Transcription
สวัสดีครับทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่อง นิวรชัยครับ แล้ววันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ นะครับ โดยการใช้ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยครับ ซึ่งจาก 1 ทักษะนะครับที่เราต้องการ อาจจะใช้เวลาประมาณ 3-40 ชม. แต่ด้วย 5 เทคนิควันนี้ ที่นำมาฝากกันนะครับ จะทำให้เวลาเหล่านั้นนะครับ ลดเหลือเพียงแค่ไม่ถึง 10 ชม. ครับ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ เดี๋ยวเราไปเริ่มดูเทคนิคเหล่านี้กันเลยครับ
เราลองมานึกภาพตามแบบนี้กันดูก่อนครับ สมมุติว่าหัวหน้าเรียกประชุมทั้งทีมเลยนะครับ แล้วประกาศว่าอีก 2 อาทิตย์นะครับ ทุกคนในทีมต้องเริ่มใช้งาน AI เข้ามาช่วยงานอย่างจริงจังครับ และถ้าใครยังใช้ไม่เป็น ก็ไปเรียนไปศึกษามาเองครับ ก็เลยมีคำถามว่า แล้วเราจะเริ่มต้นจากโจทย์อย่างนี้ยังไงดีนะครับ ส่วนใหญ่ก็อาจจะเริ่มจากการที่เปิด YouTube ใช่มั้ยครับ ค่อยๆ ศึกษาดูคลิปต่างๆ หรือเรียนนะครับ ตามคอร์สต่างๆ อ่านบทความ จดๆ จิ้มๆ ครับ พอผ่านไป 3 วัน ก็อาจยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ
ซึ่งผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นครับ จนเจอโดยวิธีคิดนึงครับ ที่เปลี่ยนไปเลยครับ จากที่ต้องใช้เวลาเรียนทักษะใหม่ๆ ถึง 30 ชม. นะครับ ก็เหลือแค่ประมาณ 10 ชม. ประมาณนี้ครับ และโดยในคลิปนี้นะครับ ผมจะมาแชร์ระบบ 5 ขั้นตอนครับ ที่ใช้เรียนทักษะใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าครับ และจุดที่ AI จะเข้ามาช่วยลดเวลาเราในแต่ละขั้นตอนได้จริงจังครับ
และก่อนจะเข้าเนื้อหาครับ ผมอยากให้ทุกคนนะครับ ลองนึกถึงขั้นตอนตอนประกอบเฟอร์นิเจอร์จาก IKEA 1 ชิ้นครับ เคยสังเกตมั้ยครับว่าคนที่ประกอบเฟอร์นิเจอร์เก่งๆ กับคนที่ประกอบไม่เก่ง ต่างกันยังไงนะครับ คนที่เค้าประกอบเก่งนะครับ เขาก็จะทำงานตามลำดับไปครับ ดูภาพปลายทางก่อน เช็คชิ้นส่วนนะครับ แล้วก็วางแผนผังหยาบๆ นะครับ ค่อยประกอบทีละชิ้น ทีละส่วน แล้วค่อยตกแต่งสุดท้าย ส่วนคนที่ประกอบไม่เก่งนะครับ ก็จะหยิบน็อต จิบสกรู นะครับ มาขันใบมั่วๆ ก่อน พอผิดก็ต้องรื้อใหม่นะครับ
การเรียนทักษะใหม่ก็เหมือนกันครับ วันนี้เลยมีมาแนะนำทั้งหมด 5 ขั้นตอน ตามลำดับครับ เพื่อให้เราสามารถไปได้เร็ว แล้วก็ไม่ต้องรื้อแก้ไขกลางทาง โดยทั้ง 5 ขั้นตอนนี้มีดังนี้ครับ
1. ก็คือ Blueprint นะครับ หรือภาพปลายทางของทักษะที่เราอยากได้ครับ
2. คือ Parts นะครับ หรือการรวบรวมชิ้นส่วน
3. คือเรื่องของ Layout ในการจัดวางโครงสร้างคร่าวๆ
4. และขั้นตอนที่ 4 ครับ คือ Assembly ครับ คือการประกอบทักษะแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน
5. และสุดท้ายคือ Finishing ครับ คือการนำไปใช้งานจริง
โดยทั้งคลิปนี้ นะครับ ผมจะใช้เคสเดียวกันเป็นตัวอย่าง ครับ สมมุติว่าเพื่อนๆ ต้องเรียนรู้การใช้งาน AI นะครับ เพื่อที่จะนำมาช่วยในการทำงานให้เร็วขึ้นนะครับ ภายใน 2 อาทิตย์ตามที่หัวหน้าสั่ง โดยเดี๋ยวเราจะเดินไปตาม 5 ขั้นตอนนี้ไปด้วยกันครับ
โดยเรามาเริ่มที่ขั้นตอนแรกกันก่อนนะครับ คือเรื่องของ Blueprint ครับ หรือภาพปลายทางของเรานั่นเองครับ ลองนึกภาพครับ ถ้าเราซื้อเฟอร์นิเจอร์มานะครับ มาแต่กล่องนะครับ แต่ข้างในไม่มีรูปอะไรเลยครับ เราก็จะไม่รู้ใช่มั้ยครับ ว่าประกอบเสร็จแล้วจะต้องหน้าตาแบบไหน สมมุติว่าในกรณีที่ซื้อมาโดยที่เราไม่ได้ดูนะครับ หรือมีคนให้เรามา การเรียนรู้ก็เหมือนกันครับ ก่อนเริ่มเรียน ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าเรียนเสร็จแล้วเราจะเอาไปทำอะไรนั่นเองครับ
โดยหลายคนครับ อาจจะตั้งเป้าว่าอยากจะใช้ AI ให้เป็นนะครับ ซึ่งมันก็ฟังดูแล้วกว้างเกินไปครับ เพราะ AI นะครับ ช่วยงานเราได้หลากหลายอย่างมากครับ ตั้งแต่การเขียนอีเมลนะครับ การสรุปประชุม การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการทำสไลด์ สุดท้ายก็เลยอาจจะจบลงที่เราดูคลิปไปเยอะแยะเลยครับ แต่ก็ยังใช้งานจริงจังไม่เป็นอยู่ดี
โดยแทนที่เราจะตั้งเป้าหมายแบบนั้นนะครับ ให้ลองเปลี่ยนเป็นว่า ภายใน 2 สัปดาห์นะครับ กำหนดให้ชัดเจนว่าเราต้องใช้ AI ช่วยงานอะไรเราได้บ้างครับ เช่น ใช้ AI นะครับ สรุปประชุมทีมทุกวันศุกร์ได้ เขียนอีเมลตอบลูกค้าได้นะครับ และวิเคราะห์ยอดขายที่อยู่ในไฟล์ Excel ได้คล่องแคล่ว เห็นความต่างมั้ยครับ เป้าหมายแบบหลังนะครับ จะบอกชัดเจนว่าเราต้องเรียนเรื่องอะไร ใช้กับงานไหนครับ และวัดผลยังไง ซึ่งขั้นตอนนี้นะครับ ใช้เวลาเพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้นครับ แต่ว่าส่งผลกระทบกับทั้ง 4 ขั้นตอนที่เหลือเป็นอย่างมากเลยครับ
แล้วมาดูในขั้นตอนที่ 2 นะครับ คือการรวบรวมชิ้นส่วนครับ ปัญหาที่เรามักเจอบ่อยๆ นะครับ ตอนเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ก็คือบางครั้งคอร์สเดียวอาจจะไม่พอครับ เช่น เจอว่าคอร์สนี้สอนพื้นฐานดีครับ แต่ไม่มีตัวอย่างจริง คอร์สนู้นมีตัวอย่างนะครับ แต่ดันใช้ภาษาหรือแนวทางการสอนที่เราไม่ถนัด ก็จะเหมือนกับการเปิดกล่อง IKEA ขึ้นมา แล้วเจอว่าชิ้นส่วนที่ต้องใช้ประกอบนะครับ หายไปไม่ครบถ้วน หน้าที่ของเราก็คือ ต้องไปหาชิ้นส่วนที่หายนะครับ มาจากแหล่งอื่นครับ
คราวนี้จุดที่ AI จะเข้ามาช่วยในขั้นตอนนี้ได้ดีนะครับ ก็คือผมจะแนะนำ AI ที่ชื่อว่า Perplexity ครับ ซึ่งเขาเป็น Search Engine นะครับ ที่ใช้ AI มาสรุปคำตอบจากหลายเว็บให้เราได้ในครั้งเดียวครับ โดยเดี๋ยวเราไปดูกันครับว่าในขั้นตอนที่ 2 นะครับ ในการรวบรวมชิ้นส่วนโดยใช้ Perplexity นะครับ จะทำงานยังไงกันบ้างครับ
ตอนนี้ผมก็เข้ามาอยู่ในหน้าของ Perplexity นะครับ วิธีการเข้าใช้งานนะครับ ก็เพียงเข้าที่ URL นะครับ perplexity.ai AI นะครับ จากนั้นเพื่อนๆ ก็ล็อกอินเข้ามาใช้งานได้ตามปกติเลยครับ โดยผมจะเริ่มจากการที่เราพิมพ์ Prompt ลงไปในลักษณะนี้นะครับว่า อยากเรียนการใช้งาน AI นะครับ ช่วยทำงานออฟฟิศที่เน้นการสรุปประชุมและเขียนเมลนะ ครับ มีคอร์สออนไลน์หรือคลิป YouTube ไหนบ้างที่คนรีวิวว่าใช้งานได้จริง พร้อมเหตุผลว่าเหมาะกับใคร คราวนี้ครับ เราจะยังไม่กดส่ง Prompt ไปนะครับ เราจะมาเลือกที่เครื่องหมายบวกตรงนี้สักนิดนึงครับ แล้วก็เลือกที่คำว่า Connector and Source นะครับ แล้วก็ติ๊กถูกเพิ่มนะครับ ที่คำว่า เพื่อให้ Perplexity นะครับ ไปค้นหาข้อมูลทั้งจากเว็บไซต์แล้วก็โซเชียลต่างๆ โดยรวมถึงเว็บบอร์ดต่างๆ ด้วยครับ
จากนั้นครับ พอเรา Setup ครบถ้วนแล้วตรงนี้ เพื่อนๆ ก็มาเลือกโมเดลได้ครับ สำหรับใครที่ใช้ Perplexity Pro นะครับ ก็สามารถเลือกโมเดลต่างๆ ได้ครับ แต่สำหรับใครที่ใช้ตัวฟรีนะครับ Perplexity ก็จะเลือกโมเดลที่เป็น Base ให้ครับ คือเขาจะเลือกโมเดลให้อัตโนมัติ จากนั้นนะครับ พอเลือกเรียบร้อยแล้วก็กด Submit ได้เลยครับ แล้วเดี๋ยวเรารอดูผลลัพธ์กันสักครู่นึงครับ
หลังจากรออยู่ครู่เดียวนะครับ เราก็ได้คำตอบออกมาแล้วครับ เขาก็จะมีแนะนำนะครับ ทั้งคอร์สออนไลน์ระดับองค์กร วิดีโอสอนการสรุปประชุมนะครับ วิดีโอเทคนิคการเขียนอีเมลนะครับ ความเหมาะสมของแหล่งเรียนรู้ต่างๆ แล้วก็มีสรุปออกมาเป็นรูปแบบของตารางให้ด้วยนะครับ ในลักษณะแบบนี้ คราวนี้เราก็สามารถอ่านสรุปคร่าวๆ ตรงนี้ได้ครับ และอีกส่วนนึงครับ ที่แนะนำนะครับ ให้เข้าไปดูก็คือส่วนของลิงก์นะครับ ที่อยู่ด้านบนตรงนี้ ก็คลิกเมนูนี้ครับ ลงไปตรงนี้ก็จะเป็นแหล่งข้อมูลนะครับ ที่ทาง Perplexity ไปนำมาสรุปให้เราครับ เราก็สามารถดูตามลายแทงตรงนี้ได้ครับ ถือว่าเป็นการสะสมแล้วก็รวบรวมชิ้นส่วนสำหรับสกิลใหม่ที่เราต้องการจะพัฒนานั่นเองครับ
คราวนี้หากผลลัพธ์ออกมานะครับ อาจจะยังดูไม่เฉพาะเจาะจงนะครับ เคล็ดลับก็คือนะครับ บอกบริบทของตัวเราด้วยนะครับ เช่น เราอาจจะบอกเพิ่มเติมไปว่า ผมเป็นพนักงานออฟฟิศนะครับ ที่บริษัทใช้ Microsoft 365 เป็นหลักครับ ไม่เคยใช้ AI ตัวอื่นจริงจังมาก่อน ผลลัพธ์ที่ได้จาก Perplexity นะครับ ก็จะออกมาตรงกับเรามากขึ้นครับ ซึ่งขั้นตอนนี้นะครับ ปกติเราอาจจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงนะครับ เช่น 4-5 ชม. แต่พอเราใช้ Perplexity มาช่วยนะครับ ก็จะเหลือเพียงแค่ 1-2 ชม. เท่านั้นครับ เราก็จะประหยัดเวลาได้ราวๆ 3 ชม. ครับในขั้นตอนนี้ นะครับ
และต่อไปนะครับ จะเป็นขั้นตอนที่ 3 ครับ คือเรื่องของการวาง Layout คร่าวๆ นะครับ ซึ่งเป็นขั้นตอนนะครับ ที่คนมองข้ามบ่อยที่สุดแล้วน่าเสียดายที่สุดครับ ลองนึกภาพคนที่ประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA ที่เก่งๆ นะครับ เขาจะเอาชิ้นส่วนทั้งหมดมากองข้างนอกก่อนครับ แยกประเภทแล้วก็ดูคู่มือคร่าวๆ ก่อนที่จะเริ่มต้น ขั้นตอนนี้ก็เลยคือขั้นตอนที่เรียกว่า Layout ครับ คือการสำรวจคร่าวๆ ก่อนครับว่าเนื้อหาที่เราจะเรียนมีโครงสร้างยังไง ก่อนที่จะลงลึก วิธีทำก็คือการสแกนผ่านคอร์สหรือบทความเร็วๆ ดูแค่ชื่อบทกับหัวข้อย่อย หรือดู Outline ทั้งหมดก่อนที่จะดูเนื้อหาจริงๆ แล้วลองทำ Quiz ก่อน ถึงจะทำผิดทั้งหมดก็ไม่เป็นไรเลยครับ
โดยขั้นตอนนี้นะครับ เราจะใช้ AI ที่ชื่อว่า NotebookLM มาช่วยเรากันครับ ตอนนี้ผมก็อยู่ในหน้าของ NotebookLM นะครับ เราจะมาทำการเพิ่มข้อมูลเข้าไปกันก่อนครับ โดยผมมีไฟล์นึงนะครับ ที่เป็นไฟล์ที่ชื่อว่า AI Productivity Handbook นะครับ ก็จะเป็นคู่มือการใช้งานนะครับ AI เพื่อช่วยงาน Office นะครับ โดยจะมีหัวข้อต่างๆ ดังนี้ครับ เช่น การเขียน Prompt พื้นฐาน AI กับงานสรุปประชุม การเขียนอีเมล การวิเคราะห์ข้อมูลนะครับ การทำ Presentation แล้วก็เรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน ในลักษณะแบบนี้ครับ
โดยหลังจากที่เราแนบข้อมูลไปแล้วนะครับ เราจะมาใช้ฟังก์ชันในส่วนของ Studio นะครับ ในการช่วยเราในหัวข้อนี้กันครับ โดยเริ่มจากการที่คลิกฟังก์ชัน Report ก่อนครับ เราจะได้หน้าจอแบบนี้ขึ้นมา เราจะสร้าง Study Guide กันครับ หรือคู่มือการเรียนรู้นั่นเองครับ ก็กดลงไป 1 ครั้งครับ อีกฟังก์ชันนึงที่เราจะใช้ นะครับ คือเรื่องของ Quiz นะครับ รอสักครู่นึงครับ ให้ NotebookLM นะครับ ทำการสร้าง Artifact ทั้ง 2 ตัวนี้ให้เราก่อน ครับ โดยข้อมูลที่เราแนบเข้าไปนะครับ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นไฟล์ PDF เหมือนตัวอย่างที่ผมทำให้ดูก็ได้นะครับ เพื่อนๆ สามารถแนบคลิปต่างๆ หรือเว็บไซต์ต่างๆ นะครับ เข้าไปในส่วนนี้เพื่อเป็นสารตั้งต้น หรือเป็นข้อมูลให้เราได้นะครับ เพื่อให้เราได้สามารถศึกษาภาพรวม แล้วก็เรื่องราวคร่าวๆ ของเรื่องราวที่เราต้องการ หรือทักษะที่เราต้องการจะเรียนรู้ได้ครับ รวมถึงไฟล์เอกสารต่างๆ ถ้ามีก็สามารถแนบเข้าไปได้ เพื่อเป็นให้กับ NotebookLM เล่มนี้นะครับ
หลังจากเรารออยู่ครู่นึงนะครับ ตอนนี้เราก็ได้ทั้ง Quiz แล้วก็ Study Guide ออกมาแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะเปิดที่ Study Guide ก่อนนะครับ ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ ครับ ชื่อว่าคู่มือการเรียนรู้นะครับ เค้าก็จะสร้างออกมาเป็นแบบทดสอบแบบนี้ครับ โดยทั่วไปก็จะสร้างออกมาให้เราทั้งหมด 10 ข้อนะครับ ให้เพื่อนๆ ไล่อ่านทีละข้อนะครับ แล้วก็ลองเดาคำตอบดูก่อนได้ครับ ว่าเรื่องราวเหล่านี้เนี่ย มันเกี่ยวกับเรื่องอะไร ครับ เช่น ข้อแรกนะครับ AI Chatbot คืออะไร จากนั้นนะครับ นึกคำตอบไว้ในใจก่อน แล้วก็ลงมาดูเฉลยด้านล่างครับ ว่าตรงหรือ ไม่ตรงกับที่เราคิดไว้ ซึ่งผิดถูกไม่ได้สำคัญอะไรเลยนะครับ แต่การทำแบบนี้ครับ จะทำให้เรานะครับ จำหรือเข้าใจในภาพรวมเร็วขึ้นครับ
จากนั้นเพื่อนๆ ก็ไล่ไปทีละข้อ ครับ เช่น ข้อที่ 2 นะครับ อธิบายความต่างระหว่าง Search AI กับ Document AI นะครับ จากนั้นก็ค่อยลงมาดูคำตอบครับ ว่า Search AI นะครับ ต่างกับ Document AI ยังไงบ้าง ในลักษณะแบบนี้ครับ จากนั้นก็ทำไปเรื่อยๆ ครับ จนครบทั้งหมด 10 ข้อ จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่างนะครับ ก็จะเป็นหัวข้อคำถามเชิงวิเคราะห์ ก็ลองอ่านดูก่อนครับ แล้วก็ทำความเข้าใจ แต่ในส่วนนี้จะไม่มีเฉลยนะครับ หากมีข้อไหนที่เราสงสัย หรือติดใจอยู่ก็นำไปถามเป็นคำถามนะครับ ในส่วนของช่องแชทตรงนี้ได้แล้ว พอเลื่อนลงมาด้านล่างนะครับ ก็จะเจอเรื่องของอภิธานศัพท์ ครับ ก็จะมีคำศัพท์ต่างๆ นะครับ พร้อมคำจำกัดความตามเนื้อหาในคู่มือ ในส่วนนี้นะครับ ก็จะทำให้เราเข้าใจภาพรวมต่างๆ เวลาเราเจอ Technical Term ต่างๆ เนี่ยๆ ในเรื่องราวที่เราสนใจ หรือทักษะที่เราต้องการที่จะเรียนรู้เนี่ย ได้เร็วมากยิ่งขึ้นครับ
จากนั้นกลับไปที่ Quiz ครับ ไปดูแบบทดสอบกันครับ ก็กดเลยครับ 1 ครั้ง จากนั้นก็ลองทำดูครับ เป็นแบบทดสอบต่างๆ โดยไม่ต้องสนใจนะครับ ว่าเราจะทำถูกมากน้อยแค่ไหน หรือผิดมากน้อยแค่ไหนนะครับ เราสามารถทำได้ครับ จากนั้นพอเราตอบไปแล้วนะครับ เราจะเจอว่าคำตอบนี้ตอบแล้วผิดเพราะอะไร ถูกเพราะอะไรครับ จะทำให้เราเห็นภาพรวมแบบเร็วๆ ได้มากและเร็วยิ่งขึ้นครับ โดยหากเราต้องการจะลงลึกก็กดฟังก์ชัน Explain ตรงนี้ได้ครับ ทาง NotebookLM นะครับ ก็จะทำการโหลดคำตอบมาให้ครับ เราก็จะได้คำอธิบายนะครับ ของคำถามคำตอบในเรื่องนี้ออกมา ทำให้เราเห็นภาพรวมแบบเร็วๆ มากยิ่งขึ้นครับ เราก็สามารถค่อยๆ ไล่ทำไปจนครบได้เลยนะ ครับ
ขั้นตอนนี้นะครับ ก็จะเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้เรานะครับ เห็น Layout ทั้งหมดนะครับ ของโครงสร้างความรู้ หรือทักษะใหม่ที่เราต้องการจะเรียนรู้ได้เร็วขึ้นมากๆ เลยครับ โดยการทำแบบทดสอบข้างต้นนะครับ มีงานวิจัยรองรับนะครับว่าถ้าทำในขั้นนี้แล้ว จะทำให้เรามีความจำนะครับ ในเรื่องนั้นดีขึ้น 10-20% ครับ แล้วก็เรียนรู้เรื่องราวเหล่านั้นได้ดีขึ้น โดยแลกกับเวลาเพียงแค่ 20-30 นาทีเท่านั้นครับ ถือว่าคุ้มมากๆ ครับ และในขั้นตอนนี้ นะครับ จะทำให้เราประหยัดเวลาได้ราวๆ อย่างน้อย 1 ชม. ครับ
หลังจากตอนนี้เราผ่านมา 3 ขั้นตอนแล้วนะครับ เรามาดูขั้นตอนที่ 4 กันครับ คือเรื่องของ Assembly ครับ คือการประกอบทีละส่วนครับ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเยอะที่สุดครับ แล้วก็จะเป็นจุดที่ AI ช่วยเราได้เยอะที่สุดเหมือนกันครับ หลักการสำคัญ ก็คือการเรียนเป็นชั้นๆ ครับ ไม่ใช่ดิ่งไปที่จุดเดียวครับ หลายคนพอเจอจุดที่ไม่เข้าใจนะครับ ก็จะหยุดอยู่ตรงนั้น พยายามทำความเข้าใจนะครับ ให้ทะลุก่อนที่จะไปต่อ แต่กลายเป็นว่านะครับ กลับติดอยู่ตรงนั้นเป็นหลักชั่วโมงเลยครับ วิธีที่ดีกว่านะครับ คือการที่ผ่านไปก่อนครับ เก็บภาพรวมทั้งหมดให้ได้ครบ แล้วค่อยกลับมาขุดลึกในรอบที่ 2 และรอบที่ 3 จะดีกว่า
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดูกันครับว่า AI จะเข้ามาช่วยเราในขั้นตอนนี้ยังไงกันบ้าง โดยผมมีเทคนิคมาฝากกันทั้งหมด 4 เทคนิคครับ สำหรับในเรื่องนี้ โดยมาเริ่มที่เทคนิคแรกนะครับ ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่เรียนรู้จากการฟังได้ดีกว่าการอ่านนะครับ แนะนำว่าให้นำเอกสารนะครับต่างๆ โยนเข้าไปใน Google AI Studio หรือ NotebookLM เลยครับ แล้วสั่งให้แปลงเป็น Script Podcast แล้วค่อยนำข้อมูลที่ได้นะครับ ไป Generate เป็นไฟล์เสียงครับ จากนั้นแล้วค่อยนำมาฟัง จะดีกว่ามากๆ เลยครับ
ผมก็กลับมาที่หน้าของ NotebookLM นะครับ เดี๋ยวเราจะทำกัน 2 ขั้นตอนครับ ขั้นตอนแรกครับ กลับมาในส่วนของ Studio นะครับ แล้วก็กด Generate Audio Overview นะครับ ซึ่งตอนนี้ผมกด Generate ไปแล้วนะครับ เดี๋ยวรอผลลัพธ์กันสักครู่นึง คราวนี้ในส่วนต่อมาครับ สำหรับใครที่ไม่ชอบสไตล์การฟัง Podcast ที่มีพิธีกรโต้ตอบ 2 คน เราทำแบบนี้ได้ครับ เข้ามาในส่วนของช่องแชทนะครับ จากนั้นพิมพ์ Prompt ลงไปครับ ให้แปลงเนื้อหานะครับ บทที่แนบมานี้เป็น Podcast คนเดียวนะครับ พูดความยาวประมาณ 3-5 นาที เน้นแค่ นิยามคำศัพท์ แนวคิดหลัก และตัวอย่างจริงนะครับ ใช้ภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นทางการเกินไป ไม่ต้องมีบทพูดเสริม หรือ Greeting นะครับ ขึ้นต้นด้วยประเด็นหลัก ได้เลย จากนั้นก็กดส่งครับ เดี๋ยวรอ NotebookLM เค้าประมวลผลให้เราสักครู่ นึงนะครับ ซึ่งตรงนี้เพื่อนๆ จะทำใน Gemini ก็ได้นะครับ โดยเลือก Notebook เล่มนี้เข้าไปทำงานก็ได้เหมือนกันครับ
หลังจากรออยู่แป๊บนึงนะครับ เราก็ได้คำตอบออกมาแล้วครับ เป็นบท Podcast ออกมาสั้นๆ นะครับ ผมก็กด Copy ไปครับ แบบนี้แล้วมาที่ Google AI Studio ครับ กดที่ Get Started นะครับ จากนั้นเดี๋ยวเรามา Generate ไฟล์เสียงกันครับ โดยเลือกที่ Playground นะครับ จากนั้นนะครับ เลือกที่ Speech and Music ครับ แล้วก็มาเลือก Model ครับ จากนั้นนะครับ มาเลือกที่ Audio ครับ แล้วก็เลือกที่ Gemini 2.5 Pro ก็ได้ครับ ตรงนี้เพื่อนๆ สามารถเลือกโมเดลที่ต้องการได้เลยนะครับ แล้วผมก็มาเลือกที่ The Everyday Assistant นะครับ จากนั้นผมก็นำข้อความมาวางไว้ตรงนี้ ครับ แล้วเพื่อนๆ ก็เลือกรูปแบบเสียงที่ต้องการได้เลยครับ จากตัวอย่างสมมุติผมขอเลือกเป็นคุณคนนี้นะครับ ก็เลือกไปได้เลยครับ จากนั้นก็มากดปุ่ม Run ครับ รอทาง Google AI Studio เค้า Generate ไฟล์เสียงสักนิดนึงนะครับ ซึ่งตรงนี้อาจจะใช้เวลาสักประมาณ 2-3 นาทีนะครับ
หลังจากรออยู่สักครู่นะครับ ตอนนี้ก็ Generate ออกมาเรียบร้อยครับ ไฟล์มีความยาวประมาณ 4 นาทีนะครับ ก็ฟังได้ใช้เวลาไม่นานครับ เราสามารถกดดาวน์โหลดตรงนี้ได้นะครับ ที่ปุ่มที่เขียนว่า ดาวน์โหลด กดลงไป 1 ครั้ง แบบนี้ครับ เขาก็จะดาวน์โหลดออกมาเป็นไฟล์เสียงออกมาให้เราครับ เราก็สามารถเปิดขึ้นมาเพื่อกดเล่นฟังได้เลยครับ แบบนี้ เรามาทำความรู้จัก AI Productivity Tools ที่สามารถนำมาช่วยงาน Office กันครับ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า AI Chatbot ซึ่งโดยนิยามแล้ว ซึ่งตรงนี้นะครับ เพื่อนๆ ก็สามารถนำไฟล์ที่ดาวน์โหลดออกมาใส่ มือถือไปฟังระหว่างเดินทาง ขึ้นรถไฟฟ้า หรือขับรถ ได้เลยครับ
คราวนี้เดี๋ยวเรากลับไปดูที่หน้ากันครับ ตอนนี้ในส่วนของ Audio Overview นะครับ ที่เป็นไฟล์ Podcast ที่เราสร้างด้วย NotebookLM ก็เสร็จแล้วนะครับ คราวนี้วิธีการนะครับ เพื่อนๆ ก็สามารถดาวน์โหลดได้ครับ แบบนี้ครับ เราก็จะได้เป็นไฟล์ออกมานะครับ ในลักษณะเหมือนเมื่อสักครู่ครับ เราก็สามารถกดฟังได้เหมือนกันครับ แบบนี้แล้วก็สามารถนำไฟล์นี้ใส่ มือถือเหมือนเมื่อสักครู่ได้เลยครับ เดี๋ยวเราลองฟังกันสั้นๆ สักนิดนะครับ
>> เอ่อทุกคนลองนึกภาพตามดูนะคะสมมุติว่า ออฟฟิศเราเพิ่งรับเด็กฝึกงานคนใหม่เข้ามา แบบว่าเด็กคนนี้ฉลาดเป็นกรดเลยรู้ทุกภาษาบนโลก อ่านรายงานหนาเป็นร้อยๆหน้าจบแถมสรุปใจความได้ในเวลาแค่ >>
สังเกตว่าความยาวนะครับ จะค่อนข้างยาวมากเลยครับ ซึ่งเวลาทั้งหมดประมาณ 19.30 30 นาที คือ 19 นาทีครึ่งนะครับ แล้วก็จะเป็นการ Podcast สไตล์ที่มีพิธีกร 2 คนโต้ตอบนะครับ ถ้าเพื่อนๆ ต้องการปรับให้สั้นลงนะครับ ตอนสร้าง Audio Overview View นะครับ เพื่อนๆ ก็สามารถมาเลือกเป็นแบบสั้นๆ ครับ ไฟล์ที่ได้ออกมาก็จะกระชับแล้วก็สั้นลงมากๆ ครับ จะเป็นภาพรวมแบบเร็วๆ อันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ที่เพื่อนๆ ชอบนะครับ หรือเราจะสามารถกดฟังบนหน้า NotebookLM ตรงนี้ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ ก็มาเล่าให้ฟังทั้งหมด 2 ทางเลือกนะครับ แล้วแต่สไตล์ว่าเพื่อนๆ ชอบแบบไหนมากกว่ากันครับ
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์สั้นๆ สักครู่นึงนะครับ ในช่องของเรานะครับ ตอนนี้มีคอร์สที่ชื่อว่า Mastering NotebookLM ครับ มีเนื้อหาจัดเต็มมากกว่า 20 บทความยาวรวมกว่า 4 ชม. ครับ ในคอร์สนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ลงลึกทุกฟังก์ชันของ NotebookLM แบบครบจบในคอร์สเดียวครับ โดยเราจะไม่ได้เน้นแค่ให้ใช้งานเป็นนะครับ แต่ผมจะพาเพื่อนๆ ไปต่อยอดด้วยการใช้งาน NotebookLM ร่วมกับ AI ตัวอื่นๆ อย่างเช่น Gemini และ Perplexity เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ครับ รวมถึงแนะนำปลั๊กอินที่จะช่วยลดเวลาการทำงานของเพื่อนๆ จากหลักวันให้เหลือเพียงหลักนาทีครับ เหมาะมากสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะอัปเกรดการทำงานให้โดดเด่นและรวดเร็วกว่าใคร โดยสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจนะครับ สามารถดูรายละเอียดของบทเรียนทั้งหมด และทดลองเรียน 5 บทแรกได้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ผ่านลิงก์ในคำอธิบายของคลิปนี้ และหากเพื่อนๆ สนใจก็สามารถสมัครเรียนได้ในลิงก์เดียวกันครับ ขอบคุณครับ
ซึ่งจากเทคนิคเมื่อสักครู่นะครับ เราก็สามารถเปลี่ยนเอกสาร 30 หน้าที่อาจจะต้องใช้เวลาอ่านประมาณนึงเลยครับ กลายเป็นไฟล์เสียงเพียงแค่หลัก 20 นาที หรือเพียงแค่ 5 นาทีก็ได้ครับ ที่เราสามารถฟังตอนเดินทางได้
ต่อมาในเทคนิคที่ 2 นะครับ คือหลายครั้งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สต่างๆ หรือบทความนะครับ อาจจะมีจำนวนหลายบท แต่ว่าเราสนใจเพียงแค่ 3 บทนะครับ เราก็สามารถทำแบบนี้ได้ครับ โดยผมก็กลับมาที่หน้า NotebookLM เดิมนะครับ คราวนี้จากตัวอย่างนะครับ สมมุติว่าผมสนใจเฉพาะการใช้งาน AI นะครับ สำหรับการสรุปประชุมนะครับ ผมก็เลยพิมพ์ลงไปบอกว่า อธิบายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ กับการเขียน Prompt ให้ AI สรุปประชุมในเอกสารนี้ พร้อมตัวอย่าง Prompt ที่ใช้ได้จริง 3 ตัวอย่างสำหรับสถานการณ์ที่ต่างกันนะครับ จากนั้นเราก็กดส่งได้เลยครับ
ทาง NotebookLM นะครับ ก็จะไปดึงข้อมูลที่อยู่ในเอกสารฉบับนี้นะครับ ที่เราแนบเข้าไปครับ แล้วก็สกัดออกมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Prompt ที่เราบอกไปครับ หลังจากรออยู่แป๊บนึงเราก็ได้คำตอบตอบออกมาแล้วนะครับ ก็เป็นคำตอบที่ว่า การเขียน Prompt ให้ AI สรุปประชุมอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ควรมีการระบุโครงสร้างที่ต้องการให้ชัดเจน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และรูปแบบที่เราสามารถนำไปใช้งานต่อได้ทันที โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนครับ หัวข้อหลักที่คุย ข้อตกลง Action Item แล้วก็วรรณติดตามถัดไปครับ แล้วก็เป็นรายละเอียดต่างๆ ข้อดีของการใช้งานบน NotebookLM นะครับ คือเรามี Citation แบบนี้ครับ โดยจะสังเกตว่าเป็นตัวเลขต่างๆ นะครับ ที่อยู่ในคำตอบนะครับ เช่น เลข 1 แบบนี้ครับ เลข 2 แบบนี้นะครับ แบบนี้ครับ โดยเราสามารถคลิกเข้าไปได้นะครับ แบบนี้ สมมุติผมกดที่เลข 1 นะครับ แบบนี้นะครับ กดลงไป 1 ครั้ง NotebookLM นะครับ ก็จะไปไฮไลท์ออกมาครับ ว่าคำตอบตรงนี้นะครับ ที่เค้าตอบเราออกมา เค้าไปดึงข้อมูลมาจากตรงไหนนะครับ เราก็สามารถอ้างอิงได้ครับ แล้วก็เป็นการรับประกันว่าคำตอบที่ได้เนี่ย ไม่ได้มั่วขึ้นมานั่นเองครับ
จากวิธีการเมื่อสักครู่นะครับ ก็เป็นการเจาะเฉพาะส่วนที่เราสนใจนะครับ ทำให้เราไม่ต้องอ่านในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับที่เราต้องการ ในตอนนั้นๆ ได้เลยครับ
และต่อมาในเทคนิคที่ 3 นะครับ คือเทคนิคที่ผมชอบมากที่สุดนะครับ คือการใช้งาน ChatGPT ใน Voice Mode ครับ สามารถเปิดคุยในบ้านได้ครับ ตอนที่เราเดินไปชงกาแฟ เหมือนกับเรามีติวเตอร์ที่เราสามารถถามเขาได้ทุกเรื่องนั่นเองครับ เดี๋ยวเราไปดูวิธีการใช้งานกันนะครับ
ตอนนี้ผมก็เข้ามาอยู่ในหน้าของ ChatGPT บนมือถือนะครับ เดี๋ยวผมจะเปิดฟังก์ชันนะครับ ที่ชื่อว่า Voice Mode นะครับ เห็นว่ามีเทคนิคการเขียน Prompt ที่เรียกว่า Chain of Thought ลองอธิบายแบบให้พนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือคนทำงานทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐานด้าน AI ฟังให้หน่อย พร้อมกับตัวอย่างด้วยนะครับ ที่ใช้สำหรับงานสรุปประชุมครับ
>> Chain of Thought คือเทคนิคการคิดเป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน เหมือนเราเดินไปทีละก้าว ไม่กระโดดข้าม เราจะคิดออกมาเป็นขั้นตอนย่อยๆ แล้วค่อยๆ ไปสู่คำตอบ วิธีนี้ทำให้เราคิดอย่างเป็นระบบ ไม่หลงทาง ตัวอย่างในการสรุปประชุม สมมุติคุณต้องสรุปว่าทีมตกลงกันยังไงบ้าง เริ่มจากหัวข้อประชุมคืออะไร ใครเสนออะไรบ้าง สรุปทีละประเด็น มีข้อถกเถียงอะไรเกิดขึ้นบ้าง สุดท้ายตัดสินใจยังไง และใครรับผิดชอบอะไร แบบนี้คุณจะไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ และคนฟังก็เข้าใจง่าย >>
ก็เป็นเทคนิคง่ายๆ นะครับ ที่เราสามารถหยิบโทรศัพท์มือถือนะครับ ที่เราใช้งานอยู่ ติดตั้งนะครับ เช่น ChatGPT หรือ Gemini เข้าไปนะครับ แล้วก็เปิด Voice Mode แล้วเราก็สามารถพูดคุยกับเขาแบบง่ายๆ แบบเมื่อสักครู่ครับ เขาก็จะตอบเรากลับมา หลังจากเค้าตอบเรามาแล้ว เราก็สามารถที่จะถามต่อได้นะครับ ในรายละเอียดต่อไปได้เรื่อยๆ ครับ เหมือนกับว่าเรามีผู้ช่วย หรือติวเตอร์ส่วนตัวนะครับ ที่จะคุยกับเขา หรือให้เขาอธิบายในสิ่งที่เราต้องการเข้าใจ เมื่อไหร่ก็ได้เลยครับ สะดวกมากๆ ครับ
และเมื่อถึงเทคนิคสุดท้ายในขั้นตอนนี้ นะครับ ของ Assembly ก็คือการจัดระเบียบโน้ตต่างๆ นะครับ สมมุติว่าเรามีโน้ตต่างๆ ที่จดไว้ในตอนเรียนนะครับ ซึ่งมักจะรกแล้วก็ตกหล่นนะครับ คราวนี้วิธีการก็คือ เราจะนำโน้ตเหล่านั้นนะครับ มาให้ AI ไม่ว่าจะเป็น Claude หรือ ChatGPT นะครับ จัดออกมาเป็นตารางสรุปนะครับ เป็น Diagram สร้างความสัมพันธ์ หรือถ้าเพื่อนๆ ใช้ Gemini นะครับ ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน Canvas ในการสร้างเป็น Interactive Dashboard ก็ได้ครับ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างกันครับ
ซึ่งจากตัวอย่างนี้นะครับ ผมทำบน Claude นะครับ ผมได้แนบโน้ตเข้าไปนะครับ แล้วก็พิมพ์ Prompt ไปว่า ช่วยจัดระเบียบโน้ตรกๆ ที่แนบมาในนี้ให้หน่อยนะครับ 1 เป็นตารางสรุปข้อมูลลูกค้า บวกโปรเจคนะครับ ข้อที่ 2 เป็นตาราง Action Item นะครับ ของคอลัมน์งาน ผู้รับผิดชอบ Deadline Priority ครับ 3 ครับ Diagram นะครับ แสดงความสัมพันธ์ของทีมที่เกี่ยวข้อง คราวนี้ทาง Claude ก็สร้างออกมาแบบนี้ครับ โดยจากตัวอย่างนะครับ เป็นโปรเจคที่ชื่อว่า AC26001 นะครับ เป็นการเทรนพนักงานใหม่นะครับ ของ MCOP นะครับ ก็มีลูกค้าครับ คุณพี่นัท ฝ่ายจัดซื้อนะครับ ทีมงานภายในที่รับผิดชอบโปรเจคก็จะมี คุณอ้อย น้องปอนะครับ แล้วก็ PM แล้วก็วิทยากรภายนอกนะครับ ตัวเลือก 3 คนนะครับ ลูกค้าขอไกด์ก่อนเลือกแล้วก็เป็นตารางสรุปข้อมูลลูกค้าแบบนี้นะครับ ซึ่งเป็นลูกค้าสมมตินะครับ ก็สรุปออกมาให้เราเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้เลยครับ แล้วก็มีตาราง Action นะครับ พร้อมกับ Deadline แล้วก็ Priority ตามคอลัมน์ที่เราบอกไป แล้วก็ Diagram ความสัมพันธ์ของทีมครับ ในลักษณะแบบนี้ครับ โดยก็คือแผนภาพด้านบนเมื่อสักครู่นั่นเองครับ นี่ก็เป็นตัวอย่างง่ายๆ แบบเร็วๆ นะครับ ที่เราสามารถใช้ AI มาช่วยจัดระเบียบโน้ตต่างๆ ของเราได้นั่นเองครับ
ซึ่งจากทั้ง 4 เทคนิคในขั้นตอนของ Assembly นะครับ เราก็จะประหยัดเวลาไปได้ราวๆ 10 ชม. ครับ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ AI จะช่วยเราได้เยอะที่สุดเลย ครับ
และมาถึงขั้นตอนสุดท้ายนะครับ คือเรื่องของการ Finishing นะครับ คือการใช้งานจริงครับ ขั้นตอนนี้จะคล้ายกับตอนที่ เราประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA สำเร็จแล้วนะครับ แต่ถ้าวางทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้ นะครับ ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราเสียเงินซื้อมาเปล่าครับ การเรียนก็เหมือนกันครับ ถ้าเรียนเสร็จแล้ว เรียนทักษะใหม่ๆ แล้วปรากฏว่าไม่ได้เอาไปใช้จริงนะครับ ความรู้ก็จะค่อยๆ จางหายไปภายใน 2 สัปดาห์ครับ
กลับมาที่เคสตัวอย่างของเรานะครับ ถ้าเป้าหมายของเราคือการใช้งาน AI ช่วยในงานออฟฟิศให้คล่องนะครับ ในขั้นตอนนี้คือการนำความรู้ที่เพิ่งเรียนมานำไปใช้ในงานจริงต่างๆ ในชีวิตประจำวันครับ โดยจาก 3 เป้าหมายนะครับ ที่เราสมมุติขึ้นมานะครับ ก็คือการที่ใช้งาน AI สรุปประชุมนะครับ เขียนอีเมล ทำสไลด์เป็นทักษะใหม่ เดี๋ยวเราจะไปดูวิธีการใช้ AI ในการสรุปประชุมกันครับ
โดยจากตัวอย่างนี้นะครับ ผมก็มาที่ Claude นะครับ แล้วผมก็แนบไฟล์ Meeting Transcript เข้าไปนะครับ โดยอาจจะเป็นไฟล์ Meeting Transcript ที่เราได้จาก Microsoft Team นะครับ Google Meet หรือโปรแกรม Zoom ที่เราใช้ประชุมนะครับ จากนั้นผมก็จะพิมพ์ Prompt ลงไปครับว่า ให้สรุป Meeting Transcript ที่แนบมานี้นะครับ ให้เป็นหัวข้อหลักของประชุมนะครับ 1-2 บรรทัด มีการตัดสินใจสำคัญอะไรบ้าง มี Action Item อะไรบ้างนะครับ ให้แสดงออกมาเป็นตารางนะครับ มีคอลัมน์งาน ผู้รับผิดชอบ Deadline ข้อ 4 นะครับ KPI แล้วก็ Metric ที่ต้องติดตาม แล้วก็นัดถัดไปครับ และขอให้เป็นภาษาไทยครับ จัด Format ให้อ่านง่าย เหมาะกับการส่งต่อให้ทีม แล้วก็กดส่งครับ
เราก็ได้ออกมาเป็นสรุปประชุมในลักษณะแบบนี้นะครับ เป็นหัวข้อหลักนะครับ การตัดสินใจสำคัญมีอะไรบ้างครับ Action Item มีอะไรบ้าง มี KPI อะไรบ้างนะครับ ที่พูดถึงในที่ประชุม รวมถึงนัดประชุมครั้งถัดไปครับ ในลักษณะแบบนี้ หรือหากเราต้องการสั่งให้คอร์สทำออกมาเป็นไฟล์เอกสาร ก็สามารถสั่งต่อเพิ่มเติมได้เลยครับ เช่น ต้องการเป็นไฟล์ Word อะไรแบบนี้นะครับ คอร์สก็ Offer มาให้แล้วนะครับว่า หากต้องการจัดเป็นไฟล์ Word ให้ส่งต่อ ก็สามารถทำได้เลยครับ
ซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้ นะครับ AI ก็จะช่วยเราประหยัดเวลาได้ราวๆ 6 ชม. เลยครับ และคราวนี้ นะครับ หากเรารวมทุกขั้นตอนนะครับ ในส่วนของ Blueprint 3 ชม. + Layout 1 ชม. แล้วก็ Assembly ประมาณ 10 ชม. บวกกับ Finishing 6 ชม. นะครับ รวมๆ แล้วตอนนี้เราประหยัดเวลาไปได้ 20 ชม. แล้วครับ
และก่อนจะจบคลิปในวันนี้นะครับ มี 2 เทคนิคเสริมนะครับ ที่แนะนำมาให้ใช้คู่กับ Framework นี้แล้วการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ของเราก็จะเร็วขึ้นอีกครับ เทคนิคแรกครับ หลายคนวางตารางเรียนไว้แบบว่า ว่าง 2 ชั่วโมงตอน 21:00 น. ก็เรียนตอนนั้น ใช่มั้ยครับ แต่ชีวิตจริงครับ ตอน 21:00 น. หลังเลิกงาน หลายๆ คนก็สมองล้าแล้วครับ กว่าจะเริ่มดูคลิปตามคอร์สต่างๆ นะครับ หรือดูบน YouTube ก็จำอะไรไม่เข้าหัวแล้วครับ อาจจะลองสลับแบบนี้ครับ ตื่นเช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมงนะครับ แล้วมาเรียนตอนที่สมองสดใส นะครับ จะได้ผลมากกว่าครับ
และมาถึงเทคนิคที่ 2 นะครับ ถ้าเพื่อนๆ กำลังเรียน 3 ทักษะพร้อมกันนะครับ เช่น ใช้ AI สรุปประชุม ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล หรือใช้ AI จัดการกับงาน Excel ขั้นสูงนะครับ วิธีที่หลายคนทำนะครับ คือเรียนการใช้ AI สรุปประชุมให้จบก่อน แล้วค่อยข้ามไปเรียนการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล แต่งานวิจัยหลายงานนะครับ บอกว่าวิธีที่ดีกว่าคือสลับเรียนหลายเรื่องครับ ในวันเดียวกัน สมองจะเชื่อมโยงข้ามเรื่องได้ดีขึ้น แล้วก็เราจะไม่เบื่อ ง่ายด้วยครับ
และสรุปอีกครั้งนะครับ การเรียนทักษะใหม่นะครับ ให้เร็วขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าครับ ผ่าน 5 ขั้นแบบการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA นะครับ
1. คือ Blueprint ครับ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน
2. นะครับ คือเรื่อง Parts นะครับ รวบรวม Resource ด้วย Perplexity ครับ
3. ครับ จัดวาง Layout ด้วยการสำรวจคร่าวๆ ก่อนเรียนจริงด้วย NotebookLM ครับ ด้วยฟังก์ชัน Study Guide แล้วก็ Quiz
4. แล้วก็ฟังก์ชันที่ 4 ครับ ก็เรียนเป็นขั้นๆ ครับ ไม่ว่าจะใช้ NotebookLM, Google AI Studio, ChatGPT หรือ Claude ครับ
5. สุดท้ายครับ 5 Finishing ครับ ลงมือทำชิ้นงานจริงด้วย Claude หรือ ChatGPT ก็ได้ครับที่เราถนัด บวกกับ 2 เทคนิคเสริมเมื่อสักครู่นะครับ คือเรียนตามพลังงาน แล้วก็สลับเรียนหลายๆ เรื่องครับ
และตอนนี้ก็อยากให้ทุกคนนะครับ ลองทำ Challenge สั้นๆ ภายในสัปดาห์นี้ครับ ลองเลือกทักษะที่อยากเรียนสัก 1 ทักษะ แล้วเริ่มจากขั้นตอน Blueprint นะครับ ตั้งเป้าหมายปลายทางให้ชัด ทำได้แล้วได้ผลยังไง ก็สามารถมาแชร์กันได้ในคอมเมนต์ได้นะครับ
แล้วก็ก่อนจะจากกันไปนะครับ ขอฝากเว็บไซต์ของ Newวีรชัย นะครับ ที่ชื่อว่า space.newirascha.co CEO นะครับ ตอนนี้ผมได้รวบรวมคอร์สต่างๆ นะครับ ที่เราเปิดไว้อยู่ทั้งหมดนะครับ หากเพื่อนๆ ต้องการสนับสนุนผมนะครับ และช่องนี้ก็สามารถสมัครเรียนในคอร์สต่างๆ ได้นะครับ หรือหากมีคำถาม หรือต้องการแวะมาพูดคุยกันนะครับ ก็สามารถแอด Line มาได้ที่ @newirachai ครับ
และถ้าคลิปนี้มีประโยชน์นะครับ ขอฝากเพื่อนๆ ช่วยกดไลค์ กด Subscribe นะครับ หรือกดแชร์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันให้หน่อยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผมด้วยครับ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนครับ แล้วเจอกันใหม่ในคลิป สวัสดีครับ