📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ถอดรหัส “DNA” พลิกชีวิตคนไทย ! รู้ก่อนรักษา ไขปริศนา “แพ้ยา-หัวใจวาย” #ถกไม่เถียง

terodigital1:12:24

Transcription

สนับสนุนโดยเครื่องปรับอากาศสตาร์แอร์ ให้คุณเย็นสบายไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน และแคปซูลขมิ้นออยอัน ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง สวัสดีครับและยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ "ถกไม่เถียง" ครับท่านผู้ชมที่เป็นแฟนคลับและติดตามรายการมาโดยตลอด ท่านผู้ชมก็จะทราบว่ารายการของเรานั้น จริงๆ แล้วเราก็มีหลากหลายประเด็นที่นำมาพูดคุยกัน แต่ช่วงหลังๆ มานี้ เราก็อาจจะเน้นไปที่เรื่องของ การเมือง สถานการณ์ที่ค่อนข้างตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการเมืองในประเทศไทย และแน่นอนครับเรื่องของวิกฤตพลังงาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่คู่ขนานไปกับสิ่งเหล่านั้น ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม และผมเองก็อยากจะทำรายการเกี่ยวกับวงการแพทย์จริงๆ จังๆ สักครั้งหนึ่ง เพราะถ้าท่านผู้ชมได้ติดตามข่าวสารต่างๆ อย่างเช่น กรณีล่าสุดที่วิ่งมาราธอนที่ประเทศไทย มีคนเสียชีวิตไป 3 คนจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ก็ทำให้เกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ รวมถึงข่าวที่ว่า คนหนุ่มสาวที่สุขภาพดีๆ เสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน เราก็สงสัยว่า "ทำไมคนที่ออกกำลังกายและสุขภาพดีๆ ถึงเสียชีวิตไปได้" และแน่นอนครับอีกโรคหนึ่งที่เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากๆ ในประเทศไทย นั่นก็คือโรคมะเร็ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เกิดคำถามท่านผู้ชมครับ ว่าข้อมูลต่างๆ นานา ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากข้อมูล... ข้อมูลที่ต้องเคารพซึ่งกันและกัน ต้องมีการแข่งขันกันด้วยข้อมูลที่ถูกต้องใช่ไหมครับ จะถูกจะผิดเรามาถกกันได้ แต่ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ไม่ง่ายเลยที่จะเชิญคุณหมอทั้ง 3 ท่านมานั่งอยู่บนรายการนี้ด้วยกัน วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องของข้อมูล... แต่เป็นข้อมูลแบบไหนครับ ไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับสงคราม แต่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ DNA ครับท่านผู้ชม พอพูดถึง DNA หลายท่านก็จะบอกว่า "อ๋อ เวลาจับผู้ร้ายเนี่ย ก็ต้องไปตรวจ DNA ว่า DNA ที่อยู่บนปืนเนี่ย ตรงกับผู้ร้ายไหม" แต่ DNA นั้นมีอะไรมากกว่านั้นเยอะครับ ยกตัวอย่างเช่น เคสที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ มีคนไปทำศัลยกรรม แล้วหลังผ่าตัดก็ไม่ฟื้นขึ้นมา เกิดอะไรขึ้น? ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็ดูเหมือนว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ยาอะไรบางอย่าง นั่นจึงเป็นที่มาในวันนี้ ว่าเราจะมาไขปริศนาของ DNA ที่สามารถช่วยชีวิตและลดความทุกข์ทรมานทางร่างกายได้ หมายความว่าเราสามารถที่จะทำการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และสามารถที่จะค้นหาต้นตอของปัญหาได้อย่างถูกต้องมากขึ้น วันนี้ผมอยากให้ท่านผู้ชมฟังไปพร้อมๆ กับผมครับ ตั้งใจฟังให้ดี แล้วท่านผู้ชมจะได้ความรู้ที่มีค่าอย่างแน่นอนครับ มาดูกันว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าทางการแพทย์ไปถึงไหนแล้ว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี ในเรื่องของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่างๆ จะดีกว่าไหมครับ ถ้าเราสามารถที่จะรักษาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นั่นหมายความว่า งบประมาณก็จะลดน้อยลง และเงินนั้นก็สามารถที่จะนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ ได้ วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่งครับ ก่อนอื่นเลยครับ เรามีท่านอาจารย์ ดร. สุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขครับ สวัสดีครับอาจารย์ครับ ประการที่สองครับ เรามีท่านอาจารย์ ดร. มโนพิทักษ์ พิทักษ์กุล หัวหน้าศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ครับ สวัสดีครับอาจารย์ครับ และสุดท้ายครับ เรามีท่านอาจารย์ ดร. วรศักดิ์ โชติเลิศสกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ครับ สวัสดีครับอาจารย์ครับ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณทั้ง 3 ท่านเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมานั่งอยู่บนรายการของเราในวันนี้ครับ นี่คือสมองของวงการแพทย์ นั่งอยู่ตรงนี้แล้วครับ ผมก็จะดำเนินการรายการนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ที่จะขอความรู้จากผู้รู้รอบตัวครับ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมครับท่านผู้ชมครับ ผมจะยกตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า "ทำไมคนที่สุขภาพดีๆ ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ถึงเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้" มันดูไม่น่าจะเป็นไปได้ใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้น เราต้องเข้าใจอะไรบางอย่างก่อนครับ เวลาเราไม่สบาย เราไปโรงพยาบาลใช่ไหมครับ แล้วพอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอจะสั่งยาคล้ายๆ กัน ยาบางประเภทครับ สำหรับคนหนึ่งกินแล้วดีมาก แต่สำหรับอีกคนหนึ่ง ทำไมมันถึงไม่ดีอย่างนั้นครับ ช่วยอธิบายตรงนี้ให้ผมฟังหน่อยครับคุณหมอครับ ก็เป็นอย่างนี้ครับคุณทินครับ เราเริ่มต้นจาก DNA ครับ ในตัวคนเราเนี่ยมีรหัส 3 พันล้านรหัสครับ แน่นอนว่าไม่ได้ใช้ทั้งหมด แต่รหัสที่ปรากฏออกมาเป็นลักษณะของคุณ เป็นของคุณอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วครับ เขาเรียกว่าพรหมลิขิตครับ แน่นอนครับโรคภัยไข้เจ็บ มะเร็งอะไรต่างๆ ก็ถูกกำหนดมาแล้วในยีนส์พวกนั้นครับ อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกว่าแค่ว่าใคร... ใครเป็นพ่อใครเป็นแม่ เป็นลูกใครเป็นอะไรอย่างที่เขาว่ากัน หรือใครเป็นเจ้าของอะไรครับ ตอนนี้วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมา เราค้นพบว่ารหัสที่ถูกเข้ารหัสไว้นี้ มันมีคำตอบอยู่เยอะมากใช่ไหมครับ ยกตัวอย่างเช่น ก่อนที่คุณจะเป็นมะเร็ง คุณอาจจะ... จริงๆ คุณอายุ 50-60 ปีแล้ว แต่รหัสนี้เป็นสิ่งที่คุณติดตัวมาตั้งแต่เกิด ถ้าเราเห็นรหัสบางอย่างที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยง ความสัมพันธ์ หรือการวิจัยทางการแพทย์ อย่างเช่น BRCA1 หรือ BRCA2 ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม แล้วเราจำเป็นต้องทำงานกับคนไทย เพราะเรามีรหัสเพิ่มเติมจากทางฝั่งตะวันตก นั่นหมายความว่า ถ้าเราเจอคนที่มีรหัสนี้ เราก็จะไม่ปล่อยให้มันลุกลามไปถึงระยะสุดท้าย เราก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด ดูแลอย่างละเอียด และทำทุกอย่างที่จะป้องกันหรือหลีกเลี่ยงปัญหาได้ นี่ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยในการที่จะป้องกันไม่ให้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของยาอะไรต่างๆ เราก็มีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ วันนี้ทั่วโลกกำลังศึกษาเรื่องของจีโนมมนุษย์ หรือรหัสพันธุกรรมครับ ประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนี้ที่จะทำให้โลกมีคำตอบมากขึ้นว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับยีนส์บางอย่างไหม ยาตัวไหนทำให้แพ้ยา ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนคนเราอาจจะเสียชีวิตกะทันหันจากมะเร็ง หลังจากทำงานที่สิงคโปร์ เราก็โทษว่ากินข้าวเหนียวใต้ท่อพีวีซีอะไรก็แล้วแต่ จริงๆ แล้วมันมียีนส์ที่กำหนดความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหัน เช่น Sudden Infant Death Syndrome ครับ เมื่อก่อนเราอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ นี่คือประโยชน์ที่ชัดเจนของมันครับ ว่ามันมีไว้เพื่ออะไร และทำไมเราถึงต้องศึกษาครับ แล้วในร่างกายของผมเนี่ย มี DNA 3 พันล้านสายใช่ไหมครับ ใช่ครับ รหัสครับ ใช่ครับ DNA 1 สาย แต่เซลล์มนุษย์มีเยอะมากครับ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังทำอยู่ครับ จริงๆ แล้วเราเพิ่งจะสามารถทดสอบได้ในราคาที่ไม่แพงมากนักครับ ขอถามคำถามง่ายๆ ก่อนที่จะไปหาอาจารย์มโนพิทักษ์ และอาจารย์วรศักดิ์นะครับ ถ้าเราสามารถทดสอบ DNA นี้ได้ เราจะบอกได้ไหมครับว่าผมมีแนวโน้มที่จะเป็นอะไรครับ ถูกต้องครับ ตอนนี้ครับ ความผิดปกติบางอย่างที่ปรากฏในรหัสของคุณ และโรคบางอย่าง... ตอนนี้ครับ เรามีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจน มีความสัมพันธ์กันเยอะมากครับ อย่างเช่น อันนี้ แล้วมันก็ต้องเป็นอันนี้ โอกาสสูงกว่าคนทั่วไป 10-20 เท่าครับ แต่บางอย่างครับ เราก็ยังไม่ทราบครับ เราก็ต้องมาถกกันต่อไป เพราะว่าการวิเคราะห์รหัส 3-4 พันล้านรหัส มันไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ดังนั้นทุกคนก็ต้องช่วยกันครับ แล้วเราก็จะเริ่มรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าคนเหล่านั้นที่เสียชีวิตกะทันหันตอนวิ่ง... โอ๊ย คน 3 คนนั้นมีจีนเดียวกัน! ดังนั้นถ้าคุณมีจีนนี้ โปรดระวัง เพราะคุณอาจจะประสบโศกนาฏกรรมที่คล้ายคลึงกันครับ ดังนั้นท่านต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องใช่ไหมครับ ถูกต้องครับ ท่านเก็บข้อมูลมานานกี่ปีแล้วครับอาจารย์ครับ ในประเทศไทยครับ เอ่อ เราเริ่มโครงการนี้ครับ ผมต้องบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจของเราเลยครับว่ามีไม่กี่ประเทศในโลกที่ทำโครงการนี้ เพราะส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ร่ำรวยและพัฒนาแล้วครับ สิงคโปร์ และเราทำไปแล้ว 50,000 คนในเฟสแรก นั่นคือ 50,000 กว่าคนครับ ใช่ครับ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม โรคหายาก หมายถึงโรคที่วินิจฉัยได้ยาก และกระบวนการอาจจะยาวนาน บางทีก็อาจจะสายเกินไปที่จะรักษาครับ อย่างมะเร็งครับ เดี๋ยวอาจารย์มโนพิทักษ์จะอธิบายเพิ่มเติมครับ ว่ามีจีนอะไรบ้างที่ต้องระวังครับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกันทั่วประเทศตอนนี้ครับ ดังนั้นมีจำนวนมากครับ เราต้องการเตือนคนว่ามีความเสี่ยงสูง และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครับ โรคติดเชื้อครับ แม้กระทั่งตัวเชื้อโรคเอง ยีนส์ในตัวเชื้อโรค และยีนส์ของคนติดเชื้อ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรครับ ยกตัวอย่างเช่น วัณโรคครับ มีจีนที่ทำให้เมตาบอลิซึมยาครับ ถ้าคุณกินน้อยเกินไป ยีนส์ในร่างกายของคุณก็จะเมตาบอลิซึมยาไปหมด แล้วคุณก็รักษาวัณโรคไม่ได้ครับ ถ้าคุณกินมากเกินไป มันก็มากเกินไปครับ และสุดท้ายครับ ยีนส์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ยาครับ มีหลายเคสที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าครับ เอ่อ คุณทินครับ สปสช. ให้เป็นสิทธิประโยชน์ครับ ใครที่ต้องการทานยาตัวนี้ ควรจะไปตรวจก่อนครับ ถ้าคุณไม่มีจีนที่ทำให้แพ้ยา คุณก็สามารถทานได้อย่างปลอดภัยครับ ไม่ต้องเสี่ยงเหมือนเมื่อก่อน ที่ทานไปแล้วก็ไม่รู้ว่าผิวหนังจะลอกไหม หรือจะเสียชีวิตไหมครับ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ครับ และประเทศไทยก็ได้ทำไปแล้ว 50,000 ยูนิต และเรากำลังจะเข้าสู่เฟส 2 ครับ เอ่อ เราจะทำอีก 200,000 ยูนิตครับ ซึ่ง เอ่อ ถ้าเราทำ เอ่อ เราจะทำในหลากหลายมิติครับ มีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ มีชื่อโครงการใช่ไหมครับ เวลาเราพูดถึง เราใช้คำว่า "ยีนส์" ครับ ในประเทศไทยเราได้ตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวารสารนานาชาติครับ และเราได้ตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 200 บทความครับ โอเคครับอาจารย์ครับ ก่อนที่ผมจะไปหาอาจารย์มโนพิทักษ์ครับ ขอฝากไว้นิดนึงครับ อาจารย์มโนพิทักษ์ครับ ท่านผู้ชมหลายท่านอาจจะบอกว่า "เฮ้ย ฉันมีแล้ว จะมีประโยชน์อะไรกับฉันไหมครับ อย่างเบาหวานอะไรต่างๆ มันมีประโยชน์ไหมครับ หรือว่ามีประโยชน์เฉพาะคนที่ยังไม่มีครับ" แล้วท่านอาจจะสงสัยว่า "เราควรจะไปตรวจเพื่อป้องกันไหมครับ" ครับ คืออย่างที่ผมอธิบายไปครับ บางอย่างมันเป็นการตรวจเพื่อการวินิจฉัยครับ เพื่อวินิจฉัยให้เร็วที่สุดครับ ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 50 ปีแล้ว ยังไม่มีอาการอะไรเลย แต่ถ้าเธอมีความเสี่ยงครับ มีญาติพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านม แล้วไปตรวจ แล้วพบว่ามีความเสี่ยงครับ จำได้ไหมครับ แองเจลิน่า โจลี่ ครับ ดาราดังครับ เธอมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เธอไปตรวจ แล้วพบว่ามีจีนครับ เธอจึงตัดสินใจผ่าตัดเต้านมออก เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมครับ แต่เราคงไม่ไปถึงขนาดนั้นใช่ไหมครับ แต่หลายๆ อย่างครับ เราก็ยังไม่มีคำตอบครับ เราก็ต้องค้นหาคำตอบต่อไปครับ ใช่ครับ เราต้องค้นหาต่อไปครับท่านผู้ชมครับ ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์มโนพิทักษ์ไปเจอเคสที่ฮือฮาครับ เคสที่ไปทำจมูกมาครับ แล้วหลังผ่าตัดไม่นาน คนไข้ก็ไม่ฟื้นครับ พอคนไม่ฟื้นขึ้นมา ก็ต้องไปหาว่าทำไมถึงไม่ฟื้นครับ ก็จะไปดูเรื่องของอาการแพ้ยาครับ อาจารย์มโนพิทักษ์ครับ เคสนี้อธิบายให้เราฟังหน่อยครับครับ คือเคสนี้เป็นข่าวใหญ่เลยครับ บางคนก็สงสัยว่าเป็นการแพ้ยาสลบหรือเปล่าครับ ในการผ่าตัดครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวว่าเราต้องไปสืบหาว่าใครมีนามสกุลอะไรที่มีความเสี่ยง หรือมีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ยาแบบนี้ครับ เราต้องยอมรับว่าในอดีตครับ ถ้าคุณจะเกิดอาการแพ้ยา คุณจะต้องเคยทานยาตัวนั้นมาก่อน แล้วก็เคยมีอาการแพ้มาก่อนครับ ถึงจะบอกได้ว่า "อ๋อ ฉันแพ้ยาตัวนี้" หลังจากนั้นคุณหมอถึงจะแนะนำ หรือให้บัตรแพ้ยาครับว่า "ต่อไปอย่าใช้ยาตัวนี้ หรืออาจจะเกิดอาการแพ้ได้อีก" แต่ในหลายๆ กรณีครับ อาการแพ้ครั้งแรกอาจจะรุนแรงมากครับ ยกตัวอย่างเช่น เคสที่แพ้ยาสลบครับ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไม่เคยใช้ยาสลบมาก่อนเลยครับ พอใช้ครั้งแรก อาการแพ้ก็รุนแรงมากครับ บางคนถึงขั้นเสียชีวิตครับ ในอดีตเราอาจจะไม่รู้ว่า... เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรงครับ เมื่อก่อนเราอาศัยประวัติครอบครัวครับ หรือรู้ว่านามสกุลไหนมีประวัติการแพ้ แล้วก็อาจจะแชร์ข้อมูลกันครับ แต่ปัจจุบันนี้ครับ เราไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นอีกต่อไปแล้วครับ การตรวจทางพันธุกรรมสามารถที่จะระบุได้ว่าใครมีความเสี่ยงสูงที่จะแพ้ยา โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับยาสลบครับ การตรวจทางพันธุกรรมสามารถบอกได้ว่าใครมีความเสี่ยงสูง และใครควรหลีกเลี่ยงยาชาบางชนิดครับ แพทย์ผู้ให้ยาสลบก็จะสามารถระบุกลุ่มเสี่ยง และแนะนำยาที่ควรใช้ได้ครับ ทำให้สามารถป้องกันได้ครับ ในทางตรงกันข้ามครับ ถ้าเรายังอาศัยนามสกุลอยู่ มันก็กลายเป็นดาบสองคมครับ คนนามสกุลเดียวกันก็อาจจะไม่ได้แพ้ยา ทำให้เกิดความกังวลครับ คุณหมออาจจะกังวลว่า ยาสลบจำเป็นไหม หรือการผ่าตัดจำเป็นไหมครับ ในทางตรงกันข้ามครับ การตรวจในปัจจุบันสามารถระบุได้ว่าใครแพ้หรือไม่แพ้ครับ นั่นหมายความว่า เรากำลังจะไปถึงจุดที่แม้ว่าคนไข้จะไม่มีประวัติมาก่อน แต่ก็อาจจะกังวล และจำเป็นต้องตรวจก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดครับ เราสามารถทำได้ในหลายๆ เคสไหมครับ เช่น การตรวจหายีนส์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ยาครับ ได้ครับ ในกรณีของยาสลบครับ เพราะโอกาสที่จะเกิดขึ้นมันไม่บ่อยครับ บางทีคุณหมออาจจะสงสัย หรือมีประวัติครับ เช่น เคยเป็นมาก่อนครับ คุณหมอก็สามารถที่จะตรวจได้ครับ และถ้าเราพบว่ามีคนในครอบครัวมีจีนนี้ เราก็สามารถบอกได้ตั้งแต่ต้นครับ ในอนาคตถ้าเขาต้องผ่าตัด หรือต้องใช้ยาสลบ เขาก็สามารถแจ้งคุณหมอได้ตั้งแต่ต้นครับ คุณหมอก็จะสามารถเลือกยาตัวอื่นได้ทันทีครับ ทำให้สามารถป้องกันปัญหาได้ครับ แต่การเก็บข้อมูลนี้ต้องใช้เวลาครับ เราต้องค่อยๆ เก็บข้อมูลให้มากพอที่จะรู้ว่า โอเค คนนี้มีจีนที่อาจจะทำให้แพ้ยาครับ นี่คือสิ่งที่อาจารย์ ดร. สุภกิจกล่าวครับ เราต้องเก็บตัวอย่างอีก 200,000 ตัวอย่างก่อนที่จะเข้าสู่เฟส 2 ครับ โอเคครับ ทีนี้ครับ นี่คือการเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์ครับ แต่เมื่อเราได้คำตอบจริงๆ แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องทำส่วนนี้อีกต่อไปครับ ก็ถึงเวลาที่จะนำไปใช้ประโยชน์ครับ ยกตัวอย่างเช่น เราคงไม่ไปตรวจคนไทยทั้ง 66 ล้านคน เพราะค่าใช้จ่ายจะสูงมากครับ แต่ครับ อย่างที่ผมกล่าวไปแล้วครับ สำหรับมะเร็งเต้านม เราก็จะเลือกเฉพาะผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงครับ เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมครับ นั่นจะคุ้มค่ากว่าใช่ไหมครับ แต่สำหรับคนทั่วไปครับ ถ้าไปตรวจ โอกาสที่จะเจออะไรสักอย่างก็คือ 1 ใน 100,000 ครับ มันไม่คุ้มใช่ไหมครับ นี่คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นครับ ผมขอไปหาอาจารย์วรศักดิ์ก่อนครับ มีเคสที่ผมนำเสนอไปตอนต้นรายการครับ วิ่งมาราธอนแล้วล้มไป 3 คนครับ หัวใจวายเฉียบพลันทั้ง 3 คนครับ เราก็สงสัยว่า DNA จะเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจวายเฉียบพลันไหมครับ เพราะช่วงหลังๆ นี้ก็มีเยอะมากครับ บางคนก็ปล่อยข่าวลือว่าเกิดจากวัคซีนครับ วัคซีนช่วงโควิดครับ เป็นความจริงหรือเปล่าครับอาจารย์วรศักดิ์ครับ ผมขอพักสักครู่ครับ พักสักครู่เดียวครับ เดี๋ยวกลับมาช่วงหน้ามาฟังคุณหมอแบบเต็มๆ ครับ มีท่านผู้ชมส่งข้อความเข้ามาครับ บอกว่าอยากให้คุณหมอช่วยวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ เยี่ยมเลยครับ เพราะผมเพิ่งจะโดนไดโนเสาร์บอกว่าผมเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ เดี๋ยวเราพักสักครู่แล้วกลับมาต่อครับ สนับสนุนโดยแอปพลิเคชัน 1D Content วัฒนธรรมไทยเพื่อคนไทย ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ กลับมาแล้วครับท่านผู้ชมครับ รายการ "ไม่ธรรมดา" ครับ เรายังอยู่กับคุณหมอทั้ง 3 ท่านครับ ดร. สุภกิจ ดร. มโนพิทักษ์ และ ดร. วรศักดิ์ ครับ ดร. วรศักดิ์ครับ มีคำถามครับ จริงๆ เป็นคำถามที่ผมอยากจะถามมาตลอดครับ เพราะผมเองก็เคยมีประสบการณ์ครับ คือเรื่องของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ แล้วก็มีท่านผู้ชมส่งข้อความเข้ามาครับว่า "ทำไมโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มันถึงไม่หายขาดครับ มันเป็นๆ หายๆ อยากให้หาต้นตอครับ" แต่ก่อนที่เราจะไปถึงเคสตรงนั้นครับ มาคุยเรื่องของนักวิ่งมาราธอนกันก่อนครับ แล้วช่วงหลังๆ นี้เราก็เห็นคนหนุ่มสาวเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเยอะมากครับ DNA สามารถบอกได้ไหมครับว่าเป็นแบบนั้นครับ เป็นคำถามที่สำคัญมากครับ เราคงจะเสียใจมากที่สุด ถ้าวันหนึ่งคนที่เรารักซึ่งสุขภาพดี ออกกำลังกาย แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย และเราจะเสียใจยิ่งกว่านั้น ถ้าเรารู้ล่วงหน้าว่าเราสามารถป้องกันโศกนาฏกรรมนี้ได้ครับ แต่ก่อนที่ผมจะตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจง ผมขอเน้นย้ำข้อความที่สำคัญที่สุดที่เราต้องการสื่อสารกับทุกท่านในวันนี้ครับ ผลลัพธ์ทางสุขภาพของเราครับ ไม่ว่าเราจะยังคงสุขภาพดี หรือจะเกิดการเจ็บป่วยร้ายแรง หรือจะเสียชีวิตอย่างกะทันหันนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการครับ คือปัจจัยภายใน (พันธุกรรมของเรา) และปัจจัยภายนอกครับ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ พฤติกรรม การใช้ชีวิต สภาพแวดล้อม ยา และการออกกำลังกายครับ ความแตกต่างระหว่างการแพทย์ในปัจจุบันกับการแพทย์เมื่อไม่กี่ปีก่อน คือเรามีเทคโนโลยีที่จะตรวจจับปัจจัยภายในได้ครับ เมื่อก่อนเราไม่มีเทคโนโลยีนี้ครับ เราอาศัยปัจจัยภายนอกเท่านั้นครับ หลีกเลี่ยงยา ออกกำลังกาย ฯลฯ แต่ไม่มีอะไรที่เหมาะกับทุกคนครับ การออกกำลังกายอาจจะดีสำหรับบางคน แต่สำหรับบางคนอาจจะหนักเกินไปครับ เพราะเราทุกคนแตกต่างกันครับ ปัจจัยภายในของเราแตกต่างกันครับ นี่คือปรัชญาของชีววิทยาครับ ใช่ครับ แม้แต่ในสปีชีส์เดียวกัน สมาชิกแต่ละตัวก็ต้องแตกต่างกันครับ เพราะถ้าเราเหมือนกันหมด วันหนึ่งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จะค้นพบจุดอ่อนของเรา และเราจะสูญพันธุ์ทันทีครับ เหมือนโควิด-19 ครับ ถ้ามันรู้จุดอ่อนของเรา มันก็โจมตีเราพร้อมกันหมด แล้วเราก็สูญพันธุ์ครับ ดังนั้นธรรมชาติจึงกำหนดให้เราต้องมีความหลากหลายครับ เมื่อเรามีความหลากหลาย แม้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตามครับ โควิด-19 ครั้งที่สอง โรคอื่น แบคทีเรียใหม่ อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 5 องศาเซลเซียส เราก็หวังว่าสมาชิกบางส่วนของสปีชีส์เราจะอยู่รอดได้ครับ เพราะปัจจัยภายในของเราไม่เหมือนกันครับ พันธุกรรมของเราแตกต่างกัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ของเราเท่านั้น แต่ยังทำให้แต่ละสมาชิกมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันด้วยครับ บางคนต้องการการออกกำลังกายในปริมาณที่เหมาะสมกับเขา ในขณะที่สำหรับคนอื่น การออกกำลังกายในอัตราเดียวกันอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายและเสียชีวิตได้ครับ ประเด็นก็คือ เราไม่เคยรู้มาก่อนครับ แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีครับ อย่างที่อาจารย์สุภกิจและอาจารย์มโนพิทักษ์กล่าวถึงครับ ถ้าปัจจัยสองประการนี้สมดุลกัน เราก็จะไม่เสียชีวิตครับ เราจะมีสุขภาพดีครับ ตอนนี้เรารู้ปัจจัยภายในของเราแล้ว เราก็สามารถเลือกปัจจัยภายนอกให้เหมาะสมกับเราได้ครับ มันเหมาะสมกับเราครับ อย่างที่อาจารย์มโนพิทักษ์กล่าวครับ ถ้าเรารู้ว่าเรามีจีนที่ทำให้เสี่ยงต่อการแพ้ยาสลบครับ โอเคครับ เราก็หลีกเลี่ยงการถูกทำให้หมดสติด้วยการฉีดยา แล้วเราก็จะไม่เสียชีวิตครับ เราไม่เสี่ยงครับ ถ้าเรารู้ว่าเรามีความเสี่ยงที่จะมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจากการออกกำลังกาย เราก็สามารถออกกำลังกายประเภทอื่น หรือทานยาบางชนิดเพื่อป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ การหยุดเต้นของหัวใจ และการเสียชีวิตอย่างกะทันหันได้ครับ ดังนั้นประเด็นก็คือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จะตรวจจับปัจจัยภายในครับ เช่น พันธุกรรม เพื่อเลือกวิถีชีวิตและป้องกันโรคที่เหมาะสมกับเราครับ ลองคิดดูนะครับ แต่ละคนมีไพ่ 3 พันล้านใบครับ ไม่มีใครเหมือนกันในโลกครับ เราจะเลือกเล่นอย่างไรครับ ถ้าเราเล่นเกมชีวิตโดยไม่รู้ว่าเรามีไพ่ใบไหนบ้าง เราก็แค่โยนมันไปเรื่อยๆ ครับ แต่ถ้าวันนี้เรามีโอกาสได้เห็นไพ่ของเราก่อน เราก็สามารถเลือกวิธีการเล่นที่จะทำให้เรามีโอกาสชนะเกมชีวิตได้มากขึ้นครับ โอ้ ผมคิดว่าหลายท่านเข้าใจการเปรียบเทียบไพ่แล้วครับ มันนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ ท่านเห็นภาพแล้วครับ นั่นหมายความว่า ย้อนกลับไปเรื่องนักวิ่งมาราธอนครับ ถ้า 3 คนนี้รู้ล่วงหน้าครับ หมายถึงอาจจะมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจครับ ในวัยหนุ่มสาว คนเราสามารถหัวใจวายได้จากการออกกำลังกาย หรืออะไรก็ตามที่ต้องใช้แรงกายมากครับ นั่นหมายความว่า ถ้าเขาไปตรวจ เขาก็จะรู้ทันทีว่ามีความเสี่ยงจากการออกกำลังกายด้วยการวิ่งครับ ตอนนี้คำอธิบายของผมถูกต้องไหมครับ ใช่ครับ แต่ประเด็นก็คือ เราต้องแยกแยะระหว่างระดับนโยบายของแต่ละบุคคลและระดับชาติ เพราะมีปัจจัยด้านความคุ้มค่าครับ มันไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีสามารถตรวจจับได้หรือไม่ครับ ดังนั้นถ้าเราพิจารณาเฉพาะบุคคลครับ เทคโนโลยีสามารถตรวจจับได้ไหมครับ ได้ครับ แต่เราควรทำในระดับประชากรไหมครับ นักวิ่งมีเยอะมากครับ แล้วความเสี่ยงก็คือ 3 ใน 8 ครับ ใครจะรู้ครับ มันคุ้มค่าไหมครับ ใครเป็นคนจ่ายครับ ดังนั้นทางการแพทย์ครับ เราจะจัดกลุ่มคนตามระดับความเสี่ยง และกำหนดว่าการรักษาแบบไหนที่เหมาะสมครับ ยกตัวอย่างเช่น มีปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคลไหมครับ มีอาการใจสั่น หน้ามืด ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หัวใจโตจากการตรวจร่างกาย หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจครั้งก่อนครับ ถ้ามีความเสี่ยงสูง ก็ควรจะไปตรวจทางพันธุกรรมครับ แต่ถ้าใครมีกำลังทรัพย์ครับ อาจจะคิดว่า "ฉันสามารถทำเงินได้หลายล้านบาททุกๆ 5 นาทีที่ฉันหายใจ" ครับ มันขึ้นอยู่กับงบประมาณของประเทศครับ ดังนั้นเราทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียครับ เราจึงต้องคิดแตกต่างกันครับ สรุปครับ เทคโนโลยีและนโยบายระดับชาติอาจจะต้องพิจารณาแยกกันครับ แต่เทคโนโลยีสามารถทำได้ครับ เราสามารถตรวจทางพันธุกรรมได้ทุกอย่างครับ โอ้ โอเค เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นแล้วครับ แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับหัวใจใช่ไหมครับ เกี่ยวกับพันธุกรรม ผมจะถามอาจารย์ ดร. วิศรุต เรื่องนั้นแน่นอนครับ แต่ผมขออนุญาตเรียนถามอาจารย์ ดร. มโนพิทักษ์ ก่อนครับ มะเร็งครับ ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมหลายท่านที่กำลังชมรายการนี้ อาจจะมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือแม้กระทั่งเป็นมะเร็งเองครับ ในครอบครัวผมครับ ตั้งแต่คุณปู่ลงมาจนถึงคุณลุง 3 ท่านครับ เป็นมะเร็งและเสียชีวิตไปครับ นั่นหมายความว่าผมมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งใช่ไหมครับ เราสามารถตรวจเรื่องนี้ได้ไหมครับ แล้วก็ระบุได้ไหมครับว่าผมมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดไหน แล้วป้องกันได้ไหมครับ คำว่าป้องกันได้ไหมครับ ใช่ครับ เพราะจริงๆ แล้วเวลาคนพูดคำว่ามะเร็งครับ มะเร็งแต่ละชนิดในแต่ละอวัยวะครับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ จริงๆ แล้วมันคือโรคที่แตกต่างกันใช่ไหมครับ แต่เราก็รวมๆ กันไปว่า... ตอนนี้มะเร็งหลายชนิดที่พบบ่อยในประเทศไทย มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญครับ มะเร็งที่พบบ่อย เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่ มีความโน้มเอียงทางพันธุกรรมสูงครับ นั่นหมายความว่า การตรวจสามารถเปิดเผยยีนส์ที่ทำให้บุคคลมีความโน้มเอียงที่จะเป็นมะเร็งในอนาคตได้ครับ เราสามารถเลือกตรวจและระบุบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งในอนาคตได้ หากตรวจพบยีนส์เหล่านี้ครับ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ทราบว่ามีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งครับ การตรวจแนะนำครับ หากประวัติชัดเจน การตรวจก็สามารถทำได้ครับ แต่บางคนอาจจะไม่จำเป็นต้องมีประวัติครอบครัวครับ คุณหมออาจจะประเมินเคสแล้วแนะนำว่ามีความโน้มเอียงทางพันธุกรรม เช่น เป็นคนเดียวในครอบครัวที่เป็นมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย หรือมีมะเร็งกลับเป็นซ้ำครับ เป็นมะเร็งเต้านมข้างซ้ายและอีก 2 ปีถัดมาเป็นข้างขวา หรือเป็นมะเร็งเต้านมแต่แทนที่จะเป็นผู้หญิงครับ กลับเป็นผู้ชายซึ่งเจอได้นะครับ อือฮึ อือฮึ ของเหล่านี้ครับ ไม่ต้องรอให้มีแบบครอบครัวก็ได้นะครับ เราก็ต้องคิดแล้วว่า มันเป็นเหตุปัจจัยบางอย่างที่ไม่ตรงไปตรงมานะครับ อันนี้ก็สามารถตรวจได้ครับ อือฮึ แล้วคนไทยเจอเยอะนะครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเอ้มันเป็นเรื่องซึ่งไม่น่าเป็นไปได้เนาะ มะเร็งเต้านมเราก็เจอกันทั่วไป อือฮึ แต่ว่าข้อมูลคนไทยนะครับที่เอ่อมีข้อบ่งชี้ในการตรวจไม่ว่าจะอายุน้อยมีประวัติครอบครัว หรือว่าเป็นมากกว่า 1 ครั้งอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ตรวจ 7 จะ 1 ครับ อือฮึ หมายความว่า ผู้หญิงเอ่อไทย หรือว่าคนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านมเนี่ยครับ ถ้ามีข้อบ่งชี้แม้แต่ข้อเดียวครับ ตรวจ 7 คนจะเจอ 1 คนครับที่มีการกลายพันธุ์อยู่ครับ ถ้าเราตรวจก่อนเนิ่นๆ เจอว่าเรามีความเสี่ยงตรงนี้มันป้องกันได้ไหมครับ ป้องกันได้ครับ อย่างเช่นกรณีที่อาจารย์ ดร. สุภกิจ ยกตัวอย่างครับ เคสของแองเจลิน่า โจลี่ครับ ท่านกล่าวว่า "แต่การป้องกันหมายถึงการตัดออกไปเลย" ใช่ครับถูกต้องครับ แต่การรู้ล่วงหน้าไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดเสมอไปครับ ยกตัวอย่างเช่น บางคนรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็ง ก็เลือกที่จะตรวจคัดกรองครับ อาจจะอัลตราซาวด์ สแกน หรือแม้กระทั่งตรวจ MI (Myocardial Infarction) ครับ ถ้าเห็นอะไรที่หมอกังวลครับ เราก็สามารถเลือกที่จะตรวจเพื่อดูว่ามันเป็นมะเร็งหรือเปล่า และอยู่ในระยะเริ่มต้นครับ เราไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็ได้ครับ เราก็แค่เฝ้าระวังตัวเองครับ ถ้าเราตรวจพบก่อนระยะเริ่มต้นจากการเฝ้าระวัง การรักษาก็จะมีประสิทธิภาพมากครับ และโอกาสที่จะหายก็สูงมากครับ ดร. สุภกิจ กล่าวต่อครับ "การเข้าถึงการคัดกรองแบบนี้มันแพงใช่ไหมครับ" ท่านตอบว่า "ใช่ครับถูกต้องครับ ดังนั้นถ้าท่านผู้ชมกำลังคิดว่า 'โห ค่าใช้จ่ายสูง แต่ฉันก็ยังอยากจะตรวจ' เราก็ต้องย้อนกลับไปที่อาจารย์วรศักดิ์กล่าวครับ เราไม่สามารถไปคัดกรองคนไทยทั้ง 60 ล้านคน เพื่อหาความจริงได้ครับ เราต้องเน้นเฉพาะเคสครับ" สำหรับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยครับ ก่อนที่เราจะให้สิทธิประโยชน์ครับ หมายถึงการเข้าถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ เราต้องประเมินความคุ้มค่าครับ คุ้มค่าไหมที่จะใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดของประเทศครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโรคหนึ่งมีผลกระทบต่อคน 100,000 คน มีเพียงคนเดียวที่ได้รับการวินิจฉัยครับ เราก็ต้องตรวจทั้ง 100,000 คน เพื่อหาคนเดียวที่ไม่เป็นครับ ความคุ้มค่าแบบนี้อาจจะไม่เพียงพอครับ ดังนั้นถ้าเราแนะนำอะไรครับ อย่างที่ผมกล่าวไปครับ ถ้าคุณมีเงินที่จะจ่ายค่าตรวจครับ ซึ่งมีราคาสูงกว่าโครงการไทยกอมมิลลิคมากครับ คุณก็สามารถไปตรวจได้ครับ มีหลายที่ที่ให้บริการตรวจครับ แต่คุณต้องจ่ายเงินครับ ไม่ได้ฟรีครับ อย่างไรก็ตามครับ ถ้าคุณมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ครับ เช่น มะเร็งเต้านม (อย่างที่ผมกล่าวไปครับ) ถ้าคุณมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งครับ การตรวจก็จะฟรีครับ และเราก็ให้การดูแลอย่างครอบคลุมครับ ทั้งการคัดกรอง การตรวจหาแต่เนิ่นๆ และอื่นๆ ครับ ตอนนี้เท่าที่ผมทราบครับ อุตสาหกรรมนมกำลังอนุญาตให้ทำได้ครับ และรัฐบาลก็จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายให้ครับ ถ้าคุณอยากจะทำจริงๆ ครับ แต่เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันครับ เพราะแองเจลิน่าอาจจะมีเงินเยอะครับ การตัดนมอาจจะดีกว่าสำหรับเธออะไรประมาณนั้นครับ ตอนนี้ครับ ผมคิดว่าในระยะยาวครับ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงในเฟส 2 ครับ โครงการ 200,000 โครงการครับ เป็นเพราะเราเห็นว่ายังมีบางสิ่งที่เราอาจจะต้องทำมากขึ้นครับ ยกตัวอย่างเช่น รหัสพันธุกรรมของดักแด้กับผีเสื้อ จริงๆ แล้วเหมือนกันทุกประการครับ แต่ทำไมดักแด้กับผีเสื้อถึงแตกต่างกันมากครับ นั่นหมายความว่าต้องมีอะไรบางอย่างนอกเหนือจากรหัสพันธุกรรมครับ เราจึงเรียกมันว่าการสร้างภาพหลายปัจจัยครับ หมายถึงมีปัจจัยอื่นที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงจากดักแด้เป็นผีเสื้อ ในขณะที่รหัสพันธุกรรมเหมือนกันครับ ปัจจัยอะไรบ้างครับ เราจะศึกษาต่อไปครับ ดังนั้นมันไม่ได้หยุดแค่นี้ครับ เราจะอธิบายทุกอย่างอย่างละเอียดครับ และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ สิ่งที่ผมเพิ่มเติมเข้าไปครับ "เฮ้ย ทำไมเราต้องลงทุนแบบนี้ครับ เอ่อ ใน 5 ปี เราลงทุนไปกว่า 2 พันล้านบาทครับ นั่นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ครับ แต่ทำไมเราต้องลงทุนแบบนี้ครับ ทำไมไม่รอให้ชาวต่างชาติทำครับ เขาศึกษาไปแล้ว แล้วเราก็คัดลอกมาเลยครับ" คุณต้องเข้าใจแบบนี้ครับ ไม่ครับ มันใช้ไม่ได้ผลครับ เพราะชาติพันธุ์ของเราแตกต่างกันครับ ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งเต้านมในผู้หญิงไทยครับ ตามตำราตะวันตกคือ BRCN1 และ BRCA2 ครับ แต่ที่นี่ไม่ใช่ครับ แต่ในประเทศไทยก็มีครับ แต่ไม่แพร่หลายเท่าครับ เรายังมี ATM (น่าจะหมายถึงระบบสุขภาพเฉพาะ) ครับ ที่ถ้าเราไม่ตรวจ แล้วเราไม่มีความรู้นี้ครับ คนไทยจำนวนมากจะเสียเปรียบไปอย่างสิ้นเชิงครับ ดังนั้นสปีชีส์ของเราต้องการข้อมูลของเราเองครับ การมีข้อมูลของเราเองคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ เพราะใครก็ตามที่ถือข้อมูลมากที่สุด จะได้รับประโยชน์มากที่สุดครับ นอกจากมะเร็งและโรคหัวใจแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งครับ โรคหายากครับ ผมจะนำคุณไปสู่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นโรคหายากหรือไม่ครับ ผมเห็นคนเป็นเยอะครับ แต่หาต้นตอไม่ได้ครับ โอเคครับ ขอพักสักครู่ครับ ครั้งต่อไปเราจะคุยกับอาจารย์วรศักดิ์เรื่องโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ มันคืออะไร และสามารถตรวจได้หรือไม่ (ข้อ 1 และ 2) ครับ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับภาษาไทย ภาษาจีน และ DNA ครับ มีงานใหญ่กำลังจะมาถึงครับ Genomic Thailand ครับ เราจะพักสักครู่แล้วกลับมาต่อในเซกเมนต์ถัดไปครับ หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มสดชื่นนี้ครับ ด้วยสารสกัดจากสมุนไพร 4 ชนิดครับ สนับสนุนโดยยาอมฮั่นคูไวท์ เฮอร์บัลโทนิค รสส้มและมะนาว ราคา 49 บาท ฝาสีฟ้า มีส่วนผสมของ Fenil Sulfate โปรดอ่านฉลากก่อนใช้ยา เลือกให้ถูก ตรงตามความต้องการครับ สตาร์แอร์ โซลาร์ไฮบริด ใช้พลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์และระบบอินเวอร์เตอร์ ประหยัดค่าไฟได้สูงสุดถึง 60% ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและประหยัดขึ้นครับ ยินดีต้อนรับกลับสู่เซกเมนต์ออนไลน์ครับ เรายังอยู่กับคุณหมอทั้ง 3 ท่านครับ ดร. สุภกิจ ศิริสิทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขครับ อาจารย์ ดร. มโนพิทักษ์ พิทักษ์กุล หัวหน้าศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ ดร. วรศักดิ์ เชิด (ขออภัยครับ ผมหมายถึง โชติเลิศสกุล) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ครับ คุณหมอทั้ง 3 ท่านยังอยู่กับเราครับ พูดคุยเรื่อง DNA และการแพทย์จีนครับ ท่านผู้ชมครับ ประเทศไทยใช้งบประมาณหลายแสนล้านบาทต่อปีในการดูแลสุขภาพพลเมืองที่ป่วยครับ บางครั้งการวินิจฉัยก็ผิดพลาดครับ และเราก็ไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไรครับ ทำให้มีค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อเนื่องครับ ถ้าเรา... ถ้าเราสามารถสืบหาต้นตอของปัญหาได้อย่างแท้จริง และยืนยันได้ว่าเป็นปัญหาที่แท้จริง การรักษาพยาบาลก็จะแม่นยำมากขึ้น ผู้ป่วยก็จะทุกข์ทรมานน้อยลงใช่ไหมครับ ค่าใช้จ่ายและงบประมาณก็จะลดลงด้วยครับ และเราก็สามารถพัฒนาต่อไปได้ครับ เราเป็นหนึ่งในสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นใช่ไหมครับ คุณหมอครับ ที่เราเก็บตัวอย่าง DNA และนำไปใส่ในฐานข้อมูลครับ อย่างที่คุณหมอสุภกิจกล่าวครับ เราทำไปแล้ว 50,000 คนในเฟสแรกครับ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2 พันล้านบาทครับ ท่านอาจจะคิดว่า 2 พันล้านบาทเยอะครับ แต่สำหรับสาธารณสุขไทย ผมถือว่าเป็นงบประมาณที่น้อยมากครับ คุ้มค่ามากครับ ผมไม่ได้บอกว่าผมรวยขนาดนั้นครับ แต่มันน้อยมากครับ ผมบอกว่าคุ้มค่าครับ เพราะมันจะช่วยชีวิตครับ ช่วยชีวิตผู้คนครับ ผมถือว่าการแพทย์ไทยเป็นหนึ่งในที่ดีที่สุดในโลกครับ อันดับหนึ่งครับ ผมพูดได้เลยครับ เพราะผมทำงานกับคุณหมอหลายท่าน และมีโอกาสได้พูดคุยกับท่านครับ ผมได้พูดคุยกับคุณหมอหลายท่านมาประมาณ 10-20 ปีแล้วครับ หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าผมเคยทำงานที่โรงพยาบาลครับ ไม่ใช่ในฐานะคุณหมอครับ แต่ช่วยงานด้านบริหารครับ วันนี้เป็นโอกาสอันดีอีกครั้งครับที่คุณหมอทั้ง 3 ท่านได้มาพูดคุยกันที่นี่ครับ เราอยากจะเชิญชวนครับ ถ้าท่านว่างในสุดสัปดาห์นี้ครับ มาลองดูกันครับ ฟรีครับ ฟรีทั้งหมดครับ เป็นเรื่องของ Genomic Thailand ครับ จัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ครับ และดูจาก... โปสเตอร์นี้ครับท่านผู้ชมครับ ออกแบบมาสำหรับ Gen Z โดยเฉพาะครับ Gen X อย่างผม หรือแม้กระทั่งอาจารย์ทั้ง 3 ท่านครับ ก็น่าจะยังเป็น Gen X ครับ ไม่ใช่ Baby Boomer ครับ Gen X ครับ เห็นแล้วก็คิดว่า "ว้าว อันนี้สำหรับ Gen Z" ครับ พวกเขาใส่ใจสุขภาพจริงๆ ครับ คนรุ่นใหม่ครับ คุณหมอครับ ใช่ครับ พวกเขาใส่ใจสุขภาพของเราจริงๆ ครับ โอ้ แล้วทีมงาน... คุณหมอตั้งมางานนี้ด้วยไหมครับ คุณหมอตั้งก็มางานนี้ด้วยครับ โอเคครับ เอาอย่างนั้นครับ จริงๆ มีคุณหมอหลายท่านครับ เช่น คุณหมอแอ๋ว ที่หลายคนติดตามครับ และคุณหมอตั้งครับ รวมถึงคุณฟ้อนด้วยครับ เรานำคนที่เป็นแฟนคลับมาครับ เพื่อให้เขาได้พบปะกับตัวจริงครับ และถ้าเขามีคำถาม คนเหล่านี้ก็จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ จริงๆ แล้วเราไม่ได้จำกัดรุ่นครับ ทุกคนสามารถมาได้ครับ แต่ผมคิดว่า Gen Z จะได้รับความรู้มากมายจากตรงนี้ครับ อาจจะเอาไปบอกต่อพ่อแม่พี่น้องได้ครับ นี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวครับ นี่จะเป็นโอกาสที่ดีใช่ไหมครับ และอย่างที่ผมบอกครับ ฟรีครับ ถ้าท่านอยู่ที่ห้างอยู่แล้ว หรืออยู่ที่ไหนก็ตามครับ แวะเข้ามาดูงานของเราสักหน่อยครับ ท่านก็จะได้รับความรู้ครับ มันขึ้นอยู่กับอายุครับ ยกตัวอย่างเช่น ตอนผมเป็นวัยรุ่นครับ เหมือนพวกคุณ Gen Z ครับ เราก็ไม่ได้คิดถึงสุขภาพอะไรมากครับ แต่พอเราอายุมากขึ้นครับ เราก็เริ่มคิดว่า "เฮ้ย พออายุ 20, 30, 40, 50 เราก็เริ่มคิดว่า เฮ้ย สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกครับ" ดังนั้นผมแนะนำให้มาลองดูกันครับ ตอนนี้ผมขออนุญาตคุยเรื่องการแพทย์ต่อไปครับ โดยเฉพาะเรื่องมะเร็งครับ ผมต้องเน้นย้ำตรงนี้ครับ มะเร็งมีหลายชนิดใช่ไหมครับ ใช่ครับ มีมะเร็งกี่ชนิดในโลกครับอาจารย์ครับ โอ้ จริงๆ แล้วครับ พบได้ในทุกอวัยวะครับ ตั้งแต่หัวจรดเท้าครับ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกายครับ ใช่ครับ การที่มันเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย หมายความว่าข้อมูลที่เราต้องเก็บก็มหาศาลใช่ไหมครับอาจารย์ครับ ใช่ครับ มีความหลากหลายมากครับ เราถือว่ามีความหลากหลายครับ เพราะเราเชื่อว่าเวลาเราพูดถึงมะเร็งครับ มันไม่ใช่โรคเดียวครับ แต่ละอวัยวะก็เป็นโรคที่แตกต่างกันครับ และแต่ละอวัยวะ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ฯลฯ ก็มีลักษณะเฉพาะของมันครับ ปัจจัยก็แตกต่างกันไปครับ รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรม หรือลักษณะ DNA ที่แตกต่างกันไปครับ ดังนั้นถ้าเราเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ เราก็สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการวินิจฉัย หรือแม้กระทั่งเลือกวิธีการรักษาได้ครับ ปัจจุบันมะเร็งบางชนิดครับ เวลาเราพูดถึงครับ หลายคนบอกว่า "โอ้ ชนิดนี้อายุไม่ยืนยาว" ครับ แต่บางชนิดของมะเร็งที่เราเข้าใจครับ สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ มะเร็งชนิดหนึ่งที่คนบอกว่าต้องเตรียมใจรับมือกับสิ่งเลวร้ายที่สุดคือมะเร็งตับใช่ไหมครับ เอ่อ จริงๆ แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดใดก็ตามครับ ถ้าเราวินิจฉัยได้เร็วครับ ผลการรักษาก็จะดีมากครับ มีโอกาสหายสูงครับ มะเร็งตับครับ อย่างไรก็ตามครับ เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนครับ การคัดกรองผู้ป่วยยังไม่มากนักครับ และเมื่อตรวจพบก็มักจะอยู่ในระยะลุกลามแล้วครับ ทำให้ผลการรักษาไม่ดีครับ แม้กระทั่งในประเทศของเราครับ ปัจจัยหนึ่งที่เราเห็นได้ชัด และน่าจะเป็นปัญหาในอนาคตคือมะเร็งปอดครับ ผมเชื่อว่าในไม่ช้าครับ มะเร็งปอดจะแซงหน้ามะเร็งตับในประเทศของเราครับ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ปอดเนี่ยนะฮะ ใช่ครับใช่ครับ อย่าบอกนะฮะมาจาก PM 2.5 อ่าที่แก้ไม่ได้สักทีเนี่ยทางภาคเหนือ ส่วนหนึ่งเนี่ยครับ เราเชื่อว่าน่าจะเกิดจากมลพิษในอากาศเี่แหละครับ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่มีอ่าประวัติสูบบุหรี่นะครับ เพราะว่าสัดส่วนของคนที่สูบบุหรี่ในในประชากรลดลงเยอะนะครับ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เองเราก็รู้พิษภัยบุหรี่เยอะ เพราะฉะนั้นเนี่ยเอ่อคนรุ่นใหม่สูบบุหรี่น้อยลงมาก อ๋อไม่ได้สูบบุหรี่แบบนั้นแล้วอาจารย์ เออจริงๆ เไปสู่แบบอื่นแล้วของคุณพอตอะไรพวกนี้ถ้าเป็นพอก็ มันเพิ่งเข้ามาแต่ว่าในอดีตที่ผ่านมาเนี่ยโดยรวมก็ยังมีคนสูบบุหรี่สัดส่วนน้อยนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยปัญหาใหญ่ในอนาคตเนี่ยของบ้านเราเี่จะกลายเป็นมะเร็งปอดในคนที่ไม่สูบบุหรี่ซึ่งสัมพันธ์กับเอ่อมลพิษในอากาศสูงแต่ว่าเอ่ออย่างน้อยเนี่ยด้านหนึ่งมันมีด้านไม่ดีมันก็มีด้านดีก็คือเรารู้ว่าคนไข้กลุ่มเนี้ยครับ จริงๆ แล้วโดยเฉพาะในคนไทยมียีนกลายพันธุ์อยู่ตัวนึงนะครับซึ่งเจอบ่อย ยีนกลายพันธุ์ใช่ครับที่ทำให้เกิดมะเร็งเนี่ยครับ และยีนเนี้ยครับอ่าเราสามารถที่จะตรวจได้ ดังนั้นใครตรวจพบยีนส์นี้ครับ ปัจจุบันมียาที่ตรงเป้าหมายครับ และได้ผลดีครับ โอ้ กลายเป็นว่าท่านผู้ชมบางท่านบอกว่า "โอ้ งั้นเราต้องไปตรวจแล้ว" ครับ โอเคครับ ผมขอเสนอแบบนี้ครับ ผมไม่ทราบว่าคุณหมอ... ทั้ง 3 ท่านจะมีความเห็นเพิ่มเติมอย่างไรครับท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านฟังมาตั้งแต่ต้นรายการ ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมต้องมีคำถามเหมือนผมครับ เช่น "เราควรจะไปตรวจไหม" "เราควรจะทำอย่างไร" ครับ เอ่อ จริงๆ แล้วครับ อย่างที่อาจารย์สุภกิจและอาจารย์วรศักดิ์กล่าวครับ ถ้าถามว่าสามารถตรวจได้ไหม คำตอบคือได้ครับ จริงๆ แล้วด้วยเทคโนโลยีของเราครับ เราสามารถทำได้ที่นี่ในประเทศไทยครับ เราไม่จำเป็นต้องส่งไปต่างประเทศครับ อย่างไรก็ตามครับ การตรวจนั้นมีค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละบุคคลครับ ถ้าเขาไม่ได้ป่วย การตรวจก็ง่ายครับ มันไม่ต่างอะไรจากการตรวจเลือดทั่วไปครับ แค่เจาะเลือดครับ ง่ายขนาดนั้นเลยครับ เราต้องระบุอะไรไหมครับ เราต้องบอกว่า "โอเค ไปตรวจ 1 2 3 4" หรือแค่เจาะเลือดแล้วบอกว่า "ช่วยตรวจยีนให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" กระบวนการเป็นอย่างไรครับ เราต้องถอดรหัสข้อมูลทางพันธุกรรมจากตัวอย่างที่เราได้รับใช่ไหมครับ ส่วนใหญ่ครับ เป็นเลือดครับ DNA ของเราอยู่ในเม็ดเลือดขาวครับ เราก็เจาะเลือดครับ แล้วในห้องแล็บครับ เราก็สกัดเอาเฉพาะเม็ดเลือดขาวออกมาครับ แล้วก็สกัด DNA ออกมาจากเม็ดเลือดขาวครับ หลังจากนั้นครับ การถอดรหัสทางพันธุกรรมก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการดูอะไรครับ อย่างที่คุณสุภกิจกล่าวครับ มนุษย์มีรหัสพันธุกรรม 3 พันล้านรหัสครับ ตอนนี้ถ้าเราต้องการดูทั้งหมดครับ มันก็จะใช้เวลานานมากครับ และมีค่าใช้จ่ายสูงมากครับ แต่ถ้าเราต้องการดูเฉพาะที่เราสนใจครับ มันก็จะถูกลงครับ ครอบครัวผมมีประวัติมะเร็งครับ ตั้งแต่มะเร็งลำไส้ไปจนถึงมะเร็งถุงน้ำดีครับ ผมสามารถบอกได้ว่า "เราสามารถดูเฉพาะยีนมะเร็งได้ครับ" ดังนั้นถ้าเราดูเฉพาะยีนมะเร็งครับ มันก็จะครอบคลุมยีนส์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่พบบ่อยครับ โอเคครับ กำลังจะเข้าประเด็นครับ นั่นหมายความว่าเราต้องจ่ายเงินเองใช่ไหมครับ ถ้าเราสุขภาพดีครับ เราอาจจะต้องจ่ายเองครับ แต่ถ้าเราเป็นผู้ป่วยครับ ยกตัวอย่างเช่น ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งครับ แล้วมีข้อมูลทั้งหมดที่คุณสุภกิจกล่าวมาครับ ตอนนี้ครับ คุณสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ครับ การจ่ายเงินสามารถเบิกได้สำหรับการตรวจคัดกรองบางประเภทครับ เช่น มะเร็งเต้านมครับ ตัวอย่างเช่น การตรวจคัดกรองเหล่านี้สามารถทำได้ฟรีครับ อาจารย์ครับ ช่วยเสริมในประเด็นนี้หน่อยครับ ประเด็นก็คือ อย่างที่ผมกล่าวไปครับ เรามีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ก่อนที่เราจะบอกให้คนไทยไปตรวจคัดกรองฟรีครับ เราต้องแน่ใจว่ามันคุ้มค่ากับเงินที่เรามีครับ มันเป็นเงินของประเทศครับ ภาษีของทุกคนครับ ถ้าเราบอกว่า "เฮ้ย ทุกคนรีบไปตรวจคัดกรอง ใครๆ ก็ตรวจได้" ครับ แล้วคุณทินก็จะต้องเสียภาษีมากขึ้นครับ ดังนั้นผมคิดว่าเรามีวิธีการครับ หลักการทั่วไปในการประเมินความคุ้มค่าของการคัดกรองครับ ยกตัวอย่างเช่น การคัดกรองมะเร็งลำไส้ครับ ที่อาจารย์มโนพิทักษ์กำลังพัฒนาอยู่ครับ เรากำลังประเมินว่ามันคุ้มค่าครับ ถ้าคนที่มีปัจจัยเหล่านี้ได้รับการคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ ประเทศชาติก็จะได้รับประโยชน์ครับ แต่เราคงไม่ทำมากขนาดนั้นในตอนนี้ครับ อย่างที่ผมกล่าวไปครับ คุณทินครับ ทั่วโลกกำลังร่วมมือกันเก็บข้อมูลนี้ครับ คุณทินครับ คุณไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดมูลค่า 3 พันล้านบาทในวันนี้ครับ เราสามารถวิเคราะห์มันในภายหลังได้ครับ แต่รหัสของคุณจะไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าคุณจะเสียชีวิตครับ นั่นคือปริมาณของมันครับ ดังนั้นครับ เรา... กลับไปที่ว่าอาจารย์วรศักดิ์อาจจะให้ข้อมูลบางอย่างครับ เราจึงคิดว่า "เราควรจะเริ่มตรวจตั้งแต่ทารกแรกเกิดไหมครับ" ตรวจตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ใช้ผลลัพธ์ตลอดชีวิตครับ เมื่อมีความรู้ใหม่ๆ ออกมาครับ เราก็สามารถกลับไปวิเคราะห์ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น นี่คือสิ่งที่เราต้องทำงานต่อไปเพื่อค้นหาความรู้ใหม่ๆ ครับ อาจารย์ศักดิ์ครับ ช่วยเสริมสิ่งที่อาจารย์สุภกิจกล่าวครับ โอเคครับ เรื่องการตรวจตั้งแต่ทารกแรกเกิดครับ โอเคครับ ผมขอแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกครับ ประเด็นหลักที่ผมต้องการสื่อสารก็คือ เทคโนโลยีที่เราใช้ในปัจจุบันนี้ค่อนข้างใหม่และทรงพลังมากครับ มันเพิ่งออกมาประมาณ 7 ปีครับ นั่นหมายความว่าอะไรครับ นั่นหมายความว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาได้ยากมากครับ มนุษย์เราท้าทายตัวเองเสมอครับ อะไรที่เรามีโอกาสทำได้ เราก็ทำครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณชินครับ คุณคิดว่าการไปดวงจันทร์ยากไหมครับ ว้าว ก่อนที่จะไป ผมคิดว่ามันยากมากใช่ไหมครับ เราต้องสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลกได้ครับ แต่มนุษย์ไปดวงจันทร์ตั้งแต่ปี 1969 ครับ ประมาณ 57 ปีที่แล้วครับ 57 ปี! แต่เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมา ใช้เวลา 7 ปีครับ นั่นหมายความว่ามันยากกว่าการหยิบอะไรบางอย่างจากดวงจันทร์ครับ เอ่อ แต่เมื่อมันออกมาแล้ว มันก็ทรงพลังขนาดนี้ครับ มันมีสองด้านครับ ถ้าใช้ให้ดีก็ดีมากครับ ถ้าใช้ผิดก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้มากครับ นั่นคือประเด็นหลักที่เราต้องการสื่อสารกับสาธารณชนครับ ว่ามันทำอะไรได้บ้างครับ เพราะไม่มีเทคโนโลยีใดที่มีแต่ข้อดีครับ จะต้องมีคนพยายามใช้มันในทางที่ผิดเสมอครับ ปืนมีประโยชน์ครับ แต่ก็สามารถฆ่าคนได้ครับ มีดก็มีประโยชน์ครับ แต่ก็สามารถฆ่าคนได้เช่นกันครับ ทุกเทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ นั่นคือสิ่งที่เราต้องการสื่อสารกับสาธารณชนครับ ว่ามันทำอะไรได้บ้างครับ เมื่อผู้คนมีเครื่องมือและสติปัญญาครับ พวกเขาก็จะสามารถบอกได้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงครับ เพราะตอนนี้มีบริษัทหลายแห่งที่ใช้มันในทางที่ผิดและหลอกลวงเงินของผู้คนครับ เราไม่สามารถบอกทุกอย่างได้ครับ เพราะมีสิ่งใหม่ๆ ออกมามากมายครับ ดังนั้นแต่ละคนต้องติดอาวุธด้วยสติปัญญาของตนเองครับ เพื่อแยกแยะว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงครับ นั่นคือประเด็นที่ 1 ครับ มันเป็นเทคโนโลยีที่ทรงพลังมากครับ มันเพิ่งออกมาครับ นั่นหมายความว่ามันยากกว่าที่จะแยกแยะได้กว่าเมื่อก่อนครับ เราไม่สามารถมองเห็นเชื้อโรคได้ยากเท่ากับการมองเห็นกระดูกครับ ลองคิดดูนะครับคุณทินครับ บางคนอาจจะบอกว่า "เฮ้ย ฉันมองเห็นกระดูกของคุณได้โดยไม่ต้องผ่าตัด!" มันยากขนาดนั้นครับ แต่เทคโนโลยีนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้วครับ เทคโนโลยีนี้ครับ ในทางกลับกัน เพิ่งออกมาได้ 7 ปีครับ มันยากกว่านั้นอีกครับ โอเคครับ ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีนี้ออกมาในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาครับ เราได้นำมันมาใช้ในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์สูงสุดครับ ซึ่งรวมถึงการวินิจฉัยโรคที่เคยตรวจไม่พบครับ จากคนกว่า 1,000 คนที่เราวินิจฉัยครับ เราวินิจฉัยได้กว่า 300 คนครับ นั่นคือหนึ่งในสามครับ และเรากำลังพยายามเพิ่มจำนวนนั้นครับ ดังนั้นตอนนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่ในการวินิจฉัยโรคที่เคยตรวจไม่พบครับ นำไปสู่การรักษาที่ตรงเป้าหมายครับ และทำไมต้องรอจนกว่าใครบางคนจะกลายเป็นผู้ป่วยครับ พันธุกรรมของเราเหมือนกันตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงวันนี้ และแม้กระทั่งหลังจากที่เราเสียชีวิตไปแล้วครับ ดังนั้นถ้าเรารู้เกี่ยวกับโรคก่อนที่อาการจะแสดงออกมาครับ เราก็สามารถป้องกันไม่ให้พวกเขากลายเป็นผู้ป่วย และทำให้พวกเขามีสุขภาพดีได้ครับ เราได้เปลี่ยนจากการวินิจฉัยและการรักษาไปสู่การคัดกรองครับ เรามาป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีกครับ แทนที่จะรอจนกว่าอาการจะปรากฏก่อนที่จะวินิจฉัยและรักษาครับ การคัดกรองและการป้องกันคือหัวใจสำคัญครับ เราได้เริ่มโครงการคัดกรองทารกแรกเกิดครับ มันเหมือนกับการมีสำรับไพ่ครับ คนหนึ่งมีสำรับไพ่ 3 พันล้านใบครับ มีไพ่อะไรบ้างครับ ไพ่ 2 โพดำ ไพ่ A โพดำ และอื่นๆ ครับ อีกคนหนึ่งมีไพ่ 3 พันล้านใบครับ แต่ละคนมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันครับ ยกตัวอย่างเช่น คนนี้ครับ ถ้าจะไปทำจมูกครับ อย่าใช้ยาหอมครับ เพราะมีโอกาสที่จะมีไข้สูงและเสียชีวิตได้ครับ อีกคนหนึ่งครับ อย่าใช้ยาตัวนี้ครับ มันจะทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนังอักเสบ และเสียชีวิตได้ครับ คนนี้จะมีโอกาสเป็นเบาหวาน หรือมีคอเลสเตอรอลสูงและหลอดเลือดอุดตันครับ เขาควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างครับ นี่เป็นโครงการที่ยังอยู่ครับ เพราะค่าใช้จ่ายสูงมากครับ ตอนนี้เราต้องรวบรวมข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อดูว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหนครับ วันหนึ่งมันจะถูกรวมเข้ากับระบบสาธารณสุขครับ เทคโนโลยีสามารถทำได้ครับ เรากำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมครับ สิ่งที่เราได้ทำไปแล้วในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาครับ สิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้ถูกรวมเข้ากับระบบสาธารณสุขแล้วครับ สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการวิจัยครับ เราจะดำเนินการต่อไปครับ การดำเนินการอย่างเข้มข้นกำลังดำเนินอยู่ครับ และประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของโลกที่ใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อประโยชน์ของระบบสาธารณสุขและคนไทยครับ คุณทินครับ ผมขอเสริมสิ่งที่อาจารย์วรศักดิ์กล่าวถึงเรื่องข้อดีข้อเสียครับ วันนี้เราต้องการเผยแพร่สิ่งนี้จริงๆ ครับ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจครับ บางคนนำไปใช้ในเรื่องของการทดสอบพรสวรรค์สำหรับเด็กครับ ใช้เงิน 2-3 หมื่นบาท เพื่อค้นหาว่า...

เด็กควรจะเป็นนักกีฬาหรือนักดนตรี นั่นไม่จริงเลย ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจ อย่าหลงกล พวกเขาเอาสถิติบางอย่างที่มีนัยสำคัญเพียงเล็กน้อยมาสรุปว่าเป็นเช่นนั้น เรากังวลว่าหากคุณเชื่อเช่นนั้น นอกจากการเสียเงินแล้ว ลูกของคุณอาจสูญเสียโอกาสเพราะคุณเชื่อข้อมูลนั้น ตัวอย่างเช่น สถาบัน Pank ของเยอรมนี ได้นำเส้นผมของ Beatrice ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 200 ปีที่แล้ว มาทดสอบด้วย DNA... ปรากฏว่า The Beatles ที่เรารู้จักนั้น หากดูจาก DNA ของพวกเขาแล้ว ไม่มีพรสวรรค์ทางดนตรีเลย นั่นเป็นเหตุผลที่เราพูดติดตลกว่า หากพ่อแม่ของเบโธเฟนเชื่อในสิ่งนั้นและไม่สนับสนุนให้เขาเล่นดนตรี เราก็คงจะไม่มีกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก ผมคิดว่าเราต้องระมัดระวังเรื่องนี้ รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่เราเรียกว่า... ผลกระทบทางจริยธรรม กฎหมาย และสังคม หมายถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคม ในระยะที่ 2 ของจีโนมิกส์ เราจะกล่าวถึงเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น บริษัทประกันอาจกล่าวว่า "คุณตินครับ คุณต้องการทำประกันกับผมใช่ไหม? คุณต้องไปตรวจยีนมะเร็งก่อน ถ้าคุณมีมะเร็ง ผมจะไม่รับประกันคุณ" นี่มันซับซ้อนใช่ไหมครับ? ลองยกตัวอย่างที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่ง ผมเป็นมหาเศรษฐีที่มีลูกสาวสวย ใครก็ตามที่ต้องการมาเกี้ยวพาราสีเธอ ต้องไปตรวจ DNA ก่อน อาจมีโรคบางอย่างที่ทำให้ลูกสาวของผมกลายเป็นม่าย และผมจะไม่ยอมรับเขาเป็นลูกเขย นี่ก็คล้ายกับกฎเก่าเกี่ยวกับการตรวจ HIV ก่อนการจ้างงาน จำได้ไหมครับ? บางบริษัทกำหนดให้ตรวจ HIV พวกเขาไม่ต้องการจ้างใครก็ตามที่จำเป็นต้องตรวจ มันมีปัญหามากเพราะมีผลกระทบเชิงลบมากมาย เราต้องพิจารณาไม่เพียงแต่แง่บวกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแง่ลบด้วย และพยายามทำความเข้าใจและป้องกันมัน หากท่านผู้ฟังบางท่านมีภาวะที่ไม่ทราบสาเหตุ ตามที่ ดร. วรศักดิ์ และ ดร. มานพ กล่าวถึง แต่ยังคงต้องการเป็นอาสาสมัคร ผมขอถามท่านเผื่อไว้... หรือแม้แต่ตัวผมเองที่บอกว่าผมเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์แบบปารานโดรมิก สาเหตุยังไม่ทราบ นิ้วของผมบวมเป็นครั้งคราว บางครั้งนิ้วชี้ บางครั้งนิ้วก้อย บางครั้งนิ้วหัวแม่มือ จากนั้นก็หายไปหลังจากสองวัน บางครั้งก็หายไปเป็นเดือนแล้วกลับมาอีก บางครั้งก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผมสามารถเป็นอาสาสมัครได้ไหมครับ อาจารย์? คุณจะพาผมไปตรวจดูว่าเราจะพบอะไรที่หายากหรือรักษาได้ยากไหม? จริงๆ แล้วคุณทำได้ ในระยะที่ 1 ของโครงการจีน-ไทย ตามที่อาจารย์ สุภกิจ กล่าวถึง เราได้เปิดรับสมัครอาสาสมัครเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ใครก็ตามที่เข้าข่ายหนึ่งในห้ากลุ่มนี้ สามารถติดต่อสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลในเครือข่ายของเรา 20-30 แห่ง และเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครได้ครับ

โอเค ในระยะที่ 1 เราได้บรรลุเป้าหมายอาสาสมัคร 50,000 คนแล้ว เราต้องรอระยะที่ 2 เมื่อระยะที่ 2 เปิดขึ้น โปรดติดตามข่าวสารจากเครือข่ายอาสาสมัคร เราจะรับสมัครอาสาสมัครเพิ่ม สำหรับเรื่องนั้น เมื่อไหร่ อาจารย์... คือรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก แต่เนื่องจากรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา เราจึงไม่ทราบว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม แต่เป็นคำถามที่เรากำลังหยิบยกขึ้นมาในข่าว เราต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ เรากำลังทดสอบคน 200,000 คน ดังนั้นเราอาจต้องการเงินทุนเพิ่มเติมจากระยะที่ 1 อาจใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี สำหรับการทดสอบ ในช่วงช่องว่าง เราจะทดสอบเพิ่มอีก 8,000 คน แต่ส่วนหนึ่งของ 8,000 คนนั้นเป็นอาสาสมัครที่เราได้รวบรวมมาแล้ว ดังนั้น โปรดติดตามข่าวสาร เราจะประชาสัมพันธ์เมื่อเราต้องการอาสาสมัครในกลุ่มใดบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะเดินเข้าไปเป็นอาสาสมัครได้ โครงการมีกฎและระเบียบ ดังนั้น แบบนี้ก็ยอมรับได้ โอเค ผมถือว่านี่เป็นงบประมาณที่คุ้มค่าสำหรับประเทศไทย แน่นอนครับ อาจารย์ คุณกล่าวว่าด้วยประชากรมากกว่า 60 ล้านคน การรวบรวมข้อมูลจากทุกคนคงไม่สมเหตุสมผลใช่ไหมครับ? มันจะเป็นงบประมาณที่มหาศาลเกินไป แต่ถ้าเราประกาศโครงการนี้ และมีอาสาสมัครเข้ามา และมีการใช้จ่ายเพื่อรวบรวมข้อมูลนี้เป็นฐานข้อมูล ผมคิดว่ามันคุ้มค่า มันคุ้มค่าจากมุมมองของนักข่าว จากมุมมองของคนที่ทำข่าว เพียงแค่ลดอัตราการทุจริตในประเทศไทย ผมคิดว่าเราสามารถนำมาสร้างประโยชน์เช่นนี้ได้ นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม ไม่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ ดังนั้นคุณสามารถเพิกเฉยต่อเขาได้ ผมพูดในฐานะนักข่าวที่ติดตามข่าวสาร และการทุจริตในประเทศไทยเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อาจารย์ทั้งสามท่านกำลังให้ความสนใจ ผมกำลังพูดถึงเรื่องนี้ แต่ผมจะรับผิดชอบเอง เพราะเรามองจากมุมมองของพลเมืองธรรมดา ผมเคยทำงานในประเด็นเหล่านี้มาก่อน และผมเคยกล่าวว่า หากเราสามารถลดการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่บ้านได้ จะมีงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อทำความดี สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และนี่คือประโยชน์ที่แท้จริงต่อประชาชน ดังที่ผมกล่าวไว้ในตอนต้นของรายการ ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของข้อมูล ใครก็ตามที่มีข้อมูล นี่คือยุคของข้อมูล ใครก็ตามที่มีข้อมูลมากที่สุด จะมีความได้เปรียบในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแพทย์ การมีข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน นั่นหมายความว่าอะไร? คนป่วยน้อยลง ใช่ไหม? คนบาดเจ็บน้อยลง คนตายน้อยลง ไม่ใช่จากอุบัติเหตุ แต่จากอาการป่วย และเงินที่ต้องใช้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลจะลดลง เพราะเรากำลังตัดรากเหง้าของปัญหา ปล่อยให้มันเกิดขึ้น ข่าวเกี่ยวกับผู้คนที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอาการป่วย หรือเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น จะลดลง และทุกคนจะมีความสุขมากขึ้น แต่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ ความพยายาม งบประมาณ และความทุ่มเท ผมเชื่อว่าแพทย์ทุกคนและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ได้ทุ่มเทอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนี้ ดังนั้น ผมขอโปรโมทงานอีกครั้งครับ ฟรีในวันเสาร์และอาทิตย์นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น G โซนกิจกรรม E1 คุณสามารถพาพ่อแม่ไปทานอาหาร ดูหนัง หรือช้อปปิ้งได้ หากคุณมีเวลา คุณสามารถแวะร้านชลมาศได้ที่ชั้น 1 (อุ๊ย โปรโมทธุรกิจตัวเอง!) ก็อยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์เหมือนกัน ผมอาจจะไป งานจัดตั้งแต่เวลา 11:00 น. ถึงประมาณ 18:00 น. คุณหมอทั้งสามท่านกล่าวว่านี่จะเป็นงานที่สนุก ไม่ใช่งานทั่วไป มันเหมือนกับว่ามันเป็นวิชาการ แต่จะทำให้ Gen Z หรือคนทุกวัยเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มันมีประโยชน์จริงๆ ครับท่านผู้ชม ผมอยากให้คุณไป และผมกำลังรอโครงการนี้ หากตัวอย่างเช่น เปิดรับสมัครในระยะต่อไปเป็นโครงการอาสาสมัคร ผมอยากเป็นอาสาสมัครจริงๆ เพราะผมไม่รู้ อย่างเรื่อง "ปารานโดรมิก" นี่มันน่ารำคาญจริงๆ เวลาปวดมันปวดมาก ผมกำมือไม่ได้เลยครับ คุณหมอ ผมกำมือไม่ได้เลย มันบวมมาก

และข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย มีผู้คนประมาณ 400 ล้านคนทั่วโลกที่มีโรคที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย โลกของเรามีประชากรประมาณ 8 พันล้านคน ประมาณ 300-400 ล้านคนอาศัยอยู่กับโรคที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย นี่เป็นปัญหาสุขภาพ ปัญหาสาธารณสุขของคนทั้งโลก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ทั่วโลกจึงให้ความสนใจกับเทคโนโลยีสำหรับโรคที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย เพราะเทคโนโลยีคือความหวังที่จะช่วยให้เราวินิจฉัยและนำไปสู่การรักษาที่ตรงเป้าหมาย ก่อนหน้านี้ หากไม่มีเทคโนโลยี มันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ตอนนี้เรามีเทคโนโลยี เรามีโอกาสที่จะวินิจฉัย และมันแสดงให้เห็นว่าเป็นไปได้ นั่นหมายความว่าในอนาคต... ยาพื้นฐานที่ให้ไปโดยไม่เลือกหน้า ผลของมันก็จะลดลง ยาที่ถูกกำหนดสูตรเฉพาะเพื่อแก้ไขรากเหง้าของปัญหาจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ไพ่ของเรามาถึงแล้ว วันนี้คือวันนั้น สำหรับกลุ่มโรคบางกลุ่มที่เราเข้าใจยีนของมัน แน่นอนว่ามนุษย์มีความหลากหลายอย่างมหาศาล เรายังรู้ไม่ถึง 5% ยังมีอีกมากที่ต้องศึกษา แต่ 5% นี้ก็เป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมากแล้ว รู้แค่ 5% เองเหรอครับ? ผมคิดว่าน้อยกว่านั้นอีก ใช่ มันเล็ก มี 3 พันล้านยีน และแต่ละยีนก็มีความสัมพันธ์ของตัวเอง การเชื่อมโยงของตัวเอง ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งมี 2 โพดำ และเอซโพดำ อีกคนมี 2 ดอกจิก และคิงโพดำ พวกมันไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น 2 ดอกจิก และเอซโพดำ หรือ 2 ดอกจิกเดียวกันแต่กับ 10 โพดำ ผลกระทบต่อหัวใจของเราแตกต่างกัน ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดว่าแต่ละคนจะได้รับผลกระทบอย่างไร เราแค่เก็บเกี่ยวสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ยังมีอีกมากที่เราต้องศึกษา เทคโนโลยีนี้ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ

อาจารย์ครับ มัน 7 ปีแล้วใช่ไหมครับ? ถ้ารายการของผมดำเนินต่อไปอีก 5 ปี ผมขอเชิญอาจารย์ทั้งสามท่านกลับมาอีกครั้ง ผมไม่รู้ แต่ถึงตอนนั้นเราจะมีข้อมูลมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 5% เป็นปริมาณที่มากขึ้นมาก ทั่วโลกกำลังลงทุนอย่างมากในเรื่องนี้ หลายประเทศกำลังทำเช่นนั้น เช่น อเมริกาและยุโรป หลายล้านคน และอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีคน 1 ล้านคน เรามีเพียง 5% อาจจะมากกว่า 5% เล็กน้อย จีนมีมากกว่านั้นอีก ขอโทษนะครับสักครู่ แต่ผมอยากทราบว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอื่น ๆ ด้วยหรือไม่ หรือเป็นเพียงเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง? หากทั่วโลกเรียนรู้ร่วมกัน เราก็สามารถเริ่มต้นกับพวกเขาได้ พวกเขามีข้อมูลนี้ และเราดูมันและเห็นว่ามันเป็นอย่างไรในบริบทของเรา แต่ดังที่ผมกล่าวไป เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันมีข้อมูลที่แตกต่างกัน เราจึงบอกพวกเขาว่า "เฮ้ สิ่งที่คุณพบนั้นแตกต่างจากสิ่งที่ฉันพบ" เราสามารถแบ่งปันและเพิ่มเติมได้ ถูกต้องครับ ดังนั้น เรา... บทความหลายร้อยบทความได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก และหลายบทความเป็นความก้าวหน้า สิ่งที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้น ข้อมูลนี้จึงเป็นสินทรัพย์ เป็นสมบัติ 50,000 คนที่เรามีในวันนี้มีค่ามาก บริษัทเอกชนหลายแห่งกล่าวว่าหากเราให้ข้อมูลแก่พวกเขา พวกเขาจะให้ผลตอบแทนมหาศาลแก่เรา เราต้องระมัดระวัง วันนี้ ผมอยากจะกระตุ้นนักวิจัยชาวไทยที่จะทำการวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะให้สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ นี่ฟรีนะครับ เพียงแค่ส่งสิ่งที่คุณต้องการทำ และเราจะมีคณะกรรมการพิจารณา คุณจะไม่ได้ใช้มันเพื่อความสนุกสนาน คุณจะใช้มันเพื่อสิ่งที่มีประโยชน์ คุณต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1, 2 และ 3 เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น เราจะพิจารณาใบสมัคร 40-50 ใบ แล้วเราจะค่อยๆ ตรวจสอบ นักวิจัยชาวไทยจะได้รับประโยชน์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นอาสาสมัครตั้งแต่แรกก็ตาม สิ่งนี้จะช่วยตอบคำถามของคุณ เช่น คำถามที่คุณถาม และจะให้คำตอบเพิ่มเติม มีเส้นแบ่งที่ละเอียดอ่อนอยู่ระหว่างการใช้งานเชิงพาณิชย์และประโยชน์สาธารณะ เราต้องระมัดระวังเรื่องนี้มาก ตอนนี้เรายังไม่เปิดให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เพราะเราต้องคิดให้รอบคอบ หากพวกเขาต้องการใช้ เราต้องคิดค่าบริการพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ได้ลงทุนอะไรเลย แล้วเงินนั้นจะให้ประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างไร? เราจะหารือรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ถ้าเพื่อประโยชน์สาธารณะ เรายินดีที่จะให้ความร่วมมือ ไม่มีปัญหาครับ

โอเค นี่ทำให้ผมมีความหวังในชีวิตในสังคมนี้มากขึ้นครับท่านผู้ชม ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมก็คงจะมีความหวังมากขึ้นเช่นกัน โอเค และผมหวังว่าท่านผู้ชมจะมาเยี่ยมชมโครงการนี้ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่จะถึงนี้ วันที่ 25-26 เมษายน วันนี้อาจารย์ทั้งสามท่านได้แบ่งปันความรู้กับเรา ผมได้รับความรู้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะมอบให้กับคุณหมอทั้งสามท่านจากผมคือผลิตภัณฑ์ที่ดีจากผู้สนับสนุนของเรา ผมขออนุญาตอาจารย์เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ของผม และผมขออนุญาตโปรโมทผลิตภัณฑ์ของผมเป็นการตอบแทน มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี โอเค ท่านผู้ชม คุณรู้ว่าผมกำลังเปิดร้านเล็กๆ ในรายการ ในส่วนออนไลน์ ท่านผู้ชม นี่ครับ สำหรับอาจารย์ได้ลอง เหตุผลที่รายการของเราสามารถอยู่รอดได้ก็เพราะเรามีผู้สนับสนุนใจดีที่คอยสนับสนุนเรา มิฉะนั้น เราจะอยู่รอดได้ยากมาก ก่อนอื่น ขออนุญาตแนะนำสิ่งนี้ให้ท่านรู้จัก นี่คือ Zing Plus lozenges ด้วยความอนุญาตจากคุณหมอทั้งสามท่าน ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ นี่คือ Zing Plus lozenges ผลิตภัณฑ์จาก Farma แบรนด์บราซิล มี 3 สูตรพร้อมวิตามินหลากหลาย Zing Plus lozenges มีวิตามินซี และ... ลูกอมรสเลมอนองุ่น บวกกับรสชาติ Ruthi และ Bibury, Clean Back Current, Beta CL รสสตรอว์เบอร์รี สิ่งเหล่านี้ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันและกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ หากคุณมีอาการเจ็บคอ ไอ หรือต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน เลือก My Brazil จาก Gret Pharma มีจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยาทั่วประเทศ My Brazil จาก Gret Pharma มีความมั่นคงและยั่งยืนมา 960 ปีแล้ว ขอบคุณมาก My Brazil ที่อยู่เคียงข้างเราเสมอมา ต่อไป เรามี Golden Dragon herbal inhaler มันวางอยู่ที่นี่ นี่คือจาก Ouy An Osoth เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี ขอบคุณครับ แต่วันนี้ ผมขอแนะนำ Khao Kui herbal syrup สำหรับบรรเทาอาการร้อนใน จาก Ouy An Osoth เช่นกัน ช่วยลดไข้และสามารถรับประทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีจำหน่ายที่ร้านขายยาทั่วประเทศ อ่านคำเตือนบนฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ นี่คือผลิตภัณฑ์ที่ดีจาก Ouy An Osoth คือ Khao Kui herbal syrup อันโด่งดังสำหรับบรรเทาอาการร้อนใน ขอบคุณมาก Ouy An Osoth ที่อยู่เคียงข้างเราเสมอมา ต่อไป เรามี White Liquid Antacid ราคา 49 บาท ฝาสีฟ้า แบรนด์ Double Goose นี่คือมาตรฐานสากล หาได้ง่ายในร้านขายยาสมัยใหม่ส่วนใหญ่ ราคาเพียง 49 บาท หาซื้อได้ง่ายจาก HK Farm Zoo White Liquid Antacid บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และรักษาการอักเสบของลำไส้และฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ขอบคุณมาก White Liquid Antacid ราคา 49 บาท ฝาสีฟ้า แบรนด์ Double Goose มาตรฐานสากลจาก HK Farm Zoo ราคาเพียง 49 บาท!

ผมขอพูดแทนคุณหมอทั้งสามท่าน นี่ไม่ใช่ของขวัญแต่อย่างใด เป็นเพียงของขวัญจากผู้สนับสนุนที่น่ารักของเรา ขอบคุณมากครับคุณหมอ ไม่ต้องกังวล ผมได้พูดแทนพวกเขาแล้ว พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนที่ใจดีที่อยู่เคียงข้างเราเสมอมา แต่นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ: เพิ่มรสชาติกาแฟเข้มข้นด้วย Buddy Dean Extra Blend coffee กาแฟดำคั่วเข้ม สูตรเข้มข้นและอร่อยที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง กาแฟดำอร่อย การเติมเติมนมจะยิ่งดีขึ้น ลอง Dean Extra Blend coffee - หอม เข้มข้น ขม และไม่เปรี้ยว คุ้มค่ามากเพียง 129 บาทสำหรับ 165 กรัม! ข้อเสนอสุดพิเศษ ลองวันนี้ที่ 7-Eleven ทั่วประเทศ Dean coffee อร่อย เข้มข้น ไม่เปรี้ยว และเต็มไปด้วยรสชาติกาแฟ ขอบคุณมากครับคุณหมอ นี่คือซองเดียวสำหรับแต่ละท่าน ขอบคุณมากครับ ต่อไป เรามีน้ำปลาทิพย์พรส เป็นสิ่งที่ต้องมีในทุกบ้านและร้านอาหาร มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม คุณสามารถใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือปรุงแกง ผัด และทอดได้หลากหลายเมนู นำรสชาติอาหารไทยที่คุ้นเคยออกมาด้วยกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานการส่งออก น้ำปลาทิพย์พรส หาซื้อได้ง่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ และออนไลน์ คุณยังสามารถสั่งซื้อได้จากร้านค้าทั่วไปและช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, Tops Online และ MaRo Pro พวกเขาขายเป็นขวดเดี่ยว แพ็ค และแบบขายส่ง เพียงมีทิพย์พรสก็อร่อยและสมบูรณ์แล้ว! ลองดูสิ! คุณอาจจะต้องซื้อแบบขายส่งตอนนี้เพื่อทานกับข้าว แต่ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจจะหาทางออกได้ ตะวันออกกลางกำลังพยายามหาทางออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และอิหร่าน มีข้อมูลไหลเข้ามามากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือสันติภาพจะมาถึง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด สุขภาพที่ดีจะมาถึง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด วันนี้ผมกำลังแบ่งปันอีกวิธีหนึ่งในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พวกเขาบอกว่า "รู้ไว้ตั้งแต่ต้น" รู้ให้ดีพอที่จะหลีกเลี่ยงการป่วยในภายหลัง ใช่ ในอนาคต โอเค ทีมงาน ขออนุญาตโพสต์หน้านี้อีกครั้งนะครับ? ผมอยากโปรโมทจริงๆ ผมพูดไปสามสี่ครั้งแล้ว แต่ขออีกครั้ง ผมอยากให้คุณมาในวันเสาร์และอาทิตย์นี้จริงๆ ท่านผู้ชม เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น G โซนกิจกรรม E1 วันที่ 25-26 เมษายน เวลา 11:00 น. - 18:00 น. กิจกรรมมากมายจะจัดขึ้นในงานนี้: Genomic Day 2026: From Legacy to Liberty หากคุณมีคำถามใดๆ ผมเชื่อว่างานนี้จะให้ข้อมูลแก่คุณฟรี นี่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ขอบคุณคุณหมอทั้งสามท่าน ผู้ชมบางท่านได้สอบถามเกี่ยวกับตำแหน่งของพวกเขา ขอแนะนำอีกครั้งก่อนที่จะสรุปที่นี่ พวกเขาคือ: ดร. สุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; ศาสตราจารย์ ดร. มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์จีโนมิกส์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล; และศาสตราจารย์ ดร. วรศักดิ์ โชติ-เลอศักดิ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขอบคุณคุณหมอทั้งสองท่านที่มาร่วมรายการของเราในวันนี้ ความรู้ของท่านเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประเทศชาติ ขอบคุณมากครับอาจารย์ ขอบคุณท่านผู้ชมที่ติดตามรายการครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ! เฮ้!