Transcription
เช้าวันหนึ่งที่ทำเนียบรัฐบาลไม่มีเสียงประชุม ไม่มีเสียงแถลงข่าว มีเพียงรถบรรทุกเล็ก 2 คันที่กำลังขนเก้าอี้ โต๊ะทำงานและของใช้ส่วนตัวออกจากห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี นี่ไม่ใช่ฉากในภาพยนตร์การเมือง แต่มันคือความจริงของอำนาจ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่ากำลังขนของออกจากห้องทำงานในตึกบัญชาการ ไม่ใช่เพราะย้ายห้อง ไม่ใช่เพราะปรับปรุงสำนักงาน แต่เพราะสมการอำนาจในรัฐบาลเพิ่งเปลี่ยน เมื่ออนุทิน ชาญวีรกูลประกาศปิดรัฐบาลใหม่ เสียงสนับสนุน 291 เสียง และในสมการนั้นไม่มีพรรคกล้าทันทีที่เสร็จ เก้าอี้ก็หมดความหมาย
ภาพรถบรรทุก 2 คันอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงมันคือบทเรียนใหญ่ทางการเมือง เพราะในการเมืองไทย พันธมิตรไม่ใช่คำสาบาน แต่คือข้อตกลงชั่วคราว วันนี้จับมือ พรุ่งนี้แยกทาง วันนี้คือพรรคร่วม พรุ่งนี้อาจเป็นฝ่ายค้าน การเมืองจึงไม่ใช่เรื่องของความรัก แต่เป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์
ประวัติศาสตร์การเมืองทั่วโลกเต็มไปด้วยภาพนี้ ในจักรวรรดิโรมัน วุฒิสมาชิกที่เคยยืนข้างจักรพรรดิ วันหนึ่งก็ถูกผลักออกจากวัง ใน 3 ก๊ก ขุนศึกที่เคยร่วมรบ วันหนึ่งก็กลายเป็นศัตรู และในไทย ตำแหน่งรัฐมนตรีก็เหมือนเก้าอี้ดนตรี เสียงเพลงหยุดเมื่อไหร่ ใครบางคนต้องลุกออกจากวง
ภาพของเก้าอี้ที่ถูกยกขึ้นรถบรรทุก จึงไม่ใช่เพียงเฟอร์นิเจอร์ แต่มันคือซากของอำนาจ มันทำให้นึกถึงวาทะหนึ่ง อำนาจที่ได้มาจากการทรยศ มักจะถูกพรากด้วยการทรยศที่เจ็บปวดกว่าเสมอ เพราะในสนามการเมือง ไม่มีเก้าอี้ตัวไหนเป็นของใครจริงๆ มันเป็นเพียงที่นั่งชั่วคราวที่การเมืองให้ยืมเท่า