Transcription
สวัสดีครับ ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหา PM 2.5 ที่สูงเป็นประวัติการณ์เลยนะครับ ในภาคเหนือของเราเนี่ยเป็นเมืองที่มีฝุ่นเยอะที่สุดในโลกในขณะนี้ เรื่อง PM 2.5 หน้านี้เราพูดกันมานานแล้ว แต่ทำไมมันยังแก้ไม่ได้ แล้วมันมีผลอะไรต่อร่างกายของเราบ้าง วันนี้เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังเลยนะครับ พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียวัณ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ
ตอนนี้ถ้าใครได้ติดตามข่าว หรือเป็นคนในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคเหนือเนี่ย คงจะรู้ว่าฝุ่นมันแย่ขนาดไหนนะครับ AQI เนี่ยพุ่งสูงจนคุณไม่ต้องนับแล้วก็ได้ในตอนนี้นะครับ คือมันเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายเลย แค่คุณหายใจเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เลือดกำเดาก็ไหลออกมาแล้ว ผื่นก็ขึ้นตามตัว คัน หายใจไม่ออกนะครับ แล้วนี่ก็ยังไม่นับอีกว่าจะมีโรคอื่นๆ กำเริบขึ้นมาอีกหรือเปล่า เช่น โรคหัวใจ ซึ่งเรารู้แล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับ PM 2.5 โรคหลอดเลือดสมองก็เกี่ยวข้องกับ PM 2.5 นะครับ
แล้วบางคนก็อาจจะทราบดีว่าในภาคเหนือตอนนี้ เราเจอว่าคนเป็นมะเร็งปอดกันเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนในชีวิตเลยก็ตาม PM 2.5 นี้มันก็เป็นตัวที่ไปเร่งปฏิกิริยานี้ ทำให้คุณเป็นมะเร็งปอดได้ แม้คุณไม่เคยสูบบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ และเรื่องทั้งหมดนี้ บอกเลยครับว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิดอย่างแน่นอน มันเป็นฝุ่นตรงนี้ เห็นชัดๆ โรคต่างๆ ที่คุณเป็นกันทุกวันนี้เนี่ยนะครับ มาจากไอ้นี่แหละครับ
และปีที่ผ่านๆ มา คุณจะสังเกตว่าฝุ่นเนี่ยมันเพิ่มขึ้นทุกปีทุกปีนะครับ ปีนี้เนี่ยมันอาจจะมาช้าหน่อย แต่มันมาทีนึงเนี่ยหนักกว่าปีที่แล้วอีกนะครับ แล้วเราก็พูดอย่างนี้กันทุกปี พูดว่าเออเดี๋ยวปลายปีมันก็เป็นฤดูฝุ่นนะ อ่า แล้วพอมันฤดูฝุ่นทีนึง เราก็จะออกมาโวยวายกันสักทีนึง แต่พอมันเข้าหน้าร้อน หน้าฝน อ่า ฝุ่นหายไป เราก็เลิกตื่นตัว มันเป็นอย่างนี้ทุกปี
และผมต้องขอเน้นย้ำอย่างนึงนะครับ PM 2.5 เนี่ย มันไม่ใช่แค่ปัญหาต่อสุขภาพครับ แต่มันแสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทำไมผมถึงบอกแบบนั้น ถ้าคุณเป็นคนรวย เจ้าคนนายคน ที่อยู่ตำแหน่งสูง คุณสามารถที่จะหนีไปอยู่เขาใหญ่ได้ คุณสามารถที่จะสร้างบ้านใหญ่ที่เอาอากาศแรงดันบวก มาอัดเข้าไปในบ้าน หาเครื่องกรองอากาศที่ดีที่สุดในโลก เอามาติดตั้งให้มันเป็น 10 เป็น 20 ตัวในบ้านของคุณ ก็ไม่มีปัญหาแล้ว งานของคุณทำงานในบริเวณที่มีเครื่องกรองอากาศดีตลอดเวลา แต่คุณลองดูคนที่เขาต้องทำงานในบริเวณที่ฝุ่นเยอะ อาจจะไม่มีเงินเพียงพอที่จะสร้างบ้านที่มีเครื่องกรองอากาศที่ดีๆมากรองได้อยู่ทุกวันนะครับ บางคนออกไปข้างนอก ต้องทำงานที่ร้อน ใส่หน้ากากมันก็ไม่ไหว ก็ต้องยอมถอดหน้ากาก งานของเค้าเนี่ยมันก็ลำบาก ดังนั้นเนี่ย ปัญหาเนี้ยมันจึงแสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างชัดเจนมากเลยแหละครับ
และเรื่อง PM 2.5 หน้า ผมต้องบอกว่าผมเคยทำคลิปเป็นคนแรกๆ ของประเทศไทยนะ ผมทำคลิปออกมาครั้งแรกเนี่ยปี 2021 ครับ และตอนนั้นก็ไม่ค่อยมีคนสนใจ แต่พอมันมีฝุ่นเยอะขึ้นทุกปีทุกปี ก็มีคนมาสอบถามเหมือนเดิมทุกครั้งนะครับ ว่าไอ้ฝุ่นเนี้ย ตกลงแล้วมันอันตรายยังไงต่อร่างกาย ผมบอกอย่างงี้ครับว่า ฝุ่นเนี่ยมันเป็นสิ่งที่เล็กมากๆ เวลาเราสูดดมเข้าไปนะครับ มันจะเข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของปอด และสามารถถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดเราได้โดยตรง จากนั้นมันจึงไปทั่วร่างกายเลยนะครับ แล้วมันไปที่ไหน ตรงบริเวณนั้นก็จะเกิดการอักเสบ พอเกิดการอักเสบเรื้อรังเข้า ก็จะเกิดโรคตามอวัยวะต่างๆ เหล่านั้น
สิ่งที่ทุกคนเจอได้แน่ๆ เลยก็คือ ข้อแรก แสบตา ตาแห้ง อันนี้เจอบ่อยมากเลย ใครที่คิดจะไปทำเลสิค คุณคิดดีๆ ก่อนนะครับ ช่วงไหนที่ฝุ่นเยอะเนี่ย ไอ้พวกฝุ่นพวกเนี้ยมันเข้าตา โดนตาอยู่เรื่อยๆ กระจกตาเป็นแผล คุณยังไม่สามารถทำเลสิคในช่วงนั้น ดังนั้นถ้าคุณจะทำ ก็ต้องไปเลือกช่วงที่มันไม่มีฝุ่นครับ คนไหนที่เป็นภูมิแพ้ คราวนี้แหละครับ มาเต็ม คันตา คันจมูก เจ็บคอ เลือดกำเดาไหล คันตามตัว PM 2.5 เนี่ยมันอันตรายขนาดนั้นนะครับ เข้าไปในปอด เกิดปอดอักเสบ โรคหอบหืดกำเริบ ใครที่เป็นโรคปอดอยู่แล้ว มันก็กำเริบ ฝุ่นพวกนี้ดูดซึมเข้ากระแสเลือดไปไหนนะครับ ไปทั่วร่างกาย ไปที่หัวใจ เรารู้อยู่แล้วครับว่าฝุ่น PM 2.5 เนี่ย มันสามารถทำให้เกิดโรคหัวใจกำเริบได้ โรคหลอดเลือดสมองก็เกิดขึ้นได้ หลอดเลือดต่างๆ ในร่างกายก็อักเสบได้ มันอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งวันนี้ยังไม่เจอ แต่ว่าผมคิดว่าในอนาคตจะเจอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และแน่นอนครับ PM 2.5 นั้นเกี่ยวข้องกับโรคปอดทุกชนิด รวมทั้งมะเร็งปอดด้วย ถึงแม้คุณจะไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน คุณเจอ PM 2.5 หน้าบ่อยๆ คุณก็สามารถเป็นมะเร็งได้อย่าง ภาคเหนือของเราทุกคนจะทราบดีว่าฝุ่นเนี่ยมันหนักหนา สาหัสขนาดไหน แล้วภาคเหนือของเราเนี่ยมันมีลักษณะเป็นแอ่งนะครับ รอบๆข้างเป็นภูเขา ถ้าเกิดฝุ่นมันเกิดขึ้นตรงนั้น มันออกไปข้างนอกไม่ได้ มันอยู่ตรงนั้น มันมีความหนาแน่นสูงมากๆ คุณสูดมันทุกวัน ต่อให้คุณไม่มีการสูบบุหรี่ ไม่มีอะไรเลยเนี่ย คุณก็เจอฝุ่นเนี้ยสามารถทำให้เป็นมะเร็งได้
และเนื่องจากฝุ่นตัวเนี้ยนะครับ มันสามารถที่จะไปตามกระแสเลือดได้ มันสามารถที่จะทำให้เกิดมะเร็งที่อื่นได้อีก ที่ไหนที่ผมกังวล ตั้งแต่กล่องเสียง คอ หลอดลม ปอด เข้าไปในกระแสเลือด กระแสเลือดเราไปกรองที่ไหนล่ะครับ ที่ไต ไตมันขับปัสสาวะไปที่ไหน ที่กระเพาะปัสสาวะ แล้วตรงนั้นถ้ามันอักเสบมากๆ เกิดอะไรขึ้น คุณอาจจะมีมะเร็งกระเพาะปัสสาวะขึ้นมาก็ได้นะครับ เพราะเราทราบดีว่าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า อะไรพวกนี้ ถ้าคุณสูบมากๆ มันสามารถที่จะทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ทั้งๆ ที่คุณก็หลายคนก็คงงง เอ้ย มันไปตรงนั้นได้ยังไง เราสูบข้างบน ทำไมไปโผล่ข้างล่าง ก็เพราะมันไปตามกระแสเลือดอย่างนี้นี่แหละครับ ถึงตอนนี้เนี่ย PM 2.5 จะยังไม่ชัดเจนว่ามันสามารถก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ แต่โดยหลักการแล้ว มันอาจจะทำให้เกิดขึ้นมาได้จริงๆ ก็ได้นะครับ ดังนั้นมันจึงมีความอันตรายหลากหลายอย่างนะครับ
และช่วงที่ฝุ่นเพิ่มขึ้นเนี่ย แน่นอนครับ คนไหนที่เป็นโรคทางด้านโรคเรื้อรังต่างๆ จะมีอาการกำเริบครับ โรคหัวใจก็จะกำเริบ ตอนนี้สตรกก็จะเพิ่มขึ้น ตอนนี้แล้วแถมเพิ่มขึ้นช่วงไหนไม่เพิ่ม ตอนนี้ประเทศไทยมันเป็นยังไงครับ มันร้อนมาก แค่ความร้อนอย่างเดียวเนี่ยก็มีโรคมาเยอะแยะแล้วนะครับ ทั้งลมแดด Heat Stroke นะครับ ทั้งโรคประจำตัวต่างๆ กำเริบช่วงหน้าร้อนนะครับ แล้วนี่ก็ยังบวกฝุ่นเข้าไปอีก แย่กว่าเดิมนะครับ อันเนี้ยคือเรารู้เลยว่ามันมีปัญหาต่อสภาพร่างกายเราทุกๆ ที่นะ ครับ
ทีนี้ถามว่า แล้วทำไมเราถึงยังแก้มันไม่ได้ซะที PM 2.5 เนี่ย ทุกคนก็คงจะทราบนะครับ เราเนี่ยมีการพยายามจะผลักดันนโยบายต่างๆ ให้ออกมาแก้ไขปัญหา PM 2.5 ให้ได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายบางอย่างที่มันได้ผล และบางอย่างก็ไม่ได้ผล ไอ้ที่ไม่ได้ผลเนี่ย เช่นอะไรบ้าง เช่น การเอารถดับเพลิงมาฉีดพ่นน้ำไอ้อย่างนี้ไม่ได้ผลครับ เปลืองน้ำเปล่า แถมไม่เกิดอะไรขึ้นมาด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเนี่ย หวัง ผมหวังว่าปีเนี้ยจะไม่เห็นที่ไหนเอารถดับเพลิง หรือมามีการปล่อยน้ำที่ไหนอีกตลอดไปนะครับ เพราะว่ามันเปลืองตังค์โดยใช้เหตุ แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ฝุ่นมันก็ไม่ได้หายไปไหนครับ มันเหมือนเดิมเปรียบเลย ยามาสร้างอะไรที่มันเปลืองดีกว่า โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจแย่ๆ แบบสงครามตอนเนี้ยมันยิ่งแย่กว่าเดิมนะครับ อ่า ดังนั้นเพ 2.5 เนี่ย ต่อให้คุณมีนโยบายดียังไงนะ ถ้านโยบายนั้นไม่ได้ถูกเอาไปใช้ มันก็ไม่ทำให้ 5 นี้หายไปไหน
ทีนี้ถามว่า ไอ้ฝุ่นเนี่ยมันมายังไง ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับว่า มันเกิดจากการเผาเผาพวกพืชนะ ครับต่างๆ นะ ฮะ แล้วไม่ใช่แค่เผาในประเทศไทยเราอย่างเดียว แต่เผานอกประเทศด้วย อะไรที่อยู่นอกประเทศเนี้ย เราไม่สามารถควบคุมได้นะครับ อย่างเช่นถ้าเผาที่เขมร มันลอยมาที่ไทย เราทำอะไรกับเขมรได้ไหม ก็ไม่ได้นะครับ ตรงนั้นเป็นอะไรที่เรายังช่วยไม่ได้ แต่ส่วนที่อยู่ในประเทศไทย มันเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องทำให้ได้นะครับ ทำให้ได้นี่คือยังไง คือเราต้องบอกอย่างงี้ก่อนว่า PM 2.5 นี่มันเพิ่มขึ้นทุกปีทุกปีนะ แต่ก่อนไม่ค่อยมี ผมเนี่ยกลับไทยทุกครั้งในสมัยก่อน ผมยังไปวิ่งสวนลุมได้สบาย แต่ปีหลังๆ มา ผมไม่เคยไปวิ่งเลย เพราะว่ามันวิ่งไม่ได้นะครับ ฝุ่นมันเยอะนะครับ
แล้วถ้าใครไปวิ่งตอนฝุ่นเยอะๆ ถึงแม้ว่าคุณจะอยู่ในสวนสาธารณะต่างๆ มีต้นไม้ใหญ่แค่ไหนก็ตามครับ มันอันตรายกว่าคนไม่ออกกำลังกายเสียอีก บางคนเข้าใจผิดนะครับว่าออกกำลังกายดี มันดีครับ แต่วันไหนที่ฝุ่นเยอะ ถ้าคุณไปออกกำลังกายกลางแจ้ง โชคร้ายแล้วครับ เพราะว่าคุณจะหายใจเร็วกว่าปกติ ฝุ่นเข้าได้เยอะกว่านะครับ แล้วหัวใจคุณบีบเร็วกว่าปกติ มันก็ปั๊มเอาฝุ่น PM 2.5 ที่เข้าไปถึงกระแสเลือดของคุณเนี่ย ไปทั่วร่างกาย ดังนั้นถ้าวันไหนฝุ่นเยอะอ่ะ คนออกกำลังกายกลางแจ้ง อันตรายกว่าคนไม่ออกกำลังกายเสียอีกนะครับ
และมีอีกอย่างนึง ซึ่งผมยังคงติดใจจนปัจจุบันนี้ก็คือ มีคุณหมอคนนึงชื่อดังมากๆ นะครับ เค้าออกมาบอกว่าคนเราเนี่ยอยู่กับ PM 2.5 หน้ามาเป็น 100 ปีแล้ว และตัวเขาก็คิดว่ามันไม่มีปัญหากับสุขภาพร่างกาย แถมยังมีการบอกอีกว่าเค้าเองยังไม่เคยวินิจฉัยโรคปอด หรือโรคอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับ PM 2.5 เลย ผมก็เคยทำคลิปออกมาคัดค้านสิ่งที่คุณหมอท่านนี้เค้าพูดนะครับ คือส่วนตัวผมเข้าใจว่าคุณหมอเนี่ยเขาอาจจะศึกษามาได้ไม่ครบนะครับ แล้วงานวิจัยใหม่ๆ เนี่ยอาจจะตามไม่ทันนะครับ ที่เราทราบกันดีก็คือองค์ประกอบของ PM 2.5 สมัยก่อนกับสมัยเมันแตกต่างกันเยอะมาก สมัยเนี้ยมีเรื่องของยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืชอะไรพวกเนี้ยเพิ่มมากขึ้น ที่เป็นโลหะหนักแล้วโดนเผานะครับ นั่นก็คือตัวปัญหาหลัก แต่สมัยก่อนมันจะไม่ได้มีขนาดนี้นะครับ แล้วฝุ่นสมัยก่อนมันก็ไม่เยอะเท่าตอนนี้
บางคนบอกว่าตอนนี้มันฝุ่นเยอะขึ้นจริงรึ สมัยก่อนเนี่ยมันก็น่าจะมีอยู่แล้ว แต่ว่าเราไม่ได้พูดถึงกัน เพราะว่าสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องตรวจจับ ยังไม่มีใครรายงาน ตอนนี้เรามาตื่นตูมกันเอง ไม่จริงครับ ผมเนี่ยกลับเมืองไทยทุกๆ ครั้งที่ผมมาอยู่เมืองนอก ผมมาเรียนที่นี่แล้วก็กลับไปเมืองไทยทุกครั้ง ผมยังออกกำลังกายได้ปกติ จนกระทั่งวันที่ฝุ่นมันเริ่มเยอะ ก็คือช่วงที่ผมเริ่มทำคลิปประมาณปี 2020-2021 ตอนนั้นนั่นแหละที่พอทำเสร็จปุ๊บ ผมก็รู้เลยกลับเมืองไทยแล้วผมไปวิ่งอีกไม่ได้แล้ว แล้วทุกปีมันจะหนักขึ้น หนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆ นะครับ
และถ้าใครที่ใช้เครื่อง Cpap เนี่ย คงจะรู้ดีครับว่า เดี๋ยวเนี้ยถ้าเกิดคุณถอดตัวกรองของ CPAP ออกมาเนี่ย แป๊บเดียวก็ดำ ตอนผมอยู่ประเทศไทยนะครับ ผมใช้เครื่องเนี้ย ผมถอดมาเปลี่ยนทุกอาทิตย์เลยครับ เพราะขนาดผมอยู่ในห้องมีเครื่องฟอกอากาศแล้ว อาทิตย์นึงมันยังดำเลย แล้วคุณคิดเหรอครับว่าข้างนอกมันจะไม่ดำ ถ้าแผ่นกรองยังดำขนาดนี้ ถ้าคุณหายใจข้างนอกมันจะดำขนาดไหนในปอดคุณนั่นแหละครับ คือปัญหา
ทีนี้ ต้องบอกว่า PM 2.5 ยังไงก็อันตรายต่อสุขภาพ คุณหมอที่เขาบอกว่าเขาไม่เคยวินิจฉัยโรคจาก PM 2.5 เลยเนี่ย ผมคิดว่าน่าจะต้องมาอ่านงานวิจัยแล้วก็ศึกษาเพิ่มเติมครับ เพราะเดี๋ยวนี้โรคที่เกิดจาก PM 2.5 มันค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะโรคทางปอดนะครับ ถ้าใครเชี่ยวชาญโรคปอดก็จะทราบดี มันกำเริบช่วงนี้ แล้วก็ถ้าเกิดว่ามันเป็นจากกรณีของมะเร็งปอด คุณก็คงจะรู้ดีว่ามันเพิ่มขึ้นนะครับ
ทีนี้ถามว่า ในเมื่อเรารู้ว่าในประเทศไทยฝุ่นพวกเนี้ย มันมาเป็นหน้าเรารู้ล่วงหน้าด้วยนะ แล้วเรารู้ด้วยว่ามันเกิดจากการเผา ทำไมเราถึงทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่เราก็มีข้อกฎหมายทุกปีก็เผา เออ ข้อกฎหมายเรามีไว้ว่าอะไร 1 ห้ามเผา ใครเผาจับ มีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบไม่ให้คนเผา มีการแจ้งกับทุกคนว่าถ้าใครเผาแล้วเราจับได้นะ ผลิตภัณฑ์ที่มา
จากไร่ของเขาเราไม่รับซื้อ อ่า เราบอกอย่างนี้เลยนะครับ แล้วทำไมมันถึงยังเผาเหมือนเดิม มากกว่าเดิมด้วย เผลอๆ ก็ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า นโยบายอะไรก็แล้วแต่ที่คุณร่างมา จะใช้ไม่ได้เลยก็ต่อมันจะใช้ไม่ได้เลย ถ้าเกิดคุณไม่เข้าใจจิตใจของเกษตรกรเหล่านี้อย่างแท้จริง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คุณลองคิดดู คุณเป็นเกษตรกรเนี่ย ค่าใช้จ่ายคุณก็เยอะอยู่แล้ว แต่ละปีคุณจะขายพืชผักของคุณได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้นะครับ แล้วยิ่งตอนนี้มีเรื่องของสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง ราคาน้ำมันที่แพง ทุกๆ อย่างแพงหมด คุณคิดเหรอครับว่าคุณจะขายได้ดียากกว่าเดิมครับ ต้นทุนก็สูงขึ้น ทีนี้พอต้นทุนสูงขึ้น เวลาที่จะเก็บเกี่ยวแล้วมันจะต้องจัดการถางไร่พวกเนี้ย วิธีที่เร็วที่สุดและถูกที่สุดคือเผาครับ ทีนี้ถ้าเกิดว่าคุณเป็นรัฐบาล คุณอยากจะเข้าไปทำให้เขาเลิกเผา แล้วคุณไม่หาทางสนับสนุนเขายังไง เขาก็จะเผาครับ ถูกมั้ย เพราะว่ามันถูกที่สุด ถ้าคุณจะเข้าไปช่วยเค้าจริงๆ ก็ต้องบอกว่าเรามีวิธีที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเผา แล้วเราก็ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดการเอง เออ อย่างเงี้ยผมถึงว่าโอเค นะครับ
แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายครับ หลายคนนะครับ คงจะเคยเห็นว่ามันมีการเผามีคนมาไลฟ์สดไฟที่เผาไว้ ถ่ายรูปแต่ไม่เห็นมีใครไปจับคนเหล่านี้เลย แล้วเขาโพสต์ลง Facebook ต่างๆ ให้ทุกคนเห็นกันหมด ทุกคนก็รู้ว่าคนนี้คือใคร ทำไมไม่จับ อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมอีกกรณีนึงก็คือถ้าเกิดคุณลงไปสอบถามกันจริงๆ เนี่ย คุณจะรู้เลยครับว่าในบริเวณที่มีการเผาบ่อยๆ เจ้าหน้าที่เนี่ยนะครับ เค้าก็จะลงไปตรวจสอบ แล้วเขาก็จะบอกเลยนะว่าห้ามเผา แต่ปัญหาคือทุกคนก็รู้กันครับว่าเวลาเจ้าหน้าที่มาห้ามเผา นะ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไป ถ้าควันมันขึ้นมา ก็มันก็ขึ้นมาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะไปรายงาน ไปว่าไม่มีการเผา เพราะในขณะที่เขายังไปตรวจตรงนั้น มันไม่เกิดการเผาอยู่ที่นั่นนานเท่านานอ่ะ ไม่เห็นมีเผาเลย ไปปุ๊บเผาทันที นี่แหละครับเป็นเหตุการณ์จริงหน้างานที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายเนี่ยมันก็ไม่เต็มที่แล้ว
นี่ผมยังไม่แน่ใจเลยนะครับว่าเรื่องพวกเนี้ย มันมีเรื่องของเงินที่คุณต้องจ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องกันหรือไม่นะครับ เพราะบางทีเจ้าหน้าที่อาจจะได้เงินก็ได้ อันนี้ไม่ทราบนะครับ หรือบางทีเจ้าหน้าที่เนี่ยอาจจะอาจจะเห็นใจเกษตรกรว่า เออว่ะ พ่อแม่ปู่ย่าตายายเราก็เป็นเกษตรกร แล้วรู้ว่ามันลำบากยังไง ถ้าไม่เผาเนี่ย จะเอาตังค์ที่ไหนมาจัดการกับไอ้แปลงแปลงพืชที่เราปลูก ไม่มีแล้วก็ไม่มีใครช่วยด้วย ดังนั้นเนี่ย ถ้าเกิดคุณไม่คำนึงถึงจุดนี้นะครับ ชาติหน้าก็แก้ปัญหาไม่ได้นะครับ แล้วมันก็เป็นปัญหาของความเหลื่อมล้ำ ซึ่งปัญหาความเหลื่อมล้ำเนี่ย ผมจะบอกให้อย่างนึงว่า ทำไมเรื่องของฝุ่นต่างๆ มันถึงยากขนาดนี้ เพราะว่าถ้าเกิดคุณออกนโยบายอะไรที่มันเข้มงวดมากๆ กับเกษตรกรเหล่านี้ แล้วเกษตรกรเหล่าเนี้ย เขาไม่มีทางออก โดยเฉพาะปีเนี้ยที่สงครามมันเยอะ เค้าก็จะมีทางออกที่เล็กลงทุกวันทุกวัน ไม่มีใครที่สามารถช่วยเขาได้ ทุกอย่างแพง คนบอกให้เขาเลิกเผา แต่ว่าเขาไม่มีช่องทางอย่างอื่น เขาทำยังไง ถ้าเกิดสมมุติออกนโยบายห้ามเผา แล้วคุณไปบังคับใช้แบบเป๊ะ ห้ามเผาเด็ดขาด ใครเผาจับ ใครเผาทุกอย่างเลย สิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ คนที่สั่งการนโยบายเนี้ย คนที่ผ่านร่างนโยบายนี้ขึ้นมาแล้วก็ฐานเสียงคุณจะลดลงทันที เพราะฐานเสียงมาจากไหนครับ คนรากหญ้าเหล่านี้ นั่นแหละครับนะครับ
คนรากหญ้าเนี่ยเป็นคน ที่ผมมองว่าโชคร้ายในหลายๆ อย่าง อย่างแรกเค้าต้องมองเห็นปากท้องของตัวเองเป็นอันดับ 1 ดังนั้นเค้าจึงสนใจสิ่งอื่นน้อยลง เช่น ถ้าคุณไปบอกว่า เออ อากาศที่พวกคุณหายใจเนี่ยนะ มันก็มาจากสิ่งที่คุณทำนั่นแหละ ถ้าเกิดคุณไม่เผา คุณก็จะได้อากาศบริสุทธิ์ เค้าไม่สนใจตรงนั้นครับ เพราะว่าปากท้องของเค้ามันยังไม่รอดเลย จะไปสนใจอะไรเรื่องฝุ่นนะครับ เค้าก็ต้องสนใจปากท้องตัวเองก่อนถูกมั้ย แล้วแค่นั้นก็ไม่จบ ถ้าเกิดว่ามันเป็นเรื่องอย่างนี้ขึ้นมา คนที่เขา้าออกกฎพวกเนี้ย พอฐานเสียงลดลงก็มีปัญหา เค้าก็ไม่ไม่อยากจะผลักดันเต็มที่ เพราะเดี๋ยวเลือกตั้งครั้งหน้ามันมีปัญหาขึ้นมาแล้วยังไงต่อ อ่า แล้วเค้าก็อาจจะเค้าอาจจะเสียทานเสียงตรงนี้
แล้วคนที่ เป็นคนรากหญ้าเนี่ยนะครับ นอกเหนือจากหาเลี้ยงชีพของตัวเองแล้ว ยังมีเรื่องของการศึกษาที่อาจจะเข้าถึงไม่เต็มที่ แล้วพอเข้าถึงไม่เต็มที่เนี่ย เค้าจะเป็นคนที่ถูกปั่นหัวได้ง่ายมากเลย ใครที่สามารถปั่นหัวคนเหล่านี้ได้เนี่ยก็สบายนะครับ ดังนั้นคุณจะเห็นว่าคนที่เป็นคนรากหญ้าน่าสงสารมากๆ ที่ได้ข้อมูลผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรแล้วแต่นะครับ บางคนบอกว่าให้ไปกินคลอรีนไดออกไซด์เพื่อล้างพิษ คลอรีนไดออกไซด์คืออะไร น้ำยาล้างส้วมครับ เค้าก็ยังเชื่อ คุณมีใครโฆษณา สมุนไพร LED ล้างพิษโน่นนี่นั่น เค้าก็เอาไปกินครับ เพราะว่าการศึกษาของเค้านั้นน่ะ มันจำกัดมากจนทำให้เค้าไม่สามารถพิจารณาในสิ่งเหล่านี้ได้ มีใครหยิบยื่นอะไรเข้ามา เค้าก็คว้าตรงนี้แหละครับ ที่น่าสงสารนะ ครับงั้นเค้าจะไม่สามารถมองไปไกลนะกว่านั้นได้ คุณถ้าเป็นคนที่มีอำนาจจะต้องเข้าไปช่วยในส่วนนี้้นะครับ นี่คือสิ่งที่จำเป็นจริงๆ แล้วจะต้องทำให้ได้ ไม่งั้นก็ไม่มีทางแก้ได้นะครับ
ส่วนตอนนี้ บางคนถามว่าแล้วทำฝนหลวงได้มั้ย โชคร้ายแล้วครับ ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าถ้ามันไม่ใช่หน้าฝนน่ะ เมฆไม่มี มันจะเลี้ยงเมฆยังไงให้มันฝนตก เอาตรงก็ทำไม่ได้ บางคนบอกฝนไม่ตกจะเอารดน้ำมาฉีด อันนี้ก็ไร้สาระครับ ทำไม่ได้นะครับ แต่ผมว่ามันจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนกว่านี้ คือ อ่า โรงเรียนวันไหนฝุ่นเยอะก็ห้ามนะครับ เข้าบ้านให้หมดเลยนะครับ ไม่ไปทำงาน ใส่หน้ากากอะไร มีการแจกหน้ากากอะไรพวกนี้ให้พร้อมนะครับ เพราะคุณลองคิดดู PM 2.5 มาเนี่ย ทุกคนรู้ว่ามันแย่ต่อสุขภาพใช่มั้ยครับ แล้วมันก็เป็นปัญหาของความเหลื่อมล้ำ แต่มันมีอีกอย่างนึง ซึ่งคนอาจจะลืมไป นั่นก็คือปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหาทางตรงของ PM 2.5 ฮะ เช่น มันทำให้การนอนหลับผิดปกตินะ ครับคนที่เจอเพียง 5 เยอะๆ เนี่ยนอนแล้วมีปัญหานอนกรน เจ็บคออะไรเยอะ นอนหลับผิดปกติ เกิดอะไร วันนั้นแหละ หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี สมาธิไม่มา ถ้าขับรถก็อาจจะหลับในแล้วก็ไปชนคนนะครับ ต่อมาผู้สูงอายุออกไปข้างนอกไม่ได้ อยู่แต่ในบ้าน และไอ้ฝุ่นเนี่ย มันไม่ได้มีแค่วันเดียว ครับมันมีทีเป็นหลายๆ เดือน แล้วพออยู่ในบ้านนานๆ เกิดอะไรขึ้น ร่างกายอ่อนแอลง กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้ หกล้มง่าย ก็เป็นปัญหาขึ้นมาอีก เด็กนักเรียนถ้าต้องหยุดเรียน ไม่ได้ไปเรียน เรียนออนไลน์ก็ไม่ได้ฝึก เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เหมือนตอนช่วงโควิดคุณจำได้ใช่มั้ยครับว่าเด็ก ที่เรียนออนไลน์เนี่ย ทักษะทางสังคมเนี่ย มันจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เวลาที่เขาคุยกับผู้ใหญ่เนี่ย เขาก็จะไม่ค่อยมีหางเสียง เขาก็จะห้วนๆ เพราะว่าเค้าได้รับการตอบสนองแบบนั้นจากแท็บเล็ตต่างๆ เนี่ย เป็นสิ่งที่ คุณอาจจะมองไม่เห็น แต่มันเป็นปัญหาที่เราเจอนะครับ การใช้โรงพยาบาล ใช้ทรัพยากรต่างๆ ก็จะสูงขึ้นจากปัญหา PM 2.5 ฮะ
ทั้งหมดที่ว่าไป ใครที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อย่างแล้วนะครับ คุณน่ะครับจะมีอาการโรคกำเริบต่างๆ แล้วสุดท้ายก็ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลอยู่ดี เสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก และทั้งหมดทั้งระบบที่พูดมาเนี่ย รวมกับเรื่องของปัญหาน้ำมัน ปัญหาสงคราม ค่าใช้จ่ายบานเบิกแน่นอน แปลว่าอะไร แปลว่า คนที่อยู่ระดับล่าง รายได้น้อยจะยิ่งโชคร้ายกว่าเดิม คนที่อยู่ระดับกลาง ตอนนี้เจอภัยสงครามก็โชคร้ายแล้ว มีคนที่ลอยตัวอยู่คนเดียวกลุ่มเดียวก็คือคนที่อยู่ข้างบน อ่า เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆ นะครับ เป็นคนที่มีตำแหน่งแห่งหนูมากๆ พวกเนี้ยสบายตัว ลอยตัว เพราะฉะนั้นเค้าก็จะพูดว่า เออ ฝุ่น PM 2.5 ไม่มีอะไร เป็นฝุ่นกระจอก เดี๋ยวเราก็แก้ได้ เค้าก็พูดไปเฉยๆ แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะว่าเดี๋ยวสักพักเกิดอะไรขึ้นรู้มั้ยครับ เดี๋ยวฝุ่นมันก็หายไปเอง ครับ พอหมดฤดูฝุ่นมันก็หายไปเอง แต่เดี๋ยวสักพักคุณก็ค่อยมาบ่นใหม่อ่า อย่างเงี้ยนะ ครับมันก็จะเจออย่างเงี้ยทุกปีไปเรื่อยๆ
ทีนี้ ถ้าถามผมในตอนเนี้ย คือเราหวังพึ่งคนอื่นไม่ได้ เราต้องหวังพึ่งตัวเองเท่านั้นนะครับ มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่เป็นความเป็นจริงในประเทศ ใครที่ระวังพึ่งใครไม่ได้แล้วนอกจากตัว เอง ถามว่าผมจะแนะนำว่าทำยังไงได้บ้างนะ ครับขั้นแรกนะครับ ทุกคนคงรู้จักแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องใส่หน้ากาก ต้องมีเครื่องฟอกอากาศนะครับ ในบ้านเราเนี่ย หน้าต่างตรงไหนที่มันมีรูมีรอยเนี่ย หาอะไรไปยาแนวให้เรียบร้อย ฝุ่นจะได้เข้ามาน้อยที่สุดนะ ครับช่วงเนี้ยการเปิดหน้าต่างอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีลครับ เพราะมันจะเอาฝุ่นพวกนี้เข้ามาหมดเลย คุณจะต้องมีเครื่องกรองอากาศที่ดีจริงๆ ไว้ในบ้านนะครับ และอันนั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ส่วนใครที่คิดจะไปซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบปล่อยประจุที่มาห้อยที่คอนะครับ ไม่ต้องซื้อครับ เสียดายตังค์เปล่าๆ มันแพงแล้วมันก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียวนะ ครับดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปลงทุนซื้อไอ้เครื่องที่ห้อยคอมาแล้วเอามาใส่ คุณใส่ N95 ออกนอกบ้านดีกว่า วันไหนที่ AQI เกิน 100 คุณใส่หน้ากากออกไปครับ คุณใส่หน้ากากออกไป แต่ถ้าเกิดว่าคุณเป็นคน ที่เป็นคนท้อง คนแก่แก่ เด็ก คนที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ ไม่ว่าโรคอะไรก็แล้วแต่ แค่ AQi แค่ 50 อ่ะ คุณก็ไม่ปลอดภัยหรอกครับ คนเหล่าเนี้ยควรจะต้องใส่หน้ากากออกไป
วันไหนฝุ่นเยอะ กรุณาอย่าออกกำลังกายกลางแจ้ง ถ้าออกก็ออกข้างในห้องนะครับ ถ้าคุณนั่งอยู่ในรถ โอเค มันยังปลอดภัยมากกว่าคุณออกไปข้างนอกอ่ะ ในวันที่ฝุ่นเยอะๆ จริงๆ มันยังกรองได้บ้าง แต่ก็กรองได้ไม่เต็มที่ คนที่ใช้เครื่อง Cpap เครื่องช่วยหายใจในขนาดหลับจริงๆ ผมอยากแนะนำว่าคุณควรจะเปลี่ยนไส้กรองไอ้ตัวกรองบ่อยๆ นะครับ ถ้าถามผมนะ ถ้าคุณอยู่ภาคเหนือตอนเนี้ย เผลอๆ คุณอาจจะต้องเปลี่ยนทุก 2-3 วันด้วยซ้ำไป มีคนนึงที่เห็นออกมาเล่าบอกว่า เออ เค้าถ่ายภาพของตัวกรองของเครื่อง Cpac ของเขาอ่ะให้ทุกคนดูแล้วบอกว่าเนี่ย ปกติใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเปลี่ยน จริงๆ เวลาเป็นเดือนกว่าจะเปลี่ยนมันนานเกินไปแล้ว ไอ้ของพวกเนี้ยจริงๆ ประมาณ 2 อาทิตย์ถึง 4 อาทิตย์ก็ต้องเปลี่ยนแล้วนะครับ ถ้าปล่อยให้มันดำขนาดนั้น คุณก็คิดดูสิว่าคุณหายใจอะไรเข้าไป อีกอย่างนึงถ้ามันดำมากๆ นะครับ มันก็อุดตันฟิลเตอร์ตัวนั้น ทำให้อากาศที่เข้าไปถึงคุณเนี่ย มันอาจจะลดลง ประสิทธิภาพในการใช้เครื่อง Cpap ก็จะแย่ลง ดังนั้นตอนนี้เนี่ย ไอ้ฟิเตอร์ตัวนี้แหละครับ ที่ถ้าเกิดคุณใช้ Cpap อยู่ คุณควรจะต้องเปลี่ยนมันบ่อยๆ ถ้าถ้ายังไงก็ก็รักษาตัวเองดีๆ แล้วกัน ปอดของคุณน่ะมันมีอยู่แค่คู่เดียวเท่านั้น ถ้ามันเสียคืออาจจะจบไปเลยก็ได้นะครับ
และ PM 2.5 เนี่ย มันยังไปทำให้ภูมิต้านทานในปอดคุณมันเสียไปหมดเองนะครับ พอภูมิต้านทานปอดเสียปุ๊บ เกิดอะไรขึ้น คุณติดเชื้อง่ายครับ ติดอะไรก็ลงปอด ปอดก็อักเสบง่ายนะครับ เนี่ยคือปัญหาที่เรากังวลมากๆ เพราะว่ามันจะมามากขึ้นทุกปีทุกปีนะครับ
งั้นอีกอย่างนึงซึ่งคุณทำได้คือ เมื่อกี้ป้องกันไม่ให้เข้าไปในร่างกาย แล้วถ้ามันเข้าไปแล้วล่ะ ถ้าเข้าไปแล้ว สิ่งที่คุณพอจะทำได้นะครับ ดื่มน้ำเยอะๆ หน่อย 2-3 ลิตร หรือถ้า 3-4 ลิตรได้ยิ่งดี ถามว่าทำไม ฝุ่นพวกเนี้ยมันอาจจะพอขับออกมาได้บ้าง ทางปัสสาวะและทางเหงื่อได้บ้างนะ ไม่ 100% แต่ได้บ้าง ถ้าเกิดคุณมีอาการเหงื่อออก หรือมีการขับปัสสาวะจากการที่ เราดื่มน้ำเยอะๆ เนี่ย อาจจะช่วยได้นะครับ
และบางคนก็คงจะสอบถามว่า เอ๊ะ มันก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกายแล้วนำไปสู่โรคต่างๆ ของระบบต่างๆ มันน่าจะมีอะไรต้านสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดขึ้นมาสิ ใช่ครับ มีครับ แต่ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า อาหารเสริมทุกชนิดที่ต้านอนุมูลอิสระเนี่ย ยังไม่มีใครที่ทำงานวิจัยตรงๆ กับ PM 2.5 เลย ดังนั้นเนี่ย ถ้าคุณไปดูในตลาดต่างๆ มันจะมีสารต้านอนุมูลอิสระเต็มไปหมดเลย คุณจะเลือกตัวไหนก็ไม่ผิดครับ แล้วมันก็ไม่มีตัวไหนที่ดีกว่าตัวอื่นแบบชัดเจนขนาดนั้นนะครับ คุณจะเลือกวิตามินซี คุณจะเลือก Astaxanthin คุณจะเลือกอะไรก็ได้แล้วแต่คุณนะครับ ไม่มีถูกไม่มีผิด เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรยืนยันว่าตัวไหนดีกว่ากันนะครับ อาจจะพอช่วยชะลอเรื่องของความอักเสบในร่างกายอะไรได้นะครับ ตรงนี้คุณจะเลือกอะไรแล้วแต่คุณ ขนาดเท่าไหร่ ผมคิดว่าก็คุณสามารถเลือกเอาเองได้ เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรจริงๆ ว่าจะต้องใช้ขนาดเท่าไหร่อะไรยังไง แล้วใช้ไปมันจะได้ผลหรือไม่อย่างไร อันนี้ก็ไม่มีคนทราบนะครับ นี่คือสิ่งที่ คุณจะต้องทำทั้งหมดนะครับ
ดังนั้นเนี่ย เนี่ยผมรู้สึกว่าอย่างงี้ ปัญหา PM 2.5 เนี่ยนะครับ มันเป็นปัญหาที่ทุกคนรู้ ทุกคนรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น ทุกคนรู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่เราจะปล่อยให้มันเป็นปัญหาอย่างเงี้ย ที่เราต้องมาพูดกันทุกปีไปอีกกี่ปี อันนี้ยังตอบไม่ได้นะครับ และคุณต้องเข้าใจว่า พวกคุณที่เดือดร้อนทั้งหมด คุณกำลังคุยกับคนที่เขาไม่ได้เดือดร้อนขนาดคุณ แล้วคุณต้องไปขอร้องให้เขาทำอะไรสักอย่างเพื่อคุณ คนที่อยู่ข้างบนไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หรอกครับ ถ้ารวยเป็นระดับพันล้าน หมื่นล้าน สบาย คุณก็ซื้อเครื่องกรองอากาศมาไว้ในบ้านเยอะๆ ทำงานในห้องแอร์ ไม่เห็นต้องไปเจออะไร ว่างๆ ก็ไปเที่ยวต่างประเทศ น้ำมันราคาแพง ใช่มั้ย แต่เราก็มีน้ำมันมหาศาล เรามีเงินเยอะ เราจะไปไหนก็ได้ คุณกำลังขอร้องคนที่เขา้ามีอำนาจสูงแล้วไม่ได้เดือดร้อนให้เขามาช่วยคุณ คิดว่าเขาจะทำงานให้คุณอย่างนั้นมั้ย อันนี้ผมไม่รู้นะครับ เป็นสิ่งที่เราต้องรอดูคำตอบกันต่อไป
พวกเราก็ต้องมาหมั่นดูแลตัวเองกัน PM 2.5 มีผลต่อร่างกายแน่นอน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในทุกระบบของร่างกายของเรา และยังไงเราก็จะต้องอยู่กับมัน ถ้าลงทุนให้ดี ลงทุนเพื่อสุขภาพครับ อย่าไปลงทุนกับอย่างอื่น ถ้าคุณมีตังค์ไม่พอ คุณก็ซื้อเฉพาะของที่มันจำเป็นต้องใช้จริงๆ ในที่เนี้ย ผมคิดว่าปัจจัยหลักๆ ที่เราต้องมีก็คือเครื่องฟอกอากาศ และหน้ากาก N95 เวลาที่เราไปเจอฝุ่นโหดๆ ขนาดภาคเหนือที่ประเทศไทยแล้วครับนะฮะ
ผมก็หวังว่าในประเทศไทยจะมีสักวันนึง ซึ่งเราสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้จริงๆ นะครับ ปัญหานี้คือมันหนักตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่แล้ว ผมเคยพูดแล้วว่ามันมีปัญหาเรื่อง temperature inversion อีกนะครับ อากาศพวกนี้ ฝุ่นพวกนี้มันลอยลอยจากเมืองออกไปข้างนอกได้ แล้วมันก็กระจายไปได้กว้างไกลมากๆ ทำให้ทุกคนเนี่ยเจอปัญหาเยอะพอสมควร นะครับ
ก็ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้นะครับ แล้วผมก็หวังจริงๆ เลยว่าจะมีคนที่กล้าแก้มันซะจริงๆ นะครับ คนนั้นคือใครผมก็ยังไม่รู้ แล้วผมอยากจะเห็นประเทศไทยมีคนกล้าจริงๆ ตอนเนี้ยยังไม่เห็นใครที่ทำได้ อย่างที่ตัวเองแถลงไว้จริงๆ เลยนะครับ โอเค วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ถ้าใครสงสัยอะไรก็สอบถามมานะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ