Transcription
เรื่องการซื้อเสียงเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ทราบกันอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าซื้อกันเท่าไหร่ ใช้เงินมากแค่ไหน
นี่คือคำพิพากษาฉบับเดียวในประเทศนี้ที่บ่งชี้ว่าปี 2554 ใช้เงินซื้อเสียงต่อคน 30 ล้านบาท นี่ 15 ปีที่แล้ว พรรคที่ใช้คือพรรคมาตุภูมิ อดีตคือพรรคราษฎรใหม่ วัฒนา อัเหมอ อดีตลูกพี่ของนายพิพัฒน์ รัชกิจ ประการ หัวจ่ายของกลุ่มใจไทย ปัจจุบันทางใต้และทางพรรคกลาง 14 ปีให้หลังเลือกตั้งผ่านไป หัว สส. เท่าไหร่อย่างน้อยๆ ต้องคูณ 2 60 ล้านบาทต่อคน
นี่ไม่ใช่เฉพาะพรรคเดียว นะ ก็เอางี้แล้วกัน เอา 50 ล้าน ไม่ต้องถึง 60 หรอก แล้วคูณ 292 เข้าไป หมื่นกว่าล้าน
เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่นักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเข้าไปแล้วเป็นรัฐบาล บอกว่าประชาชนให้ฉันติเลือกผมมาเป็นรัฐบาล นี่คือคำพูดที่สวยหรูแล้วอ้างว่าผมจะทำงานทุกอย่างเพื่อความสุขของประชาชน คำพูดที่สวยหรือหรูนั้นซ่อนไว้ด้วยความหมายที่แท้จริงแล้วคือการตลบตะลงทำให้ตัวเองดูเท่ ดูสวย ดูมีคุณธรรม ดูมีความชอบธรรม
ท่านผู้ชม ถ้าเอา 60 ล้านบาทคูณ 400 เขตที่เงินใช้กันในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นเงิน 24,000 ล้านบาท 24,000 ล้านบาทเนี่ย มันไม่กระเทือนนายทุนหรอก เพราะนายทุนที่เป็นนายทุนจริงๆ ก็สามารถจะเรียกทุนคืนได้ด้วยการเรียกร้องผลประโยชน์ แต่ถ้านายทุนเป็นพรรค พรรคนึงเป็นคนออกเอง และนั่นคือที่มาของการกำไรส่วนต่างๆ ของราคาน้ำมัน 16,000 ล้านบาท ชัดเจนมั้ท่านผู้ชม
คนบางคนในพรรคภูมิใจไทยที่ชำนาญเรื่องน้ำมัน ก็ฉวยโอกาสตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าเป็นรัฐบาลเต็มตัว ตอนแรกตั้งแต่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้รับโปรดเ้าเสียงด้วยซ้ำ ถอนทุนการเลือกตั้งไปร่วม 20,000 ล้านบาทครับท่านผู้