Transcription
ก่อนหน้านี้รับผิดชอบแค่เกมรับปัดกวาดคู่แข่งหน้าแผงแบ็คโฟร์ อาจมีส่วนร่วมเกมรุก ช่วยแก้เพสออกบอลให้เพื่อนเล่นต่อง่ายๆ หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาบทบาทหลักๆก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว หากแต่ล่าสุดดูเหมือน Ran Gฟanbag ถูก Evo ปรับแต่งขึ้นมาอีกระดับ เมื่อเจ้าตัวไม่ได้เล่นบอลหน้าเดียว แต่พร้อมขึ้นมามีชื่อบนสกอร์บอร์ด ทั้งประตูทั้ง assist อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ครับ
แฟนแบคยังเล่นได้ทั้งรับและรุก ทำไมช่องฟุตบอลจะทำคอนเทนต์แล้วขายขนมไปด้วยไม่ได้ล่ะ แนะนำเลยครับ บราวนี่เนื้อแน่นหนึบ และคุกกี้ช็อกชิปหอมกรุ่นจากเตา ที่ The M ตั้งใจทำทุกกระปุก สดใหม่ทุกออเดอร์ ถ้าสนใจผมปักพิกัดไว้ด้านล่าง ยังไงฝากขนมจาก The M ด้วยนะครับ
ตัดกลับมาที่ Ran Gฟanbag เกมกับนิวคาสเซิลที่ได้ลองส่องไกลนอกกรอบพาทีมขึ้นนำในครึ่งแรก ต่อด้วยศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับแอตแลนติโก มาดริด ที่ขึ้นไปประสานงานกับโมซาร่าในกรอบเขตโทษ ก่อนจะ assist ให้ King โซโลเข้าไปทำประตู 2-0
โอเคเกมกับสาริกาและตราหมีอาจยังไม่ชัดว่าแมตช์กับเอเวอร์ตันเมื่อคืนนี่แหละ หลักฐานชิ้นสำคัญยืนยันชัดเจนว่าเห็นเล่นเป็นตัวรับเบอร์ 6 แบบนี้ แต่บทจะสอดขึ้นมายิงประตู บทจะจ่ายได้เสียให้เพื่อนหลุดเข้าไปจบสกอร์ กราฟนี่โคตรอันตราย กลายเป็นอาวุธใหม่ให้ทีมอีกออปชั่นเลยนะ
เอาล่ะย้อนกลับไปศึก Merseyside Derby ราวนาทีที่ 10 ช่วงจังหวะลิเวอร์พูลต่อบอลกันเพลินๆ จู่ๆ การ์แฟนแบควิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษคนเดียวโล่งๆ ชนิดนิดไม่มีผู้เล่นท็อฟฟี่คนไหนได้ทันระวังสังเกต ไม่มีใครวิ่งตามเขาด้วยซ้ำ จุดนี้ต้องชมฮูโก้ อิติก และ Conor แบลี่ด้วยครับ ที่ช่วยดึงตัวประกบออกไปทางซ้ายขวา เปิดพื้นที่ให้กราฟวิ่งหลุดเข้าไปคนเดียวแบบนั้น
ภาพต่อเนื่องเมื่อไปถึงจุดนัดพบ โมซาร่าก็จัดการโยนบอลข้ามแนวรับเอเวอร์ตันทีเดียวหลุดยกแผง ที่โคตรสุดคือกราฟแฟนแบกไม่พูดพร่ำทำเพลง มิดฟิลด์หงส์แดงจัดการตวัดตามน้ำไม่ต้องจับบอล ลอยผ่านมือจอร์แดนพิฟอร์ดเข้าประตูแบบโคตรสวย ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 ลูกนี้ยิงไม่ง่าย แต่กแฟนแบคทำได้เพเฟค สมบูรณ์แบบ จังหวะจบสกอร์ยิงได้เฉียบคมกว่ากองหน้าบางคนซะอีก
โอเคจากลูกแรกตัดภาพไปประตู 2-0 แล้วก็เป็นลิเวอร์พูลที่ทำเกมต่อบอลจากแดนกลางมาเรื่อยๆ จนมาถึง กราเฟนแบกที่เติมขึ้นไปอยู่ด้านบนทางกราบขวา ช็อตต่อเนื่องทันทีที่เห็นเอกิติเก้ วิ่งเข้าช่อง กราฟก็แทงบอลให้เพื่อนหลุดเข้าไปบวก ลูก 2 ใช่ครับประตูนั้น ไนน์ กราฟแบค ได้มาอีก 1 assist เท่ากับว่าเกมเมื่อคืนเจ้าตัวยิง 1 จ่าย 1 มีส่วนร่วมโดยตรงทั้ง 2 ลูก จบเกมคว้า Man of the match ท่ามกลางเสียงชื่นชมฟอร์มการเล่นอย่างล้นหลาม เด็กหงส์ไม่น้อยบอกวันนี้นายเป็นทุกอย่างให้ลิเวอร์พูลจริงๆ นะ
พูดได้เต็มปากว่าทีมชนะได้ต้องยกเครดิตให้ผลงานยิง 1 จ่าย 1 ของกราฟแฟนแบคเต็มๆ ภาพปัดกวาดเกมรับ ชะลอแนวรุกฝั่งตรงข้าม แก้เพสเนียนตาหลายต่อหลายจังหวะ ยิ่งช็อตโยกหลอกเปลี่ยนทิศทางทำคู่แข่งหัวทิ่มหัวตาก่อนจะพลิกบอลขึ้นหน้า สลัดตัวออกมาจากวงล้อม pressing นี่กลายเป็น signature ไปแล้ว
ที่น่าสนใจคือฤดูกาลนี้เจ้าตัวขึ้นมามีส่วนร่วมกับเกมรุกเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับได้รับอิสระกว่าเดิม ทั้งในแง่แทคติก และตำแหน่งการยืนในสนาม
"โค้ชให้ความเชื่อมั่นผมอย่างเต็มเปี่ยม ฤดูกาลนี้แดนกลางของเราเล่นกันแบบฟรีสไตล์มากขึ้น แตกต่างกับปีก่อนที่ผมต้องยืนต่ำมากๆ ในบทบาทตัวรับ แต่ซีซั่นนี้ผมได้โอกาสเติมเกมขึ้นไปเล่นด้านบน แมตช์กับเอเวอร์ตันคุณก็เห็นกันแล้ว นี่คืออีกหนึ่งจุดเด่นของผมนะ การได้ช่วยเกมรุกแล้วยิงประตูได้ทำผมมีความสุขมากๆ ถ้าจำไม่ผิดฤดูกาลที่แล้วผมยิงไม่ได้สักลูกด้วยซ้ำ แน่นอนว่าปีนี้ผมอยากยิงประตูและ assist ให้เยอะกว่าเดิม" กราฟแฟนแบคกล่าวหลังจบเกม
ก็ตามนั้นเลยครับ สำหรับ กราฟฤดูกาลก่อนเจ้าตัวเป้าสะอาดลงสนาม 49 นัดทุกรายการ ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ถ้าจำกันได้ปีแรกยุค กฟนแบก ยังได้ขึ้นมายิงมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอยู่บ้าง แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านผู้จัดการทีมมาเป็น Arner Slot กราฟก็ไม่ได้ขึ้นมาง้างเท้ากับเพื่อนอีกเลย หน้าที่หลักๆที่ได้รับมอบหมายคือยืนต่ำรับเต็มสูบ แทบไม่เคยเห็นเจ้าตัวเข้าไปป้วนเปี้ยนในกรอบเขตโทษคู่แข่ง ด้วยบทบาทที่ต้องรับผิดชอบไม่แปลกที่ฤดูกาลก่อน มิดฟิลด์ชาวดัชจะเป้าสะอาดยิงไม่ได้สักเม็ด
ทว่าตัดภาพมาปีนี้ ซีซั่นเพิ่งจะเริ่มต้นทุกรายการ 5 เกม กแฟนกลับกดไปแล้ว 2 ประตู 2 assist ประเด็นคือเส้นทางยังอีกยาวไกล น่าติดตามว่าสถิติส่วนร่วมยิงจ่ายจะไปหยุดตรงไหน สำหรับ กราฟแฟนแบค เกมรับคอยดักบอลตัดเกม ทักษะพวกนี้ยังร้ายกาจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสกิลสอดขึ้นไปยิงขึ้นไปจ่ายได้ด้วย นี่ ยิ่งครบเครื่อง เพิ่มมิติความหลากหลายขึ้นไปอีกครับ
ถ้าสังเกตเกมเมื่อคืน แดนกลางลิเวอร์พูล 3 คน ทั้ง กราฟแฟนแบค, Soboslai, Alister สลับตำแหน่งกันสนุก โดยเฉพาะไทม์ไลน์ครึ่งแรก บางช็อตลงไปยืนต่ำคู่กราฟ ปล่อยแมก้าขึ้นไปลุยด้านบน บางเพลย์ กล้ามาช่วย กราฟฟนแบค แล้วให้ ดอม ขึ้นไปวิ่งเพสไล่บอลผู้เล่นท็อฟฟี่ ที่น่าสนใจสุดคือจังหวะได้ประตูทั้ง 2 ลูก โบสล ลงมาเล่นเกมรับกับ Alister แล้วให้ กราฟฟนแบค สอดขึ้นไปยิง 1 จ่าย 1 ทำเอาลืมไปเลยว่าเป็นมิดฟิลด์เบอร์ 6
รูปแบบการเล่นแดนกลางลิเวอร์พูล 3 คน นอกจากจะสร้างสมดุล ช่วยแบ่งเบาหน้าที่ กระจายบทบาทหมุนเวียนกันลงตัว ทำเกมลื่นไหลเนียนตาแล้ว อีกจุดแข็งของการสลับตำแหน่งตลอดเวลาคือคู่แข่งจับทางยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างลูกแรกไม่มีนักเตะไอเวอร์ตันคนไหนคาดคิดว่า กแฟนแบกจะโผล่ขึ้นไปยิงแบบนั้น แข้งท็อฟฟี่ต่างห่วงหน้าพวงหลังกับนักเตะตัวรุกมากกว่า
"นี่คืออีกหนึ่งย่างก้าวของทีมนะ ระวาดพยายามทำสิ่งแตกต่าง พยายามต่อยอดสิ่งที่มี แต่ขณะเดียวกันคู่แข่งก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมือเราด้วย นี่คือเหตุผลที่เราต้องพัฒนาอยู่เสมอ ส่วน กราฟแฟนแบค แน่นอนเขามีจังหวะขึ้นไปช่วยเกมรุก กราฟมีอิสระในการเล่นเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่โดยภาพรวมแล้ว มันขึ้นอยู่กับวิธีการป้องกัน และ pressing ของคู่แข่งด้วย" Slot อธิบาย
แดนกลางของลิเวอร์พูลได้อย่างเห็นภาพ เมื่อเล่นแบบเดิมๆ คู่แข่งเริ่มจับทางได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยน ลองอะไรใหม่ๆ บ้าง และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ดูจะได้ผลเกินคาดสำหรับ Ran Gฟanbag จากฤดูกาลแรกที่ลองผิดลองถูกคร่าวๆ ออกๆ ตัวหลักยังไม่รู้ตำแหน่งแท้จริงว่าควรเล่นตรงไหน อะไรคือจุดเด่นจริงๆ ของเขา ทว่าตัดภาพมาปัจจุบัน นี่ต้องบอกว่า กราฟมาไกลมากๆ ครับ และคนที่ควรได้รับเครดิตเรื่องนี้ไปเต็มๆ คือ Arner Slot
หลังรับช่วงต่อลิเวอร์พูลจาก Jurgen Klopp หนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีซของผู้จัดการทีมชาวดัชคือการขัดเกลา เจียรนัย กราฟฟนแบก ให้กลายมาเป็นตัวรับเบอร์ต้นๆ ของลีกได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้น กฟนแบคไม่มีวี่แววจะทำได้ด้วยซ้ำ หากจะกล่าวว่า กราฟกลับมาแจ้งเกิดเต็มตัวยุค Slot ก็คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก ยิ่งท่านลงลึกดีเทลรายละเอียดไปอีกหน่อย การเสกให้นักเตะไร้หางเสือดูไม่มีทิศทางคนนึงพัฒนาขึ้นมาเป็นกลางรับเต็มตัวในปีแรกก็ว่ายอดเยี่ยมแล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่ซีซั่น 2 Slot ยังปรับแต่งอีโวเลเวล กราฟแฟนแบคไปอีกขั้น รุกรับได้หมด โคตรเอาเรื่อง นี่สุดยอด ยิ่งกว่า
สำหรับ กราฟแฟนแบค หากไล่เรียงเส้นทางฟุตบอลตั้งแต่เริ่มต้นกับ คอันเซอร์ดัช ต่อด้วย บาเยิร์นมิวนิค จะพบว่า DNA จริงๆ ของเขาคือการเล่นมิดฟิลด์ตรงกลาง หรือ CM มากกว่าตัวตัดเกม หรือ DM บางเกมนี้ถูกดันไปเล่นกลางตัวรุกก็เคยมา พูดง่ายๆ คือสไตล์การเล่น คุณภาพฝีเท้า กราฟ จัดเป็นมิดฟิลด์สมัยใหม่ เล่นได้เกือบหมดทุกตำแหน่งในแผงกองกลาง ที่ผ่านมาขาดเพียงแค่คนขัดเกลา ชี้ทาง ดึงศักยภาพว่านายควรเล่นแบบไหน ยังไง หากแต่ทุกวันนี้ดูเหมือน ไอันกลาแฟนแบค จะเจอโค้ชคนนั้นแล้ว โค้ชที่ชื่อ Slot
ที่สำคัญอย่าลืมว่าปัจจุบัน เจ้าตัวเพิ่งอายุ 23 เองนะ ด้วยฟอร์มในสนาม ยิ่งเล่นยิ่งปล่อยของ นับวันทีมยิ่งขาดไม่ได้ ตลอด 2 ฤดูกาล ผลงานคงเส้นคงวาแทบไม่มีช่วงฟอร์มตก ร่างกายแข็งแกร่ง ไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บรบกวน แม้จะเล่นตำแหน่งพร้อมบวกพร้อมปะทะ เมื่อนำทั้งหมดมาวิเคราะห์รวมกับอายุการใช้งานและค่าตัว 40 ล้านยูโรที่ทีมจ่ายไป กราฟแฟนแบค นี่ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งคุ้มค่าของทีมเลยครับ
และทั้งหมดคือ The M ฟุตบอลชั่วขณะหนึ่ง เพราะฟุตบอลอยู่กับเราทุกชั่วขณะ