Transcription
กับอาจารย์นะครับ วันนี้อาจารย์มาแล้ว อาจารย์ปริญญา เทวมิกุลนะครับ อาจารย์ สวัสดีครับ
สวัสดีครับคุณเอ
สวัสดีครับอาจารย์ฮะ โอ้ว วันนี้ขอพูดเรื่องแรนดหน่อยได้มั้ย
อ่ะ ได้ครับอาจารย์
คือรับฟังความเห็นเนี่ย ผมว่าต้องรับฟัง เอ่อ คนที่เขาทำขนส่งของนานาชาติ
อ
คือความจริงมันรัดได้ 5 วันจริงนะ
อืม คือจากที่ต้องอ้อมอ่ะนะ
เอ่อ ตรงมลากกาเนี่ยนะฮะ เอ่อ ช่องแคบมลากา ผ่านอินโดสิงคโปร์ เนี่ยนะ มาทางตรงเนี้ย รัดได้ 5 วัน
ครับ แต่มันไม่ใช่มันไม่ใช่มันไม่ใช่คลอง เหมือนคลองปานามาไง
อืม
ถ้ามันเป็นคลองเนี่ย ผมว่ามันมีความคุ้มค่า
อืม
ทางเศรษฐกิจได้จริง เรื่องสิ่งแวดล้อมนี่ ผลกระทบชุมชนเดี๋ยวนี่พูดกันนะ
อ่า แยกไว้
แต่ทางเศรษฐกิจเนี่ย
อืม
ถ้าเรือมันผ่านได้นะครับ แบบคลองปานามา และคลองสุเอสก็อาจจะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริง
แต่นี้เรือมันผ่านไม่ได้
อืม
มันต้องขนในตู้คอนเทนเนอร์เนี่ยเป็นพันๆ ตู้ ใส่รถไฟ
อ่า แล้วข้ามไป
รถไฟก็มาข้ามแล้วก็ต้องมีเรือรับอีกข้างนึง ทีนี้ค่าใช้จ่ายเนี่ยนะครับ มันเนื่องจากมันต่างกันแค่ 5 วันไง
อืม
มันได้เหมือนปานามากับสุเอสเนี่ย มันประหยัดได้เป็นเดือน
อืม
เราเนี่ย 5 วันเนี่ย ผมก็ไม่แน่ใจว่าไอ้ค่าขนส่ง
อืม
ขนขึ้นรอบนึงขนลงรอบนึงแล้วรถไฟเราเนี่ยนะครับ คือเรือขนส่งขนาดใหญ่เนี่ย คุณ X
ใช่
มันเป็นพันๆ ตู้
หลายพันตู้ รถไฟเที่ยวนึงเนี่ย ขนได้ซัก กี่ตู้คอนเทนเนอร์
อืม
คือผมคิดว่าที่ว่าไปศึกษามาแล้วเนี่ย เอ่อ ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำแล้วต่างๆเนี่ย ผมไม่แน่ใจว่าศึกษาการตลาดหรือยังว่าถ้าทำขึ้นมาเนี่ย
อืม
ว่าจะมีเรือมาผ่านจริงจนคุ้มค่า
อืม
ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมนี่ก็เรื่องใหญ่มากนะครับ ว่าประเทศไทยเนี่ยนะครับ อยู่ในจุดที่เรียกว่าเราต้องใช้วิธีการให้ความเจริญกับสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันละครับ
จากนี้ไปเนี่ย ต้องเลือกอย่างหนึ่งอย่างใด ผมว่ามันไม่ได้แล้วล่ะ
เพราะว่าป่าไม้เรานะครับ มันเหลือไม่เหลือ 30% เอง
ครับ
จากจากก่อนหน้าจะพัฒนาเนี่ยนะครับ มี 60 70 ปัจจุบันเหลือ 30
อืม
คือมันมีแต่ต้องเพิ่มเป็น 40 ให้ได้อ่ะ
ครับ
คือว่าง่ายๆคือตรงไหนเป็นพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติสมบูรณ์เนี่ยนะครับ ต้องต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด
อืม
คือผมคิดว่าแนวคิดแบบว่าพวกความเจริญต้องทำลายสิ่งแวดล้อมบ้างเนี่ย ผมว่ามันมันพูดกันเมื่อ 40 ปี 50 ปีที่แล้วเนี่ย ตอนนี้มันพูดอย่างนี้ต่อไม่ได้แล้วไง
อืม
แต่เอาล่ะ ผมคิดว่าในประเด็นเรื่องความคุ้มค่าเศรษฐกิจเนี่ย ผมยังสงสัยว่าผมไปฟังดูผู้เชี่ยวชาญเค้าก็ตั้งคำถามกัน คือมันประหยัดได้แค่ 5 วันน่ะ
อืม
ถ้าเป็นคลองไปเลยเนี่ย สมัยก่อนเราพูดเรื่องคลองปานามา
อ่า ใช่
แต่คุณเอก็ทราบทำไมไม่เป็นคลองอ่ะ
ก็กลัวเรื่องความมั่นคง
แบ่งแยกเป็น 2 2
ความจริงมันไม่ได้แบ่งแยกหรอกมันเมมันเป็นคลองใช่มั้ยครับ แต่ว่าเค้ากลัวว่ามีภาพลักษณ์ของการแบ่ง
อืม
ใช่มั้ยครับ ถ้าเป็นคลองอาจจะคุ้ม 5 วันเนี่ย
ครับ
รัดไปได้ 5 วันใช่มั้ยครับ แต่ว่า เอ่อ พอเป็นแอนด์บิดเนี่ย มันต้องขนรอบนึงขนลงอีกรอบนึงอ
นะครับ แล้วก็รถไฟเนี่ย ศักยภาพในการขนเนี่ย
จะได้สักจนคุ้มมั้ย คือแทนที่ 5 วันได้มาเนี่ย มันได้
มันได้ประหยัด 5 วันจริงหรือเปล่า
อ
ในตอนขนขึ้นขนลงนะ ผมคิดว่ารัฐบาลเรื่องนี้เนี่ยนะครับ
เอ่อ อย่าไปบอกว่าเอ้ยช่องแคบฮอมุสมีปัญหา มันคนละที่กันนะ ออกกลางอ
เก็จะให้เหตุผลเดี๋ยวมลากา
คู่แข่งเราคือมลากา
เออเดี๋ยวมันจะเก็บตังค์
ซึ่งวัยเขาแค่ 5 วัน
เออ
ผมหมายนึกว่าผมผมบอกงี้นะว่าเรื่องเนี้ย รัฐบาลจะบอกว่าปรึกษาบริษัทชั้นนำผู้เชี่ยวชาญเนี่ยนะครับ ทำ ให้เปิดเผยโปร่งใสเอาข้อมูลมาเลยว่า บริษัทขนส่งเรือทั้งหมดเนี่ย ลำใหญ่ๆเนี่ย คอนเทนเนอร์เป็น 10,000 ตู้ 5,000 ตู้เนี่ย เค้าจะผ่านมั้ย 5 วันเนี่ย
อือืๆ
ครับอาจารย์แต่ว่าเอาไหนๆก็พูดเรื่องนี้ นิดนึงคือคนก็ตั้งข้อสังเกตไงว่าที่ผ่าน มาเนี่ยในการหาเสียงไม่มีการพูดเรื่องนี้ ในการแถลงนโยบายรัฐบาลไม่มีพูดเรื่องนี้ แต่อยู่ดีๆมันกลายมาเป็นวาระหลักของรัฐบาลชุดนี้ไปได้ คือทำยังไงให้มันไม่มีเรื่องประโยชน์ทับซ้อนให้คนสงสัย
อืม
คือในด้านนึงก็อาจจะเป็นเป็นโครงการที่เรียกว่าเมกะโปรเจกต์
อ่า
ใช่มั้ยครับที่พรรคภูมิใจไทยจะใช้ในการสร้างผลงานครับ
ใช่มั้ยครับแต่ว่าไอ้เรื่องโครงการเหล่าเนี้ย ทำยังไงให้ปัญหาเรื่องความทับซ้อนนะครับ เช่นอ่ะเรื่องที่ดินน่ะ
อืม
เราก็ทราบนะครับว่าสมัยคุณชวนก็เคยมีโครงการทำนองนี้อยู่แล้วแอนด์บิดอ่ะ
ครับ ใช่
ทำไมไม่เอาตรงนั้นล่ะพัฒนาต่อ
อันนั้นถนนเสร็จแล้วด้วย
ใช่
อืม
ทำไมไม่ทำตรงนั้นล่ะครับ ตรงกลางก็มี
อืม
ทำไมต้องไปทำไมต้องไปเวรคืนใหม่ต้องไปซื้อที่ใหม่ทำให้คนสงสัยไง
อืม
คืออย่าลืมว่า เอ่อในภาคใต้ใต้ตอนน้ำมันขาดแคนเนี่ย มันก็มีประเด็นมาแล้วนะครับอ ว่ามันใครได้ประโยชน์จากการที่น้ำมันขาดแคน
อืม
อะไรแบบเนี้ยนะครับ มันก็ ไอ้โม่งจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้เป็นใครมีมั้จับตัวได้ยัง
มีรายเล็กๆใช่มั้ยที่จับกันแบบเป็นพันหลักหมื่นหลักแสนลิตร
อ่า อันนี้ก็เป็นข้อที่เรียกว่า เอ่อคือรัฐบาลถ้าไม่ระวังเนี่ยนะครับ มันจะซ้ำไปอีกทีนึงแล้วก็
อ
ถ้าคนใต้เค้าประท้วงไม่เอาโครงการอะไรแล้วเนี่ย เค้าประท้วงหนักกว่าพรรคอื่นนะ
อื อื
อันนี้ก็เป็นข้อแนะนำพรรคภูมิใจไทยไว้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรียกว่าโดยพร่อง ยิ่งมีเรื่อง 99 ปีให้ต่างชาติมาลงทุนด้วยเนี่ย
ครับ
ประเด็น 3 เรื่องผูกกันเข้ามาแล้วเนี่ยนะ ครับเรื่องนี้อ
คือผมรับอีกครั้งนะ
ถ้าหากว่าต้องอ้อมทวีปเลยอย่างอเมริกาใต้
อืม
หรืออ้อมแอฟริกาอย่างสุเอสเนี่ย มันเป็นเดือน
อันนั้นคุ้ม
คุ้ม
อือื
แล้วเป็นคลองด้วย
ครับ
แต่ของเราเนี่ย นอกจากไม่ใช่คลองแล้วลดได้แค่ 5 วัน
ต้องเสียสเต็ปเอาขึ้นเอาลงอีกทีนึง
ใช่
โอเคโอเค
แล้วเรือต้องเป็นอีกลำนึง
อ๋อ มันต้องมีเรือ 2 ฝั่งฮะ
ใช่ครับ
เออ
โอเคฮะ อ่ะนี่เป็นประเด็นที่ติดไว้พอดีพูดเรื่องนี้
พอดีผมนั่งฟังอยู่ก็เลยขอ
นิดนึงนิดๆนึง
เอ่อ ประเด็นที่สำคัญ
ครับ โอเค เดี๋ยวต่อเรื่องเศรษฐกิจนิดนึงแล้วกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องรัฐบาลพยายามจะเดินหน้าต่อก็คือเรื่องของ พรก. กู้เงิน อาจารย์ก็ว่าดูสัญญาณเนี่ยชัดเจนพอสมควรว่ายังไงเนี่ย กู้แน่ยังไงกู้แน่ แล้วเห็นบอกว่าวันพรุ่งนี้เนี่ยก็จะเริ่มมีการพูดกันระดับตัวเลข 400,000 500,000 ล้านเนี่ย
ครับ
คือข้อสังเกตเรื่องการกู้เงินเนี่ย หลายคนก็บอกว่า เฮ้ยจริงๆเนี่ย มันมันถึงขั้นต้องเยอะขนาดนั้นเลยหรอ แล้วในเชิงของข้อกำหนดกฎหมายเนี่ย มันทำได้ใช่มั้ยกับการที่คนเถียงกันว่ามันยังไม่เป็นภาวะด่วนที่จะออก พรก. กู้เงินได้
อืม
คือพลเอกประยุทธ์ก็ทำแบบนี้ไว้ไง
อืม
คือถามว่า พรก. เนี่ย มันต้องเร่งด่วน ฉุกเฉิน
อืม
นะครับ ต้องระวังนะครับว่ามันเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 172 หรือเปล่า
อืม
นะครับ คือฉุกเฉินเร่งด่วน นะครับ
เอ่อ หรือไม่
นะครับ แม้ว่าเรื่องเนี้ยเป็นอำนาจของ ครม.
อืม
เอ่อ ถ้าเป็นฉบับ 50 เนี่ย เร่งด่วนหรือไม่ ส่งสารรัฐธรรมนูญตีความได้
ครับ
เช่นเห็นว่าไม่เร่งด่วนก็ส่งสารนูญวินิจฉัย
อาจารย์มีชัยตัดตรงนี้ทิ้งฮะ
อืม
ว่า ครม. เป็นคนวินิจฉัยเองว่าเร่งด่วนหรือเปล่า
คือไม่ต้องให้ใครพิจารณา
สงสารไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญดูแค่วรรคหนึ่งว่าเข้าหรือเปล่า
เออ
เอ่อ เป็นกรณีเนี่ย เพื่อประโยชน์ อ่าอ่ะ ถ้าเกิดพูดเล็งแค่ข้อกฎหมายนะ
อืม
เอ่อ มันอยู่ที่มาตรา 172 คุณเอเปิดดูก็ได้ ผมจะอ่านให้ฟังนะครับ 172 เนี่ย คือในเรื่องไม่เร่งด่วนมันมันสถานการณ์เนี่ย มันคลี่คลายเพราะน้ำมันราคามันลงนะ
อืม
สภาพการขาดตลาดมันก็ลงแล้วพอทำก็ถอยนะ
ครับ
จากอิหร่านใช่มั้ยครับ เอ่อ ดังนั้นเนี่ย จะเอาเหตุเรื่องสงครามอิหร่านมาเนี่ย มันไม่มีละ แต่อย่างที่บอกนะครับว่า เอ่อ 172 วรรค 2 เนี่ย เป็นอำนาจ ครม. ในการตีความเอง เพราะวรรค 2 บอกว่าการตา พรก. ตามวรรค 1 ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อ ครม. เห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเรื่องด่วนไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ อันเนี้ยส่ง
อือ
มันส่งศาลไม่ได้ เพราะศาลจะดูแค่วรรค 1 ไม่ดูวรรค 2 ถ้าเป็นฉบับ 50 เนี่ย ส่งให้สารนูญวินิจฉัยได้ว่านี่ไม่เร่งด่วน ทีนี้วรรค 1 เนี่ยคืออะไรครับ ในกรณีเพื่อประโยชน์นะที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือป้องปัดปัดภัยสาธารณะ อันเนี้ยจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ
อืม
นะครับ ทีนี้มันต้องเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ครับ
การกู้เงินเนี่ยนะครับ มันไม่ได้แปลว่าความมั่นคงเสมอไป ถ้ากู้มากแล้วความจำเป็นน้อย
เออ
เพราะมันการเอาเงินในอนาคตมาใช้
ครับ
เอ่อ จำตอนที่พลเอกประยุทธ์เนี่ย เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ. อุ้มหายไปได้มั้ยฮะ
อืม
เลื่อนใช้ประมาณอีก 6 เดือนน่ะ
ครับ
นะครับ ปรากฏว่า เอ่อ ผบ.ตร. ก็ไปคุยทางวิษณุ ว่าไม่พร้อม ขอพอเป็น 1 ตุลาคม แต่วิษณุก็ไปคุยกับอาจารย์ คนพลเอกประยุทธ์ ยุทธก็โอเค ออก พรก. ให้เลื่อนไปเป็น 1 ตุลาคม
อืม
นะครับ แล้วไงรู้มั้ยครับ ศาลบอกหมู่ฮะ
อ้า
ไม่มีไม่ไม่เข้าเหตุตามเงื่อนไขตาม 17 มาตรา 172
ไม่มีเหตุให้เลื่อน
มันไม่มันไม่มีเหตุให้เลื่อน เพราะว่าไอ้ พรบ. ป้องกันอุ้มหายทรมาน ยิ่งเลื่อนไปยิ่งกระทบต่อสิทธิประชาชน
อันนี้ความมั่นคง
มันมันจะมั่นคงยังไง มันในเรื่องเพราะในเรื่องของ ยิ่งเลื่อนออกไปประชาชนยิ่งได้รับผลกระทบไง
อ๋อ เออ
นะครับ แล้วนี่มันก็ไม่เกี่ยวกับ เอ่อ อันนี้มันไม่มีเรื่องไม่มีเรื่องความมั่นคงด้วยนะ
อ
ความปลอดภัยของประเทศ
อ๋อ
ความปลอดภัยสาธารณะ
ครับ
ไอ้การเลื่อน พรบ. อุ้มหายทรมานไปต่างหาก สาธารณะจะไม่ปลอดภัยเป็นโมฆะไปแล้วอันนั้นน่ะ
อ
เรื่องเรื่องคือ ผบ.ตร. ขณะนั้นนะครับ ท่านเกษียณ 30 กันยายน
อืม
ท่านก็เลยขอให้เลื่อนไป 1 ตุลาคม ให้ผมไปก่อน
ซึ่งอันนี้ก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว อาจารย์วิษณุไม่รู้โดนโดนต้มหรือเปล่า แต่ว่าผมยกตัวอย่างให้ฟังว่ามันอย่าคิดว่าออก พรก. แล้วเนี่ย มันจะใช้ได้เสมอไป
แม้ว่าอำนาจในการวินิจฉัยว่าฉุกเฉินรีบด่วนไม่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เป็นอำนาจ ครม. โดยแท้ก็ตาม
ครับ
แต่กู้เงิน 500 สนล้านบาทเนี่ยนะครับ เรื่องนี้จะเข้าตรงไหนครับ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ
อืม
ถูกมั้ย คำถามคืออธิบายได้มั้ยว่ามั่นคงในเศรษฐกิจยังไง 500,000 ล้านบาท อันนี้อำนาจอยู่ในมือ 3 นูนฮะ ในการวินิจฉัยตีความ
นั่นหมายความว่าถ้าเคสนี้เกิดขึ้นเนี่ย ครม. เคาะวันอังคารนี้ว่าจะมีการกู้กันขึ้นมาเนี่ย จะต้องมีคนไปร้อง
ถ้ามีคนไปร้อง 3 นูนเรื่องก็จะเป็น 3 นูน
เออครับ อันนี้อันนี้เนี่ยผมเรียนว่าเหมือนๆกับ คืออย่างงี้ พอพอ พรก. พอประกาศใช้แล้วเนี่ย ก็ต้องเข้าสภา
อืม
ผู้แทนให้อนุมัติแล้วก็วุฒิสภาให้อนุมัติ
อืม
นะครับ ซึ่งก็คงผ่านทั้ง 2 สภา
น่าจะอย่างงั้นครับ
เพราะรัฐบาลมีเสียงในสภาผู้แทนแล้วก็ทั้ง สว. ด้วย
อืม
ใช่มั้ยครับ แต่ว่าเอ่อ ในการ เอ่อ ก่อนที่จะอนุมัติเนี่ยนะครับ ส.ส. เนี่ยไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือ สว. 1 ใน 5 สามารถเข้าชื่อน้องขอต่อประธานแห่งสภาที่ตเป็นสมาชิกเพื่อส่ง 3 วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า
1 ใน 5
100 คนไง
เออ
ผมคิดเป็นไปได้มากที่
ฝ่ายค้าน
ฝ่ายค้านจะยื่น
ก็จะไปที่ 3 นูนเลย
ซึ่งก็หมายความว่าสมมุติว่ามีการเข้าสภา และฝ่ายค้านไปยื่นให้ศาลูญเนี่ย กระบวนการจะต้องหยุดไว้ก่อนมั้ยฮะ
คือเขาใช้คำนี้นะครับ ก่อนที่สภาผู้แทนจะอนุมัติครับ
อื แล้วก็ให้รอจนกว่าศาลจะวินิจฉัย
โอห คือเรื่องนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นนะครับ
เออ
คือผมคิดว่าท่านรองนายกปกรเนี่ย ก็คงจะทราบขั้นตอนพวกนี้อยู่แล้ว
อืม
แต่ผมเรียนว่าถ้ากู้มากนะครับ แล้วมีเสียงทักท้วงเยอะถึงความจำเป็นและจำนวนที่มากเนี่ย
ผมว่า
ฝ่ายค้านยืด แต่ถ้าเกิดรัฐบาลอธิบายได้ว่ามันจำเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ 500 สนล้าน คุณเอ
ใช่
ผมว่ามัน 500 สนล้านบาทนะครับ
อืม
มันมากจน คือถ้าแสนล้าน 200 สนล้าน คือต้องเข้าใจนะ ครับว่าโดยหลักแล้วเนี่ย เราต้อง พรบ. งบประมาณประจำปี
ใช่ครับ
มันถึงจะมีวินัยทางการคลัง
อืม
ใช่มั้ยครับ จะงบผูกพันไปกี่ปีก็ว่าไปใช่ มั้ครับ ยังผ่านสภาผู้แทนซึ่งเป็น
ซึ่งเป็นตัวแทนปวงชน
อืม
ไอ้การที่เรียกว่า เอ่อ ออก พรก. ไปก่อนแล้วค่อยมาเข้าสภาเนี่ย
ครับ
นะครับ ฝ่ายค้านก็ไม่มีปากมีเสียงเลย เพราะว่ารัฐบาลยกมือผ่านเลย
อืม
แล้วมันแปยติไม่ได้
อืม
ไม่เหมือนร่าง พรบ. ฝ่ายค้านเนี่ย เค้าเป็นกรรมาธิการ เไปยติ
ไปถกไปต่อได้แกใช่ครับ เพราะว่าการจัดกรรมาธิการเนี่ย ที่นั่งเนี่ยของทุกพรรคจะมีที่นั่งตามสัดส่วน งั้นฝ่ายค้านจึงมีปากมีเสียงในตอนพิจารณากฎหมาย
อืม
ในกรรมาธิการ เพราะว่าแต่ละพรรคจะมีจำนวนกรรมาธิการตามจำนวน สส. อื
แต่ว่าขณะที่พอเป็น พรก. เข้าสภาผู้แทนเนี่ย มันยกมืออย่างเดียวผ่านไม่ผ่านแก้ข้างในไม่ได้
อืม
ดังนั้นเนี่ย เรื่องเนี้ย เอ่อ มันเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยเหตุที่มันจำเป็นจริงๆ หรือเรียกไม่ได้จริงๆ
อืม
นะครับ ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบไม่ได้ แต่รัฐบาลเองก็ต้องพึงรู้อยู่แก่ตัวนะดูแก่ใจว่าเนี่ย 172 วรรค 2 นะครับ การตา พรก. ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อ ครม. เห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ อื
นะครับ ถ้าหากว่าทำให้ฝ่ายค้านเ้าเห็นไม่ได้ว่ามันรีบด่วนฉุกเฉินหลีกเลี่ยงได้ยังไงเนี่ย ผมว่าเไปร้อง 3 ดูแน่
เออ แต่อย่างที่บอกอาจารย์บอกแหละ มันมีตัวอย่างมาแล้วสมัยคุณประยุทธ์
ครับ
เออ ตอนนั้นก็กู้เหมือนกัน เออเราก็ผ่านไปได้
ครับ ตอนนั้นมันคงมีเหตุผล จำตัวเลขไม่ได้ ตอนนั้นเข้าใจว่าสมัยพลเอกประยุทธ์เนี่ย คือเรื่องตอนน้ำมัน
อือื
เข้าใจว่าตอนนั้นเค้ากู้ไปซะไหร่ 200 สนล้าน
ใช่ หลักแสนล้าน อื
มันมีเรื่องน้ำมันน่ะ
อือ แต่แต่ ณ เวลานี้ ถ้าอาจารย์บอกว่าถ้าเทียบความเร่งด่วนตอนนี้กับตอนนั้นเนี่ย มันต่างกัน
นั้นมันต่างกัน อ
แล้วปริมาณก็น้อยกว่าตอนนั้น
อื
ผมคิดว่า เรื่องนี้ไม่ง่ายแล้วจะกลายเป็นการเมือง
พรุ่งนี้รอดู เพราะพรุ่งนี้เห็นว่า ครม. จะเอาเรื่องนี้เข้าแล้ว กลายเป็นว่าคนก็จะมองว่า คือที่ผ่านมาเนี่ย อาจารย์คนเ้าเไม่ คือการจะกู้เนี่ย ใครไม่ติดเพราะว่าบางทีมันอาจมีวิกฤตจริงๆก็ต้องใช้เงินมา กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมาคือเวลากู้มาแล้วคนมักจะมองว่าเดี๋ยวคุณก็ไปแจก ไปแจกเสร็จเนี่ย มันเป็นการกู้วิกฤตอย่างไร ใช่มั้ยอาจารย์ คือคนเนี่ยกังวลว่ากู้แล้ว เอาเงินไปทำอะไรให้มันเป็นประโยชน์มากกว่าหรือเปล่า
ใช่ครับ เพราะว่ามันจะไปอยู่ในช่วงของคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยๆ 4,000 บาทนี่นะ
มันจะกลายเป็นการกู้เงินมาเพื่อ นโยบายพรรคที่หาเสียงไว้
อืม
คือผมคิดว่า เอ่อ ถ้าเป็นนโยบายแบบเนี้ยนะครับ มันต้องเป็นงบประมาณประจำปี
อืม
นะครับ ถ้าหากเป็น พรก. เนี่ย มันต้องเป็นเรื่องที่มันเรียกว่า เอ่อ ฉุกเชิญรีบด่วนมาก วิกฤตเศรษฐกิจโลกต้องมา อันเนี้ยผมว่าไม่ง่าย
เพราะว่าสถานการณ์มันดีขึ้นแล้ว
ครับ
ถ้ากู้ซัก 200,000 เมื่อเดือนที่แล้ว
ตอนกำลังดีดดีด
เออ ตอนนั้นน่ะ ไม่มีใครว่าอะไร
ออ
สัก 200,000 นะ
ครับ
200,000 นี่มัน 500,000 แล้วสถานการณ์มันก็คลี่คลายไปมาก
อืม
ผมว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย
ครับ
ไม่ง่าย
โอเค
ก็ต้องอยู่ที่ฝีมือฝ่ายค้านด้วยนะว่าเค้า เค้าเล่นเป็นหรือเปล่า
เออ ผมว่าเค้าเห็นแล้วล่ะ
อืม
แต่ว่าเดี๋ยรอจังหวะว่าตอนจะเข้าสภา
อ้า เห็นแล้วนะ ดูก็เล่นยังไงด้วย ประชาชนก็ต้องดูไง
อืม
เก็ต้องฟังแล้วก็ดูว่าเจะฟังรัฐบาลฟังฝ่ายค้านเนี่ย สาธชนเนี่ยฟังข้างไหนมากกว่า
อืม
แต้มผมอ่านเกมฝ่ายค้านได้เลย ฝค้านไป 3 นูนแน่
โอเค
เพราะ 1 ใน 10 เอ้ย 1 ใน 5 มัน 100 คน
ยังไงเค้ารวมกันเกินอยู่
ไปแน่นอน
ครับ โอเค แต่ดูเหมือนว่าการทำงานของรัฐบาลชุดนี้เองเนี่ย มันมีข้อกฎหมายมันมีข้อดราม่าเนี่ยเยอะมากอ่ะ เรื่องเงินกู้ก็เรื่องนึง อาทิตย์ที่แล้วเรื่องกรณีรัฐมนตรีเกษตรคุณสุริยะ
ครับ
ที่คุณมีการโยกย้ายคุณราเชน อดีตอธิบดีฝนหลวงแล้วก็กลายเป็นประเด็นที่คุณราเชนก็ออกมาเปิดเผยออกมาพบกันหมดแล้ว คุณจนคุณสุริยะต้องออกมาแถลงว่าถ้าไม่หยุดเนี่ยเดี๋ยวฟ้องร้อง อาจารย์เห็นข้อสังเกตในเรื่องนี้ไงมั้ง
คือคุณสุริยะเนี่ย เอ่อ พูดไม่ดีเหตุผลของเค้าอ่ะ
อืม
บอกคุณราเชนเหลือ 4 เดือนจากเกษียณแล้ว
เออ ก็นั้นเนี่ย ก็เหมือนว่าทำงานไม่ค่อยดีละไม่ไหวแล้วทำนองเนี้ย
ก็เอาคนใหม่ขึ้นมาเลย ความจริงมันผิดนะ คือต้องเข้าใจนะครับว่าอย่างศาลเนี่ยนะครับ ผู้พิพากษาเค้าเกษียณ 70 ปี 3 หนูเนี่ย 75 ปี
อืม
แล้วแนวโน้มของโลก รวมถึงอาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งไม่ได้เป็นรองนายกแล้วก็เคยพูดไว้ มันต้องเขยิบเวลา
อืม
เกษียณ เพราะว่าสังคมผู้สูงวัยในวิธีการแก้ปัญหาคือใหญ่
ฮะ ต้องขยาย
ต้องคนแก่ต้องทำงานให้นานขึ้น
ทำงานต่อ
ต้องทำงานต่อ
เออ
นะครับ เพราะว่า จะเกษียณ 60 แล้วก็เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน เข้าวัดเข้าวาฟังธรรมเตรียมลาจากโลกนี้ไป มันมันไม่ใช่
เออ
คน 60 เนี่ยเดี๋ยวนี้ก็ยังดูไม่แก่
แข็งแรงอยู่
ยังแข็งแรงอยู่ ยิ่งถ้าออกกำลังกายตัวเอง ใช่มั้ครับ ดังนั้น
ทิศทางของโลกเนี่ยก็มีแต่เขยิบ ซึ่งศาลนี่ไปก่อนละ
เป็นไปมา 10 เป็น 10 ปีแล้ว คือ 70 ปี 37 นู่น 75
เกษ
รู้มั้ยครับ สรีมคอร์ดนะครับ ศาลสูงสุดของอเมริกาเนี่ย ตลอดชีวิต
เป็นตลอดชีวิต
เป็นจะเป็นไม่ไหวอ่ะ
เออ คือผมคิดว่า ยังไม่ 60 แล้วเหลือ 4 เดือนไปปลดเค้าว่าเค้าแก่แล้วเนี่ย ผมว่ามันมีแต่ให้เค้าเกษียณอย่างสมศักดิ์ศรี มีแต่ต้องบอกว่า ท่านอธิบดี
อ
ท่านเหลือ 4 เดือน ท่านอยากทำอะไร เอาประสบการณ์ท่านยุของท่านมาทำให้เต็มที่เลยผมจะท่าน
อืม
มันต้องเป็นอย่างงั้นไง
ครับ
คืออีก 4 เดือนเข้าไปอยู่แล้วไปปลดไปย้ายเค้าใหม่ไป มันคือผมทีนี้พอไปผนวกกับเรื่องหลาน
อืม
นะครับ พอดีคุณสุริยะอาเจกก็มีหลานหลายคน
ครับ
ก็เป็นหลานอีกคนนึง
อ่า อีกอีกฝั่งนึง
เออ หลานอีกคนนึงก็มีประเด็นที่ยังยังเอ่อ เป็นที่เอ่อคหาอยู่
อืม
นะครับ ว่าเพราะคุณราเชนเค้าแฉเอง เพียงแต่คนเ้ารอฟังไงว่าจะเป็นภาพหรือเสียง
แล้วแกบอกมีหมดนะ ทั้งภาพทั้งเสียง 4K
มีคนไปมีคนไปเคลียร์
เออ
มีคนไปเคลียร์แน่นอนนะครับ ถึงเลิกไงบอก ให้มันอยู่กับตัวผมจบไปกับผมแล้วผมแล้วก็ จะไปบวชเงี้ยผมว่ามีคนไปเคลียร์
อืม
มีคนไปเคลียร์นะครับ แต่ว่าเอ่อ เรื่องนี้คงให้จบไปอ่ะ คือพอมันเป็น 2 เรื่องไง เรื่องนึงเนี่ยนะครับ หลานเนี่ย เอ่อไปคุยกับอธิบดี
อืม
ของกรมซึ่งอยู่ในการบังคับบัญชาของอาเจก
อืม
ก็เป็นปัญหาอยู่แล้ว
ครับ
แต่ก็ยังอาจจะพอเคียได้ว่าผมไม่เกี่ยวไอ้คนนั้นผิดคนก็ชี้แจงกันไป
อือ
ส่วนการย้ายอธิบดีเหลืออีก 4 เดือนแล้วไปย้ายแล้วเหตุผลคือเค้าแก่แล้วต้องรีบย้าย แต่ละเรื่องมันก็มีปัญหาอยู่แล้ว พอมารวมเข้าไปด้วยกัน
อืม
มันกลายเป็นว่าตกลงย้ายเพราะเรื่องแรก
อืม
หรือเปล่าเนี่ย มันก็เป็นปัญหา
ครับ คือคือในเชิงในเชิงข้อกฎหมายเองเนี่ย ถ้าเกิดว่าสมมุตินะ เค้าคิดจะต่อสู้ขึ้นมา การถูกโยกยักย้ายก่อนเกษียณแค่ 4 เดือนเนี่ย ในเชิงข้อกฎหมายต่อสู้ได้
เออ คุณเอจำตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ไปย้ายคุณถวิลเปลี่ยนสีได้มั้ย
เลขาสมช. อื
3000 ให้พ้นตำแหน่งเลยนะนายกอ่ะ
อืม
จำได้มั้ยครับว่าจริงๆแล้วเนี่ย เอ่อ คุณยิ่งลักษณ์ยุบสภา เอ่อวันที่ 10 ธันวาคมครับ
2556
ก็เป็นนายกรักษาการอ
นะครับ แล้วต้นเดือนพฤษภาคมก่อนยื่นอำนาจสัก 2-3 อาทิตย์เนี่ย 2 อาทิตย์วันที่ 7 พฤษภาคมถ้าผมจำไม่ผิดก็โดน 3 นูนสอย
อืม
คุณิรักษ์นี่ถูกสอยเพราะศาลรัฐธรรมนูญนะ ครับไม่ใช่ได้พบพลเอกประยุทธ์นะ
อืม
เพราะว่าจาก เอ่อ ตอนนั้นเนี่ยเรื่องคดีคุณถวิลเปลี่ยนสี 3 นูนก็มีมติให้พ้นตำแหน่ง
อืม
นะครับ
อะไรจะเปรียบเทียบว่าถ้าสมมุติ
ขณะที่ในยุคปัจจุบันเนี่ย การโยกย้ายต่างๆเนี่ย มัน
มันยิ่งรัฐบาลคุณอนุทิน 1 เนี่ยก็มากนะ ยิ่งก่อนเลือกตั้งก็มีเรื่องผู้ว่าในอำเภอซึ่งเขาก็พูดกันอยู่ว่ามันเกี่ยว ข้องกับเรื่องการเลือกตั้งหรือเปล่าใช่ไหม
อืม
แต่มันก็ไม่ดีอยู่แล้วไง คือปกติปกติเนี่ย มันมีฤดูโยกย้ายใช่มั้ยครับ เมษายน ตุลาคม
ก็ก็ต้องมี
กันยายน
ครับ
1 เมษายน 1 ตุลาคม 6 เดือนก็ทำได้อยู่แล้ว ไอ้การไปเปลี่ยนระหว่างทางของ 6 เดือนเนี่ยนะครับ มันเป็นที่คอรหาอยู่แล้ว ไม่ควรทำอยู่แล้ว เหตุผลไม่มียิ่งไปกันใหญ่ แต่ว่าตอนหลังมาเนี่ย แล้วบุญ 60 มันเหมือนหย่อนลงมาไง บุญ 60 เนี่ยทำกันแล้ว ไม่เห็นมีใครเอาผิดอะไรกันได้
อืม
ขณะที่ก่อนหน้านี้คุณยิ่งลักษณ์ฉบับ 50 โดยไปร้อง 3 ดูแล้วพ้นตำแหน่งอ่ะ
อืม
ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราต้องเข้าใจนะ ครับว่าฝ่ายการเมืองซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ย่อมมีสิทธิ์ที่จะ เอ่อ ดูเรื่องทีมงาน
อืม
แต่ว่ามันมีรอบของมันไง 1 เมษายน 1 ตุลาคม
อืม
ไอ้การไปเปลี่ยนก่อนรอบปกติเนี่ย มันต้องเป็นเรื่องจำเป็นและมีเหตุผลอย่างยิ่งอ่ะ
คือมันต้องเป็นที่ร้ายแรงพอสมควร
มันมันก็จะกลายเป็นการรังแกทำงานมาทั้งชีวิตอ่ะ กว่าจะขึ้นเป็นอธิบดี อื
นึกออกมั้ยครับ
ครับ
แล้วเหลือ 4 เดือน เหตุผลก็คือเหลือ 4 เดือนไปปลดเค้าเนี่ยไปเปลี่ยนเค้าเนี่ย มันฟังไม่ขึ้น
อื คือพอมันไปบวกกับเรื่องหลานอย่างที่อาจารย์บอกแหละครับ
คนมันอดคิดไม่ได้
ว่ามันเป็นการโยกย้ายเพราะเรื่อง
หรือเปล่า
หรือเปล่า
ครับ อืๆ ก็จะเป็นจุดอ่อนไปเลยของพรรค เพื่อไทย
ครับ แต่ดูเหมือนว่าจริงๆแล้ว ไอ้เคสเรื่องการโยกย้ายอะไรกับพรรคทั้งภูมิใจไทยเนี่ย ที่ผ่านมาอย่างที่อาจารย์บอกอ่ะ คือมันก็มีมาต่อเนื่องแล้วก็มันก็มีความชัดเจนพอสมควรว่าสุดท้ายแล้วเนี่ย การที่เขาเข้ามาเนี่ย เขาก็ต้องมีมือมีเท้ามีแขนมีขาที่ทำงานได้ ไอ้แบบนี้แสดงว่าเขาก็รู้สึกว่าก็ทำได้ปกติแล้วก็ไม่ได้จะมี
คือคือผมพูดเรื่องมหาไทยก่อนแล้วกันนะ เอา กระทรวงมหาไทยก่อน มหาไทยเนี่ยก็เรื่องของการยกย้ายผู้ว่าในอำเภอ
อืม
เอ่อ กับเรื่องอธิบดีกรม อย่าลืมนะว่าว่า เอ่อ อธิบดีกรมเนี่ยก็ใหญ่กว่าผู้ว่า อื ถ้าพูดในแง่นี้ใช่มั้ยครับ เอ่อ แต่ว่าผู้ว่าก็อยู่ใต้ปลัดกระทรวงมหาดไทย มันซับซ้อนกันอยู่
อืม
นะครับ เอ่อ ในแง่ของ สมัยก่อนเนี่ยนะครับ เลือกตั้งทีไรก็ รัฐบาลสหาการก็โยกย้ายผู้ว่าในอำเภอ
อืม
เพื่อชิงแต่ความได้เปรียบทางพื้นที่
ก็เลือก
เพราะผู้ว่าในอำเภอเป็นคนจัดการเลือกตั้ง ตอนหลังมาพอมี กกต. เนี่ย ไอ้การโยกย้ายพวกในอำเภอก็ได้มีมีประโยชน์น้อยลงไปละ
อืม
เพราะมี กกต. แต่มาก กกต. ของปี 60 เนี่ย 60 เนี่ยเเอามหาดไทยมาช่วยจัด อ่าใช่ ในอำเภอเนี่ยก็มาเป็น ผอ. เขตกันเกินครึ่งอ่ะ 400 เขตอ่ะนะครับ มันก็เลยมีทำให้เป็นข้อคหาไง ผมคิดว่าข้อเนี้ยเป็นข้อที่เรียกว่า เอ่อ ทำยังไงให้สมดุลนะครับระหว่างฝ่ายที่มา จากเจตจำนงของประชาชนตามกระบวนการ ประชาธิปไตยการเลือกตั้งแล้วก็รัฐสภาที่เลือกนายก นายกก็เลือก
อ
เอ่อ รัฐมนตรีเค้าก็ต้องเจตจำนงประชาชน มันก็ต้องสามารถที่จะขยับปรับเปลี่ยน
อืม
กลไกประจำได้นะครับ แต่การขยับขับปรับเปลี่ยนปีมันก็มี 2 รอบใช่มั้ย รอบปกติมันก็คือ 1 ตุลาคม
อือ
นะครับ อ่ะ กลางทางก็ 1 เมษายน
ครับ
ไอ้ระหว่าง 6 เดือนเนี่ย มันก็มันต้องเท่าที่จำเป็นน่ะ ต้องน้อยมาก ต้องมีเหตุผล
อืม
ทีนี้มันต้องสมดุลไง กับคนที่เค้ามาอีกมาอีกทางนึงคือระบบสอบเข้า
อืม
แล้วก็ทำงานจนเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา เออ มันก็ต้องสมดุลกันแน่นอนแหละว่ากลไกประจำอยู่ใต้กลไกของ
ของฝ่ายการเมืองที่ต้องผลักดันนโยบายตามเจตจำนงของประชาชนที่มอบให้จากการเลือกตั้ง ใช่มั้ครับ แต่สมดุลของฝ่ายประจำเนี่ย เค้าก็ต้องมีไง ว่าก็ต้องคุ้มครองเค้าในระดับที่เหมาะสม อย่างผมบอกอ่ะ ถ้าโยกย้าย 1 ตุลาคม 1 เมษายนเนี่ย มันก็ไม่มีประเด็นปัญหา
เออ พอมันไปสั้นกว่านั้นไปเปลี่ยนเค้าเหลือ 4 เดือนก็ไปเปลี่ยนหรือโยกย้ายกัน กลางระหว่าง 6 เดือนแบบไม่มีปีมีขุ่ย
อืม
แล้วชวนให้คิดว่ามีเรื่องอื่นใดหรือเปล่า เนี่ย มันก็ทำให้เป็นปัญหาอยู่แล้ว
อือๆ ครับ โอเค เรื่องของกรณี ปปช. เอง อาจารย์ก็เป็นเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะเคสคุณ
อืม
ศักดิ์สยาม
เออ
กับคุณ เอ่อ เดี๋ยวนะ ลืมชื่อแก
คุณสุภา
คุณสุภา เออ คุณสุภาเนี่ยว่าคุณสุภาเนี่ย พูดไปช่วงแรกคุณสุภาก่อนก็ได้ครับ คุณสุภาเนี่ยเป็นเคสที่หลายคนเฮ้ยอีกวันเดียวคดีหมดอายุความ ปปช. ส่งอัยการให้จนสั่งฟ้องได้เนี่ย คือสุดท้ายแล้วเนี่ย คุณสุภาเองแกพยายามสู้นะที่แกชี้แจงบอกเฮ้ยก็ไม่ได้เสียหายเนี่ย สุดท้ายสรรพากรก็ไปเอาภาษีมาได้จากคุณทักษิณไง 17,000 กว่าล้าน แต่ว่า 2 คนคือคุณแพทองทานกับพี่คุณพี่ทองทักเ ไม่ได้เป็นคนที่ถือหุ้นตัวจริง การสู้แบบนี้เนี่ยมันอาจารย์มีข้อสังเกตอะไรมั้ย
คือคุณศุภาเนี่ยไม่อุทธรณ์
อืม
คือศาลชั้นต้นก็ยกฟ้อง
อืม
คุณสุภาไม่อุทธรณ์ ทีนี้พูดอย่างี้ก่อน เอ่อ ผมเห็นข่าวนี้ทีแรกก็แปลกใจ
อืม
เพราะคุณสุภาเนี่ยเคยเป็นกรรมการ ปปช.
ครับ
เอ๊ะ มันมีอะไรข้างใน เอ่อ หรือ ปปช. พอเค้าต้องการจะสร้างผลงาน เพราะเรื่องคุณศักดิ์สยามเนี่ยก็โดนวิจารณ์หนักมาก ไม่ใช่หนักธรรมดานะ
อืม
หนักมาก เพราะว่ามันขัดต่อคำวินิจฉัย 3 นูนอย่างชัดแจ้ง
อืม
3 นูนวินิจฉัยแล้วว่าเป็นว่าบริษัทไอ้ไอ้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนstruชเนี่ย คุณสศศาลาเนี่ยถือ
ถือถือหุ้น 119 ล้าน 500,000 บาทแทนคุณ ศักดิ์สยาม
คือ 3 นูนวินิจฉัยแบบนี้แล้ว
อืม
นะครับ คือการให้ถือให้ถือให้คนอื่นให้ นอมีถือหุ้นแทนแทนเนี่ย มันก็เข้าใจได้ว่าหมายถึงว่ามีเจตนาที่จะเลี่ยงปกปิด
ตัวเอง
เอ่อ ทรัพย์สิน
ถึงให้คนอื่นถือแทน เพราะเป็นรัฐมนตรีถือไม่ได้
อืม
ก็เลยต้องให้คนอื่นถือแทน มันก็มีเจตนาอยู่ในตัวไง แม้ว่า 3 นูนจะไม่ได้ใช้คำนี้ ใช่มั้ยครับ งั้น ปปช. พอไปยกคำร้องว่าไม่เจตนาเนี่ย ก็ด้วยเหตุผลที่มันประหลาดมาก
อืม
ใช่มั้ย เหตุผลที่มัน คุณศักดิ์สยามก็ไปฟ้องศาลให้คุณสศศาลาเนี่ย
อืม
ลืมชื่อจริงไปแล้วนะ ผมเอาตามเอาตามที่ ปปช. เค้าเขียน
ครับ
ให้คุณศาสราเนี่ย ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย 3 นูน เออ พอ 3 นูนบอกเป็นของคุณศักดิ์สยาม งั้นคุณสศาลาก็ต้องโอนคืนให้คุณศักดิ์สยาม พอคุณสศราไม่โอนคืนให้ไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัย 3 นูนก็เลยไปฟ้องศาลให้บังคับให้ทำตามคำสูล
อืม
แล้วก็ไปจบด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันนะครับ คุณในเมื่อคุณเสดาไม่คืนก็ต้อง เอ่อ แลกกัน
อืม
ด้วยการมาซื้อที่คุณศักดิ์สยาม 51 ล้าน 500,000 บาท 329 ไร่ แล้วก็จบ
อืม
แล้วก็เอาตรงเนี้ย เอามาปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินให้เป็นปัจจุบันทุกรายการ อันเนี้ยคือเหตุผลที่บอกว่าทั้งงั้นคุณศักด สยามก็เท่ากับว่าไม่
ไม่ผิดอะไร
ไม่ไม่ผิดละไม่ได้ไม่มีเจตนาละ เพราะว่า เอ่อ เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยก็ดำเนินการเลย
ทีนี้มันตลก เพราะศาลวินิจฉัยว่าขุนศาลา ถือแทนคุณศักดิ์สยาม
แล้วต้องมาคืนทำไม ในเมื่อคุณก็ถือแทนอยู่แล้ว
ถือแทนคือถือให้เจ้าตัว
ใช่ ไอ้การฟ้องร้องอันนี้ก็เป็นข้อประหลาดนะ คือคือ ปปช. ต้องไปดูต่างหากว่าที่เค้าฟ้องกันเนี่ย มันประหลาดหรือเปล่า เพราะศาลถือศาลวินิจฉัยไปแล้วว่าคุณศราแทนคุณส. สยาม
อืม
คือต้องไปสงสัยว่ากระบวนการที่เค้าฟ้องแล้วสัญญาประนีประนอมยอมความกันเนี่ย มันเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่อย่างไร
ทำไมต้องถือแทนเงี้ยใช่มั้ย
อ้า ไอ้ถือแทนเนี่ย ศาลชี้ขาดมาแล้ว
อืม
เอ่อ หมายถึงว่าถ้าไม่ถือแทนก็เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ไง
อืม
ถือแทนพิสูจน์แล้วถือแทนได้ ได้แล้วก็พ้นตำแหน่ง
อืม
เพราะถือเองหรือถือแทน ศาลถือว่าเท่ากัน
ครับ
ไอ้การที่ถือแทนคือเพื่อจะปกปิด
อืม
ใช่มั้ย ทิศทางมันเป็นแบบไปทำนองแบบนี้ พอ พอ ปปช. ไปอีกทางนึงเนี่ย อันนี้ผมว่าตามก็ต้องให้ความเป็นทางศาสยามนะ นี่ผมว่าตามความพิสัย 3 นูนนะ
อืม
เอ่อ ทีนี้ พอ ปปช. เนี่ย พูดตรงๆนะครับ เหมือนกับ เอ่อ จะใช้คำว่าช่วยมั้ย คือมันมันไม่ใช่เรื่องที่ เอ่อ เราจะเข้าใจได้โดยง่าย ถ้าหาก 119 ล้านบาท คุณสศาลาไม่ยอมคืนให้เนี่ย
อืม
ทำไมถึงจบได้ด้วย 51 ล้าน 500,000 บาทล่ะ
ซื้อซะอ
ซึ่งมันต่างกันน้อยกว่าตั้ง 68 ล้าน
อืม
นึกออกมั้ยครับ ถ้าหากมันถ้ามันต่างกัน 10 20 ล้านก็ยังพอว่า นี่มันต่าง 6 น้อยกว่า 68 ล้านอ่ะ
อืม
เหมือนผมเรียกให้ให้คุณ X เนี่ย ใช้เงินให้ผม 119 ล้านบาท
ครับ
หุ้น X ไม่ใช้ก็แลกกันอ่ะ ขอซื้อที่จากผม 51 ล้าน
หายไปครึ่งนึง
68 ล้านครับ หายไป 68 ล้านเกินครึ่งแล้ว ยอมได้ไง
เออ
คือมันมีข้อชวนให้สงสัยเต็มไปหมด แต่ ปปช. ไม่สงสัย เนี่ยก็เลยทำให้โดนวิจารณ์เยอะ ทีนี้พอมาเรื่องคุณศุภาเนี่ย ผมทีแรกก็เอ๊ะ หรือ ปปช. ต้องการสร้างผลงาน
ว่าเฮ้ยไปปช.
หรือคุณสุภามีอะไรข้างในเหรอ อดีตกรรมการ โดนเนี่ย มันไม่มันไม่ใช่เรื่องน่าจะปกติ
อืม
พอมันรู้ว่า เอ่อ อายุความ 15 ปีเนี่ย ปปช. ส่งเรื่องคือ 14 ปี 364 วัน
อีกวันเดียว
วันเดียว เออ
อืม
คือถามว่า ส่งให้ก่อนหมดอายุความ 1 วันเนี่ย ทำไมทำไมต้องส่งเหลือแค่วันเดียว ให้เวลา 14 ปี 364 วันผ่านไปเหลือเดือนนึงยังน้อยเลยนะ
เออ
นี่วันเดียวอ่ะ
อืม
ตั้งใจอะไรครับ คุณเอ
อืม คืออันนี้
พอพอ ที่ที่ส่งฟ้องทันก็เพราะว่าอัยการ
เออ
อัยการเ้าทำหารุ่มหาค่ำ
เค้าทำให้เสร็จ
เพราะแม่นก็จะกลายเป็นว่าผิดที่เค้า
ส่งไม่ทัน
ไม่ผิดที่ ปปช.
เออ
เออ จะแก้ตัวว่ามันเหลือวันเดียว โทษ ปปช. ด้วย เค้าก็ผิดด้วยอยู่ดี ทำไมไม่ทำไม่ทัน
อืม
คำถามคือ ทำไม ปปช. ส่งวันเดียวก่อนหมดอ
อายุความ
คือทีแรกนึกว่า ปปช. เราจะทำเพื่อจะกอบกู้ เรื่องที่ถูกวิจารณ์เยอะจากคุณศักดิ์สยาม เรื่องคุณศักดิ์สยามไปมาก็หนักอีกเรื่องหนึ่ง กลายเป็นเรื่องที่หนัก
อืม
พอคนรู้ความจริงว่าก่อนหมดอายุความ 1 วัน หรือ 2 วันนะครับ ถึงจะส่งให้อัยการ อันนี้ก็เป็นข้อที่เรียกว่าแปลก
อืม คือตอนแรก
ไม่ต้องพูดถึงนะ
มูลคดีนะว่าคุณศุภาผิดถูกยังไงนะ แต่ในแง่ของกระบวนการทำงาน ปปช. เรื่องนี้มีปัญหา ครับถูกตั้งคำถาม
14 ปีกว่าเนี่ย เอาข้อจริงเนี่ย คือนึกว่า จะไม่ทำอะไรกันแล้วนะ อาจารย์ คือหมายถึงว่า มันมันจริงๆมันใช้เวลากระบวนการนานขนาดนั้นได้เลยเหรอ การทำคดีสักคดีนึงทำสำนวน
คืออันนี้เป็นข้อสำคัญนะครับ คือ ปปช. มีคดีเป็นหมื่น มีอนุต่างๆช่วยคัดกรองก็จริง
อืม
แล้วหลายเรื่องอายุความก็ขาดไป ถูกวิจารณ์อยู่ตลอด มันกลายเป็นว่าพอคดีมากเนี่ย ปปช. เราก็เลือกไงอ
ว่าจะส่งเรื่องไหน
ปล่อยเรื่องไหนขาดอายุความ
อืม
แล้วคำถามคือ ทำไมเลือกเรื่องนี้ดำเนินการ? เรื่องนี้ปล่อยขาดอายุความ มันกลายเป็นการเลือกได้ไง?
ใช้อะไรการเลือก? หรือเปล่า ผมต้องคำว่า "หรือเปล่า" หน่อย
อือๆ นะครับ ซึ่งมันไม่ถูก กระบวนการนี้ไม่ถูกนะ
ครับ แล้วก็พอเห็นการปฏิบัติเคสกรณี คุณศักดิ์สยามเนี่ย ก็เกินเลย คือไม่ใช่เกินเลย น้อยกว่าศาลรัฐธรรมนูญ ศาลบอกว่าคุณ ศักดิ์สยามเนี่ย ถือหุ้นบุรีรัมย์ เจริญแทนคุณ ศักดิ์สยาม ปปช. บอก เอ่อ อย่างน้อยไม่ถือว่ามีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน ซึ่งทำให้มาตรฐานเรื่องบัญชีทรัพย์สินมันหย่อนหมดเลย
อื ความหมายคืออะไรครับ ถ้าผมเป็นรัฐมนตรี ผมให้คนอื่นถือแทน จากนี้ไปไม่ถือว่ามีเจตนาปกปิดทรัพย์สินแล้ว
เพราะมันไปสร้างบรรทัดฐาน
ใช่ ก็มันหย่อนลงมาเลยไง ส่วนคดีของ ส.ส. พรรคประชาชน 10 คน หรือ 44 อดีตก้าวไกล ก็ ตึง ก็เยอะเกิน 3,000
เพราะคำวินิจฉัยพรรคก้าไก่เนี่ย คุณเอ็ก จำได้มั้ย เซาะก่อนบ่อนทำลาย
อื ไม่ได้บอกทำลายนะ เพราะการแก้มาตรา 1 จะเป็นการล้มล้างได้ยังไง
อ๋อ ศาลก็บอกว่านำไปสู่เชื่อว่าน่าจะเห็นได้ ว่าแล้วก็มีคำว่าเซาะก่อนบ่อนทำลาย
ครับ คือหมายถึงว่า หมายถึงว่าไม่ได้ ไม่ได้ล้มล้าง
อื แต่เป็นการเซาะ เป็นการก่อนนำไปสู่เชื่อว่าน่าจะเจตนาอะไรอย่างเงี้ย ก็จะเป็นการคาดการณ์ เป็นการสันนิษฐาน
ถ้อยคำเป็นแบบนี้หมด
ส่วน ปปช. ครับ มีเห็นได้ชัดเจนถึงเจตนาอันชัดแจ้งว่าจะล้มล้าง
ไปไกล
บวกไปอีกสเต็ปนึง 2 สเต็ป
ไปไกลเลย เหมือนกลัวศาลฎีกาจะไม่รับ
เออ ซึ่งอันเนี้ย ทำไมกรณีของคุณศักดิ์สยามถึงเข้าเข้าอกเข้าใจขนาดนั้น แต่กรณีของพรรค เอ่อ ประชาชนนะ กับโอ้โหไปไกลเกิน 3,000 คือนี้มันเรื่องแปลก
อื นะครับ งั้นมัน 2 เรื่องนี้มันก็มีปัญหาอยู่แล้ว พลเรื่องคุณสุภาเนี่ย ผมถึงบอกทีแรก ผมก็คิดว่าเขาคงจะ เอ่อ ทำผลงาน ก็เลยแปลก ก็แปลกใจว่า เอ๊ะ คุณสุภา อดีต ปปช. ทำไม แต่พอมารู้ข่าวว่า
อื รีบส่งก่อนหมด 1 วัน
เลยรู้ว่านี่มันก็ มันก็เป็นเรื่อง พูดตรงๆนะครับ
อื เอ่อ ทำแบบเนี้ยนะครับ บกพร่อง
อื ไปส่งก่อน 1 วันเนี่ย ตั้งใจอะไรครับ
เหมือนรู้ว่าจะไม่ทันอย่างงี้เหรอ
ทีนี้ผมอ่านข่าว ผมฟังข่าวนะ ไม่รู้ถ้าไม่จริงก็ ปปช. ควรจะแก้่นะ
อือๆ เอ่อ ก็มีข่าวประมาณว่า ได้ความเกรงใจอ่ะ มั้ง
อื ก็บอกประมาณว่า เนี่ย เรา ปปช. มาส่งเหลือแค่ วันเดียวเนี่ย เอ่อ ถ้าอัยการฟ้องไม่ทันก็ คล้ายๆเนี่ย ถ้าไม่จริง ปปช. ช่วยต้องแก้ด้วยนะ เพราะคนเข้าใจทางนี้กันเยอะ
อือ ก็บอกอัยการว่า เอ่อ ปปช. เนี่ย เราส่งช้า เหลือแค่วันเดียว ถ้าอัยการฟ้องไม่ทันก็ ไม่เป็นไร
อืม ถ้าเป็นเรื่องจริงนะ
ถ้าเป็นเรื่องจริงนะ มันแปลกไง
คือเหมือนจะรู้ว่า
เอาต่อให้ไม่พูดก็ได้อ่ะ ประโยคเมื่อกี้ไม่มีเลยก็ได้
ข้อเท็จจริงคือเหลือวันเดียว ถูกมั้ย
ใช่ คือไม่ ผมอยากจริงๆ ปกติอัยการจะสั่งฟ้องเนี่ย เค้าใช้เวลาขนาดไหน
โอ๊ย ก็ต้องมีเวลาหน่อยแหละ สำนวนเป็นพันๆ หน้า
เออ ก็ต้องมีเวลาให้เค้าหน่อย
เป็นเดือน
ตัวหลักแล้วต้องเดือนนึงอ่ะ อันหรืออย่างน้อยก็อาทิตย์นึงอ่ะ เร่งด่วนหน่อย
อันนี้ 24 ชั่วโมง
อ้า มันน้อยเกิน คือมันเหมือน อันนี้ตั้งข้อสังเกต มันเหมือนมันเข้าใจว่ายังไงไปก็ไม่ทัน แต่ อัยการทัน
อัยการเค้าก็อยากผิดที่ตัวเค้าไง
อื เค้าก็เร่งจนทัน อันนี้ก็อันนี้ก็ต้องชม คือคือผมย้ำอีกครั้งนึงนะครับ ผิดถูกยังไงเนี่ยนะครับ เรื่องนี้ก็อยู่ที่ศาลวินิจฉัยไปในชั้นอุทธรณ์
อื นะครับ เอ่อ แต่ในพูดกันในแง่กระบวนการว่า ปปช. เนี่ยแปลก
อื หรือวันเดียวส่งเนี่ย
ใช่ๆ
ผมเข้าใจว่า ปปช. เหมือนกับโดน โดนมาแล้วหลายดอก คุณศักดิ์สยาม
อื ใช่มั้ย เรื่องพรรคส้ม
พรรคส้ม มาเรื่องคุณสุภาอีก พอดีจังหวะคุณทักษิณจะออกจากเรือนจำนะ วันอาทิตย์หรือวันจันทร์หน้าถูกมั้ย 10 หรือ 11 พฤษภาคม ก็คงจะ
คิดว่าคงเป็นประเด็นแน่
อื ว่า ปปช. ปล่อยขาดอายุความเงี้ย
อื คือกลายเป็นว่า เอาที่ผ่านมาเนี่ย ปปช. ถามว่าไม่มีดราม่าก็ไม่ใช่ ก็มีมาต่อเนื่อง ถูกตั้งคำถามมาต่อเนื่อง แต่สุดท้ายเอง เหมือนโดนแคร คือก็ปล่อยผ่าน แล้วก็กลายเป็นดราม่าไปไม่จบไม่สิ้นซักที แบบนี้คือยังไง คือมันไม่มีตัวมาตรฐาน หรือว่าเค้าไม่รู้เหรอ อาจารย์
คืออย่างงี้ นี่คือคำถามที่ ปปช. ต้องตอบไง
เออ ควรต้องแถลงด้วยว่ามีเรื่องมาอยู่ที่ ปปช. พอกี่คดีแล้ว ใช้หลักเกณฑ์แบบไหนในการส่ง หรือไม่ส่งกับปล่อยขาดอายุความอ่ะ
หลักเกณฑ์คืออะไร
คือมันปล่อยขาดอายุความไม่ได้ถูกมั้ย
อื มันไม่ควรเลยแหละ
ไม่ใช่ไม่ควร มันไม่ได้เลย
อื คุณปล่อยขาดอายุความได้ไง ถ้าหากว่าคุณสุภาโดนฟังนะ
สำคัญนะครับ
ผมว่าเผินนี่เหตุผลที่แท้จริงด้วย ถ้าคุณสุภาโดนเพราะไม่อุทธรณ์ แล้วการที่ ปปช. มาปล่อยขาดอายุความ ทำไมถึงจะไม่โดน? เรื่องเดียวกัน กระบวนการที่ทำหยุดไปเพราะอะไร
เพราะคุณไม่ทัน
เพราะคุณปล่อยขาดอายุความ
แล้วเว้นไปละที่
อ่ะ ใช่ไง คุณสุภาโดนเพราะอะไรครับ ไม่ อุทธรณ์
อ่า แล้ว ปปช. ปล่อยขาดอายุความ ไม่โดนอ่ะ ถ้าผมเปรียบเทียบมาตรฐาน
เออๆๆ เผลอๆเนี่ย มันจะเป็นอย่างเงี้ย
แล้วอย่าลืมว่า ปปช. เป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียว
อื ที่ถูก ส.ส. 1 ใน 10 เข้าชื่อกันร้องต่อศาลฎีกาว่ามีการใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ ประชาชน 20,000 คนก็เข้าชื่อได้
อื องค์กรอิสระอื่นไม่มีกระบวนการตรวจสอบตรงนี้
อื ไม่มี กกต. ไม่มี
ถ้า กกต. มี กกต. อาจจะโดนไปหลายรอบแล้ว คนเข้าชื่อกันเนี่ย กกต. ไม่มี แต่ ปปช. มี เออ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เค้าก็เลยแบบ เอ่อ ชักจะโดนเยอะ
อื แล้วเรื่องคุณสุภา คือเรื่องของการปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมมันเหมือนกับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
แล้วการที่ ปปช. ปล่อยให้คดีขาดอายุความ
อื มันจะไม่เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้วกระบวนการที่มันต้องยุติไปหรอก
โอ ถ้าคิดอย่างงี้
ถูกมั้ยล่ะ
ใช่ๆ ก็คือเหมือน 157 เหมือนกันแหละ ก็คือ คุณปล่อยคดีความขาด
ซึ่งเอาจริงๆมันมีนะ อาจารย์ ใช่มั้ย เยอะด้วย
เยอะเลยฮะ
เออ อืม แต่สุดท้ายตอนนี้ คือที่ผ่านมามันยังไม่มีใครไปร้องถูกมั้ย
ผมคิดว่าต้องไปดูเป็นเรื่องๆไปนะ
อื เรื่องคุณศักดิ์สยามเนี่ย ผมก็จะมีคนไปร้องแล้ว แต่ว่าเรื่องของคดีที่ขาดอายุความเนี่ยไม่แน่ใจ แต่เชื่อเถอะครับว่าไม่ช้า นานอ่ะ วันนี้ไม่ได้เราไม่ได้ชี้ช่องใช่ไหม ผมว่าคนเขารู้อยู่แล้ว มาตรา 236 เออ รัฐธรรมนูญเนี่ยนะครับ ในการที่จะเข้าชื่อกันเนี่ยครับ
อืม 236 ใช่
อ่ะ เข้าชื่อได้
ก็คือพอศาลฎีกาจะตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ที่เป็นกลาง ใช้คำนี้นะ ผู้ไต่สวนอิสระหลัก เอ่อ นะครับ ที่จากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมือง
อื และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง
ครับ นะ อย่าลืมว่ามันมีเคสแล้วคนนึงด้วยเรื่องรับทอง
800
อะไรอย่างเงี้ยนะครับ คือคือตอนนี้ ปปช. เนี่ย
ในบรรดาองค์กรอิสระทั้งหลายเนี่ย ปปช. เนี่ยจะโดน
เสี่ยงสุด
เสี่ยงสุด
อื เพราะมันมีช่องไปถึงศาลฎีกา
ครับ เออ อ่ะ เมื่อกี้
แล้วผู้ไต่สวนอิสระที่เป็นกลางทางการเมืองด้วยเนี่ย อันนี้ก็ไต่สวนอะไรออกมา นี่ก็มีผลล่ะ แล้วไปถึงศาลฎีกาเนี่ยนะครับ ชี้อะไรมาก็มีน้ำหนักมากอ่ะ
อื นะครับ อืๆ โอเค อาจารย์ เมื่อกี้อาจารย์พูดมาติดมาดี เห็นเรื่องของคุณทักษิณ
ครับ คือยังเถียงกันอยู่นะ อาจารย์ว่าตอนแรก ข่าวออกมาว่าคุณทักษิณที่จะออกมาอาทิตย์หน้าเนี่ยไม่ต้องใส่กำไล ไปตอนแรกมีข่าวบอกว่าไม่ต้องใส่กำไล ไปบอกต้องใส่ขนาดที่บ้านคุณทักษิณเองลูกเอง เอ้ยตกลงต้องใส่ หรือไม่ใส่ หรือยังไง กรณีคุณทักษิณอายุก็ 70 แล้วมีโรคด้วย
อื คือมันเรื่องของการพักโทษนะครับ เอ่อ มันเป็นเรื่องของคณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณา ว่าจะมีเงื่อนไขอะไร คือต้องเข้าใจว่า ผมคิดว่า 8 เดือนถูกมั้ย จากโทษ 1 ปี
อื ถ้า 8 เดือนแปลว่า เอ่อ ได้รับการพักโทษ 4 เดือน
ที่เหลือ
4 เดือนก็แปลว่า 1 ใน 3 เพราะปีนึงมี 12 เดือน
ครับ นะครับ คุณทักษิณได้รับการพักโทษ 1 ใน 3 อื
นะครับ ก็เป็นนักโทษชั้นดีนะครับ เอ่อ ตอนแรกรับเนี่ยเป็นชั้นปานกลางนะครับ ต้องเป็นชั้นดีขึ้นไปถึงจะขอพักโทษได้ อันนี้คือ 1 ในน้อยสุดคือ 1 ใน 4 คือ 3 เดือน อันนี้ถ้า 8 เดือน 8 เดือนใช่มั้ย
ครับ เพราะครบเดือนกันยายนถูกมั้ยครับ ถ้าครบเดือนกันยายน มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ก็ 4 เดือน แปลว่าได้พักโทษ 1 ใน 3
อื คือการพักโทษนี่ผมต้องเล่าให้ท่านผู้ชมได้ทราบก่อนนะครับ การพักโทษไม่ได้แปลว่าพ้นโทษนะครับ แปลว่าได้ออกจากเรือนจำกลับบ้านก่อนเวลา
โทษยังติดตัวไปอยู่
ใช่ครับ ดังนั้นก็เป็นเรื่องของการออกข้อกำหนดครับว่าต้องใส่ EM หรือไม่
อื เพราะว่ายังไม่พ้นโทษแต่ได้กลับบ้านก่อนเวลา
อื คือต้องเข้าใจก่อนนะ คนไปเข้าใจว่า เฮ้ย พ้นโทษ ไม่ใช่ ต้องครบ 1 ปีครับ ถึงจะแล้วไม่หนี
ถึงจะได้ใบบริสุทธิ์ คือครบรับโทษครบก็จะ ได้ใบบริสุทธิ์
เรียกว่าใบบริสุทธิ์
เค้าเรียกใบบริสุทธิ์ คือรับโทษครบก็ได้ใบบริสุทธิ์ เหมือนเหมือนโทษปรับอ่ะ ที่ผมไปไถ่ตัวมา 4 คนน่ะ
อือๆ พอจ่ายค่าปรับครบปุ๊บ 4 คนก็ได้ใบบริสุทธิ์เลย เพราะติดเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับเท่านั้น
คุณทักษิณ ถ้ารับโทษครบ 1 ปีก็ถึงได้ใบบริสุทธิ์ 8 เดือนคือการได้ออกจากเรือนจำกลับมาอยู่ที่บ้านก่อนเวลา
1 ใน 3 ไม่ได้แปลว่าพ้นโทษแล้ว งั้นการพักโทษนี่ หรือพักการลงโทษเนี่ย ความหมายคือได้กลับบ้านก่อนเวลาแต่ยังไม่พ้นโทษ
อื นะครับ ได้ออกมาจากเรือนจำก่อนเวลา ก็เป็นเงื่อนไขของคณะกรรมการนะครับ เรื่องนี้ต้องให้ทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจง
อื พวกเราไปเดากันไม่ได้หรอก ต้องให้ราชทัณฑ์ชี้แจงว่าตกลงติดหรือไม่ติด
เออๆๆ จะสั่งให้ติดก็ได้ไม่ติดก็ได้
แล้วแต่
คือ 70 ปีเป็นเงื่อนไขครับที่จะขอพักโทษ
ไม่ใช่เงื่อนไขว่าไม่ต้องติด
ไม่ใช่อยู่ที่ อยู่ที่ทางราชทัณฑ์จะชี้แจงมา
ครับ ที่ทีนี้คำถามคือว่า แล้วแล้วมันมีการ มันมีข้อห้ามมั้ย อาจารย์ว่าคือพักโทษออกมาแล้วเนี่ยห้ามแสดงความเห็นทางการเมือง หรือพูดได้
ก็คราวที่แล้ว 6 เดือนน่ะ แต่คราวที่แล้วนี่เป็นโมฆะหมดไง เพราะถือว่าไม่ได้ป่วยจริง
เออ เออ คราวที่แล้วนี่ก็ผิดผิดเยอะแยะไปหมดเลยนะ ครั้งที่แล้วอ่ะ
อือ รอบรางวัลตำรวจอ่ะ
ครับ เพราะตอนนั้นคือ 6 เดือน
อื 6 เดือนเนี่ย ครบเกณฑ์คือรับโทษ 1 ครบ 6 เดือนเนี่ย ครบเกณฑ์ในการขอ
อื พักการลงโทษ แต่ตอนนั้นครบ 6 เดือนนะ เอ่อ กลับบ้านเลย
อื จากตำรวจกลับบ้านเลย เมื่อวันนี้ครบ 6 เดือนคราวนั้นทันนี้มันผิดเยอะ
นะครับ ในคราวนี้เนี่ยนะครับ ผมคิดว่าเป็นไปตามระเบียบแล้วเป็นไปตามกฎของกรมราชทัณฑ์แล้วนะครับ ในแง่ข้อกฎหมาย
อื เพราะว่าราชการพักการลงโทษเนี่ย 1 ใน 3 ก็คือ 4 เดือน
ครับ เข้าเกณฑ์ 70 ปี
อื นะครับ แต่ว่าเรื่องของการจะมีเงื่อนไข เอ่อ ว่าห้ามพูดการเมืองเนี่ยมันไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าห้าม
อื มันอยู่ที่ว่ากรมราชทัณฑ์จะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง นอกจาก 1 EM ใส่มั้ย 2 ห้ามพูดอะไรมั้ย
โดยหลักแล้วคือยังเป็นนักโทษโทษอยู่แต่ ได้พ้นโทษเวลา
อื ดังนั้นก็ไม่ควรที่จะอะไรจนเกินเลย
หลักเป็นอย่างงี้ เพราะว่าต้องย้ำอีกทีนึงว่า เอ่อ เค้ายังไม่พ้นโทษ อ่า เพียงแค่ว่า ได้พักการลงโทษ คือออกจากเรือนจำก่อนเวลา แต่จะพ้นโทษคือเมื่อรับโทษครบ คือต้องครบ 1 ปี
ครับ ใน 1 ออกมาแล้วไม่ไปทำไม่ทำอะไรผิดเงื่อนไขไม่หนีนะครับ ครบ 1 ปีก็กลับไปเรือนจำอีกครั้งนึง เค้าก็จะออกใบบริสุทธิ์ให้
อออ๋อกลับไปรับไป
ทีนี้การออกมาก่อนเวลา 4 เดือนเนี่ยนะครับ ทางกรมราชทัณฑ์จะมีเงื่อนไขอะไรบ้างต้องไปถามกรมราชทัณฑ์
อือือ ถ้าถามในวงการเมือง อาจารย์คิดว่าคุณทักษิณเอง ครั้งที่แล้วเหตุผลที่กลับมาที่บอกจะอยู่บ้านเลี้ยงหลานแล้วแต่แล้วสุดท้ายเองแกก็เคลื่อนไหวทางการเมืองพอสมควร ครั้งนี้ถ้ามองในมุมอาจารย์ในมุมการเมืองคุณทักษิณเองแกจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรมั้ยฮะ หรือเงียบเลย
เอ ผมคิดว่าเรื่องนี้เนี่ยเป็นเรื่องที่คาดเดายากนะ
อื เออ เพราะตอนที่คุณทักษิณจะกลับมาเลี้ยงหลานนะ คนก็นึกว่าโอเคก็ยอมแต่คราวนั้นคงอยากจะช่วยลูกสาว
อื ใช่มั้ยครับ แล้วก็มีลุ้นว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นอันดับ 1 ได้
อื เข้าใจ เพราะพรรคเพื่อไทยยังมั่นใจในตอนท้ายว่ามีสิทธิ์เป็นที่ 1
ใช่ แต่คราวนี้เป็นหลานไม่ใช่ลูก
อื อาจารย์เชน น่ะใช่มั้ย
ใช่ๆ ก็ออกได้ 2 หน้าเลย
อื คือ ถ้าคุณทักษิณออกมาแล้ว เอ่อ หมายถึงว่าไม่เหมือนครั้งก่อนนะครับ พูดให้น้อย เงียบๆสักระยะหนึ่งเนี่ย โอกาสที่พรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณจะช่วยพรรคเพื่อไทยอนาคตเนี่ยมีนะ เพราะอาจารย์เชนก็เรียกว่า เอ่อ ถ้าเป็นฟุตบอลดูทรงแล้วก็ เออๆๆ ทรงดีจะมีมาเสียตัวเรื่องกับเจ็ก
เออ พรรคเพื่อไทยนะ แต่ว่าอาจารย์เชนดูทรงดี
อือื ทรงดีขนาดที่ว่าเลือกตั้งคราวหน้าเนี่ยก็กลับไปทะลุร้อยใหม่ได้ครั้งนึงพรรคเพื่อไทย
อื หรือกว่านั้น อาจารย์คิดงั้นเลย
คืออย่างงี้ ต้องเข้าใจว่าเรื่องเศรษฐกิจทั้งหลายอยู่ในมือภูมิใจไทยทั้งหมด
ถูก มีเรื่องกระทรวงเกษตรของร้อนอยู่อันเดียวที่อยู่ในมือเพื่อไทย
อื ซึ่งเผลอๆเนี่ยให้เพื่อไทยไว้เพื่อมัน เพราะมันของร้อนนี่แหละ ไม่ใช่ไว้ให้โชว์ผลงานนะ
หรือเอาไว้ให้ เอาไว้ให้เพื่อไทยถือแทนถือรอรเอกธรรมนัสหรือเปล่า
อืม ไม่แน่ใจ เออ
เป็นก๊อก 2
ครับ เออ โอเค แต่ว่าจะมาออกมาออกมาจะเคลื่อน หรือไม่เคลื่อนเนี่ยมันส่งผลกับเพื่อไทยแน่ๆ คือมันต่างกันตรงที่ว่าตอนนั้นเค้าช่วยลูก อื ใช่มั้ยครับ แล้วก็เป็นนายกอยู่
ครับ แต่
อาจารย์เชนเป็นรัฐมนตรี อว. นะครับ
อื แล้วก็เป็นหลาน ผมว่าคุณทักษิณ ถ้าผมอ่านอ่านใจนะ ออกมารอบนี้น่าจะ น่าจะนิ่งสัก นิ่งสักระยะนึง
ครับ แต่ว่าคุณทักษิณจะทนเสียงปี่เสียงกลอง หรืออะไรต่างๆได้ขนาดไหน แต่ว่าผมยังเชื่อว่าคราวนี้ออกมาจะไม่ปุ๊บๆ ตั้งโต๊ะขึ้นเวที
คงคงไม่ขนาดนั้นนะ ผมว่าต้องมีช่วงเวลาที่แบบ
จะเห็นความเอ่อนิ่งๆสักสักพักนึง
เออ แล้วแล้วคงจะรอดูจังหวะต่อว่าจะยังไง
ครับ ถ้าคิดว่าพรรคเพื่อไทยต้องไปต่อก็เห็นเรา อาจจะเห็นบทบาทอีกครั้งหนึ่ง
อื แต่ว่าขณะนี้ออกมาเลยผมว่ามันไม่ใช่จังหวะที่ดีนะ แล้วอาจารย์เชนก็เป็นหลานด้วยแล้วก็ไม่ดูแลนักเศรษฐกิจด้วย
ใช่ จะมาช่วยกระทรวงเกษตรได้มั้ย
แกก็ขายเก่งนะ
ไม่ก็ไม่ได้ช่วงเวลาของการทำผลงานนี่
อื ใช่มั้ยครับ เว้นแต่พรรคไปขอคำปรึกษาอย่างเป็นทางการ
อันนั้นได้มั้ยอ่า ปกติ
ก็ไม่มีปัญหานี่ตรงนั้น
อ อ่ะ ให้เรารอดู
โอเค
ครับ เมื่อกี้อาจารย์แตะมาทิ้งท้ายไว้นิดนึง อาจารย์มีโครงการไปช่วยประกันตัวใช่มั้ย
มันไม่ใช่การประกันตัว
คือยังไงนะ อาจารย์
คือผมเล่าให้ฟังงี้ ประเทศไทยของเราเนี่ยนะครับ ถ้าหากว่าใครที่ศาลพิพากษาให้ปรับ โทษปรับ
โทษปรับ อื
อ่ะ แล้วไม่มีเงินจ่ายค่าปรับภายใน 30 วัน ทรัพย์สินเอามาใช้แทนค่าปรับก็ไม่มี
อื กฎหมายเขียนว่าจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ ทีนี้กักขังเนี่ยนะครับ ในทางปฏิบัติเนี่ย มันมันในทางกฎหมายเนี่ยมันเบาเบากว่าจำคุก
มันต่างกันยังไงฮะ กับขังจำคุก แต่ในทางปฏิบัติเหมือนกันไง
เออ คือผมเล่าให้ฟังนะครับ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 18 โทษทางอาญามี 5 ประการ
ครับ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ลิฟต์ทรัพย์สิน
อ่ะ มี 5 อัน งั้นไอ้กักขังมันต่ำกว่าจำคุก
อ่ะ อยู่ตรงกลางเลย
แม้กระทั่ง เอ่อ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 23 ก็ยังบอกว่า ถ้าหากว่าโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ศาลอาจจะให้กักขังแทนได้
ออ ก็แปลว่ากักขังเนี่ย กฎหมายต้องการให้เบา กว่า
เบากว่าจำคุก
ไม่เหมือนนักโทษ คือเป็นแบบ อาจจะมีสิทธิ มากกว่า มีเสรีภาพมากกว่า
อื มากกว่าจำคุก แต่ในทางปฏิบัติเหมือนกันหมด
ก็คืออยู่ในเรือนจำ เค้าเรียกสถานกักขัง แต่ว่าก็คือนักโทษครับ ผมเข้าไปเยี่ยมเนี่ย ผมเข้าไปคุยเพื่อจะช่วยเนี่ย
อ่า มือถือ
เอาเข้าไม่ได้
ครับ นาฬิกาเนี่ยนะครับ ที่เป็นดิจิทัลนะ
อ่า Smart Watch ทั้งหลายก็ต้องฝาก คือเคร่งครัดมาก คือก็เหมือนกับ
ตัวร่างกาย คือเหมือนกับเหมือนกับเยี่ยม นักโทษ เพียงแต่ว่าอาจจะมีความผ่อน มากกว่า
อ่า อย่างเจอนักโทษเนี่ย บางทีต้องเจอผ่านกระจก
ครับ อันนี้เข้าไปนั่งคุยได้ เข้าไปนั่งช่วยได้ มากกว่า เพราะมันมีความหย่อนกว่า มันมีความแบบ เปิดหน่อยนึง แต่ว่า เอ่อ ในทางปฏิบัติเนี่ย ก็เป็นนักโทษ
ก็อิสรภาพไม่มีในชีวิต
ไม่มี อือ นะครับ เอ่อ ในทางปฏิบัติเนี่ย กักขังก็เลยไม่ได้ต่างกับจำคุก ดังนั้นพูดก็เท่ากับว่าประเทศไทยของเราเนี่ย ถ้าเกิดใครไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ก็ต้องติดคุกแทนค่าปรับนั่นเอง
นะครับ เอ่อ ตัวเลขนะครับ ณ วันที่ 1 เมษายน 25 เอ่อ 69
ครับ มี 5,048 คน
โอโห ที่ติดที่ติดคุกไม่มีเงินจ่ายค่าปรับอ่ะ
เยอะนะ คือกระจายอยู่ตามเรือนจำต่างๆเนี่ยทั่วประเทศ
เฉพาะศาลกักขังอย่างเดียวไม่พอนะครับ เพราะศาลกักขังมีแค่ 4 แห่ง
อื ภาคใต้ก็นครศรีธรรมราช ภาคอีสานก็ร้อยเอ็ด นะครับ ภาคเหนือก็ลำปาง
อื ภาคกลางก็ปทุมธานี ปทุมธานีมี 500 คน
5,000 คนเนี่ย แปลว่ามันต้องไปไว้ในคุกด้วย เรือนจำด้วย
อื เพราะว่ามีแค่ภาคละ 1 แห่งอ่ะ
จังหวัดอยู่ไกลก็ต้องเอาไว้ในเรือนเรือน
ก็ต้องเอาเรือนจำของ
ตีเต็มที่ 4 ที่ ที่ละ 500 ก็ 2,000 ใช่
อีก 3,000 ไปอยู่ไหน ก็ต้องอยู่เรือนจำ
ใช่ แล้วตัวเลขทั้งปีเท่าไหร่รู้มั้ย
ครับ ประมาณ 40,000-50,000 คน
ต่อปี
ต่อปี
ที่เข้ามาใหม่
คือทั้งปี
คือต้องเข้าใจว่าโทษปรับมันวันละ 5 อัตรา วันละ 500 บาท
ครับ ผมถูกปรับ 2,000 ผมจนผมติดคุก 4 วัน ถูกปรับ 10,000 ผมจนผมติดผมติด 20 วัน 10,000
ก็เอา 500 ไปคูณ
เอา 500 ไปหาร
เออ มาหาร คูณคุณวันก็เป็นจำนวนการค้าปรับ นั่นแหละฮะ
อือ 100,000 เกือบ 200 วัน
อื เกือบปี
ดังนั้นเนี่ย คนที่ติดคุกแทนค่าปรับก็จะมีตั้งแต่ เอ่อ ไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ จนเป็นเดือน แล้วก็สูงสุดไม่เกิน 1 ปี
ครับ ถ้าทดปรับเกิน 200,000 ศาลจะพิพากษาจำคุก เอ้ย กักขังไม่เกิน 2 ปีก็ได้ คือสูงสุดว่า ง่ายๆคือไม่เกิน 2 ปี หลักคือไม่เกินปี แต่ก็ยกเว้นไม่เกิน 2 ปีได้
อื ดังนั้น ตัวเลขเนี่ย มันมีคนที่ไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ด้วย ไม่กี่เดือนด้วย ทั้งปี ก็เลยมีทั้งหมดประมาณ 4-50,000 คน โเยอะมาก
เราคนไปขังเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับเนี่ย 40,000 กว่าคนถึง 50,000 คนต่อปี คุณเอ 1 ถูกขัง 1 วัน เคยเห็นมั้ย พอถูกปรับ 500 เนี่ย
ไม่มีเงินจ่าย
ศาลก็ถามมีเงินจ่ายมั้ย ไม่มีก็
ขัง
ขังราชทัณฑ์ก็รับตัวไปขัง 1 วัน
อื นะครับ ถ้าหาก 1,000 ขัง 2 วัน 1,500 3 วัน 2,000 ขัง 4 วัน
ครับ คำถามคือ ทำไมเราไม่ให้เค้าบริการสังคม
เออ ทีนี้เรื่องของเรื่องคือว่า มันมีการแก้ประมวลกฎหมายอาญาเมื่อกี้ มาตรา 29 ใช่มั้ย ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับให้กักขัง
ครับ ก็มีการแก้ประมวลกฎหมายอาญาเมื่อปี 2545 นะครับ ก็เพราะว่าหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ประกาศใช้เนี่ย มันก็มีความตื่นตัวเรื่องการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ
อื ก็บอกไอ้กักขังที่เขาปรับไม่ดีหรอก ให้เขาบริการสังคม เออ
โดยศาลเป็นคนอนุมัติอนุญาต ก็เลยเกิดการเพิ่มมาตรา 30/1 เข้าไปว่าขอศาล บริการสังคม
อื หรือทำงานประโยชน์แทนค่าปรับได้ แทนการถูกกักขังแทนค่าปรับได้
นะครับ แต่ในทางปฏิบัติเนี่ย ผมกับนักศึกษาเนี่ยนะครับ เขียนคำร้องให้น่าจะถึงประมาณสัก 500 คำร้อง
อื ศาลอนุญาตประมาณสักไม่ถึง 30 คน
จาก 500 คนเนี่ย
ครับ คือประมาณสัก 6% ให้ออกไปทำประโยชน์ได้
คำถามคือ ทำไมถึงต้องไปเขียนให้ในเรือนจำ ในศาลกักขังก็เพราะว่า ศาลท่านไม่ยอมแจ้ง ขณะที่ อ่า โดนทดปรับ
ว่ามีสิทธิ์ขอบริการสังคม
แล้วหนักกว่านั้นนะครับ ศาลจำนวนผู้ภาษา จำนวนมากก็ไม่แจ้งด้วย อ้อ ว่ามีเวลาไปหาเงิน 30 วัน
อ๋ออ๋อ เพราะตามมาตรา 29 ประมาเขียนว่า ถ้าไม่ชำระค่าปรับภายใน 30 วัน หรือทรัพย์สินแทนค่าปรับภายใน 30 วัน ถึงจะถูกกักขัง
อื ในทางปฏิบัติที่ผมถามนะครับ ในสถานกักขังกลางปทุมธานีเนี่ย เรียกว่าทุกคนเลยครับ
ไม่รู้
ไม่มี ไม่ทราบว่าได้มีเวลา 30 วัน เพราะศาลท่านไม่ให้ ศาลท่านถามว่า เอ่อ มีเงินจ่ายมั้ย พอไม่มีปุ๊บก็ 500 หาร
อื แต่ผมไม่ได้บอกศาลท่านไม่ได้ให้เวลาทุกคนนะ เพราะคนที่ท่านให้เวลาเนี่ย ก็คงจะสามารถ ก็คงจะไม่มาติด มีใครบ้างถ้าหากศาลให้เวลา 30 วันจะสามารถหาเงินมาจ่ายค่าปรับได้ ยกมือประมาณ 30 คนน่ะ จาก 50
เกินครึ่งแล้ว คำถามคือ แล้วทำไมเค้าถึงไม่ไปหาล่ะ
อื ก็ติดคุกเลยไง
เค้าไม่รู้
ไม่ให้เวลาฮะ
อ๋อ ศาลไม่ให้เวลา ศาลแล้วเค้าก็ไม่รู้ด้วย
ขังทันทีเลย
เออ ทนายความก็ไม่มีด้วย ถ้าเขาปรับไม่มีเงินค่าทนายก็ไม่มีอ่ะ
อื ตรงนี้ก็ผมเรียนว่าศาลที่แจ้งก็มีนะครับ ศาลที่แจ้งถ้าเหาได้ก็จะไม่มาจบอยู่ในคุก
อื แต่ที่ผมเจอในคุกเนี่ย คือไม่มีใครทราบเลย มีรายนึงศาลให้เวลา 7 วัน ซึ่งตามกฎหมายต้อง 30 วัน แล้วเรื่องขอมีสิทธิ์ในการขอทำงานบริการสังคมถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ไม่มีใครรู้เลย ถึงต้องมาเขียนตอนอยู่ในคุก แล้วพอเขียนออกไปเนี่ย เคสนะครับ ศาลท่านให้ก็ไม่ถึง 10% นี่อย่างสูงนะ เพราะว่าตัวเร่งจริงๆ อาจจะ 7 6 7% 5% เองคือ
อื คืออย่างงี้ด้วยครับ เพราะว่าอันนี้ก็เดี๋ จะกลายเป็นการเอ่อเอ่อโทษกล่าวโทษ
ศาลอย่าง
ศาลหรือวิจารณ์นั้นด้วยความเคารพนะครับ
เอออ่า คือไอ้มาตรา 30/1 ตอนนั้นขอศาลบริการสังคม มันมี มันไปเขียนวรรค 2 ไว้ ว่าการให้บริการทำงานบริการสังคมให้พิจารณาสภาพความผิดด้วย
อื เออ ว่าควรมั้ย ประกอบการพิจารณา
คือถ้าคดีร้ายแรงขึ้นมามันอาจจะไม่สมควรให้ไปบริการสังคมใช่มั้ย
ท่านก็ออกระเบียบไง
เออ ว่าความสภาพความผิดใดที่ไม่ควรให้บริการสังคม ได้แก่ความผิดเกี่ยวกับการ
เกี่ยวกับยาเสพติด
อื ความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกง อย่างเงี้ยเป็นต้น
อื ไม่ให้
ครับ
นี้ปรากฏว่า เอ่อ คดีส่วนใหญ่นะครับ ทั้งจำคุกและกักขังเนี่ย มัน 80% คือมันคือยา อื
ก็ทำให้ 80% ก็เลยขอเลยไม่ได้ไง เออ ทีนี้ ทีนี้ผมเรียนว่างี้ครับ เอ่อ ตอนที่ศาลพิพากษา เค้าพิพากษาโทษปรับ
อื ถ้าเป็นโทษจำคุกเนี่ย แปลว่ารอลงอาญา
อืม ส่วนคนทั้งจำทั้งปรับเนี่ยจะเป็นแบบนี้ นะ ติดคุกครบ เช่น ติดคุกมา 2 ปี โทษปรับอีก 200,000
อื ก็ไม่มีเงินจ่าย ก็ติดคุกในโทษกักขังต่อไป
แต่คนที่เค้าโทษปรับสถานเดียว คุณเอ แปลว่าอะไร ความผิดสถานเบาถูกมั้ย
อื ครับ อ่ะ ยกตัวอย่างเรื่องคดียา เจอยาในตัว 10 เม็ด สันนิษฐานแล้วเป็นมีไว้เพื่อการจำหน่าย แต่เค้าเค้าสู้ว่าเค้าเค้า เอ่อ แฟนเค้ามาฝากไว้
เออ เค้าแค่เสพอย่างเดียว
เค้าไม่ได้ขาย
เค้าไม่ได้ขาย
อื อย่างเงี้ย ศาลก็จะโทษจำคุกก็จะรอลงพยา แล้วก็จะปรับ
อื 150,000 200,000 อย่างเงี้ย ก็โดนปีนึง
อื คือนึกออกมั้ยครับ พอเมาขอบริการสังคม สมมุติผมกับคุณ X เนี่ย มียาในตัว 10 เม็ดเท่ากัน
อื แล้วก็ถือว่าเนี่ย มีเพื่อการจำหน่าย
ครับ นะ ศาลก็เห็นว่าเนี่ย เอ่อ เอ่อ ฟังดูแล้วก็ ก้ำกึ่งอนั้นก็ปรับโทษคุกจำคุกก็รอลงอาญา แล้วกันโทษ
ปรับเอาคนละ 150,000
เออ เออ 180,000 เอา 200,000 แล้วกันจะได้ปีนึง เพราะปีนึงมัน 180,000 ครับ
เอ่อ คุณเอ็ก มีเงินจ่าย 180,000
อื ก็ออกจากก็พ้นโทษเลย
ก็เราเราลงอาญาเลย
เพราะโทษเค้าแค่ โทษแค่ปรับ ส่วนจำคุกเป็นรอลงอาญา เออ
ครับ ส่วนผมไม่มีเงิน 180,000
กักขัง
ก็ติดคุกปีนึง 180,000
อื ถามว่า ตกลงที่ผมติดคุกเนี่ย เพราะอะไร
เพราะ
เพราะมีเงิน
ไม่มีเงิน
เออ
เพราะผมจน
เออ
เพราะโทษสาพิพากษาคือโทษปรับ เอาล่ะทีนี้ เอ่อ ผมแค่พูดให้เห็นว่า ถ้าเกิดระบอบเป็นคดีเกี่ยวกับกับยา หรือการค้ายาเนี่ยผิดเสมอไป ต้องต้องเข้าใจด้วยว่าว่าบางทีเนี่ยนะครับ มันก้ำกึ่ง หรือบางทีเป็นเรื่องของการที่เรียกว่ามียาในตัว แต่เค้าไม่ได้ค้า
อื มีไว้เพื่อการเสพนะครับ โทษพวกเนี้ย ศาลก็จะโทษปรับ
ครับ ส่วนจะพุกก็รอลงอาญา แต่ว่าอย่างฉ้อโกงเนี่ย มีอีกนึงนะฮะ เอ่อ เป็นเพื่อนกันนะ ครับ แล้วเอาของมาใช้กันน่ะไม่รู้ของอะไร ให้ยืมมันใช้กันน่ะ พอวันต่อวัน วันนึงมันทะเลาะกัน ไอ้เพื่อนคนนี้ก็แจ้งความว่า ไอ้เนี่ยขโมยขโมย เออ
ก็กลายเป็นลักทรัพย์
ครับ ทีนี้ก็ต่อสู้ว่าเค้าไม่ได้รักทรัพย์อะไรเงี้ย ศาลก็ถ้างั้นก็รอลงก็ปรับอย่างเดียว ออ
เอปรับอย่างเดียวนะครับ ก็ปรับ 150,000 หรือ 180,000 อะไรเงี้ย ก็ติดคุก 10 เดือน 1 ปี อีกรายนึงนะครับ บัญชีม้า โดนหลอกให้เปิดบัญชี เค้าก็เป็นเหยื่อด้วยนะ เออ ก็ในทางอาญาก็จับกุมได้หมด แต่ศาลก็พิพากษา ปรับ ปรับ 160,000 อื ผมก็เจอไป 10 เดือนกว่า 160,000
ครับ เพราะปีมัน 180,000 160,000 ก็ 10 เดือนครึ่ง
อื เนี่ย พอมาขอบริการสังคม รักทรัพย์ก็ฉ้อโกง บัญชีม้าก็ฉ้อโกง
ไม่เข้าข่ายอีก
ทั้งที่เค้าโดนเป็นเหยื่อ
เออ ถ้าผมจ่ายตังค์ มันก็จบแล้วไง เพราะโทษหึโทษปรับ
ใช่ แต่เราไม่มีไง
ดังนั้น ขอบริการสังคมก็ต้องให้สิครับ เพราะถ้าจ่ายตังค์แล้วให้ได้
เออ ทำไมถึงให้ไม่ได้ล่ะ
ได้งานด้วย
ทีนี้แหละครับ ที่ที่ที่ผมทำเรื่องนี้ก็เพราะว่า เอ่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รุนแรงที่สุดนะ ครับ ผมทำงานเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการยุติธรรมแล้วช่วยคนมาเยอะเนี่ย เรื่องร้ายแรงที่สุดคือการที่เราคนไปขังเพียงเพราะเขาจนแล้วไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ
ออ อันนี้ต้องช่วยก่อนนะครับ แล้วเคสที่ไม่เกี่ยวกับยาเลยเนี่ย เป็นเคสที่แบบ โดนคนแกล้งบ้าง เอ่อ เป็นเรื่องที่เรียกว่า เอ่อ โดนมาจากกระบวนการยุติธรรมอ่ะ
อ่า แล้วเป็นทดปรับสถานเดียวเนี่ย ทดปรับสถานเดียว
ครับ คุณเนก
อื แปลว่าการกระทำเป็นสถานเบา
ไม่มีจำคุก
แล้วในเมื่อจ่ายค่าปรับก็จบได้ ทำไมขอบริการสังคมถึงไม่ให้
อื ใช่มั้ยครับ ทีนี้ไอ้จุดที่มาเริ่มต้น หมายถึงว่าผมทำนี้มา 10 ปีแล้ว มันก็ไม่ค่อยสำเร็จ อืมนะครับ แม้กระทั่งไปพบประธานศาลฎีกามาเลยครับ ไปคุยเรื่องเงี้ยครับ ยื่นหนังสือเลย ไปกับคณบดีนิติศาสตร์ ไปพบรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมาแล้ว 2 คนน่ะ ตั้งแต่คุณสมศักดิ์ โกสุท เอ้ยไม่ใช่ สมศักดิ์ เทพสุทิน สมศักคุณถิน เทพสุทิน
แล้วก็
เอ่อ คุณทวี สอดส่อง
ครับ ท่านปัจจุบันยังไม่ได้ไปนะครับ ก็ท่านก็รับเรื่องอ่ะนะครับ แต่ก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร ทีนี้ปรากฏว่างี้ เมื่อปี ก่อนเนี่ยนะครับ ทาง ผอ. สถานกักขังกลางปทุมธานีก็บอกผมว่า วิธีการช่วยเนี่ย เขียนคำร้องให้เนี่ย โดยมากศาลท่านไม่ให้
อื เพราะไปติดระเบียบท่านเอง เรื่องที่ว่าไประเบียบที่บอกว่าพฤติการความจริงเรื่องเนี้ยมันไม่ควร
เพราะถ้าจ่ายค่าปรับแล้วพ้นโทษได้
อื ก็ควรจะบริการสังคมได้
ครับ เป็นหลักใช่มั้ยครับ
อ บริการอะไรก็เป็นอีกเรื่องนึงไง
กรมคุมประพฤติเค้าก็พร้อมอยู่แล้วใช่มั้ยครับ ทีนี้ท่าน ผอ. สถานกักขังกลางปทุมธานีก็บอกผมว่า เอ่อ มีวิธีหนึ่งช่วยแน่ๆ เมื่อ 2 เดือนก่อน มีนักร้องมีดาราคนนึง นักร้องมาทำบุญไป 100,000 บาท ไถ่ตัวคนไปได้ 5 คน โอ คุณเอ แค่เอาเงินไปวาง วันรุ่งขึ้นออกได้เลย
ไถ่ตัว
ก็คือการไถ่ตัวฮะ ผมก็โอ้โหนี่แล้วเราเข้ามาขังเพียงเพราะเงินอย่างเดียวเนี่ย
ออ ทีนี้ผมคิดว่า เอ่อ ในเมื่อปัญหานี้มันแก้ยากนัก ทำงี้ดีกว่า
อื นะครับ ผมก็เข้าไปในศาลกักขังเนี่ยนะครับ ขอไปทำไปช่วยเค้าอะนะ ทางสถานกักขังกลางปทุมธานีเค้าก็ดี เค้าก็ให้ ให้โอกาสเราทุกทีก็ให้ไปเขียนคำร้องบริการสังคม คราวนี้ผมมีเพิ่ม
ว่าผมจะหาคนเข้าโครงการทำงานไถ่ตัวเอง มีใครบ้างอยากทำงานไถ่ตัวเอง ผมจ่ายค่าปรับให้ก่อน
แล้วออกมาทำงาน
ทำงานค่อยมาคืนค่อยมาคืนผม
อ๋อ เออ
นี่แหละครับ ก็เลยได้มา 4 คนที่เขาจะทำงานไถ่ตัวเองก็จ่ายค่าปรับให้
ครับ แล้วทำงานมาคืนผม
ออ แล้วทีนี้คืนผมเนี่ย ผมก็บอกเค้าเลยว่าคืนผมเนี่ย ผมก็จะเอาไป
ช่วยคนอื่นต่อ
คือตั้งจะตั้งเป็นกองทุนทำงานไถ่ตัวเองขึ้นมาเลย
ออกจากออกจากคุกอ่ะ ออกจากสถานกักขัง
ครับ นี่เลยเป็นที่มานะครับ เอ่อ ว่าเรื่องนี้มันมี มันดีตรงไหน มันดีตรงการช่วยประชาชนช่วยเหลือกัน หรือการแก้ปัญหา หรือการเปลี่ยนแปลง
อื ให้สังคมดีขึ้นเนี่ย เราไม่ต้องรอรัฐบาลอย่างเดียว
อ่า เราลงมือทำได้
ครับ นี่คือตัวอย่าง
โอเค เท่ากับว่าเดี๋ยว 4 คนเนี้ย ที่จะออกมาก็ออกมาแล้วใช่มั้ยฮะ
ออกมาแล้ว คือผมไปจ่ายค่าปรับเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว วันอังคารผมรับตัวมาเลย
อ๋อ เรียบร้อยแล้ว
แล้ว 4 คนนี้เดี๋ยวต้องไปหางานทำ
ทำงานหมดแล้ว
ทำแล้วด้วย
อ่ะ คือคือเอาข้อออกมาต้องมีงานรองรับก่อน ไม่ใช่ ออกมาก่อนแล้วให้มาหางาน ต้องหางานรองรับไว้แล้ว
อ่า เสร็จแล้วทั้ง 4 คนนี้แล้วก็พูดกันไปแล้วด้วย ทำงานที่ไหนยังไง
ส่งเงินมา
เพราะว่าไม่ใช่เรื่องของการที่ไปไถ่ตัวออกมา แต่คือการทำงานไถ่ตัวเอง
เค้าต้องทำงาน
ผมต้องหางานให้แล้ว
ครับ ถึงจะไปไถ่ตัวออกมา
ออ แล้วค่อยมาทำงานคืนต่อไป ก็จะกลายเป็นกองทุน
อ๋อ หมุนเวียนไถ่ตัวคนไปได้เรื่อยๆ
ก็พอ 4 คนนี้ส่งเงินมาปั๊บ เงินก้อนนี้ ก็ไปไถ่ชุดใหม่ แต่อาจารย์ก็ต้องเข้าไปคุยเหมือนเดิมว่าคนไหนพร้อม
เราเราก็ไม่ต้องให้เค้ามาเอาเงินมาให้
เออ ก็เอานายจ้างอ่ะ หน่วยงานที่จ้างเค้าอ่ะ
ครับ เช่น 500 บาทนะ
เออ เค้าก็จะหักเอ่อหักให้เป็นค่ากินค่าอยู่เนี่ย 200
เออ แล้ว 300 ก็คืนกองทุน
อ๋อ เข้าใจมั้ยฮะ
เออๆ เพื่อให้มันง่ายในการปฏิบัติ
ครับ อื เริ่มต้นที่ 4 คน
ครับ อ่า จริงๆเป้าหมายนี่คือต้องการทำให้สังคมได้เห็นปัญหานี้แล้วช่วยกันแก้ไข
อื นะครับ เอ่อ หมายถึงว่าถ้าศาลท่านกรุณาให้บริการสังคมมากขึ้น
ครับ นะครับ ก็ไม่ต้องทำกันแบบนี้
อื หรือต่อไปเนี่ยครับ ก็มีการแก้กฎหมายไปเลยได้มั้ยว่า ถ้าเกิดคนจนไม่มีเงินจ่ายค่าปรับก็บริการสังคม
เขียนไปเลยกำหนด
อ่า ศาลก็เปลี่ยนจากให้หรือไม่ให้บริการสังคม เปลี่ยนเป็นว่าจะให้เขาเนี่ยไปบริการสังคมด้านไหน
อ่า แล้วเรื่องนี้มันดีมากนะครับ เช่น ถ้าเกิด ผมตัดไม้ทำลายป่า ตัดต้นไม้มาเนี่ย ผมโทษผมคืออะไร ไปปลูกปลาทดแทน
เอาให้ตรงสายไปเลย
2 เท่า 3 เท่าปลูกคืน
อื ผมทิ้งขยะลงในแม่น้ำ โดนปรับ 5,000 นะ ติดคุก 10 วัน
อื เก็บขยะในแม่น้ำ
ล็อกแม่น้ำ
10 วัน
เห็นมั้ยครับ คือ
ผมเมาแล้วขับ
นะ ก็ไปบริการสังคมในโรงพยาบาลคนที่เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ
ครับ ผมเป็นกฎจราจรให้ไปโบกโบกธงให้เด็กข้ามทางมลายหน้า
อื หน้าโรง คือมันมีงานเยอะแยะนะครับ เก็บขยะ กวาดถนน ปลูกป่า เก็บผักตบชวา โอ้สารพัดอย่างที่
อื ที่ให้ทำอ่ะ
คน 4-50,000 คนต่อปี มาทำงานอย่างงี้ดีกว่า
ครับ ดีกว่าเอาไปขังในคุก
อื เอาไปขังในคุกเนี่ย อันที่ 1 เค้าไม่ เค้าแค่ไม่มีเงิน เอาเค้ามาขังไว้ทำไม
อื คือ เอาง่ายๆนะครับ เอ่อ คุณแม่ของของผู้ต้องขังคนนึง นะครับ เค้าก็มารอ เพราะลูกสาวบอกว่าผมจะไปรับตัวออกมา เค้าก็มารอรับเจอผมก็ร้องไห้เลย ไหว้ก่อนแล้วก็ร้องไห้ว่า ขอบคุณมากที่ช่วยลูกเค้า
อือ แล้วพอพาตัวออกมาเนี่ย เค้าก็กอดกันร้องไห้ คือมันสะเทือนใจว่า ตกลงเราเข้ามาขังเพราะว่าแม่เค้าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับให้ลูกอ่ะ
อื ทำไมมันเหลื่อมล้ำขนาดเนี้ย ถ้าเค้ามีเงินจ่ายค่าปรับเท่าไหร่ 180,000 หรือ 200,000 เนี่ย เค้าก็ไม่ต้องติดคุกละ
อื ครับ เออ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควร ทีนี้
อือ เอ่อ ในตอนเริ่มต้นเนี่ย เราก็ทำน้อยก่อนเพื่อให้สำเร็จ
ครับ นะครับ คิดง่ายๆนะ 15,000 เนี่ย ช่วยได้ 1 เดือน 1 คน เพราะวันละ 500 อื 4 คนเนี่ยนะครับ ที่ช่วยออกมา มีคนนึง 24 วัน นะครับ ก็ 12,000 12,000
ครับ อีกคนนึง 54 วัน อีกคนนึง 59 วัน อีกคนนึง 60 วัน
60 วันก็
30,000
อื เนี่ย ตอนเนี้ยเราเราเพราะว่ามันเดือนละ 15,000
ครับ เราก็เริ่มต้นจาก 2 เดือน เพราะ 2 เดือนเนี่ยหางานให้
ไม่ยาก
ครับ แล้วก็ระยะเวลาในการคืนก็ไม่นาน เพราะมีคน คือมีคนที่เราช่วยได้ไม่หมดอ่ะ เริ่มต้น 4 คนก็เอาแบบที่เรียกว่า
2 เดือนก่อน
โอเค แล้วเมื่อทำแล้วเนี่ย ก็คิดว่าเดี๋ยวก็คงต้องขยายกันต่อไปนะครับ
อ โอเค อ่ะ ก็เป็นกำลังใจให้โครงการนี้นะ อาจารย์
ครับ ขอให้ขยายได้เยอะๆ แล้วก็ได้มีวงเงินเยอะๆ
ขอบคุณที่ชวนคุยเรื่องนี้ด้วย ผมว่าเป็นเรื่องดีนะครับ ที่ทำให้เรา
มาช่วยกันเถอะนะครับ ไม่มีไม่มีใครควรจะติดคุกเพราะจน เค้าควรจะติดคุกเพราะทำความผิดที่เป็นอ
โทษติดคุกอ่ะ
อือๆ โทษปรับเนี่ย แล้วไม่มีเงินจ่ายค่าปรับไม่ควรเอามาขังอยู่แล้ว
ครับ โอเคครับ อันนี้ขอบคุณอาจารย์ตริญญา มากนะครับ มาคุยกันหลายเรื่องแล้วก็ให้ทิ้งท้ายเรื่องนี้เป็นโครงการดีๆนะฮะครับ
ดูคลิปจบแล้วนะครับ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และกด Subscribe YouTube มติชน TV ด้วยนะเฮ