Transcription
เมื่อช่วงเช้านะครับท่านประธานก็ได้แจ้งผลการทำประชามตินะครับเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับว่า 21 เอ่อล้านนะฮะ 600,000 เสียงโดยประมาณนะครับว่าเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ
ในคำแถลงนโยบายนะครับของท่านนายกนะฮะก็ระบุไว้นะครับแต่เป็นระบุสิ่งที่เป็นอดีตนะครับท่านประธานครับก็คือว่ารัฐบาลของท่านนายกนะฮะก็ได้นะฮะมีการจัดทำประชามติรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้องแต่ผมอ่านหลังจากนั้นไม่มีอะไรบอกเลยนะครับว่าจะทำยังไงต่อนะครับท่านประธานครับผมก็หวังว่าเดิมทีเดียวนะก็หวังว่าวันนี้นะฮะวันแล้วก็วันพรุ่งนี้จะมีการพูดถึงเรื่องว่าเราจะตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไรนะครับแต่ปรากฏว่าท่านไม่ได้เขียนไว้ในนโยบายก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับว่าเอ่อตกลงว่าในเมื่อประชาชน 21 กว่าล้านเสียงเนี่ยฮะออกมาแสดงความเห็นแล้วนะครับว่าเห็นชอบกับการจัดทำรัฐทุนฉบับใหม่นะฮะสิ่งที่ควรจะทำก็คือจะต้องจัดผลักดันยังไงให้ประชาชนเนี่ยฮะมีส่วนร่วมมากที่สุดและทำโดยเร็วครับท่านประธาน
ท่านประธานครับเรื่องเหล่านี้นะครับไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่นะครับเพราะว่าถ้าย้อนกลับไปนะครับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นการนำหลักจัดตั้งรัฐบาลนะครับเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเนี่ยฮะก็พูดอยู่ในคำแถลงนโยบายว่าสนับสนุนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการจัดทำประชามติเพื่อให้มีการจัดทำรัฐรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือแม้กระทั่งย้อนกลับไปรัฐบาลก่อนหน้ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทยนะฮะก็บอกว่าต้องเร่งนะฮะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ท่านประธานครับนั่นคือสิ่งที่ระบุไว้ในรัฐมนูเอ่อในคำแถลงนโยบายเลยนะครับเพราะมันเป็นภาระพันธะผูกพันที่เราจะต้องทวงได้นะครับนั่นขนาดอยู่ในคำแถลงนโยบายยังขณะเนี้ยยังไม่มีนะครับผมไม่รู้ว่าไปคุยกันอีกท่าไหน 2 พรรคนะฮะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทั้งพรรคที่เร่งและพรรคที่สนับสนุนกลับไม่มีเรื่องนี้ในคำแถลงนโยบายครับท่านประธานผมคิดว่าผมก็กังวลแทนท่านนายกครับท่านประธานครับว่าจะมีคำคอกหาหรือเปล่านะฮะว่าเออพูดไปแล้วนะฮะแล้วไม่ทำหรือเปล่าข่าวนะครับท่านประธานครับส่งขออนุญาตนะครับย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ววันที่ 9 กุมภาพันธ์ขออนุญาตเปิดคลิปนะครับว่าท่านนายกเคยพูดไว้ว่าอะไรครับ
"ให้เข็นชอบให้แก้ให้ร่างกรรม"
"รัฐบาลก็จะดำเนินการถ้าผมได้เป็นรัฐบาล"
"ดำเนินการยังไง"
"ตามมติของประชาชน"
"ด่วนมั้ย"
"นี่มติของประชาชนครับประชามติ"
"ไม่ด่วนได้เหรอ"
"อื"
"เสียงของประชาชนไม่ฟังได้เหรอ"
"อื"
"ไม่ทำตามให้เหรอ"
"อือืก็เร่งรัดเลยถูกมั้ย"
"ก็ต้องเร่งรัด"
"เข้ากระบวนการไอ้ที่ไปหาวิธีแก้อ่ะร่างขึ้นมา"
"ใช่ๆ"
"ถูกมั้ย"
"คุณยุอย่าลืมนะว่า"
"อ่ะยืนยันตรงนี้ว่าไม่มีการที่จะไปชะลอหรือหยุดเอาไว้แน่เพราะเป็นมั้"
"ไม่มีทำไม่ได้ชะลอก็ไม่ได้ครับอครับอ"
"อือๆ"
"มีความชัดเจนฮะอย่างเมื่อวานเห็นว่าประชามติออกมาตั้งเยอะ 50 ล้านแล้วตอนนี้"
"ใช่มั้ยครับ"
"ก็นี่คือประมาณ 20 กับ 10"
"นี่คือเสียงของประชาชน"
"อื"
"อื"
"ก็ผมเดี๋ยวผมก็ต้องทำให้ดู"
"ต้องทำให้ดู"
"ว่าสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานของผมก็ยังฟtiveอยู่"
"ยังใช้ได้อยู่ใช่มั้ย"
"ต้องผมเป็นคนอย่างงั้นอยู่แล้ว"
"เปรียบเปยนะเดี๋ยวๆมันเขียนอยู่แล้วมันจะเป็นไปได้ไงในทาง"
"อันนี้เป็นคำเปรียบเปยเข้าใจตรงกัน"
"อ่ะทีนี้ก็แปลว่าเร่งรัฐทำตามประชามติของประชาชนแน่"
"กดำเนินการกระบวนรัฐรัฐธรรมนูญแน่นอนครับ"
ครับท่านประธานก็ผมก็เวลา 2 เดือนมันอาจจะเอ่อนานไปนะครับก็ฝากไว้นะครับว่าเมื่อ 2 เดือนที่แล้วท่านนายกเคยพูดเรื่องนี้ไว้ก็หวังว่าท่านนายกจะไม่ลืมสิ่งที่ท่านพูดครับขอบคุณครับท่านประธานครับ
ในฐานะสว.อิสระดิฉันได้เวลา 3 นาทีเท่าครั้งที่แล้วค่ะอันนี้จะส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะอยู่สั้นๆเหมือนครั้งที่แล้วหรือเปล่าคะท่านประธานคะรัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในภาวะวิกฤตพลังงานจึงเป็นวิกฤตเศรษฐกิจไปพร้อมกันดูจากตัวนโยบาย 23 ข้อแล้วดิฉันเห็นว่ารัฐบาลกำลังจัดนโยบายอยู่ในทุ่งลาวเวนอร์แต่ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุหลาร้องไห้รัฐบาลมัวแต่ท่องคาถารวยไม่ไหวแล้วรวยนั่นแหละพวกท่านแต่เสียงในหัวของประชาชนเบอกว่าเค้าทนไม่ไหวแล้วดิฉันนั่งฟังท่านนายกแถลงด้วยความปวดใจเพราะปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ได้ถูกบรรจุเอาไว้ในนโยบายของรัฐบาลเลยถ้อยแถลงนโยบายใช้วาทกรรมสวยหรูแต่ไม่ได้แก้ปัญหาเลยเปรียบเหมือนประเทศกำลังอยู่ในห้อง ICU ยังชวนประชาชนมาสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลอยู่ท่านประธานคะชีวิตของชาวภาคเหนือในเวลานี้กำลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับฝุ่นพิษ PM 2.5 พวกเขาอยู่กับอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกมา 2 สัปดาห์แล้วรัฐบาลกลับไม่บรรจุเรื่องนี้ในนโยบายแถมยังไม่มีเจตจำนงที่จะนำเอาพรบ.อากาศสะอาดกลับมาดำเนินการให้เป็นกฎหมายต่อไปรัฐบาลนี้มองว่าชีวิตของประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนเท่านั้นหรือเรื่องที่ 2 ปัญหาปากท้องที่ประชาชนทั้งประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ก็คือพลังงานตอนนี้น้ำมันแพงส่งผลต่อไฟฟ้าทุกวันนี้เราใช้ไฟฟ้าแพงเพราะค่าพร้อมจ่ายที่คนไทยจะต้องแบกให้กับบริษัทที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้าแต่ได้ค่าตอบแทนตามสัญญาทำไมรัฐบาลไม่รื้อโครงสร้างสัญญาทาสนี้เพื่อปลดปล่อยคนไทยให้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่สมเหตุสมผลส่วนเรื่องอนาคตของประเทศที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รัฐบาลจงใจที่จะไม่ใส่ไว้เลยแม้แต่ประโยคเดียวนโยบายฉบับก่อนเขียนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไว้ 3 บรรทัดก็น้อยแล้วฉบับนี้ไม่เขียนถึงเลยทั้งที่ประชาชนคนไทย 21 ล้านเสียงลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญไปพร้อมกับการเลือกท่านเข้ามาเป็นนายกจะมาเทกันกางแดดอย่างนี้ไม่ได้นะคะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมกติกาหลักของประเทศไว้ที่ประเทศเราถดถอย GDP 1.8 8 มา 10 ปีก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วเมื่อประชาชน 60% แสดงเจตจำนงชัดเจนเห็นชอบที่จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็วแล้วเหตุใดท่านจึงไม่บรรจุในนโยบายของท่านเช่นเดียวกับเรื่องนิติธรรมที่ประชาชนจับตาดูพวกท่านอยู่ก็ไม่ได้บรรจุไว้ตรงส่วนไหนของนโยบายเลยไม่มีเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วคดีฮั้วสว.คดีเขา กระโดงก็จะถูกเป่าหายไปในมาประวัติศาสตร์การเมืองไทยเช่นนั้นหรือจากคำแถลงนโยบายทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะรักษาชีวิตปากท้องและอนาคตของประชาชนแม้แต่น้อยพูดเลยว่ารัฐบาลจัดนโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชนคำถามคือแล้วรัฐบาลชุดนี้ตั้งเพื่อใครขอบคุณค่ะ
หลังจากผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาครับมีประชาชนมาแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนนะครับกว่า 21 ล้านเสียงว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วผมก็เชื่อนะครับว่าประชาชนก็เฝ้ารอครับว่าคำแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่จะมีกรอบแนวทางหรือว่า Road Map การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไรแต่ในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีในเล่มนี้ครับมีการกล่าวถึงการทำประชามติสอดแทรกอยู่เพียง 1 ประโยคแบบบางเบาแผ่วเบาแล้วก็เบาหวิวมากครับซึ่งเป็นเพียงการอธิบายคายถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 เท่านั้นการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันนี้นะครับควรจะเป็นการบอกประชาชนว่าประเทศนี้จะถูกพาไปข้างหน้าอย่างไรแต่สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่เป็นสิ่งที่รัฐบาลพูดนะครับแต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลจงใจจะไม่พูดในคำแถลงนโยบายฉบับนี้นะครับไม่มีแม้แต่คำเดียวที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีแม้แต่ประโยคเดียวที่พูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งที่เรื่องนี้เป็นคำถามใหญ่ของสังคมในประเทศในขณะนี้ท่านประธานครับในเนื้อหาคำแถลงนโยบายในเอกสารฉบับเดียวกันนี้นะครับมีคำว่ารัฐธรรมนูญปรากฏอยู่ 3 ครั้งแต่ทุกครั้งนะครับก็คือการบอกว่าจะทำอย่างไรให้การดำเนินการของรัฐบาลเนี่ยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผมเข้าใจนะครับว่ารัฐบาลเองก็กำลังเคารพกติกาและขณะเดียวกันท่านก็กำลังยึดติดกับกติกาที่ประชาชนไม่ได้ยอมรับด้วยเพราะข้อเท็จจริงนะครับไม่ได้มีใครกล้าปฏิเสธได้เลยว่าตอนนี้ประชาชน 21 ล้านเสียงที่ออกมาใช้สิทธิ์ประชามติแล้วก็บอกชัดเจนนะครับว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 21 ล้านเสียงนี้สำหรับท่านนะครับผมไม่แน่ใจนะครับว่าเป็นเพียงเสียงกระซิบหรือเปล่าแต่สำหรับผมเองเนี่ยมันคือเสียงตะโกนของคนในประเทศนี้ว่าต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่คำแถลงนโยบายของรัฐบาลนะครับกับเลือกทำเป็นไม่ได้ยินผมยืนยันนะครับว่านี่ไม่ใช่ความบกพร่องในการแถลงนโยบายแต่มันคือจุดยืนที่ท่านเลือกในวันนี้จุดยืนที่จะไม่แตะรัฐธรรมนูญจุดยืนที่จะไม่เปลี่ยนกติกาจุดยืนที่จะไม่ฟังเสียงของประชาชนและจุดยืนที่จะรักษาโครงสร้างอำนาจเดิมเอาไว้ท่านประธานครับรัฐบาลอาจจะคิดว่าการที่ไม่ออกมาพูดเรื่องนี้จะทำให้ความขัดแย้งมันหายไปแต่ในความจริงนะครับการที่ท่านไม่พูดเนี่ยคือการปฏิเสธเจตจำนงของประชาชนและการปฏิเสธเจตจำนงของประชาชนเนี่ยคือการทำลายความชอบธรรมของตัวท่านเองตั้งแต่วันแรกของการทำงานเพราะในระบอบประชาธิปไตยนะครับรัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่แค่บริหารประเทศเท่านั้นท่านมีหน้าที่ฟังเสียงเจ้าของประเทศและเจ้าของประเทศก็ได้พูดแล้วนะ ครับพูดอย่างชัดเจนพูดอย่างท่วมทว่าพวกเขาต้องการกติกาใหม่ท่านประธานครับถ้ารัฐบาลจะเชื่อจริงๆว่าอำนาจเป็นของประชาชนคำถามง่ายๆที่ผมอยากจะถามวันนี้เลยครับว่าทำไมในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเล่มนี้ไม่มีแม้แต่ 1 บรรทัดที่ตอบเสียงของประชาชน 21 ล้านคนทั้งๆที่หลังเลือกตั้งท่านนายกก็ทราบผลของประชามติแล้วท่านก็พูดชัดเจนในรายการทีวีว่ามติของประชาชนออกมาอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามมติของประชาชนท่านถูกถามนะครับในรายการทีวีว่าจะทำด่วนมั้ยท่านก็ยังตอบนะครับผมขอโค้ชคำพูดของท่านเลยนะครับท่านตอบว่านี่มติของประชาชนนะครับมติประชามติไม่ด่วนได้เหรอหวังว่าท่านจะยังจำคำพูดของท่านเองได้นะครับหรือจริงๆแล้วผมก็เชื่อว่าท่านอาจจะไม่ได้ลืมแต่ท่านก็ก็ไม่ท่านก็ไม่ได้กลัวนะครับที่จะแก้รัฐธรรมนูญแต่ท่านกลัวที่จะสูญเสียอำนาจที่ผูกอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่หรือไม่และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงนะครับผมก็อยากจะถามและให้ท่านนายกตอบตรงๆนะครับว่าระหว่างการรักษาอำนาจของตัวเองกับการเคารพเจตจำนงของประชาชนท่านเลือกอะไรท่านประธานครับการแถลงนโยบายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่สิ่งที่รัฐบาลจะทำนะครับแต่มันแสดงออกถึงสิ่งที่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ทำและสิ่งที่รัฐบาลการเลือกที่จะไม่ทำในวันนี้ก็คือการเลือกที่จะไม่เดินตามเสียงของประชาชนเลือกที่จะไม่ฟังเสียงของประชาชนผมขอทิ้งท้ายนะครับด้วยคำถามสั้นๆที่ผมเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศก็กำลังรอฟังคำตอบอยู่ 21 ล้านเสียงของประชาชนยังไม่ดังพอสำหรับรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่และถ้ายังดังไม่พอนะครับรัฐบาลต้องการให้เสียงประชาชนดังถึงระดับไหนท่านถึงจะยอมเปลี่ยนกติกาของประเทศนี้ขอบคุณครับ
ท่านประธานคะดิฉันมีข้อกังวลบางประการเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลน่ะนะคะเนื่องจากในนโยบาย 19 หน้าเนี่ยดิฉันไม่เห็นนโยบายที่พูดถึงเรื่องของสิทธิมนุษย์ชนหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งที่สิทธิมนุษย์ชนเนี่ยยึดโยงโดยตรงกับความเป็นประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ก็คือการยืนยันว่าประชาชนทุกคนจะเท่าเทียมกันน่าเสียดายนะคะท่านประธานที่เรามีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เป็นอดีตประธานคณะมนตรีสิทธิชนสหประชาชาติแต่ในนโยบายข้อ 6 ที่ท่านบอกว่าจะยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศท่านไม่ได้ระบุนะคะว่าท่านหมายรวมถึงหลักกฎหมายสิทธิมนุชนด้วยหรือไม่เพราะว่ายังมีกฎหมายหรือกฎระเบียบหลายฉบับที่อาจละเมิดสิทธิชนโดยเฉพาะกฎหมายความมั่นคงที่ใช้ในพื้นที่ขัดแย้งท่านประธานคะในนโยบายความมั่นคงข้อ 9.3 3 นะคะเรื่องของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านเขียนไว้แค่ 2 บรรทัดค่ะเป็น 2 บรรทัดที่ไม่มีคำมั่นหรือแนวทางใดๆว่าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผอรมน.จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดสันติสุขจากการมีสันติภาพที่ยั่งยืนอีกทั้งนโยบายฉบับนี้ท่านไม่ได้ยืนยันเรื่องการเมืองนำการทหารที่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดท่านประธานคะวันนี้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ 3 ฉบับโดยเฉพาะพรก.ฉุกเฉินค่ะใช้มา 21 ปีแล้วจึงดูเหมือนว่าอำนาจเบ็ดสิทธิ์ในการแก้ปัญหาจะอยู่กับหน่วยงานความมั่นคงหลายครั้งมีการใช้อำนาจโดยปราศจากกลไกการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพโดยที่หน่วยงานความมั่นคงสามารถปิดถนนปิดเมืองห้ามประชาชนออกนอกพื้นที่ท่านประธานทราบใช่ไหมคะว่าขณะที่สส.กมลศักดิ์ถูกยิงท่านสส.ก็อยู่ในพื้นที่และในช่วงเวลาที่มีการประกาศปิดเมืองชาวบ้านเลยสงสัยค่ะว่าแล้วในช่วงปิดเมืองผู้ก่อเหตุทำไมจึงสามารถใช้รถราชการมาวิ่งได้ตามอำเภอใจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกด่านสกัดสุดท้ายค่ะท่านประธานนโยบายรัฐบาลพูดถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสมาชิก OECD ท่านเขียนเรื่องนี้ไว้ 4 แห่งของรัฐของนโยบาย 19 หน้าแต่ท่านไม่ได้ให้คำมั่นในหลักการสำคัญของ OECD คือหลักนิติธรรมการสร้างธรรมาภิบาลการขจัดวัฒนธรรมผู้กระทำผิดรอยนวลท่านไม่ได้พูดถึงการรับประกันการไม่เลือกปฏิบัติท่านประธานคะในรัฐประชาธิปไตยหลักนิติธรรมต้องอยู่เหนืออำนาจรัฐคือรัฐต้องปกครองโดยกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนไม่ใช่รัฐที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมเพื่อปกป้องของตนเองตามที่เราได้เห็นมีการใช้กฎหมายเพื่อคุกคามหรือกำจัดผู้เห็นต่างหรือทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวซึ่งหากเป็นเช่นนี้สุดท้ายจะเป็นการทำลายรากฐานของความเป็นประชาธิปไตยและทำลายคุณค่าของความเท่าเทียมของมนุษย์ค่ะขอบพระคุณค่ะ
ในวันนี้ดิฉันขออภิปรายคำแถลงนโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมซึ่งดิฉันยังเห็นช่องว่างสำคัญที่ไม่ถูกพูดถึงในนโยบายฉบับนี้ค่ะนั่นก็คือปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างรุนแรงและวนซ้ำอยู่ทุกๆปีค่ะประชาชนต้องจำทนต่อวิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ค่าฝุ่นมีระดับแดงถึงสีม่วงเข้มเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงเคราะห์ซ้ำกรรมซัดค่ะท่านประธานเราต้องเจอปัญหาแหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษจากการทำเหมืองแร่ธาตุที่ไร้การควบคุมนับร้อยแห่งของประเทศเพื่อนบ้านสารพิษปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำสาขาหลายร้อยสายในอ่าเขตจังหวัดเชียงรายนะคะซึ่งไทยในฐานะประเทศปลายน้ำและใต้ลมเราได้รับผลกระทบนี้เต็มๆค่ะมลพิษข้ามพรมแดนไม่เพียงต่อกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนแต่ยังกระทบต่อระบบสาธารณสุขเศรษฐกิจการท่องเที่ยวความปลอดภัยด้านอาหารความมั่นคงของรัฐความปลอดภัยซึ่งดิฉันมองว่ารัฐบาลจะต้องยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติและขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังนี้ค่ะประการแรกเราต้องขับเคลื่อนทางด้านการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุรัฐจะต้องยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิ์ในสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการรับรองไปเมื่อเดือนตุลาคมนี้เป็นเครื่องมือในการกดดันและติดตามพร้อมทั้งทำแผนระดับชาติและมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนโดยการนำวิกฤตของภาคเหนือเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาค่ะประการที่ 2 การบูรณาการข้อมูลเพื่อให้สอดรับกับนโยบายข้อที่ 16 ว่าด้วยการใช้ Big Data และ AI รัฐจะต้องมีระบบติดตามมลพิษข้ามพรมแดนและยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูลเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการประเมินผลติดตามแบบเรไทม์ซึ่งจะทำให้เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ค่ะประการที่ 3 ค่ะการคุ้มครองสิทธิ์ในสิ่งแวดล้อมรัฐบาลจะต้องแสดงความจริงใจตามนโยบายข้อที่ 18.4 เร่งผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพราะนอกจากพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้วเรายังมีร่างพรบ.อากาศสะอาดที่ตกไปในช่วงยุบสภาขอให้ครม.นำกลับมาพิจารณาภายใน 60 วันหรือภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้เพื่อเป็นการกำกับดูแลมลพิษที่ต้นทางค่ะและคืนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในอากาศสะอาดให้กับประชาชนเพราะลมหายใจของประชาชนไม่อาจรอได้ค่ะท่านดิฉันขอย้ำว่ารัฐบาลไม่อาจบรรลุ นโยบายสิ่งแวดล้อมได้หากท่านยังมองข้ามปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้และดิฉันจะขอติดตามการทำงานของรัฐบาลในประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดค่ะเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคนจะได้รับความคุ้มครองอย่างแท้จริงค่ะขอบพระคุณค่ะ
ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาลข้อ 1.4 4 ว่าด้วยเรื่องจะขยายอำนาจการคลังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความพร้อมผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนและการส่งเสริมภาษีใหม่และค่าธรรมเนียมท้องถิ่นครับฟังดูดีครับท่านประธานแต่ถ้าดูอย่างละเอียดจะพบว่าเป็นถ้อยถ้อยคำเชิงประกาศมากกว่าถ้อยคำเชิงปฏิรูปผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ 4 ประการดังนี้ครับ 1 นโยบายประกาศกระจายอำนาจแต่ไม่มีแผนในส่วนของการถ่ายโอนเลยรัฐบาลพูดถึงแค่ภาษีบ้านเกิดเมืองภาษีสีใหม่ครับแต่ไม่พูดถึงรพสต.จะดำเนินการอย่างไรต่อภารกิจด้านน้ำดินสิ่งแวดล้อมจะยกจากกระทรวงให้ท้องถิ่นหรือเปล่าหากถ้าไม่มีการถ่ายโอนการผลักดันในเรื่องของการกระจายอำนาจการคลังคงไม่เกิดประโยชน์ครับมีงบประมาณเพิ่มแต่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการอ่าบริการสาธารณะให้กับท้องที่ได้ตามที่ประชาชนต้องการ 2 รัฐบาลใช้คำว่าตามความพร้อมซึ่งเป็นข้ออ้างเดิมเมื่อ 20 ปีคำว่าตามความพร้อมคือคำที่ส่วนกลางมักใช้เพื่อชะลอการถ่ายโอนเป็นคำที่ไม่มีตัวชี้วัดไม่มีกรอบเวลาไม่เคยนำไปสู่การยุติการรวมศูนย์ 3 นโยบายกระจายอำนาจแต่ไม่แตะโครงสร้างที่สำคัญคือภูมิภาครัฐบาลแถลงว่าบูรการส่วนกลางภูมิภาคแล้วก็ท้องถิ่นแปลตรงๆครับโครงสร้างรวมศูนย์ยังอยู่เช่นเดิมครับผู้ว่ายังสั่งอบท.อำเภอยังซ้ำซ้อนกับเทศบาลกรมยังถืองบประมาณในส่วนของท้องถิ่นอยู่นี่ไม่ใช่การกระจายอำนาจครับเป็นเพียงแค่การกระจายงานใช้ท้องถิ่นเป็นแขนขาซึ่งท้องถิ่นไม่สามารถตัดสินใจในโครงการใหญ่ๆของตนเองได้ 4 รัฐบาลไม่พูดถึงธรรมาภิบาลทั้งที่เป็นเรื่องที่สำคัญหากรัฐบาลอยากให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพิ่มผมคิดว่าต้องทำ 2 อย่าง 1 คือเรื่องของการกระจายอำนาจ 2 คือสร้างระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ไม่พบการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าจะทำในเรื่องของงบประมาณแบบเปิดนะครับไม่มีพูดถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายแล้วก็ไม่มีการพูดถึงกลไกป้องกันทุนใหญ่ครอบงำพื้นที่ขาดสิ่งเหล่านี้ท้องถิ่นไม่โตครับประชาชนไม่เชื่อมั่นผมขอเสนอ 4 แนวทางให้รัฐบาลทำเพื่อให้การกระจายอำนาจมีประสิทธิภาพครับท่านประธาน 1 แมพกระจายอำนาจ 4 มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าท่านจะกระจายอำนาจอะไรบ้างมีงบประมาณเท่าไหร่ 2 ออกกฎหมายกระจายอำนาจใหม่ลดบทบาทรัฐเ่อส่วนภูมิภาคลบภาระงานซ้ำซ้อนนะครับถ่ายโอนภารกิจงบประมาณบุคลากรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีอ่าประสิทธิภาพ 3 คือต้องมีคนไก่ลดความเหลื่อมล้ำนะครับคือรัฐบาลต้องจัดทำในส่วนของอ่างบประมาณหรือภาษีแบบแบ่งปันหรือกองทุนอุดหนุนเพื่อลดลดความเหลื่อมล้ำเพื่อที่จะดึงในส่วนของงบประมาณในส่วนของเมืองที่รวยไปสู่เมืองที่ไม่พร้อมยกให้พร้อมไม่ให้เกิดการรวยกระจุกจนกระจายครับ 4 คือต้องสร้างระบบความโปร่งใสในระดับพื้นที่ครับก่อนที่จะให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนในท้องถิ่นครับรัฐบาลต้องผลักดันกลไกการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะและก็เ่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับตำบลและเทศบาลเพื่อป้องกันโครงสร้างที่จะทุนในพื้นที่ผูกขาดครับท่านประธานครับสิ่งที่รัฐบาลแถลงนโยบายตลอดสภาเป็นนโยบายที่ไม่มีตัวเลขครับไม่มีกรอบเวลาไม่มีหลักในส่วนของการที่จะยุติการรวมศูนย์ครับประชาชนไม่ต้องการคำว่าพร้อมเมื่อพร้อมครับแต่ต้องการทราบว่าจะเกิดเมื่อไหร่และก็ใครเป็นผู้รับผิดชอบครับท่านบ้านสุดท้ายครับท่านประธานผมขอสื่อสารผ่านท่านประธานถึงรัฐบาลเ่อถึงข้อเสนอวาระของจากภาคประชาชน 10 ด้าน 80 ข้อครับโดยกรรมาธิการพาการเมืองและมีส่วนร่วมของประชาชนวุฒิสภาและไทย PBS กลั่นกรองจากเวทีpoิcyแห่งจากรัฐสภาแห่งนี้นะครับโดยมีอ่าองค์กรร่วมจัดอยู่ 57 องค์กรมีทั้งสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงอย่างเช่นมอมช.และก็สาพันธ์พระปกเกล้าจากการระดมความคิดจากประชาชน 3,400 คนซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับหากรัฐบาลนำเอกสารชุดนี้ไปประกอบการบริหารจะเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและเปิดโอกาสให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของนโยบายอย่างแท้จริงแล้วก็ฝากกับผู้ติดตามนะครับหากท่านใดสนใจเข้าไปดูที่เพจไทย PVS ในส่วนของ WK นะครับซึ่งในส่วนของกรรการเราเองจะเป็นสะพานเชื่อมเสียงของประชาชนสู่ นโยบายสาธารณะขอบคุณครับ
ดูคลิปจบแล้วนะครับอย่าลืมกดไลค์กดแชร์และกด Subscribe YouTube มติชนทีวีด้วยนะเฮ