Transcription
เมื่อรัฐบอกว่าเข้าใจผู้ผลิต คำถามคือแล้ว ใครเข้าใจประชาชน? หยุดก่อนครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของของแพง แต่มันคือเรื่องของใครกำลังถูกเลือกให้สำคัญกว่าในวันที่ราคาสินค้าค่อยๆ ขยับขึ้น
เสียงจากภาครัฐก็ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล ผ่านคำกล่าวของสุปจี สุรัมพันธ์ ที่บอกว่ากระทรวงพาณิชย์เข้าใจผู้ผลิตเป็นอย่างดี ฟังดูอบอุ่นนะครับ เหมือนผ้าห่มในวันที่เศรษฐกิจหนาว
แต่ลองคิดดีๆ คำว่า "เข้าใจ" นี้ มันไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศ มันเอียงๆ ไปหาผู้ผลิต เอียงไปหาคนที่มีต้นทุน แต่ในอีกฝั่งหนึ่ง คือคนที่มีค่าครองชีพ ซึ่งบางครั้งไม่มีใครเรียกมันว่าปัญหาด้วยซ้ำ
แล้วรัฐก็หยิบเครื่องมือเดิมออกมาอีกครั้ง ธงฟ้ามันมาเสมอในทุกวิกฤต เหมือนตัวละครที่เรารู้บทอยู่แล้ว ธงฟ้าไม่เคยเปลี่ยนโครงสร้างอะไร มันแค่ทำให้ของบางจุดถูกลง ไม่เคยแตะคนกำหนดราคา แค่ทำให้คนซื้อรู้สึกว่ายังพอไหว
นี่ไม่ใช่นโยบายเศรษฐกิจ แต่มันคือนโยบายปลอบใจ
พอถามว่าทำไมของแพงขึ้น คำตอบก็ชัดเจนมาก สงคราม น้ำมัน ขนส่ง ทั้งหมดจริง แต่เป็นความจริงที่อยู่ไกลๆ พอที่จะทำให้คำถามเรื่องใครต้องรับผิดชอบค่อยๆ หาย
และรัฐก็เปลี่ยนบทบาททันที จากผู้แก้ปัญหา เป็นผู้จัดการวิกฤต
แต่ในโลกจริง ความจริงไม่ได้อยู่ในคำแถลงข่าว มันอยู่ในรถเข็นของแม่บ้าน อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของแรงงาน อยู่ในคำถามง่ายๆ ว่า "วันนี้จะพอไหม"
ของแพงขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องตลาด แต่มันคือการบีบชีวิตให้แคบลงทีละนิด และบางทีสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่สิ่งที่รัฐพูด แต่คือสิ่งที่ไม่พูด
ไม่มีใครพูดถึงโครงสร้าง ไม่มีใครแตะอำนาจของทุน ไม่มีใครรื้อรากของปัญหา
สุดท้ายแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่มันคือเรื่องของวิธีคิด วิธีคิดที่เลือกจะเข้าใจบางฝ่ายก่อน และคอยดูแลอีกฝ่ายทีหลัง
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ของแพง แต่คือวันที่เราชินไปกับมันแล้ว เมื่อความเข้าใจไม่เท่ากัน ความเป็นธรรมก็ไม่มีวันเกิด