Transcription
สวัสดีทุกคนนะครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Channel Little Moments วันนี้เราจะมาพูดกันถึงหัวข้อที่มันยอดฮิตมากๆ ครับในตอนนี้ ก็คือ CL C มันคืออะไร ทำงานยังไงกันแน่ แล้วก็ทำไมตอนมันออกมาเนี่ย ทำให้ตลาดหุ้นดิ่งลงเยอะมากๆ เลยนะครับ หุ้นร่วงกันเต็มไปหมดเลย ก็เดี๋ยวเราจะค่อยๆ มาไล่เรียงกันครับ รวมถึงจะไปดูตัว Demo Use Case ต่างๆ ที่เราสามารถนำมันมาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา แล้วก็ทำให้ Productivity ของเราสูงขึ้นด้วย
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาใน Channel นี้ครับ ผมชื่อ Boy นะครับ ตอนนี้ทำงานเป็น Engineering Manager อยู่ที่บริษัท Canva ที่ Sydney ออสเตรเลียนะครับ ก่อนหน้านี้ทำงานเป็น Engineer อยู่ที่บริษัท Amazon ก็ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว เดี๋ยวเรามาเริ่มไล่เรียงกันครับ
ก่อนอื่นเลย อยากพูดถึงสิ่งหนึ่งครับ ที่ผมเชื่อว่าหลายคนเนี่ย มีคำถามนี้ในใจแน่นอน เพราะว่าผมก็มีคำถามนี้เหมือนกันครับ ว่าเจ้า Cork มันต่างยังไง กับ Chat GPT, Gemini, CL นะครับ อย่างเช่นหน้าจอที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ครับ อันนี้คือหน้าจอของเจ้า Chat GPT เนาะ ก็คือเราก็จะมีตัว input ที่เราสามารถพิมพ์ข้อความคำถามต่างๆ ถามมันได้ใช่ไหมครับ แล้วพอถามมันปุ๊บ มันก็จะตอบกลับมา ซึ่งตัวแชทพวกนี้ครับ ไม่ว่าค่ายไหน Chat GPT, Gemini, CL อย่างที่เราพูดไปนะครับ ก็ทำงานเหมือนกันหมดเลย แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่มันทำไม่ได้ครับ ก็คือมันไม่ได้ลุกไปทำงานให้เราจริงๆ เนาะ มันแค่เหมือนแบบให้คำตอบมา แล้วเราก็อาจจะต้องเอาคำตอบนั้นไปทำเองนะครับ
ดังนั้นในปัจจุบันนะครับ เจ้า AI เนี่ย มันพยายามเปลี่ยนแนวโน้มไปในทางที่เอาตัวคำตอบของเราครับ ไปทำให้เราด้วย ไม่ใช่แค่ตอบอย่างเดียวละ ซึ่งเราจะเรียกมันว่า AI agent
ก่อนที่จะออกตัว Cork ครับ จริงๆ CL ก็ออกตัวอื่นมาก่อนหน้าเรานะ เดี๋ยวพาไปดูกัน ครับ ถ้าเปิดตัว CL ขึ้นมาครับเนี่ย มันจะมี 3 แถบด้านบนนะครับ ก็คือ Chat, Cork เพิ่งมาใหม่ เดี๋ยวค่อยมาดูตัวนี้กัน แต่ว่าจริงๆ ก่อนหน้าครับ มันออกตัว CL Code มาด้วย จำได้ไหมครับ ก็คือตัวนี้เนาะ ด้านขวาสุดครับ ตัวนี้เป็นตัวที่เราสามารถที่จะเอาเจ้า CLS ไปทำการเขียนโปรแกรมให้เราได้ ซึ่ง Target เป้าหมายเนาะเนาะ กลุ่มคนที่ใช้ ก็คือเป็น Developer, เป็น Software Engineer นะครับ เอาไปทำงานที่มันแบบว่า Technical ในระดับนึง
แต่ว่าพอออกมาสักพักนึงเนี่ยครับ สิ่งหนึ่งที่บริษัทของ Entropic ก็คือบริษัทที่สร้าง CL เนี่ย สังเกตได้ก็คือ Software Engineer นะครับ ไม่ได้เอาไปเขียนโค้ดอย่างเดียว แต่ว่าเอาเจ้าตัว CL Code นะครับ ไปทำสิ่งอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น เอามาจัดการไฟล์ สรุปเอกสาร ทำ Report ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นแบบ Technical มากๆ ไม่ใช่สิ่งที่ Software Engineer จะต้องใช้เนาะ แต่ว่าเป็นสิ่งที่จริงๆ หลายๆ คนก็ทำกันเหมือนกันนะครับ บริษัทก็เลยบอกว่า เอ๊ะ ถ้าสมมุติเราสามารถสร้างโปรดักตัวนึงที่แบบว่า ไม่ใช่ Target ที่ Soft Engineer ละ หรือว่าโปรแกรมละ เรามา Target คนทั่วไปเลยนะครับ ที่อยากจัดการไฟล์ อยากที่จะมี Productivity สูงขึ้น เราจะทำโปรดักอะไรออกมาดี ก็เลยเป็นคำตอบครับ ว่าเป็นตัว Cork นี่แหละ ที่เพิ่งออกมาเลย ตัวนี้ที่ทำให้เราสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น แล้วก็สะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ
เดี๋ยวเราจะไป Demo กัน ไปดู Use Case พวกนั้นกันเนาะ แต่ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่เกริ่นมาก่อนหน้านี้ ตอนที่เปิดคลิปครับ ว่าพอมันออกมาครับ เจ้าวิเนี่ย ตลาดหุ้นร่วงกันเยอะมากเลยนะครับ เดี๋ยวเราลองไปดูเว็บ CNN กันเา้าบอกว่า Entropic New AI Tool Sent Charters Through Software Stocks นะครับ ก็คือ หุ้นตกนั่นแหละ ประมาณนั้นเนาะ ก็คือถ้าเราเลื่อนลงมาครับ จะเห็นว่าเนี่ย Thomson Reuter ดิ่งเกือบ 16% แล้วก็มีที่อื่นอีก เช่น Legals.com หล่นประมาณเกือบ 20%
คำถามคือ ทำไมหุ้นถึงตก ง่ายๆเลยครับ ก็คือคนคิดว่าถ้าสมมุติโวสามารถทำงานได้ดีขนาดนั้น ทำงานแทนคนได้นะครับ ซอฟต์แวร์ต่างๆ ในระบบอยู่ตอนนี้ที่ขายอยู่เนี่ย อาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป ดังนั้นคนก็เลยแบบเทขายหุ้นที่กับซอฟต์แวร์พวกนั้น ค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียวนะครับ หล่นเยอะมาก
แต่ก็ยังไม่ต้องตกใจขนาดนั้นนะครับ จริงๆ อันเนี้ยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว นะ อย่างเช่นตอนที่ Deep Seek ออกมา ถ้าใครจำได้ครับ ตอนนั้นหุ้น Nvidia หล่นเยอะมากนะครับ เทขายมหาศาลเลย แต่ตอนนี้ Nvidia ก็กลับขึ้นมาได้แล้วนะครับ ดังนั้นมันเป็นเหมือนกับเป็นการแพนิคชั่วคราวนั่นแหละ
แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่มันชี้ชัดก็คือ ตอนนี้ AI ครับ ทั่วโลกเลย มันเปลี่ยนจากการถามตอบนะครับ เป็นการที่มันสามารถมาเป็น AI agent ช่วยทำงานต่างๆ แทนเราได้จริงๆ ดังนั้นเทรนด์ก็จะมาประมาณนี้เลยเนาะ ในปีนี้ เชื่อว่าเทรนด์นี้มาเยอะขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนนะครับ เดี๋ยวพวกเราก็จับตาดูกันว่าจะ เป็นยังไงต่อไป
แต่ว่าตอนนี้เดี๋กลับไปที่ตัวก่อนครับ เดี๋ยวเราจะไปลอง Demo กัน สิ่งแรกที่เราจะมาทำกันครับ ก็คือเราจะใช้ Cowork ในการช่วยจัดการไฟล์ต่างๆ นะครับ ให้มันเป็นหมวดหมู่ ซึ่งตอนเนี้ย โฟลเดอร์ของผมหน้าตาเป็นประมาณนี้เลย ผมลากมาให้ดู ไฟล์ต่างๆ เนี่ย มีหลากหลาย ทั้งรูปภาพนะครับ ทั้งตัว Excel ทั้งตัวของ JSON นะครับ เป็นไฟล์เยอะแยะมากมาย ไฟล์ HTML ค่อนข้างมั่วมากๆ ครับ
โดยเริ่มต้นครับ เดี๋ยวเราจะมาเลือกตัวโฟลเดอร์ตัวนี้กันก่อน ก็คือมาคลิกตรงนี้ได้เลย Work in a folder นะครับ ซึ่งอันเนี้ยคือจุดเด่นของ Cowork นะ มันจะต้องเลือกโฟลเดอร์ก่อนว่า เราจะทำงานกับโฟลเดอร์อันไหน อันนี้ผมก็เลือกเป็นโฟลเดอร์ของตัวไฟล์นะครับ แล้วก็ Open ก็คือโฟลเดอร์เมื่อกี้ที่เราเห็น มันก็จะถามว่า คุณต้องการให้เราจัดการไฟล์ในโฟลเดอร์เนี้ย อนุญาตมั้ยนะครับ ซึ่งเราก็สามารถอนุญาตครั้งนี้เท่านั้น หรือว่าอนุญาตตลอดก็ได้ สมมุติว่าผมกดอนุญาตแค่ครั้งนี้ เสร็จปุ๊บก็จะพิมพ์พร้อมว่าจะ ไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์นี้ให้เป็นหมวดหมู่ ตามเนื้อหา Rename ให้อ่านรู้เรื่อง ใส่วันที่นำหน้า แล้วก็อย่าลบไฟล์ใดๆ เราสามารถกด Let's go ได้เลย
อันนี้ก็กำลังคิดครับ แล้วก็กำลังอ่านไฟล์ มันไม่ใช่แค่อ่านแค่ชื่อแล้วก็ Type ของมันเท่านั้น แต่ว่ามันอ่านเนื้อหาของไฟล์จริงๆ ของเราด้วยนะ มันเปิดแต่ละอันขึ้นมาอ่ะ เพื่อที่จะได้จัดหมวดหมู่ได้ถูกต้อง ตอนนี้มันก็อ่านตัวโฟลเดอร์ครับ แล้วก็รู้แล้วว่ามี 21 ไฟล์ ด้วยกันเนาะ อยู่ในโฟลเดอร์เมื่อกี้ สังเกตว่าด้านขวาครับ Progress เห็นมั้ย มันมีการสร้างเหมือน To-do list นะครับ ที่สามารถรู้ได้ว่าฉันต้องทำอะไรบ้าง 1, 2, 3, 4, 5 แล้วก็ด้านล่างเนี่ย เป็นไฟล์ที่มันอ่านออกมาได้นะครับ ก็จะมีรายละเอียดของไฟล์ต่างๆ ที่เราดูไปในโฟลเดอร์เมื่อกี้
อ่ะตอนนี้มันก็ทำเสร็จตัว Task อันนั้นละ ตอนนี้มันกำลังเข้าไปดูไฟล์พวก Doc แล้วก็ Excel ครับ กำลังเปิดขึ้นมาอ่านเลยว่าเนื้อหามันมีอะไรบ้างเนาะ อยู่ด้านใน ถ้าใครอยากรู้ครับว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ ก็สามารถคลิกตรง Thinking ตรงนี้ได้นะ เปิดออกมาดูครับ เนี่ยมันก็จะบอกว่ามันทำอะไรบ้าง มีการอ่านพวกใบเสร็จต่างๆ นะครับ มีอ่านเอกสาร อ่าน Screenshot รูปภาพ ตัว Text Config ไฟล์ก็พวก JSON เมื่อกี้ที่เราดูไปนะครับ แล้วก็กำลังวิเคราะห์อยู่
ตอนนี้สามารถแบ่ง Category ได้แล้วครับ สเต็ปถัดไปเนี่ย มันก็คือการสร้างโฟลเดอร์นะครับ แล้วก็ Rename ไฟล์ สังเกตอันนี้ ด้านบนก็ติ๊กถูกเรียบร้อยแล้วนะครับ เบื้องหลังเนี่ย มันก็รันเยอะแยะมากมาย มีหลายๆ Task เอง ได้ว่าฉันต้องทำอันนี้ แล้วก็ทำอันนี้ต่อ แล้วก็ทำอันนี้ต่อ นะครับ โดยที่ เราไม่ต้องสั่งมัน
ตอนนี้มันก็กำลังขอ Permission ครับ ว่าขออนุญาตในการลบไฟล์ในโฟลเดอร์ได้มั้ย ซึ่ง ณ ที่นี้ผมจะบอกว่าได้ ครับ เพราะว่าตัวไฟล์เมื่อกี้ที่มีทั้งหมดเนี่ย เป็นไฟล์จำลองที่สร้างขึ้นมาหมดเลย นะครับ เพื่อมาทำให้ทุกคนดูกัน แต่ว่าถ้าใครที่กำลังลองทำอยู่ที่บ้านนะครับ ก็อาจจะเนาะ อย่าเพิ่งให้มันลบ อาจจะตรวจสอบไฟล์ก่อนครับ ว่าไฟล์ที่มันสร้างที่มัน Rename ให้ถูกต้องหรือเปล่า แล้วเราค่อย Manual ลบไฟล์ของเราเองก็ได้ แต่ว่า ณ ที่นี้ผมจะ Allow ครับ ให้มันลบไฟล์ได้ แล้วก็ Rename เป็นไฟล์อันใหม่ได้เลย
ตอนนี้มันทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ สังเกต Progress ด้านบนมันหุบเข้าไปเนาะ ทำงานเสร็จ 4 อันละ คลิกออกมาดูได้นะครับ แล้วก็ด้านล่าง กำลังสรุปตัวไฟล์ต่างๆ ให้เราอยู่นะครับ ว่าอันนี้แบ่งเป็น Category ประมาณนี้นะครับ
เดี๋ยวผมเปิดตัวโฟลเดอร์มาดูกันดีกว่า ว่าเป็นยังไงเนาะ อ่ะตัวโฟลเดอร์ของเรา สังเกตว่าไฟล์ที่มันรกๆ ทั้งหมดนะครับ หายไปแล้ว เห็นมั้ย มันมาจัดเป็นโฟลเดอร์ต่างๆ ให้เรานะครับ ก็ตาม Category ที่มันระบุเนาะ ก็จะมีตัว Reset นะครับ แล้วก็ Bill ต่างๆ อันนี้คลิกเข้าไปก็เห็นว่า เป็นพวกแบบว่า Bill ค่าใช้จ่ายครับ อย่างเช่นแบบว่าใบเสร็จค่าไฟ ตัว Tax Invoice Receipt ของ Coffee นะครับ ก็เป็น Category อันแรก มี Work Documents ก็จะเป็นเกี่ยวกับพวก PDF, CSV, Excel นะครับ มาอยู่ในโฟลเดอร์นี้ มีพวก Screenshot พวกรูปภาพต่างๆ อยู่ในโฟลเดอร์นี้หมดเลย แล้วก็ถ้าเราไปดูตัวอันอื่นบ้าง มี Personal ก็จะมีพวกรูปภาพ สังเกตมันมีไฟล์ Doc ด้วยนะ ซึ่งมันอ่าน Content ในนั้นอย่างที่เราบอกนะ ครับ ถ้าเปิดออกมาเนี่ย จะเป็น Content แบบ Resume นะครับ ดังนั้นก็เป็นแบบ Personal Document มีพวก To-do list ซึ่งเป็น Personal เหมือนกัน ก็มาตัวโฟลเดอร์นี้ มีโฟลเดอร์เกี่ยวกับพวก Text ครับ พวกไฟล์ HTML พวกไฟล์ Text Info ไฟล์ JSON นะครับ ก็รวมอยู่ในโฟลเดอร์ตัวนี้เลย อันนี้ก็เป็นตัวอย่างอันที่ 1 ครับ ซึ่งมาก เดี๋ยวเราไปต่อตัวอย่างที่ 2 กันเลยครับ
ก็คือเราจะเอา Data ของเรามาให้มันช่วย Generate ให้นะครับ อ่ะเดี๋ยวผมเปิดตัวไฟล์ตัวนั้นมาให้ดูก่อนว่าหน้าตาเป็นยังไง ซึ่งไฟล์นั้นครับ อยู่ในโฟลเดอร์ Report นะครับ แล้วก็เป็น CSV ที่มียอดขายของเรานะ ครับ เป็นตัวข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างเยอะ เหมือนกัน อันนี้ก็เป็นตัวไฟล์ Generate ขึ้นมาทำให้พวกเราดูเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ข้อมูลจริงเนาะ
ก็เดี๋ยวเราลองเอามาทำกันครับ เดี๋ยวนี้ผมจะกลับไปที่ตัวหน้าแรกก่อนครับ แล้วก็เดี๋ยวเราเลือกโฟลเดอร์ก่อน ว่าเราต้องการเป็นโฟลเดอร์ของ Report นะครับ แล้วก็มีไฟล์ตัวนั้นอยู่เนาะ ตัว Sale Data ครับ Open ขึ้นมาแล้วก็ Allow นะ ครับ ให้ทำงานในโฟลเดอร์นี้ได้ แล้วผมก็จะบอกมันครับ ว่าให้ช่วยวิเคราะห์ไฟล์ sales-data.csv CSV เมื่อกี้ที่เราเห็นกันเนาะ สร้างเป็น Report ครับ เป็นไฟล์ Word Document แล้วก็มี Executive Summary ให้ด้วย แล้วก็ทำการ Breakdown ครับ ตาม Category นะครับ แล้วก็พร้อม Percent Train Analysis มีการ Recommend สิ่งที่เราสามารถทำเป็น Action Item ได้อ่ะ ลอง Let's go ลองดูว่าจะ เป็นยังไง
ก็เหมือนเดิมเลยครับ สิ่งแรกที่มันทำก็คือ พยายามอ่านไฟล์เนาะ ในโฟลเดอร์ ตอนนี้ก็มี sales-data.csv CSV นะครับ แล้วก็มีการสร้างเป็น Progress อยู่ด้านบนว่าต้องทำอะไรบ้างครับ โดยสิ่งแรกที่มันทำคือมันจะเขียนโค้ดขึ้นมาครับ ทำการอ่านไฟล์ CSV แล้วก็ทำการวิเคราะห์ ใช้ Python เนาะ เป็นภาษาโปรแกรมอันนึง เสร็จแล้วมันก็จะสร้าง File Word ตอนนี้มันอ่านเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ Rover เนาะ ก็สร้าง File Word ครับ โดยการใช้ตัว Library ตัวนึงในการแบบเขียนโค้ดขึ้นมาเหมือนกัน แล้วก็มา Generate เป็นไฟล์ตัว Document Word นะครับ
โอเค ตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ กำลังสรุปตัวงานให้เรา Progress ก็ทำเสร็จแล้วใน 3 Task เนาะ ที่มันลิสต์ไว้ นะครับ ตอนนี้มันสร้างเป็นไฟล์ขึ้นมาให้ละ เดี๋ยวเราลองเปิดดูกัน สามารถคลิกตัวด้านล่างตัวนี้ได้เลยครับ มันก็จะเปิดไฟล์ Doc สังเกตว่าไฟล์เป็น DocX นะครับ ก็คือไฟล์ Microsoft Word นั่นเอง ซึ่งก็มีรายละเอียดของ Sale Performance Report ครับ ตั้งแต่เดือนไหนถึงเดือนไหน แล้วก็เลื่อนลงมา มี Executive Summary ที่เราบอกมันให้สรุปให้เนาะ ว่ามีตัว Total Revenue เท่าไหร่นะครับ Completed Order เป็นยังไงนู่นนี่นั่น แล้วก็รายละเอียด Category Performance ต่างๆ นะครับ รวมถึง Insight นู่นนี่นั่นด้วย โอหมีหลายหน้ามากๆ เลย ถ้าเราเลื่อนลงมาก็สามารถอ่าน สิ่งเหล่านี้ได้ แล้วก็สุดท้ายมี Recommendation ครับ ที่เราบอกมันว่าให้ช่วย Recommend แล้วก็ทำเป็น Action Item ที่เราสามารถเอาไปพิจารณาต่อได้นะครับ
อันนี้ถ้าสมมุติว่าไม่ใช้ตัว Cowork ทำเนาะ ทำเองเนี่ย น่าจะหลายวันอยู่นะ กว่าจะทำเสร็จนะครับ อ่ะเดี๋เราไปดูตัวอย่างถัดไปครับ ไปดูพร้อมกันเลยครับ ก็คือกลับมาที่ตัว Cork ก่อนที่เราจะไปอ่านตัวอีเมลได้ครับ เราต้องทำการเซ็ตตัวอีเมลก่อนเนาะ มา Customize ครับ ด้านซ้ายมี Skills แล้วก็ Connectors เดี๋ยวค่อยมาพูดเรื่อง Skills กันในวิดีโออื่นเนาะ เพราะว่ามันค่อนข้างลึกเหมือนกันนะครับ
อ่ะเดี๋มาดู Connector ก่อน พอคลิกเข้ามา ครับ เราก็สามารถที่จะเชื่อมต่อพวกเครื่องมืออื่นๆ ได้ครับ อย่างเช่น ณ ที่นี้ผมเชื่อมกับ Gmail แล้วก็ Google Drive ไว้ จริงๆ มีเครื่องมืออื่นๆ อีกเยอะแยะมากมาย เช่น Notion, Slack, ตัว Google Calendar หรือ ว่า Tool อื่นๆ เยอะมากเลยที่เราสามารถเชื่อม แล้วก็ทำให้ Cork ทำงานกับมันได้ แต่ว่า ณ ที่นี้ครับ เราอยากให้มันอ่านอีเมลของเราได้ ก็สามารถกดที่ Gmail ครับ อันนี้ผมเชื่อมไว้แล้วเนาะ แต่ว่าถ้าใครยังไม่เชื่อม มันก็จะเหมือน Pop up ขึ้นมาให้เราเลือกตัว Account Gmail นะครับ ก็ Sign up กับ Gmail ได้เลย เพื่อเชื่อมต่อกับตัว Cowork พอเชื่อมเสร็จปุ๊บครับ เดี๋ยวเรากลับไปที่หน้าของ Cork เหมือนเดิม โดยผมจะสั่งมันครับ ว่าให้อ่าน Inbox กับผม หาอีเมลที่ต้องตอบภายในวันนี้ จัดลำดับความสำคัญ แล้วก็ Draft คำตอบให้ทุกฉบับเลย กด Go ได้เลยครับ
อ่ะตอนนี้มันก็ไปที่ Inbox ของเราเนาะ ไปทำการอ่านอีเมลที่อยู่ด้านในครับ ตอนนี้มันอ่านอีเมลใน Inbox เสร็จแล้ว สร้างเป็น To-do list มาด้านขวา เหมือนเดิม เหมือน Task อื่นๆ เลยนะครับ มันก็มีการวิเคราะห์ตัวอีเมลต่างๆ มาให้ด้วย ต้องการที่จะ Draft อีเมลอันแรกเลยมั้ย ผมก็กด Always Allow ครับ ให้มันทำการ Draft อีเมลให้แล้วตอนนี้มี 3 อีเมลนะครับ เดี๋ยวผมเปิดอีเมลอันล่างสุดเกี่ยวกับ Cloud Fair เป็นเกี่ยวกับการปฏิเสธการคืนเงิน จริงๆ แล้วก่อนหน้าเนี้ย ผมมีการบอกว่าซื้อจดโดเมนไปนะครับ แล้วก็ CLF ผิด อันนี้บอกว่าส่งไปถามว่าเออ ตัดบัตรอีกอันนึงแทนได้มั้ย แล้วเหมือนเขาตอบกลับมาว่าไม่ได้ เพราะว่าไม่สามารถที่จะคืนเงินได้นะ ครับ อันนี้เลยบอกว่าเดี๋ยวมันจะ Draft อีเมลตอบกลับไปที่ Cloud Fair ให้
ลองเปิด Draft ขึ้นมาดูครับ โดยตัว Draft ที่มันอีเมลให้ครับ อันเนี้ย มันมี High Christine เป็นชื่อเนาะ คนที่ตอบกลับมาครั้งก่อน แล้วก็พูดเกี่ยวกับตัวที่บอกว่าไม่สามารถ Refund ได้ ซึ่งฉันเข้าใจนะ แต่ว่าความจริงแล้ว Request ของฉันเนี่ย เกี่ยวกับการชาร์จตัวการ์ดที่ผิดบน PayPal นะครับ ดังนั้นแบบว่าช่วยดูได้มั้ย แล้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นการ์ดที่ถูกต้องได้หรือเปล่า ดังนั้นอันเนี้ยคือแบบไม่ได้บอกอะไรมันเลยนะ มันอ่านอีเมลให้เราแล้วก็รู้เองว่าต้องตอบว่าอะไรนะครับ โดยที่สิ่งสำคัญ คือมันจะยังไม่ส่งอีเมลตัวนี้ให้เห็นมั้ย ซึ่งมันรอให้เรามารีวิวก่อนรอบนึงเนาะ เพราะว่าอีเมลถ้ามันตอบผิดอะไรเงี้ย บางครั้งก็เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แต่นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างที่จะดีนะ ที่มันไม่ส่งให้เลย
ซึ่งสิ่งที่ผมว่าเป็นจุดเปลี่ยนอันนึง ก็ก็คือจริงๆ แล้วด้านล่างเนี่ย มันสามารถพิมพ์ Slash แล้วก็ Schedule ได้นะครับ ก็คือเราสามารถ Schedule เป็นตัว Task นะ ครับ ให้มันทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยตั้งเวลาให้มันได้อย่างเช่นผมกด Schedule แบบนี้ เนาะ แล้วก็บอกมันครับว่า สรุปอีเมลสำคัญที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อวานนะครับ Draft คำตอบให้ แล้วก็สร้างเป็นไฟล์สรุปแบบเหมือน Briefing ตอนเช้าให้เรานะครับ ดังนั้นตื่นเช้ามาเราก็สามารถที่จะดูไฟล์นี้ได้ เราก็สามารถกดไปได้เลยครับ อันนี้มันก็ถามเรามาแล้วครับว่า อยากให้รันทุกๆ กี่โมงล่ะ เราก็บอกไปเลยว่า อ่ะ สมมุติ 7:00 น. ก็เลือกได้เนาะ รันทุกวันมั้ย หรือว่ารันเฉพาะวันทำงาน ก็อ่ะ เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์นี่แหละ วันทำงานก็พอนะครับ คราวนี้มันก็ได้ข้อมูลนี้ปึ๊บ มันก็ทำการสร้าง Task มาให้เรา ครับ แล้วมันก็ถามว่าประมาณนี้นะ สรุปอีเมลสำคัญจากเมื่อวาน รับคำตอบและสร้าง morningbriefing.md ให้ทุกๆ 7:00 น. โอเคมั้ย ก็สามารถกด Schedule ได้เลยครับ เนี่ยกด Schedule ปึ๊บ มันก็ตั้ง Task นี้ให้เราเรียบร้อยละ ดังนั้นทุกเช้า ผมก็ตื่นมาอ่านอันนี้เป็นสรุป แล้วก็อีเมลก็มีการ Draft ให้เรียบร้อย ซึ่งดีมากๆ เลยนะ ครับ ตัว Schedule ตัวนี้
แต่ว่าสิ่งหนึ่ง ที่อยากบอกทุกคนตรงนี้ก็คือว่า ไอ้ตัว Schedule ตัวนี้ครับ มันจะทำงานก็ต่อเมื่อคอมเราเปิดอยู่นะ ถ้าสมมุติเราปิดคอมไป ไอ้ตัว Schedule ก็จะไม่ทำงานนะครับ ดังนั้นถ้าใครแบบว่าต้องการที่จะทำงานกับ Cowork จริงจังเนี่ย อาจจะต้องแบบเหมือนซื้อคอมมาแล้วก็เป็นคอมที่แบบสามารถรันตลอด 24 ชม. ได้ หรือว่า Setup ให้รันบน Server ต่างๆ ให้มันเปิด 24 ชม. ก็ได้เช่นกัน
มาถึงตอนนี้ครับ ถ้าใครชอบ Content ตัวนี้เนาะ จริงๆ ผมเพิ่งเปิดตัว Private Community นะครับ ที่เราสามารถมา Join แล้วก็เรียนรู้ตัว AI ไปพร้อมๆ กันครับ เป็น Community ที่ชื่อว่า Tech Coffee ซึ่งเรามาเหมือนนั่งจิบกาแฟ มาคุยกัน เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันนะครับ แล้วก็มีเพื่อนๆ ที่มานั่งคุยกับเรา เรียนรู้ไปกับเราเนาะ เราไม่ได้เรียนรู้คนเดียว นะครับ ก็จะสนุกมากขึ้น และที่สำคัญ ครับ Community อันนี้ทำกับพี่เพิร์ทด้วยนะครับ พี่เพิร์ทเป็นคนที่สร้าง Community เกี่ยวกับด้าน Data ด้าน AI เนี่ย มากว่า 10 ปีแล้วนะครับ ในเพจ Data TH ชิลๆ เนาะ หลายคนอาจจะเคยเห็นอยู่แล้วนะครับ มีวิดีโอ Exclusive เฉพาะใน Community นั้นด้วยนะครับ รวมถึงมี Live Session ที่เราจะมา Live คุยกันทุกๆ เดือนเลย แล้วก็มีโพสต์อัปเดตเทรนด์ AI ต่างๆ ที่ออกมาทุกๆ เลยนะครับ ดังนั้นถ้าใครอยากเรียนครับ ตัวลิงก์อยู่ใน Description เลย สามารถกดดูแล้วก็ Join ได้เลยครับ
อ่ะอ่ะ อีกสิ่งนึงเนาะ ที่อยากพาทุกคนไปดูกันครับ ก็คือ Concept ที่เรียกว่า Plugin นะครับ เราสามารถกด Customize ด้านซ้ายเหมือนเดิม ด้านล่างเนี้ย สังเกตว่ามี Personal Plugins คลิกเข้าไปดูแล้วก็กด Browse Plugins ได้เลย มันจะมี Plugin เยอะแยะมากมายนะครับ ที่ Build มากับตัวของ Cowork นะครับ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Productivity นะครับ Data, Legal, Sales ไม่ว่าคุณจะทำงานสายไหน มีหมดเลยครับ Marketing, Customer Support รวมถึงตัวของ Engineering ด้วย ดังนั้นสามารถมาลง Plugin ได้ครับ Plugin ก็จะเป็นเหมือนความรู้ นะครับ ที่เรา Install ให้กับตัว Cowork แล้วมันก็จะมีความรู้ด้านนั้นๆ ในการช่วยตอบคำถาม ช่วยทำงานมากขึ้น ดังนั้นก็เป็นอันนึงที่น่าสนใจมากๆ เนาะ ทุกคนสามารถมา Install กันได้นะครับ
จริงๆ มีรายละเอียดอยากลงเกี่ยวกับ Cowork มากนะครับ แต่ว่าพูดในคลิปนี้เดี๋มันจะยาวไป ก็เดี๋ทำเป็นวิดีโอค่อยๆ ทยอยออกมาเนาะ มีทั้งในตัว School Community นะครับ ที่เป็น Private แล้วก็เป็นอยู่บน YouTube ด้วยเช่นกัน นะครับ
มาถึงตอนนี้แหละ คนจะถามว่า แล้วใครใช้ตัว Cowork ได้บ้างครับ ราคาเท่าไหร่ Cowork เนี่ยไม่มีใน Free Plan นะครับ ของ CL ต้องจ่ายเงินอย่างเดียวเลย แต่ว่าราคามันก็ไม่แรงมากครับ ประมาณ 20 เหรียญ ก็สามารถเริ่มใช้ตัวได้แล้ว
ก็ถ้าจะเข้ามาเห็นตัว Cowork เหมือนที่เราทำเนาะ ด้านบนที่มันมี 3 Tab นะครับ จะเข้ามาเห็นตัว Cork Tab ตัวนี้ ได้ก็ต้องใช้ตัวแอป Clause ที่เป็น Desktop เท่านั้นนะครับ บนตัวคอมพิวเตอร์ของเราเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ ว่า Mac แต่ว่ายังไม่มีบนมือถือนะ ถ้าใครมี Cross แอปบนมือถือก็ยังไม่เห็นตัว Cowork ตัวนี้
อีกสิ่งนึงที่ต้องระวังครับ ของเจ้า Cowork ก็คืออย่างที่เราเห็นไปตอนแรกเนาะ เวลาเราพร้อมอะไรก็แล้วแต่ครับ มันจะมีการคิดวิเคราะห์เยอะมากนะ แล้วก็เบื้องหลังคือมันมีการรันคำสั่งเยอะมากครับ รัน Prompt รันสิ่งที่ปกติเราต้องพิมพ์ถามนะ ครับ แต่ว่าอันนี้คือเหมือนมันถามให้เราเองนะ มันทำงานให้เราเอง ซึ่งพอมันทำอย่างนั้นนะครับ ไปเยอะๆ เนี่ย มันกิน Token เยอะมาก กินเงินเยอะมากนะครับ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง มันกินเงินเยอะกว่าพวกพวกตัว Tab Chat ด้านซ้าย ดังนั้นถ้าใช้ก็อาจจะต้องระมัดระวังนิดนึงครับ ลองเทสดู ว่ากรณีไหนที่มันเหมาะกับงานของเรา แล้วมันเวิร์ค แล้วก็คุ้มค่ากับเงินที่เราจ่าย
อันนี้ก็เป็นทั้งหมดของคลิปนี้แล้วครับ เจ้า AI เนี่ยกำลังเปลี่ยนเทรนด์จากถามตอบอย่างเดียว เป็นการทำงานให้เราได้ด้วย เป็นแนว AI Agent นะครับ ดังนั้นถ้าใครอยากเรียนคลิป AI ใน Channel เรามีเยอะแยะมากมายเลย หรือสามารถ Join SCHOL ที่เราเพิ่งพูดไปครับ เป็น Private Community ในตัว Description ได้เลยครับ
ในคลิปนี้น่าจะไว้เท่านี้ก่อน เดี๋ยวเจอกันใหม่ในคลิปหน้านะครับ