📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ตัวเอกของ Peanuts ชาร์ลี บราวน์...ผู้แพ้ที่ไม่เคยยอมแพ้

หม่อมปลื้มวิเคราะห์9:32

Transcription

Alล Brown loser ผู้น่ารัก เด็กชายผู้โอบกอดความพ่ายแพ้ แต่ไม่เคยท้อถอยนี่ แม้แต่ความกังวลของฉันก็ยังมีความกังวลของตัวมันเอง

ช่วงปี 1950 อาจจะเรียกได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกของการ์ตูนช่องในอเมริกาเลยก็ว่าได้ เพราะมีแรแคเตอร์การ์ตูนมากมายที่ถูกสร้างขึ้นและยังไม่หายไปไหน แต่หนึ่งในคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจที่ยังคงถูกยกมาพูดถึงก็คือเรื่องPัชลี Brown แล้วก็Snนoopy

คนไทยหลายคนอาจจะรู้จักมักคุ้นกับสนูปี้ เจ้าหมาบีกสีขาวกับบุคลิกซุกซนช่างฝันที่มักจะปรากฏตัวตามป้ายโฆษณาหรือสินค้าสำหรับเด็ก ทว่าน้อยคนนักที่จะรู้จัก ชารลีบราวน์

ผมรู้จักชารลีบราวน์นะฮะ ผมก็ดูการ์ตูนชารลีบราวน์ อ่านการ์ตูนชารลีบราวน์ ชลีบราวน์เนี่ยเหมือนเป็นคนที่แบบยอมพ่ายแพ้ต่อชีวิตนะ แต่ว่าจริงๆเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้นนะฮะ เขาเดินไปเดินมาใส่เสื้อสีลายเหลืองดำของเขาเนี่ยแบบสบายๆไปเรื่อยๆนะฮะ

Brown people ปีเเขียนว่า เป็นเด็กชายขี้แพ้ผู้เป็นเจ้าของสนopy คาแรคเตอร์ที่แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 70 ปี ตัวตนเขาก็ยังคงน่าประทับใจมากจนถึงปัจจุบัน

ชลีบราวคือชักเด็กชายอายุ 8 ขวบ ปรากฏตัวในพีนัท การ์ตูน 3 ช่อง การ์ตูน 3 ช่องคือไม่ใช่ช่องทีวีนะ มันเป็นกล่องนะฮะ กล่องบนหน้าในหนังสือการ์ตูนน่ะนะฮะ บราวน์เนี่ยเป็นเด็กชายอายุ 8 ขวบ ปรากฏตัวหนึ่งอยู่ในการ์ตูนพีนัท ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันในอเมริกานะ ตั้งแต่ปี 1950 50 นะฮะ

คาแรคเตอร์ของเขาและเพื่อนๆเนี่ยคือผลงานการออกแบบของ MHอ ซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนชื่อดังที่ออกแบบตัวละครเหล่านี้จากคนรอบตัวในชีวิตของ MHz เอง คราวนี้ตัวเอกของพีนัอย่าง Charliลี Brown เนี่ย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของตัวละคร loser ในโลกการ์ตูนอเมริกันเลยก็ว่าได้ เพราะในยุคสมัยที่มีตัวการ์ตูนฮีโร่สุดหวือหวาอย่าง Superman ถือกำเนิด คงไม่มีใครคิดว่าตัวละครอ่อนแออย่างชาลีบราวจะเกิด แถมยังโด่งดังสวนกระแสนิยมเดิมๆขึ้นมาได้ เพราะความขี้แพ้ ขี้อาย และไม่เคยทำอะไรสำเร็จอย่างนั้น

หรือเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งอะไรสักอย่างบ้างไหม เรียนไม่ดี กีฬาไม่เด่น ไม่มีอารมณ์ขัน แถมเพื่อนๆยังชอบแกล้งให้เราอับอายอีก ในวัยเด็กของคนบางคนอาจจะหอมหวาน แต่สำหรับบางคนอาจจะกลับขมขื่นจนเหลือเชื่อ นั่นแหละชีวิตของชาลีบราวน์

เขาเป็นเด็กซึ่งเรียนไม่เก่ง เป็นกัปตันทีมเบสบอล แต่ก็ไม่ได้เคยชนะ เตะฟุตบอลก็ไม่เคยเคยเตะโดนลูก ตามไม่ทันมุกตลกของเพื่อนๆ จนถูกแกล้งเสมอ ชาลีบราวน์เป็นแค่เพียงเด็กเต๋อขี้อายนะฮะ ที่มักจะฝังตัวอยู่ตามแถวมุมห้อง หลบเลี่ยงการตอบคำถาม เพราะรู้ว่าตนเองไม่ค่อยฉลาดขนาดนั้นในห้องเรียน

แล้วก็มีสาวผมแดงซึ่งย้ายเข้ามาใหม่ ย้ายเข้ามาในโรงเรียนในหมู่บ้าน แล้วก็ชาลีบราวน์ก็ปิ๊งเธอนะครับ ทันทีทันใด แต่ชาลีบราวน์ก็ไม่เคยที่จะกล้าที่จะไปชวนเธอพูดคุยสักครั้งนะฮะ

หนึ่งในองค์ประกอบของมุกตลกที่มักจะถูกนำมาเล่นซ้ำบ่อยๆก็คือการเล่นว่าว เพราะชาลีนั้นหลงใหลในการเล่นว่าวมาก แต่ว่าเขาไม่เคยประสบความสำเร็จในการพาว่าบินไปได้สูงกว่าต้นไม้แถวบ้านเลย เราจึงได้เห็นชาลีเล่นมุกซึ่งเปรียบเทียบเหมือนกับว่าต้นไม้เนี่ยจะคอยไล่กินว่าวของเขา จนชารลีบราวน์ก็บ่นว่าไม่เคยสำเร็จติดต่อกันมาหลายทศวรรษนะฮะ

ไหนจะมุกตลกเกี่ยวกับลูกฟุตบอล ซึ่งมักจะถูกลูซี่ เพื่อนสาวในแก๊งหลอกให้วิ่งไปเตะ แต่สุดท้ายก็ยกลูกหนี จนชาลีต้องเตะฝุ่นและเตะลมอยู่เสมออีก แต่ว่าบุคคลิกซึ่งน่ารักของชาลีบราวน์ก็คือว่าเขาก็ทำต่อไปเรื่อยๆไงฮะ ไม่ได้สนว่าเขาทำไม่สำเร็จนะฮะ

อันนี้ผมเสริมนิดนึงจากที่ The People เขียนนะฮะ แต่เพราะชาลีบราวน์มักจะถูกหลงกลมุกหลอกลวงง่ายๆของลูซี่ ที่เธอก็เรียกเขาว่าเจ้าทึ่มเนี่ยนะฮะ เราจึงได้เห็นว่าเขาวิ่งสุดแรงเกิดเพื่อเตะลูกบอลลูกนั้น เช่นเดียวกับการที่ชาลีไม่เคยเล่นว่าวได้สำเร็จ เราจึงได้เห็นว่าเขาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง โดยที่ไม่ยอมย่อท้อ

เพราะชาลีบราวน์เนี่ยเป็นคนซึ่งช่างแสงขี้ขลาด ไม่ยอมเดินไปทักสาวผมแดงสักที เราจึงได้เห็นเขาพยายามรวบรวมความกล้าหาญเพื่อที่จะเข้าหาเธออยู่เสมอ ดังนั้นแม้คนจะพูดว่าเขาช่างเหมาะที่จะเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวมากเพียงใด แต่ในขณะเดียวกัน ชารลี่บราวน์เองเนี่ยก็เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามด้วย

ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปีที่การ์ตูนเรื่องนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวัน ไม่รวมฉบับภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในปี 20115 ก็เพราะว่าชาลีบราาวไม่เคยประสบความสำเร็จ เราจึงเห็นความพยายามของเขาที่จะลงมือทำ ผิดพลาด ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ นับเป็นพันๆ เป็นหมื่นๆครั้งนะฮะ สถิติของการ์ตูนของพีนัสคือทั้งหมด 17,897 ตอน และไม่ว่าจะแพ้สักกี่ครั้ง ชาลีบกลับไม่เคยล้มเลิกในสิ่งที่เขาตั้งใจ ผิดพลาดก็เริ่มใหม่ ทำไปเรื่อยๆ

แม้ว่าผู้ว่าการ์ตูนอย่างชาลีเอชอสจะไม่เคยมอบความสำเร็จให้แก่ตัวชาลีบราวน์สักครั้ง เช่นเดียวกับเราทุกคนที่ต้องเคยประสบกับความพ่ายแพ้ต่อการแข่งขันบางอย่าง จะแข่งกับผู้อื่น แข่งกับเกลา แข่งกับตัวเอง ชาลีบราวเป็นสัญลักษณ์ของผู้แพ้ที่ไม่จำนนต่อความล้มเหลว

เขาวิ่งสุดแรงเกิดเพื่อไปเตะฟุตบอลของลูซี่ เพราะเขาคิดว่าหากครั้งนี้เธอไม่ยกลูกฟุตบอลออกแล้วเขาไม่เตะมันสุดแรง บอลก็จะไม่ลอยไปไกลแน่นะ มันเป็นการตัดสินใจบนความเสี่ยงที่เขายอมแลกในทุกๆ ครั้ง และแม้ครั้งนี้ลูซี่จะยกบอลหนีอีกครั้งหน้าก็อาจจะต่างออกไปก็ได้

ชาลมีวลีเด็ดที่มักจะถูกนำมาพูดถึงอย่างแม้แต่ความกังวลของฉันก็ยังมีความกังวลของตัวมันเอง เพื่อตอกย้ำว่าเขาเป็นคนซึ่งไม่มั่นใจในตนเองและกังวลกับทุกอย่างรอบตัวเอามากๆ แต่ความกังวลเหล่านี้ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้เขาเลิกพยายามกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เขาไม่เคยอับอายที่จะต้องเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะทำกับอะไรก็ตาม จะเป็นว่าวตัวนั้น จะเป็นลูกฟุตบอลลูกนั้น หรือแม้จะเป็นการพูดคุยกับสาวผมแดง ลูซี่ นั่นเอง

ลี่บราวน์มักจะมีความหวังอยู่เสมอ ว่าสักวันมันต้องสำเร็จ ต้องมีสักวันนะฮะ อันนี้ The People เขียนดีมากเลย ผมคิดว่ามันมีเหตุผลที่Sharบเป็นคาแรคเตอร์ ซึ่งมันอยู่ได้นานขนาดนั้น สำหรับคนซึ่งอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต หรือเจอกับความพ่ายแพ้ หรือการสูญเสียเนี่ย หรือการถูกต้มตุ๋น หรือโดนหลอก พอเห็นการ์ตูนอย่างชาลีบราวเนี่ย ก็สามารถอ่านได้แบบที่ไม่คร่ำเครียด แล้วก็มีความรู้สึกว่าเออมันก็มีคนแบบเนี้ยที่จะลุยกับชีวิตต่อไปนะฮะ

ปัญหาของชาลีบราวน์ก็คือว่า ชาลีบราวน์เองเนี่ย มักจะใช้วิธีเดิมในการสู้ คือถ้าคุณมองถึงวิธีการสู้ตามกฎกติกา ซึ่งมีผู้อื่นซึ่งกำหนดมาโดยที่เป็นผู้ อื่นซึ่งมีอำนาจมากกว่า มันมี 2 วิธีในการสู้นะฮะ

วิธีแบบผมก็คือว่า ปล่อยไปตามยถากรรม เพราะว่าผมประเมินว่าผมไม่ได้มีกำลังที่จะไปสู้ ผมไม่ได้มีบzuka ผมไม่ได้มี M79 ผมไม่ได้มี Newclear Enrichment Facility ผมไม่มี Rocket Propel Genate คือผมไม่มีอะไรทั้งสิ้นซึ่งเป็นการใช้กำลังเลย แล้วผมก็เป็นคนซึ่งถึงเวลาผมก็ไม่ได้พร้อมที่จะเอาตัวเ้าแลกหรอกหรอก เพราะว่าผมก็enjoy เสรีภาพของผม

อันนี้ผมต้องยอมรับว่าผมได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ผมได้เห็นคนในสังคมซึ่งอยู่ในแวดวงการเมืองซึ่งเจอการบดขยี้แล้วก็ยังสู้ต่อตามกติกา แล้วเขาก็บอกว่าแล้วจะจะให้ทำอะไรอ่ะ จะให้อยู่เฉยๆเหรอ เออ ผมชื่นชมคนที่มีสปิริตแบบนี้ ซึ่งเรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา หรือผู้ซึ่งสมควรได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งไม่ได้อยู่ในสภาอะไร เงี้ย ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปหลายคนก็เดินหน้าในการสู้ต่อเพื่อถูกบทขยี้ต่อ ซึ่งผมชวนชื่นชมในสปิเพราะว่าเวลาผมมีบทสนทนากับบุคลากรต่างๆเหล่านี้ของประเทศชาติเนี่ย ส่วนใหญ่แล้วเขาก็แคร์เกี่ยวกับประเทศชาติไม่ได้น้อยไปกว่า เอาจริงๆแล้วหลายรายก็มากกว่าผมด้วยซ้ำไป แต่เขาพร้อมเดินหน้าต่อในกฎกติกาซึ่งมีอยู่ เพื่อที่จะถูกบดขยี้ให้โลกมันเห็น ให้พลเมืองได้เห็นอะไร เงี้ย เผื่อว่าวันนึงมันจะมีโอกาสในการที่จะวิ่งทะลุเป้าหมายซึ่งถูกสร้างไว้จริงๆ

ผมไม่ได้เชื่อว่าทั้งหมดนั้นมันจะนำไปสู่ความสำเร็จ ผมเชื่อว่าในที่สุด ถ้าคุณใช้วิธีการในแบบที่ชารลี Brown ใช้ ก็คือใช้ วิถีดำเนเดิมในการสู้เนี่ย มันก็ไม่บรรลุเป้าหมายหรอก แต่ว่ามันก็ได้เห็นความพยายาม แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า ความพยายามซึ่งโลกได้เห็นอะไรอย่างเงี้ย มันแปลว่าวันนึงจะมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือเปล่า มันก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้น คือในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปอ่ะ ชารลีบราว มันก็เป็นเลกซyของคนซึ่งมีความพร้อมในการสู้อย่างไม่ท้อถอย แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันประสบความสำเร็จนะนะ

อย่างไรก็ดี ผมพูดในประเด็นนี้ในแบบที่เหมือนกับว่าผมไปวิจารณ์คนสู้ในกติกาก็ไม่ได้ เพราะว่าผมทำน้อยกว่าเค้าเยอะ ผมไม่ได้สู้ในกติกา ผมแค่ใช้วิธีการหว่านเมล็ดพันธุ์ผ่านปากของผมไปเรื่อยๆ แล้วก็ปล่อยไปตามยถากรรม แล้วก็หวังว่าวันนึงเนี่ย การเปิดประเด็นต่างๆ มันจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลายๆเรื่อง ซึ่งจะสร้างความเสมอภาคในสังคม แต่ผมไม่ได้เอาตัวเ้าแลก แล้วก็ผมก็ใช้วิถีในการปฏิบัติแบบที่ไม่ได้เข้าไปเล่นในกติกา ผมไม่มีกำลังด้วย เพราะฉะนั้น ผมก็มีแค่ปากกาซึ่งไม่ใช่ปากกา เพราะว่าผมไม่ได้ใช้ปากกาในการสู้ ผมใช้เอ่อปาก

นี่คือคลิปบราวนะฮะ ไอ้คลิปเนี้ยที่ผมบ่นเกี่ยวกับตัวเองเนี่ย คลิปบราว ทุกคนเห็นตัวเองในชาลีบราวน์ด้วยนะฮะ แล้วก็เห็นความเหมือนและความแตกต่าง ในสมัยวัยอายุ 12 ก็มีการ์ตูนชาลีบราวน์นี่แหละ ซึ่งเป็นการ์ตูนนึงซึ่งผมชอบอ่าน ในขณะที่การ์ตูนที่เด็กไทยชอบอ่านในยุคนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูนแบบเป็นเล่มแบบญี่ปุ่น สมัยตอนนั้นเนี่ย เกมซึ่งได้รับความนิยมคือมาริอะไร เงี้ยฮะซุ Super Mario Brothers อะไรสักอย่างเนี่ยนะฮะ หรือเมื่อก่อนต้องมีอะไรอ่ะ เมื่อก่อนไม่ได้เล่น Sony เมื่อก่อนเล่นอัตตาริ ผมชอบเล่นPคManน่ะนะฮะนะ