📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ปิยบุตร แจงมุมมอง สิ่งที่พรรคประชาชนทำน้อยไป แต่บางสิ่งทำมากไป

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว37:07

Transcription

อ่า คุณปิบุตรเคยบอกก่อนหน้าว่าตั้งแต่หลังเลือกตั้งเป็นต้นมา บางเรื่องทำมากไป >> ครับ >> บางเรื่องทำน้อยไป อันนี้หมายถึงวิจารณ์พรรคส้มเลย >> ครับ >> เออ >> คือที่ทำน้อยไปก็คือเรื่องเนี้ยที่ผมบอกว่าสู้รบน้อยไป แล้วก็ชี้นำความคิดน้อยไป >> สู้รบน้อยไปผมไม่ได้หมายถึงเอาอาวุธไปยิงใส่กันนะ แต่สู้รบหมายถึงว่า อ >> อย่างคดี 44 ส.ส.อ่ะ ผมว่าเราสู้น้อยไป สู้ในทางคดีเขาสู้อยู่แล้วนะครับ สู้ได้ดีด้วย >> สู้ในทางความคิดเหรอ >> แต่สู้ในทางความคิด ในทางสาธารณะว่าคดีนี้มันผิดเพี้ยนยังไง อ >> อือ >> คุณสนยุทธจำได้มั้ยครับ วันที่พรรคอนาคตใหม่โดนคดีหุ้นสื่อของคุณธนาธรโดนคดียุบพรรค อ >> อือ >> ผมเนี่ยออกไปโต้ทุกวันเลย >> อื >> วันที่พรรคก้าวไกล คุณพิธาโดนคดีหุ้นสื่อ ไอทีโดนคดียุบพรรค คุณชัยธวัฒน์โต้ทุกวันเลย >> อือ >> แต่รอบเนี้ยเนี่ยพรรคดูเหมือนไปสู้กันในทางคดีกันหมดอ่ะ แต่มันไม่มีใครแถลงอ่ะ >> อ๋อ ไม่มีใครแถลงยืนสู้อ่ะ ผมหมายความว่า >> ออ >> วันที่คำร้อง ป.ป.ช.ออกมา >> โอ้โห ผมอ่านดูแล้วผมรู้สึก เฮ้ย มันร้อง ร้องอย่างนี้ได้ยังไง >> คือคำร้องใน ป.ป.ช.นี่เขียนแบบว่าพวกคุณเป็นคนล้มล้าง พวกคุณเป็นคนแบบนี้เลยกันหมดเลย ทั้ง 44 คน >> อือ >> คือเขียนแบบเนี้ยเพื่อไม่ให้ศาลกระดิกเลย >> อือ >> คือคุณเขียนอย่างนี้ คุณหมายความว่าอะไร ถ้าศาลบอกว่ายกคำร้อง >> อื >> กลายเป็นศาล ศาลก็ไม่ยึดมั่นด้วยเหรอ อ >> คุณเขียนคำร้องแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ อย่างนี้มันต้อง >> คือมันต้องลุกขึ้นมาแถลงโต้ ป.ป.ช. เออ ทุกวันน่ะ สมัยนั้นผมยืนยันสู้เลย >> หรือคุณเอาไทม์ไลน์ >> อื >> ขึ้นกระดานแถลงข่าว ไทม์ไลน์ขึ้นเลยว่า เฮ้ย ทำไมคดีนี้เลวช้าจัง คดีนี้ติดจรวด >> อื >> เหมือนสมัยผมกับคุณชรวัฒน์ทำเนี่ย เรากางเลยว่า โอ้โห พอเรื่องของเราเข้าเนี่ย เร็ว ด่วนจี๋ เรื่องอื่น >> มันต้องทำให้คนเห็น ผมรู้ว่าในท้ายสุดอาจจะช่วยอะไรไม่ได้ อาจจะแพ้ >> อ้า ผลที่สุดก็แพ้อ่ะ >> แต่คนมันเกิดความคิดว่า เฮ้ย มันไปอย่างนี้ต่อไม่ได้ >> อ๋อ เหมือนกับสภาพคล้ายๆยอม ยอมรับสภาพไป >> ซึ่งซึไม่งั้น >> ทำให้สังคมรู้สึกอย่างงั้น >> เดี๋ยวคนจะเชื่อไปแล้วว่าเป็นเรื่องปกติ >> อ๋อ >> เหมือนก่อนก่อนผมเนี่ย คนก็ถาม คุณเชื่อไปแล้วว่าไม่รอดอ่ะ >> เออ >> แล้วในอนาคตมันก็จะกลายเป็นความจากผิดปกติกลายเป็นสิ่งปกติว่า อ๋อ ถ้าเป็นคดีพรรคส้มนะ >> อ >> โดนหมดรอด >> เตรียมหาคนใหม่ เตรียมตั้งพรรคใหม่ เตรียมหาคนใหม่ เตรียมตั้งใหม่ >> คือ คือ >> ไอ้มันน่ากลัวตรงไหน >> ไม่งั้นต่อไปเนี้ยมันก็จะเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วคนก็จะชินชาว่าเดี๋ยว มันก็โดนอีก มันโง่เอง มันเอาไม้ไปแหย่รังแตนเอง มันโง่เอง เอาแกว่งเท้าขาเชือกเมันจะไปสู่รูปนั้นหมด มันเผลอเอ >> อะไรผิดหลงเอง อะไรแบบเนี้ย มันต้องอธิบายความผิดปกติของกระบวนการนี้ตลอด >> ซึ่งในท้ายที่สุดเราอาจจะแพ้ก็ได้ >> อือ >> แต่คนมันเกิดความคิด คนมันเกิดความโกรธว่า เฮ้ย ทำกันอย่างนี้อีกแล้วเหรอ >> อ๋อ อันนี้ก็เป็นอีกวิธีนึงที่จะต้องปก ความเป็นพรรคกลับขึ้น >> ที่ผมบอกอันเนี้ย สู้ สู้้น้อยไป >> อื สู้น้อย อือ >> ครับ ส่วนชี้นำความคิดน้อยไปก็คือหลายๆ เรื่องเนี่ยมัน ผมว่ามันชี้นำความคิดสังคมได้นะ >> เช่น >> วิกฤตการพลังงานก็ >> อือ >> ผมมันเป็นไปได้อย่างไรที่พรรคอันดับที่ 1 เนี่ย ปรากฏว่าโอ้โห คุณอรรถวิตแกมีอยู่ 2 เสียงอ่ะ >> อื รวมไทยสร้างชาติ >> เอ่อ เสียงแกดังกว่าพรรคประชาชนอีก >> อื >> คุณกร 20 กว่าเสียง เออ ก็ดังกว่า 20 กว่า >> เพราะเราชี้นำน้อยไป >> อื >> ชี้นำก็น้อยไป >> อืม อันนี้ก็คือทำน้อยไป >> ครับ >> อ่า 1 คือการยืนสู้กับหลักการ >> ครับ >> อ่า ต้อง เอ่อ จริงๆมันก็น้อยจริงๆอ่ะ >> อ่าน้อยจริงๆถ้าเทียบกับยุคก่อนหน้า อ้า ใกล้ๆนี่ก็คือสมัยคุณชัยวัฒน์ คุณพิธา >> โอเค้าแถลงแทบจะทุกวันเลยเนี่ย >> ออกสัมภาษณ์ออกรายการแบบ โอ้โหไม่หยุดหย่อนเลยอ่ะ >> เอ่อ รอบนี้มันเหมือนกับ >> ครับ >> เงียบไปเลย >> ไปสู้กันในทางศาลข้อกฎหมายเท่านั้นเอง ครับ >> กับประเด็นเรื่องเค้าเรียกเสียฟอร์ม ความเป็นพรรคอันดับ 1 >> ครับ >> ของฝ่ายค้าน >> ครับ >> น้อยเกินไปถูกมั้ยครับ >> อ่ะ มากไปล่ะ >> ถ้ามากไปเนี่ยผมคิดว่าข้อที่ 1 คือตอนนี้มันเป็นระบบราชการมากเกินไป >> อ >> คือมันเป็นธรรมดาของพรรคการเมืองพอร่างมาสักระยะนึงน่ะ มันเริ่มเป็นบูโรครซี่ เป็นบูโรแครป >> เป็นระบบราชการมากเกินไป คือคุณทำงานประจำ จน >> จนจนวนหลูป >> ไปโฟกัสเป็นงานรูทีน >> อ่า เป็นงาน เช่น อ่า ฤดูกาลหาเสียงมาแล้ว เตรียมทำแคมเปญ เตรียมลงหาเสียง >> อ้า เข้าสภาแล้ว รายงานตัว อ้ายัติใหญ่มาแล้ว แถลงนโยบายต่อเนื่องมาที่ อ่า 151 152 ร่างกระทุมันจะวนอยู่แบบเนี้ย >> เป็นวาระไป >> อ่า ไปเรื่อยๆ >> อื >> การทำงานแบบนี้ไปเรื่อยๆเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ถ้าคนที่อยู่ในพรรคทำแบบนี้มันจะหมด เริ่มหมดแพชชั่นน่ะ เพราะมันรู้สึกอีกแล้ว เทศกาลมาละ เทศกาลมาละ >> อื >> แล้วก็แก้ปัญหาเนี่ย อย่างรอบเนี้ยพอแพ้เลือกตั้งก็เลยไปนั่งรื้อพรรคอีกแล้ว >> อือ >> คือสำหรับผมว่าไอ้บริบทที่เขาสร้างพรรคกันมา ผมว่ามันยังไม่ได้พิสูจน์นะว่าแพ้ อื้อหือ >> คือ การคัดเลือกผู้สมัครรอบเนี้ย หลายคนไปตำหนิเลขาธิการพรรคคุณศิลุทธ อย่างนู้นอย่างนี้ ผมถามจริงเถอะ มันคัดมาไม่ดีดีไม่ดีเนี่ย มันมีอยู่แล้วนะ >> อือ >> แต่ถามว่าโมเดลที่เขาคิดที่จะคัดสรรผู้สมัครเยังไม่ได้ลองเต็มสมบูรณ์เลย เพราะมันเลือกตั้งเร็ว อื >> ตอนแรกเค้าวางเป็นไทม์ไลน์ 4 ปีเจะค่อยๆ คัด >> เลือกไป มันยังไม่ได้ใช้เลย วันนี้ดูที่า เดี๋ยวเปลี่ยนอีกะ >> อือ >> คือมันเลยมันต้องไปนั่งอยู่กับงานจัดการ น่ะ >> อือ >> ในขณะเดียวกัน ผมเรียกร้องงี้ว่าระดับแกนน่ะก็งานจัดการก็ให้มีคนทำไป แต่ระดับแกนน่ะมันต้องเป็นคนขึ้นมาทำในแง่ของความคิดอ่ะ >> อื >> ไม่งั้นมันก็จะไปวนอยู่ตื่นมาอ่ะ พรุ่งนี้ยื่นกาทูพรุ่งนี้ ในขณะเดียวกัน ส.ส.ก็ถูกเสมือนว่าบังคับให้ต้องทำ เพราะไม่งั้นไม่มี KPI >> อื >> เดี๋ยวครั้งหน้าไม่ได้ลง เดี๋ยวไม่มีแสงเลยไม่ดัง คนไม่รู้จักอะไร มันมันวนอยู่แบบเนี้ย >> อือ >> จนหลงลืมว่าสุดท้ายเราเรามารวมตัวกัน เค้าไม่ได้ตั้งใจหลงลืมนะ แต่มันทำงานจนชินน่ะ มันผ่านมา >> คือระบบรันไปจนมันดึงดูดกลายเป็นเรื่องอย่างงี้ไป >> ใช่ๆ >> เออ >> อันนี้ทำมากไป >> เออมันก็นึกภาพออกนะครับ >> มันก็เลยไม่เกิดอะไรที่มันริเริ่มใหญ่ขึ้นมาครับ >> ถูกมั้ย >> ครับ >> เออ อันนี้คือทำมากไปแล้วยิ่งนับวันก็ยิ่งติดไปอยู่ในรูปนี้นะครับ >> ถ้าไม่หลุดเอาไว้ได้ >> คือ คือตอนเนี้ยมันเป็นงูกินหางว่าอุยยิ่ง ต้องทำงานสภายิ่งต้องทำ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว >> เออ >> เดี๋ยวคุณอภิสิทธิ์ขึ้นพูดแต่ละทีเดี๋ยว เราหนีไม่พ้น คือมันมันก็กดดันตัวเองอีก ในขณะที่อีกข้างนึง >> คือ คือตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอธิบายอย่างงี้ แต่ละพรรคเนี่ยเค้าเริ่มมีอัตลักษณ์ของเขาแล้ว >> อ >> จากช่วงนึงเ้ามีวิกฤตการทางอัตลักษณ์แล้ว พรรคซัตลักษณ์เด่น อื >> ตอนนี้มันกำลังจะเริ่มไปสู่ช่วงเวลาที่พรรคต้องมานั่งคิดแล้วตัวเองอัตลักษณ์ตัว เองเป็นอย่างงี้ แต่ในพรรคอื่นตอนเนี้ยเมีละ >> พรรคเพื่อไทยวันนี้ผมว่าชัดแล้ว >> ว่า >> เค้าคงไม่มาพูดเรื่องการเมืองแหลมคม รัฐธรรมนูญอะไรแบบเดิมเหมือนเมื่อก่อนหรอก >> เค้าคงเน้นเรื่อง >> อาจารย์เชน >> ชูอาจารย์เชน >> เป็นหลักแล้วก็เรื่องการเมืองความขัดแย้งไม่ยุ่ง >> อื >> รักทุกคนรักทุกฝ่ายผมเรียกว่าเป็นกลางสุด อ่ะกลางสุดโต่ง >> คือไม่ได้ขวาสุดที่ไหนกลางสุดโต่งไม่ใช่ ขวาสุดซ้ายสุดนี่คือกลางสุด >> อ >> ให้ผมอ่านต่อเนี่ยผมเชื่อว่าอาจารย์เจน พรรคเพื่อไทยน่าจะมองอาจารย์เชนจะสร้างให้เหมือนคุณชัชาติ >> อื >> และอนาคตจะเป็นนายกในลักษณะที่ โอ้ความขัดแย้งมันเยอะต้องเอา >> คนแบบนี้ขึ้นมา >> คนแบบนี้ขึ้นมา อันนี้เค้าชัดแบบเละ >> อือ >> เรื่องเรเชิตเรื่องเสื้อแดงเรื่องอะไรเอาจจะพูดน้อยลงะเรื่องเรื่องประชาธิปไตย สิติมรชนอะไรต่างๆเจะไปเน้นเรื่องการทำงาน โดยเดิมพันอยู่ที่อวกับกระทรวงศึกษา ถ้าเาทำสำเร็จก็ >> อ >> ขึ้นเลยนะครับพระคุณไทยชัดไปแล้วตอนนี้ >> ประชาธิปัตย์พอคุณอภิสิทธิ์มาก็เริ่มขึ้นมาแสดงบทบาทฝ่ายค้าน >> ซึ่งก็เป็นโมเดลซ่อมอยู่เหมือนกันนะ >> ถูกถูกทีเนี้ยพรรคประชาชนจะเอายังไง >> นะถ้าคุณมัวแต่รันแบบระบบราชการแบบเดิม เนี่ยคุณก็เอ้ยตกลงเราคุณก็ไปนั่งคิดแล้ว อุ้ยเดี๋ยวคุณอภิสิทธิ์พูดแล้วเราต้องสู้กับคุณอภิสิทธิ์เราต้องอะไรแบบเนี้ยมันอ >> มันผมว่ามันมันต้องคิดใหญ่กว่านั้นแล้วอ่ะ >> เออเข้าใจ >> ไม่งั้นเพราะคืองานสภาพาเราทำมาแล้ว 2 สมัย >> อื >> ความเซ็กซี่ความน่าตื่นเต้นน่ะมันเริ่มหมด เพราะคนมันเห็นหมดแล้ว >> อือ >> มีข้อมูลมีสไลด์มีอะไรชาร์จมีอะไรต่างๆ แช้อะไรต่างๆ >> อ >> นะมันต้องหาเรื่องอื่นแล้วไม่ใช่แบบเดิม อ่ะแต่ในขณะเดียวกันอุคุณแกก็ไล่หลังมา แล้วตอนเนี้ก็เริ่มสร้างอธิบายกันขึ้นว่า ไอ้แบบที่ สส.ของพรรคประชาชนถืออ่านสไลด์เนี่ยมันไม่เวิร์คนะ มันต้องแบบเค้าอะไรแบบเนี้ยคุณเริ่มตัวโดนกวดโดนไล่กวดอือ >> นะมันจะหนียังไงถ้าถ้ายังรันแบบระบบราชการแบบเดิมเนี่ยมันจะไม่ได้คิดอ่ะมันก็คือทำวันต่อวัน >> อื >> แต่ไม่ได้คิด >> อื >> อือ >> อีกข้อนึงที่ทำมากไป >> ทำมากไปคือผมว่าอ่อนไหวอ่อนไหวมากเกินไป อ่อนไหวต่อโหวตเตอร์เสียงนิยมและวิจารณ์ >> คุณมากเกินไป >> อือ >> พรรคการเมืองการตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งมีคนชอบคนไม่ชอบอยู่แล้ว แม้กระทั่งคนที่เลือกคุณเองอ่ะคุณยังมีตั้งกี่กลุ่ม อ >> อือ >> คนนึงอยากให้ร่วมรัฐบาล คนนึงอยากให้อยู่แบบนี้ >> อือ >> คนนึงเชียร์ให้โหวตแดง คนนึงเชียร์ให้โหวตน้ำเงินตอนครั้งที่แล้ว >> อีกคนนึงบอกให้อยู่เฉยๆอ >> อือ >> แล้วพอวิจารณ์เนี่ยพรรคเราโตมากับโลกออนไลน์โลกโซเชียลอ >> ดังนั้นทุกคนก็จะมีส่วนร่วมสมาชิกพรรคทุกคนมีส่วนร่วมวิพากษ์วิจารณ์กันเต็มไปหมด >> อื >> ผมเป็นฝั่งตรงข้ามนะผมบอกอ้าวจัดการพักส้มเหรอเดี๋ยวเราส่งคนไปวิจารณ์มันสิ >> อื >> ไปคุ้ยแคะมันหรือแค่ขุดๆเรื่องเดิมอะไรมาด่าไปเรื่อยเดี๋มันต้องฟังทีมันโอเปลี่ยนทีฟังทีเปลี่ยนทีฟังทีเปลี่ยนทีอ >> อย่างรอบอย่างรอบรอบเนี้ยไอ้ไอ้เจ้า สส.คนนึงไปเป็นงูเห่าเนี่ยไปบวชคุณอนุทินน่ะ >> ครับ >> ผมก็รู้สึกว่าเฮ้ยคุณจะบอกว่า ผมหวังว่าจะไม่ออกมาขอโทษอีกนะเพราะว่า พรรคประชาชนขอโทษเยอะมากคนจนคนเบื่อแบบมีเรื่องทีขอโทษทีมีเรื่องทีขอโทษ >> เดี๋ยวรนี้ก็เอ๊ะจะมาขอโทษอีกเปล่าว่าคัดเลือกผู้สมังไม่ดีผมมันไม่ต้องขอโทษเลย ตรงกันข้ามคุณเปลี่ยนให้แขเข้มแข็งขึ้น >> ยังไง >> ด้วยการบอกเลยว่าเฮ้ยไอ้เจ้าคนนี้เนี่ย >> อื >> คะแนนเขตเลือกตั้งอุดรธานีอ่ะเขตอำเภอกุมภวาปีเราเฉือนชนะพี่ธีรชัยแสนแก้วเพื่อไทยนิดเดียวเอง >> แล้วมันมาเฉือนเพราะว่านับคะแนน >> นอกเขต >> อื >> นั่นหมายความว่าตั้งสมมุติฐานได้ว่าพี่น้องชาวกุมภวาปีคนอุดรน่าจะเป็นคนทำงานในต่างประเทศหรือทำงานนอกจังหวัดเยอะนี่เราใช้ความวิริยะอุตสาหะของพวกเขามาเทคะแนนให้จนคุณเฉื่อนชนะ >> อือ >> ได้เนี่ยแล้วทำไมคุณทำตัวแบบนี้ >> อือ >> มันไม่ต้องขอโทษประชาชนหรอกครับด่าด่าไอ้เจ้าที่ย้ายพรรคเลย >> เออเออนึกออก >> แล้วไม่พอต้องวิจารณ์ไอ้พรรคที่ซื้อด้วย >> เออ >> เสียงคุณขาดขนาดนี้คุณจะเอาอีกเหรอ >> อ้าเค้าบอกเค้าไม่ได้ซื้อมันมีเหตุผลเลย เสียงเค้าท่วมท้นขนาดนี้จะซื้อทำไม >> คุณอยากคุณไม่อยากสง่างามเลยเหรอ >> ขึ้นมาอย่างสง่างามเลยเหรอคุณแค่นี้คุณจะเอาอีกเหรอมันก็เป็นอย่างเงี้ย >> คือเปลี่ยนโหมดจะแบบยืนเสียใจ >> เออให้มันไอ้นี่ขึ้นมานิดนึงเออ >> ขึ้นมาแบบนักรบหน่อย >> เออ >> ขอโทษจนเฝือแล้วเนี่ย >> เอ่ออ่าคือหลายเรื่องเนี่ยมันเรามีความรู้สึกอ้าเป็นพรรคของประชาชนต้องถ้าเค้าผิดหวังแล้วก็ขอโทษใช่มั้ฮะแต่ในทางมันต้องยืน >> ยืนให้เขาเห็นว่าคุณจะสู้ด้วย >> อื >> อืคือความผิดพลาดของพรรคการเมืองมันมีตลอดเวลายิ่งเป็นพรรคแบบเราเนี่ยเป็นพรรคพรรคประชาชนเนี่ยมันเป็นพรรคเปิดใครๆก็เข้ามาได้ >> อื >> เดี๋ยววันหน้าคุณก็จะมีอีกคนเข้ามาไม่พอใจด่าไม่พอใจออกไปแล้วก็โพสต์ด่ามันมีตลอดเวลา >> รวมถึงคนที่เข้ามาแล้วมีแผลครับ >> ก็ดันไปเปิดเอาไว้ไงมีมีราวไม่มีเทาไงมีส้มไม่มีเท้า >> แล้วคุณไม่มีวันสแกนได้หมดอ่ะเค้าพยายามสแกนนะถ้าผมได้ฟังมาเค้าพยายามตรวจทุกแต่มันหลุดเข้ามาให้ทำไง >> อือ >> ใช่มั้เว้นแต่ว่าคุณจะทำเป็นพรรคปิดเหรอ ถ้าทำเป็นพรรคปิดแล้วค่อยๆไปชวนทีละคนเนี่ยโอ้โหผู้สมัครคุณจะหาครบตอนไหนและถ้าคุณทำเป็นพรรคปิดคุณจะไม่มีช้างเผือกขึ้นมาเต็มนะอย่างวันเนี้ย >> อื >> เนี่ยหมอวาโยเอ่อรักชนก >> อือือ >> หลายต่อหลายคนเข้ามาเนี่ยคือแม้กระทั่งตัวคุณเท้งเนี่ยคุณเทงนี่ยื่นใบสมัครออนไลน์เข้ามานะ >> อื >> เพราะเราทำเป็นพรรคเปิดเราถึงได้คนแบบนี้แต่พรรคเปิดมันก็จะเสี่ยงคุณอาจจะเจอคนอะไรเข้ามา >> อาจจะอาจจะโดนแซะหนักไง >> ครับ >> แล้วคนจ้องจับเยอะ >> ใช่แล้วเราอย่าไปอ่อนไหวเยอะ >> เดี๋ยวนี้มันโอโหพอฟังคนวินามันโดนธรรมดาใน X เนี่ย Twitter ผมก็เข้าไม่รู้มันก็จะเป็นอย่างเงี้ยเป็นเทศกาลการ 2 ฝั่ง >> อ่ะทำไมทำไมล่ะพรรคประชาชนโดนเยอะอ้ามันก็ต้องมีมุมแปลว่าเราก็เป็นแผลเหมือนกัน >> คือเพราะว่าผมเชื่ออย่างงี้อ่ะข้อที่ 1 พอเราวาง ไม่ใช่วางอ่ะเนาะแต่มันเป็นทำให้สังคมเชื่อไปว่าคุณแบบ >> อื >> มีจริยธรรมคุณธรรมศีลธรรมในทางการเมืองมากกว่านักการเมืองอื่นๆ >> อ >> ด้วยการสร้างมาตรฐานนู่นนี่นั่นต่างๆนานาเป็นไปหมดเพราะเราอยากจะเปลี่ยนการเมืองไทยให้มันดีขึ้นด้วยไม่อยากแบบเป็นนักการเมืองแบบเดิมๆ >> ครับ >> พอวางไว้สูงปุ๊บเนี่ยฝั่งตรงข้ามเ้าบอกวิธีทำลายก็ต้องพูดอย่างงี้สิมันก็มีเหมือนกัน >> ก็ต้องไปหามาสัก 1 หน่วย >> 1 หน่วย 2 หน่วย 1 หน่วย 2 หน่วยบางคนพ้นจากสมาชิกพรรคไปแล้วนะ >> บางคนไม่ได้เป็นผู้สมัครไม่ได้เป็นอาสา สมัครเป็นอะไรเงี้ย >> แค่มีเรื่อง 1 อันตีฟูได้เลยทันที >> เออ >> มันก็จะเป็นแบบเนี้ยทุกครั้ง >> มันต้องทำยังไง >> ผมมองอย่างงี้คือ >> คือมันต้องมีถูกมั้ย >> มันจะเป็นเรื่องธรรมดาคุณจะคัดคนยังไงถ้าเปิดเข้ามาบางคนสมมุติผมเป็นมิจฉาชีพผมเข้ามาเข้ามาเสร็จแล้วผมแสดงตัวเป็นมิจฉาชีพเลยเพื่อให้พรรคโดนด่ามันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นอือ >> นะฮะดังนั้นอย่าไปอ่อนไหวจนเกินไป >> นะชี้แจงเป็นครั้งเป็นคาตอนมันเกิดเรื่องก็จบ >> อือ >> เผลอๆอาจจะต้องทำความเข้าใจในแง่ความคิดแบบนี้ด้วยว่าเราเป็นพรรคเปิดเรามีโอกาสสุ่มเสี่ยงที่จะเจอแบบนี้ >> อื >> แต่ถ้าเราไม่ทำพรรคเปิดเราจะมีสส.แบบมีคุณภาพเข้ามามั้ยเวทน้ำหนักนะคุณสยุทธ์คุณเฟิร์นคนการพักเปิดแบบนี้ที่เราทำเนี่ย >> อือ >> มันให้คนมีความสามารถเข้ามามากกว่า >> เอาแบบนะ >> เออ >> คือเปิดกันตรงๆเลย >> อธิบายเหตุผลไปเลยว่าเราเป็นพรรคเปิดไง ใช่ >> เพราะฉะนั้น >> เราก็พยายามคัดแต่มันหลุดเข้ามาก็ >> อ้าถ้าหลุดก็จัดการ >> ก็จัดการออกอื >> อ้าไม่ต้องอ้าขอโทษนะที่อะไรเงี้ย >> ครับ >> ขอโทษเป็นบ่อยมากเลยเนี่ย >> ครับ >> ะ >> แล้วมันเลยดูอ่อนอ่อนอ่อนไหวกับเสียงมวลชนคือโหวตเตอร์พรรคตัวเองก็มันมีหลายคนไง >> อื >> แล้วพอพรรคเราโตมาจากโตมาจากโลกโซเชียล น่ะอ่ะสส.บางท่านอาจจะเล่นไถดูอุ้ยเห็นคนนี้ด่า >> อือๆ >> ใจแป้วเลยไอ้อีกบางคนบอกผมเดินอยู่พื้น ที่ไม่เห็นโดนด่าเลย >> อือ >> คือเราจะเอามาวัดตรงไหนมาวัด >> ผมก็ตัดสินใจถ้าเดินแบบนี้ก็เดินถ้าเชื่อว่าพรรคทำแบบนี้ถูกต้องตามอุดมการณ์ความคิดตัดสินใจแล้วก็เดินแล้วก็ >> คุณิยบุตรมาวิจารณ์พรรคประชาชนพรรคส้มเอา กันตรงๆเลยเนี่ย >> ครับ >> ถูกมั้ย >> ครับ >> เอ่อเออมันก็มีมุมนะครับ >> มันก็เลยดูแบบอ่อมอ่ะ >> ครับ >> นึกออกใช่มั้ยอวดตัวว่า 1 2 3 4 5 ซึ่งเป็นที่มาของไอ้มรสุมที่เข้ามา >> ครับ >> ทำไมไม่พูดถึงจุดแข็งว่าวิธีระบบเปิด >> ครับ >> เราถึงได้ใครต่อใครคุณเทียบให้คนเห็นเลย ถ้าเกิดคุณให้คุณปิดหรือไปใช้ลูกบ้านใหญ่เอามั้ยไม่เอาอีก >> เราจะมีนักการเมืองพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมาเต็มสภาเหรอครับ >> อือ >> ก็เพราะเราเป็นพรรคเปิดแบบนี้ไง >> เพียงแต่มันมีข้อบกพร่องก็มันมีคนไม่ดีเข้ามาซึ่งเราก็เตะออกไปแล้วจบ อ่ะทั้งหมดนี้จะแก้ทันมั้ยถ้าเอาความคิดคุณปิยบุตรที่จะไปเสนอคงจะต้องไปบรรยายใช่มั้ย >> ไม่ได้ไปครับไม่ได้ไปเค้าไม่ได้เชิญครับ ไม่มีการเชิญ >> เค้าโกรธถึงขนาดไม่เชิญเหรอ >> ไม่ได้โกรธกัน >> ก็เป็นเพื่อนกันทุกคนเป็นเพื่อนพี่น้องกันหมดครับในพระ >> ผมว่าใจผมเนี่ยถ้าผมมองเข้าไปคือในทางกฎหมายนะพวกผมยุ่งไม่ได้อยู่แล้ว >> อ้าใช่เข้าใจอื >> ทีเนี้ยผมก็บอกอ้าคุณก็ยังแอบไปพูดไปคุยอะไรได้นี่ >> ผมว่ามันก็มันก็ไม่ค่อยถูกด้วยเพราะอะไรรู้มั้ย >> เพราะในท้ายที่สุดเนี่ยเนี่ย คนที่เป็นผู้บริหารพรรคเค้ายืนอยู่ข้างหน้า >> อือ >> เค้าตัดสินใจอะไรถูกผิดเค้าต้องเป็นคนรับผิดชอบอ >> อือ >> คนเค้าไม่ได้มาด่าพวกผม >> อ้าก็ด่าทางโน้น >> ถูกมั้ยฮะดังนั้นเนี่ย >> ก็ต้องให้เค้ามีอำนาจขึ้นมาแล้วก็บริหารจัดการเราก็ทำได้แค่เสนอความเห็นนะครับซึ่ง >> อ้าคนมองว่าไอ้คณะนี่แหละที่ไปอยู่เบื้องหลัง MOA นี่ไม่ใช่ใช่มั้ยไม่ได้ทำอะไรเลยครับถ้าเธออยู่จริงต้องร่วมรัฐบาลแบบที่ผมบอก >> เอ่อถ้าสามารถจะบงการได้เนี่ยร่วมรัฐบาลต้องเป็น >> ปานี้จะไม่เป็นแบบนี้ >> ต้องเป็นแกนนำจัดทั้งรัฐบาล >> วันนี้อาจจะยังเป็นรัฐบาลอยู่เลยเนี่ย >> ก็อาจจะเป็นไปได้ครับแต่เพราะว่าผมเชื่อว่าถ้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเนี่ย >> อ >> อ่ะมหาดถ้าคุณไม่ได้นายกคุณก็ต้องได้มหาดไทย >> อื >> ถ้าคุณได้มหาดไทยคุณก็ต้องคุม >> อื >> พรรคสีส้มเนี่ยไม่รู้จักหรอกว่าใครเป็นผู้ว่าในอำเภอ >> อือื >> คนไหนฝ่ายไหนไม่รู้หรอกแต่อย่างน้อยที่สุด >> มันบล็อกไม่ให้มีการย้ายได้อยู่เฉยๆ >> อื >> ถูกมั้แต่บางคนเเก่งกว่าเ้ามาเโยกเป็นคนนั้นคนนี้ >> ไอ้พักองค์ความรู้เรื่องว่าใครเป็นสีไหนข้าราชการไม่น่าจะมี >> แต่อย่างน้อยไม่ย้ายใครทั้งสิ้นให้ทุกคน >> เป็นกลางอือ >> คือบังเอิญเลือกตั้งรอบนี้ กกต.ใช้มหาดไทยเยอะ >> ครับ >> เมื่อเทียบกับอดีตที่ไปใช้ศึกษาบ้าง สาสุขบ้าง >> ครับ >> อ่าก็อ่ะเพราะฉะนั้นมันผ่านไปแล้วก็ยืนยันว่าถ้าอยู่บงการอยู่จริงป่านนี้ >> เป็นแกนนำรัฐบาลไปแล้ว >> ครับน่าจะผมวงการได้จริง >> แต่สุดท้ายผมยังมีผมมีความหวังจริงๆคุณ สยุทธคุณ >> มีจริงๆใช่มั้คือที่พูดมาทั้งหมดเนี่ยมัน กลายเป็น >> มันเปลี่ยนยากมั้ยมันฝังรากไปแล้วมั้ไอ้ ที่วัฒนธรรมรูทีน >> กลายเป็นอ่อมไม่มีสปสประสบการณ์ทางการเมืองสูญเสียความมั่นใจแล้วมันจะกระทบไปหมดเรื่องการตรวจสอบกลายเป็นเค้าเรียกภาษาอะไรเด็กๆทำงานไม่เป็นมันเป็นอารมณ์นั้นมั้ย >> จริงๆไอ้ไๆอารมณ์ของที่บอกว่าเป็นเด็กหัวร้อนอะไรอย่างเงี้ยผมว่าค่อยๆลดลงไปแล้ว เพราะครั้งที่แล้วเนี่ยเค้าเตรียมพร้อมจะเป็นรัฐบาลเเปิดผู้บริหารอาชีพอะไรมาเต็ม เนาะ >> อือ >> ผมว่าครั้งเนี้ยมันคือการแพ้เลือกตั้งเนี่ยมันทำให้ได้ฉุกคิดว่าเฮ้ยตกลงเราจะเอาอะไรกันต่อดีใช่มั้ยครับเอ่อในขณะเดียวกันพอโดนตัดสิทธิ์กันหลายๆคนเนี่ยมันก็ถึงเวลาต้องทบทวนแล้วว่าอ >> เอ๊ะแล้วถ้าโดนกันไปอีกบ่อยๆเนี่ยรุ่นที่ จะขึ้นมาต่อๆมาเนี่ยอนาคตจะเป็นรุ่นที่ 5 รุ่นที่ 6 หรือเปล่าไม่รู้เนี่ยตกลงแล้วเข็มมุ่งทิศทางมันยังคิดเหมือนกันอยู่นะ >> อื >> คนที่เข้ามาใหม่ๆเข้ามาสมัครส.ส.เนี่ยยังคิดเหมือนกันอยู่นะ >> อื >> หรือว่าณวันนี้ท่องกันเป็นสูตรคูณว่า สมัครสัมภาษณ์ทีนึงก็เปลี่ยนแปลงเปลี่ยน แปลงแต่ในใจคุณคิดจริงๆมั้ยหรือหรือคุณคุณมาหาที่ทำงานมาหาการเป็นส.ส.แบบเนี้ย >> มันมัน คือมันคือความเป็นพรรคการเมืองมันต้องมีอ่ะ >> อื >> ณวันนี้มันเหมือนกับแบบ มาอาศัยกันแล้วก็ไปทำนู่นทำนี่มันมันต้องมีสปิริตของความเป็นการอยู่ร่วมกันน่ะของความเป็นพรรคอ่ะ >> อือ >> อื >> อ่ะอันนี้เป็นการกระตุกด่าแรงๆเลยนะเนี่ย >> ไม่ขนาดนั้นครับผมยังรักทุกคนเหมือนเดิม เข้าใจเข้าใจแต่ฟังดูก็ไม่ค่อยมีโอกาสที่ได้เห็นการวิจารณ์ตรงไปตรงมาแบบนี้ >> คือ >> อ่าเป็นการวิจารณ์พรรคประชาชนเองเนี่ย โหวตโหวตเตอร์พรรคบางคนที่ไม่ค่อยชอบผมเนี่ยเค้าก็จะชอบวิจารณ์ผมตำหนิผมบอกว่าทำไมผมชอบมาพูดข้างนอกทำไมคุณไม่พูดข้างใน >> เนาะผมเรียนแบบนี้การพูดข้างนอกแบบผมนะ >> มันจะมีประโยชน์อยู่ 2 ข้อข้อที่ 1 คือผมไม่ใช่สมาชิกพรรคอ >> อื >> ผมไม่สามารถเข้าไปสั่งไปครอบไปงำอะไรได้ถูกมั้ย >> อืออือ >> การที่ผมเอามาแสดงข้างนอกมันจะช่วยที่ทำ ให้ >> อื >> คนทั้งหมด >> รับทราบตรงกันทีเดียว >> อื >> นะฮะ >> อื >> ถ้าเกิดผมเป็นผู้บริหารพรรคอยู่ข้างในเหมือนเดิมเนี่ยแล้วผมเอามาด่าข้างนอกอ่ะอย่างเงี้ยว่าไปอย่างอ >> แต่ผมเป็นคนนอกแล้วต้องเชื่อจริงๆว่าผมเป็นคนนอกบางคนบอกก็คุณก็เป็นคนในมันต้องเชื่อก่อนว่าผมเป็นคนนอกจริงๆ >> พอผมเป็นคนนอกผมก็วิพากษ์วิจารณ์แต่การวิพากษ์วิจารณ์เพื่ออะไร >> เพื่อให้มันเกิดความคิดชี้นำ >> อื >> กับผู้สนับสนุนพรรค >> อื >> กับแกนนำพรรคกับกองเชียร์พรรคด้วยว่าเออ ตอนนี้ทิศทางมันเป็นแบบนี้มันถึงคราวต้องต้องรีฟอร์มอย่างไรในช่วงเวลาที่เราเป็นฝ่ายค้านในสภาสมัยนี้นะ >> ฟังด้อมที่ด่าล่ะ >> ครับก็นี่เค้าเคงด่าผมแน่นแน่ๆละมาพูดทำไมอะไรต่างๆนานา >> เอ่อไม่วันนี้วันนี้เท่าที่ฟังดูเป็นยังบวกอยู่ >> ครับ >> เอาฟังที่จะด่าเชิญเข้ามาหน่อยเร็วจะได้เอามาถามเอ่อทันนี้ >> แล้วคนที่จะด่าเช่นอะไรพี่ยุทธเจะบอกว่า >> แล้วทำไมสมัยเอตอนเอ็งไม่ทำก็ผมยอมรับเลยว่าสมัยผมมันง่ายกว่าสมัยง่ายกว่า >> ง่ายกว่าครับโอหตอนเราตั้งพัฒนาใหม่มันยากตรงที่ว่ามันเหนื่อยตรงที่ว่ามันเริ่มจากบูก้อนอิฐก้อนหินแรกๆมันใช้พละกำลังเยอะในการเริ่มอ >> แต่ทิศทางการต่อสู้การประเมินสถานการณ์มันง่ายกว่า >> อือ >> เพราะเรารู้แล้วเราสู้กับอะไร >> อือ >> แต่พอมารอบเนี้ยมันอหือต้องเป็นรัฐบาล >> อื >> นะฮะก็เลยหนักขึ้น >> นี่ยังไม่นับคืออาจจะเกิดขึ้นเพราะความใหญ่ >> ครับแล้วพรรคมันใหญ่ขึ้นด้วย >> อ่าความใหญ่แล้วก็อาจจะผิดพลาดอะไรก็ตามทีเถอะผิดพลาดน่ะ >> ไอ้ความใหญ่อ่ะจริงๆสิทธิ์เก่าที่ไปทำให้พรรคมีปัญหานี่เต็มไปหมดเลยนะ >> ครับอย่างอย่างเนี่ยคนที่ออกกันไปอย่าง เงี้ยนะฮะ >> คุณสรยุทธ >> เราก็ ประชาชนก็มาตำหนิพรรคบอกคุณคัดมายังไง ทำไมมีแต่งูเห่า >> ทุกสมัยต้องมีอีก >> อ >> ในทางกลับกันเนี่ยเราต้องใช้โอกาสเนี่ยอธิบายว่าไอ้ระบบงูเห่ามันเกิดจาก eคosystemทางการเมืองแบบปัจจุบัน >> อือื >> มาตำหนิคนถูกซื้อบอกว่าคัดภาษาอะไรผมพูดจริงๆคุณสยุทธคุณเบิร์นคัดให้ตายเดี๋ยวมันก็จะมีเพราะเราไม่มีทางรู้หรอกของแบบนี้มันความโลภเนี่ยมันวัดกันไม่ได้นะครับตอนสัมภาษณ์เราจะไปรู้ได้ไงว่า >> อื >> อยู่ดีๆให้ 1 ล้านไม่ไป 5 ล้านไม่ไป 10 ล้านไม่ไป 20 ล้านอุ้ย >> เฮ้ยเฮ้ยบ้านมีหนี้เว้ยเฮ้ยเฮ้ยหรืออยู่ ที่นี่แล้วมันไม่ได้รับการโปรโมทเลยไปอยู่ ที่นู่นได้รับการโปรโมทกิเลสตัณหาของมนุษย์มันสุดยากแท้อย่างถึงอ >> ดังนั้นคุณคัดมาให้ตายวันข้างหน้ามันก็จะเกิดขึ้นอีก >> แต่ในทางกลับกันถ้าคุณไม่อยากให้มีงูเห่าใช่มั้ยวิธีการคือเอามั้ยให้พรรคบริหารแบบเบ็ดเสร็จ >> อื >> จ่ายเงินเดือนทุกคน >> อื >> ไปคอร์รัปชั่นมาจนมีเงินทำงานการเมืองแล้วจ่ายเงินเดือนเลี้ยงสส.ทุกคนเดือนละ 300,000 500,000 มีเงินเพิ่มอ้าวอย่างเงี้ยงูไม่เกิด >> อ่าบอกให้เอามาพูดแบบนี้ >> เออหรือไปเสียบเป็นรัฐบาลทุกครั้งเพื่อเอาอำนาจรัฐจะได้มาเลี้ยงดูไอ้พวกสส.พวกนี้จะได้ไม่ต้องเป็นงู >> อือ >> ผมก็ต้องถามโหวตเตอร์พรรคต้องการให้พรรคเป็นแบบนี้หรือ >> อือ >> ก็เพราะเราไม่เป็นแบบนี้ไงมันถึงโดยสภาพมันเลยมีคนมาล่อซื้อเอาออกไป >> หรืออย่างที่ออกไปแล้วด่าพรรค >> เออ >> เช่นคุณแก้วตาเงี้ย >> ครับ >> แล้วก็อีกหลายคนนะ >> รอบนี้จะมีหลายคนเพียงแต่ที่ดังหน่อยคือคุณแก้วตา >> ครับ >> เออนี่ไง >> ก็ >> นี่ถึงขนาดจะทำพรรคโดนยุบไปเนี่ย สเปคเตอร์ซเนี่ย >> ครับคือหลายเรื่องเนี่ยมันก็มันก็มันก็เวลาออกมาเนี่ยก็ชี้แจงแล้วเก็อธิบายก็ทำหน้าที่ชี้แจงแต่ว่ามันต้องอธิบายในมุมคือคืออย่างงี้ผมกำลังอธิบายว่า >> คุณชี้แจงหน้าข่าวเป็นวันต่อวันถูกมั้ยแต่อีกด้านนึงคุณต้องคอยยกระดับความคิดคนขึ้น >> อื >> ยกระดับความคิดคนขึ้นผมหมายด่าว่าพรรคไม่ดีพรรคอย่างนู้นพรรคคัดคนไม่ดีตรงนั้นเป็นแต่คุณต้องยกระดับความคิดขึ้นว่า >> ไอ้การแตกออกจากพรรคเนี่ยมันเกิดจากการที่เราตั้งใจทำพรรคแบบนี้ไง >> อ >> พรรคที่เราไม่สามารถการันตีให้ทุกคนเป็นสส.ตลอดกาล >> อื >> พรรคที่เราเป็นพรรคเปิดอาจจะมีคนดีคนไม่ดีคนโลภโมโทสันโผล่เข้ามาอะไรอย่างเงี้ย >> คือมันมันต้องพยายามชวนให้คนคิดว่าเพราะเราทำการเมืองแบบนี้มันถึงมีอุบัติเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นได้ >> อื >> ถ้าหากเราทำพรรคแบบที่เขา้าทำกันมาเนี่ยโอ้โหผมว่ามันอยู่ตลอดรอดฝั่งตั้งแต่เริ่มแล้วครับไม่เจออุบัติเหตุเยอะขนาดนี้หรอก >> อื คือพูดตรงๆเลยต่อไปนี้เกิดเรื่องอะไรอ๋อเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เพราะระบบมันเป็นอย่างงี้ >> แต่แต่มันไม่ใช่อธิบายแบบง่ายๆแบบนี้นะ พี่มันต้องอธิบายเช่นอ่ะอย่างเช่น >> ตอนสมัยผมเนี่ยผมโหผมรุ่นผมเนี่ยโดนซื้อ งูเยอะที่สุดรุ่นอนาคตใหม่ >> อ >> ถ้าจำได้ผมไม่ได้ไปขอโทษประชาชนนะ >> อือ >> เออ >> ผมอธิบายว่าถ้าต้องการไม่ให้มีงูเห่าเนี่ย >> อือ >> ผมต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเลี้ยงดูสส. อื >> อ่าผมจะต้องเข้าไปเป็นรัฐบาลสถานเดียวเพราะเป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง >> อื >> มั้ยเราต้องอธิบายแบบเนี้ยเพื่อให้คนมันเห็นว่าอ๋อก็แสดงว่าคนที่ไปเค้าเคงไม่ อยากยืนกับเรา >> อือๆ >> แล้วก็รัฐธรรมนูญ 60 ที่ยั่วให้คนย้ายพรรคได้ >> อะไรนะยก >> ย้ายฝั่งได้โดยไม่หลุดจากสส.เนี่ย >> สามารถจะไปอยู่อีกพักนึงโดย >> อ >> ลงมติสวนได้ทุกอย่างเลย >> มันสำหรับผมเนี่ยมันเป็นเรื่องน่ารังเกียจน่าอัปปลักษณ์ที่สุดในระบบรัฐสภาทั่วโลกเลยนะ >> อื >> ชื่อคุณอยู่อีกพักนึงอ่ะแล้วคุณไปนั่งอีกพักนึงแล้วคุณยกมือให้ได้ทุกวันอ >> แล้วทำกันอย่างี้จน >> ตอน 62 ทำกันเนี่ยทุกคนตกใจนะเฮ้ยมันมีอย่างงี้ด้วยเหรอเฮ้ยหลังๆดูเหมือนเป็นเรื่องปกติอ >> อื >> อ่ะคราวนี้พูดถึงพรรคประชาชนแล้วเดี๋ยวรอ ดูวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ >> ที่เ้าจะประชุมประจำปี >> อันนี้เหมือนฝากให้เ้าไปคิด >> ก็เชื่อมั่นผู้บริหารใหม่ครับผมก็เค้าจะคัดใครมาเป็นผู้บริหารใหม่ก็ต้องให้โอกาสเค้า >> เอ่อทานี้ไปทางพรรคคู่แข่งบ้าง >> ครับ >> มองพรรคอ่อพรรคแดงนี่จะแวะไปหาเค้าหน่อยมั้ยเหมือนกับตั้งแต่มีปัญหากันที่ไปเฉือนเค้าตอนที่ชนะเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็เกิดปัญหาเรื่อง MOU ครับ >> ล่ม >> ครับ >> แล้วพรรค 2 พรรคนี้คงไม่มีวันจะดีกันใช่ มั้ย >> ผมว่าพรรคการเมืองทุกพรรคมันในงานในสภา มันก็เป็นมิตรภาพกันได้อยู่แล้วเพียงแต่ เล่นกันคนละบทบาทคนนี้เป็นรัฐบาลคนนี้เป็นฝ่ายค้าน >> ไม่ในทางการเมืองเนี่ยจะเห็นว่าจริงๆฝั่งผู้สนับสนุนนะแกนนำผมไม่รู้นะครับ >> เอ่อพรรคแดงเนี่ยเค้าจะบี้พรรคคุณหนักกว่าพรรคน้ำเงินอีกนะ >> ครับ >> เป็นอย่างงั้นมั้ย >> ก็ก็เท่าที่ดูในในโลกออนไลน์มันจะเป็นทิศทางแบบนั้นแต่ผมว่า >> อ >> ผู้สนับสนุนพรรคฝั่งไหนต่อฝั่งไหนอะไรก็ว่ากันไปนะครับ >> หรือพรรคผู้สนับสนุนส้มก็ไปบี้เค้ามากเหมือนกัน >> แกนนำพรรคเนี่ยต้องยืนไว้ >> อื >> คือการทำงานในทางการเมืองณเวลาเนี้ย >> อื >> ไม่มีทางที่คุณจะณช่วงเวลาระยะสั้นเนี่ยคุณยังไปไม่ถึง 50% >> อื >> สุดท้ายมันจะต้องเกิดการร่วมรัฐบาล >> อืครับ >> มันต้องเกิดการร่วมดังนั้นพรรคการเมืองโดยสภาพเนี่ยความคิดไม่ตรงกันบทบาทไม่ตรงกันก็ก็ทำตามหน้าที่ >> อื >> แต่มันไม่ได้หมายความว่าเอ๊ะมันจะต้องแบบอื้อหือท้าตีท้าต่อยกับทุกพรรคตลอดเวลา >> อืออื >> นะผมเชื่อว่าผมเชื่อว่าแต่ในขณะก่อนก็ไม่ ได้หมายความว่าโหคุณไปได้หมดเลยนะ >> อือ >> คือถ้าให้ผมสรุปคือมันต้องชัดเจนในความคิดน่ะ >> ชัดเจนในความคิด >> แต่เป็นมิตร >> มิตรภาพได้กับทุกคนน่ะ >> อื >> เพราะระบบรัฐสภาคุณหยุทธคุณเวรคุณต้องคุยกับคนไม่รู้เท่าไหร่อ่ะคุณเป็นประธานกรรมาธิการเนี่ยถ้าคุณไม่ประคองกรรมาธิการซึ่งมาจากหลากหลายพรรคได้นะเค้ารวมหัวกันโหวตล้มคุณเรียบร้อยละ >> อหรือคุณเข้าร่างพรบ.เข้าเนี่ยมันโอ้คือรัฐสภาระบบรัฐสภามันถูกออกแบบมาเพื่อให้บังคับให้คนประณีประนอมอยู่แล้ว >> อือ >> คุณจะ radical มาจากไหนเนี่ยแต่ถูกคุณจับเข้ากล่องเนี้ย >> อื >> มันจะถูกบังคับให้ปณีนอมโดยสภาพ >> อื >> อ้าเพราะฉะนอันนี้ก็เหมือนกันคือการเมืองก็ต้องไม่ตึงเหมือนกับว่าเราดีอยู่คนเดียว >> ไม่มีมิตรเลยอย่างงั้นมั้ย >> ครับคืออารมณ์การหมั่นไส้กันเนี่ยมันก็คงมีเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวเตอร์มันเห็นแล้วมันรู้สึกเอ๊ะทำไมมัน >> พระเอกนางเอกดีอยู่คนเดียวอะไรแบบเนี้ย คือแต่ผมดูการสื่อสารเค้าก็ไม่ได้ชี้ไปขนาดนั้นเนาะ >> เอ่อคือหลังๆมันหนักเพราะว่าตั้งแต่ยกให้อนุทิน >> อ่า >> ครับ >> แล้วก็หลังจากนั้นก็ลุกรามบานปลายแต่ว่าอันนี้ตะกี้ผมย้อนกลับไปต้นๆอีกข้อนึงสำหรับพักส้มคืออย่าเที่ยวไปพูดอะไรผูกมัด >> ครับ >> มันเห็นหลายทีใช่มั้ย >> คือ >> เอามุมนึงก็เป็นบวกนะเค้าเกังเค้าเคิดเรื่องนี้เยอะครับเรื่องคิดแบบไหนพูดแบบนั้นแล้วก็อะไรนะพูดไปแล้วจะต้องไม่ตระบัดสัตว์นะครับ >> อนั้นทางแก้มก็คือคุณก็อย่าไปพูดอะไรที่เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนเยอะ >> เงื่อนไขบังคับก่อนเยอะเพราะในทางการเมืองมันจะอ >> คือคุณเดินของคุณน่ะแต่คุณอย่าไปเพราะถ้าผมเป็นฝั่งตรงข้ามนะผมก็ล่อให้คุณวางเงื่อนไขบังคับก่อนไปหมดแล้วถ้าเลือกตั้งคุณได้ 35% >> คุณก็จะไม่มีโอกาส >> คุณก็ไม่มีโอกาสเป็น >> อื >> ใช่มั้เว้นแต่โหคุณทะยานเกิน >> อ้าอีกมุมนึงบอกเป็นการชัดเจนในจุดยืนอย่างงั้นได้มั้ย คือมันรัฐบาลระบบรัฐสภา >> อ่ะอยู่บนโลกของความเป็นจริง >> เออคือสำหรับผมเนี่ยมันคือขั้วทางการเมืองอ่ะ >> อือฮึ >> ในระบบรัฐภาในต่างประเทศน่ะถ้ามันเป็นอ่ะพรรคฝ่ายขวากับพรรคฝ่ายซ้ายมันก็ชัดอยู่แล้วว่ามันคงไม่มาเจอกันแน่อ >> อือๆ >> แต่ถึงกันนั้นมันก็เคยมีบางจังหวะที่ขวา กับซ้ายมารวมกันเป็นมโลกาศซึ่งนานๆมาที แต่โดยสภาพมันก็อยู่กันคนละขั้ว >> อ >> ดังนั้นถ้ามันจะแยกจากกันโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดกันล่วงหน้าเนี่ยให้มันมาจากจุดยืนทางความคิดว่าพรรคแบบนี้มันคงไม่ร่วม >> อื >> กับพรรคแบบนี้หรอกเพราะมันคนละเฉดนะแต่ มันไม่ใช่เกิดจากแบบโอ้โหมานั่งติ๊กทีละเขตอ้าตอนนี้มี 10 พรรคที่ลงเลือกตั้งติ๊กทีละอันทีละอันไอ้นี่ไม่เอาไอ้นี่ไม่เอาไม่เอาแล้วพอเป็นอย่างงี้เดี๋เลือกตั้งครั้งหน้าสื่อสารมวลชนก็ถามอีกมี 10 พรรคคุณกาให้ดูหน่อยซิคุณ >> อ >> คุณร่วมพรรคไหน >> ถ้าผมเป็นฝั่งตรงข้ามกับพรรคประช >> อื >> ให้มันติ๊กหลอกให้มันติ๊กหลอกให้มันประกาศจบตั้งรัฐบาลไม่ได้ละ >> อื >> อื >> เอาเพราะฉะนั้นอยู่กับความเป็นจริง >> ผมว่าแบ่งแบ่งแยกกันเป็นพรรคเนี่ยคือมันแยกกันเป็นขั้ว >> อื >> อย่างเช่นอย่างตอนเนี้ยเค้าเริ่มชัดตรงที่ว่าถ้าเขาไม่ได้เป็นที่ 1 เขาจะไม่ตั้งรัฐบาล >> ใช่ >> เห็นมั้ฮะอ่ะอย่างนี้ก็คือความเป็นขั้วเริ่มเกิด >> ถ้าคุณไม่ได้ที่ 1 คุณก็พร้อมจะไปเป็นฝ่ายค้าน >> อือ >> อ่าแต่ถ้าพรรคที่ 1 มาชวนคุณอะไรคุณจะว่าไปอีกทีก็ว่าไป >> แต่ถ้าคุณไม่ได้ที่ 1 คุณจะไม่แย่งใครตั้งแน่นอนอื >> อมันก็ชัดแล้วว่าพรรคการเมืองมันไม่ใช่หมายถึงที่ต้องสารวลอยากเป็นรัฐบาลตลอดกาล >> อือ >> ก็มีความคิดเด่นแต่ไอ้ถึงขนาดที่บอกโอ้โหทุกการเลือกตั้งติ๊กไว้เลย >> อื >> พรรคไหนเราไม่ร่วมเราไม่ร่วม >> คือพอมันเหลือใครเลย >> พอมันมองแบบเนี้ยอ >> มองในมุมมิตรภาพในทางการเมืองเนี่ย >> คนอื่นเจะบอกโอหเฮ้ย >> อื >> ไอ้นี่สงสัยมันจะตั้งกับใครไม่ได้ละ >> อื >> อื >> อจริงๆเลือกตั้งครั้งนี้ถามส่วนตัวนะ >> ครับ >> ถ้าเกิดภูมิใจไทยเข้ามาชวนพรรคประชาชนคน ร่วมมั้ยสมมุติ >> มันคือหมายถึงว่าด้วยผลเลือกตั้งแบบนี้ >> ด้วยผลเลือกตั้งแบบนี้ผมว่าการไปครั้งเนี้ยมันก็จะเหนื่อยถ้าไปร่วมเนาะ >> อ้าไม่เหมือนกับรอบเนี่ย >> ถ้าอ่าถ้าไปรอบนี้อาจจะพัง >> อือ >> ถ้าไปรอบที่แล้วเนี่ยอาจจะไม่พังรอบถ้าไป ถ้ารอบนี้เป็นนะผมว่าพัง >> เพราะ >> คือคุณได้ที่ 2 >> อื >> นะฮะแล้วแพ้เค้าเยอะด้วย >> อื >> นะครับข้อที่ 2 หัวหน้าพรรคพูดทุกเวทีว่า ไม่ร่วม >> อื >> นะครับแล้วก็ชัดเจนมากว่าถ้าเป็นที่ 2 ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้านอือ >> นะ >> แล้วถ้าไปร่วมเนี่ยผมนึกสภาพออกเนี่ยก็คือ >> อำนาจนำมันไม่มี >> คุณนำเค้าไม่ได้แต่ในขณะคุณอาจจะได้มา 7 กระทรวง 8 กระทรวงทำแป๊บเดียวดีเกิดไม่เกิดไม่รู้ >> แต่ว่าคะแนนนิยมคุณจะมีแต่ลงกับลงแล้ว >> อันนี้คือการปรับตัวซึ่งคุณปิยาบถไม่เห็นด้วยแบบนั้นยืนในจุดของตัวเอง >> หมายถึงว่าหย่อนบัตรเสร็จ >> เออหมาดๆแล้วเข้าไปร่วมเลยเนี่ยผมว่าไปไม่ได้ถ้าไปนะคุณคะแนนคุณมีแต่ลงอ่ะ >> อือๆ >> ไม่มีหาจุดทะยานกลับมาไม่ได้เลย >> อหมดโอกาสเลยทีนี้ >> หมดเลยแต่อย่างถ้าคุณมายืนเป็นฝ่ายค้านเนี่ยคุณยังคเห็นว่าถ้าวันไหนรัฐบาลชุดนี้ไปไม่ได้คุณเป็นทางเลือกสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทย >> ซึ่งเชื่อว่ามีวันนั้น >> นี่ครับ >> หรือมันจะไปซะก่อน >> ดูคือความโชคดีความเค้าเรียกความได้เปรียบของพรรคศรีชส้มตอนนี้เนาะคือเราเสียเปรียบทุกเรื่องเลยทรัพยากรอำนาจรัฐอิทธิพลกลไกต่างๆนะครับ >> อ >> แต่ความได้เปรียบมีอีกอันนึงคือพี่น้องประชาชนเนี่ยอย่างน้อยๆร้อยละ 30 ขึ้นไป >> อือ >> มากน้อยแล้วแต่การเลือกตั้งแต่ละครั้งยังฝากความหวังไว้กับพรรคนี้อยู่ >> อือ >> ว่าวันนึงต้องให้พรรคนี้มาเป็นรัฐบาลสักครั้งนึง >> อือ >> ดังนั้นคุณมีแต้มแต้มต่อตรงนี้ทุกครั้ง >> ครับ >> นะเหลือเหลือแค่จะทำยังไงให้มันไปให้ให้ >> มันยังเป็นแต้มต่ออยู่มั้ยเมื่ออยู่ในยุคนี้ยังเป็นมั้ย >> ผมเชื่อว่าคนจำนวนมากเลยอยากให้โอกาสพรรคเนี้ยเป็นรัฐบาลสักครั้งนึง >> อืมแต่หมายถึงต้องไปปรับ >> ครับ >> ความคิดและวิธีการทำงานกันใหม่ท่านหมายถึงใช่มั้ย >> นัยยะสำคัญนึงที่หลายท่านอาจจะมองไม่เห็นนะ >> อ >> แม้ว่าพรรคประชาชนจะแพ้เลือกตั้งครั้งเนี้ย แต่คะแนนอันดับที่ 1 บัญชีรายชื่อ 11 ล้าน >> อือข้อที่ 1 ข้อที่ 2 คุณยกกรุงเทพมหานครครั้งที่แล้วขาดไปคนนึงครั้งนี้ยกจังหวัดแล้วคุณได้นนทบุรียกสมุทรปราการแหว่งไป 1 >> อือ >> เชียงใหม่คุณได้มาเต็มเลย >> มันกำลังหมายความว่าพื้นที่ที่เป็น >> ความเป็นเมืองพื้นที่ที่เราเรียกกันว่าเป็นชนชั้นกลางชนชั้นกลางระดับบนขึ้นไปเนี่ย >> อือ >> พื้นที่บ้านมีรั้วต่างๆที่ไม่ต้องใช้กลไกหัวคะแนนอะไรต่างๆเนี่ยเค้าเลือกคุณ >> อ >> แล้วเลือกแบบแสดงให้เห็น 2 ครั้งติดกันนะ >> อื >> 66 69 แบบยกจังหวัดยกจังหวัดแบบเนี้ย >> อ >> ผมว่าพรรคไหนๆก็ต้องการแบบนี้นะ >> อื >> ถามว่า กทม.เค้าเลือกกันยกหมดเพราะเค้าอยากเห็นคุณเป็นรัฐบาล >> อื >> แต่ถ้าวันไหนเค้าไม่มีความหวังแล้วบอกพรรคนี้แม่เป็นไม่ได้หรอกหรือว่าเป็นแล้วไม่เวิร์คหรอกคุณไม่มีความหวังแล้วคุณไม่เป็นตัวแทนของการปฏิรูปประเทศไทยแล้วเนี่ย >> อ >> เค้าพร้อมทิ้งคุณยกจังหวัดนะ >> อื >> ด้วยพฤติกรรมการเลือกแบบเนี้ย >> อือๆ >> เกิดวันดีคืนดีเค้าบอกเออ >> เค้าเรียกว่าพรรคกระแส >> ดูคุณอภิสิทธิ์ขึ้นมาแล้ว >> ไปหวังกับคุณอภิสิทธิ์ดีกว่าครั้งหน้าไปหมดน่ะ >> ผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์โดยคุณอภิสิทธิ์ก็น่าจะคิดอย่างเงี้ย >> คิดอย่างงั้นอืเออ >> อือ >> ดังนั้นพรรคประชาชนมันต้องทำให้เห็นตลอดเวลาคุณเป็นตัวแทนของการปฏิรูปประเทศไทย >> อือื >> ทำให้เห็นจริงๆอ่ะว่าประเทศไทย 1 จำเป็นต้องปฏิรูปน 1 มีวิกฤต >> 2 จำเป็นต้องปฏิรูปการ คุณเป็นตัวแทนของการปฏิรูปประเทศไทยอ >> เออซึ่งคิดว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ครับ >> ยังเชื่อมั่นอยู่ >> ถึงแม้ว่า เอ่อไม่ใช่ยุคที่ต่อไปนี้จะถอยหลังไม่คิดอย่างงั้นนะ >> ครับเต็มที่ผมเชื่อว่าพรรคเค้าทำได้เค้ามีความรู้ความสามารถมันเพียงแต่มันเจอ มรสุมบ่อยอ่ะ >> อื >> ต้องต้องตั้งรำกันหน่อย >> อ้าจริงๆถามตรงๆวันที่ 8 กุมภาพันธ์ >> ครับ >> เสียใจมากมั้ย >> ผมคือไปผิดคลาดผิดคลาดผมเนี่ยประเมินประเมินพอไปเรื่อยๆดูผลโพธิ์ไปเรื่อยๆแล้วเนี่ยผมก็เริ่มคิดแล้วไอ้ 200 180 ไม่น่าจะถึงแต่ผมยังเชื่อว่าเป็นที่ 1 นะ อาจจะชนะพระภูมิเมไทยสัก 10 เสียง 15 เสียง >> อือื >> อ่าโอ้โหแต่พอออกมามันแพ้เยอะเกินไปซึมไปหลายวัน >> ช็อกมั้ย >> มันซึมมากกว่าครับซึมว่ามันซึมอ่ะซึมว่าแบบเอ๊ะทำไมมันแพ้เยอะนะ >> อื >> เอ่อคือหมายถึงก่อนจะลงคะแนนเนี่ยก็ยังเชื่อว่าชนะที่เดิม >> เออๆแต่สักัก 10 เสียง 15 เสียง >> อันนี้กลายเป็นแพ้ 70 อ่ะ >> ครับ >> ถูกมั้ย >> ครับ >> วันนั้นก็ซึม >> ครับแล้วก็มานั่งแล้วก็คิดว่าเหตุผลมันมา จากเรื่องอะไรก็มีตั้งแต่การเราไปโหวตเค้าทำให้เค้ามีอำนาจอ่ะการบ้านใหญ่ย้ายไปรวมกันอ่อกรรมวิธีในการบริหารจัดการการเลือกตั้งใช่มั้ครับเครือข่ายอำนาจรัฐอะไรต่างๆมันก็สุดแท้แต่จะวิจารณ์ได้หมดเนาะ >> อือ >> แต่ผมว่าสำคัญที่สุดคือ >> คือมันมีสัมพันธภาพทางในสัมพันธภาพทางอำนาจเนี่ยมันมีสัญญาณออกมาว่าอยู่ข้างน้ำเงิน >> อ >> จะเป็นผู้ชนะ >> อื >> ผมว่าอันเนี้ยเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่สุดที่ทำให้ที่เหลือมันตามมา >> แรงดึงดูด >> อืมตาม