📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

จับตาเส้นตายทรัมป์ถล่มอิหร่าน วิกฤติน้ำมันส่อลากยาว ฝ่ายค้านไล่บี้ทุบค่าการกลั่น!

ครอบครัวข่าว339:01

Transcription

สวัสดีค่ะ ทักทายท่านผู้ชมนะคะ คุยข่าว 3 อ่า ใครที่ดูต่อยาวๆ ก็เดี๋ยวเราคุยกันต่อ เนื่องไปเลย วันนี้ก็ยังเป็นเรื่องของน้ำมัน ยังเป็นเรื่องของสงคราม สหรัฐ-อิหร่าน และอิสราเอลนะ เรื่องของน้ำมันเนี่ย วันเนี้ยที่เฟินคิดว่าทุกคนจะต้องติดตามไปพร้อมๆ กันนะคะ เรื่องค่าการกลั่น ลุ้นกันตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว คือเมื่อวานเก็คิดว่าพอประชุม ครม. เสร็จแล้ว เราก็จะได้มีตัวเลขที่เคาะออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะลดค่าการกลั่นได้เท่าไหร่ จากที่มีหลายฝ่ายเค้าวิพากษ์วิจารณ์ว่ามันสูงเกินจริงไปมาก คือตัวเลขในสถานการณ์ปกติอ่ะค่ะ อย่างที่เคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟังไปว่า 2 บาทกว่าๆ ถึง 3 บาทไม่เกิน แต่ว่าบางวันเนี่ยพุ่งขึ้นมา 17 บาท มันจะเป็นไปได้ยังไงนะคะ

วันนี้คุณขิงบอกเลยชัดเจน รัฐมนตรีพลังงานก็จะให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นเนี่ยเค้าเปิดต้นทุนมาให้ดูเลยว่าในเดือนมีนาคมเนี่ย มีนาคมเนี่ยมีตัวเลขชัดเจนแล้ว แต่อยู่ที่ว่าผู้ประกอบการเขาจะให้เท่าไหร่ เมษายนเนี่ยเดี๋ค่อยมาว่ากันอีกที จะเอาของเดือนมีนาคมก่อน ซึ่งตอนนี้ยังประชุม กบง. อยู่เลยนะคะ เดี๋ยวรอดูว่าโรงกลั่นจะยอมส่งคืนกำไรส่วนต่างมาให้เท่าไหร่ ถ้าคืนมาปุ๊บจะส่งเงิน อาจจะส่งเงินไปลดราคาหน้าปั๊มทันที ซึ่งมันจะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงได้ เดี๋ยววันนี้จะได้คุยกับทางฝ่ายค้านพรรคประชาชนด้วยนะคะ แล้วก็เรื่องของสงครามค่ะ วันนี้ก็ยังต้องตามกันนะ ทรัมป์ก็ขีดเส้นตาย 7:00 น. ตามเวลาไทย 20:00 น. ตามเวลาสหรัฐนะคะ บอกว่าถ้าเกิดอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงที่สหรัฐยื่นผ่านคนกลางไป รวมไปถึงไม่เปิดช่องแคบฮอมุสค่ะ ก็จะถล่มให้สิ้นซากเลย โรงไฟฟ้าเอย รวมไปถึงสะพานด้วยนะคะ สถานการณ์จะยืดเยื้อขนาดไหน หรือทรัมป์อาจจะเลื่อนออกไปอีกหรือเปล่า เดี๋ยววันนี้เราจะวิเคราะห์กันกับหม่อมปลื้มด้วยอ่ะ

ทักทายท่านผู้ชมก่อนในออนไลน์นะคะ หลายๆ ท่านที่เข้ามาแล้ว เดี๋ยวรอสัก 2-3 นาที ฝากแชร์รายการคุยข่าว 3 ด้วยนะคะ เป็นยังไงกันบ้างคะ สงกรานต์มีใครวางแผนจะกลับบ้านมั้ย ถ้าวางแผนกลับบ้านนี่ต้องเตรียมค่าน้ำมันเอาไว้ นะ ต้องวางแผนการเดินทางดีๆ นะคะ นี่ท่านผู้ชมบอกว่าค่าโดยสารปรับแล้วใช่ คือผู้ประกอบการเค้าก็อยู่ไม่ไหวอ่ะค่ะ ตอนนี้น้ำมันพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เลย แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะไปสุดที่ตรงไหนด้วยนะคะ อ่ะ เดี๋ยวให้ทีมงานวันนี้นัดหม่อมปลื้มเอาไว้ จะให้มาวิเคราะห์สถานการณ์สงครามที่มันเกิดขึ้นนะคะ ว่าสุดท้ายเนี่ยทัศน์มันจะเป็นยังไง มันจะยืดเยื้อออกไปขนาดไหน มีโอกาสที่จะจบลงมั้ย เดี๋ยวท่านผู้ชมรอคู่นึง แต่ดูแล้วก็ทรัมป์เค้าก็เลื่อนมาหลายรอบแล้วนะคะ รอบนี้ก็อาจจะเลื่อนออกไปอีกก็ได้

อ่า ตอนนี้หม่อมปลื้มอยู่ในสายแล้ว สวัสดีค่ะ

>> สวัสดีครับ

>> คุณปลื้มคะ ก็ดูท่าทีของทรัมป์เค้าก็ขีดเส้นตาย ซึ่งก็ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แล้วนะ คะ คิดว่ารอบนี้จะเลื่อนมั้ยคะ

>> คือในการทำข่าวตอนนี้มันเป็นเรื่องซึ่ง เอ่อ มันน่าตลกขบขันนะฮะ แต่ว่าบังเอิญมันไม่ตลกนะฮะ คือมัน

>> มันเป็นอะไรก็ไม่รู้ไปเรื่อยๆ จนผมคิดว่าอารมณ์ของคนในสังคมอเมริกันเองก็เอือมระอา กับประธานาธิบดีของตนเองพอสมควร

>> ค่ะ

>> นะครับ ไอ้คำถามที่คุณถามเนี่ย ผมคิดว่าเป็นคำถามที่ที่ทุกรายการถามทั่วโลกอ่ะฮะ เพราะฉะนั้น

>> แล้วนักวิเคราะห์ก็ตอบยากด้วย

>> ก็ก็คือว่ามันมันเป็นส่วนนึงของปัญหาจริงๆ แล้วในรอบนี้ก็คือว่าปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาเนี่ย สามารถทำอะไรก็ได้ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใครหยุดยั้ง

>> ค่ะ

>> นะครับ แล้วก็แล้วก็อิสราเอล แต่ผมจะผมจะบอกว่าจริงๆ แล้วเนี่ย

>> อาจจะไม่ต้องรอก็ได้ว่าว่าทรัมป์สั่งการอะไรเพิ่มคืนนี้ เพราะว่าอย่างเช่น อิสราเอลเนี่ยเค้าก็ปฏิบัติการโจมตีโรงงาน เอ่อ ปิโตรเคมีที่สำคัญนะครับของอิหร่าน อ่า เมื่อวานนี้

>> เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ว่าในระหว่างที่รอเส้นตายที่อาจจะเป็นช่วง เอ่อ คืนวันนี้ หรือเช้าวันพรุ่งนี้เนี่ย เอ่อ เหมือนกับอิสราเอลเค้าไม่ได้ปฏิบัติการถล่มอิหร่านต่อไง เค้าทำต่อเนื่อง

>> อื

>> คือหมายความว่าที่ที่อิสราเอลทำเนี่ย ในที่สุดอิหร่านเค้าก็

>> ค่อยๆ ทยอยตอบโต้ นะครับ กับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีคลังน้ำมัน คลัง LNG เหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่า

>> ไม่ว่าทรัมป์จะสั่งการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่เนี่ย ไอ้การปฏิบัติการมันก็ไปเรื่อยๆ ฮะ เพราะว่ามันไม่ได้มีการ

>> บรรลุข้อตกลงหยุดยิง

>> ค่ะ แสดงว่าข้อตกลงที่ยื่นผ่านคนกลางไปเนี่ย อย่างปากีสถานอย่างเงี้ย เค้าบทบาทเค้าขนาดไหนฮะ คุณปลื้ม ที่คิดว่าน่าจะทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย อย่างน้อยก็พอจะคุยกันได้ หรือหยุดยิงชั่วคราวได้อ่ะค่ะ

>> เอ่อ คือไม่มีฮะ มันเป็นบทบาทที่ปากีสถาน กับอียิปต์ แล้วก็ตุรกี เสนอตัวขึ้นมากันเอง

>> อื

>> เอาเอาง่ายๆ ก็คือว่าทั้งอิหร่านและสหรัฐ น่ะ ไม่ได้ไม่ได้สนใจข้อเสนอเลยนะฮะ

>> ค่ะ

>> แล้วก็ไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตีในการที่จะยุติสงครามทั้ง 2 ฝ่าย

>> อื

>> คือสถานการณ์ในวันนี้มันประหลาด มันเป็นสถานการณ์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเนี่ยไม่ไม่สนใจ

>> ค่ะ

>> จะทำอะไรก็เชิญนะครับ ส่วนประเทศซึ่งเขาอยากให้หยุดเนี่ย เป็นประเทศอื่นไง คือคือปากีเนี่ยเป็นผู้คนซึ่งนำเสนอแผนเนี้ย ผู้ซึ่งเทียบเท่าเป็น ผบ.สูงสุดของปากีสถาน ซึ่งเค้าเค้าเป็นคนซึ่งประสานได้ถึงทั้งอิหร่านแล้วก็สหรัฐ

>> แต่ว่าข้อเสนอเค้าอ่ะ

>> ทั้งอิหร่านและสหรัฐไม่สนใจเลย

>> ออ

>> นะครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ข้อเสนอของผู้ซึ่งเป็นภาคีในความขัดแย้ง

>> ส่วนอิสราเอลคือไม่ต้องพูดเลย คือไม่สนอะไรสักเรื่องนะฮะ ไม่สนว่าทั้งหมดนี้สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองในสหรัฐจนประธานาธิบดีถูกขับไล่อะไรอย่างเงี้ย อิสราเอลก็บดขยี้ต่อแล้วก็

>> อื

>> เพราะฉะนั้น

>> ค่อนข้างไม่มีความหวังฮะ ยกเว้นซะว่าตื่นมาวันนึง เอ่อๆ อิสราเอลและสหรัฐรู้สึกว่าพอแล้ว

>> อื

>> แล้วก็กังวลเกี่ยวกับปัญหาอื่นๆ ซึ่งจะลุกลามแล้วก็

>> ค่ะ

>> แล้วก็หยุดปฏิบัติการ

>> นะครับ มันเหมือนกับว่ามันเหมือนกับว่ามันมีอะไรให้วิเคราะห์ทุกวัน แต่ว่า

>> อื

>> มันเป็นเรื่องเดิมอ่ะ

>> ค่ะ

>> คือมันเหมือนกับว่าผมตอนนี้ผมผมคุยกับคุณรอบที่แล้วเสร็จแล้ว คุยกับคุณวันนี้เสร็จแล้ว ผมไลฟ์คืนนี้เนี่ย

>> สถานการณ์ ถูกสถานการณ์มันเหมือนเปลี่ยน แต่มันไม่เปลี่ยนนะ ถ้าคุณสังเกตดูอ่ะ คือมันอยู่ที่เดิมอ่ะฮะ

>> มันมันอยู่ที่เดิมก็คือว่าความขัดแย้งมันไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยว

>> อ่ะ ยกตัวอย่างอย่างคืนเนี้ย ถ้าอเมริกาถล่มเพิ่มใช่มั้ยฮะ สะพาน โรงไฟฟ้าอะไรอย่างเงี้ย ก็ก็ถือว่าเป็นความผิดในแบบที่คุณจะเรียกว่าเป็นอาชญากรรมสงครามก็ได้ แต่ว่าก็เสร็จแล้วอิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการยิงโรงงานมัน โรงงาน LNG เสร็จแล้วน้ำมันก็ดีดขึ้นไปอีกระลอกนึง

>> อื

>> เสร็จแล้วก็กลับมาสู่จุดเดิมนะฮะ แล้วก็เสร็จแล้วก็ซัดกันต่อ แล้วก็น้ำมันก็ดีดขึ้นไปแพงอีก เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันก็จะยืดเยื้อ แต่ว่ามันไม่ได้แปลว่าลุกลามไปสู่ประเทศอื่นมากขึ้น คือมันยืดเยื้อแล้วมันก็มีผลกระทบในวงกว้าง แต่ว่า

>> ประเทศอื่นเขาอยากให้หยุดไง ประเทศอื่นน่ะเขาจะช่วยยื่นมือเข้าไปประสานให้หยุด

>> หยุดรบกัน แต่ว่ามันแค่ยังไม่มีหวังตอนนี้ฮะ

>> ซึ่งถ้าเราวิเคราะห์ในข้อตกลงอ่ะ ทั้งฝั่งของสหรัฐ 15 ข้อหลักๆ ก็คือขอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอมุส ขอให้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวร แต่ว่าอีกด้านนึงอิหร่านเค้าก็บอกว่าช่องแคบฮอมุสเค้าต้องเป็นคนควบคุมเอง แสดงว่ามันโอกาสที่มันจะหาจุดตรงกลางร่วมกันนี่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยมั้ยฮะ

>> ครับ เอ่อ เหตุผลที่มันหาจุดร่วมกันไม่ได้ เพราะว่าจุดยืนที่แท้จริงของอิหร่านน่ะ เขาต้องการให้อเมริกาและอิสราเอลเนี่ย หยุดปฏิบัติการทางอากาศ

>> ค่ะ

>> หยุดหยุดไปก่อน เพราะว่าทัศนคติของเค้าคือว่าทั้งหมดนี้เริ่มต้นด้วยการปฏิบัติการทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่อิสราเอลและสหรัฐจะมา ยื่นข้อเสนอใดๆ ทั้งสิ้น

>> อื

>> สิ่งเดียวที่อิสราเอลและสหรัฐต้องทำอ่ะ ก็คือหยุดปฏิบัติการทางอากาศ

>> ค่ะ

>> แล้วถ้าคุณมองตามมุมของอิหร่านนี้เนี่ย มันไม่ใช่เป็นมุมที่ผิดเลย คือสำหรับผมอ่ะ มันไม่ต้องมีการเจรจาอะไรเลย

>> อื

>> เพราะว่าสิ่งเดียวที่ต้องหยุดเพื่อให้ทุกอย่างมันหยุดเนี่ยนะฮะ ต่อเนื่องเนี่ย ก็คืออิสราเอลและสหรัฐต้องหยุดทิ้งระเบิด

>> ค่ะ คือถ้าอิสราเอลและสหรัฐหยุดทิ้งระเบิดเนี่ย ในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์นะฮะ เดี๋ยวอิหร่านจะทำอะไรกับช่องแคบอ่ะ ยังไงเนี่ย มันจะมีวิธีที่จะให้มันคลี่คลาย เพราะอิหร่านเมื่ออิหร่านเค้าไม่ต้องมารับมือกับการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐและอิสราเอลเนี่ย

>> อื

>> เค้าก็จะหาวิธีการในการทอดสะพานสู่ประเทศอื่นๆ ซึ่งต้องการใช้ช่องแคบฮอมุส คือเพราะงั้นปัญหาเดียวตอนเนี้ยก็คือว่า ทั้งมันไม่ใช่ปัญหาของสหรัฐนะฮะ มันเป็นปัญหาของประธานาธิบดีคนเดียวเลย ที่ที่ไม่ยอมสั่งหยุด

>> ออ

>> แล้วแล้วก็ไม่ใช่ปัญหาของชาวยิว นะเป็นปัญหาของนายกเนลยาฮู ซึ่งเหยี่ยวเกินกว่าพลเมืองของตนเอง

>> ค่ะ

>> ทั้งยูและทรัมป์ คือตัวปัญหาที่ไม่ยอมหยุดสั่งหยุด

>> อื

>> แล้ว

>> ตราบใดที่เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยนะฮะ วิกฤตก็ไม่จบ วิกฤตมันจะจบในเวลาที่ทรัมป์และเนลยาฮูสั่งหยุดปฏิบัติการทางอากาศ

>> อื

>> แค่นั้นฮะ พอพอเค้าสั่งหยุดเนี่ย อิหร่านเค้าก็จะค่อยๆ คลี่คลาย แล้วก็คืนช่องแคบฮอมุสมา ส่วนการคืนช่องแคบฮอมุสมา แล้วจะเก็บค่าเช่า หรือเขาจะไม่เก็บ หรือเขาจะเก็บ

>> ค่าเอาเรือวิ่งผ่าน คือพูดตามตรงนั่นมันเรื่องเล็กอ่ะ ไม่มีใครก็สนใจค่ะ

>> แต่ว่าตอนเนี้ย การหยุดรบอ่ะ มันต้องเริ่มต้นขึ้นจากสหรัฐแล้วก็อิสราเอลนี่แหละ

>> อือ คือทรัมป์ต้องเป็นคนหยุดปฏิบัติการทางทหารก่อน มันถึงเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่การคลี่คลายได้

>> ฮะ คือถ้าคุณเปิดดูทีวีในสหรัฐในวันนี้นะฮะ คือไม่มีใครเอาเอาสงครามที่ที่ทำอยู่แบบนี้เลย

>> อื

>> คือไม่ไม่มีเลย ประมาณคะแนนนิยมของทรัมป์ในเรื่องสงครามเนี่ย ผมคิดว่าไม่ถึง 20 25% น่ะ อย่างมาก

>> ครับ

>> เพราะฉะนั้นมันก็คือผมผมแยกให้ให้คนได้เห็นนะสมัยว่า นี่มันนี่มันไม่ใช่เรื่องที่พลเมืองเรียกร้องนโยบาย

>> อืออ

>> เอ่อ พลเมืองไม่ได้เรียกร้องนโยบายแล้ว แล้วเอ่อ เพราะฉะนั้นคือถ้าถ้าปฏิบัติการมันมันไม่ถูกสั่งให้ให้หยุดอ่ะ

>> ทหารเค้าก็ทำต่อไปเรื่อยๆ อ่ะฮะ

>> อื

>> เพราะฉะนั้นก็ผมก็ไม่รู้จะพูดไง แต่ว่าเอาเป็นว่าเมื่อเมื่อเป็นแบบเนี้ย เอ่อ ราคา

>> น้ำมันก็จะดีดตัวขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ตราบใดที่ทรัมป์และเนลยาฮูยังไม่ยอมหยุดและอิหร่านเขาก็ตอบโต้

>> ซึ่งก็คงจะได้เห็นอีกคืนนี้ คืนพรุ่งนี้ คือคือคืนนี้พรุ่งนี้ที่เค้าคงมีระเบิดเพิ่มอะไรอย่างเงี้ย

>> อื

>> ก็ก็คงเป็น New Normal ไปเรื่อยๆ แล้วซ้ำ ก็จะขู่อีกแล้วก็ระเบิดอีกแล้วก็ขู่อีก

>> ค่ะ

>> ก็ก็ลากลากไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้ารู้สึกว่าพอ

>> อื

>> นะครับ เพราะมันไม่มีกลไกอะไรมา

>> มาบีบให้เค้าหยุดนะ

>> อืม แม้กระทั่งผลกระทบที่มันเกิดขึ้นทั่วโลกขนาดนี้ หรือแม้กระทั่งกระทบกับอเมริกาเองก็ตาม มันไม่ได้มีผลที่จะทำ

>> คือมันไม่กระทบกับอเมริกามากนี้ คือปัญหาไงฮะ ก็คือว่า มามาคือในระบอบประธานาธิบดีที่อบีอยู่เนี่ย ต่อให้ประชาชนไม่เอาทรัมป์ทั้งแผ่นดินเนี่ย

>> ค่ะ

>> เค้าก็อยู่ได้ฮะ

>> นี่เห็นเพยายามจะไปแกไม่มีระบบรัฐสภาแบบไทย พยายามแล้วน้ำมันที่นู่นเนี่ยต่อให้แพงขึ้นมันก็แพงขึ้นไม่มาก

>> ผมก็ผมก็ไม่รู้จะคือในในแบบที่มันเป็นอยู่อ่ะ ผมคิดว่าเอ่อ มันลากอเมริกา อ่า ทรัมป์เองเนี่ยไม่ได้เดือดร้อนนะฮะ คือคือมันเหมือนกับยังไงดีอ่ะ

>> อ่อ ตในกรณีปัจจุบันเนี่ย ประชาชนชาวอเมริกันยังไม่ได้เดือดร้อน แต่ต่อให้เดือดร้อน ประธานาธิบดีไม่ได้เดือดร้อนด้วย

>> ค่ะ

>> เพราะว่ายกเว้นซะว่าสภาภาพพร้อมถอดถอน ประธานาธิบดี ซึ่งสภาก็ไม่กล้าถอดถอนประธานาธิบดี

>> อือือ

>> ในเวลานี้มันมันยังไม่มันยังไม่อิ่มตัว

>> เอ๊ แต่ว่าเฟนเห็นข่าวที่ทางสภาเค้าพยายามที่จะไปแก้กฎหมายเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีนะ คุณปลื้ม โอกาสที่มันจะเป็นไปได้นี่มัน มันจะเกิดขึ้นได้ง่ายเนี่ย มันต้องมีคืออย่างงี้ มันประเด็นคือว่ามันทำได้ฮะ แต่ไอ้พวกนี้มันไม่ทำไงฮะ

>> คือก็คือว่าสภาล่างเนี่ยต้องโหวต เอ่อ ส.ส. เกินกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งซึทำได้นะฮะ ถ้าจะเอาจริง

>> เสร็จแล้วสภาสูงอ่ะ

>> ต้องโหวตสภา เอ่อ ส.ว. เนี่ย 2 ใน 3

>> อื

>> คราวนี้สิ่งที่ขาดอ่ะคือตัวตั้งตัวตี คือแม้กระทั่งสมมุติว่าคุณจะอ้างอิงมาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐเนี่ย ซึ่งระบุว่ารองประธานาธิบดีขึ้นมาแทนได้ ถ้าประธานาธิบดีอยู่ในสภาพซึ่งขาดสติคิดไม่ได้แล้วเนี่ยนะฮะ

>> ค่ะ

>> มันก็ต้องมีการโหวตโดยครึ่งนึงของคณะรัฐมนตรี

>> อื

>> คือแต่แต่ไอ้สิ่งที่เราพูดถึงเนี่ย มันเป็นกลไกทางการเมืองภายใน ซึ่งไม่มีตัวตั้งตัวตีอ่ะ

>> อื แต่ว่าผมก็ไม่ได้ผมก็ไม่รู้ว่าถ้ามันรุนแรงไปมากกว่าเนี้นะ มันจะอาจจะมีตัวตั้งตัวตีในการโค่นทรัมป์จากพรรคพวกภายในพรรค Republican เอง หรือแม้กระทั่งในคณะรัฐมนตรีกันเองหรือเปล่า

>> อื

>> นะฮะ แต่ว่ามันแค่ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวระดับนั้น ถึงแม้ว่าประชาชนก็ไม่ได้นิยม นโยบายนี้ เพราะฉะนั้นก็คือต้องรอ คือคือประชาคมโลกต้องรอ

>> เพราะว่าสถานการณ์มันยังไม่ยังไม่สุกงอม

>> ค่ะ

>> ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนประธานาธิบดี มันไม่สุกคุณระดับนั้น ตอนนี้น่าจะอีกหลายเดือน

>> ค่ะค่ะ อ่ะ เพราะฉะนั้นในทางการเมืองสหรัฐเองมันก็มันก็คงเป็นไปได้ยากนะ แต่ว่าอีกด้านนึงเนี่ยที่เราเห็นความเคลื่อนไหวก็คือ UN เค้ากำลังจะมีการลงมติกดดันให้เปิดช่องแคบฮอมุส อันนี้มันมันพอจะไปกดดันอิหร่านได้มั้ยคะ

>> ก็ไม่มีผล เพราะว่ามติให้เปิดช่องแคบฮอมุสเนี่ย ถ้าฝรั่งเศส จีน แล้วก็ เอ่อ รัสเซีย เอ่อ โหวตยับยั้งเนี่ย ไอ้ไอ้มติกดดันสมมุติสมมุติว่าประเทศในกลุ่มกอล์ฟเนี่ยเสนอใช่ มั้ฮะ

>> ค่ะ

>> และเสนอให้ถก ซึ่งอาจจะไม่ได้นำไปสู่การโหวตก็ได้ มันอาจจะเหมือนการถกเรื่องกัมพูชากับไทยอ่ะนะฮะ

>> แต่ว่าถ้าเกิดมีการโหวตให้ใช้กำลังก็คือ โหวตให้ฝรั่งเศส ให้จีน ให้รัสเซีย ให้ทุกประเทศส่งกำลังไปช่วยเปิดช่องแคบเนี่ย ฝรั่งเศส จีน กับรัสเซียก็โหวตเอ่อ ยับยั้ง ก็จบ

>> อือือ

>> ในเวที UN เลยไม่น่าตื่นเต้น

>> อื

>> เพราะว่าสมมุติว่าสหรัฐอเมริกาต้องการให้ เอ่อ ทุกๆประเทศส่งกองทัพเรือไปช่วยเปิดช่องแคบอะไรเงี้ย ก็ฝรั่งเศส จีน กับรัสเซียเค้าก็จะไม่เอาด้วย

>> ค่ะ

>> ก็ก็เหมือนกับสมัยที่อเมริกาจะบุกอิรัก อ่ะ

>> อื

>> นะฮะ เอ่อ จีน เอ่อ รัสเซีย แล้วก็ฝรั่งเศสก็ขวางนะฮะ เพราะฉะนั้นไอ้ภารกิจ

>> เปิดช่องแคบด้วยมติ UN แล้วก็ร่วมกันกดดันอิหร่านให้หยุดอย่างเงี้ย เอ่อ จีนกับรัสเซียกับฝรั่งเศสส่วนใหญ่เค้าไม่เอาด้วย เพราะว่าเค้าไม่ต้องการส่งกำลังทหารเข้าไป

>> เขาไม่เอาตามสหรัฐอเมริกาเสนอมา

>> อือือ

>> เพราะฉะนั้น UN ก็เลยไม่ใช่ช่องทางที่จะออกดอกออกผลนะฮะ ก็เวลา เพราะฉะนั้นเอาจริงๆ แล้วในสถานการณ์ในตะวันออกกลางตอนเนี้ย ผมสรุปภาพรวมว่าเหมือนกับสถานการณ์ในประเทศไทยก็คือว่า ต้องทำใจแล้วก็ปรับทัศนคติ

>> นะฮะ คือหมายความว่าปรับทัศนคติสำหรับกระเป๋าซาตังค์ตนเองด้วย รวมทั้งการที่ราคา

>> น้ำมันขึ้นมาสูงแล้วมันเป็น New Normal เนี่ย มันเป็นความเป็นปกติใหม่ซึ่งหนีไม่ ได้ในระยะนี้ซึ่งอาจจะอีกนาน

>> คือตอนนี้เริ่มมีคนพูดกันเรื่องของราคา

>> น้ำมันที่อย่างน้ำมันดิบที่เราไปซื้อเข้ามาในประเทศนะคะ คุณปลื้ม คือเค้าค้ามองว่าเราซื้อแพงกว่าราคาตลาดอ่ะ คือคนไทยจะไปเห็นราคาน้ำมันดิบเนกัส แต่ว่าจริงๆ แล้วเนี่ย มันแพงกว่านั้นไปมากแล้ว จนไม่รู้ว่าราคาที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหนแล้วอ่ะ คุณปลื้ม สถานการณ์ไอ้เรื่องราคาน้ำมันนี่มันมันจะไปถึงจุดไหนได้ มองฉากไว้บ้างมั้ยคะ

>> ก็ราคาน้ำมันซึ่งรายงานในแต่ละวันเนี่ยนะฮะ เวลาบริษัทน้ำมันเข้าไปซื้อเนี่ย มันจะมีอย่างที่คุณได้ยินน่ะ คำว่า War Premium เนี่ยนะฮะ ไอ้ไอ้คำว่า War Premium เนี่ยมันแปลว่าราคาที่สูงขึ้น ส่วนถ้าคุณได้ยินคำว่าคำอะไรก็ตามซึ่งอยู่หน้าคำว่า Premium เนี่ยมันเป็นคำอธิบายคือ adjective อ่า

>> แปลว่า Premium ก็คือว่า สมมุติว่าบริษัทน้ำมันในไทยเนี่ย จะไปซื้อน้ำมันดิบมากลั่นใช่มั้ฮะ อ่า เค้าก็จะโชว์เจอขวดราคาที่สูงสูงกว่าก่อนหน้านี้

>> นะอ่ะ คือนี้มันมันไม่ได้สูงกว่าตลาดหรอก มันคือตมันคือราคาสปอตเค้าเรียกว่าราคา สปอตในตลาด คราวนี้แปลว่าบริษัทน้ำมันที่โดนด่า นักด่าหนาเนี่ย เอาจริงๆ แล้วเนี่ยเค้าซื้อในราคาที่สูงกว่าเดิมแล้ว เสร็จแล้วก็นำเข้ามากลับนะมันก็มีปัญหาในการส่งของ มันมีปัญหาหลายเรื่องนะฮะ

>> ข้าวเราวางเรือสูงขึ้น เพราะฉะนั้น อ่า ไอ้ต้นทุนที่สูงขึ้นเนี่ย ทำให้บริษัทอ่าน้ำมันซึ่งนำราคาน้ำมันเข้ามากลั่นเนี่ยก็แบกต้นทุนสูงขึ้น

>> อื

>> เพราะฉะนั้น ในการขายของเนี่ย เค้าแน่นอนเค้าก็ต้องอยากขายในราคาหน้าปั๊มซึ่งสูงกว่าเดิม

>> ค่ะ

>> อันนี้นี่คือนี่คือเหตุผลที่ในที่สุดแล้วเนี่ย รัฐบาลไปแบกอะไรไม่ได้มาก ก็คือว่า เอ่อ บริษัทน้ำมันซึ่งซื้อของเข้ามากลั่นเนี่ย เค้าก็ต้องขายในราคาที่สูงกว่าเดิม ไม่งั้นก็ขาดทุนแล้วก็ไม่อยาก

>> แต่มันจะสูงขนาดแบบ 17 บาทอย่างงี้เลย เหรอคะ วอร์พรีเมี่ยมเนี่ย คุณปลื้ม ในฐานะที่เป็นคนดูเลขเศรษฐกิจ ฉันคงไปสับสนเรื่องคำว่า Premium กับค่าการกลั่น

>> ค่ะ

>> ก็คือว่าผมเข้าใจว่าคุณเนติอธิบายเมื่อเช้าเนี้ย ที่ผมฟังในเรื่องเล่าที่ Play เสียงคลิปอ่ะ คุณติเนี่ยพยายามอธิบายให้คนไทยเข้าใจ

>> ว่าที่ผ่านมาเนี่ย เวลาคุณเอาตัวเลขค่าการกลั่นมาด่าบริษัทน้ำมันเนี่ย มันเป็นตัวเลขที่ผิด

>> เข้าใจผมป่ะ ก็คือว่ามันไม่ได้มีตัวเลขค่าการกลั่นเดียวที่เอาไว้ใช้แล้วเป็นค่าการกลั่นสำหรับบริษัทน้ำมันทุกแห่งเหมือนกันหมดอะไรเงี้ย มันไม่มีจริงตัวเลขแบบนั้นอ

>> ส่วน Premium ก็คือว่า Premium ก็คือว่า ซื้อของที่มันแพงกว่าเดิมในราคาตลาด เพราะว่ามันอยู่ในช่วงสงครามของมันขาด

>> อื

>> คราวนี้เมื่อต้นทุนสูงขึ้น เอาจริงๆ แล้วเนี่ย วอร์ Premium เนี่ย มันทำให้ค่าการกลั่นที่คุณเห็นโคตรอยู่เนี่ย เอ่อ คุณต้องหักลบอีกทีนึง เพราะฉะนั้นไอ้ค่าการกลั่นที่มักจะโขดกันเพื่อด่าบริษัทน้ำมันเนี่ย มันโขดกันผิด เพราะว่ามันนั่นไม่ใช่กำไรของบริษัทน้ำมัน

>> อื

>> เข้าใจมั้ย เพราะฉะนั้นไอ้ประเด็นเนี้ย มันกลายเป็นเค้าเรียกว่าโฟกัสผิดจุดอ่ะ

>> อื

>> โฟกัสกันผิดจุด เพราะว่าดันเหมือนกับไปเชื่อว่าในในยามสถานการณ์แบบนี้เนี่ย เอ่อ บริษัทน้ำมันร่ำรวย โรงกลั่นสบาย มันไม่ใช่ คือสถานการณ์แบบเนี้ย บริษัทน้ำมันเนี่ย ต้องวิ่งซื้อของที่แพงขึ้นทั้ง LNG ทั้งน้ำมันดิบ แล้วมันก็ต้องปิดคอนแทคใหม่ๆ เพื่อมาแทนที่คอนแทรคเดิม ซึ่งก็ก็ปวดหัวเหมือนกันนะฮะ แต่ว่า

>> ตราบใดที่ยังซื้อของมาได้ เราก็ยังไม่ขาดแคลนไง

>> ค่ะ

>> ผมก็เลยมองว่าที่โฟกัสว่าจะต้องไปรื้อโครงสร้างราคาอะไรอย่างเงี้ย มันมันผิดจุด คือปัญหาตอนนี้มันไม่ใช่บริษัทน้ำมันหรือโรงกลัดเลย

>> มันแค่เป็นปัญหาที่ว่าของมันมีน้อย ก็ต้องวิ่งหาซื้อมาแล้วก็เอา

>> ก็เลยต้องไปจ่ายค่าวอร์ Premium สูงขึ้น เพื่อให้ได้น้ำมันดิบมาถูกมั้คะ

>> คือเอาจริงๆ แล้วอ่ะ มันเป็นสถานการณ์ที่ เอ่อ บริษัทนำเข้า คือเมืองไทยอ่ะมีบริษัทที่นำเข้าน้ำมันมากลั่นใช่ฮะ แล้วก็มีบริษัทซึ่งนำเข้า LNG มาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า แล้วพวกเนี้ยพอคอนแทรคเดิมเนี่ย ของส่งมอบไม่ได้ เพราะมาจากกาตาร์ไม่ได้ มาจาก UAE ไม่ได้ มาจากโอมาไม่ได้เนี่ย เค้าต้องไปซื้อในตลาดสากล ซึ่งซื้อที่ไหนก็แล้วแต่ แต่อื

>> เมื่อไปซื้อมาเนี่ย มันแพงกว่าเดิม พอแพงกว่าเดิมเสร็จเนี่ย พอถูกบีบให้หน้าปั๊มอย่าเพิ่งขึ้นราคา โดยรัฐบาลเนี่ย เป็นฝ่ายบีบเนี่ย เค้าก็ต้องรับไป แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าประเด็นคือว่าเค้าก็มีกำไรอยู่ในด้านอื่นๆ เยอะใช่มั้ฮะ อ่ะ เพราะฉะนั้น

>> ผมกำลังจะบอกว่า ไอ้กลไกเนี้ย มันเป็นกลไกที่เวิร์คอยู่

>> ถ้ารัฐบาลไปคุมมากก็คือว่าไปคุมไอ้ GRM Gross Refining Margin ค่าการกลั่น มากในที่สุดอ่ะ มันจะลดแรงจูงใจให้บริษัทน้ำมันพวกเนี้ย จะนำเข้าสินค้า

>> อือื

>> เพราะว่าทุกวันเนี้ที่เขานำเข้ามาก็เพราะว่ามีแรงจูงใจด้านกำไร

>> คือจากเดิมที่พยายามจะหาน้ำมันดิบเข้ามาจากตลาดอื่นน่ะ เดี๋ยวนี้เดี๋ยวจะจะหาน้อยลงแล้ว จะมีความพยายามน้อยลงแล้ว เพราะเอาเข้ามาแล้วเดี๋ไปโดนกดค่าการกลั่นลงอีก

>> ครับ ถูกต้อง นั่นนั่นเป็นประเด็นนึง แต่ว่าผมกำลังจะบอกว่าไอ้ไอ บริษัทน้ำมันเค้าบริหารความเสี่ยงของเค้าไง มันมีบางยุคบางสมัยเนี่ย ที่เอ่อ ความต้องการน้ำมันน้อย อย่างเช่นในยุคโควิดใช่ มั้ฮะ อ่ะ

>> ในยุคโควิดความต้องการน้ำมันน้อย คนเดินทางน้อยเนี่ย ตอนนั้นคนใช้น้ำมันในประเทศน้อยมาก

>> ในยุคนั้นเนี่ย ไม่มีใครลงทุนเอ่อกับโรงกลั่นเพิ่ม

>> ใช่มั้ย แต่ว่าตอนเนี้ย ในหลังจากโควิดเริ่ม เอ่อ พ้นไปเนี่ย ก็มีการลงทุนโรงกลั่นเพิ่ม แล้วก็โรงกลั่นไหนที่ลงทุนเพิ่มเนี่ย ก็จะมีศักยภาพสูง เพราะฉะนั้นผมอธิบายสั้นๆ นิดนึงคือว่า มันมีโรงกลั่นที่ลงทุนไปเยอะแล้ว มีศักยภาพในการกลั่นสูง

>> ค่ะ

>> อย่างเช่น ซาอุดิอโกเนี่ยนะฮะ เอ่อ ของซาอุดิอาระเบีย หรือบริษัทชั้นนำของไทยเนี่ย เค้าลงทุนไปเยอะ เพราะฉะนั้นเค้าจะเอาของถูกมากลั่นเป็น product ที่แบบ Premium ดีๆ ได้ เพราะฉะนั้นบริษัทซึ่งลงทุนไปน้อย แล้วเป็นโรงกลั่นเก่าๆ เนี่ย เค้าก็จะได้ เอ่อ กำไรเนี่ย ส่วนต่างกำไรไม่เยอะเท่า แต่ว่ามันเป็นเพราะว่าเค้าลงทุนน้อย

>> อื

>> บริษัทน้ำมันซึ่งลงทุนกับโรงกลั่นดีๆ เนี่ยใหม่ๆ เยอะๆ เนี่ย พวกนี้เค้าก็จะมีกำไร เพราะฉะนั้นมันเป็นมันเป็นผลพลอยได้ของการลงทุนระยะยาวของบริษัท

>> อื

>> เพราะงั้นเมื่อเมื่อรัฐบาลจะไปแทรกแซงในส่วนเนี้ย ปัญหาก็คือว่ารัฐบาลไปแทรกแซงในกลไกในการในการลงทุนของบริษัทเอกชน ซึ่งมันไม่ค่อยมีเหตุมีผล แต่ว่าสมมุติว่าเนี่ย กดกดสัก 2 บาทเนี่ย อันนี้มันกระทบในมุม คุณปลื้มคิดว่ามันมากเกินไปมั้ย หรือมันน้อยไปมั้ย

>> ไม่ คือประเด็นคือว่าสำหรับผมคือมันไม่ใช่เรื่องที่ที่กระทรวงพลังงาน หรือกระทรวงการคลังเนี่ย จะไปเอาอะไรจากบริษัทน้ำมันมา เพราะว่ามันเหมือนกับว่าบริษัทน้ำมันเนี่ย เป็นสิ่งที่หลงเหลืออยู่ที่ยังพอทำกำไรได้อยู่ ซึ่งมันเป็นความสามารถในการบริหารบริษัทของเขา แล้วเอาจริงๆ แล้วคลังก็ได้เงินเยอะจากบริษัทน้ำมัน ซึ่งตนเองเป็นเจ้าของอยู่แล้ว

>> แล้วก็ได้ทั้งเงินปันผล ได้ทั้งภาษี ซึ่งจ่ายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจู่ๆ จู่ๆ เอาง่ายๆ นะฮะ สถานการณ์ในวันเนี้สำหรับคนซึ่งบริหารธุรกิจเมืองว่ารัฐบาลเนี่ยแหละ เอ่อ ในการเก็บภาษีในการใช้จ่ายเงินเนี่ย เอ่อ ใช้ไปเยอะมากแล้วก็เลยวันเนี้ก็เลยมีข้อเสนอว่า เฮ้ย ต้องไปควักเงินจากบริษัทเอกชน ซึ่งเขาบริหารได้ดีกว่าการบริหารคลังของรัฐ เนี่ย พูดง่ายๆ ไปควักเงินบริษัทเอกชน ก็คือบริษัทน้ำมัน เอามาปกความด้อยประสิทธิภาพของรัฐในการแบ่ง แต่ไม่มองว่าเค้ากำไรมากเกินไปเหรอคะ ในช่วงวิกฤตแบบเนี้ย คุณปลื้ม อันนี้มองในมุมเห็นตาม

>> กำไรเค้ามันขึ้นลงตามสภาพ่ะฮะ คือมันก็มีช่วงซึ่งมีกำไร แต่ว่าถ้าคืออย่างงี้ ถ้าผมจะอธิบายให้ภาพรวมคือว่า ในประเทศเนี้ย มันมีกระเป๋าสตางค์ของคลังเนี่ย 2 คลัง ซึ่งรับเงินจากทุกภาคส่วนอย่างมหาศาล ซึ่งในแต่แต่ละปีเนี่ย คลังรับเงินจากบริษัทน้ำมันพวกเนี้ย มหาศาลฮะ แต่ภาษีเค้าก็จ่ายอยู่แล้ว ไอ้ความเป็นเจ้าของเงินปันผลเค้าก็ได้อยู่แล้ว แต่ประเด็นก็คือสำหรับผมอ่ะ มันเหมือนกับว่าพอเกิดวิกฤตในรอบเนี้ย จู่ๆ เนี่ย

>> มันมีแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองทั้ง เอ่อ แล้วก็แล้วก็องค์กรภาคประชาสังคม แล้วก็สื่อมวลชนว่า เอ่อ ต้องไปเอาตังค์จากบริษัทน้ำมันมาปะมาโปะในในส่วนกลางของคลัง

>> ซึ่งสำหรับผมอ่ะ มันไม่ใช่เรื่อง เพราะว่าจริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าเป็นรัฐบาลประเทศอื่นเนี่ย เค้าก็จะสะสมเงินซึ่งเก็บเข้าสู่คลังไว้เพื่ออุ้มประชาชนอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปเอาจากบริษัทเอกชน

>> ค่ะค่ะ

>> ก็คือตอนนี้มันกลายเป็นว่ารัฐบาลเนี่ย ซึ่งไม่สามารถแบกได้ใช่มั้ย ก็ไม่อยากสร้างหนี้เพิ่ม ก็เลยมีไอเดียว่า เออ ไปเก็บเงินเพิ่มจากบริษัทน้ำมัน เอามาปะในสิ่งที่จริงๆ แล้วเนี่ย มันเป็นหน้าที่ของภาค รัฐตั้งแต่แรกที่จะสะสมเงินไว้แบกแบกแบกประชาแบกประชาชนนะฮะ

>> มันก็เลยแบบ

>> มันผิดหลักทฤษฎีนิดนึงอ่ะ แต่ว่าไม่เป็นไร ผมเข้าใจดีว่ามันเหมือนกับมันมีแรงกดดันให้ไปเอาเงินจากบริษัทน้ำมัน

>> มันเป็นหลักการเดียวกันเวลา

>> เวลาเนี่ย เอ่อ มาบอกว่า เออแบงค์เนี่ย ดอกเบี้ยส่วนต่างสูงเกินไป ทำไมไม่เข้าไปคุมอะไรอย่างเงี้ย ประเด็นก็คือว่า แล้วแล้วมันเป็นเรื่องอะไรของคนที่เสนอให้คุมดอกเบี้ย ก็แบงค์บริหาร

>> ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินฝากของเค้า มันเป็นเรื่องของเค้าอ่ะนะ

>> คค่ะค่ะ อ่ะ ได้ค่ะ วันนี้ขอบคุณคุณปลื้มมากนะคะ

>> ครับ ยินดีครับ

>> สวัสดีค่ะ

>> ครับ

>> อ่ะ เดี๋ยวให้ทีมงานต่อสายหาอาจารย์ต้น วีรยุทธต่อเลยนะคะ เดี๋ยวเราจะได้คุยกันเรื่องค่าการกลั่นต่อ เพราะว่าคือในมุมมองของคุณปลื้มเนี่ย อาจจะมองในมุมนักวิเคราะห์เศรษฐกิจที่มองว่ามันเป็นกลไกตลาดอยู่แล้ว อ่า รัฐบาลไม่ควรไปแทรกแซงราคาน้ำมัน มันเป็นเรื่องกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา เพราะว่าตอนนี้อ่ะรายได้น้อย ก็เลยต้องไปเอาเงินจากภาคเอกชนแทน อ่ะ อันนี้ก็เป็นมุมนึงนะ เดี๋ยวเราจะได้คุยแลกเปลี่ยนกับทางฝั่งพรรคประชาชนด้วย อ่ะ ท่านผู้ชมคิดยังไงอ่ะ นายทุนบวกกำไรเพิ่มเยอะไปมั้ย คือตอนเนี้ยทางฝั่งของพลังงานก็ตั้งตัวเลขเป็นตุ๊กตาไว้ว่าก็ต้องกดลงให้ได้ อย่างน้อยก็ 2 บาทอ่ะค่ะ อ่ะ เดี๋ยวรออาจารย์ต้นสักครู่นึงนะคะ อ่ะ อาจารย์ต้นอยู่ในสายแล้ว สวัสดีค่ะ

>> สวัสดีครับคุณเฟิร์น

>> ค่ะ อาจารย์ต้นคะ คืออาจารย์ต้นโพสต์ใน Facebook บอกว่าคือค่าการไก่แต่วันนี้ มันสูงถึง 17 บาทเลยนะ เพราะฉะนั้นวันนี้ เนี่ยเราก็รอการประชุมของ กบง. อยู่ รัฐมนตรีพลังงานบอกว่าก็พยายามจะขอคืนมา ถ้าเกิดคืนไม่ได้เนี่ยเดี๋ก็จะกดปุ่มเลย ใช้ พ.ร.ก. 2 บาทอ่ะ คิดว่ายังไงฮะ ถ้าเกิด 2 บาทเนี่ยพอรับได้มั้ย

>> อ่า ทางคุณเฟิร์นได้ยินเสียงผมชัดใช่มั้ ครับ ค่ะ

>> ทางนั้นชัดดีนะครับ

>> ค่ะ ได้ยินได้ยินมั้ยคะ อาจารย์ต้นได้ยินมั้ยคะ

>> โอเค ได้ยินครับ แต่ไม่ชัดมาก โอเค ต่อเลยนะครับ จริงๆ ต่อจากตะกี้ฟังคุณปลื้มอยู่นะครับ

>> ต้องบอกว่า เอ่อ หลักการในการเก็บภาษีค่ากลั่นเนี่ย มันมีอยู่จริงครับ แล้วสหภาพยุโรปก็ใช้มาแล้ว

>> ค่ะ

>> ครับ แต่อีกเรื่องนึงที่ต้องอยากให้ เอ่อ คนทั่วไปรับรู้ด้วยก็คือ ใช่มันไม่ใช่กำไรสุทธิ แล้วผลลัพธ์ที่การเก็บภาษีเนี่ย มันก็ไม่ได้นำมาสมทบทันที มันเป็นขยะ 2 นะครับ อันนี้เป็น 2 เรื่องที่อาจจะต้องสื่อสารไปพร้อมกันนะครับ แต่ผมยืนยันว่าถ้าดูจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในสหภาพยุโรปมาแล้วเนี่ย การเก็บภาษีลาภลอยเนี่ย มันมีหลักการอยู่ เพราะหมายความว่าคุณลงทุนไปแล้ว แต่แต่ในปีเนี้ย ในช่วงเวลาเนี้ย คุณไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่ม แต่อยู่ๆ คุณได้กำไรเพิ่มขึ้นนะครับ ก็เป็นหลักการที่รัฐจะเข้ามาจัดการ แต่ผมยกตัวอย่างให้เห็นรูปธรรมนิดนึงครับ อย่างในสหภาพยุโรปเนี่ย มีแต่ละประเทศจะใช้เก็บภาษีลาภลอย แต่ไม่เท่ากันนะครับ

>> ประเทศไอแลนด์เนี่ย ผมมักจะยกมาเป็นตัวอย่างที่สามารถใช้เป็นตุ๊กตาของประเทศไทยได้

>> อ

>> คือไอแลนด์ช่วงปี 2022 ที่ค่าการกลั่นมันกระโดดขึ้นมาผิดปกติ เรียกว่าสูงจนมีกำไรเกินปกติแน่ๆ เลยครับ เขาจะใช้หลักการนี้ครับ คือไปเอาฐานกำไรของปีที่แล้วมาก่อน ตั้งเป็น 100 ไว้

>> อื

>> แล้วกำไรในปีที่เกิด เรียกว่าราคาน้ำมันกระโดด ค่าการกลั่นกระโดดโดดเนี่ย เค้าเค้าเพิ่มให้เลย 20% แรก เค้าไม่เก็บภาษี

>> ค่ะ

>> แล้วเค้าค่อยมาเก็บไอ้ส่วนที่เพิ่มจาก 120 ตรงเนี้ย ค่อยไปเก็บ 75%

>> อือือ

>> คือเค้าค้าถือว่าให้บริษัทเนี่ย ได้ทำกำไรไปแล้ว จาก 20% ส่วนเกิน

>> ของกำไรปีที่แล้วนะครับ แล้วค่อยไปเก็บส่วนที่ต่างขึ้นมาที่เรียกว่ากำไรส่วนเกินผิดปกติ

>> ค่ะ

>> ดังนั้นผมคิดว่าต้องยืนยันว่าโดยหลักการ และโดยบทเรียนจากสหภาพยุโรปเนี่ย เป็นไปได้และทำมาแล้วครับ

>> อันนี้หมายถึงภาษีลาภลอยถูกมั้คะ

>> ภาษีลาภลอยครับ

>> แต่รัฐบาลเค้าไม่เลือกใช้วิธีนี้อ่ะ อาจารย์ต้น เค้าบอกว่าภาษีลาภลอยเนี่ย มันเหมือนมันได้ลาภแค่รอบเดียว เปรียบเทียบเหมือนกับการสร้างถนนนะ อันนี้เฟินก็ฟังคุณเอกนิติ นะ ถนนเนี่ยตัดผ่านไปบ้านมันก็มีมูลค่าขึ้นมา แต่ว่ามันไม่เหมือนกับน้ำมันที่มันมีขึ้นมีลง ราคามันผันผวนอย่างสงครามเนี่ย เค้ามีค่าวอร์พรีเมี่ยมกว่าเค้าจะไปหาน้ำมันดิบเข้ามาได้ คือเค้าอาจจะมีกำไรช่วงนี้ แต่พอสงครามมันจบเนี่ย มันก็ต้องไปถัวเฉลี่ยกันตรงนั้น อาจารย์ต้นคิดยังไงฮะ

>> อันนี้แหละครับที่เราจะต้องเริ่มจากการเรียกแต่บริษัทเข้ามาแล้วก็ดูต้นทุน เพราะว่าอย่าลืมว่าเนี่ยไม่ใช่ธุรกิจที่มีผู้ประกอบการ 100 ราย หรือ 1000 ราย แต่ว่ามีรายใหญ่แค่ 6 รายเท่านั้น

>> และเป็นเรื่องจริงที่ว่าแต่ละรายเนี่ยมีต้นทุนไม่เท่ากันนะครับ บางรายเนี่ยซื้อน้ำมันบางผิดจังหวะ และจ่ายพรีเมี่ยมสูงกว่าบริษัทอื่นเนี่ย เป็นเรื่องจริง

>> ดังนั้นด้วยการที่รัฐมีอำนาจในมือ ไอ้ พ.ร.ก. ควบคุมน้ำมัน พ.ศ. 2516 นี่แหละครับ ที่จะทำให้รัฐสามารถเรียกมาดูต้นทุนของแต่ละบริษัทได้ แล้วก็เรียกว่าให้ความเป็นธรรมด้วยว่ากำไรมันสูงขึ้นมากระโดดจริงหรือเปล่า หรือคุณมีต้นทุนที่มันสูงจนไม่คุ้มที่จะทำ

>> ค่ะ

>> ดังนั้นในเชิงกระบวนการครับ สามารถเรียกแต่ละบริษัทเข้ามา

>> อย่าเรียกคือเรียกมาพร้อมกันแล้วเปิดตัวเลขไม่ได้นะครับ เพราะว่าถือเป็นการแข่งขันที่เขาแข่งขันกันอยู่ แต่ว่ารัฐสามารถเรียกแต่ละบริษัทเข้ามาดู แล้วก็เก็บข้อมูลตรงนี้ไว้ได้

>> แล้วข้อดีของการทำภาษีลาภลอยเนี่ย มันคือต่อไปในอนาคตเนี่ย ปีเนี้ย เดี๋ยวราคาน้ำมันมันก็ผันผวนอีก หรือในอนาคตมันก็มีอีก

>> ตอนปี 65 ตอนสงครามยูเครน-รัสเซียครับ ผมไปอ่านดูย้อนหลังเนี่ยนะครับ เอ่อ รัฐบาลก็สั่งให้กระทรวงการคลังศึกษาเรื่องภาษีลาภลอยไว้แล้ว

>> อื

>> แต่พอกลับมาปี 69 อ้า กลับมาเริ่มต้นใหม่ อีกครั้ง ผมรู้สึกว่ามันล้มวนลูปมากเกินไปจริงๆ มันสามารถเริ่มต้นทำให้เป็นระบบได้เลยครับ

>> ค่ะ เอาเฉพาะหน้าก่อนเนี่ย คือภาษีลาภลอยเค้ายังไม่ไม่ยอมทำเร็วๆ นี้แน่นะคะ อาจารย์ต้น แต่ไอ้ที่จะไปขอ 2 บาทเนี่ย คิดว่าจะได้มั้ยคะ

>> อันนี้มาจากที่คุณเอกนิติ เพิ่งแถลงหรือเปล่าครับ ผมยังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเลย คือบอกกับพี่ยุทธในรายการคุยนอกจอว่าอาจจะไปขอต้นทุนดู แล้วก็ดูซิว่าเขาจะช่วยเท่าไหร่ ถ้าเกิดเขาไม่ช่วยเดี๋จะใช้ พ.ร.ก. นี่แหละสั่งเลยว่า 2 บาทเอามาเลย ไปลดราคาหน้าปั๊มทันทีเลย

>> ครับ คือต้องให้ชัดเจนว่าจะใช้แนวทางไหนนะ ครับตอนนี้ผมคิดว่ามันมี 3 ทางเลือก ทางเลือกแรกคือขอความร่วมมือ เรียกว่าให้เอาเงินมาบริจาค หรือมาสมทบ ซึ่งเคยทำแล้วตอนปี 65 ขอจาก ปตท. และ ปตท. ให้มารวมกันประมาณ 3,000 ล้านนะครับ อันนี้ตอนปี 65

>> คือหมายความว่าคุณขอความร่วมมือแล้ว แต่คุณไปบังคับไม่ได้ ก็จะมีแค่ ปตท. นั่นแหละ ที่ยอมส่งนะครับ

>> ค่ะ

>> อ่า ข้อ 2 เนี่ย จะถ้าจำได้นะครับ คุณเฟิร์น คตร. ตอนที่อาจารย์พายพลพูดเนี่ย ท่านโยนไอเดียมาว่าจะแคปไว้ที่ 1-3 บาทดีหรือไม่ ใช่มั้คะ

>> ใช่ใช่ค่ะ

>> อ่า อันนี้เป็นข้อเสนอนึง แต่ผมเห็นว่าถ้าข้อเสนอแบบนั้นน่ะ ก็จะตายตัวไปหน่อย เพราะบางช่วงเวลาเนี่ย ต้นทุนก็อาจจะสูงขึ้นกว่า 3 บาทจริง

>> อื

>> ดังนั้นการแคปราคาไว้ขั้นต่ำ 1 ขั้นสูง 3 เนี่ย อาจจะเสี่ยงที่จะทำให้ลดแรงจูงใจในการกลั่นได้

>> อื

>> นะครับ ดังนั้นทางเลือกที่ 3 ที่เราสนับสนุนก็คือ ควรจะถือโอกาสในการทำระบบ ต้องเรียนว่ามันมันไม่เหมือนกับการตัดถนน แน่นอนครับ อันนี้มันเป็นธุรกิจแล้วก็มีการดูผลประกอบการย้อนหลังได้ ดูผลประกอบการไปข้างหน้าได้ ดังนั้นไม่ใช่หลักเดียวกับเรื่องการตัดถนนแน่นอน อันนี้เป็นเรื่องว่าบริษัทที่ทำในธุรกิจที่เกี่ยวกับทรัพยากร เพราะทรัพยากรธรรมชาติเนี่ย มันมีบางจังหวะที่ราคามันสูงผิดปกติ บางจังหวะที่ราคามันต่ำนะครับ ไอ้จังหวะที่ราคาสูงนี่แหละ ที่ประเทศอย่างสหภาพยุโรป ใช้หลักการนี้เข้ามาในการจัดเก็บภาษี เพื่อเอามาชดเชยผลกระทบ เอามาชดเชยในกองทุนน้ำมันก็ได้ในอนาคตครับ

>> ค่ะค่ะ ซึ่งก็ทราบว่าเดี๋ยวคือของมีนาเนี่ย ตอนเนี้ยในตัวเลขตุ๊กตาเบื้องต้นน่ะ มันคือ 2 บาท แต่เมษายนเนี่ย อันนี้เรายังไม่รู้ว่าต้นทุนที่แท้จริงมันเท่าไหร่ เดี๋ยวเขาก็จะเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นมาเปิดต้นทุนอีกรอบนึง แล้วก็จะเคาะเป็นสูตรออกมาชัดเจนเลย อาจารย์ต้น

>> ถ้าเป็นสูตรอ่ะดีครับ ถ้าเป็นสูตรที่บริษัทใหญ่ทั้ง 6 บริษัท ยอมรับร่วมกันได้ และใช้ต่อไปในอนาคต ผมคิดว่าอันนี้แหละควรจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้แล้ว มันควรจะย้อนกลับมานะครับ อันนี้อันนี้อย่าลืมนะครับว่าผมย้ำอีกทีว่ามันเป็นขยะ 2 มันไม่ได้ลดราคาของหน้าปั๊มของทุกท่านในวันนี้ นะครับ สิ่งที่มันลดทันทีมันจะเป็นเรื่องภาษีสรรพสามิตร ภาษีเทศบาลนะครับ

>> หมายถึงว่าสมมุติถ้าวันนี้เก็บไง เค้าเค้าจะไปลดราคาหน้าปั๊มอย่างเงี้ย มันมันพอช่วยบรรเทาได้บ้างขนาดไหนมั้ฮะ

>> เอ่อ ถ้าคือผมคิดว่ามันต้องไปร่วมกับคือ รัฐบาลน่ะ ภาวะแบบนี้ นะครับ ต้องเอาเรียกว่าไพ่ในมือมากองรวมกันก่อน

>> ค่ะ

>> แล้วก็เลือก ว่าจะใช้อะไรบ้าง ในภาวะแบบนี้ ที่รัฐบาลมีในมือเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องภาคการกลั่น มันมีภาษีสรรพสามิตร ที่ตอนนี้ นะครับ วันนี้นะครับ 95 เนี่ยก็สรรพสาม 7.50 50 สตางค์ บวก ภาษีเทศบาลอีกก็ 8 บาทกว่าละ บวก VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่มของขายส่งอีกก็ 10 กว่าบาท ดังนั้นเครื่องมือที่มันอยู่ในรัฐตอนนี้นะครับ มัน 10 กว่าบาทเข้าไปแล้วต่อเบนซิน 95 นะครับ

>> อื

>> ถ้าจะลดเนี่ย ผมคิดว่าภาษีสรรพสามิตรเป็นตัวที่ชัดเจนกว่า และเคยทำมาแล้วตอนรอบปี 65 สามารถลดภาษีสรรพสามิตรได้เลย

>> โดย

>> โดยคิดว่าอีก คือมันเป็นเรื่องกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวาครับ แน่นอนมันจะทำให้รายได้ของรัฐบาลลดลงนะครับ แล้วอย่างที่มีการประเมินกันไว้แล้วว่า ถ้าลดภาษีสรรพสามิตร 1 บาทเนี่ย ในทุกในทุกหน้ากระดานของราคา

>> น้ำมันเนี่ย มันจะทำให้รายได้ของรัฐลดลงไป 3,000 ล้านบาทต่อ 1 บาทนะ ต่อ 1 เดือน

>> ค่ะ แต่ไม่

>> ดังนั้นเราเลยเสนอว่า 3-4 บาทในการลดราคา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเนี้ย เป็นไปได้ครับ

>> ค่ะ เพราะเพราะไม่งั้นเราก็จะกังวลว่า เดี๋ยวไปกดราคาค่าการกลั่นเค้ามากเนี่ย เค้าหยุดกลั่นน้ำมันไปเลยนะ หรือไม่พยายามจะไปหาน้ำมันดิบเข้ามากลั่น อันนี้มันจะยิ่งหนัก ปัญหาจะซ้ำซ้อนขึ้นกว่าเดิมอ่ะ ค่ะ

>> คือคล้ายๆ กับเรื่องหนักการตึงราคา 1-3 บาทอ่ะครับ ผมคิดว่าอันนั้นน่ะ แม้ มันดูจะชัดเจน แต่มันจะส่งแรงจูงใจทางลบให้กับโรงกลั่น

>> คล้ายๆ กัน ถ้าคุณไปฟิกราคาขนาดนั้นนะครับ ดังนั้นภาษีลาภลอยที่ผมพูดถึงเนี่ย อยากให้บริษัทเข้ามาอ

>> ตัดสินใจร่วมกันด้วย แต่แน่นอนรัฐต้องคิดถึงประชาชนมากกว่าผลกำไรของบริษัทนะครับ ดังนั้นรัฐก็ต้องเรียกว่าเอามาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกันให้ได้ในตอนนี้ครับ แต่ มันต้องทำเป็นระบบแล้วครับ ไม่อย่างงั้น ผ่านไปปีหน้าก็มาคุยกันเรื่องนี้ใหม่ ปีต่อไปก็เราคุยเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 65 นะครับ

>> ค่ะ สุดท้ายนะคะ อาจารย์ อาจารย์ต้นเห็นว่าเดี๋ยวจะอภิปรายนโยบายของรัฐบาลในวัน ที่แถลงพรรคประชาชนก็วางคนเอาไว้แล้ว อ่า จะเน้นประเด็นไหนเป็นประเด็นหลักฮะ

>> คือภาพใหญ่ที่สุดนะครับ ต้องเรียนว่าตอนเนี้ย เราอยากเห็นการบริหารจัดการในยามวิกฤต ในยามวิกฤตอย่างนี้นะครับ มันความว่าเดือดร้อนมันเป็นลูกโซ่กระทบไปเรื่อยๆ แต่พอเราดูคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเนี่ย ต้องเรียนตามตรงว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนภาวะปกติมากเลย

>> อื

>> คือเหมือนกับมีเติมมีเติมเข้ามาย่อหน้าหนึ่งว่าเกิดวิกฤตในตะวันออกกลาง ไอ้ส่วนเนื้อในที่พูดถึงนโยบายต่างๆ เนี่ย มันเขียนตอนปกติ และไม่ได้มีการแก้ไข ดังนั้นผมคิดว่ามันไม่ให้ความรู้สึกของการที่จะพาประเทศฝ่าฟันไปด้วยกันในยามวิกฤต อันเนี้เป็นเรื่องใหญ่

>> ดังนั้นนโยบายมันก็เลยไม่ชัดเจนว่าอาจ เฉพาะหน้าคุณจะเร่งด่วน คุณจะช่วยบรรเทา ยังไง คือถ้าเปรียบเทียบการเขียนนโยบายของหลายยุครัฐบาลนะครับ เช่น ถ้าย้อนกลับไปเนี่ย ผมคิดว่ายุครัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ เนี่ย เขียนชัดเลยว่ามีมาตรการเร่งด่วนอะไร แล้วก็ระบุตัวเลขค่อนข้างชัด ดีที่สุดในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเลย แต่ถ้าเทียบกับตอนเนี้ย เราพกเข้าไปดูแล้วเราพบว่า เขียนเสมือนกับว่ามันเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะปกติ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกับภาวะวิกฤตเท่าไหร่ครับ

>> ค่ะ แต่ว่า อ่า เผื่อเผื่อไว้มั้คะว่าวันที่ 9 เกิด 10 คนกระทบจากเรื่องคดี 44 ส.ส. เนี่ย มีคนอภิปรายแทนแล้ว

>> ไม่ต้องห่วงครับ อันนี้ทำงานแทนกันได้ เป็นฟุตบอลอยู่แล้วพรรคเรา

>> ค่ะค่ะ ได้ค่ะ วันนี้อาจารย์

>> แต่ขอฝากนิดนึงครับ จริงๆ เรื่องที่ผมอยากกระทุ้งเมื่อวานที่เรารอฟังคำแถลงที่ประชุม ครม. พิเศษนะครับ เรื่องที่เราอยากให้ออกมาตอนนี้มันคือมาตรการเตรียมรับมือสงกรานต์ครับ คุณเฟิร์น

>> เพราะว่าตอนเนี้ย สัปดาห์หน้าเนี่ย มันจะสงกรานต์แล้ว ประชาชนจำนวนมากเนี่ย ยังลังเลอยู่ด้วยนะว่าเอ๊ะ จะกลับบ้านดีมั้ย กลับไปแล้วน้ำมันจะมีพอมั้ ราคาคนที่ใช้ขนส่งสถานะราคาจะเป็นยังไง ดังนั้นเร่งด่วนเฉพาะหน้าเลย เราอยากให้รัฐบาลออกมาตรการให้ประชาชนมั่นใจในช่วงเวลาสงกรานต์ครับ

>> มีข้อเสนออะไรบ้างฮะ มาตรการสงกรานต์ที่ควรจะออกมาในช่วงเวลานั้น

>> ครับ ข้อแรกเลยเนี่ย คือเราอยากให้มีการอุดหนุนไปที่เส้นเลือดสปอ เพราะว่าเวลาคนกลับบ้านนะครับ 1 เขไปส่วนใหญ่เขไปหมอชิต แล้วก็ขึ้นรถต่อ แต่รถที่หมอชิตเนี่ย มันไม่ได้พาไปถึงบ้าน มันจะต้องมีเส้นเลือดฝอยอย่างรถบัส รถตู้ ที่พาเขาข้ามจังหวัด หรือเข้าไปในตัวเมืองในบ้านเขาอีกที ไอ้ตรงเครับรัฐบาลยังไม่ได้พูดถึงเลยว่าจะเข้าไปช่วยสนับสนุนยังไง เพราะว่าตอนนี้นะครับ พอราคามันขึ้นเนี่ย คนที่ขับรถตู้ รถบัสในจังหวัดเนี่ย จะเหมือนชาวนา ชาวประมงเลย คือตัดสินใจรายวันเลยว่าวันเนี้ยจะวิ่งดีมั้ย จะวิ่งเท่าไหร่ จะลดรอบมั้ย

>> ดังนั้นถ้าตรงเนี้ยไม่ประกาศก็ไปช่วยนะ ครับจะทำให้เกิดความปั่นป่วนเวลาคนที่กลับ แล้วไปไม่ถึงบ้านครับ

>> ค่ะค่ะ

>> ส่วนข้อที่ 2 เนี่ย จะเป็นเรื่องถ้าคนขับรถทั่วไปเนี่ย เค้าก็จะอยากขับรถส่วนตัวเนี่ย เค้าจะอยากเช็คใช่มั้ยครับว่าเอ๊ะ ถ้าขับรถไกลขนาดเนี้ย ไปอีสานเนี่ย เดี๋ไปถึงขอนแก่นจะไปเติมน้ำมันได้ที่ไหน

>> ค่ะ

>> ตอนเนี้ย เอ่อ รัฐบาล อ่า ที่ต้องชมก็คือมีฐานข้อมูลออกมาแล้วนะครับ ชื่อว่า Fuel Now จัดทำโดยกรมธุรกิจพลังงาน แต่ปัญหาก็คือข้อมูลไม่อัปเดตเลย

>> คือปั๊มทั่วไทยมันมีประมาณ 25,000 ปั๊ม ครับ นี่ผมเช็คล่าสุดปรากฏว่ามีข้อมูลอยู่ประมาณ 7,000 ปั๊ม

>> ค่ะ

>> น้อยกว่า 1 ใน 3 คือผมเช็คดูอย่างถนนมิตรภาพที่ขอนแก่น ซึ่งเป็นถนนหลักเนี่ย บางปั๊มเรายังไม่พบข้อมูลเลยว่าตกลงน้ำมันมันพอมั้ จะไปเติมตรงนั้นได้หรือเปล่า ดังนั้นก็สำหรับคนที่ขับรถส่วนตัว ผมคิดว่าการอัปเดตข้อมูลน้ำมันให้ครบเนี่ย จะทำให้คนขับรถเนี่ย เพิ่มความมั่นใจในการเดินทางไกลได้อีกเรื่องนึงที่อยากฝากไว้คือ

>> ในเมื่อเราเผชิญปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ หรือล้นเกินน่ะครับ

>> ถ้าใครเคยไปญี่ปุ่นจะเห็นนะครับว่าเวลาขับรถไปไกลๆ แล้วกลับเข้ามาเนี่ย ในแต่ละเมืองเนี่ย เขาจะมีศูนย์ขายสินค้าท้องถิ่นของเขาเลยใช่มั้ยครับ แล้วคนก็ไปถึงก็จะอยากแวะซื้อ เราเสนอว่าควรจะเริ่มทำจุดซื้อขายของฝากประจำเมืองประจำจังหวัดได้ แล้วเอากระทรวงเกษตรมาประสานกับกระทรวงพาณิชย์ขาเข้าขาออกเนี่ยนะครับ จัดจุดรับซื้อแล้วเกษตรกรก็มารวมตัวกันขายเนี่ย จะเป็นประโยชน์และทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนครับ

>> คือสงกรานต์เนี่ยนอกจากคนไทยเราจะกลับบ้านไปร่วมงานประเพณีแล้วนะครับ สงกรานต์ยังเป็นช่วงเวลาที่เงินหมุน ปกติจะเป็นช่วงเวลาที่เงินหมุนไปลงถึงฐานล่างอ

>> แต่ถ้าเกิดมันซบเซาแบบเนี้ย แล้วไม่มีอะไรมาตรการช่วยเสริมเนี่ย มันจะยิ่งซอซาวกันไปใหญ่ครับ

>> ค่ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวยังไงเดี๋ยวติดตามวันอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลนะคะ อาจารย์วันศุกร์ครับ

>> ค่ะ วันนี้ขอบพระคุณอาจารย์ต้นมากค่ะ

>> ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

>> อ่ะ ก็ติดตามพรรคประชาชนนะคะ บอกว่าเดี๋ยววันอภิปรายแถลงนโยบายที่รัฐสภาเนี่ย พรรคประชาชนเค้าก็เตรียมวางเอาไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของน้ำมัน เรื่องของไอโม่งเนี่ยแหละ 30 คนนะคะ วางตัว ส.ส. เอาไว้ แต่ว่าวันนั้นเราก็ต้องจับตาดูว่าจะมีการยื่นไปที่ศาลฎีกา หรือเปล่าในส่วนของ ปปช. ด้วย ถ้าเกิดศาลรับคำร้องเนี่ย ก็จะต้องมี 10 คนที่เป็น ส.ส. ปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ว่าก็เตรียมแผนรองรับเอาไว้แล้วว่าวันนั้นเนี่ย จะมี ส.ส. คนอื่นที่มาอภิปรายแทนนะคะ เพราะฉะนั้นอ่ะ เดี๋ยวรอดู ล่าสุดเนี่ย คิดว่าน่าจะใกล้ออกมาแล้วนะ เรื่องของค่าการกลั่นนะคะ เดี๋ยวทางฝั่งของกระทรวงพลังงาน อ้านี่ๆ อัปเดตให้ท่านผู้ชมเลย มติ กบง. นะคะ ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ลิตรละ 2 บาท นี่อัปเดตล่าสุดเลยค่ะ ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ลิตรละ 2 บาท ก็เป็นไปตามที่คุณเอกนัส รัฐมนตรีพลังงานให้ข่าวไว้ตั้งแต่ตอนแรกนะคะ อ่ะ เดี๋ยวติดตามกันต่อไปว่าของเดือนเมษายนเนี่ย เอาต้นทุนมาเปิดแล้วมันจะลงได้ขนาดไหน หมดเวลาแล้วกับคุยข่าว 3 วันนี้ ลา ท่านผู้ชมไปก่อนแล้ว สวัสดีค่ะ