Transcription
สวัสดีครับ ผมก็ได้เห็นข่าวที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ารับการผ่าตัด แล้วคุณหมอดมยาเนี่ย เขาต้องแทงสายสวนเข้าหลอดเลือดที่คอด้านขวา แต่ปรากฏว่าไปแทงทะลุหลอดเลือด ทำให้เลือดออกปริมาณมากอยู่ในช่องทรงอกแล้ว ความดันของผู้ป่วยเนี่ยตกจนถึงระดับน่ากลัวเลยนะครับ
ทางครอบครัวที่เข้าไปสังเกตการณ์เนี่ย ก็ได้ขอร้องให้คุณหมอท่านนี้ช่วยเพิ่มความดันโลหิตให้หน่อย แต่ปรากฏว่าคุณหมอท่านนี้ก็ตอบกลับด้วยวาจาที่ไม่ค่อยเหมาะสมนะครับ ขณะนั้นคุณหมอผ่าตัดเนี่ย เขาก็ต้องรีบผ่าเปิดทรวงอกเข้าไปเย็บซ่อมหลอดเลือด
อย่างไรก็ตามครับ เนื่องจากความดันของผู้ป่วยเนี่ย ตกมาเป็นเวลานานมากเลย ทำให้ อวัยวะต่างๆ เนี่ย ล้มเหลวไปหมด ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลต่อได้อีกประมาณสักเดือนนึงก็สิ้นใจไปนะครับ ในระหว่างนี้เนี่ย หมอดมยาท่านนี้ก็ไม่เคยมาขอโทษ ไม่เคยมาพูดจา หรือมาดูเคสดูแลอะไรแต่อย่างใดเลยนะครับ ทำให้ทางครอบครัวเนี่ย ก็มีการร้องเรียนไปทางโรงพยาบาล แต่คำตอบที่ได้ก็คือ คุณหมอท่านนี้เค้าทำทุกอย่างตามมาตรฐานถูกต้องแล้ว เพียงแต่อาจจะผิดอย่างเดียวก็คือเรื่องคำพูดที่ไม่เหมาะสมเท่านั้นนะครับ
ต้องบอกว่าเรื่องนี้เนี่ย ผมได้คุยกับลูกชายของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ แล้วลูกชายผู้ที่เสียชีวิตก็เป็นอาจารย์หมอดมยาเสียด้วย แถมมีอายุไล่เลี่ยกับหมอดมยาในกรณีนี้ ซึ่งก็เป็นอาจารย์หมอดมยาอีกคนนึง เรื่องนี้นะครับ มีหลากหลายประเด็นที่ผมรู้สึกว่าไม่อยากจะให้มันเงียบไปนะครับ แล้วก็มีหลายเรื่องที่น่าสงสัยเลยทีเดียวในเคสนี้ ดังนั้น เดี๋ยววันนี้ผมจะวิเคราะห์ให้ฟังเลยนะครับ พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียวัณ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ ก่อนผมจะพูดในวันนี้นะครับ ผมได้ขออนุญาตทางอาจารย์หมอดมยาที่เป็นลูกชายของผู้ป่วยรายนี้แล้วนะครับ แล้วก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้อย่างมากนะครับ เคสนี้นี่คือผมว่ามันมีอะไรหลายอย่างที่น่าสงสัยมากเลยทีเดียวนะครับ
เริ่มเรื่องเป็นอย่างนี้ครับ ทางผู้ป่วยเนี่ย เค้าเข้ารับการผ่าตัดข้อเข่านะครับ แล้วหลังจากนั้นมันก็เกิดภาวะแทรกซ้อนก็คือเป็นลิ่มเลือด แล้วมันไปอุดตรงบริเวณหลอดเลือดใหญ่ที่ปอดนะครับ ที่เราเรียกว่า Massive Pulmonary Embolism นะครับ ก็คือมันเป็นขนาดใหญ่มากแหละ แล้วก็เกิดอาการหัวใจวายฉับพลัน ทำให้ทางโรงพยาบาลเนี่ย ตัดสินใจใส่เครื่องปอดหัวใจเทียมที่เรียกว่า Veno Arterial ECMO นะครับ V-A ECMO นั่นเองนะครับ เข้าที่หลอดเลือดตรงบริเวณขาหนีบขาข้างขวานะครับ พอหลังจากใส่ไปดูแลกันตามเรื่องตามราว คนไข้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ หายใจได้ดี การทำงานของหัวใจก็กลับมาดี แล้วก็เลยมีความคิดว่า เออ ถ้าอย่างนั้นเนี่ย เราน่าจะถอดไอ้เครื่องนี้ออกได้แล้วนะ อ่า ก็เลยส่งคนไข้ลงไปที่ห้องผ่าตัด เพื่อที่จะทำการถอดสายตัวนี้ออกนะครับ
ในขณะนั้น สภาพของคนไข้ก็คือ อ่า เจ็บป่วยเรื้อรัง อายุเยอะ แต่ว่าโดยทั่วไปเนี่ย ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมากเลย หัวใจก็กลับมาทำงานได้แล้วนะครับ แล้วในขณะนั้นเนี่ย ก็มีสายสวนอยู่ที่คอด้านซ้ายนะครับ สายสวนอันเนี้ย เราจะเรียกว่าเป็น PA sheath นะครับ ก็คือ Pulmonary Arterial Sheath นะครับ ก็คือเป็นเหมือนเป็นสายยางท่อนึงไว้ตรงคอ ตรงหลอดเลือดอันนี้ เพื่อที่จะใส่ยาเข้าไป หรือว่าใส่สายเข้าไปถึงหัวใจ แล้วก็ไปวัดความดันต่างๆ ได้นะครับ อันนี้มีอยู่ที่คอด้านซ้ายนะครับ ส่วนคอด้านขวาเนี่ย หลอดเลือดตรงนั้นเคยมีอาจารย์พยายามที่จะใส่สายสวนเข้าไป โดยใช้ Ultrasound เพื่อดูว่า เออ ใส่สายเข้าไปตรงไหนนะครับ แต่ว่าไม่สามารถใส่เข้าไปได้ ไม่สำเร็จ ใส่ยาก จนกระทั่งต้องล้มเลิก แล้วก็ไปใส่ข้างซ้ายแทนนะครับ ร่วมกับตอนนั้นเนี่ย ผู้ป่วยเค้ามีปัญหาเรื่องของเกล็ดเลือดต่ำ แล้วก็มีเลือดออกง่ายนะครับ อันเนี้ยเป็นปัญหาที่ เราเจอบ่อยๆ ในคนที่ต้องใช้เครื่องนานๆ นะครับ แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ทั้งหมดดีขึ้นแล้วนะครับ
ซึ่งก่อนที่จะเริ่มเคสเนี่ย ทางลูกของผู้ป่วยซึ่งเป็นอาจารย์หมอดมยานะ ก็ได้ไปฝากฝังให้หมอดมยาอีกท่านนึง ซึ่งก็เป็นอาจารย์ในโรงเรียนแพทย์เหมือนกัน ทั้งคู่เนี่ยเป็นอาจารย์นะครับ ก็ฝากฝัง เออ อันนี้คุณแม่ผมนะครับ ช่วยดูให้หน่อยนะฮะ อ่า เค้าก็รับปากกันไป แต่พอตอนทำเคสนี่นะครับ ก็ปรากฏว่าคุณหมอท่านเนี้ย เค้าใส่ พยายามจะใส่สายสวนเข้าไปที่คอด้านขวา ทั้งๆ ที่ด้านซ้ายก็มีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งอันนี้เนี่ย ผมไม่แน่ใจว่ามันมีความจำเป็นอะไร ผมเป็นคนที่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนแล้ว ผมก็ใส่สายสวนพวกเนี้ยเป็นประจำ ผมยังคิดเหตุผลไม่ออกว่าทำไมจึงจำเป็นจะต้องใส่สายสวนเข้าไปที่หลอดเลือดคอด้านขวา ทั้งที่ด้านซ้ายมันก็มีอยู่แล้วยังใช้ได้ดีเป็นปกติ แถมคนนี้มีประวัติว่าการใส่สายสวนเข้าข้างขวามันยากอยู่แล้ว และยังมีเกล็ดเลือดต่ำกับเลือดออกง่าย ถ้าเกิดเกิดอะไรขึ้นมามันจะอันตรายกว่าปกติ ดังนั้น โดยทั่วไปก่อนที่เราจะใส่สายสวนเข้าที่คอด้านขวามันต้องมีเหตุผลอะไรชัดเจนมากๆ ซึ่งอันเนี้ย เท่าที่ผมฟังทางผู้เสียหายเค้าเล่ามา ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรชัดเจนที่ผมคิดออกเลยนะครับ ทุกๆ อย่างมันดีขึ้นแล้ว ทำไมจะต้องไปทำอันนี้ไม่ทราบจริงๆ ก็จะต้องเป็นทางโรงพยาบาลที่จะต้องมาตอบตรงนี้ให้ได้ว่าทำไมนะครับ
ทีนี้ในระหว่างที่ใส่เนี่ย ทางหมอผ่าตัดที่อยู่ในเคสก็บอกว่า เอ้ย ทำไมมันนานจัง ใช้เวลานานจังนะครับ แต่สุดท้ายก็ใส่เข้าไปได้ อ่า ใส่เข้าไปได้เสร็จเนี่ย อาจารย์หมอดมยาท่านนี้ก็เรียกนักศึกษา Resident ปี 3 ของดมยามานะครับ ก็คือเราเรียกง่ายๆ ว่าเหมือนเป็นปริญญาโทปีสุดท้ายของสายอื่นๆ แล้วกันนะครับ บอกว่า อ่า น้องเดี๋ยวน้องมาใส่ไอ้สาย Swan-Ganz เข้าไปหน่อยนะ อ่า คำนี้คืออะไร คำนี้ก็คือ เค้ามีสายตรงนี้แล้วใช่มั้ยครับ เค้าต้องการใส่สายยางอีกตัวนึงเข้าไปในนี้ เพื่อไปที่หัวใจด้านใน แล้วก็วัดค่าความดันต่างๆ นะครับ อันนี้เราเรียกว่า Float นะครับ คือสายยาวๆ นะฮะ เรียกว่า PA Catheter Float ตรงปลายมันจะมีบอลลูนอยู่นะฮะ ทีนี้พอใส่สายเข้าไปเสร็จปุ๊บเนี่ย ก็มีปัญหาครับ ความดันโลหิตตกอย่างรุนแรง เหลือ 55 ตัวบน ตัวล่างคือ 40 ในระหว่างนี้นะครับ คือครอบครัวของเขาเนี่ย ก็สังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา แล้วคนเนี้ย เขาเป็นอาจารย์หมอดมยา เค้าบอก อาจารย์ครับ ช่วยเพิ่มความดันให้หน่อยได้มั้ย เพราะว่ามันอันตรายแล้วนะฮะ 55/40 เนี่ย อันตรายมากเลยนะฮะ เพราะว่าถ้ามันต่ำขนาดนี้ อวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมอง ตับ ไต หรือที่อื่นๆ เนี่ย มันจะขาดเลือด แล้วมันอาจจะล้มเหลวได้ในเวลาต่อมานะครับ
คำตอบที่ได้เนี่ย คือ "คุณอยากได้ความดันเท่าไหร่" แค่นี้แหละครับ "คุณอยากได้ทำเท่าไหร่" แล้วก็ดูเหมือนจะ เอ่อ อาจจะอาจจะไม่เหมาะสมที่จะตอบไปในตอนนั้นนะครับ แล้วก็อีกอย่างนึง เค้าบอกว่า เออ "ผมกลัวแม่ผมจะไม่ฟื้นนะ" ครับ แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ บอกว่า "คุณไม่ต้องกังวลหรอก แม่ว่าแม่คุณจะไม่ฟื้น แม่คุณฟื้นอยู่แล้วแหละ ขนาดตอนที่หมอเค้าลงมีดเนี่ย คุณแม่ของคุณเนี่ย ยังขยับเท้าได้เลยนะครับ" อ่า อันเนี้ย ก็คือเป็นคำพูดที่อาจจะไม่เหมาะสมในตอนนั้นนะครับ ซึ่งถ้าถามผมนะ ผมมองว่า บางทีอ่ะ มันมีมุมมืดในโรงเรียนแพทย์จริงๆ ก็คืออาจารย์โรงเรียนแพทย์บางคนเนี่ย มีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมแบบนี้แหละ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นที่ธรรมศาสตร์ไงครับ จำได้มั้ย ผมเคยทำคลิปไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่อาจารย์ธรรมศาสตร์ เอ่อ มีท่านนึงเนี่ย เขาไปกระชากคอ Resident นะครับ แล้วก็มีการทำร้ายร่างกายด้วยนะฮะ ตอนนี้เรื่องไปถึงไหน ผมก็ยังไม่รู้นะครับ แต่ว่าเท่าที่ผมอ่านในกฎของธรรมศาสตร์มันทั้งหมดเนี่ย มันใช้เวลา 6 เดือนถึงปีนึงกว่าจะเสร็จทั้งหมดนะครับ เดี๋ยวก็ต้องรอดูว่า เป็นยังไงบ้าง ก็ไม่เห็นทางธรรมศาสตร์มีการแถลงอะไรออกมามากมายไปกว่าที่ผมเคยเอามาเล่าไปแล้วนะครับ ก็ต้องรอดูนะ แต่จริงๆ ก็คือ ถ้ายังมีระบบอาวุโส ระบบการพูดจาแบบเนี้ย มันก็จะติดครับ บางทีเราพูดไปแบบ เอ้ย รำคาญ เราก็จะพูดแบบนั้นได้นะครับ ทำให้อันเนี้ย อาจจะเป็นปัญหาเวลาที่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมานะครับนะฮะ
พอร่วมกับเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา มันเลยทำให้ทุกคนไม่พอใจ ขณะนั้นเนี่ย ความดันตกเป็นแบบน่ารุนแรงมากๆนะฮะ ทางคุณหมอผ่าตัดเนี่ย เค้าก็แทนที่จะดึงเครื่อง ECMO ออก ดึงออกไม่ได้แล้ว เพราะความดันตกรุนแรง ต้องเก็บมันไว้ แล้วก็ผ่าเปิดออกอย่างนี้ครับ แนวยาวอย่างเงี้ย เรียกว่า median sternotomy เปิด แล้วก็แหวกออก แล้วไปเจอว่าหลอดเลือดมันฉีกขาดอยู่บริเวณนึงนะครับ ตรงบริเวณนั้นเนี่ย มันเป็นรอยต่อระหว่างหลอดเลือดดำตัวนึงที่เข้าสู่หัวใจโดยตรง เราเรียกว่า SVC (Superior Vena Cava) นะครับ แล้วก็หลอดเลือดดำอีกอันนึงที่มันมาจากไหปลาร้าข้างเนี้ยนะครับ เราเรียก Subclavian vein มันมาต่อกันตรงกลาง ไอ้ตรงกลางตรงเนี้ย มันมีการฉีกขาด ทำให้หมอก็ต้องไปเย็บซ่อมนะฮะ
ซึ่งตรงนี้ครับ ที่ทางโรงพยาบาลบอกว่าหมอทำได้ถูกต้องทุกอย่าง ผมยังรู้สึกว่ามันน่าจะต้องมีคำถามหลายๆ อย่างในเรื่องนี้เลยนะครับ อย่างแรกก็คือว่า โอเค คุณมีการสืบสวนว่าอะไรเหมาะสมไม่เหมาะสมใช่มั้ยครับ คุณมีคนนอกไปดูหรือเปล่า คุณมีผู้เชี่ยวชาญอื่นไปดูหรือเปล่า อันนี้ยังเป็นคำถามอยู่นะ และที่สำคัญครับ ถ้าสมมุติว่าการทำทั้งหมดเนี่ย มันเหมาะสมตามมาตรฐาน ข้อแรกที่ต้องตอบให้ได้คือ แล้วทำไมต้องใส่สายเข้าไปข้างขวา ในเมื่อข้างซ้ายก็มี แถมคนนี้เนี่ย ข้างขวามันมีประวัติว่าใส่ยากมากนะครับ และยังมีปัญหาเรื่องของเลือดออกง่ายอีกต่างหาก การใส่เข้าไปข้างขวามันจึงเป็นการเสี่ยงที่ไม่จำเป็นเลยตั้งแต่แรก แต่ถ้ามันมีเหตุผล อันนี้ก็ต้องออกมาชี้แจงนะครับ เพราะผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
อันที่ 2 ถ้ามันใส่สายพวกนี้เข้าไปยากเนี่ย คือมันต้องมีการยืนยันว่าสายพวกเนี้ย มันอยู่ในหลอดเลือดจริงๆ ไม่ใช่ทะลุไปที่ไหนแล้วนะครับ ตรงนี้สำคัญมากนะ คือทางนั้นเขาก็เล่ามาว่าเขาใช้ Ultrasound ในการดูว่าหลอดเลือดอยู่ตรงไหน แล้วใส่สายเข้าไป โอเค อันนี้เข้าใจ ใส่เข้าไปไม่เป็นไร ดีและนะครับ เวลาที่เราใส่สายเข้าหลอดเลือดเนี่ย เราจะมีสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นเทคนิคพิเศษเรียกว่า Seldinger technique โดยตอนแรกนะครับ สมมุติ นี่เป็นหลอดเลือดกลมๆ ครั้งแรกที่เราทำ เราจะใส่ เราจะฉีดยาชาเข้าไปก่อน แล้วแทงเข็มเข้าไปในนี้ ซึ่งพแทงแทงแทงเข็มเข้าไปข้างในเนี่ย เราจะสามารถ เราจะซาวมองเห็นหัวเข็มได้ หลังจากนั้นเราจะใส่ลวดเข้าไปครับ ลวดเนี่ย มันจะเข้าไปทางรูเข็มฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือด ยาวๆ แบบนี้ เพื่อเป็นไกด์นะครับ เราก็สามารถเอาซาว แล้วเห็นไอ้ไอ้ลวดนี้ได้ตลอดแนวว่ามันต้อง เข้าไปที่หัวใจนะครับ หลังจากนั้นเราจึงมีการขยายแผลให้มันกว้างขึ้น แผลที่เราแทงเข้าไปให้มันกว้างขึ้น เพื่อที่จะเตรียมใส่ตัว dilator หรือว่าสายสวนเข้าไปนะครับ เราต้องขยายแผลนะ ทีนี้ขยายแผลเนี่ย ถ้าคุณใช้แรงมากจนเกินไป ดันๆ แล้วมันทะลุไปเลย นั่นแหละครับ อาจจะเป็นอันตรายก็ได้นะ หรือว่าถ้าไอ้สายลวดตัวเนี้ย มันบังเอิญไม่ได้อยู่ในหลอดเลือด มันทะลุเข้าไปที่อื่นล่ะ นั่นแหละครับที่เป็นปัญหา
แล้วก็พอเราพอเราถ่างขยายเสร็จปุ๊บ แล้วค่อยเอาสายจริงๆ ใส่เข้าไป ซึ่งจริงๆ อ่ะ ตรงเนี้ย ต้องไปเช็คหลายๆ ขั้นเลยครับ ขั้นไหนบ้าง ขั้นแรกนะครับ ก็คือระหว่างนั้นคุณได้มีการ Ultrasound เพื่อที่จะดูลวดเส้นนี้หรือเปล่านะครับ ถ้าลวดมันทะลุออกไปข้างนอกเนี่ย ยังแก้ไขได้ ไม่ได้อันตรายมากนะฮะ ไม่ได้อันตรายมากเท่ากับตอนที่ถ่างขยายแผลแล้วนะฮะ ดังนั้น เราต้องรู้ให้ได้ว่าลวดเส้นนี้เนี่ย มันวิ่งตรงเข้าหัวใจแน่ๆ แน่ๆ นะครับ งั้นอาจจะ เราจะรู้ได้ยังไง ข้อแรกทำ Ultrasound ข้อที่ 2 ถ้ามันเป็นเคสที่ใส่ยากมากๆ จริงๆ จะต้องมีการทำ X-ray หรือทำ Fluoroscopy เดี๋ยวนั้นเพื่อให้ชัวร์ ให้แน่ใจ 100% ถ้ามันเป็นเคสที่ง่าย คุณจะไม่ทำ เนี่ยมันไม่แปลก เพราะ Ultrasound อาจจะเห็นชัดนะครับ แต่นี้เคสยาก คุณรู้อยู่แล้วว่ามันยาก แล้วมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น เคสนี้ได้มีการทำ X-ray หรือไม่ อย่างไร มีการทำ Fluoroscopy หรือไม่ อย่างไร ถ้ามีผลมันเป็นอย่างไร ตรงนี้ต้องมาดูที่ผลด้วยนะครับว่าผลเป็นอย่างไรนะ ถ้าไม่ได้ทำ ทำไมถึงไม่ได้ทำในเคสที่ใส่ยาก ใช้เวลานานขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ได้ทำ อันนี้ต้องตอบให้ได้ ถ้าไม่มีคำตอบนี่แหละครับปัญหา
ทีนี้พอเราใส่ลวดเข้าไปข้างในเป็นไกด์ให้เราได้เลย เราจะต้องใส่ที่ขยายทางขยายเราจะเรียกว่า dilator นะครับ ตัวเนี้ย ถ้าเราถ้าเราดันมันรุนแรงเกินไป หรือแบบเราไปเจอสิ่งที่มันติดข้างในแล้วพยายามยัดๆ เข้าไปเนี่ย มันอาจจะแทงทะลุอะไรสักอย่างที่อันตรายก็ได้นะ แล้วตรงนี้แหละครับ ที่มีปัญหา สมมุติ คุณแทงเสร็จแล้วใช่มั้ยครับ หลังจากนั้นคุณจะใส่สายสวนของจริงเข้าไป อ่า ใส่สายสวนของจริงเข้าไป เอาลวดออกนะครับ มันจะต้องมีเลือดออกมาจากตรงนี้นะ แล้วทีเนี้ย แค่นั้นไม่จบนะครับ คุณจะต้องมั่นใจก่อนว่าไอ้สายตัวเนี้ย มันอยู่ถูกที่ถูกทาง ถ้ามันเป็นกรณีที่ยากๆ เราอาจจะต้องทำ X-ray ต่อเนื่องเพื่อให้ชัวร์ มันอยู่ที่นั่นนะฮะ อันที่ 2 ก็คือคุณอาจจะต้องทำการตรวจแรงดันของเลือดนะครับ เราเรียกว่าเป็น อ่า Transducing manometry นะครับ อันนี่ที่ผมรู้ เพราะว่าผมเคยใส่มันมาแล้ว ผมรู้ว่ามันต้องทำยังไงนะครับ อันนี้ถ้าสมมุติว่าน้องที่ไหนมาฟังเนี่ย กรุณาฟังตรงนี้ให้จบด้วย ที่เป็นแพทย์ที่ต้องแทงไอ้เส้นพวกนี้ นะครับ เพราะว่าหลายคนมักจะข้ามขั้นตอน ถ้าข้ามขั้นตอนในเคสที่ง่ายเนี่ย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นอะไร แต่เคสยากแบบเนี้ย กรุณาอย่าข้ามขั้นตอนเด็ดขาดนะครับ
อ่ะ ใส่มีสายออกมาที่คอละนะครับ ข้างขวามี เอาตัววัดความดันไปวัดแล้ว หลังจากนั้นเราจะดูกราฟครับ กราฟว่ามันขึ้นนะครับ เป็นตามที่มันควรจะเป็นหรือเปล่า นะครับ ความดันตรงเนี้ย ประมาณสัก 5-15 มม. ปรอท มันจะขึ้นเป็นกราฟอย่างเงี้ยนะครับ ให้เราต้องเห็นนะฮะ ให้เราต้องเห็นชัดๆนะ แต่ว่าไอ้กราฟอย่างเงี้ย มันก็ผิดพลาดได้ เพราะอะไร เพราะสมมุติว่าหลอดเลือดนะ แดนโดนแทงทะลุทะลุข้างหลังไปแล้วอย่างงี้ใช่มั้ย ตอนแรกแทงทะลุ เราเอาที่ถางขยายมันทะลุไปแล้ว แต่หลอดเลือดเวลาที่เราใส่สายสวนเข้าไป หลอดเลือดเราสายสวนอาจจะอยู่ตรงบริเวณนี้ ใกล้ๆ ปากรูนะครับ แล้วตอนนั้นนี่แหละที่มันยังคงรับแรงดันจากในหลอดเลือดได้ แต่ว่าข้างล่างมันขาดไปแล้ว หรือบางกรณีครับ แย่กว่านั้นอีกคือ คุณแทงทะลุไปทั้งหมดนั่นแหละ แล้วตอนนี้มันทะลุเข้าไปในช่องหัวใจนะ ครับที่เราเรียกว่า mediastinal space ตรงนั้นเนี่ย เลือดมันจะออกไปเรื่อยๆ ครับ ออกนะครับ ทำให้เหมือนมีแรงดัน แล้วเราก็วัดเหมือนมีแรงดัน แต่เป็นแรงดันปลอมนะครับ ถามว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่าเป็นแรงดันจริง คุณต้องทำการ Fluoroscopy ครับ ถ้าเป็นเคสยาก กรุณาทำเสมอ เพราะแม้กระทั่งการใส่เครื่องวัดความดันเข้าไป มันก็ผิดพลาดได้ ตรงเนี้ย เป็นหลักเลยนะ
แล้วที่สำคัญไม่ใช่แค่นั้น ครับ คุณต้องให้แน่ใจว่าไอ้สิ่งที่คุณแทงลงไปเนี่ย มันไม่ใช่หลอดเลือดแดงที่อยู่ข้างกันตรงคอนี่ มันมีเส้นเลือด 2 เส้นอ่ะ หลอดเลือดดำจะอยู่ข้างนอก หลอดเลือดแดงอยู่ข้างในนะครับ ถ้าคุณแทงทะลุหลอดเลือดแดงเป็นไงครับ สมองจบเลยครับ เลือดออกนะฮะ รุนแรง หรือว่ามันอาจจะมีอะไรฉีกขาด แล้วรอยขึ้นสมองเป็น stroke ทันที งั้นเวลาที่หมอดมยาเค้าต้องแทง หรือว่าหมอที่เขาดูแลวิกฤตบำบัดต้องดูแลพวกเนี้ย เต้องาว์ดให้ชัวร์ว่าไอ้ตัวไกด์ของรูดลวดที่ใส่เข้าไปเี่อยู่ตรงไหน แค่นั้นยังไม่พอ ยังต้องชัวร์ว่าเราไม่ฝืนใส่ อัดไอ้ตัวที่ใช้ถ่างขยายเข้าไป ปกติตัวที่ถ่างขยายมันใส่ง่ายมากนะครับ มันไม่ยาก มันมันเข้าไปได้ง่ายๆ เลย คุณแค่กรีดแผลดีๆ คุณใส่ง่ายๆ เข้าไปปื๊ดเดียวออกเลย ถ้าใส่ยากเนี่ย ให้คุณเริ่มใหม่ครับ อย่าฝืนเด็ดขาด อย่าฝืนฝืนไม่ฉะนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์อันตรายขึ้นมาก็ได้
อ่ะ ทีนี้เคสนี้เนี่ย ผมไม่รู้นะว่าเขาทำขั้นตอนพวกนี้แค่ไหน อย่างไร แต่อาจารย์ท่านนี้ก็เรียก Resident 3 มาทำการใส่สาย Float เข้าไปนะ ครับ Float เข้าไป ทีนี้เกิดอะไรขึ้นน่ะ สมมุติว่าคุณแทงทะลุหลอดเลือดใช่มั้ย ไอ้สายที่คุณใส่เข้าไปเมันทะลุทะลุทะลุเข้าไปข้างในครับ แล้วทะลุเข้าไปข้างในไม่ใช่ปกตินะ ปกติสายตัวเนี้ย ตรงปลายมันจะมีบอลลูนอันนึง ซึ่งเราจะปั๊มให้มันบอลลูนมันป่องออกมานะครับ เพื่อที่จะวัดความดัน โดยใช้บอลลูนตัวเนี้ย คุณว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ถ้าบอลลูนตัวเนี้ย มันบังเอิญไปอยู่ตรงแผลที่ฉีกขาด ปึ๊ดฉีกขาดมากกว่าเดิมอีก ครับ เลือดออกนะฮะ เลือดออกในทรงอกเนี่ย มันจะไปกดการทำงานโหหัวใจ ทำให้ความดันตก รุนแรง ดังนั้น อันนี้แหละครับ ที่เป็นอันตรายสุดๆ เลยนะฮะ
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเนี้ย ผมมองว่าคนที่เป็นคนสืบสวนเรื่องนี้ ควรจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า 1 เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณต้องแทงข้างขวา ทั้งที่ข้างซ้ายยังทำงานได้ดีเหมือนเดิมเปี๊ยบ แล้วมีความเสี่ยงสูง มีความยากในการใส่มาก่อน คุณรู้ประวัติอยู่แล้ว มีเกล็ดเลือดต่ำ มีภาวะเลือดออกง่าย เพราะอะไรคุณถึงทำ อันที่ 2 อันนี้น่ากลัวกว่าเดิมคือ ลูกของผู้เสียหายเขาไปดูใบยินยอมการดมยา ปรากฏว่าคนที่เซ็นไม่ใช่ญาติครับ ใครก็ไม่ อันนี้ผิดชัดเจนนะครับ ผิดชัดเจนนะ เพราะคนที่จะเซ็นได้คือผู้ป่วยครับ ถ้ายังมีสติสัมปัญชะดี แต่ถ้าผู้ป่วยเซ็นไม่ได้ ก็ต้องเป็นคู่สมรส คู่สมรสเซ็นไม่ได้ ก็ต้องเป็นบุตร ถ้าบุตรเซ็นไม่ได้ ก็ต้องเป็นญาติสักคนในครอบครัว แต่นี่ไม่ใช่ครับ อ่า อันนี้ผมไม่ทราบนะครับ แต่ถ้ามันเป็นอย่างนี้จริงๆ อันนี้คืออันนี้คือผิดมหันเลยนะฮะ ไม่ใช่ผิดธรรมดา ผิดมากๆ เลยนะครับ อันที่ 3 ก็คือว่าระหว่างที่ใส่เข้าไปได้ มีการเช็คเช็คขั้นตอนต่างๆ หรือเปล่า ได้มีการทำ Ultrasound ไหม ได้มีการถ่าย Fluoroscopy หรือ X-ray ไหม ได้มีการวัดความดันไหม หรืออะไรพวกนี้ คุณได้ทำมั้ย ถ้าไม่ได้ทำ โดยเฉพาะเคสยากแบบนี้ คุณสู้ไม่ได้นะ คุณไม่มีเหตุผลอธิบายได้ เพราะว่าถ้ามันเป็นเคสยาก มันต้องทำครับ ถ้าเป็นระดับอาจารย์ มันต้องทำแล้ว อาจารย์ท่านเนี้ย เท่าที่ผมทราบมา ก็เป็นอาจารย์ที่เรียนพิเศษนะครับ ต่อยอดจากหมอดมยาธรรมดา เป็นหมอดมยาที่ดูแลทางด้านของ เอ่อ การดมยาในระบบหลอดเลือดและหัวใจโดยเฉพาะนะครับ แล้วที่สำคัญก็คือเป็นคนที่ฝึกสอนหมอคนอื่นๆ ในด้านของ Advance Cardiac Life Support หรือ ACLS ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตขั้นสูงด้วย ดังนั้นเนี่ย เรื่องพวกนี้เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้ เป็นไปไม่ได้นะ ครับที่เขาจะไม่รู้ เขาต้องรู้นะครับแน่ๆ อยู่แล้ว ดังนั้น เขาจะทำหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ก็คงจะต้องรอดูทางโรงพยาบาลเขาออกมาชี้แจงส่วนนี้อีกนะครับ
อ่ะ ตรงนี้ทั้งหมดทั้งมวลต่อมา สิ่งที่เป็นกังวลก็คือเรื่องของการใช้คำพูดนะครับ ตรงนี้คำพูดอันแน่นอนมันไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ผมไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านนี้เขาติดพูดอย่างนี้อยู่แล้วหรือมันเพราะอะไรกันแน่ หรือในหัวตอนนั้น ถ้าเค้าอาจจะพยายามด้วยเหตุผลที่ดีก็ได้ แต่สมมุติว่าผมลองคิดในทางเทิงทางที่เลวร้ายที่สุดแล้วกัน ทางที่เลวร้ายที่สุดจะเป็นยังไง อันนี้ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ แต่ผมขอคิดในทางที่เลวร้ายที่สุดก่อนแล้วกัน อย่างแรกนะครับ เออ คนใส่ข้างขวาไม่ได้ใช่มั้ย เดี๋ยวเราจะทำให้ดู เราใส่ได้ เราเก่ง เราอยากจะลอง เออ พอเราลอง ถ้าใส่ข้างขวาได้ เดี๋ยวนี่ข้างซ้ายเราถอดออก โอเคดีเดี๋ยวนี่ลอง เออ มันยากว่ะ แต่ว่ามันทำเข้าไปแล้ว อีโก้เรามันมา เฮ้ย มันทำยาก แต่มันต้องทำได้ ทำนะ ครับ โดยไม่ได้สนใจว่ามันมีข้อบ่งชี้ในการทำหรือไม่อย่างไร แต่ก็จะทำให้ได้นะครับ ทำเสร็จปุ๊บแล้วมันเกิดเรื่องขึ้นมานะ ตอนเกิดเรื่องเนี่ย คุณอาจจะถ้าไม่ได้ตรวจทุกๆ อย่างที่ผมว่าไปนะ ไม่มีทางรู้ว่ามันทะลุหลอดเลือดแล้วหรือยังนะครับ ถ้าไม่รู้เนี่ย เราเรียกนักศึกษามาทำเนี่ย ข้อนึงผมมองว่า เคสที่ยากแบบเนี้ย แล้วมันมีโอกาสเกิดปัญหาได้ คนที่ทำอ่ะ ควรจะเป็นอาจารย์ไม่ควรจะให้เด็กนักเรียนทำ ไม่ควรจะให้เด็กเรียนทำนะ ไม่ควร อันเนี้ยไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร อย่างตอนที่ผมทำการ Biopsy หรือตัดชิ้นเนื้อปอดในเคสที่ยากจริงๆ คือใครทำก็เลือดออก ใครทำก็มีปัญหาเนี่ย เวลาที่ Fellow ผมมาขอผมทำ ผมก็บอกเค้าเลยว่า เออ เคสเนี้ยไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวผมต้องเป็นคนทำเอง ผมรับผิดชอบทุกอย่างเอง น้องเนี่ย ยืนดูเฉยๆ ละกัน แต่เดี๋ยวเอาไว้เคสหน้าที่มันง่ายกว่าเนี้ย เดี๋ยวจะให้ทำ มันต้องเป็นแบบนี้นะครับ แล้วมันต้องมีการสอน เฮ้ย เออ ต้องเช็คอะไรยังไง เพื่อให้ทุกๆ อย่างมันเป็นไปได้ด้วยดีนะครับ ตรงนี้เราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเป็นอย่างนั้นนะ
ต่อมาครับ เรื่องว่าทำไมหมอคนนี้ถึงไม่ได้ มีการขอโทษขอโพยแล้วไม่ได้มาดูแลเคสนี้ต่อเนื่อง ผมคิดเป็นอย่างงี้ครับ มี 2 ทาง แรกทางที่ไม่ดีก่อน อาจจะแบบ เอ้ย เรื่องแค่นี้เอง ไม่สนใจเว้ย มันเจอก็เจอได้บ่อยๆ มันเป็นสูตรนิสัยแหละ มันเลยเกิดขึ้นมา อ่า อันนี้เป็นอย่างนึง แต่ผมคิดว่าไม่ใช่ น่าจะเป็นแบบที่ 2 มากกว่า แบบที่ 2 เนี่ย เกิดขึ้นกับหมอหลายคน เวลาที่เราทำอะไรแล้วผิดพลาด แล้วถล่มลึกไปเรื่อยๆ อย่างตอนแรกเนี่ย แทงไปละ แทงไม่ได้ก็ยังพยายามพูดให้คนฟังทุกคนน่ะ ดูเหมือนมั่นใจ เฮ้ย เราแทงได้ เราแทงได้ อ่า ไม่มีปัญหานะครับ พูดตลกโปกฮา เฮ้ย จะเอาความดันเท่าไหร่ เฮ้ย เอ่อ ไม่เป็นไรหรอก ยังไงแม่ก็ฟื้นอยู่แล้วนะฮะ เพื่อให้มันตลกโปกฮา ให้มันมีความมั่นใจนะครับ แต่ทำไปแล้วมันไม่เป็นอย่างที่คิด มันแย่ลง ตัวเองรู้สึกผิด แล้วเราก็ไม่กล้าที่จะไปสู้หน้ากับญาติ พอไม่กล้าที่จะสู้หน้ากับญาติ เพราะกลัวเค้าฟ้อง กลัวเค้าด่า กลัวเค้าอะไรก็ไม่รู้ ก็เลยไม่ยอมมาหาเลย อันเนี้ย เจอได้บ่อยมากๆ บ่อยมากๆ ด้วยนะครับ
แล้วทีนี้ทำแบบเนี้ย ถ้ามีความรู้สึกแบบนี้ ควรจะต้องรีบคุยกับทางโรงพยาบาล คุยกับนักจิตบำบัด หรือนักสังคมสงเคราะห์ นักกฎหมายทุกอย่าง เพื่อที่จะหาทางออกร่วมกันครับ เพราะสิ่งที่ครอบครัวทุกคนต้องการ เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา คือคำอธิบายที่ตรงไปตรงมา ไม่ต้องปกป้องตัวเองนะครับ บอกไปตรงๆ ว่าเราทำอะไรผิดพลาด ถ้าเราตัดสินใจผิดพลาด คือเราตัดสินใจผิดพลาดครับ ถ้าเรายิ่งมาแก้ตัว เล่าเรื่องให้มันยาวๆ อันเนี้ย ยิ่งมีปัญหานะครับ และกรณีแบบนี้ ควรจะต้องมีคนกลางลงไปด้วย เช่น ผอ.โรงพยาบาลเป็นต้นนะครับ หรือคนที่มีตำแหน่งสูงๆ ก็จะต้องลงไปด้วยกับเคสนี้ ยิ่งเคสนี้เป็นคุณแม่ของอาจารย์หมอดมยาด้วยกันนะ ไม่ได้อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน แต่ อยู่ที่อื่น ก็ถือเป็นอาจารย์ได้ ระดับเดียวกัน ระดับหมอเหมือนกัน แถมหมอเชี่ยวชาญด้านนี้เหมือนกัน คุณควรจะต้องลงมาทั้งหมดนะครับ ไม่ฉะนั้นเคสนี้เนี่ย มันขนาดเกิดกับผู้เชี่ยวชาญขนาดนี้ คนอื่นๆ ก็เกิดได้ถูกมั้ยครับ ตาสีตาก็แน่นอนว่าจะต้องแย่แน่นอน
อย่างเคสนี้ ผมฟังแล้วผมเข้าใจเลยว่า อ๋อ อะไรคือปัญหากันแน่นะ อย่างเนี้ย คุณจะต้องลงมาดูแล้ว ทางโรงพยาบาลก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่า เออ แล้วขั้นตอนการสอบสวนเคสนี้เนี่ย เราสอบสวนอะไรบ้าง มีการบันทึกอะไรไว้มั้ย มีการทำ CVP waveform ไหม มีการทำ Fluoroscopy ไหม มีการเขียนว่าทำไมถึงทำ โดยเฉพาะในเคสนี้ที่มันไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องทำชัดเจน แล้วไอ้ consent form หรือแบบยินยอมในการดมยา ที่คนอื่นเซ็น เออ ทำไมมันคนอื่นเซ็น ใครเซ็น มันมาจากไหน ไอ้ตัวนี้มันมาจากไหน ใครเซ็นกันแน่ อาจจะเป็นทางครอบครัวเข้าใจผิด แล้วเป็นคนเซ็น แต่เซ็นไม่เหมือนเดิม อ่า ก็เป็นไปได้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ว่ามันต้องตอบให้ได้ครับว่าทำไมลูกชายเค้าถึงสงสัยในเรื่องพวกนี้นะครับ ต้องอย่าให้เกิดเหตุว่า อ๋อ คุณเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์ในโรงโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่มากๆ ท็อปของประเทศไทย แล้วได้รับการปกป้อง เพราะถ้าคุณได้คำมีคำเนี้ย เป็นคำคหาแล้วเนี่ย ต่อไปนี้นะครับ คือความไว้วางใจในโรงพยาบาล มันจะหายไปหมดสิ้นนะครับ มันจะหายไปเยอะนะฮะ
อย่างไรก็ตาม ทางคุณหมอท่านนี้นะฮะ ถึงแม้ว่าเขาจะสูญเสียคุณแม่ไป เขาก็ยังทำบุญในฐานะที่เขาชื่นชมโรงพยาบาลนี้มากๆ เขาบริจาคเครื่องให้กับโรงพยาบาลนี้ด้วยครับ ECMO เนี่ย เครื่องละ 5 ล้านกว่าบาทนะ น่าจะ 5.5 5 ล้านน่ะ ให้กับทางโรงพยาบาล ทั้งที่แม่เค้าก็เสียในโรงพยาบาลนี้ เพราะเหตุผลอาจจะเกี่ยวข้องกับคุณหมอท่านนี้ก็ได้ แต่เขายังไม่ได้รับคำชี้แจงที่เหมาะสมสมควรเลยแต่อย่างใด ดังนั้น อันเนี้ย ผมรู้สึกว่ามันมีหลากหลายคำถาม ซึ่งผมก็ฟังมาจากแง่มุมเดียว ผมไม่ได้ฟังจากทางโรงพยาบาล ผมไม่ได้ฟังจากทางคุณหมอดมยาที่เป็นอาจารย์อีกท่านนึง ซึ่งได้ทำเคสนี้ อันนั้นผมไม่ได้ฟัง ก็ต้องให้เครดิตเค้าด้วยว่าเค้าอาจจะมีเหตุผลของเค้านะครับ มีคำที่เขาจะต้องอธิบาย แต่มันต้องมาอธิบายครับ เพราะถ้าไม่อธิบายแล้วปล่อยเรื่องเงียบไปอย่างเงี้ย เอ่อ อันนี้ดูจะ ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่นะครับ
ถ้าเราดูในด้านการทำงานของหมอ คือหมอทุกคนรู้ว่า "First do no harm" ก็คืออย่าทำอะไรที่มันเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วย ไอ้สิ่งที่ คุณทำเนี่ย มันดู harm หรือเปล่าครับ เรามีอีโก้ ถ้าเรามีอีโก้สูง เราเป็นอาจารย์แพทย์ เราอีโก้สูง เราจะทำ เราคิดว่าเราทำได้ แล้วมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา เราพูดติดตลก แล้วสุดท้ายมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา แถมไม่ใช่เกิดเรื่องแบบนี้ธรรมดากับคนทั่วไป นะ เกิดเรื่องกับคนที่เขามีความรู้ความเข้าใจเท่ากับคุณเป๊ะเลย เค้าก็เรียนจบวิสัญญีแพทย์มาเหมือนกัน แถมเขาก็เป็นอาจารย์ด้วย ฉะนั้น ความรู้ทั้ง 2 คนเนี่ย เท่าๆ กัน เค้าจะต้องรู้เท่าทันกันว่า อ่า แล้วทำไมต้องใส่สายสวน เพราะอะไร ถ้าลูกเค้าซึ่งเป็นคุณหมออดมยายังตอบไม่ได้ เนี่ย อันนี้มันมีประเด็นแล้วล่ะครับนะ
ยังไงวันนี้ผมก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้แล้วกันนะครับ ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจกับทาง เอ่อ ครอบครัวมากๆ เลยนะครับ แล้วก็เรื่องนี้อยากจะให้ได้คำตอบที่ชัดเจนนะครับ ไม่ได้อยากให้เงียบอะไรไป แล้วเรื่องนี้ก็คงจะต้องรอดูต่อไปนะครับ ผมไม่สามารถที่จะบอกชื่อคุณหมอในเรื่องได้นะครับ แล้วก็เรื่องของโรงพยาบาลอะไรก็บอกไม่ได้เช่นกัน แต่ว่าถ้าเกิดว่าคุณไปลองหาดูก็น่าจะได้คำตอบเรื่องนั้นไม่มากก็น้อยนะครับ วันนี้เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ