📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

วิธีรับมือลูกวัย 2ขวบ ชอบใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง | เทคนิคสยบ Terrible Twos ด้วยวินัยเชิงบวก

ก้าวไปพร้อมลูก5:32

Transcription

ของหนูหนูจะทำเองไม่ ประโยคยอดฮิตที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนถึงกับกุมขมับ ยินดีต้อนรับสู่โลกของราชาตัวน้อยวัย 2 ขวบครับ วัยที่บทจะน่ารักก็น่ารักสุดๆ แต่บทจะเอาแต่ใจก็เหมือนพายุทอร์นาโดที่ไม่มีใครหยุดได้ คุณเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเด็กที่เคยว่าง่ายกลับกลายเป็นเด็กที่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เขาแกล้งเราหรือเขากำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่างกันแน่ และในฐานะพ่อแม่เราจะรับมือกับพายุอารมณ์นี้อย่างไรโดยที่ไม่ทำลายความมั่นใจและตัวตนที่กำลังเติบโตของเขา

สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน วันนี้เราจะมาเจาะลึกความลับของวัยเตาะแตะในหัวข้อ "วิธีรับมือลูก 2 ขวบชอบใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง" หัวข้อนี้ผมจะพาคุณไปสำรวจสมองของเด็กวัยนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น และเผยเทคนิคการสร้างวินัยเชิงบวกที่จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องขอบเขตไปพร้อมๆกับการสร้างความภูมิใจในตัวเอง ฟังให้จบนะครับ เพราะนี่คือบทเรียนแรกที่จะเปลี่ยนลูกให้เป็นเด็กที่รู้จักเห็นใจผู้อื่นในอนาคต เตรียมใจให้พร้อมแล้วเราจะก้าวไปพร้อมๆกันในช่อง "ก้าวไปพร้อมลูก" ครับ

ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการไม่โกรธลูกครับ เพราะนี่คือพัฒนาการตามปกติที่เรียกว่า "อีโก้เซนทริก" เด็กวัย 2 ขวบเพิ่งจะค้นพบว่าตัวฉันแยกออกจากพ่อแม่ เขาเริ่มรู้ว่าเขามีความต้องการ มีความคิด และมีอำนาจในการสั่งการ แต่ปัญหาคือสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นยังไม่พัฒนาครับ เขาไม่ได้เห็นแก่ตัวในความหมายของผู้ใหญ่ แต่เขา "ยังคิดแบบคนอื่นไม่เป็น" เขาคิดว่าทุกคนเห็นในสิ่งที่เขาเห็น และรู้สึกในสิ่งที่เขารู้สึก เมื่อเราเข้าใจว่านี่คือข้อจำกัดทางพัฒนาการ ไม่ใช่นิสัยที่เสีย เราจะเริ่มรับมือด้วยความใจเย็นมากขึ้น หน้าที่ของเราไม่ใช่การหักล้างตัวตนของเขา แต่คือการค่อยๆ สอนให้เขารู้จักคำว่า "คนอื่น" ผ่านกิจวัตรประจำวันนั่นเองครับ

การที่ลูกใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางไม่ได้แปลว่าเราต้องยอมทุกอย่างครับ ในทางกลับกัน วัยนี้ต้องการขอบเขตที่ชัดเจนเพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย เทคนิคแรก "ให้ทางเลือกที่จำกัด" แทนที่จะให้เขาตัดสินใจทุกอย่างเอง ซึ่งจะยิ่งทำให้เขาเอาแต่ใจ ให้ใช้การถามว่า "ลูกจะใส่เสื้อสีแดงหรือสีน้ำเงินครับ" วิธีนี้ช่วยให้ลูกรู้สึกว่าเขามีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งเขาชอบมาก แต่ยังอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เราวางไว้ เทคนิคที่ 2 "ใช้คำว่า 'รอ' แทนคำว่า 'ไม่ได้'" เด็กวัยนี้รอไม่เป็นครับ เราต้องฝึก "แม่รู้ว่าลูกอยากกินขนม แต่เราต้องรอให้ทานข้าวเสร็จก่อนนะ" การฝึกให้เขารอทีละนิดจะช่วยพัฒนาสมองส่วนยับยั้งชั่งใจได้ดีเยี่ยมครับ เทคนิคที่ 3 "ความสม่ำเสมอคือหัวใจ" ถ้าวันนี้ยอม พรุ่งนี้ไม่ยอม ลูกจะสับสนและยิ่งประท้วงหนักกว่าเดิม กฎต้องเป็นกฎ แต่ต้องเป็นกฎที่ตั้งอยู่บนความรักและความเข้าใจครับ

เราจะเริ่มสอนให้ลูกมองเห็นคนอื่นได้อย่างไร เริ่มจากการ "พากอารมณ์" ครับ เมื่อลูกแย่งของเล่นเพื่อน อย่าเพิ่งดุว่านิสัยไม่ดี แต่ให้บอกว่า "ดูหน้าเพื่อนสิลูก เพื่อนกำลังเสียใจนะที่ไม่ได้เล่นตุ๊กตา" การเชื่อมโยงการกระทำของเขากับความรู้สึกของคนอื่นบ่อยๆ จะช่วยสร้างเซลล์สมองส่วนความเห็นใจให้ทำงานครับ และที่สำคัญอย่าบังคับให้เขาแบ่งปันในทันทีครับ สำหรับเด็ก 2 ขวบ ของเล่นคือส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ลองใช้เทคนิค "การผลัดกัน" แทน "ตอนนี้ตาเพื่อนเล่นนะ เดี๋ยวต่อไปจะเป็นตาของลูก" วิธีนี้จะช่วยลดความรู้สึกสูญเสียและทำให้ลูกรู้สึกว่าเขายังมีความสำคัญอยู่ครับ

พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเลี้ยงลูกวัยนี้คือ "ความนิ่งของพ่อแม่" ครับ เมื่อลูกระเบิดอารมณ์เพราะไม่ได้ดั่งใจ เขาไม่ได้แค่ต้องการของสิ่งนั้น แต่เขากำลังทดสอบว่าคุณจะรับมือกับความเกรี้ยวกราดของเขาได้ไหม ถ้าคุณโกรธตาม เขาจะยิ่งกังวล แต่ถ้าคุณนิ่งและอยู่เคียงข้าง "แม่รู้ว่าลูกโกรธนะ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันตอนใจเย็นลง" ลูกจะเรียนรู้ว่าอารมณ์ที่รุนแรงของเขาไม่สามารถทำลายโลกใบนี้ได้ และพ่อแม่ยังเป็นที่พักพิงที่มั่นคงเสมอ การเลี้ยงลูก 2 ขวบคือการฝึกความอดทนขั้นสูงสุดครับ แต่มันคุ้มค่า เพราะนี่คือพื้นฐานของความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ ที่เขาจะพกติดตัวไปจนโตครับ

สรุปนะครับ ลูก 2 ขวบที่ชอบใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางไม่ใช่เด็กดื้อ แต่คือเด็กที่กำลังเรียนรู้โลก ให้ทางเลือกที่เหมาะสม ตั้งขอบเขตที่ชัดเจน และสอนเรื่องความเห็นใจทีละนิดนะครับ ขอบคุณที่ติดตามรับชมและรับฟังคลิปนี้ หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้พายุในบ้านสงบลง และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มและความเข้าใจกันมากขึ้นนะครับ หากคุณชอบเนื้อหาที่เจาะลึกพัฒนาการเด็กและเทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวก อย่าลืมกดติดตามช่อง "ก้าวไปพร้อมลูก" ของเราไว้นะครับ และหากคลิปนี้เป็นประโยชน์ ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเรา และที่สำคัญที่สุด ช่วยกันคอมเมนต์มาแชร์กันหน่อยครับว่าวีรกรรมเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของเจ้าตัวแสบที่บ้านคุณมีอะไรที่ทำให้คุณจำไม่ลืมบ้าง ผมจะรออ่านและเป็นกำลังใจให้ทุกบ้านครับ มาเข้าใจลูกและก้าวไปพร้อมๆกันนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดี