวเป็น 10 เรียนรู้จะเข้าไปพลาดให้เป็นและก็ข้อที่ 11 สังเกตเรื่องของการเจรจาให้ดีนะครับ ขอบคุณที่ติดตามในช่วงวันนี้แล้วก็จะเป็นกำลังใจให้น้องๆที่พึ่งจบปีนี้ทุกท่านนะครับ สวัสดีครับ mission to you Podcast continue with your mission e [ปรบมือ]