Transcription
กราบขออภัย เอาใหม่ สวัสดีค่ะ กราบขออภัย เสียงมาแล้ว สวัสดีค่ะ กราบขออภัยท่านประธานบริษัททุกท่านค่ะ ที่เข้าช้านี่เป็นเพราะว่าทางเราเองที่ช้า เพราะว่ามีปัญหาหาเรื่องเสียงนิดหน่อยนะคะ ก็คือเสียงมันไม่ถูกนับ อ้าไม่ใช่ เอาเลย กูเริ่มเลย กูเริ่มเอง ก็คือขออภัยค่ะ เมื่อสักครู่นี้เซ็ตเรื่องเสียงกันนิดหน่อยนะคะ แล้วก็ทุกคนรบกวนฟังหน่อยนะคะ ว่าถ้าเสียงมันกล้องช่วยบอก ช่วยบอกกันด้วยนะคะ เพราะว่าเมื่อกี้ปรับเสียง ว่าไม่ให้มันกล้องนะคะ เอ่อ โอเค เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แม้ว่าจะเสียเวลาไปแล้ว พี่ก็คือเรียนเชิญแขกรับเชิญท่านแรก คุณยิ่งชีพจาก iLaw ค่ะ
>> สวัสดีครับ
>> สวัสดีครับ
>> ค่ะ กรุณาปรับไฟ ปรับเลนส์ หลายท่าน
>> แขกรับเชิญมีหลายท่าน
>> แล้วคุณรักชนกมาตอนท้ายเหรอ
>> คุณรักชนกมาตอนท้ายค่ะ
>> แต่คือไล่ไปก่อนใช่มั้ย ผม ผมจะไม่ได้เป่า เป
>> โทษ โทษนะคะ ใช้วาจาแบบนี้ ดิฉันจอมขวัญ ไม่ใช่แสวงค่ะ ขอโทษ
>> อะไรกับกู คือผม ผมจะมีโอกาสได้เจอคุณรักชนกมั้ยครับ
>> ไม่มี
>> ไม่มีเลยเหรอ โอ้โห ตามหาตัวเตือนนี้เค้าดัง อ่ะ แล้วทำไมคุณจอมขวัญได้เจอคุณรักชนก ทำไมผมไม่ได้เจอ
>> ก็ดิฉันเป็นคนไม่มีมารยาท ทั้งที่ดิฉันรู้ว่าคิวเขาเต็ม เหนื่อยหนัก แต่ดิฉันก็อยากได้ ดิฉันเป็นคนไม่มีมารยาท คุณลอง คุณลองทำดู คุณยิ่งจีบ คุณลองทำดู คุณจะได้เจอ
>> อ๋อ รู้แล้ว เพราะตอนแรกแกนัดผมเวลาอื่น แล้วก็มาเลื่อนผม เพราะว่ารักได้ตอนนั้น ใช่มั้ย ก็เลยเอาผมไว้ไปไว้ไปไว้ไปไว้ที่อื่น ใช่มั้ย
>> เฮ้ย ยิ่งชีพต้องบอก
>> ยิ่งชีพต้องบอกทุกอย่างเลยเหรอ
>> ยินดี ยินดี เพื่อชาติ เพื่อสังคม
>> แต่ แต่ว่าเป๋าเป๋า อยากเป๋าอยากเจอคุณรักชนก เพราะอะไร มีประเด็นอะไร
>> ไม่มีเลย เห็นเค้าดัง
>> อ้าว เท่านี้ได้หรอ อย่างเงี้ย ก็คือ อ๋อ ผมเห็นดัง พี่ผม อ่า
>> คุณรัชนกเนี่ย เค้าอุตส่าห์มางานวิ่งของผม ครั้งที่ 1 นะ
>> ครั้งที่ 1 นี่วัน 7 มกราคมมั้งครับ อื้ เค้ามาด้วย อ
>> หลังจากนั้นก็โอ้โห ไปที่ไหนคนก็รุม
>> ครับ
>> เออ แต่ดิฉันจะถามเค้าเรื่องประชามติให้ หรือว่าเป๋าอยากจะเข้ามาถามเอง
>> ไม่เป็นไร เคลียร์ เค้าลุยอยู่แล้ว
>> อ๋อ เค้าชัดเจนอยู่แล้วหรอ
>> ชัดเจน ชัดเจน เค้ามางานเห็นชอบเรียบร้อย เค้าอธิบายให้ทุกอย่างเรียบร้อย
>> เอ่อ ไม่มีปัญหา พรรคสีส้มนี่
>> เคลียร์ เค้ามาวิ่งมา
>> ครับ
>> อ่ะ เดี๋ยวก่อน คุณ คุณจะนับคนมางานวิ่งไม่ได้ คุณจะนับบุคคลเป็นพรรคไม่ได้ค่ะ
>> โอเค แต่เป็นว่าคุณรักชนกมางานวิ่งแล้วแปลว่าไม่มีอะไรต้องถามกันอีก อื
>> เออ แล้ว แล้วมีบุคคลไหนที่มางานวิ่งอีก แต่ยังอยากถาม มีมั้ย ไม่ไม่มี แต่คนที่ไม่มางานวิ่งแล้วอยากถาม เช่นว่าอยากถาม เออจริงๆนะ ตอนนี้ถ้าอยากเจอสุดนะ อยากเจอพี่เต้น
>> ออ ค่ะ
>> ไม่ได้ ไม่ได้มีโอกาส ท่านณัฐวุฒิ ใส่เกื้อ ไม่ได้มีโอกาสสนทนาภาทีเลยในฤดูแห่งการเลือกตั้งและประชามติรอบนี้ ทั้งที่
>> อ่า
>> ก็นึกว่าจะเป็นคนนึงที่ถ้าช่วยกันปราศรัยเรื่องประชามติน่าจะชาวบ้านน่าจะ อ
>> อ้า ก็อยากเจอใช่มั้ย แต่ว่าของพี่เต้นนี่ ถ้าถามเป๋าอ่ะ พี่เต้นแกก็ต้องสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้วดิ ใช่มั้ยคะ
>> อยู่แล้ว อยู่แล้ว อยู่แล้ว ไปอ่ะ เออๆ แต่แค่ อยากให้แกช่วยพูดใช่มั้ย
>> ใช่ เป็นแค่อยากกราบว่าบนเวทีก็ใส่หน่อย ใช่มั้ย
>> อ๋อ ก็ใส่อยู่นะ ใส่เรื่องอื่น ฮะ ยุ่งๆ
>> ครับ
>> เออ วันนี้บอกก่อนนะคะ ใครที่คิดว่าถ้ามาฟังคุณยิ่งชีพ หรือเป๋า iLaw แบบโห จะมาแบบซีเรียส ซีเรียส ไม่ คือเราจะชวนกันมาคุยแบบเพลินๆ ให้ยิ่งชีพมาหย่อนใจที่นี่
>> ได้ครับ
>> ที่นี่ไม่ค่อยชอบคุยเรื่องซีเรียส ไม่ค่อยชอบคุยอะไรเรื่องหนัก เออ ผม ผมว่าไม่ชอบ
>> เอองั้นพี่เริ่มแบบ เอาชิลๆ เราคุยกันชิลๆ สบายๆ จอยๆ ก็คือเจอคุณแสวงครั้งล่าสุดวันไหนนะ
>> โอ๊ย วันที่บุกไปหาเลย หลังไม่เจอแล้ว
>> ที่ไปกับพี่หนูหลิ่งใช่มั้ย
>> ใช่ครับครับ ซึ่ง
>> เออ
>> เค้าจะอยากเจอผมวันที่ วันที่เค้าอยากให้ภาพลักษณ์แบบของเค้าดูว่าเค้าทำงานร่วมงานกันกับหลายฝ่ายอ่ะ เค้าก็จะเรียกไป เอ่อ แต่ว่าพอพอ ยุ่งๆ แล้วเราก็แบบ เค้าก็ทำอะไรที่มีบาดแผลไว้หลายอย่าง ไม่อยากเจอผม
>> พี่ถามคุณแสวงถือโทรศัพท์กี่เครื่องวะ
>> ไม่ แต่ผมทั่วไป เค้าไม่เห็นว่าขายเลย
>> อ่ะ พี่เบล มึงไม่ต้องสงสัย และไม่ใช่ อะไรก็คือโปรดิวเซอร์รายการ พี่เบลอ่ะ พี่เบลบอก
>> เบอร์ที่หนูมี หรือแกเลิกใช้วะ ทำไมถึงแบบ ไม่รับเลยอ่ะ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน แต่เราไม่สามารถจะ เราไม่สามารถจะคิดว่าคุณแสวงมีหลายๆ เครื่อง หรือว่า
>> ไม่ละ ไม่แบบ เลิกใช้เบอร์ได้นะ เพราะว่าถ้าเป็นเบอร์ยิ่งชีพ iLaw หรือมึง พี่เบล มึงทีมงานจอมขวัญ อะไรเงี้ยนะ อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกันป่ะ
>> ใช่อ่าเนาะ คือเค้าก็ต้องเมมไว้ดิ ใช่ป่ะ แล้วเค้าก็เอ่องี้อ่ะ ปี 66 เนี่ย เค้าโทรหาผมบ่อย ช่วงเลือกตั้ง 66 เนี่ยมีอะไร เค้าก็โทรมา เออ โทรมาเรียกไป ผมก็ไป ผมก็วิ่งไปหาเค้า แต่ว่าพอพอตอนที่มันยุ่งๆ แล้วผมโทรหาเค้าอ่ะ เค้าก็ไม่รับแล้ว หลังจากนั้นจนถึงวันเนี้ย ก็คือไม่ได้โทรอีกนะ คือปีนี้ยังไม่ได้โทรเลย เออ แต่ก็คิดว่าโทรไปก็ไม่รับ ก็เลยก็เลย
>> ก็เลยไม่โทรดีกว่าครับ
>> ปีนี้คือ 69 ใช่มั้ย หรือหมายถึง 68
>> 69 อ่ะ ทั้ง 2 ปีอ่ะไม่รับ อ่าไอไปทะเลาะกัน 67 เนี่ยเลือก สว.เนี่ยตอนนั้นก็
>> ออ
>> พูด พูดไม่ดีกับแกหลายอย่างในทางสื่อสาธารณะ
>> แล้วหลังจากนั้นก็เลยไม่ ไม่โทรหาดีกว่า
>> อ๋อๆๆ โอเค งั้นก็เป็นไปได้ที่อาจจะว่า จริงๆ คิดในแง่ดีคือแกยุ่งมากแหละ เพราะว่าแกก็หลายทางเนาะ
>> ครับ
>> ถ้าแกไม่ยุ่งเนี่ยผิด
>> ใช่นี่ ยุ่ง
>> กรรมการ กกต. กรรมการ กกต. เค้ายังไปต่างประเทศได้ ไม่ยุ่ง ผิดแล้ว
>> เออ
>> เนี่ย ถึงเค้าถือไม่รับสายเราอ่ะ เออ เค้าคือที่ถาม ที่ถามเรื่องคุณแสวง บุญมี เนี่ยมันไม่ใช่แบบประเด็นแบบว่ามาแซะกัน หรือว่าเสียสีกันนะ คือที่ถามคือคำถามก็คือว่า คือมันเป็นเรื่องยากมากเลยหรอของ กกต.ในปีนี้ ที่มันทั้งมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แล้วก็มีประชามติอีกใบนึง แล้วก็แบบ มันมีอะไรก็ไม่รู้ยุ่งๆ วุ่นวาย วุ่นวาย แล้วแบบ มันถูกขั้นด้วยปีใหม่ด้วยเนาะ คือแบบ มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับการจัดการเลือกตั้ง แล้วก็ออกเสียงประชามติในคราวเดียวหรอคะ เป๋า มันถึงดูแบบ
>> เออ
>> ปัญหาเยอะอ่ะ
>> ปัญหาเยอะ เอ่อ เรียกว่ามันก็ไม่ง่ายแล้วกันนะครับ มันไม่ยากเกินไปหรอกถ้าตั้งใจจะทำให้ดีนะครับ แต่ว่ามันก็ไม่ง่าย อ่า เข้าข้างเค้านิดหน่อยก็คือสิ่งนี้ไม่เคยทำมา ก่อนนะ แล้วก็มีเวลา รู้ว่าจะทำเนี่ยก็พร้อมๆ กับเราก็คือกลางๆ ธันวาคมมาจนถึงปัจจุบันก็ประมาณเดือนครึ่งนะครับ
>> เอ่อ มันก็ มันก็ไม่ได้ ไม่ได้จะมีเวลามากนัก ปกติแล้วเนี่ยใน 1 หน่วยเลือกตั้ง เนี่ยครับ บัตร 2 ใบเนี่ยเขาจะใช้ เอ่อ กรรมการ 11 คนในการจัดการทั้งหมดตั้งแต่เริ่มตั้งหน่วย ยกของ ยกโต๊ะ จนถึงนับคะแนนเสร็จ เก็บของกลับบ้าน ใช้ 11 คนนะครับ อ่า ตอนนี้พอมีบัตร 3 ใบเนี่ยเขาใช้ 15
>> นะครับ นั่นแปลว่าต้องไปหามาอีก 4 คน ซึ่ง 4 คนเนี้ยก็มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็น 4 คน ที่ไม่ ไม่เคยทำมาก่อน เพราะว่าใครที่เคยทำมาก่อนมันก็มีแค่ 11 ไง 11 11 เดิมก็มาเป็น 11 ใหม่ แล้วก็ต้องไปหามาอีก 4 ต่อหน่วย นั่นแปลว่า
>> อื
>> ประเทศอ่ะจะต้องหาเพิ่มอีก 400,000
>> อื
>> มีประมาณ 100,000 หน่วยนะครับ ก็จะมีคนใหม่ที่กำลังมาเป็น เอ่อ เจ้าหน้าที่ในการทำงานหน้าหน่วยเนี่ยถึง 400,000 คน
>> จะอบรมยังไง
>> จะอบรมยังไง ผมยังคิดไม่ออกเลย เอ่อ ถ้าคุณอัด YouTube อบรมแล้วคุณส่งให้ ก็เป็นไปได้ว่าเค้าก็ไม่ดู แล้วก็เป็นไปได้ว่าเค้าก็ทำไม่ถูก ใช่มั้ยเออ ดังนั้นเนี่ยโอกาสที่มันจะทำแล้วมันไม่ถูกเนี่ย มันมันสูงมาก
>> ครับ
>> เอ๊ะ เดี๋ยวถ้าสมมุติพี่ พี่เป็นชาวบ้านนะ พี่คาดหวังไม่ได้หรอว่าโอเค คุณรู้ว่ามันจะมีคำถาม 1 คำถามพ่วงมากับการเลือกตั้ง ตอนยุบสภาเมื่อกลางเดือนธันวาคม แต่ว่าก่อนหน้านั้นน่ะที่มันมีการรณรงค์ที่มัน คุยกันในสภา ไม่ว่ามันจะเข้าไปแล้วตกกี่ครั้งก็แล้วแต่ แต่ว่าเส้นทางของการเตรียมงานเพื่อวันหนึ่งมันอาจจะมีประชามติอ่ะ มันไม่สามารถจะกะเกณฑ์ หรือฝึกคน หรือเตรียมการไว้ก่อนเลยหรอ
>> อ่า ควรนะ ควร ผมไม่ ผมไม่รู้นะว่าเค้าเตรียมมั้ย แต่ถ้าผมเป็น กกต. ผมก็จะต้องเตรียมนะครับ แต่ถ้าเป็นราชการที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่เนี่ย มันก็อ้างได้ว่า งบมันไม่มา คือถ้า อ่า ประกาศราชกิจจานุเบกษา ที่ให้มีประชามติยังไม่ออก เค้าจะเบิกงบมาจัดอบรมเจ้าหน้าที่ได้ยังไง มันก็อาจจะเบิกไม่ได้
>> อื
>> เพราะฉะนั้น การที่เขาเกียร์ว่าง คือถ้าเขาจะขยันน่ะมันก็มีวิธีแหละ แต่ถ้าเขาจะเกียร์ว่างซะอย่างอ่ะ มันก็มีเหตุผลให้ว่างได้เยอะครับ แต่อันนี้ไม่รู้นะ ไม่รู้ว่าเค้าขยันมั้ย แล้วไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาเป็นยังไง รู้ วันที่ 8 เลยฮะ
>> อื ค่ะ ฉิบหาย
>> อะไรวะเนี่ย เออ ก็คือจนถึง ณ ตอนนี้เนี่ย ที่เราถามกันแบบนี้เนี่ย พี่รู้สึกไปเองมั้ย iLaw ใกล้ชิดกว่า พี่รู้สึกไปเองมั้ยว่า กกต. ดู ดูสื่อสารเรื่องพวกนี้ไม่ จะใช้คำว่าอะไรดีวะ คือถ้าจะพูดว่าคุณแสวงสื่อสาร มันคือกกต.ทั้งหมด มันก็ไม่สามารถจะพูดได้ แต่ว่าถ้าไม่ประเมินจากคุณแสวงแล้วกูจะ ประเมินจากใครกันวะ ว่าตกลงแล้วตอนเนี้ย งานที่ กกต. ทำเพื่อเราในวันที่ 8 อ่ะ แล้วจริงๆมันก่อนหน้านี้นะ ล่วงหน้านอกเขตนะ คะก็มัน มันน้อยกว่าครั้งก่อนๆ มั้ย ไม่อยากจะใช้คำว่าคุณภาพต่ำกว่าครั้งก่อน แบบแต่มันดูหวาดเสียวว่าครั้งก่อนมั้ย
>> เหรอ ผมรู้สึกว่ามันบารเดิมนะ คือมันไม่ดี เหรอ แต่มันไม่ได้ มันไม่ได้แย่ลง เพราะว่าบารมันต่ำอยู่แล้ว มันมันแย่กว่านี้ไม่ได้ คือคือเค้าก็ทำ ทำที่กฎหมายกำหนดนะฮะ กฎหมายก็บอกให้เค้าจัดเวที เค้าก็จัด คนดูไม่ดูอีกเรื่องนึง ใช่มั้ยครับ กฎหมายก็ให้เค้าทำอะไร เค้าก็เนี่ยไปจ้าง
>> มอส พี่มอส ปฏิพาน มาทำเพลงอะไรอย่างเงี้ย เค้ามี TikTok นะ เค้าก็แบบ มีคนมานั่งพูดใน TikTok เพียงแต่ว่ามันไม่มีใครดูอ่ะ
>> ครับ เออ ผมคิดว่ามันมันบารเดิม มันบารเดิม แต่ว่าประชาชนทำแล้ว ประชาชนเห็นหรือไม่เห็นไม่รู้ แต่พอดีว่าเราเป็นแฟนพันธุ์แท้ เราตาม TikTok เราตามอะไรทุกอย่างของเค้า เราก็เลยเห็นว่ามันมันทำอะไรบ้าง เพียงแต่ว่าทำไปแล้วก็ไม่ไม่มีไม่มี impact
>> อ
>> แต่เค้ามี TikTok นะ TikTok ECT Thailand เนี่ย มีคนตาม 9,000 เออ มี มีเอ้อ มีคลิปเนี่ยคนดู 100,000 นึง เออ ทำไมดูเยอะจัง
>> อือๆ เค้ามีงานอยู่ เพียงแต่ว่ามันไม่ ไม่เป็นที่รู้จักนะครับ แล้วก็ เอ่อ วิจารณ์ต่อเลยไม่ถาม คือ อ่า คืออันนี้เอาแบบเข้าใจ นี่ผมมาปกป้อง กกต. หลายเรื่องแล้วเนี่ย วันเนี้ย เอาแบบเข้าใจเนี่ยก็คือว่า พอเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. เนี่ย เป็นราชการเนี่ย เอ่อ มันแหลมไม่ได้ มันเช่นจะทำคลิปบอกว่า เฮ้ย มีตั้ง 3 ใบนะ รอบเนี้ย เหนื่อยแน่เลยอ่ะ อย่างเงี้ย มันมันแหลมละ มันไม่ได้ มันก็ต้องมานั่งนิ่งๆ แล้วก็บอกว่า
>> การเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรทั้งหมด 3 ใบ ใช่มั้ย มันก็จะน่าเบื่อ เออ เพราะฉะนั้นเนี่ย หน้าที่ของเค้าเนี่ย
>> คือทำเบื่อก็ได้ แต่ทำให้มันครบและให้มันสมบูรณ์ เสร็จแล้วหน้าที่ของคุณก็คือคุณปล่อยฟรี ให้คนที่ค้นหาเนี่ยมาดูไอ้ที่เบื่อๆ เนี่ย แล้วให้คนที่เค้ามีความสามารถแล้วไม่ถูกข้อจำกัดเนี่ย เอาไปทำให้มันสนุก เช่น เพจแม่แนนน้องสมาร์ทเนี่ย ใช่มั้ย เขาก็เอาเรื่องที่ กกต. ควรจะทำอ่ะ แต่ กกต. ทำแล้วเบื่อ ก็ไปเล่าเป็นภาษาชาวบ้านให้มันสนุก ตื่นเต้น มีภาษา
>> วัยรุ่น มีคำหยาบ มีคำแซะบ้าง มันตลก มันตลก คนก็แชร์อ่ะ ข้อมูลมันก็ไปถึงประชาชนนะฮะ นี่คือสิ่งที่ กกต. ค
>> คือ กกต. ไม่ต้องทำตลกเองทุกๆ ทุกๆ ครั้ง ไม่ต้องมาทำละคร คุณจะทำเอง เออ แต่ว่าคุณทำให้ครบแล้วคุณปล่อยให้คนอื่นเอาไปใช้ต่อนะฮะ ซึ่ง
>> ซึ่งมันสิ่งที่เกิดขึ้นตรงกันข้ามก็คือ คุณต้องไปสั่งลบคลิปคนอื่นเนี่ย เออ เนี่ย แย่ครับ
>> เอ่อ เดี๋เดี๋ยวเรื่องของแม่แนนน้องสมาร์ท เอาไว้ก่อนนะ แต่ว่าอันนี้ก่อน คือจริงๆ แล้วหน้าที่ของการหน้าที่ของ กกต. มันต้อง มันต้องพยายามเข้าถึงเราให้มากๆ สิ ถูกมั้ย คือ
>> จริงๆ จริงๆ กรอบนี้มันจะขยายการทำหน้าที่ของ กกต. ได้มากเลยนะ แต่โอเค เขาเป็นข้าราชการเนาะ เราก็พอจะเข้าใจว่าแบบ เดี๋ยว มันจะโดนตรวจส่งตรวจสอบ แต่ว่าคือ แต่ว่าในอีกทางนึง ในทางกลับกัน เป๋า คือแบบ ทำแบบนี้มันก็ไม่ได้แปลว่าคุณทำงานดีนี่หว่า คือคุณจะไปเช็คได้ไงว่า อ๋อ ทำแล้ว คือแบบ คือคุณภาพงานที่มันแย่ขนาดนี้อ่ะ แล้วคือ นี่นี่คือพยายามเข้าถึงเราในการให้ข้อมูล นะ นี่นี่ยังไม่รวมถึงทำให้เราอ่ะสะดวกในการ ออกเสียงประชามติในการออกเสียงเลือกตั้ง นี่ฉันว่าอันนี้น่าจะไม่เข้าเกณฑ์นะเธอ มันหลายเรื่องครับ เอ่อ ก็ใช่ครับ ไม่ ไม่ต้องกลัวเลย
>> ทีเนี้ย ผม ผมคิดว่าคีย์อ่ะมันอยู่ที่ว่า ระดับผู้บริหารที่เป็นกรรมการเนี่ย คุณต้องไฟเขียว คุณต้องไฟเขียวว่าเจ้าหน้าที่เนี่ย ทำอะไรมึงทำเลย มีอิสระ โปรโมทอะไรที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้เนี่ย เจ้าหน้าที่ต่างๆ เนี่ย ออกมาพูด ออกมาอธิบาย อะไรเนี่ย พูดไปเลย ใช่มั้ย แต่ถ้าหัวคุณเนี่ยแบบ
>> ตีกรอบเยอะ ทำอะไรก็มีปัญหาเนี่ย คุณก็ทำให้เจ้าหน้าที่เกร็ง เจ้าหน้าที่เกร็ง ก็ทำอะไรไม่ได้ จะตอบคำถามอะไรก็ไม่กล้า อะไรเงี้ย
>> อ
>> มันก็จะดัดนะครับ
>> อ่ะ อย่าง
>> คุณ
>> เป๋า เชิญค่ะ
>> เสียหายมั้ยครับ อย่าง อย่างเมื่อวานเนี่ย ผมไป ผมไปผมไป กกต. มานะ เอ่อ ไปไปหาเรื่องเอา มา เอ่อ คือเพิ่งไปมาแล้วก็ หนึ่งในเรื่องที่ผมไปสอบถาม เอาเรื่องเล็กก่อนก็คือผมสอบถามว่า เสื้อตัวเนี้ย เขียนว่าเขียน รัฐธรรมนูญใหม่เนี่ย อ่า ใส่เข้าไปกาครูหา ได้มั้ย
>> อื
>> เพราะว่ามีคนถามมาเยอะมาก ว่าจะใส่เสื้อตัวเนี้ย เข้าไปวันจริง
>> นะครับ เอ่อ เค้าก็ไม่ตอบ
>> อ้า
>> เออ คือเค้าก็แบบว่า เกร็งไปหมดอ่ะ คือเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นราชการ การเค้าก็จะ ไม่กล้า ไม่กล้าฟันธง ไม่กล้าแสดงความคิดอะไรเลย เพราะกลัวเดี๋ยวหัวหน้าด่าอย่างเงี้ย เออ ทีนี้ถ้าคุณฟันธงมาอะไร ผมบอกเค้าขนาดนี้เลยนะ ผมบอกเค้าว่าไม่ได้ ก็ไม่ได้ พูดเลยว่าไม่ได้ ในวงเล็บกูจะได้บอกคนอื่น แล้วเค้าจะได้ทำเสื้อตัวอื่น หรืออะไรก็ว่าไป ใช่มั้ย เออ คุณไม่บอก มันไม่ได้ มึง เออะ ไม่ใช่มึง เออ ทีนี้เหมือนกับพอหัว หัว กกต. เค้าไม่ขยับอ่ะ เจ้าหน้าที่ข้างล่างเค้าก็ไม่กล้าตอบอะไร เค้าก็ไม่ ไม่ให้ความชัดเจน พอไม่ให้ความชัดเจน มันก็อึดอัดไปหมดอย่างเงี้ยครับ จริงๆ กกต. ไม่ต้องทำสำเร็จเองด้วยมือตัวเองทุกอย่าง แต่คุณต้องเปิดฟรี และให้ความชัดเจนว่าคนทำได้ แล้วเดี๋ยวคนมันทำเอง
>> อ
>> ครับ
>> อื คุณแสวงแกเป็นเลขามากี่ปีแล้วนะ เป๋า จำได้ป่ะ ที่ไม่ได้หาอะไร แต่ว่ารู้สึกแกอยู่ แกอยู่กับเรานานมากเลยอ่ะ นานไปมั้ย
>> มัน เอ๊ะ มันเกินวาระปกติของเลขา กกต. ป่าหวา
>> อันนี้สงสัยอยู่เหมือนกัน รบกวนพี่เบล ทีมงานช่วยเสิร์ช Google นะ คุณแสวงอายุ 60 หรือยัง ทำไมเออนานน่ะ ก็ 66 2 ก็แกเลือกตั้ง 62 ก็แกเลือกตั้ง 66 ก็แกเลือกตั้ง ไอ้เลือก สว. ปี 67 ก็แก 69 ยังแกอีกเหรอ มันเป็นนานเียนสักที สงสัยเหมือนกัน
>> อันนี้ อันนี้คำอุทาน หรือคำถาม คำอุทาน หรือคำถาม จ๊ะ
>> ไม่เข้าใจเหมือนกัน แสวงบุญ
>> แล้วก็คือ คุณแสวงเป็นเลขา ที่เอางี้ ถ้าแหม จะเปรียบเทียบเชื่อมั้ย คุณแสวงไปมานาน จะ พี่นึกไม่ออกว่า เอ๊ะ จะเปรียบเทียบกับเลขาคนก่อน คือใครวะ ใครวะ
>> จะลุงวิทย จรุงวิทย ภูมา ที่ เอ
>> อ๋อ อื
>> ซึ่งคุณ คุณ ตลงวิทย เนี่ย
>> เคยจัดการเลือกตั้งสักครั้ง บอกจำไม่ได้นะ อาจจะไม่เคย เคยพูดตอนนั้นอยู่อ หรือจะลุง หรือจะลุงวิทย เป็นตอนปี 62
>> จำไม่ได้ะ ขอโทษนะ ลืมะ
>> เออ ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าจะบอกว่า ตอนคุณ จรุงวี ก็คือก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า เอ๊ะ แกโดดเด่นเรื่องอะไรว่ะ แต่ เออของคุณแสวง เอาจริงๆ แกโดดเด่นนะ แต่แกไม่ได้โดดเด่นเรื่องผลงานในทางที่ควรจะชื่นชมนะ อันนี้พูดอย่างตรงไปตรงมา ส่วนใหญ่แกจะโดนวิพากษ์วิจารณ์นั่นแหละ โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ การให้ความเห็นต่างๆ บางทีมันก็ไม่เคลียร์ บางทีมันก็แบบ กลับไปกลับมา โดยเฉพาะเรื่องของประชามติอ่ะ ใช่มั้ย พอข้ามปีใหม่มา พอไปทวงถามก็ได้แกร คือการที่ได้คำตอบใหม่ จากการที่แบบ ไปจิ้มไมค์แบบ อยู่ดีก็เหมือนลูกชุลมุนแบบ เออ ก็ได้แล้ว คือเธอ เธอเป็นนักกฎหมาย ยิ่งชีพ คือเลขา กกต. เอาเรื่องเนี้ย พี่ก็ไม่รู้จะต้องถามใครนะ ว่าคุณแสวงไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรอ ที่ครั้งแรกบอกไม่ได้ แล้วก็แบบ โอเค ได้แล้ว รณรงค์อ่ะ ตัวคุณแสวง เลขา กกต. นะ ไม่ต้องให้ ไม่ต้องให้ความรับผิดชอบอะไรเลยหรอ
>> ครับ
>> ไม่ต้องตรวจสอบ ไม่ต้องเข้ากระบวนการอะไรเลยหรอ ร้องใครได้ ปปช. ใช่มั้ย
>> ใช่ ใช่
>> แล้ว โอ้ ร้อง ปปช. วัน วันนั้นน่ะ จริงๆ ที่พี่หนูหลิ่งไปอ่ะ โทษพี่หนูก่อนนะ โยนก่อน โยนพี่หนูหลิ่งอ่ะ ตั้งใจจะไปทวงให้แกขอโทษ
>> คือ คือคีย์สำคัญเนี่ย
>> รู้แล้วล่ะว่าการรณรงค์อ่ะ ทำได้ มันมันกฎหมายมันเขียน มันชัด แต่อยากจะทวงให้แกขอโทษ ว่าที่แกเคยพูดว่าชี้นำไม่ได้เนี่ย มันผิด อยากให้แกขอโทษเนาะ แต่แกก็ไม่ถึงกับขอโทษ
>> ออกมา แต่แกก็ยอมพูดใหม่แล้วว่า เออ มันทำได้ ทีนี้หน้ากล้องแกขอโทษ
>> ไม่ได้ ขอโทษ โทษทีนี้มันอยู่หน้ากล้อง เราก็จะทำอะไร ระหว่าง ถ้าคุณไม่ขอโทษ ผมไม่กลับ
>> อืม สุดท้ายก็ใจอ่อน ก็กลับ
>> เนี่ย เนี่ย แต่ว่าก็เข้าใจได้ล่ะค่ะ ก็มันก็ไม่อยากจะเบียดบี้เค้าอ่ะเนาะ
>> เออ ผมไม่ใช่คนอย่างงั้น พูดจริงๆ ทำไม่เป็น ก็ให้พี่หนูหลิ่งนำไปไง คือ
>> พี่หนูหลิ่งก็ใจดีเหอะ คือถ้าแกไม่ไปอ่ะ ผมไม่ ผมทำไมผมบูอย่างงั้นไม่ได้อ่ะ ทำไม่เป็น
>> เออ คือที่คุยกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ คือจะบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ยังไงมันก็จัดได้เท่านี้แหละ ถูกมั้ย คือคุณภาพมันจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ยังไง คนจะลำบากลำบาก กระเสือกกระสนในการใช้สิทธิ์ของตัวเองยังไงอ่ะ มันก็จะอยู่ที่คุณภาพประมาณนี้แหละ ของ กกต. แล้วก็เธอ ฉันจำชื่อแล้วจำหน้า กกต. ชุดใหม่ไม่ได้เลย ฉันผิดมั้ย ไม่เป็นไรเนาะ
>> ไม่มีใครจำได้อ่ะ มี 2 คนน่ะ มีผม ไอ้ถา 2 คนน่ะที่จำได้
>> อ้า กูคนส่วนใหญ่
>> ตอนแรก ลืมไป นึกว่ามีมีผมคนเดียว ตอนวันหลัง ไอ้ วันก่อนถาม เขียนบทความมาแล้ว เออ เก่งเว้ย เออ คนไม่รู้จักหรอก
>> นรงค์รักร้อยเนี่ย รู้จักเหรอ ไม่รู้จักหรอก มี 2 นรงค์อ่ะ มี นรงค์คนน่ะ อื
>> อื
>> นรงค์กั่นวาริน กับ นณรงค์รักร้อยเี่ ไม่มีใครรู้จักหรอกครับ
>> เก่ง เก่งมาก เอ่อ เดี๋ยวนะคะ ว่า เดี๋ยวนะ พี่เบลแปะมา พี่เบล อันนี้มันเราจะ เรา cross check แล้วใช่มั้ย กับหลายสื่อใช่มั้ย เออ ก็คือคุณแสวงอายุ 58 เพราะแก เดี๋ยวนะ อายุ 58
>> ออ อยู่อีกนานเลย
>> เอ้ย เดี๋ยวก่อน
>> 65 50 ข่าวตอนปี 65 อายุ 58 65 ไม่บวกมาให้กูหน่อยเท่าไหร่ เกิน 60 อ่ะ
>> เออ เกิน 60 สิ 62 อ่ะ ใช่มั้ย เออ แล้วก็เข้าทำงานตำแหน่ง กกต. เมื่อปี 65 อ๋อ เราก็เลยเห็นแกตอน 66 ไง เป๋า
>> อืๆ
>> เออ แล้วก็มีวาระ 5 ปี แล้วแกอยู่แกอยู่ใน กกต. โดยตำแหน่งอะไรมา ก่อนป่ะ ทำไมรู้สึกแกอยู่นานจัง
>> เป็นรองเลขาก่อน ผมเคยถาม
>> คือ คือโตมาจาก กกต. เลย แกอยู่ กกต. ประมาณ หลาย
>> เออ ใช่ๆ ถูกๆ มันต้องนับตำแหน่งอื่นด้วย ถูกๆ เออ แกก็เลยอยู่ยาว เออ ถูก อ๋อ เป็นเพราะว่า คุณจรุงวิ แกไม่ค่อยพูดป่าวะ
>> ใช่ครับ
>> เหมือนได้ เหมือนได้ยินชื่อคุณแสวงมาก่อนหน้านี้ แบบบทบาทอะไรอย่างเงี้ยป่ะ ทุกคน เออ ถ้าใคร ถ้าใครมีข้อมูลที่ ถ้าแบบ ระหว่างดูรายการแล้วแบบ ลองเอ่อไปเช็คที่อื่นดู แล้วมันต่างจากนี้ บอกได้นะคะ นี่เรามาจากสำนักข่าวเหมือนกันนะคะ อ่ะ โอเค ทีนี้ เป๋า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่มันจะเกิดขึ้น เรื่องประชามติ ในแง่ของปัญหาที่เราเกรงว่าจะเกิดขึ้น ก่อนมีทั้งหมดกี่เรื่องคะ
>> เอาประชามติอย่างเดียวเนาะ
>> เอาประชามติอย่างเดียวก่อน เอาแต่เอาเรื่องนี้อย่างเดียวก่อนเถอะ
>> เรื่องแรกเลยก็คือว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พอคนเดินไปเข้าหาเนี่ย คนยื่นบัตรประชาชน แล้วจะได้บัตร 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต กับปฏิฤตสีเขียว สีชมพู เท่านั้นนะครับ คนยังไม่ได้บัตร
>> อ่า ประชามติ ทีนี้พอคนกา 2 ใบเสร็จออกไป หยอดเนี่ย
>> เอ่อ มันพอหยอด หยอดเสร็จปุ๊บเนี่ย ข้างๆ โต๊ะที่หยอดเนี่ย มันถึงจะมีโต๊ะให้รับบัตรประชามติอีกใบนึง สีเหลืองนะครับ อ
>> เอ่อ ทีนี้เนี่ย
>> เอ่อ ผมก็คิดว่าจะมีประชาชนไม่ต่ำกว่าล้านคนนะครับ อฟันธงอะไรไม่ต่ำกว่าล้าน แต่วันจริงจะเท่าไหร่ไม่รู้นะครับ เอ่อ ที่ไม่รู้ว่าฉันมาเลือก ฉันมาชั้นมากราประชมติด้วย อ่ะ คือฉันเดินออกจากบ้านมาเลือกตั้งอย่างเดียวแล้ว พอหยอดเสร็จ 2 ใบ
>> เค้าก็จะไม่รู้มาก่อนว่าต้องไปแสดงตัวอีกโต๊ะนึง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่จะเรียกทางนี้ต่อค่า อ่า เค้าก็ไปแล้ว เค้าก็รับบัตรสีเหลืองมา เฮ้ย มันคืออะไรวะ เกิดมาก็ไม่เคยเห็นนะฮะ เค้าก็จะกามั่ว นะครับ ซึ่งไม่รู้กาอะไร อาจจะเห็นชอบก็ได้ ไม่เห็นชอบก็ได้ ไม่กา หรือทำบัตรเสียอะไรก็ได้นะครับ เอ่อ
>> ศิศิลคที่ 2 ก็คือเค้าก็จะไปสอบถามตรงนั้น แต่ไม่เสียสิทธิ์ สุดท้ายเก็อาจจะรู้ว่ามันคืออะไร แล้วเค้าก็อาจจะตัดสินใจไม่ ไม่ทำ เพราะว่าไม่รู้ สิ่งที่ไม่รู้ ก็กลับบ้านเลย คืออาจจะสอบถามจนเข้าใจละว่ามันมีประชามติ แต่เกิดมาก็ไม่รู้ ฉันจะไปทำประชามติทำไม ฉันก็กลับบ้านเลย คือ
>> เอ่อ ที่ 3 ก็คือ เอ่อ อาจจะพอดีหยอดเสร็จ หันกลับไปโต๊ะข้างๆ มันมีคิว คิวคนกำลังจะรับปัดสีเหลืองเนี่ยต่ออยู่ สัก 3-4-5 คน เอ้ย อะไรวะ ไม่รู้จัก ขี้เกียจต่อิว ก็กลับบ้านเลย ก็ไม่ ไม่เข้า ไปแสดงตัวนะครับ ดังนั้นผมฟันธงเลยว่า มากกว่า 1 ล้านจะเสียนะฮะ คือสมมุติว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ เอ่อ 35 ล้านเนี่ย ผมก็คิดว่าเค้าจะไม่ได้กาบัตรสีเดียวเนี่ย 34 ล้านขึ้นไปนะครับ อันนี้ฟันธงก่อนนะครับ เอ่อ
>> ต่อมาก็คือ
>> เอ่อ พอเอาไปนับนะ อ่า พอนับนะ พอพอเริ่มนับเนี่ย มันก็จะนับ 3 หีบพร้อมกันนะครับ ก็คือหีบ สส. แบบแบ่ง K สส. บัญชีรายชื่อ แล้วก็ประชามติ นับ นับไปพร้อมกันเลยนะฮะ ทีนี้เนี่ย บัตรประชามติเนี่ย มันง่ายสุดก็คือมันมีแค่ 2 ช่อง 3 ช่องเนี่ย มันมันขานง่าย อะไรมันจะเร็วนะครับ ถ้าเป็นผม ผมก็จะจัดคนที่มีประสบการณ์น้อยที่สุด ไปอยู่กล่องประชมติ ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ใหม่ เพราะว่า เอ่อ ไอ้ ไอ้บัตรบัตร อ่า บัตร สส. เขตเนี่ย จะเดือด เพราะว่า สส. คตอร์ ส่งคนมายืนเฝ้า แล้วก็อาจจะเถียงกัน เอ่อ ก็ต้องเอาคนที่มีประสบการณ์หน่อย อ่า บัตร สส. บัญชีเนี่ย เบอร์มันเยอะ เดี๋ยว มันงง เบอร์มัน 50 กว่า เบอร์ 60 เบอร์ มันเดี๋ยวมันงง มันก็จะนานหน่อย มันก็ต้องเอาคนเก่งหน่อย เอ่อ คนที่อ่อนสุดอ่ะ ก็ไปทำบัตรปัจมติ มันง่ายนะฮะ ดังนั้นเนี่ย โอกาสที่บัตรประชามติจะนับผิด
>> แล้วไม่มีคนเห็น ไม่มีคนดูเนี่ย มีสุขมากนะ ครับ เอ่อ เอ่อ กังวลที่ 3 ก็คือไม่มีใครรายงานเอ่อ ก็คือกลัวว่าสื่อเนี่ยก็จะไปรายงานแต่ผลการเลือกตั้ง อ่า แล้วประชามติเนี่ย เอาพ มันจะนับเสร็จก่อน เพราะว่า 1 คนใช้สิทธิ์มันน้อยกว่า 2 เอ่อ มันนับง่ายนะฮะ มันจะเสร็จก่อน สมมุติว่า อ่า บัตรใบที่ 2 ปารตี้ลิ เนี่ยมันนับเสร็จสัก 19:30 น. นะครับ อ่า ประชามติก็อาจจะเสร็จสัก 19:00 น. ทีนี้พอเสร็จ 19 น. ไม่มีใครสนใจ 19:00 น. นี่คนไปลุ้นไอ้กระดานแรกกันอยู่ เออ มันไม่มีใคร มันถูกทอดทิ้งอ่ะ ลูกเน้อยอ่ะ ไอ้ ประชามติเนี่ยนะฮะ เอ่อ ปึ๊บเนี่ย มันก็จะ เป็นช่องว่างของอันนี้พูดแบบพูดจินตนาการไปก่อนนะ ยังไม่กล่าวหาใคร มันก็จะเป็นช่องว่างของการโกงคะแนน อื เช่น ถ้าเอ่อ สมมุติว่า อ่า เขตเลือกตั้งนี้มี 5 มี 5 หน่วย หน่วยนี้ได้ 100 หน่วยนี้ได้ 100 100 เนี่ย เอ่อ รวมแล้วมันต้อง 500 ใช่มั้ยครับ พอส่งคะแนนไปรวมแล้วมันประกาศออกมาว่า เอ้ย 300 อย่างเงี้ย ไม่มีใครรู้เลย เออ เพราะว่าตอนนั้นทุกคนลุ้น ลุ้น ลุ้น สส. ลุ้น สส. อยู่แล้ว ก็เอ่อ พอรวมคะแนนออกมาทั้งจังหวัด มันเป็นเท่าเนี้ย ก็ไม่มีใครรู้ละ ว่ารวมถูกมั้ยนะครับ เอ่อ หาย หายไปเนี่ย ไม่ ไม่หา ไม่เจอ เพราะว่าตอนนั้นเป็นลุ้น ลุ้น กระดานแรก ยังนับไม่เสร็จ แล้วก็แบบ ลุ้นว่าใครจะได้เป็น สส. แล้ว สส. เองที่อยู่ในพื้นที่นั้น ก็ก็ซีเรียสกับคะแนน คะแนนตัวเอง คะแนนกูจะขึ้นหรือเปล่า เออ ทีนี้พอมันรวมเสร็จ สมมุติมันรวมเสร็จทั้งประเทศสัก 22:00 น. โอ้ ตอนนั้น ส.ส. กำลังพีคเลย กำลังแบบ ใครจะเป็นรัฐบาลละ ใช่มั้ยครับ คนก็ลืมเรื่องเนี้ย อ่า ไม่รู้ผ่าน ไม่ผ่านน่ะ แต่ว่าลืมครับ
>> จบรายการเลยมั้ย ทำไมหดหูขนาดนี้วะ แต่ว่าเป็นเป็นไปได้ อย่างที่เป๋าบอก เป็นไปได้อย่างที่เป๋าบอก
>> จริงๆ
>> ครับ ก็ท่านถามว่ากังวลอะไร กังวลอย่างงี้ ใช่มั้ย ทีนี้ถ้ามันชนะการเฉียดฉิวเนี่ย
>> อ
>> โอ อะไรก็เกิดขึ้นได้เลยในในในช่วงเวลา ก่อนประกาศคะแนนนะครับ แต่โอเค ถ้ามันชนะกันเยอะ มันขาดเนี่ย เอ่อ มันคงไม่สามารถไปโกคะแนนทุกเขตได้นะ ผมก็ว่าไม่น่าจะได้ครับ คือถ้าทุกบอร์ดมันเขียวหมด
>> นี่พูดสีไปละ อ ถ้าถ้าทุกบอร์ดมันเห็นชอบหมดทั่วประเทศ เดินไปบอดไหนมันก็เห็นชอบ เออ รวมออกมามันไม่เห็นชอบ มันมันยาก มันยาก เออ แต่ถ้ามันสูสี โอ สูสีเลยเนี่ย
>> เอ่อ ไม่ไว้ใจอ่ะ เออ ขอโทษ ขอโทษ ไม่ไว้ใจ
>> โรับไหว้ด้วย กูก็คือ เอ่อ ที่บอกมาเนี่ย พี่เห็นไปทางเดียวกันกับเป๋า เพราะว่าเอาตรงๆ แล้วเราก็เห็นพรรคการเมืองพูดเรื่องนี้ น้อย มันไม่ได้แปลว่าเขาไม่สนใจนะ แต่ว่าเรื่องที่เขาต้องสนใจมากกว่าก็คือตัวเขา จะได้เข้าสภา หรือว่าพรรคเขาจะได้เสียงมาอันดับ 1 หรือเปล่าในการตั้งรัฐบาล แล้วก็อย่างวันนั้นที่ไปได้ไปร่วมงานของศูนย์นิติมทกับของ iLaw จัดนะ ก็รู้สึกได้ว่าแบบ มันก็เป็นเรื่องที่ คือมันไม่การันตีว่าเวลาใครพูด หรือพรรคไหนพูด มันจะได้คะแนนเสียงอ่ะ ใช่ป่ะ เออ เออ
>> ใช่
>> แล้วก็ เอ่อ ในแง่ของการประชาสัมพันธ์ เอาตรงๆ คือสร้างความงง ไม่ได้ทำให้กูโปร่งใสขึ้นเลย การมีบัตร 3 ใบ ลำพัง 2 ใบกูก็เหนื่อยแล้ว เพราะว่าเบอร์เขตกับเบอร์พักมันไม่ใช่เบอร์เดียวกัน ทีนี้พี่ถามเป๋าหน่อยว่า ไอ้การที่นอกเหนือจากแบบ กายภาพที่เราบอกแล้วว่าเขาต้องเพิ่มคน 4 คนนะ หรือตามนักคะแนนเนี่ย คาดว่าเขาอาจจะให้ เอ่อ เจ้าหน้าที่ที่ซึ่งมีประสบการณ์น้อย มาเป็นคนจัดการเนี่ย เอ่อ หรือแม้กระทั่งว่าถ้าคนอยากจะโกง อ่า ถ้าไม่มีคนอยากจะโกง อยากจะแบบ ฉวยโอกาสตอนที่คนสนใจน้อย แล้วมันทำน่ะ มันก็อาจจะง่ายก็ได้ เพราะว่าความสนใจมันไปอยู่เป้าใหญ่กว่า ทีนี้เอาง่ายที่สุดเลยนะ 2 เรื่องนะ เรื่องแรกคือเข้าไปอ่ะ มันเหมือนเข้าไปเราได้ 2 ใบก่อนถูกมั้ย พอหยอด 2 ใบนั้นเสร็จแล้ว เราถึงจะได้อีกใบนึงถูกป่ะ และไอ้การที่จะได้อีกใบนึงมา ต้องเซ็นอะไรใหม่หมดเลยมั้ย ต้องสร้างความยุ่งยากใหม่หมดเลยมั้ย
>> เซ็นใหม่หมดครับ แต่ว่ายุ่งยากหรือเปล่า ไม่ทราบ ไม่เคยทำเหมือนกัน เดี๋ยวไปไปทำพร้อมกัน
>> โอเค โอเค ทีนี้
>> จริงจะบอกว่า คือใช้คำว่ายุ่งยาก เพราะว่ามันก็เพิ่ม 1 คนน่ะ มันจะใช้จำนวนเวลายาวขึ้นในการ ถ้าแบบมันไปแบบ ใช่มั้ย หยอดเสร็จ แล้วก็ไปเข้าแถว แล้วก็แบบ ต่อๆ กันอีก แล้วถ้าแบบว่า หน่วยเลือกตั้งมันแคบ มันเล็กอ่ะ ก็หนักเลย ถูกมั้ย แล้วในจุดนึงอ่ะ มันมีหน่วยเลือกตั้งเยอะแยะไง ใช่ป่ะ คนก็จะไปออ แล้วจริงๆ แบบ พอมันเลือก ส.ส. แล้วอ่ะ เรื่องรัฐธรรมนูญน่ะ ไม่ว่าเค้าเห็นชอบไม่เห็นชอบ บางทีถ้ามันแบบ อึดอัดมากๆ เขาอาจจะกลับบ้านเลยนะ คือต่อให้รู้ว่ามันอะไรยังไงนะ แต่ก็แบบ โอ๊ย มันโอ้ เมื่อไหร่จะได้ นึกออกมั้ย มันมีช่องไฟแบบกว้างอ่ะ
>> ครับ
>> เรื่อง เรื่องที่ 2 เรื่องที่ 2 อันนี้อาจ จะหนักกว่าเรื่องแรกเมื่อกี้ที่เราคุยกัน ไปด้วยซ้ำ เรื่องที่ 2 คือไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่ามันมีผลขนาดไหนต่อชีวิต อันนี้ยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่ใช่มั้ย ทีมงาน iLaw ลงพื้นที่ไปมาหลายสนาม เจอสถานการณ์ยังไงบ้าง ยิ่งใกล้วันที่จะแบบ ต้องลงคะแนนแล้วอ่ะค่ะ
>> เอ่อ พูดได้เลย อันนี้อยากพูด เอ่อ ทุกวันนี้ แม้กระทั่งนาทีนี้ก็ยังมีทีมงานที่ไปลงชุมชน ไปลงตลาดอยู่นะครับ ก็ 30% ของคนที่เจอไม่สนใจ และไม่รู้เรื่องนี้นะครับ เอ่อ ถ้าถ้าเป็นตลาดในเมืองเนี่ย ก็ก็ส่วนใหญ่ ก็ส่วนใหญ่ที่มีปฏิกิริยาณมาเนี่ย ก็คือเห็นด้วยจะเห็นชอบนะครับ คนไม่เห็นชอบก็มีนะ ก็มีทุกที่ที่เจอ แต่ว่า เอ่อ คนที่ไม่รู้เนี่ย มีเยอะมากนะครับ แล้วก็มันรู้ จากครั้งแรก จากที่มีคนเดินไปบอกเนี่ย อ่า อ่า ซึ่งก็คือ อ่า 30% สมมุติว่า 30% ไม่รู้เนาะ มันก็ฟังดูจริงๆ อาจจะไม่ตื่นเต้นมาก เพราะว่าคนไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมันก็ประมาณ 20 กว่า 30% อยู่แล้วทุกปี แต่ว่ามันก็
>> มันก็เราก็ผมก็เข้าไม่ถึงจิตใจของคนที่ เค้าไม่ไปใช้สิทธิ์นะว่าไม่รู้เค้าทำเอาจ จะไม่ว่างเอาจจะสนใจอินแต่ไม่ว่างก็ได้ เออทีนี้เอ่อมันก็คงมีในจำนวนเนี้ยพอสมควรแหละที่ไม่รู้อะไรเลยแหละ แต่ถึงวันก็ตื่นมาก็จะเดินไปอ่ะ แล้วก็ไปคิดตรงนั้น น่ะนะฮะ เอ่อ กลุ่มเนี้ยน่ากังวลครับ
>> อื
>> แล้วไม่หาย คือ
>> ทุกวันนี้เนี่ย เอ่อ กระแสการเมืองนาทีนี้ ดีกว่า 3 สัปดาห์ที่แล้วมากใช่มั้ยครับ แต่แต่แต่ 30% ที่ไม่รู้ก็ยังไม่รู้อยู่ ไม่หาย แม้ว่า เอ่อ คนจะดูจอมขวัญกันเป็นแสน ก็คนไม่รู้ก็ไม่รู้อยู่ดีอ่ะครับ
>> เออ เออ ไม่สทำงานแบบใช้สื่อออนไลน์ ทำรูปสวยๆ แล้วจะแก้ปัญหานี้ได้ครับ
>> เป๋า ประชามตินี่มันสามารถพูดได้ถึงกี่โมง ของวันไหนอ่ะ
>> อ่า 18:00 น. ของวันที่ 7 ครับ เหมือนกัน เหมือนเลือกตั้ง
>> เหมือน เหมือนกันใช่มั้ย ออตกลงว่าใส่เสื้อ ใส่เสื้อสีเขียวได้มั้ย ใส่เสื้อสีเขียว
>> เขียว เขียวได้แน่นอน ถ้าเขียวอย่างเดียว ได้แน่นอน ถ้ามีข้อความอ่ะ ถ้าเสื้อเขียนว่า 8 กุมภาพันธ์ เห็นชอบไม่ได้ อันนี้ไม่ได้ ผมคอนโทรลไม่ได้ห้าม
>> เอ
>> ถ้าเสื้อเขียวเฉยๆ ไม่มีรายได้ ถ้าเสื้อเขียวว่าเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ อย่างเงี้ย ได้มั้ย ผมว่าได้อ่ะ ถาม
>> ถามฉัน เธอไปถาม กกต. ไม่มีใครบอกเธอแล้วเธอถามฉัน
>> คือกฎหมายมันบอกว่าห้ามห้ามห้ามรณรงค์ อย่างเงี้ยไม่ได้ เออ มาใส่โลโก้พรรคเนี่ย เออ มันก็มีหลายๆ โลโก้น้องพักอ่ะ โลโก้พักเนี่ย ใส่เสื้อเข้าไปเนี่ยไม่ได้ ใส่เบอร์เข้าไปเนี่ยไม่ได้
>> เอ
>> เออ แต่สมมุติใส่สโลแกนพรรคอ่ะ สมมุตนนะ ใส่สโลแกนพรรคว่าพรรคนี้จะนำอะไรอ่ะ เช่น
>> ออ
>> ไปมีเท้า เพื่อไทยเค้าสโลแกนอะไรวะ ลืมละ ทำได้ ทำได้ พูดแล้วทำ พูดแล้วทำ ภูมิใจไทย ใช่มั้ย ผมใส่เสื้อเขียน พูดแล้วทำ เนี่ย ไม่ ผมว่าได้นะ เออ
>> เออ
>> ผมว่าเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เนี่ย ผมว่าได้ เพียงแต่ว่า กกต. ไม่บอกว่าได้มั้ยครับ
>> ซึ่งแปลว่า อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งได้ไง เป๋า อย่าเพิ่งได้ เค้ายังไม่บอก อย่าเพิ่งได้ ใช่มั้ย เออ โอมันอู้หู มันยากมากเลยนะ เป๋า มันยากมากเลย
>> เรื่องอะไรครับ
>> เรื่องรณรงค์เนี่ยเถอะ ที่ยากมาก ยากมาก
>> ถ้าดิฉันได้ปะทะผู้คน ซึ่งเวลาดิฉันได้ปะทะผู้คน ดิฉันก็จะได้คำถามมาว่า เลือกใครดีอ่ะ ไม่รู้จะเลือกใครเลย ทั้งคนที่เป็นเพื่อนๆ กัน คนใกล้ตัวกันนะคะ คนรู้จักกัน หรือว่า เอ่อ พี่น้องประชาชน เผื่อจำจำขวัญได้หน้าเมือกๆ แบบนี้ เก็จะถาม เก็จะแบบ เหมือนกับลำพึง แบบไม่รู้จะเลือกใครเลย ไม่รู้จะเลือกใครเลยเงี้ย เลือกใครดีตอนนี้ อะไรอย่างงี้ใช่มั้ย พี่ก็บอกว่า อุ๊ย อยากใช้ใครก็เลือกคนนั้นไปทำงานค่ะ อะไรเงี้ย แต่ว่าขอประชามติ 1 ใบได้มั้ยคะ ก็จะมีสีหน้า ที่แบบ
>> จะมีสีหน้าที่พี่บอก มันมีประชามติด้วยอ่ะค่ะ เราจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่กัน เออ ซึ่งก็จะใช้เวลา ใช้เวลา
>> ใน 1 บทสนทนา จะใช้เวลา จะใช้เวลา เออ ใช้เวลามาก เออ มันมันเหลือวิธีไหนมั้ย เป๋า ที่มันจะที่มันจะช่วยให้มีความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้แปลว่าความเข้าใจที่เกิดขึ้น เขาต้องเห็นชอบนะ อ่ะ คือต่อให้ iLaw หรือว่าส่วนตัวพี่เอง พี่เห็นชอบก็ตาม แต่ว่าไม่ได้แปลว่าการรณรงค์จะแปลว่าเขาจะต้องเห็นชอบกับเราเท่านั้น เขาอาจจะไม่เห็นชอบก็ได้ แต่อยากให้ใช้สิทธิ์ ถูกมั้ย อยากให้ใช้สิทธิ์
>> เออ
>> อยากให้ใช้สิทธิ์อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เดินเข้าไปเจอบัตรมันมั่ว ใช่มั้ย อ่า แล้วถ้ามันถูก
>> คิดดีแล้ว เข้าใจดีแล้ว กาอะไรก็กาไปครับ เอ่อ
>> อ้า
>> มีวิธีไหนอีกมั้ย พูดตรงๆ ผมไม่รู้ แต่ว่าผมก็มีมีของอ่ะ ขายเลยแล้วกันนะฮะ ตอนนี้คนดูถึง 200,000 เลยยังฮะ จะได้ขาย
>> เอ่อ คุณเข้าใจว่าที่นี่คือรายการคุณ สรยุทธ์ หรือเปล่าคะ อีเป๋าถามแบบให้กูอายเลย
>> ก็นี่รายการนี้เฮอสุดแล้วเหรอ เท่าที่จำได้
>> โอเค เอ่อ คือ เอ่อ เอาเงี้ย ผมทั้งๆ เดือน 2 เดือนที่ผ่านมาเนี่ย ผมเครียดมาก เพราะว่าผมก็ไม่รู้ว่าผมต้องทำอะไรให้คนรู้จริงๆ ก่อนเข้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผมก็ไม่เคยทำอะไรกับคนหลักแบบ 3-40 ล้านมาก่อน เราทำไม่ได้ แต่ว่าที่ผมวางแผนไว้ตอนนี้ ผมมีอีก 2 กิจกรรมหลักนะครับ ก็คือวันเสาร์นี้ 31 ขายเลยนะ เอ่อ ก็จะทำขบวนวิ่ง และขบวนพาเรด เริ่มที่สวนลุมพินี นัดหมาย 16:00 น. แล้วเดินไปจบที่ลานคนเมืองนะครับ อ่า ลานคนเมืองเนี่ย ก็จะมีกิจกรรม มีคอนเสิร์ต มีอะไร มีเกม มีอะไรเล่นสนุกสนาน ก็คือวันเสาร์ ชวนคนออกชาวบ้านมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ แล้วก็สุดท้ายเนี่ย เอ่อ ก็ เอ่อ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ วันพุธนะครับ ก็จะเป็นวันสุดท้ายที่ทำกิจกรรมจริงจัง ก็จะเดินขบวนอีกนะฮะ ก็จะเดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปจบที่หอศิลป์ แล้วก็จะปาสายใหญ่ที่นั่นนะครับ ก็ไม่รู้จะมีใครร่วมมั้ย พูดตรงๆ คือเราไม่ได้มีทหารคนน่ะ เราไม่เหมือนพรรคการเมือง แบบว่าพอประกาศแล้วก็มีแฟนคลับมา ก็เราก็ประกาศไป อ ไม่รู้ใครมาเปล่า แต่ว่า อ
>> ผมก็ตั้งใจว่า ถ้าเราทำแล้วคนมาร่วมเยอะนะ ครับ อ่า มีข่าวออกไป สมมุติมีนักข่าวกรุณา มาถ่ายภาพออกไปเนี่ย อ่า มันก็จะทำให้พรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงอยู่ตอนเนี้ย เอ่อ เค้าก็เห็นว่า เฮ้ย คนมันสนใจเรื่องนี้นี่หว่า เนี่ยเป็นเรื่องที่คนแคร์นะฮะ เอ่อ ในช่วงช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเขาเนี่ย เขาก็จะพูดเรื่องนี้เยอะขึ้น เยอะขึ้น เยอะขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันคนแคร์ คือถ้าวันเนี้ย อ่า เขารู้สึกว่าคนแคร์เรื่องอะไร เรื่อง เอ่อ ประกันรายได้พื้นฐาน เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ เค้าก็จะพูดเรื่องนั้น เค้าก็จะพูดเรื่องนั้น เพื่อให้ได้แต้มที่สดุนะครับ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าคนแคร์เรื่องฝุ่นพิษ เรื่องภัยพิบัติ ไมค์เข้าป่า เขาจะพูดเรื่องนั้น เรื่องแรก เพื่อให้ได้แต้มที่สดุนะครับ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าคนแคร์บัตรใบที่ 3 ประชามติรัฐธรรมนูญมากที่สุด ไมค์เข้าปากเจะพูดเรื่องแหละนะฮะ แล้วถ้าเกิด เอ่อ
>> จินตนาการภาพวันที่วันที่ 6 เนี่ย วันที่ 6 คือวันศุกร์สุดท้ายที่เค้าจะปาสายใหญ่ทุกพักกันเนี่ย วันนั้นผมไม่ทำกิจกรรมแล้ว เพราะผมคิดว่าไม่มีใครมางานผมแน่เลย วันนั้นผมก็จะไม่ได้ทำกิจกรรม แต่ว่าทุกพรรคก็จะปาสายใหญ่ ลองคิดภาพว่าถ้าทั้งเทง ทั้งเชน ทั้งอนุทิน ทั้งทุกคนน่ะ อภิสิทธิ์ เอ้ อะไรก็แล้วแต่เนี่ย เขาก็ปราศรัยเรื่องนี้เหมือนกัน ไมค์เข้าปากพูดเรื่องนี้ก่อน บัตรใบที่ 3 ผมจะเห็นชอบ เห็นชอบ พูดไปเลย ใช่มั้ย เออ เออ ผมว่ามันก็จะเปลี่ยนจังหวะได้เยอะอยู่นะฮะ แต่ว่า
>> อื
>> โอเค มันคงสุดท้าย มันคงไม่ได้ 100% หรอก แต่ว่ามันก็จะทำให้ เอ่อ เส้นรอบวงของความรับรู้เรื่องนี้มันขยายออกไปได้เยอะนะ ครับ ทีนี้เราก็ไม่ทำ เราก็ทำที่จะทำได้ เราก็จะเดินขบวนทำเป็นอย่างเดียว
>> โอ๊ย คุณ คุณทำแค่นี้ก็มากแล้วจริงๆ แล้วมันเป็นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ เดี๋ พี่ช่วย เดี๋ พี่ช่วย
>> ขอบคุณครับ
>> พี่ช่วย พี่ช่วยเป่าได้มั้ย อันนี้แบบ เป็น เป็นสีเขียวกากบาท อันนี้มันดูแบบ มีความแบบ เป็นชอบอะไรอย่างเงี้ย เป๋า แบบช่วยได้มั้ย โอ เดี๋ยวก่อน โอ๊ะๆ ตาย โอ๊ะๆ เร็ว
>> อย่างงี้ได้มั้ย แบบ พี่ช่วยกูลำบากกันนะเนี่ย โอ๊ย อย่างเงี้ย พี่ช่วยเป่าได้มั้ย พี่ไม่มีเสื้อตัวนั้นด้วยไง เป๋า เออ เดี๋ยว แล้วเดี๋ยวคือช่วงที่ 2 มันจะมีนักวิชาการรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง อะไรอย่างเงี้ย มาเดี๋ พี่จะให้ทำกโอ๊จมูกกูแหกหมด แล้ว
>> เป๋าได้มั้ย อะไรแบบ เย พี่ เออ ไป พี่ไม่มีเสื้อสีเขียว พี่ไปอย่างงี้ก่อนได้มั้ย เป๋า กูเหมือนกันนะเนี่ย
>> เออ จะไปวิ่ง จะไปเออ จะไปวิ่ง จะไปเดินอะไรอย่างงี้ มันก็แบบ ปวดเข่า ปวดเข่า หญิงไว้ทองอ่ะ พี่ไปอย่างงี้ก่อนเนาะ เนี่ย พี่อยู่อย่างเงี้ย คุยกับเป๋าจนจบเลยเอามั้ย
>> อะ เอา คุยๆ อันนี้กับไอซ์ด้วยป่ะ
>> เออ อย่างงี้แล้วก็ติด
>> โอ้โห กูต้องทำ กูต้องทำขนาดนั้นเลยนะ เดี๋ยกก่อน แป๊บๆ นึงนะ เป๋า แป๊บๆ นึงนะ อีเหมา หยุด
>> ครับ
>> อีเหมา เร็วมาก
>> อาจารย์มา อาจารย์มา อาจารย์สวัสดีครับ จะบอก เอ่อ ช่วป๋า บอกว่า อาจารย์สวัสดีครับ เข้ามา โบกมือตรงนี้เร็ว
>> อาจารย์ติดๆ ด้วยดิ อาจารย์ติดเทปด้วย อาจารย์
>> มานี่ เออะ มาซ้อมแป๊บนึงเร็วๆ มาซ้อมแป๊บนึง
>> อ่า
>> เออ มาซ้อม
>> ไปเอาเก้าอี้มานั่งนี่มา แล้วถอดแว่นเร็วๆ เร็วๆ
>> ไปบอก
>> พี่ทำน้องทำดิวะ
>> ไม่เอา เอาที่เอา เอาแค่นี้พอ
>> แค่นี้พอ
>> อาจารย์ให้มันให้มันสมที่ร่ำเรียนมาเป็น ดอกเออ
>> เป๋า บอกว่าให้สมกับที่ร่ำเรียนมาเป็นดอก ดอกเตอร์เออ ครูถามว่า
>> ทำ ทำให้นิติศาสตร์จุฬาขนาดนี้มั้ย
>> อย่าโดนคิ้วนะ ไม่ค่อยมีคิ้วด้วย
>> คือ คือ
>> เจ๊ เจ๊ไฝนี่กูก็เคยโค้บมาแล้ว ไอ้เรื่องพวกนี้สบายมาก อย่ามา
>> อ่ะ แล้วเราพูดว่า แต่คุณฮากาเห็นชอบ
>> 8 พูด พูดดิ 8 กุมภาพันธ์ ไก่ชอบ
>> 8 กุมภาพันธ์ พูด 8 กุมภาพันธ์
>> เราเป็นนักวิชาการ เราสามารถจะแสดงจุดยืน แบบนี้ได้มั้ย
>> ได้ดิ
>> เออ
>> ตาม พ.ร.บ. ประชามติเนี่ย วันนี้เราก็สามารถที่จะรณรงค์ได้
>> เออ
>> ไปเปิดดูเลย ตาม พ.ร.บ. ประชามติเขียนชัดเจน แล้วเราก็มี เอ่อ สิทธิขั้นพื้นฐานในการที่จะแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34
>> เออ
>> พูดเร็วๆ กูเหนียวหน้า
>> เดี๋ พูด พูดเร็วๆ หน่อย เดี๋ยวกูเหนียวหน้า แล้วเดี๋ยวเดี๋ค่อยมาใหม่ได้มั้ย
>> โอเค ได้ๆ
>> เป๋า คือพี่เห็นชอบนะ แต่ว่าพี่เดี๋แป๊บ นึง พี่แสบหน้าว่ะ
>> ติดๆ โอ๊ย อะไรจะหลุดออกมาบ้าง โอ๊ย
>> ไอ้ อีเป๋า ถามว่าอะไรจะหลุดออกมาบ้าง เรว มาก
>> ผมเห็นเชอบไป ไอ้รอบลอกขนหน้า อะไรเงี้ยไง
>> โอ รุ่นนี้ไม่ต้องลอกขนหน้าแล้วค่ะ ลำพัง วัยนี้มันก็ร่วงเองแล้วค่ะ คุณปะโธ่ เอ๊ะ กูพูดทำไมอ่ะ เออ คือแล้วก็อีกเรื่องนึงก็คือว่า ทั้งหมดนี้เนี่ยนะคะ ถ้าสมมุติผลมันออกมา มันก็มีแค่ 2 อย่าง เห็นชอบกับไม่เห็นชอบ อันไหนมันจะชนะ แต่วันนั้นที่ไปบนเวที มันมีว่า ถ้าเอ่อ ถ้าเห็นชอบมันชนะ แต่ไม่ ขาด ขาดคำว่าไม่ขาด ถามคุณธนาธร 1 ใน 4 คน แขกรับเชิญเนี่ย คือถ้ามันห่างกันประมาณ ซัก 10% ใช่มั้ย แบบ 45 55 ต่อให้ 55 ชนะเนี่ย แต่ 55 จะไม่เวิร์คเลย ถ้าเอาไปใช้ต่อ ถูกมั้ย ต่อให้มันชนะ เพราะว่ามันไม่ขาดคำว่าไม่ขาด คุณธนาธรประเมินว่าต้องใช้ตัวเลข 65 ถ้าเป็นตัวเลขของ iLaw อ่ะ ดีที่สุด ถ้าชนะล่ะ
>> เอ่อ ควรจะชนะเท่าไหร่
>> ผมไม่มีเปอร์เซ็นต์เนาะ แต่ว่า เอ่อ ผมมีเลขในใจนะครับ ก็คือว่า ถ้าอ่า ชนะนะ สมมุติชนะ ก่อนชนะอย่างเดียวเลย สมมุติชนะ เอ่อ คือเห็นชอบมากกว่า แต่ไม่ถึง 16 ล้าน
>> อ
>> เช่น ได้ 15 ล้าน แล้วไม่เห็นชอบ 10 ล้าน อย่างเงี้ย อย่างงี้เหมือนแพ้นะครับ แล้วก็ เอ่อ ฝ่ายที่ไม่อยากแก้เนี่ย เค้าก็จะอ้างได้ตลอดว่าเนี่ย ปี 59 อ่ะ เห็นชอบมา 16 แล้วเนี่ย มันไม่ถึง 16 ดังนั้นไม่มีความชอบธรรมที่จะจัดทำฉบับใหม่นะครับ เอ่อ ข้างหน้าก็จะติดขัด ติด สว. ติดอะไร ติดไปหมดอ่ะ มันไปไม่ได้อ่ะนะครับ
>> เอ่อ ดี ไม่มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญอีกว่า ผลมาอย่างงี้แปลว่าไง ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งทำใหม่อีกครั้งนึง นี่เป็นไปได้นะ เออ อ่ะ แต่สมมุติมากกว่า 16
>> แต่ไม่ขาด เช่น สมมุติว่า 17:14 17:15 ล้านอย่างเงี้ยนะครับ เอ่อ ก็เหมือนกันนะฮะ ก็คงจะติด ก็ สว. ก็คงจะบอกว่า คุณต้องเห็นหัวเสียงของอีก 15 ล้านคนด้วย เค้าไม่อยากแก้ ดังนั้นคุณอย่าแก้มาก อะไรเงี้ยนะ มันก็ไปไม่ได้
>> นะครับ
>> อ่า ทีเนี้ย เอ่อ เนื่องจากว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเราเนี่ย มีประมาณ 50 ล้านนะครับ เอ่อ ออกไปใช้สิทธิ์เนี่ย ไม่น่าจะเกิน 40 ปกติก็ 37 38 39 นี่ก็สูงะนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าขั้นต่ำเนี่ย ถ้าได้ไม่ถึง 20 ล้าน คือได้ไม่ถึง ได้ไม่ถึง เอ่อ ครึ่งนึงของคนที่ออกไปใช้สิทธิ์เนี่ย เอ่อ เอ่อ ก็จะ ไม่เพียงพอในการในการเดินหน้า นะครับ เอ่อ แต่ถ้าเอ่อ เอาให้ขาดสัก 25 ล้านเนี่ย สวย นะครับ สวย ซึ่งไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่า เอ่อ ปีผลการเลือกตั้งปี 66 เนี่ย ส้มแดง เอาพรรคพรรคที่หาเสียงว่าจะเอารัฐธรรมนูญใหม่เนี่ย ส้มแดง เนาะ เอ่อ ประชาชาติไทยสร้างไทย เอ่อ อะไรอ่ะ พรรคพรรคสีชมพูอ่ะ ชาติไทยพัฒนาพัฒนาเนี่ย พวกเนี้ยรวมกันน่ะมันถึง 26 ล้านแล้วนะครับ
>> เอ่อ ดังนั้นเนี่ย ถ้าพรรคเหล่านี้เนี่ย
>> แค่มีโวเตอร์เท่าเดิม ไม่คะแนนไม่ขึ้นเลย คะแนนเท่าเดิม
>> อือ
>> เออ หรือถ่ายโอนกันอยู่ในระหว่างพรรคเหล่า นี้ เช่นไม่เลือกส้มก็เลือกแดง เลือกไม่เลือกแดงก็เลือกส้ม ถ่ายโอนกันไป ถ่ายโอนกันมา แล้วทุกพรรคเนี่ย ทำแค่ซิลว่าโวเตอร์ของคุณจะกลายเห็นชอบด้วย แค่นี้พอ แค่นี้พอเลยนะ เออ ได้ 26 ล้านได้เนาะ เอ่อ แต่ว่า สมมุติทำไม่ได้อ่ะ สมมุติทำไม่ได้ แบบ แบบไม่รู้อะไรอ่ะ อื ทำไม่ได้อ่ะ เออ คือโวเตอร์ส้มแดงบางคนอาจจะไม่โหวตเห็นชอบ อาจจะกลับบ้านนะฮะ เราก็ยังหวังว่า ก็จะมีโวเตอร์ประชาธิปัตย์ โวเตอร์ภูมิใจไทย บางคนที่ฟังหัวหน้าพรรคบ้าง เพราะหัวหน้าพรรคบอกว่าจะโหวตเห็นชอบ โอ้ โหวตเห็นชอบ ตามไปนะครับ อีกสักล้าน 2 ล้าน 3 ล้านเนี่ย รวมๆ กันมันก็ต้องถึงนะ เออ ถ้าเอานี่ นี่แค่นี้นะ ซึ่งฟังดูเป็นงานไม่ยากใช่มั้ยฮะ ฟังดูแบบ จริงๆ ผมผมนอนก็ได้ แบบไม่ต้องทำอะไร คือแบบ ไม่มีไม่มีไกรอ ไม่มีเสื้อ
>> ใครใครนิยามไม่คุยว่าเป็นไงมั้ยู ว่าแบบ
>> ไม่รู้เหมือนกัน
>> ครับ
>> เพราะที่เป๋าบอกอ่ะ เราตั้งสมมุติฐานที่ว่า ทั้ง 2 เอาเราขอใช้ 2 พรรคเอ่อใหญ่ ก่อนหน้านี้นะคะ ของการเลือกตั้งคราวที่แล้ว คือส้มกับแดง เราตั้งว่ามันไม่ยาก ได้บนสมมุติฐานที่ว่า ทั้ง 2 พรรคพูดเรื่องนี้ แบบเป็น 1 เรื่องหลักทุกเวที เออ
>> ใช่
>> แต่ว่า แต่ว่าอันนี้ก็ด้วยความเข้าใจนักการเมืองนะ ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง เข้าใจแหละว่า โอ้โห สงครามการเลือกตั้งรอบนี้มันขนาดไหนอ่ะ อื้ม
>> ครับ ก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้โกรธใคร เพียงแต่ว่า เนี่ยแหละ คือคือเป้าหมายอ่ะ มันเหมือน แบบ มันเป็นไปได้อยู่แล้วอ่ะ เพียงแต่ว่า มันไม่ได้อยู่ในมือเราเนาะ ดังนั้นสิ่งที่ผมทำเนี่ย ก็อาจจะบางคนก็ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง ผมก็ไปเกาะ ผมก็ไปเกาะนักการเมืองก็ยอมรับ เออ ก็เค้าตั้งเวทีที่ไหน แล้วก็จะไป
>> บางทีเค้าก็ไม่เชิญ เค้าก็ไม่เชิญเราก็ถาม
>> เออ บางบางทีถามเก็ไปตอบ เออ บางทีตอบเราก็ไปเนาะ แต่ว่าไปหมดไม่ไหวหรอก แต่ไปนะ เวที ย่อยก็ไปนะ เวทีแบบ อะไรอ่ะ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ เนี่ยก็ไปหมดนะ แล้วก็ เอ่อ ทีมต่างจังหวัด ผมก็ไปนะ แต่ไม่ได้มีทุกจังหวัดหรอก ผมไม่มีตังค์ แต่ว่าทีมเชียงใหม่ ทีมขอนแก่น ทีมยโสธร อุดรธานี เนี่ย เ้ารู้ว่าพรรคตั้งเวทีเก็ คืออย่างน้อยเกาะคุณ คือโอเค เราไม่มีหน้าที่ต้องไปเปลี่ยนใจคนไม่เห็นชอบ คนไม่เห็นชอบที่เค้าแบบ จินตนาการอะไรไปไกลก็ไม่รู้ไปคุยทำไม เหนื่อยก็เนี่ย ไปเกาะให้โวเตอร์ 20 กว่าล้านที่โหวตพรรคเนี่ย เอาเอากับใบ 3 เนี่ย อย่าลืมใช่มั้ยเนี่ยๆ นี่คือภารกิจของผม เดือนกว่าที่ผ่านมา ซึ่ง อ
>> ก็ไม่รู้ทำสำเร็จมั้ยครับ
>> โอ้ย แต่เราก็ทำแล้ว เราก็ทำแล้ว แล้วพี่คิดว่าคนที่ส่งต่อข้อมูลกันในโซเชียลมีเดีย มันก็ช่วยกันได้ระดับนึงเลยแหละ เออ หรือคุณจะปล่อยให้ กกต. ทำอยู่คนเดียวล่ะ
>> โอ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
>> พี่ พี่ขอดึงอันนี้ขึ้นมาค่ะ เป๋า ง่ายๆเลย ที่เราคุยกันมา ดึงขึ้นมานะคะ ตัวอย่างบัตรอ่ะค่ะ พี่เบล อ้า ตัวอย่างบัตร มันจะเป็นสีเหลืองเนาะ ไม่ต้องไปจำสีอื่นแล้วเนาะ
>> สีเหลืองเนาะ สู เอ้อ แล้วก็มันก็จะมีช่องแบบนี้นะคะ ก็เอ่อ จริงๆ มันมีทางเลือก 3 ทาง ถูกมั้ยคะ เป๋า
>> ครับ
>> อ่า แต่ว่าที่รณรงค์ของเราก็คือขอให้กา เห็นชอบ ทีนี้มันมีตรงไหนอะไรยังไงที่จะหวัดเสียวน่ากลัวมั้ย วันนั้นเหมือนที่แซวคุณลเมธ ประชาธิปัตย์ว่าโอเค เห็นชอบ แต่แบบ เออ แต่เราไม่แก้หมวดนี้ เราไม่แก้ เอ่อ เรื่องที่เกี่ยวกับ ยังไม่ต้องเขียนเนาะ
>> ยังไม่ต้องเขียน ยังไม่ต้องเขียน เดี๋ยวเดี๋ ไปว่าข้างหน้า เดี๋ยวข้างหน้าเราจะได้แสดงออกเยอะว่าเราจะเอาอะไรไม่เอาอะไรในฉบับใหม่นะครับ เพราะฉะนั้น เห็นชอบช่อง ท้าย
>> เห็นชอบก็ต้องกากบาทนะฮะ คือกากบาทนี้ไม่ได้แปลว่า no เอ่อ เห็น Yes นี่ไม่ได้ติ๊ก ถูกนะฮะ เห็นชอบก็ต้องกากบาท กากบาทลงในช่องซ้ายครับ
>> เออ
>> เห็นชอบเท่านั้น
>> อันอื่นไม่แนะนำ
>> อันอื่นไม่แนะนำ ใช่ เออ อันอื่น อันอื่น ติ๊ก ถูกไปเลย
>> พูดเล่นนะ พูดเล่น เอ่อ ก็เราจะตัดสินกัน ด้วยกากบาทเท่านั้นครับ
>> เออ ก็คือไม่ว่าคุณจะกาช่องไหน 3 ช่องนี้ ขอแค่เป็นเครื่องหมายกากบาทหน่อย เวลาเลือก สส. ค่ะ อื
>> ถูกครับ เอ่อ กากบาทแปลว่า เอ่อ ต้องมีจุดตัด 1 จุด ตรงไหนก็ได้
>> เออ อ่ะ อย่างงี้ กากบาท
>> เออ ยังไงนะ กากบาท สมมาต สมมาตมั้ย ไม่สมมาต อ่ะ แต่ว่าถ้ามันเหลื่อมๆ หน่อย เหลื่อมๆ นิด เหลื่อมๆ ซ้าย เหลื่อมขวา ขอให้มันตัดกันน่ะ อ่า อย่างเงี้ย โอเค
>> นี่กูต้องแตกอีกมั้ย
>> กูต้องแสบหน้าอีกมั้ย เออ ก็เอ่อ ช่องที่บอกว่าไม่ คือไม่ออกความเห็นนะฮะ ช่องไม่ ออกความเห็นเนี่ย มันก็คือไม่ได้นับเป็นคะแนนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถูกมั้ย แต่จริงๆ มันก็คือเท่ากับตัดคะแนนไปนั่นแหละ สำหรับคะแนนเห็นชอบ ถูกมั้ย
>> อ
>> ใช่ แล้วก็
>> กลุ่มคน อื
>> ไม่เสียหาย ถ้าใครที่ไม่รู้จริงๆ จะกาไม่แสดงความเห็น เราก็จะได้รู้ว่า
>> เออ คนที่ไม่รู้ อ่ะ คือแบบ ไม่รู้จริงๆ อ่ะ รู้แต่มีประชามติ แต่ไม่รู้จริงๆ จะตอบคำถามนี้ยังไงอ่ะ เราก็อยากรู้ว่ามีเท่าไหร่ ก็ให้การไม่แสดงความเห็นไปครับ ดีกว่ามั่ว
>> อื
>> อื ซึ่งในในส่วนของไม่แสดงความเห็นเนี่ย มันสามารถจะเอามาประเมินหลังจากที่นับคะแนน ยังไงได้บ้างคะ เป๋า เช่น คนไม่สนใจ คนไม่ อยาก เค้าก็ไม่เห็นชอบนั่นแหละ หรือว่าเรายังทำงานหนักไม่พอ เราหมายถึง กกต. ยังทำงานหนักไม่พอ หรือยังไง
>> อ่า ถ้าไม่แสดงความเห็นเยอะที่สุดนะครับ ถ้าไม่แสดงความเห็นเนี่ย เยอะกว่าเห็นชอบ และไม่เห็นชอบเนี่ย จริงๆ มีผลทางกฎหมายก็คือถือว่าประชามติครั้งเนี้ย ไม่มีข้อยุติ เหมือนว่าไม่ได้ทำ นะครับ เอ่อ ในวงเล็บ ต้องไปทำกันใหม่ข้างหน้า ไม่รู้เมื่อไหร่นะครับ แล้วแต่รัฐบาลใหม่ อ่า ซึ่งเสียหายนะ ถ้าคนไม่แสดงความเห็นเยอะเนี่ย ผมคิดว่า กกต. ก็ดี ก็ต้องรับผิดชอบนะครับ รัฐบาล ครม. มอง คุณอนุทิน ที่เป็นคนสั่งให้ทำเนี่ย ก็ต้องรับผิดชอบว่าคุณ คุณสั่งให้มันมีประชามติขึ้น แต่ประชาชนไม่ตอบคำถามอ่ะ มันเป็นเรื่องแย่มากนะครับ ทีเนี้ยอ่ะ แต่ผมคิดว่าไม่เกิดขึ้น ผมคิดว่าคนจะตอบเห็นชอบ กับไม่เห็นชอบเป็นส่วนใหญ่นะครับ แต่ถ้า
>> ไม่แสดงความเห็นถึง 1 ล้านหรือ 2 ล้านคนเนี่ย ผมเยอะมากนะ มีความหมายมากนะ มีความหมายว่าคือเค้าอ่ะตั้งใจนะ เดินไปบอกว่า
>> เรื่องนี้เค้าไม่รู้เรื่องอ่ะ เรื่องนี้ เค้าไม่สนใจอ่ะ
>> เออ ทั้งที่เราสนใจมากอ่ะ เราแบบ โห เราอิน มากรัฐธรรมนูญ เราอยู่กับมันทุกวัน แต่มันมีคนอีกเป็นล้านที่เดินออกไปนะ แสดงตัว รับบัดหย่อนหีบ เพื่อที่จะบอกว่าฉันไม่สนใจอ่ะ
>> เออ ผมว่ามีความหมาย ความหมายมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็จริงๆ ก็อยากดูผลอยู่ว่า
>> คนจัดการไม่เห็นชอบเท่าไหร่ครับ
>> อืม
>> ก็คนจักกาไม่แสดงความเห็นเท่าไหร่เออ
>> อ่า คนซึ่งมันจะ มันจะ โอ้ย อันนี้มองในมุมของคนทำข่าวเนาะ ก็คือว่าแบบ โอ้โหโห ไอ้ช่องล่างขวานี่หวัดเสียวนะ ว่ามันจะถูกแปลความแบบไหนอ่ะ
>> อืม
>> คือมันไม่ใช่ความเห็นแบบใดแบบหนึ่ง เป็นกลุ่มก้อน โดยตัวมันเองนะ หลังจากที่มันออกมาเป็นกลุ่มก้อนของมันแล้ว มันจะถูกเอาไปใช้แบบใดแบบหนึ่งแน่ๆ อ่ะ
ครับ ใช่ ก็ต่างคนต่างอ้าง เอ่อ เอ่อ แล้วก็บัตรเสีย บัตรเสีย ก็จะมีความหมาย
เออ ทีนี้ อ่อ อ่า ปี 66 อ่ะ ทุกๆ ทุกๆ เลือกตั้งอ่ะฮะ เลือกตั้ง ส.ส. เนี่ย มันบัตรเสียมันล้านกว่าใบอยู่แล้วอ่ะ โดยที่โดยที่ไม่รู้ว่าทำไม เนาะ แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า บัตรเลือกตั้งมันหลายช่อง เออ บางทีแบบ บางเขต บางเขตไม่มีเบอร์นั้นน่ะ แต่คุณก็ไปกาเบอร์นั้น อะไรเงี้ยเนาะ มันมันมีโอกาสเสียเยอะกว่า
ไอ้ ไอ้ประชามติเนี่ย มันมันมันช่องมันน้อยมากอ่ะ โอกาสเสียโดยผิดพลาดอ่ะ มันน้อยมากนะครับ ดังนั้นเนี่ย เอ่อ ก็จะดูด้วยว่าบัตรเสียเท่าไหร่ คือ ถ้าบัตรเสียเยอะเกินไปเนี่ย ก็น่า น่าสงสัยเหมือนกันครับ
คือพี่ถาม ถามพี่ถามเล่น แต่พี่คิดว่ามันอาจจะ มันอาจจะอาจจะจริงก็ได้ ก็คือว่า สมมุตินะ ถ้าแบบ มันจะ มันอาจจะมีคนที่แบบ เฮ้ย ไม่อยากให้เคลมเสียงเค้าอ่ะ เรื่องรัฐธรรมนูญน่ะ คือแบบ ฉันเห็นชอบนะ แต่ว่าฉันยืนหยัดนะ เหมือนกับที่พรรคการเมืองพูด
อ่า ใช่ มย คือแก อ่า ร่างใหม่ แต่ไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 นะ เป็นต้น เป็นต้น หรือไม่แก้หมวดที่พูดถึงเรื่องนี้นะ หรืออะไรอย่างเงี้ย
เออ คุณว่าจะเจอมั้ย
มีๆ เสียหมด
คุณว่าจะเจอเขียนมั้ย
เจอๆๆ เสียหมด เสียหมด
เออ แต่ๆๆ อ่ะ อย่างงี้ พวกคนพวกเนี้ย เค้ามั้ยว่าแบบนี้เสีย ถ้าเค้ารู้แล้วเค้าตรงใจทำ ผมคิดว่าโอเค นะ เท่ คือเค้าอยากประกาศ
อื สิ่งที่เค้าต้องการประกาศ ไม่แชร์ว่าชนะมั้ย แต่ว่าเค้าอยากบอกว่าเค้าคิดอย่างเงี้ย ก็ทำได้นะฮะ เออ แต่ถ้า แต่ต้องรู้ก่อนนะว่ามันเสีย แต่ถ้าไม่รู้อ่ะ เราก็เขียนไปเรื่อย เขียนเรียงความเลย ฉันอยากเห็นอะไรในรัฐธรรมนูญใหม่ โอ เขียนไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันเสีย อย่างเงี้ย แหม เสียดาย รู้หน่อยเหอะ
ครับ ก็อย่าเขียนนะครับ เอ่อ ติ๊กถูกไม่ได้นะครับ หัวใจไม่ได้นะครับ กากบาทเท่านั้น
อืม กากบาท ออกนอกขอบช่องสี่เหลี่ยมได้มั้ย
โดยหลังก็ได้
อ่า ตอบนับเสีย
ใช่ บางครั้งบางครั้งกรรมการชอบนับเสีย ก็จะเชิญชวนทุกคนไปเป็นอาสาจับตาการนับคะแนน จากความกังวลที่พูดมาตอนแรกก็จะโยงมาเข้าเรื่องนี้ว่า ชวนกันไปเป็นหลังอัตราการนับคะแนนด้วยนะครับ ก็เนี่ย ถ้า เอ่อ มัน กา มันกาแล้วมันเลยช่องไปนิดนึงอ่ะ ไม่เสียนะฮะ ต้องนับนะครับ เอ่อ ถ้าแบบ อื เครื่องหมายมันไม่สวยอ่ะ แต่มันก็มีจุดตัดเป็นกากบาทได้อ่ะ ต้องนับนะครับ ถ้าใครไม่นับ ต้องทวง ต้องไปทวงนะฮะ แล้วก็
เอ่อ พอ พอ พอเค้ารวมคะแนนเสร็จ ต้องถ่าย ถ่ายบอร์ดนับคะแนนมานะครับ เพื่อไม่ให้สุดท้ายแล้วมันไปรวมแล้วมันออกมาอีกอย่างนึงน่ะ ครับ
อืม พี่จริงๆ แล้วพี่ไม่ได้มีอะไรอยากจะถามเป๋าเป็นพิเศษค่ะ จริงๆ วันนี้ชวนมาแบบ อยากให้ผ่อนคลาย หรือแบบ เก็บตกเล็กน้อย เพราะว่ามันก็จะเริ่มกันแล้วเนาะ มีอะไรอยากจะพูดแล้ว พี่เมถามมั้ย
เก่า เก่า เก่ากระบาล
เอ่อ เอ่อ ขอบคุณครับ เอ่อ ก็ เอ่อ ขี้เกียจพูดเนื้อหาแล้ว ขอบคุณที่ไม่ถาม เออ เอ่อ คือการเอานี้นะ นี่ๆ วันที่ 29 ประมาณ 10 วันก่อนวันจริง ผม ผมก็ เอ่อ หดหู่ นะ คือผมรู้สึกว่าประชามติครั้งนี้เนี่ย สุดท้ายแล้วเนี่ย เอ่อ เอ่อ คะแนนนิยมพรรคการเมืองก็มีผลนิดหน่อย แต่ไม่มาก
อื เออ ต่อประชามติ แต่ที่มากเลยเนี่ย คือเหมือนกับ เอ่อ เราถกเถียงกันด้วยความกลัว ว่าถ้า เอ่อ มีรัฐธรรมนูญใหม่ บ้านเมืองอาจจะเลวร้ายยังไง หรือถ้าอยู่รัฐธรรมนูญเดิม บ้านเมืองอาจจะเลวร้ายอย่างเงี้ย อย่างที่เห็นเนี่ยนะครับ เออ เพราะฉะนั้นเนี่ย มันไม่ใช่ประชามติที่มาคุยกันในเนื้อหา ผมไม่มีโอกาสมากนักที่จะได้นำเสนอว่า รัฐธรรมนูญมาตราไหนไม่ดี แล้วถ้าแก้รายมาตรามันไม่ได้อย่างไร แล้วฝ่ายที่ไม่เห็นชอบก็ไม่นำเสนอนะครับ ก็มีแต่ใช้ความกลัวโยนใส่กัน ซึ่งอันนี้ไม่ค่อย Healy นะครับ ผมอยากให้ เอ่อ ผมก็ฝันไปงั้นแหละว่า อยากให้มันเป็นประชามติที่คนเดินเข้าคู่หา ด้วยความหวังมากกว่าความกลัว ความหวังว่าประเทศนี้จะดีขึ้นได้ อ่า ถ้าเราไปออกเสียงเห็นชอบเนี่ย อะไรต่างๆ ที่มันเคยผิดปกติเนี่ย มันควรจะดีกว่านี้ได้ แล้วมันจะเป็นไปได้ รวมไปถึงอะไรที่มันไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว มันไม่เคยมี เนี่ย ช่วยกันฝันหน่อยว่ามันมีอะไรจะเป็นไปได้ ที่จะเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญได้ แล้วชีวิตคนจะดีกว่านี้ อยากให้มีบทสนทนาพวกนี้บ้าง ซึ่งซึมไม่ค่อยมีนะครับ เอ่อ ทีนี้ผมก็ยังกลับมาที่เดิมว่า เอ่อ ก็ก็ยังยังมีอีเวนต์ใหญ่อีก 2 อันที่ก็รู้สึกว่า ถ้า เอ่อ คนมาร่วมกันเยอะ มันก็จะเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า คนมีความหวัง เอ่อ ไปในทาง positive กับประชามติครั้งนี้ ที่เราจะรวมพลังรวมเสียงออกมาแสดงตัวออกมาแสดงเสียงของเรา ว่าเราอยากเห็นประเทศนี้ดีกว่านี้นะครับ
อ่า วันที่คุณจอมขวัญไปงานที่หอเล็กอ่ะ ครับ วันนั้นมอโต้ก็คือ
เอ่อ เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยเป็นไปได้นะครับ ก็อยากจะบอกทุกคนว่า อ อะไรที่คุณคิดว่ามันน่าจะมีได้ในประเทศเนี้ย เอ่อ หรือมันน่าจะดีกว่านี้ได้นะครับ จัดการน้ำท่วมดีกว่านี้ได้มั้ยนะครับ จัดการฝุ่นพิษดีกว่านี้ได้มั้ย จัดการศึกษา ปฏิรูปการศึกษาดีกว่านี้ได้มั้ย กระบวนการยุติธรรม ตำรวจของเราเนี่ย ดีกว่านี้ได้มั้ย ถนนพระราม 2 อ่ะ ดีกว่านี้ได้มั้ย อะไรอย่างเงี้ยนะ เอ่อ ถ้าเราคิดว่าประเทศนี้มันดีกว่านี้ได้ มันยังมีความเป็นไปได้อยู่ ประเทศนี้
อื ยังมีความหวังอยู่ ไม่ใช่ทุกอย่างมันตีบตันไปหมด เอ่อ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อาจช่วยให้สิ่งต่างๆมันเป็นไปได้ก็ได้เนี่ย อื ก็อยากจะชวนไปออกเสียงกันครับ
อืม เอ่อ ประเมินแบบไอ Law เองไลอประเมินว่ามันจะจะผ่านมั้ย
อื หน้าตามีความหวังมาก เมื่อกี้เพิ่งพูดเรื่องความหวัง
แต่ละวันแต่ละวันผมอารมณ์สวิงไม่เหมือนกันนะฮะ เอ่อ น้องๆ ผมเนี่ย จะแบบ ต้องรับผลกระทบเยอะหน่อย
ว่าวันไหนผมตื่นมาแล้วผมอารมณ์ไหน บางวันก็ตื่นมารู้สึกมันจะไม่ผ่าน เอ่อ บางวันก็ตื่นมาก็ค่อนข้าง positive เอ่อ แต่ละวันก็จะทำงานด้วยอารมณ์ไม่เหมือนกัน พอดีเมื่อเช้าตื่นสิ่งแรกที่เห็นก็คือคลิปไอติมกับอาจารย์เบียบุตร
โอ้ ตายๆๆ ตาย
ก็เลยก็เลยค่อนข้างอารมณ์ดี เออ ถามวันนี้ก็ positive นิดหน่อย คือผมคิดว่า
อื โอกาสผ่านสูงกว่าไม่ผ่าน
แต่ถ้าเท่านี้กระแสเท่านี้
อ่า ผ่านก็ไม่เยอะ
อื ก็ไม่เยอะ แปลว่าข้างหน้าก็เหนื่อย อ่า วันนี้ทำไปก็คือเท่าทุน คือไม่โดนปิดประตูใส่หน้า
ถ้าไม่ผ่านนี่คือโดนปิดประตูใส่หน้า
ตันเลย
แต่ว่าถ้าผ่านแบบนิดหน่อย ก็ไปต่อได้ แต่ไปต่อก็ไปทะเลาะกันข้างหน้า ก็เหมือนย้อนกลับไปก่อนไม่มีประชามติอ่ะ เอ่อ จะทำอะไร จะเสนออะไรก็ติด สว. ทีก็เป็นอย่างงั้นน่ะ นะ ก็เท่าทุนตอนคิดว่า
เอ่อ positive แบบเท่าทุน อื ยกเว้นว่า
อื 3-45 วันข้างหน้า โอเค คนออกมาช่วยกันเยอะมากกว่านี้อ่ะ ไม่ต้องมาวิ่งกับผมก็ได้ มาวิ่งกับผมก็ดี ไม่มาวิ่งกับผมก็ได้ แต่ว่าออกมารณรงค์ช่วยกันพูด ช่วยกันโพสต์ แฮชแท็กแบพาเห็นชอบ ช่วยกันไปคุยกับคนแถวบ้านข้างบ้าน ให้เปลี่ยนใจอะไรอย่างเงี้ยนะ เอ่อ ก็ถึงจะ ถึงจะถึงจะดีกว่านี้ได้ ไม่งั้นก็ ถ้าผ่านก็ไม่เยอะครับ
แต่แต่คุณรู้ใช่มั้ย คุณรู้ใช่มั้ย ยิ่งชีพ ว่าไม่ว่ามันจะผ่านหรือไม่ผ่าน โดยเฉพาะทำไมไม่ผ่าน คุณรู้ใช่มั้ยว่าคุณไม่ใช่หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ
คุณรู้ใช่มั้ยว่ามันไม่ใช่ความ มันไม่ใช่ความผิดของไอรอ คุณ คุณรู้ใช่มั้ย
ครับ มันไม่ใช่งานคุณที่แบบจะต้องมาไว้ว่า เอ้ย ถ้ามันไม่ผ่านแปลว่าแบบ กูทำงานแบบน้อยไปหรอวะ กูยังทำไม่พอหรอวะเนาะ
จริงๆ เนาะ เออ ทำเต็มที่แล้ว เต็มที่แล้วนะฮะ ทุกวันนี้เราก็ไม่ค่อยได้หลับได้นอนกันนะฮะ จะมีใครโผล่หน้ามาโชว์ตัวมั้ยว่าทำงานเหน็ดเหนื่อยขนาดไหนนะฮะ เอ่อ ก็ก็ เอ่อ ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกัน ก็ทำเต็มที่นะฮะ ก็คงคิดไม่ออกเหมือนกันว่า คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าถอยหลังไปได้สักเดือน 2 เดือน จะทำอะไรมากกว่านี้ เพราะว่าก็เต็มมือเต็มไม้กันมาตลอดนะฮะ ก็
อื ตลอดทางที่ผ่านมาอ่ะ คุณถามให้ซึ้งก็พูดให้ซึ้งหน่อย เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมานี่ก็เห็นอะไรเยอะมาก คือผมเห็นคนที่ลุกขึ้นมาทำอะไรเยอะมากใน คือประโยคนี้พูดแล้วพูดอีก แต่แบบ คือมันต้องอยู่ตรงผมเนี่ยถึงจะเห็น เอ่อ ว่ามันมีคนที่แชทมาอยากมาขอทำ ทำเสร็จก็ส่งมาอวด แล้วก็เดินไปตรงนู้นตรงนี้ก็เข้ามาทักมาเล่าว่าชีวิตเค้าไปทำอะไรบ้าง เค้าเอาโบชัวร์ไปแจกไปคุยกับคนให้คนเข้าใจมากขึ้นได้กี่คน บางคนน่ะแบบ แค่ไปโน้มน้าพี่ที่บ้านได้คนนึงอ่ะ ภูมิใจมาก เล่าเข้าอะไรเงี้ยนะฮะ คือแบบ บรรยากาศแบบนี้ก็ดีนะฮะ แล้วก็แบบ มีคนที่ เอ่อ ลุกออกไปเดินตลาดทุกวัน ไปคนเดียวนะ แล้วก็มาๆ เช้ามาที่ออฟฟิศ
เออ ไม่รู้จักกันหรอก แล้วก็มาขอเอกสารไปแจก แล้วก็เย็นก็ไปเดินตลาดแจกคนเดียวอะไร เงี้ย
เออ คนพวกนี้ก็มีเยอะนะ เออ เห็นปรากฏการณ์พวกนี้ก็ อื ก็เดือนกว่าๆ นี่ก็ก็แปลกๆ ดี ชีวิต
มันมันไม่ง่ายหรอกใช่มั้ย เรื่องนี้มันไม่ง่ายหรอก เพราะมันมีคนเสียประโยชน์อยู่แล้ว คนที่เสียประโยชน์ก็ส่วนใหญ่มีอำนาจซะด้วย อ่า
อื คุณต้องการอาสาสมัครเท่าไหร่นะคะไอ Law
300,000
ตอนนี้นะตอนนี้มีประมาณเท่าไหร่ละ
1,000 กว่า
เออ ทีนี้คนที่ เอ่อ คนที่ลงทะเบียนลงชื่อไว้กับไอ Law เนี่ยนะคะ คือเค้าต้องไปเตรียมตัว เค้าจะเช็คอะไรยังไงได้บ้างคะ เป๋าว่าแบบ อุ้ย เอายังเริ่มวันไหน ต้องเข้าไปวันไหน
อ๋อ อ่า อ่า คนที่ คนที่อาสามาช่วยกันจัดข้าวจัดของเดินตลาดจัดกิจกรรมรณรงค์เนี่ยนะ ครับ ตอนเนี้ยคิดว่าทำงานกันเกือบหมดละนะ ครับ ถ้าใครไม่ทำทำเลยนะฮะ ทำทำอะไรก็ได้ทำเลย ถ้าใครไม่รู้ทำอะไร วันเสาร์มาเจอกันนะ ครับ เอ่อ แต่ถ้า เอ่อ คนที่เราต้องการ 300,000 คนเนี่ย เพื่อไปจับตาหน้าคูหานะ ครับ ตอนนี้สมัครมาแค่ 1,000 กว่านะครับ ก็อยากให้ช่วยเข้าไปสมัครที่เว็บ 62.com นะครับ 62.com การสมัครเนี่ยง่ายมากนะฮะ คือเราไม่ขอชื่อ นามสกุล เบอร์โทร ที่อยู่อาศัย ข้อมูลส่วนตัวไม่ขอเลย คุณแค่ไปเลือกว่าตรงไหนเป็นหน่วยที่คุณสะดวก แล้วคุณก็ไปกด ตึ๊ง กดทีเดียว กดปึ๊งว่าตรงเนี้ย คุณจะไป แล้วมันระบบมันจะดับไป แล้วมันก็จะโชว์ให้คนมาทีหลังเนี่ย เห็นว่าตรงไหนอ่ะ ยังไม่มีคนนะครับ แล้วคนอื่นก็จะได้เลือก จะได้ไม่ซ้ำกันนะครับ ก็เนี่ย ต้องต้องการช่วยกันเข้าไปกดว่าคุณจะไปตรงไหน เนี่ยสัก 300,000 คน แล้วก็
300,000 คน เพราะมันมีแสนหน่วย หน่วยนึงมันมี 3 หีบนะ พร้อมกันเนี่ยนะครับ เอ่อ ก็ไม่รู้จะหาจากไหนเนี่ย ก็พอดีรายการนี้มีคนดูตั้ง 300,000 กว่านะครับ ก็เข้าไปช่วยคนละหน่วยนะฮะ ไปกดคนละหน่วยปึ๊บเนี่ย เราก็
อีกนิดเดียวด่าแล้วเนี่ย
คนไปช่วยกันปกป้องคะแนนให้ถูกนับและถูกรายงานไม่ถูกโกงครับ
คนที่สมัครไปแล้วเนี่ย ถ้าเขาจะเข้าไปเช็คว่าแบบ เอ้ย เออ ฉันไปตรงไหนวะ อย่างเงี้ย เค้าเข้าไปโดยใช้ ก็เข้าไปที่เดิม
เข้าไปที่เดิม ก็ดูว่าไอ้ที่ฉันไปนับ 1 ไว้อ่ะ มันยังอยู่มั้ย มันต้องอยู่ดิครับ
เออ ส่วนคนที่จะสมัครใหม่ ก็เข้าไปที่เดียว
เข้าไปที่เดียวกัน ก็ไปดูว่า
แล้วถ้าสมมุติ
คนเหล่านี้ที่ได้เข้าไปแล้ว ก็ผ่านแล้ว แล้วก็แบบ รู้แล้วว่าโลเคชั่นที่ตัวเองจะไป อ่ะ มันคืออยู่ตรงไหน อ่ะ วันที่วันที่ 8 เนี่ย คือเค้าไปที่นั่นได้เลยใช่มั้ย เค้าไปที่จุดนั้นได้เลยใช่มั้ยคะ
ใช่ ใช่ ไม่ต้องติดต่อเรา เราไม่รับการติดต่อ วันที่ 8 อ่ะ เอาใหม่ วันที่ 8 พอ 16
อ่า
ครึ่งปุ๊บ ต้องชาร์จแบตมือถือให้เต็ม
อ่า
อ่า พอ 17:00 น. ปึ๊บ อ่า เอามือถือ เอา Power Bank นะฮะ แนะนำ เอาอะไรไปกินนิดหน่อย เผื่อหิว เพราะมันเป็นช่วงมื้อเย็นพอดี แล้วก็เดินออกจากบ้าน แล้วก็ไปไอ้หน่วยที่คุณใกล้ที่สุดนะครับ คุณไปยืนดูเค้านับ นับคะแนน คุณก็ดูไป หยิบบัตรมาขานนับถูกมั้ย ถูก ถูกก็ชื่นชมเจ้าหน้าที่ ถ้าผิดนิดนึงก็ทัก เอ้ย พี่ไม่ใช่บัตรเมื่อกี้มันบัตรอย่างงี้ พี่ติ๊กผิด เอาใหม่ ติ๊กใหม่ ติ๊กใหม่ แก้ไขกันนะครับ เอ่อ สุดท้ายพอเนับเสร็จ 19:00 น. เสร็จนะฮะ ก็เอามือถือถ่ายรูปปึ๊ง แล้วก็ส่งเข้ามาตามระบบของเว็บไซต์ w62.com แค่นี้นะฮะ เราก็จะรวมคะแนนเอง
เร็วกว่า กกต.นะฮะ ปีที่แล้วปี 66 เนี่ย เรา รวมเร็วกว่า กกต.นะเฟ้ย นี่คือ 20:00 น. กว่า
เออ 20:00 น. กว่า ขอโม้หน่อย 20:00 น. กว่า ทุกสื่ออ่ะ ที่รายงานผลคะแนนสดอ่ะ เอาของเราไป เพราะของ กกต.ออ
เอาของเรา แปลว่าไม่ใช่ของผมนะ แต่แปลว่าของที่ประชาชนเป็นหมื่นๆคนน่ะ ไปถ่ายรูปแล้วส่งมานะฮะ เอ่อ เร็วกว่า กกต.ครับ เอ่อ ปีนี้ 69
อ ก็มีคนมาช่วยตั้ง 1,000 กว่าคนและ
อืออ
ก็เร็วกว่า กกต.ครับ นิดนึง
อื พี่เบลจะเอาขึ้นมั้ย อ่า อันนี้นะคะ นี่นะที่เป๋าเล่าให้ฟัง เมื่อสักครู่นี้
เออ เข้าไปที่ Word 62 ค่ะ เดี๋ยวเราแปะลิงก์ไว้ในคอมเมนต์ พิมพ์ไว้ให้ เออ
นะคะ
62 เออ ถูกเนาะ อ่า แล้วก็ใครที่ใครที่สะดวกนะ คะ เมื่อกี้ฉันเห็นประธานบริษัทก็คือผู้ชมที่อยู่ในช่องแชทของดิฉัน บอกขานผิดฉันไปเห็นประโยคนี้ได้ไงวะ ทั้งๆที่ปกติอ่านไม่ทันอะไรวะ เอาไปไหนแล้ววะ ขานผิดด่าพ่อได้ม
บอกเค้าดีๆ บอกเค้าดีๆ บอกเค้าอี ส่วนใหญ่เค้าก็แก้ให้นะ
แหม Er จี้
ถ้าถ้าเค้าไม่ ถ้าเค้าไม่แก้ให้ ค่อยๆ ยก ระดับ ยกระดับ จนไต่สุดแล้วค่อยๆ ด่าพ่อทีหลัง แต่ว่าบอกเค้าดีๆ ก่อนครับ
เอ่อ ไม่แต่ส่วนใหญ่คนที่นี่จะใช้มาตรการ ทุกเรื่องค่ะ เราจะเลือกใช้มาตรการหนัก หนักไปหาเบาค่ะ เป๋า ก็คืออาจจะ อาจจะแบบ ไม่อยากเสียเวลา
หนักไปหาเบา ไม่อยากเสียเวลา ขอโทษด้วย แต่ว่าเอาไว้ในใจแล้วกันค่ะทุกคน
ครับ
เออ ซึ่งทุกคนคะ ถ้าใครที่อยากจะช่วยไอรอ จริงๆ แล้วเหมือนแบบไอรอช่วยเรา เราช่วยไอ เราเราช่วยตัวเองนั่นแหละทุกคน เราช่วยเหลือกันเองเนี่ย เอ่อ ก็คือเข้าไปได้ที่ลิงก์ที่เราเราจะแปะไว้ให้นะคะ แล้วก็ตามหน้าจอเมื่อสักครู่นี้ ไม่ยาก ไม่ยาก ก็คือใครที่หัวข้อเข่า ยังดีนะคะ ก็เรียนเชิญช่วยกันนะคะ ลุ้นชิบหายเลย
เอาเก้าอี้ไปนั่งก็ได้นะ เอาเก้าอี้สนามไปนั่งก็ได้ ถ้าเข่าไม่ดี
อ่า โอ ไปเป็นภาระเค้าเนาะ สภาพ
หมายถึงฉันใช่มั้ย
ทุกคนทุกคนไม่อยาก มันต้องยืนชั่วโมงอ่ะ ถ้ายืนก็ประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้ากลัวเมื่อยก็เอาอะไรไปนั่ง
เออออ
บางหน่วยเค้าก็มีให้ บางหน่วยเค้าที่ให้คนไปนั่งดูเลย
ครับ
อ๋อออ พี่หมดแล้ว หมดแล้ว เป๋ามีอะไรอยากพูดเพิ่มเติมมั้ย
ไม่มีอะไร แต่เห็นชอบ
แล้วไปจับตาคะแนนกัน งานมันเยอะนะ งานให้ประชาชนทำเนี่ย เยอะมาก ตอนเนี้ย ทุกวันนี้ผมใช้ประชาชนทำหลายอย่างมาก แต่ก็ทำเถอะ ขอร้อง
ครับ
ทำด้วยกัน ทำด้วยกัน เออ งั้นโอเค นะ พี่ สวัสดีเป๋านะคะ จะตกลงจะให้น้องๆ ที่หน้ามันหน้าเมือกมาโผล่ซะหน่อยมั้ย คนทำงานให้เรารู้จัก
สวัสดีค่ะ สวัสดี
เค้าดูอยู่แล้วไง เค้าดูจอมขวัญไม่เคยพลาด
วันนี้รายการออกตรงนี้ก็เลยบอกว่ามานั่งดูตรงนี้
อ๋อ ปกติน้องๆ ดูดาวอังคารใช่มั้ย ดูหน้าตาแล้วน่าจะเป็นเอเนอร์จี ชอบความหยาบคาย เหมือนฉัน
ดูทุกรายการค่ะ แต่พี่เป๋าใช้งานหนักช่วงนี้ไม่ได้ดูเลย เลยก็ขอนำพี่เป๋า
อุ๊ย อีเป๋า อุ๊ย ไม่ไม่ยอมเตรียมน้องก่อนเลย ค่ะเล่น
กันหนัก เจ๊ง พวกพวกนี้นี่คือทีมแพ็คของนะ แพ็คของส่งไปรษณีย
เอ่อ คือเวลาคนบอกว่าขอเอกสารไปแจก นครพนม สุราษฎร์ธานี สุโขทัย ก็นี่แพ็ค
ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านมากเลยค่ะไอ Law และเครือข่ายค่ะ
ครับผม
ขอบคุณนะ อดทนหน่อยเดี๋ยวกกต.ก็โตแล้วแหละนะ ครับ
อ่างั้นพี่สวัสดีเป๋าแล้วก็สวัสดีทีมไอ Law นะคะเดี๋จะคุยกับนักวิชาการท่านหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ที่นางบอกว่าเรา รณรงค์ได้ เราผ่านได้ ว่าเราจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ต่อให้เรื่องนี้แหละ แล้วเดี๋ยวพี่จะคุยกับอาจารย์ อาจารย์เหมาว่าฉบับเนี้ย มันมีอะไรไม่ดีหรอ
เออ แล้วถ้าแก้แล้วอ่ะ ชีวิตเราจะดียังไงเออ ถ้าเราแก้แล้วเนี่ย
เศรษฐกิจมันจะดีขึ้นหรอ เงินในกระเป๋าจะเพิ่มขึ้นหรอ มันจะแก้ปัญหาชายแดนได้หรอ ทำไมจะต้องแก้ตอนนี้ เอาไว้ก่อนได้มั้ย อ่า เดี๋ยวเป๋ามาตอบให้ เออ เอ้ย เดี๋ยวเหมามาตอบให้
ครับ งั้นดิฉันสวัสดีไอ Law นะคะ สวัสดียิ่งชีพค่ะ
สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ
โอ๊ย สภาพ เหนื่อยแล้วค่ะ เหนื่อยอ้า เฮ้ย รออะไรน้องคนนั้น เฮ้ย มาดิ เฮ้ย ขอโทษทีค่ะทุกคน เดี๋ยวเราขอเปลี่ยนเลนส์กล้องแล้วก็เขยิบให้อาจารย์เหมาเข้ามา เดี๋ยวรออาจารย์เหมาติดขนตาแป๊บเดียว บอกนางว่าติดชั้นเดียวพอ อย่าติด 2 ชั้น แป๊บเดียวค่ะ หมายถึงเราอยู่นะคะ เราแค่เปลี่ยนเลนส์กล้องจ้ะค่ะ ตอนนี้ทุกคน ยังไม่ได้ยิน
น้อง กราบสวัสดี
เหมือนแบบ กราบสวัสดี มาเบอร์นี้เลยดิ เออ สวัสดีค่ะ อาจารย์เหมา สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ น้องคนนี้ อุ๊ย อื มีเวลามีเวลา
หายไปประมาณเกือบชั่วโมง
อ๋อ เมื่อกี้ไม่ได้ติดขนตาไปติด
ฮะ อะไร
ไม่ได้ นี่ไง นี่
อะไรอีก อู้
เมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ติดขนตา
ไม่ใช่นี่คือเสื้อ อีอริจินัล ออริจินัล
เป็นเป็นเวอร์ชั่น 2
เวอร์ชั่น 2 เวอร์ชั่น 69
อ่า ก็คือนี่ ถ้าไม่ไม่ได้ชี้นี่ คนอื่นเขาจะ ไม่สังเกตเห็นนะว่าอะไร
เดี๋ยวมันไม่คุ้มค่า
คือที่ผมทำแบบนี้ เพราะว่าเจ้บอกว่าวันนี้ เหนี่ยวสุดๆ
โจทย์ของเราคืออย่างงี้ค่ะทุกคน
อ่า ตอนบีฟอาจารย์เหมา บีฟว่า
ว่า
เหมา วันเนี้ย เนื้อหาที่เราจะพูดในรายการน่ะ เราจะแพ้แม่แนน้องสมาร์ทไม่ได้ อ๋อ ที่ล่าสุดเราติดตามข่าวเราก็จะเห็นว่า ก็มีการเรียกให้มีการถอดคลิปกัน
ครับ ครับ
เออ ก็บอกเหมา บอกว่าเหมา เราจะแพ้แม่แนน้องสมาร์ทไม่ได้
รับรองได้ว่า ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นจอมขวัญ Channel แล้วเราก็ไม่มีแผ่วแน่นอน
แล้วบอกเลยว่าเป้าหมายคืออะไร เป้าหมายคือ content วันนี้
ro contทent วันนี้ road ทูแสวง
พี่เชื่อมว่าวันนี้เนี่ย ยังไงก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่ารายการดีๆ แบบนี้ คุณอาแสวง ผมดู ครับผม ดูแน่นอน
แหม มึงนอบน้อมเลยนะ ทิ้งกูเลยนะ
เราต้องเปิดก่อน ไม่ เราต้องเปิดก่อนนะ เปิดแบบนี้ก่อน
ไอ้นักกฎหมายเนี่ย เค้าจะบอกว่า ด้วยความเคารพก่อน
ซึ่งแต่ว่า
หลังจากนั้นปุ๊บ
ข้ามหัวกูแหละ
ถูกต้องครับ
จริง ก็คือบอกอาจารย์หมาไป บอกว่าอาจารย์ วันเนี้ย มันจะต้องเป็นเนื้อหาที่พาเราไป พบคุณแสวงให้ได้
อื คดีก่อนหน้าเนี้ย ผมมีการโทรปรึกษาทางเจ้เรา บอกว่า เอ๊ะ เจ้ครับ เจ้สามารถที่จะติดต่อทางคุณอาแสวงผมได้มั้ย
อ่า คำตอบก็คือว่า ทางทีมงานเป็นไงบ้างฮะ หลังจากที่สั่งให้มีการติดต่อไปอยู่ประมาณสัก เกือบอาทิตย์นะ ก็ปรากฏว่า
เกินป่าววะ
เกินใช่มั้ย ไม่ พี่เบลพยายามติดต่อมาตลอด ก่อนหน้านั้นอีก
ก็ปรากฏว่าเราได้รับเสียงตอบรับว่า จูด ตุด ตุด ตุด ตุด ออ
เป็นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
อ่า อ๋อ คือไม่ คือคือได้รับแจ้งมาว่า อาจจะ ไม่ค่อยสะดวก เพราะว่าช่วงนี้งานเยอะนะฮะ เพราะว่าอาจจะต้องดูทั้งในแง่ของ เอ๊ะ เดี๋ จะต้องจัดเตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้า
เออ อ่า แต่ว่าเรื่องของประชามตินั้นก็ให้เลือกตั้งนอกเขต แต่
ล่วงหน้าไม่ได้
เออ นะครับผม
เราจะเริ่ม เราเราจะเริ่มกันด้วยวิธีไหน อ่ะ เพราะว่าพี่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องลำดับ หรืออะไร หรือการแบ่งหัวข้อ พี่ต้องการเนื้อหาที่พาไปสู่คุณแสวงเท่านั้น อ่อน หน้าที่จะเข้าไปสู่เนื้อหาที่เราจะเข้าไปหาทาง เอ่อ คุณอาแสวงผมนั้น ถ้าอยากฟังเทน แบบหนักๆ จัดเต็ม โอนมาสิครับ ผมมาแล้วเริ่ม
เมื่อวาน
เมื่อวานนี้ฉันตอนฉันแนะนำว่าพรุ่งนี้แขกเป็นใคร ก็คือจะมีเป๋าไลอ
อ่า
เหมามิจจี้
และรักชนก คือเวลาฟังว่า
ฟังว่ามีเป๋า
เออ
มีไอซ์
เออ ท่านประธาน คือฟังเอ๊ ก็อยากจะมาฟังไ
แต่ปุ๊บเหมามิตี้ปุ๊บ โอโห มือมันคัน
อยากโอน อยากโอน อยากโอน
ใช่มั้ย อ่าๆๆ โอเค เอาเป็นว่า ถ้าฟังแล้วชื่นชอบเทน แล้วก็สนับสนุนช่องได้
ใช่ค่ะ
โอเค เราจะเริ่มเลยมั้ย เริ่ม
เราเริ่มเลย ก็คือเมื่อสักครู่นี้ที่เราบอก ก็คือว่า เอ้ย ที่เราถามก็คือว่า แม้แต่ อาจารย์เหมาเป็นนักวิชาการครับ
ก็สามารถจะแสดงความเห็นและเป็นผู้รณรงค์ ได้
ถูกต้อง
เห็นชอบไม่เห็นชอบ บอกได้
โดยหลักแล้ว เอาอย่างงี้ ตามกฎหมายประชามติ ไม่ทุกคนไม่ต้องไปนั่งแบบฟังแบบคิดตามผมนะ เพราะว่าไอ้เรื่องพวกนี้มันข้อกฎหมาย วันนี้จะย่อยให้แบบฟังง่ายๆ อ
คือ กฎหมายประชามติเนี่ย สั่งห้ามอยู่อย่างเดียวคือหน่วยงานของรัฐ
อื ในระหว่างนี้นะ ก็คือหมายถึงว่า ตัวหน่วยงานรัฐเนี่ย คุณต้องทำหน้าที่เป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอ่ะ ทาง กกต.ง กกต.ต่างๆ หรือว่าหน่วยงานของรัฐต่างๆ เนี่ย คุณจะไม่สามารถที่จะเหมือนกับว่าไป เอ่อ นำเสนอในการโน้มน้าวตรงนู้นตรงนี้ตรงนั้นได้ เพราะมันมีหลักของมันอยู่ คือหลักความเป็นกลาง ของของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ในส่วนของเราเนี่ย เราไม่มีปัญหาครับ เอกชน พรรคการเมือง หรืออะไรต่างๆ เราสามารถรณรงค์ได้ ตราบเท่าที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย แล้วก็ยังไม่ได้อยู่ในช่วงระยะเวลา ช่วงช่วงอันตรายใช่มั้ย ก็คือว่ามันจะมีการกำหนดไว้ เช่น อ
กราบขอบพระคุณครับ
เช่นเดี๋ กลับมาอ่าน
กราบขอบพระคุณครับ
อ่ะ จบประโยคกันเถอะ
คือหมายถึงว่า มันจะมีช่วง เอ่อ กราบขอบพระคุณครับ
กราบขอบพระคุณครับ โอหมาจริงๆ คือประมาณ ช่วงยังๆ ใช้ได้ใช้ได้ นี่ไม่ได้เจอกันนาน นี่ลุกกันโอเค โป๊ะปะ
คนหิวอ่ะ
อ่า ครับผม ก็อย่าลืมนะครับ กาวก็ขออนุญาต เช่น
คือ เอ่อ ช่วงก่อนที่จะถึงวันลงประชามติ ก็คือวันที่ 8 เนี่ย อ้า ใช่ ก็คือก่อน 18:00 น. ช่วง 18:00 น. ปุ๊บ หลังจากนั้นไม่ ไม่ให้ละ
แล้วก็ก่อนหน้านี้ก็ห้ามจะมีการทำโพล คือก่อนหน้านี้เราเราทำโพลกันเยอะใช่มั้ย
แต่ก่อนที่จะถึงการลงประชามติ 7 วัน ห้าม คือพยายามไม่ให้มีการโน้มน้าว ไม่ให้มีการแบบ ใส่ข้อมูลข้อมูล เค้าก็กลัวว่า เฮ้ย เดี๋ยวเราจะไปแบบ ถูกชี้นำอะไรเงี้ย แต่ตอนเนี้ย คือช่วงเวลาที่เรา ปลอดภัยในการรณรงค์ ทำให้ทุกอย่างไม่มีปัญหา เพราะว่าโดยหลักแล้ว มันก็อยู่บนพื้นฐานของ
เอ่อ สิทธิเสรีภาพของเรา ในการที่เราจะแสดงความคิดเห็นได้
อื แล้วเอาจริงๆ เนี่ย เวลาที่จะมีการทำประชามติ เรายิ่งต้องสามารถแสดงออกได้ด้วย อย่าลืมนะครับ ย้อนกลับไปตอนช่วง รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ปัจจุบันเรากำลังใช้อยู่เนี่ย ที่ผ่านมาเนี่ย ในช่วงประชามติเนี่ย เราจะเห็นภาพว่า เราจะรณรงค์เนี่ย เราจะไม่ค่อยรณรงค์ได้ค่อนข้างเสมอภาคและมีความเป็นเสรีเป็นธรรม ถูกมั้ย
เพราะว่าเวลาคนที่จะบอกว่า เฮ้ย เราเนี่ย
ไม่เห็นด้วยอ่ะ อย่างผมบอกว่า อันนี้พูดพูดได้สบายมาก คือครั้งที่แล้วผมบอกผมไม่เห็นด้วย
อื ใช่มั้ย ก็อาจจะมี เอ๊ะ มันมีการอะไรล่ะ มีกระบวนการที่อาจจะถูกตั้งข้อสงสัยอะไรบางอย่างมั้ย ว่าฝ่ายที่เขาไม่ค่อยซัพพอร์ต ไม่ค่อยที่จะเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเนี่ย
อ เขาอาจจะไม่ได้มีช่องทางให้มีการแสดงออก มากเท่าที่ควร ถ้าเปรียบเทียบกับฝ่ายที่รณ และสนับสนุนให้ผ่านรัฐรัฐธรรมนูญปี 2560 งั้น ผมกำลังจะพูดอย่างงี้นะ เอ่อ ท่านประธาน ทุกคนครับ คือครั้งเนี้ย สำหรับผมแล้วเนี่ยนะ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ โอ้โห เดี๋ยวเดี๋ยวนะ เม 33 เลยหรอ เฮ้ย มันจริง เมื่อกี้เค้าเขียนพูด
ใช่ๆ ก็คือคนที่สมัครตั้งแต่แรกๆ ไง
อ๋อ คือหมายถึงว่า เค้าเป็นแฟนคลับตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว หรือว่าเค้าตั้งใจที่จะสมัครสำหรับ
ใช่สิ มันขึ้นให้ว่าเป็น member ตั้งแต่แบบ กี่เดือนแล้วใช่มั้ย พี่เบล่
เออ กูเป็นคนที่นี่มั้ยนะ กูดูไม่รู้เรื่อง ระบบอะไรเลย
เออ ผมก็ไม่ค่อยรู้ แต่แต่เอาอย่างงี้
ความสำคัญ ผมทิ้งอย่างงี้ก่อน เดี๋ค่อยจะอธิบายหลักการในการทำประชามติ
อ ความสำคัญของการทำประชามติครั้งนี้ ผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะในประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญไทยเรามีอยู่ทั้งหมด 20 ฉบับ ถูกมั้ย มีแค่ 2 ฉบับเท่านั้นที่มีการทำประชามติ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญปี 2550 กับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เรากำลังใช้อยู่
แต่การทำประชามติทั้ง 2 หนที่ผ่านมา เป็นการทำประชามติที่ถูกตั้งข้อเคลือบแคลงสงสัยกับเรื่องของการรณรงค์อย่างเท่าเทียมกัน ของฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุน
อื ฉะนั้นแน่นอนว่ารัฐธรรมนูญ 50 กับรัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย ถ้าถามผมในฐานะนักวิชาการท่านหนึ่ง อะ ไม่ใช่สิ เป็น YouTuber ท่านหนึ่งที่พอจะมีความรู้ทางด้านรัฐมนูญบ้างเล็กๆน้อยๆเนี่ย ผมก็ต้องบอกว่าผมพูดจริงๆ นะ ศักดิ์ศรีความเป็นกฎหมายสูงสุดไม่ค่อยมี
อืม เป็นไง เริ่มยัง
เอ้ย แต่ว่าภาษายูทูบ มันใช้คำนี้ มันมันเข้าใจยาก
อ่า แล้วถ้าห่วย อ่ะ แล้วเพื่อให้เต็มประโยค
รัฐธรรมนูญห่วย ต้องพูดกันอย่างงี้ สุด
จอบมาก Road to
แล้วต่อไปนี้ เดี๋ยวคลิปนี้จะถูกสั่งถอดออก เดี๋ยวนี้
เรียกก่อน เดี๋ค่อย
อ่า ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เราพยายามที่จะ ไต่เต้าไปสู่ตรงนั้นค่ะ
โอเคครับ สู่ราชการเจอกัน
โอเค ไปด้วยกันนะครับ
เออ เพราะสุราราชการอยู่แจ้งพัฒนาเองเนี่ยนะ ไม่ต้องถึงพะเยา อ่า ฉะนั้นอ่ะ โอเค กลับมาคราวเมื่อเป็นแบบนี้เนี่ย ถ้าถ้าเราพูดกันในทางวิชาการ พี่
ประชามติที่ผ่านมา เอาจริงๆ มันเป็น มันเป็นเครื่องมือที่ทำการจะสอบถามเจตนารมณ์ ของตัวประชาชนที่แท้จริงตามระบอบประชาธิปไตย
มันกลับถูกมองว่ากลายเป็นเครื่องมืออะไรบางอย่าง ที่มันสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญ ที่มันดูไม่เป็นประชาธิปไตย
อื เดี๋ยวพูดแบบนี้เสร็จปุ๊บ โอ้ ประชาธิปไตยอีกแล้ว ตามตูดฝรั่งอีกแล้ว เดี๋ยวครับ ใจเย็นๆ เดี๋จะย่อยให้ฟัง จริงๆ ไม่ต้องตามตูดฝรั่งก็ได้ อื ตามตูดพวกเรานี่แหละ เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังว่ามันมันมีเนื้อหาสาระยังไง อ่า โอเค อันนี้เราเราพอจะเห็นความสำคัญแล้วนะ ครั้งนี้คือประชามติ รัฐธรรมนูญครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยและรัฐธรรมนูญไทย งั้นเราต้อง
เราต้องใช้สมาธิให้ดี
อื เราต้องโฟกัส ครั้งนี้ถ้าเราพลาดครั้งนี้ไปเนี่ย เราไม่รู้ว่าเราจะได้ใช้ไอ้สิทธิ์ของเราตรงเนี้ย อีกมากน้อยขนาดไหนนะ
อืออื นี่จริงๆ นี่ เอ่อ เมื่อวานอยู่บ้านเนี่ย หลังจากที่ไปสอนหนังสือเป็นเวลาบ้างเล็กน้อย เปิดคอมนั่งกำลังเขียนบทความอยู่ กำลังจะเขียนบทความเพื่ออธิบายให้ทุกคน หรือท่านประธานน่ะ ได้อ่านแล้วเอาไปใช้เป็นเช็คลิสต์ก่อนเข้าหา
เอโออุ๊ๆ
เป็นไงเล่า
เออ สอนหนังสือยังไม่ขนาดนี้
อ เจเจ้สั่งมาปุ๊บ ทำเลย คิยก ทำเรื่องนี้
เดี๋เชื่อ เดี๋เขาเชื่อ
โอเค ไม่ๆ นะ อ่ะ คราวนี้อ่ะ เดี๋ผมอธิบายอย่างงี้ก่อน
ทำไมต้องมีการทำประชามติ
อื การทำประชา การทำประชามติในทางรัฐธรรมนูญน่ะ มันหมายถึงแค่ว่าเขาต้องการที่จะไปถาม เอ่อ เจตนารมณ์ของตัวเจ้าของประเทศอ่ะ ว่าง่ายๆ ว่า เฮ้ย คุณ คุณคิดยังไง คุณตัดสินใจยังไง กับประเด็นที่จะมีการถาม เพราะว่าโดยมากประเด็นที่จะมีการถามเป็นเรื่องที่มันมีความสาระสำคัญมาก
คือถ้ามันเป็นเรื่องทั่วๆ ไปอ่ะ เค้าจะไม่ถามหรอก แต่เนี่ย มันคือเรื่องคอขาดบาดตายของประเทศ เค้าจึงต้องมาถามประชาชน ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของอำนาจใช่มั้ย เราเป็นเจ้าของประเทศ งั้นไอ้กรณีครั้งเนี้ย มันเป็นการเข้ามาถามเราว่า เราต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย รัฐรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ เดี๋ยวผมจะย่อยให้ฟังว่ามันไปเกี่ยวพันกับเรื่องของเรายังไง เพราะเราจะชอบมีการถามอยู่ตลอดก่อนหน้านี้เห็นมั้ย ที่ไป เอ่อ เปิดเวทีกับพี่ติ่ง ใช่มั้ย
อื ต้องมีคำถามแน่นอน แล้วก็ต้องมีคนโต้แย้ง คนที่จะออกไปกาเห็นชอบในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญใช่มั้ย แล้วบอกว่า เฮ้ย
คุณไปจัดการเรื่องเศรษฐกิจให้เรียบร้อยก่อน
อื คุณไปจัดการดูแลความสงบเรียบร้อย คุณไปดูเรื่อง เอ่อ การทะเลาะกันระหว่างขมงเขมร ก่อน ไอ้เรื่องรัฐธรรมนูญนี่เรื่องไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ใช่มั้ย เค้าจะพูดอย่างงี้ถูกมั้ย แล้วแล้วบางทีพี่ตอบมาว่าไง
อ เกี่ยว เกี่ยวมาก
อ้าว เกี่ยวยังไง
รัฐบาลที่เค้าจะทำงานให้คุณเนี่ย ถ้ามันมีโครงสร้างในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เนี่ย มันไม่สามารถทำให้รัฐบาลที่คุณเลือกไปทำงานทำได้ อย่างที่คุณต้องการให้รัฐบาลที่คุณเลือกไปทำได้นะคะทุกเรื่อง
แล้วเค้าจะชอบบอกว่า แก้แล้วไม่เห็นทำให้ตังค์ในกระเป๋าเพิ่มขึ้นเลย
เดี๋นี่หน้าที่ฉันต้องสื่อสารหรอ
ไม่ๆ เราก็นี่ไง เราเราลองลอง
คือมันมันมีเพื่อนๆ บางคนที่แบบ เขาอยากจะรู้ว่าทำไมต้องมารณรงค์กันตอนนี้ พี่ก็จะใช้ภาษาชาวบ้าน พี่ก็จะบอกว่า
ไม่ว่าพรรคอะไรเป็นรัฐบาล
อื มันมีกรอบแค่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขีดไว้นะเอ
มันมีองค์กรที่จะคอยเช็คนะ
เออ ว่าทำได้ไม่ได้ มันมีองค์กรที่จะคอยตรวจสอบนะ ว่าพรรคที่ เอ่อ ทำหน้าที่รัฐบาลอยู่ นั้นเนี่ย จะเดินหน้าได้หรือเปล่า
อื อันนี้คร่าวๆ
ฮะ ที่พี่บอกว่า ถ้ามองย้อนกลับไป แต่เวลามองย้อนกลับไป บางทีเราก็ไม่รู้ว่าคนที่ถาม เราเลือกพรรคอะไรไง สมมุติเขาชอบส้ม เค้าก็จะไม่เห็นว่ามันกระทบอะไรกับส้ม แต่ถ้าบอกเขาว่า ในแง่ของการเป็นรัฐบาลนะคะ เอ่อ แต่ว่าถ้าแต่ถ้าบอกเขาว่าเนี่ย รัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย การได้มาซึ่งองค์กรต่างๆ ที่มีอำนาจขนาดเนี้ย มันทำให้พรรคการเมืองถูกยุบได้
อ ง่ายและมีคำถาม
อ่ะ
อ่า ใช้คำนี้
อื หรือแม้กระทั่ง เอ่อ พี่ก็ไม่รู้เค้าเลือกเพื่อไทยหรือเปล่าใช่มั้ย แต่ว่าอ่ะ คุณดู นายกรัฐมนตรี 2 คนที่ต้องออกไป
เออ คือเอาข้อจริงมันก็ยังมีคำถามแล้วข้อแย้งอยู่ว่า คุณเศรษฐาและคุณแพทธมพาน ต่อให้ผิด
อือ ต่อให้ผิดนะ
อ่า มันต้องถึงขนาดออกไปมั้ย
อ่า เออ เนี่ยมันเป็นประเด็นยิบๆย่อยๆนะ แล้วผมอาจจะบอกว่าอย่างงี้ เอาในแง่วิเคราะห์ก่อน
อื ผมพูดอย่างงี้ว่า เอ่อ จริงๆ ถ้าที่ผ่านมาเนี่ย ผมคิดว่าพี่น่าจะเห็นภาพว่า
อื ช่วงก่อนหน้าเ เรามีการจัดดีเบตกันเยอะมาก ใช่ป่ะ
แล้วโดยมากเราจะไปโฟกัสเรื่องของการเลือกตั้ง
อื ครั้งนี้เนี่ยอ่ะ รีมทุกคนก่อน รีมท่านประธานก่อน ครั้งนี้เราเข้าหาเนี่ย เราใช้ 2 สิทธิ์ อื
ถูกป่ะ ที่เมื่อกี้ผมได้ยินพี่คุยกับทางเป๋าอ่ะ ก็คือมันจะมีบัตร 3 ใบใช่มั้ย มันจะมีบัตรสีเขียว บัตรสีชมพู บัตรสีเหลือง โอเค ไอ้พวกนั้นน่ะ ถ้าให้ผมรวบรัดตัดความแล้วพูดให้ชัดเจนก็คือว่า เราจะเข้าคูหาครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเข้าหาในทุกครั้งของการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้เราต้องเข้าไปใช้ 2 สิทธิ์ อ
สิทธิ์แรกคือสิทธิ์ในการเลือก ส.ส. คือเลือกผู้แทนเรา อันเนี้ยมันจะชัด มีดีเบต สัตว์ดีเบต โอ๊ย พรรคนู้น พรรคนี้ แคนดิเดตนายกเต็มไปหมด แต่อีกสิทธิ์นึงอ่ะ ที่ผมคิดว่ามันถูกกลืนหายไป ไม่ค่อยมีการพูดถึงมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่ามันจะไม่พูดถึงเลยนะฮะ คือเราต้องออกไปใช้สิทธิ์ในการที่จะแสดงความเห็นว่าเราต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย
อื งั้นเราต้องไปใช้ 2 สิทธิ์ใช่มั้ยฮะ ตอนนี้ประเด็นก็คือ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งนะ แต่เราก็ไม่ได้ไม่ได้ที่จะมาโทษใครอะไรยังไงอ่ะ ผมคิดว่าส่วนหนึ่ง การที่เราเอาการทำประชามติมารวมกับการเลือกตั้ง มันมีทั้งข้อดีข้อเสีย อันนี้พูดแบบในแง่วิชาการนะ คือ 1 แน่นอนทำให้ประชาชนสับสน
อื ใช่มั้ย แต่แน่นอนว่าในแง่ข้อดี คือในแง่ของ การหวังผลกับการที่จะให้คนออกมาโหวตเยอะอ่ะ
อื มันมันดู มันผูกเรื่องสำคัญเข้าด้วยกันใช่ป่ะ มันก็เลยอาจจะมีการมีการสร้างแรงจูงใจให้ออกมาแบบมากขึ้น หรืออะไรยังไง แต่เราก็จะได้เห็นภาพว่า มันก็จะมีการติดๆ ขัดๆ ในเรื่องของการบริหารจัดการของภาครัฐ อันนั้นเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน เพราะอันนี้คือเป้าหมายของทางแท้ที่เราเราปักเอาไว้ใช่ มั้ว่า เฮ้ย เดี๋เราจะไปวิจารณ์ตรงนั้นนะ ไอ้เรื่องของการบริหารจัดการ
แสวงเหรอ
อ๋อ บริหารจัดการ เรื่องการบริหารจัดการ การจัดการใช่ๆ
เอาเริ่มเลยนะ เริ่มเลย คราวนี้ประเด็นของผมคือว่า แต่ในอีกแง่นึงอ่ะ อันนี้ผมมองในฐานะของนักวิชาการที่พยายามสังเกตการ ผมว่าการที่เราเอา เอา 2 เรื่องมารวมกันเนี่ย ประชาชน เอ่อ ประชาชนสับสนใช่ แล้วอีกอย่างนึงคือ พยายามมันมีการพยายามดึงเอาเรื่องรัฐธรรมนูญเนี้ย มาผูกโยงกับเรื่องการเมือง แล้วนำไปสู่การเค้าเรียกว่าอะไร ล่ะ การเอาประเด็นของรัฐธรรมนูญน่ะ ไปใช้เป็นประเด็นในทางการเมืองที่สังเกตเห็น เช่น พรรคนี้
อ จะเอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะจะล้มนู่น ล้มนี่ หรือว่า
แก้แปลว่าล้ม
ใช่ เนี่ย อันนี้คือปัญหาอีกส่วนนึง
นะ แต่ว่าโอเค วันเนี้ย ผมคิดว่าเราต้องเอามาแยกกันซะให้เด็ดขาด แล้วแล้วคิดว่าเวลาเราจะเข้าไปกาเนี่ย เราจะกาโดยเราใช้ วิทยานส่วนไหนยังไง ถูกมั้ยพี่
อ คราวนี้ เอ่อ ผมต้องบอกว่า เอาจากส่วนตัว พี่เคยคุยกับเพื่อนใช่มั้ย เมื่อกี้ได้ยินกับที่พี่คุยกับเป๋า บอกว่าเวลาเราจะไปเลือกตั้งมันง่าย
อื เพราะเรารู้ไง เฮ้ย เราจะเลือกคนนี้เว้ย เราชอบ
อื เฮ้ย เราจะเลือกพรรคนี้วะ เราชอบ
อือ แม้กระทั่งนิสิตด้วยนะ หรือแม้กระทั่งวันก่อน ผมไปเจออาจารย์คณะคณะนึงที่จุฬา เป็นศาสตราจารย์ดอกเตอร์นะ
อื เดินมาคุยกับผม อาจารย์เลือกตั้ง ผมรู้วันที่ 8 ผมรู้ แต่ไอ้ที่บอกจะทำประชามติรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่อาจารย์สอนรัฐธรรมนูญ มันต้องยังไง เถามผมอย่างงี้จริงๆ นี่คือระดับศาสตราจารย์ดอกเตอร์นะ พี่ทางวิศวัตร
พูดแบบนี้แล้วขอแทรกนิดเดียวนะคะ ถ้าเราเห็นบนปกนะคะ แล้วเราใช้รสร.เมื่อก่อนนี้เป็นผสด. อ่า รสร.เนี่ยจริงๆ แล้วเนี่ย เอ่อ ต้องรออย่างเป็นทางการก่อนเนาะ เพราะจริงๆ ตอนนี้คืองานวิชาการของหนูที่หนูลางาน YouTuber ไปทำเนี่ย
ก็คืองานจบและเราก็รอขั้นตอนอย่างเป็นทางการที่จะได้รสร. ถูกต้อง
อ่า อาจารย์หมาบอก อุ๊ย พี่อย่าเพิ่งใช้เลยนะ บอกก็เลยจะบอกว่า โปรโมทปกปกรายการที่โปรโมทไปตามช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ลอกมติชนค่ะ
มันก็อาจจะ
ไม่ใช่ ไม่แล้วดิฉันก็ไปถามแล้ว ดิฉันก็ถามน้องว่า มึงแต่เหมาบอกกูว่ายังนะ ประมาณ กุมภาพันธ์อะไรอย่างเงี้ย แต่ว่าเออ แต่ มติชนเขาใหญ่แล้วลอกเลย
อ่า โอเค ไหนเรื่องพวกนี้ก็โอเค
แล้วแอบโกรธนิดๆ ทำไมมันบอกกูอย่างนึงแล้ว บอกมติชนอย่างนึงวะ เออ เกือบโดน ไม่ใช่ไม่ใช่อ่ะ โอเค อันนั้นเดี๋ยวเดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวเดี๋ยว
กลับมาที่อันนี้ว่ามันเป็นเรื่องยาก
เป็นเรื่องยาก แต่ว่าเมื่อกี้ผมเห็นท่านประธานนะ บอกมาบอกว่า เอ้ย แต่ว่าเมื่อมามามัดรวมกันเป็นครั้งเดียวใช่ครับ เอ่อ มันปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรครัฐมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการจัดการการเลือกตั้งและประชามติให้ได้ดีที่สุด
อื แล้วก็ต้อง
เอื้อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ของเค้า
อื ตามที่รัฐธรรมนูญเนี่ย เค้า รับรองแล้วคุ้มครอง
อือ อันนี้ผมเห็นด้วยเลยนะ แต่ว่าอันนั้นผมแค่ เราเราพูดกันในเชิงวิชาการว่ามันอาจจะทำ ให้คนสับสนเล็กๆน้อยๆ แต่ว่านี่คือภารกิจของเราไง ของช่องเรา ซึ่งช่องอื่นทำไม่ได้หรอก
เราก็จะมาทำการเคลียร์ให้ทุกคนได้เข้าใจแบบง่ายๆ
ช่องอื่นทำไม่ได้หรอกที่จะเคลมแบบเนี้ย สำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาตอน 1935 นะคะ เรา ขอบคุณครับ
เรา กราบขอบพระคุณค่ะ เรารีแคปให้นิดนึงนะคะ ก็คือว่าวันนี้ที่เชิญอาจารย์เหมา หรือ เหมามิจจี้ มาเนี่ยนะคะ ก็คือจะมาคุยเรื่องการทำประชามติ
และเนื้อหาในรัฐธรรมนูญว่าตกลง
มันเกี่ยวกับไม่เกี่ยวกับปากท้องยังไง ในการกาครั้งนี้ครับ เห็นแล้ว อื
แล้วก็จริงๆ แล้วอ่ะ ข้อดีข้อเสียในรัฐธรรมนูญเนี่ย
เมื่อสักครู่นี้ที่อาจารย์เหมาพูดมาก่อนหน้านี้ ถ้าพี่ ถ้าพี่สุผิดอาจารย์แยงพี่
ก็คือ
รัฐธรรมนูญสำคัญมาก
สำคัญมาก
ทุกฉบับนั่นแหละ
ถูก ที่โดนฉีกมาทั้งหมดนั่นแหละ
มันจะดีไม่ดี แต่เวลามันโดนฉีกจากรัฐประหารน่ะ มันแย่หมดอ่ะ วิธีการในการแบบ ที่จะเปลี่ยนแปลงมันน่ะ
ใช่ รัฐธรรมนูญเคยทำ มีเคยมี 2 ครั้งที่ทำประชามติรัฐธรรมนูญ คือฉบับปี 50 แล้วก็ฉบับล่าสุดคือ 60
ใช่มั้ยคะ ทีนี้ฉบับ 60 ที่เราทำมาเนี่ย ณ ตอนนั้น บรรยากาศของการทำประชามติ ต้องยอมรับว่า
ฮะ การรณรงค์สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วย เพื่อให้ไม่เห็นชอบนั้น ไม่ได้เท่าเทียมกับคนที่เห็นด้วยและอยากให้เห็นชอบ
พี่แล้วผมจะบอกว่า เรื่องพวกนี้นะ ผมนะ เวลาฟังทำดีเบตตามเวทีเวที ผมค้านคันนะ คือทุกคนก็จะบอก เฮ้ย คุณมาพูดอย่างงี้ทำไม อะไรยังไง ผมจะบอกว่า เฮ้ย ไอ้เรื่องที่ปุ๊บๆ มาเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่เรามานั่งมโนกันเอง เขาจะชอบ ไอ้ฝั่งที่อยากให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันก็พูดอย่างเงี้ย เฮ้ย ขอโทษนะครับ นี่คือเอกสารที่ทำมาโดย กกต. ในนี้ก็เขียนนะครับ บอกว่าข้อดีของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เนี่ย ก็คือทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญด้วย แสดงว่าอะไร นี่คือการยอมรับแล้วโดยชัดแจ้งเป็นอักษรจากภาครัฐอ
อื จากการเคาะห์ของ ครม. ว่าเค้ามองว่าไอ้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาในแง่ที่มาจริงๆ
อื เพราะมันมาจากการรัฐประหาร
อือ เมื่อปี 57
ใช่ เออ แล้วมันก็ราชธุนฉบับนี้คือปี 60
แล้วก็ผ่านประชามติ ซึ่งมันมีอยู่ช่วงนึง ที่การพูดถึงบอกว่า แต่มันผ่านประชามติ แต่ มันผ่านประชามติ คนตั้งกี่ล้านเสียง
ค่ะ ก็คือประโยคเมื่อกี้แหละ ที่บอกว่าตอนนั้นที่รณรงค์กันน่ะ คนที่รณรงค์ไม่รับ
ไม่เห็นชอบ แล้วก็วิจารณ์ในด้านลบเนี่ย
มันมีคดีความเลยนะ
เออ จำนวนมาก ในขณะที่คนที่เห็นชอบ เห็นด้วยรับเนี่ย สบายๆ
พี่เคยขับรถแล้วดูตามรถตามท้องถนนมั้ย ที่มันเขียนว่า รถคันนี้สีแดง รถคันนี้สีแดง รถคันนี้สีส้ม รถคันนี้สีเหลือง รถคัน
อ แต่กูเห็นอยู่ว่ารถสีขาว
เออๆ คือมันเหมือนกันน่ะ คือคุณกำลังจะบอกว่า ไอ้รัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย
อื มันผ่านไปใช่มั้ย สติก็มันก็จะแปะไว้อยู่ท้ายรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชามติ ประชา เพราะกูเห็นอยู่ว่าประชามติมึงมีปัญหามึงก็จะพูดอยู่นั่นน่ะ ว่าประชามติ เข้าใจป่ะ มันเหมือนกันพี่
เอาไว้หลอกเจ้ากรรมนายเวรเถอะ
พี่เข้าใจผมมั้ย
ครับผม
เออ ได้ครับ
แหม วันนี้ก็ลืมใส่นาฬิกาวัดความดันมา
ครับ ไม่ต้องหรอก ช่างมันเถอะ เดี๋ไปวัดตอนไป กกต. แล้วก็เนื้อหาวันนี้บอกเลยว่า มันจะเป็นเนื้อหาที่พูดชัดเจนว่า จุดยืนของเราคือ พี่เห็นชอบที่จะให้มีการจัดทำรัฐมนูญฉบับใหม่
ส่วนอาจารย์พอบอกได้
เมื่อ ใช่ เมื่อเจ้เราเห็นชอบแล้วเหมามิต ที่เราจะมีคำตอบอะไรได้ เราก็ต้องตามเจ้ เราสิครับ
เดินตามตูดกุมารเลยจ้ะ
เราก็ต้อง เราก็ต้องนี่ไง นี่ไง เห็นมั้ย
สีเขียว ปกตินี่ สีชมพูนี่ สีเขียวมั้อ่า
เออ ซึ่งอย่างที่เป๋าบอกเมื่อสักครู่นี้นะคะว่า ที่รณรงค์คือเหมือนกับรณรงค์เห็นชอบ ไม่เห็นชอบเนี่ย ก็คือได้วันเวลาเท่ากัน กับตอน
ตอนที่เขารณรงค์แล้วก็หาเสียงเรื่องของ สส. แล้วผมจะบอกว่า วันนี้ที่พี่จัดมาถือเป็นประโยชน์สำคัญยิ่งต่อประเทศชาติไทย
โอ้โห ตายแล้ว แต่ละ อู้ ตายละ ประเทศชาติขาดเราไม่ได้ ยิ่ง
ยิ่งตอนนี้ ยิ่งจะต้องบอกว่า รักชาติป่ะ
รักๆ
รักใช่มั้ย
รัก
ผมรัก
ยิ่งเรารักชาติ วันนี้เรายิ่งต้องมาพูดเรื่องนี้
เออ เพราะอะไร
เออ ทุกคนได้เล่มนี้แล้วใช่มั้ยครับ ที่บ้านได้ยัง พี่ได้ยัง
เออ จำเป็นต้องได้มั้ย
จำเป็น กฎหมายเขียนบังคับเลยว่า กกต. ต้องส่ง
อ๋อหรอ ไม่มันจำเป็นมั้ย แบบข้อมูลข้อมูลอะไรมันยังจำเป็นที่เราจะเชื่อได้มั้ย ถ้ามาจาก กกต. น่ะ
เอาเป็นว่าอยากจะเชื่อนะ แต่เปิดไปแล้วไม่รู้จะเชื่ออะไร
เรามันเป็นคนอย่างเงี้ย เราเมื่อกี้เพิ่งบอกกูว่าสำคัญ
สำคัญ แต่ผมจะบอกอย่างงี้ พี่
ตามกฎหมายประชามติ
อื ไม่ต้องเปิดกฎหมายก็ได้ เอาความรู้ทางรัฐธรรมนูญที่พอจะรู้บ้าง เขาบอกว่าการทำประชามติตามหลักการในทางรัฐธรรมนูญเนี่ย มันต้องมี 2 เข้า นะ อย่างแรก 1 เข้าถึงข้อ อื
การเข้าถึงข้อมูล คืออะไร รัฐต้องให้ข้อมูล
อื ให้ข้อมูลอย่างทั่วถึง เมื่อให้ข้อมูลอย่างทั่วถึงนี่คือการเข้าถึงตัวข้อมูล ถูกป่ะ แต่การทำประชามติมันเป็นเพียงแค่การเข้าถึงข้อมูลไม่ได้
อื มันต้องเข้าใจด้วย
หมายถึงประชาชน หรือ กกต. ทั้ง 2 ครับผม
โอเค ต้องเข้าใจด้วย ฉะนั้นนั่นหมายถึงว่า ถ้าสมมุติ คุณเอาแค่เนี้ย เอ้ย กูทำอ่ะ แล้วผมยืนให้อ่ะ เทไป
อื อ่านแล้วรู้เรื่องมั้ย เคย นี่เคยอ่านป่ะ เคยอ่านมั้ย
อ เดี๋ยวผมจะให้เวลาคุณเนี่ย อ่านประมาณ 1 นาที เหมือนเวลาผมสอนในคลาสอ่ะ นิสิตไปอ่านดูนะ ให้เวลา 1 นาที คุณลองบอกผมสิว่า คุณอ่านแล้วคุณเข้าใจมั้ย ผมเนี่ย ผมเข้าใจนะ เพราะผมสอนรัฐธรรมนูญไง อ
แต่ผมถามว่า ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไป เข้าใจมั้ย คำตอบคือผมคิดว่าไม่น่าจะเข้าใจ เดาได้ว่าไม่น่าจะเข้าใจ ทำไมฮะ ทำไมหรอ
มันต้องเป็นบัตรเสียอะไรหรอคะอาจารย์
คืออะไรอ่ะคะ บัตรเสีย
มันต้องเป็นบัตรสีเหลืองหรือเปล่าคะ
อ๋อ อ๋อ เอานอันนี้เค้าก็ อ่า เค้าเคือเค้าพูดอย่างงี้
ผมเป็นโฆษกให้
อ่า
จะบอกว่า เอ่อ อันนี้เนี่ย เราไม่ได้มีหน้าที่ที่จะเข้าไปกำหนดเรื่องเนื้อหาสาระ แต่ว่าเรารับมาจาก ครม. ครม. ส่งมายังไง เราพิมพ์อย่างงั้นครับ
โอ้ ครับๆ
อ่า แล้วจะมีมึงไว้ทำไม
เฮ้อ เหมา เหมา
เค้าพูดอย่างงี้ถูกป่ะ
อ่า อ่ะโอเค ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยว่ากัน เพียงแต่ว่า อันนี้สำคัญมากนะครับ เอ่อ ถ้าทุกคนน่ะ
ก็หน้าแรกเลยอ่ะแก
ใช่ ก็อันนี้อันนี้รู้สึกว่าอาจารย์สมศักดิ์จะมีติงๆ ด้วยนะ ไอ้เรื่องของการพิมพ์ตก พิมพ์อะไรใช่มั้ยฮะ แกก็ออกมาพูดพูดในเชิงบอก เฮ้ย ก็ ครม. มาอย่างเงี้ย แล้วจะให้ทำไง เค้าก็พิมพ์ตาม ครม. อ่ะ อันนั้นเรื่องนึง โอเค เดี๋ค่อยว่ากัน เพราะมันยังมีหลายเรื่องที่เราสามารถที่จะเข้าไปที่จุดได้อีกเยอะนะ รถแมพไปสู่เนื้อหาของเรา
ใช่ โอเค
ดูนะ ดูนะ ไอ้เนี่ย ผมอยากให้ทุกคนนะ ถ้าท่านประธานมี เอ่อ มีเวลาเนี่ย อยากให้ลองเปิดอ่านดู
อื ผมคิดว่า
เปิดอ่านแล้วไม่น่าจะเข้าใจ เพราะผมบอกว่า มันเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคในทางรัฐธรรมนูญหมดเลย
อื เช่น เช่น อ่ะ ลองดู เช่นอะไร เอ่อ ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนา ดั้งเดิม ดั้งเดิมเปล่า เราอ่ะ เจ้าเก่าเยาวราชมั้ย
เจ้าเดิมวัดแขก
เห็นป่ะ
เออ คุณจะเจอคีย์เวิร์ดแบบเนี้ยเต็มไปหมดเลย เนี่ย อำผู้ทรงอำนาจสถาปนา เราเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนา แล้วคุณล่ะเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนาหรือไม่
กูถามว่าตอนอยู่นิติ จุฬา สอนรัฐธรรมนูญ ทำแบบนี้มั้ย
ไม่ครับผม คือเนี่ย มันจะเจออย่างเงี้ย
มันเข้าลักษณะที่อาจารย์บอกว่า โอเค อันเนี้ย ศาลเนี้ยอ่ะ เดี๋ยวเราเราข้ามไปตรงสีฟ้า ประโยคตกหล่นอะไรไปก่อนนะ มาถึงพี่คือประชาชนคือชาวบ้าน แล้วก็จริง
แต่ว่าคุณภาพของการสื่อสารใช่มั้ย ที่อาจารย์บอกว่า แล้วมันเข้าใจมั้ย
คือคือผมนะ ผมต้องพูดอย่างงี้นะ ทุกคนนะ ในทางกฎหมายเนี่ย ไอ้ตัวคู่มือเล่มเนี้ย มันไม่ผิดเลย ถูกต้องหมดในทางกฎหมาย
อื แต่ในทางกฎหมายนั้น เวลาคุณจะมาสื่อสารกับประชาชนเนี่ย
อื มันไม่เข้าใจอ่ะ คืออันเนี้ย ผมบอกว่าเท่าที่
ก็มาจาก ครม. ไง
เท่าที่ผมพลิกดูนะ พี่เนี่ย คือการถอดถ้อยคำมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
พี่เข้าใจป่ะ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย การเขียนถ้อยคำเนี่ย มันเป็นคำในทางกฎหมายมากพี่
"อื"
ผมถามว่าเนี่ย ผมถามแค่ว่าพี่รู้ตัวมั้ยนี่ พี่คือเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ พี่ไปเอาชฎามาใส่ก่อน
"เราว่าเราใช่"
เรานี่รู้สึกโกรธแล้ว ชิบหายลุกด้วย
"แหม เราก็ต้องนิดนึงใช่มั้ย เพราะตอนนี้เรา รีเทิร์นกลับมาแล้วก็เห็นทุกท่านก็เริ่มที่จะมีการซัพพอร์ตเข้ามา เราเห็นแถบสีนู่นๆนี่ๆแล้วมัน"
"มันทำให้เรา"
"เหมาจริงๆ ที่นี่หิวนะ แต่ว่าไม่ต้องขายหนักก็ได้ ขอบคุณมาก"
"เกรงใจ"
"ใช่มั้ย พี่คืออันเนี้ย อันนี้คือข้อกังวลของผมนะ"
"ก็ว่าเอ่อ เวลาที่คุณจะทำไอ้เรื่องของเอกสารต่างๆให้ประชาชนได้อ่านเนี่ย มันมันเข้าใจยากอ"
"อื"
"ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ อันเนี้ยเดี๋ยวจะหาว่าโอ้โห ไอ้เหมามึงด่าตลอด มึงด่าทุกคน"
"หึ"
"หน้ามด สมควรมั้ย มันคืออย่างงี้"
"เห็นชอบ"
"ตอนแรกครับผมบอกคุณแล้วว่าหลักของการทำประชามติคือเราต้องการถาม"
"อือ"
"ตัวเจ้าของประเทศว่า เฮ้ย เราจะทำแบบนี้ เราจะตัดรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างงี้ ภาครัฐจะตัดสินใจอย่างงี้ คุณเห็นว่ายังไง นั่นหมายถึงว่าคุณต้องสื่อสารถามกับเขาอ่ะ ให้มันชัดถูกป่ะ พี่จำได้มั้ยครั้งที่แล้วอ่ะ ตอนทำประชามติรัฐธรรมนูญเนี่ย 60 เนี่ย มีทั้งเอ่อ การทำรัฐธรรมนูญ 60 บวกกับคำถามพ่วงจำได้มั้ย คำถามพ่วงเรื่อง สว.จะพา"
"เออ ไอ้คำถามพ่วงนั้นน่ะ พี่อ่านแล้วพี่รู้เรื่องป่ะ ถ้าถามผมนะ ในทางรัฐธรรมนูญนะ คุณพูดคำว่ารัฐสภาปุ๊บเนี่ย ชาวบ้านมั่งสภา เค้าอาจจะคิดถึงสภาผู้แทนก็ได้ถูกป่ะ"
"อือ"
"หรือไม่รู้อ่ะ คือ"
"ก็สภา"
"เออ แต่คำว่ารัฐสภาอ่ะ ผมพูดในทางวิชาการ คำว่ารัฐสภาประเทศไทยเรามีระบบ 2 สภา มันต้องหมายถึงมีสภาผู้แทนกับวุฒิสภา"
"อื"
"ผมถามว่า เฮ้ย คนที่เขาเข้าไม่ได้เรียนกฎหมาย ยังไม่ต้องเป็นใครอ่ะ ชาวบ้านตลาด คือต่อให้เป็นคนที่เป็นสายวิชาการแต่ไม่ได้เรียนกฎหมายนะ พี่ไม่มีทางรู้หรอก"
"อือๆ"
"ฉะนั้นครั้งที่แล้วคนที่ไปบวช เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ ยังไม่ได้พูดถึงปัจจัยอื่นนะ แสดงว่าเค้าโหวตไปเนี่ย ผมถามว่ามันเป็นไปตามหลักที่ผมพูดมั้ยว่า เฮ้ย เราอยากถามเค้า ด้วยเจตนาเค้าจริงๆอ่ะ"
"อือ"
"ใช่ป่ะ พี่ คือเหมือนพี่บอกว่าผมจะถามพี่ว่า เอ้ย พี่หิวข้าวมั้ย ก็พูดให้มันตรงไปตรงมา การสื่อสารมันต้องชัดเจน เฮ้ย พี่หิวข้าวมั้ย พี่ก็บอกโอเค คุณถามผม คุณถามฉัน ใช่มั้ยว่าหิวข้าว แล้วก็ตอบ เออกูหิวข้าว ก็จะได้ไปขั้นตอนอื่นถูกป่ะ แต่เนี้ยมาถึงแบบ เฮ้ย พี่ รู้สึกน่าซูบนะเนี่ย"
"อื เอ้อ ผมเผิมไปทำมา อื มันจะกินอาหารอร่อยมั้ยเนี่ย"
"อื ยกตัวอย่างใกล้ตัวไปป่ะ มีอะไรในใจป่ะ"
"คือพี่นึกออกป่ะ คือรำอยู่นั่นน่ะ ไปทางนู้นที แฉลบนู่น แฉลบนี่ แฉลบนั่น มันก็ถามสิว่าเค้าหิวมั้ย"
"อื"
"ฉันใดก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทำไมครั้งที่แล้วคุณไม่พูดหรอกครับว่าคุณอยากให้ สว.ร่วมโหวตนายกก็จบ"
"อืม"
"พี่เห็นป่ะป่ะ"
"แต่ถ้าเขียนประโยคนะ มันจะจบคนละแบบหรือเปล่า"
"เมา"
"ก็นั่นไง เห็นป่ะ เห็นป่ะเนี่ย เวลาพูดอย่างงี้เสร็จปุ๊บ มันจะเริ่มเห็นปัญหา ฉะนั้นผมบอกว่าครั้งนี้เนี่ย ทุกอย่างมันต้องไม่ๆ ตกอีหรอบเดิมอ่ะ มันสุดท้ายแล้ว ถ้าคุณไปทำรัฐธรรมนูญออกมาแล้วมันมีสภาวะแบบนี้ นะ เพราะคือผมไม่ได้ๆ โทษประชาชนนะ ผลเสียมันตกกับประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญเนี่ย เมื่อมีการทำไปแล้ว มันไม่ได้เหมือนกฎหมายปกติทั่วไป มันแก้ยาก"
"อื"
"เห็นป่ะ ไม่ต้อง"
"โดยเฉพาะฉบับนี้ด้วยนะ"
"พี่ ไม่ใช่ยากธรรมดา พี่ พี่รู้ใช่มั้ยว่าผมจะพูดว่า"
"กูให้ไมค์ 2 ตัว"
"พี่รู้ใช่มั้ยว่าอะไร"
"มันยากยังไง ถ้าไม่ใช่ยากธรรมดา มันมียากแบบไหน"
"แหม เราไม่รู้จะใส่ เราไม่รู้จะใส่อะไจทีฟอะไรเข้าไปให้มันเยอะๆนะ มัน"
"เอาแบบคิดไวๆในหัวคิดเลย 1 2 3 ยาก ยาก ยากเปี้ย"
"ยากแบบยากเพลียเลย"
"เอ ยากแบบเปรี้ยวเลยอ่ะ"
"ยากยากแบบเปรี้ยวเลย"
"เออ แต่ทุกคนก็จะพูดไงว่า ก็นี่ไง รัฐธรรมนูญก็เขียนไง บอกว่าแก้ได้ มันก็แก้สิ แล้วก็จะบอกว่าเนี่ย ครั้งที่แล้วมึงยังแก้กันเลย ไอ้เรื่องระบบเลือกตั้ง ใช่ป่ะ มันจะวนแบบนี้ใช่ป่ะ แล้วพี่รู้สึกเหนื่อยมั้ยเวลาจัดรายการแล้วไปเจอคำถาม การพูดอย่างงี้"
"กูถูถ"
"เออมันก็จะพูดวนอยู่แค่นี้"
"เออ คือเวลาคุณพูดน่ะ มันพูดครึ่งเดียว คุณไม่พูดถึงบริบทในทางการเมืองด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นถูกป่ะ"
"อ"
"ผมจะบอกว่า"
"รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะ ถ้าคุณดูตามบทบัญญัติรัฐรัฐธรรมนูญน่ะนะ เอ่อ บอกว่าแก้ได้ 1 2 3 4"
"แต่เอาจริงๆในทางการเมืองแก้ไม่ได้"
"อ"
"อันนี้พูดในทางทฤษฎีเลย แต่ผมพูดแบบรวบให้ทุกคนเห็นเลย แก้ไม่ได้ เพราะ"
"รัฐมาดูฉบับนี้ไปสร้างโครงสร้างในทางการเมืองให้เกิด Deadlock มันจะเกิดสภาวะการคานการล็อคกันของพรรค และไอ้พรรคการเมืองนั้นก็มันมีผลเกี่ยวกับการที่ทำให้ตัวสังคมเนี่ยมันแบ่งทั่ว แล้วทำให้เกิดสภาวะแบบทุกวันนี้ พูดจริงๆ ว่าถ้าพูดกันในทางรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้สังคมแตกแยก พูดเลย"
"เลยหรอ"
"ถูกต้อง ทำให้สังคมแตกแยก ทำให้ระบบกฎหมายมีปัญหา ทำให้ระบบการเมืองมีปัญหา ทุกอย่างมีปัญหาหมด นี่คือเวลาผมสอนรัฐธรรมนูญน่ะ เด็กก็ถาม แล้วผมบอก เฮ้ย วันนี้ผมนั่งไล่เป็นสเต็ปอ่ะว่า เฮ้ย รัฐธรรมนูญไปเกี่ยวกับอะไร ยังไง เด็กๆเค้าเริ่มเห็นภาพ นิสิตเริ่มไม่เห็นภาพ เฮ้ย เออ มันเป็นอย่างงี้ว่ะ แต่มันยากกับการทำความเข้าใจกับตัวประชาชน"
"อื"
"วันนี้ผมก็เลยพยายามที่จะมาอธิบายแบบง่ายๆว่า รัฐธรรมนูญเนี่ย หลายคนก็จะบอกเป็นกติกาสูงสุดใช่มั้ย หรือบางคนเป็นกติกาในการแบ่งสรรอำนาจทัจัดสรรทรัพยากร ฟังแล้วกูปวดหัว"
"โอ้ ถ้ามึงปวดหัวกูถูกแล้ว กูรู้สึกงี้ คนสอนรัฐธรรมนูญยังปวดหัว"
"ถูกมั้ย ถูกพี่ แต่ว่าถ้าเป็นคนทั่วไปก็ฟังไม่รู้เรื่อง"
"อือ"
"ผมเปรียบง่ายๆอย่างงี้ รัฐธรรมนูญเหมือนสัญญาจ้างฉบับหนึ่ง"
"เราเป็นนายจ้าง"
"รัฐเป็นลูกจ้างใช่มั้ย"
"เราคือพวกเราประชาชน พวกเราประชาชน เออ เป็นนายจ้างนะ เพราะเราเสียภาษีใช่มั้ย คราวนี้ มีรัฐเป็นลูกจ้าง เราให้รัฐเนี่ยมาทำหน้าที่เป็นลูกจ้างคือคอยให้บริการเรา พี่"
"อื"
"เข้าใจป่ะ รัฐทำหน้าที่ดูแลให้เราคือ เฮ้ย ขโมยขโจรมาอ่ะ เราต้องป้องกัน เฮ้ย ถ้ามีการ เอ่อ ทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างประเทศ รัฐต้องคอยดูแลถูกป่ะ แต่นอกจากการดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย เรื่องอะไรต่างๆแล้ว เรื่องความปลอดภัยแล้ว รัฐต้องมีหน้าที่ในการให้บริการให้เรามีความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต"
"อื"
"ใช่มั้ย เช่น การโทรคมนาคม คุณเดินทางไปไหนสะดวกสบาย มีรถไฟฟ้า มีเอ่อ รถสาธารณะต่างๆ เอ่อ ในทางบก ทางเรือ ทางอากาศ อะไรก็สุดแล้วแต่ หรือแม้กระทั่งการดูเรื่องสวัสดิการต่างๆ เรื่องการศึกษา เรื่องศิลปะ เรื่องวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งเนี่ย เรื่องสวัสดิการ เรื่องไอ้ๆเอ่อ ล่าสุดที่มีปัญหากันเรื่องอะไร เรื่องประกันสังคม ไอ้เรื่องพวกนี้ก็ใช่นะ"
"หรือแม้กระทั่งเรื่องของการที่เราจะใช้ชีวิตประจำวัน การจะดำรงชีวิต เราจะประกอบอาชีพอะไร เราจะทำมาค้าขาย พวกเนี้ยมันคือสิ่งที่ ลูกจ้างเราคือภาครัฐจะต้องมีหน้าที่ในการให้บริการเรา รัฐธรรมนูญเขียนอะไรไว้ คุณต้องทำให้เราอ่ะ ผมยกตัวอย่างเช่น วันที่ 8 ที่เราจะไปเนี่ย รัฐธรรมนูญเขียนบอกว่าอะไร บอกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศใช่มั้ย เมื่อเราเป็นเจ้าของประเทศ เรามีสิทธิ์ในการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มีสิทธิ์ออกไปจัดทำประชามติ รัฐมีหน้าที่คอยให้บริการเห็นมั้ย เค้าเป็นลูกจ้างเรา"
"เค้าเลยต้องไปนั่งพูดคุยคุยกันแล้วมาจัด ครูหาลูกตั้งให้เราบริการให้เราหมดเห็นป่ะ งั้นคอนเซปคอนเซปเดียวกัน พี่คือมันคือสัญญาที่เราในเจ้าของประเทศกำลังจะเขียนว่าอะไรที่คุณต้องทำ"
"อื"
"คือรัฐต้องทำอะไรบ้าง"
"อื"
"ถ้าเขาไม่ทำ เขาจะต้องรับผิดชอบอะไร 1 2 3 4 5 อ"
"แล้วนอกจากการสั่งให้เค้าทำหรือไม่ เอ่อ การสั่งให้ทำแล้วอะไรที่เขาเข้าห้ามทำกับเรา"
"อื"
"นะ เช่น เข้ามาล้วงความลับ เอาข้อมูลส่วนบุคคลเราไปใช้ หรือเวลาเราจะเดินไปไหนมาไหน เราจะเดินทางไปไหน ถ้ามันไม่ได้มีเหตุผลอันควร คุณจะมาห้ามเราไม่ให้เราไปตรงนู้นตรงนี้ ห้ามเราคิดแบบนู้น ห้ามเราทำแบบนี้ไม่ได้ใช่ป่ะ อันเนี้ยคือสิ่งที่ในสัญญาจ้างต้องเขียน"
"อื"
"คำถามผมง่ายๆแบบนี้ว่า สัญญาจ้างฉบับรัฐธรรมนูญ 60 เขาเขียนเพียบพร้อมเพื่อมี การกำหนดแล้วทำให้ตัวหน่วยงานภาครัฐเคอย ให้บริการแบบที่เราพึงพอใจหรือไม่"
"คุณต้อง"
"ต้องกด 1 2 3 4 5 เพื่อโหวตเกี่ยวกับเรื่องของการให้ให้คะแนนพึงพอใจอ่ะ"
"อื"
"เห็นมั้ย งั้นถ้าทุกคนเห็นภาพแบบนี้ปุ๊บเนี่ย เริ่มเห็นแล้วนะว่า"
"วันที่ 8 กุมภาพันธ์"
"อ"
"เราควรจะกลายเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ มันขึ้นอยู่กับว่าเราลองคิดถึงสภาพการว่าตอนนี้ เราพึงพอใจกับการบริการของรัฐมั้ย ของลูกจ้างเรามั้ย"
"อื แต่มันมีคนที่เขาพอใจ"
"ก็ก็สุดแล้วแต่"
"อ่า มันมีคนที่พอใจ ซึ่งนี้เราไม่ว่ากัน"
"ใช่"
"แต่ว่าถ้าถามว่ามันมีคำตอบมั้ย เช่น ที่ถาม อาจารย์ไล่เรียงแบบนี้นะคะก็คือว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้"
"อื"
"เอาแบบว่าคำถามรวมฮิตก่อนนะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันผ่านประชามติมา อันนี้คำถามดั้งเดิมทราบดี มันผ่านประชามติมาแล้ว"
"อื"
"เออ มันไม่ใช่แบบว่า ร่างกะโหลกกะลาจากไหนซะที่ไหนล่ะ มันผ่านประชามติมาแล้ว แล้วเนี่ยจะร่างจะร่างกันใหม่หมดเลยหรอ จะเขียนกันใหม่หมดเลยหรอ จะทำใหม่หมดเลยหรอ ทำไม"
"ถ้าพูดแบบในทางรัฐธรรมนูญเนี่ย รัฐธรรมนูญเนี่ย มันอย่างที่ผมบอก มันเป็นสัญญาจ้าง"
"อือ"
"สัญญาจ้างอ่ะ สมมุติเราจะทำสัญญากัน พี่ ผมร่างคนเดียวได้มั้ย ผมร่างคนเดียวเลยอ่ะ"
"ฝ่ายฝ่ายเดียวใช่มั้ย"
"ไม่ได้"
"ใช่ เด๊เกทิ๊ เอาไปเลย"
"ผมร่างมาละ กูจะใช้แบบเนี้ย ถ้ากูร่างคนเดียว เขาไม่เรียกสัญญา เขาเรียกสั่ง"
"อ่า ออ ถ"
"อื"
"ก็สั่งแบบนู้นแบบนี้ ก็ทำตามไง แต่ถ้าเป็นสัญญา สัญญามันแปลว่า เฮ้ย คุณต้องพูดคุย เจรจากัน คุยกันว่า เฮ้ย คุณจะมีหน้าที่อะไร คุณต้องรับผิดชอบยังไง เรามีหน้าที่กับคุณยังไง 1 2 3 ใช่ป่ะ นี่คือนี่มันคือสัญญา"
"กราบขอบพระคุณครับ ถ้าได้สักบวกไปอีกสัก 2-3,000"
"งั้นกลับแบมือ กลับมา"
"คือใช่มั้ย คือทุกคนเห็นภาพใช่มั้ยว่าไอ้รัฐธรรมนูญมันคือสัญญา เค้าถึงเรียกว่ารัฐธรรมนูญ คุณเป็นสัญญาประชาคม เพราะมันไม่ใช่สัญญาระหว่างพี่กับผม แต่ว่ามันคือสังสังคมร่วมกันทำสัญญา แล้วทุกคนน่ะมันร่วมกันทำสัญญา ในที่นี้ทุกคนคือเจ้าของประเทศ ทุกคนคือประธานบริษัท"
"แล้วมันเป็นคำสั่งไง ก็มันผ่านประชามติไง"
"ก็มันก็วนกลับไปสู่ที่เดิมว่า เฮ้ย แล้วประชามติมันถูกไม่ถูกล่ะ"
"นี่ยังไม่พูดถึงว่า เฮ้ย รับไปก่อน"
"ใช่มั้ย แก"
"เออ แล้วเดี๋ค่อยไปแก้ ก็บอกแล้วนะ มันแก้ไม่ได้ไง"
"เออ รับไปก่อนไป เดี๋ยวไปเลือกตั้ง"
"คือบรรยากาศตอนนั้นน่ะ เราปฏิเสธไม่ได้หลอกครับ ผมบอกแล้วไงว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ อย่างงั้นตัวเล่มเนี้ย เค้าจะมาพูดทำไม มันพูดโดยปริยายแล้วอ่ะว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย มันมีปัญหาในเชิงที่มา"
"อื"
"เค้ายังเขียนพูดในเชิงทำนองว่าเนี่ย ดูข้อดีนะ ข้อดีนะฮะ เค้าบอกว่าข้อดีในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับเนี้ยนะ เอ่อ นี่ดูนะ ข้อดี อันนี้พูดตามนี่เลยนะ กกต.พิมพ์มาโดย ครม.นะ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้ประชา ชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และทำ ให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นี่คือข้อดีถูกมั้ย แสดงว่าอะไร แสดงเค้ากำลังจะบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำถูกป่ะ ไม่อันนี้พูดจริงๆ ที่ผมไม่ได้กล่าวหานะ"
"อื"
"กล่าวชัดๆเนี่ย ไม่ได้กล่าวหาเลย แล้วพูด ว่าแล้วทำให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นั่นแสดงว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้วกูจะมาเถียงอะไร เนี่ย แหม จังหวะชอบมากมีข้ออื่นมั้ย มีข้ออื่นที่ทำให้ขึ้นมย"
"ดูหน้ากูแล้ว"
"เหมือนเหมือนจะโดนตบ"
"ใช่มั้ย พี่ อันนี้อันนี้อันนี้แค่แค่บอกนะ"
"อ่า"
"เค้าบอกว่าอะไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้จัดทำขึ้นมาในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมีรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง จึงทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เป็นไปตามหลัก ประชาธิปไตย คุณดูสิครับ ดูดู เฮ้ย โฟกัสดิ เฮ้ย"
"กล้องตั้งนิ่งว่ะ"
"ดูดิ เห็นมั้ย นี่ผมไม่ได้พูดเองนะ"
"อ"
"ผมบอกว่าเวลาที่คุณไปพูดกันในเวทีดีเบตอ่ะ"
"อืออื"
"คนที่ไม่สนับสนุนนะ ผมไม่ได้อะไรนะฮะ"
"อือ"
"คุณชอบบอกว่าไอ้ฝั่งที่สนับสนุนเนี่ย"
"อ"
"กูวนกันอยู่อย่างแล้วกูถามว่ารัฐบาลเค้า พูด แล้วอันนี้มันคือ เค้าเรียกเป็นประจักษ์พยาน มันเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนรับรู้ได้ เพราะถ้ารับรู้ไม่ได้ จะเขียนขึ้นมาทำไม"
"อื"
"นี่ไม่ได้ตั้งข่าวขึ้นมาเองถูกมั้ย"
"นี่คือ"
"อย่างแรกนะ"
"อื"
"ข้อที่ 2 บอกว่า รัฐธรรมนูญ 60 มีบทบัญญัติหลายบทบัญญัติที่มีปัญหาในการบังคับใช้"
"อื"
"เอาแค่นี้พี่ก็เสร็จ รัฐธรรมนูญนี้มีปัญหาป่ะล่ะ"
"แต่เค้ามีข้อเสียมาให้ด้วยไง อ่า เดี๋ยวจะหาว่าแบบ ข้อเสีย"
"อ่ะ ข้อเสียอีก 2 ข้อ นี่ๆ นี่ดูนะ แสดงว่าเวลาทำเล่มนี้นะ เกร็ง ข้อดี 2 ข้อ ข้อเสียต้อง 2 ข้อ บาลานซ์ซอ่า"
"แต่สั้นเชีย"
"ข้อเสียนะ ข้อเสียการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง"
"อื"
"นะ ในทางการเมืองมากกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา นี่คือจาก เอ่อ ตัวข้อมูลที่ทางภาครัฐทำนะ เราก็บอกว่าสามารถจำกัดขอบเขตการโต้เถียงได้ ถ้าคุณจะ เอ่อ แก้อะไรมาตราเนี้ย มันมัน คุณทะเลาะกันเป็นเรื่องๆ อย่าทะเลาะให้รวม"
"ไม่เขียนไม่เขียนก็ได้นะ กูเขินเลย"
"เออใช่มั้ย"
"ข้อ 2 ครับ"
"ข้อเสียก็คือการแก้ไขเพื่อนเป้งฉบับ อาจทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดออกเสียงประชามติ พี่คิดว่าไง"
"ก็พูดอย่างงี้"
"มันเปลืองเพราะมึงฉีกค่ะ"
"ถูกต้องครับ ใช่ ถูกต้องแล้วจะบอกว่าพูดถึงการเอางบไปไปใช้ในการออกเสียงประชามติกับครั้งนี้มันพร้อมเลือกตั้งด้วยใช่มั้ย ต้องขออนุญาตขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ เอ่อ ท่านอาคุณอวีระธีรพัฒน์"
"เออค่ะ"
"อุตส่าห์ให้ข้อมูล"
"เออ ว่าไงจ๊ะ"
"แกบอกว่าถ้าผมจำไม่ผิดเนี่ย การจัดทำประชามติกับการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ย"
"อ"
"เราใช้เงินอยู่ประมาณ 7,800"
"อื"
"7,800 ล้าน"
"อื"
"น่าจะประมาณนั้นนะ"
"อือื"
"กลมๆประมาณนั้น งั้นก็ถามว่าเปลืองงบประมาณมั้ย ย้อนกลับไปรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เนี่ย ใช้มากี่ปีละ คุ้มเก็คุ้มค่าอยู่เหมือนกันนะ เค้าสร้างที แล้วอยู่ยาวนะ"
"อื"
"อะไรอยู่ยาวอ่ะเธอ"
"ใช้ได้อยู่นะ ใช้ได้ใช้ได้อยู่"
"ก็"
"คุณลองคิดดูแล้วกันว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้จริงๆ ผมจะพูดอย่างงี้้นะ ในทางวิชาการ การคุณนับรัฐธรรมนูญ 60 ไม่ได้นะ พี่ คุณต้องนับไปตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 57 นะ"
"อื"
"เพราะรัฐธรรมนูญ 57 ใช่ฉบับชั่วคราวเนี่ย เพราะตอนที่มีการยึดอำนาจเข้ามาเสร็จปุ๊บเนี่ย ไอ้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันถูกใช้อยู่ พอสมควรใช่ป่ะ แล้วฉบับเนี้ยไปเขียนบอกว่า รัฐธรรมนูญ 60 ต้องมีเนื้อหาแบบนี้ 1 2 3 4 นั่นหมายถึงว่าจริงๆแล้วรัฐธรรมนูญ 60 คือร่างทรงของรัฐธรรมนูญปี 57 นะ"
"อื หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว"
"ก็แล้วคุณคิดดูสิว่าใช้มาตั้งแต่ปี 57 จนกระทั่งปัจจุบันกี่ปีแล้วครับ"
"อื"
"คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปถูกมั้ย คุ้มค่านะ เพราะว่าอะไร เค้ามีการพูดอยู่นะครับ นี่การจัดทำรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่สมัยปี 57 เห็นป่ะเอปี 60 โทษ งบประมาณในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ของคณะกรรมการการร่างรัฐธรรมนูญซึ่ง ดำเนินการตั้งแต่ปี 57 จัดสรรงบเป็นจำนวนเงิน พี่ช่วยอ่านให้ผมหน่อยผมอาจจะไม่แน่ใจเรื่องเลข"
"1 ฟ้องฟ้า 456 100"
"เอ่อ อยู่ที่ 112 ล้าน"
"อ่า"
"112 ล้าน 469,600 บาทถ้วน เปลืองมั้ย เปลืองมั้ยคุณคิดว่าเปลืองมั้ย พี่คิดว่าเปลืองป่ะ 112 ล้าน เ้ย แต่พี่พี่ลองคิดดูนะ 112 ล้าน เค้าสร้างที แล้วอยู่ยาวเลยนะ"
"อ"
"ปี 5 เอ่อ ปี 60 เนี่ย ตอนนี้เราขึ้น เอ่อ ปีที่ 9 แล้วนะ"
"อื"
"ก็ใช้ได้อยู่นะ"
"มันมันไม่ต้องแคร์เรื่องเงินเท่ากับเรื่องที่มามั้ย"
"ถูกแล้ว อีกอย่างคือเราต้องลองคิดแบบนี้ ว่าตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มา คุณคิดว่าบ้านเมืองเราเป็นยังไง"
"อื"
"เราเสียโอกาสอะไรไปบ้าง อื"
"ไอ้เรื่องพวกเนี้ย ถ้ามาบวกลบคูณหารแล้ว กับไอ้ 112 ล้านเนี่ย การใช้งบจัดทำประชามติครั้งนี้โคตรคุ้ม โคตรคุ้ม"
"วันนี้มาแบบมห"
"ใช่"
"เออ"
"ซ้อมซ้อมาตลอดเวลา เพราะว่าเจ้บอกว่าวันนี้เอาเต็มเหนี่ยวเลย"
"road to แสวงอ"
"เออ แต่บอกว่านอกเหนือจากที่ในเล่มนี้แล้ว เมื่อกี้ที่พี่บอกว่าขอรวมฮิตคำถามก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่มั้ยคะ เอ่อ ถัดมาก็คือว่า มันจะทำไมไม่แก้ปัญหาอื่นก่อน"
"อื"
"การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ได้สำคัญมากเท่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง"
"อื"
"เงินในกระเป๋าประชาชน การแก้ไขปัญหาชายแดน โดยเฉพาะกับกัมพูชา อ่า การแก้ไขปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย"
"อ"
"แล้วทำไมจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ"
"ย้อนกลับไปในสิ่งที่ผมพูด"
"อื"
"คุณคิดว่าทุกวันเนี้ย สภาวะที่คุณเจออยู่เนี่ย ถ้าผมบอกว่ารัฐธรรมนูญคือสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างลูกจ้าง"
"อื"
"การทำงานที่กะท่อนกะแท่นของภาครัฐ คุณปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมาจากสัญญาจ้างที่เขียนห่วย"
"อือื"
"ถูกป่ะ พี่ เราไม่ต้องไปพูดเลยนะว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ยังไงก็แล้วแต่ เฮ้ย คุณ คุณจะให้รัฐบาลเนี่ย เขาเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง เรื่องบริการสาธารณะ ดูแลสวัสดิการอะไรต่างๆ เฮ้ย มันเหมือนกับพี่เรา พี่เพิ่งรับสมัครเอ่อ ลูกจ้างพี่เข้ามา อย่างน้อยก็ต้องมีช่วง เฮ้ย 1 มึงผ่านโปรมั้ย"
"อื"
"สัก 6 เดือน 7 เดือนใช่ป่ะ แต่นั่นคือแบบ ลูกจ้างอ่ะ คนเดียวอ่ะ 2 คนนี่รัดทั้งทั้งประเทศอ่ะ พี่"
"อือๆ"
"6 เดือนเนี่ย คือคุณมาใช้แบบผ่านโปรเราไม่ได้ถูกป่ะ คืออย่างน้อยมันต้องเซลล์อะไรในหลายๆเรื่องไง คุณเข้ามาเสร็จปุ๊บ คุณต้องมาจัด เอ้ย กระทรวงนี้ กรมนี้ ทบวงนี้อ่ะ"
"ใช่มั้ย ต้องต้องเตรียมพร้อม ผมถามว่า รัฐบาลน่ะมาดูแลคนทั้งประเทศเนี่ย แป๊บๆ ออก แป๊บๆ ออกเนี่ย ผมถามว่า"
"มันจะทำอะไรได้วะ ผมถามหน่อยดิ"
"ใช่ ก็คือที่อาจารย์บอกอ่ะ มันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ เวลามองรัฐธรรมนูญแบบคนที่ เป็นเนอรัฐธรรมนูญ หรือว่าคนที่เรียนรัฐธรรมนูญถูกป่ะ"
"งั้นแสดงว่าสิ่งที่พี่พูดกับเพื่อนถือว่าถูกมั้ย สมมุติถ้ามีคนถามว่าทำไมแก้ปากท้องก่อนไม่ได้อ่ะ ทำไมแก้ปัญหาชายแดน ความไม่สงบก่อนไม่ได้อ่ะ"
"อ"
"ก็คือง่ายมากเลย คือมึงรัฐบาลมันจะตัดสินใจนโยบายเพื่อแก้ปัญหา หรือทำนโยบายอะไรก็แล้วแต่ ทั้งเรื่องชายแดน ทั้งเรื่องปากท้องเนี่ย รัฐบาลต้องเข้มแข็ง แต่มึงเห็นมั้ย ทั้งฝ่ายค้าน ทั้งรัฐบาลโดนอะไรไปบ้าง"
"ฝ่ายค้าน ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือพรรคส้มถูกมั้ยคะ คือคุณจะบอกเขามีเชื้อให้มันโดนคดีก็ได้ แต่เราก็วิจารณ์กันว่าอะไรมันสมน้ำสมเนื้อกันมั้ย"
"ส่วนหนึ่งมันมาจากองค์กรซึ่งได้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มีที่มาตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ เป็นกฎหมายประกอบถูกมั้ย หรือแม้กระทั่งฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย อ่า พรรคเพื่อไทย นายกไป 2 คนแล้ว คำถามคือ มันได้สัดส่วนกันขนาดนั้นเลยมั้ยกับสิ่งที่มันเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นต้นทางแล้วก็ แยกออกมาเป็นกฎหมายประกอบเพื่อใช้ชัดเจนที่สุดคือคุณมีทั้งเศรษฐา คุณมีทั้งแพทองทานปีละคนได้ยังไง แล้วรัฐบาลแบบนี้ รัฐบาลแบบนี้มันจะทำอะไรให้ประชาชนได้อ"
"ก็ผมบอกไงว่าไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะ ไม่ต้องไปคิดอะไรซับซ้อนเลยครับ ถ้าท่านประธาน หรือว่า เอ่อ ท่านประธานนะ ลองเอาเอาคลิปนี้ นะ เดี๋ยวเอาไปให้พ่อแม่ได้ดูนะ"
"อื"
"ก็จะเห็นภาพเลย เหมือนกับที่ผมบอกอ่ะ คุณจะจ้างลูกจ้างมาสักคนนึงอ่ะ ให้เค้ามาทำงาน เราเข้ามาแป๊บนึงออก แล้วเข้ามาแป๊บนึงออก จะทำอะไรให้เราได้วะ"
"อืม แล้วมันไม่กล้าทำด้วย เพราะมันรู้ไงว่าในเนี้ย มันมีองค์กรที่ถูกร่างมาแล้ว เข้มแข็งกว่าที่มันมาจากประชาชนอีก"
"อย่าลืม ใช่แล้ว พี่อย่าลืมนะ พวกองค์กรต่างๆเหล่านี้อ่ะ ถ้าเป็นรัฐบาล หรือตรงตรงภาคที่เป็นส่วนการเมืองที่เป็นฝ่ายบริหาร เข้ามา มันต้องทำงานกับราชการถูกมั้ย หน่วยงานราชการ ถ้าหน่วยหน่วยงานราชการนะ"
"เค้ารู้ว่า เฮ้ย มึงเข้ามาแป๊บเดียว กูก็เลิก"
"กูก็ไม่ทำแล้ว พวกเนี้ยเกียร์ว่าง"
"พี่เชื่อผมป่ะ"
"อันนี้ด้วยความเคารพนะ ผมไม่ได้อะไรแต่ว่า เราก็เข้าใจส่วนราชการอ่ะ คือ เฮ้ย เดี๋ยวมาเสร็จปุ๊บ เปลี่ยนนายอีกแล้ว เปลี่ยนหัวอีกแล้ว เปลี่ยนหัวอีกแล้ว แล้วก็เปลี่ยนนโยบายอีกแล้ว"
"ไม่ต้องทำก็ได้ เดี๋ยวก็โดนสอย"
"ผมพูดอย่างงี้นะ ผมพูดอย่างงี้นะ"
"ผมยกตัวอย่างประเทศสเปน สเปนเนี่ยเคยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ Great Depression ของเค้าอ่ะ แล้วคุณรู้มั้ยครับว่าประเทศเค้าลืมตาอ้าปากจนกระทั่งเป็นปัจจุบันได้ เค้าใช้รัฐธรรมนูญแก้นะคุณ"
"อื"
"เค้าร่างรัฐรัฐธรรมนูญแล้วเค้าบรรจุ เค้าใส่เรื่องนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จนปัจจุบันเนี่ย เค้าเป็นอย่างเงี้ย"
"อื"
"แล้วคุณจะบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจตรงไหน เห็นป่ะ ฉะนั้นคือบางครั้งเราฟังอ่ะ คือมันไปตามลมปากนักการเมือง ผมไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับนักการเมืองเลย ผมพูดในฐานะที่ผมเป็นนักวิชาการ ผมศึกษา"
"วิจัย ทำอะไรต่างๆ แล้วมันชัดเจนอยู่แล้วในทางหลักการ ในทางงานวิจัย ในทางทฤษฎีอะไรต่างๆ มันมีหมดอ่ะ พี่ว่ามันจะไปเกี่ยวพันกับเรื่องเศรษฐกิจยังไงถูกป่ะ ถ้าพูดอย่างงี้ อาจจะพูดแบบลอยๆใช่ป่ะ ผมจะบอกว่า ไอ้ไอเมื่อกี้ที่ผมพยายามที่จะเอ่อ ยกตัวอย่างให้พี่ฟังว่าเรื่องสิทธิต่างๆอะไรของเราที่รัฐต้องเข้าต้องเข้ามาดูแลอะไรต่างๆ ไอ้เรื่องพวกเนี้ย พี่มันเกี่ยวพันกับเรื่องเศรษฐกิจด้วยนะ"
"อือื"
"สวัสดิการสังคม"
"อื"
"คนได้รับการการันตีในเรื่องของการทำงาน การจ้างงาน พวกเนี้ยเป็นกลไกในการสร้างเศรษฐกิจประเทศป่ะ"
"อื"
"ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ทุกประเทศอ่ะที่เค้าเป็นอารยะแล้วเข้าใจแล้ว เค้าก็ทำแบบนี้"
"อื"
"งั้นถ้าถ้าตราบใดก็แล้วแต่ ถ้าสิทธิเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้ถูกรับรอง คุ้มครอง แล้วตระหนักอยู่ในตัวสัญญาจ้างของเรา แบบนี้เนี่ย ประเทศก็จะเป็นแบบเนี้ย"
"อื แล้วก็ เอ่อ ส่วนตัวพี่ ถ้าผิดอาจารย์บอกนะว่าพี่เข้าใจรัฐธรรมนูญผิดมั้ย คือว่าพี่เป็นชาวบ้านใช่มั้ย"
"อื"
"พี่ต้องใหญ่สุดในประเทศนี้"
"เสียงพี่ต้องใหญ่สุดในระบอบนี้"
"ถูก"
"แต่การที่มันมีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายที่ใหญ่ที่สุด มันให้อำนาจองค์กร"
"ซึ่งมีที่มาที่เรากังขาได้ว่าที่มาคุณมาแบบนี้ แต่อำนาจคุณมากขนาดนี้ แล้วตัวอย่างก็คือไอ้องค์กรที่มันมีที่มาแบบนี้ แล้วอำนาจใหญ่กว่าตัวเองกว่าที่มาขนาดนี้ มันมาลบล้างอำนาจที่พี่จะให้คุณให้โทษกับลูกจ้างพี่อย่างนักการเมืองพรรคการเมืองที่ไปเป็นรัฐบาลที่ต้องทำตามนโยบาย"
"แล้วอำนาจกูหายไปไหน"
"เออ"
"จากที่เราตัวใหญ่เท่านี้ ถ้ารัฐธรรมนูญมันร่างแล้วเขียนแล้วใช้แล้วให้อำนาจองค์กรอื่นมันใหญ่กว่าของเราเนี่ย ของเรามันก็ค่อยๆเล็กลง เล็กลง เล็กลง"
"อ"
"เราเลือกมาใช้คนกี่กี่คนในการลงโทษอ"
"เราเลือกมา เค้าใช้คนกี่คน"
"ในการยุบเ เราเลือกมา เค้าใช้คนกี่คนในการตัดถูกมั้ย คือตรงเนี้ยมันเถียงกันมาตลอดนะคะ"
"อือ"
"เออ เพราะฉะนั้นคือไม่ว่าคุณจะเลือกพรรคไหนก็แล้วแต่อย่าลืมว่ามันเจอกับดักเดียวกัน เพราะฉะนั้นลูกจ้างที่ฉันควรจะใหญ่ที่สุดในการชี้นิ้วสั่งว่าคุณต้องทำงานยังไง มีทิศทางแบบไหน มันมีคนอื่นเอาอำนาจของเราอ่ะ ไปเพราะเขาเขียนให้มีคนใหญ่กว่าเรา"
"ถูก ใช่แล้วเนี่ย มันคือปัญหาที่เราเราประสบกันอยู่ทุกวันนี้ แล้วเข้าใจว่าในหลายๆคนอาจจะไม่ได้เห็นภาพนี้ เพราะผมบอกแล้วไงว่าโอเค รัฐธรรมนูญมันเป็นเรื่องเข้าใจยากอ่ะ"
"เราก็ต้องพยายามที่จะมาย่อยให้ทุกคนได้เห็นภาพว่า เออเนี่ย ไอ้ตัวรัฐธรรมนูญจริงๆแล้วอ่ะ มันเป็นเรื่องที่มันมันอยู่กับตัวเราในทุกวัน"
"เราคาดหวังอะไรให้รัฐเนี่ย มามาบริการเรา ควรต้องใส่ในรัฐธรรมนูญนั่นแหละใช่มั้ย แล้วใส่รัฐธรรมนูญปุ๊บก็ต้องมีกลไกบอกว่า คุณต้องทำด้วย ถ้าสมมุติคุณปล่อยให้เค้าร่างมันก็จะเป็นแบบนี้แหละฮะว่าสุดท้ายแล้วประชาชนมีหน้าที่แค่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง หลังจากนั้นเสร็จปุ๊บก็จะไม่มีส่วนร่วมอะไรเลยกับประเทศนี้"
"อื"
"ก็ปล่อยให้เค้าคิดว่า เฮ้ย เอ่อ เดี๋ยววันนี้กูคิดว่ากูจะมาให้บริการมึงอ่ะ กูทำให้ หลังจากนั้นเสร็จปุ๊บกูก็ไป แต่ถึงเวลาเสร็จปุ๊บอ่ะ คิดว่าเอ้ย กูจะไม่ทำก็ไม่สนใจ มันไม่มีกลไก มันไม่มีการบอกขอบเขตเลยว่า เฮ้ย คุณอะไรจากนั้นที่เป็นลูกจ้างเรา คุณต้องทำอะไร 1 2 3 4 ถ้าคุณไม่ทำ อะไร คุณต้องรับผิดชอบอะไร 1 2 3 4 นี่ คือรัฐธรรมนูญที่ดีที่คุณจะต้องทำ"
"อื"
"แต่ไอ้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมันมีปัญหาไง เพราะอย่างที่ผมบอกคือไอ้ตัวที่มาเราไม่เคย เราไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการกำหนด ไอ้ตัวข้อกำหนดในสัญญาเลยอ่ะ เค้าไปเขียนมาใช่ป่ะ โอเค บางคนอาจจะบอกว่ามีส่วนร่วม ไปรับฟังนู่นนู่นนี่นั่น แต่ว่ามันก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะไม่อย่างงั้นเนี่ย ไม่มี การจัดทำไอ้ตัวบุลletมาบอกแบบนี้หรอกว่า เฮ้ย มันมันมีปัญหาจริงๆ"
"อื"
"ถูกป่ะ นี่นี่ก็คือปัญหาที่ผมคิดว่าอ"
"ถ้าย่อยให้ทุกคนเห็นภาพ ท่านประธานเห็นภาพแบบเนี้ย ก็อาจจะเริ่มที่จะเอาไปใช้ในการตัดสินใจในการเข้าไปเข้าคูหาแล้วไปกา"
"อื"
"อ นี้ผมผมพูดอย่างงี้ พี่ผมบอกว่าเอิ่ม อย่างที่ผมบอกคือไอ้ตัวคู่มือฉบับเนี้ย มันอ่านยากมากจริงๆนะ อ่านยากมาก คือคุณลองกลับไปอ่านดูก็ได้ แต่ว่าผมจะบอกว่าผมพยายามที่จะสรุปสรุปให้โดยที่อาจจะไม่ได้อ้างอิงกับตัวนี้มากนัก ผมย่อยมาจากรัฐธรรมนูญ"
"อือๆ"
"นะ"
"ผมย่อยแบบนี้ว่า"
"เวลาที่คุณจะเข้าคูหา คุณจะไปกาอะไรก็แล้วแต่นะ"
"อื"
"นะ เอ่อ คุณจะไปกาอะไรก็แล้วแต่เนี่ย"
"ได้สิเหมา"
"เออ"
"กูติรอบก็ได้"
"ลองงั้นเธอ"
"หน้าฉันจะตึงแล้วนะ ปากฉันจะแบบเบิร์นแล้วนะ เธอพูดคนเดียวเลยนะ เออ เธอแต่ว่าเรานัดรักไว้ตอน 20:30 น.ไม่เป็นไ"
"เออ เดี๋ยวใจเย็นอตายแล้ว"
"นับได้กี่โมงไง"
"20:30 น. อ่า พอๆ ทันๆ คืออยากคือท่านประธานอยากจะคุยกับออเหมา หรือว่าอยากจะคุยกับไอรัชนก"
"ไอรัชนกครับผม"
"กล้าถามมาก"
"เดี๋ยวๆ แอบฟังอยู่ด้วยอ่ะ"
"เออ"
"ประเด็นมันคืออย่างงี้"
"อื"
"ผมคิดแบบเร็วๆให้ 3 ข้อนะ ท่านประธาน"
"เออ"
"3 ข้อ"
"ว่าไป"
"นะ 3 ข้อเนี้ย ทุกคนลองประเมินความพึงพอใจ ในฐานะที่เราเป็นเจ้านาย ไปสิ"
"มันมันต้องกากบาทไม่อยาก"
"เดี๋ยวแป๊บนึง ทีละอัน พูดไปอย่าสนใจช้อ"
"3 ข้อนะ 3 ข้อนะ"
"นิสิตจดนะ 3 ข้อนะครับ ข้อแรกเอาอย่างงี้นะครับ ทุกคนโอเคหรือไม่ หากมีใครก็แล้วแต่เถอะ มานั่งเขียนสัญญากฎเกณฑ์กติกา แล้วสุดท้ายเอามาใช้กับเรา โดยที่เราไม่เคยมีส่วนร่วม หรืออาจจะมีส่วนร่วมไม่ได้มาก ไม่ได้เต็มที่อ่ะ กับกฎกติกาเนี้ย แล้วสุดท้ายเค้ามาใช้กับเรา เราโอเคกับสภาวะแบบนี้มั้ย อ่า ถ้าสมมุติโอเคอ่ะ คิดไว้ในใจ เดี๋ยวผมจะบอกมีคำตอบให้นะ ถ้าคุณโอเคอ่ะ โอเค คนไม่โอเคอ่ะ คุณทดไว้ก่อนนะ บอกกับตัวเองก่อน ตอบคำถามตัวเองก่อนนะครับ ข้อแรกคือแบบนี้ แบบที่ 2 ครับ ข้อที่ 2 คือคุณลองคิดถึงสภาวการณ์ปัจจุบัน สถานการณ์ปัจจุบัน ไหวมั้ย ไหวมั้ย"
"มองไม่เห็นต่อเดี๋ไม่ได้สบตา"
"นี่คือวิธีการทำถูกมั้ยครับพี่"
"ลองดูเหนียวมาก"
"ข้อ 2 เราลองประเมินดูซิว่า เราพึงพอใจกับสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายหรือไม่ คุณลองคิดถึงสภาพการ เอ๊ะ เดี๋ยวเนี้ย สังคมเราเป็นยังไง ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงมีมั้ย ในทาง เอ่อ การเค้าเรียกว่าอะไรล่ะ การปฏิบัติซึ่งกันและกัน การเคารพซึ่งกันและกันนะ กฎหมายมีการบังคับใช้เสมอภาคไม่เสมอภาคกันยังไงถูกมั้ย เศรษฐกิจ อ่า เศรษฐกิจดีมั้ย เศรษฐกิจเนี่ยมีการกระจุกตัวมั้ย หมายถึงว่าไม่ต้องบอกว่าคนเราต้องรวยเท่ากัน จนเท่ากัน แต่ว่าเรื่องของแกป ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนเนี่ย คุณคิดว่ามันมีมากน้อยขนาดไหนยังไงใช่มั้ยครับ งั้นอันนี้ลองประเมินดูนะฮะ หรือแม้กระทั่งการเมืองเนี่ย สถานการณ์การเมืองแบบนี้ คุณคิดว่าคุณโอเคมั้ยล่ะ เลือกตั้งเสร็จปุ๊บแล้วก็มานั่งร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต้องมาจับคนนู้นจับคนนี้จับคนนั้น สภาวการณ์แบบรัฐบาล เอ่อ อยู่ 1 เดือน 2 เดือน 10 เดือนแล้วออก อะไรอย่างเงี้ย เปลี่ยนรัฐบาลอยู่ตลอด คุณชอบมั้ย ถ้าคุณบอกว่าคุณโอเคกับสถานการณ์อย่างนี้นะ ก็แล้วแต่แล้วแต้คุณ"
"แต่พูดมาขนาดนี้แล้ว"
"ฮะ"
"ชอบก็แล้วแต่"
"ก็แล้วแต่อันนี้คือข้อที่ 2"
"เกือบจะดีอยู่แล้ว ไอ้ห่าเอ้ย"
"ข้อที่ 3 นะ"
"เออ"
"ข้อที่ 3 อข้อที่ 3 เนี่ยคือ คุณพึงพอใจกับการทำงานขององค์กรดังต่อไปนี้หรือไม่ ทุกคนจดนะครับ อย่างแรกรัฐสภารัฐสภาประกอบไปด้วยสภาผู้แทนราษฎรคือ สส. คุณพึงพอใจกับ สส.มั้ย สส.มีทั้งหมด 500 เนี่ย 500 คนเนี่ย จะพรรคไหน อะไรยังไง คุณลองประเมินดูว่าภาพรวมๆการทำงานของ สส.คุณโอเคมั้ย สว."
"ะะ สว."
"สว."
"สว. คุณพึงพอใจกับการทำงานของเค้ามั้ย ถ้าคุณพึงพอใจก็แล้วแต่"
"อีกแล้วเหรอ"
"ก็คุณพอใจก็แล้วแต่"
"แต่แต่ข้อเนี้ย"
"คุณต้องประเมินทุกองค์กรที่ผมกำลังจะพูดนะ ไม่ใช่องค์กรใดองค์กรหนึ่งนะ"
"1 สภาเอากฎหมายโอเคมั้ย"
"การทำหน้าที่ของเค้า ตรวจสอบ เอ่อ ตั้งคนไปนั่งดำรงตำแหน่งในทาง เอ่อ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ ศาลเสือ อะไรต่างๆ ของของของ สว.ถูกมั้ย แล้วก็ทำการทำหน้าที่ของเขา คุณโอเคมั้ย พอใจมั้ย นี่คือองค์กรแรก องค์กรที่ 2 ครับ คือ ครม. คือรัฐบาล คุณคิดว่ารัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่มี การประกาศใช้รัฐรัฐธรรมนูญปี 2560 เนี่ย"
"คุณโอเค คุณพึงพอใจมั้ย นะ ถ้าพึงพอใจก็แล้วแป๊ะ แต่ถ้าไม่พอใจเก็บไว้ก่อนเดี๋ค่อยบอก"
"เออ"
"นะ สภาวะแบบเนี้ย โอ้โห เลือกตั้งเสร็จปุ๊บ จะจัดตั้งรัฐบาลที โอ้ รอไป 3 เดือน 4 เดือน"
"เออเออ"
"เป็นฟุตบอลเตะจบลีกไปและ นี่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้"
"เออ ถ้าชอบแบบนี้ก็แตะ"
"แต๊ กูถามว่าสรุปกี่โมง"
"อีแล้ววแตเนี่ย"
"ไอซ์รัชนก"
"รอก่อน"
"รอพี่แป๊บ"
"รอก่อน"
"ถ้ารอไม่ได้ก็แล้วแต้"
"อ่ะต่อไป่อไป่อ"
"แต่กูว่ารีบสรุปเถอะ กูว่ากูแสบออโอเค"
"อยากอยากให้ผมขมวดอ่ะ 3 ข้อ"
"โอเขมวดขมวด"
"เออ"
"นี่ข้อ 3 แล้วไง"
"ข้อถาม"
"เมื่อกี้เราพูดรัฐสภาไปแล้ว"
"อ่า"
"ครัฐมนตรีไปแล้ว"
"เออ"
"คราวนี้องค์กรอิสระ"
"เออ"
"องค์กรอิสระครับ แทบจะไม่ต้องพูดกันเยอะ"
"เอ้ย แต่พูดดีกว่าค่ะ"
"อ้า เหรอ อย่าเร็ว อย่าเร็ว อย่าเร็ว อย่าพูดเลย อย่าให้ผมพูดเลย"
"ก็แล้วแต่โอเค องค์กรอิสระมีอะไร"
"เออ"
"กกต. ปปช. อุ๊ย"
"เอ่อ ผู้จัดงานแผ่นดิน ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน อะไรพวกเนี้ย"
"พวกเนี้ยคือองค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญมีการเขียนเอาไว้ คุณพึงพอใจกับการทำงานของเค้า มั้ย กกต. พอใจมั้ย ถ้าคุณพอใจก็แล้วแตะ แต่ถ้าคุณไม่พอใจเก็บไว้ก่อน แต่ถ้าตอนนี้มันไม่ไหวจริงๆ โอนมาสิครับผม"
"กูหรือเค้านะที่หิวเนี่ย"
"ไอรักนกรอก่อน"
"อย่าว่าแต่ไอนะ ตอนนี้กูแสบหน้าละ"
"โอเค กกต. โอเคมั้ย ปปช. โอเคมั้ย เนี่ย เรื่องพวกเนี้ย คุณต้องลองประเมินแล้วบอกตัวเอง ผมตอบแทนคุณไม่ได้นะ"
"ผมตอบไม่ได้เลย อย่าถามเจ"
"อย่าถาม"
"เจ้ก็ตอบไม่ได้ ไม่ได้"
"ทุกคนตอบไม่ได้หรอครับ"
"นะ ทุกคนตอบไม่ได้เลย"
"มองหน้ากัน ใครจะไปรู้ว่าจะตอบว่าอะไร"
"ไม่รู้ เราไม่มีทางรู้นี่คือสิทธิเสรีภาพของแต่ละคน เราไม่ก้าวไก่กันหรอกถูกมั้ย"
"เออเดี๋ยวนะ ทำไมกูไม่แปะที่เสื้อ เออว่ะ ติดซะคราวนี้อ่ะ มานะครับ เราไล่ไปละ สส. สว. ทำงานโอเคมั้ย"
"เออ"
"ครม. ออกคือรัฐบาลทำงานโอเคมั้ย องค์กรอิสระต่างๆ ทำงานโอเคมั้ย อีกองค์กรหนึ่ง คือศาลรัฐธรรมนูญ ท่านโอเคกับการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร กราบขอบพระคุณสนับสนุนให้อาจารย์เหมามาอีกหลายๆครั้ง"
"ด้วยสภาพแบบนี้"
"คุณอยากให้ผมมาก็แล้วแต่ เฮ้ย พี่โอีใช้ได้"
"เออดีว่ะ ดีๆ"
"แสดงว่ากลับมานี่เฉิดฉายนะเนี่ย"
"เออ เนื้อหากูไม่น้ำหนักไม่เน้นนะ เราเน้น เราเน้นการ improvis กัน"
"เออ"
"ไม่แต่ว่าทุกคนเห็นภาพมั้ยว่าที่ผมตั้งเป็นเช็คลิสต์นี่คือเช็คลิสต์ของ เนิรัฐธรรมนูญที่คิดให้แบบเร็วๆ อาจจะไม่ได้ฟิตกับทางหลักวิชาขนาดนั้น แต่ว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงโจทย์ที่ทุกคนน่ะ คือท่านประธานสามารถกลับไปคิดทบทวนได้ว่า แล้วสุดท้ายคุณจะเห็นชอบไม่เห็นชอบ เมื่อกี้ 3 ข้อนะครับ เห็นชอบมั้ย"
"เออ"
"คุณพอใจมั้ย ไล่กลับไปใหม่นะ คุณเบาจำได้มั้ย จำไม่ได้ไม่ได้ฟัง"
"ที่จุฬาเค้าโดนกันอย่างงี้แหละ"
"อ่า โอ๊ย ไม่สิ อยู่จุฬาไม่สอนอย่างงี้"
"ฮะ"
"ไม่ได้เตรียมการสอนเลยแหละ"
"อ่า อยู่จุฬานี่เราจะ"
"โชว์ไปเมื่อไหร่ รับตลอดเลย แม้กระทั่งพี่ ผมสอนอยู่แต่คุยได้"
"อ่า ใจสอนๆอยู่ปุ๊บ ฮัลโหล อ๋อ วางไว้หน้าบ้านครับ"
"เออ 3 ข้อทวนมาค่ะ อาจารย์คา 1 มีคนมาร่างกฎเกณฑ์กติกา โดยที่เราอาจจะไม่ ได้มีส่วนร่วม แต่สุดท้ายแล้วเค้าเอามาใช้กับเรา เราโอเคมั้ย อ่า อันนี้นะ บอกตอบกับตัวเอง 2 เราพอใจกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายในปัจจุบันมั้ย"
"เออ"
"โอเคไม่โอเค 3 เราพึงพอใจกับการทำงานของ สภาไม่ว่าจะเป็นสภาผู้ไทยราษฎรคือ สส. สว. นะ"
"อ"
"รัฐบาลนะ เอ่อ องค์กรอิสระต่างๆ กกต. ปปช. เอ่อ องค์กรต่างๆ ฮะ เยอะแยะมากมาย แล้วก็สุดท้ายคือศาลรัฐธรรมนูญมั้ย 3 ข้อนี้ ถ้าทุกคนบอกว่า เฮ้ย คุณโอเคกับสภาวะนี้แล้ว เฮ้ย ใครจะมาร่างกติกาให้เรา อาจจะมีส่วนร่วมบ้าง ไม่มีส่วนร่วมบ้าง ไม่เป็นไร อยู่ได้ อ่ะ ก็ก็แล้วแต่ถูกมั้ย ก็คุณก็โอเคไปนะ คุณ ถ้าผมเดานะ ถ้าสมมุติทุกคนรับตรงนี้ได้นะ ไอ้ข้ออื่นเค้าก็อาจจะรับได้"
"ออ"
"สภาวะเศรษฐกิจโอเคอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาหานะ ก็คุณก็โอเคอยู่กับสภาวการนี้ได้ สุดท้ายคือคุณโอเคกับการทำงานขององค์กรต่างๆที่ผมพูดไป คุณออกอเมริกาไม่เห็นชอบ เพราะการทำประชามติครั้งนี้เขาจะถามคุณว่า คุณอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย"
"อื"
"ทุกวันนี้เราอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน การทำงานของสภาไม่ ไม่ว่าจะเป็น สส. สว. รัฐบาล องค์กรอิสระ กกต. ปปช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจเงินแผ่นดินนะ กสม. พอคณะกรรมการสิทธิ์ต่างๆ ศาลรัฐธรรมนูญ ทุกวันเนี้ยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ฉะนั้นถ้าคุณบอกว่าคุณโอเค คุณอยู่กับมันไปไม่ได้ว่าอะไร"
"ก็แล้วแต่"
"ก็แล้วแตม คุณบอกว่า เฮ้ย 3 ข้อที่อาจารย์เหมาพูดมา 3 ข้อที่ตี๋พูดมา 3 ข้อที่ทางเจเจ้เพยายามปูเข้ามาเนี่ย ถ้าเราบอกว่า เฮ้ย เราไม่โอเคกับมัน เราไม่โอเคว่ะ กับกรณีที่กติกาจะมา ร่างสัญญามาร่างฝ่ายเดียว มันไม่ใช่สัญญาเว้ย มันคือคำสั่งเว้ย"
"เออ เราต้องออกไปทำอะไรกัน เฮ้ย"
"อ่ะๆ แก้มๆ"
"ทางนู้นดิ ทางนู้นดิ เออ ทางนู้น"
"อ่า"
"แหม ที่กับลิเวอร์พูลเนี่ย ทำอะไรก็ทำนะ เออ ทำไมกับประชามติทำไม่ได้ ถ้าถ้าสมมุติว่ากติการ่างมาฝ่ายเดียวแบบนี้"
"ถามผมนะ พี่ อันนี้สุดแล้วแต่นะ ของแต่ละคน แล้วแต่เลย แต่สำหรับผมเองอ่ะ ผมไม่โอเคกับแบบนี้ว่ะ ผมผมไม่เอา"
"เออ"
"คะแนนพึงพอใจ 0 ถึง 10 ถ้าบอกว่า 10 พึงพอใจ ผมให้ 0"
"อู้ แล้วแต่แล้วแท้แต่นี่แล้วแต่ผมไงถูกป่ะ ผมไม่โอเคแล้วนี่คือสิทธิเสรีภาพผมที่ผมจะบอกว่าผมไม่โอเคไง"
"เดี๋ยวอะไรเดี๋ยวนะ คือรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 เต็มสิทธิ์"
"ผมให้ 0"
"หม่ามิจจี้ให้ 0"
"ผมให้ 0"
"แล้วมีอะไรจะพูดกับคุณมีชัยริชุพันธ์มั้ยคะ"
"ใครอ่ะ"
"ออ"
"ออไม่ไม่ๆ ท่านจะมีชายก็แล้วแต้ท่านเออ"
"ไม่แต่แต่ก็ก็จะมีคนที่บอกว่า เฮ้ย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็โอเค ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ผมบอกไงว่าผมอ่ะ อยากให้ทุกคนน่ะกลับมามองว่าไอ้เรื่องรัฐธรรมนูญมันไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองนะ คุณ มันคือเรื่องของเรา เราเป็นนายจ้าง เราต้องเข้ามาโฟกัสกับเรื่องพวกนี้ เพราะว่าเรื่องพวกนี้มันเกี่ยวพันกับเรื่องสิทธิส่วนตัว เรื่องการทำงานของเรา การเอ่อ วิถีชีวิตของเราในแต่ละวันน่ะ"
"ไอ้ทุกวันนี้ที่เราลำบาก เราสบาย หรืออะไรยัง มันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น คุณเขียนไม่ดี"
"เอ่อ ลูกจ้างเราก็ไม่ทำ"
"อื"
"ถูกป่ะ อันนั้นข้อแรกถูกมั้ย ข้อ 2 ก็คือ เขาบอกว่าคุณโอเคกับสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายมั้ย ผมไม่โอเคเลย"
"อื"
"ถูกป่ะ"
"อือ"
"ก็กฎหมายคุณก็เห็นว่าอย่างน้อยๆอ่ะ ผมมาในสายกฎหมาย ผมบอกว่าการบังคับใช้กฎหมายยัง มีปัญหาอยู่พอสมควร"
"นะ ใครก็ได้หยิบเทปออกจากมือเด็กน้อย ไฮเปอร์ซุเทป พูดดีๆ พูดดีๆ อย่ามัวแต่เล่น"
"ฮะ กราบขอบพระคุณ member 29 ว่าช่องนี้ไปถึง 29 เดือน โอเค ใช้ได้"
"อุ้ย อ่ะโอเค เอามาใหม่ ฉะนั้นสำหรับผมเนี่ย ผมคิดว่าคุณก็เห็นอยู่แล้ว เศรษฐกิจไม่ดีถูกป่ะ โอเค ผมไม่ได้บอกว่ามันมาจากรัฐธรรมนูญ 100% หรอก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็มีผลจากรัฐธรรมนูญ คุณปฏิเสธไม่ได้หรอก เพราะมันไม่ได้เกี่ยวใช่มั้ยอ"
"อ่ะ เรื่องของสังคม"
"อื ความเหลื่อมล้ำในทางสังคมต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเมือง คุณดูในการเมือง ปวดหัวมากเลยอ่ะ"
"อือ"
"เนี่ย มันคือผลมาจากรัฐธรรมนูญ สำหรับผม ผมคิดว่าผมไม่โอเค"
"จริงๆอยากได้แบบโอเค"
"อยากได้แบบแรงๆ แบบลุกขึ้นแบบลุกขึ้นยืน หรืออะไรอย่างงี้มั้ย"
"พี่คิดว่าถ้าเราบอกว่าเรา ถ้าเราบอกเราไม่โอเค เราไม่โอเคนี่ เราจะต้องยังไง พี่ พูดอะไรพูดไปเหอะ กูชอบอันนี้สนุก"
"ถ้าเราบอกว่าเรา"
"พี่บอกหน้าเหนียวแน"
"ถ้าเราบอกว่า"
"ถ้าเราบอกว่าเราไม่เหลืออ่ะ เอาตรงนี้เอาให้ครบเลย"
"กูทำนะ"
"ผมเนี่ย ผมเนี่ย ไม่เคยที่จะไปชักจูงอะไร ให้ทุกคนว่าจะไปกาเห็นชอบหรืออะไรเปล่านะฮะ อันนี้สุดแหลวแท้ทุกคน"
"ผมแค่บอก"
"ใช่ ผมแค่บอก"
"เนื้อหาว่ามันเป็นยังไง เออ"
"ใช่ใช่ อ่ะเอาให้ครบเลย อ้า"
"ตี๋บอกพ่อกับแม่เปล่าว่าวันนี้มาหาเจ๊เจ้ทำรายการ"
"อ่าครับ"
"เปล่าไม่ได้บอก"
"พ่อกับแม่จะดูย้อนหลังเปล่าตี๋"
"ไม่ครับ เค้าไม่คิดว่าผมเป็นลูกแล้วครับ"
"เอา"
"อูยแปะมาข้างหน้า เพิ่งมาไหว้อันสุดท้าย ขออนุญาตนะคะ อาจารย์ อุ๊ย โทษค่ะ อุ๊ย มันเหนียว โทษนะคะ อาจารย์"
"โอเค"
"เอาให้สาแก่ใจ"
"โอ เดี๋ยว เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่ลงทุน พูดไปเลย"
"เออ แหม ไหนๆก็ไหนๆละ"
"แต่พอแล้วนะ เพราะเดี๋ยวฉันต้องต้อนรับแขกคนอื่นบ้าง จะมาแล้วแต้แล้วแต้อะไรเงี้ย"
"โอเคโอเค ได้"
"เออ"
"เอ่อ เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ จริงๆ"
"จริงๆมันจริงๆมันจบไปแล้วแหละ"
"อ่ะๆ เดี๋ยวๆก่อน"
"ความน่าเชื่อถืออ่ะ"
"ข้อ 3 ที่ผมบอก"
"เออ"
"สภาโอเคมั้ย สำหรับผมผมไม่โอเค สภานี่วุ่นวายไปหมดเห็นป่ะ"
"เออ ถูกๆ"
"ถ้าผ่านกฎหมายทีมาติดคนนู่นมาติดคนนี้มาติดคน แกรัฐธรรมนูญมาติดคนนู้นมาติดคนนี้มาติดคนนั้นนะ มันไม่ราบรื่น รัฐบาลบอกแล้วเข้า มาปุ๊บออก เข้ามาปุ๊บออก กูว่าพี่สิทธ กูเนี่ย ไปฝึกงานร้านไอติมยังอยู่นานกว่ารัฐบาลอีก พี่เข้าใจป่ะ คือเฮ้ย มันผมว่ามันเฮ้ย สำหรับผมนะ พี่เราหัวเราะหัวเราะอย่างเงี้ นี่มันคือแบบ เราหัวเราะคืนนะ มันมันวิกฤตแล้วนะ ถ้าถามผม"
"มีน้ำตาซ่อนอยู่"
"เพราะว่าถึงแล้วถอน"
"แสบมากแสบ"
"องค์กรอิสระทุกคนไม่ต้องพูดถึงนะฮะ แต่ควรพูดถึงคืออะไร องค์กรอิสระ"
"ด้านไหนนี่นะ"
"ด้านนี้ด้านนี้โอเคโอเค"
"สรุปว่าองค์กรอิสระเนี่ย"
"สรุปค่ะ"
"องค์กรอิสระเนี่ย"
"พูดแบบซีเรียส"
"อ่า ซีเรียสครับ เจเจ้คิดว่าองค์กรอิสระไหน ที่เจเจ้นี่ กดคะแนนไม่พึงพอใจมากที่สุด"
"พูดได้หรอ"
"พูดได้ดิ มาขนาดนี้แล้วอ่ะ แปะแต่แปะแต่ตาไม่ได้แปะปากพูดได้อ้า"
เอ่อ ท็อป >> ทคือ >> ท็อปแบบกินกันไม่ลง >> อื >> ที่เรารู้สึกว่า เออ เวลาเค้าทำหน้าที่แล้ว เราสงสัย เราสงสัย เรามีข้อสงสัยในกฎหมาย อาจจะเป็นเพราะเราเรียนน้อย คือศาลรัฐธรรมนูญ >> เออ >> กกต >> ครับผม >> ปปช. >> ฮะ >> ก็ล่าสุดจะเติมสตง.เข้ามา >> สตง.ทำไมไปทำอะไรพี่เนี่ย สตง.ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับพี่เลยนะ >> นี่มึงอยู่ประเทศเดียวกับกูอ่ะ >> สตง.ทำอะไร ทำอะไร ไหนๆบอก >> คือเรา เรายังไว้ใจการตรวจสอบของหน่วยงานที่ตรวจสอบได้อยู่มั้ย เออ >> ก็โอเคนะ ก็ก็พอได้อยู่นะก็ >> ก็ >> ชอบด้วยกฎหมาย >> ก็แล้วแต่ >> ชอบด้วยกฎหมายคลื่นๆ ชอบด้วยกฎหมายคลื่นๆ หัวเราะหัวเราะหัวเราะ ใช่ป่ะ >> เออ >> เออ เนี่ย คืองานที่ผมว่ามันเป็น มันเป็นหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว มันมีปัญหาอยู่แล้ว สำหรับผมเนี่ย ไล่มา 3 ข้อ เช็คลิสต์ ผมไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค >> เกิน 3 ออโอเค ฉะนั้นสำหรับคนที่เห็นเหมือนผมว่าเราไม่โอเค เข้าใจป่ะไม่โอเค ดูปากไม่โอเค ผมบอกว่าผมจะออกไปกาเห็นชอบ เพราะไอ้สิ่งที่ไม่โอเค มันอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ปัจจุบันครับผม >> เราต้องขอกาเห็นชอบ >> อ่ะ ซื้อมาไว้ให้เล่นเอาปั๊บสุดท้ายไป >> เอาไว้อย่างงี้แล้วกัน เฮ้ย ออกมาเป็นเคโร ใช้ได้อยู่เหมือนกันนะ >> นี่มันลูกฟุตบอล >> อ๋อ ลูกฟุตบอลนี่ ซื้อ ซื้อมาจากไหนนี่ ซื้อมาจากไหน ห้างสรรพสินค้า >> ห้างสรรพสินค้าอะไร >> ห้างมันขายหลายที่ มันมีทุกที่แหละ ในแบบ F ออนไลน์ก็ได้ >> อ๋อ โอเค ฉะนั้น และนี่คืออะไรคะ จุดยืนของรายการนิติพิษวงศ์ค่ะ >> ว่าเราไม่โอเค >> เราต้องทำอย่างงี้ด้วยหรอ >> ะ >> ไม่เอาอย่างงี้นะ เอาเป็นเครื่องหมายแบบกากบาทนะ ไม่เอาบวกนะ เราอย่างงี้ไม่ >> ไม่พลเนาะ >> เออไม่ๆไม่พล >> พูดแสบตา >> เราเรา multiple ไง คูณๆ เราคือไม่โอเค ดูปากดิไม่โอเคอ่ะ คือไม่โอเค เมื่อไม่โอเค ปุ๊บสมองเราออติกปุ๊บ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ วันนี้กลับไปเนี่ย ดูจากรายการไม่ต้องไปทำเนื้อหาสาระอะไรมากนะครับ กลับไปปุ๊บก่อนนอน ก่อนนอนนะ สวดมนต์ 3 ครั้งก่อน นะโมตัสสะภะวะตัวเอ๊ะ หลังจากนั้นก็ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ >> แล้วก็นอน >> อ่ะ ที่พูดไปทั้งหมดคือไม่ต้องจำหรอคะ 3 ข้อ >> จำหน่อยก็ได้ แต่ว่าสุดท้ายปุ๊บ บทสรุปคือเห็นชอบ >> โอเค >> แล้ววันนี้เดี๋ยวเดี๋ยวน้องคนนี้นะคะ เขาจะวิ่งเล่นอยู่แถวนี้ล่ะค่ะ แต่ว่านี่เป็นเวลาของคุณรักชนก และสำหรับจะเรียกว่านักวิชาการ Google สำหรับวันนี้นะคะ การกลับมาของรายการได้พิศวงแบบเฉพาะกิจนะคะ ก็ต้องขอบคุณนักวิชาการที่ส่งตรงมาจาก ใส่แว่นตามั้ยจะได้สบตา เออ ที่ส่งตรงมาจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะคะ แบบที่เค้าไม่ได้สังกัดแล้ว >> สังกัดสิครับ >> โอเคนะ เดี๋ยวต้องคุย สส. เอ้ย ไม่ใช่อดีต สส. รัชนะนะ >> ได้ครับ ได้ครับ ได้ครับ โอเค >> อย่าลืมนะครับ กลับไปสวดมนต์นะโม 3 จบ แล้วก็เห็นชอบอีก 5 จบ >> เอ้อ ไม่ใช่สิ เห็นชอบ 8 จบ 8 จบ เพราะว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ >> ครับ แต่เวลากา กาครั้งเดียวพอนะ >> เออ กาครั้งเดียวนะ เห็นชอบ >> เวลาออกไปกาเนี่ย คิดหน้าของเจเจ้และตี๋ไว้โ >> สภาพหน้าเราไม่ควรใช้ >> เอาเท่านี้นะ >> โอเค >> เออเดี๋วิ่งเล่นอยู่นะ >> หรือจะกลับบ้านก่อนก็ได้ >> ไม่ๆๆไม่กลับไม่กลับ >> กลับเถอะ คนนี้เค้าเหนื่อยกัน >> ไม่ๆๆ เดี๋ยวผมกะว่าเดี๋ยวผมอาจจะไปเดินตึกข้างๆ >> เนาะ >> เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ >> กูไม่โอเค มึงโอเค ก็แล้วแต้ม >> โอเค เดี๋ยวขอเปลี่ยนเลนส์แป๊บนึงค่ะ คุณรักมกมาแล้วนะคะ โอเคครับ สวัสดีค่ะทุกคน เข้าสู่รายการมีเรื่องไลฟ์ ค่ะ และตอนนี้เราจะคุยกับใครไปไม่ได้นอกจาก แขกรับเชิญท่านที่ 3 นะคะ ก็คือ ยอดนักชิมคนล่าสุด ไอซ์รัชนกค่ะ >> สวัสดีค่ะ >> สวัสดีครับ >> ดิฉันจะขำคุณ หรือคุณจะขำดิฉัน เอาดีๆก่อน ให้เกียรติกันบ้าง >> เออ คือตั้งแต่ 18:00 น. เนาะ เออ คนเราไม่รู้จักไปหลับไปนอน เอ้า ด่าใครวะ โอ๊ย เติมหน้ามั้ย เติมหน้ามั้ย เราเพิ่งออก จากรายการมั้ยจ๊ะ เออ เราเพิ่งออกจากรายการ รือเปล่าจ๊ะ เออ >> เดี๋แป๊บนึง ได้อยู่ ได้อยู่ เดี๋ยวระหว่างตอบไปเติมไปได้ >> ได้เลยค่ะ ไอซ์รัชนอค่ะ เอาตรงเนื้อหาไม่เน้นหรอก เอาจริงๆเลย >> นี่ไง นั่งนานปวดหลัง ยาแก้ปวดหลังก่อน >> อู้ย โถ ไถเออไปไถนามมาปวดหลังเนาะ อันนี้ก็คือ นั่งจนปวดหลัง ความแก่ไม่เท่ากันจริงๆ ไอซ เอ่อ ตอนนี้ไอซอยู่ที่บ้านเราหรือยัง หรือว่าเพิ่งออกรายการไหนเสร็จยังไงมั้คะ >> อ๋อ เพิ่ง ตอนนี้ยังอยู่ที่พักอยู่ค่ะ เพิ่ง เพิ่งเมื่อกี้ เรียกว่าเรามีเรียกว่าเป็น นี่ก็เลยบรรยายสาธารณะพิมพ์ส้มล้มคอร์รัปชั่นนะคะ ก็คือพูดเรื่องแบบ Open Data >> เรื่องการเอาอำนาจเอาดูแลิ >> ในการตัดสินใจต่างๆของเจ้าหน้าที่รัฐ ออกจากออกจากเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วก็เรื่องการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องเอ่อการจะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัในประเทศนี้ได้ ต้องมี 7 จำนงทางการเมือง แล้วก็มี operation 18 ของคุณเพียงพนอนะคะ >> อื >> อือ คุณไปแบบว่าเดินหาเสียงจนเสียงคุณเหมือน คุณพฤธแล้วเหมือนกันเนาะ คุณตั๊กเจ้านก >> คือนี่แหละ พอมันก็มันก็คนทำงานหนักก็ประมาณนี้แหละค่ะ มันก็จะมีอยู่ 2 อย่างก็คือหน้าดำกับเสียงแหบ่ งั้นพลิทำงานหนักปึ๊บ >> เป็นยังไง หน้าเป็นยังไง หน้ามันไหม้หรือยัง >> คือมันก็จะแบบว่ามันไหม้ตรงหน้าผากตรงเนี้ย คือถ้าเทียบถ้าเทียบกับลายผมอ่ะก็จะรู้ว่ามันดำ แต่ว่า >> เครียดว่าดำไม่เท่ารอบที่แล้วมันแบบ >> หรอ >> อะไรวะกูฟังอะไรอยู่เนี่ย >> มันเหมือนแบบเฮ้ยพื้นที่จริงป่ะเนี่ย หน้าไม่ดำเลย สู้วิโรธไม่ได้ สู้ไม่ใช่ >> คนพวกนั้นเค้าไม่รู้ว่าโลกนี้มีครีมกันแดดมั้งคะ ไม่ทานี่ไม่ท้าเลย ตั้งแต่ยุบสภาไม่ไม่ดำซะที ทำไมวะ >> จริงหรอ คุณไม่ทาทิมกันแดดเลยหรอ >> เออ คนก็บอกว่า >> เออเดี๋ยวจะโดนใจอะไรอย่างเงี้ย >> ใช่ๆ ยังไม่แก่ไม่รู้หรอก เด็กๆพี่ก็ไม่ทาเหมือนกัน อายดูหน้ากูตอนนี้ หน้าพี่ก็ยังดีอยู่เลยนะ >> อื ดูใกล้ๆโอ้เป็นจุด อู้ยอู้ยกูเป็นแผ่นเลย คือจะบอกว่าขอบคุณขอบค >> ขอบคุณไอซมากค่ะ ขอบคุณไอซมาก เพราะว่าตอนที่พี่เบลโทรไปขอคิวอ่ะ เราก็บอกว่าเออลองดูว่าช่วงจังหวะเนี้ยดึกหน่อยก็ได้ หรือว่าวันไหนก็ได้ เออ เพราะพี่คิดว่าก็เออมัน มันก็ทั้ง 2 อย่างนะคะ มันทั้งปรากฏการณ์ของไอซเองที่เราก็วิเคราะห์กันว่ามันจะมีผลไปถึงการเข้าหาของเอ่อวันที่ 8 เลยหรือเปล่า แล้วก็เรื่องของประกันสังคม ไอซก็เป็นอีกคนนึงที่พูดเป็นคนหลักเหมือนกัน ใช่มั้ย ก็เลยบอกพี่เบลบอกว่าเออมันก็น่าจะคุยกับเจ้าตัวนะ แต่ว่าทราบดีว่าทั้งคิวหาเสียงขึ้นเวทีของพรรค หรือทำกับเอ่อทีมประกันสังคมแล้วก็อสื่อ น่าจะเยอะ ขอบคุณมากเลยที่วันนี้ให้แม้ว่ามันจะดึกหน่อย แต่ว่าขอบคุณมากเลยนะเออ >> เออ อย่างแรกเมื่อสู่วันนี้เห็นที่ข้อมือ อันนี้คือที่พี่ข้าวโพดให้มาใช่มั้ย ใช่ อันเดียวกันมั้คะ >> ที่ที่พะเยา ที่ที่เค้าที่เค้าให้ข้าวโพด แล้วเค้าก็เอามาของหลวงปู่อะไรไม่ >> อ >> แต่ว่าไม่ได้ไม่ได้ใส่เพราะว่าเชื่อเชื่อเรื่องพุทธคุณของพระหรืออะไรแบบนี้นะ แต่ว่า เป็นเหมือนเป็นเครื่องรางที่เรียกว่าไงดีอ่ะ เราได้รับ เราได้รับความไว้วางใจอย่างมาก แล้วก็มันเต็มไปด้วยความรู้สึกสึกแล้วก็เป็น >> อื >> เป็นอะไรที่เราก็ใส่เอาไว้เพื่อเตือนตัว เองเนาะว่าเราจะแบบว่าไม่ไม่ทำให้คนที่ให้มาเนี่ยผิดหวัง >> อื >> อ >> อืเอ่อเล่าจังหวะนั้นให้ฟังหน่อยสิคะไอซ์ เอ่อได้เคยได้เคยบรรยายหรือว่าได้เล่าให้ ใครได้เล่าในรายการไหนหรือยังว่าจังหวะตอนนั้นมันเป็นยังไงในความรู้สึกเรา ละเอียดมันเป็นยังไงที่หน้างานที่เราเจอเอง >> ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดมากก็คือไปพะเยา ใช่มั้ยไอซ์เนี่ยโดนโดนฟ้องฟ้องจริงๆอ่ะ หลายๆคนเข้าใจว่าถอนฟ้องใช่มั้ยแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะเหมือนเค้าอ่ะฟ้องคนเยอะแล้ว เขาก็ลืม คือเขาฟ้องเยอะแล้วเก็ลืมว่าเค้าอ่ะไปแจ้งความไว้ด้วย แล้วเขาก็ไปฟ้องตรงที่ศาลด้วย แล้วมันเหมือนกับว่ามันเป็นอันเดียวกันที่ที่มันเหมือนกันน่ะ >> อ >> เขาก็เลยไปถอนอันที่ไปฟ้องตรงที่ศาลออก ซึ่งจริงๆอ่ะหลายๆคนบอกอ้าก็ดีสิไม่ดีนะ ทุกคนแบบนี้คือจริงๆคือ >> แย่แเพราะว่าเรียกว่าคือเราอ่ะเตรียมตั๋ว ใช่มั้ยเตรียมการเดินทางวางแผนการเดินทาง นู่นนี่นั่น ลองคิดดูว่าถ้าเป็นประชาชนคนธรรมดา คุณบอกว่าฟ้องปุ๊บหมายศาลก็มาใช่ไหมที่บ้านคุณ ก็เตรียมตัวซื้อตรงซื้อตั๋วอะไรต้องทำงาน ทั้งอาทิตย์กว่าจะซื้อตั๋วไปกลับได้ คุณก็จองตั๋วไปเสร็จปุ๊บพอไปถึงบอกว่า อ๋อถอนไปแล้วแต่ว่าไปฟ้องที่ตำรวจแทน >> อืแย่มากนะคะแล้วก็มีการเรียกว่าคือเวลา มันไม่มีหลักฐานน่ะคนจะไม่เชื่อเนาะว่า มันมาจากการจัดตั้งแต่รอบเนี้ยไอคิดว่า ทุกคนคงรู้แล้วล่ะว่ามันมาจากการจัดตั้ง จริงๆมันก็มีคนมายืนรอนะคะซึ่งไอซ์อ่ะ เห็นแนวโน้มแล้วแหละว่าโอเคจัดตั้งแน่นอน เพราะว่ามันจะมีประมาณ 2-3 คนที่เป็นตัวหลักที่ออกมาตะโกนๆน่ะก็คืออันเนี้ยไม่ใส่แมสไม่ใส่หมวกก็คือเหมือนเป็นคนธรรมดา ที่แบบโอเคมาต่อต้านอะไรเงี้ยแต่ว่านอก ห้องนั้นน่ะก็คือใส่แว่นใส่หมวกหนาทึบใส่แมสอะไรแบบว่าแบบปกคลุมหน้าอะไรอย่างเงี้ยหมดเลยนะคะ แล้วก็มายืนถือป้ายแล้ว เอ่อพอลงพอออกจากศาลมาเนี่ยก็เกิดเหตุการณ์ว่ามีคุณป้าคนนึงที่คือจริงๆไอก็ไม่รู้นะคือทุกอย่างมันแบบกำลังชุละมุนฝั่งเชียร์ก็เชียร์ฝั่งด่าก็ด่าอะไรอย่างเงี้ย แล้วก็มีคุณป้ามาขอถ่ายรูปโบตก็เพิ่งมาเล่าให้ฟังว่าเนี่ยเป็นคุณป้าคน ที่เค้าอ่ะมามาเรียกว่าอะไรนะมาชูป้าย >> ขอถ่ายรูปกับเธอเสร็จปุ๊บเ้าก็วิ่งกลับ เข้าไปกลุ่มชูป้ายต่อตอนแรกก็แบบอ้าหรอวะ ถ่ายรูปอะไรถ่ายเอาไว้มั้ยโบ๊บอกบันทึกไว้หมดเลย จนเก็คือ คุณ >> อืเห็นกันหมด >> เออเพิ่งรู้ว่าเ้าแบบว่ายิ้มหวานให้เราเหมือนกันนะตอนที่กลับไปถือป้ายอ่ะยิ้ม >> ยิ้มแบบว่าเออใจก็ส่วนหนึ่งหน้าที่ก็ส่วนหนึ่งรัชนก แล้วก็แล้วก็ขึ้นรถแห่ซึ่งไอซ์จะบอกว่า พี่หวันไอซ์ไปมาน่าจะเกือบ 203 จังหวัดแล้วนะ >> ไม่เคยมีจังหวัดไหนที่ได้รับการตอบรับดี เท่าพะเยา >> คือแห่ออกไปจากศาลน่ะ >> คือพอแห่ออกไปปุ๊บอ่ะคนได้ยินเสียงเราใช่ มั้ยเราก็ทอระโข่งแล้วก็แล้วก็ปราศัยใส่รถไปอ่ะ คนแบบวิ่งกูออกมาแบบ 2 ข้างทางอย่างเงี้ย >> เออออกมาจากร้านขายของอยู่ก็แบบวางของ แล้วก็ออกมาแบบคนในโชว์รูมรถในร้านอาหาร ในอะไรอย่างเงี้ยออกมาแล้วก็แบบว่าเออแบบ มาโบกมือแบบเออลงมาหน่อยลงมาหน่อยขอถ่าย รูปพอเหมือนแบบบางจุดที่คนอยู่กันเยอะอย่างเงี้ยอ่ะเราเราก็จะลงมาเดินแล้วก็เจอทุกคนแล้วก็กอดกันเ้าก็ให้ของอวยพร แล้วก็ถ่ายรูปอะไรอย่างเงี้ยก็คือเป็นอย่างเงี้ยตลอดแบบ 2 ข้างทางเลย >> อื >> ซึ่งไม่เคยมีจังหวัดไหนที่ไอซ์ไปแล้วเป็นแบบพะเยา เออ >> อื >> แล้วก็ไปแวะไปแวะหลายจุดเหมือนกันก็ทุก จุดก็จะมีคนแบบมารอแบบเยอะมาก >> ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่วัยรุ่นมีคุณแบบคุณรุ่นแบบคุณยายอ่ะแบบคุณป้าคุณยายอะไรอย่างเงี้ยมาแบบว่าเออน้องไอซ์น้องไอซ์ทำประกันสังคมดีมากเลยนะติดตามอยู่อะไรอย่างเงี้ยขอให้ทำต่อไปขอให้แค้วคาดอย่ามีใครมาทำอะไรได้ แรกๆอ่ะแรกๆอ่ะมันจะเป็นแบบเหมือนกับว่าออกมาใช่มั้ยแบบตอนเริ่มขบวนน่ะนะออกมาแต่ว่าเหมือนกับโอเคถ่ายรูปแต่ไม่กล้าไม่แบบถ่ายแต่ว่าไม่กล้ามาถ่ายกับเราแต่พอไปจอดจุดนึงใช่มั้ไลฟ์บอกว่าทุกคนคืออย่าไปกลัวอยากแสดงออกอะไรแสดงออกแล้วเราจะรู้ว่าเมื่อเราแสดงออกอ่ะ >> เราไม่ใช่เสียงส่วนน้อยทุกคนเลยมาถ่ายรูป ถ่ายๆโอหลังจากนั้นทุกคนแบบถ่ายหมดเลย แล้วก็แล้วก็เออยืนแบบปราศรัยแบบตามจุด แบบคุยไปอะไรเงี้ยมันก็เป็นบรรยากาศที่ แบบว่าเออไม่เคยเห็นที่ไหนแล้วพอไปจุด >> ขับๆไปแห่ไปใช่มั้ยก็ไปเจอคุณพี่คนเแหละ แกก็ขับรถตามซาเง์ตามมาใช่มั้แล้วก็ตะโกน จ๊อดๆๆอะไรเงี้ยเราก็แบบอ่ะโอเคจอดแกก็ลง มาใช่มั้ยแล้วก็บอกมาจับมือแล้วก็แบบเออ แล้วก็มันก็เกิดเหตุการณ์อย่างงั้นน่ะ >> คือ >> อือๆ >> ตอนนั้นไอซ์ก็เกือบร้องไห้นะ >> แบบ >> อือ >> คือมันท่วมทนคนมากคือเรารู้สึกได้ว่า พี่มัน มันแบบมันไม่เคยมันไม่เคยรู้สึกว่าเรา มีค่าขนาดนี้ในชีวิตเลยอ่ะ คือเค้า คือไม่ใช่แค่ความไว้ใจนะเว้ยแต่ว่าเค้า แบบเค้าหวังกับเราแล้วเค้าก็เค้าก็เชื่อ แล้วเค้าก็อ >> เออคือทุกสิ่งทุกอย่างมันแบบว่าส่งออกมา ใช่มั้ยผ่านคำพูดผ่านสายตาเค้าแล้วก็แบบ ว่าเออ ก็แล้วเค้าก็ให้ไออันนี้มาใช่มั้ย >> อื >> ปกติไอซ์จะไม่คือคนให้ของมาก็จะเก็บนะ แต่ว่าเครื่องประดงเครื่องประดับอะไรเงี้ยไม่ค่อยใส่ แต่ว่าอันเนี้ก็คือแบบใส่ไว้ >> เหมือนตอนนี้พี่พี่เขาก็เป็นเรียกว่าเครื่องเตือนใจของไอซ์อ่ะว่าเออเราต้องแบบ >> อ >> เราต้องทำงานให้มันเต็มที่นะอะไรแบบเนี้ย เออ >> อืเอ่อคิดว่าทุกคนน่าจะได้ดูนะคะ Talk นะ คะซึ่งเป็นต้นฉบับนะเพราะว่าได้ไลฟ์ไว้ ตลอดเวลาแล้วก็ได้ช็อตนั้นมาแล้วก็มีคน กล่าวถึงช็อตนั้นเยอะไม่ว่าจะแคปเป็นภาพ เครื่องเอ่อแคปเป็นภาพนิ่งหรือว่าใช้ตัดวีดีโอเป็นภาพเคลื่อนไหวก็แล้วแต่เอ่อขอ อนุญาตตรงนี้นิดเดียวสั้นๆทุกคนอย่าลืมไป กด Subscribe ให้กับแน Talk แล้วก็สนับสนุน Friend Talk ด้วยนะคะเออเพราะว่าเ้ามีต้นฉบับของหลายๆเหตุการณ์โดยเฉพาะคนที่เป็นเวรเตอร์ของพรรคประชาชนน่ะเอออก็คืออย่าลืมไปสนับสนุนเด้วยเอ่อทุกคนที่เห็นช็อตนั้นโดยเฉพาะถ้าเห็นแบบเป็นภาพเคลื่อนไหวมันเออมันจะเห็นความแบบความท่วมทนที่มันออกมาในแววตาแล้วเป็นแววตาที่แบบคือคนที่ดูแววตาระหว่างพี่ข้าวโพดกับไอซ์ยังรู้สึกมากแล้วไอซ์น่ะตอนนั้นน่ะตอนนั้นน่ะคือมันในนั้นมันคิดอะไรออก มาแบบบ้างหรือเปล่าหรือแบบตอนนั้นรู้สึก อะไรในรายละเอียดมั้ยพอเรากลับมานั่งแบบนิ่งๆแล้วนึกถึงเหตุการณ์นั่นน่ะค่ะ >> เอาจริงๆจำไม่ได้นะว่าตัวเองอ่ะพูดอะไรไป บ้างแต่ว่าคือรู้สึกว่าเราก็เราก็รู้สึกกับมันมากๆมากๆเหมือนกันคือ มันแบบ เอาจริงๆคือจีบกับแฟนก็น่าจะไม่รักกัน ขนาดเนี้ยหรือว่าเป็นแบบเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายอะไรก็น่าจะไม่ขนาดเนี้ยแล้วคือมันคือมันมันอยู่เหนืออยู่เหนือความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆน่ะอ >> เออแล้วคือไอก็รู้สึกว่ามัน >> เออมันมันอธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ะพี่ว่า ว่า มันจะอธิบายมาเป็นความพูดว่ารู้สึกยังไงอ่ะแต่คือมันแบบคือพูดได้ว่าเออมันท่วมทนอ่ะแล้วไวก็กลับมาดูช็อตนั้นแล้วไอซก็ร้องไห้ >> อ >> แบบว่ามันก็เออดูไปแล้วก็แบบน้ำตาซึมอ่ะ คือ >> อื >> เวลาที่เวลาที่แบบว่าเราทำงานอะไรอย่างเงี้ยเนาะ แล้วเรารู้สึกว่าเอองานของเราอ่ะมันมีใครเห็นจริงๆมั้ยวะ หรือมันส่งผลกับการตัดสินใจของใครบ้างมั้ย มันมีคนเห็นอยู่จริงๆมั้ยนะ มันทำให้สังคมมันดีขึ้นมั้ย หรือมันเปลี่ยนใจใครได้มั้ยอะไรอย่างเงี้ยเออพอ พอเจอพี่คนเนี้ยกับเจอใครอีกหลายๆคนน่ะ แล้วก็เลยรู้สึกว่าเออคุ้มแล้วล่ะจะโดนฟ้อง 100 ล้าน 500 ล้านอะไรอย่างเงี้ยมันก็ >> อื >> มันก็คุ้มอ่ะที่เกิดมาอื >> อืเอ่อเนื่องจากพี่เห็นพอมันเป็นข่าวใช่ มั้ยคะพี่ก็ไปแท็กดูในช่องเนalนะแล้วก็จะ ไปที่ช็อตนั้นเลยแต่ทีเนี้ยคือก่อนหน้า หรือว่าหลังจากนั้นน่ะมันมีพี่เค้าไป ปรากฏอยู่ตรงไหนหรือว่าคุณโบตเล่าให้ฟังมั้ว่าพี่เค้าไปเค้าตามมาตั้งแต่ตอนนี้ หรือเค้าตามไปจนถึงตอนไหนคือมันมีราย ละเอียดของพี่เค้าเพิ่มมั้ยคะ >> มีๆก็คือพี่เค้าอ่ะพอพอจอดรถเจอกันใช่ มั้ยก็ไปจุดปราศรัยต่อไปก็คือหน้า >> หน้ากสิกรแล้วอ >> พี่คือพอพี่เค้าอ่ะเห็นว่ามันมีคนที่มา ยืนโหเราใช่ป่ะแกก็ไปเอาปากกาเมจิแล้วก็ เหมือนมันมันเหมือนเป็นรังโฟมของแกอ่ะที่ แกเอาไว้ปิดขายของอ่ะแช่ของอ่ะใช่มั้ย >> แกก็ไปเขียนนั่นน่ะแล้วก็มายืนโชว์ว่าแบบ เออ 300 มันพอกินมั้ย >> แล้วก็เหมือนกับว่าเหมือนกับจะมีช็อตที่ ปะทะกันด้วย >> กับฝั่งที่เหมือนกับว่ามามาต่อต้านอะไรอย่างเงี้ย >> ซึ่งไอ้เหตุการณ์พวกนี้คือไอซ์อ่ะไม่รู้ เลยนะว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง >> คือจริงๆคือต้องขอบคุณเฟน Talk มากที่ บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ไม่งั้นน่ะจะ ไม่มีใครได้รับรู้แบบความรู้สึกหรือว่า เรื่องราวดีๆเหล่านี้ที่ที่ยายไปเจอมาที่ พะเยาเลยแล้วมันเป็นคนเป็นไลฟ์ที่แบบมีคน ดูแบบ 14,000 อ่ะ >> แบบหมายถึงว่าแค่ไปหาเสียงอ่ะเออแต่ว่ามี คนดูเยอะมากแล้วแล้วความที่แบบโอเคมัน เกิดเหตุการณ์อะไรอย่างเงี้ยใช่มั้มันก็ เลยทำให้มีคนไปรอเจอที่ไอ้ตรงตรงม.พะเยา อ่ะตลาดที่ม.อ่ะเยอะมาก >> อือ >> อื >> แบบคือไอซ์อ่ะคือหาเสียงที่มันไม่เหมือน ที่นี่จริงๆเว้ยพี่คือลงรถมาใช่มั้ยน้อง ต่อแถวกันแบบฟึ๊บม้วน 2 รอบอย่าง เงี้ย >> แล้วก็รอรอถ่ายรูปแล้วก็โอเคเซลฟี่แล้วก็ เดินๆใช่มั้ยพอมาอีกจุดนึงคือแบบว่าคนมัน ก็อออยู่ใช่มั้ยแล้วพอเราเดินมาเ้าก็แหวก เป็น 2 ข้างทางอย่างเงี้ยแล้วก็แบบถือ กล้องรอถ่ายอ่ะคือมันเป็นอะไรที่แบบว่า โอ้โหโห ดีใจจริงๆที่มีคนแบบว่าชื่นชมหรือว่ารอ เจอเราขนาดนี้ >> แล้วก็พอไปที่ตลาดใช่มั้ย >> ตอนแรกมีคนบอกว่าไอซมึงต้องเดินเข้าไปใน ตลาดหน่อยไม่ได้เพราะว่ามีคนรออยู่พอสม ควรใช้คำว่าพอสมควรบอกเออรอแป๊บนึงกูถ่าย รูปก่อนมึงเดินเข้าไปก่อนมึงแยงมหน้าเข้า ไปแป๊บนึงมีคนรออยู่พอสมควรเออแป๊บนึง เดี๋ยวก่อนมึงเดินเข้าไปก่อนอ่ะ พอเดินแบบพ้นซอยเข้ามาอย่างเงี้ยคือมันจะ เป็นเวิ้งเป็นตลาดใช่ป่ะแบบอู้หูมีคนรอ อยู่แบบคือน่าจะออกมาจากทั้งตลาดแล้วก็ มายืนรอแบบคือหลายคนน่าจะเห็นรูปแล้วเนาะ คืออ >> รู้สึกแบบ >> มาทำอะไรกันวะ >> อือ >> รอรอๆรอฟังพวกเราหรออะไรอย่างเงี้ย >> เออมันก็ >> มันเป็นโมเมนต์ที่แบบว่าที่สุดของการหา เสียงในในการเลือกตั้งครั้งนี้เลยอ่ะที่ พะเยา >> อือืเอ่อถามถามในแง่ที่คนอื่นพูดถึงไอซ์ นะก็คือว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ที่มันเกิด ขึ้นจริงๆมันต่อเนื่องอยู่หลายรูปเหมือน กันนะคะในช่วงจังหวะช่วงเดือนที่ผ่านมา เนี่ยแล้วคนก็จะเทียบบอกว่าอุ๊ยกระแส รัชนกเนี่ยอาจจะยิ่งกว่ากระแสพิธามั้ยเออ หรือคนเปรียบเทียบพิธารัชนกธนาธรใครกัน แน่ที่ช่วยพรรคมากที่สุดตอนนี้ต่างๆนานา แล้วแต่ควรจะตั้งหัวข้อส่วนตัวคิดมั้ว่า ของเราเนี่ยเรียกว่ากระแสะ >> คือเอาจริงๆ ไอซ์คิดว่าตอนเนี้ยมันมันไม่ใช่ว่าไอซ์คน เดียวเนาะคือมันมันทำกันเป็นทีมอ่ะ >> มันมีนโยบายมันมีทีมบริหารมันมีแบบว่ามัน มีคนที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาพรรคก็กลูมเาก็ กลูมตัวเองขึ้นมาแล้วก็แล้วก็ขึ้นมายืน เป็นกำลังหลักเป็นตัวสำคัญของพรรคคือต้อง บอกว่ารอบเนี้ยที่เราแบบว่าไปคาราวาฬได้ หลายสายอ่ะกว่ารอบที่แล้วก็เพราะว่าเนี่ย แหละคือพรรคก็สร้างคนใหม่ๆขึ้นมาใช่มั้ย คือไอซ์จะบอกว่ามัน โอเคคนน่ะอาจจะเห็นโมเมนต์ที่มันเกิดกับ ไอซ์ใช่มั้ยว่ามันมีแบบมันมีแอคชั่นอะไรอย่างเงี้ยเพราะว่าจริงๆก็คือว่าหน้าไอซ์ มันก็เรียกร้องแอคชั่นด้วยแหละหมายถึงว่า เรียกร้องทางแอคชั่นที่ไม่ที่ที่คนอื่นจะ มาทำไม่ดีแล้วก็ที่ดีอ่ะนึกออกมั้ยซึ่ง ไอซ์อ่ะเป็นคนที่ไม่หลีกเลี่ยงไม่พยายาม ที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะลู่หรือนำ พาไปสู่ความยากลำบากหรือสถานการณ์ที่มัน จะเลวร้ายคือเป็นคนที่ได้หมดคือจะมายืน ด่าก็โอเคก็ไม่ไม่หลบไม่เลี่ยงอะไรอย่าง เงี้ย >> อืไอซมีวิธีคิดก็คือว่าถ้ามีคนมามีคนมา ด่าหรือมีคนมาตั้งคำถามหรือว่ามีคนแบบจัด ตั้งอะไรมาแบบเนี้ยคือไอซ์อยากทำให้เขา เห็นว่าทำให้คนที่สนับสนุนเรานะเห็นว่าเวลาเค้า เห็นภาพในทีวีใช่มั้เขาจะเห็นแต่สื่อ เนี่ยนำเสนอว่าเฮ้ยมีคนมาด่ามีคนมาถามว่า ทหารมีไว้ทำไมด้อยฆ่าทหารแก้รัฐมูทำไมมึง ล้มเจ้ามึงแก้แต่ 1 2 แต่สิ่งที่ออยากทำ ให้ทุกคนเห็นน่ะคือคนพวกเนี้ยคือคนที่ เป็นกลุ่มน้อยเป็นกลุ่มเล็กและถูกจัดตั้ง ขึ้นมาอย่างอย่างเป็นกระบวนการมันไม่คือ มันไม่ออร์แกนิคอ่ะเออแต่ว่าเค้าก็พยายาม ที่จะเรียกร้องความออร์แกนิคนี้เรียกร้อง การกระทำซ้ำผลิตซ้ำเหมือนกันดังนั้นน่ะ วิธีการแก้เกมของไอซ์นะง่ายมากคือทำให้คน พวกเรู้สึกว่าคนที่สนับสนุนเราอ่ะมีจำนวน มากกว่า แล้ววิธีการของไอซ์นะเวลาไอซ์ไปตลาดถ้า ไอซ์เจอคนยืนหนานนะไอซ์ก็จะใช้โทรคมาว่า ก็เชิญค่ะคุณพี่คุณน้าใครอยากออกมาถ่าย รูปอยากออกมาเจอไอซ์อยากออกมาให้กำลังใจ แสดงตัวออกมาเจอกันเลยแล้วพอเราเชื้อเชิญ อย่างเงี้ยใช่มยเาก็จะรู้สึกว่าเออเรา กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากออกไป แสดงตัวว่าสนับสนุนมันหน่อยเว้ยพอมี 1 คน กล้าเดินออกมาคนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ร้อย คนที่ 1000 คนที่หมื่นที่แสนก็จะกล้าเดิน ออกมาเหมือนที่พะเยาตอนแรกๆเนี่ยมายืน ถ่ายเฉยๆไม่กล้ามาขอถ่ายรูปไม่กล้ามามี รูปปรากฏแต่พอมีคนที่ 2 ที่ 3 ปุ๊บมาเลย ทุกคนพร้อมแล้วก็กลายเป็นกลายเป็นกระแส ที่ คือคนก็ยิ่งดูไลฟ์ใช่มั้ยยิ่งแบบเออเห็น คนออกมาคนก็ยิ่งออกมาอะไรเงี้ยเนี่ยคือ สิ่งที่ไอยากจะนำเสนอว่า >> เวลาที่คุณเห็นในสื่อว่าเฮ้ยมีแต่คนมายืน ด่ามีแต่คนมาตั้งคำถามอะไรอย่างเงี้ย คือ 3 วันน่ะจะเจอสักเคสนึงเออแต่แต่คน ที่มาให้กำลังใจอย่างท่วมท้นคนที่เขาฝาก ความหวังเอาไว้อะไรเงี้ยเค้ามีคือเค้าคือ คนส่วนใหญ่เออ >> อือ >> แต่ไออยากจะบอกอย่างงี้ว่า >> ไม่ได้ว่าเราจะแบ่งแยกคนนะคือไอซ์ก็คิด ว่า ในกลุ่มคนที่เวลาไอซ์บอกว่าคือไม่ได้จะไป ปะทะไม่ได้จะหาเรื่องแต่เราไม่หลีกเลี่ยง อ่ะพอไอซ์เชื่อว่า เรียกว่าไงดีอย่างคุณป้าที่พะเยาอ่ะมันจะ มีอีกกลุ่มนึงที่ >> ที่ที่เราเดินไปถามว่าเอ้ยคุณน้ารู้มั้ย ว่าวันนี้มาทำอะไรแล้วเาบอกไม่รู้อ่านไม่ ออกอะไรอย่างเงี้ยแต่บางคนก็บอกว่ารู้ก็ เธออ่ะมาช่วยหาเสียงให้เบอร์ 2 ไม่ชอบเธอ แค่เธอมาช่วยหาเสียงฉันก็ไม่ชอบแต่พอไอซ์ ขายเรื่องนโยบายเอ่อปลดหนี้เกษตรเค้าอาจ จะเป็นเกษตรกรก็ได้คือไอซ์ก็ไม่รู้เหมือน กันแล้วก็พูดเรื่องผู้สูงอายุเราไอซ์ก็ พูดว่าไม่ว่าท่านจะเลือกไอซ์หรือไม่ แต่นโยบายเนี้ยถ้ามันเกิดขึ้นน่ะยังไง ท่านก็ได้ยังมีเวลาตัดสินใจอีกขอให้ลองดู นโยบายลองอ่านดูอะไรเงี้ยก็มีคนปรบมือ >> อยู่ในกลุ่มนั้นน่ะคุณแม่คุณน้าที่แบบมา ในกลุ่มนั้นน่ะก็แบบเหมือนปรบมือแบบเออ ชอบนโยบายเราอะไรเงี้ย >> ไอซ์ก็รู้สึกว่า >> คือก็เนี่ยแหละถ้าแบบว่าจะอยากจะเปลี่ยน สังคมเนี้ยก็ ก็อาจจะต้องแบบ กล้ากล้าที่จะคุยกับคนกลุ่มที่เหมือนกับ ว่าเขาจะแบบต่อต้านเราหรือว่าไม่สนับสนุน เราเนาะ >> เออ >> อือ >> เพราะๆคือไอซ์ไอซไอซ์มีแนวคิดนะว่า >> การที่จะเอาชนะ แบบเอาชนะได้อย่างถล่มทลายในประเทศเนี้ย คือวิธีการคือคุณก็ต้องสร้างแนวร่วมเพิ่ม ใช่มั้ยมันก็คือรอบเนี้ยหลายๆคนก็จะแซ แจ๋วโอ๊ยส.ส.เอาพรรคส้มมาจากทุกพรรคเลย ไหนบอกไม่เอาบ้านใหญ่ไหนบอกไม่เอาพรรค นั้นพรรคนี้เอามาหมดเลยเดี๋ยวไปรวมกับ นั่นนี่เคยสนับสนุนรัฐประหารมาก่อนคือ สำหรับไอซ์นะ ถ้าคุณยินดีเข้าสู่กระบวนการที่มันโหที่ มันแบบลำบากมากของพรรคอ่ะคือบ้านใหญ่ที่ ไม่ได้สนับสนุนแนวทางเราจริงๆอ่ะไม่มีทาง ที่จะยอมลดตัวเข้ามาทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด เพราะเขาไม่คุ้นเคยแต่ถ้าคุณยอมเข้าขบวน การแบบคนสามัญธรรมดาทั่วไปที่เขาเข้ากัน น่ะเป็นมีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ต้อนรับ เค้ามันก็เหมือนกับกลุ่มคนที่เคยสนับสนุน สีแดงสีน้ำเงินสีฟ้าสีเหลืองอะไรอย่าง เงี้ยคือเราก็ต้องแบบเชื้อเชิญใช่มั้ยให้ เค้าเข้ามาร่วมกันเป็นสีส้มไม่งั้นเราจะ มีพลังในการที่จะไปชนะเลือกตั้งหรือว่าไป เอาชนะทางความคิดแล้วจะกลายเป็นเสียงส่วน ใหญ่ได้ยังไงมันก็จะไม่ได้ >> อื >> อมันมีคำวิเคราะห์ขนาดที่ว่ากระแสไอซ์ เนี่ยอาจจะช่วยพักได้มาก คนเทียบไปตอนเป็นคุณพิธาใช่มั้ยแต่ว่าคุณ พิธาตอนนี้คือเป็นทั้งแคนดิเดตด้วยแล้วก็ หัวหน้าพรรคอ่าใช่เข้าใจแต่ทีนี้มีก่อน หน้านี้ด้วยนะก่อนหน้ากระแสพะเยาด้วยนะ ที่เขาจะเอามาพูดเรื่องนี้กันน่ะเค้าพูด บอกว่าหูไอซ์เนี่ยแบกพักหูกระแสไอซ์กบ หัวหน้าเทงหมดแล้วเค้าหูเรามั้ย คือ ไอซบอกว่าใช่คือพี่เทงอ่ะเป็นหนุ่มจืด เป็นหนุ่มเสมอ แต่ทุกวันเนี่ยดีขึ้นเยอะแล้วนะดีขึ้น เยอะมากแล้วแต่ >> ไอเทนมากับมือค่ะไอเทนมากับมือ ไม่ใช่ คือแต่คือไอซบอกว่าพี่เทงอ่ะเป็นเหมือน เป็นเหมือนเป็นเหมือนสิ่งที่เขา้าถนัด จริงๆนะคือเวลาที่เวลาที่ป้อนข้อมูลอะไร เข้าไปอ่ะเค้าก็จะเอาไปปรับปรุงเว้ยแล้ว มันก็จะดีขึ้นเหมือนแบบโปรแกรมที่มัน พัฒนาขึ้นน่ะเหมือนเวลาบอกพี่ไปออกรายการ พูดคำนี้ออกมาทำไมอย่าให้ได้ยินอีกนะเค้า ก็จะไม่พูดอีก >> เออหรือพี่พูดให้มันเข้าใจง่ายๆสิแบบคำ เนี้ยแบบเรียงอย่างี้สิอะไรอย่าเงี้ยเออ เค้าก็จะเอาไปทำ >> แล้วก็ อ้าจะบอกว่าโอเคพี่เทงอาจจะไม่ใช่คนที่ แบบว่าแพรวพราวหรือว่าแบบดูแบบเรียกร้อง การ take แอtionัอะไรอย่างเงี้ยไม่ได้แบบ เป็นหนุ่มพราวเสน่ห์โปรยเสน่ห์อย่างพี่ พี่ทิมหรือว่าไม่ได้เป็นแบบคนที่แบบมุ่ง มั่นเอาเป็นเอาตายแบบพี่แบบพี่เอกอะไร อย่างเงี้ยแต่พี่เทงเป็นคนที่ไอคิดว่าใน บรรดาผู้นำอ่ะพี่เทงคือกลมกล่อมที่สุด >> คือ >> อย่างพี่เอกอย่างเงี้ย >> มันจะมีกลุ่มคนที่รู้สึกว่าไม่กล้าเข้า ร่วมเพราะว่ามันดูแบบกูโลกจะแตกอยู่กับ มึงโลกจะแตกแน่ๆอะไรอย่างเงี้ยจะพากูไปรบ หรือเปล่าส่วนพี่ทิมก็จะดูแบบเฮ้ยเป็น ดาราหรือเป็นนักการเมืองวะเนี่ยอะไรอย่าง เงี้ย >> แต่พี่เทที่ >> กลมกล่อมอ่ะคือแบบมันคือตรงกลางของทุกๆคน แล้วก็จะบอกว่าพี่เทงเป็นคนที่ทำงานหนัก มากแบบทั้งหลังบ้านแล้วก็หน้าบ้านงานเชิง นโยบายคือนโยบายเนี่ยทุกนโยบายเลยนะแกทำ แกหมายถึงว่าแกลงรายละเอียดด้วยตัวเองคือ แกเข้าใจว่าเรียกว่าอะไรอ่ะเวลาจะเอาไป implement น่ะทำยังไงคือแกจะไม่ใช่คนที่ แบบว่าโอเคพี่เดี๋ท่อง 3 บรรทัดนี้แล้ว เดี๋พี่ออกสื่อได้เลยไม่ใช่แกจะแบบไม่ได้ คือต้องเข้าใจแล้วก็ต้องเชื่อด้วยเพราะ ว่าถ้าไม่เชื่อก็จะไม่พูดในสิ่งนี้ออกไป นึกออกมั้ยคือแบบเป็นคนที่แบบ >> ไม่โกหกตัวเองแล้วก็จะไม่มีทางโกหกคนอื่น อะไรแบบเนี้ยแบบน่าเบื่อเหมือนกันก็คือ แบบมี integrity ส่วนตัวอะไรแบบเนี้ยเออ แต่ก็เป็นคนที่ >> เดี๋ยวนะคะโทษคือที่ดิฉันนั่งฟังคุณ ทั้งหมดสุดท้ายคือน่าเบื่อ >> คุณยังไงวะเนี่ย >> คือเบื่อเค้าไงคือเบื่อแบบเมื่อไหร่วะ เมื่อไหร่วะเมื่อไหร่วะ นึกออกมั้ยอ่ะแต่ว่าคือทุกวันเนี้ย >> อยู่เฉยๆเดี๋ยวกูแบกเองเดี๋ยวกูแบกไปแล้ว ก็เนี่ยเดี๋ยวทีมทุกคนเนี่ยช่วยกันแบกพี่ เทงไปอยู่เฉยๆเอออยู่หล่อๆยืนหล่อๆไป ดีเบตอะไรไปนั่นน่ะจืดๆไปโอเค >> เนี่ยเดี๋ยวใครไอติมเดี๋ไอติมเดี๋ยวป๊อก เดี๋ยวไอซ์เดี๋ยวแบงค์เดี๋ยวลิซ่าเดี๋ยว แบกเข้าสภาให้ยืนไปยืน >> เป็นการเปรียบเทียบที่แย่มากเมื่อกี้ที่ ชมมาทั้งหมดกูฟังอะไรไปกูต้องเข้าใจว่า อะไรวะ เออ >> ต้องบอกว่าพี่เท้งคือคนที่ >> ไอซ์ยินดีที่จะถวายหัวในการที่จะทำงาน หนักให้เพื่อที่จะทำให้เขาเป็นนายก รัฐมนตรีเพราะเค้าคือคนที่ไอซ์เชื่อว่า เค้า เรียกว่ามีความหนักแน่นมี 7 จำนงมากพอที่ จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงจริงๆถึงแม้ ว่าน่าจะจืดแล้วก็น่าเบื่อ >> รู้ตั้งแต่รอบแรกแล้วพอแล้วได้ยินแล้วรับ ทราบ >> มาดูนี่โอ กูว่าหยุดเถอะค่ะ เออ ซึ่งจนถึงตอนนี้นะคะไม่ว่ามันจะมีผลอะไร ยังไงก็แล้วแต่เนี่ยแต่ว่าคือกระแส ไอซ์มันก็จะถูกพูดถึงนะอ่าถูกเทียบกับคุณ ทิมบ้างคุณธนาธรบ้างถูกเปรียบเทียบกับคุณ เทงบ้างแต่ว่าจนถึงตอนเนี้ยถ้าให้เรา ประเมิน โอ๊ยไม่มีใครสอนมันถ่อมตัวเลยว่ะ พักไม่มีแผนกไม่มีแผนกถ่อมตัวโทรหาใหม่ มหาิกันยา >> พูดจริงๆป่ะเวลามีคนมาชมเยอะๆอ่ะเลื่อน เฟซไปแบบว่ามีแต่คนชมตักตัวไม่ >> กู >> ก็ถูกนิก็ดูทำตัวถูกนิ >> คือ >> ก็ดูแบบเฉิดฉาย >> มันแบบผ้า คือจริงๆอ่ะยึดหลักคตินะว่าแบบเออยามขึ้น ไม่หลงยามลงไม่ท้อแต่พอมันแบบว่า ไปไหนก็มีแต่คนชมกูต้องทำตัวยังไงวะคือ แบบปกติมันมีแต่คนด่านึกออกป่ะคือแบบเวลา มันมีแต่คนด่าแล้วก็จะแบบแล้วไงคะ >> อ๋อรู้ตั้งนานแล้วโอเคอะไร >> พอชมทั้งนั้นแหละพอชมทั้งนั้นแหละ ไม่ได้เตรียมไม่ได้ซ้อม >> ไม่ถูก >> ไม่ไม่ได้ซ้อมไว้ออเลิกลักนิดนึง >> เออที่เพื่อนแบบเฮ้ยไม่อยากเห็นแล้วอัน นี้แบบเขินไม่กล้าเหมือนแบบเคยมั้ยแบบไม่ กล้าอ่านคอนเทนที่คนเขียนถึงตัวเองไปป่ะ เลื่อน >> ออ >> ไม่กล้าเดี๋ยวสักพักเดี๋สักพักักพัก 2-3 วันเดี๋จะกลับไปนั่งแคปแล้วนะโอเค เดี๋ยวหาไม่เจอรีบแคปรีบแคป แต่ใดๆก็แล้วแต่ใดๆก็แล้วแต่ต้องถามในทาง กลับกันด้วยจริงๆแล้วคือพอแสงสว่างมันมา ที่ไอซ์เยอะใช่มั้ยคะเอ่อเมื่อสักครู่นี้ ถามไปหมดแล้วะทั้งเรื่องคุณธนาธรคุณ ทิมพิธาคุณเทงณัฐพงษ์ทีเนี้ยในมุมกลับกัน น่ะกลัวมั้ยว่ามันจะดึงดูดมันจะดูดดึงดูด แรงต้านเข้ามาด้วยมันจะดึงดูดแบบคนที่ พร้อมรบพร้อมปะทะแล้วมาอยู่ที่ไอคนเดียว คือคุณคิดว่าคุณรับไหวมั้ยหลังจากนี้มัน อาจจะเป็นแบบนั้นนะ >> พร้อม >> เฝ้า >> คือกูถามอะไรไปเนี่ยกูถามอะไรไป >> ไอ้เรื่องคำชมอ่ะไม่ค่อยคือไม่รับมือไม่ ค่อยเก่งเท่าไหร่เวลามันมาแบบถล่มทลายอ่ะ แต่ไอ้เรื่องด่าเนี่ยแรงต้านเนี่ยอื้อหือ >> นึกออกมั้ย >> โมือรอเลยรอมัน >> เป็นแบบนี้ไง >> เออพี่พี่จะด่าอะไรพี่จะมามุกไหน เออ >> เออ >> นึกออกมั้ยอย่าง >> เนี่ยเราอ่ะเรา >> คือไอซ์จะบอกว่าเป็นคนที่ปัญหามีไว้แก้ เหมือนเรื่องทหารมีไว้ทำไมอ่ะ >> คือคนอื่นจะบอกว่าอย่าแบบว่าไม่ตอบไม่ตอบ ไม่อยากตอบแบบว่าเดินหนีไม่อยากแบบไม่ อยากแบบไปพูดถึงมันอะไรเงี้ยไอซ์บอก เปลี่ยนมุมกลับปรับมุมมองค่ะ >> คือใช้สิ่งที่เขาทิ่มแทงเรานั่นแหละแต่ เปลี่ยน narrative ยังไงให้มันให้มันกลับ มาเป็นบวกกับเราอ่ะคือวิธีของวิธีการของ ไอซ์นะ generate ข้อมูลที่เป็นความจริง เข้าไปในระบบแล้วให้คนที่เป็นเตอรเราคน ที่สนับสนุนเราอ่ะช่วยเอาสิ่งที่เราขยาย อ่ะยกตัวอย่างเช่นอ่ะวิโรธเคยอภิปรายอะไร ไว้บ้างเราเคยไปช่วยทหารชั้นผู้น้อยที่ ไหนเราเคยทำโครงการปลดหนี้ทหารเราเคยยื่น เสนอกฎหมายอะไรในสภาก็แค่คุณต้อง generate สิ่งเหล่านี้เข้าไปในระบบแล้วให้แล้วให้ คนที่เป็นหัวคะแนนธรรมชาติอ่ะเขาค้าเอาไป กระจายต่อแต่จะกระจายได้ไงมันต้องมีข้อ มูลก่อนไงมันก็เลยมันก็เลยมาเป็นกระแสที่ ว่าทหารชั้นผู้น้อยอ่ะที่ออกมาว่าเออแบบ เกณฑ์ทหารนะรู้ว่าเรื่องอะไรค่ายเป็นยัง ไงกา 46 แล้วเค้าก็จะออกมาแชร์กันอะไร เงี้ยก็คือไอซ์ก็บอกว่าเอ่ออยากให้ทุกคน น่ะออกมาพูดว่าใครกันแน่ที่ด้อยฆ่าทหาร แล้วใครกันแน่ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าเฮ้ย จริงๆแล้วทหารมีไว้ทำไมพวกเราพรรคประชาชน หรือเปล่าหรือคนที่ให้คุณไปขับแกปให้คุณ ไปให้คุณไปแบบว่าซักกางเกงในให้คุณไปตัด หญ้าหรือคนที่แบบหักหัวคิวคุณในค่ายที่ทำ ให้คุณรู้สึกว่าถูกด้อยฆ่าแล้วทำให้คุณ รู้สึกว่าเฮ้ยกูมาเกณฑ์ทหารทำไม เนี่ยวิธีการก็คือไม่หนีสู้กับมันด้วย ความจริงสู้กับข่าวปลอมต้องสู้ด้วยความ จริงที่เป็นจำนวนที่มากกว่า >> อืมจริงๆก่อนหน้านี้ไอซ์โดนโดนทุกโดนทุก มิติเหมือนกันนะแล้วก็รอบล่าสุดก็แล้วกัน มันที่มันเป็นประเด็นเรื่องของกลับไปขุด เรื่องครอบครัวสภาพแวดล้อมตอนเด็กใช่มั้ย เส้นทางชีวิตเอาจริงๆตอนนั้นเราก็เห็นที่ ไอเขียนนะคะที่มันก็เป็นข่าวอยู่แล้วด้วย เนี่ยคือจริงๆตอนนั้นรู้สึกยังไง >> คือจริงๆอ่ะไม่อยากจะแบบว่า ไม่ได้อยากจะแบบไปชั่นอะไรถึงเค้านะเพราะ ว่าคือบางทีอ่ะที่ไม่พูดถึงหรือว่าไม่ตอบ โต้อะไรอย่างเงี้ยคือไม่ได้จะแบบแพ้หรือ ว่าอะไรแต่เรารู้สึกว่าถ้าเราไปพูดบางที อ่ะเราไปพูดถึงเค้าอ่ะจากที่เขาไม่ได้ เป็นที่สนใจอ่ะมันจะทำให้เค้าเป็นที่สนใจ ขึ้นมา >> แต่รอบเนี้ยคือไอซ์อยากชี้ให้เห็นว่ามัน แปลกมากเว้ยพี่คนที่คนที่เป็น แล้วแบบว่าไม่คือไอไม่ได้เหมารวมนะคนที่ เป็น list แล้วแบบว่าพยายามจะแสดงออกว่า ฉันเนี่ยรักกว่าใครอ่ะเค้าจะมีพฤติกรรม คล้ายๆกันไม่ไม่เหมารวมนะแต่บอกว่าคือ กลุ่มเนี้ยไอซ์ว่าทุกคนสังเกตก็คือว่า ฉากหน้าก็คือจะบอกว่าแชร์รูปธรรมะธัมโม แบบว่าแล้วก็เรียกว่าอะไรรักสถาบันอะไร อย่าเงี้ยแต่จะคือเป็นอะไรไม่รู้คือเขาจะ ชอบแบบลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคน น่ะโดยลืมไปว่า เวลาคุณด่าคนนึงอ่ะมันไม่ได้คือมันไม่ได้ เจ็บแค่เวลาด่ารัชนกว่าแบบลูกกะหรี่ลูก ไม่มีแม่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าเป็นคน ไร้่ามันไม่ได้เจ็บแค่รักชนกนะเว้ยคือคุณ คิดดูดิว่าคนที่เขา้าอาจจะมีแนวคิด อนุรักษ์นิยมเหมือนคุณหรือเป็นเหมือนคุณ น่ะแต่พอเวลาคุณไปด้อยฆ่าแบบว่าอีเด็กเกิดในสลัอีลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่อี เด็กไม่มีหัวนอนไปเท้าเค้าแบบอ้าว ฉันก็แนวความคิดเดียวกับเธอด่าฉันทำไมอ่ะ นึกออกมั้ยคือบางทีไอ้ว่าเค้าอ่ะลืมแบบ บางทีเกลียดคนนึงจนลืมจนลืมความเป็น มนุษย์ในแบบที่มันแบบ General อ่ะในแบบ ปกติทั่วไปหรือลืมด้วยซ้ำว่ามันก็มีคนแบบ ไอซ์ที่มีแนวคิดเดียวกับคุณเหมือนกันเวลา คุณด่าใครที่เอางี้เวลาที่คุณด่าใครแบบ โจมตีที่ตัวบุคคลน่ะโจมตีที่ไวยวุฒิโจมตี ที่ชาติกำเนิดโจมตีอะไรที่มันไม่ใช่มัน ไม่ใช่ในสิ่งที่เป็นคทentที่เขาพูดหรือ เป็นคทentที่เขาทำอ่ะมันไม่ใช่การโจมตี แค่คนคนนั้นคนเดียวแต่มันเป็นการแบบเหมา อ่ะ นึกออกมั้ยด่าว่าแบบอีเด็กไม่มีพ่อไม่มี แม่สั่งสอนสอนมารยาทต่ำทรามอ้าวคนไม่มี พ่อไม่มีแม่แล้วแบบอ้ามันผิดตรงไหนวะก็ ไม่ใช่ว่าทุกคนเกิดมาแล้วจะแบบว่าอยู่ใน ครอบครัวที่อบอุ่นป่ะเนี่ยคือเราต้องชวน สังคมตั้งคำถามแล้ว >> คือไอซ์ยืนยันนะว่า ไม่ได้ไม่ได้แอนตี้เรื่องเรื่องเซ็ก์เวร แล้วก็ไม่ได้คือสมมุติว่าถ้าคนในครอบครัว ไอซ์เป็นน่ะไอซ์ก็ไม่ได้จะแบบว่าโอ้ย รังเกียจแต่ประเด็นก็คือคุณบิดเบือนข้อ คุณคุณทำเฟกอ่ะแล้วมัน คืออายไม่เจ็บแต่ว่าคนอื่นน่ะนึกออกมั้ย เออเค้าไม่เกี่ยวมั้ยด่ากูคนเดียวสิ >> เออ อือืตอนนั้นจังหวะนั้นไม่ >> ถูกต้องคนอื่นอื >> อืจังหวะนั้นไม่ได้รู้สึกไม่ได้รู้สึกแบบ สะเทือนข้างในเลยหรอ โหพี่จริงๆนะไอ้คำพูดแบบเนี้ยโดนโดนมา ตั้งแต่เด็กๆ >> ลูกกะหรี่ >> ลูกนักร้องอะไรอย่างเงี้ยหรือว่าแบบเด็ก ไม่มีพ่อไม่มีแม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคือ โดนมาตั้งแต่เด็กๆเราก็เลยไม่ได้รู้สึก ว่ามัน จะแบบว่าทำอะไรกับจิตวิญญาณเราได้อะไร เงี้ยคือ >> อื >> เออมันมันเสียใจไปตั้งแต่ตอนแบบ 5 ขวบและ อะไรแบบเนี้ย >> ดังนั้นตอนเนี้ยไม่ไม่ไม่ได้อะไรกับมัน และแต่ไอคิดว่า ต้องทำความเข้าใจกับเด็กที่มีสเตตัสคล้าย ๆกันกับเราเนาะว่าบางทีอ่ะตอนเด็กๆอ่ะเรา จะรู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ทำให้เรารู้สึก ว่าเราไม่มีค่าเราแบบตัวเล็กมากเลยเรา มีทอม่าเราเสียใจเราถูกทอดทิ้งอะไรอย่าง เงี้ยแล้วเราเราจะรู้สึกว่าไม่มีค่าไอ้ อยากจะบอกกับทุกๆคนว่าคุณค่าของเราไม่ได้ เกี่ยวกับว่าชาติกำเนิดเป็นยังไงสถานะทาง สังคมเป็นยังไงคุณจะมีพ่อมีแม่เป็นใครก็ แล้วแต่มียุทธาบรรดาศักดิ์อะไรยังไงมัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณน่ะทำอะไรแล้วคุณภูมิใจ กับสิ่งที่คุณทำหรือเปล่า ไอซ์อยากสื่อสารกับคนที่มีแบบสถานะทาง สังคมหรือว่าสถานะชาติกำเนิดคล้ายๆกัน เนาะว่า >> อื >> ไม่ได้ยกย่องตัวเองนะแต่อยากทำให้เค้า เห็นว่าถ้าอย่างไอซ์อย่างเงี้ยยังโอ๊ยยัง อดทนมาได้จนแบบมาอยู่ตรงนี้ได้เลยคือ คุณก็ทำได้เออแล้วที่สำคัญคือไม่ใช่ว่า โอ้โหทุกคนจะต้องแบบเจอกับเรื่องแบบนี้ แล้วก็โออดทนฝ่าฟันมาประเด็นก็คือเราจะ ร่วมกันทำยังไงก็ได้เปลี่ยนแปลงสังคมนี้ เพื่อไม่ส่งต่อสังคมแบบเนี้ยให้คนรุ่นถัด ไปไม่ส่งต่อสังคมที่ไม่มีแต่ยาบ้ายาเสพ ติดปัญหาในชุมชนหรือไม่ส่งต่อสังคมที่ บู้ลี่ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคน ด้วยวิธีอะไรแบบเนี้ยเออให้คนรุ่นถัดไป >> อือืทีนี้เดี๋ยวก่อนจะไปเรื่องใหญ่ช่วง ช่วงที่ 2 เรื่องประกันสังคมขอเรื่องนึง คือประเด็นเรื่องมีส้มไม่มีเทาจนกระทั่ง ถึงตอนนี้มันเปิดมาแล้วมันก็เป็นหอกทิ่ม แทนกลับไปนะไอซ์เป็นคนนึง >> มี >> พี่ขอโทษค่ะอยากพูดอะไรพูดเลยค่ะ รู้สึกว่ามันทิ่มแทงพักกลับไปมยรู้สึกว่า มันแบบหูแบบหมูต้องเขินและไม่ต้องอย่าพูด หนักแน่นมากเลยว่ะพรรคเราก็หลายคนซะ ด้วยอ่ะ >> อือ >> คือ ไอซ์จะบอกว่ามันคือบางทีอ่ะไอซ์คิดว่ามัน ก็ยิ่งมองว่าเป็นจุดแข่งนะเพราะว่าคือเรา ทำให้เห็นเลยไงว่าเราไม่เอาจริงๆคือเรา ไม่ปกป้อง ไม่ปกป้องแม้ว่าแม้ว่าแบบมันจะทำให้เรา เสียคะแนนนิยมอ่ะแต่เราก็จะยอมแบบว่าตัด เนื้อร้ายชิ้นนั้นทิ้งไปเพื่อรักษาความ ไว้วางใจของประชาชนอยู่ >> ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าเฮ้ยตัดทิ้งไป แล้วจบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคือพวกเรา อ่ะจริงๆก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่เรา พยายามที่จะทำให้กระบวนการคัดเลือกอ่ะมัน เข้มข้นนะรอบนี้ต้องบอกว่าเข้มข้นกว่ารอบ ที่ผ่านมามากใครที่เป็นผู้สมัครรอบเนี้ย โอ้โหคืออ่ะผ่านอบรมอย่างน้อย 3 รอบต้อง ตรวจเครดิตบูโรโตรวจเอ่อประวัติอาชญากรรม ให้ไปขอมาตรวจอะไรอีกวะคือตรวจตรวจอะไร หลายอย่างมากซึ่งเราก็คิดว่าเราอ่ะแบบทำ ดีที่สุดเท่าที่ตอนนี้เรายังไม่ได้ถือ อำนาจรัฐเนาะเราทำดีที่สุดเท่าที่เท่า ตรวจดีที่สุดแบบใช้ทุกอย่างเท่าที่จะทำ ได้แล้วอะไรอย่างเงี้ยแต่ว่าในเมื่อมันมี อ่ะก็ต้องขอโทษพ่อแม่พี่น้องประชาชนจริงๆ ที่มันเกิดสิ่งผิดพลาดนี้ขึ้นมาเนาะแต่ไอ คิดว่าถ้าสมมุติว่าได้เข้าไปมีอำนาจรัฐ อ่ะก็ทีนี้ได้กวาดล้างจริงๆจังๆไม่ว่าจะ แบบเล็กน้อยแค่ไหนเพราะว่าเราจะได้เข้าไป ถึงอำนาจรัฐแล้วเราจะได้เห็นข้อมูลใน แบบ ที่ที่เราไม่ได้เห็นตอนนี้แล้วไงอื >> อืเอ่อถ้าเอาตามนาฬิกาพี่นะคะมัน 214 ตามเวลาที่พี่เบลขอไอซ์ไว้มันจะเหลือแค่ ประมาณ 6 นาทีแต่ว่าไม่เป็นไรถามคำถาม ใหญ่แล้วแต่ไอซ์จะยาวแค่ไหนคือเรื่อง ประกันประกันสังคม เรื่องประกันสังคมเรื่องประกันสังคมเอ่อ ที่อัปเดตที่สุดก็คือการสัมภาษณ์ของพี่ สรยุทธเนาะ >> เอ่อแล้วไอก็ได้เขียนตอบต่อไปแล้วแต่ที นี้มันมีมันมีหลายเวทีมันมีหลายจังหวะมาก มันมีทั้งเรื่องไอทีมีทั้งเรื่องแอปร่ม อันนี้อยู่ในหมวดเดียวกันมันมีทั้งเรื่อง แต่ละโครงการยิบย่อยต่างๆใครได้ใครได้งาน ไปบ้างอ่ะแล้วก็ยังไม่ได้แจกแจงอีกหลาย อันแล้วก็รวมถึงเรื่องของเอ่อ >> การลงทุนอันนี้เป็นอีกก้อนใหญ่ๆที่น่าจะ ต้องเปิดเลยอ่ะอ่า >> อ่ะอยากอยากพูดอะไรณตอนนี้บ้างคะ >> คือสิ่งที่พวกเราทำทั้งหมดนะไอซ์ต้องบอก ว่าสิ่งที่เอ่อพรรคประชาชนไอซ์เนมแล้วก็ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทำอ่ะเพราะว่าพวก เรารู้รู้แน่แก่ใจว่าอีก 25 ปีข้างหน้า เงินมันจะหมดจากกองทุนมันจะมีวันที่เงิน เข้ากับเงินออกอ่ะมันไม่บาanceซแล้วสุด ท้ายคือมันจะค่อยๆหมดแล้วการที่เราจะแก้ ไขเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีก 25 ปีในอนาคต ข้างหน้าได้เราต้องแก้ตั้งแต่วันนี้ >> อื >> ที่เรามาเปิดเรื่องทุจริตคอร์รัปชัเรื่อง การใช้งบประมาณที่มันไม่โปร่งใสมันน่าจะ มีปัญหาเนี่ยมันไม่ใช่เพราะว่ามาเปิดเอา มันนะ >> แต่เราอยากจะบอกว่าทุกๆ 1 ล้านบาทที่ ประหยัดได้อ่ะถ้าลงทุนอีก 30 ปีข้างหน้า ให้ได้ 5% ทุกปีอ่ะมันจะกลายเป็น 4.32 32 ล้านคือคูณ 4 เท่าดังนั้นถ้าคุณอยากจะ หยุดการร่มของกองทุนน่ะคุณต้องประหยัดเซฟ เงินให้ได้มากที่สุดและเอาไปลงทุนที่มัน ได้ผลตอบแทนที่มันมากที่สุดเพราะว่านี่ คือตัวคูณตัวแปรที่จะทำให้กองทุนไม่ล่ม คือเอาเงินไปลงทุนอ่ะอันนี้ประเด็นที่ 1 2 ก็คือ ประกันสังคมเนี่ยมันเป็นแค่ ฉบับย่อของรัฐ ถามว่าเฮ้ยทำไมคุณถึงแบบทำเรื่องประกัน สังคมได้ทะลุทะล้วงใช่มั้ยมีข้อมูลนู่น นี่นั่นเอามาเปิดได้หมดอะไรเงี้ยรวมถึง ว่าเฮ้ยทำไมพูดถึงแต่ประกันสังคมไม่พูด ถึงสปสช. คำตอบก็คือเพราะว่า เพื่อนของเราทีมประกันสังคมก้าวหน้าถือ อำนาจฝ่ายบริหารเหมือนรัฐบาลน่ะถืออำนาจ งบประมาณถืออำนาจบริหารคนแล้วก็ออกกฎ ระเบียบที่ใช้ในสำนักงานประกันสังคมเพราะ เขาถืออำนาจแบบเดียวกับที่รัฐบาลถือมัน ถึงสามารถที่จะทะลุทะลวงได้ดังนั้นถามว่า ทำไมคุณยังไม่เจาะสพสช.สักทีคือเรา อภิปรายมาตลอดนะแต่ประเด็นคือเราไม่มีคน ที่อยู่ข้างในที่คอยเอาข้อมูลออกมาแล้วก็ ให้พวกเราถ้ามีบอสักคนนึง 3 คน 5 คนที่ เป็นพวกเราแล้วก็ยินดีจะให้ข้อมูลก็เอามา สิพร้อมมากในการที่จะแบบมีข้อมูลแล้วก็ทำ ให้ทุกคนสนใจแล้วก็แบบทำให้มันเป็นกระแส สังคมจะได้เกิดการปฏิรูปแต่ประเด็นก็คือ ว่าเรายังไม่ได้ถืออำนาจบริหารดังนั้นถ้า อยากนะคะให้พรรคประชาชนไปแหกอะไรที่มัน ใช้อำนาจบริหารน่ะกาค่ะ 2 ใบ กาให้ไปทำ อื้อ >> เอ้ยก็หาเสียงอะไรวะ >> จริงเอ้าอันนี้คืออ่าประชดประชันด้วยรู้ ว่าเ้าไม่เลือกหรอกคนที่ตั้งคำถามแบบ เนี้ยแล้วอีกอย่างนึงก็คือว่าหลายๆคนจะ บอกว่ารักชนกเธอเนี่ยมันแบบตัวร้ายจะมา พูดอะไรเรื่องนี้ตอนใกล้ๆเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์รายการจองขวัญไป 3 รอบแล้ว มั้งปีนี้ 4 รอบแล้วมั้งจะมาบอกว่าทำตอน เลือกตั้ง ข่าวเนี่ยออกแทบจะทุกอาทิตย์มีเรื่อง ประกันสังคมทุกอาทิตย์ พี่ดูข่าวช่องไหนบอกทีจะได้ ช่วยบอกทีคือทำมาปีนึงไม่ได้มาทำตอนนี้ แล้วไอซ์อยากจะบอกว่าเรื่องที่เรื่องที่ มันทำให้ผู้ประกันตนโกรธจนมันจุดติดกระแส ประกันสังคมแล้วทำให้คุณสรยุทธตอนนี้แบบ เกินการควบคุมไปแล้วอ่ะสื่ออื่นๆด้วยนะ พี่ป่าต๋อยอะไรเงี้ย >> พี่ติ่งอะไรเงี้ยมันทุกอย่างมันเกินค้อ เลยป่ะ >> เอ >> เพราะคุณน่ะพยายามที่จะรัฐประหารบอร์ด ประกันสังคมเว้ย >> อื >> คือเรื่องเนี้ยไอซ์จะบอกนะตอนแรกอ่ะคือ แบบอธิบายกันยังไงดีวะมันเข้าใจยาก มาก >> เพราะว่ามันเป็นเรื่องแบบคือเค้าอ้างไง ว่า 1 สิทธิ์ 1 เสียงออฟังดูแบบเออว่ะใช่ ตามรัฐธรรมนูญเออใช่ก็น่าจะต้องเปลี่ยน ระเบียบเลือกตั้งนะเออ 1 สิท 1 เสียงโอเค แต่ใจความสำคัญของมันก็คือว่าคนที่เคย เป็นบอร์ดจากการแต่งตั้งอ่ะแล้วมึงก็อยู่ ในบอร์ดนี้มาทำมาหากินเวียนว่ายตายเกิดใน บอร์ดนี้มาพอถึงวันที่มึงต้องลงเลือกตั้ง ปุ๊บแพ้ พอแพ้ปุ๊บโอ้โหeซystemเปลี่ยนหมดเลย เดี๋ยวก็มาตัดงบไอทีเดี๋ยวจะมามีปัญหา เรื่องปฏิทินเสื้อกับหมวกที่เค้าทำแจกของ คนที่มันแบบเป็นฐานเสียงของเค้าอ่ะทำแจก มาตั้งนานมึงมาตัดมันรวนไปหมดเอาไว้ ไม่ได้ เอาไว้ไม่ได้ทำไงก็เป็นปกติของเรียก ว่าอะไรนะเสียงข้างน้อยที่แพ้เลือกตั้ง อ่ะในสังคมเราเลยพอแพ้เลือกตั้งกลับมา ผ่านการเลือกตั้งไม่ได้รัฐประหารแก้กติกา หรือฉี่กติกามาซึ่งในบอร์ดประกันสังคม เนี่ยคือเค้าทำกันมาเป็นกระบวนการไงอ่ะ ไอ้คนที่เป็นสว.ใช่มั้ยอ่ะชงมาแล้วบอก เอ้ยไม่ได้เกี่ยวกันนะไม่รู้จักกันชงมา เพราะว่าเป็นสว.ที่สนใจเรื่องประกันสังคม มึงนั่นแหละเลือกตั้งแล้วแพ้อีกอนุนึง โอ้ยไม่เกี่ยวเลยไม่ได้อะไรกันเลยสื่อมา เฉยๆมึงก็เลือกตั้งแล้วแพ้เหมือนกันแล้ว ก็บอกว่าออมา 2 สายนะมาบรรจบกันอุ๊ยพอดี เลยเห็นตรงกับประกันสังคมแก้ระเบียบเลือก ตั้งกันดีกว่าเพราะมีคนเห็นตรงกันเยอะก็ พวกมึงทั้งนั้นน่ะค่ะพวกคุณทั้งนั้นน่ะ ค่ะที่แพ้เลือกตั้งกันมาแล้วก็มารวมหัว กันเป็นอำนาจเก่าที่เคยไปหาส่วนต่างจาก โครงการต่างๆนู่นนี่นั่นแล้วก็มารวมหัว กันรัฐประหารบอร์ดดังนั้น ง่ายๆที่สุดเลยไอซ์ก็แค่ชี้ให้ผู้ประกัน ตนได้รับรู้รับทราบว่าสิทธิ์ที่ท่านเคยมี ในบอร์ด 1 ใน 3 มันกำลังจะกลายเป็น 1 ใน 21 ท่านเคยเลือกได้ 1 ใน 3 กลายเป็นว่า ท่านเลือกได้ 1 ใน 21 แล้วเนี่ยทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เราทำมาเนี่ย มันคือเหตุผลที่ทำไมเค้าถึงเอาเราไว้ไม่ ได้แค่เนี้ยแค่นี้เองก็คือทำให้ผู้ประกัน ตนเค้ารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเงินของ เค้าแล้วเชื่อว่าเชื่อว่าเค้าจะ take action ซึ่งประเด็นก็คือว่าผู้ประกันตน เนี่ยไม่ใช่แค่ผู้ใช้แรงงานในมนุษย์เงิน เดือนนะคะสื่ออย่างคุณสรยุทธก็ส่งประกัน สังคมคนในไทยรัฐก็ส่งประกันสังคม The Standard ก็ส่งประกันสังคมจอมขวัญก็ส่ง ประกันสังคมติงข่าวก็ส่งประกันสังคม โอ้โหพอคุณเปิดศึกกับผู้ประกันตนที่เป็น สื่อด้วยอื้อหือ ไม่ต้องทำอะไรเลยเห็นป่ะ 2 อาทิตย์ที่ ผ่านมาแทบไม่ต้องไม่ต้องเขียนอะไรเลยไปหา เสียงไปพะเยาไปกินข้าวแคบที่อุตรดิตถ์ แล้วก็นั่งอ่านเนี่ยอืแล้วอันไหนชอบก็ แชร์ผู้ประกันตนเค้าจัดการให้ผู้ประกันตน จะสรร >> อืมคุณคิดว่าถ้าถ้าคุยกับคนในคุณคิดว่า เค้าเปลี่ยนมั้ยเค้าจะเปลี่ยนมั้ยไอ้การ เลือกตั้งเนี้ยคุณตรีนุชเซ็นมั้ย >> เซ็น >> หรือเค้าจะดันให้เปลี่ยนหรอ >> เซ็นพี่ เงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้านนะคะ ตึกสกายไนตึกเดียวพี่คิดว่าแบ่งกันเท่า กี่คนน่ะ 4,000 ล้านน่ะ >> เอ้า >> แบ่งๆแบ่ง >> เราจะไปไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนจริงๆ 2 >> มันทำแบบอุ๊ยพูดได้มั้ยเรื่องทอ rec มัน ทำพวกมันทำพวกมันทำแล้วเราจะขวางไม่ให้ มันทำแบบนี้ได้อีกนั่นแหละคือเหตุผลที่จะ ไม่เอาพวกเราไว้ไม่ใช่แค่ในสำนักงาน ประกันสังคมด้วยนั่นคือเหตุผลที่องคาพยพ สีส้มถูกสกัดมาตลอดคุณคิดว่านี่นะแค่ ประกันสังคมนะปีนึงอ่ะเอามาใช้ได้ 20,000 ล้านเงินที่จะเอาไปลงทุนแบบซุรุ่ยสุล่า อีกเอามาใช้สักปีละ 10,000 หมื่นน่ะโอ้โห อยู่กันอย่างราชามากี่ 10 ปีเพราะเงินผู้ ประกันตนแล้วคุณคิดว่าเงินงบประมาณที่ เป็นงบประมาณแผ่นดินน่ะ 4 ล้านล้านต่อปี ในรัฐวิสาหิตอีก 4 ล้านล้าน >> คุณคิดว่าแล้วเาค้าจะเอาเราไว้เหรอคะมัน ถึงสกัดกันทุกทางไง เพราะฉะน ก็เซ็นต่อให้กระแสมันมาถึงตอนนี้ยังไงก็ ก็เซ็นแล้วก็จะเปลี่ยนวิธีการเลือกบอร์ด ประกันสังคมแน่ๆหรอ >> ใช่และ >> แต่ตอนนี้มันอื >> และนะเอาพูดจริงๆอันนี้ไม่ได้หาเสียงถ้า พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งอ่ะยังไงก็ เปลี่ยนเพราะมันเป็นอำนาจของรัฐมนตรี และคืองี้ >> มันจะคือไอ้เรื่องประชาพิจารณ์น่ะมันจะจบ ใกล้ๆช่วงสมัยคุณตีนุชถ้า >> ถ้าคุณตีนุชคิดว่ามันคุ้มกับการที่จะออก ไปแบบที่เซ็นไอ้ระเบียบนี้ทิ้งไว้อ่ะถ้า เค้าคิดกดเครื่องคิดเลขแล้วนะว่ามันคุ้ม นะที่จะโดนผู้ประกันตนก่นด่าไปตลอดชีวิต กับสิ่งที่เค้าได้หรือกับสิ่งที่เค้าทำ อ่ะเค้าก็จะทำแต่ถ้าเค้าคิดว่ามันไม่คุ้ม เค้าก็จะรอรัฐบาลถัดไปให้มาเซ็นแทนซึ่ง ถ้าไอพูดเลยถ้าไม่ใช่รัฐบาลพรรคประชาชน ยังไงก็เซ็นยังไงก็เซ็น >> มันคือเดิมไม่ได้เปิดพี่ >> มันคือเดิมพันของพวกเราเหมือนกัน >> ชนะเลือกตั้งครั้งนี้มันคือมันคือเดิม พันธ์ของผู้ประกันตน 25 ล้านคนด้วยคือ จริงๆมันคือเดิมพันธ์ของคน 70 ล้านเว้ย พี่มันคืออนาคตของคน 70 ล้าน >> แต่มันอาจจะไม่เป็นเท่าเราหรอก >> เราคือคนที่เห็นทุกอย่างเห็นข้อมูลเห็น การกระทำ เราเลยต้องพยายามอธิบายเราเลยต้องพยายาม สื่อสารให้ทุกคนรู้ไงว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับประเทศ ขอขออีกหน่อยนะไอซ์เพราะว่ามันต่อเนื่อง นะคะคือจะบอกว่าจริงๆตอนนี้ประเด็นมัน พูดกันไปถึงว่าจะไม่ให้มันไม่ให้มันมีสภาพ เป็นราชการละเอาออกจากกระทรวงแรงงาน >> คือคือมันมันพูดกันไปจนถึงตอนนั้นแล้ว พรรคการเมืองก็เห็นไปในทางเดียวกันโอเค ช่วงหาเสียกูเข้าใจแต่ว่าก็คือว่า >> อ >> แต่คุณคิดว่าก็เขาก็จะยังเซ็นจะยังยึดเอา ไว้จะเปลี่ยนการเลือกตั้งบอประกันสังคม เป็นฝ่ายลูกจ้างอยู่ดีหรอคือคุณคิดว่าเขา กล้าทำไงแน่ๆถูกมั้ย >> พี่พี่ พี่เกิดและโตในประเทศนี้ คุณเกิดและโตในประเทศเหมือนกูโดนย้อน >> คือเป็นคำถามที่อุ๊ยกล้าหรอกล้าหรอตอบ อยู่ในใจอยู่แล้วรู้อยู่แล้ว >> นี่ยังไม่ต้องเซ็นเรื่องนั้นนะเอาแค่กู โดนเก็บ 8 800 กว่ากูก็แบบ >> ใช่มยเรื่องใหญ่นะเว้ยเพิ่มขึ้นมาเกือบ 100 อ่ะใช่มั้ย เรื่องใหญ่นะเว้ยบิ๊กalนะเว้ยพี่ >> มากสิ >> เออแล้วแบบโอ้โหคืองี้ถ้ามึงเพิ่มถ้าให้ จ่ายเงินเพิ่มแล้วบอกโอเคทำฟันจาก 900 นะ เป็น 1,500 อ่าโอเคเอ้ยน่าสนใจสิทธิ์ รักษาเลือกสิทธิ์โรงพยาบาลได้เพิ่มเติม อ้าน่าสนใจเพิ่มบำนาญเอ้อโอเคนี่หว่าแต่ ก้มหน้ามองดูบินเงินเดือนตัดตัดไป 875 เงยหน้าขึ้นมามึงทำสูตรตัวละ 5,000 แจกคน 7,000 คนปฏิทินประกันสังคมปีละ 70 ล้าน ทำหมวก ทำเสื้อแจกคนในเครือข่ายตึกสกายไนลงทุนใน ที่ยุโรดอื้อหือ นี่ไง แต่ว่าไม่ใช่เงินผู้ประกันตนฝ่ายเดียวนะ คะ ตรรกวิบัติ เงินที่ทุกคนส่งเข้ามาในกองทุนนี้ไม่ว่า จะมาจากรัฐหรือมาจากนายจ้างพอเข้าไปอยู่ ในกองทุนนี้แล้วคือเงินผู้ประกันตนมัน คือเงินที่เป็นหลังพิงสุดท้ายของแค่ผู้ ประกันตนเท่านั้นแนวคิดของมันก็คือว่าที่ ผ่านมาก่อนที่มันจะมีกฎหมายคุ้มครองแรง งานก่อนที่จะมีประกันสังคมเนี่ยคือคนน่ะ มันจะขูดรีดแรงงานเท่าไหร่ก็ได้นึกออกป่ะ เพราะว่ามันมีคนที่ยอมจ่ายแบบต่ำที่สุด ต่ำที่สุดอยู่แล้วดังนั้นคือเราจะคุ้มครองแรง แรงงานไงหรือแรงงานในในบางสาย อาชีพที่เขาไม่ได้แบบมีการศึกษาที่สูงอ่ะ เค้าก็ไม่ได้วางแผนอนาคตเค้าไม่รู้หรอก ว่าโอเค 60 ฉันจะเป็นไงอะไรเงี้ยดังนั้น รัฐอ่ะต้องมาคิดให้รัฐอาจจะต้องแบบว่าโพว บางอย่างที่เป็นหลังพิงสุดท้ายมันก็เลย เกิดขึ้นมาเป็นแนวคิดของกองทุนประกัน สังคมดังนั้นเงินนี้คือเงินที่เขาจะให้ ผู้ประกันตนไอ้คนที่บอกว่าคนที่บอกว่าอ่ะ ใช้ได้เพราะว่ารัฐก็สมทบให้ได้นายจ้างก็ สมทบ คนแบบเนี้ยไม่ควรมีอำนาจ ไม่ควรขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงไม่ควร เป็นรัฐมนตรีไม่ควรเป็นข้าราชการระดับสูง ความคิดอันตรายมาก >> อื >> อีกอย่างนึงกฎหมายให้กรอบไว้ 10% คุณก็ เข้าใจเนี่ยคะคุณรักชนกนี่ใช้ยังไม่เกิน 3% เลยนะคะ >> คือเวลาคุณพูดความจริงอ่ะคุณอย่าพูดอย่า พูดแค่ครึ่งเดียวพูดทั้งหมดให้คนเข้าใจ ทั้งหมด 10% เนี้ยกฎหมายมันเขียนตั้งแต่ เมื่อ 33 ปีที่แล้วป่ะตั้งแต่ก่อตั้ง ประกันสังคมอ่ะตอนนั้นน่ะคนมันส่งแค่หลัก หมื่นหลักแสนดังนั้นน่ะเค้าก็เลยเขียน กรอบไว้กว้างๆเพื่อที่จะได้มีเงินมาก เพียงพอในการบริหารจัดการเค้าก็เลยใส่ไว้ อ่ะ 10% แล้วกันเมื่อก่อนมันก็อาจจะแบบ หลักพันล้านใช่มั้ยหลัก 5,000 อะไรอย่าง เงี้ยแต่พอกองทุนมันใหญ่ขึ้นทุกวันทุกวัน ทุกวันต้องบอกว่ากฎหมายมันล้าหลังมันไม่ ถูกแก้มันไม่ได้ถูกปรับปรุงไอ้ 10% นี้ ทุกวันนี้มัน 20,000 น่ะแล้วคุณจะบอกว่า อุ๊ย ใช้ไม่ถึง 10% เลยค่ะใช้ 3% มันไม่ได้ เกี่ยวกับว่าคุณใช้กี่บาทคุณจะใช้เต็ม แม็กก็ได้แต่คุณใช้ไปกับอะไรคุณใช้แล้ว มันมีประสิทธิภาพมั้ยใช้แล้วผู้ประกันตน ได้ประโยชน์จริงหรือเปล่าถ้าสมมุติว่าคุณ บอกว่าเอาไปอำนวยความสะดวกอ่ะโทรมาปุ๊บ ติดเลยเอาจะเอาไปทำระบบคอซentตอโทรมา เนี่ยรับประกันไม่เกิน 10 วินาีได้รับ บาลิกอะไรอย่างเงี้ยอ่ะเพิ่มงบประมาณไอ คิดว่ามันก็น่าจะโอเคหรือเพิ่มแบบไป บริการหน้างานไม่ต้องรออ่าว่ากันไปแต่นี่ ก็คือว่ามึงเอาไปทำอะไรwaterมิ 79 ล้านซึ่งก็แค่เปลี่ยนร้านเจ้าซื้อก็ ได้จะอยากจะทำเมิซีน 700 ล้านมันภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข มั้ยเออท้องถิ่นมั้ยอยากจะทำfinแนน gateway ไม่ใช่หน้าพี่อยากจะทำโอ้โหอะไร แบบอลังการน่ะก็คือหยุด หยุด ไม่ต้องทำไม่ให้ทำอื สุดท้ายสุดท้ายก็คือว่า เอ่อทุกอย่างที่ทำมาไม่ว่าคุณจะวิจารณ์ ยังไงตรวจสอบยังไงแต่มันถูกระเบียบมันถูก ขั้นตอนมันมีขั้นตอนลำดับชั้นของมันในการ เสนอ เอาผิดคำไม่ เราถึงต้องช่วยกันด่าไง >> อันนี้ควรใช่มั้ยถ้ากฎหมายถ้า กฎหมายเอาผิดไม่ได้ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง เสือดำเรื่อง เอ่อฉากขับชนคนแล้วหนีลูกคนโรยขับชนคน แล้วหนีสิ่งที่ประชาชนทำร่ายคืออะไรคะด่า ค่ะ คนพวกเนี้ยนะคะถึงที่สุดยังไงอ่ะหน้าเค้า บางเว้ยดูดิไอซ์ยกตัวอย่างนะเรื่องสูตร
แคร์สูตรบำนาญแคร์ที่จะแก้ทำให้มันเป็น แบบว่า >> คือส่งเท่าไหร่ได้เท่านั้นน่ะตอนแรกนะ โอ้โหหัวเด็ดตีนขาดข้าราชการไม่เอานาย จ้างไม่เอาพอกูประกาศชื่อปุ๊บว่านายจ้าง มีใครข้าราชการในบอร์ดมีใครสื่อคะวันที่ โหวตเชิญมาอยู่ที่หน้าห้องประชุมเลยค่ะ นายจ้างออกมาปุ๊บจ่อใหม่อุ้ยสนับสนุนมา ตลอดเลยเป็นนายจ้างแต่สนับสนุนมาตลอด เรื่องนี้อยากให้ทำมานานแล้ว เอ้าจริงพอมันมีกล้องจับพอมันสังคมมันจับ จ้องอ่ะพอมันโดนวิพากษ์วิจารณ์หนักๆอ่ะ สันดานคนเรามันจะดีขึ้นเองคืออยู่ดีๆ สามัญสำนึกที่มันหายไปอ่ะมันจะกลับมาจริง วิธีนี้ได้ผล ระเบียบทำอะไรเค้าไม่ได้ >> แต่พวกเราร่วมกันลงโทษเค้าได้ค่ะ >> เนี่ยมีน่าไม่ค่อยฉิ่งกับคำชมเนาะพอปะทะ เฉยๆไม่อย่ามาอย่ามายกยอค่ะขอร้องคือ ดิฉันไม่สะดวกจริงๆ >> เออ >> ด่าเหอะจริงๆ >> ไม่ได้ฝึกไม่ได้ฝึกมาค่ะขอโทษด้วย >> ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ >> เผอิญไอซ์ไม่ได้ฝึกมาค่ะทุกคนอย่าเพิ่ง น้องยังใหม่อยู่ค่ะพรุ่งนี้พรุ่งนี้คุณไป ไหนพุคุณได้ไปโซนเหนือใช่มั้ยเห็นคุณ ประกาศว่าคุณไปโซนเหนือใช่มั้ย >> ใช่ >> ค่ะ >> พรุ่งนี้ก็จะเดินไปสมทบที่แรกน่าจะเป็น ที่นครสวรรค์อืม >> ตอนเช้าพิจิตรอะไรอย่างเงี้ยไม่ทันและ เพราะว่า >> เอ่อ 1 ก็คือเอ่อไฟท์มันบ่ายไปเช้าไม่ไหว ถ้าไปเช้านี่ต้องตื่น 4:00 น.ไม่ไหวก็เลย ไปบ่ายก็เลยจะสมทบได้ที่นครสวรรค์ก็เจอ กันที่นครสวรรค์แล้วก็ไล่ไปเรื่อยๆ นครสวรรค์กำแพงเพชรอะไรแบบเนี้ยเออ >> เออแล้วได้กินข้าวแคบยังรู้วิธีกินยัง >> รู้แล้วอร่อย >> แล้วได้ของคืนยังกูไม่เข้าใจทำไมต้องทำไม ต้องประกาศจริงจัง >> คือติดใจกุ่ยช่ายคือกุ่ยช่ายเนี่ยพอคนเอา มาให้ปุ๊บใช่ป่ะ 7 สีอ่ะแบบแป้งบางๆ กูขึ้นเครื่องกูได้กินแน่มี 2 กล่องแนกู ได้กินคนเดียวแน่นอนกล่องนึงอีกกล่องนึง ให้ทีมงานอ้าอันนี้เอานะอันนี้เดี๋ยวๆอ้า จัดแจงแล้วบอกว่าขึ้นรถมาหาย กุ๋ยใช่หายคือแบบกูบอกมึงแล้วว่าอันนี้กู เอากุ๋ยใช้ 7 สี คือทำกันได้ยังไงคืออันไหนอ่ะเค้าโก่ง เข้าเกียบได้เยอะเอาไปแบ่งโอเคกุ๋ยใช่คือ จองแล้ว >> มันมี 2 กล่องกูแบ่งแล้ว >> คือกูคิดแล้วว่าเครื่องบินน่ะอื้อหือ >> ใช่มั้ยน้ำจิ้มเดี๋ยวจะกินอันที่เป็นมัน แกวก่อน >> ขนาดยังไม่ได้เป็นรัฐบาลน่ะ ขนาดไม่ได้เป็นรัฐบาลเ่ะยังยังหาแดกขนาด นี้ถ้าได้เป็นรัฐบาลเ่ะจะแดกขนาดไหน พอแล้วไปพักผ่อน ทีมงานนั่งเขียวปัดเลยตอนเนี้ย 2 คนเออ ค่ะพี่กราบขอโทษถึงคนรอบตัวด้วยพี่กราบขอ โทษค่ะผิดที่พี่เองค่ะขอบคุณทีมงานไอซ์ ด้วยนะคะเราไม่ได้เห็นหน้ากันแต่ว่า ขอบคุณด้วยที่รอไอซ์แล้วก็ขอบคุณไอซ์มาก เลยวันนี้ที่ให้คิวขอบคุณนะคะพี่ขอโทษค่ะ หนูพี่ขอโทษคนนั้นป่ะคะที่ได้ 7 สีไป >> เออไม่ใช่ >> นี่นี่กำลังจะให้คนนี้เดบิลนะ >> แม็กทีละชาติตระกูลไปไงก็จะบอกว่าเดี๋ยว ให้ >> ไม่ได้จบ เดี๋ไม่ใช่เดี๋จะบอกว่าเดี๋ยวจะให้ติดต่อ ไปวันนี้เพิ่งคุยกันแบบคือเพิ่งคุยกับ อาจารย์จั๊กไปเออชั่วโมงนึงคือเปิดทีละ กลุ่มเลยเปิดนายจ้างเปิดที่ปรึกษาอะไร อย่างงี้ >> เดี๋ยวให้การบ้านคุณแม็กนะ >> อ่า >> กูเป็นใครกูเป็นใครกูเป็นผู้ประกันตนวัน นี้ขอบคุณค่ะเดี๋ทางแม็กไปนะคะขอบคุณไอซ์ ค่ะสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ >> ส ก็คือเค้าให้คิวก็ดีแล้วเกินเ้าอีกแล้ว กราบขออภัยค่ะใครที่เป็นแฟนคลับรักชนก แล้วแบบเจ๊เจ้ไม่เลิกซะทีไอไม่ได้พัก ผ่อนขอโทษค่ะ อ่าแล้วก็ไหนๆเราอยู่กันตอนนี้นะคะขึ้น ตัวเลขที่เจ๊เจ้ราวๆ 12,000 ท่านเจ๊เจ้ขอ รีบขายของให้คนเยอะๆก่อนได้มั้ยคะปกติพอ เริ่มขายของคนเริ่มออกแล้วอย่าลืมกด subscribe นะคะขายแค่นี้ก็ได้ค่ะอย่าลืม กด subscribe ให้ช่องเจเจ้ด้วยนะคะกด subscribe ให้ช่องจอมผันหน่อยนะคะอ่า อุ๊ยยังอยู่ 12,000 มีเมberด้วยนะคะสนับสนุนได้ราคาเบาๆค่ะ 35 บาทต่อเดือนหรือ 65 บาทต่อเดือนอุ๊ยออกไป แล้วค่อยๆออกกันแล้วซเปอร์ Chat ซุเปอร สติ๊กเกอร์ซเปอรแตงตามระบบ YouTube ที่ มันขึ้นแถบๆอ่ะค่ะน้อยมากไม่มีปัญหา ขอบคุณทุกการสนับสนุนทุกบาททุกสตางค์หรือ การแจกเมberให้กับเพื่อนๆก็ตามนะคะสามารถ สนับสนุนได้ค่ะโอเคหลังจากขายของแล้วเรา ก็ผ่อนใจกันได้ผ่อนแรงกันได้วันนี้นั่ง กันยาวๆนะคะแล้วก็ อาจจะฝากแบบเออที่นี่ก็ชอบฝากให้แบบผู้ชม ประธานบริษัทกูก็คือเหนื่อยอยู่แล้วอีเจ้ ก็คือฝากกูอีกฝากประเทศฝากสังคมฝาก ประชามติฝากเห็นชอบทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กันเถอะค่ะเถอะค่ะถ้าคุณไม่ได้ฟังมาตลอด ว่าเหตุผลของการทำรัฐมนูฉบับใหม่เนี่ยมัน มันจำเป็นยังไงให้ไปฟังช่วงที่ 2 นะคะมัน จะมีน้องอินฟลูคนนึงที่เค้าเรับจ๊อบสอน หนังสือที่นิติศาสตร์จุฬาด้วยเออวันนี้ นางมาอ่านางก็ให้ความเห็นให้ความรู้นะคะ ขนาดนางรับจ๊อบสอนที่นิติจุฬานางยังไม่ ให้ความรู้ นิสิตเาเท่าวันนี้ที่มาเลยเพราะฉะนั้นคือ ย้อนไปดูช่วงที่ 2 แล้วถ้าช่วงแรกใครที่ มาไม่ทันเป๋ามาระบายชีวิตบัดซบในช่วงช่วง ที่รณรงค์เรื่อง มันยังอยู่ อ่า อินฟูที่รับจ๊อบเป็นนักวิชาการที่นี่พอ อ้าอยู่ไหนวะฝั่งไหนวะเ้ยอือ >> แบบมีไงต้องดูแบบว่าเอ้ยถ่ายกันวะ >> เออแบเหมือนเอ้ยเหมือนตอนรายงานข่าว สมมุติเป็นรายงานข่าวก็จะมีแบบเออคนใน >> และขณะนี้นะคะเรายืนอยู่หน้าการออกเสียง ประชามตินะคะ เราก็จะเห็นนะคะว่าคนมาใช้สิทธิ์ในการลง ประชามตินะคะกันมากมายเพราะว่านี่คือความ ตื่นตัวของคนไทยหลังจากที่ใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาหลายปีมากพอและได้บทเรียนอัน จำเป็นแล้วนะคะแล้วก็วันนี้ต้องขอจบราย งานจากครูหาการออกเสียงประชามติแต่เพียง เท่านี้นะคะขอบคุณทุกท่านมากค่ะเอยังไม่ จบพี่เบลอย่าเพิ่งอย่าเพิ่งกูจบการรายงาน เฉยๆเฮ้ยไปมุงที่อื่นดีวะน้องออกไปพี่จะ ทำงานออกไปเล่นแถวนู้น >> ขายของขายของยัง >> เอขายแล้วขายแล้วอ๋ออยากมาขายเหรอขายแล้ว >> ขายของขายของ >> คนออกแล้วขายไปหมดแล้ว >> กดซับยังซับยัง >> กดแล้วบอกให้กดแล้วขอลองให้กดแล้วเรียน เชิญให้กดแล้ว >> วันนี้แบบทุ่มเทมากนะ >> เอออ >> วันนี้พวกเราทุ่มเทมาก >> ก็แสบหน้า >> ออกไปที่น่าตึงๆอยู่ก็ >> ก็แสบหน้า >> มีคนถามถามว่าไปซื้อตัวแทนนี้มาจากไหน ซื้อมาเท่าไหร่วันนี้ใช้ >> ไม่ต้องห่วงนะคะอันนี้ที่เอามาเล่นนั้นจะ เอาไปกำจัดขยะรีไซเคิลแล้วก็กำจัดเค้าอัน นี้น่าจะเป็นขยะกำพร้ามยจะเอาไปกำจัดให้ ถูกที่นะคะอ่า จะจบรายการแล้วอวันนี้นะคะออขายของไปแล้ว ขายของไปแล้วขายเมberแล้วขายซุปเปอร์ไป แล้ววันนี้ต้องขอบคุณคุณคนที่อยู่มาตั้ง แต่ต้นเลยนะคะมาไม่ทันไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วรายการพี่เบลนั่งถึง เที่ยงคืนทำ time stตมป์ให้นะคะแล้วก็ เมื่อสักครู่นี้ที่รัชนกบอกคุณแม็กอ่าคุณ แม็กเดี๋เราน่าจะได้น่าจะได้เชิญมาคุยกัน มันยังมีอีกหลายๆหัวข้อที่อยากให้ผู้ ประกันตนยังคงสนใจต่อนะคะเรื่องที่สำคัญ ที่สุดคือการเปลี่ยนวิธีการเลือกบอร์ด ประกันสังคมอันนี้น่ากลัวมากน่ากลัวมาก น่ากลัวมากๆถ้าเค้าเปลี่ยนนะเออเพราะเป้า หมายมันคือไม่ต้องการให้ใครเข้าไปรู้ข้าง ในอ่ะอันนี้ดิฉันสรุปแบบชาวบ้านและความ เห็นของดิฉันเอง อีกเรื่องก็คือเรายังไม่ได้คุยเรื่องการ ลงทุนแบบ ได้โต้แย้งสักถามกันเลยนะคะมันก็มีแค่ จังหวะที่เขาแถลงใช่มั้ยทิวโดมใช่มั้ยนี่ ยังไม่ได้หุ้นนู้นหุ้นนี้ชิบหายวายป่วง อะไรที่แบบราคาหุ้นตกราคาหุ้นหายก็คือ เงินกูทั้งนั้นส่ง 3 ฝ่ายแต่เงินกูพูด สั้นๆเงินกูความเห็นดิฉันผู้ประกันตน ยังไม่รวมเรื่องไอทธงไอทีเว็บแอปร่ม ที่บอกว่าจะไปปรับคนที่ได้งานไปมั้ยเมื่อ ไหร่ ดิฉันจะบอกว่าในฐานะของที่ทำงานสื่อสารนะ คะ การไหว้ขอโทษการใช้น้ำเสียง แผ่วเบาการใช้ คำพูดคำจาที่เรียงรอยให้มันหวานหูมันไม่ สำคัญเลยและไม่มีทางสำคัญเท่ากระทำของคุณ วิธีคิดของคุณบอกอยู่แล้วว่าคุณคิดอะไรคำ พูดกิริยาภายนอกมันไม่มีน้ำหนักมากเท่า วิธีคิดที่ออกมาค่ะ ถ้าคุณไม่ทั้งสำนึกไม่ทั้งสำเหนียกเลยว่า นี่คือเงินของใครบ้างแล้วคุณต้องทำอย่าง ไรและสถานะที่คุณได้หน้าที่ที่คุณมีบทบาท ที่คุณดำรงอยู่ทำไปเพื่ออะไร ก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยที่คุณชี้แจง อ่ะมันเหมือนแบบรอดไปเป็นครั้งอ่ะ องค์กรนี้มันมีเป้าหมายของมันชัดเจนเนาะ แต่สำนึกก็สำคัญนะคะ รู้ก็ส่วนนึงสำนึกก็สำคัญ อยากให้อยากให้ทุกคนเห็นความสัมพันธ์ของ การเป็นผู้ประกันตนของตัวเองนะอันนี้พูด จริงๆนะคะมันเหนื่อยอย่างนี้ล่ะ ระบบที่มันไม่สามารถจะจัดการโครงสร้าง องค์กรภายใต้โครงสร้างนั้นได้อย่างที่มัน ควรจะเป็นเราก็จะเหนื่อยแบบนี้แล้วก็ มัน เหนื่อยแหละมันเหนื่อยมันเหนื่อยมากค่ะ มันเหนื่อยมากๆโดยเฉพาะคนที่ทำแล้วมันได้ ประโยชน์อยู่อ่ะเ้าไม่อยากขยับหรอกค่ะไม่ มีทางไม่มีทางเลยค่ะไม่อยากขยับหรอกค่ะ ขายของไปแล้วแล้ว ก็ landing lนingแล้วก็ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดี๋ยว เรากลับมาพบกันใหม่นะคะเอาเท่านี้นะคะทุก คนสวัสดีค่ะ เฮ