Transcription
สนับสนุนโดย ยาแคปซูลสมุนไพร ออยอัน เพื่อบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาหารไม่ย่อย สวัสดีครับ และยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่องวัน 31 กับผม ติณโชค กาฬกิรี ครับ ท่านผู้ชมครับ ประเด็นร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ก็คือเรื่องของประกันสังคม ผมเชื่อว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เข้าถึงคนได้หลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกันตนที่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน เราเชื่อมั่นในสำนักงานประกันสังคมว่าจะบริหารเงินของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ก็มีบางกิจกรรมหรือบางนโยบายที่ทำให้เราอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า "เดี๋ยวนะ เงินที่เราส่งไปทุกเดือนมันคุ้มค่าจริงหรือเปล่า" ท่านผู้ชมครับ ติดตาม "ถกไม่เถียง" เพราะตลอดสัปดาห์นี้เราจะเจาะลึกประเด็นประกันสังคม และขยายความในประเด็นเหล่านี้ให้ท่านได้รับทราบ เพราะนี่คือเงินของทุกคนที่จ่าย ไม่ใช่แค่ทีมงานของผมนะครับ แต่เป็นเงินของทุกคนที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ติดตามกันให้ดีนะครับ เพราะเราจะมีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เชิงลึกมาไขประเด็นเหล่านี้ให้กระจ่าง และในวันนี้ครับ เรามีแขกรับเชิญ 2 ท่านที่จะมาขยายความในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน ผมขอเรียนเชิญ... ก่อนอื่นครับ เรามีท่านสุภาพบุรุษท่านนี้ ซึ่งแน่นอนครับว่าต่อต้านการทุจริต ในประเด็นนี้ท่านผู้ชมทราบคำตอบอยู่แล้วว่ามีการทุจริตหรือไม่ภายในสำนักงานประกันสังคม แต่ในวันนี้ครับ คุณหมอท่านนี้มานั่งในรายการเพื่อที่จะแสดงให้ท่านเห็นว่า หากมีโอกาสได้บริหารสำนักงานประกันสังคม จะสามารถแก้ไขปัญหาภายในสังคมได้อย่างไร ท่านคือหัวหน้าพรรคไทยภักดี คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ ทางด้านขวามือของผมครับ เป็นนักวิชาการอิสระ ผู้ที่พูดจาตรงไปตรงมา และมีข้อมูลรอบด้าน เกี่ยวกับสำนักงานประกันสังคม ขอเชิญพบกับอาจารย์ ป.ป.ป. อาจารย์ศิโรจน์ ครับ สวัสดีครับอาจารย์ ขอบคุณทั้งสองท่านที่ให้เกียรติรายการของเรามาพูดคุยกับท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมสามารถโหวตได้แล้วนะครับ ทำไมเราถึงถามว่าท่านผู้ชมสนใจโหวต "ไม่" หรือไม่ เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ครับ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ให้ทุกคนไปโหวต "ไม่" แต่ถ้าใครกลัวเสียคะแนน ก็ให้ไปเลือกคุณหมอวรงค์ พรรคไทยภักดี เบอร์ 29 โพสต์นี้มาจากอาจารย์ป.ป.ป. ครับ พูดถึงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ครับ เอาโพสต์นี้ขึ้นมาหน่อยครับ อาจารย์ป.ป.ป. ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้โพสต์ไว้ว่า เช้านี้สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศจุดยืนจะบวช แต่ถ้าใครกลัวเสียคะแนน ก็ไปเลือกคุณหมอวรงค์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 29 เป็นคนเดียวที่จะชนะได้ คุณปานเทพมีความเห็นอย่างไรครับ ดูเหมือนว่าเช้านี้ครับ ใช่ครับ ใช่ครับ เช้านี้มีภาพถ่ายนะครับ มีภาพถ่ายใช่ไหมครับ เช้านี้คุณหมอวรงค์ได้เดินทางไปขอบคุณคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ครับ ในเช้านี้วันที่ 27 มกราคม ผมได้เดินทางไปขอบคุณคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่สนับสนุนผมเบอร์ 29 บัตรสีชมพู ที่บ้านครับ ท่านผู้ชมครับ คุณหมอวรงค์นั่งอยู่ตรงนี้แล้วครับ ผมขอถามตรงๆ คุณหมอครับ ดูเหมือนว่าคุณหมอไม่ใช่ตัวเลือกหลัก หรือเป็นตัวเลือกสำรองมากกว่า ทุกครั้งที่พยายามจะหนี ก็จะโดนไล่ตามมาแบบนี้ ถ้าสมมติว่าใครไม่รู้จะเลือกใคร ก็ไปเลือกคุณหมอได้ครับ คุณหมอรู้สึกอย่างไรกับโพสต์นี้ กับที่คุณสนธิพูด และโพสต์ทางการเมืองของอาจารย์ปานเทพครับ ผมไม่ทราบเบื้องหลังหรือบริบทนะครับ แต่ถ้าใคร... มีอิทธิพลหรือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่สามารถที่จะชี้นำ FC (แฟนคลับ) ได้ ก็เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ยินดีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเขาบอกว่า "ไม่ว่ายังไงก็ตาม ดีหรือไม่ดี ก็ให้เก็บคนนี้ไว้" ผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีครับ อย่างน้อยผมก็ดีใจที่คำพูดนั้นแสดงถึงความเชื่อมั่น และความไว้วางใจ ผมรู้สึกว่าผมไว้ใจเขาได้ ทำไมคุณสนธิถึงไว้ใจผมครับ ก็คุณสนธิได้บอกชัดเจนว่าเห็นการทำงานของผม การต่อสู้เรื่องการทุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องจำนำข้าว เป็นรูปธรรม และผมต้องบอกว่าการต่อสู้เรื่องจำนำข้าวเนี่ย ใช้เวลา 5-6 ปีนะครับ ไม่ใช่การดีเบตแล้วจบไปอะไรที่ผิดผมก็ต่อสู้มาตลอด แล้วผลลัพธ์ที่แท้จริง คือนายกฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องติดคุก หรือหนีไปต่างประเทศ ผมคิดว่านี่คือเครื่องการันตีครับ นั่นคือคุณสนธิไว้ใจผม เพราะการทำงานของผม ผมคิดว่าในช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ผมก็ร่วมมือกับประชาชนในการต่อสู้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็น MOU 4344 หรือแม้กระทั่งเรื่องของชั้น 14 นะครับ แล้วก็ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ผมถือว่าเป็นเครดิตในการมีส่วนร่วมของผม ทำงานร่วมกับประชาชนภายใต้การนำของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และนั่นก็เป็นผลลัพธ์ที่คุณสนธิประกาศออกมา ผมเองก็แปลกใจครับ บอกตามตรง เพราะผมไม่ทราบว่าคุณสนธิประกาศออกมาแบบนี้ครับ คุณโจครับ ถ้ามีแฟนคลับครับ มีคนโทรมาหาผมเยอะมากครับ แล้วผมเห็นคลิปแล้วผมรู้สึกว่าผมต้องขอบคุณเขาครับ เพราะผมถือว่าคนระดับคุณสนธิที่ปกติจะวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองเยอะมากครับ เป็นคนระดับของคุณสนธิ แต่มีคำพูดที่แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ ผมบอกเขาว่า "โอเคครับ คุณสนธิ ผมยืนยันว่าคุณไว้ใจผมได้" ครับ นี่คือมุมมองของคุณหมอวรงค์ครับ แต่ผมจะให้อาจารย์ศิโรจน์ในฐานะที่เป็นคนกลาง และเป็นนักวิชาการอิสระที่วิเคราะห์การเมืองครับ วิเคราะห์ว่าการประกาศของคุณสนธิมีนัยแฝงอะไรหรือไม่ครับ ครับ ถ้าอาจารย์จะวิเคราะห์นะครับ คุณสนธิถือว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมนะครับ และในขณะนี้พรรคการเมืองที่หาเสียงในแนวทางอนุรักษ์นิยมก็ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน เมื่อสักครู่ผมคุยกับคุณหมอวรงค์ คุณหมอพูดถึงพรรคไทยภักดี และพรรคชาติพัฒนากล้า หาเสียงคล้ายๆ กัน แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา และผมคิดว่าคุณสนธิน่าจะคิดว่าสำหรับคนที่คิดเหมือนเขา อย่าไปเลือกภูมิใจไทย อย่าไปเลือกชาติพัฒนากล้า อย่าไปเลือกพรรคใหม่ๆ ครับ มาสนับสนุนพรรคไทยภักดีครับ ครับ นี่ค่อนข้างชัดเจนครับ ว่าสำหรับแฟนคลับของคุณสนธิ อย่าไปเลือกภูมิใจไทย อย่าไปเลือกใครก็ตาม ให้ไปเลือกไทยภักดีครับ แต่คุณสนธิประกาศจุดยืนชัดเจนว่าให้ทุกคนไปโหวต "ไม่" แต่ถ้าไม่โหวต "ไม่" ก็ให้ไปเลือกคุณหมอวรงค์ครับ แล้วอย่างนี้เป็นยุทธวิธีในการให้ทุกคนไปเลือกคุณหมอวรงค์ หรือให้ทุกคนไปโหวต "ไม่" ครับ ผมคิดว่าเขาคงอยากให้โหวต "ไม่" มากกว่าครับ เพราะคุณสนธิรณรงค์เรื่องโหวต "ไม่" มาหลายครั้งแล้ว เท่าที่ผมจำได้ ตั้งแต่หลังปี 2549 ถ้าผมจำไม่ผิดครับ เขาจะรณรงค์อะไรที่คล้ายๆ กันนี้มาตลอดครับ ว่าถ้าใครไม่ชอบพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ก็ให้ไปโหวต "ไม่" ครับ จริงๆ แล้วเขาจะรณรงค์แบบนี้มาตลอดครับ แต่เนื่องจากท่านถามมานะครับ และผมก็ไม่ได้พยายามจะไปทะเลาะกับคุณสนธิ (เพราะเขาชอบด่าคน) ผมต้องเตือนไว้ก่อนครับ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับสูตรโหวต "ไม่" ครับ เพราะการโหวต "ไม่" เนี่ย คะแนนของคุณก็ไม่ได้ถูกนับนะครับ คุณได้ความสะใจว่าไม่ชอบใคร แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งคนที่คุณไม่ชอบได้ ผมคิดว่าวันนี้เรามีคนที่เราไม่ชอบเยอะแยะไปหมดในทางการเมือง ถ้าเราอยากจะหยุดยั้งคนที่เราไม่ชอบ ผมคิดว่าเราควรจะเลือก... ถ้าไม่เลือก คะแนนของคุณก็ไม่ถูกนับครับ โอเคครับ บางคนอาจจะโหวต "ไม่" แต่ในความเห็นของผม คุณไม่สามารถหยุดยั้งคนที่คุณไม่ชอบได้ครับ คนอื่นจะโหวต "ไม่" ก็ตามสบายครับ แต่ผมชอบที่คุณสนธิพูดมากกว่าครับ ว่าถ้าโหวต "ไม่" ไม่ได้ ก็ไปเลือกคุณหมอแทนครับ อย่างน้อยคะแนนของคุณก็ไม่เสียเปล่าครับ แต่ถ้าไม่โหวต "ไม่" คะแนนของคุณก็หายไปครับ เพราะฉะนั้นอาจจะไปเลือกคุณหมอแทนก็ได้ครับ เมื่อวานนี้ครับ ท่านผู้ชมครับ ข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยครับ คุณสุภาพร อิสสระภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ของพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวในระหว่างลงพื้นที่ว่า คนที่รักลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ก็ให้ไปเลือก "ลุงหนู" (ชื่อเล่นของ ส.ส. ท่านหนึ่ง) แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงสมัครในครั้งนี้ก็ตาม หรือคนที่ไม่ได้รักเรา แต่กลัวว่าคนอื่นจะไม่เลือกเรา ก็ให้เลือกเราอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นอย่าให้คะแนนเสียงแตกครับ นั่นคือสิ่งที่เธอพูดครับ วันนี้ผู้สื่อข่าวไปเจอคุณสุภาพร และสอบถามว่า ประชาชนควรจะเลือกอย่างมีกลยุทธ์เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงแตกหรือไม่ครับ ลองไปฟังคำตอบของเธอก่อนนะครับ แล้วเราค่อยมาวิเคราะห์จากทั้งสองท่านครับ เชิญครับ ครั้งนี้มีแค่ 2 ฝ่ายจริงๆ ครับ ซ้ายกับขวา มีแค่ฝั่งเราครับ ฝั่งสีฟ้า กับอีกฝั่งหนึ่งครับ อย่างที่ผมบอกครับ ถ้าคุณไม่เลือกเรา ผมขอร้องทุกคนนะครับ ถ้าคุณอยู่ฝั่งเรา (ซึ่งน่าจะประกอบไปด้วยหลายสีสัน แต่คุณรู้ว่าการเลือกสีอื่นมันจะทำให้คะแนนเสียงแตกและสูญเปล่า) ได้โปรดครับ ขอร้องทุกคนที่อยู่ฝั่งเรา อย่าให้คะแนนเสียงแตกครับ ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยครับ เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยได้อยู่ฝั่งสีฟ้าครับ หัวหน้าฝั่งสีฟ้าคือคุณอนุทินครับ ไม่ว่าคุณจะรักคุณอนุทิน คุณสุภชัย คุณศรีสะเกษ คุณเอกนิติ คุณภิดาร คุณชัยชนก และอีกหลายๆ ท่าน คุณรู้ว่าคุณจะเลือกฝั่งสีฟ้าแน่นอนครับ แต่ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ชอบเรามากนัก คุณอาจจะไม่ชอบอีกฝั่งหนึ่งมากกว่าครับ เพราะฉะนั้นได้โปรดครับ ช่วยเลือกเราด้วยครับ ไม่เช่นนั้นคะแนนเสียงจะแตก และสุดท้ายฝั่งเราจะแพ้ครับ ฝั่งอื่นจะเป็นผู้ฉวยโอกาสและชนะไปครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่เลือกเรา ได้โปรดให้โอกาสเราครับ เชียร์ฝั่งสีฟ้าครับ คะแนนเสียงไปรวมที่ฝั่งสีฟ้า เพื่อกำหนดแชมป์ แล้วไปสู้กับอีกฝั่งหนึ่งครับ ครับ นี่คือบทสัมภาษณ์ของคุณสุภาพรครับ ผมขอถามคุณหมอวรงค์ครับ ว่าฐานเสียงของคุณอนุทินกับคุณหมอวรงค์เหมือนกันหรือไม่ครับ แล้วถ้าเหมือนกัน คุณหมอวรงค์กำลังทำงานหนัก เพราะคุณสุภาพรออกมาพูดเรื่องยุทธศาสตร์แบบนี้หรือเปล่าครับ คือถ้าฝั่งสีฟ้าไปในแนวทาง "ไม่" หมายถึงว่าเขาไม่เลือกเรา เขามาแน่นอนครับ ถ้าผมตอบตรงๆ ผมคิดว่าผมเข้าไปเพื่อต่อสู้เรื่องการทุจริต การต่อสู้เรื่องคอร์รัปชัน ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาต้องการต่อสู้เรื่องการทุจริตโดยทั่วไปหรือไม่ครับ ควรจะปราบปรามคนทุจริตหรือไม่ครับ ถ้าเขาคิดว่าเขาต้องการเข้าไปปราบปรามคนทุจริต อาจจะมีข้อถกเถียงที่ซับซ้อนกว่าผมครับ แต่ถ้าไม่ เพราะจุดยืนของผมชัดเจน ผมจะตรวจสอบเสมอ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และที่สำคัญที่สุด ถ้าเราพูดถึงภาพรวม อาจจะมีบางส่วนที่ทับซ้อนกันครับ ผมเชื่อว่าคนที่ต้องการการเมืองที่น่าเชื่อถือและซื่อสัตย์ มีความตั้งใจจริงจัง ผมเชื่อว่าจะมีกลุ่มคนที่ไม่สั่นคลอนครับ แต่ก็อาจจะมีบางคนที่อาจจะเอนเอียงไปกับเรื่องยุทธศาสตร์บ้าง แต่พอได้ยินจุดยืนของผมว่าไม่ว่าใครเข้ามา เราต้องตรวจสอบ ใครที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน เราต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตาม แต่ผมต้องมีข้อมูลครับ ไม่ใช่ว่าบางคนบอกว่า "คุณตรวจสอบแล้ว คุณใกล้จะเสร็จแล้ว ทำไมต้องให้ผมไปร่วมด้วย" แต่ถ้าผมมีข้อมูลเองแล้วเริ่มเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมครับ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าถ้าอยากให้สังคมรับรู้ว่าคนโกงกินบ้านกินเมืองเข้ามาในสภาฯ แล้ว... ส่งผมลงไปสู้เรื่องการทุจริต เบอร์ 29 พรรคไทยภักดีครับ จุดประสงค์เดียวของผมคือ สู้เรื่องการทุจริต สู้เรื่องขโมยครับ วันนี้เราสู้เรื่องการทุจริต ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตครับ ถูกต้องครับ นั่นคือที่มาของการยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท ใช่ไหมครับ รายละเอียดผมจะอธิบายทีหลังครับ ด้วยความเคารพครับ คุณหมอศิโรจน์ครับ ถ้าเราย้อนกลับไปหลายปี เราเคยอยู่บนเวทีเดียวกัน แล้วคุณหมอบอกว่าเราควรจะยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท แล้วผมก็แย้งไปว่า "แล้วมันต่างอะไรกับการมีรถหรูครับ การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท มันจะช่วยปราบปรามการทุจริตได้จริงหรือ" นั่นคือคำถามที่เราจะคุยกันต่อไปครับ ผมจะตอบให้ชัดเจนครับ ท่านผู้ชมครับ โปรดติดตามครับ วาทกรรม "ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่" มันเคยใช้มานานแล้วครับ สมัยก่อนพรรคประชาธิปัตย์ใช้ในการรณรงค์ต่อสู้กับทักษิณครับ เขาบอกว่าใครไม่ชอบทักษิณ ก็อย่าไปเลือกเขาครับ นั่นคือไทยรักไทย ใครไม่ชอบทักษิณ และเคารพไทยรักไทย ก็ให้ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ครับ ถ้าถามผม ผมจะบอกว่า "มันยังมีมนต์ขลังอยู่ไหม" ถ้าถามผม มันผ่านมานานแล้วครับ ถ้าพูดถึงเรื่องเดียวกันกับที่คุณสุภัสพูดเมื่อสักครู่ ผมคิดว่าไม่ครับ สมัยนั้นมันมีมนต์ขลัง เพราะมันเป็นการต่อสู้ที่ชัดเจนระหว่างสองพรรค คือไทยรักไทยกับประชาธิปัตย์ครับ แล้วสองพรรคนี้ก็เป็นตัวแทนของแนวคิดที่แตกต่างกันครับ แต่ละฝ่ายก็มีอุดมการณ์ของตัวเองครับ ไทยรักไทยก็มีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าไม่ชอบก็เป็นเรื่องหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็มีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าไม่ชอบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ที่แน่ๆ คือสมัยนั้นแต่ละฝ่ายเป็นตัวแทนของอุดมการณ์ของตัวเองครับ ผมคิดว่าวันนี้ตรงกันข้ามครับ วันนี้มีฝ่ายที่มีอุดมการณ์ชัดเจน และมีฝ่ายที่เป็นนักฉวยโอกาสครับ ผมคิดว่าวันนี้เมื่อเรามองพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคการเมืองใดก็ตาม เมื่อเขาใช้วาทกรรมว่า "ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่" เหมือนที่รัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้พูดว่า "ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่" นั่นอาจจะหมายถึงพรรคก้าวไกลครับ เหมือนกับว่าถ้าใครคิดแบบอนุรักษ์นิยม ก็ควรจะเลือกภูมิใจไทย ผมไม่ค่อยเห็นด้วยครับ ผมคิดว่าการเมืองวันนี้มีผู้คนที่มีอุดมการณ์หลากหลายครับ มีทั้งคนที่ชอบอนุรักษ์นิยม เสรีนิยม ประชาธิปไตย และอื่นๆ ครับ ในขณะเดียวกันเราก็มีนักการเมืองที่พร้อมจะฉวยโอกาสทางการเมืองครับ ผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่บอกว่า "ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่" ครับ แต่เป็นสถานการณ์ที่ควรจะเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติครับ ในการเลือกใครสักคน ให้พิจารณาประเด็นเหล่านี้ครับ 1. นายกรัฐมนตรีของเขาเหมาะสมที่จะพิจารณาหรือไม่ครับ มีความสามารถหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่คนไทยควรจะใช้ในการเลือกตั้งครับ ในการเลือกใครสักคน ให้พิจารณาว่าบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี มีความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ เป็นผู้บริหารที่ดีหรือไม่ นั่นคือประเด็นที่ 1 ครับ 2. พรรคของเขามีแพ็กเกจนโยบายระยะยาวในการบริหารประเทศ 4 ปีหรือไม่ การบริหารประเทศคือการบริหาร 3.4, 3.5 หรือ 5 ล้านล้านบาทต่อปี 18 ล้านล้านบาทใน 4 ปีครับ เขาต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ 2 คือการดูว่าเขามีนโยบายที่ชัดเจนหรือไม่ เป็นธรรมหรือไม่ที่จะพิจารณาผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา การบริหาร 17 ล้านล้านบาทครับ สำหรับประเด็นที่ 3 ครับ เขามีทีมคณะรัฐมนตรีที่ดีหรือไม่ครับ ถ้าถามผม ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ผมคิดครับ ในการเลือกใครสักคน อย่าไปสร้างวาทกรรมว่า "ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่" ครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมไม่ชอบพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน ผมไม่ชอบเขาครับ ทำไมผมต้องไปเลือกพรรคภูมิใจไทยครับ ผมอาจจะไปเลือกพรรคคุณหมอวรงค์ก็ได้ครับ เพราะผมชอบการตรวจสอบเรื่องจำนำข้าวของคุณหมอวรงค์ครับ ผมผิดหวังว่าตอนที่ภูมิใจไทยอยู่ในรัฐบาล ทำไมเขาไม่ตรวจสอบเรื่องจำนำข้าวทั้งหมดครับ ใช่ไหมครับ มันไม่จำเป็นว่าคุณไม่ชอบพรรคหนึ่ง แล้วคุณต้องไปเลือกพรรคภูมิใจไทยครับ คุณอาจจะไปเลือกพรรคชาติพัฒนากล้าแทนก็ได้ครับ ผมชอบคุณชัยวุฒิครับ เต้นเก่งดีครับ มีอะไรผิดครับ เขาก็มีอุดมการณ์ชาตินิยมเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าแบบนี้ดีกว่าครับ ถ้าจะเลือกพรรคการเมือง ก็ดูอุดมการณ์ก็ได้ครับ แต่ในการเลือกกลุ่มอุดมการณ์ ได้โปรดดูบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ซื่อสัตย์หรือไม่ มีความสามารถหรือไม่ ดูทีม ดูนโยบายครับ ผมคิดว่าควรจะดูสิ่งเหล่านี้ครับ ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นยุคที่ว่า "ถ้าคุณเกลียดพรรคนี้ ก็ไปเลือกเรา" แล้วถ้าพรรคของคุณแย่กว่าพรรคเขา หรือพรรคของคุณเป็นนักฉวยโอกาสทางการเมืองล่ะครับ คุณจะทำอย่างไรครับ ใช่ไหมครับ นี่คือมุมมองของผมครับ อาจารย์ครับ อุดมการณ์เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ต้องระวังคนที่จะใช้อุดมการณ์เป็นเครื่องมือในการฉวยโอกาสทางการเมืองครับ เหมือนเหมา เจ๋อ ตง ในอุดมการณ์ของเขา เขาคือตัวจริงครับ ในทุกยุคทุกสมัย เขาเป็นแบบนี้มาตลอดครับ ชัดเจนครับ เขายืนยันว่า "อย่าคิดแบบนั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" เขาพูดแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2549 ครับ พูดแบบนี้ในปี 2553, 2557 ครับ เขาชัดเจนในแนวทางของเขาครับ แต่ผมไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอื่นที่พูดถึงเรื่องอนุรักษ์นิยมในตอนนี้ เป็นตัวจริงหรือเป็นนักฉวยโอกาสครับ อาจารย์ศิโรจน์พูดถึงการดูนายกรัฐมนตรี และการบริหารประเทศครับ ผมจะขอถามคุณหมอวรงค์ครับ คุณหมอครับ ถ้าคุณหมอได้รับเลือกเป็น ส.ส. แล้วต้องจัดตั้งรัฐบาล จากมุมมองของคุณหมอ ด้วยความเคารพนะครับ ถึงแม้ว่าคุณหมอจะเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณหมอจะได้ตำแหน่งครับ แต่คุณหมอจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ผมเชื่อว่าไม่เคยมีใครถามคำถามนี้กับคุณหมอมาก่อน แต่ผมจะถามครับ ผมไม่ได้ขอคำตอบตอนนี้ครับ ผมขอพักสักครู่ แล้วกลับมาฟังคุณหมอวรงค์นะครับ ถ้าคุณหมออยู่ในรัฐบาลผสม จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ประเด็นที่ 1 ครับ ประเด็นที่ 2 ครับ เงิน 35 ล้านบาท มันเยอะไหมครับ เยอะครับ แล้วเงิน 35 ล้านบาทเพื่อตัด... โอ้โห 7,000 คนที่สำนักงานประกันสังคม มันเยอะไหมครับ มันจำเป็นไหมครับ เรากลับมาฟังกันต่อครับ สนับสนุนโดย ยาหอมสมุนไพรฮั่นคูไวท์ ราคา 49 บาท ฝาสีฟ้า มีส่วนผสมของซิลิกา เรากลับมาสู่รายการ "ถกไม่เถียง" กับอาจารย์ศิโรจน์ และคุณหมอวรงค์ครับ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคไทยภักดี พรรคที่ดีนะครับ อาจารย์ศิโรจน์เป็นนักวิชาการอิสระ แต่ก็ดำรงตำแหน่งเป็นคณะอนุกรรมการ... ครับ ในคณะกรรมการประกันสังคมครับ ครับ คณะกรรมการประกันสังคมมีหลายบอร์ดครับ มีบอร์ดลงทุน บอร์ดการแพทย์ครับ ผมเป็นคณะอนุกรรมการในเรื่องการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครับ แล้วเราก็พิจารณาหลายเรื่องครับ เช่น ปฏิทิน หมวก เสื้อ ซึ่งผมคัดค้านทั้งหมดครับ ผมต้องบอกว่าผมคัดค้านทุกอย่าง แล้วทำไมมันยังอยู่ครับ ก็คนที่อยากทำเขามีอำนาจครับ ผมคัดค้านเรื่องปฏิทินในที่ประชุม... คัดค้านจนเกือบตายครับ นั่นมันเงินของผู้ประกันตนนะครับ ผมไปทำหมวกทำเสื้อ ผมคัดค้านอย่างยิ่งครับ ผมคัดค้านทุกอย่างครับ แล้วเรื่องสูตรครับ ทราบไหมครับ เรื่องสูตรครับ เรื่องสูตรถูกเปิดเผยประมาณวันอาทิตย์ครับ ว่าใช้เงิน 35 ล้านบาทครับ โอเคครับ ขอเข้าประเด็นสักครู่ครับ ท่านผู้ชมครับ นี่คือกรณีของคุณสหชัย วังคำ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชนครับ เขาได้โพสต์รูปภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับคุณหมอวรงค์และอาจารย์ศิโรจน์ เกี่ยวกับการใช้เงินของสำนักงานประกันสังคมในการจัดซื้อชุดสูทมูลค่ากว่า 35 ล้านบาทครับ โดยระบุข้อความประมาณว่า "ทุกท่านครับ ผมเจออีกโครงการที่น่าสนใจครับ ผมทราบมาว่าสำนักงานประกันสังคมกำลังจัดซื้อชุดสูทให้กับพนักงานทุกคนเป็นจำนวนเงิน 35 ล้านบาท สำหรับพนักงาน 7,000 คน ซึ่งตกคนละประมาณ 5,000 บาท ผมอยากจะถามว่า งบประมาณนี้มาจากไหนครับ ถ้ามาจากกองทุนประกันสังคม ผู้ประกันตนและนายจ้างจะคิดอย่างไรครับ นี่คือคำถามที่ผมตั้งขึ้นครับ แล้วคุณหมอวรงค์และอาจารย์ศิโรจน์มีความเห็นอย่างไรครับ คุณหมอวรงค์มีความเห็นอย่างไรครับ ควรจะนำเงินของผู้ประกันตนมาใช้แบบนี้หรือไม่ครับ เราไม่ทราบว่าเงินที่มาจากแหล่งใดนะครับ อ๋อ เพิ่งประกาศเมื่อบ่ายวันนี้ครับ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมให้สัมภาษณ์ว่า เงินมาจากลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล 3 แหล่งครับ เพราะฉะนั้นเงิน 35 ล้านบาทจากเงินลูกจ้างที่นำมาปรับค่าตอบแทนให้กับพนักงานประกันสังคม 7,000 คน คนละ 5,000 บาท เป็นเงิน 35 ล้านบาท หักจากเงินลูกจ้างครับ แล้วคุณหมอมีความเห็นอย่างไรครับ ควรจะทำหรือไม่ครับ ผมคิดว่าเราควรจะดูหลักการก่อนครับ ส่วนโครงการที่เฉพาะเจาะจงนั้นเป็นรายละเอียดปลีกย่อย และอะไรที่ไม่เหมาะสมก็ต้องแก้ไขครับ โดยปกติแล้วทุกกองทุนจะมีงบประมาณบริหารจัดการครับ ยกตัวอย่างเช่น สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) มีงบประมาณบริหารจัดการประมาณ 3% ครับ เขามีเงินหลายพันล้านบาทต่อปีในการบริหารจัดการครับ กองทุนประกันสังคมที่มีเงินประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท มีงบประมาณบริหารจัดการประมาณ 0.2% หรือ 2% ครับ ซึ่งก็ประมาณ 4-5 พันล้านบาทต่อปีครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียด เช่น ค่าก่อสร้างต่างๆ ครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องปกติที่กองทุนจะมีงบประมาณในการบริหารจัดการครับ แต่คำถามคือ ควรจะนำเงินไปใช้ในการเดินทางชั้นธุรกิจ หรือการตัดค่าตอบแทนครับ ผมบอกว่า 50/50 ครับ ผมไม่ได้สุดโต่งนะครับ แต่ผมเห็นหลายหน่วยงาน แม้กระทั่งสภาฯ เอง ก็มีการนำเงินภาษีประชาชนไปตัดค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ ส.ส. ทุกท่านเป็นคณะกรรมาธิการครับ เพราะฉะนั้นก็มีการตัดค่าตอบแทนครับ หลายหน่วยงานก็นำงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชนไปตัดค่าตอบแทนครับ ส่วนตัวผมมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่จะต้องปฏิรูปทั้งระบบประกันสังคมครับ ถ้ามีความรู้สึกว่ามันมากเกินไป แพงเกินไป ก็... เราควรจะตรวจสอบให้ละเอียดมากขึ้นครับ ในเรื่องของสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานครับ แต่ที่ผมวิพากษ์วิจารณ์คือราคาที่แพงเกินไปครับ ผมเห็นเกือบทุกหน่วยงานนำงบประมาณไปตัดค่าตอบแทนครับ ผมมองอย่างเป็นกลางครับ แต่ผมคิดว่านี่มันแพงเกินไปครับ เงินที่แพงเกินไปนี้ไปไหนครับ คุณบอกว่ามันแพงเกินไป แต่คุณไม่ได้ตั้งคำถามว่ามันเป็นเงินของประชาชน เงินของผู้จ่ายเงินสมทบครับ เจ้าหน้าที่เหล่านี้จ่ายเงินสมทบเดือนละเท่าไหร่ครับ มันคือเงินของเขา เงินที่ได้มาจากการทำงานหนักของเขา คุณไม่ได้ตั้งคำถามว่าเงินของประชาชนถูกนำไปใช้ในการตัดค่าตอบแทนเหล่านี้หรือครับ เราเห็น ส.ส. และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำเงินภาษีประชาชนไปตัดค่าตอบแทนให้กับ ส.ส. ทุกท่าน รวมถึงคณะกรรมาธิการครับ นั่นคือเงินภาษี เงินของประชาชนครับ ผมมองในหลักการครับ มันคือเงินของประชาชนครับ มันรวมถึงนายจ้าง ลูกจ้าง และเงินภาษีด้วยครับ มันคือเงินของประชาชนโดยรวมครับ ในหลักการผมรู้สึกว่าหลายหน่วยงานนำระบบนี้ไปใช้กันอย่างแพร่หลายครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะตรวจสอบ ก็ต้องตรวจสอบทุกอย่าง แม้กระทั่งในสภาฯ ครับ คณะกรรมาธิการนำงบประมาณไปตัดค่าตอบแทนให้กับ ส.ส. ทุกท่านที่เป็นคณะกรรมาธิการ ซึ่ง ส.ส. ทุกท่านเป็นคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว บางท่านอาจจะอยู่ 2 คณะ ก็ได้ 2 ค่าตอบแทนครับ อืม ผมรู้สึกว่านี่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยครับ และผมก็เห็นด้วยว่าการตัดค่าตอบแทน 7,000 คนนั้นมันแพงเกินไปครับ ควรจะตรวจสอบครับ คนที่ตรวจสอบเรื่องราคาที่แพงเกินไป ควรจะมีความรับผิดชอบมากขึ้นครับ แต่ผมไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ครับ มีเรื่องที่ใหญ่กว่าที่เราต้องพูดคุยกันครับ โอเคครับ นี่คือมุมมองของคุณหมอ/อาจารย์ศิโรจน์ครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ พูดตรงๆ ครับ แม้ว่าผมจะเป็นคณะอนุกรรมการ ผมก็ไม่แคร์ครับ ผมจะบอกว่าผมรังเกียจสิ่งนี้ครับ ผมรับไม่ได้เลยกับการนำเงินของผู้ประกันตนไปตัดค่าตอบแทนครับ คุณอาจจะมองในมุมของอดีตนักการเมืองว่า "ใครๆ ก็ทำกัน" แต่ผมคิดว่าอะไรก็ตามที่มันผิดหลักการ แม้ว่าใครๆ จะทำกัน ก็ไม่ควรจะเอามาอ้างว่า "ใครๆ ก็ทำกัน เราก็ทำ" ครับ แล้วค่าตอบแทนของ ส.ส. และ ส.ว. มันมาจากเงินภาษีประชาชนครับ มันมีระบบการจัดสรรค่าตอบแทน แต่... กรณีนี้มันคือการล้วงกระเป๋าครับ มันไม่ใช่เรื่องภาษีครับ มันคือการหักเงิน 700 บาท จากเงินเดือนของพนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวครับ เขาเสียภาษีแยกต่างหากอยู่แล้วครับ นี่คือภาษีประกันสังคมครับ มันเหมือนกับการหักเงินจากเงินเดือนของเราครับ มันคือการหักเงินมากกว่าครับ ภาษีมันเป็นการจัดสรรทางอ้อมให้กับองค์กรบางอย่างครับ แต่นี่มันคือการล้วงกระเป๋าครับ การตัดค่าตอบแทนเงินเดือนมันไม่เหมาะสมครับ อย่างแรกครับ ผมคิดว่ามันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและไม่ควรทำครับ ถ้าหน่วยงานรัฐอยากจะตัดค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ของเขา ก็ใช้เงินของรัฐบาลไปครับ นั่นเป็นเรื่องของคุณครับ คุณต้องรับผิดชอบครับ แต่ในกรณีของประกันสังคม การนำเงินของผู้ประกันตน 35 ล้านบาทไปตัดค่าตอบแทน มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ครับ หน่วยงานรัฐอยากให้เจ้าหน้าที่ของตนเองมีค่าตอบแทน โดยใช้เงินของรัฐบาล นั่นคือประเด็นที่ 1 ครับ อย่างที่สองครับ ผมคิดว่าแนวคิดที่ว่าควรจะมีค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ ควรจะเลิกไปได้แล้วครับ มันไม่มีความจำเป็นครับ ประชาชนไม่สนใจว่าสำนักงานประกันสังคมจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ครับ สิ่งที่เราต้องการคือบริการที่ดี การรักษาพยาบาลที่ดีครับ สำหรับคนว่างงาน การจัดสรรเงินบำนาญที่ยืดหยุ่นและรวดเร็ว หรือการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับผู้ประกันตนในด้านอื่นๆ ครับ ค่าตอบแทนข้างต้น เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ประกันตนครับ ผมคิดว่าประเด็นที่ 2 ไม่เหมาะสมครับ และประเด็นที่ 3 ครับ ผมอยากจะเน้นย้ำถึงภาพใหญ่ของการใช้เงินกองทุนประกันสังคมครับ สำนักงานประกันสังคมกำลังใช้เงินอย่างพร่ำเพรื่อในทุกๆ เรื่องครับ แก่นแท้ของมันไม่ใช่แค่ 35 ล้านบาท... มันคือจิ๊กซอว์ของการใช้เงินผิดประเภทของสำนักงานในหลายๆ ด้าน ซึ่งเกิดขึ้นมานานแล้วครับ เพราะในอดีตไม่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมครับ รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการครับ ทุกพรรคการเมืองอยากจะควบคุมกระทรวงแรงงาน เพราะอยากจะควบคุมคณะกรรมการประกันสังคมในยุคที่ไม่มีการเลือกตั้งครับ เพราะเมื่อคุณควบคุมคณะกรรมการได้ คุณก็จะได้เงินมหาศาลครับ งบประมาณประกันสังคมเกือบเท่ากับงบประมาณแผ่นดินเลยนะครับ คุณควบคุมคณะกรรมการ คุณก็ลงทุนในอาคารบ้าๆ บอๆ ลงทุนในหุ้นที่คุณภาพต่ำและไม่ทำกำไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ประกันสังคมกลายเป็นขุมทองของพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกประเภทครับ พร้อมกับข้าราชการบางกลุ่มที่สมรู้ร่วมคิด และกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของนายจ้างและลูกจ้างครับ ลูกจ้างและนายจ้างส่วนใหญ่ไม่รู้จักพวกเขาครับ พวกเขาเป็นเหมือนปรสิตที่กินกองทุนประกันสังคมมานานแล้วครับ โอเคครับ คุณหมอครับ มีความเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ครับ เงินนี้มาจากประชาชนครับ เป็นเงินภาษีใช่ไหมครับ ภาษีก็คือภาษีครับ แต่นี่คือเงินที่ถูกหักจากกระเป๋าของประชาชนทั่วไปที่จ่ายทุกเดือนครับ หักจากบัญชีทุกเดือนครับ มองในแง่บวกครับ ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่อาจารย์พูดครับ แต่ถ้าอาจารย์ยังฟังผมไม่ครบนะครับ หมายถึงว่าประชาชนไม่พอใจ คุณก็ไม่ควรทำครับ ลองจินตนาการดูสิครับ โดยพื้นฐานแล้วในระบบราชการ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นครับ แต่ถ้ามีฟีดแบ็กจากประชาชน คุณต้องรับฟังครับ แม้แต่ผมก็รับฟังครับ ถ้าทุกคนเห็นพ้องว่าการตัดค่าตอบแทนไม่ควรเกิดขึ้น ผมก็ยอมรับว่าไม่ควรเกิดขึ้นครับ และผมก็จะขอเรียกร้องให้หน่วยงานอื่นทำเช่นเดียวกันครับ เฮ้ คุณไม่ควรนำเงินของประชาชนไปตัดค่าตอบแทนเพื่อบริการข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือนักการเมืองครับ ผมบอกเลยครับ ในความเห็นของผม นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ สำนักงานประกันสังคมต้องรับฟังประชาชนครับ อย่างน้อยวันนี้อาจารย์ศิโรจน์สะท้อนเรื่องนี้ออกมา และเป็นการสะท้อนตัวแทนของประชาชนส่วนหนึ่งครับ สำนักงานประกันสังคมต้องรับฟังครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ อย่าทำเรื่องแบบนี้ครับ เพราะประชาชนไม่เห็นด้วยกับการนำเงินภาษีประชาชนไปตัดค่าตอบแทนครับ ประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วยแล้วครับ ถ้าเขาไม่เห็นด้วย คุณก็ควรจะตัดมันออกไปครับ ผมคิดว่าในทางกฎหมายอาจจะไม่ได้ผิด แต่ในทางจริยธรรม ในแง่ของความรู้สึกของประชาชน วันนี้มันสะท้อนออกมาแล้วว่าประชาชนไม่เห็นด้วยครับ ผมเห็นด้วยครับ ควรจะหยุดครับ นั่นหมายความว่าคุณหมอ taking a simple, definitive statement: it shouldn't be done. ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรทำครับ ถูกต้องครับ เมื่อประชาชนสะท้อนแบบนี้ ถ้าประชาชนสะท้อนแบบนี้ คุณก็ต้องรับฟังประชาชนครับ โอเคครับ ใช่ไหมครับ แต่ผมติดอยู่จุดหนึ่งครับ เพราะคนทั่วไปรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ครับ มันเหมือนกับว่า "เฮ้ย พวกเขาเอาเงินของเราไป หักจากกระเป๋าของเราทุกเดือน แล้วเอาไปใส่ในค่าตอบแทน" หรือแม้กระทั่งเรื่องอื่นๆ ตามปฏิทินครับ ผมมองในมุมทั่วไปครับ คุณหมออาจจะคิดว่าผมเจอหลายองค์กรที่ทำแบบนี้ แล้วผมก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากนัก แต่ถ้าเรารู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับเงินของผู้ประกันตน และเงินของนายจ้าง และประชาชนรับไม่ได้ ผมก็รับฟังครับ และผมก็สนับสนุนที่คุณหมอพูดว่า "เฮ้ สำนักงานประกันสังคม คุณต้องรับฟัง" เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ที่หลายองค์กรทำ ก็อย่าทำครับ ผมก็ต้องเตือนสำนักงานประกันสังคมด้วยว่าบางครั้งคุณต้องรับฟังประชาชน แม้ว่าคุณจะคิดว่ามันเป็นแนวปฏิบัติที่เคยทำมาแล้ว และหลายองค์กรก็ทำครับ แม้ว่าผมจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นที่ยอมรับได้ ผมก็ยังต้องเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคม... สังคมก็เหมือนกันครับ คุณต้องรับฟังเขา รับฟัง รับฟังครับ เสริมฟีดแบ็กของประชาชนครับ โอเคครับ รอสักครู่ครับ คุณหมอ คุณอาจารย์พูดจบแล้ว... ผมขอสรุปแบบนี้ครับ การเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมรับฟัง ผมรู้สึกว่ามันเป็นการเรียกร้องที่ตั้งกำแพงไว้ครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ ในคณะอนุกรรมการที่ผมอยู่ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วครับ มีการขอให้เอาเงินจากผู้ประกันตน จากกองทุนประกันสังคม ไปทำเสื้อ ทำหมวก แจกให้กับกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นผู้นำแรงงานครับ พวกเราที่เป็นลูกจ้าง ไม่ทราบว่ามีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าผู้นำแรงงานอยู่ในโลกนี้ครับ อืม องค์กรที่ชื่อว่าสภาแรงงานครับ พวกเราที่เป็นผู้ประกันตน 25 ล้านคน ไม่รู้จักครับ ท่านที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมครับ ไม่ทราบว่ามีมนุษย์ มีเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่าผู้นำแรงงานอยู่ในโลกนี้ครับ คนเหล่านี้คือตัวแทนของสหภาพแรงงาน หรือองค์กรแรงงานต่างๆ ที่เราไม่ได้เป็นสมาชิก แต่คนเหล่านี้อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนครับ ลองจินตนาการดูนะครับ ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แต่กองทุนประกันสังคมกลับทำแบบนี้ทุกปีครับ เอาเงินของผู้ประกันตน 24-25 ล้านคน ไปทำเสื้อ ทำหมวก แจกให้กับสหภาพแรงงานครับ ทำแบบนี้มา 20-30 ปีแล้วครับ มันเป็นแนวปฏิบัติครับ อย่างที่คุณพูดครับ มันผิดใช่ไหมครับ ถ้าสหภาพแรงงาน หรือองค์กรแรงงาน อยากจะฉลองวันแรงงาน อยากได้เสื้อ อยากได้หมวก ก็ควรจะใช้เงินของตัวเองครับ ไม่ใช่เงินของผู้ประกันตนครับ ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาในที่ประชุมที่ผมอยู่เมื่อปีที่แล้วครับ ผมโต้แย้งอย่างดุเดือดครับ เป็นวันหนึ่งที่ด้านมืดของผมออกมาครับ อาจารย์ศิโรจน์โต้แย้งจนเกือบตายใช่ไหมครับ แล้วก็มีมติไม่ให้ทำครับ อ๋อ มีมติไม่ให้ทำครับ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ครับ รอสักครู่นะครับ อาจารย์ศิโรจน์ครับ เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ด้วยเหตุผลอะไรครับ ผมขอพักสักครู่ครับ เราจะกลับมาในส่วนต่อไปครับ เพื่อฟังคุณหมอวรงค์พูดคุยเรื่องการทุจริตครับ เพราะเขาจะมีมุมมองเรื่องการยกเลิกธนบัตรครับ แม้แต่ธนาคารใหญ่ๆ ครับ ทำไมยังยืนยันเรื่องนี้ครับ ขอพักสักครู่ครับ ส่วนต่อไปโปรดติดตามครับ สนับสนุนโดย ยกชีวิตให้ดีขึ้น สร้างความสุขให้ชีวิต SE Electric เรากลับมาอีกครั้งครับ กับรายการดีเบตครับ กับคุณหมอวรงค์ และอาจารย์ศิโรจน์ครับ ท่านผู้ชมครับ โปรดโหวตครับ ผมถามว่าท่านผู้ชมสนใจโหวตหรือไม่ครับ โปรดโหวตเยอะๆ ครับ และผมขอขอบคุณผู้ที่เข้ามาในรายการ และผู้ที่คอมเมนต์ว่า "เสพผลงานของคนทำงานหนักทั่วประเทศ" วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาเครื่องหมายไว้ครับ นี่คือแคมเปญที่เขากำลังทำอยู่ครับ เพราะฉะนั้นไปโหวตวันที่ 8 กุมภาพันธ์ครับ ท่านผู้ชมครับ โอเคครับ มาคุยกันต่อเรื่องประกันสังคมครับ คุณหมอวรงค์ครับ ผมขออนุญาตพูดคุยเรื่องนี้ครับ เพราะเป็นประเด็นที่สำคัญมากสำหรับท่านผู้ชมในขณะนี้ อันดับหนึ่งครับ คุณหมอวรงค์ครับ ตอนนี้อาจารย์ศิโรจน์จะพูดคุยเรื่องการอยากทำเสื้อทำหมวกให้... อะไรนะครับ สภาแรงงาน... ที่เราไม่เคยได้ยินครับ มีลูกจ้างของเราคนไหนเคยเป็นสมาชิกสภาแรงงานในประเทศบ้างครับ นี่คือครับ ผมไม่แน่ใจครับ และนายจ้างก็มีสภาหอการค้าครับ แต่นายจ้างส่วนใหญ่ไม่เคยเป็นสมาชิกครับ คนเหล่านี้กลับไปเป็นคณะกรรมการครับ แต่กลับไปทำเสื้อทำหมวกให้ครับ อาจารย์ของผมที่เป็นผู้ประกันตน ก็คัดค้านครับ และคณะอนุกรรมการที่ผมอยู่ก็คัดค้านครับ เพราะฉะนั้นถ้าคณะอนุกรรมการทั้งคณะคัดค้าน ก็ไม่น่าจะทำได้ใช่ไหมครับ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า "มติถูกปฏิเสธ... หมายถึงมติไม่ถูกปฏิเสธ แต่จะดำเนินการต่อไป" รอสักครู่นะครับ แล้วเขาได้ทำหรือไม่ครับ เขาบอกว่าทำครับ ทำไมครับ เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ได้คุยกับผู้รับเหมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นต้องดำเนินการต่อไปครับ นั่นคือระบบการทำงานครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกคุณหมอครับ วันนี้ถ้าคุณไปบอกสำนักงานประกันสังคม เขาจะฟังไหมครับ คงจะฟังครับ แต่เขาจะแคร์ไหมครับ แม้แต่คณะอนุกรรมการในเรื่องการนำเงินประกันสังคมไปทำเสื้อทำหมวก เขาก็โหวตคัดค้าน แต่เขาก็ยังดำเนินการต่อไปครับ มีกรณีแบบนี้ครับ มันเคยเกิดขึ้นแล้วครับ มันคล้ายๆ กับเรื่องประกันสังคมครับ มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครับ แต่เป็นฝ่ายที่ไม่คิดถึงครับ เขาบอกว่าไม่เหมาะสมที่จะนำเงินของผู้ประกันตนไปทำปฏิทินครับ หลังจากนั้นก็มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครับ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการใช้เงิน 50 ล้านบาทต่อปีไปทำปฏิทินครับ สุดท้ายสำนักงานประกันสังคมก็บอกว่าต้องดำเนินการต่อไปครับ แล้วเหตุผลคืออะไรครับ เขาบอกว่า "มีคนต้องการครับ เพราะฉะนั้นเราต้องรับฟังเขา" ครับ แล้วโลกนี้มันมีที่ไหนครับ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการ แต่มีบางคนต้องการครับ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปทำไมครับ แล้วผมจะบอกให้ครับ คณะกรรมการที่ต้องการให้ดำเนินการต่อไป ส่วนใหญ่เป็นคนที่เป็นคณะกรรมการ แต่ไม่ใช่คณะกรรมการมืออาชีพครับ เขาเป็นคณะกรรมการ แต่ไม่ใช่คณะกรรมการมืออาชีพครับ ผมพูดตรงๆ ครับ คณะกรรมการของนายจ้างบางท่านก็เป็นแบบนั้นครับ เขาเป็นคณะกรรมการที่มีหน้าที่เป็นคณะกรรมการ แต่ไม่ใช่คณะกรรมการมืออาชีพครับ เขาฟังประชาชน แล้วประชาชนไม่ต้องการ แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะดำเนินการต่อไป โดยอ้างว่ามีคนต้องการครับ เราจึงเสนอต่อคณะกรรมการว่า "นี่คือสิ่งที่คุณคิดครับ คุณหมอ ถ้ามีคนต้องการ เขาก็ลงชื่อสิครับ" แล้วเขาก็ทำตามคำสั่งครับ อืม ซึ่งก็โอเคครับ ถ้าจะโต้แย้งแบบนั้น มันก็สมเหตุสมผลใช่ไหมครับ ว่าควรจะรับฟังคนที่ต้องการครับ แต่พอเสนอแบบนี้ ไม่มีใครต้องการครับ เพราะเรารู้ว่าถ้าให้คนลงชื่อเพื่อดูว่าใครต้องการ ก็จะไม่มีใครลงชื่อครับ แล้วเงิน 50 ล้านบาทก็จะเสียโอกาสในการนำไปใช้ครับ ผมขอเชิญคุณหมอลงชื่อครับ ผมเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์กำลังจะสื่อครับ และผมก็บอกว่า "เฮ้ โครงการเหล่านี้ไม่ควรนำเงินที่ได้มาจากการทำงานหนักของประชาชนไปใช้" ครับ ผมจะพูดแบบนี้ครับ มันแตกต่างจากภาษีครับ ภาษีบางส่วนก็เป็นเงินของประชาชนเหมือนกันครับ ขอฟังคุณครับ หน้า... ครับ ผมขออนุญาตฝากไว้สักครู่ครับ ผมอยากจะสื่อว่าบังเอิญว่าท่านอยู่ในคณะกรรมการครับ และข้อมูลของท่านดีมากครับ แม้ว่าผมจะได้รับเชิญให้เข้าไปเป็นคณะกรรมการ ผมก็จะยืนเคียงข้างท่านครับ ผมยืนยันว่าสิ่งที่ท่านพูดเกี่ยวกับการกระทำของผู้มีอำนาจนั้นเป็นความจริงครับ อย่างไรก็ตาม ผมมีสถานะเป็นนักการเมืองครับ และมีบทบาทในการกำหนดนโยบายครับ ผมเชื่อมั่นว่าระบบประกันสังคมจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความโปร่งใส การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล และที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับกองทุนครับ นี่คือจุดยืนที่ชัดเจนของผมครับ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนสิ่งที่ท่านพูดอย่างเต็มที่ครับ ผมจะโหวตให้ท่านเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการด้วยซ้ำครับ นี่ไม่ใช่แค่ตัวอย่างครับ ผมอยากจะสื่อว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเชื่อว่าระบบประกันสังคมจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความโปร่งใส และการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและผู้ใช้แรงงานครับ ผมอยากจะเรียกร้องว่าการตัดสินใจทุกอย่างควรจะเปิดเผยต่อสาธารณะครับ ถ้าเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 25 ล้านคนที่เป็นผู้สมทบเงินเข้ากองทุนนี้ใช่ไหมครับ มันไม่ซับซ้อนครับ ถ้าผมมีโอกาส ผมจะช่วยท่านอาจารย์ครับ ในการทำให้ระบบประกันสังคมมีความโปร่งใสมากขึ้นครับ นั่นคือหลักการพื้นฐานครับ ตอนนี้ขออนุญาตย้อนกลับไปเรื่องเงินสมทบและภาษีสักครู่ครับ คุณหมอครับ คุณหมอมองว่าเป็นเงินของประชาชนใช่ไหมครับ ผมคิดว่าเป็นเงินของประชาชนครับ และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณต้องใช้ด้วยความโปร่งใสและรับผิดชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นเงินสมทบ เงินจากคนอื่น หรืออะไรก็ตาม ถ้าไม่ใช่เงินของคุณเองก็ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าเป็นเงินของคุณเอง ก็ไม่เป็นไรครับ แม้แต่เงินภาษี มันก็คือเงินของประชาชนจากทุกฝ่ายที่อาสาให้กับรัฐบาลครับ คุณต้องใช้ด้วยความโปร่งใสและรับผิดชอบครับ นั่นคือหลักการพื้นฐานครับ โอเคครับ สมมติว่าแม้จะเป็นเงินภาษี หรือเงินสมทบที่หักจากกระเป๋าของเรา มันไม่ใช่เงินภาษีครับ มันคือเงินสมทบของเราครับ มันไม่ควรจะถูกนำไปใช้อย่างฟุ่มเฟือยครับ มันควรจะถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใสครับ เรายึดหลักการนี้ก่อนนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นสถานการณ์ที่คุณบอกว่า "มันคืออะไร? เงินภาษีกับเงินสมทบ?" ไม่ครับ ผมไม่เคยพูดแบบนั้นครับ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้าไม่ใช่เงินของเรา คุณต้องใช้ด้วยความโปร่งใสครับ แม้แต่เงินบริจาคสาธารณะ คุณก็ต้องใช้ด้วยความโปร่งใสครับ ชัดเจนนะครับ ถ้าเป็นหลักการนี้ ผมเข้าใจครับ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ในการต่อสู้กับประกันสังคมครับ โอเคครับ ถ้าคุณเข้าใจหลักการนี้แล้ว นั่นหมายความว่า... "เฮ้ เงินของประชาชนที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นภาษี เงินสมทบ หรืออะไรก็ตาม ไม่ควรจะถูกใช้แบบนี้" ใช่ไหมครับ รวมถึงปากกาด้วยครับ ที่ให้คณะอนุกรรมการครับ โอ้ ปากกานี้ให้คนเยอะมากครับ ผมก็ได้มาอันหนึ่งครับ ขอแสดงให้ดูครับ แต่ผมจะคืนครับ แต่ผมต้องอธิบายสิ่งที่ผมบอกคุณครับ มีปากกา Parker ครับ แม้แต่อาจารย์ก็ได้รับครับ คุณสามารถมีได้ครับ แต่คุณทินครับ คุณเห็นไหมครับ ผมไม่เคยแกะมันเลยครับ คุณรู้ไหมครับ ผมเห็นครั้งแรกครับ ผมไม่เคยแกะมันเลยครับ มันอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนที่ผมได้รับครับ ผมจะคืนในที่ประชุมครั้งต่อไปครับ ตอนนี้บางคนอาจจะถามว่า "ทำไมถึงเอามาที่นี่ตั้งแต่แรก" ครับ ก็มันอยู่ในที่ประชุมครับ มีเอกสารกองอยู่เต็มไปหมดครับ แล้วก็วางกองไว้เฉยๆ ครับ คุณทินครับ คุณรู้ไหมว่าผมยุ่งแค่ไหนครับ คุณเห็นชีวิตผมทุกครั้งที่ผมมาช่องนี้ครับ มันเต็มไปด้วยพลังครับ ผมกิน ผมพิมพ์บทความ ผมพิมพ์บทความ ผมดูโพสต์ที่นี่ที่นั่น นั่นคือชีวิตของผมครับ เพราะฉะนั้นเมื่อผมไปประชุมแบบนี้ หลังจากประชุมประกันสังคม ผมมีภารกิจต้องทำที่ช่องนี้ หรือช่องนั้นครับ เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่ใครวางไว้ ผมก็หยิบไปครับ แล้วดูสภาพครับ เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรครับ เราไม่ทันสังเกตครับ "ครับ ต่อมาผมถึงรู้ว่ามันคือปากกาครับ แล้วผมก็ไม่รู้ว่าปากกานี้ราคาเท่าไหร่ครับ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปากกา Parker ถือว่าแพงในสมัยนี้หรือไม่ครับ แล้วผมก็ไม่ใช่คนไปเดินห้างครับ มันเหมาะสมหรือไม่ครับ ไม่ครับ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครับ คุณไม่ควรให้ใครครับ แล้วทำไมถึงให้มาตั้งแต่แรกครับ คุณไม่ได้บอกว่าจะคืนทันทีหรือครับ คุณไม่ได้บอกอะไรครับ แต่พอคุณเห็นแล้ว คุณจะคืนครับ อ๋อ คุณเห็นแล้วจะคืนครับ คุณไม่เชื่อหรือครับ พอเป็นเรื่องใหญ่ คุณถึงจะคืนตอนนี้ครับ ไม่ครับ ไม่ครับ คุณคิดว่าผมสิ้นหวังขนาดนั้นเลยหรือครับ ที่จะอยากได้ปากกาแบบนี้ครับ นี่มันมาจากน้ำพักน้ำแรงของประชาชนครับ ผมไม่แน่ใจว่ากองทุนไหนที่เขาใช้ครับ เราไม่รู้ครับ แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเงินของรัฐบาล คุณก็ไม่ควรจะให้ครับ ผมเน้นย้ำครับ ในกรณีของปากกาแบบนี้ แม้ว่ามันจะเป็นเงินของรัฐบาล คุณก็ไม่ควรจะให้ครับ คุณเข้าใจไหมครับ ประเด็นเรื่องปากกา ไม่ว่ามันจะมาจากเงินของผู้ประกันตน หรือเงินของรัฐบาล คุณก็ไม่ควรจะให้ครับ เราต้องเน้นย้ำว่าเมื่อเขาให้มา เขาตั้งไว้ให้ทุกคนเห็นครับ เขาไม่ได้พูดอะไรครับ แต่ผมจะคืนครับ อืม ผมขอพูดแบบนี้ก่อนครับ ด้วยความเคารพครับ ยี่ห้อปากกาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ ในเรื่องนี้ครับ นี่คือยี่ห้อครับ เขาไม่สนใจครับ แต่เรากำลังพูดถึงหลักการว่าคุณเห็นผมบอกว่า "ผมไม่เคยแกะมันเลย นี่คือซีลเดิม" ครับ โอเคครับ จริงๆ แล้วผมอยากจะใช้โอกาสนี้เตือนผู้มีอำนาจที่สำนักงานประกันสังคมครับ คุณไม่อายบ้างหรือครับ บอกตามตรงครับ ผมอายแทนคุณครับ คุณไม่อายกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือครับ เมื่อคุณทำอะไรตามใจชอบ ผมถือว่าพฤติกรรมแบบนี้อาจจะเป็นการประพฤติมิชอบครับ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ผิดกฎหมาย เพราะเราไม่ทราบรายละเอียดของกฎระเบียบประกันสังคมครับ แต่พฤติกรรมแบบนี้ การแจกของอย่างต่อเนื่อง หมายถึงคุณกำลังใช้จ่ายกองทุน แม้ว่าจะเป็นงบประมาณบริหารจัดการ แทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนครับ ผมเคยกล่าวไว้แล้วครับว่าเมื่อมีการแจกของ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะเจาะจงเรื่องนี้ครับ แต่เป็นเรื่องอื่นๆ ครับ ทำไมคุณถึงแจกให้ทุกคนครับ เพราะคุณรู้ไหมครับ ถ้าคุณไม่แจกให้ทุกคน ก็จะมีปัญหาว่า "ทำไมถึงแจกให้คนนี้ แล้วไม่แจกให้คนนั้น" แล้วจะแจกไปทำไมครับ นั่นคือสิ่งที่ผมถามครับ และในจุดนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลก็ไม่สามารถตอบเราได้ครับ และเรารู้ว่ามีปัญหา... เมื่อผมถามคำถามบางอย่าง เจ้าหน้าที่ระดับล่างก็เริ่มวิตกกังวลและถามว่า "ทำไมถึงให้เรามาตั้งแต่แรก" ครับ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ระดับล่างตัดสินใจครับ มันเป็นเรื่องของผู้บริหารครับ นี่คือสิ่งนี้ครับ ท่านผู้ชมครับ เมื่อคุณถาม คนที่นำเอกสารมาให้เราก็ไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไรครับ แต่ท่านผู้ชมครับ เพื่อความเป็นธรรมครับ ที่สำนักงานประกันสังคม จังหวัดนนทบุรี มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมครั้งที่ 14 ครั้งที่ 2/2569 ครับ การประชุมนี้ต้องการตัวแทนจากทุกฝ่ายครับ บุคคลที่หลายคนจับตามองคือคุณหมอทวีเกียรติ รุ่งสวัสดิ์ ครับ สมาชิกคณะกรรมการประกันสังคม ผู้แทนฝ่ายนายจ้างครับ เขาเพิ่งเดินทางมาถึงสำนักงานประกันสังคมเพื่อเข้าร่วมการประชุมครับ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่กล่าวหาว่าเขาเรียกร้องความขอบคุณจากผู้ประกันตน คุณหมอทวีเกียรติตอบว่า "รอสักครู่ครับ ผมได้เตรียมแถลงการณ์ไว้แล้วครับ หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องของความขอบคุณ และผมต้องการชี้แจงว่าผมไม่ได้อุทิศสิ่งใดให้กับใครครับ คุณกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ครับ ไม่เลยครับ" ขอบคุณมากครับ โอเคครับ นี่คือการตอบสนองของเขาครับ ท่านผู้ชมครับ ในอีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านผู้ชมครับ สำนักงานประกันสังคมมีหลายเรื่องครับ มาต่อกันอีกเรื่องครับ เป็นเรื่องของการเดินทางชั้น First Class ครับ คุณไอซ์ รัชนก ศรี ครับ ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ได้โพสต์รูปภาพและเปิดเผยชื่อคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวหาว่าเขากล้าที่จะนำเงินของผู้ประกันตนไปใช้เดินทางชั้น First Class ครับ อย่างไรก็ตาม เขาได้แก้ไขข้อความในภายหลังว่า คุณพิพัฒน์ไม่เคยเดินทางชั้น First Class ครับ เพียงแต่เดินทางชั้น Business Class ครับ สำหรับผู้ที่สงสัยว่าใครสามารถใช้เงินของผู้ประกันตนเดินทางชั้น Business Class หรือ First Class ได้ครับ First Class สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ หากเดินทางไปอเมริกา ค่าตั๋วต่อใบอาจจะหลายแสนบาทครับ มี 2 ตำแหน่งที่สามารถทำได้ครับ คือ ปลัดกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีครับ คุณพิพัฒน์ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ในโพสต์เฟซบุ๊กครับ เราจะพูดคุยกันต่อในออนไลน์ครับ ท่านผู้ชมครับ ที่ Tor Digital บน YouTube และ Facebook ครับ เราจะพูดคุยกันต่ออย่างละเอียดครับ ต่อไปเราจะพบกับคุณหมอครับ วรงค์ และอาจารย์ศิโรจน์ ในการดีเบตออนไลน์ครับ ขอบคุณทั้งสองท่านครับ แล้วพบกันออนไลน์ครับ ไม่มีการทะเลาะกันครับ สวัสดีครับ ยาอมแก้ไอ รสส้มและมะนาว จาก Bazin OTC บรรเทาอาการเจ็บคอ และช่วยยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากและลำคอ จาก Gatorade Pharma โปรดอ่านฉลากก่อนใช้ครับ เรากลับมาแล้วครับ ท่านผู้ชมครับ ในช่วงดีเบตออนไลน์ครับ เรายังอยู่กับหัวหน้าพรรคไทยภักดี คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม และอาจารย์ศิโรจน์ คาปาอิบุล นักวิชาการอิสระครับ ท่านผู้ชมครับ เราอยากจะขอความร่วมมือท่านผู้ชมช่วยโหวตให้เราสักเล็กน้อยครับ เรากำลังถามว่าท่านผู้ชมสนใจโหวต "ไม่" หรือไม่สนใจ/ไม่สนใจ/ไม่แน่ใจครับ เราอยากจะทราบมากว่าเสียงส่วนใหญ่ของท่านผู้ชมที่กำลังรับชมรายการของเราอยู่ มีแนวโน้มไปทางไหนครับ ทำไมเราถึงหยิบยกประเด็นการโหวต "ไม่" ขึ้นมาครับ เพราะคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ประกาศจุดยืนว่าให้ทุกคนไปโหวต "ไม่" ครับ แต่ถ้าใครกลัวเสียคะแนน ก็ให้ไปเลือกคุณหมอวรงค์ พรรคไทยภักดี เบอร์ 29 ครับ อาจารย์ปานเทพได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ และคุณหมอวรงค์เองก็ได้เดินทางไป... เอ่อ... พบคุณสนธิ และอยากจะขอบคุณครับ ทุกอย่างเรียบร้อยครับ คุณสนธิครับ คุณหมอเองก็แปลกใจที่คุณสนธิหยิบยกประเด็นของคุณหมอวรงค์ขึ้นมาครับ ท่านผู้ชมครับ เรากำลังพูดถึงประเด็นสังคมที่ร้อนแรงมากครับ ประเด็นประกันสังคมครับ ผมอยากจะย้ำอีกครั้งครับ ทั้งสองท่านเห็นพ้องต้องกันว่าไม่เหมาะสมที่จะนำงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นเงินสมทบ หรือเงินภาษีประชาชน ไปใช้จ่ายในเรื่อง... ที่ไม่ควรจะเป็น ที่ฟุ่มเฟือยเกินควรครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดค่าตอบแทน ปากกา ปฏิทิน หรืออะไรก็ตาม นี่คือมุมมองที่ทั้งสองท่านเห็นพ้องต้องกันครับว่า "เฮ้ สถานการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น" ครับ เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นของระบบประกันสังคมที่ท่านผู้ชมหลายท่านกำลังสงสัยครับ ว่าเงิน 2.8 ล้านล้านบาทในกองทุนนั้นถูกนำไปใช้อะไรบ้างครับ นำไปใช้อย่างไรครับ สร้างผลกำไรเท่าไหร่ครับ ทำไมถึงดูน่าสงสัยในหลายๆ โครงการและหลายๆ กรณีครับ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังพูดคุยกันครับ มีผู้ประกันตน 25 ล้านคนในประเทศไทยใช่ไหมครับ คุณหมอครับ ถูกต้องครับ 25 ล้านคนครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมตั้งคำถามครับ เพราะบางคนบอกว่าเราเป็น "สื่อสีส้ม" ครับ ผมก็สับสนครับ อาจารย์ศิโรจน์ครับ เราเป็น "สื่อสีส้ม" ได้อย่างไรครับ การพูดถึงประกันสังคมไม่เกี่ยวกับสีทางการเมืองครับ มันเกี่ยวกับผู้ประกันตนครับ ใช่ครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าเรากำลังเรียกร้องความยุติธรรมใช่ไหมครับ คุณหมอครับ เรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ประกันตน 25 ล้านคนครับ มันเกี่ยวกับพรรคหรือไม่ครับ มันเกี่ยวกับสีส้มหรือไม่ครับ เมื่อรัฐบาลได้รับเงิน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีทางการเมืองครับ คุณจะเป็นสีแดง สีเหลือง สีเขียว หรือสีขาวก็ได้ครับ ทุกคนครับ นี่ไม่ใช่เรื่องสีเสื้อนะครับ โอเคครับ บางคนอาจจะคิดว่าพรรคการเมืองบางพรรคพูดแบบนี้ แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของพวกเขาครับ คำถามควรจะเป็นว่า ทำไมพรรคการเมืองอื่นถึงไม่พูดครับ ตอนนี้ผมขอเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยครับ เราเพิ่งพูดถึงสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ก็ยังทำครับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดคุยกับอาจารย์ครับ เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วครับ มีการประชุมครับ และโดยปกติเมื่อปลายปีเราก็คาดหวังว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นใช่ไหมครับ วันนั้นมีวาระการประชุมที่ผมคิดว่าไม่มีใครคัดค้านครับ ประกันสังคมครับ กลุ่มก้าวหน้าประกันสังคมมีแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า "กล่องเด็กแรกเกิด" ครับ กล่องเด็กแรกเกิดก็เหมือนกับของขวัญแรกเกิดสำหรับผู้ประกันตนที่มีบุตร ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม ถ้าคุณมีบุตร เขาจะได้รับ
มีชุดของขวัญมูลค่าประมาณ 3,000 บาท ประกอบด้วยสิ่งของต่างๆ เช่น เครื่องราง ของว่าง และของใช้สำหรับเด็กทารก ฉันจำไม่ได้แน่ชัดว่ามีอะไรบ้าง แต่ก็ประมาณนั้น วันนั้นฉันไปประชุมด้วยความรู้สึกว่าชีวิตกำลังจะดีขึ้น ปลายปีเราจะได้ทำสิ่งดีๆ เกี่ยวกับเด็กๆ ฉันไม่คิดว่าใครในที่ประชุมจะคัดค้านเรา ฉันไม่ได้เสนอเรื่องนี้ มีคนอื่นเสนอให้ทำกล่องเด็กทารก ปรากฏว่าแนวคิดในการทำกล่องเด็กทารกเพื่อช่วยเหลือเด็กแรกเกิดกลับถูกคัดค้าน กลุ่มที่คัดค้านคือกลุ่มเดียวกับที่สนับสนุนโครงการปฏิทินประกันสังคม และกลุ่มที่สนับสนุนการนำเงินของผู้ประกันตนไปซื้อหมวกและเสื้อจากผู้นำแรงงาน คุณรู้ไหม โลกนี้มันแปลก มีคนบางกลุ่มที่สนับสนุนการทำปฏิทินมูลค่า 50 ล้านบาทต่อปี สนับสนุนการนำเงินของผู้ประกันตนไปทำเสื้อและหมวกจากผู้นำแรงงาน แต่กลับคัดค้านการนำเงินของผู้ประกันตนไปทำกล่องเด็กทารก แต่ฉันเคยเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งใดถูกคัดค้าน คุณรู้ไหมว่าทำไม? ก็เพราะมันสิ้นเปลืองและกองทุนจะล้มละลาย แต่เมื่อเป็นเรื่องปฏิทินประกันสังคมมูลค่า 50 ล้านบาทต่อปี พวกเขาก็ไม่กลัวความสิ้นเปลือง โดยอ้างว่าบางคนต้องการและต้องดำเนินต่อไป แต่เมื่อเป็นโครงการกล่องเด็กทารกเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ พวกเขากลับบอกว่าสิ้นเปลืองและกองทุนจะล้มละลาย วันนั้นเป็นวันที่แย่ที่สุดในชีวิตของฉัน ปลายปีควรจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับเด็กๆ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่เมื่อมีการเสนอเรื่องเข้ามา ก็มีการคัดค้าน และผู้คัดค้านเหล่านั้นก็คือ กลุ่มนายจ้างบางกลุ่ม พวกเขาไม่ต้องการระบบปัจจุบันในการเลือกผู้แทนประกันสังคม ที่ผู้ประกันตนหนึ่งคนเลือกผู้แทนเจ็ดคนในคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการประกันสังคมต่างๆ ปัญหาหนึ่งคือมีกลุ่มคนที่สนับสนุนปฏิทินประกันสังคม เสื้อผ้าและหมวกที่แจกจ่ายให้กับผู้นำแรงงาน แต่กลับคัดค้านการเพิ่มสวัสดิการให้กับบุตรหลานของผู้ประกันตน คนเหล่านี้อยู่ในคณะกรรมการ พวกเขาไม่ใช่กรรมการมืออาชีพ และคนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อสำนักงานประกันสังคม โดยมีรัฐมนตรีสนับสนุนพวกเขาในบางยุคสมัย สิ่งที่ศาสตราจารย์สิริกล่าว ดร.รงค์ สะท้อนให้เห็นบางสิ่ง และคุณจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรหากคุณมีอำนาจ ในความเห็นของฉัน มันสะท้อนถึงความคิดที่บกพร่องของผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการ เราต้องเข้าใจว่าโครงการประกันสังคมมีผู้ประกันตน 25 ล้านคน ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่สามารถสนับสนุนได้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัจจุบันมีสิทธิประโยชน์อยู่แล้วเจ็ดประการ แต่ในโอกาสที่เหมาะสมหรือสำคัญ หากมีงบประมาณในการดูแลผู้ประกันตน... เป้าหมายของประกันสังคมคือการดูแลกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็คือผู้ประกันตน 25 ล้านคนที่จะได้รับประโยชน์ หากพวกเขามีบุตรหลาน สิทธิในการดูแลการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรได้รวมอยู่ในสิทธิประโยชน์แล้ว ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำเพื่อปกป้องสิทธิเหล่านั้นคืออะไร? เพื่อให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่พวกเขา ฉันคิดว่าเราต้องสนับสนุนสิ่งนั้น สิ่งที่ฉันเห็นด้วยกับอาจารย์คือ ผู้ที่เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการนั้นไม่ใช่กรรมการมืออาชีพจริงๆ หลักการของการเป็นกรรมการคือต้องมีวาระการดำรงตำแหน่งที่ชัดเจน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสำนักงานประกันสังคม แม้แต่ใน สปสช. ที่ฉันได้ติดตามประเด็นที่คล้ายคลึงกัน บางคนอยู่ในคณะกรรมการถึง 10 ปีติดต่อกัน ใช่ เราขาดความรู้และความสามารถ เราจึงหมุนเวียนกันไป อย่างน้อยกฎหมายก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่น หากตำแหน่งกรรมการมีจำกัดเพียงสองวาระ ก็ต้องสิ้นสุดลงแค่นั้น คุณไม่มีสิทธิ์หมุนเวียนไปเป็นกรรมการบอร์ดอื่น คณะอนุกรรมการ หรืออะไรก็ตาม มันต้องสิ้นสุดลง เพราะสังคมมีคนที่มีความสามารถและคนรุ่นใหม่เข้ามามากมาย ดังนั้น ในความเห็นของฉัน แม้แต่ใน สปสช. ฉันก็เห็นด้วยว่าหากวาระของกรรมการมีจำกัดเพียงสองวาระ ก็ต้องสิ้นสุดลงแค่นั้น หลังจากสองวาระแล้ว พวกเขาไม่ควรได้รับอนุญาตให้ย้ายไปเป็นกรรมการบอร์ดอื่น ควรให้โอกาสคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารสำนักงานประกันสังคม นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อย่างน้อยนี่คือประเด็นเชิงโครงสร้าง แต่ฉันต้องการเน้นย้ำว่าแก่นแท้ของระบบกองทุนทั้งหมด รวมถึงภาครัฐ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความแตกต่างคืออะไร? การทุจริตและการประพฤติมิชอบอยู่ที่นี่เท่านั้น แต่กรณีประกันสังคมซับซ้อนกว่านั้น ด็อกเตอร์ มันไม่ใช่การทุจริตโดยตรง มีช่องโหว่ที่ทำให้สามารถตัดสินใจที่ถูกกฎหมาย แต่ยังคงทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ต้องมีการแก้ไขกฎหมายเอง ศาสตราจารย์ หากเรามองบทบัญญัติทางกฎหมายที่อนุญาตให้ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ฉันคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญ ฉันไม่ได้อ่านกฎหมายประกันสังคมมากนัก แต่แนวคิดหลักคือการควบคุมการใช้จ่ายเงินเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม หากเป็นเพื่อผู้ประกันตน ก็พอจะยอมรับได้ เพราะเป็นเงินของพวกเขา แต่ถ้าทำเพื่อศักดิ์ศรี หรือเป็นสวัสดิการสำหรับผู้บริหารระดับสูง นั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ คุณไม่สามารถผลาญเงินของพวกเขาเช่นนี้ได้ ดังนั้น ในความเห็นของฉัน ฉันต้องการแก้ไขมาตราหลายมาตราที่เสียเปรียบผู้ประกันตน สิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนคือเป้าหมายของกองทุนประกันสังคม นั่นหมายถึงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้พวกเขาไม่สามารถกระทำการตามอำเภอใจได้ นั่นคือประเด็นสำคัญ ฉันอ่านเรื่องนี้ในช่วงเวลาว่างขณะรอเข้าร่วมประชุม การอ่านเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก เช่น ในญี่ปุ่น —กองทุนประกันสังคมของญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าตามราคาตลาดประมาณ 65-66 ล้านล้านบาทของเรามีเพียงประมาณ 2.85-85 ล้านล้านบาท ความแตกต่างนั้นชัดเจน ความแตกต่างหลักที่ชัดเจนคือคณะกรรมการกำหนดนโยบาย นี่คือคณะกรรมการ คณะกรรมการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการลงทุน เป็นผู้ควบคุมกองทุนประกันสังคมในท้ายที่สุด ฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหารต้องไม่มีสิทธิ์แทรกแซง ฉันคิดว่าอนาคตของประเทศไทยต้องเป็นเช่นนี้: คณะกรรมการลงทุนต้องตัดสินใจลงทุนอย่างอิสระ และต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ สิ่งสำคัญคือฝ่ายการเมืองควรควบคุมแค่นโยบายและไม่แทรกแซงการบริหารจัดการและการตัดสินใจลงทุนของกองทุน โอเค ท่านผู้ชม ตอนนี้ผมขอเปลี่ยนไปประเด็นโพสต์ของคุณไอซ์ รัชนก ศรีนอก เกี่ยวกับการบินชั้นหนึ่ง เราต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณพิพัฒน์ด้วย ขอสรุปสั้นๆ: คุณไอซ์โพสต์เกี่ยวกับคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีการกล่าวอ้างว่าบุคคลนั้นกล้าพอที่จะใช้เงินกองทุนประกันสังคมเพื่อบินชั้นหนึ่ง แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขคำกล่าวอ้างว่าคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่เคยบินชั้นหนึ่งเลย มีเพียงชั้นธุรกิจ สำหรับผู้ที่สงสัยว่าใครสามารถใช้เงินกองทุนประกันสังคมเพื่อบินชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ ซึ่งมีตั๋วราคาหลายแสนบาทสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ มีเพียงสองตำแหน่งเท่านั้นที่สามารถทำได้: ปลัดกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรี เกี่ยวกับประเด็นนี้ หลังจากที่คุณไอซ์โพสต์ไปเมื่อวานนี้ คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (อุ๊ย ขอโทษค่ะ หมายถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ความเป็นธรรม) ได้โพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงบน Facebook เขากล่าวว่าทุกครั้งที่เดินทางเพื่อประชุม เขาเลือกที่จะบินชั้นหนึ่งเท่านั้น โดยยึดหลักการใช้เงินกองทุนประกันสังคมอย่างประหยัดและเท่าที่จำเป็น เพราะเขารู้ว่าเป็นเงินประกันสังคม เขากล่าวสรุปด้วยการให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประชาชน หลายคนอาจพบว่าเหตุผลของเขาฟังดูสมเหตุสมผล เพราะเขาไม่ได้บินชั้นหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน... ฉันก็มีคำถามเดียวกัน ชั้นธุรกิจก็ไม่ได้ถูกเลย มันก็ไม่ถูกต้อง มันก็ยังคงมีราคาหลายแสนบาท ดังนั้นบางคนจึงรู้สึกว่ามันขัดแย้งกันมาก ฉันไม่แน่ใจว่าการโพสต์นี้จะช่วยปรับปรุงสถานการณ์หรือมุมมองได้หรือไม่ แต่ฉันคิดว่ามันสะท้อนสิ่งนี้: ในโลกของนักการเมือง รัฐมนตรี ส.ส. หรือ ส.ว. ในประเทศของเรา พวกเขาใช้ชีวิตแบบนี้จริงๆ พวกเขาคิดว่าเพราะพวกเขาเป็นนักการเมือง พวกเขามีสิทธิ์ที่จะบินชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจ ถ้าพวกเขาไม่บินชั้นหนึ่ง มันเป็นเรื่องใหญ่ที่เราทุกคนควรตระหนัก "ฉันไม่บินชั้นหนึ่ง ฉันบินชั้นธุรกิจ แต่ฉันเป็นพลเมือง และฉันไม่เคยบินชั้นหนึ่งมาก่อน" และฉันคิดว่ามากกว่าครึ่งประเทศ เกิน 80% ไม่เคยบินชั้นหนึ่งเลย สำหรับฉัน ในฐานะพลเมืองที่เสียภาษีให้คุณ ฉันคิดว่าแม้แต่ชั้นธุรกิจก็ไม่ควรบิน ขอโทษนะคะ แต่ก้นของพลเมืองธรรมดาอย่างเราสามารถบินชั้นประหยัดได้ ก้นของนักการเมือง ก้นของรัฐมนตรี ก้นของปลัดกระทรวง... ขอโทษนะคะ แต่ฉันต้องขออภัยต่อผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการท่านอื่นๆ ก้นเหล่านั้นศักดิ์สิทธิ์หรืออย่างไร? พวกมันใหญ่มากจนนั่งไม่พอดีเหมือนคนปกติหรือเปล่า? คุณมีฝีที่ก้นจนต้องนั่ง "เก้าอี้เทพเจ้า" หรือเปล่า? อย่าอ้างว่าคุณไม่ได้นั่งชั้นหนึ่ง ฉันแค่นั่งชั้นธุรกิจ และนั่นคือเงินสาธารณะ ฉันเรียกร้องสิ่งนี้: นักการเมือง ส.ส. ส.ว. ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการตำรวจ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน คุณก็นั่งชั้นประหยัดเหมือนคนปกติ ถ้าคุณอยากนั่งอะไรที่แพงกว่านั้น คุณก็จ่ายเอง จ่ายส่วนต่าง ส.ส. ไม่ได้จน ส.ว. ก็ไม่ได้จน ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปลัดกระทรวงต่างๆ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้จน ถ้าคุณอยากไปไกลกว่าชั้นประหยัด จ่ายเอง ถ้าคุณอยากให้ก้นสบาย จ่ายเอง อย่าใช้เงินของเราทำให้ก้นของคุณสบาย มันไม่เหมาะสม บางคนอาจจะพูดว่า "เฮ้ มันไม่เหมาะสมกับสถานะของรัฐมนตรี" รัฐมนตรีควรจ่ายค่าตั๋วเอง คนที่โดดเด่นจริงๆ ควรจ่ายค่าตั๋วเอง ไม่ใช่ใช้เงินสาธารณะ นี่คือหน้าตาของประเทศ การใช้เงินสาธารณะจ่ายค่าก้นของตัวเองมันน่าสมเพช คนเจ๋งๆ จ่ายด้วยเงินของตัวเอง พวกเขาอยากเดินทางหรูหรา แต่กลับให้สาธารณะจ่าย มันน่าสมเพชจริงๆ แต่คุณเป็นตัวแทนของประเทศ เป็นตัวแทนของรัฐบาล ตัวแทนของประเทศควรใช้ชีวิตเหมือนประชาชน ประชาชนแทบไม่มีเงินพอจะนั่งชั้นสาม พวกเขาต้องนั่งรถประจำทางด้วยซ้ำ คุณเป็นตัวแทนของประชาชน แต่คุณใช้ชีวิตเหมือนเทพเจ้า? ถ้าเป็นเช่นนั้น อย่าเป็นตัวแทนของประชาชน เลิกคิดว่าเพราะฉันเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ฉันต้องนั่งชั้นต่ำสุด มันไร้สาระ ถ้าคุณถามความเห็นของฉัน ฉันนั่งที่ไหนก็ได้ ฉันเคยนั่งท้ายรถกระบะมาเยอะแล้ว ฉันไม่กังวลเรื่องนี้ แต่ฉันคิดว่าถ้าคุณคิดว่ามันไม่เหมาะสม และฉันไม่ได้จริงจังกับมันมากนัก ก็แค่กำหนดกฎที่ชัดเจนว่าทุกคน ไม่ว่าตำแหน่งอะไร ต้องเดินทางชั้นประหยัด แค่นั้นแหละ ถ้าคุณคิดว่าประเทศต้องเป็นแบบนั้น ฉันก็ไม่กังวลเรื่องพวกนี้เลย ฉันพร้อมที่จะนั่งชั้นไหนก็ได้ แม้แต่บนรถไฟ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามองในมุมหลักการ เช่น กองทุนที่ช่วยบริหารประกันสังคม นั่นควรจะมีอยู่แล้ว ดังนั้น ในโลกธุรกิจ ถ้าเที่ยวบินนานกว่า 4 ชั่วโมง พวกเขาก็ให้คุณนั่งชั้นธุรกิจ —นั่นเป็นมาตรฐานสากล ฉันยุติธรรม ถ้าคุณต้องการกำหนดกฎที่บอกว่าถ้าเที่ยวบินนานกว่า 4 ชั่วโมง คุณสามารถนั่งชั้นธุรกิจได้ นั่นเป็นมาตรฐานสากลในทุกบริษัททั่วโลก แต่ถ้าเราเห็นว่าประเทศยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดี คุณก็สามารถกำหนดกฎได้ และฉันพร้อมที่จะสนับสนุน ทุก ส.ส. ต้องนั่งชั้นประหยัดเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ และข้าราชการทุกระดับต้องนั่งชั้นประหยัด แต่ถ้าใครอยากจ่ายเพิ่มเพื่อไปนั่งชั้นประหยัด นั่นก็เป็นเรื่องของเขา ฉันพร้อม ฉันยินดี ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนั้น เพราะฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม ฉันไม่มีปัญหา แต่ฉันเป็นคนที่เคารพกฎ ถ้ามาตรฐานสากลบอกว่าสำหรับเที่ยวบินนานกว่า 4 ชั่วโมง ทั้งโลกยอมรับได้ ดังนั้นคุณสามารถนั่งชั้นธุรกิจได้ ฉันก็ไม่คัดค้าน แต่ถ้าประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีในปัจจุบัน อย่าเป็นภาระเงินของผู้เสียภาษี เงินที่พลประกันตนของเราจ่าย ถ้าเป็นชั้นประหยัด ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนั้น นี่คือประเด็นหลักที่ต้องพิจารณา เพราะเรายึดถือมาตรฐานสากล ตัวอย่างเช่น ถ้าประเทศอื่นใช้ระบบนี้ แล้วรัฐมนตรีของประเทศนั้น... ในประเทศนี้ เที่ยวบินน้อยกว่า 4 ชั่วโมงเป็นชั้นประหยัด แต่ถ้ามากกว่า 4 ชั่วโมงและคุณเป็นรัฐมนตรี คุณสามารถบินชั้นธุรกิจได้ ฉันคิดว่ามาตรฐานสากลไม่ได้เป็นเช่นนี้ในหลายประเทศ นั่นคือประเด็นแรก ประการที่สอง ฉันคิดว่ามีมาตรฐานสากลหลายอย่างที่ถูกนำมาใช้ในประเทศอื่น เป็นเรื่องดีที่เราไม่ทำเช่นนั้น ดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีหลักการสากลหลายอย่างที่ดีสำหรับประเทศของเรา ฉันไม่ได้วิจารณ์คุณ ด็อกเตอร์ นี่ไม่ใช่คำตอบของฉันสำหรับคำถามของคุณ คุณทิน มันอาจฟังดูเหมือนฉันกำลังวิจารณ์คุณ แต่ฉันไม่ได้วิจารณ์ แค่ว่าในประเทศของเรา เราชอบอ้างอิงหลักการสากลในแง่ของการปฏิบัติ คุณเข้าใจไหม? ถ้ามันเหมาะกับเรา เราก็อ้างอิงหลักการสากล แต่ถ้ามันไม่เหมาะกับเรา เราก็บอกว่า "โอ้ ประเทศไทยเป็นแบบนี้ ไม่ต้องเหมือนที่อื่น" ดังนั้น ฉันไม่ได้วิจารณ์คุณ ด็อกเตอร์ อย่าโกรธเลย เกี่ยวกับคำถามของคุณ คุณทิน ฉันคิดว่าดีที่สุดคือทำในสิ่งที่ควรทำ โดยไม่ต้องอ้างอิงหลักการสากลหรือไม่สากล เราทุกคนรู้ในใจ เราไม่เคยเป็น ส.ส. ส.ว. ปลัดกระทรวง หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ถ้าคุณถามฉัน ฉันจะไม่กล้าไปนั่งในตำแหน่งที่จ่ายเงินภาษีของประชาชน พูดตามตรง ตอนที่ฉันยังสอนอยู่ ถ้าใครเชิญฉันไปต่างจังหวัด ฉันก็จะบอกว่า... โรงแรมที่เขาให้ฉันพักไม่เกิน 600 บาท คนอื่นไม่เป็นแบบนี้ พวกเขาขอโรงแรม 4 ดาว หรือ 5 ดาว นั่นแหละคือตัวฉันเอง ทุกวันนี้ เมื่อมีคนเชิญฉันไปต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัย ฉันก็ไปโดยไม่บอกตารางเวลาของฉัน เพราะฉันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันบอกพวกเขา พวกเขาจะต้องมารับฉัน มีคนมารับฉัน พาไปร้านอาหาร VIP ร้านอาหารหรูในจังหวัด มหาวิทยาลัยทุกแห่งเชิญฉันตอนนี้ และฉันบอกพวกเขาว่า "คุณสามารถตรวจสอบสิ่งที่พวกคุณพูดได้ใช่ไหม?" พวกเขาตอบว่า "ใช่ๆ ไม่มีปัญหาเลย ถ้าใครมีบันทึกว่าฉันไปที่ไหนแล้วกินอาหารแบบ VIP คุณสามารถตรวจสอบได้" ฉันมาถึงจุดที่ฉันไม่บอกตารางเวลาของใครอีกต่อไป เพราะฉันไม่อยากทะเลาะกัน ณ จุดนั้นเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ต้องการบอกพวกเขา ฉันแค่ไม่บอกตารางเวลาของใคร และปัญหาก็ةลุล่วงไป ฉันก็ไปเอง กินโจ๊ก หรืออะไรสักอย่าง ศาสตราจารย์ครับ ผมแค่อยากจะบอกอะไรบางอย่าง เพราะผมเห็นว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ ตอนที่ผมเป็น ส.ส. บังเอิญว่า ส.ส. ทุกคนบินชั้นธุรกิจ แต่ผมกำลังคิดว่า... ผมไม่อยากให้เราทะเลาะกันเรื่องนี้... เกี่ยวกับการเดินทางทางอากาศ ถ้าเราประกาศว่าข้าราชการทุกระดับในประเทศไทยควรบินชั้นประหยัด ผมพร้อม ถ้าคุณคิดว่านี่เป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศ ผมพร้อมที่จะนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อแก้ไขกฎกระทรวงให้ทุกคนต้องบินชั้นประหยัด ถ้าคุณอยากบินชั้นธุรกิจ คุณก็จ่ายส่วนต่างได้ แต่ดังที่ผมได้อธิบายไปแล้ว สำหรับบริษัททั่วไป เมื่อเดินทางไปต่างประเทศนานกว่า 4 ชั่วโมง นี่เป็นเพียงตัวอย่าง สำหรับบริษัท ถ้าเกิน 4 ชั่วโมง บางบริษัทอาจกำหนดเวลา 6 ชั่วโมงขึ้นไป มันก็ขึ้นอยู่กับ ผมเคยถามรัฐมนตรีบางท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพวกเขากล่าวว่า "ศาสตราจารย์ ผมแก่เกินไปที่จะเดินทางไกล" ก็คงมีเงินจ่ายชั้นธุรกิจสินะครับ ดังนั้น ก็แค่นั้น ผมโอเคกับเรื่องนั้น และผมจะสนับสนุนให้ทุกคนบินชั้นประหยัดตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าคุณอยากบินชั้นธุรกิจ คุณก็จ่ายเพิ่ม มันสำคัญที่จะต้องเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐสภา ข้าราชการระดับสูงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องของค่านิยมในประเทศของเรา เราเป็นสังคมที่ผู้มีอำนาจมักจะคิดว่าเพราะตำแหน่งของพวกเขา พวกเขาจึงสมควรได้รับสิทธิพิเศษ มีบางสิ่งที่ผิด จริงๆ แล้วควรจะมองกลับกัน: ผู้มีอำนาจควรได้รับการปฏิบัติเหมือนพลเมืองธรรมดา แล้วประชาชนจะเคารพพวกเขา คนในประเทศของเราชอบคิดว่าตราบใดที่พวกเขาดูสำคัญ พวกเขาควรพักในโรงแรมห้าดาวและบินด้วยเครื่องบินราคาแพง ไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ คุณสามารถตรวจสอบได้ ข้าราชการระดับสูงในประเทศของเราไม่บินสายการบินต้นทุนต่ำเพราะดูไม่ดี เรามีค่านิยมที่บ้าคลั่งเหล่านี้โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ฉันคิดว่าเราควรหยุดสิ่งนี้ มันก็เหมือนกันใช่ไหม? การบินพาคุณไปถึงที่หมาย แต่มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน มันไม่เกี่ยวข้องกับการเก็บสินบน มีบางอย่างเช่นนี้ในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูง พวกเขาไม่เก็บสินบน และสินบนเหล่านั้นเป็นของประชาชน นั่นคือเหตุผลที่ฉันถามว่าทำไมคนอย่างปลัดกระทรวงและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ซึ่งมีรายได้หลายหมื่นหรือหลายแสนบาทต่อเดือน และเกษียณอายุพร้อมเงินบำนาญ 70,000 หรือ 80,000 บาท ต้องเรียกร้องสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้? พวกเขาเรียกร้องสิ่งต่างๆ เพียงเพื่อประทังชีวิต ไม่ว่าจะบินต้นทุนต่ำหรือไม่ก็ตาม คุณไม่ได้จน คุณแค่เคยชินกับสิทธิพิเศษ และจากนั้นก็ตัดไปอีกด้านหนึ่ง... มาดูกองทุนที่มี 2.8 ล้านล้านบาท 2.8 ล้านล้านบาท นั่นคือ 2,800,000 ล้านบาท และพวกเขากล่าวว่าทำเงินได้ประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อปีใช่ไหม? 70,000 ล้าน 80,000 ล้าน ฟังดูเยอะใช่ไหม? เดี๋ยวสิ มันฟังดูใหญ่มาก แต่ถ้าคุณหารด้วยจำนวนเงินที่กองทุนขนาดนั้นทำได้ และคุณได้กำไรประมาณ 80,000 ล้านบาท มันน้อยกว่า 2%... เอ่อ น้อยกว่า 3% ขอโทษครับ เกิน 2% ของ 2 ล้านล้านบาท ใช่ ถูกต้อง ดังนั้นคำถามก็เกิดขึ้นว่า "เฮ้ เกิดอะไรขึ้น?" ฉันคิดว่าเราควรแยกประเด็นนี้ออกเป็นสองประเด็น ฉันเข้าใจผลตอบแทนจากการลงทุน ตัวเลขที่ฉันรู้เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วคือ 5% นี่คือตัวเลขที่ฝ่ายลงทุนเปิดเผย แต่ตัวเลขประมาณ 80,000 ล้านบาทนี้เป็นตัวเลขที่สมาชิกคณะกรรมการคนหนึ่งโพสต์ในกลุ่ม Line ที่พวกเขาตำหนิสื่อว่าไร้ความสามารถ ปัญหาคือ ฉันก็เป็นคนไร้ความสามารถเหมือนกันหรือเปล่า? ฉันก็เป็นคนสื่อเหมือนกัน ฉันเดาว่าทุกคนในคณะกรรมการนั้นไร้ความสามารถ ในขณะที่เขาเป็นคนดีเพียงคนเดียว ฉันไม่รู้ว่าเพราะสมาชิกคณะกรรมการคนนั้นขาดความรู้หรืออะไรบางอย่าง เอาอย่างนี้แล้วกัน: ถ้าคุณดูประเด็นต่างๆ ความคิดเห็นที่แสดงออก ทั้งสาธารณะและส่วนตัว สมาชิกคณะกรรมการคนนั้น —เราเคยมีรูปของเขาเมื่อก่อนด้วย— เขาก็อยู่ในคณะอนุกรรมการ IT ด้วย คุณรู้ไหมว่าสมาชิกคณะกรรมการคนนั้นพูดอะไรในคณะอนุกรรมการ IT? มีสมาชิกคณะอนุกรรมการ IT ของประกันสังคม คุณแม็ก ธีรชาติ ลอดตระกูล เขาอยู่ใน IT ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เขาทำงานเกี่ยวกับ Stock Radar และโครงการที่เกี่ยวข้อง โอ้ เขาเป็นบุคคลชั้นนำของประเทศ มีความสามารถมาก เขาช่วยประเทศชาติด้วยการเป็นสมาชิกคณะกรรมการประกันสังคมในภาค IT ฉันเห็นเขาเดินไปมาในคณะกรรมการเมื่อครู่นี้ เขาบอกว่าคณะอนุกรรมการ IT ไม่ควรพูดคุยเรื่องฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ลองคิดดูสิ ถ้าคณะอนุกรรมการ IT ไม่ควรพูดคุยเรื่องซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ พวกเขาควรจะพูดคุยเรื่องอะไร? กระดานดำ? ดินสอสี? สีน้ำ? ดินสอสี? คณะอนุกรรมการ IT *ต้อง* พูดคุยเรื่องซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพราะมันคือ IT! มันคือทั้งหมดเกี่ยวกับ IT! และเราก็มีคณะอนุกรรมการแบบนี้แล้ว มีคนแบบนี้ ทั้งคณะอนุกรรมการ IT และคณะอนุกรรมการลงทุน นั่นคือเหตุผลที่ฉันบอกว่าปัญหาของคณะกรรมการประกันสังคมคือเรามีคนที่อยู่ในคณะกรรมการแต่ไม่ใช่กรรมการมืออาชีพ และคนเหล่านี้ต้องการล้มล้างกระบวนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ไปสู่ระบบที่ผู้ประกันตนแต่ละคนเลือกผู้แทนเพียงคนเดียว ปัจจุบันผู้ประกันตนแต่ละคนเลือกผู้แทนเจ็ดคน แต่กลุ่มนี้ต้องการให้ผู้ประกันตนแต่ละคนเลือกผู้แทนเพียงคนเดียว ผู้ชมบางท่านอาจสงสัยเรื่องนี้ ผมจะให้ ดร.วรงค์ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ด้วย เกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่เหมาะสมสำหรับแรงงาน คณะกรรมการทั้งหมดจริงๆ แล้วประกอบด้วยสมาชิก 21 คน ใช่ 21 คน 7 คนมาจากรัฐบาล อีก 7 คนมาจากลูกจ้าง และ 7 คนมาจากนายจ้าง เป็นระบบการลงคะแนนเสียง คนหนึ่งสามารถลงคะแนนให้ 7 คนได้ใช่ไหม? ตัวอย่างเช่น ถ้ามี 100 คน เราสามารถเลือก 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 อะไรก็ได้ เราสามารถเลือก 7 คนได้ใช่ไหม? ดังนั้น เมื่อสหภาพแรงงานต้องการลงคะแนน บางครั้งพวกเขาต้องหารือกัน "เฮ้ ในบรรดา 100 คน หมอคนไหนที่จะทำงานให้เราจริงๆ?" ใช่ไหม? พวกเขาอาจจะคุยกันและพูดว่า "โอเค เรามาจับมือกันเลือก 7 คนนี้ ตัวเลขเหล่านี้ ตัวเลข 7 ตัวนี้" นั่นคือสิ่งที่เคยเป็นมา เพื่อทำให้คณะกรรมการแข็งแกร่งและเป็นทีมที่เหนียวแน่น แต่ตอนนี้พวกเขากำลังบอกว่าไม่ พวกเขาจะเปลี่ยนให้เราเลือกได้เพียงคนเดียว การลงคะแนนจะกระจายออกไป และเมื่อการลงคะแนนกระจายออกไป มันจะอ่อนแอลง ถูกต้อง มันจะกลับไปสู่แนวทางเดิม คณะกรรมการนี้กำลังถูกแทรกแซงโดยรัฐบาลและข้าราชการ ถ้าคุณ ด็อกเตอร์ มีอำนาจในการแก้ปัญหาของสำนักงานประกันสังคมในวันนี้ คุณจะเริ่มต้นจากตรงไหน? ผมถามคุณ คุณจะแก้ปัญหาของสำนักงานประกันสังคมได้อย่างไร? ผมกำลังพูดถึงทุกอย่างในระดับล่าง ผมไม่ได้จริงจัง คุณสามารถเลือกทีม 7 คน 7 คนหมายเลข 1 7 คนหมายเลข 3 7 คน... ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนั้น ผมไม่ต่อต้านเพราะพวกเขาเป็นตัวแทนของกลุ่มของตนเอง วิธีการอาจเป็นการแยกคุณเพราะคุณรับผิดชอบในรายละเอียด หรืออย่างที่คุณกล่าว คุณสามารถเลือก 7 คนได้ ผมไม่ว่าอะไรเลย อะไรก็ตามที่ทำให้ทีมผู้ประกันตนสบายใจ อะไรก็ตามที่พวกเขาต้องการ ผมก็โอเค เพราะผมเชื่อว่าการเมืองไม่ควรแทรกแซงมากเกินไป ฝ่ายการเมืองควรเน้นที่นโยบาย ความโปร่งใสสำคัญที่สุด ความคิดของผมก็คือ เราต้องแก้ไขอุปสรรคต่อเพื่อนร่วมชาติของเรา และจัดการกับการทุจริตและสินบน ผมไม่ว่าอะไรกับรายละเอียด ผมเปิดกว้างอย่างเต็มที่ ผมไม่จำเป็นต้องเห็น 7 คนด้วยซ้ำ โอเค งั้นผมจะยกตัวอย่างให้คุณเข้าใจ มันก็เหมือนกับปฏิทิน 50 ล้านบาท ผมเห็นด้วยจริงๆ ถ้าผมมีอำนาจ ผมจะช่วย แต่ แต่ แต่ฝ่ายที่ต้องการทำปฏิทินมีรูปพระมหากษัตริย์ ดังนั้นใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยก็ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเคยเจอสถานการณ์ที่การไม่เห็นด้วยกับปฏิทินถูกมองว่าเป็นการพยายามล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะพวกเขาพูดอะไรแบบนี้ พูดจาเหลวไหล อาจจะไม่สุภาพนัก ฉันคิดว่าเราต้องดูที่เป้าหมาย ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน มันคือสำนักงานที่ต้องดูแลผู้ประกันตน 25 ล้านคน ถ้าเราตั้งเป้าหมาย... มันไร้ประโยชน์ที่คุณจะแจกจ่ายให้คนอื่น มันไม่ควรถูกนำไปใช้อะไรอื่น เพราะหน้าที่ของมันคือการดูแลผู้ประกันตน 25 ล้านคน ฉันได้ยินข่าวว่าฉันไม่เห็นด้วยกับหลายสิ่งหลายอย่าง ฉันรู้สึกว่าผู้ประกันตนไม่ได้รับประโยชน์ การให้แก่พวกเขา... โอเค งั้นก็แล้วแต่ ผมคิดว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น และมันอาจจะเพิ่มปัญหาของพวกเขา โอเค ผมไม่เห็นด้วย แต่คุณคิดว่ามีการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องที่สังคมกำลังตั้งคำถามหรือไม่? ตัวอย่างเช่น สูตร... เอ่อ... 50 ล้านบาท และอาจจะมีโครงการอื่นๆ ด้วย การลงทุนในสิ่งนั้น และผลตอบแทนเป็นไปตามที่คาดหวังใช่ไหม? การซื้ออาคาร... คุณคิดว่าอาจจะมีการทุจริตในโครงการนี้หรือไม่? ผมเชื่อว่า ถ้าผมจะเดา มีเปอร์เซ็นต์ของการทุจริต ถ้าผมจะเดา ผมคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีการตกลงใต้โต๊ะ ต้องมีการจัดการ ดังที่เราได้เน้นย้ำมาตลอด ระบบประกันสังคมถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลผู้ประกันตน ไม่ใช่เพื่อดูแลผู้บริหาร ผู้บริหารน่าจะเป็นผู้ที่สามารถชักจูงผู้ประกันตนได้ โอเค งั้นผมจะถามคุณ ด็อกเตอร์ คุณจะเริ่มต้นการทำให้โปร่งใสจากตรงไหน? เราต้องใช้คณะกรรมการเป็นตัวอย่าง มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้ ฉันเริ่มเห็นภาพแล้ว เราต้องมุ่งเน้นไปที่คณะกรรมการ อย่างน้อยคณะกรรมการที่ต้องการการปรับปรุงองค์ประกอบ และที่สำคัญที่สุด ควรอยู่ในระยะเวลาสองปี ไม่ใช่แค่แต่งตั้งคนที่ต้องการ ฉันคิดว่ากองทุนหลายแห่งมีปัญหาคล้ายคลึงกัน พวกเขาสร้างคนขึ้นมาเพื่อชักจูงระบบและกลายเป็นเจ้าของ โอเค ฉันเริ่มเห็นภาพแล้ว อย่างน้อย คนในคณะกรรมการกองทุนนี้ สำหรับวาระของพวกเขา ไม่ควรอยู่ในคณะอนุกรรมการหรืออะไรทำนองนั้น พวกเขาควรให้โอกาสคนอื่น โอเค ฉันคิดว่าชัดเจนแล้ว นี่คือข้อ 1 เมื่อเรามาถึงจุดนี้ จากที่ผมเห็น คณะกรรมการประกันสังคมมีคณะกรรมการหลักและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ฝ่ายการเมืองไม่ควรแทรกแซงคณะกรรมการลงทุน ผมเห็นข่าวเกี่ยวกับการขายหุ้นของบริษัทน้ำมันของประกันสังคม จำได้ไหม? แต่รายละเอียดอาจจะไม่สุดโต่งขนาดนั้น เพราะมันไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของพวกเขา คุณไม่สามารถแทรกแซงได้ตราบเท่าที่การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อไหร่ที่สิ่งต่างๆ จะผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประวัติการลงทุน? มันจะบิดเบือนทันที ดังนั้นเราต้องกำหนดกฎที่ชัดเจน ระบุให้ชัดเจนว่านี่คือคณะกรรมการอิสระ คณะกรรมการลงทุนต้องมีอำนาจตัดสินใจอย่างอิสระ เพราะอย่าลืมว่ามีเงินหลายล้านบาทเกี่ยวข้อง เมื่อกองทุนลงทุนในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมมีผู้ชนะและผู้แพ้ หน้าที่ของเราคือการรับประกันความเป็นอิสระของพวกเขา ทำให้พวกเขาเป็นอิสระ และอนุญาตให้พวกเขาบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ฉันคิดว่านี่เป็นหลักการที่ดี มันจะแสดงให้เห็นผลตอบแทนและวิธีการทำงาน มันเป็นกฎธรรมชาติของเศรษฐกิจ —ผลตอบแทนที่ดีหรือไม่ดี ทั้งหมดเป็นธรรมชาติ ฉันยังคงเชื่อในความโปร่งใสและความรับผิดชอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดตั้งองค์กรเพื่อตรวจสอบกองทุนหลายแห่งในประเทศไทย ไม่มีการตรวจสอบภายนอก มีการตรวจสอบภายใน แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันคือคนตรวจสอบตัวเอง —มันเป็นไปไม่ได้! นี่คือปัญหา และฉันคิดว่าในอุดมคติ ประชาชนควรเข้าถึงข้อมูลได้ ประชาชนควรสามารถเข้าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังทำ การตัดสินใจที่คุณได้ทำ จากที่ฉันรู้ หลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงการเปิดเผยรายงานการประชุม ซึ่งตามกฎหมายต้องเป็นสาธารณะ สมาชิกคณะกรรมการคนหนึ่ง ตามที่กล่าวไว้ในวิดีโอของเรา กล่าวว่า... ที่ประชุมตัดสินใจไม่เปิดเผย ถ้าเปิดเผยแล้วเกิดการฟ้องร้อง คณะกรรมการจะเดือดร้อน ตามกฎหมาย รายงานการประชุมทั้งหมดต้องเปิดเผยอยู่แล้ว แต่คณะกรรมการไม่ต้องการให้เปิดเผย โอเค ดังนั้นนี่คือประเด็น ฉันได้ฟังคุณ ดร. [ชื่อ] และฉันได้ถามคุณ [ชื่อ ดร.] และฉันคิดว่าฉันเข้าใจว่าคุณต้องขุดรากถอนโคน สร้างคณะกรรมการที่โปร่งใส วิธีการเลือกคณะกรรมการที่โปร่งใส และเริ่มต้นจากตรงนั้นเพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของสำนักงานประกันสังคม ศาสตราจารย์ ศิโรจน์ คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือคุณมีอะไรจะเพิ่มเติมจากสิ่งที่ ดร. [ชื่อ] กล่าว? ผมเห็นด้วย และผมคิดว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการครั้งล่าสุดมีความโปร่งใสมาก เพราะเราได้คณะกรรมการที่ ในฐานะทีมประกันสังคมก้าวหน้า แสดงให้เห็นว่าปัญหาที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดได้ระเบิดออกมา ประเด็นที่กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าเปิดเผยไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา มันเกิดขึ้นมาสิบปีแล้ว การบินชั้นหนึ่งของรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงมีมานานแล้ว การพิมพ์ปฏิทินมูลค่า 50 ล้านบาทต่อปีมีมานานแล้ว... เป็นเวลา 10 ปี ประเด็นการนำเงินของผู้ประกันตนไปทำเสื้อและหมวกแจกจ่ายให้กับกลุ่มสหภาพแรงงานมีมานาน 10 ปี ประเด็นการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศและพักในโรงแรมชั้นหนึ่งก็มีมานาน 10 ปี เพราะเหตุนี้ สิ่งเหล่านี้จึงถูกทำอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งผมเชื่อว่ามีความโปร่งใส ส่งผลให้คณะกรรมการลักษณะนี้ถูกตรวจสอบ ดังนั้น อย่าเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งมาจากผู้ที่แพ้การเลือกตั้ง ผู้ที่แพ้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม กลายเป็น ส.ว. ในกลุ่มที่เราเรียกว่า "ส.ว. สีฟ้า" หนึ่งในนั้นแพ้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม และกลายเป็น ส.ว. เมื่อพวกเขาเป็น ส.ว. พวกเขาก็นำกลุ่มที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมและแพ้มาด้วย กลุ่มเหล่านี้ได้ผูกขาดคณะกรรมการตลอดช่วงเวลาที่รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการ ในประเทศของเรา มีกลุ่มคนที่ผูกขาดคณะกรรมการประกันสังคม รัฐ ตั้งแต่ยุคที่ไม่มีการเลือกตั้ง กลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้นำแรงงานประมาณ 10 คน ในปี 2023 พวกเขาลงสมัครรับเลือกตั้งและแพ้ หนึ่งในนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. เป็น "ส.ว. สีฟ้า" และชนะ ได้เข้าสู่สภาฯ จากนั้นพวกเขาก็นำผู้ที่แพ้การเลือกตั้งมา... พวกเขาไปคณะอนุกรรมการต่างๆ เพื่อแก้ไขกฎหมายนี้ จากนั้น ส.ว. ซึ่งรวมตัวกันโดยผู้ที่แพ้การเลือกตั้ง ได้ยื่นร่างแก้ไขกฎหมายต่อสำนักงานประกันสังคม จากนั้นสำนักงานประกันสังคมก็ใช้ร่างนี้จาก ส.ว. ที่แพ้การเลือกตั้งเป็นกรอบในการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้ง ลองดูแค่นี้ก่อน คนที่เรียนรัฐศาสตร์จะงง แม้แต่หมอในสภาฯ ก็รู้ว่าปกติแล้ว ส.ว. ไม่ได้แค่นั่งเขียนกฎหมายเองและคาดหวังให้ข้าราชการปฏิบัติตามใช่ไหม? เพราะ ส.ว. ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชน ร่างควรมาจากสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้ ส.ว. แล้ว ส.ว. ควรตรวจสอบและอนุมัติ จากนั้นสภาฯ จะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป แต่ในกรณีนี้ ส.ว. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ที่แพ้การเลือกตั้ง ได้แก้ไขกฎหมาย แล้วส่งร่างแก้ไขกฎหมายนี้ไปยังสำนักงานประกันสังคม จากนั้นสำนักงานประกันสังคมก็ใช้ร่างนี้จาก ส.ว. ที่แพ้การเลือกตั้งเป็นกรอบในการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้ง สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ทั้งหมดนี้คือความพยายามที่จะนำระบบประกันสังคมไปอยู่ในมือของข้าราชการและนักการเมืองบางคน และสิ่งนี้สามารถตรวจสอบได้ใช่ไหม ศาสตราจารย์? มันสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง ตามที่บันทึกไว้ แต่ละคนกล่าวว่า "เหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งก็เพราะในรอบที่แล้ว บางทีมชนะมากเกินไป" พวกเขาคิดแบบนี้ "เฮ้ บางทีมชนะมากเกินไป ถ้าเป็นแบบนี้ คนอื่นก็ไม่มีโอกาสได้เป็นกรรมการ" คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม? เรามีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมภายใต้กฎที่ไม่ใช่ระบบประกันสังคมก้าวหน้า ผมเป็นคนเขียนกฎสำหรับประเทศนี้ ผมเป็นคนผลักดันกฎหมายประกันสังคม ถ้าคุณเป็นนักเรียน ผมมีรูปให้ดู ถ้าคุณอยากเห็นรูปของผม ผมเป็นนักเรียนที่อดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องกฎหมายประกันสังคม ใครก็ตามที่คิดว่าผมอ้วน ดูทินสิ ผมเคยมีรูปร่างดี ตอนนี้ผมก็ยังรูปร่างดีอยู่ เฮ้ ผมเทียบกับทินตอนนี้ไม่ได้ เขาไปยิมทุกวัน คุณมีรูปไหม? ผมอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องกฎหมายประกันสังคม ฝนตกหนัก และผมก็อดอาหารประท้วงด้วย ผมเป็นนักเรียนที่แข็งแกร่ง ตอนนั้นก็เหมือนตอนนี้ มี ส.ว. และ ส.ว. เป็นทหาร ส.ส. ร่างกฎหมายประกันสังคม ใช่ ผู้นำแรงงานช่วยร่าง เมื่อถึงวุฒิสภา ก็เหมือนยุคนี้ ส.ว. ปฏิเสธ พ.ร.บ. ประกันสังคม พวกเราเป็นนักเรียน จึงไม่สามารถเข้าสู่สภาฯ ได้จนกว่า พ.ร.บ. ประกันสังคมจะผ่าน ตั้งแต่ต้น เราคิดว่า พ.ร.บ. ประกันสังคมต้องการการเลือกตั้งสำหรับผู้บริหาร แต่เราต้องรอ 20 ปี กว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในที่สุด เราต้องรอนาน และจากนั้น เพียงเพราะมีการเลือกตั้งครั้งเดียว พวกเขาก็จะเปลี่ยนกฎการเลือกตั้งเพียงเพราะกองทุนประกันสังคมก้าวหน้าชนะ เรามีการเลือกตั้ง และต้องมีผู้ชนะ ไม่มีที่ไหนในโลกที่เป็นเช่นนั้น แต่มีผู้แพ้คนหนึ่งกล่าวว่า "เนื่องจากมีคนชนะ ฉันจะเปลี่ยนกฎ เพราะถ้าเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่มีโอกาสชนะ" ประเทศนี้จะเป็นแบบนี้หรือ? มันเหมือนกับว่าเมื่อเป็นประเด็นทางการเมือง ถ้าพวกเขาไม่พอใจ พวกเขาก็จะก่อรัฐประหาร แต่เมื่อเป็นกองทุนประกันสังคมและพวกเขาแพ้การเลือกตั้ง พวกเขาก็จะล้มล้างกฎ แต่ผมไม่ได้ลงสมัคร ผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ... คุณเข้าใจผิด คณะอนุกรรมการที่ผมอยู่ ค่าประชุม 2,000 บาทต่อครั้ง 600 บาทสำหรับสามชั่วโมง มันน้อยมาก ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน อย่าเข้าใจผิด แต่สิ่งที่ผมรู้คือ ศาสตราจารย์ มีคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปนี้ พวกเขาพูดว่าอะไร? ตอนนั้นพวกเขาคิดว่าคุณหล่อมาก! โอ้ และอาจารย์ก็ตอบว่าตอนนี้มันโกหก นี่มันตลกมาก นี่มันตลกจริงๆ ฉันคิดว่า ดร. ลอง คุณควรพิจารณาสิ่งนี้ ฉันคิดว่ามีแง่มุมที่ควรมีกฎและระเบียบที่ชัดเจน ฉันรู้สึกว่าบางครั้งการใช้วิจารณญาณก็เป็นปัญหา ตัวอย่างเช่น สิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการหรือระบบสิทธิประโยชน์ หากมีกฎและระเบียบที่ชัดเจน เราก็ไม่ต้องทะเลาะกัน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าสิทธิประโยชน์ในการเดินทางมีเฉพาะชั้นประหยัดเท่านั้น ทำให้ชัดเจนเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องถกเถียงกัน คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม? ฉันคิดว่าถ้าอะไรก็ตามที่ถูกควบคุมโดยกฎและระเบียบที่ชัดเจน แม้จะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากมาย ก็จะง่ายขึ้นและทุกคนก็จะปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกัน เป็นเรื่องดีที่คุณหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ดร. ลอง ว่าเราควรกำหนดกฎที่ชัดเจนเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันไม่ควรคลุมเครือ เมื่อมันคลุมเครือ นั่นแหละคือปัญหา เพราะคุณสงสัยว่า "ฉันจะได้อะไร?" ครั้งนี้ ผมอยากจะถามเกี่ยวกับกฎระเบียบของอังกฤษ ทีมของผมได้ทำการวิจัยแล้ว ในสหราชอาณาจักร ชั้นหนึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น 100% แม้แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง สำหรับเที่ยวบินน้อยกว่า 5 ชั่วโมง คุณต้องบินชั้นประหยัด สำหรับเที่ยวบินระหว่าง 5-10 ชั่วโมง ชั้นธุรกิจจะได้รับอนุญาตเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็น เช่น เมื่อชั้นประหยัดเต็ม ไม่สามารถเปลี่ยนเวลาเที่ยวบินได้ เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มทำงานทันทีเมื่อเดินทางถึง หรือเนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพหรือความพิการ สำหรับเที่ยวบินนานกว่า 10 ชั่วโมง อนุญาตให้ใช้ชั้นธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้า ข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายของรัฐบาลสหราชอาณาจักร มันชัดเจน และฉันคิดว่านี่เป็นกฎระเบียบที่ดี มันขจัดความจำเป็นในการใช้วิจารณญาณและการโต้เถียง ในประเทศของเรา ผู้คนมักจะคิดแตกต่างกัน เชื่อว่าชั้นหนึ่งหรือสถานะ VIP เป็นสัญลักษณ์ของสถานะ... มันเหมือนกับการเป็น "คนสำคัญ" สำหรับบางคน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในประเทศของเราติดสิ่งนี้ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขามีปมด้อยหรืออะไร แต่พวกเขาคิดว่าพวกเขาต้องบินชั้นหนึ่งและพักในโรงแรมห้าดาว พวกเขามาจากครอบครัวที่ลำบากหรือเปล่า? ทั้งหมดนี้หมายความว่าพวกเขามาจากครอบครัวที่มีปัญหา และพวกเขาต้องใช้เงินของผู้เสียภาษีเพราะพวกเขาได้บินชั้นหนึ่งและพักในโรงแรมห้าดาว พวกเขามาจากความยากจนหรือเปล่า? ฉันไม่รู้ ฉันไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆ และคนส่วนใหญ่ที่ฉันรู้จักมาจากครอบครัวที่ดี บางคนมาจากครอบครัวข้าราชการชั้นนำ สามรุ่นติดต่อกัน มันเหมือนกับว่าระบบของเรามีข้อบกพร่องบางอย่างที่ทำให้คนเหล่านี้คิดว่าการมีสิทธิพิเศษหมายถึงการได้รับสิ่งต่างๆ สิทธิพิเศษจากสังคม อย่าลืมว่าองค์กรอิสระอื่นๆ ก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน ไม่ใช่แค่ประกันสังคม ตัวอย่างเช่น กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) หากคุณเป็นผู้บริหารที่ กสทช. คุณจะได้รับเงินเดือนหกหลัก และคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เงินที่คุณกำลังพูดถึงไม่ได้มาจากประกันสังคมเท่านั้น หากเราออกกฎที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่คุณควรได้รับ... เราได้อะไร? ในกรณีนั้น ก็คงจะโอเค กรณีอื่นๆ เกี่ยวกับการนำเงินสาธารณะ เงินของผู้เสียภาษี แต่เงินนี้ถูกนำไปโดยตรงจากประชาชน ฉันคิดว่าประชาชนโกรธเกี่ยวกับกรณีประกันสังคมเพราะมันเกี่ยวกับการนำเงินของเราไป คนอื่นที่ทำเช่นนี้ใช้เงินรัฐบาลอย่างไม่เหมาะสม แต่ประกันสังคมนั้นโจ่งแจ้ง พวกเขากำลังเอาไปจากเรา โอเค โอเค คุณเอาเงินของเราไป และเราสามารถพักในโรงแรมห้าดาวได้ แต่เราไม่เคยพักเหมือนคุณ แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันคือเงินสาธารณะ ไม่ว่าจะมาจากภาษีหรือเงินสมทบ แต่เงินสมทบนั้นเป็นการละเมิดสิทธิของเราอย่างโจ่งแจ้ง ฉันคิดว่าถ้าเราออกกฎ มันควรจะบังคับใช้ทั่วถึง ฉันเชื่อว่ามันคือเงินสาธารณะ ด็อกเตอร์ คุณเชื่อไหม? มันคือเงินของผู้เสียภาษี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจ และปลัดกระทรวงทุกคน จะไม่เห็นด้วย ถ้าเราออกกฎ มันขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการออกและบังคับใช้ทั่วทุกหน่วยงาน ฉันไม่ได้สนับสนุน แต่ ด็อกเตอร์ ลองคิดถึงผู้บัญชาการทหารบก เขาจะเห็นด้วยไหม? ลองคิดถึงผู้บัญชาการทหารบก เราไม่จำเป็นต้องคิดแทนเขา เราต้องคิดตามหลักการ มิฉะนั้นเราจะทะเลาะกันเรื่องพวกนี้ ฉันมีความรู้สึก... ฉันรู้สึกว่าถ้ามันชัดเจน มันก็จบ ไม่ต้องมีการพิจารณา โอเค ท่านผู้ชม เรามาพักสักครู่ พักกับคลิปนี้ คุณทาวิศักดิ์กล่าวถึงประเด็น "สื่อห่วยแตก" เขาพูดว่าอะไร? มาฟังกันครับ เกี่ยวกับประเด็น "สื่อห่วยแตก" ผมไม่ได้ปล่อยอะไรให้สื่อที่ไหนเลย ไม่มีอะไรแบบนั้น มันไม่ได้มาจากฝั่งผม จริงๆ แล้วผมคิดว่าผมได้เตรียมแถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้แล้ว เราได้ออกแถลงการณ์แล้ว และเราจะแจ้งให้คุณทราบภายใน 2-3 วันข้างหน้า เราจะเตรียมทุกอย่าง ดังนั้น สรุปแล้ว ผมขอโทษครับ ก่อนหน้านี้ผมเรียกทาวิศักดิ์ผิดใช่ไหม? ทวีเกียรติ ทวีเกียรติ เอ่อ ดร. ทวีเกียรติ รงค์สวัสดิ์ สมาชิกคณะกรรมการประกันสังคมผู้แทนฝ่ายนายจ้าง เขากล่าวว่ามันไม่ได้มาจากเขาใช่ไหม? เกี่ยวกับประเด็นการดูหมิ่นและ "สื่อห่วยแตก" ฉันคิดว่าเราต้องแยกแยะเรื่องนี้ ไม่ว่ามันจะมาจากเขาหรือไม่ ฉันไม่รู้ แต่เหตุผลที่เขาไม่ตอบคือ... นั่นคือโพสต์ของเขาหรือเปล่า? เพราะมันมาจากแชท Line เท่านั้นใช่ไหม? วลี "ไม่ได้มาจากเขา" อาจหมายถึงเขาไม่ได้ปล่อยเอง แต่มีอยู่ในแชท Line หรือไม่? เขารู้ เขาบอกว่าเขาต้องเตรียมแถลงการณ์ใช่ไหม? เตรียมคำชี้แจงใช่ไหม? โอเค เราจะได้เห็น เขาจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงครับ ท่านผู้ชม แต่แน่นอน คำถามที่เรากำลังหยิบยกขึ้นมาคือ โครงการต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิด ทุจริต หรืออะไรบางอย่างใช่ไหม? ใช่ไหม? ดร. วงศ์ ก็กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ใช่ไหม? มันยากที่จะคิดเป็นอย่างอื่น ทำไมต้องพิมพ์ปฏิทิน? ทำไมต้องใช้ปากกา? ทำไม? พวกเขาลงทุนมากกว่า 800 ล้านบาทในแอป/เว็บไซต์ และมันก็ยังล่มอยู่เรื่อยๆ บริษัทที่พัฒนาเว็บไซต์ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าปรับ นั่นคือเหตุผลที่คำถามเกิดขึ้น: ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ประกันตนกำลังประสบปัญหา คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม? มันซับซ้อน ผู้ประกันตนจ่ายเงิน 850 ล้านบาทเพื่อพัฒนาแอป แต่แอปก็ล่ม พวกเขาตกงาน ไม่สามารถเคลมสิทธิประโยชน์ได้ และตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญกับค่าปรับจากบริษัทที่พัฒนาเว็บไซต์/แอป พวกเขายังไม่ได้เรียกเก็บค่าปรับเลย มันทำให้เกิดคำถามว่ามีการทุจริตหรือไม่? ใช่ แต่ ดร. วรงค์ จากพรรคไทยรักไทย ได้เสนอแนวนโยบายเพื่อจัดการกับคดีทุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับสินบน การรับผลประโยชน์ทับซ้อน และการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินสด ดังนั้น ดร. วรงค์ จึงยืนยันให้ยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท ให้ผมอธิบายเล็กน้อย: อันที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้คือกรอบแนวคิด คุณทิน คำว่า "กรอบ" หมายถึงมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เราทำงานร่วมกัน อย่างน้อยที่สุด ฉันคิดว่าเราต้องเด็ดขาด... โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคดีที่ความเสียหายหรือการฉ้อโกงเกิน 100 ล้านบาท ควรเพิ่มโทษประหารชีวิต ฉันได้เรียนรู้จากจีน มันชัดเจนมาก มันทำให้คนทุจริตกลัวมากขึ้น และมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าหลังจากการตัดสินของศาลฎีกา จะต้องเสร็จสิ้นภายใน 15 วัน ถัดไป ฉันคิดว่าเราไม่ควรอนุญาตให้มีการอภัยโทษสำหรับคดีทุจริต เพราะความเสียหายและความรุนแรงไม่น้อยไปกว่าการค้ายาเสพติด การทุจริตทำลายชาติ และประเด็นที่สามคือ ฉันต้องการให้อำนาจแก่ประชาชน นี่เป็นประเด็นที่ใหญ่มาก วันนี้ทุกคนพึ่งพาคณะกรรมการ ป.ป.ช. บางครั้งหลังจาก 10 ปี ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างไปที่ ป.ป.ช. ท้ายที่สุด พวกเขาจับได้แค่คนใหญ่คนโต ทำให้ยากที่จะจับผู้เล่นรายใหญ่ และใช้เวลานานมากในการแก้ไขอะไรก็ตาม หากมีสิ่งใดก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ ควรมีกฎหมายที่ให้อำนาจประชาชนในการฟ้องคดีโดยตรง ฉันเสนอว่าหากคน 500 คนสามารถรวมกลุ่มกันได้ พวกเขาสามารถฟ้องคดีโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่ทุจริต และประเด็นสุดท้าย ดังที่ผมกล่าวไว้... มันเป็นเครื่องมือผสมผสาน หมายความว่าวันนี้สังคมของเรากำลังเคลื่อนเข้าสู่สังคมที่ใช้เงินสดเป็นหลัก ความต้องการธุรกรรมเงินสดต่ำมาก เพราะเรามีแอปมากมาย รวมถึง e-wallets, iPhones, Lazada, Shopee และอื่นๆ อีกหลายร้อยรายการ จากประสบการณ์ของผมในการเดินทางไปต่างจังหวัด แม้แต่ผู้ขายในพื้นที่ชายแดนก็ใช้ QR Code ในการสแกน วันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยพิมพ์ธนบัตรประมาณ 2.24 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล! และตัวเลขที่ผมศึกษาแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อย 500,000 ล้านบาทของเงินนี้หมุนเวียนอยู่ในบ้านเป็นเงินสด เก็บไว้ในตู้เซฟและตู้ มันกลายเป็นเงินสีเทา เมื่อคุณทำธุรกิจที่น่าสงสัย คุณก็จ่ายด้วยเงินสด เพราะไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ตามที่คุณถามผม จะเป็นอย่างไรถ้าเป็นโรค? จะเป็นอย่างไรถ้าเป็นบ้าน? มีหลักฐาน เมื่อคุณซื้ออะไรด้วยเงินสด ไม่มีหลักฐาน ผมบอกคุณว่า ถ้าเรายกเลิกธุรกรรมและนำเข้าสู่ระบบ มันก็จะหายไป อาจใช้เวลาสามเดือน แต่ถ้าเงินนี้เข้าสู่ระบบ ถ้าคุณซื้อบ้านด้วยเงินนี้ ก็จะมีบันทึก อย่างน้อยบ้านก็มีหลักฐาน การซื้อเหล็กก็มีหลักฐาน เจตนาคือ วันนี้ ความต้องการธุรกรรมเงินสด... มันหายากมาก คนแก่ไม่ชอบใช้ พวกเขาชอบธนบัตรย่อย และร้านค้าไม่รับธนบัตร 100, 50 หรือ 20 บาทง่ายๆ ถ้าพวกเขาต้องการเงินสด พวกเขาชอบธนบัตร 100, 50 หรือ 20 บาท แล้วทำไมเราถึงออกธนบัตรปลอมเหล่านี้? พวกมันไปอยู่ในบ้านของผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมือง ผมยืนยันได้ คนซื่อสัตย์ไม่เก็บธนบัตรมูลค่าสูงไว้ในบ้าน ส่วนใหญ่ฝากไว้ในธนาคารเหมือนเรา แล้วทำไมเราถึงปล่อยให้เงินนี้หมุนเวียนอย่างอิสระ? หลายประเทศประสบความสำเร็จ —แคนาดา สหภาพยุโรป สิงคโปร์ อินเดีย— เพราะมันเกี่ยวข้องกับการติดตามเงิน นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกธนบัตรมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลค่า เพื่อที่อย่างน้อยเมื่อคุณทำธุรกรรม มันจะง่ายต่อการติดตาม มีธุรกรรม มีหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ มีบางสิ่งที่น่าคิด สิ่งที่คุณ ดร. กล่าว ผมกำลังพูดถึงว่าในสังคมดิจิทัลที่พัฒนาอย่างสูงของเรา ด้วยการใช้จ่ายดิจิทัลที่สูงขนาดนี้ มันยากที่จะหาธนบัตรมูลค่าสูงในทุกวันนี้ แต่ทำไมยังมีจำนวนมากกระจายอยู่ในบ้านของผู้คน? และเมื่อผู้คนพูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็ซื้อขายกันเป็นกิโลกรัม ใช่ เป็นกิโลกรัม ธนบัตร 1,000 บาท 1 กิโลกรัม เท่ากับ 1 กิโลกรัม ใช่ มันต้องมาจากธนบัตร 1,000 บาท และทั้งหมดเป็นเงินสด ใช่ มันเกี่ยวกับธุรกรรมที่น่าสงสัยทั้งหมด มันเกี่ยวกับเงินสดทั้งหมด เพราะไม่มีธุรกรรม ดังนั้นจึงไม่สามารถติดตามได้ อันที่จริง เมื่อเร็วๆ นี้ มีหมอคนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจับกุม ผมอยากให้คุณเห็นภาพด้วยตัวเอง ในสองวัน พวกเขาได้ยึดเงินสดจากบ้านของพนักงานบริษัทไฟฟ้า โอ้ จริงหรือ? แค่พนักงานบริษัทไฟฟ้า? ในจังหวัดไหน? อ้อ ชลบุรี ชลบุรี และสมุทรสงคราม หรืออะไรทำนองนั้น มันเป็นเงินสด 19 ล้านบาท เพราะเมื่อพวกเขาทำธุรกิจหลอกลวงคริปโตเคอร์เรนซี พวกเขาก็ต้องจ่ายสินบน พวกเขาต้องจ่ายเป็นเงินสด เพราะไม่มีหลักฐาน ถ้าพวกเขาจ่ายโดยการโอน ก็จะมีหลักฐาน และเงินก็สามารถติดตามได้ นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่า คุณเห็นไหม? เงินที่น่าสงสัยประเภทนี้ออกมาในรูปแบบนี้ และผมเตือนคุณ ในช่วงการเลือกตั้ง เงินที่น่าสงสัยนี้จะแพร่ระบาด และครั้งนี้ ธนบัตร 1,000 และ 500 บาทจะอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่จะไม่มีใครโอนเงินเพื่อซื้อเสียง เงินที่น่าสงสัยทั้งหมดนี้ เงินจากการหลอกลวงการพนันออนไลน์ทั้งหมดนี้ เมื่อถูกแลกเปลี่ยน มันจะถูกเก็บไว้ในธนบัตร ซ่อนไว้ในตู้คอนเทนเนอร์หรืออะไรทำนองนั้น พวกเขาเก็บทุกอย่างไว้ที่บ้าน แล้วก็ถามว่าทำไมถึงปล่อยให้มันไป? เพราะตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการซื้อนาฬิกาหรูหรือรถหรู มันสามารถติดตามได้ เราสามารถซื้อได้ หรือถ้าเราซื้อทองคำ ก็สามารถติดตามได้ ใช่ไหม? คดีใหญ่ล่าสุดกับตำรวจ นายพลระดับสูง เกี่ยวข้องกับทองคำ มีหลักฐานว่าพวกเขาซื้อทองคำนั้นและเก็บไว้ เมื่อโอนเงิน เราก็จ่ายตามปกติ เราใช้เงินของเราเองในการโอนใช่ไหม? มันเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่มองเห็นได้ หลักการนี้ก็น่าสนใจ แต่เราต้องบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการซื้อเสียงจำนวนมาก และมันร้ายแรงจริงๆ เพราะอย่าลืมว่าในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มีนักการเมืองที่มีประสบการณ์จำนวนหนึ่ง ประเภท "บ้านใหญ่" ที่ล้มเหลวไปมาก ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ครั้งที่แล้ว มีปรากฏการณ์: พรรคที่ได้อันดับ 1-9 เป็นคนใหม่ทั้งหมด และพวกเขาเอาชนะบ้านใหญ่ไปเมื่อครั้งที่แล้ว พรรคก้าวไกลได้ 112 ที่นั่งจาก 400 ที่นั่ง พูดง่ายๆ คือ บ้านใหญ่เหล่านั้น 112 หลังหายไปในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนที่แพ้การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นั่นคือการแข่งขันครั้งสุดท้ายของพวกเขา ถ้าพวกเขาแพ้อีกครั้งในปี 2023 ก็จบแล้ว สำหรับนักการเมือง ถ้าพวกเขาลงสมัครรับเลือกตั้งสองครั้งและไม่ชนะ ฉันคิดว่าโอกาสในการกลับมาของพวกเขามีน้อยมาก นั่นคือเหตุผลที่ครั้งนี้เราเห็นนักการเมืองชื่อดังหรือนักการเมืองรุ่นเก่าในหลายพื้นที่ใช้เงินจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ในกรุงเทพฯ ตอนนี้ พรรคใหญ่พรรคหนึ่งกำลังให้เงินแก่ชุมชนตามถนนวิภาวดี พวกเขากำลังให้เงิน 500,000 บาทแก่แต่ละชุมชน แก่ประธานและผู้นำคณะกรรมการชุมชน ประธานและผู้นำได้รับคำสั่งให้จัดการตามที่ต้องการ เช่น "ฉันให้เงินคุณ 500,000 บาท คุณจัดการตามที่ต้องการ คุณสามารถซื้ออาหาร คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ แค่หาเสียงให้ฉัน" พวกเขากำลังแจกจ่ายเงินสดให้กับชุมชน และลองคิดดูว่ามีกี่ชุมชนในเขตเลือกตั้งหนึ่งๆ โอเค เริ่มกันเลย
นี่ สมมติว่าเขาจัดสรรเงิน 500,000 บาทต่อชุมชน สมมติว่ามี 50 ชุมชนในเขตเลือกตั้งหนึ่ง นั่นเป็นเงินเท่าไหร่? นั่นคือเงินสกปรกที่มาจากพื้นที่สีเทาในประเทศของเรา คนดีๆ จะไม่ใช้เงินกับเรื่องพวกนี้ คนที่เดินไปตามชุมชนต่างๆ พูดประมาณว่า "พี่ครับ น้องครับ ลุงครับ ป้าครับ ช่วยผมด้วย ผมเคยสอบตกครั้งที่แล้ว ถ้าครั้งนี้สอบตกอีก มันจะหายนะ" (เป็นสถานการณ์สมมติเท่านั้น แต่คุณก็รู้ ดร. หรือคุณทินใช่ไหม? ถ้าใครสอบตกในรอบแรก เขาต้องสู้ให้หนักในรอบที่สอง เพราะถ้าสอบตกอีก พรรคก็จะไม่ส่งเขาลงสมัครในครั้งต่อไป และถ้าพรรคไม่ส่งเขาลงสมัคร อนาคตทางการเมืองของเขาก็จะจบสิ้น) ดังนั้น ผมคิดว่าวันนี้ จากข้อมูลที่ผมมี อย่างน้อยในกรุงเทพฯ... ฝั่งวิภาวดี ในชุมชนเขตวิภาวดี ชุมชนหนึ่งมี 500,000, 500,000, 500,000 บาท ขออนุญาตกลับไปที่เรื่องธนบัตร 1,000 บาทสักครู่ เพราะคุณอาจจะจำได้ว่าหลังการเลือกตั้ง ผมได้พูดถึงเรื่องนี้ และคุณจะสังเกตเห็นว่าผมยึดมั่นในหลักการนี้มาโดยตลอด เราต้องยอมรับว่าหลังโควิด ประเทศของเราเปลี่ยนแปลงไปมาก การใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ก้าวกระโดดไปข้างหน้า ธนาคารโลกถึงกับยกย่องประเทศไทยว่าเป็นผู้นำในการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลของโลก เราไปถึงหมู่บ้านชายแดน ผู้คนก็ยังใช้มัน ผมเห็นพ่อค้าแม่ค้าที่มีรถเร่ ที่เขาเรียกว่ารถ "พุ่มพวง" ขายของตามบ้านเรือน โดยที่ชาวบ้านสแกนคิวอาร์โค้ด ดังนั้น การตัดสินใจยกเลิกธนบัตรมูลค่าสูง เช่น ธนบัตร 1,000 บาท จะต้องสอดคล้องกับการใช้งานแอปพลิเคชันและสกุลเงินดิจิทัลขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าเราเร่งรีบเกินไป ประชาชนจะเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม สังคมไทยได้ก้าวหน้าไปมากแล้วในปัจจุบัน ด้วยการใช้แอปพลิเคชันอย่าง "เป๋าตัง" (แอปเงิน) และอื่นๆ ดังนั้น วันนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะประกาศยกเลิกธนบัตรมูลค่าสูง และผมคิดว่ามันสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ธนาคารกลางเองก็มีสิ่งที่เรียกว่า "แซนด์บ็อกซ์" สำหรับการนำสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางมาใช้ ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลที่ธนาคารกลางจะใช้ในการใช้จ่าย เพราะมันจะไปพร้อมๆ กัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองดูเงินหยวนดิจิทัลในวันนี้ เงินหยวนดิจิทัลมีอัตราดอกเบี้ยแล้ว มันไปไกลขนาดนั้น ดังนั้น ผมคิดว่านี่คือทิศทางที่ดิจิทัลกำลังมุ่งไป ทำไมเราถึงต้องผูกติดอยู่กับธนาคารเก่าๆ เมื่อ 70 หรือ 80 ปีที่แล้ว? วันนี้ทุกคนบอกว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัล และเราก็ใช้เงินดิจิทัลกันอยู่แล้ว แล้วทำไมเรายังต้องผูกติดอยู่กับธนาคารเก่าๆ ล่ะ? นั่นคือเหตุผลที่ผมคิดว่าแนวทางนี้—และผมขอย้ำว่ามันไม่สามารถกำจัดคอร์รัปชันได้ทั้งหมด—จะทำให้การสืบสวนง่ายขึ้นและการยึดทรัพย์ง่ายขึ้น
โอเคครับ ท่านผู้ชมครับ ขอเพิ่มเติมเล็กน้อยจากที่ ดร.มานะ นิมิตมงคล ได้กล่าวไว้ครับ ผมมีนัดอีกแล้ว ขอเวลาสักครู่ครับ ดร.มานะ นิมิตมงคล นักวิชาการและประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ได้มองประเด็นการยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท ที่ ดร.วิโรจน์กล่าวถึง เขาบอกว่ามันเป็นเพียงมาตรการทางเทคนิคเท่านั้น และไม่สามารถทำลายเครือข่ายเหล่านี้ได้ เขาเปรียบเทียบการทุจริตของไทยเหมือนภูเขาน้ำแข็ง... สิ่งที่เราเห็นคือการจ่ายเงินสด แต่นั่นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง รากฐานที่แท้จริงคือระบบอุปถัมภ์ที่ซับซ้อนและเครือข่ายของข้าราชการและนักการเมือง ผมเห็นความคิดเห็นมากมายถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางคนบอกว่า "เฮ้ แนวคิดนี้มีศักยภาพ" ในขณะที่บางคนถามว่า "แล้วคริปโตเคอร์เรนซีล่ะตอนนี้? แล้วบ้าน รถ ทองล่ะ? มีวิธีอื่นในการทุจริตไหม?" ผมจะตอบให้ครับ เมื่อผมคุยเรื่องนี้กับอาจารย์มานะ มันก็เหมือนกับว่า: เงินสดมีสภาพคล่องสูง สามารถโอนได้ทันที ด้วยคริปโตเคอร์เรนซี คุณต้องมีคนที่รู้วิธีใช้มัน ด้วยทองคำ คุณต้องซื้อทองคำเพื่อขายมัน ประเด็นหลักคือ ถ้าคุณซื้อคริปโต คุณก็ใส่เงินไว้ในบัญชี เมื่อคุณซื้อ ระบบจะบันทึกทั้งหมด นั่นคือเหตุผลที่มันง่ายมาก นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าคุณสามารถซื้ออะไรก็ได้ แต่ถ้าเงินเข้าสู่ระบบ มันจะถูกบันทึกทั้งหมด อ่า ดังนั้น เนื่องจากสภาพคล่องของเงินสดสูงที่สุด มันจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำสิ่งต่างๆ นั่นคือความแตกต่าง มันจะทำให้ระบบดีขึ้นทันทีไหม? ไม่ มันจะไม่ มันจะดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ผู้มีอำนาจ ถ้าคุณบังคับใช้กฎหมาย ถ้าคุณยังคงอนุญาตให้มีการเล่นพรรคเล่นพวก ก็จะยังมีช่องโหว่เสมอ แต่ผู้มีอำนาจคือหัวใจสำคัญ ถ้าพวกเขาจริงจังกับการจัดการกับการทุจริต ผู้นำที่ต่อสู้กับการทุจริตจะต้องมีความเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถต่อสู้กับการทุจริตได้ เพราะคุณไม่จริงจัง แต่เราจริงจัง
โอเคครับ ท่านผู้ชมครับ ยังมีข่าวเกี่ยวกับคุณไอซ์ รัชนก เกี่ยวกับการเดินทางไปจังหวัดพะเยาเพื่อขึ้นศาลในคดีหมิ่นประมาท ผมจะอัปเดตสั้นๆ ที่นี่ ยังมีปฏิกิริยาจากร้อยเอกธรรมนัสในคดีนี้ด้วย แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้น ผมขออนุญาตกล่าว... ขอบคุณครับ ยินดีครับ ผมเพิ่งทราบว่า ดร.วรงค์ ไม่เคยออกรายการช่องวันมาก่อนเลย นี่เป็นการออกรายการช่องวันครั้งแรกของ ดร.วรงค์ รู้สึกยินดีที่ได้เห็นท่านในรายการ และขอบคุณครับ อาจารย์ได้รับเชิญเมื่อท่านเป็น ส.ส. หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ท่านได้รับเชิญอีกครั้งในการประชุมสภา ผมยังมีคำถามว่า ถ้าสมมติว่าท่านได้รับเลือกเป็น ส.ส. จะถูกต้องหรือไม่ ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี? นี่เป็นประเด็นสำคัญ เราจะฟังอาจารย์ในภายหลัง แต่ก่อนอื่น วันนี้ผมขอขอบคุณผลิตภัณฑ์ลูกอมซีเรียลพลัส จากบราซิล มี 3 สูตรพร้อมประโยชน์จากวิตามินต่างๆ: ลูกอมซิงค์พลัส วิตามินซี รสส้ม/เลมอน; ลูกอมซิงค์พลัส รูติน รสเบอร์รี่ (แบล็คเคอร์แรนท์); และลูกอมซิงค์พลัส รสสตรอว์เบอร์รี่ ซิงค์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและต่อสู้กับอนุมูลอิสระ หากคุณมีอาการเจ็บคอ ไอ หรือต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน ให้เลือก My Brazil จาก Questa Pharma หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยาทั่วประเทศ My Brazil จาก Great Pharma มีความมั่นคงและยั่งยืนมา 9 ถึง 60 ปีแล้ว ขอบคุณ My Brazil มากๆ ที่อยู่เคียงข้างเรา ต่อเนื่องจาก My Brazil ผมอยากจะคุยกับคุณหมอ/อาจารย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดีๆ นี้: ยาดมสมุนไพร Golden Dragon จากอ้วยอันโอสถ บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ กลิ่นหอมเย็นสดชื่น นี่คือสูตรดั้งเดิม ในขวดสีฟ้าพร้อมฉลากสีเหลือง คุณสามารถดมกลิ่นผ่านบรรจุภัณฑ์ได้ด้วยซ้ำ? แม้แต่บรรจุภัณฑ์ก็มีกลิ่นหอม! ผมเปิดฝา และบรรจุภัณฑ์ก็มีกลิ่นหอมน่าทึ่ง ผมยังคงดมกลิ่น และมือของผมก็เริ่มมีกลิ่น นี่คือ... นี่คือ... มีกลิ่นติดมือของผมอยู่ใช่ไหม? โอ้ จริงหรือ? นั่นคือกลิ่นมือของผม นี่คือสูตรดั้งเดิม กลิ่นนี้หอม กลิ่นนี้หอม แต่ก็มีสูตรดอกไม้หอม ซึ่งได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรพรีเมียมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บรรเทาอาการปวดศีรษะ และมีกลิ่นหอมเย็นสดชื่นจากอ้อย ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่สิ่งที่เราจะแนะนำคือสิ่งนี้: เตาอบ! ว้าว ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการอบเหมือนมืออาชีพ เมนูไหนก็ทำได้ เป็นเตาอบขนาด 100 ลิตร ใหญ่พิเศษ ทำให้คุณอบได้เยอะในครั้งเดียว มีปุ่มควบคุม 4 ปุ่มสำหรับปรับฟังก์ชันได้อย่างอิสระเหมือนมืออาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตอบสนองทุกความต้องการของคุณ ขอบคุณเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่เคียงข้างผมเสมอมา ขอบคุณมากครับ
ต่อไป อาจารย์ศิโรจน์ ก่อนที่ผมจะไป ผมต้องมอบทุกอย่างให้คุณก่อน โอเค ขอบคุณมากครับอาจารย์ ให้คะแนนเล็กน้อย พิเศษเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไรใช่ไหม? มันก็ไม่เลวใช่ไหม? มันก็ไม่เลวใช่ไหม? คุณพูดเหมือนผมมองไม่ทะลุคุณ มันคือ 49 บาท ฝาสีฟ้า ยี่ห้อ Double Goose ยาลดกรด เป็นมาตรฐานสากล หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาส่วนใหญ่ ราคาเพียง 49 บาท หาซื้อได้ง่ายจาก HK Farm Suiko นี่คือยาสำหรับท้องอืด อาหารไม่ย่อย และรักษาลำไส้อักเสบ เป็นยาฆ่าเชื้อในลำไส้ ขอบคุณครับ ยาลดกรด 49 บาท ฝาสีฟ้า ยี่ห้อ Double Goose ขอบคุณมากครับ
ต่อไป เรามีนวัตกรรมใหม่ นี่คือ Braintech Try Screen หน้าจอเสริมสุดล้ำที่สามารถรองรับได้ถึง 4 หน้าจอพร้อมกันด้วยความละเอียด Full HD เชื่อมต่อง่ายสุดๆ เพียงเสียบสาย USB Type-C ก็พร้อมใช้งาน น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ไปที่เพจ Facebook Terital Terigital อย่าพลาด! เมื่อสั่งซื้อ ใช้โค้ด Let's Play AI รับส่วนลดทันที 2,000 บาท มีให้เลือกสองขนาด: 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใช้โค้ด Let's Play AI เพื่อรับส่วนลดทันที ขอบคุณมากครับอาจารย์ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีครับคุณหมอ ขอบคุณครับ บริการซักรีด ไม่ว่า ดร.รงค์ จะอยู่ข้างไหน ถ้าติดต่อมา ก็สามารถใช้ผงซักฟอกของเราได้ บริษัท คลีน คอนเวเนียนท์ เซฟ จำกัด ผู้ผลิตผงซักฟอกสัญชาติไทยที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมายในร้านค้าชั้นนำ รวมถึงแบรนด์อย่าง คุ้มค่า, คลีน (เซเว่น อีเลฟเว่น และโลตัส), แชมป์ (ซีจี เอ็กซ์เพรส), คลีน ดี (บิ๊กซี) และยังรวมถึงน้ำยาดับกลิ่นโถสุขภัณฑ์และน้ำหอมห้องน้ำจาก App Design หากคุณสนใจสั่งซื้อหรือผลิตผงซักฟอกแบรนด์ของคุณเอง ติดต่อเราได้ทุกช่องทางภายใต้ชื่อ ไทย ขอบคุณมากสำหรับการสนับสนุนครับ (ไม่มีการโต้เถียง เป็นเพียงข้อความสั้นๆ ครับอาจารย์) อาจารย์ครับ คุณรีบใช่ไหมครับ ขออีกสักครู่ครับ สักครู่ครับ ในเมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว ก็ไปให้สุดเลย! ไปต่อกันเลย (ดำเนินต่อไป...)
เพิกเฉยต่อคุณไอซ์ รัชนก ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เธอเดินทางไปจังหวัดพะเยาเพื่อรับฟังการพิจารณาคดีหมิ่นประมาทที่ร้อยเอกธรรมนัสเป็นผู้ฟ้อง มีทั้งปฏิกิริยาต่อต้านและชื่นชม เรามาดูภาพบางส่วนกันครับ โอ้ ขอโทษครับ เสียงไม่มา แต่ผมไม่ได้ขายเสียงนะครับ แค่เสียงไม่มาเล่าเรื่อง ผมขออธิบายบรรยากาศแทนแล้วกัน ไอซ์ถูกฟ้อง และพรรคประชาชนไม่มี ส.ส. ในพื้นที่นั้นเลย ดังนั้น พวกเขาจึงไปรับหมายศาล ขึ้นรถกระบะอะไรสักอย่าง เมื่อรถจอด มีคนเรียกให้มาพบ ทันทีที่รถจอด ดังที่คุณเห็นในภาพ ชาวบ้านก็ออกมาเป็นจำนวนมาก มันกลายเป็นประเด็น มีคนพูดว่า "โอ้ พะเยากำลังวุ่นวายหรือเปล่า?" เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี พันโทธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าร่วมด้วย แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ล่ะ? พวกเขากำลังแก้ไขอยู่ใช่ไหม? โอเค ไม่มีปัญหา เราไปกับของคุณ ร้อยเอกธรรมนัส ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาพรรคธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ หลังจากนักข่าวถามว่าเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับการหาเสียงของคุณไอซ์ รัชนก ในจังหวัดพะเยาและการตอบรับที่ดีที่เธอได้รับหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวประมาณนี้ครับ ฟังเสียงครับ เขาบอกว่ามีปัญหา โอ้ คุณจะนอนในคลิปหรือ? ใช่ มันเป็นวันนี้ คนที่พากย์เสียงเข้าโรงพยาบาล โอ้ คนที่บอกว่าอกหัก? โอ้ ท่านผู้ชม ผมขออภัย ผมทำผิดพลาด ผมคิดว่าปัญหาเสียงมีเฉพาะกับการเดินทางของไอซ์เท่านั้น ปัญหาเสียงคือร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า "ผมไปแค่ครั้งเดียว จะเป็นอะไรไป? ทำไมคุณถึงเปลี่ยนเรื่อง? ผมไปแค่หนึ่งวัน" อืม มีฉากที่สะเทือนอารมณ์ โอเค ไม่มีปัญหา อย่าส่งเสียงดังเกินไป ผมต้องไปพะเยา คุณจะไปพะเยาหรือครับอาจารย์? ผมไม่ไป คุณจะไปไหม? คุณอยากไปไหม? ถ้าเราไป เราจะไปกันทั้งหมดไหม? ไม่ เอ่อ คุณหมอยังไม่ได้พูดอะไร คุณหมอยังไม่ได้พูดอะไร และผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ปล่อยคะแนนไม่เพียงพอ ก็กลัวว่าจะต้องไปพะเยา โอ้ ไม่ เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เราเปิดกว้าง ผู้ที่ปล่อยคะแนนไม่เพียงพอ ก็กลัวว่าจะต้องไปพะเยา ใช่ มีปัญหาทางเทคนิค ดังนั้น สุดท้ายนี้ ข้อคิดเห็นปิดท้ายสั้นๆ ครับ อาจารย์ศิโรจน์ ถ้า ดร.วิโรจน์ เข้าร่วมรัฐบาลและต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เขาจะต้องโหวตอย่างถูกต้องหรือไม่? แน่นอนว่าเขาจะต้องโหวต คุณคิดว่าเขาจะโหวตให้นายกรัฐมนตรีคนไหน? อย่าถามคำถามนั้นกับเขา เขาไม่สามารถตอบแบบนั้นได้ เพราะ... ไม่ ไม่ ใช่ไหม? คุณอยากให้เขาตอบอะไร? คุณอยากให้เขาบอกว่าเขาจะโหวตให้พรรคประชาชนหรือ? เขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเขาโหวตให้ยโสธร เขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเขาโหวตให้อนุทิน ผู้คนจะพูดว่า... แต่... มันเป็นคำถามที่ทดสอบสติปัญญาของเขา แต่ ดร.วิโรจน์ ต้องตอบ โอเค ดร.วิโรจน์ ผมคิดว่าผมชัดเจนในจุดยืนของผม เมื่อผมต่อสู้กับใครก็ตาม ผมมีหลักการว่า ถ้าพรรคนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อชาติ เป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ ผมจะไม่สนับสนุนพวกเขา พรรคนี้เป็นพรรคที่กระทำการทุจริตต่อชาติ ซึ่งผมได้ต่อสู้มาโดยตลอด ผมจะไม่สนับสนุนพวกเขา ส่วนที่เหลือจะเป็นอย่างไร... ขึ้นอยู่กับผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล ผมขอย้ำว่า ถ้าพรรคอื่นเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล ผมสามารถพูดคุยกับพวกเขาได้ มันจะเป็นพรรคใดก็ได้ที่นำการจัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นสองพรรค นั่นแหละ ชัดเจน ยกเว้นพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ดร. [อ้างถึงบุคคลเฉพาะ] จะไม่โหวตให้ผม ผมจะไม่เข้าร่วม ผมจะอยู่ในฝ่ายค้าน ตรวจสอบ นี่หมายความว่าผมพร้อมที่จะโหวตให้อนุทิน ผมพูดในภาพรวม ใครจะรู้ว่าใครจะมาอันดับหนึ่งใช่ไหม? ดังนั้น ใครก็ตามที่ขึ้นมา ผมสามารถเจรจาได้ แต่ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ผมได้ต่อสู้มาโดยตลอด ผมจะยืนหยัดในจุดยืนของผม ที่ผมยังคงมองเห็นปัญหาเหล่านี้ ผมพร้อมที่จะตรวจสอบ อันที่จริง ผมคิดว่าจะพูดว่า ดร. [อ้างถึงบุคคลเฉพาะ] โหวตให้อนุทิน แต่ผมกลัวว่าถ้าผมพูดแบบนั้น ผู้คนจะพูดว่า "ว้าว แม้แต่ ดร. [อ้างถึงบุคคลเฉพาะ] ก็ยังโหวตให้อนุทิน แล้วทำไมประชาชนถึงไม่ควรโหวตให้อนุทินแทน?" ผมกลัวแบบนั้น เพราะโดยหลักการ เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร บางครั้งผมมองดูภูมิทัศน์ทางการเมือง และคุณก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ผมจะไม่ผูกมัดตัวเองที่นี่ แต่ผมมีจุดยืนของผมว่าทำไมผมถึงปฏิเสธที่จะร่วมมือกับพรรคนี้หรือพรรคนั้น นั่นคืออุดมการณ์ของผม ตอนนี้ ผมถามคุณหมอ ในฐานะพลเมือง นั่นหมายความว่าคุณไม่กังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหา เช่น เรื่องวุฒิสภา หรือประเด็น "หัวหน้าวุฒิสภา" คุณไม่กังวลเรื่องนั้นใช่ไหม? เพราะบางคนจะโจมตีพรรคสีฟ้าเกี่ยวกับ "หัวหน้าวุฒิสภา" หรือ "หัวหน้าวุฒิสภา" ผมต่อต้านการทุจริต และผมเห็นว่าการตรวจสอบการทุจริตของผมได้ไปไกลมาก ทั้งเกี่ยวกับวุฒิสภาและวุฒิสภา ผมเห็นด้วยและสนับสนุนความจำเป็นในการปฏิรูปวุฒิสภา แต่ควรทำอย่างเปิดเผย แก้ไขหลายประเด็นและมาตราต่างๆ อภิปรายว่าวุฒิสภาใหม่ควรเป็นอย่างไร เพราะมันยุติธรรมต่อประชาชน โอเค และผมอยากจะเน้นย้ำว่า ถ้าผมมีคะแนนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลกับใครก็ตาม แม้แต่ในคณะรัฐมนตรี ผมก็จะยังคงตรวจสอบ โอเค สำหรับ ดร.รงค์ เป็นเวลาหลายปีแล้ว คุณผู้ชมควรจะชัดเจนเกี่ยวกับการต่อสู้กับการทุจริตของเขา โอเค คุณต้องปล่อยอาจารย์โรจน์และอาจารย์ศิโรจน์ ตอนนี้เรามาดูคะแนนกัน เรามี 9,000 เกือบ 10,000 คะแนน คุณสนใจ...? เกี่ยวกับคะแนน "ไม่" 25% สนใจ 69% ไม่สนใจ และ 6% ไม่แน่ใจ ขอบคุณทุกท่านที่โหวต และขอบคุณทั้งสองท่านที่ให้เกียรติรายการ ขอบคุณมากครับ และในวันที่ 8 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คุณหมอจะมาปรากฏตัวในรายการ ขอบคุณมากครับอาจารย์ศิโรจน์ ลาก่อน สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาโต้แย้ง ลาก่อน สวัสดีครับ