Transcription
คือเราพลาดตรงไหนครับ?
ที่ตกใจคือผมเจอนักธุรกิจต่างชาติบ่อย กลายเป็นว่าคำที่เขาพูดบ่อยที่สุด ซึ่งเขาพูดแบบสุภาพแล้วนะครับ ตามสไตล์ญี่ปุ่น คือคำว่า "ขอให้ความโปร่งใสกลับมาในประเทศไทยเสียที"
นี่คือเขาพูดสุภาพมากแล้ว แปลว่าเขารู้สึกว่าราคาที่เขาต้องจ่ายมันสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเวลาคนเรามันเหมือน desperate อยากหาทางรอดเฉพาะหน้าเนี่ย ทุนเทามันจะไหลมา เกาะขอนไม้อะไรก็ได้ตรงหน้า แต่ว่าไม่ได้หวังไกลว่าจะไปถึงฝั่งตรงไหน มวลรวมแบบนี้มันเลยทำให้การคอร์รัปชั่นมันเกิดขึ้นง่ายและไหลเวียนไปทุกอนุครับ
ถ้าเทียบเป็นคนไข้เนี่ย ผมรู้สึกว่าเศรษฐีไทยจะมี ความรู้สึกเหมือนคนไข้รู้ตัวว่าป่วย แต่ วิ่งหนี วิ่งหนีหมออยู่ ซึ่งโอเค ผมอยากเชียร์ว่ามาผ่าตัดกัน เจ็บหน่อย มาตั้งหลักใหม่กัน มาเรียกว่าผ่าตัดใหญ่กันซะที แล้วเศรษฐกิจไทยจะกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง
ผมบอกเลยว่าถ้าอีก 5 ปีนะ เศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นกลับมา ไอ้คำว่า "เสือตัวที่ 5" ครับ มันจะกลายเป็นเรื่องเล่า เป็นตำนานพื้นบ้านละ
ผมก็โตมาแบบปากกัดตีนถีบเหมือนกัน แต่ที่ผมคิดมาตั้งแต่เด็ก และคิดว่าเป็นคำที่ใช้ผลักดันตัวเอง มันคือคำว่า "การไล่กวด" มันแปลว่าคุณมาทีหลัง แต่คุณวิ่งเร็วกว่าคนข้างหน้าให้ได้ แล้ววันนึงคุณจะแซงเขาได้
15 ปีที่ผ่านมา เราเห็นรัฐบาลมาแล้วทุกสี เรายืนยันว่ามันไม่แย่ไปกว่าเดิมแน่นอน มันแย่มากแล้ว จะดีกว่าเดิมแค่ไหนเนี่ย ถ้าคุณยังเห็นว่าประเทศไทยมันไปไกลกว่านี้ได้อ่ะ ก็อยากจะขอโอกาสรัฐบาลสีส้ม เป็นรุ่งอรุณแห่งความหวัง สวัสดีครับ
นี่คือ The Gr ครับ รายการที่จะช่วยให้ท่านเก่งขึ้น แล้วก็เติบโตขึ้นทุกครั้งที่เราเจอกันครับ ต้องบอกว่า EP นี้ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ เพราะว่าเราอยู่กับรองหัวหน้าพรรคประชาชน และก็เป็นแคนดิเดตนายกของพรรคประชาชนด้วยนะครับ อนาคตอาจจะเป็นนายกฯ เล็กๆ ดูจากโพสต์นี้ ผมว่าต้องมีรองนายกฯ สวัสดีครับ
สวัสดีครับผม ผมพูดเกินเลยไปมั้ยครับ?
ก็แล้วแต่ประชาชนไว้ใจครับ
ครับผม ต้องบอกว่าขอบคุณมากที่สละเวลา เพราะรู้ว่าช่วงนี้ยุ่งมากๆนะครับ
งั้นผมขอเริ่มตั้งแต่ เอ่อ เบสิคก่อนเลย เผื่อว่าบางคนที่อาจจะไม่ได้เป็นคอการเมืองมาก อาจจะยังไม่รู้จักอาจารย์ต้น หรือ ดร.ต้น ช่วยแนะนำตัวนี้ได้มั้ยครับ?
ได้ครับ จริงๆ ผมทำงานอยู่ต่างประเทศมานานนะครับ เอ่อ ตอนแรกเนี่ย เรียนวิศวะ แล้วก็มาต่อเศรษฐศาสตร์นะครับ แต่หลังจากนั้นก็ไปเรียนปริญญาเอกที่เคม ที่อังกฤษ
อยู่อังกฤษประมาณเกือบ 6 ปี
แล้วก็เข้าตลาดแรง ตลาดงานเนอะ ก็สมัครงาน ได้งานที่ญี่ปุ่นนะครับ ก็อยู่ญี่ปุ่นอีก 11 ปี
ดังนั้นเรียกว่าช่วง 16-17 ปีหลังเนี่ย คือใช้ชีวิต เอ่อ และก็มีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศนะครับ ก็แต่ปีที่แล้วตัดสินใจกลับมา ตอนที่ เอ่อ ยุบพรรค เอ่อ ยุบพรรคก้าวไกล แล้วก็เกิดพรรคประชาชนครับ ก็เลย เอ่อ ตัดสินใจกลับมาทำงานการเมืองครับ
ตัวเองนี่เริ่มสนใจการเมืองประมาณช่วงไหนครับ?
ประมาณมหาวิทยาลัยนะครับ เรียนที่จุฬา เนี่ย ก็แต่ว่าต้องบอกว่ามันเริ่มกับความสนใจสังคมโดยรวมก่อน เพราะว่าตอนนั้นก็มีโอกาสได้ไปค่าย พอไปค่ายต่างจังหวัดเนี่ย เราก็เริ่มเห็น เอ่อ สภาพปัญหา ความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำ ก็เริ่มสนใจสังคมนะครับ พอมาเรียนเศรษฐศาสตร์ก็เลย
เห็นภาพปัญหาในเชิงลึกมากขึ้นครับ แล้วก็
ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์เนี่ย จริงๆ คล้ายๆ เด็กวิศวะทั่วไป คือ เอ่อ อยากไปทำงานธนาคาร อย่างงี้เนอะ
แต่ว่าพอเราไปเรียนวิชานึงครับ เรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ การพัฒนาเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกครับ แล้วได้รู้จักเรื่องเสือตัวที่ 5 อะไรเงี้ยนะ แล้วก็ได้รู้ว่า เกาหลีเคยมีรายได้เท่ากับเราเมื่อปี 2010 แต่หลังจากนั้นก็แซงเราในชั่วอายุคนเดียว นะครับ หลังจากนั้นก็เรียกว่า หมกมุ่นกับเรื่องนี้ครับ เป็นแรงบันดาลใจในการอยากไปหาคำตอบต่อที่อังกฤษ นะครับ แล้วก็เลยกลายเป็นอยากทำงานด้านวิชาการ เพื่อจะได้เข้าใจปัญหาเหล่านี้ครับ
ฟังจากบทเรียนความรู้เนี่ย รู้เลยว่าช่วงเดียวกัน วัยเดียว ใกล้เคียงกันครับ ดอกเตอร์ครับ ผมก็เรียนประมาณนี้เหมือนกัน เด็กๆ ครับว่า เฮ้ย แบบ
เราเคยเป็น ผมจำได้เลยตอนเรียน ประเทศไทยกับเกาหลีใต้เป็นประเทศฝาแฝด มันใกล้กันเนาะ
ใช่ครับ มันเป็นประเทศฝาแฝด
แล้วสมัยเราอ่ะ ไม่มีใครยอมเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวเกาหลี ออกมั้ยครับ สมัยเราเด็กๆ นะ เราจะรู้สึกว่าเกาหลี เอ้ย ยังไม่อยากไปหรอก ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น
ใช่
แต่พอผ่านมาอีกประมาณ 10-20 ปีเท่านั้น โอ้โห ทุกคนยอมเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวเกาหลี
ผมยังฟังแล้วยังขนลุกอยู่เลยครับ ไม่รู้ขนลุกแบบดีหรือเปล่านะครับ แบบ ใช่ เค้ามีแบบว่า เอ่อ อุตสาหกรรม มีมือถือ มีรถของตัวเอง K-Pop, K-Music ทุกอย่างนะ แบบไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อจริงๆ เลยครับ โอเค เดี๋ยวเราจะคุยเรื่องนี้กันเพิ่มเติมด้วยนะครับ
เอิ่ม งั้นจริงๆ สนใจการเมือง มันก็มีตั้งหลายพรรค ทำไมถึงมาเลือกพรรคนี้ ทำไมมาเลือกทั้งอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชนครับ?
ต้องบอกว่าตั้งแต่เริ่มต้นเนี่ย ตอนอนาคตใหม่
อ่า จริงๆ รู้จักกับกลุ่มคุณธนาธร อาจารย์ปิยบุตร คุณชัยธวัฒน์ อยู่บ้างตามงานสัมมนาวิชาการครับ เพราะว่ากลุ่มนี้เขาก็จะสนใจเรื่อง เอ่อ เศรษฐศาสตร์ การเมือง สังคม อะไรเงี้ย ก็ไปฟัง ได้รู้จักกันระดับหนึ่งนะครับ ตอนคุณธนาธรจะตั้งพรรค อนาคตใหม่เนี่ย เขาก็มาชวนครับว่าสนใจมา เอ่อ อยู่ในพรรคด้วยกันมั้ย อะไรเงี้ย แต่ตอนนั้นผมยังชัดเจนกับตัวเองอยู่ว่า เรายังมีโปรเจกต์ที่ญี่ปุ่นที่ต้องรับผิดชอบต่อเนื่องอะไรเงี้ย เพิ่งเริ่มมีลูกจริงๆ
เอ่อ พรรคสีส้มเนี่ย อายุเท่า
ลูกผมคลอดได้ประมาณไม่ถึงสัปดาห์ คุณธนาธรก็มาชวน
ครับ แต่ตอนนั้นก็เลยชัดเจนว่า เอ่อ เราก็อยากเรียกว่าดูแลช่วยดูแลลูก เพราะเราอยู่ญี่ปุ่นนะ ไม่มีคนช่วยเลี้ยง เราก็เลี้ยงกันเองนะครับ แล้วเราก็ยังมีโปรเจกต์ผูกพัน ก็เลย ขอเป็นแค่ที่ปรึกษานโยบายนะครับ ดังนั้นก็เรียกว่า เริ่มต้นตั้งแต่อนาคตใหม่ แต่ว่าขีดเส้นตัวเองไว้ว่า โอเค ด้วยความพร้อมของเรา เราขอให้เรื่องนโยบายแล้วกัน เพราะเรารู้สึกว่าประเทศไทยเนี่ย มันขาดสิ่งที่เรียกว่า คือเรามีพรรคการเมืองหลายพรรคเนอะ แต่ว่า มันไม่มีอุดมการณ์ที่มันเรียกว่า Social Democracy
Social Democracy เนี่ย มันมีคำขยายต่อจาก Democracy ใช่มั้ยครับ หมายความว่ามันมีความเชื่อเรื่องความยุติธรรม ความเท่าเทียมในสังคมด้วย ไม่ได้คิดว่าประชาธิปไตยแล้วจบ full stop ในตัว แต่ขอทำนโยบายบางอย่างที่ เอ่อ ลดการผูกขาดได้มั้ย ลดความเหลื่อมล้ำได้มั้ย อันเนี้ยมันเลยเติมความโซเชียลเข้ามาข้างหน้า
แล้วเป็นนโยบายที่เป็นเรียกว่าไอเดียที่เราเห็นด้วยอยู่แล้ว แล้วเราอยากให้มีในประเทศไทยครับ ก็เลยเรียกว่า เอ่อ ได้อยู่ตั้งแต่จุดเริ่มต้นครับ
อืมครับ ขออนุญาตถามต่อตรงนี้เลยครับ ผมว่าเมืองไทยเนี่ย แค่ Democracy อย่างเดียวยังไม่ค่อยได้เลยนะครับ อาจารย์
ก็จริง ก็จริง มันก็จะยากขึ้นอีกขั้นตอนนี้
นั่นแหละครับ เราเลยอุปสรรคเราเลยเยอะไงครับ เพราะว่าเราต้องสู้ทั้ง Democracy ก่อน แล้วเราอยากสู้อีกขั้นนึงด้วย
ครับผม เดี๋ยวผมขออนุญาตขยายความตรงนี้ต่อ นะครับ อาจารย์คิดว่าปัญหาหลักของประเทศไทยตอนเนี้ย สัก 3-5 อย่างเนี่ยคืออะไรครับ?
ถ้าเศรษฐกิจเลยนะ
ผมว่าเรื่องที่สำคัญแต่คนมักจะลืมไปอ่ะ เราจะเรียกกันว่ามันคือ "หลุมดำทางเศรษฐกิจ" หมายความว่าเงินมันไหลออกเยอะ ทำให้คุณอัดเงินลงไปเท่าไหร่ เงินมันก็ไม่หมุนเวียนเท่าเดิม
ผมคิดว่าพรรคการเมืองอื่นหรือ Policymaker ยังคงคิดแบบเดิมว่า เอ้ย ถ้าอยากให้เศรษฐกิจไทยดี คุณก็อัดเงินลงไปสิ แต่เราอัดเงินไปหลายแสนล้านละ มันไม่หมุนเท่าไหร่ ไม่หมุนเท่า 20 ปีที่แล้ว เพราะมันมีหลุมดำนี่แหละครับ หลุมดำหมายความว่า 1. แพลตฟอร์มดูดเงินออกไป ปีนึงตอนนี้ E-commerce ปีนึงเป็นหลักล้านล้านบาทแล้วนะครับ 2. อัดสินค้านำเข้าทะลักเข้ามาแข่งขัน ทำให้ต่อให้คุณอัดเงินลงไป สินค้าที่คุณซื้อในตลาดคึกคัก มันนำเข้ามาหมดเลย เงินมันก็ไม่หมุนเวียนในระบบ 3. นี่ก็คือ เงินเทา คอร์รัปชัน อมินี ที่ดูเหมือนตัวเลขเยอะ แต่จริงๆ มันดูดเงินออกไป
ดังนั้น ถ้าไม่แก้หลุมดำอ่ะ คุณทำอะไรมันก็ไปข้างหน้าไม่ได้ไงครับ คือเหมือนกับเราต้อง เราแก้แบบปะผุแบบเดิมไม่ได้อ่ะ เราต้องรู้ก่อนว่าปัญหามันเปลี่ยนไปแล้ว เศรษฐกิจมันเปลี่ยนไปจากเมื่อ 20 ปีก่อน
ผมเลยคิดว่าเรื่องใหญ่ที่สุดคือ คุณจะหยุด หรืออย่างน้อยอุด ค่อยๆ อุดรูรั่วหลุมดำนี้อย่างไร แล้วค่อยเติมเงินเข้าไปอีกครั้งนึงนะ มันต้องทำหลายขั้นนะครับ ขั้นที่ 2 ค่อยเพิ่มกำลังซื้อให้มันมาอยู่ใน SE ไทยมากขึ้นครับ
ผมขอแปะไว้ตรงนี้ก่อนนะฮะ เดี๋ยวจะกลับมาคุยที่นะครับ ผมเคยทำคลิปนี้ครับ อาจารย์ สัก 40 ปี 60 ปีแล้วเนี่ย Thailand ก็ใกล้เคียงไม่แพ้ ไต้หวันมากนัก ไม่แพ้สิงคโปร์ เกาหลีใต้มากนักเนาะ แต่พอผ่านไปทุกวันนี้มันทิ้งเราไปไกลเหลือเกิน เป็นประเทศแบบแถวหน้าแล้ว เป็นประเทศรายได้สูงหมดแล้ว แต่เรายังติดกับดักรายได้ปานกลางอยู่
คำถามคือ เราพลาดตรงไหนครับ? 2510 นะครับ คือปีสุดท้ายที่คนไทยรวยกว่าคนเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้แปลว่าเรารวยกว่ามาตลอดนะครับ
จนกระทั่ง พ.ศ. 2510 คือปีสุดท้ายที่คนไทยยังรวยกว่าคนเกาหลีใต้
หลังจากนั้นเขาก็แซง วิ่งนำไป
ครับ แปลว่าพอรุ่นเราอ่ะ ผมเกิด 22 เนอะ ประมาณช่วง 30-0 เรายังรู้สึกว่า เฮ้ย ไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไรเท่าไหร่ แต่พอเลยวิกฤต เราเจอต้มยำกุ้งแล้วมันก็เลยกลายเป็นเส้นห่างออกจากกันละนะครับ ดังนั้นเรื่องใหญ่ มันคือตอนทศวรรษ 30 หรือถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คือ 1990
เราเคยโตดีแล้วช่วงนั้นน่ะ มันไล่กวดกันทัน จนเราได้ขนานนามว่าเหมือนจะเป็นเสือตัวที่ 5 สำเร็จหรือเปล่า
แต่ปรากฏว่าไม่สำเร็จ แล้วเราเฟล พอเราเฟล แล้วเรายังกลับมาไม่ได้ มันก็เลยชะงักงันยาว คำถามสำคัญนะครับ คือท่านผู้ชมคิดว่า ถ้าสมมุติมันไม่มีวิกฤตต้มยำกุ้งนะ คุณคิดว่าประเทศไทยจะกลายเป็นเสือตัวที่ 5 ไล่หลัง 4 เสือเอเชียได้หรือไม่? คำถามนี้สำคัญมากเลยครับ เพราะอะไร? เพราะคุณคิดว่าวิกฤตมันแค่เรื่องชั่วคราวหรือเปล่า หรือจริงๆ มันมีปัญหาลึกๆ ซ่อนอยู่?
โอเค คำถามนี้เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้เนอะ มันคงไม่สามารถตอบแบบถูกต้อง 100% แต่ถ้าในมุมที่เราวิเคราะห์เนี่ย เราก็มองว่าต่อให้ไม่มีต้มยำกุ้งนะครับ ต่อให้ไม่มีต้มยำกุ้ง เราก็คงไม่สามารถเป็นเสือตัวที่ 5 ได้
เพราะว่าช่วงนั้นเองที่เราวิ่งเร็ว ดูเหมือนวิ่งเร็วนะครับ โตปีละ 8% เคยโตปีละ 10% ด้วยนะปีนึง เราไม่ได้วิ่งด้วยขาตัวเอง
หมายความว่าเราพึ่งการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างชาติทั้งหมดเลย เราโตด้วยแรงขับดันจากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย
แต่ถ้าให้นึกถึงเทคโนโลยีที่เรามีเป็นของตัวเองอ่ะ นึกไม่ออกนะครับ แต่เกาหลีเรานึกออกใช่มั้ยครับ สมมุติเรานึกถึงเกาหลี โอ้ เห็นภาพเลย แบรนด์นี้ แบรนด์นี้ แบรนด์นี้ ไต้หวันเนี่ย ต่อให้แบรนด์เราไม่ดัง แต่ข้างในข้างใน iPhone เนี่ย โอ้โห ชิปไต้หวันทั้งนั้นเลย ดังนั้นเขาก็มีแบรนด์ของเขา สอนผมเรียกเกาหลีเนี่ย ผมเรียกว่าเป็นเหมือนกับยักษ์ที่คุณเห็นชัดเจน แต่ไต้หวันเนี่ย ผมจะเรียกเขาว่าเหมือนยักษ์ล่องหน คือเขาอยู่ในอุปกรณ์ทุกอย่างที่คุณมี เนี่ย ไมโครโฟนเลยเนี่ย มีอุปกรณ์ไต้หวันทั้งนั้นนะครับ แต่ของเราอ่ะ พอย้อนกลับไป เอ๊ะ ตอนนั้นเรามีเทคโนโลยีอะไรเป็นของตัวเอง? ไม่มี คำตอบคือแทบไม่มีเลย ดังนั้นตอนนั้น เราก็ไม่ได้วิ่งด้วยขาของตัวเอง ต่อให้ไม่สะดุดล้ม ก็ไม่ได้แปลว่าจะวิ่งไปถึงฝั่งฝันได้
โจทย์ใหญ่สำคัญมันคือ เราต้องเป็นเสือตัวที่ 5 ที่วิ่งด้วยขาของตัวเองให้ได้
ซึ่งในความหมายของผมก็คือ มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองซะทีเถอะ แล้วมันจะทำให้เราวิ่งได้ไกล วิ่งได้เร็วขึ้นครับ
ขออนุญาตกลับมาที่หลุมดำนิดนึงครับ โอเค ถ้ามันมีตัวที่ดูดเงินเราไปจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวแพลตฟอร์ม เรื่องของคอร์รัปชัน
ซึ่งปัญหาดูวิกฤตนะครับ
แล้วเราจะไปอุดรูรั่วตรงนี้ยังไงครับ?
ต้องทำแฟร์เกม คือผมคิดว่าที่ชัดเจนคือเราไม่ควรจะต้องเรียกว่าปกป้องกิจการแข่งขันจากต่างชาติเนอะ จริงๆ การแข่งขันต่างชาติมันก็มีข้อดีใช่มั้ยครับ ทำให้เราปรับตัว ทำให้เรามีมาตรฐานสากล ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการที่เป็นเส้น bottom line มันคือ "แฟร์เกม"
SME ไทยเก่งนะครับ
แต่ว่าคุณเจอการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมอ่ะ การดัมพ์ราคาเนี่ยชัดเจนถูกมั้ยครับ การดัมพ์ราคาเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม หมายความว่า คุณมีเงิน คุณมีสายป่านยาว คุณก็ยอมกดราคาไปตีตลาดให้ชนะก่อน แล้วเดี๋ยวสักวันนึง คุณชนะเป็นผู้ครองตลาด แล้วคุณก็ขึ้นราคา อันเนี้ยเรานับว่ามัน unfair มันไม่เป็นธรรม
ดังนั้น กติกาที่เราต้องการให้มันเกิด ซึ่งมันยังไม่มี มันคือ "แฟร์เกม" หมายความว่า สินค้านำเข้า คุณต้องได้รับการตรวจมาตรฐาน มอก. เหมือนกับที่ของไทยเจอทุกวันนี้นะครับ คุยกับ SME เขาร้องเรียนว่า โอ้โห สินค้านำเข้า ทำไมไม่เห็นต้องตรวจ มอก. เหมือนเราเลย แต่ของเขาเนี่ย ต้องผ่านต้นทุนกระบวนการต่างๆ ยากกว่าเดิม ยากกว่าสินค้านำเข้า ขอแค่แฟร์เกมนะครับ ไม่มีใครขอแบบ protection ซึ่งมันยากในโลกยุคปัจจุบันครับ
แฟร์เกมยังให้ไม่ได้ ดังนั้นเรื่องแรกที่เราพยายามพูดเรื่องเศรษฐกิจอ่ะ ก่อนที่เราจะไปพูดเรื่องเศรษฐกิจใหม่ New Gold Engine เนี่ย ขอเรื่องพื้นฐานอย่าง "แฟร์เกม" ให้มันเกิด ซึ่งทำได้ผ่านกระบวนการเนี่ย สุรากรสินค้านำเข้าระบบตรวจสอบมาตรฐานแล้ว ในประเทศอ่ะครับ มันจะมีเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วย จริงๆ มีหน่วยงานที่ชื่อว่า กค. ขอคนไม่ค่อยรู้จักหน่วยงานนี้ เราให้ความสำคัญมาก ก็ขอชื่อพอนะครับ ชื่อย่อมาจากการแข่งขันทางการค้า
อ๋อ เราเรามีเรามีหน่วยงาน
เรามีหน่วยงานใช่มั้ยครับ ที่จะคอยคุม Mission ของเขาคือทำให้การแข่งขันมันเป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่น เครดิตเทอม SME จะร้องเรียนเยอะว่าไม่เห็นได้บังคับ 45 วันจากบริษัทใหญ่เหมือนที่เป็นกติกาเลย
อ๋อ มีด้วยเหรอ? ผมว่าเห็น 60 วัน 90 วันกันเป็นเรื่องปกติครับ
ซึ่งทำให้เงินไม่หมุน ถูกมั้ยครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับวงการ SME เลย และมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลภารกิจนี้อยู่ แต่เอาจริงๆ ผมคุยกับ เอ่อ หลายคนที่เคยอยู่ในรัฐบาลมาก่อน เขาก็ไม่รู้จักหน่วยงานนี้ ผมตกใจมาก แต่เรายืนยันว่าเราต้องรู้ พอเราจะจัดการกับราชการไทยและช่วยธุรกิจไทย เราต้องรู้ว่าหน่วยงานไหนคุมเรื่องอะไร และยืนยันว่าหน่วยงานเนี้ย มีภารกิจ มีอำนาจหน้าที่อยู่ ดังนั้นอยู่ที่ตัวรัฐมนตรีและรัฐบาลจะไฟเขียวและผลักดันเขา ต้องดันหลังว่าทำให้ได้นะ ถ้าไม่ทำจะมีปัญหาอย่างไรครับ
อืม มันมีอีกอันนึงที่อาจารย์พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ คือคอร์รัปชัน
เราอันนี้น่าจะดูดเงินไปเยอะนะครับ น่าจะเป็นหลุมดำที่ใหญ่มาก
คือเอางี้แล้วกัน ผมคิดว่า พรรคข้าราชการไทยนี่น่าจะเก็บเงินสดกันเยอะ
ถ้าจริงๆ วิธีสู้กับคอร์รัปชัน อาจจะเป็นการปล่อยปลวกเข้าไปในบ้าน
อาจจะแพ้กันหมด เพราะว่าเก็บเงินสดกันไว้เยอะเหลือเกินนะครับ เวลาเจอข่าวเนี่ย จับกันที ผมมีแต่ถุงเงินสดนะครับ สู้กับคอร์รัปชัน อาจจะสู้ได้ปลวก
ปลวกกับความชื้นครับ
ที่ตกใจคือผมอ่ะเจอนักธุรกิจต่างชาติบ่อย นักธุรกิจญี่ปุ่นนะครับ
อ่า เค้ามาเป็นสมาพันธ์การค้าเลย
ครับ กลายเป็นว่าคำที่เขาพูดบ่อยที่สุด ซึ่งเขาพูดแบบสุภาพแล้วนะครับ ตามสไตล์ญี่ปุ่น คือคำว่า "ขอให้ความโปร่งใสกลับมาในประเทศไทยเสียที"
นี่คือเขาพูดสุภาพมากแล้ว
แปลว่าเขารู้สึกว่าราคาที่เขาต้องจ่ายมันสูงขึ้นเรื่อยๆ
คือเดิมไม่ใช่ไม่จ่ายนะครับ แต่มันก็แพงขึ้นเรื่อยๆ อีก ทำให้เขารู้สึกว่ามันทำธุรกิจยากขึ้นแล้วถ้าเทียบกับเวียดนามเนาะครับ
ไปเวียดนาม โอเค มันอาจจะมีคอร์รัปชัน มีปัญหาเหมือนกัน แต่อย่างน้อยมันไม่แพงเท่านี้ มันระบบมันดีกว่า การันตีมาตรฐานดีกว่า ของเรามันกลายเป็นว่า พอเขาเทียบกันแล้ว อ่ะ ต้นทุนแฝงที่มันอยู่ในเรื่องการคอร์รัปชัน มันสูงขึ้นเรื่อยๆ นะครับ แล้วก็ในวงการอย่างก่อสร้างก็เรียกว่ามีการซับกันไปซับกันมา จนสุดท้ายคุณภาพมันไม่ได้มาตรฐาน
ผมคิดว่าอันเนี้ยเป็นเรื่องที่ เกาะกินแล้วต่างชาติรู้ มันคล้ายๆ เรื่องอื่นแบบ อะไรอ่ะ เอ่อ ยาบ้าไม่มีในไทยอะไรเงี้ย แต่นักธุรกิจต่างชาติ บริษัทเขาคำนวณเป็นต้นทุนหมดเลย
อาจารย์ว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ไงครับเนี่ย คือมันเป็น มันมาถึงจุดที่ว่า อะไรต้อง ทุกวันนี้ผมว่าเราต้องคุยกันว่า อะไรบ้างไม่คอร์รัปชัน
อืม จริง
คือกลายเป็นเรื่องแบบว่า ถ้าสิ่งนี้ไม่คอร์รัปชัน กลายเป็นเรื่องแบบแปลกประหลาดมาก
ใช่
คอร์รัปชันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วผมว่า
น่ากลัวมากเลยเนาะ
น่ากลัวมาก ผมไม่แน่ใจเรามาถึงจุดนี้ได้ไง
ผมว่า 10 ปีหลังอ่ะ ประมาณ 10 ปีหลังนี่ชัดเจน เพราะผม จำได้ว่าตอนสักต้นทศวรรษ เราเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ข้อดีคือหลังปี 40 นะ ผมรู้สึกว่าสังคมมันกลับมามีความหวังเนอะ
ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ว่า ตัวผมเองอ่ะ คือเราเวลาพูดกันเยอะอย่างเรื่องพัฒนาคนเนาะ เราจะพูดกันเยอะว่า nature or nurture ใช่มั้ย
ผมอยากจะเติม nation เข้าไปอีกตัวนะ
มันทั้ง Nature, Nurture and Nation
เพราะผมจำได้ว่าความรู้สึกของผมที่โตมาใน ทศวรรษ 1990 เนี่ย ครูโรงเรียนมัธยมของผมเนี่ย บางคนลาออกไปทำธุรกิจ ซึ่งผมเชื่อว่ายุคเนี้ยไม่มี ทุกคนแต่ตอนนั้นทุกคนเห็นโอกาส มันจะแค่กับเวียดนามตอนนี้เลยครับ คือทุกคนรู้สึกว่ามันมีโอกาส มันมีทางเลือกในการงานหลายๆ อัน เค้าก็เลือกนำชีวิตของเขาที่ดีที่สุดกับตัว
หลัง 40 เราเจอต้มยำกุ้งล้มลงไป แต่ผมรู้สึกว่าตอนนั้นฟ้ามันเปิดมากเลยอ่ะ หลัง 40 ประมาณสัก 45 46 อะไรเงี้ย ทุกคนรู้สึกว่ามันมีโอกาส อย่างตัวผมเองเนี่ย ผมก็รู้สึกว่า ผมโตมาเนี่ย ผมไม่ค่อยได้ไปต่างประเทศ เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันน่าจะมีโอกาสที่เราพยายามและไปหาโอกาส ไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ เรารู้สึกมี ความหวังกับสังคมและกับโลกอ่ะครับ
ผมคิดว่าความรู้สึกเนี้ย เป็นเรื่องสำคัญ แต่ 10 ปีหลังเนี่ย เช่น ถ้าคุยกับคนรุ่นใหม่ๆ เนี่ยรู้สึก หรือถ้าดูอัตราบางทีตำแหน่งงานราชการที่เล็กๆ ไม่ใหญ่มาก กับคนแข่งกันอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ มันสะท้อนว่าคนเกาะขอนไม้อ่ะ มันเหมือนมันเหมือนสังคมที่แบบ
โจจะจมน้ำ ทุกคนจะจมน้ำ แล้วอะไรใกล้ตัวจะเกาะไว้ก่อน
แล้วอันนี้จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุนเทามัน เข้ามาง่ายด้วย เพราะเวลาคนเรามันเหมือน Desperate อยากหาทางรอดเฉพาะหน้าเนี่ย ทุนเทามันจะไหลมา เกาะขอนไม้อะไรก็ได้ตรงหน้า แต่ว่าไม่ได้หวังไกลว่าจะไปถึงฝั่งตรงไหน
อันเนี้ย ผมเลย มันรวมๆ แล้วมวลรวมแบบเนี้ย มันเลยทำให้การคอร์รัปชั่นมันเกิดขึ้นง่ายและไหลเวียนไปทุกอนุครับ
ถ้าเทียบเป็นคนไข้เนี่ย ผมรู้สึกว่าคน เศรษฐกิจไทยนะ เศรษฐกิจไทยจะมีความรู้สึกเหมือนคนไข้รู้ตัวว่าป่วย แต่ วิ่งหนี วิ่งหนีหมออยู่
คือเหมือนกับ เอ๊ะ จะยอมรับความจริงดีมั้ย จะกล้าผ่าตัดใหญ่มั้ย นะครับ ใครเคยผ่าตัด หรือใครมีญาติจะรู้ว่า บางทีญาติผู้ใหญ่เราอ่ะ เค้าเจ็บขาอะไร แต่เค้าก็ยังลังเลว่าจะผ่าตัดขาดีมั้ย
ความรู้ ผมคิดว่าเศรษฐกิจไทยจะประมาณเนี้ย ว่าเอ๊ะ มันเจ็บนะ แต่ถ้าไม่ผ่า มันก็เดินไม่ไหว มันวิ่งกลับมาวิ่งไม่ได้นะ เต๊ะ แต่ก็ไม่อยากเจ็บนะ มันมันก้ำกึ่งประ unded คนที่ยังไม่เลือก แต่ผมคิดว่าประมาณนี้เลย ว่าแบบ ดีมั้ย ซึ่งโอเค ผมอยากเชียร์ว่ามาผ่าตัดกัน
เจ็บหน่อย เจ็บหน่อยเนี่ย ผมเพิ่งคุยกับคนในวงการท่องเที่ยว เค้าบอกว่าเขายอมรับเลยว่าทุกวันนี้เค้า ต้องเกาะอยู่ในซัพพลายสีเทาเพื่อยามอยู่รอด
คือมันจะไม่ดำหมดกับขาวหมด แต่มันจะมีบางส่วนในซัพพลายเค้าอ่ะ ที่เขาต้องยอมพึ่งอะไรที่รู้ว่ามันไม่ชอบมาพากล เพื่อความอยู่รอดเฉพาะหน้า
ดังนั้น ผมคิดว่าถือโอกาส อ้า ผ่าตัดใหญ่กันสักที แล้วเดี๋ยวมันจะกลับมาดีได้ใหม่ แต่เราต้องแก้ให้เขาทั้งซัพพลายเชน นะครับ หมายความว่าคุณต้องคิดว่าอ่ะ กำลังซื้อจะกลับมายังไงอ่ะ สมมุติอย่างนักท่องเที่ยวอย่างเงี้ย ที่คุยกันก็คือ เขาบอกว่าเขาต้องพึ่งพา ทัวร์ศูนย์เหรียญ
เพราะนักท่องเที่ยวปกติไม่กลับมา กังวลเรื่องความปลอดภัยอะไรเงี้ย แล้วเค้าเคยพึ่งพาแต่นักท่องเที่ยวจากจีน ดังนั้นก็ต้องยอมไปพึ่งกับเกาะตัวศูนย์เหรียญ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ชอบนะ รู้ว่ามันมีปัญหา
แต่ถ้าเขาไม่ทำ เขาไปไม่รอด ดังนั้นสมมุติ ถ้าเราเป็นรัฐบาลแล้วเราจะแก้ เราต้องแก้ให้เขาครบวงจร
เช่น อ่ะ เค้าเป็นไกด์ที่พูดภาษาจีนได้ คุณมีกำลังซื้อจากไต้หวันนะ จากสิงคโปร์ ซึ่งพูดจีนเหมือนกันนะ คุณไม่ต้องเทรนใหม่ ถูกมั้ยนะ แต่คุณมีกำลังซื้อที่มีคุณภาพต่อหัวสูงกว่า คุณต้องช่วย 2 คุณต้องกวดขันจริงๆ ถ้าถ้าของเค้ายอมขาว ยอมออกจากสีเทาอ่ะ คุณต้องกวดขันเรียกว่า ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เขาไปเรียกเก็บ และไปได้ประโยชน์จากกลุ่มอื่นไม่ให้ ให้การแข่งขันมันเป็นธรรมเหมือนกัน
แล้วอย่าง 3 คุณต้องต้องช่วยยกระดับด้วย บางทีเรื่องพวกนี้มันจะติดกับดักบางอย่าง เช่น ต้องพาไปร้านช้อปปิ้งเฉพาะ แล้วก็ขูดรีดกับเค้า
เราต้องหาร้านใหม่ ช่องทางเลือกให้เค้า
ดังนั้น สำหรับผมนะครับ ทำนโยบายยุคเนี้ย ต้องคิดให้เค้าทั้งซัพพลายเชน
อย่าไปคิดแค่ว่าตัดทุนเทาไม่ได้นะ อันเนี้ยเขาจะไม่มีทางไป แต่ต้องทำยังไง ต้องคิดว่าถ้าเราช่วยตัดทุนเทาให้เขาแล้ว เราจะเสริมกำลังซื้อดี มานจากทางอื่นให้เขาได้อย่างไร ในทุกซัพพลายเชนเลย ต้องทำไปพร้อมกัน แต่อันดับแรก โอเค ตั้งหลักใหม่ มาตั้งหลักใหม่กัน มาเรียกว่าผ่าตัดใหญ่กันซักที แล้วเศรษฐกิจไทยจะกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง
ฟังฟังดูมีความหวังขึ้นมาครับ มีความหวังขึ้นมาเนาะ
ผมกลับมาประเทศไทยด้วยความหวังครับ คือผมอยู่ต่างประเทศมา 16-17 ปีอ่ะ คล้ายๆ นักท่องเที่ยวไทยครับ คือสมมุติเราไปอังกฤษ ช่วงแรกเราก็จะเห็นแต่ความเจริญใช่มั้ย โห อันนี้เจริญจัง อันนี้สวยจัง อันนี้ดีจัง อยู่ญี่ปุ่นอย่างเงี้ย โห ทำไมอันนี้มันงานละเอียด ทำไมเดินทางสะดวก
แต่พอผ่านไปสัก 2-3 ปีนะครับ คุณเชื่อเถอะ เราจะรู้สึกว่า ผมตั้งคำถามอีกแบบนึง ว่าอ้าว แล้วทำไมไทยเป็นอย่างนี้ไม่ได้อ่ะ
มันจากคำถามที่แบบ เฮ้ย อันนี้สนุกจัง อันนี้เจริญจัง พอผ่านไปสักพักนึงนะครับ เฮ้ย ทำไมเรื่องพวกนี้ประเทศไทยเป็นไม่ได้
ผมกลับประเทศไทยมาด้วยคำถามนี้ครับ ดังนั้นก็เรียกว่ากลับมาด้วยความหวัง
ครับ ฟังสัมภาษณ์ของของอาจารย์ที่ในช่องใดช่องหนึ่ง อาจารย์พูดถึงการซื้อเสียงรอบนี้ว่าหนักมาก
ช่วยเล่าให้ฟังนิดได้มั้ยฮะว่ามันมันหนักขนาดไหน? เค้าใช้เงินกันขนาดไหนฮะ?
ต้องบอกว่าพอพรรค สีส้ม พรรคประชาชน รอบที่แล้วคือพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 เนี่ย รอบที่แล้วมันยังเป็นม้ามืดอ่ะ รอบเลือกตั้ง 66 เนี่ย เรา สีส้มเนี่ยเป็นม้ามืด คนยังเรียกว่า เอ้ย เค้าคงได้แค่เขตเมือง อะไรอย่างเงี้ย ซึ่งสุดท้ายไม่จริงนะ มันกระจายไปทั่วทั่วประเทศ พอคุณขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ปุ๊บ มันจะถูกเพ่งเล็งและจับจ้อง
จนทำให้หลายๆ จังหวัดที่เรียกว่าโดยรวมเรียกว่ากันว่าบ้านใหญ่ ที่เคยบางจังหวัดมีหลายบ้านใช่มั้ยครับ เมื่อก่อนเขาจะทะเลาะกัน แล้วเค้าจะส่งคนแข่งกัน พอเค้าเห็นเรียกว่าสีส้มมา โดยไม่ได้ซื้อเสียง แต่มาแย่งคะแนนเค้าไปเป็นหมื่นๆ คะแนน หลายจังหวัดก็เลยยอมรวมกัน เรียกว่าบ้านใหญ่ Merger บ้านใหญ่ รอมควบรวมกิจการ การต่อรองกันชั่วคราวนะครับ ไม่ได้อยู่ถาวร จะต่อรองกันชั่วคราว
และเรียกว่าระดมทุนด้วยกัน เพราะกลัวแพ้
แต่รอบนี้นะครับ มันมี Financial Model แบบใหม่ คือบางพรรคบางกลุ่มเขาบอกว่า ให้ผู้สมัครเนี่ย ออกเงินไปก่อน แล้วชนะแล้วค่อยมาเบิก
แล้วจะมีคนยอมเหรอครับ? แล้วคุณพอคิดว่าเขาจะใช้เงินจากไหน คำถาม ออกเงินไปก่อน แวนซ์ไปก่อนแล้วครับ
แล้วถ้าคุณชนะ คุณมาเบิกคืน
ออกเงินไปก่อน เงินตัวเองเหรอครับ? คุณก็จะไม่อยากใช้เงินตัวเองถูกมั้ยครับ?
อ่า คุณก็จะต้องหาเงินที่มันง่าย เป็น easy money
อ๋อ มีสปอนเซอร์มั้ย? จากที่ใดสักที่ถูกมั้ย?
ก็เลยเป็นโอกาสแล้วทุนเทาต้องการที่ไปมั้ย เค้ามีที่มาแล้วต้องการที่ไปไหลต่อ เพื่ออยู่ดำรงอยู่
มันเลยเอื้อกันพอดีในจังหวะที่เรียกว่า การฟอกเงินมันเยอะและหลากหลาย กับจังหวะการเมืองที่ต้องการใช้เงินมโหฬารเพื่อ
ภาวะแบบนี้ครับ มันทำให้เงินสีเทามันจะทะลัก
โอ้ แล้วผมว่าเค้าฉลาดด้วยตรงที่ว่า ถ้าจ่ายคนนี้แล้ว ถ้าคนนี้ได้จริงๆ เนี่ย คือเค้าก็จะได้คุมคนนี้
เค้าต้องบอกว่าโดยหลักการนะครับ ผมอยากให้คนมาเลือกตั้ง อยากให้มีประชาธิปไตย แต่คุณจะเลือกพรรคไหนได้หมดเลยนะ ผมไม่มีปัญหาเลย อยากให้การเมืองไทยมันพัฒนา แต่ละพรรคแข่งกันเสนออนาคตของประเทศ
แต่สิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ คือสิ่งเหล่านี้แหละครับ ทั้งแบบปฏิบัติการข่าวสาร ใช้เงิน ซึ่งก็เกี่ยวพันกับเงินเทาเหมือนกัน รวมไปถึงวิธีการใช้โมเดลการเงินแบบเนี้ย ผมคิดว่ามันทำให้ มันฉุดรั้งเอาไว้ แต่เนี่ย เพราะความกลัวแพ้ ความกลัวกระแส เพราะความรู้ว่าตัวเองไม่ใช้เงินแพ้แน่ๆ แต่ลงทุนไปเยอะ ทำแล้วมันบวกกับภาวะสภาวะการฟอกเงินที่มันเสี่ยงอย่างเงี้ย พอรวมๆ กันแล้ว มันเลยทำให้ประชาธิปไตยไทยสุขภาพไม่ค่อยดีแล้ว รอบนี้เสมือนเป็นเหมือนกับเดิมพันสำคัญของหลายกลุ่มที่ถ้าไม่ได้ไปต่อ ก็จะโดนตรวจสอบคอร์รัปชัน คือคอร์รัปชันเนี่ย สุดท้ายมันต้องมีคนผิดถูกมั้ยครับ?
มันต้องมีคนผิด ดังนั้นพอคุณมีชนักติดหลัง ผิดมาเรื่อยๆ คุณยิ่งต้องลงเยอะขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ขอแชร์เคสใกล้ตัวผมมี เอ่อ ลูกจ้างคนนึงแล้วกันครับ เค้าก็มาเล่าให้ผมฟังว่าเนี่ย ผู้ใหญ่บ้านโทรมา ว่าเนี่ย รอบนี้กลับบ้านมั้ย เลือกตั้งมั้ย เค้าก็บอกว่า เค้าเลือกตั้ง เอ่อ นอกเขต
บอกว่าโอเค ได้เลย ก็เค้าก็บอกว่าเค้าให้ใบละ 500
เขต 500 แล้วก็ บัญชีรายชื่อ บัญชีรายชื่อ 500 นะครับ
เอ่อ แล้วก็ แต่ถ้ากลับบ้านเนี่ย มีค่าลดให้ด้วยนะ
แล้วก็ให้ประมาณว่าแคปหน้าจอส่งไปให้ผู้ใหญ่บ้านว่าคุณเลือกตั้งนอกเขตจริงหรือเปล่า
มันจะต้องทำทำในเว็บใช่มั้ยครับ เอ่อ ก็แต่เค้ายังไม่บอกพรรคไหนนะครับ เค้าก็ยังฉลาดอยู่นะครับ แต่ผมก็ใกล้ๆ ก็ใกล้คงบอกครับ แต่ก็ใกล้ตัวมาก แค่เล่าแชร์ให้ อาจารย์ฟัง เพราะมันใกล้ตัวมาก
ก็ขอแรงประชาชนจริงๆ เลือกพรรคไหนไม่มีปัญหาครับ แต่ขอให้ใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเอง แล้วก็ช่วยกันเรียกว่าเป็นหูเป็นตาด้วย
พูดเลือกตั้งแล้วนะฮะ 8 กุมภาพันธ์นี้ มันไม่ได้เลือกแค่ 2 ใบ มันมีใบที่ 3 ด้วย ขออนุญาตพูดใบที่ 3 ด้วยเลยมั้ยครับ?
ยินดีครับ ใบที่ 3 นี่มันเหมือนปลดล็อค ปลดล็อคแล้ว คือถ้าคุยเรื่องเสรีภาพการเมือง อ่ะ ที่เรามีนายกเฉลี่ยปีละคนอย่างเงี้ย แล้วองค์กรอิสระตรวจสอบไม่ได้เนี่ย ล่าสุดก็มีการรับสินบนอะไรของหน่วยงาน
มันอยู่ในรัฐธรรมนูญทั้งนั้นเลย เรียกว่ามันเขียน by design ที่จะทำให้ห่างไกลจากการตรวจสอบและเสนอชื่อเข้าไปถอดถอนไม่ได้ ดังนั้นกุญแจแรกในการปลดบล็อกเสถียรภาพทางการเมืองไทยก็คือตัวรัฐธรรมนูญ ซึ่งคือใบที่ 3
เลือกตั้งรอบเนี้ย มี 3 สีครับ มันมีสีชมพู ครับ สีเขียว แล้วก็สีเหลือง ไอ้สีเหลืองนี่คือประชามติใบที่ 3 ที่ท่านจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เห็นชอบคือเรียกว่าเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ
ผมคิดว่าข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ มันเกิดจากที่มาเลย ที่มามันเป็นตัว ใครเป็นคนร่างก็จะเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของคนนั้น
ถ้าเป็นที่มาจากประชาชนอย่างรัฐธรรมนูญ 40 เนี่ย มันก็จะปกป้องประชาชน แต่พอเป็นที่มาจากกลุ่มเฉพาะที่รัฐบาลหลังรัฐประหารตั้งขึ้น มันก็ปกป้องกลุ่มนั้นนะครับ ดังนั้น ที่มาชัดเจนที่สุด แต่ถ้าถามว่ารายละเอียด 3 ข้อที่ผมคิดว่าสำคัญนะ 1 ก็คือเนี่ย เรื่องการปราบโกงที่ไม่เกิดขึ้นจริง หน่วยงานองค์กรอิสระเนี่ย มีปัญหามีข้อกังขาเยอะ แต่กลับหลุดพ้นจากอำนาจตรวจสอบไปทั้งหมดเลยนะครับ
2 ก็จะเป็นเรื่องกระจายอำนาจด้วย ผมคิดว่า เอ่อ ถ้าอยากให้สังคมมันกระจายอำนาจ GR Engine เนี่ย ผมมองว่ายังไงก็ต้องอยู่นอกกรุงเทพฯ
อันนี้ก็ทำผ่านรัฐธรรมนูญได้ให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ ดังนั้นผมคิดว่า เอาแค่ 2 เรื่องเนี้ย ก็รู้สึกว่าโห มีความสำคัญพอละ ส่วนข้อ 3 นี่จะเป็นเรื่องจำ เอ่อ เรียกว่าความถี่ของนายกอำนาจที่มันแทรกแซงกันจนทำให้ฝ่ายรัฐสภารวมถึงฝ่ายบริหารเองเนี่ย ถูกอำนาจจากการแต่งตั้งเข้ามาจนทำให้ตัวนายกไม่มีเสถียรภาพในการทำงานการเมือง ว่าอันนี้ก็ส่งผลและมีผลต่อนักลงทุนเยอะนะครับ นักลงทุนดีๆ ดูรายละเอียดเหล่านี้หมดเลยครับ ดังนั้นถ้าทุกท่านเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องปลดล็อค และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีประสิทธิภาพไม่พอในการจัดการปัญหาประเทศอ่ะครับ ก็ควรจะเปิดโอกาสให้มีการร่างใหม่โดยประชาชนครับ
อ ครับผม ขออนุญาตไปต่อไปเป็นเรื่องของหนี้บ้างครับ
เอา ขออนุญาตหนี้ครัวเรือนก่อนแล้วกันฮะ
ใช่ โอเค ตอนที่ประมาณสัก 90% ของ GDP ต้องถามว่าถือว่านี่คือปริมาณที่โอเคมั้ยครับ มันน้อยไป มันมากไป เมื่อเทียบกับประเทศอื่น?
จริงๆ หนี้โดยตัวมันเองไม่ใช่ปัญหานะครับ ใครทำธุรกิจคงจะทราบว่า ถ้าคุณมีหนี้ แต่ตราบเท่าที่ เอ่อ การขายยอดขายคุณยังดี กำไรคุณยังดี ยังไงซะแบงค์ก็ให้คุณกู้ สมมุติคุณเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวขายได้วันละ 1,000 จาน แล้วคุณเป็นหนี้กู้มาเปิดขยายร้านขยายเร แบงค์ก็ให้คุณกู้นะครับ ดังนั้นหนี้ตัวมันเองไม่ใช่ปัญหา
หนี้มันเป็นปัญหาพอมันมาพร้อมกับเรียกว่า กำลังซื้อถดถอย และกำลังในการหารายได้มันถดถอยลง และประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะนี้ ดังนั้นเวลาแก้เรื่องนี้ ต้องแก้ไปพร้อมกัน 2 ทาง แต่ถ้าเฉพาะหนี้นะครับ ผมคิดว่าเรื่องสำคัญหลายพรรคพูดเรื่องการแก้หนี้ เราก็เห็นด้วย แต่เราเสนอวิธีการ ผมคิดว่ารอบนี้นะ คำว่า How มันสำคัญมากเลยว่าคุณจะทำยังไงกับการแก้ปัญหา โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน
หนี้เนี่ย เราเสนอว่าต้องแก้ แต่เราอยากทำเป็นระบบคูปองแก้หนี้ หมายความว่าแทนที่รัฐจะเข้าไปแล้วเป็นคนเข้าไปจัดการหนี้เองอ่ะ มันยากมาก เพราะถ้าใครรู้จักคนที่เป็นหนี้เนี่ยนะครับ ตอนนี้วิธีหมุนๆ เงินมันซับซ้อนมากนะครับ เอ่อ บัตรนี้ไปจ่ายบัตรนี้ในระบบ นอกระบบ หุ้นคนนั้น คนนี้ ถ้าคุณใช้รัฐนำอ่ะ คุณจะแก้ได้เฉพาะหนี้ที่เขาผูกพันกับธนาคารของรัฐ
ซึ่งที่ผ่านมาปี 2 ปีเนี่ย มันพยายามทำอย่างนั้นมันกันมานานแล้วครับ แต่มันได้แค่ระดับนึง แต่หนี้ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเนี่ย มันไปผูกพันกับหลายระบบ หลายธนาคารคาน มากเลย ดังนั้นเลยเสนอว่าให้มีเอกชนมาแก้เถอะ ใช้กลไกตลาดช่วยเถอะ รัฐเนี่ยเป็นตัวกลางทำคูปอง ให้แต่ละบริษัท สมมุติมีบริษัทตอนนี้นะครับ สถาบันการเงิน หน่วยงานต่างๆ เนี่ย มีหนี้เข้ามาแล้วมาคุยเคส by case แล้วไปช่วยเขาประนอมหนี้ ไปช่วยเขาปรับโครงสร้าง แล้วคุณก็ได้แรงจูงใจในการคุณก็รับส่วนแบ่งในสัดส่วนที่ลูกหนี้ประสบความสำเร็จในการเจรจา
รัฐเนี่ยเป็นตัวกลาง ดังนั้นมันจะคล้ายๆ กับเราเดินเข้าไปแล้ว เรามีแอปให้เลือกว่า เอ้ย เอ๊ะ หนี้แบบเราเนี่ย สมมุติคุณเป็นหนี้รถยนต์เยอะ แต่คุณอาจจะเป็นหนี้บ้านน้อย คุณอาจจะเหมาะกับบริการนี้ แล้วก็มีคนมาเสนอคุณ คุณก็เข้าไป คนนั้นก็จะไปช่วยคุณประสาน เพราะเขามีความเชี่ยวชาญเรื่องนั้น แล้วเขาก็รอรับส่วนแบ่ง ถ้าคุณสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้
อันนี้จะต่างจากโมเดลเดิมเลยนะครับ คือรัฐเป็นแค่ตัวกลาง เอาเอกชนมาเป็นผู้แข่งขันให้บริการ
แล้วมีแรงจูงใจให้ว่าใครช่วยแก้ได้เท่าไหร่ ก็รับส่วนแบ่งไปตามที่เหมาะสม
ผมคิดว่าอันเนี้ย จะช่วยแก้ปัญหา Pain Point เดิมคือ คุณใช้แต่ธนาคารรัฐ ไม่จริงแล้ว เพราะคนเป็นหนี้ปัจจุบันเป็นหนี้กระจายตัวมาก แก้ Pain Point นี้โดยการเอาตลาดเข้ามาช่วย รัฐเป็นแค่ Verifier ว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญในการช่วยปัญหาหนี้ แล้วเขาก็ได้เครดิตของเขาเพิ่มขึ้นนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าอันเนี้ย จะเป็นประโยชน์ เรียกว่าเป็นการเสนอ How อีกแบบนึงที่เราเชื่อว่า จะแก้ Pain Point เดิม
งั้นขออนุญาตไปที่อีกอันนึงคือหนี้สาธารณะครับ ตอนนี้ของเราอยู่ที่ประมาณ สัก 60 หรือ 70% 70
ใกล้ 70 ใช่มั้ย คำถามคล้ายกันคืออย่างงี้ ถือว่าเยอะมั้ยครับ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ?
อันนี้ก็จริงๆ หลักการคล้ายๆ หนี้หนี้คน หรือหนี้ธุรกิจเหมือนกัน คือตราบเท่าที่รัฐเนี่ย ยังมีกำลังผ่อน สัดส่วนดอกเบี้ยไม่สูงเกินไป คือคือรัฐมันจะมีทั้งส่วนที่เรียกว่า เอ่อ ดอกเบี้ยถ้าคุณค้างๆ ค้างๆ มันจะแพงขึ้น หรือเรตติ้งของประเทศไม่ดีอ่ะ ดอกเบี้ยคุณก็จะแพงขึ้น
ของไทยก็คล้ายๆ กันเลย คือหนี้เยอะ โดยตัวมันเองอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่ากับว่า GDP มันไม่โต เศรษฐกิจใหม่มันไม่มานะครับ ดังนั้น เอ่อ ผมคิดว่าอันเนี้ย ก็จะต้องไปแก้ตรงเรียกว่า ทำยังไงให้ GDP คือ GDP ปีนี้โต 1 1.5 1.6 6 อ่ะ แล้วพอคุณเทียบขัดสวนหนี้ คือพอเป็นหนี้ต่อ GDP ใช่มั้ยครับ มันก็เลยค่อยๆ เรียกว่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเรื่องหนี้ประเทศนะ ครับ อาจจะต้องแก้โดยการทำยังไงที่จะทำให้ เอ่อ เศรษฐกิจมันไปต่อได้ ซึ่งเรื่องอุดรูรั่วก็ต้องทำ แต่มันจะมีเรื่องอื่นด้วย ครับ เช่นเรื่อง เอ่อ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ การเปลี่ยน
ไม่ใช่ภาระทางการคลัง คือผมคิดว่าอันนี้ก็ How เหมือนกัน How ที่เราคิดว่าเราต่างจากพรรคการเมืองอื่นก็ คือเรารู้สึกว่า คุณต้องเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส เปลี่ยนภาระเป็นพลัง หมายความว่าแต่ละปีพอเราพูดถึงสังคมสูงวัย คุณพอนึกถึงอะไร ภาพมันจะเป็นลบใช่มั้ย โห มีแต่คนแก่ ไม่มีกำลังซื้อ
สำหรับผมนะครับ ซึ่งอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ผมอยากให้มองสังคมสูงวัยเป็น "Silver Economy" หมายความว่าแต่ละปี สปสช.เรานี้ต้องจัดซื้อจัดจ้างเยอะมากใช่มั้ยครับ เพื่อมาดูแลผู้สูงวัยเนี่ย แต่ตรงนี้จริงๆ แล้วอ่ะ มันคือกำลังซื้อที่สามารถเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศได้
ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติคุณเคยเป็นโรงงานเล็กๆ ไซส์ M ไซส์ S ผลิตเตียง โห เตียงทุกวันนี้คุณเจอสินค้านำเข้ามากับราคาคุณ เอ่อ ต่างชาติเข้ามาแข่งเตียงคุณเนี่ย อาจจะขายได้ราคา 5,000 แต่ถ้ารัฐเข้าไปช่วยสนับสนุนให้เกิดกลไก การยกระดับเตียงติดเซ็นเซอร์ เตียงถ้าติดเซ็นเซอร์วัดความชื้น วัดอุณหภูมิได้ ตรวจ จับแผลกดทับได้ คุณเตียงคุณจะขายได้ 50,000 บาท มูลค่ามันจะเพิ่มเป็น 10 เท่า แล้วคุณจะกระโดดเกาะคลื่นสังคมสูงวัยไปได้
แต่ถ้ารัฐไม่ทำอะไรเลย การเปลี่ยนตรงนี้จะไม่เกิด ดังนั้นยุทธศาสตร์ของเราคือ "ติดชิป" ให้อุตสาหกรรมเก่าไปต่อได้ เครื่องจักรกลเกษตรเนี่ยก็อุตสาหกรรมเก่า แต่ถ้าคุณไปติดอุปกรณ์มันจะเรียกว่าโฟนิค หมายความว่าเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบดิน ตรวจสอบปุ๋ย ตรวจสอบน้ำเนี่ย คุณก็จะเพิ่มมูลค่าได้เป็น 10 เท่าเช่นเดียวกัน
คือผมรู้สึกว่าเวลารัฐบาลใหม่ๆ เข้ามา มักจะเกาะตัวเองกับอุตสาหกรรมใหม่เท่านั้น อยากทำ Data Center อยากทำ EV อยากทำ ซึ่งไม่ได้ดีนะครับ ก็ดีแต่อย่าทิ้งอุตสาหกรรมเก่าไง
คืออุตสาหกรรมไทยมันเหมือน K-Shape อ่ะ คือไอ้ขาบนชื่อฝรั่งเนี่ย เค้าก็ไปได้ของเค้าเนอะ แต่ไอ้ขาล่างที่เป็นอุตสาหกรรมของเล่น เครื่องประดับ เครื่องจักรกล เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทองอยู่กับไทยมานานแล้ว คนที่อยู่มาได้ทุกวันนี้แปลว่าคุณฝ่าคลื่นโควิดมาได้ ฝ่าคลื่นจีน ฝ่าคลื่นเวียดนามมาได้ นี่คือเก่งแล้วนะครับ คนที่อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ต้องยกย่องว่าเป็นฮีโร่อุตสาหกรรมไทย แต่ถูกรัฐทุก รัฐทิ้งกว้าง เพราะทุกรัฐอยากโยงชื่อตัวเองกับชื่ออุตสาหกรรมใหม่
ผมมองว่าการติดชิปให้อุตสาหกรรมเก่าเนี่ย ทำให้เขาไปต่อได้ แล้วเราก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไปด้วยพร้อมกัน
ดังนั้นเนี่ย ยกตัวอย่างเตียงจะชัดเจนมากเลยว่า คุณยกระดับอุตสาหกรรมเก่า พาเค้าไปอุตสาหกรรมใหม่ได้ด้วยครับ
ครับผม ผมเห็น เอ่อ หลายพรรคเนาะครับ เขาก็จะมีแบบนโยบายรถแรกแจกแถมนะครับ แจกนั่นแจกนี่นะครับ แล้วก็มีประกันราคาสินค้าบ้าง เอ่อ ลดค่าน้ำค่าไฟค่าเดินทางบ้าง ผมก็เลยสงสัยว่าเราเอาเงินที่ไหนมาแจกครับ แล้วมันจะเกี่ยวข้องกับหนี้สาธารณะมั้ยฮะเนี่ย?
เวลาเราคุยในนี้ คือหนังสือนโยบายของพรรค 200 กว่านโยบาย แต่ดูบนเว็บไซต์ได้หมดเลยนะครับ ตอนที่เราคุยแล้วบอกเล่มเนี้ย ถ้าดูชื่อ contributor มันเยอะมากเลยครับ มันจะเห็นว่าเนี่ย นี่คือ contributor ที่ช่วยทำนโยบายเล่มนี้
ครับ แต่ละคนคนละจุดนะครับ หมายว่าแต่ละคนก็จะมีเรื่องเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่จะเล่าให้ฟังว่าตอนที่เราเตรียมโยบายกันในพรรคเนี่ย ลองนึกภาพคุณไหม ศิริกัญญา นะครับ คุณไหม ศิริกัญญา จะมาพร้อมกับ Excel เพื่อจะบอกเราว่า ปี 70 ปี 71 แต่ละปีเหลือเงินให้ใช้เท่าไหร่
คือถ้าเราดูแคตัวเลขงบประมาณ มันจะโอ้โห ดูเหมือนเยอะนะครับ 3.7 7 ล้านล้านอย่างเงี้ย โอ้โห ล้านเลย แต่คุณไม่ได้ใช้ได้ทั้งหมดไง มันเหมือนคุณมีสินทรัพย์เป็นที่ดินน่ะ คุณไม่ได้แปลงมาเป็นเงินสดได้ทันที อันนี้ก็เหมือนกันครับ คุณมีงบประมาณแผ่นดินนะครับ 3.7 7 ล้านล้าน แต่สิ่งที่ใช้ได้เราเรียกว่า "budget space" คือตัดงบประจำ คือมันมีเงินเดือนข้าราชการประจำใช่มั้ย มีงบผูกพันที่คุณต้องจ่ายอยู่แล้ว ปี 70 เนี่ย มันจะเหลือแค่ 690,000 ล้าน แล้วเราก็เลยทำนโยบายภายใต้กรอบนี้มาตั้งแต่ต้น
คือเรียกว่า realistic เนาะ เราอยากตั้งต้นให้ถูกว่าเงินที่เข้าไปปีแรกที่ต้องใช้ได้จริงๆ มันเหลือสักเท่าไหร่ แล้วก็มาคิดต่อว่า ถ้าอย่างนั้น จัดสรรเป็นส่วนที่ โอเค สวัสดิการต้องช่วยนะ แต่ส่วนที่มา กระตุ้นการเติบโตเท่าไหร่ แต่ส่วนที่ทำให้กำลังซื้อมันกลับมาเท่าไหร่ เอ่อ ส่วนที่โอเค ช่วยลดภาระเฉพาะหน้าเท่าไหร่ แต่ว่า อยู่ในกรอบนี้ตั้งแต่ต้น ซึ่งผมคิดว่าอยากให้ อยากให้เวลาคุยเรื่องการเมือง หรือคุยเรื่องนโยบาย มาถึงจุดนี้ด้วยนะครับ หมายความว่าเงินเหลือเท่าไหร่ คุณรู้มั้ย แล้วคุณจะใช้เท่าไหร่เนี่ย ดังนั้นพอเรามีตรงนี้เป็นกรอบตั้งต้นนะครับ ก็ต้องบอกเลยว่า นโยบายในเล่มเนี้ย มันก็คิดตามกรอบเนี้ย ว่า ปีแรกใช้เท่านี้ ปีที่ 2 มันขยับมานิดนึง ตามระดับรายได้ ตามกรอบวินัยทางการเงินการคลังอะไรเงี้ยครับ ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรียกว่าเป็นไม้บรรทัดที่เราตั้งมาในต้นครับ
อ ผมขออนุญาตถามต่อเรื่องของหนี้สาธารณะนิดนึงครับว่า ถ้าสมมุติว่าเรามีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะครับ มันมีผลต่อพวกเครดิตเรตติ้งอย่างไร แล้วมันกระทบคนไทยมั้ย?
มีผล 2 ทางเลยครับ เครดิตเรตติ้งที่บริษัทมาจัดเรตติ้งเนี่ย มันจะมีผล 2 ทาง 1 คือ มันจะทำให้ตัว รัฐบาลเนี่ย กู้ยืมเงินยากขึ้นนะครับ หมายความว่า เอ่อ ดอกเบี้ยคุณก็จะจ่ายแพงขึ้น แล้วก็ ต่างชาติเนี่ย เวลานักลงทุนต่างชาติดู เค้าก็ดูการจัดอันดับเรตติ้งเหล่านี้ ว่า โอ้โห สถานภาพประเทศนี้มัน เอ๊ะ น่ากังวลมั้ย เสี่ยงที่สุดท้ายจะไม่มีเงินใช้หนี้ หรืออะไร ดังนั้นก็ต้องบอกว่ามันส่งผลกระทบ โดยเฉพาะในวงการนานาชาติ ซึ่งเศรษฐกิจไทยพอมันโลกาภิวัตน์ขนาดเนี้ย ยังไงซะเงินไหลเข้าไหลออกมันก็มีผลครับ
เมื่อกี้อาจารย์มีพูดถึง SME ครับ SME ต้องบอกว่าแน่นอนที่เราทราบกันมีประมาณ 3 ล้านรายในประเทศไทยใช่มั้ย แล้วเป็นผู้ว่าจ้างพนักงานมากที่สุดในประเทศ ต้องฝ่าฟันกับโอเค สินค้าจีนจากต่างประเทศใช่มั้ยนะ ผมว่าที่เค้าต้องฝ่าฟันอีกอย่างนึง ต้องฝ่าฟันกับทุนผูกขาดในประเทศด้วย
ทางพรรคประชาชนน่ะ มีนโยบายช่วย SME แล้วก็นโยบายเรื่องทุนผูกขาด ยังไงบ้างครับ?
อันเนี้ย ก็ต้องกลับมาหลักพื้นฐานเรื่อง "แฟร์เกม" เหมือนกันนะครับ แล้วก็หน่วยงานนี้ครับ กค. นี่แหละครับ
อ๋อ นี่คือหน่วยงานเดียวกัน?
หน่วยงานเดียวกันครับ หน่วยงานเนี้ย ถ้าเป็นสากลเค้าเรียกว่า Competition จะดูแลเรื่อง Competition กับ unfair trade practice
ซึ่งในต่างประเทศนะครับ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท มีพลังสูงมาก เช่น ยกตัวอย่างนะครับ สมัยผมคิดว่าพูดชื่อได้ คือตอนสักปี 2017-28 เนี่ย Grab กับ Uber เค้า รวมกันในเอเชีย
ซึ่งถือว่ามันลดระดับการแข่งขัน
แล้วไม่ว่าสิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มีการจัดการหมดเลย อย่างน้อยๆ เขาจะมีการปรับเงิน หรือว่าเอาเงินเข้ามาเพื่อมาส่งเสริม การแข่งขันให้มันเกิดในอุตสาหกรรมนั้นครับ หรือเอาเงินมาช่วยรายเล็กนะครับ แต่ของไทยเป็นหนึ่งในประเทศเดียวในเอเชียที่ไม่ทำอะไรเลย
สิงคโปร์ยังทำนะครับ คือสิงคโปร์ที่เรารู้สึกว่าเป็น Free Trade Free Market อ่ะ เค้ายังมีหลักการเรื่อง Competition
แต่ไอ้คำว่าการแข่งขันที่เป็นธรรมของไทยเนี่ย มันยังเหมือนมันยังไม่ค่อยอินน่ะ คนยังไม่ค่อยอินว่า เฮ้ย การแข่งขันมันเป็นธรรมได้นะ รายใหญ่ไม่ควรอย่างที่คุณพอถามเนี่ย จริงๆ แล้วรายใหญ่ในซัพพลายเชนเค้าอ่ะ 1 คือเค้าไม่ควรจะสามารถคุมได้ทั้งซัพพลายเชน ต้นยันปลาย
อันเนี้ย ถือว่ามีความผิดปกติ ถ้าเป็นยุโรปอาจจะสั่งให้แยกกิจการ
แล้วมีการแข่งขันกัน ทำยังไงก็ได้ให้การแข่งขันก็ต้องบอกว่ามันไม่ได้ protect ทุนใหญ่ หรือทุนเล็กเป็นพิเศษนะครับ แต่สิ่งที่เขา
ปกป้องคือปกป้องการแข่งขัน อื เพราะหัวใจคือเขาเชื่อว่าการแข่งขันนี่แหละเป็นตัวที่ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ทำให้นวัตกรรมมันเกิด ดังนั้นหน้าไหนบริษัทกบริษัทขอ แข่งกันไม่เถอะ อือ แต่ขอให้มันเป็นธรรมและเกิดนวัตกรรมและ ผู้บริโภคได้รับประโยชน์หรือมือถือนี่จะ ชัดมากในไทยมือถือพอควบรวมกิจการกันเนี่ย โอบริการลดลงนี้มีตัวเลขชัดเจนนะครับมี สมาคมผู้บริโภคเมีตัวเลขอยู่ว่าอ่า อินเทอร์เน็ตมันคุณภาพด้อยลงการแข่งขัน แพ็คเกจต่างๆมันน้อยลงอันเนี้ถ้าเป็นต่าง ประเทศนะ 1 อย่างน้อยที่สุดคือการปรับ เงินแล้วแลเอาเงินมากระตุ้นการแข่งขัน 2 คือคอยจับตาดูว่าการแข่งขันมันลดลงเมื่อ ไหร่ต้องเพิ่มกิจการใหม่เข้ามามั้ต้อง บังคับให้เกิดการแข่งขันแพ็คเกจราคาที่ เป็นทำมั้อันเนี้ยเป็นสิ่งที่ขาดหายไปเลย จากเศรษฐกิจไทยแต่จริงๆตัวนี้นะครับจะทำ ให้เกิดประโยชน์ครับเวลาเราพูดว่าประเทศ เราขาดนวัตกรรมอันเนี้เป็นตัวไดฟนึง อื เพราะตราบเท่าที่คุณเป็นเสือนอนกินน่ะคุณ ไม่ได้อยากพัฒนาตัวเองหรอกถูกมั้ยครับ เออจริงจริง แต่ถ้าคุณรู้ว่ามีคนหายใจลดต้นคอคุณน่ะ มีคนพร้อมเข้ามาแข่งขันคุณน่ะ คุณจะพัฒนาตัวเองแล้วมันจะดีกับระบบโดย รวมทั้งระบบเลย ครับอันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากเห็นครับ และทำได้ผ่านหน่วยงานกค.ครับ เพิ่งรู้จักวันนี้เนี่ยแหละครับ อื จริงๆตอนต้องบอกว่าตอนปลายสภาก่อนยุบสภา เนี่ยครับเราทำงานอยู่ในกรรมาธิการนี้ เพราะว่าจะต้องแก้ไขกฎหมายพ.รบ.มันมี พ.รบ.อยู่ครับ อื ว่ามีอำนาจไหนบ้างแล้วพ.รบ.ตอนเนี้ยฉบับ เดิมมันร่างแต่ปี 60 ครับ ต้องยอมรับว่าฉบับเดิมมันตามไม่ทันการค้า ยุคดิจิตอล เราเลยแก้กันอยู่ครับเรียกว่าอ ผ่านวาระ 1 แล้วนะครับแล้วก็เข้าไปเป็น กรรมาธิการ ดังนั้นถ้าสมมุติมีรัฐบาลใหม่พรรคประชาชน ก็จะหยิบกลับมาศาลต่อแล้วจะบังคับใช้ได้ ในเวลาผมคิดว่าไม่เกิน 6 เดือนบังคับใช้ ได้ครับ
ในประเทศไทยเราเองอ่ะเคยชินกับการที่ปลา ใหญ่กินปลาเล็กแบบไม่เป็นธรรม อ พอวันนึงนะคุณต่างชาติซึ่งยังไงเป็นปลา ที่ใหญ่กว่าคุณเสมอเข้ามากินคุณจะอยู่กัน ไม่ได้ทั้งทั้งแผงอ อืออื ไอ้สิ่งนี้แหละครับมันจะช่วยในการสู้กับ โลกาภิวัฒสู้กับโลกมันคือยืนยันเรื่องการ ค้าที่เป็นธรรมแต่มันต้องเริ่มจากใน ประเทศอ่ะ อื ทุนใหญ่ทุนเล็กค้ากันให้เป็นทำก่อนแล้ว มันจะเป็นเกาะกำบังมันจะเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กสู้กับทุนต่างชาติเพราะเชื่อ เถอะครับว่าทุนใหญ่ในประเทศนะไม่ว่าใหญ่ แค่ไหนคุณเจอทุนต่างชาติเข้ามาดามคุณแพ้ หมดจริงๆ ใช่ผมไม่แน่ใจผมเข้าใจอย่างนี้ถูกมั้ครับ อาจารย์ผมรู้สึกว่าตอนนี้ประเทศไทยมัน อยู่ในแบบจุดสำคัญเป็น point of no return แบบมันชีมรสุมหลายด้านอ ว่ามากก็คือว่าเราสังคมสูงวัยแล้วนะครับ เด็กก็เกิดน้อย 10 ปีที่ผ่านมา GDP ก็ลง เรื่อยๆจาก 4 ค่อยๆสไลด์มาจะเหลือไม่ถึง 2 FDA ก็ขึ้นๆลงหนักไปทางลงนะครับเซตก็ sideway down นะครับคอร์รัปชัก็เยอะยัง ไม่รวมว่าจะมี AI มาอีก คือผมรู้สึกว่าเราเจอศึกหลายด้านเหลือ เกินนะครับ อ เอิ่มก็เลยนำมาสู่คำถามต่อไปว่าตอนนี้ เนี่ยเรามีคนที่เสียภาษีจริงๆจะภาษีราย ได้นะครับเป็นบุคคลธรรมดาการนิติบุคคล เพียงแค่ 4 ล้านเท่านั้นเองแต่ว่าเราต้อง แบกประชากรถึง 70 ล้าน อือ แบบนี้มันมันจะยั่งยืนหรอครับแล้วมันจะ แก้ไขยังไงได้บ้างครับ ครับ อือ โจทย์อันเนี้ยคือโจทย์ว่าจะทำยังไงให้คน อยากเข้าระบบ อื ซึ่งมันต้องเริ่มจากเราต้องเข้าใจก่อนว่า ทำไมทั้ง SE หรือคนหรือแม้แต่คนทำธุรกิจ ขนาดใหญ่ไม่อยากเข้าระบบ อื ก็ต้องบอกว่าโอ้โห อ คุณเห็นคนคุณเห็นรัฐใช้จ่ายสูรุ่ยสุร่าย ขนาดนี้สร้างตึกกันโดยไม่บัญญะบรรยังขนาด นี้ไม่มีใครอยากเข้าระบบหรอกครับดังนั้น ผมคิดว่าเริ่มจากจุดแรกนะในถ้าเราจะเป็น คนบริหารประเทศอ่ะจุดแรกคือคุณต้องเข้าใจ ก่อนว่าคนไม่อยากเข้าระบบเพราะอะไร อือ ซึ่งเข้าใจได้เลยเห็นรัฐบาลและหน่วย ราชการใช้จ่ายกันแบบมือเติบขนาดนี้ไม่มี ใครอยากเข้าระบบมาจ่ายภาษีให้คุณหรอก อือ ปีแรกเลยนะคุณทำให้เห็นว่ารัฐที่มัน lean แนตาเป็นยังไง อือ ให้คนเห็นว่าเฮ้ยระบบที่ดีในประเทศไทยมัน สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนยังไงอ อืออื นะครับว่าเอ่อแล้วคนจะรู้สึกว่าค่อยคิด ต่ออีกขั้นนึงว่าอ่ะแล้วคั้นเข้าไปฉันจะ ได้อะไรนะครับเราก็เลยเสนอแพ็คเกจอย่าง เรื่อง SME นะครับเราเสนอแพ็คเกจครอบคลุม 4 ด้านเลย SME นี่ Pint หลายด้านเนาะ ครับ 1 คือไม่มีไม่สินเชื่อเนาะไม่ได้สิน เชื่อเนี่ยแก้โดยบสย.เพราะว่าบสย. ปัจจุบันเนี่ยค้ำ 15% ช่วยละแต่เรายืนยัน ว่าถ้ามติครม.เข้าไปเนี่ยสามารถทำได้เลย เพิ่มค้ำประกันให้เป็น 30% ได้นะครับแล้ว ก็ตั้งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทไซส์ S เป็น พิเศษหน่อยตอนนี้เงินมันเหมือนไหลไปไซส์ M เป็นหลักนะครับ ใช่ ดังนั้นสินเชื่อนี่เป็นโจทย์ที่ 1 โจทย์ที่ 2 คือกำลังซื้อ อื SME เนี่ยไม่มีกำลังซื้อเท่าไหร่คือคนละ ครึ่งเนี่ยดีนะครับไม่ดีแต่ว่ามันเหมือน มันเปลี่ยนให้ SME ไทยกลายเป็นเกษตรกร คือเหมือนรอฟ้ารอฝนเลยอ่ะเนี่ยผมเพิ่งไป เดินตลาดช่วยสส.หาเสียงมาเ้าบอกว่าคนละ ครึ่งดีมากเลยแต่พอหมดไปตอนปลายปีอ่ะ โอ้โหต้นปีนี้เงียบกว่าเดิม คือเหมือนกับคนก็ไม่กลับมาแล้วเาก็รู้สึก ต้องรอฟ้ารอฝนรอคนละครึ่งใหม่ครับ ไอ้เนี่ยเรารู้สึกว่ามันไม่ยั่งยืนเราเลย เสนอสิ่งที่เรียกว่าหวยใบเสร็จ อือ หวยใบเสร็จนี่คือ เอาแรงจูงใจของคนไทยที่ชอบลุ้นล็อตโต้ชอบ ลุ้นหัวอยู่แล้วแต่ใช้เงินไม่เยอะนะครับ เราสามารถจัดประมาณเดือนละ1ันล้านได้ก็ เป็นลุ้น 2 งวดได้แต่ถ้าคุณซื้อครบในแอป เป๋าตังค์เหมือนเดิมถ้าคุณซื้อครบ 500 บาทสะสมหลายล้านก็ได้ อื คุณได้ลุ้น 1 ใบ อื ส่วน SME ที่ขายถ้าขายครบ 5,000 หลายเจ้า หลายยอดได้ลุ้น 1 ใบ อันเนี้ยมันจะค่อยๆเปลี่ยนแรงจูงใจเพราะ ทุกคนนะครับมันจะมีของที่ต้องซื้อราย เดือนอยู่แล้วมั้คุณซื้อของใช้จำเป็น เนี่ยในห้องน้ำกระดาษในห้องครัว ถ้าเขาเห็นอย่างเงี้ยเขาอาจจะปรับ พฤติกรรมค่อยๆปรับพฤติกรรมมาคุณเอาจะแพน เงินไว้สัก 1000 2,000 เพื่อมาซื้อร้าน SMอร้านแถวตลาดร้านค้าตึกแถวอันเนี้ยมัน จะค่อยๆดึงและเปลี่ยนพฤติกรรมมาอย่าง ยั่ง ยืนนะครับผมคิดว่ามันจะไม่ต้องรอฟ้ารอฝน เหมือนคนละครึ่งช่วยด้านกำลังซื้อด้านที่ 3 คือเรื่องเครดิตเทมเรื่องเงินหมุน เนี่ยเป็นเรื่องสำคัญเครดิตเทมต้องไปกวด ขันให้มัน 45 วันจริงกับอีกนึงที่เราเสนอ คือ Efactoring Efactoring หมายความว่า จะมีบริษัทตัวกลางสถาบันการเงินก็ได้หรือ ธนาคารก็ได้หรือบริษัทใหม่ก็เข้ามารับ ซื้อลูกหนี้การค้าเพราะ SME เวลาบางทีมัน ซื้อมันมีแวตซื้อแวตขายใช่มั้ยเขาต้อง ซื้อเข้ามา แต่เงินไม่ได้ อื ควรจะมีบริษัทตัวกลางซึ่งมีอยู่บ้างระดับ นึงนะครับแต่รัฐยังไม่ได้กระตุ้นให้เกิด ตลาดเนี้ยเต็มที่ถ้าเกิดตลาดนี้แล้วเกิด แบบอิเล็กทรอนิกส์ SME ก็เอาเงินไปก่อน เลยแล้วบริษัทพวกนี้ก็ไปรับจัดการต่อมัน ก็จะทำให้เงินมันไหลในระบบเยอะขึ้นอ อือ ทางที่ 4 คือเป็นเรื่องของตลาดออนไลน์ ตลาดออนไลน์เนี่ยต้องยอมรับว่าตอนนี้ SME ไทยเนี่ยไม่ได้มองไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก ecอมmerceplatฟอร์มเท่าที่ควรในต่าง ประเทศ อื เพราะอะไรเพราะมันไม่มีแareฮส์ในต่าง ประเทศครับที่สินค้าต่างประเทศขายในไทย ได้ดีเพราะว่าเขามาตั้งแareเฮ์เลย อือ แล้วตอนนี้พฤติกรรมคนซื้อเนี่ยเขาอยากได้ ของทันทีใช่มั้ครับบางทีเรากด 4 ช่โมงมา เอามั้ย รอ 2 วันไม่ได้แล้วเดี๋ยวนี้โอสมัยเรา เด็กๆนี่รอกันอาทิตยนึงใช่ ให้ในตลาดสมมติคุณจะขายสมมติคุณขาย ทุเรียนให้คนเวียดนามให้คนมาเลอ่ะถ้าคุณ ไม่มีแareเฮ์อ่ะกว่าคุณจะส่งของไปเนี่ย โอหมีปัญหาเยอะคุณต้องทำแareเฮ์ให้เขา ดังนั้นการหาตลาดใหม่ในยุคปัจจุบันมันจึงไม่ ใช่คุณไปแล้วจับมือเซ็นสัญญาแต่คือคุณมี แareเฮ์ให้ได้และสนับสนุนให้มันดันผ่าน ช่องอคอมเmerซให้มันเป็นประโยชน์ในการ อย่างน้อยๆตลาดอาเซียนเราควรจะได้ ประโยชน์มากขึ้น SME ก็เลยต้องทำ 4 ด้านไปพร้อมกันครับเนี่ยตั้งแต่เรื่องเอ่อกำลังซื้อเนาะตั้ง แต่เรื่องสินเชื่อตั้งแต่เรื่องเงินหมุน เวียนตั้งแต่เรื่องหาตลาดออนไลน์ให้เค้าอ ถ้าไม่ทำพร้อมกันเนี่ย เอ่อยังไง SM ก็กลับมายากดังนั้นโจทย์ของ เรานะครับคือทำให้ระบบมันน่าอยู่เหมือน กับคุณสร้างบ้าน อือ สร้างโรงแรมก็ได้สร้างโรงแรมมันไม่ใช่คุณ ดันถ้าคุณคิดแบบอ่าใช้กำลังคือคุณไปดันคน เข้ามาบ้านนี้เถอะไม่ใช่เราสร้างโรงแรม ให้มันน่าอยู่แล้วคนเอยากแวะเข้ามาว่า โอ้โหโรงแรมนี้มันน่าอยู่จังเลยนะอยู่ แล้วได้อะไรโอเคฉันต้องจ่ายค่าอยู่นะเฮ้ย แต่มันก็คุ้มที่ฉันจะอยู่อันนี้คือโจทย์ ของเราในการชวนคนเข้าระบบภาษีครับอ ครับผม อื อื น่าสนใจมากครับเพราะว่าใช่ผมว่าอดีตคือ ไม่ใช่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้คนก็แบบว่าฉัน จ่าย มันไม่น่าอยู่ ฉันจ่ายไปแล้วว่ามันได้อะไร จ่ายไปให้คุณโกงไปจ่ายทำไมครับ เลยมาอีกเรื่องนึงอีกภาษีรูปแบบนึงคือแวต ครับ ครับ เอ่อมันมีข่าวว่าเราจะต้องเพิ่มแวตไปเป็น 8.5 หรือ 10% ซึ่งผมเข้าใจได้เพราะว่า รัฐก็ต้องหารายได้นะครับ แต่ไม่แน่ใจว่ามุมมองของอาจารย์มุมมองของ พรรคประชาชนเคิดเห็นกับตรงนี้ยังไง ครับ ภาวะเศรษฐกิจสำคัญนะครับถ้าคุณขึ้น V ใน ภาวะที่เศรษฐกิจมันถดถอยหรือมันโตต่ำมัน จะยิ่งซ้ำเติม อือ ดังนั้นหลักข้อแรกของเราคือมันต้องเป็น เศรษฐกิจที่ผงกหัวขึ้นก่อนแล้วค่อยพูดกัน เรื่องนี้ กับ 2 คือไปตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ของภาครัฐให้ได้ก่อน อือ บางทีเรา รัฐราชการมักจะมองแต่ตัวเองว่าเงินไม่พอ ขอเพิ่ม อือ ไม่ได้ใช่มั้ครับสมมุติเราเลี้ยงลูกเนี่ย อือๆ ลูกบอกว่าเงินไม่พอขอเพิ่มเราต้องอาจจะ ต้องถามลูกก่อนว่าแล้วคุณใช้ยังไงทุกวัน นี้ ดังนั้นนะแล้วเราพบว่าอย่างน้อยมันรีด เงินได้อีกแสนเป็นแสนล้านครับ ทั้งเงินฟุ่มเฟือยคืออ่ะถ้าลงรายละเอียด นิดนึงนะครับคือตอนนี้มันจะมี วิธีทำงบประมาณไทยมันจะมีจำกัดว่าคุณต้อง ใช้งบลงทุน อือ 20% ซึ่งโดยสมมุติฟังดูเผินๆเนี่ยมัน เหมือนดี อ เพราะงบลงทุนหมายความว่าเพื่อไปข้างหน้า ใช่มั้ยครับ แต่ในทางปฏิบัติไอ้ก้อนงบลงทุนที่ว่า อันเนี้ยกลับเป็นการสร้างตึกสร้างถนน อือ เราจะใช้เรื่องพัฒนาการศึกษาเด็กเรายัง ใช้ไม่ได้เลยเพราะการพัฒนาทรัพยกร มุโดย นิยามที่เป็นอยู่ปัจจุบันนะครับตามพรบ. ปัจจุบันไม่นับเป็นงบลงทุน งบลงทุนมันจะต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างอะไร ที่เห็น มันก็เลยทำให้เวลาจัดงบประมาณมันกันเงิน เข้าไปส่วนนี้ก่อน เพราะตามพรบ.มันจำกัดว่าคุณต้องอันเงิน เข้าไปให้ถึงตัวเลขนี้ ครับ แล้วบางรัฐบาลก็ไปเคลมด้วยซ้ำว่าตัวเองมี งบลงทุนเยอะแต่ไม่ใช่ครับงบลงทุนถ้าคุณไป สร้างตึกอย่างเดียวเราเลยเห็นแต่หน่วยงาน แข่งกันสร้างตึกถ้ามันยังเป็นแบบนี้อยู่ เราใช้งบแม้แต่งบก้อนนี้เพื่อการพัฒนาการ ศึกษายังยากเลย อือ ก็ไปกลายเป็นว่าการศึกษาก็ต้องไปสร้างตึก อย่างเงี้ยซึ่งเรารู้กูว่าไม่ใช่ดังนั้น อาจจะต้องเริ่มจากการทลายข้อจำกัดนี้ ให้เงินที่มีอยู่เนี่ยวิธีการใช้เนี่ยคน เห็นก่อนว่าเราใช้เป็นประโยชน์เราจัดงบ รีดงบประมาณที่มันไม่ฟุ่มเฟือยยังไงครับ ดังนั้นตอบคำถามคุณพอเรื่อง VI ว่า รอเศรษฐกิจผงกหัวกับ 2 คือโชว์ให้เห็น วิธีการใช้เงินก่อนว่ามันคุ้มค่ามันตัดลด ส่วนที่มันรีดไขมันที่ไม่จำเป็นแล้วอย่าง ไรครับ อาจารย์พอจะทราบมั้ครับว่าทุกวันเนี้ยถ้า ตีเป็นเงินนะครับคอร์รัปชัเนี่ยประมาณกี่ บาท ยกตัวอย่างนักลงทุนญี่ปุ่นที่ผมเจอแล้ว กันเาบอกว่าเค้าเห็นชื่อรัฐมนตรีแล้วเขา รู้เรทว่าเรทคนเนี้ยเท่าไหร่แต่ที่เขาบอก เพิ่มคือแต่รอบเนี้ยกลับมาใหม่แพงขึ้นนะ ชื่อเดิมเพราะชื่อเดิมมันวนเวียนใช่มั้ ครับเขาจะเห็นชื่อวนเวียนไปวนเวียนมาแล้ว ในวงการโดยเฉพาะเกี่ยวกับก่อสร้างเจะรู้ กันดีว่าต้องจ่ายเท่าไหร่แต่แพงขึ้น เรื่อยๆแพงกว่าเงินเฟ้อ แพงกว่าโสของไทยอ ครับ อือ ครับ มันเป็นหลักเท่าไหร่หมื่นล้านแสนล้านล้าน ล้าน อ่ามีหละแล้วแต่วิโครงการนะครับก่อสร้าง นี่เลย 30 ไปละบางโครงการมันก็ มันเปลี่ยนวิธีด้วยครับเช่นเอาบริษัทฉาก หน้าเป็นไทยเพราะก่อสร้างเนี่ยมันจะมีข้อ จำกัดว่าบางอันถ้าเป็นโครงการใหญ่เนี่ยจะ ต้องเป็นเรียกว่าผู้รับเหมาชั้นพิเศษซึ่ง มีอยู่ไม่กี่รายอ มันก็อาจจะมีข้อคหานะครับอันนี้ก็เป็นข้อ คอหาวิเคราะหวิจารณ์ว่า บางบริษัทก็รับบเอาบริษัทกลุ่มนี้เข้าไป รับก่อนแล้วก็มีการซับคอนทactต่อ อือ อย่างเงี้ยสเปคตึกอ่ะครับของสตงก็เป็น ปัญหานี้คือตอนประมูลเหมือนดีอ แล้วพอผ่านอันส่วนที่มันต้องเปิดเผยไป แล้วส่วนที่เหลือมันไม่เปิดเผยเขาก็ไป เปลี่ยนๆเปลี่ยนสัญญาไอเดียเรื่องแก้คอ คอรัปชัของเราคือจึงไม่ใช่เรื่องการ ประหารคนโกงนะเพราะคุณจับเไม่ได้หรอกแต่ คุณทำยังไงให้ Open Data มันไปทั้งระบบ ไปทั้งสายตอนที่เขาเปลี่ยนสัญญาซึ่งตอน หลังราชการมีการเปลี่ยนสัญญาหลังจากการ ประมูลเสร็จไปแล้วเพราะตอนประมูลมันต้อง มี ebidding มีอะไรที่เปิดเผยตามกฎหมาย แต่เขาก็เลยไปทำกันข้างหลังต่อจากนั้น มันมีไม่เปิดได้ด้วยเหรอครับเนี่ย หลังจากนั้นนะครับไอ้ขั้นแรกเปิดไง ครับผม ประชาชนเห็นปึ๊บๆแต่แล้วเกิดปัญหาส่งมอบ ไม่ได้ล่าช้าไปแก้กันตอนหลังไปแก้สเปคกัน ตอนหลังไงแต่ตรงนี้ไม่ได้เปิดแล้วเห็นมั้ ครับมันมันอ Devils in the detail จริงๆดังนั้น จัดการบริหารราชการแผ่นดิยุคนี้นี่ต้องลง ไปดูรายละเอียดแบบนี้แหละครับ โอเคอันต่อมาครับยืดอายุเกษียณครับ อื คิดเห็นยังไงครับควรมั้ครับหรือว่า คือการยืดอายุในบางในบางประเทศเนี่ยครับ มันอาจจะตอบโจทย์นี้เนาะว่าแบบอ่าบริการ ที่ต้องการดีขึ้นหรือว่าคนที่อยู่ใน ประสบการณ์ทำอ แต่โจทย์ของไทยมันผมคิดว่ามันไม่ใช่โจทย์ เริ่มต้นแน่นอน อื ปัญหาเริ่มต้นมันคือ 1 เราเรามีจำนวนข้า ราชการนะครับถ้าพูดให้ถูกมันคือกำลังคน ครับ เดี๋ยวนี้พอจะเรียกว่าอะไรนะพอทำงานการ เมืองครับบางทีเราพูดรวมๆ คนไปจ้องจับผิดบางประโยคผมต้องพูดให้ เคลียร์ว่ามันคือกำลังเเรียกว่ากำลังคน ภาครัฐมันจะรวมทั้งข้าราชการมันจะรวมทั้ง ลูกจ้างชั่วคราวอะไรต่อมีอะไรรัฐวิสาหกิจ รวมๆกันเนี่ยประมาณ 3 ล้านคนอ อือ กำลังคนภาครัฐของไทยเนี่ย 3 ล้านต่อ ประชากร 60 กว่าล้านนะครับคุณพ่ออ มันคือ 1:20 อื 1:20 นี่เล็กกว่าโรงเรียนประถมนะใช่มั้ โรงเรียนประถมผมที่ครูดูแลเด็ก 1 คนนี่ผม ว่าเยอะกว่า 20 ถ้าโรงเรียนรัฐนี่ยิ่งอาจ จะ 40-50 แต่กำลังคนของรัฐไทยเนี่ยอันดับแรกคือไม่ ได้น้อย อื ไม่ได้น้อย ครับ ดังนั้นโจทย์แรกมันจึงไม่ใช่ผมคิดว่า โจทย์แรกมันคือแล้วกำลังคนที่มีอยู่เยอะ เนี่ยมันจัดสรรเหมาะกับงานภารกิจที่มัน เปลี่ยนไปตามยุคสมัยหรือเปล่าอ กำลังคนประสิทธิภาพการตอบภารกิจจึงเป็น เรื่องสำคัญกว่าเรื่องเกษียณอายุด้วยซ้ำ ครับเพราะว่า ถ้าสมมุติเป็นDeadวูหรือว่าการขยายอายุ deadูเนี่ยไม่มีประโยชน์ แต่จะทำยังไงที่จะจูงใจนะครับผมย้ำเรื่อง การผมเนี่ยโดยส่วนตัวผมก็ย้ำเรื่องการจูง ใจคนผมเชื่อว่ามนุษย์เราคนเราเนี่ยอยากทำ งานที่มีคุณค่า ครับ แต่ระบบมันเอื้อให้เขาเนี่ย ner na ระบบ มันเอื้อให้เขารู้สึกว่าเขาอยากพัฒนาอยาก ช่วยประเทศ KPI เขาได้สมน้ำสมเนื้อหรือ เปล่าเทำได้แล้วเรู้สึกภูมิใจและได้ ประโยชน์จากประเทศชาติไปตั้ง KPI ให้เขา ใหม่จัดสรรหน่วยงานที่มันต้องเพิ่มคนก็ ต้องเพิ่มบางหน่วยที่ต้องลดก็ต้องลดปรับ กันไปครับ ครับผมผมขออนุญาตเบรกเรื่องเศรษฐกิจไว้ นิดนึงนะครับผมได้ขึ้นมาได้ว่า อาจารย์ก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเมานานนะ ครับตั้งแต่เป็นอนาคตใหม่ แล้วเขาก็โดนยุบไปใช่มั้ยครับแล้วก็มา เป็นเอ่อก้าวไกลเก็โดนยุบอีกนะครับจนมา ถึงประชาชนแล้วหัวหน้าพรรคก็โดนตัดสิทธิ์ ทางการเมืองไปคำถามคือระหว่างเส้นทาง เนี้ยอาจารย์เคยมีหมดหวังบ้างมั้ยกับการ เมืองไทย อืมก็ต้องยอมรับว่ามีบางช่วงที่รู้สึก มันมันจะสลับกันระหว่างความโกรธกับความ ท้อแท้ใช่มบางทีก็เฮ้ย คือต้องยอมรับนะครับว่าไม่ว่าจะคนเค้าคน พร้อมที่จะสนับสนุนต่อจริงแต่ในระหว่าง การสนับสนุนมันก็แบบโอ้โหพี่ธาไม่อยู่ แล้วหรอธนาธรไม่อยู่แล้วเหรอมันก็จะมี ความรู้สึกท้อแท้ อื แต่อาจจะข้อดีก็คือทุกคนเหล่าเนี้ยก็ยัง อยู่ร่วมอ่าขบวนการสีส้มกันต่อนะครับช่วย ทำกันในจุดที่ทำได้นะครับดังนั้นก็ อ เวลาอยู่รวมกันจะมีความหวังเป็นพิเศษเลย อ่าอย่างล่าสุดที่เจอกันเร็วๆนี้ก็คือที่ ที่มสว.ตอนนั้นเหมือนกับเ่อจัดงานแล้วคุณ พิธาก็มาคุณธนาธรเรียกว่าหัวหน้ารุ่นเก่า รุ่นกลางรุ่นใหม่มากันหมดพอผมพอเจอกันแบบ นี้ก็รู้สึกว่าเฮ้ยทุกคนยังพร้อมสู้มี พลังประชาชนมาให้กำลังใจมันก็ความหวังมัน ก็จะมีแล้วก็รู้สึกว่าคือถ้าเดินคนเดียว มันจะเหนื่อยแต่ถ้าจับมือกันเดินเนี่ยมัน ก็จะมีพลังครับ อื ผมมักจะพูดเสมอว่าคุณตัดสิทธิ์พิทธาคุณ ไม่ต้องการพิธา อ 1 คุณดูซิสภาเหลือใคร อื คนที่หลงเหลืออยู่ในสภาและปัญหาต่างๆนี้ คุณสมมุติคุณเป็นอนุนิยมหรือคุณอยากให้ คุณพิธาออกไปจากการเมืองเนี่ยคุณเห็นสิ่ง ที่เหลือแล้วคุณพอใจจริงๆหรอ อื กับอย่างที่ 2 คือแล้วคุณดูสิคนชวนพิธาไป ทั่วโลกเลยพิธานี่นับไม่ถูกเลยว่าต้องไป ที่ไหนบ้างใช่มั้ยญี่ปุ่นเกาหลีเอ่อ อินโดก็มีอเมริกานี่ก็อยู่ประจำนะครับแปล ว่าเป็นที่ต้องการของโลก ดังนั้นมันเป็นโอกาสที่เสียไปของประเทศ ไทยอ่ะ ไม่ว่านักการเมืองท่านใดก็ตามนะครับที่มา ทำงานการเมืองด้วยความตั้งใจและโดนตัด เสร็จผมรู้สึกว่ามันเป็นมันไม่ใช่สิ่งที่ เสียไปจากสภาหรือตัวเขาเองเท่ากับสิ่งที่ ประเทศไทยเสียโอกาสไปดังนั้นถ้าเราอยาก ให้สังคมดีอยากเห็นประเทศไทยในฝันแบบที่ มันเป็นไปได้นะผมมักจะพูดถึง Best Possible Thailand คล้ายๆมนุษย์เราเลย อ คือตัวเราไม่เหมือนกันหรอกประเทศไทยก็ไม่ เหมือนญี่ปุ่นไม่เหมือนเกาหลีแต่มันจะมี สิ่งที่ดีที่สุดในความเป็นประเทศไทยของ เราอ่ะอือ แต่ดูเหมือนสิ่งที่เรากำลังทำการเมืองราย วันวิธีการต่างๆมันทำให้เราห่างไกลจาก ประเทศไทยที่ดีที่สุดไปเรื่อยๆครับ อื เซลล์ตัวที่ 5 เมื่อกี้ผมเรามีพูดคุยกัน นิดนึงว่าเสือตัวที่ 5 ใช่มั้ผมก็เลยนึก ขึ้นมาได้ครับอาจารย์ เสือ 4 ตัวแรกมันคืออะไรบ้างครับ ครับเสือ 4 ตัวเนี่ยจะเหมือนกับประเทศที่ โตขึ้นมา ทันญี่ปุ่นคือญี่ปุ่นหลังสงครามโลกที่ 2 เนี่ยญี่ปุ่นดรอปลงไปแต่กลับมาเป็นประเทศ ร่ำรวยแล้ว หลังจากนั้นคลื่นต่อต่อมาก็จะมีเนี่ย ฮ่องกงสิงคโปร์เกาหลีใต้แล้วก็ไต้หวัน 4 ประเทศที่ขยับจากจนเลยนะเกาหลีนี่เคยจน กว่าเรานะครับตั้งแต่ก่อนปี 2510 นี่จน กว่าเราเยอะมากครับ แต่พอหลังจากนั้นพอไล่ขึ้นมาเขาก็เลยนับ ประเทศที่เข้าสู่รายได้สูงหรือ high income ตรงเนี้ยว่าเป็นเสือ 4 ตัวใหม่ ที่สามารถเสือมันแทนความเป็นเอเชียเนอะ ครับ แล้วเขาก็เลี่ยงด้วยบางทีมันมีปัญหา เรื่องการเรียกบางเศรษฐกิจเป็นประเทศหรือ ไม่เป็นประเทศเาเลยใช้คำว่าเสือแทนเก็เลย เรียกเป็นเสือ 4 ตัวนะครับอ ตอนนั้นก็เลยตอนยุค 90 คุณพอกับผมเนี่ย ทันตอนนั้นเราจะได้ยินคำว่า Nix ประเทศ อุตสาหกรรมใหม่เอ๊ะประเทศไทยเป็นหรือ เปล่าพลาดหัว Times Magazine หรือว่า เอชีย week อะไรเงี้ยจะมีคำว่า The Fifth Tiger อื ไทยจะเป็นได้มย เออ ซึ่งในฐานะตอนนั้นผมไปมัธยม เรารู้สึกตื่นเต้นนะ เฮ้ยแล้วเศรษฐกิจคือที่น่าสงสารคือคนไทย ทุกวันนี้นึกไม่ออกเลยว่าเศรษฐกิจที่มัน โตต่อเนื่องปีละ 5% 6% 7% เป็นยังไงแต่ ยุคนั้นเราทัน ใช่ แต่ละปีมันมีแต่ความหวัง บางคนกล้าตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพกล้าลงทุน อะไรเงี้ยแน่นอนโอเคมันมีฟองสบู่ที่มัน เกินเลยไปเพราะการควบคุมไม่ดีพอแต่อย่าง น้อยอ่ะเราโตมาในยุคที่เรารู้สึกว่ามันมี ความหวังในการสร้างตัวนะครับซึ่งมันเป็น สิ่งที่หายไปแล้วพอเกิดต้มยำกุ้งเราไม่ เป็นเสือตัวที่ 5 ไม่ได้ก็เลยดรอปไปผมบอก เลยว่าถ้าอีก 5 ปีนะเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้น กลับมาไอ้คำว่าเสือตัวที่ 5 ครับมันจะ กลายเป็นเรื่องเล่าเป็นตำนานพื้นบ้านละ อือหือ มันจะจบไปเหมือนกับที่เราเคยได้ยินนิทาน ตอนเด็กจันทจะโคหรือเรื่องอะไรที่มันดู เหมือนเป็นเรื่องพื้นบ้านที่ไม่เกี่ยวกับ ไทย ถ้า 5 ปีเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นกลับมา เสือตัวที่ 5 จะจบเป็นแค่นิทานพื้นบ้าน เพราะว่ามาเลเซียเวียดนามหรือแม้แต่อินโด อาจจะเข้าไปสู่การเป็น อ ประเทศรายได้สูงเป็นตัวแทนความสำเร็จของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้วแล้วทุกคนก็ จะลืมประเทศไทยไปดังนั้นผมเลยคิดว่า 5 ปี นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ครับ แล้วพอพูดเรื่องเนี้ยปุ๊บมันก็จะกลับมา เรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันเพราะภาค อุตสาหกรรมนะครับต้องยอมรับว่ายังไงซะมัน เป็นแหล่งสำคัญของเทคโนโลยีการจ้างงาน กำลังซื้อเนาะกำลังซื้อของคนที่จะหน้า นิคมอุตสาหกรรมเนี่ยขายดี อื ตราบเท่าที่คนในนิคมอุตสาหกรรมมีงานถูก มั้ยครับดังนั้นการส่งกำลังซื้อเนี่ยภาค อุตสาหกรรมทำหน้าที่นี้สำคัญมาก และอุตสาหกรรมไทยก็เนี่ยดรอปลงไปเรื่อยๆ ไม่สามารถกลับมาแข่งกับโลกได้ดังนั้น เรื่องนึงที่สำคัญเป็นอันนี้เป็นแฟชั่น ส่วนตัวนะครับ ถ้าเรื่องการเมืองนี้ผมยังรู้สึกว่าเป็น หน้าที่ที่ต้องทำในฐานะถ้าจะเป็นผู้แทน ราษฎร แต่แพชั่นส่วนตัวเลยที่ผลักผมไปเรียนที่ Cambridge อื ผลักผมไปทำงานที่ญี่ปุ่นเพราะอยากรู้จัก East เอเชียให้มันมากขึ้นและอยากกลับมา เปลี่ยนประเทศไทยมันคือคำว่าเสือตัวที่ 5 โอน่าสนใจมากอยากคุยกับอาจารย์อีกนานๆนะ ครับแต่ว่าผมเข้าใจว่าอาจารย์เองก็ต้องมี คิวไปอีกนะครับก่อนจะไปเรื่องต่อไปรู้ไม่ เท่ากันได้ไม่เท่ากันครับสมมุติว่าคุณมี เงิน 100,000 บาทนะครับลงทุนยาวนาน 30 ปี เงินเท่ากันและเวลายาวนานเท่ากันแท้ๆเลย นะแต่พแทนเนี่ยต่างกันมหาศาลทีนี้ถามคุณ ว่าอยากได้มากได้น้อยคุณก็ตอบว่ามากถ้า อยากได้ผลตอบแทนมากคุณก็ต้องรู้มากด้วย เช่นเดียวกันหาคำตอบได้ใน Money Mastery มั่งคั่งทั้งชีวิตหนังสือ House to แห่ง ปี 2024 ครับหนังสือเล่มนี้รวบรวมทุก เครื่องมือการลงทุนครับตั้งแต่ผลแทนน้อย ยังผลตแทนมากนะครับเพื่อจะช่วยทำให้คุณไป สู่จุดที่เรียกว่ามั่งคั่งทั้งชีวิตครับ ผมขออีก 2 คำถามได้มั้ยครับคำถามแรกเป็น ช่วง GR Hack ครับ นี่รายการ GR Laab นะครับผมเปิดกว้างให้ อาจารย์เลยครับว่าถ้าอยากจะแบ่งปัน Growth Hack ส่วนตัวให้กับคนดูเราเนี่ยอาจารย์ อยากจะแชร์เรื่องอะไรดีครับ ถ้าชีวิตส่วนตัวเลยเนี่ยเนี่ยผมก็โตมาแบบ ปากกัดตีนถีบเหมือนกันเอ่อภาพตอนเด็กๆคือ ขึ้นรถเมล์กับแม่นะครับเอ่อ สาย 2 เนี่ยนั่งตั้งแต่สำโรงไปเรียนที่ ปากคลองตลาดเพราะว่าเราต้องย้ายโรงเรียน ตามงานของพ่อแม่ใช่มั้ยครับ อือ แต่ที่ผม คิดมาตั้งแต่เด็กและคิดว่าเป็นคำที่ใช้ ผลักดันตัวเองมันคือคำว่าการไล่กวดมันแปล ว่าคุณมาทีหลังแต่คุณวิ่งเร็วกว่าคนข้าง หน้าให้ได้ อือื แล้ววันนึงคุณจะแซงเ้าได้ อื และความสวยงามของมันคือคนข้างหน้าเค้าก็ จะวิ่งออกแรงไปอีกขั้นนึง อื คนข้างหลังก็ต้องวิ่งไปอีกดังนั้นทั้ง ระบบมันจะดีขึ้นทั้งระบบดังนั้นสำหรับผม เลยนะครับผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ว่าเราจะมา ช้าไม่ว่าเราจะเริ่มต้นที่ไหนแต่ถ้าคุณ ตั้งเป้าว่าคุณจะไล่กวดให้ทันคนข้างหน้า คุณเห็นเป้าหมายชัดเจนว่าข้างหน้าคุณคือ อะไร คุณทำได้เราไม่เคยไปต่างประเทศ เราจะอยากไปบุกโลก อือ โหพอเราไปเจอโลกนะโหมีคนเก่งๆมาจากทั่ว โลกเลยโหเจอที่เคมdอย่างเงี้ยโหคุณ บางคนนี่เรารู้สึกว่าเราจะทันเค้าทันมั้ย แต่ถ้าเรายอมแพ้ตั้งแต่ต้นเราจะไปต่อไม่ ได้แต่ถ้าเราตั้งเป้าและหาจุดคุณเป็น Global Nich ได้ในทุกวันนี้นะคุณไม่ จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องคุณหา nich ของคุณ ให้เจอแต่ต้องเป็น Global Nich นะแล้ว คุณไล่กวดตั้งเป้าที่จะไล่ให้ทัน อื คุณก็จะไปถึงคนข้างหน้าได้ดังนั้นสำหรับ ผมเวลาเป็นอ่อเรียกว่าอะไรนะให้กำลังใจ ตัวเองหรือจะบอกใครก็คือ ไม่ว่าเริ่มที่ไหนนะถ้าคุณไล่กวดให้ทัน คุณจะแซงคุณข้างหน้าได้เสมอครับ โอ้ชอบมากๆครับอาจารย์ชอบมากๆเลยครับสุด ท้ายจริงๆแล้วครับผมเชื่อว่าตอนนี้มัน โค้งสุดท้ายแล้วจะถึงเลือกตั้งนะผมเชื่อ ว่าบางคนก็คงเลือกแล้วล่ะครับนะก็คงแบบ ว่าตัดสินใจไปแล้วว่าจะเลือกเลือกพรรค อะไรบางคนอาจจะเลือกประชาชนไปแล้วนะครับ แต่จะมีกลุ่มนึงเ้าเรียกว่า Undecided เนาะที่อาจจะยังอ ครับ ไม่รู้จะเลือกใครดีผมให้ space ให้พื้น ที่ตรงนี้อาจารย์ได้สื่อสารกับเานิดนึง ครับ ครับ อือ 15 ปีที่ผ่านมาเราเห็นรัฐบาลอ มาแล้วทุกสี อือ ตั้งแต่สีฟ้าต่อมาสีเขียวสีแดง 2-3 รอบนะ ครับเอ่อสีน้ำเงินก็เห็นแล้วเอ่อถ้าคุณ ยังเห็นว่าประเทศไทยมันไปไกลกว่านี้ได้ อ่ะก็อยากจะขอโอกาสรัฐบาลสีส้มนะครับเป็น สีเป็นรุ่งอรุณแห่งความหวังเรายืนยันว่า มันไม่แย่ไปกว่าเดิมแน่นอน อื มันแย่มากแล้วจะดีกว่าเดิมแค่ไหนเนี่ยก็ ขอโอกาสพี่พิสูจน์ตัวเองเพราะรอบนี้ตั้ง ใจทำงั้นเนี่ยหนังสือเล่มเนี้ยมันคือมัน คือฮาวของเราเนาะเราไม่ได้ตั้งแบบขาย นโยบายไปวันๆแต่เราทำงานกันเชิงลึกลงราย ละเอียดตั้งแต่เงินปีแรกเหลือ 690,000 ล้านจะทำอะไรก็มาจัดสรรเป็นนโยบายในเล่ม เหล่านี้ว่าเห็นเขียนให้คุณเห็นเลยว่านี่ คือสัญญาประชาคมนะที่เราอยากทำแน่นอนมัน เป็นขั้นเป็นตอนเอ่อ 100 วันแรกทำอะไร 6 เดือนแรกทำอะไรกับอีกเรื่องนึงคือเรื่อง ฮู รอบนี้เราก็ให้ความสำคัญกับฮูมากเรา พยายามจะชักชวนคนแล้วอยากจะเล่าให้ฟัง ครับบางคนบอกว่าพรรคอื่นเปิดตัวแล้วเรา เลยเปิดตัวตามไม่ใช่เลยโหเราคุยกับคน เหล่านี้มาเป็นปีครับเพราะว่าเราไม่ได้ดู แค่โปรไฟล์บนกระดาษแต่เราอยากรู้จักเขาก็ อยากรู้จักเราทำงานด้วยกันว่าคนนี้ อุดมการณ์ไปกันต่อได้มั้ยวิธีการมีคนเก่ง หลายคนที่การทำงานอาจจะทำด้วยกันเป็นทีม ไม่ได้ถูกมั้ยครับดังนั้นเราเลยชวนคน จำนวนมากเหล่านี้มาทำงานด้วยกันเรียนรู้ กันไปแล้วก็ตั้งภารกิจร่วมกันว่าคืออะไร เอ่อคุณเห็นยังไงคุณอยากปรับปรุงกระบวน การทำงานยังไงดังนั้นนอกจากแล้วเนี่ยูที่ ทุกท่านเห็นก็คือสิ่งที่เราตั้งใจแล้วเรา ก็จะเห็นว่ามีผู้ใหญ่หลายท่านเลยเนาะที่ รู้สึกว่าจริงๆเค้าไม่ต้องเค้าอาจจะอยาก พักบางคนบางคนหลายบางท่านบอกผมว่าเอ่อ เอ้ยเตรียมไปปีนเขาแล้วนะแต่พอเราชวนเขา ก็รู้สึกว่าโอโหเออมันก็มีโอกาสแล้วเขาก็ รู้สึกว่าเขาไม่อยากส่งต่อประเทศนี้แบบ นี้ให้กับลูกหลานทั้งๆที่ประเทศไทยคือทุกคน เชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้เราก็มา ด้วยพลังนั้นผมก็กลับมาจากญี่ปุ่นด้วย พลังนั้นนะครับเรารู้สึกว่าประเทศไทยดี กว่านี้ได้จริงๆก็อยากจะขอโอกาสในการ พิสูจน์ตัวเองและเราอยากทำรัฐบาลที่ประชา ชนร่วมสร้างครับมันจะไม่ใช่รัฐบาลที่เรา เข้าไปแล้วเราชี้นิ้วสั่งแต่จะเป็นรัฐบาล ที่ประชาชนมีส่วนร่วมเอร่วมสร้างร่วม เปลี่ยนแปลงไปด้วยกันครับ ครับผมขอบคุณอาจารย์มากๆเลยครับแล้วก็ถ้า คุณชอบเนื้อหานี้สามารถแชร์ให้เพื่อนๆได้ นะถ้าคุณเห็นว่าเนื้อหานี้เหมาะกับใครใช้ คนนั้นแล้วก็มาร่วมเติบโตไปด้วยกันมาร่วม ทำให้ประเทศไทยมาเติบโตไปด้วยกันวันนี้ ขอบคุณอาจารย์ต้นมากๆขอบคุณครับโชคดีครับ สวัสดี