📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ศิโรตม์ฟาดปมปฏิทินประกันสังคม ปรสิตดูดกินประเทศ ยกเลิกไม่ได้เพราะเสียประโยชน์ | NEWSROOM HOT-ISSUES

Thairath News - ข่าวไทยรัฐ28:47

Transcription

วันนี้เนี่ยนะครับที่เชิญทางคุณศิวโรจน์มา รายการเนี่ย นอกจากมาพูดคุยการเมืองแล้วเนี่ย ก็มีอีกตำแหน่งนึงนะที่ที่ดูแลตอนนี้ใช่ไหมฮะ เออ ผมต้องเรียกท่านนะ ท่านซีโรจน์ โอ ท่านท่านอะไรครับ อนุกรรมการ ตำแหน่งเล็กครับ ได้ ได้เบี้ยประชุมครั้งละ 2,000 จะเป็นท่านอะไรครับ โอเค อนุอะไรนะ อนุกรรมการอะไร อนุกรรมประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของของประกันสังคม พูดง่ายๆ ก็คือว่าเดี๋ยวตอนนี้เรื่องร้อนก็คือเรื่องปฏิทินนะ ใช่ครับ ปฏิทินครับ คุณผู้ชมครับ ปฏิทินประกันสังคมคมไปต่อแม้คนโหวตค้าน อันนี้เป็นหัวข้อของกราฟฟิกที่ทางไทยออนไลน์ทำไว้ครับ ปฏิทินประกันสังคมปี 2569 ใช่ไหม งบ 55 ล้านบาทนะครับ ย้อนหลัง 8 ปี ใช้งบ 450 ล้าน คนก็วิจารณ์กันถึงความคุ้มค่า ทางสำนักงานประกันสังคมเนี่ยนะฮะ สปส. ในสำรวจความเห็น อ่า ทำประชาพิจารณ์ครับ อ่า พบผู้ประกันตน 62% แล้วก็ นายจ้าง 66% ต้องการให้ยกเลิก พูดง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง หรือว่าเป็นผู้ประกันตน ขออภัย เอ่อ ส่วนใหญ่นะ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ ต้องการให้ยกเลิกซะ ปฏิทินที่ว่านี้ แต่ว่าทางสำนักงานประกันสังคมนั้นยืนยัน ทำต่อ เพราะว่ามีการอนุมัติงบไว้แล้วนะครับ แล้วก็ยังจำเป็น โดยเฉพาะคนที่ต้องการทราบวันเวลา เอ่อ ทราบวัน เดือน ปี โดยที่ยังเข้าไม่ถึงอุปกรณ์สื่อสารครับ นะครับ ผลสำรวจอาจจะเสนอเป็นข้อมูลพิจารณาในการทำปฏิทินปี 70 ต่อไป พูดง่ายๆ คือ 69 ไง ก็ต้องทำครับ

ทีนี้เมื่อวานนี้ ผมเห็นข้อความของคุณรัฐมนตรี คุณพิพัฒน์อ่ะนะครับ ที่บอกว่าคุณจะเอาคนจำนวนกว่า 60 คน มาบังคับคนอีกกว่า 30 คน เป็นผม ผมก็ไม่ยอมนะ เพราะว่ามีสิทธิ์ 1 สิทธิ์เท่ากันกับทุกคน ดังนั้นเนี่ย ควรเคารพสิทธิของคนอื่นด้วย อย่าเอาคนหมู่มากมารังแกคนหมู่่น้อยนะครับ

เอ่อ ในฐานะอนุ อนุ เอ่อ ในฐานะอนุ ว่าไงบ้างฮะ อาจารย์

คือโดยความเป็นจริงแล้วเนี่ยนะครับ การสำรวจความเห็นนี่นะครับ มันเกิดขึ้นเพราะสังคมมีข้อสังเกตว่า ประกันสังคมเนี่ย ใช้เงิน 500 ล้านบาท อ่า นะครับ ไปทำปฏิทิน อือฮึ นะครับ ปฏิทินที่ทำกันในรอบ 8 ปีเนี่ยนะครับ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 24 ล้านชิ้นครับ ผู้ประกันตนในประเทศมีประมาณ 24 ล้านคน อือฮึ คิดตามตัวเลขง่ายๆ 8 ปี ทำ 24 ล้านชิ้นครับ ผู้ประกันตนทุกคนควรจะมีโอกาสได้ปฏิทินอย่างน้อยคนละ 1 ครั้ง อือฮึ เพราะฉะนั้น 1 ก็คือ ปฏิทินเนี่ย ใครได้ครับ นะครับ ใครได้เนี่ย สำคัญ เพราะว่าใครได้เนี่ย คือแปลว่าคนนั้นได้มีโอกาสได้ใช้เงิน 500 ล้านบาทจากคนอื่น อ่า อันที่ 2 นะครับ จำนวนเงิน 500 ล้านบาทที่ใช้ในการทำปฏิทินเนี่ยนะครับ มันสามารถเอาไปทำเรื่องอื่นได้อีกเยอะ อย่างวันเนี้ย ผมเห็นคุณเก เอ่อ คุณเนศวัชคุ้มคง สส. พรรคประชาชนแกโพสต์นะครับ งบประมาณประมาณ 500 ล้านบาทเนี่ยนะครับ ถ้าเราเอาไปทำเรื่องทำฟัน อือฮึ นะครับ ผู้ประกันตนครับ นะครับ โดยเอาฐานของตัวเลขซึ่ง เอ่อ บัตรทอง สปสช. ใช้เนี่ยนะ ครับ เงิน 500 ล้านบาทเนี่ย คุณกายทราบไหมครับ ว่าทำได้กี่ซี่ ได้กี่คน ได้กี่คนนะครับ ได้กี่คน เงิน 500 ล้านบาทที่จะทำปฏิทินเนี่ยนะครับ เท่าไหร่ฮะ เป็นค่าทำฟันผู้ประกันตนได้ 70,000 คน อื้อหือ คำถามง่ายๆ เลยนะครับ สำหรับประชาชนระหว่างทำปฏิทิน 500 ล้านบาท ซึ่ง 8 ปี ผู้ประกันตน 24 ล้านคนเนี่ย ส่วนใหญ่ไม่เคยได้ครับ นะครับ กับการเอาเงินไปเป็นค่าทำฟันผู้ประกันตน 70,000 คนเนี่ย อะไรเป็นประโยชน์ส่วนรวม และอะไรเป็นประโยชน์เกี่ยวกับผู้ประกันตนมากกว่ากันครับ ถ้าตอบแบบด้วยใจเป็นกลางนะฮะ ก็แน่นอนว่าเงินไปทำฟันเป็นประโยชน์กว่า ใช่มั้ยครับ อันนี้คือข้อที่ 2

ข้อที่ 3 ก็คือ ปฏิทินในในรอบ 8 ปีที่ผ่านมาเนี่ยครับ คือขณะที่ทางทางรัฐ ซึ่งจริงๆ รัฐมนตรีไม่ควรพูดเนี่ยนะครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของงบประมาณประกันสังคม ไม่ใช่ งบของรัฐบาล งบประมาณประกันสังคมเนี่ย เป็นงบนอกรัฐบาล เพราะมันเป็นงบของกองทุนเค้าเนี่ยนะครับ จริงๆ บอร์ดต้องเป็นคนพูดนะครับ เอ่อ การทำปฏิทินในช่วงที่ผ่านมา 8 ปีเนี่ยนะครับ รัฐมนตรีอ้างว่า พูดง่ายๆ คือ ชาวบ้านเนี่ย เขาอยากได้ครับ นะครับ แต่ถ้าเราไปดูตัวเลขของคนที่ได้ปฏิทินจริงๆ ในรอบ 8 ปีเนี่ย ส่วนใหญ่มันไปไม่ถึงชาวบ้าน ชาวบ้านคือพูดง่ายๆ คือกลุ่มมาตรา 40 เกษตรกร อือฮึ ส่วนใหญ่คนที่ได้เนี่ย คือคนกลุ่มที่ 8 ปีที่ผ่านมานะครับ เขาอ้างว่า เป็นตัวแทนเรา ทั้งที่เขาไม่เคยเป็น อือ นั่นคือคนกลุ่มที่เรียกว่า สภาแรงงานครับ ประเทศไทยมีสภาแรงงานเหมือนกับต่างประเทศ มีสหภาพแรงงานนะครับ แต่ว่าสหภาพแรงงานในประเทศไทยเป็นปัญหา 2 ข้อ ข้อที่ 1 คือคนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพ อื นะครับ 2 ก็คือนอกจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพเนี่ย มันมีพวกที่เป็นนักการเมืองในคราบผู้นำแรงงานครับ คนเหล่านี้ไปตั้งสหภาพ อื นะครับ ในหลายโรงงาน บางโรงงานมี 5 สหภาพ สหภาพนึงมีพนักงาน 15 คนนะครับ แล้วก็เอาจำนวนสหภาพที่มีเยอะๆ เนี่ย ไปรวมกันเป็นสภาแรงงาน แล้วก็เอาสภาแรงงาน ซึ่งตัวเองตั้งจากสหภาพ ซึ่งบางโรงงานมี 5 สหภาพ มีลูกจ้าง 15 คนเนี่ย ไปต่อรองเป็นบอร์ดประกันสังคมกับรัฐมนตรี อื แล้วมันเป็นเป็นอย่างนี้มา 20 ปีครับ นะครับ แล้วคนเหล่านี้ สภาแรงงานเหล่านี้แหละ คือคนที่เอาปฏิทินไป อือฮึ วันนี้ ปฏิทินประกันสังคมเนี่ย ในความเป็นจริงคือ มันคือการเอาเงินผู้ประกันตน 500 ล้านบาทในรอบ 8 ปีเนี่ย ไปซื้อปฏิทินให้สภาแรงงาน ซึ่งไม่รู้ว่าเขาไปแจกจ่ายกันอย่างไร และเขาไม่ได้เป็นตัวแทนผู้ประกันตนนะ คือเรื่องสหภาพแรงงาน สภาแรงงาน เป็นเรื่องที่มีแล้วก็ดีนะครับ แต่ไม่ได้แปลว่ามันเท่ากับผู้ประกันตนทั้งหมด ดังนั้น สภาแรงงาน หรือสหภาพแรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรที่นักการเมืองในคราบผู้นำแรงงานจัดตั้งขึ้นเนี่ย ถ้าคุณอยากทำปฏิทินเพื่อเอาไปหาเสียง คุณไปพิมพ์กันเอง คุณอย่าเอาเงินผู้ประกันตนไปทำ ออือฮึ นะครับ เพราะงั้น ไอ้ความเป็นจริงที่อ้างว่า ปฏิทินเนี่ยนะครับ เอาไปแจกชาวบ้านชาวบ้านที่อยากได้เนี่ย ไม่ใช่ มันแจกไปยังคนกลุ่มนี้ แล้วมันก็ไปกองกันตามออฟฟิศของคนกลุ่มนี้ แล้วที่เราเห็นปฏิทินซึ่งเอาไปขายตาม Shopee เนี่ย มันก็มาจากคนพวกนี้ อือฮึ มันถึงผิดหลักการไง 1 คือเอา 500 ล้านไปทำปฏิทินก็ผิด ควรจะเอาไปทำโรงพยาบาล ทำฟัน 2 ปฏิทินอ้างว่าชาวบ้านอยากได้ สำรวจความเห็นชาวบ้านก็ไม่ได้อยากได้ แต่มีคนซึ่งเป็นข้าราชการบอกว่าชาวบ้านอยากได้นะ แล้ว 3 คือคนที่ได้จริงๆ เนี่ย คือกลุ่มที่อ้างว่าเป็นสภาแรงงาน ซึ่งผู้ประกันตน 24 ล้านคนไม่ได้เป็นสมาชิก อือฮึ นึกออกไหม ทุกวันนี้เนี่ยนะครับ เราทำงานจ่ายเบี้ยประกันสังคมเนี่ยนะครับ ไปซื้อปฏิทินให้พวกสภาแรงงาน ซึ่งเราไม่ได้เป็นสมาชิก แล้วเราก็ไม่รู้จักด้วยครับ ถามคนไทยที่เป็นสมาชิกประกันสังคม 24 ล้านคน มีใครรู้จักชื่อประธานสภาแรงงานในประเทศสักคนไหมครับ อือฮึ ผมทำข่าวเนี่ยนะครับ ผมยังไม่รู้จัก ผมรู้จักเพราะผมสนใจเรื่องแรงงานก็เลยต้องไปเสิร์ช ไปเสิร์ชไปใช่ แต่ชาวบ้านไม่รู้จัก แล้วคนเหล่านี้เป็นคนที่อยากได้เรื่องพวกนี้ ประเทศไทยตอนนี้มันมันถูกยึดด้วยคนแบบเนี้ยนะครับ เรื่องประกันสังคมคือข้าราชการบางกลุ่ม ไม่ใช่ทุกคนนะครับ แต่ข้าราชการบางกลุ่ม นักการเมืองบางคน แล้วก็กลุ่มที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้นำแรงงานบางพวกนะครับ กลายเป็นเหมือนกับคนที่เป็นเหมือนกับปรสิทธิ์นะครับ ในการในการปอกลอกประกันสังคม ซึ่งมาจากเงินผู้ประกันตน ซึ่งมันไม่ควรเป็น เพราะกองทุนประกันสังคมมันมาจากเงินผู้ประกันตน ไม่ใช่เงินของสภาแรงงาน แล้วก็ไม่ใช่เงินของรัฐบาล รัฐบาลเนี่ยติดหนี้ประกันสังคม 50,000 ล้านยังไม่จ่ายเลยครับ อือฮึ ตังค์ยังไม่จ่ายเลย แต่ว่าชี้นำการประชุมต่างๆนานา แล้วก็อย่างเรื่องอะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์ อย่างเช่นเรื่องของการช่วยเด็กอายุ 7-12 ปีเนี่ยนะครับ จะเข้าบอร์ดใหญ่ประกันสังคมยังไม่รู้จะผ่านหรือเปล่าเลยเนี่ย อือฮึ ไอ้เรื่องที่แบบลูกหลานผู้ประกันตนจะได้ประโยชน์เนี่ยยาก อื แต่เรื่องที่ผู้ประกันตนไม่ได้ประโยชน์ อย่างเรื่องปฏิทินเนี่ย ทำง่าย อยากทำต่อ แล้วไปดูชื่อคนที่ได้พิมพ์เนี่ยนะครับ 8 ปี คือเจ้าเดิม อื คือมันก็ เอ้อเนาะ คือแล้วแล้วในปกติในในอนุกรรมการเนี่ย เค้าถกเถียงถกเถียงอะไรยังไงกันบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม อันนี้เปิดเผยได้ใช่ป่ะ

ก็ก็เท่าที่เล่าได้นะครับ ผมคิดว่าก็หลายเรื่องที่จะเล่า หลายเรื่องเป็นเรื่องที่มีรายงานผ่านสื่อไปแล้วนะครับ คือว่ามีอนุกรรมการที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ที่เห็นว่าเราต้องฟังเสียงของผู้ประกันตนนะครับ คือคือวันนั้นเนี่ยนะครับ พอมีการนำเสนอผลการสำรวจความเห็นเนี่ย ฟังอนุกรรมการที่บอกว่าต้องฟังผู้ประกันตนก็มีผม อือฮึ นะครับ แล้วก็มีตัวแทนกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าครับ นะครับ แล้วก็มีอีกท่านนึงเป็นตัวแทนจากไทย PBS อื นะครับ อีกท่านนึงเป็นตัวแทนจากกรมประชาสัมพันธ์ครับ แล้วก็อีกท่านนึงไม่น่าเชื่อ ผมก็เซอร์ไพรส์เป็นตัวแทนจากฝ่ายนายจ้าง 1 ท่านก็บอกว่าไม่เอา อื คือเพราะฉะนั้นในแง่สำรวจความเห็นเนี่ย คนไม่เอาเนี่ยมากกว่านะครับ โดยองค์รวมมากกว่า ในระดับลูกจ้างมากกว่า ในระดับนายจ้างมากกว่า แล้วแม้กระทั่งในที่ประชุมอนุเนี่ยก็มากกว่าครับ วันนั้นในที่ประชุมเนี่ยครับ คนที่พูดว่าจะเอาเนี่ยมีแค่ 2 คน อื มีแค่ 2 คน อือ เพราะงั้นในแง่ตรรกะเนี่ย มันไม่เหลือความสมเหตุสมผลอะไรเลย ที่จะเอา นับแต่ในที่สุดแล้วเนี่ยนะครับ ทางอ ทางฝั่งราชการเขาก็บอกว่าเขาจะเอา มันก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ โดยให้เหตุผลแบบ ก็เหมือนที่เราคุยกันไปก็คือ บางคนเข้าไม่ถึงพวกใช่มั้ฮะ เอ่อ อุปกรณ์สื่อสารที่เป็นแบบสมาร์ทโฟน ยกตัวอย่างกัน คือคือเค้าก็พยายามจะพูดอย่างงี้ว่า ซึ่งผมก็ทักท้วงนะ บอกอย่างงี้ว่า ไอ้ประกันสังคมซึ่งคนบอกว่าไม่อยากได้ปฏิทินเนี่ย เป็นเพราะเขาไม่เคยได้ เขาเลยไม่เอาครับ ซึ่งผมฟังแล้วผมก็ตกใจว่า เราไม่ได้สำรวจเรื่องเขาไม่เอาเพราะอะไรนะ เราสมมุติว่าเขาเอาหรือไม่เอา ผมก็ทักท้วงว่า เอ๊ะ หัวข้อในการสำรวจคือเอาหรือไม่เอาแค่นั้นเลย สั้นๆ สั้นๆ ไม่ได้มีการบอกว่าเอาหรือไม่เอาเพราะอะไร จงเขียน แต่ว่าพอมาถึงในที่ประชุมเนี่ย กลุ่มเคอยากจะเอา บอกว่าคนที่ไม่เอาเนี่ย เป็นเพราะเขาไม่เคยได้ เลยไม่เอา เพราะฉะนั้นเราควรจะมาคุยว่าคนที่ไม่เคยได้ เขาจะได้ ได้อย่างไร ซึ่งผมก็ทักท้วง อือฮึ นะครับ แต่ว่าโอเค ถึงจำนวนคนที่ทักท้วงจะมากกว่า และคนที่ไม่ทักท้วงคือให้ทำต่อ มีแค่ 2 คนเนี่ย ผลมันก็เป็นแบบ ผมว่าในที่สุดแล้วเนี่ย ปัญหาอย่างของประกันสังคมสำหรับผมมีอยู่เรื่องเดียวเลยนะ คือประชาชนไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะทำประกันสังคมหรือไม่ไม่ทำครับ วันเนี้ยผมเชื่อว่าถ้าประชาชนมีสิทธิ์เลือกว่าจะทำประกันสังคมหรือไม่ทำเนี่ยนะ สำนักงานประกันสังคมซึ่งเป็นหน่วยงานราชการเนี่ย จะไม่มีทางไม่ฟังประชาชน อือฮึ คุณมีผู้ประกันตนโหวตเสียงส่วนใหญ่ว่าไม่ทำครับ นะครับ แต่ข้าราชการและรัฐมนตรีบอกว่าฉันจะทำ อือฮึ รัฐมนตรีพูดมาอย่างงี้ได้ไงว่าแบบ เฮ้ย ถึงคนส่วนใหญ่ไม่อยากทำครับ คุณต้องนึกถึงใจคนส่วนน้อย อือฮึ คือถ้าเรานึกถึงใจคนส่วนน้อย แล้วเราไม่นึกถึงใจคนที่เขาไม่อยากทำเหรอ แล้วรัฐมนตรีเป็นคนบอกเองนะครับว่า การทำปฏิทินหรือไม่ทำเนี่ย ถ้าประชาชนบอกว่าไม่ทำ ผมก็ไม่ทำ อื รัฐมนตรีลืม คือรัฐรัฐบาลชุดนี้มันจะตบัดสัตว์กันทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องปฏิทินเลยอ่ะครับ เออ อ่า แต่ก็ผ่านการประชาพิจารณาแล้ว ส่วนใหญ่เค้าก็ไม่เอา ก็ใช่ ก็รัฐมนตรีเป็นคนบอกเองอ่ะ แต่ผมเห็นคำอธิบายที่บอกว่า ก็เป็นประชาก็ไม่ได้ถามคนทั้ง 24 ล้านคนอะไรอย่างงี้ไง ใช่มั้ย ผมก็เลยไม่จะตอบ คือถ้าคุณอ้างว่าไม่ได้ถามคน 24 ล้านคน ไอ้คนที่อยากได้ก็ไม่ใช่ 24 ล้านคนด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอ้างไปอ้างมามันตรรกะวิบัติ คืออย่างง่ายเลยนะครับ ถ้าประเทศเราไม่ได้บังคับให้ประชาชนต้องจ่ายประกันสังคมเนี่ย ผมว่าสำนักงานประกันสังคมจะเกรงใจประชาชนมากกว่านี้ ข้อที่ 1 แล้วข้อที่ 2 คือผมคิดว่าปัจจัยสำคัญอีกอย่างนึงคือ ณ วันเนี้ยกองทุนประกันสังคมเนี่ยนะครับ สำนักงานประกันสังคมเนี่ย คือประกันสังคมมีความสลับซับซ้อนหน่อยนึงนะครับ คือมีบอร์ดซึ่งในบอร์ดเนี่ยมีข้าราชการ มีตัวแทนฝ่ายนายจ้าง แล้วก็ตัวแทนฝ่ายลูกจ้างที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ แต่ว่าในการบริหารงานประจำเนี่ย คนที่คุมจริงๆ เนี่ยคือข้าราชการครับ นะครับ แล้วก็เลขาสำนักงานประกันสังคม หรือประธานสำนักงาน ประธานประกันสังคมเนี่ย คือปลัดกระทรวงแรงงาน อื เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้า รัฐมนตรีแรงงานคุมปลัดกระทรวงแรงงาน เขาก็ คุมสำนักงานประกันสังคมได้ครับ นะครับ แล้วทั้งรัฐมนตรีนะครับ หรือปลัด หรือข้าราชการที่คุมประกันสังคมเนี่ย ความน่าเศร้าอยู่ตรงนี้ อื คนเหล่านี้ไม่เคยใช้สวัสดิการแบบประกันสังคมครับ เขาเป็นข้าราชการ เขาเป็นคนที่พอเกษียณอายุได้บำนาญ 50,000 60,000 70,000 อือฮึ เขาเป็นคนกลุ่มที่ เจ็บไข้ได้ป่วยเนี่ยครับ นะครับ เขาเบิกงบได้ไม่จำกัด อือฮึ แต่เขาเป็นคนคุมกองทุนประกันสังคม ในงบประมาณ 2.6 ล้านล้านนะ ครับ ครับ เกือบเท่าประเทศเราของเรา 3.78 ใช่มั้ ใช่งบประมาณประเทศนี้ 3.75 ล้านล้าน กองทุนประกันสังคมในงบประมาณทั้งหมด 2.6 6 ล้านล้าน ถูกคุมโดยปลัดกระทรวงแรงงาน ถูกคุมโดยเลขาประกันสังคมซึ่งเป็นข้าราชการ อื ความสมเหตุสมผลไม่มีนะครับ คนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ด้วยสวัสดิการแบบเดียวกับคนที่ใช้ประกันสังคมอ ผมเนี่ยใช้ประกันสังคมนะครับ เดือนก่อนเสียงผมหาย ผมไปหาหมอ ซึ่งชื่อผมอยู่ได้ยามากิน 1 อาทิตย์ไม่หาย ต้องไปหาโรงพยาบาลเอกชน อือฮึ กินยา 3 วันหายเลย โรคที่ผมอยู่นี่คือโรคแบบคนส่วนใหญ่ แต่ข้าราชการที่บริหารประกันสังคมเนี่ย ไม่ได้อยู่ในด้วยประกันสังคมแบบนี้ อ่ะครับ เพราะฉะนั้นประกันสังคมดีไม่ดีเขาไม่กระทบ อื นี่คืออีกปัญหานึง คนคุมประกันสังคมไม่ได้ใช้สวัสดิการแบบที่ประชาชนต้องใช้ครับ ซึ่งมันน่าเศร้า ซึ่งเป็นข้าราชการน่ะเนาะ ใช่ ซึ่งข้าราชการไม่ได้ผิดนะครับ แต่ระบบแบบนี้ผิด แล้วผมคิดว่าในที่สุด เราต้องคุยกันว่า ประกันสังคมเนี่ย จะต้องถูกดึงออกมาจากกระทรวงแรงงานครับ ต้องมีการออกกฎหมายใหม่ได้แล้วว่า ประกันสังคมต้องมาอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน แล้วผมท้าเลยนะครับ กระทรวงแรงแรงงานแต่เป็นกระทรวงซึ่งรัฐมนตรีเกรด B อยากคุมอครับ เพราะมันมีประกันสังคม ประกันสังคมมีเงิน 2.6 ล้านล้าน ถ้าคุณคุมกระทรวง เอ่อ ประกันสังคมผ่าน คุมข้าราชการได้เนี่ย คุณ 2.6 6 ล้านล้าน ที่ผ่านมาในแทบทุกยุคของรัฐมนตรีและทุกยุคของกระทรวงแรงงานเนี่ยนะครับ กระทรวงแรงงานจะเอาเงินกองทุนประกันสังคมไปใช้ เพราะเงินประกันสังคมไม่ได้อยู่ในงบประมาณรัฐบาล ไม่ต้องผ่านสภา ดึงได้ตามอัธยาศัย อรัฐมนตรีคุยกับปลัดรู้เรื่อง หาทางโยกไปโยกมา คุยกับบอร์ดซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ใช้แรงงาน โดยที่เราไม่ได้เลือกในอดีต รู้เรื่อง ดึงเงินไปใช้ได้ ถึงมีการเอาเงินประกันสังคมไปซื้อหมวก ซื้อเสื้อแจกพวกผู้นำแรงงานในวันแรงงานเนี่ยครับ อือฮึ คุณกายถ้าอยู่ในประกันสังคมเนี่ย เงินที่ คุณทำงานทุกวันเนี่ยนะครับ อทุกปีเนี่ย เขาเอาไปซื้อเสื้อซื้อหมวกแจกพวกสภาแรงงานที่ไปวันแรงงานที่รัฐบาลเป็นประธาน ครับ คือจัดวันแรงงานไม่มีปัญหานะครับ จะเอารัฐบาลไปไม่มีปัญหา แต่คุณไปซื้อหมวกกันเอง ซื้อเสื้อกันเอง ไม่ใช่เอาเงินประกันตน ผู้ประกันตนไป อื ไม่ได้มีใครทำงานเพื่อไปซื้อเสื้อซื้อหมวกฟรีให้พวกคุณนี่ ครับ คุณอยากจัดงาน คุณซื้อเสื้อซื้อหมวกกันฟรีกันเอง มันเป็นอย่างนี้มา 20-30 ปี รัฐมนตรีเกรด B อยากคุมกระทรวงการเพราะอยากคุมประกันสังคม ถ้าคุณเอาประกันสังคมออกไปอยู่นอกกระทรวงแรงงานนะ ไม่มีใครเป็นรัฐมนตรีแรงงานเลย อื ไม่มีเลยครับ เพราะมันเป็นกระทรวงซึ่งถ้าไม่มีประกันสังคมแล้วไม่มีกรมการจัดหางานเนี่ย มันทำมาหากินไม่ ได้ อื โอ แล้วสังเกตรัฐมนตรีแรงงานแทบทุกรัฐบาลเนี่ยนะครับ ไม่เคยมีคนไหนพูดถึงปัญหาผู้ใช้แรงงานก่อนเป็นรัฐมนตรีครับ และเมื่อหลุดจากตำหนักรัฐมนตรีก็ไม่เคยมีใครพูด อื เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้สนใจเรื่องผู้ใช้และงานและผู้ประกันตน เขามาเพราะประกันสังคมมันมีเงินครับ แล้วมันเป็นเงินที่คุมโดยสภาไม่ได้ อื ถ้าคุณคุมข้าราชการได้ คุณคุมบอร์ดประกันสังคม เอาพวกผู้นำแรงงานเก๊มาเป็นบอร์ดได้เนี่ย คุณใช้เงินได้ตามอัธยาศัย อื โห เป็นไงครับ ปัญหาถ้ามันระดับ 2.6 6 ล้านล้านนี่มันต้องกระทรวงเกรด A แล้วนะ

ก็ใช่ดิครับ ก็ใช่ดิครับ ตอนนี้คือเนาะ ระดับแบบเกรด A แบบแบบเดียวกับมหาดไทยใช่ มั้ หรือว่าเพราะฉะนั้น ถ้าคุณกลายดูเนี่ย คนที่ได้มาคุมเนี่ย มันถึงเป็นรัฐมนตรีแบบ ที่พูดง่ายๆ คือมักจะเป็นคนที่เป็นถุงเงิน ของแต่ละพรรคแต่ละแต่ละรัฐบาล อือ ไปไล่ชื่อดูครับ มันคือคนที่แบบ เป็นระดับรองหัวหน้าพรรค บางทีก็เป็นระดับเลขาพรรค อือนะ ครับ เป็นตัวท็อปของแต่ละพรรค เพราะอะไร ทั้งที่กระทรวงแรงงานจริงเล็กนิดเดียว เพราะมันมีประกันสังคมอยู่อื ประกันสังคม สังคมคือขุมทรัพย์ มันแทบจะเป็นเช็คเปล่า อ่ะครับ อื ถ้าคุณคุมข้าราชการได้ คุณคุมบอร์ดได้เนี่ยครับ คุณโยกเงินได้สบายเหรออ คุณจะไปซื้อตึกซื้อตึกอะไรก็สงสัยมันทำ ได้หมด หรือแม้กระทั่งที่มัน สส.พรรคประชาชนแฉ คือเอารถ 5 ปีเนี่ยนะครับ ไปบริจาค อย่างงี้เนี่ยนะครับ ก็เรื่องนี้ก็มีการคุยกันว่า เอ้ย รถ 5 ปีไปบริจาคเนี่ย ทำไมไม่เอาไปขายซากรถ มันก็มีราคานะครับ รถ รถ 120 ล้านบาท 5 ปีเนี่ย ซากรถมันก็มีราคานะครับ สมมุติ 120 บาทนะครับ 5 ปี เออ 120 ล้านบาท 5 ปี มูลค่าลดเหลือ 20 สัก 20% เนี่ย อื 20% มันก็เป็นเงิน 30 กว่า 30 ล้านนะ มันก็หลายตังค์นะครับ เอาไปทำฟันผู้ประกันตนได้เยอะเลย เออ เอาไปช่วยลูกผู้ประกันตนได้เยอะเลย เอาไปให้เด็กในครอบครัวผู้ประกันตนได้เยอะเลยอ่ะครับ อือฮึ งั้นผมว่า ความรู้สึกหวงแหนเงินของประกันสังคมเนี่ย มันน้อยเกินไปในหมู่รัฐบาล หรือว่าข้าราชการที่สนิทกับรัฐบาลไงครับ

ในอนุกรรมการเนี่ย เค้าคุยกันเรื่อง นอกจากปัญหาเรื่องปฏิทินแล้ว เมื่อกี้พูดถึงมีเป็นตึกก็มี ใช่มั้ฮะ คุยเรื่องตึกอะไรก็มีมั้ย

ตึกเนี่ยอยู่ในชุดอื่นนะครับ ตึกอยู่ในชุดที่ เอ่อ เป็นบอร์ดใหญ่แล้วเป็นอนุกรรมการที่เรียกว่า กลั่นกรองนะครับ จริงๆ วันนั้นในในชุดที่ผมอยู่ก็คุยกันเหมือนกันว่า เอ๊ะ ตกลงเนี่ย เมื่อผลสำรวจความเห็นมาแล้ว ทางฝั่งราชการยืนยันว่าจะทำต่อ โดยมีตัวแทน เอ่อ น่าจะเป็นนายจ้าง 2 ท่านบอกว่าจะทำต่อเนี่ยนะครับ ครับ แล้วตกลงเนี่ย มันมีใครในโลกจะหยุดปฏิทินนี้ได้มั้ย อือ นะครับ ตามขั้นตอนคือ มันต้องไปอนุกรรมการที่เรียกว่า อนุกรองนะครับ ก็มีการสอบถามกัน คำตอบแรกที่ได้คือ อนุกรองก็หยุดไม่ได้ อื หลังจากนั้นผมไม่แน่ใจว่า ผมถามนะครับ หรือว่าพวกประกันสังคมก้าวหน้าถาม ก็คือว่า โอเค ชุดชุดที่พวกเราอยู่ หยุดไม่ได้ ชุดถัดไปอยู่ไม่ได้ ใครหยุดได้ บอร์ดประกันสังคมชุดใหญ่หยุดได้มั้ย ปรากฏว่าหยุดไม่ได้ ซึ่งเราตกใจนะ พอตกใจเนี่ย เข้าใจว่าก็เลยมีท่านนึงถามว่า งั้นขอให้บันทึกไว้ในที่ประชุมนะครับว่า มีคนบอกว่า ปฏิทินประกันสังคมเนี่ย แม้กระทั่งบอร์ดประกันสังคมก็หยุดไม่ได้

โอ้ มันมันจะร้อนแรงขนาด

ใช่แล้ว แล้วผมก็เลยพูดในที่ประชุมว่า เอ๊ะ ประกันสัง ไอ้ปฏิทินนี้มันใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญของประเทศนะครับ ผมนึกว่ามันมีแค่ประเทศนี้มีแค่รัฐธรรมนูญที่แก้ไม่ได้ เพิ่งรู้ว่าปฏิทินประกันสังคมเนี่ย ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่มีใครหยุดได้เลย

อปฏิทินประกันของมันใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ

โอ้โห คือในแง่ตัวเงินมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ นะครับ มัน 500 ล้านบาท แต่มันเป็นสัญลักษณ์ว่า เสียงของผู้ประกันตนเนี่ย ถูกผู้บริหารประกันสังคมฟังหรือเปล่า แล้วสำหรับชาวบ้านเนี่ยนะครับ ชาวบ้านไม่รู้ก็จะคิดว่าผู้บริหารประกันสังคมคือบอร์ด อื ใช่มั้ย คือพวกประกันสังคมก้าวหน้า แต่จริงๆ ไม่ใช่ คนที่จะทำต่อคือฝั่งราชการ แล้วฝั่งนักการเมืองครับ ก็รัฐมนตรีพูดอย่างเงี้ยครับ แบบถึงมีคน 1% ที่จะไม่ทำ อือฮึ เอ้ย ถึงมีคน 1% เอ่อ 1% ที่อยากได้ ผมก็จะทำต่อ อะไรอย่างเงี้ย มันมีคำพูดแบบนี้ขึ้นมา พูดมาได้ยังไง อื นั่นน่ะคือสิ่ง ที่มันไม่น่าเชื่อว่าเราได้ยินแบบนี้ไง ครับ ใช่มั้ครับ คือผม ว่าประกันสังคมมันมาจากผู้ประกันตนน่ะ อื คือถ้าคิดแบบปุถุชนเนี่ยนะครับ ผมว่าไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน เงินของผู้ประกันตนต้องฟังผู้ประกันตน รัฐบาล ข้าราชการนะครับ หรือว่านักการเมืองเนี่ย พูดน้อยๆ เถอะ เพราะคุณไม่จ่ายตังค์เขาต้อง 50,000 ล้าน อือ ไว้วันไหนคุณจ่ายตังค์ก่อน คุณค่อยมาคุยนะครับ แล้วหนี้ประกันสังคมเนี่ยนะครับ คุณกายก็คงทราบอ่ะ เราเราเป็นลูกจ้างเนี่ย เราติดหนี้ประกันสังคมไม่ได้ เงินเดือนออก ถูกหักเลย นายจ้างถ้าไม่จ่ายเนี่ยนะครับ ต้องใช้หนี้ดอกเบี้ย 2% รัฐบาลติดหนี้อยู่ 50,000 ล้าน ไม่มีดอกเบี้ยนะครับ ครับ คือรัฐบาลทุกชุดเนี่ย เป็นเป็นอะไรที่มันแย่มาก เงินประกันสังคมคุณก็เบี้ยว อำนาจคุณก็จะคุม ตังค์ก็จะเอาไปใช้ ดอกเบี้ยหนี้ก็ไม่ยอมจ่าย อือ นี่คือประเทศของเราอ่ะครับ เพราะงั้นมัน ไม่ใช่เรื่องปฏิทิน เรื่องประกันสังคม มันเป็นเรื่องที่ในที่สุดประเทศนี้มันฟังประชาชนหรือเปล่าว่ะ ถ้าแค่เรื่องอย่างนี้ คุณยังไม่ฟัง แค่เรื่องปฏิทินคุณยังหวงกันขนาดเนี้ยครับ เขาไม่ฟังประชาชนเรื่องอื่นหรอกครับ ครับ ไอ้คำว่าแตะไปตรงไหนก็เจอแต่ไอ้เรื่องพวกนี้นี่มันก็ใช่หมดเลยนะ แม้กระทั่งในโทษนะฮะ ในอนุกรรมการที่ดูแลเฉพาะเรื่องเนี้ย ประชาสัมพันธ์ของประกันสังคมก็ยังมีปัญหานี้เลย ใช่ๆนะ แล้วที่เศร้าของนั้นคือปฏิทินผมก็ไม่เคยเห็นนะ ครับ ไม่เคยแม้กระทั่งได้แบบเอามือสัมผัส ว่าเนื้อกระดาษมันมันเป็นยังไงถึงขนาดใคร ก็หยุดเขาไม่ได้ครับ แต่มันเป็นอย่างงั้น นะครับ ครับ เขาอายุน่าจะเย็นกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ไม่มีใครหยุดเขาได้ครับ ฉีก ฉีก ฉีก คือเนี่ยแหละมันคือคำตอบที่เกิดขึ้นไง เออ นะครับ ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นไง นับดังนั้นผมก็หวังว่า พอเรื่องนี้เข้าไปสู่บอร์ดนะครับ บอร์ดซึ่งมีประกันสังคมก้าวหน้าอยู่ เก็ต้องไฟท์ต่อครับ แต่เขาจะไฟท์สำเร็จหรือเปล่าผมก็ไม่รู้แล้วไง เพราะว่าเราเห็นบทบาทของฝั่งนายจ้างส่วนน้อยนะครับ กับฝั่งราชการที่ยืนยันว่ายังไงก็ต้องเอา

ผมเห็นโพสต์ของคุณวิโรจน์ใช่มั้ฮะ นะที่บอกว่า ถ้ายืนกรานจะใช้เงินผู้ประกันตนผลิตปฏิทินให้ได้ ก็ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น หากพบการประพฤติมิชอบ ส่ง ปปช. ทันทีไม่มีละเว้น

ผมเนี่ยพูดเรื่องนึงเอาไว้นะครับว่า ถึงจุดนึง ซึ่งเรื่องนี้ผมอาจจะทำไม่ได้แล้วนะครับ ประกันสังคมก้าวหน้า หรือใครก็ตาม อาจจะต้องเป็นเจ้าภาพในการฟ้องสักคดีนึงครับ ผมไม่รู้คดีจะเป็นเป็นฟ้องใคร จะเป็นสำนักงานประกันสังคม หรือจะเป็นรัฐมนตรี ผมไม่ทราบนะครับ แต่ควรจะมี การฟ้องสักคดีนึงนะ ไม่ว่าจะเป็นคดีอย่างเรื่องประกันสังคมนะ คดีอย่างเรื่องของการเอารถของประกันสังคมไปบริจาคให้วัด หลังจากมีอายุอายุครบ 5 ปีแล้วแทงบัญชีศูนย์ ครับ รถอายุ 5 ปีแทงบัญชีศูนย์ อื ได้เหรอครับ อือโอเค ไปให้วัดเนี่ยเข้าใจ บอกว่าอยากทำบุญเข้าใจ แต่มันมีช้อยส์อื่นที่ผู้ประกันตนได้ดี ทำได้ดีกว่า คือคุณขายเอาเงินมาให้ผู้ประกันตนดีกว่ามั้ย อือฮึ หรือปฏิทินมันเป็นทรัพย์สินราชการ ผมเคยถามนะ ครับว่าเอ๊ะ ปฏิทินเนี่ย คือวันที่ถามเนี่ย ผมก็ใจดำนะครับ ผมก็ถามอมหิตเลย ผมบอกว่า ปฏิทินเนี่ย มันเป็นทรัพย์สินราชการ เงินราชการทุกอย่างที่ใช้มันต้องมีที่มาที่ไป นะครับ ปฏิทินที่แจกมาเนี่ย 8 ปี เคยมีการระบุมว่าใครเป็นคนได้ อื คำตอบคือไม่มี อือฮึ ผมนี่อยากให้มีใครสักคนนึงฟ้องเรื่องนี้จริงๆ คุณเอาทรัพย์สินราชการไปแจก แต่คุณระบุไม่ได้ว่าใครได้ มันคือของหลวง มันคือทรัพย์สินของราชการนะครับ ถ้ามันมันตอบไปได้ว่าใครได้เนี่ย มันต้องมีคนรับผิดชอบ ผมเนี่ยอยากให้ใครสักคนจริงๆ เป็นวีรบุรุษในการฟ้องเรื่องนี้ แล้วผมขอแค่เรื่องแบบนี้ครั้งเดียวเลยนะ ผมเชื่อว่าโดยเบื้องต้นมันหยุดประกันสังคมได้เลยครับ ข้าราชการถ้าเกิดโดนคดี นักการมันจะขู่แค่ไหน ข้าราชการก็เสียว อืออื นะครับ ไม่มีใครอยากติดคุกให้นักการเมือง แม้กระทั่งผู้นำแรงงานในปัจจุบันบางคนเนี่ยนะครับ ถ้าโดนคดีด้วยเรื่องแบบนี้ ผมว่าเขาก็ไม่กล้า ทุกวันนี้ที่กล้าคือมันทำกันมานานแล้ว มันไม่มีคดีครับ ผมอยากจริงๆ ให้มีคนสักคน ทนายสักกลุ่ม เป็นทนายฟ้องสักเรื่องนึง แค่ฟ้องเนี่ยนะครับ ว่าโดยเบื้องต้นหยุดการกระทำ ที่ไม่คิดถึงผู้ประกันตนได้เลย อื ส่วนเรื่องในอนาคต สำนักงานประกันสังคมต้องไม่ อยู่ภายใต้ปลัด ต้องอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน ไม่อย่างนั้นเนี่ย มันจะเป็นขุมทองให้รัฐมนตรี ทำแบบนี้ได้ต่อไป

แหม พูดถึงเรื่องของการฟ้องร้องเนี่ย อเรื่องที่คุณศิโรจน์พูดเนี่ย มันยังไม่มีเนาะ แต่ที่มันมีแน่ๆ แล้วเนี่ย ก็คืออดีตรัฐมนตรีที่ฟ้อง ฟ้องคุณไอซ์ ฟ้องคุณเนม ซึ่งแบบ มันไม่ควรเกิดไง ใช่มั้ยครับ

ผมก็คือผมก็เข้าใจคุณสุชาตินะ คนเป็นรัฐมนตรีเนี่ย ก็จะแบบรู้สึกว่ากูโดนด่า อ่า ใช่มั้ยครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ คนโดนด่าว่าทุจริตคอร์รัปชันเนี่ยไม่มีใครชอบ แต่ว่าการฟ้องในลักษณะนี้ มันก็คือการฟ้องปิดปาก มันปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันคือการฟ้องปิดปาก แล้วผมว่าคนเป็นนักการเมืองเนี่ยนะครับ สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ สู้ด้วยเหตุผลให้เราชนะใจประชาชนมากกว่านะครับ เช่น ถ้าเกิดคุณสุชาติบอกว่า โอ้โห ที่คุณไอซ์รักชนกพูดเรื่องทุจริตประกันสังคมมันไม่มีมูล คุณสหัสวัฒน์พูดว่า การซื้อขายตึก 7,000 ล้านมีคนของรัฐมนตรีไปเกี่ยวข้อง มันไม่มูล ผมว่ารัฐมนตรีเอาข้อเท็จจริงมาสู้ครับ นะครับ แล้วทำให้ประชาชนเห็นว่า คุณไอซ์ หรือคุณเนมเนี่ย พูดเท็จอย่างไร นั่นน่ะคือการฆ่าคุณไอซ์และคุณเนมทางการเมืองนะครับ แต่เมื่อรัฐมนตรีไม่เอาข้อเท็จจริงมาสู้แล้วเลือกไปฟ้องเนี่ยนะครับ คุณได้ทำให้คุณไอซ์และคุณเนมเป็นวีรบุรุษและวีรสตรีไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ว่าคุณไอซ์รักชนก และคุณเนมสมศักดิ์ คือคนที่ปกป้องผลประโยชน์ผู้ประกันตน จนถูกดำเนินคดีโดยรัฐมนตรี อื แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่านะครับ สังคมอาจจะต้องคุยกันว่า เราจะช่วยคนอย่างคุณไอซ์ รัชน หรือคุณเนมได้อย่างไร เพราะคดีแบบเนี้ยครับ ต้องหาตังค์ไปสู้คดีเองนะครับ แล้วคุณไอซ์กับคุณเนมเนี่ย แกไม่ได้เป็นคนมีตังค์ อื หน้าตาแกจะดูมีตังค์ แต่แกไม่มีตังค์ครับ นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากเห็นในสังคมครับ อาจจะถึงจุดที่รณรงค์กันนะ ครับ หาตังค์ หรือทนายอาสาจะช่วยคุณไอซ์ จะช่วยคุณเนมอย่างไรครับ แล้วผมเชื่อว่าใครที่ช่วยแล้วคดีนี้ชนะนะ คุณจะเป็นเหมือนกับแจ็คผู้ฆ่ายักษ์อ่ะครับ อื

อืม นี่ฮะ คุณไอซ์โพสต์รูปกินทุกอย่าง ขาหมู ส้มตำ ซุปเยื่อไผ่ แต่ไม่หากินกับส่วนต่าง

ใช่แล้ว รัฐมนตรีโกรธคุณไอซ์ ผมอันนี้ผมก็ไม่ค่อยใจ ทำไมรัฐมนตรีต้องโกรธคุณไอซ์ คือมันเป็นหลักการทั่วไปว่า คนเราไม่ไม่ต้องหากินกับส่วนต่าง เข้าใจว่าวันนี้รัฐมนตรีใกล้สัมภาษณ์ว่า ให้คุณไอซ์อย่าพูดอะไรแบบนี้อีก เหมือนกับให้คุณไอซ์ระวังอะไรก็ไม่แน่ใจ เป็น คือผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐมนตรีต้องโกรธ การที่คุณไอซ์พูดว่าฉันไม่กินส่วนต่าง มันควรจะเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรให้เราทะเลาะ คือเราจะทะเลาะกันทุกเรื่อง แม้กระทั่งการที่นักการเมืองบอกว่าฉันไม่กินส่วนต่าง รัฐบาลก็โกรธเหรอครับ อือฮึ คือรัฐรัฐบาลโกรธการที่ สส. เพราะว่าฉันไม่กินส่วนต่าง ผมอยู่ในประเทศแบบไหน คุณกายอยู่ในประเทศแบบไหนอ่ะครับ รัฐมนตรีโกรธการที่ ส.ส. บอกว่าฉันไม่โกง อื แล้วรัฐมนตรีโกรธ อื คือฝากบอกไอซ์ว่า อาจจะกินขาหมู ส้มตำ แล้วไม่ชวนรึเปล่า ใช่มั้ย ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คือ เอิ่ม ลองจินตนาการว่าอ่ะ สุดท้าย เมื่อกี้ผมเห็นอยู่ที่บอกว่า ปี 69 มันมันแล้วไปแล้วก็แล้วไปก่อนเนอะ สมมุติสมมตินะ ครับ ปี 70 จะมีไม่มีไปทินว่ากัน

สมมุติว่าเราปล่อยให้ปี 69 มีเนี่ย รอให้คุณศรีโดษ เดาว่าปี 70 สุดท้ายก็มีอยู่ดีใช่ ปี 71 72 73 มันก็มีใช่ๆ เพราะมันมีคนที่ได้ผลประโยชน์ เหมือนเหมือนกับเหมือนกับเรื่องของการเอาเงินผู้ประกันตอนทุกคนไปซื้อเสื้อซื้อหมวกแจกให้กับพวกสหพาสภาแรงงานในวันแรงงานเนี่ย ผมก็พูดถึงประเด็นนี้ในเดือนเมษายน เขาบอกว่าโอ้โหมันใกล้แล้ว ขอไปก่อนเถอะ ขอไปก่อนเถอะ เดี๋ยวปีหน้าค่อยมาคุย ผมก็บอกว่าโอเค ถ้าขอปีหน้าให้มาคุย งั้นให้บันทึกในที่ประชุมนะครับว่า ปีเนี้ย สรุปไปแล้วว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก คือเอาเงินผู้ประกันตนไปซื้อเสื้อซื้อหมวกให้พวกสภาแรงงาน คือถ้าพวกสภาแรงงานพวกผู้นำแรงงานซึ่งมีคน 200,000 อยากซื้อเสื้อ ซื้อหมวก หาตังค์กันเอง อย่าเอาเงิน 24 ล้านไปให้คน 200,000 ถลุงมันผิด อือฮึ ผมบอกให้บันทึกไว้เลย เบอกเออยังไม่ต้องบันทึกหรอกค่ะเดี๋ปีหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ เพราะงั้นทุกเรื่องที่มันคุยแล้วมันจบเนี่ย มันไม่มีผลอะไรกับปีหน้า ซึ่งมันเป็นไปได้ไงครับ มันไม่มันไม่ได้มีบันทึกมีอะไรใช่มั้ย ใช่ใช่แล้วปีหน้าเนี่ยนะครับ บอร์ดประกันสังคมเราก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นหรือไม่เป็น เขาอาจจะไปบริหารจัดการ อาจจะมีการล้มการเลือกตั้งบัตรประกันสังคมก็ได้ อย่าลืมว่ากลุ่มผู้นำแรงงานที่ใกล้ชิดรัฐบาลเขาขยับตลอดนะครับว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกบอร์ดประกันสังคม อ ครับ ถ้าไม่มีการเลือกบอร์ดประกันสังคมที่ผู้ประกันตนมีสิทธิ์เลือกจะกลับไปแบบเดิม คือรัฐมนตรีแรงงานแต่งตั้งผู้นำแรงงานที่เป็นริ่วร้อนรัฐมนตรีเข้ามาคุมครับ นั่นคือเราจะกลับไปสู่ระบบที่รัฐมนตรีแรงงานแต่งตั้งใครก็ได้ที่เป็นสมุนรัฐ รัฐมนตรีมาคุมเงิน 2.6 6 ล้านล้าน วันเนี้ย เงินกองนี้มันถูกเอามาอยู่ในสปอตไลท์แล้ว มันมีบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้เรื่อง 500 ล้านบาทมันสว่าง อื 8 ปีมันถลุงกันครับ เอา รถที่อายุ 5 ปีไปบริจาค มันถูกประจานนะครับ เงินผู้ประกันตน 24 ล้านคนถูกเอาไปซื้อเสื้อซื้อหมวกให้พวกสภาแรงงาน และซื้อตึก 7,000 ล้านมันถูกประจาน คำถามคือบอร์ดในอดีตมันเห็นทำไมมันไม่ยอมคัดค้าน เพราะบอร์ดในอดีตได้ประโยชน์จากเรื่องพวกมีหรือเปล่านะครับ แม้กระทั่งเรื่องรายงานการประชุมนะครับ ตอนที่กระแสประกันสังคมแรง อรัฐมนตรีก็บอกว่าเดี๋จะให้เปิดเผยรายงานการประชุมไปดูในเว็บเหอะครับ อือฮึ ตอนนี้รายงานการประชุมก็ไม่มีการเปิดเผยครับ เรื่องแม้กระทั่งการไลฟ์การประชุมก็ไม่มีอ่ะ แม้กระทั่งเรื่องของการบันทึกว่าใครพูดอะไรอย่างเงี้ย เอาหรือไม่เอาปฏิทินเนี่ยนะ ครับ ยังแทบตายกว่าจะบันทึกกันได้อ่ะ อื เรื่องที่พูดไม่ใช่เป็นอะไรที่สุดโต มันคือการเคารพผู้ประกันตน และการรับผิดชอบกับสิ่งที่บ่อแต่ละคนพูด อือฮึ ถ้าคุณพูดในที่ประชุมว่าผมไม่ฟังผู้ประกันตน ก็บันทึกว่าคุณพูดว่าไม่ฟังแค่นั้นเอง มันมีปัญหาอะไรอ่ะครับ

เราจินตนาการว่าที่คุณศีโรจน์ไปประชุมเนี่ยนะ เนี่ยอนุมีการไลฟ์ผ่าน YouTube เงี้เนาะ แล้วก็เปิดไลฟ์แชท ผลบวชเป็นอีกแบบนึงเลยครับ ผลบวชเป็นอีกแบบนึงเลยครับ คนในแชทก็คงจะเนาะ น่าจะเห็นด้วยไปในทางเดียวกันเกือบทั้งหมดเลยนะ ใช่แล้วคน ที่บอกว่าไม่ไม่ฟังเสียงผู้ประกันตนเผม ว่าก็ไม่มีใครกล้าพูด เ้าถึงไม่ยอมให้มีการเปิดกันไง เออ คำถามคือทำไมประเทศเราต้องเป็นแบบนี้ นี่ไม่ใช่งบราชการ อือฮึ นี่คืองบประชาชน ประชาชน ประชาชนทำงานแล้วถูกหักเงินเดือนนะครับ ครับ คือประเทศนี้เงินที่มาจากประชาชนเนี่ย เขายังคุมไม่ได้ แล้วงบประมาณของประเทศเนี่ยนะครับ เขาจะคุมได้ยังไง ออ ประเทศนี้มันกลายเป็นประเทศที่มันเป็นเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ว่ามันมีปรสิทธิ์ ครับ กัดกินประเทศ อื นะครับ แล้วปรสิทธิ์กลุ่มเนี้ย อยู่ในทุกอนูของประเทศนี้ ในเรื่องสตง.ก็มี ในเรื่องประกันสังคมก็มี ในเรื่องงบกองทัพก็มีนะ ในกลไกบริหารราชการก็มี ในกลไกรัฐธรรมนูญก็มี อือฮึ ประเทศนี้ ใจดำกับประชาชนครับ นะ แม้กระทั่งในในที่ประชาชนจ่ายเนี่ย ประเทศนี้ก็ใจดำกับประชาชน ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นไงครับ ออือ อืม