📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทำไมบางคน "เจอแต่เรื่องดี" ทั้งที่โลกกำลังวิกฤติ | เกลา x ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

Klaoshow1:17:55

Transcription

เราเป็นมังกรทุกคน เรามีศักยภาพที่ดีทุกคน คนที่ไปบล็อกเราคือใคร

ตัวเราเอง ความคิด อือ พวกเราอ่ะเป็นมังกรน่ะ เราโคตรเก่งเลยอ่ะ แต่ไอ้ไส้เดือนรอบตัวมันจะถ่มเรา ข่มเรา คบกับใครมันจะเป็นแบบนั้นน่ะ อย่างภาษิตโบราณเค้าเรียกว่าปลาเน่าตัวเดียวเนี่ย เหม็นทั้งคล่อง คนที่เจอปัญหาตั้งแต่เด็กๆเนี่ย ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จสูงทุกคน เราโชคดีมากๆ สวรรค์ส่งเราให้มาเป็นดาบชั้นดีแล้ว เราก็โดนเผาและโดนค้อนตี เราจะเป็นดาบที่แกร่งที่สุด มันมีงานวิจัยนะ ครับว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จและเศรษฐีแบบระดับท็อปของโลก พูดคำว่าขอบคุณและคำว่าโชคดีเยอะที่สุด ทุกครั้งที่ขอบคุณใครเนี่ย ข้างในเราสดใสขึ้น สดใสขึ้น ขยะในหัวจะค่อยหายไป

ถ้าเราแยก Thinking กับ Feeling ได้นะ คนละเรื่องเลยนะ Thinking พวกเนี้ยมันสร้างทุกข์เยอะ เพราะอะไร เพราะใจมันไม่ว่าง คือพระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ลบไม่เอา เติมบวกเข้าไปเยอะๆ แล้ววันนึงอ่ะ มันก็จะทั้งไม่เอาทั้งบวกและลบนะ มันจะกลายเป็น wisdom คือจิตมันว่าง จิตมันว่าง Thinking มันเปลี่ยนเป็น wisdom เลย

เรามีหนังสือใหม่แล้วนะ สั่งซื้อได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลย

สวัสดีค่ะ สวัสดี สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่องเกลา นะคะ อื้อหือ เกลานะ อื ใช่ค่ะ เกลานิสัยอันตราย [เสียงหัวเราะ] ซึ่ง ซึ่งน่าคุยกับดอกเตอร์ เอ้ย เรียกว่าอาจารย์ได้มั้คะ เออ อาจารย์ก็ได้ อาต่ายก็ได้ อาต่าย [เสียงหัวเราะ] อาต่ายแล้วกัน อาต่าย ค่ะ ก็วันเนี้อยู่ในช่องเกลาแล้วก็ อ แพนด้าเชื่อว่าเดี๋ยวหลังจากเนี้ยคำถามต่อๆไปที่แพนด้าจะได้คุยกับอาต่ายน่าจะเป็นประโยชน์กับคนฟังมากๆ แต่ก่อนอื่นอยากถามว่าในมุมของอาต่ายอ่ะค่ะ ถ้าพูดถึงการเกลา คำว่าเกลา เกาสำหรับอาต่ายแล้วเนี่ย มีความหมายว่ายังไงบ้างคะ

เกลาก็ก็ดีนะ แต่จริงๆอยากให้เกลาถึงจิตวิญญาณเลย เพราะว่าเกลาที่ดีเนี่ย มันต้องไปเกลาเกลาตั้งแต่ mindset ตะ mindset ก็คือกระบวนการคิด ความเชื่อที่อยู่ในหัวเราเนี่ย ถ้าเกลาตรงนี้ได้นะ จิตใจมันจะเปลี่ยนตาม อื ค่ะ ใช่ มั้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็ดีนะ ค่อยๆใส่ mindset สมัยใหม่เข้าไป mindset ที่มันถูกต้องด้วยใช่มั้ ค่อยเติมก็ค่อยก็ดูสุภาพดิ ชอบ [เสียงหัวเราะ]

มีคำที่ไม่สุภาพมั้คะ ถ้าไม่สุภาพเลยก็คือดัดสันดาน [เสียงหัวเราะ]

แต่พอพูดดัดสันดานเดี๋ยวกลัวไง อื เพราะบางทีคนรุ่นใหม่เค้าเจ็บปวดจากการโดนเลี้ยงดูแบบ bully อ่ะ โดนเลี้ยงดูแบบไม่ฟังเค้าอ่ะใช่มั้ย พอแบบบอกว่าไปดัดพฤติกรรมหรืออย่างเงี้ย มันมันเหมือนไปต่อต้านเค้า แต่ว่าอย่างเงี้ยดีะ ค่อยไปค่ะ แล้วถ้าคำว่านิสัย นิสัยอ่า คือมันจะมีเลเวลอยู่เนาะ นิสัย อุปนิสัย แล้วก็ลึกไปก็จะเป็นสันดาน นั่นแหละ

สำหรับอาต่ายแล้วค่ะ อ่า ช่วยนิยามคำว่านิสัยสำหรับอาต่ายให้ฟังหน่อยค่ะ นิสัยเนี่ย ถ้ามองในแง่จิตวิทยาเนี่ย มันเรียกว่าเป็น autopilot ค่ะ ทำซ้ำๆที่เป็น autopilot แต่มันก็ยังแก้ได้ เพราะว่ามันเป็นลึกแค่ subconscious แต่ถ้าลงเป็นอุปนิสัยจริง อุปนิสัยฝรั่ง ความหมายมันก็คือสันดานนั่นแหละ ฝรั่งไม่มีคำว่าสันดานชัดๆนะ

แต่ถ้าเป็นลึกลงไปเนี่ย จะไปถึงตัวที่เรียกว่า unconscious unconscious อยู่ในตัวเรานะ เวลามันผุดขึ้นมาหนูจะไม่รู้เลยว่ามันขึ้นมา มันห้ามไม่ได้เลย อันนี้คือสันดาน ห้ามไม่ได้ เห็นปั๊บสันดานออกเลย แต่ถ้าเป็นนิสัย มันยังพอฝืนได้ 50%

50% ยังพอแบบ อ่า ยังพอปรับได้ ก็ต้องระวังนิดนึง ถ้ามันเป็นสันดานไปแล้ว

มีวิธีฝึกนิสัยมั้คะ สำหรับอาต มี ก็ต้องส่งสัญญาณ ส่งสัญญาส่งข้อมูลลงไป บอกไอ้เจ้า subconscious ว่าอันใหม่ แบบนี้เป็นแบบนี้นะ เป็นแบบนี้แบบนี้ ใช่ มั้มันค่อยๆค่อยๆทำซ้ำๆ ซ้ำๆ 21 วัน 120 วัน ซ้ำเข้าไป ซ้ำก็ไปอย่างสังเกตมผู้หญิง ผู้ชายก็ได้นะ

ค่ะ ผู้หญิงบางคนเนี่ย กลับเข้าบ้านปั๊บก็จะติดนิสัยดุสามี จับผิดสามี มีอย่างเงี้ย มันทำทุกวันทุกวันทุกวัน เสียงแห่งการตัดสินของคู่ของเราแล้วกันนะ จะหญิงหรือชายก็แล้วแต่มันก็จะฝังเข้าไป ใน subconscious ของคู่ของเราอีกคนนึง ทำไปเรื่อยๆ เรื่อยๆๆๆ ทางนั้นก็ติดเป็นนิสัย ส่วนทางนี้ก็เริ่มเกลียดโดยไม่รู้ตัว

อื แล้วก็ไม่รู้สาเหตุอะไร ไม่อยากเจอหน้ากันอีก

อือ แต่ก็ทนอยู่ด้วยกันไปจนวันนึงมันอาจจะระเบิดขึ้นมาเลยก็ได้

ค่ะ วิธีแก้เนี่ย มันต้องใช้ปิยวาจา ปิยวาจา ก็หมายความว่าใส่เรื่องเพราะเพาะเข้าไป ใส่เลขก็เพาะเข้าไป สมมุติมีเรื่องบางอย่างอย่างแพนด้าไม่อยากทำ หรือทำไม่ได้ เงี้ยอ่ะ ถ้าอยู่กับอาต่าย อาต่ายก็จะใส่แบบ โอเค มันโอเค ค่อยๆเติมไปเรื่อยๆ ให้กำลังใจไปเรื่อยๆ อย่างเงี้ย แต่ต่าก็จะดูว่า 60 วันแล้วนะ โอเค 12 120 วันแล้วนะ แล้วเดี๋มันก็ค่อยๆหายไป หายไป

อื เพราะฉะนั้นการคบเพื่อน การคบคนรอบตัวเนี่ย ที่ปากสีเสียๆเนี่ย เราพังหมดเลยฮะ คบคนรอบตัวที่เจอเราแล้วก็ซัดเราเรื่องแรงๆ เนี่ย มันอันตราย

อื คือเข้าใจความหวังดีนะ

ค่ะ หวังดีแต่ไม่ได้เรียนจิตวิทยามา [เสียงหัวเราะ] กลายเป็นหวังดีแบบรู้เท่าไม่ถึงการน่ะ อันตรายมากกว่า

อื ค่ะ เพราะว่า ใช่ คำว่ารู้เท่าไม่ถึงการ เพราะบางทีเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเรา

ไม่มี อย่างพ่อแม่เนี่ย เค้าอาจจะหวังดีกับลูกๆ

ค่ะ แต่ว่าคน GenX คนเบบี้บูม เค้าไม่ได้เรียนมาเยอะ แต่ความหวังดีเค้าล้านเปอร์เซ็นต์ เค้าล้านรักแหละ รักส่วนเด็กเองก็ยังมองความหวังดี ความตั้งใจไม่เป็นไง ไปมองแต่เปลือกของพ่อแม่ ก็เลยเกลียดพ่อแม่ แต่ถ้าปรับ mindset ใหม่นะ จากนี้เวลาคุยกับใครเนี่ย ดูความตั้งใจเดีกว่ามั้ย ใช่มั้ เราคุยกับใครสักคนนึงเนี่ย อย่าเพิ่งไปฟังสิ่งที่เขาพูดออกมา ต้องฟังสิ่งที่เค้าหวังดีอยู่ข้างในอ่ะ

อื ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลยฮะ

ไม่ได้ฟังแค่สารที่ออกมา แต่มองให้ถึงความรู้สึกของเขา

อ ใช่ intens ช ความตั้งใจ ความปรารถนาดีที่อยู่ข้างไหน ก็จะดูเอาจจะด่าเราก็ได้ ซึ่งวิธีจัดการกับคนพวกนี้ง่ายมากเลย ให้ขอบคุณอ่ะ สมมุติมีพ่อแม่มาว่าว่าแพนด้านะ พ่อแม่ว่าทำไมแพนด้าอย่างงู้นอย่างงี้ สิ่งแรกอ่ะ อย่าไปตื่นเต้นกับคำพูดที่เขาว่า ให้ขอบคุณแล้วให้พูดว่าหนูรับทราบถึงความหวังดี สวยกว่าม

เรา เราตอบโต้ไปอย่างแบบนักจิตวิทยาขั้นสูง แบบเนี้ย พ่อแม่จะช็อก

ช็อก จะพูดอะไร แล้ววันหลังเขาจะเกรงใจลูก

อือื แต่ถ้าไม่แบบนี้นะ เค้าจะซัดตลอด จะซัดตลอด จะซัดตลอด ทางจิตวิชาเเรียกว่า connect กับ disconnect ถ้าสมมุติใครว่าแพนด้ามา หรือว่าพวกเรามาเนี่ย ท่านผู้ฟังมาโดนว่าปั๊บ เราบอกอ้า เห็นความหวังดีละ ขอบคุณ โอ้ดีจัง มันจะเชื่อมเชื่อมใจสู่ใจ แต่ถ้าเกิดเราบอกว่าไม่จริง ไม่ใช่ ยาวเลยครับ มันจะ disconnect ยิ่งแก้ตัวยิ่ง disconnect ยิ่งเถียงกันยิ่ง disconnect เพราะใจมันจะไม่เชื่อมอื งั้นคำพูดแบบปิยวาจาเนี่ย ในทางศาสนาพุทธเนี่ย สวยงามมาก อย่าว่าแต่ทางศาสนาพุทธเลยนะ นักจิตวิทยาเก่ง หรือนักสร้างแรงบันดาลใจอย่างโทนี่ Robbins เค้าก็ให้ความสำคัญกับ sweet language [เสียงหัวเราะ] ภาษาหวานๆ ทีนี้มันก็มีคนบางคนนะ มันก็บอกว่าปากหวานอย่างเงี้ย เชื่อใจไม่ได้ ปากหวานแล้วคนอื่นเฉลิมคนที่พูดแบบเนี้ย อย่าไปคบ

อื ทำไมคะ คือขนาดเราแล้วเราเล่าให้ฟังนะว่าพวกปากหวานนั้นมีประโยชน์อย่างเงี้ย เค้ายังรับไม่ ได้เลยเนี่ย แสดงว่าข้างในเช้ำมากเลยนะ

แปลว่าลึกๆเอาจจะเคยมีประสบการณ์แล้วก็ ต่อต้านคนพูด

โอ้ บาดเจ็บจากคนที่หวานกับเขามาก่อนแล้ว ตัวเขาเองเนี่ยไม่สามารถ connect กับคน ที่หวังดีกับเขาได้ งั้นคนเนี้ย ถ้าเราไปคบนานๆเนี่ย

เราจะเป็นแบบเค้า เราจะเป็นแบบเค้า เราจะโดนเหนี่ยวนำ มันจะมีการเหนี่ยวนำ คบกับใครมันจะเป็นแบบนั้นน่ะ อย่างภาษิตโบราณเค้าเรียกว่าปลาเน่าตัวเดียวเนี่ย เหม็นทั้งคล่อง ถ้าเราไปอยู่ ในกลุ่มฝูงเนี่ย สมมุติอย่างเราเนี่ย อาต่ายพูดประจำเนี่ยว่าอย่างเราทุกคนเนี่ย อย่างแพนด้าเองเนี่ย เป็นมังกร ค่ะ หรือใครก็แล้วแต่นะ เป็นมังกร แต่ว่ามันถูกแกะเลี้ยงมา อื ถูกเลี้ยงในฝูงแกะ ค่ะ ถูกเลี้ยงในกลุ่มไส้เดือนก็ได้ โอเคมั้ มังกรมันก็เลยนึกว่าตัวเองเป็นไส้เดือน วันนึงพอไส้เดือนมันเห็นไอ้มังกรทำอะไร แบบแปลกออกไป ไส้เดือนจะบอกว่าผิดๆ ผิดผิด อย่าๆๆ อย่าไปชมใครมาก เดี๋ยวเหลิง ถูกชมไม่ได้หรอก อะไรเงี้ย มันวุ่นวายไปหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมังกรมันออกไปครบพวก มังกรจะเป็นแบบนี้หมด เอาง่ายๆ สังเกตเศรษฐีที่เขาใหญ่จริงๆนะ เศรษฐีที่เราดูใน TikTok เนี่ย มันยังไม่สูงเท่าไหร่ ต้องเศรษฐีที่เค้าสูงๆ เค้าไม่มาทำโซเชียลมีเดียกับเราหรอก พวกนี้ปากหวานหมด ปากหวานยังจริงใจด้วยนะ ไม่งั้นจะคุมลูกน้องเค้าเป็นหมื่นคน แสนคนได้ยังไง

อื ใช่มั้ย แต่เราเห็นไอ้เศรษฐีบางคนออกมาด่า นู่นด่าอี ก็ยังยังไม่ใช่ แต่ก็โอเค ขึ้นมาได้ระดับนึง แต่ว่าถ้าเค้าจะไปต่อ เดี๋อาจารย์ต้องติวให้ปรับให้อีกนิดนึง

ปิยวาจา ปิยวาจา

คืออันนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่าเราจะอยู่ระดับไหนก็ตาม ใช่ แล้วแม้ว่าเราจะไม่อยากทำก็ตามใช่มั้ยคะ ทำไปเหอะ อื ค่ะ ทำไป ปิยวาจานี่มันไม่ใช่ว่าพูดพร่ำเพ้อนะ ค่ะ มันต้องมันต้องมีเหตุผล เค้าเรียกว่าจับถูก อย่าไปจับผิด อือื ไม่ใช่ว่าเรามั่วปิยะวาจาไปเรื่อย บางทีมันต้องรอจังหวะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าถ้าใครบางคนเค้าเขียนภาพวาดภาพแล้วมันออกมาไม่สวยไม่อะไรอย่างเงี้ยอ่ะ หนูจะชมยังไง อย่าไปชมที่ความสวย อย่าไปชมที่ซอร์ส อย่าไปชมภายนอก ถ้าเป็นอาจารย์ ชมอาจารย์ชมว่า อาจารย์เห็นถึงความขยันที่เธอวาด อาจารย์เห็นถึงความตั้งใจที่เธอจะสื่ออะไรออกมา ลึกกว่ามั้ย

อื ค่ะ ชมไปที่พฤติกรรมคน ชมไปที่เจตนาที่ดีของคน อย่าไปชมรีเซนนั้น การชมเนี่ย ที่อันตรายที่สุดเลยคืออย่าไปชมเก่ง สวย รวย ดี ไปชมว่าคนนั้นรวย หรือไปตำหนิว่าคนนั้นจน อย่างเงี้ยไม่ใช่ละ อันนี้เราไปดูที่ปลายเหตุ เราจงดูว่าที่เขารวยอ่ะเพราะอะไรใช่มั้ย ชมกันที่ mindset ชมไปที่ทัศนคติ พอเราไปชมคนอื่นบ่อยๆ อ่า แพนด้ารู้มั้ย มีอะไรเกิดขึ้น

เกิดอะไรคะ เสียงของสมมุติสมมุติแพนด้าชมใครสักคนใช่ไหม เสียงนึงอ่ะมาถึงอาจารย์ ค่ะ แต่อีกเสียงนึงเข้าหูเธอ ก่อนอันนี้ถึงก่อนนะ ค่ะ สุดท้ายตัว subconscious ของแพนด้าได้ยินในเรื่องดีๆ จากที่แพนด้าชมอาจารย์นั่นแหละ

แต่แพนด้าได้ก่อน subconscious กับ unconscious แพนด้าสวยงามขึ้นทันทีเลย

อื และระบบตัวนึงเรียก RAS Reticular Activator System จะดึงเรื่องที่ดีๆ เข้ามาให้หมดเลย

อื ค่ะ สมองมันทำงานแบบ คือมนุษย์เราเกิดมาเนี่ย เนี่ยมันมีข้อมูลมีอะไรเยอะแยะ ถ้ามันไม่สกรีน หรือมันไม่คัดเลือกนะ มันคงคงบ้าไปหมดอะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันนี้เรานึกถึงรถสีแดง อยากได้รถสีแดง พอเราไปในท้องถนน จะเจอแต่รถสีแดง เพราะอะไร เพราะเค้าคัด เค้าตัดออกให้หมดเลย เหลือแต่รถสีแดงเท่านั้น นี่แหละคือการทำงานของ RES ทีนี้ถ้าแพนด้าไปบอกตัวเองว่า โอ้ คนนี้ขยัน คนนี้ฉลาด หรือประมาณนี้นะ คนนี้ความตั้งใจดี ทีนี้จะเลือกอะไรมาให้

เค้าก็จะเอาดีๆเข้ามาที่ใช่

นี่ก็เป็นเคล็ดลับง่ายๆของปิยวาจา

ปิยวาจา มันมันไม่ได้หมายความว่าคือเวลาที่ เราเห็นอย่างเมื่อกี้อาจารย์ยกตัวอย่างเรื่องรูปวาด คือเราเห็นแหละ แล้วอาจารย์รู้สึกว่าใช่ เรารู้สึกว่ารูปไม่สวย แต่ว่าเราเราเลือกว่าเราจะแอคชั่นออกไปยังไง ใช่ คือเรามองลึกกว่าคนอื่นน่ะ

ค่ะ ไอ้พวกไอ้พวก standard เรียกไอ้พวกดาดๆ เนี่ย พอมันเจอปั๊บมันก็ชมกัน อุ๊ย วาดภาพอะไรไม่ได้เรื่อง

อัน อันนี้คนกลุ่มนี้อย่าไปเข้าใกล้ คืออยู่ด้วยแล้วเราไม่ฉลาดขึ้นเหอะ อยู่ด้วยแล้วไม่ลึกซึ้งอ่ะ

ค่ะ ทีเนี้ยวัยรุ่นเนี่ย สิ่งสำคัญที่สุดนะ ในวัยรุ่นเนี่ย คือการคบเพื่อน ตอนเนี้ยคบเพื่อนมันเหมือนมังกรไปอยู่กับไส้เดือน มังกรไปอยู่กับฝูงแกะ แล้วพอเราทำอะไรเด่นขึ้นมา ไอ้ไอ้ไส้เดือนกับฝูงแกะมันจะแบบ มันจะใส่เราว่าเอ้ย มันมีความกลัวเยอะ ไอ้พวกเนี้ย fear มันเยอะมาก คนที่จะประสบความสำเร็จมันจะมี courage มีความ confidence มีความมั่นใจ

ใช่มั้ฮะ เค้าจะให้ RAS มองมองไปที่เรื่องดี แต่ไอ้พวกนี้จะพูดว่าอย่ามาโลกสวย ไอ้คนพูดว่าอย่ามาโลกสวยเนี่ย ก็พวกไส้เดือนทั้งงั้น พวกเนี้ย เพราะฉะนั้นอย่าไปพูดคำนี้ การการมองว่าเอ้ยโลกสวยหรือเปล่า อ่า อันนี้อันตรายละ เราไปเด้าเค้า

อ พอเด้าเค้าปั๊บ subconscious เธอพังเลย

หมายถึงว่าเราอ่ะ เลือกสิ่งดีๆให้ตัวเองเถอะ ถูก ทุกอย่างเลย ทุกมุมมอง คือต่อให้เรารู้ว่าโอเค เราอาจจะซื่อสัตย์กับตัวเองว่าบางทีเราไม่ได้รู้สึกดีกับสิ่งนี้ แต่จงเลือกมองพลิกมันให้ถูก

ออ ค่ะ สมมุติเธอเจออะไรบางอย่างเนี่ย มันมีดีและร้ายเนี่ย คนทั่วไปอ่ะมันจะเห็นเรื่องร้ายก่อน แต่เราอ่ะเห็นเรื่องดีก่อนอ่ะ มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเธอเห็นเรื่องดีก่อน คนอีกกลุ่มนึงที่เป็นมังกรขั้นสูงอ่ะ มองมา สมมุติเด็ก 5 คนเนี่ย 4 คนเนี้ยเห็นแต่เรื่องร้าย เด็กคนนี้มองเรื่องดี คิดว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เลือกใครก่อน

คนที่มองดี

ปู่ ค่ะ ผู้ใหญ่เกรด A ด้วยนะ ผู้ใหญ่มีหลายเกรด ผู้ใหญ่กิ๊กก๊อก ผู้ใหญ่ไส้เดือนก็มีใช่ มั้ ค่ะ แต่ผู้ใหญ่ระดับมังกรขั้นสูงก็เห็นนะ คนนี้คนนี้พาไปฝึกได้ คนนี้พาไปเติบโตได้ อย่าลืมนะ เวลาในโลกใบนี้มีจำกัด ทรัพยากร มันก็ต้องก็ต้องเลือกคนน่ะไม่ใช่ว่าจะช่วยทั้ง 4 คนได้ ก็เลือกคนที่ใช่ขึ้นไปก่อน

ทีนี้เมื่อกี้ค่ะ อ่า แพนด้าอยากถามอาจารย์เพิ่มตอนที่ตอนที่อาตอาต่าย แหมเรียกอาจารย์อีกแล้ว ตอนที่อาต่ายพูดถึงปลาเน่าตัวเดียว คือมันจะมีอีกมุมนึงคือในกรณีที่โอเคเรา เราต้องเลือกคนที่อยู่รอบตัวเราให้ดีใช่ มั้ค่ะ แต่ในอีกกรณีนึงถ้าเราล่ะอยากจะเป็นคนที่ดีให้คนรอบตัวเราแล้วเราไปฉุดเขาขึ้นล่ะ อย่างเงี้ย มันดีมั้ย หรือว่ามันอันตรายกับเราอยู่อ่ะค่ะ

อ งานวิจัยบอกเลยว่าถ้ากลุ่มกลุ่มไส้เดือนอย่างเงี้ย แล้วมังกรไปอยู่เนี่ย มังกรจะค่อยๆกลายเป็นไส้เดือน แล้วยิ่งพยายามไปช่วยไม่มีทาง

อื ค่ะ ยากมากฮะ ยากมาก แต่ถ้าเราเป็นไส้เดือนแล้วไปอยู่กลุ่มมังกร แล้วให้มังกรติวให้พูดอะไรให้ แป๊บเดียวเป็นมังกร

อื เร็วกว่าอีก

ค่ะ เร็วกว่าเยอะเยอะเลย อย่างอาต่ายเอง สมมุติตอนอายุ 35 นะ กลุ่มเพื่อนก็จะเป็นผู้ใหญ่ อายุ 50 หมดเลย เห็นมั้ เป็นผู้ใหญ่กลุ่มประเภทเป็นผู้บริหาร เป็นนักธุรกิจ เป็นคนอะไรที่พูดจาแบบมองโลกดีๆ ถามว่าเรื่องร้ายทุกคนเห็นมั้ย ทุกคนรู้ แต่เขาไม่พูด ไม่ใช่เขาไม่เห็นเรื่องร้ายนะ เค้าเห็นแล้วเขาเลือกที่จะไม่พูด แต่เขาไปคุยเรื่องดีกันก่อน แล้วก็ไปข้างหน้ากันขึ้นเร็วกว่า แต่ตอนนี้ 60 กว่าก็จะครบเพื่อนอายุ 35 ก็สลับกัน เพราะโลกมันเปลี่ยนไป

อื ค่ะ คำนึงที่อาจารย์เอ่อมักจะเน้นก็คือ คำว่าไปข้างหน้า คิดให้ไปข้างหน้า ใช้ชีวิตให้ไปข้างหน้าเนาะ

ทีนี้อยากถามอาจารย์อย่างนึงค่ะ คือแพนด้าอยากรู้ว่าเราอ่ะ ในฐานะปุถุชนคนทั่วไปอ่ะค่ะ จริงๆแล้วเราอ่ะศึกษาธรรมะกันไปทำไม ถ้าสมมุติว่าเราไม่พูดถึงลำดับขั้นต่างๆ

อื มีคนถามอาจารย์เยอะนะ ศึกษาธรรมะทำไม ทำไม ใช่มั้ ธรรมะมันก็แปลว่า fact อ่ะ ความจริงอ่ะ คนไม่รู้ความจริง ทำอะไรก็ล้มเหลวอ่ะใช่ มั้ จริงๆแล้วศึกษาวิทยาศาสตร์จนพบว่าน้ำ มาจากไฮโดรเจนบวกออกซิเจนใช่มั้นั่นก็ ธรรมะแล้วนะ แต่เป็นธรรมะวิทยาศาสตร์ไง แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้า หรือศาสดาองค์ใดในโลกเนี่ย ซึ่งดีทุกองค์สอนให้รู้ความจริงเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์น่ะ ความเป็นคนน่ะ การที่จะทำให้จิตใจมันเบิกบาน การที่จะไปช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อให้โลกนี้มันเป็นสันติภาพ มันก็เป็นสัจธรรมใช่มั้ย อย่างพระพุทธเจ้าทรงเจอสัจธรรมอ่ะ เพื่อให้ปลอบใจตัวเองได้ง่ายๆเลย หรือให้เข้าใจให้ได้ง่ายๆว่าทุกอย่างในโลกใบเนี้ย มันอนิจจัง มันไม่เที่ยง มันไม่ยั่งยืน มันไม่มีจริง ถ้าใครไปจับปั๊บ มันก็จะทุกข์อะไรอย่างเงี้ย

อื มันก็เป็นธรรมะ

ค่ะ ทีนี้เราไปติดภาพพจน์เนี่ย มันมีมนุษย์บางคนเนี่ย วางตัวเป็นนักธรรมะ พอเป็นนักธรรมะแล้วฉันสูงส่งกว่าทุกๆคน อันนี้น่ากลัวมากเลย ไอ้พวกเนี้ย ไอ้พวกนี้คือพวกติดดี คือบางทีชีวิตเค้าไม่เคยทำอะไรสำเร็จมาเลยนะ วันนึงอ่ะเค้าไปอ่านหนังสือธรรมะมามากกว่า เพื่อนกลุ่มเค้า แล้วพอเขาย้อนกลับมาในกลุ่ม กลุ่มอ่ะมันดูเท่มั้ย

อื มันรู้ ใช่ แต่พอกลับมาเข้ามาในกลุ่มอ่ะ ก็ไปตำหนิว่าอย่ากินเหล้า อย่าคือฉันคือยกตนข่มท่านหมดเลย ไอ้คนสอนธรรมะแบบเนี้ย อันนี้เรียก ว่าติดดี แก้ยากมากฮะ แล้วไอ้คนที่มันยังไม่มาทางสายธรรมะ พอไปเจอไอ้พวกสอนธรรมะแบบเนี้ย ก็มองว่าธรรมะไม่ใช่ธรรมะ ไม่ตอบโจทย์

แอนตี้ไปแล้ว

ก็เลยเออ แอนตี้ ก็เลยถามว่าคนที่ยังเกลียดธรรมะ ยังอยู่ในฝูงไส้เดือนอยู่หรือเปล่า

อือื ทำไมไม่อยู่ในกลุ่มที่เค้าเป็นมังกร กลุ่มที่เค้าอัพไปอีกเลเวลนึงใช่มั้มันก็จะ ติดไม่กล้าออกจากกลุ่มเดิม เพราะกลัวกลุ่มเดิมไม่ยอมรับ มันมีปมทางจิตวิทยามันเยอะมากเลย มันเป็นปมที่ว่า ถ้าฉันแตกต่างออกไป ฉันจะสูญเสียความรัก ถ้าฉันแตกต่างออกไป ฉันจะไปข่มคนอื่นอะไรเงี้ย ก็เลยติดอยู่กับกลุ่มไส้เดือนงี้ไปเรื่อยๆ

ไม่ออกมาเป็นมังกรสักที

ค่ะ แล้วมันก็ดันมีไอ้มังกรไม่ใช่มังกรนะ ไส้เดือนตัวปลอมกลับมาสอนธรรมะ แบบข่มๆนะ

อื อ้าว สมมุติคนนึงกำลังติดเหล้าอยู่

ค่ะ เธอว่าถ้าคนธรรมะที่ดีก็ทำไง จะสอน หรือว่าเค้าไม่สอน

อื ถ้าคนอื่นพูดอย่างเหมือนกัน แพนด้าก็ไม่รู้ว่าความรู้ที่แพนด้ามีอ่ะคือดีหรือเปล่า แพนด้าก็แค่อาจจะบอกเขาเตือนด้วยความหวังดี แต่สุดท้ายเขาจะเลือกอะไร

ทันทีที่เตือนด้วยความหวังดี อันนี้ก็ไม่ได้ subconscious คนขึ้นมาต่อต้านทันที เดี๋ยวจะจะกินมากกว่าเดิม อ๋อ ค่ะ แล้วเราควรทำยังไงคะ

อ่ะ ไงนี่ธรรมะฮะ ถ้าเป็นธรรมะจริงเนี่ย มันต้องไปศึกษาว่าเค้าช้ำใจอะไร

อื ทำไมถึงกิน ใช่

ค่ะ บางคนน่ะ ที่อันต่ายเป็นโค้ช หรือเป็นนักจิตวิทยา ช่วยให้เขา บางทีเค้ากินเหล้าเพราะเขาช้ำใจเลยบางเรื่อง แค่เอาเหล้ามาเป็นตัวกลบ แต่เหล้าเป็นยาเสพติดไง พอใช้ไปบอดมันก็เลยติดนะ สุดท้ายจริงๆเค้าสูญเสียคุณค่าอะไรบางอย่างในครอบครัวเค้า

อื แทนที่เราจะไปนั่งชมเค้าว่าเฮ้ย ความยาก คือไปหาข้อดีเค้าไงว่าจริงจริงๆแล้ว เฮ้ย คุณมีข้อดีเยอะแยะเลย คือเค้าไปหลงอยู่กับเรื่องที่โดนคนอื่นตำหนิหมดแล้ว เก็ไปเมา หรืออย่างบางคนเนี่ย ตัวเองไม่มีอะไรดีสักอย่าง แล้วพอกินเหล้าปั๊บ มันดูเท่ คือเวลาไส้เดือนกินเหล้ากัน มันก็เป็นหมู่ไส้เดือนกันถูกมั้ย จริงๆแล้วไอ้คนที่กินเหล้าอาจจะเป็นมังกรก็ได้นะ มันก็เลยไปอวดให้ไส้เดือนเห็นว่าฉันน่ะเจ๋ง เนี่ยกินเหล้าจริง ไม่ได้กินเพราะอะไรฮะ กินเพราะต้องการสายตาของทั้งห้องมองว่าเอ็งเจ๋ง ปมปมชื่อ significance

อื เรียบร้อยเลยฮะ

งั้นเราในฐานะคนที่จะเข้าไปช่วยเขาอ่ะ นี่คือธรรมะแล้วนะ คนที่เข้าใจคำสอนของพระศาสดาแต่ละศาสนาเนี่ย สอนสอนเรื่องดีๆ งั้นรักเขาก่อน ถ้ารักเอย่าเพิ่งตำหนิ เราอาจจะตั้งคำถามง่ายๆเลย เฮ้ย คุณก็มีดีตรงนี้นี่ สุดท้ายก็พบเลยว่า อ้าว 1 ไปอวดฉลาดกับผิดกลุ่ม ไอ้คนกลุ่มนี้ไม่ควรคบด้วยตั้งแต่แรกแล้วไปคาดหวังให้สายตามันมาชมเรา

อื 2 เราเป็นมังกรนี่หว่าเฮ้ยเรามีดีนี่ หว่าทำไมทำไมเราไม่เอาดีอันนี้ออกไปช่วยเหลือสังคม ทำอะไรได้เยอะแยะ

ค่ะ สุดท้ายสุรามันก็เป็นตัวหลอกตัวนึงเท่านั้นเอง ให้หน้าด้านขึ้น

พอหน้าด้านขึ้นมันก็จะสามารถทำอะไรแปลกๆ บ้าๆบอ

สังเกตคนกินเหล้าที่เค้าเข้าแบบแย่ๆเลยนะ จะขี้โม้ขี้คุย แล้วก็ไปทำชั่วได้ อ้างว่าเมา อะไรเงี้ย จริงๆไม่มีทางหรอก มันรู้ มันรู้ว่ามันทำชั่ว แต่เนื่องจากคนทั้งโลกไม่เคยสนใจว่ามันมีค่าไง ไม่มีใครเห็นวารู หรือคุณค่าของเค้า ในเมื่อไม่มีใครเห็น ประชดมันซะเลย

อื ว้าว เสร็จแล้ว แล้วแพนด้าไปเจอเค้า ก็เลยตำหนิว่าเนี่ย ศีล 5 บอกว่าอย่ากินเหล้า ไปกันใหญ่เลยมั้คะ

ค่ะ สุดท้ายก็ยังสุดท้าย แพนด้าก็ยังไม่เห็นคุณค่าเค้าอ่ะ

โอเค หนูเข้าใจ เอ่อ คืออาจารย์กำลังจะบอกว่าบางครั้งเราอย่ามองแค่ action ภายนอก ใช่ แต่อาจารย์กำลังจะให้มองเข้าไปที่รากของมันว่า

เฮ้ย เก่งมาก เป็นราก

ราก รากที่เขาทำสิ่งนี้ออกมา ใช่ค่ะ แต่ว่าทีเนี้ย การจะมองมองแบบนั้นได้ มันจำเป็นต้องมีความรู้นะคะ และความเข้าใจด้วยอ่ะ

ใช่ ก็ต้องมาเรียน เรียนจิตวิทยา เรียนธรรมะ กับคนที่ใช่ [เสียงหัวเราะ]

เค้า พอพูดถึงธรรมะอ่ะ นึกถึงอะไร ประวัติพระพุทธเจ้าก็ไม่ใช่ล่ะ พอธรรมะปั๊บ ก็เริ่มต้นด้วยอะไรอ่ะ พระสูตร 1 พระสูตร 2 มานั่งท่อง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ปฏิจจสมุโอ้โห มากันเต็ม พอพูดถึงธรรมะปั๊บ ต้องไปสวดมนต์ เออ ตกลงมันเห็นสัจธรรมจริงๆที่เกิดขึ้นในจิตใจมนุษย์มั้ย

อื ค่ะ ไม่เห็นเลยอ่ะ

เอ่อ แพนน่ากำลังเข้าใจว่าคือสมมุติว่าในกรณีอย่างเมื่อกี้ ถ้าเราอยากจะช่วยให้ใครสักคนดีขึ้นจริงๆ มันอาจจะไม่ใช่แค่เราไปบอกว่าอะไรคือสิ่งที่ดี แต่มันคือการที่เหมือนก็เข้าไปอยู่ในใจม ไปนั่งข้างๆเขา อ่ะ ไปเห็นใจ ไปเป็นเพื่อนมนุษย์จริงๆว่า

อะไรทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ คิดแบบนี้ ทำแบบนี้มากเลย

แพนด้าเป็นเร็วมาก ลูกเนี่ยธรรมะ

ออ เมื่อกี้แพนด้าพูดคำนึงชอบมากเลย คือเข้าไปเข้าใจ เข้าที่ไหน เข้าสมองหรือเข้าใจ

ใจ

ถูก เข้าตรงเนี้ย บางทีเหตุผลหรือตรรกะมันใช้ไม่ได้

ห้ามใช้เด็ดขาด ฉลาดมาก แพนด้า

ค่ะ ใช่มั้ย

ค่ะ คือมนุษย์เราอ่ะ อย่างแฟนกันน่ะ เวลาทะเลาะกันน่ะ ถ้าใช้เหตุผลนะ ทะเลาะกันไม่จบอ่ะ

แต่ถ้าใช้ความรู้สึกว่าเราจะ connect ซึ่งกันและกัน รักกันนานกว่านะ

อื อ่ะ สมมุติทะเลาะกับแฟนอ่ะ แฟนหงุดหงิดๆ เงี้ยอ แล้วก็บอกว่าอื รับทราบถึงความรู้สึกของเธอแล้ว ต่างกันมั้ย [เสียงสูดหายใจ] แล้วเดี๋ยวเราจะรอรอให้สารคอร์ติซอล [เสียงหัวเราะ] ไอ้พวกฮอร์โมนชั่วร้ายมันหมดไปก่อน แล้วเราคุยกัน งั้นคนญี่ปุ่นเนี่ย เวลาทะเลาะกับแฟนเนี่ย เค้าจะไม่พูดกันเลย จนกว่าเค้าพบว่าสารร้ายๆเนี่ย มันลบลงแล้วเค้าถึงจะคุยกัน

เรอ ค่ะ แต่เราไม่ได้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

คืนนี้เธอทั้งต้องคุยกันรู้เรื่องแล้ว คำพูดพวกนี้พอมันปล่อยออกมาตอนที่คอร์ติซอลทำงานเนี่ย วันหลังจะมาเสียใจกันนะ มานั่งชวนหย่ากันอย่างเงี้ย เลิกกันเหอะ แล้วก็เลิกกันตอนนั้นจริงๆ

อื กับไอ้เรื่องเรื่องโง่ๆง่ายๆนิดเดียว บางทีผู้ชายหรือผู้หญิงนะ คู่ของเราเนี่ย ทำความดีมา 99 ครั้ง เค้าแค่พลาดแค่ครั้งเดียว หย่ากันเลย เลิกกันเลย มันลืมมองว่าไอ้ 99 เรื่องที่เคยช่วยกันมา เพราะอะไร เพราะไม่รอ ไม่รอให้จิตมันสงบ เห็นนะคนที่พูดว่ารอให้จิตมันสงบเงี้ย ใช่ธรรมะมั้ย

อื แล้วธรรมะมันก็คือความจริง ที่มีการวิจัย มีการค้นคว้า แต่เราอ่ะส่วนใหญ่จะไปเรียนทางสายวิทยาศาสตร์ เชิงเชิงวิทย่ะ เชิงสร้างวัตถุ เชิงสร้างอะไรพวกเนี้ย เราไม่ยอมเรียนวิทยาศาสตร์สายสร้างจิตใจไง เราเป็นวิทยาศาสตร์สายสร้างวัตถุ ทะเลาะกันตายเลย

เห็นบางอย่างอีกแล้วค่ะ [เสียงหัวเราะ]

ใช่อันนี้เป็นสังเกตเก่ง

ค่ะ อยากรู้ว่าคือสังเกตมาจากชีวิตประจำวันด้วย จากการที่ได้สัมภาษณ์ ได้ฟังเรื่องราวจากหลายๆท่านด้วยว่า บางครั้งแล้วเราสูญเสียบางอย่างไปเพราะอัตราตัวตนเรา อย่างกรณีเมื่อกี้ที่ทะเลาะกันจริงๆแล้วปัญหาบางอย่าง ณ ตอนนั้นน่ะ ด้วยความที่มีอัตราทั้งคู่

มันยอมกันไม่ได้ มันก็เลยทำให้ต้องชนต้องหาคำตอบในตอนนั้นใช่มั้คะ แต่ถ้าสมมุติว่า คือแพนด้าแค่กำลังมองว่าบางครั้งถ้าเราลองยอมลดอีโก้ หรือว่าอัตราตัวเองลงอ่ะ บางทีมันไม่ได้มีอะไร

ไม่มีอะไรเลย ถูกต้อง แพนด้า พุทธถูกๆ

ค่ะ อือฮึ แต่ก่อนทะเลาะกัน ลองลองหยุดนิ่งๆ เงียบๆ ไป จริงๆผู้หญิงเก่งกว่านะ

อือ ผู้หญิงบางคนเค้าเงียบอ่ะ ผู้ชายก็ตีความว่างอนจริงๆ ผู้หญิงอ่ะจะไม่ได้งอนนะ

ค่ะ เค้า รอให้ผู้ชายหายบ้าก็ได้

ใช่มั้ ค่ะ เออ เนี่ย ผู้หญิงฉลาดๆจะรอจังหวะ เป็น เดี๋ยวผู้ชายมันใจร้อนไง เป็นเรื่องทุกทีอ่ะ

แต่หลายๆอย่างที่ฟังอาจารย์พูดมา มันใช้เวลาฝึกที่กว่าเราจะไปถึงจุดที่เราจะเตือนตัวเองได้ขนาดนั้น ก่อนที่จะแอคชั่นอะไรอ่ะค่ะ

ต้องมีโค้ชฮะ ดูจีโน่นะ นักกอล์ฟไทยที่เก่งมากๆเลย เขาก็ยังมีโค้ช ฝึกแล้วโค้ชเนี่ย ไม่ได้ฝึกแค่แค่ตีกอล์ฟนะ ฝึกจิตใจด้วย ความแข็งแกร่ง การทำใจ โอโห โปรหญิงไม่หมูนะ มันฝีมือมันแข่งกันสูงมากเลย ต้องมีต้องมีโค้ชถูกมั้ย

ค่ะ แล้วถามว่าแล้วชีวิตครอบครัวของเรามีโค้ช มั้ย มาแต่งงานกันมีโค้ชมั้ย ไม่มี

ใช่ เรียนรู้เอง แล้วพ่อแม่เราก็ไม่มีโค้ช บางทีแม่สามีก็โรคประสาทอ่อนๆไง ใช่มั้ หรือแม่ฝั่งแม่เราเองก็ปากด่าทั่วไปหมดแล้ว แล้วเรา 2 คนพอแต่งกันปั๊บ มันก็ไม่มีโค้ชอ่ะ มันเหมือนอยู่กันแบบประมาทอ่ะ อยู่กันแบบไม่ใช่มืออาชีพอ่ะ อยู่กันแบบมือสมัครเล่นน่ะ แล้วก็ทะเลาะกัน หย่ากัน หรือมีลูกด้วยกันแล้วยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่อีก สุดท้าย

หนูเชื่อมั้ย แพนด้าเชื่อมั้ยครับว่าอัน subconscious คนเชื่อน่ากลัวขนาดไหน ถ้ามันฟังแต่เรื่องรบๆ เรื่องด่ากัน เรื่องจับผิดกันนะ มันถ่ายทอดจากปู่ไปสู่พ่อ จากพ่อไปสู่ลูกเลย จากยายไปสู่หลานเหลนเลยนะ มันกลายเป็นมรดกของครอบครัวเลย

คือมันไปกับ DNA เหรอคะ

ไม่ มันไปกับอารมณ์ มันไปกับ

การถ่ายทอดต่อๆ

อคช [เสียงกระแอม]

อ๋อ อ่ะ สมมุติว่าอาจารย์พาแพนด้าไปเลี้ยงในบ้านที่ทะเลาะกันทั้งวันเ่ะ คิดว่าจิตใต้สำนึกของเธอรับไปเยอะมั้ย แล้วเธอจะไม่รู้ตัว พอมีลูกเป็นของตัวเอง จะมีบางช็อตอยู่ๆ ก็ไม่รู้บ้าอะไรขึ้นมาเหมือนกันเฉยเลย

ค่ะ อย่างสมมุติว่าแม่เวลาทะเลาะกับพ่อขว้างช้อนขว้างปั้งๆ เราก็เกลียดนะ ไม่อยากทำ แต่พอเห็นบ่อย วันนึงพอหนูแต่งงานแล้วมีลูก มันแทบจะอยากจะขว้างช้อนซ่อมขว้างจานเหมือนแม่เปี๊ยะเลยอ่ะ

ค่ะ ถ้ารู้ตัวแล้วล็อคได้ ก็มันแค่ subconscious คือไม่ลึกมาก แต่ถ้าไม่รู้ตัว ก็เป็น unconscious เลย

อือฮึ ลึกซึ้งมาก น่ากลัว

ถ้าคนที่กำลังฟังอยู่อ่ะค่ะ เขารู้สึกว่าอาจจะคือมันต้องใช้หลายๆอย่างเหมือนกัน ที่จะเข้าใจตัวเอง หรือว่ารู้ได้ว่าตัวเองโตมาแบบไหน แล้วทำไมทำให้เราเป็นคนแบบนี้

อ มันมีอาชีพนึงนะ ซึ่งในต่างประเทศตัวเนี้ย คนแย่งกันเรียนเยอะมากเลย จิตวิทยา คือบ้านเราเนี่ย อะไรก็เหมาะกับวิศวะ พอใครไปเรียนจิตวิทยาก็บอกว่า ไอ้พวกเรียนไม่เก่ง

อื ใช่มั้

ค่ะ หรือพวกเรียนเก่งๆไปนิเทศ อย่างหนูเงี้ย คะแนนสูงๆอย่างเงี้ย แต่ว่าแต่หนูรู้มั้ยว่าโลกปัจจุบันเนี้ย มันเต็มไปด้วยวัตถุ มันเต็มไปด้วย AI จิตใจจะตกต่ำหมดเลย สุดท้ายบ้านแตกสาแหรกขาด ทะเลาะกันวุ่นวาย สงครามจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นคน ที่เขารู้ทันเรียนไปเป็นนักจิตวิทยา ไปเป็นโค้ช เป็น mentor เค้าก็มาสอนผู้คน เพราะนั้นมันไม่แปลกเลยนะ ที่คู่สามีภรรยาจะไปหานักจิตบำบัดที่โรงพยาบาลก็มี ชั่วโมงไม่กี่ร้อยบาท อย่างอาต่ายอยู่บริษัทข้ามชาติ ใหญ่ๆเลยเนี่ย เรามีนักจิตวิทยาบำบัด เนี่ยประจำที่บริษัทเลยอ่ะ ใหม่ๆก็เข้ามาปรึกษากันเต็มเลยนะ ตอนนี้นางนั่งตบยุงแล้ว เพราะมันหายแล้วไง

ใช่ ก็อย่างมากก็มีพนักงานใหม่เข้ามา ก็ค่อยๆ ติวๆอยู่ พอเราจัดการบริษัทเราได้ เราก็ไปจัดการบริษัทลูกๆของเราต่อเนี่ย แล้วผลออกมานะ ผลิตภาพ หรือของเสียเนี่ย ลดลงทุกอย่าง ลดลง มันดีหมดเลย มันไปแก้ปัญหาโรคจิต แต่เราอ่ะไปบ้า AI ทุ่มเข้าไปวัตถุ ออโตเมชั่น ใส่เข้าไป มีปัญหาก็นั่งคุยๆ ทะเลาะกัน แต่ไม่เห็นว่าสภาวะจิตใจตอนนั้นมันยังไม่พร้อมคุยกัน ก็จะดั้นด้นคุยกันให้จบ เพราะคนที่เรียนจบสายวิทย สายอะไรก็แล้วแต่ ไม่เป็นหมอ เป็นวิศวะ เป็นบัญชี มันมันเข้าไปไม่ถึงข้างในไง มันเป็นมันเป็นวิทยาศาสตร์เปลือกๆอ่ะ แล้วก็เป็นวิทยาศาสตร์ข้างใน ส่วนคนไปเรียนธรรมะ มันก็ได้ มันก็มีดีหลายคนน่ะนะ แต่ไปแล้วมันไปไม่ถึงใจไง มันเป็นธรรมะเชิงสมอง เชิงเปลือก มันไม่ใช่เป็นธรรมะที่เข้าไปเห็นตัวเองข้างในไง แล้วก็ไม่เข้าใจ พุทธเจ้าก็บอกอยู่แล้วว่า 1 ละอกุศล ทำกุศลให้มากไว้ นี่ไงปิยวาจาที่คุยกันเมื่อกี้ ทำกุศลให้มากไว้ สุดท้ายใจมันจะผ่องใส 3 คำเอง พระพุทธเจ้าสอนง่ายๆ แค่ 3 คำเอง

แต่เราก็ไม่เอากัน เราก็ใส่แต่อกุศล คนนั้นผิด คนนี้เลว คนนั้นใช่ คนนี้ไม่ใช่ เราตัดสินกันเร็วมาก เรากันเร็วมาก เราแทบจะไม่หยุดแล้วมองว่าอ่ะ อย่างที่แพนด้าพูดเมื่อกี้น่ารักมากเลย ก็คือเค้าเรียกนะ ไปอยู่ อีกฝั่งนึงอ่ะ

ไปอยู่ในเข้าใจคำ

เออเออ ไปเราไป empathy ไปเข้าใจความรู้สึก

ค่ะ ไอ้ไอ้วิธีคิดจะไม่ใช่ ซึ่งผู้หญิงทำได้ดีนะ โอเคมั้

ค่ะ เออ ผู้ชายบางคนก็ทำได้ [เสียงหัวเราะ] อยู่ที่คน

อยู่ที่คนละฮะ

ค่ะ ทีนี้อยากถาม อ่า อาต่ายว่าทำไมอ่ะ บางคน ที่เขาบอกว่าศึกษาธรรมะ หรือว่าใช้ธรรมะ แต่ชีวิตเค้าอ่ะ เป็นคนบอกเองว่าเค้าศึกษาธรรมะนะ แต่เขาก็ยังทุกข์อยู่ค่ะ

อ่านี่ไง มันต้องถามว่าศึกษาธรรมะอย่างไร กับใคร ขยันหรือไม่ หรือไปเรียนธรรมะแบบ format เป็นรูปแบบ หรือไปเรียนธรรมะแล้วไม่เข้าสู่ feeling ความรู้สึกเนี่ย มันเป็นธรรมะแบบเข้าสมอง อ่ะ คือเรื่องทางโลกมันก็เต็มไปด้วยสมองอยู่แล้วใช่มั้ พอไปเรียนธรรมะก็ไปรู้แต่เรื่องสมอง สมองแล้วบางคนไปนั่งสมาธิ มันก็แค่พักสมอง แต่มันไม่เรียนรู้เข้าใจเข้าไปที่ใจ เข้าไปศึกษาเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับใจของเรา ไม่ได้สนใจ ก็ไปสนใจแต่เรื่องประวัติศาสตร์พุทธ พระสูตรพุทธ หรือไม่ก็ นั่งสมาธิหนีไม่ไปเลย หลายคนสังเกตมั้ย ไปปฏิบัติธรรม อู้หูนั่งสมาธิมา 15 วัน พอ กลับมาทำงานที่บริษัท ก็จี๊ดวี๊ดเหวี่ยงเหมือนเดิมอ่ะ

อื ไปไม่ถึง

ค่ะ อาจจะระบบเรียนรู้ไม่ดีพอ เป็นคนที่ฟังอะไรแล้วไม่ฝึก หรือไม่ก็เชื่อจนแบบไม่ถามคนสอนเค้าอ่ะ

ค่ะ หรือไม่ก็เลือกคนสอนผิดอีก โอ้มันมีตัวแปรเยอะมาก ที่ทำให้การปฏิบัติธรรมมันไปไม่รอดน่ะ ผิดตั้งแต่เลือกครูผิด อันที่ 2 ขี้เกียจ อันที่ 3 ฝึกแบบมักง่าย อันที่ 4 ฝึกเพื่ออวดชาวบ้าน ไว้ฉันไปฝึกอย่างเงี้ย มันก็มีกุมีตัวแปรเยอะ

พอพูดแล้วมันก็หลากหลายมากเลย ทีนี้แพนด้าก็อยากถามอาต่ายว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรมถูก แล้วก็การปฏิบัติธรรมมันอยู่ในชีวิตประจำวัน ทีเนี้ยเราจะไปถึงจุดนั้นได้ยังไง สำหรับหลายๆคนที่อาจจะยังต้องบอกว่าบางคนเข้าใจว่าธรรมะ หรือการปฏิบัติธรรมหมายความว่าเราต้องไปเข้าวัด หรือต้องมี period ทำช่วงนึง ที่แบบโอเค ฉันไปปฏิบัติธรรมนะ แต่จริงๆแล้วค่ะ เป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรมอ่ะ เพื่อให้มันเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของเราอ่ะค่ะ

อ้า พูดถูก คือไอ้ mindset หรือไอ้จิตใจของเราเนี่ย ที่มันเป็นทุกข์ทุกวันเนี้ย เราคอนโทรลได้ ไปเพื่อที่จะไปคอนโทรลอารมณ์ตัวเองให้เป็น บางคนเนี่ยไม่เคยเข้าวัดเลย อ่ะ คุมอารมณ์ได้ อันนี้ก็เรียกว่าปฏิบัติธรรม เราไปติดกับ format ไง ปฏิบัติธรรมต้องไปวัด โอ้โหมันเป็นหมากสูตรเลยอ่ะ มันกลายไปเป็น มันใช่เหรอ

ใช่มั้ คือคือเราชอบมองอะไรง่ายๆอ่ะ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ไปวัด ไม่ใช่เลย ไม่ใช่เลย อาจารย์พุทธทาสบอกว่าอ่ะ ไปวัดก็ดีเหมือนกัน ถ้าเจอครูบาอาจารย์ที่ใช่เนี่ย คือหาครูบาอาจารย์เรากลับมาเนี่ย เราสามารถมาฝึกในที่ทำงานได้ เอาง่ายๆ 7 วันแรกเนี่ย ห้ามห้ามวีน ห้ามเหวี่ยง ทำได้มั้ย ถ้าทำได้ จิตใจเรายกระดับอีกขั้นนึงเลย ไม่หาเรื่องใคร ไม่มองข้อเสียเค้า มองแต่ข้อดีเค้า มันฝืนนะ เพราะเราจะเป็นปากไว เราด่าชาวบ้านเก่ง มันจะฝืนมาก จะมีเสียงในหัว ไอ้ไอ้ตัวเสียงในหัวเนี่ย ถ้าเรารู้ทันเสียงในหัว นี่ก็เรียกว่าปฏิบัติธรรม

อื ไอ้การรู้ทันเนี่ย ภาษาทางพุทธเเรียกว่ามีสติ

ค่ะ ทันทีที่เรามีสติรู้ทันความคิด มีสติรู้ทันจิตใจของเรา มันจะได้คะแนนสติสะสม อ้า แล้วคะแนนสติสะสมเนี่ย ถ้าเราดูในละครแนวตั้งของจีนเห็นมั้ย

ค่ะ พอเราเก็บคะแนนสติสะสมได้ปั๊บ ระบบจะให้รางวัล [เสียงหัวเราะ]

อื ใช่มั้

ค่ะ อันนี้เนี่ย ถ้าพูดเป็นภาษาบาลีก็คือ มหาสติปัฏฐาน 4 มันจะมีสติสะสม พูดบาลีไป หรือจะยาวกว่าใหญ่เป็น พละ 5 อินทรีย์ 5 มันคือระบบจะให้คะแนนเรา วันนึงวันนึงที่ เราเก็บสติสะสม สะสมนะ รู้ใจ รู้ความคิด รู้ใจ รู้ความคิด รู้ร่างกาย รู้ลมหายใจ เก็บเลย เห็นตัวไหนชัด เห็นตัวไหนชัด ก็เก็บคะแนนสติของกาย ของใจ ของความคิดไปเรื่อยๆ พอเต็มร้อย สมมุติเต็ม สมมุติแต้มมันเต็มร้อย ปั้ง ก็ระเบิดตัวเองเป็นพระโสดาบัน แค่นั้นเอง ฮะ

อือื ง่ายๆเลยไง

อื ง่ายๆเลย เพราะงั้นคนจบ ป.4 คนที่ไม่ได้เรียนหนังสือก็บรรลุธรรมได้ แต่ดอกเตอร์ไม่ค่อยได้

เพราะ

มันคิด

ค่ะ มันคิดเยอะแล้วไม่เห็นใจตัวเอง

อื แพนด้าเชื่อมั้ย คนบางคนน่ะ เป็นดอกเตอร์ เป็นศาสตราจารย์น่ะ ถามว่าเคยเห็นความรู้สึกตัวเองมั้ย ตอบไม่ได้ มีเหตุผลตลอด คือสมองมันมีชุดนึงเรียกว่าสมองใช่มั้ย

ค่ะ แต่จริงๆแล้วตัวใจ ตัวความรู้สึกมันเป็นอีกชุดนึงนะ

อื มันเป็น CPU คนละชุดกัน แต่ทั้งชีวิตเค้า อ่ะจนจบเป็นศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ วิศวะ หรือแพทย์อะไรก็แล้วแต่ ไม่เห็นไม่เห็นความรู้สึกตัวเองเลย แล้วความรู้สึกตัวเนี้ย จะทุกข์ หรือสุข หรือจะเข้านิพพานอะไร มันอยู่ ที่ตัวนี้ไง ไม่เห็นไง เอาความคิดไปดับทุกข์ ก็ยิ่งทุกข์กว่าเดิมอีก ยิ่งคิดยิ่งทุกข์ เถียงกับใครก็มีแต่ความคิด จนเมียเบื่อเลยอ่ะ ไม่มีไม่มีครั้งใดเลยที่เมียเถียงชนะได้อ่ะ สงสารเมียเค้ามั้ย เพราะศาสตราจารย์ ดอกเตอร์แบบนี้มันไม่เข้าใจจิตใจข้างใน เธอดูคนต่างจังหวัดบางทีน่ารักนะ ยกตัวอย่างเช่นนะ อาจารย์เพิ่งเจอล่าสุดเนี่ย คนกรุงเทพฯเนี่ย ก็ไปต่างจังหวัด แล้วก็เปิดเพลงเมา ร้องดังจนกระทั่งชาวบ้านแทบจะนอนไม่ได้อ่ะ ถือว่าถ้าสลับกันนะ คนกรุงเทพฯเป็นชาวบ้าน จะด่าไอ้พวกมาร้องเพลงพวกนี้มั้ย

ด่า ถ่ายลงโซเชียลแล้ว

เออ แต่คนต่างจังหวัดไม่

ค่ะ เค้า น่ารักมาก เค้าพูดว่าไงรู้มั้ย อื นานๆทีเได้พักผ่อน ฉันก็ดีใจ สวยมั้ย

ค่ะ นั้นความมีน้ำใจของคนต่างจังหวัดหลายๆ ครั้ง อันนี้เรียกปฏิบัติธรรม

อื น่าจะเป็นยายยายยายแก่ๆคนนึงเลยก็ได้ แต่คำพูดมันออกมา เออ กันไปเถอะ เดี๋ยวกลับไปมันก็ทุกข์ มาระบายที่นี่เนาะ

ค่ะ ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็เดี๋ยวไปนอนกลางวันเอาเนี่ย มีความเมตตา มีความรักที่ให้นั้นคนแบบเนี้ย มันก็บรรลุธรรมง่ายกว่านะนะ มันอาจจะไม่ต้องรวยอะไรมากมาย แต่เค้ารวยสติ

อื มันเป็นเรื่องของใจซะส่วนใหญ่เลย

100% เลยลูก

100% เลย

ใช่เลย

ค่ะ หาใจเจออ่ะ หาใจเจอก็เป็นสุขแล้วอ่ะ

เพลงเป็นเพลง

เพลงทะเลใจอ่ะ

อุ้ย หนูชอบเพลงนี้มากค่ะ

อ่า ใช่มั้ หนูเก่งมาก แพนด้า get ละ ถ้าเราแยก Thinking กับ Feeling ได้นะ คนละเรื่องเลยนะ

ค่ะ Thinking พวกเนี้ยมันเป็นมันสร้างทุกข์เยอะ เพราะอะไร เพราะใจมันไม่ว่าง แต่ถ้าใจว่าง Thinking จะเปลี่ยนเป็นปัญญา เมื่อใจว่าง Thinking จะเปลี่ยนเป็น Wisdom เป็น intelligence แต่ถ้าใจมันไม่ว่างนะ มันจะ เป็นขยะ แล้วก็ทะเลาะกัน มีเหตุผลไปเรื่อย โลภ โกรธ หลง ไปหมดเลย เพราะใจมันไม่นิ่งอ่ะ ใจมันไม่ว่างอ่ะ ใจมันไม่สงบอ่ะ ใช่มั้ย

ค่ะ คำว่าจิตว่าง หรือใจว่าง ว่างจากอะไร ว่างจากความคิดชั่วๆ ว่างจากความคิดที่ขี้เกียจ ว่างจากความคิดที่แค้นทั้งหมดเลย นี่ก็เรียกว่าจิตว่าง ไม่ใช่ว่างหายไปเลยใช่ มั้มันว่างจากความคิดที่เข้ามาก่อกวน

ว่างจากเสียงภายในหัวเรา เรียก inner voice ว่างจากเสียงที่เป็นขยะ ลงมาเล่นงานจิต เค้าก็จะมีแต่มีแต่เรื่องที่มันเป็นปัญญา เพราะฉะนั้นการที่เราเราดักไอ้ความคิดร้ายๆพวกนี้ได้ทัน ก็เก็บคะแนนสติ ใช่มั้

ค่ะ ขณะที่เรากำลังฝึกอ่ะ กำลังสติเราแต้มเรายังต่ำอ่ะ เราก็ใส่เรื่องบวกๆไปก่อน บวกยังไงก็ดีกว่าลบ คือพระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ลบไม่เอา เติมบวกเข้าไปเยอะๆ แล้ววันนึงอ่ะ มันก็จะทั้งไม่เอาทั้งบวกและลบนะ มันจะกลายเป็น wisdom คือจิตมันว่าง จิตมันว่าง of thinking มันเปลี่ยนเป็น wisdom wisdom ก็คือธรรมะ wisdom ก็คือรู้สรรพสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงไง ทั้งที่ เป็น physical เห็นง่ายๆ กายภาพ กับทั้งที่ เป็น spiritual เป็น feeling เป็น emotion มันรู้หมดแค่นั้นเอง นั้นพระโสดาบันก็ไม่ อะไร พระโสดาบันก็เป็นคนที่ท่านสบายๆแล้ว ท่านไม่ทุกข์ง่ายแล้วแค่นั้นเอง

พอเป็นคำพูดอ่ะ มันอาจจะทำให้สับสนได้ คือพระกำลังจะถามอาจารย์ว่า การที่เราเป็นคนจิตว่างได้แบบนั้น มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ทุกข์เลย หรือไม่มีปัญหาเข้ามาในชีวิตเลยใช่มั้คะ มีแต่มาแล้วเราก็ไม่ได้ทำให้มันกระเทือนใจเรา ทุกข์มันแปลว่าอะไร ทุกข์ก็คือสิ่งที่มันไม่แน่นอน อย่างลูกศิษย์อาจารย์เนี่ย ก็เป็นเศรษฐีกันหลายคนนะ ตอนที่เค้าจนเนี่ย มันก็จะมีโดนหักหลัง เงินหาย เงิน loss แต่เค้าก็เ้าจะพูดว่า อื ค่าผ่านทาง อื ไม่เป็นไร ไปกันต่อ เห็นยัง

อือฮึ เค้าก็เอาสมองหมองเทุ่มเทกลับไปข้างหน้า แต่คนที่มันยังไม่ประสบความสำเร็จ เงินหาย แค่ 20 บาท ประสาทกินทั้งวันน่ะ เพราะมันคุมอะไรไม่ได้อ่ะ คุมอารมณ์ คุมใจไม่ได้ เห็นมั้ย คือกำลังของสติมันไม่มากพอมันก็ จะอยู่ตรงนั้นน่ะ

อื เพราะว่าพระกำลังจะถามแทนหลายๆท่านที่ กำลังฟังอยู่ เพราะว่าการที่เราเป็นมนุษย์ ดำเนินชีวิตค่ะอาจารย์ โอเคมันกว่าจะไปฝึก จนขนาดที่ว่าเรามองแบบโอเคปัญหาเข้ามาไม่ ทุกข์ได้จริงๆมันมันทำได้ แต่มันใช้เวลาฝึกมากๆ ทีเนี้ยอยากถามแทนหลายๆคนที่กำลังมีปัญหาในชีวิต มีความทุกข์อย่างมากเลยอ่ะ แล้วก็แน่นอนว่าเค้าเคยได้ยินมาว่าให้แยก ก้อนปัญหากับก้อนทุกข์ออกจากกันนะ ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้เป็น แต่ว่าอยากทำให้มันได้ อย่างนั้นน่ะค่ะอาจารย์มีแนะนำยังไงบ้างมั้คะ

คือเจ้าตัวเนี่ยที่เป็นอย่างเงี้ย เพราะว่ายังไม่ได้จัดลำดับความสำคัญว่าเรื่องอะไรควรฝึกก่อนไง อยู่ๆก็กระโดดลงสนามของการทำธุรกิจเลย กระโดดลงสนามชีวิตเลยใช่นะ

ค่ะ แทนที่จะฝึกว่าเฮ้ย ทุกครั้งที่เกิดทุกข์ มันจะแก้ยังไงเพื่อให้เกิด wisdom หรือปัญญา ก็ไม่ได้ตำหนิระบบการศึกษานะ แต่ระบบการศึกษาทั่วโลกมันเหมือนกันหมดเลย ก็คือพอใครได้ A A A A ยกยกกันลั่นจริงๆแล้ว ที่ถูกต้องคือเมื่อเด็กคนนึงได้ F ต้องสอนให้เขารู้ว่าจะก้าวข้ามการติดติด F อย่างไรไง จะทำใจอย่างไรเมื่อได้ F แต่ครู แต่ครูไปใส่ใจกับ A ครูได้ A แล้วหันมาทำหน้ากับใคร ทำหน้ายักษ์ใส่คน F

แล้วครูก็มีเหตุผลเดียวเลยก็คือขี้เกียจ ครูเอา Negative Feeling ใส่เด็กหมดเลย ใช่มย

อ่ะ ผลคืออะไร สังคมตอนนี้กลายเป็นว่าเฮ้ย ฉันไม่ได้เรียนรู้อะไรที่จะกัดการตัวเองนะ ฉันต้องชนะคนอื่น ดังนั้นโกงข้อสอบได้ก็โกง หรือถ้างั้นก็อย่าไปเรียนเลย ไอ้คณะพวกเนี้ย ก็เลยเกลียดการศึกษา หนีเรื่องการศึกษา พอมาเจอโซเชียลมีเดีย โซเชียลมีเดียอยู่แล้ว มันเอาใจพวกเราอยู่แล้ว ไอ้พวก AI มันจอมเอาใจคนอยู่แล้ว ติดครับ ติดเลย คราวติดนึบเลย ไถทั้งวันเลย เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เยียวยาหัวใจเขาได้อ่ะ เค้าก็เลยไม่ไปเรียนรู้ว่าเฮ้ย การควบคุมอารมณ์ต่างหาก หรือ EQ ต่างหาก พวกเนี้ย มันจะส่งผลให้คนนึงมันไปตามฝันของตัวเองได้ไง

อื ต่างกันมั้ย

ค่ะ ต่างกันมั้ย

ค่ะ ต่างค่ะ

นะ

อื

ก็เลยต้องกลับมาตั้งคำถามเดิมว่า คุณจัด priority ชีวิตอะไรไง มันเหมือนวัวควายอ่ะ ที่เห็นกำแพงอันนึงอ่ะ แล้วชนอยู่นั่น น่ะ แล้วอาจารย์ก็ตะโกนเตือนว่า หยุดชนก่อน หยุดชน เอามาตั้งหลักก่อน เห็นสถานการณ์ก่อน เห็นภาพรวมก่อน ไม่ต้องชนไปข้างๆก็ได้

ค่ะ ถูกมั้ย แล้วพอชนไปเนี่ย ก็จะต่อสู้ ก็แพ้ ก็พัง โดนด่า โดนอะไรมา แล้วก็เศร้า เศร้าใช่มั้ แล้วพอมีคนชวนไปเรียนธรรมะ ไม่ว่าง ใช่มั้ย ทำไมเรียนธรรมะ มีโค้ชมั้ย ไม่เชื่อ คนกลุ่มนี้ พอเค้าดื้อด้านขึ้นเรื่อยๆเนี่ย เค้าจะกลายเป็นไส้เดือนไปทั้งชีวิตอ่ะ ไส้เดือนยังไงมันก็กินอุจจาระ พอมังกรไปเตือนว่า เฮ้ย หยุดกินได้มั้ย ไส้เดือนก็ด่ากลับ มึงไม่รู้อะไร ลุงสังเกตนะ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คนที่จน คนที่ชั่วร้ายอะไรทั้ง หมดเนี่ย มันไม่ได้รับความไว้วางใจจากคน ที่รักมาก่อน ทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็ผิด สุดท้ายเเลือกที่จะเชื่อตัวเขาเอง พอเชื่อเขาเองปั๊บ ก็กลายเป็นไส้เดือนที่กินอุจจาระ กินดินกินในสกปรกไปเลย นึกออกมั้ย

ค่ะ จนกว่าเขาจะยอม ยอมมีคำว่าเอ๊ะ

เอ๊ะ

ไอ้เอ๊ะตัวแปลว่าสติ เอ๊ะ หรือว่ากูต้องหยุดทำ กูต้องหยุดเป็นควายชนกำแพงได้ะ กลับถอยกลับมาแล้วปรึกษาบัณฑิต ศึกษาผู้รู้ ยอมเสียเวลานิดนึง ยกตัวอย่างเช่น มือโปรเอล หรือมือโปรกีฬาอะไรก็แล้วแต่ เวลาแต้มมันติดสกอร์มันไม่ได้ กลับมาหาโค้ชมั้ย เค้าก็ปรับปรับกริปในการทำ ปรับวงสวิง ปรับวิธีคิด และที่สำคัญคือปรับจิตใจ อ้า เธอดูนักกอล์ฟไทย จีโน่สิ โดนนักกอล์ฟผู้หญิงฝรั่ง เค้าพูดจาไม่ค่อยนั่น กลับมา จีโน่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาด่าจีโน่ นางพูดสวยงามมากเลย เห็นนี่เป็นตัวอย่างของจิตวิทยาการกีฬา ต้องชมโค้ชของจีโน่ด้วยว่าเก่ง เห็นยัง จีโน่มาไม่ถึงตรงนี้ไง คำถามคืออะไรทำให้เราไม่ยอมมีโค้ช

อื คิดเองเออเอง คือไอ้พวกไส้เดือนน่ะ คือไปบอกมันน่ะ มันก็ยังอยู่อย่างเงี้ย

ออก็คือเพราะว่าคำถามแพนด้าคือว่าเวลาที่ เราเจอปัญหาแล้วจะทำยังไงให้ปัญหานั้นเรา แก้แต่ไม่ได้ไปเป็นอาจารย์ คืออันนี้คือแพนด้ากำลังเข้าใจว่าจริงๆแล้วทุกครั้งถ้าเราใช้ท่าเดิมๆ โดยที่ไม่เคยเอ๊ะเอ๊ะ

มันก็จะ แล้วพอเอ๊ะปึ๊บ มันก็ต้องมาเหมือนสังคยนา มาวิเคราะห์ว่ามันเกิดจากอะไร

อ่ะ ไม่สังเคราะห์ ถึงใช้ความคิดอีกะ

อ๋อ no คิดก็ไม่ได้ โปรโปรจะไม่คิด พอมีปัญหานี้ขึ้นมาปั๊บ หายใจลึกๆก่อน 3 ครั้ง เช็คอคติลำเอียงก่อน

อื ตอนนี้โกรธปัญหาอยู่หรือเปล่า รู้สึกยังไง

ถ้ารู้สึกโกรธกับปัญหาก็จบแล้วฮะ หยุดคิด ฮะ เหมือนผัวเมียที่จันทร์บอกอ่ะ ผัวเมียญี่ปุ่นทะเลาะกันเจะเงียบไปก่อน เหมือนกัน พอมีปัญหาปั๊บ หายใจลึกๆ เสร็จแล้วมันจะมีคำศัพท์คำนึง ซึ่งโค้ชจะใช้อย่างอาจารย์เป็นโค้ช อาจารย์ก็จะเตือนคนที่มามีปัญหา Reframing รีเฟรมก็แปลว่ามองอีกมุมนึง อันนี้อันนี้ไม่ใช่ปัญหา โอเค มันแค่มีอะไรบางอย่างที่เราต้องไปปรับนิดหน่อยนะ วิธีมองมันก็ต่างกันได้

อื แล้วก็รีเฟรมอ่ะ ยกตัวอย่างที่อาจารย์เจอ บ่อยๆนะ ผู้หญิงอายุ 50 มีลูก 2 แล้วมาบอกอาจารย์ว่าปัญหาของหนูตอนนี้คือถูกผัวทิ้ง Negative หรือ Positive ถูกผัวทิ้ง คำพูดนี้

Negative เป็นเหยื่อ

เป็นเหยื่อ เป็นคำพูดแล้วใช่มั้ย ถูกผัวทิ้ง อาจารย์บอกไม่ใช่ คิดใหม่ให้เป็นบวก

ได้อิสรภาพ

ใช่ ใช่ ได้อิสรภาพแล้วแล้วอาจารย์ก็ชวนหาข้อดีของเธอ เขาก็มาบ่นบอกว่าแต่งงานมา 20 ปี ไอ้สารเลวคนนั้นไม่เคยทำ อาจารย์บอกหยุด เดี๋ยวก่อน ตอนนี้ใจเธอมีแต่ทำติดรถไปด่าเละ เลว ชั่ว เอาใหม่ ไม่ต้องไปมองเค้า กลับมาหาตัวเอง 20 ปีที่แต่งงาน เธอได้ฝึกสกิลอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินบ้าง และเอาประโยชน์อันนั้นน่ะ ออกไปช่วยเหลือผู้คน จิตใจเปลี่ยนมั้ย

ค่ะ นางเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการหาเสื้อผ้าเด็ก ปัจจุบันนี้นางก็เลยขายเลยครับเสื้อผ้าเด็ก คำว่าปัญหาไม่มีในโลกนี้ มันมีแต่ solution คือโค้ชเนี่ย ถ้าเธอเจอโค้ชเก่งๆเนี่ย วิธีคิดเธอเปลี่ยนหมดเลยนะ พอพูดปัญหาปั๊บ อาจารย์บอกเดี๋ยว Solution มันคืออะไร Solution มันก็คือผู้หญิงเลี้ยงเดี่ยวจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร โอ้โห สวยกว่าป่ะ

ค่ะ แทนที่จะไปพูดแบบเดิมว่าฉันถูกผัวทิ้ง

อื ชอบสั่ง

ต่างมั้ย ต่างมั้ย

ค่ะ ต่างค่ะ

นะ

อื ผู้หญิงเลี้ยงเดี่ยวจะประสบความสำเร็จได้ยังไง อิสระเพียบเลย ไม่ต้องมีใครมางุ่งๆุ่ง ไม่ต้องไปเอาใจไอ้ไอ้ตัวนั้นน่ะสามี ไอ้ที่มันทิ้งเราไปเนี่ย แล้วมันไม่ได้ทิ้งเราไปนะ อ่ะ คำว่าสามีทิ้งไปเป็นคำเดือดมั้ย

ค่ะ อ่ะ เอาใหม่นะ บุญวาสนาเค้าไม่พอ ฉันหูย

คนละเรื่องเลย

ค่ะ เข้าใจยัง

อือ

จากนี้ไปฉันจะเจอแต่สิ่งดีๆ ทุกข์กรรมของฉันหมดกับไอ้ตัวนี้แล้ว แต่เขาก็ไม่ชั่วร้ายอะไร เราต้องมองดีด้วย เขาคงได้ไปสู่เส้นทางของเขา [เสียงสูดหายใจ] ซึ่งฉันขออวยพรให้เขา หวังว่าเราจะไม่ได้ต้องมาเจอะเจอกันอีก เพราะฉันมีเส้นทางที่สวยงามของฉันแล้ว

อื บวกมั้ยค่ะ

เนี่ย นี่คือธรรมะมั้ย

อื ละอกุศล ยังกุศลให้มากไว้ ใจฮึกเหิม ใจมันเบิกบานเว้ย

แล้วหนูเข้าใจแล้ว หนูหนูก็เพิ่งจะ get เมื่อกี้ไม่แน่ใจว่าถูกมั้ย คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต สมมุติว่ามันขอขอใช้คำนี้ก่อน สมมุติเรามองว่ามันคือปัญหา หมายถึงว่าเราให้ละอกุศล แต่ให้มองเป็น solution

สมมุติเกิดสิ่งนี้ขึ้น แก้วแตก

อือ ถ้าถ้ามองทั่วๆไปก็แก้วแตกเป็นปัญหา Solution คือถ้าเรามองเอ่อ ทำจิตใจให้บวก มันก็คือการละอกุศลแล้ว

อือ อ๋อ ก็เช็ดเก็บแล้วก็ขอบคุณนะ บริษัททำแก้วเจะได้ขายสินค้าเได้บ้าง เงินก็หมุนเวียนทั้งประเทศ จะได้แก้วใบใหม่ที่ดีกว่าถูกมั้ย แล้วอย่างน้อยตอนที่แก้วแตกอ่ะ ย้อนเวลา กลับไปตอนนั้นน่ะ เรามีสติกับมือเราหรือเปล่า ก็เก็บคะแนนสติสะสมเออเดี๋ยวระบบจะให้รางวัล โสดาบันถูกป่ะ

ค่ะ พอแก้วแตกก็โอ้ย ใครทำแตก ใครมาวางตรงนี้ หลบแต่แก้วแตกปั้ง เออ เมื่อกี้ มือที่เลื่อนไปฉันรู้ไม่ทันมือเว้ย อ่า ตอนนั้นสมองแค่ไปคุยเรื่องอะไรอยู่ ฉันลืมดูร่างกายของฉัน ฉันจะต้องสอบสติฉันใหม่ ฉันจะฝึกสติฉันใหม่ ขอบคุณแก้วที่มาสอนธรรมะฉัน

อื ค่ะ โจทย์เปลี่ยนเลย ขอบคุณแก้วที่สอนธรรมะ อือฮึ ละอกุศล ละความคิดลบ เอ่อ

เติมบวกคือเป็น Solution แล้วอีกคำนึงที่ สำคัญมากคือเรียนรู้อะไรจากมัน

ใช่ เก่งมากค่ะ อันเนี้มันก็จะทำให้เราเลย เวออัพ อั

โอห เปลี่ยนเลย

ค่ะ แล้วเดี๋ยวนะ ถ้าถ้าเชื่ออาต่ายมากๆนะ จะเปลี่ยนเพื่อนหมดเลย [เสียงหัวเราะ] เอ้า อีกามันก็ต้องออก

อีกา เอ้าจริงๆมันก็ต้องกล้าๆนะ

ไอ้เพื่อนที่คบอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ออกไปซ้ายอย่าไปหวงมัน

ค่ะ แล้วเดี๋วันหลังเรากลับมาช่วยมัน ถ้าช่วยตอนนีตายหมู่ เค้าถึงบอกให้คบบัณฑิต ห่างไกลคนพาน แล้วก็บูชาผู้ควรบูชา เพราะสมองต้องการความชัดเจน แี้ต้องชัดเจนเลยว่าฉันจะไปตามเนี้ย นี่คือฮีโร่ของฉัน ฉันจะไปเป็นคนเนี้ย อย่างผู้หญิงเนี่ย ก็ไปเป็นนางวิสาขะ เป็นฆราวาสบรรลุธรรมใช่มั้ หรือจะเป็นพระนางพิมพายโสทราก็ได้ เป็นพระอรหันต์หญิงก็ได้

ค่ะ ถูกมั้ เราตั้งเป้าแล้วเราก็ไปถูกมั้ หรือตอนนี้มีนักการเมือง นักการเมืองสวยๆเก่งๆคนนึง เราก็คนนี้ก็ได้ หรือนักธุรกิจเก่งๆ สวยๆอีกหลายคนเลยเนี่ย ในโซเชียลมีเดียตอนเนี้ย ฉันจะเป็นอย่างผู้หญิงคนนี้ก็ได้ ตั้งเป้า สมองนะ ก็คือ subconscious unconscious มันล็อคเป้าให้เราเสร็จ Ras จะดึงเรื่องที่ใช่มา success ทุกท่านเลยครับ แต่ไอ้เพื่อนรอบๆจะเป็นยังไงอ่ะ ทำได้เหรอ จริงหรือเปล่า มีข้อไม่ดีนะ คนนั้นเพื่อนกลุ่มเนี้ย อยู่ห่างๆอย่างห่วงเหอะ แก่แล้วค่อยมาเจอกัน อยู่ด้วยกันตอนนี้ก็หล่นด้วยกันทั้งคู่ อ่ะ ใช่มั้ย

การเลือกเพื่อนครบสำคัญที่สุดเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นเนี่ย มันจะห่วงแต่เพื่อน

ไม่เอามันน่ะ มันจะเป็นตัว fear. Fear of missing out อ่ะ มันเป็นหมาก เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ชัดเจนมากเลย ทำให้วัยรุ่นไปไหนไม่รอดอ่ะ ทั้งๆที่พวกเราอ่ะ เป็นมังกรนะ แล้วโคตรเก่งเลยอ่ะ แต่ไอ้ไส้เดือนรอบตัวมัน มันจะถ่มเรา ข่มเรา ดึงเราไปทำอะไรชั่วๆกับพวกมัน

"อาต่ายคะ ถ้าสมมุติว่ารอบๆตัวเราไม่ใช่ไส้เดือนล่ะคะ"

เป็นพ่อแม่

"โอ้โห"

เรียกเป็นพ่อแม่นะ อันนี้อันตรายนะ

"พ่อแม่เป็นไส้เดือน"

ใช่ ใช่วิธีแก้เลยก็คือ จริงๆพ่อแม่เป็นมังกรแหละ แต่ปู่กับย่าหลอกให้เป็นไส้เดือน ก็มีปมที่แม่ด่าเราอ่ะ ไล่ดูดีๆ คุณยายมีปัญหา มันเป็นทั้งตระกูลเลย บางทีอ่ะ ฉะนั้น ถ้าเราเจอพ่อแม่ที่เรารู้สึกแย่ๆนะ อย่าเกลียดท่าน อย่าไปโทษท่าน รีบไปเรียนจิตวิทยาให้เร็วที่สุด แล้วกลับไปบำบัดพ่อแม่ ไม่ใช่ไปด่าพ่อแม่ว่า "พวกแก่งไม่ได้รักกู พวกแกไม่ได้อยากให้กูเกิดมาในโลกใบนี้" แล้วก็ไปทำอะไรด่าพ่อแม่อย่างงั้นน่ะ สุดท้ายได้ เดี๋ยวลูกหลานคุณก็พังหมด ทำไมใจเราไม่ยกให้สูงขึ้น เราไปเรียนจิตวิทยา แล้วกลับมาบำบัดพ่อแม่ คนที่ทำตรงนี้เก่งๆ ใครรู้มั้ย โทนี่ โรบิน ตอนเอายุเด็กๆ 7-8 ขวบนะ แม่เขามีสามีใหม่ แม่เขาก็เลยเกลียดเขา แม่เขาก็เลยเอาน้ำยาล้างจานน่ะ กรอกปากให้เขาตาย โกรธเขา โกรธอยู่ 10 กว่าปี จนวันนึงไปเจอโค้ช โค้ชให้ทำอย่างเมื่อกี้ รีเฟรม

"กลับใหม่หมดเลย สุดท้ายให้โทนี่คิดว่า ฉันจะไปเรียนจิตวิทยา และจะกลับมาบำบัดพ่อแม่"

"ชีวิตพุ่งขึ้นอย่างสวยงามเลย โทนี่ โรบิน"

"ฟิวแบบให้มันจบที่เรา"

"เออๆ ไอ้แพนด้า เก่งมาก มันจบที่รุ่นเรา"

"แต่อันนี้ อันนี้ อันนี้ ทำไมต้องเป็นชั้น"

"อ่า อันนี้ อันนี้ อันนี้ ทำไมต้องเป็นชั้น ก็เหยื่อ เราไม่ใช่เป็นเพลเยอร์ ผู้เล่นแล้ว"

"อ๋อ โอเค เข้าใจ คือไอ้ที่เราโดนกระทำ กระทำ กระทำมา แล้วเรารู้สึกว่าเราเป็นเหยื่อ"

"วิคทิมมาก แล้วเราก็รู้สึกว่าเราโดนมาขนาด เนี้ย ทำไมเราจะต้องกลับไป สมมุติเมื่อกี้ โกรธแค้นพ่อแม่มาก ทำไมเราจะต้องกลับไปใจดี หรือบำบัดคนที่เขาทำร้ายเราขนาดนั้น"

"อ่ะ ฟังคำพูดหนูนะ ไม่ใช่คำพูดของแพนด้านะ คนที่พูดว่า 'ทำไมต้องเป็นชั้น' สังเกตมั้ย 'ชั้นๆๆๆ' เอาตัวเองเป็นที่ตั้งหมดเลย นี่คือพวกเหยื่อ คนที่เป็นนางเอกอ่ะ เค้าเรียกว่าทฤษฎีนางเอก ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องมารังแกฉัน ทำไมฉันต้องโชคร้าย ทำไมฉันต้องมีพ่อแม่ห่วยอย่างเงี้ย ไอ้พวกนี้ล้มเหลวหมด"

"อันนี้พอฟัง เรารู้สึกเหมือนเราควบคุมอะไร ไม่ได้ แต่พออาจารย์บอกว่า พออาต่ายบอกว่า เอ้ย ลองกลับกันคิดให้มันจบที่รุ่นเรา ให้มันจบที่ตัวเรา แล้วพออย่างกรณีของโทนี่ คือกลับไปเป็นนักจิตที่บำบัดพ่อแม่ หนูรู้สึกว่าพลังงานมันคือ เฮ้ย เราควบคุมได้ เรา เราแบบ"

"จากจากเป็นใต้ คือขึ้นมาแบบ เฮ้ย เราเปลี่ยนเกม เปลี่ยนเกมเรื่องนี้ได้"

"เออ เราเป็นคนคุมเกม"

"เออ"

"เราไม่ใช่เหยื่อ เห็นยัง ฟังอาต่ายวันเนี้ย จำไว้ จากนี้มีอะไรเกิดขึ้น อย่าตั้งต้นที่ เราทำไม ทำไมต้องฉัน ทำไมต้องกู คนกลุ่มนี้ ต่ำกว่าไส้เดือนอีก"

"อื้อหือ"

"ผมเป็นอาหารของไส้เดือนทันที"

"ค่ะ"

"มันต้องยกตัวเองสูงขึ้นว่า เฮ้ย เรื่องมันเป็นแบบนี้ สถานการณ์เป็นแบบนี้ มองสถานการณ์ก่อน ถ้ามองอย่างเงี้ย ได้สติมั้ย เห็นสถานการณ์เนี่ย คือเห็นธรรมะ พ่อแม่เรา อาจจะโดนบุลลี่มาจากข้างบน พ่อแม่เราอาจจะนิสัยก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือพ่อแม่เราดีทุกอย่างเลย แต่เลี้ยงลูกไม่เป็น เราก็แค่เกิดมาสวรรค์ให้เราฉลาดขึ้น คนที่เจอปัญหาตั้งแต่เด็กๆ เนี่ย ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จสูงทุกคน เราโชคดีมากๆ สวรรค์ส่งเราให้มาเป็นดาบชั้นดี แล้วเราก็โดนเผา และโดนค้อนตี เราจะเป็นดาบที่แกร่งที่สุด ในขณะที่เพื่อนเราอีกคน ชีวิตไม่เคยเจอเรื่องบ้าๆบอๆมาเลย ก็กลายเป็นเศษเหล็กธรรมดา เราเจ๋งกว่าใครทั้งหมดนั้น เวลาเรื่องบ้าๆเข้ามา เช่นโดนพ่อแม่บุลลี่ หรือใครบูลลี่ ให้ตอบไปเลยว่า ฉันสุดยอด"

"ฉันได้แบบฝึกหัดที่มากกว่าใคร ฉันเป็นเหล็กที่ได้รับการตีทุบ ความเจ็บพวกนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ"

"ค่ะ"

"ถูกมั้ย"

"ค่ะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่แพนด้าก็เหมือน ลองทำกับชีวิตตัวเอง แล้วก็เลยมีคำถามที่ มาถามอาจารย์แหละว่า จริงๆแล้ว เออ คนเราอ่ะ ค่ะ เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้มั้ย หมายถึงว่า อะไรเกิดขึ้นน่ะ ก็ให้เรียนรู้จากมัน"

"ใช่ เก่งมาก"

"เพราะว่า คือหนูรู้สึกว่าเราอ่ะ ชีวิตเรา มันเดินไปเรื่อยๆ เวลามันหมดไปเรื่อยๆ"

"แป๊บเดียวหมดแล้ว เสียดายมาก ถ้าเราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากมันเลย"

"อือๆ ถูกต้อง เรียนรู้ที่จะ connect กับทุกคน แต่ตอนเนี้ย อย่าเพิ่ง connect กับไส้เดือน connect กับมังกร แล้วเดี๋ยววันหลังค่อยมาช่วยไส้เดือนขึ้นมาอีกทีนึง จริงๆอ่ะ ไม่มีตัวไหนเป็นไส้เดือนนะ คนทั้งโลกนี้เป็นมังกรหมดเลย เพียงแต่ว่าใครเห็นตัวเองก่อน ว่าเป็นมังกร ก็จะออกมาจากแก๊งไส้เดือนได้ ออกมาจาก comfort zone ให้ได้"

"ถามแทน ยังยังอยู่กับกรณีของการเลิกคบเพื่อนอยู่นะคะว่า อื"

"แล้วเรามีวิธีเช็คกัลยาณมิตรมั้ยคะ เพราะว่าบางทีเขาอาจจะเป็นกัลยาณมิตรแล้วก็ได้นะ"

"มันก็ได้ระดับนึงอ่ะ ระหว่างเธอคบกัลยาณมิตรที่เป็นเพื่อนไล่ๆกันน่ะ มันก็ได้แค่นึงอ่ะ แต่ถ้าเธอมาคบกัลยาณมิตรอีกเวลานึงแหละ คนละเรื่องเลย ปรัชญา คำคม วิธีคิด โอโห คนละโจทย์เลย มันเสียเวลากับกลุ่มนี้ทำไมอ่ะ เพียงแค่ครั้งหนึ่งในชีวิตเขาอยู่โรงเรียนเดียวกับเราเนี่ยนะ แค่ครั้งหนึ่งในชีวิต และเที่ยวเล่นด้วยกัน 10 ปีแรกแค่นั้นนะ แล้วเราจะเชื่อกันไปตลอด ใช่เหรอ ถูกมั้ย เราก็ไม่ได้รังเกียจเขา ถูกเป่า แต่เราเหมือนเรือกำลังร่มอ่ะ หนูจะไหว้ออกไปให้คนมาช่วย หรือจะจมตายพร้อมเพื่อนทั้งฝูง มันก็ต้องเลือกที่จะออกไปก่อน แล้วดูพวกมันก่นด่าทิ้งกันหรือไงวะ ยิงจองหอง มันจะผ่านด่านนี้ให้ได้ ซึ่งคน ที่ประสบความสำเร็จทุกคน เมังกรตัวเก่งๆ เนี่ย มันจะโดนเพื่อนเนี่ยซัดอย่างนี้หมดเลย ไอ้ไอไอ้กลุ่มไส้เดือนพวกเนี้ย มันก็จะด่าว่า โอ้ย ทิ้งเราไป เอ้ย จองหอง ไม่คบเรา อะไรพวกนี้ เป็นพวกประมาณเนี้ย คำพูดของมันก็รู้แล้ว ถูกมั้ย การที่เราไปคบผู้ใหญ่เนี่ย มันสำคัญ ผู้ใหญ่อาจจะไม่เก่งดิจิทัล ผู้ใหญ่อาจจะไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ผู้ใหญ่มีเซ้นส์ในการอ่านคนออก ผู้ใหญ่มีเซ้นส์จะรู้ว่าใครชั่วเลว ผู้ใหญ่รู้เลยว่าคนชั่วๆมันจะรังแกเรายังไง คนละโจทย์นะ แล้วใน AI ไม่มีเรื่องพวกนี้ ผู้ใหญ่กับเราก็ต้องเลือกคบเหมือนกัน ผู้ใหญ่มันเป็นมังกรจอมปลอมก็มี ไส้เดือนเอา เอาหน้ากากมังกรมาหลอกเราก็มี ดูคนให้ดีๆ เพราะฉะนั้น การอ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็นเนี่ย สำคัญที่สุด ต่อให้เธอเรียนเก่ง เกียรตินิยมอันดับ 1 อ่านคนไม่ออก บอกคนไม่ได้ ใช้คนไม่เป็น ก็ก็ได้แค่ตอนสมัครงานเข้าไปแค่นั้นเอง ไม่เกิน 4-5 ปีก็โดนเตะออกแล้ว"

"อื"

"อ่านคนไม่ออก"

"หรือจะ หรือจะเบื่อมหาลัย เบื่ออะไรก็แล้วแต่ แล้วหนีไปทำธุรกิจเอง สุดท้ายก็กลาย เป็น SM แบบกิ๊กกิ๊กก๊อกๆอ่ะ มันโตไม่ได้ อ่ะ SM แบบบ้าเลือดอ่ะ ลูกศิษย์อาจารย์คนนึงตอนนะ ออกมาทำไอ้ธุรกิจออนไลน์อ่ะ ได้เดือนละ 100 ล้าน โอ๊ย ดีใจใหญ่เลย แต่ อาจารย์ถามว่า เอ่อ กำไรเดือนเท่าไหร่นิดเดียว สุดท้ายโดนหลอก แล้วโดนคน โดนซัพพลายเออร์ OEM มันหลอกให้เธอขายของ แล้วอยู่มาวันนึงก็ความที่ไม่คบผู้ใหญ่ ทำอะไรบูมบ่ามๆ บ่ามๆ พลาดขึ้นมา ตู้มทัวร์ลง ปิดเลยฮะ โซเชียลมีเดียเค้าบล็อกเลย"

"อื ค่ะ"

"เห็นนะ เพราะความที่มันไม่ทำอะไร ใจร้อน เบื่อโลก อย่ากับสามีอีกใช่มั้ย โอ้ย น่ากลัว อันเนี้ยเป็นคนที่ไม่ไม่ปรึกษาโค้ชเป็นระยะๆะ มีเรื่องแล้วค่อยกลับมาปรึกษาน่ากลัว น่ากลัว"

"จำเป็นที่ต้องมีโค้ช แล้วก็ต้องปรึกษาเป็นระยะๆด้วย"

"อ่ะ เธอว่าเศรษฐีระดับใหญ่ในโลกๆใบเนี้ย เา มีโค้ช มีเมนทอร์ประจำตัวมั้ย"

"ก็คงจะมี"

"ไม่รู้มีประมาณกี่คน"

"หูย หนูไม่รู้เลยอ่ะ เยอะ"

"12 คนขึ้นไป"

"ออ ค่ะ"

"แล้วเค้าก็ไม่ใช่คนที่ประเภทแบบ อ่า ดื้อนะ เพราะโค้ชระดับท็อปเนี่ย เค้าแย่งตัวกันนะ เอ้ย ไม่ใช่ว่างๆนะ โดนใช่มั้ย"

"ค่ะ"

"ส่วนโค้ช เค้าก็เลือกด้วยนะ ถ้าโค้ชแนะนำ แนะนำโค้ช โค้ชจะไม่แนะนำโค้ช เขาจะดูว่าคนนี้โค้ชหรือเปล่า คือโค้ชจะไม่แนะนำนะ โค้ชจะตั้งคำถามให้หนูรีเฟรมอะไรก็แล้วแต่ เนี่ย ให้เขาคิด ถ้าดื้อรั้นมากๆ เค้าก็ยุติกัน โค้ชเสียเวลา เค้าไปหาคนที่พุ่งทะยานได้ดีกว่า คนที่ช่วยเหลือแผ่นดิน คนที่ช่วยเหลือบ้านเมือง คนที่มันตั้งเป้าเพื่อตัวมันเองมากๆเนี่ย ภาษาทางจิตวิทยาเรียกว่า 'ไอ อิน มี' ฉันอยู่ในตัวฉัน อัตรา ทั้งนั้นน่ะ ทำไมฉันต้องโชคร้าย เจอพ่อแม่ อะไรอะไรก็ฉันโชคร้าย แค่คำพูดก็ไม่ใช่ละ แทนที่จะพูดว่าเราโชคดี ทั้งพ่อแม่และหนูโชคดี แม้แต่พ่อแม่จะสอนฉันมาอย่างผิด ใช่ มั้ แต่ฉันโชคดีที่จะกลับมาช่วยเหลือพ่อแม่ มันต้องมองแบบ มองอีกมุมนึงเลย เป็นรีเฟรม งั้น การที่เรามีโค้ชส่วนตัว มีเมนทอร์ คนที่มีประสบการณ์สูงกว่า เมาช่วยเนี่ย มีประโยชน์เยอะมาก ไอ้มูลนิธิโพชฌงค์ อาจารย์เนี่ย อาจารย์ก็พยายามทำ the ไททอร์ ก็พยายามจะสร้างให้ผู้หลักผู้ใหญ่เริ่มเป็น เมนทอร์ แล้วเข้าไปช่วยเหลือสังคมมากขึ้น"

"ซึ่งก็ต้องมี the right mindset le"

"ต้องมี the right mind อุ๊ย น่ารักที่สุดเลย"

"อ่านแล้ว"

"จะอ่านคนอื่นได้ มันจำเป็นต้องอ่านตัวเอง ให้ให้เป็นก่อนมั้ยคะ"

"โค้ชเก่งๆ ก็จะเป็นกระจกเงาให้เห็นตัวเอง หน้าที่ของโค้ชคือกระจกเงา ไม่ใช่สอน ถ้าโค้ชที่มาสอนที่เราเห็นตามโซเชียลมีดีสอนนู่นสอนเนี่ย อ่า อันนั้นไม่ใช่โค้ช อันนั้นครู เป็นครู เป็น instructor โค้ชตัวจริงจะสะท้อนให้เห็นตัวเอง ไม่ใช่บอกว่า เชื่อฉันสิ เธอทำตามฉัน ทำอย่างงี้ อันนี้ไม่ใช่ เขาใช้เรียกตัวเองผิดไป อ้าว เป็นโค้ชนู่น โค้ชนี่ จริงๆไม่ใช่เป็นครู แต่เขาก็มีสิทธิ์นะ เรื่องของเขา"

"อยากถามอาต่ายว่า ถ้าอยากให้อาต่ายสะท้อนตัวอาต่ายเองว่า ชีวิตที่ผ่านมาของอาต่าย อาต่ายว่าอาต่ายเปลี่ยนแปลงตัวเองเรื่องไหนมากที่สุดเลยอ่ะค่ะ"

"โอ้โห เปลี่ยนมากที่สุด มันตอบไม่ได้หรอก มันเปลี่ยนทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด แล้วก็เดี๋ประมาณเนี้ย"

"ค่ะ"

"แต่มันเปลี่ยนตลอดนะ"

"ค่ะ"

"อ่ะ เปลี่ยนหรอ พอมาเรียนจิตวิทยาเชิงบวก เมื่อก่อนอาต่ายเนี่ยด่าคนสนั่นเลย จนในวงการรู้เลยว่า ถ้าเป็นเจอวิทยากรคนเนี้ย รับรองตั้งแต่ CEO ยันพนักงานระดับล่างโดนอาต่ายด่า ถ้าพอมาเรียนจิตวิทยาเชิงบวก ขึ้นเรื่อยๆเนาะ ปากปากมันเป็นปิยวามากขึ้น มันเปลี่ยนมากขึ้น เฮ้ย เรื่องดีๆ เมาหาตัวเรามากขึ้นว่ะ อันเนี้ก็เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ เปลี่ยนอีกทีก็คือตอนที่ไปเจอหลวงปู่ หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ไง มันต้องโยนนิสัยเก่าทิ้งหมดนะ ความเป็นไส้เดือนของเราต้องทิ้งหมดนะ เวลาเราไปกราบพระ ขอให้ท่านเป็นครูอุปัชฌาเนี่ย มันเหมือนไปขอ นิสัย แล้วเราจะเอานิสัยตัวเราเองได้ไง ในเมื่อเราไปกราบท่าน ขอนิสัยมาแล้ว มันต้องได้นิสัยเหมือนหลวงปู่ หลวงพ่อที่เราไปกราบถูกมั้ย อาจารย์เลยสลัดตัวเองแล้วแบบคนใหม่อย่างนั้นเลย ต้องเด็ดขาดขนาดนั้นเลย"

"อ"

"ฉันมีโลโมเดลชัดเจน"

"ค่ะ"

"จะเป็นหลวงพ่อกล้วย วัดป่าธรรมะอุทยาน อาจารย์ อาจารย์ของอาต่ายเนาะ อย่างงั้นเลย ท่านเด็ดขาด ท่านพูดจาชัดเจน เราคอยสังเกต แล้วก็เนื่องจากอาต่ายตอนเด็กๆ ชอบเล่นละคร ละครเวทีอะไรเงี้ย ชอบอ"

"ใช่มั้ย ไอ้วิชาการละครเวที มันมีข้อดีตรงไหนรู้มั้ย พอไปเจอโมเดลที่ใช่ อ่ะ เราเล่นบทนั้นเลย"

"อื"

"ถูกมั้ย"

"ค่ะ"

"อย่างหนูอีกหน่อย เป็นพิธีกรเก่งๆ หนู นึกถึงพิธีกรในใจหนู แล้วบอกตัวเอง ฉันเป็นอย่างงั้น เป็นอย่างงั้นไปก่อนนะ"

"ค่ะ"

"แล้วเดี๋สักพัก มันก็เริ่มแตกต่างจากเขา แต่รับรองไปทางดีแน่นอน อันนี้เป็นเทคนิคของจิตวิทยาเลยครับ เาเรียกว่าต้องมี ing ซึ่งก็ตรงกับมงคล 38 ข้อที่ 3 บูชาผู้ควรบูชา เรารู้ว่าเราจะเป็นแบบนี้ เราก็จะไปแบบ เพราะว่า subconscious ต้องการความชัดเจนค่ะ"

"แต่เมฆหมอกต่างๆ มันจะบังว่า ทำได้เหรอ จริงรึอ่ะ อันนี้เป็นเมฆหมอก ต้องดีดออก ไม่หมอก ฉันจะเป็นคนๆ นี้ ฉันจะเป็นแม่ชีเทเรซา"

"ค่ะ"

"ฉันจะเป็นสมเด็จย่า สมเด็จย่าน่ารักมากนะ ครับ เป็นผู้หญิงที่น่ารักอ่ะ ทั้งทางโลก ทั้งธรรม อย่างเงี้ย ถ้าเราเห็นปั๊บ มันชัดเจน"

"แล้วถ้าอยากถามอาต่ายว่า อาต่าย บทบาทของอาต่ายที่ผ่านมา เหมือนมัน ถ้าเป็นกราฟ บางคนอาจจะรู้สึกว่า โอ้ ชีวิตอาต่ายแบบ พุ่งไป สูงไป อยู่ NASA หรือใดๆ คือเราสะสมมาเยอะ ค่ะ รู้สึก success สำเร็จ เป็นบุคคลนึงที่ แบบเป็นวันน่ะ แล้วอะไรทำให้อาต่ายวางตัว ตนเก่าได้ หรืออาต่ายมองชีวิตว่ามันเป็น ยังไงอ่ะคะ"

"ก็อย่างที่บอกฮะ ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว"

"คือไม่ได้ยึดหรอคะ"

"ไม่ยึด อาจจะเป็นเพราะว่า อาต่ายมีโลโมเดล ที่เก่งกว่าอีกเยอะเลยอ่ะ เพราะฉะนั้น ที่ได้มาแค่นี้ มันก็เด็กๆ อ่ะ อาต่ายคบมังกร เวลสูงกว่าเรื่อยๆไง ตอนแรกเราก็เห็นมังกรคนนี้นะ แล้วเราก็ได้อย่างเขา แล้วก็ไปมังกรตัวต่อไป แล้วก็ไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ จะไปข้างหน้า แล้วก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีเด่น นักหนาอะไร เพราะว่าถ้าไปยึดความสำเร็จ ก็เป็นทุกข์ ไปยึดความล้มเหลว ก็เป็นทุกข์ พุทธเจ้าสอนเรื่องใหญ่ ยึดไม่ได้สอนว่าให้เราไปทุกข์นะ ทุกข์มีไว้ฝึกตัวเรา ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่ได้ให้ไปเป็น ประมาณเนี้ย"

"อื"

"ถ้าเห็นก็คือมีสติใช่มั้ย"

"ค่ะ เพราะว่าถ้าสมมุติแล้วเราทำได้อย่างที่อาต่ายพูดมาทุกอย่าง คือพอมันพอมันฝึกจนใจมันไม่ได้ยึดได้อ่ะ มันเห็นตามความเป็นจริงทุกอย่างอ่ะ"

"เกิดอะไรขึ้น ต้องทำอะไรต่อ ทำยังไงให้มันไปข้างหน้าต่อ"

"อ่า ถูกต้อง เออ มันมันคือแบบนั้นใช่มั้ยคะ"

"ใช่มันจะเหมือนกับ พอพอจิตเรามันว่างใช่ไหม"

"ไอ้ขยะที่เป็นอยู่ตรงไท้ทอยเราเรียกว่า คอร์ติซอล เนี่ย เลบไทเลี่นเบนเนี่ย"

"มันก็จะไม่ส่งขยะมารบกวนสมองเรา"

"สมองเราก็จะประมวล หรือ connect the dot ที่ steep ก็เคยพูดน่ะ ทนี้ถ้า dot เราดี หมดเลย มันก็จะดึง dot ดีๆ Ras เลือก dot ที่ดีๆ ประสบการณ์ดีๆ มันก็จะมารวมกัน แล้วก็ crystallization ก็จะตกผลึก ตกผลึกเสร็จ ปั๊บ มันก็จะไปเปิดต่อมตรงนี้ชื่อ ON ce cortex ON cortex เปิดปั้ง มันก็คิดอะไรออกเลย เป็นเทคนิคทางจิตวิทยา ซึ่งถ้าเราเข้าใจจิตวิทยามากขึ้น สมองเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ"

"ให้เวลากับสิ่งนี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีนะ ไปทำความเข้าใจ"

"ใช่ สมัยนี้มันไม่ต้องไปหาหนังสืออ่านอะไร มากมายหรอก ในโซเชียลมี ใน YouTube ในอะไร มันก็ค้นได้หมดแหละ แล้วเวลาถ้าเราเล่นโซเชียลมีเดียนะ สังเกตมั้ย ถ้าเราไปเรื่องโป๊ๆ เรื่องโป๊ๆ มาเต็มเลย ถ้าเราไปเรื่องทำกับข้าว เรื่องทำกับข้าวมาเต็มเลย พอเราเข้าไปเรื่องจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เดี๋ยว มันมาเป็นแผงเลย หลักการเดียวกับสมองมั้ย"

"ค่ะ"

"ถ้าเราหมกมุ่นเรื่องติดลบ เรื่องชั่วๆ เรื่องบ้าๆ เรื่องชั่วๆ มาเต็มเลย อื"

"ไปสนใจแต่เรื่องเค้ายิงกัน ฆ่ากัน มันก็มาเต็มเลย สนใจแต่เรื่องเค้าด่ากัน ทะเลาะกัน เสียเวลา สมองเราพังหมด ไปดูแต่เรื่องด่ากัน ทะเลาะกัน ผัวๆ มีเมีย อกหัก รักคุด ชีวิตเราจะดิ่งตกไปเหมือนเขาเลยฮะ ไม่เอา เปิดดูเลย โค้ชเก่ง โทนี่ โรบิน พูดว่าอะไร ใช่ มั้วรพัผู้เจริญ"

"แนขี้โม้เนี่ยนะ เ้าทำอะไร มันก็จะดึงขึ้นไป ดูบุคคลสำคัญ พันโมเดลของเรา มันต้องชัด ไง แล้วตามโมเดลของเราเลยอ่ะ บางคนชอบ ออน มาส อ่ะ ก็ลองดู อี ออน มาส เ้ามีทั้งดีและร้าย เราดูแต่ดีใช่มั้ย อย่างผมชอบท่านสีจิ้นผิง ผมก็อ่ะ ถู ท่านสีจิ้นผิงเป็นยังไง เวางตัวยังไง อ่า เราก็ไล่ไป หรือบางคนชอบ โอบา ใช่ม โอบา่า เวางตัวยังไง เ้าไง แล้วก็ไป มันจะมี มีคนเก่งในโลกใบนี้เยอะ ที่เราจะตามเค้า ตามแม้แต่กระทั่งไปดู Instagram เค้าแล้ว เตามใคร เราตามไปด้วย อีกคนนึง สมมุติคนเก่ง หนูเราตามคนเก่งใช่มั้ย คนเก่งเตามใครก็ตามๆไป มันก็จะกลายเป็นมังกร เข้าฝูงมังกรมาก ขึ้น"

"อื"

"เออ"

"ค่ะ"

"แล้วเดี๋จะได้เพื่อนใหม่ เพื่อนที่ดี เพื่อนที่มาใหม่อีกเต็มเลยใช่มั้ย ไอ้เพื่อนเก่าเนี่ยก็ก็อยู่ในระดับนึงอ่ะ ไม่ได้ทิ้งมันหรอก แต่ว่าอะไรนะ อยู่ห่างๆ อย่างห่วง แต่ว่าไอ้กลุ่มเพื่อนใหม่มันจะสนิทมากขึ้น แล้วเราโตมากขึ้น ตรงนี้ต่างหาก"

"คือฟังมาทั้งหมดที่คุยอ่ะค่ะ เหมือนกับว่า จริงๆแล้วเราอ่ะ ต้องเลือกทุกอย่างที่จะเข้ามาในชีวิตเรา ต้องเป็นผู้เลือกอ่ะ ไม่ใช่แค่เป็นผู้รับอย่างเดียว เพราะว่าถ้าไม่เลือก มันก็ได้อะไรที่เราไม่ได้เลือก นั่นแหละ"

"เออเออ เป็นไปตามนั้นแหละ อีกาบินกับอีกา หงส์มันบินกับหงส์อ่ะใช่มั้ย ครุฑบินกับครุฑ"

"อย่างเศรษฐีบางคน เคิดว่า เ้าเป็นนกฟีนิกซ์ เค้าทำธุรกิจแล้วก็เจ๊ง ทำธุรกิจแล้วก็โดนโกง เไม่สนเบอก มันเป็นวิถีแห่งนกฟีนิกซ์ แบบ เ้าทุกครั้งที่ตายแล้วเเกิดใหม่ รวยกว่าเดิม ทุกวันนี้รวยมาก มีรถ เฟอร์รารี่ 5 คันน่ะ ถูกมั้ย แล้วเค้าก็ไม่ขี้โม้ แล้วเค้าก็ไม่ไปอวดตัวอยู่ในโซเชียลมีเดีย เค้าก็ไปขึ้นเรื่อยๆ แล้วอาจารย์ก็เป็นโค้ชเค้า บอกว่าโอเค ทำธุรกิจต่างประเทศได้ ะในเมืองไทยมันแคบไปสำหรับคุณแล้ว"

"อื แสดงว่าเรานี่ไม่มีขีดจำกัดเลย"

"ไม่มี โห หนูชอบแพนด้าพูดคำนี้มากเลย คือทุกคนในห้องนี้มันคือ มังกรทั้งนั้นเลย ไอ้ขยะไส้เดือนน่ะ โยนมันออกไป เราเป็นมังกรทุกคน เรามีศักยภาพที่ดีทุกคน คนที่ไปบล็อกเราคือใคร"

"ตัวเราเอง"

"ความคิด"

"อือ ค่ะ"

"ความคิดลบๆ ที่เรามันอยู่ในห้องสมุดในหัวเรา จะมีห้องสมุดขยะอ่ะ เต็มหัวไปหมดเลย มันชอบขึ้นมา ขึ้นมาบล็อกเรา เป็นเมฆหมอกแห่งความคิด เมฆหมอกที่ทำให้เราไม่แครify ไม่ชัดเจน เมฆหมอกที่ชวนเราจะไปคิดติดลบ บางคนฟังเราคุยกัน 2 คนเนี่ย ก็จะพูดว่า เดี๋ยวฟังคอมเมนต์ก็รู้เลย ใครติดลบ ไอ้ไอ้คอมเมนต์ที่แบบด่าเรา 2 คนเนี่ยนะ ไอ้พวกเนี้ย ไอ้พวกพวกไส้เดือน ถูกมั้ยค่ะ"

"แต่จริงๆมันเป็นมังกรนะ"

"อ่า"

"แต่มันก็จะคอมเมนต์แบบไม่จริง ไม่ใช่ แล้วเต็มไปหมดเลย ไอ้พวกที่ฟังเรา 2 คน แล้วชื่นชม อ้าเอ้อเออ พวกนี้ใช่"

"อือ อันนี้กำลังชี้นำมั้ยคะ"

"ไม่ได้ชี้นำหรอก ผู้ใหญ่ หรือคนที่เค้าเรียนจิตวิทยามาสูงๆอ่ะ"

"คอมเมนต์"

"ของพวกคนแต่ละคนที่คอมเมนต์เนี่ย อ่านขาดหมดแล้วครับ อยู่ที่ว่า จะดื้อด้านเป็นไส้เรือนกินอาจอยู่เหมือนเดิม หรือเปล่า กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือเปล่า มันมี TikTok ของที่เมืองจีนนะ อาจารย์เข้าด้วยนะ นักศึกษาที่เสฉวนเนี่ย เขาเรียนจบ เขาก็ออกมาร้องเพลงกันเป็นภาษาจีนหมดนะ อาจารย์ก็เข้าไป ไปดูแล้วก็ translate ออกมาเนี่ย มีคนคอมเมนต์แบบติดลบเยอะ คอมเมนต์ว่า โธ่เอ้ย จบไปก็ตกงาน ไอ้พวกเรียนดนตรีเนี่ย แล้วก็ด่าใช่มั้ย เอ็งดีใจได้แค่วันปริญญาล่ะ จบไปชีวิตมันลบๆหมด เงี้ย อาต่ายเข้าไปคอมเมนต์อีกแบบนึง อาต่ายกลับไปคอมเมนต์ว่า ขอบคุณที่คุณได้มอบเสียงเพลงนี้ ในวันที่หลายคนกำลังท้อแท้ คอมเมนต์ต่างมั้ย แบบนี้"

"ค่ะ"

"อ่ะ ต่ายขอให้กำลังใจนักศึกษาทุกคนที่จบ จากมหาลัยเสฉวน เราเป็นผู้เล่น หรือเราเป็นเหยื่อ"

"เราเป็นผู้เล่น"

"ใช่ แต่พวกเหยื่อก็จะด่า จบไปก็หางานไม่ได้เลย พวกเนี้ย เวลาไปสมัครงานเนี่ย บริษัทใหญ่ๆ เขาก็จะไปตามดูคอมเมนต์ของพวกเรา ไอ้คน ที่คอมเมนต์ติดลบๆเนี่ย ถ้ามาเข้าในบริษัทเนี่ย มันก็จะปล่อยคำพูดติดลบเต็มองค์กร องค์กรเขาก็จะไปไม่ได้ เค้าเรียกพวก เจิ๊ง เจิ๊ง พวกปากเสียเนี่ย ดูง่ายๆ จะคอมเมนต์ negative หมดเลย ไม่จริง ไม่ใช่ ขี้โม้เงี้ย มันจะด่าเราอยู่เรื่อยๆเนี่ย วิธีดูง่ายๆแบบเนี้ย นี่คือการอ่านคนออก ถ้าอ่านคนไม่ออก เอ้อ ชีวิตไม่ได้ลำบาก คนแรกที่ต้องอ่านคือ"

"ตัวเราเอง"

"ตัวเราเอง แล้วจะอ่านตัวเองออกได้ไง ก็ต้องมีกระจกเงาที่เรียกว่าโค้ช โค้ชเก่งๆนะอ"

"เมื่อกี้มีคำนึงที่พออาต่ายพูดมา แพนด้าว่าเราน่ามาขยายความกันคือคำว่า ขอบคุณ"

"อื"

"คำเนี้ย มันเหมือนเหมือนเราอ่ะ โตมากับ การแค่รู้สึกว่าคำนี้เป็นคำขานรับ คำตอบกลับเฉยๆ"

"แต่จริงๆคำว่าขอบคุณมันมีความหมายกว่า นั้นมาก ถ้าเรารู้สึกถึงการขอบคุณจริงๆ"

"โอ ขอบคุณแพนด้าที่พูดคำนี้ขึ้นมา อาต่ายก็เพิ่งนึกออกไปเห็นนะ Wisdom มันออกแล้ว พอคุยกับมังกรอย่างเธอแล้วมันคิดออก"

"เออใช่ เราใช้ขอบคุณเป็นแค่คำขานรับนะ แต่ในแง่จิตวิทยานะ เวลาเรา appreciate หรือ ขอบคุณใครเลยเนี่ย มันจะเป็น feeling ที่ ทำให้ subconscious ของเรามันพัฒนาขึ้น ทุกครั้งที่ขอบคุณใครเนี่ย ข้างในเราสดใสขึ้น สดใสขึ้น ขยะในหัวจะค่อยหายไป ขอบคุณ โชคดี พูด 2 คำนี้บ่อยๆ ขอบคุณ โชคดี อย่างวันนี้ อาต่ายโชคดีนะ มันได้ออกรายการเกลา ซึ่งเป็นรายการซึ่งอาต่ายว่าเจ๋งอ่ะ เป็นท็อปไทของประเทศเลย"

"อุ้ย ขอบคุณค่ะ"

"ขอบคุณ โชคดีมั้ย โชคดีมั้ย เอ อย่างเงี้ย คนมาดู คนมาฟังก็โชคดีเนาะ"

"ค่ะ"

"เออ คอมเมนต์ดีๆ ก็จะเห็นว่าเป็นคนโชค"

"ใช่ เอาใหม่นะ เราขอบคุณเพราะเราตรงความรู้สึก ตรงนี้มันจะแบบโล่งๆ คนมีสติ คนที่มันจะบรรลุธรรมได้ เี่มันจะขอบคุณตลอด มันมีงานวิจัยนะครับว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จและเศรษฐีแบบระดับท็อปของโลก พูดคำว่าขอบคุณ และคำว่าโชคดีเยอะที่สุด พูดทั้งวัน เดี๋ยวก็ขอบคุณ เดี๋ยวก็โชคดี เดี๋ยวก็ขอบคุณ เดี๋ยวก็โชคดีเยอะมากเลย คนที่ไม่ค่อยพูด ส่วนใหญ่ก็ไม่สำเร็จเท่าไหร่"

"ย้อนกลับมาคือ ปิยวาจาที่ให้กับตัวเอง"

"ใช่อุ๊ย แพนด้าเก่งมาก กลับมาตอนต้นได้ โอเค"

"ค่ะ"

"ใช่ อาต่ายเริ่มต้นด้วยผิวาจามันอยู่ใน สังคหัตถุ 4"

"ค่ะ เหมือนกับว่าเราก็ต้องอวยพรตัวเองทุกวัน"

"เออ เนี่ยนะ"

"มังกรอย่างเธอเนี่ย"

"เริ่มเป็นแล้วนะ เริ่ม"

"อวยพรตัวเองเป็นนะ"

"อ่า ค่ะ"

"เออ ใช่"

"น้องเนาะ ต้องเป็นมิตรกับตัวเอง ต้องเป็น"

"อือ"

"ต้องเป็นบุคคลที่ให้พรตัวเอง เป็นพลังที่ดีให้ตัวเองอยู่ตลอดๆ"

"อื"

"แล้วก็ไปหาคนที่ เ้าชมอย่างเงี้ยที่ดีๆนะ ไม่ใช่ลวงเธอไปเสียตังค์ หรือกระทั่งไปหา มังกรให้ เ้าปากก่อน ผู้ใหญ่ใจดีมีเยอะนะ อ่านให้ออก มีผู้ใหญ่ที่ เ้าหวังดีกับเด็กๆ เยอะ ผู้ใหญ่อย่างพวกอาจารย์เนี่ย มันแก่แล้วเนี่ย มันรู้แล้วว่าความตายกำลังใกล้มาเยือนแล้ว มันก็อยากจะหาไอ้เด็กรุ่นใหม่ มาต่ออ่ะ แต่เด็กมันเกลียดเรา เด็กมันไม่กล้าเข้าหาเรา ไม่รู้จะส่งให้ใคร แต่มีวันนึง เด็กกลุ่มนึงเข้ามาหาเรา แล้วก็เริ่มคิดบวก เป็นคิดเป็น คิดว่าผู้ใหญ่อยากถ่ายทอดมั้ย"

"อยาก"

"เค้าก็ถ่ายทอด ก็ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ connect ชให้สังคมใหม่ แนะนำบัณฑิตดีๆให้ คิดว่าโตเร็ว แซงเพื่อนมั้ยครับ แต่เพื่อนเดียว กัน พอเจอผู้ใหญ่แล้วหนี ไอ้แก๊งไส้เดือนเนี่ย จะหนี หนีผู้ใหญ่ตลอด ก็ก็ไปรวมกลุ่มไส้เดือนกันใช่มั้ย อย่าไปกลัวผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่ร้ายๆก็เยอะนะ ก็ต้องดูผู้ใหญ่ที่ ใช่ เรอรอพวกเราให้เข้ามาหาเ"

"โอเค เราคุยกันมาค่อนข้างนานพอสมควร ทีนี้อาจจะเหลือประมาณ 2 คำถามที่แม่อยากถาม ต่าย ก่อนที่เราจะจบบทสนทนาวันนี้ไปค่ะ เชื่อว่าคนที่ฟังมาถึงตรงเนี้ย ได้ทู ได้เครื่องมือหลายอย่างแล้วล่ะ แต่ว่าอยากให้ อาต่ายฝากอีกสัก 1 เครื่องมือแล้วกันว่า อะไรคือเครื่องมือที่อาต่ายคิดว่า ถ้าเรามีสิ่งนี้ เราจะผ่านทุกช่วงเวลาของชีวิตไปได้ ไม่ว่าจะเจออะไรก็ 3 อ่ะค่ะ"

"สติ สติ ตัวเดียว รู้ลมหายใจ รู้ความรู้สึก รู้ทันความคิด สติ ง่ายสุดคือรู้ลมหายใจ ตัวนี้ง่ายสุด ยากขึ้นไปนิดนึงที่จะฝึกก็คือ รู้ความรู้สึกว่าเป็นบวกหรือลบ ถ้าลบให้หยุดให้เงียบ ถ้าบวก ระวังลำเอียง ลบระวังอคติ มันต้องเป็นกลางๆ ก็คือเห็นสถานการณ์ เห็นภาพรวมกันยังไงก็ชนะ ต่อมาก็แล้วก็ ขึ้นไปยากหน่อย คือเห็นทันความคิด ความคิดขยะขึ้นมา ความคิดที่เป็นเมฆหมอกขึ้นมา ความกลัวขึ้นมา เห็นความกลัว เห็นไอ้ความคิดจะด่าเค้า เห็นความคิดอย่างเงี้ย อันนี้ขั้นสูงขึ้น แต่ขั้นแรกเลย ต่ำสุดเลย ไปดูลมหายใจก่อน"

"เวลาเห็นความรู้สึกกับเห็นความคิด ต้องเบรกมั้ยคะ หรือว่า"

"รู้สิ รู้ ถ้ามันเป็น ถ้าเป็นติดลบ ตบทิ้งเลย"

"ออ"

"เอาบวกมาแทน ทดแทนด้วยบวก ทดแทนด้วยบวก มันจะแทนกันได้หมดแล้วฮะ แล้วชีวิตมันจะแต่ ใหม่ๆมันจะฝืนนะ มันจะสึก อื มันจะอึดอัด อึดอัด เพราะเราเป็นไส้เดือนมานานไง เราจะเอา ถลกไส้เดือนออกจากตัวเรา เป็นมังกร อดทนนิดนึงฮะ แล้วถ้าเป็นไปได้ หาครูบาอาจารย์ให้ เค้าคุยเรื่องแบบเนี้ย มีหลวงปู่ หลวงพ่อดีๆ เต็มประเทศไทยนะ ประเทศเนี้ย ครูบาอาจารย์ดีๆเยอะที่สุดในจักรวาลแล้วครับ หาให้เจอ แล้วท่านก็ใจดี"

"ทีนี้สุดท้ายค่ะ วันนี้ก่อนที่เราจะจบการสนทนาวันนี้ไป แพนด้าอยากถามอาต่ายว่า การดำเนินชีวิตของเราในฐานะที่เรายังเป็น มนุษย์อ่ะ เราจะเจอ อ"

"รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ตลอดเวลาอยู่ตลอดเวลาเลย แล้วก็แน่นอนว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คน ที่เริ่มฝึกที่จะเห็นทัน เริ่มเห็นได้ทัน แล้วเนี่ยค่ะ แต่ว่าบางครั้งแค่เห็นอย่างเดียวอ่ะ มันไม่ได้แปลว่าเราจะเลือกที่จะไม่ทำได้อย่างเช่น หลงอะไรบางอย่าง เหมือนบางทีเรารู้ตัวแล้วว่าเราหลง แต่มันไม่ได้แปลว่าเราจะเลิกหลง เพราะว่ามันจำเป็นต้องใช้กำลังใจในการที่จะเปลี่ยน ในการที่จะชิ อย่างเมื่อกี้ที่อาต่ายพูดถึงความคิดลบ หรืออะไรที่มันผุดขึ้นมา แล้วเราจำเป็นที่จะต้องตกมันทิ้งอ่ะ ทั้งๆที่ถ้าคิดต่อ บางทีมันก็เพลินนะ เออ แต่มันก็ต้องใช้กำลังใจ"

"อ่า ถูก"

"แล้วอาต่ายมีวิธีในการสร้างกำลังใจให้กับ ตัวเราเองได้ยังไงบ้างคะ"

"เอ้า ตอนเช้ามาก็ต้องเป็นกองเชียร์ตัวเอง สิ อย่าเป็นกองแช่ง เช้ามาแล้วก็พูดกับตัวเราหน้ากระจกเนี่ยนะ ฉันมีทุกอย่าง abandon หมายความว่า ทรัพยากรทุกอย่างพอเพียง ฉันเป็นคนที่มีความสุข ฉันเป็นคนที่มีประสบความสำเร็จ เราพูดกับศัพท์คนเชียสเราทุกวันเลย บางคนก็ใช้สวดมนต์จริงๆ สวดมนต์ถ้าเข้าใจบทสวดดีๆนะ มันไปทำให้ศัพท์คนเชียสเรา งามขึ้นทุกวัน เพราะคำสวดมนต์มันเป็นสิ่งที่ดี ทุกศาสนานะ ศาสนาแต่ละศาสนา คำสวดมนต์ดีๆงั้นแหละ แล้วก็สวดมันก็จะเข้าเนื้อ เข้าตัวไง บางคนบอกสวดมนต์ไร้สาระ ทีไม่ใช่หรอก ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ เาเรียกว่า positive affirmation ตอกย้ำเชิงบวกใส่ตัวเองทุกวัน ฉันโอเค ฉันมีความสุข จะเป็นกองแช่งอันที่ 1 นะ อันที่ 2 ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า กันโสอต่ายสอนคุณยิงธนูแบบญี่ปุ่น บางครั้งก็สอนซามูไรด้วย เวลาหนูหยิบซามูไรขึ้นมาแล้วฟันเนี่ย ต้องเด็ดขาดมั้ย มันต้องโช๊ะ พอเราฟันบ่อยๆ ไอ้ข้างในมันจะเป็นคนที่เด็ดขาดและว่องไว มันจะตัดๆ โช๊โๆ เลย เพราะอาต่ายมีเพื่อนเป็นพระเซ็น ญี่ปุ่นเยอะมาก เวลาเราฝึก เราฝึกแบบนี้ แล้วนั้นเวลามีความคิดยี่เหง่ามา มันก็เราก็มีดาบซามูไรในใจเรามั้ย ก็ no ตัวนี้ มันจะหักห้ามใจได้ แล้วทุกครั้งที่ฟันนี้ ความคิดบ้าๆ หรือจิตใจที่โลภหลง ฟันปั้ง 1 ฟัน คือคะแนนสติ ระบบก็จะบอกว่า ขณะนี้คะแนนสติสะสม เพิ่มขึ้นแล้ว ถ้าครบเมื่อไหร่ ได้โสดาบัน ก็ประมาณนี้แหละฮะ ก็ก็ฝากเอาไว้ เชียร์ตัวเองบ่อยๆ อย่าไปด่าตัวเอง กองเชียร์อันที่ 2 เด็ดขาด"

"เด็ดขาด"

"เช่นหนูให้สัจจะวาจากับใครไปแล้ว ต้องทำให้ได้ มันจะได้บารมี เค้าเรียกบารมี 10 ทัศอ่ะ"

"อื"

"ใช่มั้ย บารมีเต็ม มันก็บรรลุธรรมได้เหมือนกัน"

"สัจจะสำคัญมาก"

"สัจจะฮะ พูดคำไหนคำนั้น"

"อื ค่ะ โห วันนี้คุยกับอาต่าย เราก็ได้เข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น แล้วก็มันเป็นงานยาว การฝึกปฏิบัติกับตัวเองในทุกขณะ มันเป็นงานยาว แล้วก็เชื่อว่าประสบการณ์ของแต่ละคนน่ะ ก็คงไม่ได้เหมือนกัน แต่ว่ามีวิธีเช็คมั้ยคะ สุดท้าย เช็คว่าไม่ว่าวิธีจะต่างกัน แต่ result หรือผลอะไรที่ทำให้เรา รู้ว่าเรามาถูกทาง"

"โอง่ายๆเลย แฮปปี้มากขึ้น ธุรกิจหรือการงานก้าวหน้าขึ้น คนดีๆเข้ามาหาตัวเรามากขึ้น จี๊ดปี๊ดเหวี่ยงๆ ลดลง โอ้โหนี่ตัววัดที่ 1 เลย จี๊ดปี๊ดเหวี่ยงวีวีนน่ะ หายไปเกือบหมดเลย แล้วจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามา เดินไปหมาแมว บางทีก็มาหาเราก็มี"

"คือมันจะเปลี่ยนไปเยอะเลย วิธีวิธีวัดผลน่ะ"

"อื"

"ไปแล้วเราจะกลายเป็นออร่ามันออกอ่ะ คุยด้วยรู้สึกแฮปปี้มั้ย"

"แฮปปี้"

"อ่ะ คุยกับต่าแฮปปี้มั้ย"

"แฮปปี้"

"เออเนี่ย มันจะคนที่คุยด้วยจะรับทราบได้ ประมาณเนี้ย เรียกก็มาถูกทาง"

"อื"

"มาถูกทาง"

"ก็สู้ๆทุกคนนะคะ เออ"

"ได้อยู่แล้ว เราเป็นมังกรกันอยู่แล้ว อยู่แล้ว"

"นี่"

"เราโดนหลอกว่าเป็นไส้เดือน ไม่มีไม่มีไส้เดือนในโลกนี้ มีมังกรทุกตัวเลยเรา"

"ไม่ก็สำคัญสุดคือต้องเชื่อ"

"ว่าเป็นมังกร"

"เป็นทุกคน"

"โอเค"

"หนูมีเซอร์ไพรส์บางอย่างให้อาต่ายนี่"

"นี่มีเกาด้วย"

"ใช่ค่ะ เสื้อเกลา เกลา นิสัยอันตราย แต่ว่ามันจะเข้ากับสิ่งที่เกลาไง อันนี้แก้คันใช่ไหม"

"ใช่"

"คันตรงไหนก็เกลา"

"เออ"

"แล้วก็ใจ"

"ถ้ากลับหันหลังนะคะ"

"นิสัย"

"นี่คำนี้คือสิ่งที่เราคุยกันมา"

"ฉันเกิดมาเกาอ"

"อื ว่าเราเกิดมาเพื่อที่จะขัดเกลาจิตใจ ขัดเกลาทุกอย่าง เพื่อให้มันไม่เสีย ชัดเกิน"

"ฉลาดมาก อาต่ายโชคดีที่ได้เจอพวกเธอ ขอบคุณครับ"

"เออ"

"the right mindset"

"นี่อันนี้เป็นหนังสือของอาจารย์"

"ใช่ใหม่"

"เขียนกันเนี่ย 3-4 เนี่ย"

"ออ The Bright Mindset นะคะ"

"พี่โตนี่เป็นเมนทอร์ หัวหน้าแก๊งเมนทอร์ดี"

"ถ้าใครยังรู้สึกว่ายังไม่เจอโค้ช อาจจะเอาเล่มนี้ไปก่อน"

"หนังสือ หนังสือก็เป็นโค้ช"

"ฝากของอาต่ายด้วยนะคะ หนังสือ The R mindsต"

"ขอบคุณมาก ให้ไปเลย"

"ขอบคุณค่ะอาจารย์ แล้วก็เมื่อกี้น้องมีมอบเสื้อไป ก็ถ้าใครที่สนใจเสื้อเกลาแบบนี้นะคะ ก็ฝากอุดหนุนพิมพ์เกลาได้นะคะ ที่ใต้ description นี้นะคะ ทางเกลามีกระเป๋าผ้า นะคะ มีหมวกเกลา แล้วก็มีหนังสือเกลาด้วย เช่นกันนะคะ ก็ซื้อทั้ง 2 เล่มเลยนะ ทั้งของเก แล้วก็ของอาจารย์ได้เลยนะคะ ฝากติดตามด้วยนะคะ นี่อาจารย์รู้สึกยังไงบ้างคะ ที่ได้มาคุยวันนี้"

"รู้สึกโชคดีและขอบคุณ"

"ทำไมเราไม่เกลาตัวเองก่อนที่จะไปเกลาคน เลย"