📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ความลับที่ชั้นใต้ดิน

คลื่นสยอง36:37

Transcription

คุณผู้ฟังเคยได้ยินเรื่องราวหลอนเกี่ยวกับคุณใสมามากมายหลายเรื่องอย่าเพิ่งหยุด หรือกดออกกลางคันขณะฟัง ผมชื่อริว จะมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเจอกับสิ่งที่พิลึกและประหลาดยิ่งกว่าทุกครั้ง ผมได้เข้าทำงานกับสถานที่หนึ่ง เป็นเหมือนจะวิจัยพันธุกรรมเกี่ยวกับเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ไม่ทราบชนิด ผมไม่รู้ว่ามันมีผลกระทบร้ายแรงอะไรต่อตัวผมมั้ยที่จะเป็นหนึ่งในคณะผู้คนที่เข้าร่วมทดลอง

สภาพฉากหน้าคือโรงพยาบาลที่เปิดปกติแต่มีชั้นใต้ดินที่ผมกับคนอื่นๆถูกพามายังอีกสถานที่หนึ่งลับหูลับตาและไกลจากผู้คน เริ่มจากทางเดินในตัวอาคารจนกระทั่งลงบันไดไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อลงมาจนถึงชั้นที่พวกเขาบอก ผมกับอีก 10 คนหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องกระจกที่สีดำสนิท มองไม่เห็นข้างใน เพราะเดี๋ยวๆ มีหญิงสาวสวมใส่เสื้อกราวเปิดประตูออกมา มองตามทางเดิน พยักหน้าส่งสายตาบอกกับทีมงานของพวกเขาที่มาส่งผม แล้วทีมงานที่พาผมลงมาก็เดินขึ้นบันไดไป เสียงเหมือนกับเครื่องปรับอากาศดังมาจากข้างในห้อง ผมมองผ่านประตูไปเห็นเครื่องจักรคล้ายกับที่นอนคนที่จะมาถอนฟัน ความคิดของผมสับสนไปไม่ถูก แล้วผมรู้แค่ว่าผมมาทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับคลินิกที่กำลังเอาชีวิตของคน แต่บรรยากาศกลับไม่ทำให้รู้สึกถึงความวิทยาศาสตร์ตั้งแต่แรกเสียเลย

เข้ามาข้างในค่ะ สักพักหมอจะผ่าตัด แล้วคนใส่เสื้อกราวเผยยิ้มแสยะแปลกๆ ผมกับคนอื่นๆก็เชื่อตามเธอเดินเข้าไปในห้อง ภายในห้องสว่างจ้ากว่าที่ผมคิด แต่กลิ่นที่เตะจมูกคือกลิ่นเลือดคาวคลุ้งไปทั่วห้อง ยิ่งเป็นห้องที่ปรับอากาศให้เย็นสุดขั้วจนผมต้องยกแขนมากอดตัวเอง ผมสำรวจรอบๆสักพักใหญ่ๆ มองรอบๆ เสียงหลอนของเครื่องปรับอากาศที่มุมห้องทำผมสะดุ้งตื่น มองอยู่หลายครั้ง ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกวักมือเรียกผม ผมตรงเข้าไปหาเธอและไม่นานนัก ยังไม่ทันได้ถึงจุดที่เธอกวักมือเรียก ไฟทั่วทั้งห้องก็ดับลง ทุกอย่างจมอยู่ในความมืด ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาให้ผมได้ยิน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงของเครื่องปรับอากาศก่อนหน้า ประหลาดใจ ผมต้องลุกขึ้น ขณะผมกำลังจะเอื้อมหยิบไฟฉายขึ้นมาส่อง ปรากฏว่าหญิงสวมชุดกาวขาด ผมพรุ่งยาวปิดหน้าตาและหน้าซีดขาว ดวงตาสว่าง มีเลือดไหลจากเป้าตามมือ เหมือนมีเข็มฉีดยาเสียบฝังไว้ เป็นนิ้ว เอียงตัวและปิดตัวทันทีที่เกิดการปิดตัวของมัน เสียงกระทบแกกๆของกระดูกก็ดังลั่น ราวกับว่ามันเบียดเสียดกันจนผมเห็นว่าตามเนื้อผิวของมันมีเลือดไหลออกมาตามร่างกาย อย่างกับคนติดเชื้อในหนัง แต่ที่แปลกไปมากกว่านั้นคือไม่ได้มีมันแค่ตัวเดียวที่กำลังยืนอยู่ มีพวกมันอีก 2-3 ตัวที่กำลังบิดกล้ามเนื้อมาเช่นกัน ขนของผมลุกชูตั้งชันขึ้น เหลียวมองไปทางไหนก็เห็นแต่เพียงความมืด ไม่ว่าไฟฉายจะส่องไปยังทางไหนก็ตาม กลับเห็นแต่ความมืด มันอะไรกัน คุณริว คุณไม่ลองลองใช้วิชาอาคมตัวเองหน่อยรึ ไม่งั้นคุณไม่รอดนะ

เสียงดังมาจากทางด้านหลังของผม ผมตะลึงงันเพราะคนที่พูดนั้นคือหญิงสาวสวมเสื้อกราวตอนมาเปิดประตูรับผม เธอฉีกยิ้ม ริมฝีปากอ้ากว้างและกระตุกมุมปาก ครู่เดียวกันนั้นเสียงดังกึกๆกักๆดังขึ้นอีกครั้ง ผมเลื่อนไฟฉายไปมองทางต้นเสียง คนมากมายที่มาก่อนหน้า สภาพไม่ต่างจากผี แต่ครั้งนี้พวกเขากำลังใช้เล็บขูดปรีดไปตามพื้น ส่งเสียงวีดเสียวฟันไม่ก็สันหลังให้รู้สึกหวาดผวาตาม ผมรีบร้อนตัดสินใจส่องไฟฉายวนไปหาทางตรงที่ไม่มีสิ่งใดขวางทาง วิ่งไม่คิดชีวิตที่จะออกไป เกิดเสียงโครมครามยกใหญ่และเสียงตะโกนของหญิงสาวคนเดิม ในความมืด ตามมันไป อย่าให้มันหนีไปได้ แย่งชิงวิชาพ่อปู่เศียรศรีมา

จังหวะที่ผมกำลังวิ่งนั้น ปราสาทสัมผัสของผมกระตุ้นทักษะการเอาตัวรอดจากตอนเป็นตำรวจทำให้ผมเอี้ยวตัวหมุนหลบแบบเส้นยาแดง เจ้าสัตว์นั้นพุ่งตรงมาใส่ผมจากทางด้านหลัง ผมหลบได้และคิดว่าคงเป็นครั้งเดียวครั้งสุดท้าย หากต้องปะทะกับผีพวกนี้จริงๆ ผมคงจะไม่มีทางหลีกเลี่ยง วิชาพ่อปู่เศียรศรีคือวิชาคุณใสที่ผมรับสืบทอดมาตอนเด็กจากหลวงปู่ศรีเสียร เจ้าของเคล็ดวิชาแผลฉกรรจ์ เป็นหนึ่งในวิชาอาคมสายแพทย์ที่ผมรับสืบทอด แต่ท่านมรณภาพไปตอนที่ผมสอบและกำลังฝึกอยู่โรงเรียนตำรวจ บรรดาพวกวิชาสายดำอยากได้วิชานี้ไม่ก็อยากทำลายลูกศิษย์คนที่รู้วิชานี้ ทุกคนคงเพราะว่ามันเป็นวิชาที่ช่วยรักษาคุณไสยมนต์ดำได้ทุกชนิด ไม่เกี่ยวว่าคุณไสยมนต์ดำนั้นจะรุนแรงแค่ไหน และใช่ ตอนนี้ทายาทที่เหลืออยู่มีเพียงแค่ผมคนเดียว ฮ่าฮ่า วิ่งหนีต่อไป ยังไงซะพวกสายดำไม่ปล่อยมึงไว้แน่ ถ้ามึงรอดไป

เสียงของหญิงสาวคนนั้นยังตะโกนลั่นอีกครั้ง ผมวิ่งมาในสภาพที่สัมผัสถึงเหงื่อที่ไหลตามร่างกายของตัวเองและรู้สึกหอบเหนื่อยเล็กน้อย วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่าถึงทางออกสักที ไฟฉายที่ส่องไปก็ไม่เห็นปลายทาง ทั้งยังต้องคอยเอี้ยวตัวหันมองทางด้านหลังที่มีตัวประหลาด ผีชุดกราวที่มีมือของพวกมันเป็นหลอดเข็มฉีดยา ความหวั่นผวาในใจของผมไม่มีเหลืออยู่ก็แต่เพียงเอาชีวิตรอด ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ปู่ศรีบอกกับผมว่าพวกเขาจะตามล่าผู้สืบทอดสายขาวบริสุทธิ์ที่สุดของพวกเล่นของ เพราะพวกมันไม่สามารถต้านได้ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คนที่รับครูหรือขันสืบทอดแล้วเหมือนจะตกนรกทั้งเป็น ที่พออายุเข้าวัยและเลยวัยเบญจเพศแล้วจะต้องปะทะกับพวกสายดำอย่างจัง แต่ผมดันโชคร้ายตรงที่ปู่ศรีไม่ได้สอนเคล็ดวิชาลับอะไรมากมาย รู้เพียงแค่วิชาแก้ของให้กับคนที่โดนของเพียงแค่นั้น

เกิดเสียงโครมครามของสิ่งของที่โดนเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดโถมใส่และพวกมันกำลังไล่ตามหลังผม ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น ร่างของผมลอยขึ้นมาเหนือฟ้าและทุกอย่างมืดสนิท ผมสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเปล ได้กลิ่นบุหรี่หึ่งๆเบาๆลอยมาอยู่ข้างๆ เสียงกระแอมที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงวิทยุที่ดัง ผมรู้ได้ทันทีว่าเขาคือหมวดติน ผู้หมวดสายโหดที่มีวิชาอาคมสายขาวที่เอาไว้สู้ล่อเหยื่อได้ดี ดาบริว เขาโยนบุหรี่ลงพื้น เกิดประกายแสงสีขาวขึ้นรอบๆ ขณะเดียวกันนั้นผมก็เห็นเงาโปร่งสีขาวลอยขึ้นมาจากพื้น ขนของผมลุกชูและเสียงสวดมนต์แผ่เมตตาที่ดังออกมาจากปากของหมวดติน เขายักคิ้วมาทางผม 1 ทีก่อนจะผิวปากอย่างสบายใจ เดินไปข้างหน้าผม ผมมองรอบๆ เป็นเหมือนลานโล่งๆที่มีหลุมศพมากมาย ขณะเดียวกันนั้น เงาแสงสีขาวโปร่งก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เจอมันล่ะ ไอ้คนขโมยศพ แหย่แล้ว

เสียงของเขาตะโกน ผมรีบลุกขึ้นจากเตียง เปลวความจุกเสียดของหน้าท้องก็ลามมาจนถึงกล้ามท้องและลำตัวเกร็งปวดหนึบชนิดที่ไม่สามารถลุกขึ้นได้ หญิงสาวเสื้อกราววิ่งแจ้นออกไปอีกทางและหมวดตินก็วิ่งตามหล่อนไปอย่างรวดเร็ว จนท้ายที่สุดก็จับหล่อนได้ สีหน้าของหล่อนไม่พอใจอย่างมาก ตอนสวนกับผมไปยังรถที่กุมขัง เธอมองมาทางผม ทำไมกันนะ ทำไมกัน แกถึงไม่ตาย ไอ้ริว ผมไม่สามารถโต้ตอบเธอได้ดั่งใจ จะมีเพียงรอยยิ้มที่ผมกำลังยิ้มเจ็บปนกับความรู้สึกดีใจ ทันใดนั้นผู้หมวดก็เดินมาพร้อมกับนามบัตรแผ่นหนึ่ง แพทย์หญิงกุสรินทร์ จับกุมในข้อหาขโมยศพ นี่ยังไม่รวมกับอีกหลายเคสที่บรรดาคนร้องทุกข์มีศพหายจากโรงพยาบาลอีก และไหนจะเป็นแพทย์เตือนด้วยที่ไม่ต่อไปประกอบวิชาชีพ

ผมอ่านนามบัตรของแพทย์หญิง ใช่อย่างที่หมวดตินว่า ใบประกอบวิชาชีพของเธอหมดอายุเมื่อปีที่แล้วและผมกับหมวดตินก็กำลังสืบเรื่องศพที่หายไปจากโรงพยาบาล แต่หน้าแปลกที่จู่ๆผมมาโผล่ที่สุสานที่นี่ หลังโรงพยาบาลนั่นแหละ นู่นที่กูพามึงมา หมวดเอ่ยขึ้น ชี้นิ้วไปอีกทางฟากหนึ่งที่มีแสงสว่าง ขอบคุณครับ ผู้หมวดติน เฮ้อ เสร็จคดีแล้วกลับบ้านกัน ขอให้ปลอดภัยนะ ไม่ว่ามันจะมาด้วยมนต์สายดำยังไง มึงก็ยังสำคัญกับคนที่โดนพวกมันทำของไส่อยู่ หมวดพูดขึ้นทำให้ผมประทับใจมากเป็นพิเศษ ผมกลับมายังสถานี ตรงบริเวณท้องจะจุกเล็กน้อยเพราะเกิดจากว่าผมโดนเปลกระแทกใส่ตอนที่ผมอยู่ชั้นใต้ดิน ผมคือหนึ่งในสายลับที่แฝงตัวเข้ามาดูการทำวิจัยลับๆของแพทย์หญิงคนหนึ่งที่เข้าข่ายว่าน่าจะใช้ชีวิตของคนเป็นมาทำการทดลองไม่ก็เข้าทำนองผ่าตัดเอาอวัยวะของคนไปขาย แต่ผมหารู้ไม่ว่ามันคือแผนล่อของเธอ เหนือกว่านั้นคือผู้หมวดตินที่อยู่นอกเหนือจากแผนการยังโผล่มาช่วยผมได้ทัน เขาเล่าต่อจากภาพตัดของผมว่า ผมสลบไปเพราะโดนเปลกับท้องพอดี ต่างจากตอนนั้นที่ผมได้ยินเสียงระเบิด เขาบอกกับผมเพิ่มแค่ว่าตอนนั้นเจอผมในชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็มาตรวจแต่เขากลับพาผมมาที่หนึ่งหลังโรงพยาบาลจนพบกับแพทย์หญิงเถื่อนคนนั้น

ขณะผมกำลังสับสนว่าสิ่งที่ผมเห็นและความจริงเป็นเช่นไรอยู่นั้น ไม่ต้องคิดมากนะ ทำงานมันก็มีผิดพลาดได้ ดาบปลิวเองก็คงไม่ทันระวังก็แค่นั้นเอง เพื่อนตำแหน่งดาบเหมือนกับผมอีกคนเอ่ยขึ้น เขาฉีกยิ้มกว้าง รูปร่างอ้วนท้วมเดินมาบอกกับผม เขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลแผนกที่คนเข้ามาแจ้งความ ผมจึงได้แบะคุยเล่นจนสบายใจสัก 10 กว่านาทีแล้วจึงขับรถกลับบ้าน พรรคตำรวจปู่ศรี ถ้ามีอะไรจะบอกผมดลใจให้ผมได้รู้ในฝันด้วยนะครับ ผมกับเพื่อนนายดาบแยกทางเมื่อเขาขับรถจากผมไป ผมใจหวิวๆแปลกๆ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมองมาจากทางด้านหลัง แต่ด้านหลังผมเป็นกำแพงสูง ผมคงคิดไปเอง ผมถึงห้องนอน ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพอเป็นชุดนอนที่สะดวกสบาย ทันทีที่ศีรษะของผมสัมผัสกับหมอน ความเหนื่อยล้าบีบตาผมให้ปิดสนิท ทุกส่วนของร่างกายสัมผัสถึงเนื้อผ้านุ่มๆ ความมืดมาเยือนผมและไม่นาน แสงสว่างวาบขึ้นจนผมต้องยกแขนขึ้นบัง สถานที่ตรงหน้าของผมเปลี่ยนเป็นเหมือนกับถ้ำแห่งหนึ่งที่บนเพดานมีแสงอาทิตย์ส่องลงมา ตรงหน้าของผมคือพระประธานองค์ใหญ่สีทองอร่ามในปางนั่งสมาธิและตรงบริเวณฐานมีพระสงฆ์รูปหนึ่งนุ่งห่มจีวรแบบไม่ทางการกำลังนั่งสมาธิหลับตา ทันใดที่ผมโค้งตัวลงกราบท่านก็ลืมตาขึ้น ระวังให้ดี ไอ้ริว วิชาคุณใสขาวที่เอ็งได้รับคือวิชาที่เอาไว้แก้ของให้กับคนที่ถูกสายดำคลุมและครั้งนี้ข้าจะเผยนามของมันให้เจ้าระวัง มันชื่อสร้อย หรืออีกชื่อที่วงวิญญาณร่ำลือกัน แม่หมอหมอซอย

ตรงหน้าผมค่อยๆปรากฏใบหน้าของพระท่านชัดขึ้นเรื่อยๆ ผมยิ่งมองยิ่งรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเพราะท่านคือหลวงปู่ศรีคนสอนวิชาสายขาวให้กับผมแล้วที่ผมเจอตอนอยู่สุสาน กุสรินทร์ คือหนึ่งในลูกสมุนของแม่หมอใส พวกมันจะเอา วิญญาณเด็กไปทำรักยมหรือไม่ก็กุมารทอง เล่นคุณไสยมืดที่จะทำให้เอ็งถึงแก่ชีวิตได้ ข้ามาเตือนเองให้ระมัดระวังเพราะวิชาของอย่างเดียวที่พวกมันกลัว มันเคยส่งภูตผีมาจัดการกับข้าแล้วครั้งหนึ่ง ผมยกมือพนมไหว้ท่าน รับความเมตตาจากท่านอย่างเชื่อฟัง ขณะฟังก็พลางคิดตามท่านไปด้วย จับใจความได้หลากหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันตัวเองให้รอดชีวิตและคอยหาทางจัดการกับพวกมันไปด้วย ผมเล่าเรื่องให้กับท่านฟังเพิ่มว่าพรรคหลังๆคดีของผมจะเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างตอนใต้โรงพยาบาลและสุสานเก็บศพเด็กที่แพทย์กุสรินทร์ขโมยศพด้วย ไม่ว่าจะเหลือเชื่อแต่มันก็น่าคิดไม่น้อยที่ศพจำนวนมากมายถูกขุดขึ้นมาจากโรงศพ

รุ่งเช้ามาถึง ความฝันเมื่อคืนคือคำบอกใบ้ของหลวงปู่ศรีและวันนี้พวกผมกับทีมงานกู้ภัยร่วมใจกันทำความสะอาดสุสานและเผาศพเด็กไร้ญาติ ส่วนสาเหตุที่เผาคงเป็นเพราะว่ามันถูกขุดขึ้นมาและหากไม่จัดการตามความเชื่อวิญญาณจะเฮี้ยนและตามออกมาหลอกหลอน ผมที่ไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้ก็ไม่อยากจะขัดพวกเขาและต้องมาร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมกับหมวดติน ก่อนที่พิธีจะเสร็จ ผมกับหมวดตินเดินไปยังศาลาพบเจอกับเณรที่กำลังเดินเข้ามายื่นสายสิญจน์ให้กับผมและหมวดติน ผมกับหมวดตินก็รับไว้ตามมารยาท แต่สิ่งที่เณรพูดคือสิ่งที่ตราตรึงใจผมมากที่สุด เจ้าอาวาสฝากมาบอกโยมทั้งสองว่าให้ระวังตัวจากพวกสายดำให้ดี ถึงแม้ว่าเณรจะบอกกับพวกเราทั้งสอง แต่สายตาของท่านกลับมองที่ผมนานกว่ามองหมวดติน ทำให้ผมคาใจและคิดไม่ต่างจากความฝันเมื่อคืน ผมกับหมวดตินขึ้นรถออกจากเขตวัดไป ขณะนั่งอยู่บนรถก็ได้คุยกันถึงเรื่องเมื่อวานก่อน ริว เคยคิดมั้ยว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้แพทย์หญิงกุสรินทร์ถึงทำอย่างนั้น ผมส่ายหน้า ไม่แน่ใจครับหมวด แต่ผมว่าน่าจะเกี่ยวกับการทดลองประหลาดที่อยู่ใต้ดิน เออ ยังไม่บอกเลยว่าเมื่อวานตอนลงไปข้างล่างเจอกับอะไร

เถาม้ำ ผมมองหน้าอย่างประหลาดใจ ผมจำได้ว่าเคยบอกไปแล้ว คือมันลืมน่ะ ช่วยเล่าอีกหน่อยขอละเอียดเลยครับ ที่ข้างล่างมีการทดลองที่ผิดมนุษย์จริงๆครับ แต่มันก็เกิดระเบิดหมดก่อน ผมก็ไม่แน่ใจว่าจริงมากน้อยแค่ไหนเพราะมารู้ตอนหลังเหมือนมีเรื่องเหนือธรรมชาติ มันก็ยังไม่ชัดเจนตามเคย ถ้ามันเหนือธรรมชาติมาก หลักฐานเอาผิดไม่มีก็คงต้องปล่อยให้อายุความมันขาด ทำแบบนี้ก็ตามเอาผิดหมอกุสรินทร์ไม่ได้น่ะสิ ผมว่าต้องมีคนจูงใจหมอกุสรินทร์นะครับ ประเด็นคือเราสาวไปถึงต้นตอไม่ได้เลยเพราะตอนสอบปากคำไม่ให้ความร่วมมืออะไรสักอย่าง แล้วหมวดจะเชื่อมั้ยครับถ้าผมบอกว่าผมสงสัยอยู่คนหนึ่ง ใคร แม่หมอสร้อยครับ ผมพูดขึ้นเหมือนเขาจะทำสีหน้าไม่เชื่อผม แต่ท้ายที่สุดก็มองมาทางผม ส่ายหน้าถอนหายใจ มีเบาะแสมั้ยว่าคือใคร ผมสมมุติฐานมั่วๆว่าคือคนที่สั่งให้หมอกุสรินทร์ไปขโมยศพเด็กครับ ไม่ คือผมหมายถึงว่าเป็นใคร อายุเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน อะไรทำนองนั้น ยังไม่มีเบาะแสเลยครับ ดาบริว เราจะไปว่าเขาได้ยังไง ในเมื่อยังไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวโยงอะไรกัน แบบนี้มันไม่มีหลักที่เชื่อถือได้ ถึงสืบไปก็สูญเปล่า มีแต่จะต้องปล่อยให้คดีมันขาดอายุความเป็นเท่านั้น หมดก็เห็นกับตาแล้วไม่ใช่เหรอครับ เรื่องเหนือธรรมชาติใช่ แต่การจะดำเนินคดีได้ต้องมีหลักฐานเอาผิด ไม่ใช่สันนิษฐานที่หาหลักฐานไม่ได้ แบบนี้ โมเมนั้นคนนี้ผิด มันก็เท่ากับกล่าวหาเขาลอยๆได้ ผมไม่อยากจะพูดกับเขาต่อ แต่อย่างน้อยผมก็ได้บอกชื่อสำคัญแก่เขาไปแล้วว่าให้เค้าระมัดระวังตัว แต่มันต้องเป็นผมเองต่างหาก จะหวังพึ่งมนต์สายขาวสู้กับสายดำอย่างผู้หมวดตินคงไม่ได้ เพราะถ้าเกิดเจอพวกหมอผีสายดำที่เก่งๆเขาจะไม่พ่ายแพ้ฝ่ายนั้นหรอกเหรอ

ขณะผมกำลังจมอยู่กับความคิดวิตกของตัวเอง หมวดตินก็พูดขึ้นว่า แม่หมอสร้อยรึ เหมือนเคยได้ยินชื่อ ไม่รู้ว่าใช่เจ้าแม่ใบ้หวยเก่งๆมั้ยน่ะ ผมพอมีจังหวะจะให้สาวหาต้นตอได้ รู้สึกปลอดภัยและคลายความวิตกก่อนหน้าลง ผู้หมวดพาผมขับรถไปยังสถานที่หนึ่ง เหมือนกับบ้านไม้ที่มีส่วนหน้าบ้านจัดตกแต่งอย่างสวยงาม เมื่อผมก้าวเท้าลงจากรถ ความคลื่นเหียนก็ตีขึ้นมาจากท้อง เหมือนจะอาเจียนให้ได้จนผู้หมวดต้องพาผมกลับสถานีทันที จนพ้นเขตและกลับมาถึงสถานี สีหน้าของหมวดมุ่งมั่นคล้ายกับคนที่มั่นใจว่าใช่สถานที่นั้น แต่จะหาทางเอาหลักฐานเชื่อมโยงเอาผิดยังไงให้โยงว่าจ้างวานให้หมอกุสรินทร์ไปขโมยศพเด็ก เหนือกว่าการวางข่าวลวงคงเป็นการจัดสถานการณ์เพื่อให้คนร้ายเผยตัว

ผ่านไปอีก 10 วัน ผมกับหมวดตินก็มายังบ้านของเจ้าสำนักอีกครั้ง กลิ่นสาบคลุ้งจนผมรู้สึกเหมือนเคย แต่ครั้งนี้เงียบกว่าครั้งก่อนเยอะมาก หมวดตินฉีกยิ้ม ตามแผนที่วางมาก่อนหน้า ผมกับหมวดตินไม่มีใครใส่เสื้อตำรวจหรือเครื่องแบบ ผมกับหมวดจะแฝงตัวเป็นคนที่มาดูดวงกับแม่หมอสร้อยและวันนี้ก็เป็นคิวของพวกผม นี่คือการแฝงตัวที่เหนือความคาดหมายของผมมาก ผมไม่รู้ว่าหมวดตินจะมีอะไรพลิกแพลงสถานการณ์ได้ เดินไปอีกสักพักก็มาถึงห้องที่มีเหมือนเป็นรูปปั้นหินวางอยู่ แม่หมอคนนี้รูปร่างอ้วนท้วมกว่าที่ผมคิดและสวมเสื้อเหมือนกับเด็กวัยรุ่น คือเสื้อยืดสีสวยๆและกางเกงขายาวที่ไม่รู้ว่าเป็นยีนส์หรืออย่างไร แต่จากการมองรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนใบหน้าและอายุไม่น่าจะเกินวัย 30 ได้ เชิญค่ะ เชิญค่ะ ว่าแต่จะมาดูดวงอันใดหรือคะ เธอมองมาทางผม เผยยิ้มอย่างชอบใจ ของผมรู้สึกกังวลแปลกๆและรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเวลา ใครดูก่อนคะ ผมครับ ขอผม

จู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างในลำคอจะหลุดออกมา ความจุกเสียดเต็มท้องเหมือนมีบางอย่างกำลังล้วงคอไปยังท้อง มันกระอักจนผมหายใจติดขัด ระหว่างนั้นผมไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น จะหันขอความช่วยเหลือใคร ร่างกายราวกับถูกตรึงด้วยบางอย่าง ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้น ผมพยายามจะมองรอบๆแต่ความมืดก็ค่อยๆมาเยือนผมอีกครั้ง มันคล้ายกับภาพตัดเหมือนครั้งก่อนและครั้งนี้ผมก็มายืนอยู่ต่อหน้าเงาดำทะมึนที่เหมือนมีบางอย่างเดินออกมา เป็นหญิงสาวสวมใส่เสื้อกราว ตรงมือเป็นเข็มฉีดยา ดวงตาเหลือกโปนเหมือนจะถลนออกมาไม่ต่างจากว่ามันกำลังคลั่งเลือดอยู่ มันวาดมือไปกลางอากาศส่งเสียงแผดจนผมแสบแก้วหู สู้กับมัน บริว อย่าไปยอมแพ้ มันต้องกลับมานะเว้ย

เสียงของหมวดตินดังขึ้นจากข้างๆผม ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไร แต่สถานการณ์ตรงหน้าของผมทำให้ผมหวั่นสั่นกลัว เจ้าผีที่เหมือนกับผีดิบใช้เข็มฉีดยาที่อยู่ตรงนิ้วทั้ง 5 แทงมายังทางผม กระโดดหลบแบบฉิวเฉียดไปหลายครั้งหลายหน ขณะนี้ก็พยายามคิดหาทางออกไปจากที่นี่ รอบข้างเต็มไปด้วยความมืด ผมจะเห็นเพียงแค่มัน ไอ้ผีสวมใส่เสื้อกราวผมยาว รูปร่างสูงผอม หัวเราะแคร็กคล้ายกับเสียงกระดูกลั่นไม่ก็ขยับร่างกายของมันไม่ต่างจากนักกีฬายิมนาสติก มือคอยจะฉวัดเฉวียนมาโดนผมให้ได้ ผมเอี้ยวตัวหลบอย่างยากลำบาก เหมือนกับกล้ามเนื้อจะฉีกให้ได้ หลายครั้งผมเคลื่อนไหวเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ ทันหลบได้ไม่นาน ความเหนื่อยล้าก็เริ่มกิน มันเหนื่อยมากจนผมต้องหอบหายใจและได้พักเพียงแค่เล็กๆ มันก็พุ่งมาใหม่ คอยอยู่อย่างนั้นจนท้ายที่สุดผมก็นึกถึงบทสวดของหลวงปู่ศรีที่เคยสอน ในเมื่อผมไม่มีวิชาต่อสู้ซึ่งหน้า งั้นก็ถ้ามันยังเป็นบางอย่างที่ถูกมนต์ดำสิง ผมยังพอจะขับไล่มันออกไปได้ ถ้าอย่างนั้น ผมตั้งมั่นขณะหลบไปก็พยายามพนมมือไหว้ท่องมนต์ไปด้วย จะมีบางครั้งที่ผมถูกทำให้บางส่วนถลอกและบริเวณที่ถลอกจะเกิดแผลพุพองคล้ายกับแผลติดเชื้อ มันส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ สีหน้าของมันเผยยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกออก ทันใดนั้นเกิดแสงประหลาดรายรอบตัวมัน มันแผดร้องตามมาทีหลัง ผมยิ้มกว้าง หัวเราะทีหลังดังกว่าและไม่นานหลังจากนั้นเงาดำทะมึนค่อยๆลอยออกจากร่างของหญิงสาวที่สวมเสื้อกราวกลายเป็นคนปกติ ขอบคุณนะคะที่ช่วยแก้ของให้ฉัน

หลังจากนั้นไม่นาน แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้น ผมกลับมายังสำนักของแม่หมอสร้อยอีกครั้ง คราวนี้ผมเห็นร่างของแม่หมอนอนอยู่กับพื้นโดยมีผู้หมวดตินขมวดคิ้ว สีหน้าบิดเกร็งไม่ต่างกันทั้งคู่ ยินดีต้อนรับกับโลกมนุษย์ ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก กึ๊ก ระเบิดไม่ได้ทำงาน เพราะบุญโชคยังไม่ได้ต่อชนวน เมื่อเขาแน่ใจแล้วว่าตัวนับถอยหลังสามารถทำงานได้ปกติ บุญโชคก็บรรจงหยิบแท่งระเบิด C4 มาทำการบัดกรีสายไฟ C4 ของบุญโชคสามารถถล่มอาคารเล็กๆได้หลังหนึ่ง สะเก็ดระเบิดจะกระจายใส่ผู้ที่อยู่โดยรอบ เนื้อไส้ฉีกขาด แต่เจ้าระเบิดนี่จะพิเศษกว่าชิ้นอื่นที่เขาเคยทำ เพราะมันจะถูกนำไปยัดไว้ในรูปปั้นอาแปะทองคำเพื่อหลอกเสี่ยเหลือม เป้าหมายของงานนี้ เสี่ยเหลือมเป็นเจ้านายเก่าของบุญโชค เขาเคยรับงานระเบิดบังคับคู่อริของเสี่ยอยู่หลายหน ทุกๆงานบุญโชคปฏิบัติได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เคยมีงานไหนพลาดเป้าหรือช้ากว่ากำหนด จนกระทั่ง โอ๊ย อาโชค เขาเลิกระเบิดกันแล้ว มันดูเล่นใหญ่เกินไป เดี๋ยวนี้ถ้าอยากเก็บใครก็ส่งมือปืนไปเก็บมันรายตัวง่ายกว่า เหตุผลโง่ๆที่บุญโชคเคยได้รับตอนเสี่ยเหลือมต้องการเลิกจ้าง ในตอนแรกบุญโชคคิดว่าเสี่ยเหลือมตาไม่ถึงเพราะการใช้มือปืนมันเป็นงานที่ดูฉาบฉวยไร้ศิลปะ ทว่าบุญโชคได้มารู้ภายหลังว่าเสี่ยเหลือมไปจ้างมือระเบิดคนอื่น ใช่ ไอ้เสี่ยหน้าเงินมันไปจ้างมือระเบิดที่เรียกเงินถูกกว่า อีกทั้งไปจ้างใครไม่จ้าง ไปจ้างขี้ยาที่เพิ่งกลับมาจากเกณฑ์ทหาร ไอ้กระจอกนั่นคงไปแอบเรียนเอาในค่าย พอรู้เรื่องหน่อยก็มารับงาน คุณภาพไม่ดีแค่ราคาถูก บุญโชคแค้นใจเป็นอย่างมากที่โดนเสี่ยเหลือมทรยศ เขาวางแผนสังหารพวกมันยกแก๊งโดยการทำระเบิดยัดอาแปะชุบทอง ไอ้เสี่ยมันชอบทอง เวลาใครเอาอะไรไปฝากถ้าเป็นทองมันจะรับไว้โดยไม่มีการปฏิเสธ เมื่อบุญโชคเอาทองไปให้มันก็รอให้เวลานับถอยหลัง 3 2 1 บึ้ม ไอ้เสี่ยกับลูกน้องโดนระเบิดตายห่า ช่างสมกับเป็นแผนของอัจฉริยะอย่างบุญโชค ก็ต้องสั่งสอนให้มันรู้ว่าอย่าริมาหักหลัง

มือระเบิดบ้านของเสี่ยเหลือมเป็นคฤหาสน์หลังโต มีระบบรักษาความปลอดภัยชั้นยอด ชายร่างใหญ่พกปืนเดินยั้วเยี้ยอยู่รอบบ้าน บุญโชคติดต่อขอพบเสี่ยเหลือมโดยระบุว่าตนจะมากล่าวลาเนื่องจากจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ในตอนแรกเสี่ยเหลือมบอกไม่เป็นไร เรื่องนี้บอกในโทรศัพท์ก็ได้ แต่พอรู้ว่าบุญโชคจะมีรูปปั้นอาแปะมา เสี่ยก็อ้าออกพร้อมปูพรหมแดง บุญโชคเดินถือรูปปั้นอาแปะตามหลังบอดี้การ์ดร่างยักษ์ตลอดทาง ทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆตอนที่เคยเข้ามารับงาน พอเปิดประตูเข้าไปในห้องก็พบว่าเสี่ยเหลือมกำลังนั่งรออยู่ เสี่ยเป็นชายอายุราว 50 ปลายๆอยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีทองเหลืองอร่าม เมื่อได้เห็นรูปปั้นอาแปะในมือของบุญโชค เสี่ยเหลือมจ้องมองตาเป็นมันราวกับจะกระโดดเข้าตะครุบ สวัสดีครับเสี่ย บุญโชคยื่นรูปปั้นทองชุบให้อีกฝ่าย เสี่ยเหลือมรับมาลูบๆคลำๆ สีหน้าบ่งบอกถึงความพึงพอใจ โอ้โห ใหญ่กว่าที่คิดอีกนะเนี่ย เล็กน้อยครับเสี่ย เพื่อมิตรภาพของเรา เสี่ยวางรูปปั้นหันไปเปิดลิ้นชัก หยิบเอาบางสิ่งออกมา หัวก็มีของให้รื้อเหมือนกัน นี่มังกรหยกแท้ ในโลกนี้มีไม่กี่ตัวแล้วนะจะบอกให้ บุญโชครับมังกรหยกมา โห สวยงามมากครับเสี่ย โอ๊ย เล็กน้อย ไม่เท่าของรื้อหรอก บุญโชคยิ้มอยู่ในใจ ไอ้โง่ๆนี่มันไม่รู้ซะแล้วว่าข้างในนั้นเป็นระเบิดที่กำลังจะตูมในอีก 10 นาที เสี่ยส่งรูปปั้นอาแปะให้ลูกน้อง นี่หรือ เอาไปเก็บในตู้โชว์ของอั๊วหน่อย วางไว้หน้าสุดเลยนะ บุญโชคมองรูปปั้นที่กำลังถูกยกออกไป ตอนแรกเขาตกใจเล็กๆ แต่เมื่อพบว่ามันถูกนำเข้าไปในห้องที่อยู่ติดกัน เขาถอนหายใจเบาๆ มันยังอยู่ในรัศมีทำลายล้าง เออ ว่าได้ข่าวว่าจะไปต่างประเทศเหรอ เสี่ยเอ่ยขึ้น ไปทำอะไรล่ะ เอาจริงๆว่าก็เสียดายนะที่ประเทศเราต้องเสียคนเก่งๆอย่างลือไป บุญโชคยิ้มให้กับความใจดีของมัน ไม่หรอกเสี่ย เดี๋ยวนี้คนเลิกระเบิดกันแล้วนี่ ผมก็เลยต้องไปรับงานพวกฝรั่งที่โน่น ค่าตัวแพง งานนึงได้เป็นล้านเลยนะ เสี่ยพยักหน้ายิ้มๆ ดี ดีใจกับลือด้วย เฮ้อ แต่พอได้ยินแบบนี้อั๊วก็เลยนึกถึงวันเก่าๆเลย ว่าจำครั้งแรกที่เราร่วมงานกันได้มั้ย งานนั้นอั๊วประทับใจมากเลยนะ บุญโชคนั่งยิ้มตอบ เออ ไปตามน้ำ เมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าอีกไม่ถึง 5 นาทีระเบิดจะทำงาน เอ่อ ผมลืมบอกไป เดี๋ยวผมต้องขอตัว นี่ๆเสี่ย ขัดหรือจำงานที่อั๊วไประเบิดแก๊งพยัคฆ์ 3 ปีที่แล้วได้มั้ย อั๊วยังจำหน้าพวกมันตอนที่รู้ว่าของที่เราส่งให้เป็นระเบิดได้เลยนะ โอ๊ย ตอนนั้นอั๊วสะใจเป็นบ้า อ๋อ จำได้สิครับ รู้สึกจะเป็นงานที่ 3 ของเรา รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของบุญโชค เออ เสี่ย เดี๋ยวผมต้องรีบ โอ๊ย ไม่ต้องรีบหรอก อาโชค อั๊วให้คนชงชาไว้ให้เรานะ รอชาก่อนแป๊บนึง ชา เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นาฬิกาบอกเหลือเวลาอีก 3 นาที เออ แป๊บเดียว แป๊บเดียว แม่บ้านกำลังชงอยู่ ไหนๆก็จะลากันแล้ว ดื่มชากันหน่อย มันเป็นธรรมเนียมของบ้านอั๊วนะ บุญโชคหน้าซีด แต่เสี่ยครับ ผมต้องรีบไปแล้ว พอดีว่าเครื่องบินกำลังจะออก

หา ไปวันนี้เลยหรอ โอ้โห ทำไมเรียบร้อนจัง บุญโชคลุกจากเก้าอี้ ผมต้องไปแล้วครับเสี่ย ถ้าอย่างนั้นอย่าเพิ่งสิ เริ่มชาก่อน มันเป็นธรรมเนียมของบ้านอั๊วนะ เฮ้ย แต่ๆ เครื่องบินของผมจะออกแล้วนะครับ ก็ให้มันออกไปสิ เอางี้ ทันรื้อไปไม่ทัน เดี๋ยวอั๊วออกค่าตั๋วใหม่ให้ แต่ๆว่า บุญโชคกำลังจะปฏิเสธ แต่เขาสังเกตเห็นบอดี้การ์ดร่างยักษ์กำลังจ้องมองมา สายตาคู่นั้นกำลังบอกว่ามึงช่วยนั่งลงด้วย บุญโชคนั่งลง หัวใจเต้นตุบตับ เมื่อเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าเหลืออีกเพียง 2 นาที โน่นไง มาแล้ว มาแล้ว เสี่ยมองไปที่ประตู แม่บ้านกำลังถือชาเข้ามา บุญโชคเขย่าขาขึ้นลง แม่บ้านค่อยๆรินน้ำชาอย่างใจเย็น เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเหลือเพียงแค่ 1 นาที เสี่ยยกถ้วยชาของตัวเองขึ้น เอาล่ะ เรา มา แต่บุญโชคไม่รีรอ คว้าแก้วชากระดกพรวด รู้สึกร้อนเหมือนไฟลวกลำไส้ เรียบร้อยนะเสี่ย ขอบคุณมากครับ เขาเก็บข้าวของ ยกมือไหว้ลาแล้วหันก้าวฉับไปที่ประตู เสี่ยตะโกนตามหลัง เฮ้ย จะรีบไปไหนวะนั่น นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลาเหลือ 30 วินาที บุญโชคเร่งฝีเท้าฉับ พอเห็นว่าไม่มีคนก็ออกวิ่งสับตีนแตกไปที่รถ 10 9 8 เขาเสียบกุญแจ เปิดประตู แล่นตรงไปยังทางออก เฮ้อ บุญโชคถอนหายใจ ตอนนี้เขาพ้นรัศมีระเบิดแล้ว แต่ก่อนที่จะออกไปข้างนอก บุญโชคหยุดรถ รอดูผลงานชิ้นโบว์แดง 5 4 3 2 1 เงียบ อะไรวะ บุญโชคมองคฤหาสน์ตาค้าง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบสงบ ระเบิดไม่ทำงาน บุญโชคไม่อยากจะเชื่อ ทำไมระเบิดของเขาถึงด้านล่ะ มีความเป็นไปได้ว่าสายไฟหลวมหรือไม่ก็มีของเหลวไหลเข้าไปในวงจรตอนที่เอารูปปั้นไปชุบ บ้าเอ้ย ทำไมถึงซวยแบบนี้วะ บุญโชคทุบมือไปที่พวงมาลัย โมโหตัวเองสุดๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดความผิดพลาดโง่ๆแบบนี้ เขารู้สึกชาไปทั้งร่าง เรี่ยวแรงเหือดหาย ตอนนี้บุญโชคไม่อยากทำอะไรแล้ว เขาค่อยๆก้มตัว