📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

สารพัดปัญหา “ประกันสังคม” ถึงเวลาปฏิรูป? | Turning Point | 29 ม.ค. 69

Thai PBS39:45

Transcription

[เพลง] สวัสดีค่ะ >> ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ Turning Point นะคะ วันพฤหัสบดีเจอกับเรา 2 คนนะคะ เจน สิริมาค่ะ >> แล้วก็พิมพ์ พิมพ์พิมนนะคะ วันนี้ค่ะเราพูดกันถึงประเด็นที่มีความอลเวง มีความสับสน หลายๆอย่างเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งช่วงนี้ ก็คือประเด็นของประกันสังคมนะคะ

>> ค่ะ Turning Point นะคะ คุยกันทุกข่าว มีเบื้องหลังทุกเบื้องหลัง มีจุดเปลี่ยนนะคะ วันนี้คุยกันถึงเรื่องของประกันสังคม เชื่อว่าคุณผู้ชมที่รับชมเราอยู่ ก็น่าจะเป็นสมาชิกประกันสังคมด้วยแหละ เรา 2 คน ก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่นี่ ดิฉันก็ส่งเงินประกันสังคมอยู่นะ คุณยังส่งอยู่มั้ย >> ไม่ ได้ส่งแล้วตอนนี้ >> อ่า ประกันสังคมมันก็มีข้อดีของมันอยู่เนาะ บางคนอาจจะบอกว่าส่งไปเพื่อรักษา สิทธิ์ ใช้สิทธิ์ได้อีกทีนู่นเลยอายุ 55 ปี แต่ว่าระหว่างทางเนี่ยก็มีการเพิ่มสิทธิ์กันมาตลอด แล้วก็คือการเพิ่มสิทธิ์ต่างๆเนี่ย บางคนก็อาจจะ >> อาจจะมีคำถามว่าเอ๊ะ แล้วแล้วเราได้รับ ได้ ได้ใช้สิทธิ์อะไรบ้าง นอกเหนือจากการทำฟันปีละ 900 บาท คุ้มกับเงินที่จ่ายไปในทุกๆ เดือนหรือไม่ แล้วก็อีกอย่างนึงก็คือคาดหวังว่าในวัยเกษียณ เราจะมีเงินที่จะมาดูแลตัวเองระยะยาว >> ค่ะ เออ เรื่องของกองทุนประกันสังคมเนี่ย ถูกหยิบยกมาเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหากัน แล้วก็เรื่องใหญ่ๆเนี่ย คุณผู้ชมถ้าใครติดตามจะเห็นนะคะว่า บรรดาพรรคการเมืองเนี่ย เขาหยิบมาพูดคุยกันเรื่องนี้ แล้วคนแรกที่อาจจะต้องให้เครดิตเลยก็คือ คุณไอซ์ >> คุณไอซ์ สส. พรช. มู ให้เห็นว่าการลงทุนของกองทุนประกันสังคมเนี่ย มันมีปัญหาอยู่บางส่วนบางประเด็นนะคะ แต่ว่าคือพอเปิดมา 1 ประเด็นปุ๊บเนี่ย มันก็จะมีประเด็นที่ 2 3 4 ตามมาเต็มไปหมดเลยนะคะ

>> แต่ไม่รู้เพราะว่าประกันสังคมก็อาจจะเรียกว่าเป็นแดนสนธยาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก่อนที่กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ที่นำโดยอาจารย์สาธารัมย์เนี่ย จะเข้าไปเป็นกรรมการด้วย ก่อนที่จะมีการเลือกบอร์ดแบบ ใช้วิธีการเลือกตั้งอ่ะ เมื่อก่อนมันเป็นการสรรหาใช่มั้ยคะ พอมาเลือกตั้งแล้วเลือกตั้งโดยวิธีการเลือก 7 คนยกทีม และทำให้มีกลุ่มที่เรียกว่าน่าจะเป็นคนนอกเนาะ >> สามารถเข้าไป และเข้าไปตรวจสอบข้อมูลภายใน บริหารจัดการข้อมูลภายในได้ มันก็เลยมีอะไรที่ค่อยๆ โผล่ออกมา >> ใช่ บอร์ดประกันสังคมถือว่ามีบทบาทสำคัญนะคะ เอาเงินต่างๆเนี่ยค่ะ ที่สมาชิกประกันสังคมเนี่ยส่งไปในแต่ละปีเนี่ย เอาไปบริหารจัดการ สำคัญเลยก็คือจะต้องไปลงทุน เพื่อให้เป็นดอกเป็นผล แล้วก็เอามาจ่ายให้กับคนที่เป็นสมาชิกประกันสังคม บางคนบอกว่าอาจจะมองไปถึงนู่นเลยอายุ 55 ปี แต่จริงๆคือไม่ใช่ขนาดนั้นนะคะ ถ้าหากว่าเราตกงานเนี่ย เราสามารถไปขอใช้สิทธิ์จากประกันสังคมได้ก่อน แล้วก็ตรงนี้ก็มีปัญหาเหมือนกัน หลังจากที่มีการเปิดประเด็นกันไปนะ >> ใช่ค่ะ คือมีคนนึงที่สังคมเรียกร้องถามหา ค่ะว่าการกระทรวง เพราะว่าก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวพยายามเงียบๆ เงียบๆ ว่างั้นตามตัว แม้แต่วันที่ประชุม ครม. ค่ะ >> ยังไงอ่ะ วันอังคารที่ผ่านมาก็ไปดักแล้วอ่ะ พอไปดักตอนเช้าก็บอกว่าโอเดี๋ยวก่อน ยังไม่ให้สัมภาษณ์ พอตอนขากลับก็ปรากฏว่าออก จากห้องไปโดยที่ออกก่อนประชุมจบด้วยนะ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหนยังไง ออกไปข้างหลังหรือยังไง สุดท้ายแล้วคนก็ต้องไปถามคุณอนุชินแทน แต่เมื่อวานนี้ออกมาให้เจอตัวแล้ว ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว เป็นครั้งแรก >> ค่ะ เรื่องของระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมนะคะ เพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ย ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเนี่ย คือมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ใช่ มั้คะ >> อ่า เพราะว่าไฟล์จะอยู่ที่เขา คือตามขั้นตอนค่ะ คุณผู้ชม >> อ่า มันตอนเนี้ย มันมีการส่งเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการแล้วก็ส่งไปทำประชาพิจารณ์ ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ บอร์ดเนี่ยมีอายุถึง 18 กุมภาพันธ์ จะหมดวาระชุดนี้ เพราะฉะนั้นมันต้องเร่งทำอะไรก่อนที่จะจบ แล้วจะได้รู้ว่าเราจะคัดเลือกบอร์ดใหม่กันด้วยวิธีไหน ทีนี้มันมีข้อเสนอว่า เอ่อไอ้ที่ไปทำประชาพิจารณ์ คือจะเปลี่ยนวิธีการจากเดิมที่เลือกบอร์ด 1 เสียงเลือกได้ 7 คน คราวที่แล้วถึงเข้ามาได้เป็นทีมอ่ะ 7 คน >> จะเปลี่ยนเป็น 1 เสียง 1 คน >> อื >> อ่า โดยอ้างว่าอ้าวก็มันทำให้ฝ่ายการเมืองมันเข้ามาแทรกแซงหรือเปล่า ในวิธีการเดิมๆ แล้วเป็นข้อกังขามา ทำให้สำนักงานประกันสังคมอ่ะ เอ่อรู้สึกไม่สบายอกไม่สบายใจอะไรเงี้ยค่ะ ก็มีเหตุผลที่มีการอธิบายกันไป แล้วทีนี้ก็ให้ผู้ประกันตนใช่มั้กล่ะ คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เข้าใจว่าคำถามค่อนข้างยาก >> อันนี้ก็คือเป็นเหมือนของเหมือนในส่วนของการทำประชาพิจารณ์ ดังนั้นเนี่ย ถ้าหากว่าสมาชิก >> ประกันสังคมอยากจะแสดงความคิดเห็นเนี่ย เข้าไปแสดงความคิดเห็นได้เหมือนกัน >> ใช่ เออ แล้วทีนี้มันมี มันมีโจทย์ตรงที่ว่า ถ้าได้ความคิดเห็นเหล่านี้แล้ว ทางอนุกรรมการเนี่ย เขาจะเอามาพิจารณา เอาเข้าบอร์ดแล้วเสนอไปที่รัฐมนตรีอีกทีนึง รัฐมนตรีจะเป็นคนฟันธงว่า >> เอาตามประชาพิจารณ์หรือไม่ มันก็เกิดคำถามไงว่าตามหาตัว >> รัฐมนตรีกันว่าเอาไง >> ถ้าเกิดประชาพิจารณ์ออกมาว่าคนน่ะไม่อยาก จะให้เปลี่ยนให้เลือก 1:7 น่ะไม่อยาก เลือก 1:1 น่ะ >> แล้วรัฐมนตรีจะว่าไงเนี่ย จริงๆก็คือมีคนอยากจะรอดูท่าทีของทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหน่อยแหละ ว่าคือท่านจะมีท่าที ยังไง แต่ว่าคือก็ต้องลองดูนะ คุณผู้ชม เพราะว่าช่วงเวลาเนี่ย มันคาบเกี่ยว นะคุณพิมพ์ คือหมายถึงว่าคือถ้าทำอะไรลงไปใน ช่วงเวลานี้เนี่ย แต่ว่ารอบรอบหน้าตัวเองไม่ได้มาเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่ได้มาดำรงตำแหน่งนี้เนี่ย แปลว่าคุณเนี่ยก็ทิ้งประเด็นปัญหาให้รัฐบาลถัดไปอ่ะ มาดำเนิน การ หรือถ้าไม่ทำอะไรเลยตอนนี้เนี่ย มันก็ทำให้ปัญหาเนี่ยมันค้างคาอยู่แบบนี้นะคะ ซึ่งเมื่อวานนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเนี่ย ก็มีการลงพื้นที่นะ ไปปฏิบัติภารกิจนั่นแหละ ไปจังหวัดนนทบุรี คุณผู้ชม แล้วก็มีนักข่าวตามท่านไปนะคะ เมื่อวานไปที่สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ประกาศเนี่ยเชื่อว่าการทำงานเนี่ยมันน่าจะรวดเร็วมากขึ้น แล้วท่านก็บอกว่าคนที่คั่งค้างเนี่ย เดี๋ยวได้รับแน่ๆนะ >> 1 กุมภาพันธ์ >> ค่ะ >> อ่า แต่ท่านไม่ลงไปทำไมมันถึงช้า พอลงไปปุ๊บได้เลยนะ คุณผู้ชม >> ส่วนระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฉบับใหม่ ยืนยันนะคะ บอกว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าผลประชาการพิจารณแล้วเสร็จ เพราะว่าอยากฟังเสียงของประชาชนก่อน อย่างที่คุณพิมพบอกไป รวมถึงยังมีขั้นตอนที่อนุกรรมการเลือกตั้งและคณะกรรมการประกันสังคมต้องพิจารณาอีกครั้งนึง ดังนั้นจึงตอบไม่ได้เลยนะคะว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นรับระเบียบฉบับใหม่ ลองฟังเสียงที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวานหน่อยค่ะ >> มันตอบไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าไม่งั้นเราจะมีประชาวิจารณ์ไว้ทำไมหรอคะ เราก็ต้องฟังเสียงประชาวิจารณ์ ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ก่อนว่าประชาวิจารณ์นี่ก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นขั้นตอนที่ต้องการรับฟังว่าสิ่งที่คณะกรรมการเสนอขึ้นมาเนี่ย มันเป็นหลักเกณฑ์ที่รับได้มั้ย เป็นหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องมั้ย หรือมีข้อเสนออะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างของประกันสังคมที่ดี เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องฟังค่ะ >> อุย อันนี้เป็นคำสัญญาหรือเปล่า บอกว่าฟังเสียงคนส่วนใหญ่ค่ะ >> เออ >> แปลว่าถ้ามันออกมาในแนวไหนรัฐมนตรีจะเซ็นตามแนวทางนั้นหรอ >> เออดังนั้นเนี่ยถ้าถ้าเราเป็นสมาชิกประกันสังคมนี่ต้องไปแสดงความคิดเห็นนะ ใช่มั้ยคุณผู้ชม ส่วนความคืบหน้าสูตรคำนวณเงินบำนาญรัชรภาพสูตรใหม่ หรือว่าสูตรแคร์นะคะ ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานประกันสังคมบอกว่าตอนอยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าเดี๋ยวจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้นะคะ ส่วนการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ประกันสังคมกรณีตึกสกาย Nาย ตอนนี้ได้มีการตั้งปลัดกระทรวงยุติธรรมมาเป็นประธานใหม่แล้วก็ดำเนินการจัดการประชุมเริ่มสอบแล้วนะคะ ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานบอกว่าไม่อยากแทรกแซงก็คือให้ท่านทำงานไปก่อน ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม อันนี้ได้ตั้งกรรมการที่มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานแล้วก็มีตัวแทนนายจ้าง ลูกจ้างและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเข้าร่วมแล้ว ต้องรอผลในอีก 60 วัน อันนี้เป็นประเด็นที่เราตั้งไว้เลยนะ ถึงเวลาที่กองทุนประกันสังคม >> อ >> ปฏิรูปได้หรือยัง เพราะว่าหลายคนบอกว่าคือมันมีปัญหาเยอะมากจริงๆ บวกกับโครงสร้างประชากร หรือว่าสมาชิกประกันสังคมเนี่ย มันอาจจะน้อยลง คือมันสวนทางกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้มีการระบุเอาไว้่นะคะ >> ค่ะ มันมีหลายเรื่องที่นอกจากการ อ่าการเลือกตั้งบอร์ด หรือการที่จะดูแลเงินก้อนทั้งหมดเนี่ย มันยังมีอย่างเช่นที่เราทราบๆ กันอยู่ว่ามีปัญหาเรื่องการจัดทำปฏิทิน >> ใช่ >> การซื้อสูตรให้กับพนักงานทั้งหมด การใช้งบดูงานนั่ง first class คlass อ่ะ เหล่านี้เป็นข้อสังเกตข้อร้องเรียนที่ >> หลายคนพบว่าเอ๊ะ ใช้เงินโดยไม่จำเป็นหรือเปล่า >> อ่า แล้วการพิจารณาเนี่ย มันคิดจากอะไร ทำไมถึงไปใช้เงินค่าใช้จ่ายกับพวกนี้ แล้วเงินทั้งหมดเนี้ย มันน่าจะเป็นเงินของผู้ประกันตนเนาะเนาะ ถึงแม้ว่ามันจะมีแหล่งที่มาอย่างเช่น อ่าเป็นเงินสมทบจากลูกจ้างส่วนนึง นายจ้างส่วนนึง อ่าหรือรัฐบาลสมทบส่วนนึง แต่ทั้งหมดก็คือมันคือผลประโยชน์ของลูกจ้าง ที่สุดท้ายแล้วเงินเหล่านั้นแหละคือเงินที่ลูกจ้างจะได้รับประโยชน์ในท้ายที่สุดค่ะ เพราะฉะนั้นมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะที่จะบอกว่าตรงเนี้ยจะไม่คำนึงถึงลูกจ้างเป็นสำคัญ >> อื แต่ว่าก็มีการตั้งคำถามไงคุณพิมพ์ ตั้งแต่ไล่มาเลยบอกว่าไอ้ทำปฏิทินงบกว่า 450 ล้านบาทเนี่ย >> อือฮึ >> เอาไปแจกใคร >> สมาชิก >> บอกว่าไม่ได้ บางคนบางคนบอกไม่ได้ก็ใช้เงินไปทั้งเท่าไหร่ 450 ล้าน แล้วก็งบประชาสัมพันธ์เนี่ย เขาบอกว่ามันฟุ่มเฟือยนะ >> อือฮึ >> คือบางทีทำหมวกเนี่ย >> หมวกสมาชิกได้มั้ยก็ไม่ได้ โครงการพัฒนา ระบบบริการทางการแพทย์ ระบบข้อมูลประกันสังคม วงเงินเนี่ยเกือบ 1,000 ล้านบาท ถามหน่อยว่าแอปพลิเคชันเนี่ยเข้าไปแล้วมัน สามารถคือ complete มั้ย หรือว่ามันเข้าไปแล้วมันเด้งตลอด มันมีบัตรตลอด >> 2 ปีแล้วนะที่ทำ >> ใช่ แล้วใช้งบเนี่ย โอ้โหเยอะนะ งบทำแอป ระบบไอทีหลายโครงการ 850 ล้านบาท และไอ้ที่สำคัญเลยที่เป็นประเด็นกันเลย เขาบอกว่าไอ้ตึกสกายไ 7,000 ล้าน แต่จริงๆแล้วราคาเนี่ยมันอยู่ที่ประมาณ 3,400-3,900 ล้านบาท ซึ่งมันเป็นราคาที่ดูมันโอเวอร์เกินจริง >> อันเนี้ยมันมีมากกว่านั้นอีกก็คือเข้าไป ลงทุนในหุ้น ซึ่งหุ้นตัวที่ลงทุนเนี่ยมันเป็นตัวที่มันมีปัญหาด้วย >> กองทุนดีใช่มั้ย อสังหาริมทรัพย์มันเหมือน มันคล้ายกับว่าคนที่บริหารกองทุนน่ะ ไม่ได้มีความรู้มากพอเกี่ยวกับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ลงทุนในตลาดทุน หรืออะไรอย่างเงี้ย มันก็นำไปสู่การใช้เงินที่อาจจะดูฟุ่มเฟือย แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์จริงๆ >> ถูกมั้คะ >> ตอนนี้ที่คิดกันก็เลยไม่ใช่คิดแค่ว่าเอ๊ะ จะบริหารจัดการกองทุนอย่างไรละ มันกลาย เป็นว่าจะรื้อโครงสร้างทั้งหมดเลยดีมั้ย จะไปขุดที่รากของปัญหาเลยก็คือการรื้อระบบเลย >> ค่ะ >> มีหลายคนบอกว่าออกมาจากราชการเลยดีมั้ย >> ออกมาเป็นหน่วยงานอิสระ ออกมาเป็นหน่วยงานเอกชนมั้ย >> แต่ก็มีไอเดียของอาจารย์เศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมองว่าจริงๆมันไม่จำเป็นถึงขั้นจะต้องโยกออกมาเป็นเอกชน 100% นะ เพียงแต่ว่า >> ให้หลุดจากการเรียกว่าการควบคุมของราชการ ก็คือให้อาจจะจ้างมืออาชีพ >> ค่ะ >> ที่เป็นเอกชนแล้วแค่เก่งๆ >> อ่า มาบริหารดีมั้ย แต่ยังเป็นองค์กรในกำกับของรัฐนั่นแหละ เพราะว่าอย่างน้อยๆ รัฐก็คือจ่ายเงินเข้าไปส่วนนึงใช่มั้ยคะ เพราะว่ามีส่วนที่ เอ่อยังไงมันยังไม่สามารถหลุดออกมาได้ทั้งหมด มันไม่เหมือนกับ กบข. อะไรเงี้ย เออมันไม่เหมือนกับอะไรนะ เดี๋ยวก่อน >> ต้องต้องตั้งหลักงี้คือมันจะแบ่งเป็น 2 ส่วน มันมีความต่างอย่างนึงคือหลายคนบอก เอาเหมือน กบข. ดีมั้ย ที่มีการจ้างนักบริหาร >> แต่กองทุนประกันสังคมมันต่าง คือมันมีเงินจ่ายแบบเงินค่ารักษาพยาบาล เงินเบี้ยอย่างนู้นอย่างนี้ >> อือ >> ราย >> ไม่ใช่เป็นเงินออมเกษียณอย่างเดียว >> มันอาจจะต้องมาแยกการบริหารออกเป็น 2 ทางมั้ย อันนี้คือมุมมองของอาจารย์นะคะว่า ส่วนนึงที่ต้องจ่ายเบี้ยรายเนี่ยก็บริหารแบบนึง ส่วนที่เป็นเงินเก็บยาวก็บริหารอีกแบบนึง >> เออ แบ่งส่วนกันไปเลย >> อ่าๆ ลองฟังไอเดียของอาจารย์ดูค่ะ >> คือถึงแม้ว่าจะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ น่ะนะครับ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกตรวจสอบนะครับ คือยังการเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐเนี่ย หน่วยงานตรวจสอบของรัฐก็ยังตรวจสอบได้อยู่ครับ ไม่ได้ต่างกันเลยครับ แต่กลไกตรวจสอบที่จะดีมากขึ้นไปอีกก็คือตัวกรรมการ ซึ่งกรรมการที่เป็นสัดส่วนผู้แทนของผู้ประกันตนหรือนายจ้างเองเนี่ย ก็จะมีสิทธิ์มีเสียงโดยตรงชัดเจนมากขึ้นนะครับ ในการช่วยช่วยดูแลการทำงานนะครับ ของทำงานของประกันสังคมเองเนี่ย ให้มันให้มันตอบโจทย์ที่เขา้าวางไว้ได้ดีขึ้นนะครับ >> อื ที่อาจารย์บอกนี่พุ่งไปเรื่องนี้อีกะ เรื่องบอร์ดอีกะ >> เออ >> เออ >> ก็เค้ามีสิทธิ์ที่จะบริหารไง มีแบบออกนโยบายมา หรือว่าคืออ่ะเรียกง่ายๆก็คือชี้เป็นชี้ตายว่าจะให้ทำอะไร >> อื >> ถูกมั้ >> เออ เพราะฉะนั้นมันต้องมันต้องเป็นคนที่ >> อ่า มีหลักยึดสักอย่างนึงเนาะ คือยึดหลักประโยชน์ของผู้ประกันตนเนาะ ไม่ใช่ยึดหลักว่า เอ่ออย่างเช่นกรอบของกฎหมายบอกว่าอ่ะ 10% สามารถเอาเงินไปบริหารได้ ก็จะไปพยายามใช้เงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรืออะไรเงี้ย คืออันนี้เราเราสมมุติดูนะคะ หมายถึงว่าเอ่อวิสัยทัศน์ของคนที่จะเข้ามาเป็นบอร์ดเนี่ย มันน่าจะเป็นในแบบไหนนะ อื >> อือ >> จริงๆคือเรื่องเนี้ยมันมีคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกันเยอะนะ คนนึงคุณผู้ชมที่อยู่ในแวดวงตลาดทุนเนี่ย เพราะว่าคือเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีประสบการณ์ใน ประานุ ตลาดุทย หรือว่าพูดถึงประกันสังคมนี่แหละ กองทุนที่กำลังมีข่าวกันอยู่นี่แหละ คืออาจารย์บอกว่าก็ห่วงนะ ห่วงความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมเหมือนกัน โดยจากการศึกษาแม้ว่าปัจจุบันจะมีเงินสะสม โอ้โห หลักล้านล้านบาทเยอะมากๆมหาศาลมากๆนะคะ แต่โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมศูนย์สูงวัยเนี่ยค่ะ เด็กเกิดน้อยลง คนเกษียณเพิ่มขึ้น ตอนนี้กำลังทำให้ระบบเนี่ยเผชิญกับเขาบอกว่าภาวะบุฟเฟ่ต์ >> อ่า คุณผู้ชม นึกออกใช่มั้คะ บุฟเฟ่ต์ตอนแรกๆ ใครไปก่อนก็ได้กินอาหารเต็มไปหมดเลย มี 10 อย่างก็เลือก 10 เต็มไปหมดเลย แต่พอคนไปทีหลังเนี่ย อาหารมันใกล้จะหมดแล้วอ่ะ บางทีมันอาจจะได้กินแค่ข้าวเปล่าหรือเปล่า อาจารย์เปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบนี้อ่ะ ลองไปฟังบางช่วงบางตอนของอาจารย์ที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเมื่อวานนี้นะคะ >> ถ้าเกิดไม่คือบุฟเฟ่ต์นี่คือถ้าเกิดใครมา ก่อนก็ตักก่อนอ >> แล้วแล้วถ้าเกิด เอ่อถ้าเกิดมีแถวอีก 40 ปี อ่ะน้องก็เอาเงินมาใส่ค่าบุฟเฟ่ต์ให้เรา แต่เราทานไปหมดแล้วอ่ะ >> แล้วน้องจะทำยังไง น้องก็ต้องกินบุฟเฟ่ต์ประเภทกินแต่ข้าวแล้วล่ะอ ซึ่งซึอันเนี้ผม ผมเลยบอกไงครับว่าทั้งหมดมันจะเป็นไปได้ ก็คือเราต้องมีคนที่บริหารจัดการที่ สามารถที่จะมองทะลุระหว่างเอเชต่างๆกลุ่มคนต่างๆตั้งแต่คนที่รับวันนี้ กลุ่มคนละ 10 ปีให้หลัง 20 ปี 30 ปีให้หลัง แล้วก็เลือก เลือกสิทธิประโยชน์ที่ยั่งยืนแล้วก็สามารถตอบสนองกันในระยะยาว >> อือ อาจารย์บอกว่าจริงๆเห็นด้วยกับการปฏิรูปนะคะ เพราะว่าหากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง คือมันก็จะเป็นปัญหาได้อนาคต แล้วทำตอนนี้ทันมั้ย อาจารย์บอกว่าทันนะคะ เพราะว่าคือเรื่องของการปรับตัวเนี่ย ยังสามารถทำได้อ่ะ อะไรที่ทำได้บ้างอ่ะ ยกตัวอย่างนะ คุณพิมพ อาจารย์บอกว่าปรับเงินสมทบ หรือว่าลดสิทธิประโยชน์เพียง 15% แต่ถ้าปล่อยจนวิกฤตถึงทางตันเนี่ยค่ะ สิทธิประโยชน์ต่างๆอาจจะถูกขันครึ่ง หรือว่าประชาชนต้องแบกรับเงินสมทบเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั้งยุโรปแล้วก็สหรัฐอเมริกา ทางรอดเนี่ย อาจารย์บอกนะคะว่าปฏิรูปกระบวนการลงทุน เพราะว่าผลตอบแทนจากการลงทุนเนี่ย มันจะเป็นตัวกำหนดเลยนะคะว่ากองทุนเนี่ยจะอยู่ได้นานขนาดไหน ถ้าเน้นความปลอดภัยสูงสุดอ่ะ สมมุติว่าโอ้โหเซฟมากๆไปฝากธนาคาร ผลตอบแทนมันได้ชัวร์ๆ เงินมันไม่หายไปไหน แต่มันได้นิดเดียว >> 2% เปอร์ไม่เกินประมาณเนี้ยค่ะ >> ใช่ค่ะ จะได้รับตอบแทน 2% อย่างที่คุณพิมพ บอกไป ก็อาจจะทำให้ผู้เกษียณเนี่ยมีเงินใช้ถึงแค่อายุ 70 ปี แต่ 71 ไม่มีแล้วนะ เพราะเงินมันหมดแล้ว ถูกมั้ >> ใช่ >> ขณะที่ถ้าหากว่ามีการปรับเปลี่ยนนโยบาย ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้นด้วยการนำเงินครึ่งนึงเนี่ยไปลงทุนในตลาดทุน ก็จะทำให้ผู้เกษียณเนี่ยมีเงินใช้ยาวนานขึ้น จากอายุ 70 ก็อาจจะขยับไปที่ 80 หรือว่า 82 2 ปี เนื่องจากในระยะยาวการลงทุนในหุ้นเนี่ยค่ะ มักจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ มันจะมีความเสี่ยงหน่อยระหว่างทางก็ให้ลุ้นนิดนึงอะไรอย่างงี้ >> เออ แต่แต่ถ้าผลตอบแทนมันเพิ่มขึ้น อาจารย์บอกว่าถ้าเพิ่มขึ้นแค่ 0.5-1% 5-1% เนี่ย สามารถยืดอายุกองทุนไปได้ 5 ปี >> คือแค่พลิกวิธีคิดนิดเดียว >> เอ่อ กองทุนก็อาจจะดีขึ้นได้อีกยาวเลย เพราะว่ามันเป็นกองทุนขนาดใหญ่มากนะ ใหญ่ระดับโลกอะไรทีเดียวนะคะ กองทุนประกันสังมหาศาลมากๆค่ะ ทีนี้มันก็อาจจะต้องมาประเมินการลงทุนกันหน่อยมั้ย >> หลักๆคือนั่นแหละ คำว่ามืออาชีพเนี่ยคำเนี้ยหลายๆคนพูดถึงเนาะ ขอให้เอามืออาชีพมา เพราะทุกวันเนี้ยคนที่บริหารจริงๆ >> เลขาธิการกองทุนประกันสังคมก็จะมาจากข้าราชการ ข้าราชการในกระทรวงแรงงาน >> อื >> อย่างอาจารย์สันรัมย์บอกว่าอาจารย์เข้ามาเป็นบอร์ดเนี่ย 2 ปี >> เจอเลขา 5 คน >> บางคนอยู่เป็นหลักเดือน >> บางคนอยู่มาคือหลักเดือนนี่ไม่ใช่อะไร อยู่แล้วเกษียณ >> ค่ะ >> เพราะฉะนั้นแนวคิดที่เขาจะไปสร้างอะไรต่อยอดให้กับผู้ประกันตนน่ะ มันมันจะไม่มีอ่ะ มันคือการเคท์เนาะ >> กับชีวิตวัยเกษียณของเขา หรือจะเข้ามาถ้าจะสร้างก็จะเป็นโปรเจคคล้ายๆกับที่เราเคยเห็นมาใน >> อ >> ผู้บริหารชุดก่อนพูดได้มั้ย >> คุณบุญสงฆ์อย่างเงี้ยอ่าก็คือ >> ตัดจุดให้แล้วก็พนักงานก็ขอบคุณไง >> หรือมาทำอ่ามอบอะไรให้สักอย่างนึง >> แต่คือเอาจริงๆนะคือตอนเนี้ยคือมันมีประเด็นที่แบบ โอ้โหเกิดขึ้นมาเป็นทุกวัน มีแบบรายวัน ซึ่งไม่รู้วันนี้ว่ามันจะมีอะไรแดงขึ้นมาอีกหรือเปล่า แต่ว่าไอ้ประเด็นที่คือมันมันแดงขึ้นมาเนี่ย การชี้แจงอ่ะมันกลายเป็นว่ามันมันก็ยังมีความสงสัยอยู่ มันก็ไม่เคลียร์ >> ตอบไม่ครบอ่ะ >> ตอบไม่ครบอ่ะ อย่างเช่นเรื่องของเสื้อสูตรอย่างเงี้ย คุณผู้ชมใช้เงิน 35 ล้านบาทตัดให้กับพนักงานเนี่ย คือ 7,000 คน >> ถามว่าคือการชี้แจงที่เขาชี้แจงบอกว่า เวลาพนักงานใส่ไปอ่ะ แล้วก็คือเวลาเราไปใช้บริการน่ะจะได้เห็นว่าคนไหนเป็นพนักงาน ถามหน่อยว่านั่นคือหัวใจของการไปใช้บริการหรือเปล่า >> จริงๆป้ายก็มีมแบบว่าห้อยป้ายแบบเป็นเจ้าหน้าที่อ่ะ >> ก็นั่นน่ะสิ >> เออ >> เออ หรือว่าเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยอ่ะ คุณผู้ชมว่ายังไง นี่คุณผู้ชมแสดงความเห็นเข้ามานะ บอกว่าจริงๆเนี่ยคือ >> ควรจะให้เอกชนบริหารดีกว่า >> อ่า แล้วก็ต้องรีเซตระบบประกันสังคม >> ได้กำไร 800 ล้านคิดเป็น 3% ยังทวงบุญคุณ อ่า [เสียงหัวเราะ] >> แล้วก็มีคุณผู้ชมแสดงความคิดเห็นเข้ามานะ บอกว่าถ้าเลือกรัฐบาลเดิมก็อาจจะไม่มีทางเปลี่ยนได้ อะไรอย่างงี้เนี่ย คุณผู้ชมแสดงความเห็นนะ ไม่ใช่ความเห็นดิฉันนะ >> อ่า ประมาณนี้นะคะ >> คุณตีนุชนี่พรรคอะไร พลังประชารัฐ >> พลังประชารัฐเป็นคณิตนะ >> อ่า คุณอนุทิน ภูมิใจไทย >> ค่ะ >> ประชาเอ่ออะไรนะ ประกันสังคมก้าวหน้า อันนี้ไม่ต้องไม่ต้องปิดบังแล้วเนาะ ก็คือชัดเจนว่าน่าจะอยู่กับพรรคประชาชนถูกต้องมั้ยคะ เออ >> เออ คือที่จริงมันก็ไม่ใช่มั้ย >> เออ เนี่ย คุณผู้ชมบอกว่าแยกออกจากระบบราชการเลย ให้หน่วยงานภายนอกบริหารจัดการ แล้วก็เพิ่มสวัสดิการด้วยนะคะ ซึ่ง >> ที่ผ่านมาเนี่ย ก็มีหลายข่าวใช่มั้ยเบอก ว่าไปดูงานไกลถึงอะไรอังกฤษใช่มั้ย แล้วก็นั่ง First CL ไปด้วยอะไรอย่าเงี้ย >> แต่คือ >> กองทุนที่เลิศอยู่ใกล้บ้าน >> แต่ใช่ กองทุนที่แบบดีมากๆเนี่ย ไม่ต้องนั่ง First ฟ CL ไปก็ได้ ข้ามแดนไปก็ได้ละ สามารถดูได้ละ ที่มาเลเซีย >> นั่งรถไฟ >> เออนั่งรถไฟก็ได้ >> เพราะว่าไปมาเลเซียใช่มั้ย >> ใช่ มาเลเซียเนี่ย คุณผู้ชมทีมข่าวของเราเนี่ย คุณเชอสเนี่ย เค้าลองไปค้นหามานะ เพราะว่าคือมีการเปรียบเทียบนะ บอกว่ากองทุนของมาเลเซียเนี่ย เป็นกองทุนที่ โอ้โห ถูกยกให้เป็นกองทุนที่ถือว่าดีที่สุดกองทุนนึงของประเทศที่กำลังพัฒนาค่ะ >> ทีนี้ก็เลยถามว่าแล้วเค้าเก็บกันยังไงอ่ะ เออ เค้าเหมือนบ้านเราหรือเปล่า มีวิธีคิดยังไงนะ คุณผู้ชมไปดูต้นทางกันก่อน ในเพจของ Reporter Journey เนี่ย มีการเผยแพร่ นะข้อมูลประกันสังคมมาเลเซียค่ะ >> โดยระบุใจความนะคะ บอกว่าเป็นกองทุนที่ขึ้นชื่อว่าบริหารจัดการดีที่สุดแล้วก็โปร่งใสที่สุดแห่งนึงของโลก ด้วยการเติบโต 2 หลัก ขนาดกองทุนเกิน 10 ล้านล้านบาท >> ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 6% ต่อปี อายุครบ 55 ปีมีเงินเฉลี่ยสะสมเนี่ยค่ะ ใส่กระเป๋าไปเลย คุณพิมพ >> เออ 38 ล้านถึง 7 ล้าน >> เดี๋ยวๆๆ โตปีละ 12% ปันผล 6% แปลว่าปันผลนี้เอามาให้ผู้ประกันตอนด้วยมั้ถูก >> มันผลทุกปี >> เนี่ย คุณผู้ชมลองดูนะคะ นี่คือเป็นกองทุนของมาเลเซียที่เขาบอกว่าเป็นกองทุนที่ อ่าถูกพูดถึงแล้วเ้าบริหารยังไง กองทุนของมาเลเซียเนี่ย คุณผู้ชมเป็นกองทุนที่ชื่อว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ EPF EPF เนี่ย ธนาคารโลกยกให้เป็นหนึ่งในกองกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ปัจจุบันมีมูลค่าเงินลงทุนเป็นอันดับ 12 ของโลกนะคะ ถ้าคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 10-11 ล้านบาท ส่วนกองทุนประกันสังคมของบ้านเราเนี่ย อยู่ที่ประมาณ 2.8 8 ล้านล้านบาทอ่ะ ยังน้อยนะ ก็เท่ากับว่า EPF ของมาเลเซียเนี่ย ใหญ่กว่าของบ้านเราเกือบ 4 เท่าใหญ่กว่านะ >> กองทุนนี้ค่ะ คุณผู้ชมหักเงินสมทบจากนายจ้างและลูกจ้างค่อนข้างสูงนะ เฉลี่ยลูกจ้างเนี่ยเขาบอกว่าโดนหักเนี่ย ร้อยละ 11-12 ของเงินเดือนแล้วแต่ฐานอ่ะ ยกตัวอย่างอย่างเช่น สมมุติทำงานเงินเดือน 15,000 ก็โดนหักไปสักประมาณอ่ะ 1,650 >> อือฮึ >> ส่วนนายจ้างก็ต้องจ่ายสมทบให้เท่ากัน ร้อยละ 11- ร้อยละ 13 >> ค่ะ >> อัตราการสมทบของกองทุนเนี้ยค่ะ ทั้งนายจ้างแล้วก็ลูกจ้างเนี่ย รวมๆกันต่อเดือนนะ ร้อยละ 23 ถึงร้อยละ 24 >> มันดูเหมือนจะเยอะนะ >> อื >> แต่ถ้าลงไปดูในรายละเอียดนะคะ คุณผู้ชม เงินที่ถูกหักเนี่ยจะแบ่งเป็น 3 บัญชีค่ะ ตามสัดส่วนเลยนะคะ บัญชีแรก บัญชีเกษียณอายุ คือเขาใส่ไปเลย 75% ของเงินสมทบ >> ค่ะ >> อันนี้คือห้ามถอนนะ คุณพิมพ์ อย่าไปถอนนะ อันเนี้ย >> จนกว่าอายุ 55 >> อันนี้เงินเกษียณ >> อันนี้แบ่งเป็น 3 บัญชีเลยนะ บัญชีที่ 2 บัญชีความมั่งคั่ง >> อันนี้คิดเป็น 15% ถ้าจะถอนเนี่ยได้เหมือนกัน แต่เขาจะมาร์คเอาไว้ ถอนได้เฉพาะด้านการศึกษา ค่าที่อยู่อาศัย แล้วก็ด้านสุขภาพอ >> การใช้จ่ายจำเป็นบ้างงั้น >> ใช่ สุขภาพของคุณเนี่ยค่ะ อีกนะ ต้องเป็นโรค ร้ายแรงเท่านั้น >> ส่วนบัญชีสุดท้ายคือบัญชียืดหยุ่น ร้อยละ 10 ของเงินสมทบ เขาบอกว่าอันเนี้ย อยากโอนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองก็ได้ ไม่ต้องรอป่วย ไม่ต้องซื้อบ้าน อยากถอนไปใช้จ่ายทั่วไป อันเนี้ยทำได้ >> เออ ถ้ามันแยกกว่านี้มันก็ชัดเจนเนาะ ยืด ยืดหยุ่นนี่คือ >> ให้ผู้ประกันตนสามารถสามารถไปขอถอนออกมา >> ก็คือเหมือนกับให้ผู้ประกันตนเนี่ย คือเหมือนบังคับให้เก็บออมเลยอ่ะ แล้วก็มายืดหยุ่นในภายหลังอ >> เออ เก็บก่อนแล้วใช้ทีหลังอย่างี้ก็ได้นะอ >> นี่เข้าใจว่าของเราก็มีแยกบัญชีเหมือนกัน แต่เอ่อความเค้าเรียกว่าอะไร ผลตอบตอบแทนที่กลับมามันเทียบกันไม่ไหว เอาแต่จริงๆ คือบัญชีความมั่งคั่งเขาก็ดีนะ เพราะว่าเวลาเราเจ็บป่วยเราสามารถใช้ได้ หรือว่าลูกเข้าโรงเรียนก็สามารถใช้ได้ ถูกมั้คะ ทีนี้ถ้าหากว่าเราสะดุดเนี่ย เราก็สามารถไปหยิบมาใช้ได้เหมือนกัน >> ทีนี้ลองมาเทียบดูชัดๆนะ คุณผู้ชม 2 กองทุน ถ้าเรื่องของการหักเงินสมทบเนี่ย บ้านเราหักน้อยกว่าครึ่งนึงของมาเลเซียนอกจากนี้ของเรามีจุดแข็งก็คือสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งเจ็บป่วยทั่วไป ทำฟันอย่างที่บอกไป คลอดบุตรก็ได้ แล้วก็ยังมีเงินชดเชยกรณีว่างงานให้ด้วย แต่สำหรับของมาเลเซียไม่มี ถ้าอยากจะได้เนี่ย ต้องไปสมัครเพิ่มอีก 1 กองทุนสมมันน่าจะคล้ายๆกับประกันหมู่อะไรเงี้ใช่มั้ >> อ่า ใช่ มยอันคือไปสมัครเพิ่มอ่ะ เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ทุพลภาพ เสียชีวิต แล้วก็ว่างงาน อันเนี้ยคือจ่ายให้หมด >> แต่มันชัดก็คือเขาแบ่งชัดเจนว่าจะเอาไปทำอะไร ตรงไหนยังไง ถูกมั้คะ >> ค่ะ >> ส่วนที่น่าสนใจ ไอ้กองทุนของมาเลเซียเนี่ย จะมีการจ่ายปันผลให้ผู้ประกันตนทุกปี ขั้นต่ำแต่ละปี คุณผู้ชม >> 2.5% 5% >> อ่านั่นคือการันตีคันต่ำ >> ขั้นต่ำนะ แต่ที่ผ่านมาเนี่ยเ้าจ่ายให้ปีละเฉลี่ยปีปีละ 5-6% >> เออ >> แล้วก็ปีล่าสุด เศรษฐกิจไม่ดี >> ไม่ค่อยดีนะ >> อ่า >> บ้านเราไม่ค่อยดี แต่มาเลเซียเนี่ยเขาจ่ายให้ 6.3% 3% >> อ๋อเ้าลงทุนเป็นอย่างเงี้ย >> อ่า ถูกมั้ยคะ >> ค่ะ >> คือถ้าถ้าเราเนี่ย ทำแบบนี้เนี่ย มันก็สามารถที่จะต่อยอดเงินของเราไปได้ถูกมั้ยคะ >> เออ อันเนี้ยน่าสนใจ >> เห็นตัวเลขจ่ายปันผลทุกปีเนี่ย คุณพิมพ หลายคนอาจจะอดสงสัยไม่ได้นะว่าทำไมกองทุนนี้เนี่ยเถึง >> บริหารแล้วก็จ่ายเงินให้ได้ทุกปี เค้าทำยังไงใช่มั้คะ >> คำตอบเนี่ยมันอยู่ที่ข้อมูลของธนาคารโลก ที่เขาบอกว่าธนาคารโลกเนี่ยยกกองทุนนี้ ขึ้นมาเป็นโมเดลของประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งถ้าจะไปดูข้อมูลของธนาคารโลกเนี่ย มันมีบทวิเคราะห์ที่เขียนถึงกองทุนนี้นะ เขาบอกว่าโครงสร้างการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ป้องกันอิทธิพลทางการเมืองจากภายนอก ส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบ นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทุนประสบความสำเร็จ ย้ำตรงนี้นะ >> ค่ะ >> เป็นกองทุนที่ดูแลอย่างเข้มแข็ง ป้องกันอิทธิพลทางการเมืองจากภายนอก แล้วก็มีการส่งเสริมการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส >> อื คำเนี้สำคัญเนาะ >> เนี่ย ใช่ นอกจากนี้ยังมีกระบวนการตัดสินใจที่บอกว่า จะต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วนก็คือคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการด้านการลงทุน จะแยกกันชัดเจน ซึ่งการลงทุนของกองทุนมาเลเซียเนี่ยค่ะ ถูกกำหนดโดยการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงสุดภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตามกลยุทธ์นี้ กองทุนจึงลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ลงทุนอะไรบ้าง คุณผู้ชม ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารตลาดเงิน อสังหาริมทรัพย์ แล้วก็โครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงกระจายการลงทุนไปต่างประเทศด้วยนะคะ ซึ่งตรงนี้เนี่ย มันแตกต่างจากไทยชัดเจนที่เราเนี่ยเน้นลงทุนสินทรัพย์ในประเทศอ >> สินทรัพย์ที่ว่าก็อะไร พันธบัตรรัฐบาล อันนี้ลงทุนได้แหละ พันธบัตรรัฐบาล เพราะว่าคือความเสี่ยงต่ำ >> อ่า ความเสี่ยงต่ำ ปลอดภัย ลงทุนในหุ้นไทย แล้วก็ไปลงทุนคนต่างประเทศไม่ถึงร้อยละ 40 นะคะ และที่เป็นจุดแข็งสำคัญของ เอ่อกองทุนมาเลเซียเลย ธนาคารโลกระบุนะคะ บอกว่าความ เป็นมืออาชีพแล้วก็ทักษะความสามารถของ บุคลากรภายในองค์กร >> เออ >> เนี่ย >> แน มันฟังแล้วทำไมเรารู้สึกอิจฉา >> เนี่ย คุณผู้ชม >> อย่างน้อยๆชีวิตเค้าก็จะมีหลักประกันที่ดีในอนาคต >> เออ >> ยังไงคุณสิา คือเรากำลังพูดถึงตัวโครงสร้างใช่ใช่มั้ย แต่ว่ามีคุณผู้ชมหลายคนบอกว่าอย่าลืมเข้าไปดูในแอปอ่ะ SSO Plus น่ะ >> อือ >> ยอดเงินหายหรือเปล่า >> เนี่ย ที่แน่ๆ ยอดเงินผมหายไป 2,000 กว่าบาท แคปจอไว้ทันตกใจ >> คุณผู้ชมเ้ากำลังปรับปรุงแอปอยู่หรือเปล่า >> เออ ข้อมูลของคุณกำลังถูกปรับปรุง >> เค้า'ยืมเงินไปลงทุนหรือเปล่า ลงทุนทองคำในตอนนี้ที่กำลังแพงเปล่า >> ไม่น่าใช่นะ ของทองคำนี่เสี่ยงสูงมาก >> เนี่ย คุณผู้ชมว่าบ้านเราเจ้าหน้าที่พูดไม่เข้าหู ราชการพวกเนี้ยพูดไม่ค่อยเข้าหูประชาชน อันนี้เป็นเรื่องของการให้บริการและ >> ใช่มั้ยคะ >> อาจจะเป็นบางคนน่ะนะคะ >> บางช่วงเวลาอะไรเงี้ย >> อ คุณผู้ชมเห็นเรื่องของการลงทุนของกองทุนมาเลเซียแล้วว่ายังไง อาจจะต้องจ่ายเยอะหน่อย แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าอธิบายให้ชัดว่า เงินเอาไปหยอดตรงไหนบ้าง แล้วเราสามารถใช้ อะไรได้บ้างเนี่ย >> เออ >> เป็นยังไงคุณผู้ชม >> ที่จริงความรู้ด้านการลงทุนน่ะ คนไทยก็ไม่ใช่ด้อยไม่ใช่แย่นะ คือหมายถึงว่าเดี๋ยวเนี้ยข้อมูลข่าวสารมันเยอะ ทีนี้สิ่งที่ เราต้องการจากกองทุนประกันสังคมคือความโปร่งใสเนาะ อธิบายให้ได้ว่าลงทุนในอะไร อย่างไร และเวลาที่จะเอาเงินไปลงทุนน่ะ >> ค่ะ >> ช่วยบอกได้มั้ย เหมือนกับเหมือนกับสหกรณ์ เหมือนกับอะไรอย่างเงี้ย ที่เขาจะต้องมาชี้แจงผลการดำเนินงาน ผลประกอบการ แล้วมันจะได้รู้ว่าอ๋อ ผู้บริหารชุดนี้หรอ ที่เอาเงินไปลงทุนใน >> ในอ่ะ สมมุติลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้โอแล้วมัน ทำให้ผลตอบแทนดีเนาะ งอกเงยจะได้สรรเสริญ อวยยศคนอย่างงี้ เออ แต่ถ้าเกิดว่ามาปิดๆ บังๆกันแบบเนี้ย แล้วมาให้ตามขุดตามแล้วบอกว่าอันนู้นก็ความลับ อันนี้ก็ความลับเนี่ย >> มันก็จะทำให้รู้สึกไม่ไว้วางใจไง ตอนเนี้ย เชื่อว่าผู้ประกันตนหลายคนเนี่ยรู้สึกหวาดหวั่นละ ยิ่งไปเห็นตัวเลขในแอปพลิเคชันแบบเนี้ยอ่ะ อยู่ดีๆยอดหาย อยู่ดีๆยอดไม่เจอ อยู่ดีๆเปิดเข้าไม่ได้นะ >> คำถามมันก็เลยตามมาว่าพัฒนาแอปยังไง ใช้เงินต้องแบบเกือบๆพันล้านเนี่ย แอปมันถึงแบบ >> มาขอเพิ่มอีก 200 นะแบบ >> เร่งตลอดเลย แล้วก็คือเข้าไปแล้วก็ >> เซอร์ไพรส์ เงินที่มีอยู่มันหายไปเฉยเลย อะไรอย่างเงี้ย >> เออ แล้วหลายคนที่เข้าไปทำธุรกรรมไม่ได้ เข้าไปแจ้งไม่ได้ว่าฉันจะต้องขอเงินว่างงาน ต้องขอสวัสดิการนู่นนี่นั่น >> อ >> เราต้องถ่อสังขารไปถึงที่เงี้ย ลำบากลำบากเนาะค่ะ >> แล้วนี่มันก็เป็นเรื่องใหญ่ คุณผู้ชมบางคนอาจจะบอกว่าคือเราเลือกตั้งเนี่ย เราอาจจะมองนโยบายใหญ่ๆ ภาพรวมนะคะ คุณผู้ชม แต่ว่านโยบายเรื่องของประกันสังคมเนี่ย ก็เป็นอีกประเด็นนึงเหมือนกันหรือเปล่าที่เราก็อยากจะให้คนที่เป็นนักการเมืองเนี่ยให้ความสำคัญด้วย เพราะว่าเนี่ยมันก็เป็นแบบ คืออนาคตของคนไทยเอง แล้วก็เป็นเา้าเรียก ว่าเป็นเงินที่เราจะเอาดูแลตัวเองในยามแก่ชรา ถูกมั้ยคะ คือถ้าเราจะไปดูพวกกองทุนอะไรต่างๆที่จะดูแลเราได้ในวัยชราเนี่ย คุณผู้ชมบางคนน่ะนับของตัวเองนะ >> คือถ้าเราเป็นแรงงานนอกระบบอ่ะ มันแทบจะไม่มีเลยนะ >> อื >> ถูกมั้จริง สวัสิการจากรัฐบาลคือเดือนละ 600 บาท 700 บาท >> อ >> แค่นั้นนะ >> อ >> แล้วเราก็อาจจะไม่ได้ทำงาน หรือว่าอาจจะไม่มีแรงทำงานแล้ว ถ้าหากว่าเราเนี่ยไม่เก็บออมในกองทุนอื่นๆ หรือว่าเงินส่วนอื่น ๆที่มันสามารถที่จะเก็บได้ตอนที่เรามีแรงอ่ะ >> อื กองทุนสำรองเรี้ชีพภาคบังคับมันไม่มี ยังไม่มีอ่ายังหาไม่ได้ อื >> แต่ตอนเนี้ย ถ้าพูดถึงเรื่องการเมืองนะ ก็มีหลายพรรคเ้าเริ่ม >> เหมือนให้ความสนใจ่เพราะว่าเวีมักจะเจอคำถามบอกว่าตกลงแล้วจุดยืนของคุณต่อกองทุนประกันสังคมเนี่ยว่ายังไง ก็จะมีมีการตั้งคำถามว่า อ่าจะต้องรื้อจะต้องเอาออกจากราชการมอะไรเงี้ย แต่ละพรรคต้องมาแสดงจุดยืนแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าถ้าเป็นพรรคประชาชนเนี่ยเราเห็นละเอ่อว่าเามีบทบาทในการที่จะมา อ่าเรียกว่าอะไร มาไล่ตามเรื่องนี้โดยตลอด >> ค่ะ >> แต่ล่าสุดเนี่ยเห็นพรรคเพื่อไทยเริ่มแสดงจุดยืนแบบชัดๆเหมือนกัน ประกาศเป็นนโยบายออกมาเลยบอกว่าพรรคเพื่อไทยขอปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน >> นพรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าการได้มาซึ่งกรรมการผู้ประกันตน 1 คนมีสิทธิ์เลือกตัวแทนได้ 7 คนเต็มตามสัดส่วนเดิมอ >> พรรคเพื่อไทยบอกว่าให้กรรมการกองทุนประกันสังคมเป็นตัวแทนที่แท้จริงของผู้ประกันตน เสนอให้ประธานกรรมการต้องมาจาก การเลือกตั้งภายในคณะกรรมการแทนประธานกรรมการโดยตำแหน่งที่ปัจจุบันเนี่ยคือปลัดกระทรวงแรางงานไง อื >> ว่าเออมาเลยโดยที่ไม่ต้องไม่ต้องมีการเลือก เพื่อแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายจำเป็นต้องปรับระบบการบริหารกองทุน >> และอีกข้อนึงเรื่องของความโปร่งใส เสนอให้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนเออก็เหมือนที่เราพูดกัน >> อื >> พรรคเพื่อไทยตระหนักดีว่าเงินสมทบของผู้ประกันตนทุกบาททุกสตางค์มาจากหยัดเหงื่อแรงงาน ในฐานะผู้แทนของเจ้าของเงินสมทบก็คือกรรมการเนี่ยจะต้องกำกับติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด ห้ามลอยตัว ห้ามใช้งบประมาณแบบไร้ทิศทาง >> อีกข้อนึงก็คือสิทธิประโยชน์รักษาพยาบาล เห็นว่าควรแยกภารกิจออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งการว่างงาน บำเหน็จบำนาญ ทุพลภาพ รักษาพยาบาล ที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างดำเนินการบูรณาการกองทุนสุขภาพที่มีอยู่แล้ว ถามว่า 2 ปีที่ผ่านมาทำมั้ยทำอะไรอยู่ >> อ่า อย่างน้อยถามแทน >> อย่างน้อยอ่ะเก็อ่ะมีเรื่องที่จะเข้าไปช่วยดูเออในอนาคตก็เดี๋รอท่าทีของพรรคอื่นๆว่าจะเข้าไปแก้ไขปัญหากองทุนประกันสังคมหรือเปล่า เพราะว่าอันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาจริงๆ >> แต่ที่แน่ๆนายกรัฐมนตรีออกตัวแล้วนะว่าไม่เกี่ยวเป็นเรื่องกระทรวงแรงงานใช่มั้ >> แต่ว่ากระทรวงแรงงานก็เป็นตัวแทนรัฐมนตรีก็เป็นตัวแทนจากรัฐบาลไง ซึ่งถามว่านายกสั่งการได้มั้ยล่ะ >> ก็สั่งการได้แล้วปลัดเนี่ยสั่งการได้มั้ ล่ะก็สั่งการได้เหมือนกันนะ คุณผู้ชม สุดท้ายแล้วเนี่ย มันก็อยู่ที่ความจริงใจของแต่ละพรรคการเมืองว่าจะเข้ามาแล้วจะมาแก้ไขปัญหาที่มันเกิดขึ้นอยู่อย่างไร >> ให้มันเกิดประโยชน์กับคนที่เป็นสมาชิกประกันสังคมให้ได้มากที่สุด >> 24 ล้านคนใช่มั้คะ สมาชิกเยอะมาก คุณคือมูลค่ามหาศาลจริงๆ คุณผู้ชม ถ้าหากว่าคือบริหารจัดการดีๆเนี่ย ดิฉันเชื่อว่ายังไงก็ไม่แพ้กองทุนของมาเลเซียเขาหรอก ค่อยๆปรับเป็นของเขาก็ได้จริงๆ คือการที่เราจะไปกอปี้อะไรมาเพื่อมาปรับใช้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าเกิดสมมุติว่ามันเป็นเรื่องที่ดีถูกม แต่ถ้าเกิดสมมุติว่ามันไม่ดีแล้วก็เรามาเรียนแบบอันเนี้ยก็ต้องมีการติติงกันนะคะ คุณผู้ชม เดี๋ยวรอดูนะคะ ว่าหลังจากนี้เนี่ย รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับกองทุนประกันสังคมมากน้อยขนาดไหนนะคะ อ่าประมาณนี้ >> จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง >> คุณผู้ชมแสดงความคิดเห็นเข้ามาก็ค่อนข้างเยอะเนี่ย แสดงว่าคุณผู้ชมก็เป็นสมาชิกประกันสังคมเหมือนกัน คนนึงที่ถามน่าสนใจมากเลยว่าไอ้ที่ส่งไปทุกเดือนเนี่ย ใช้ประโยชน์มาบ้างมั้ย >> เอ้า >> เออ บางคนก็เริ่มมาตั้งคำถามเอ๊ะ ใช้ประโยชน์บ้างหรือเปล่าน้าอะไรแบบนี้นะคะ >> ใช้แหละ แต่ใช้แบบไหนแค่นั้นเอง >> ค่ะ ทั้งหมดคือ Turnning Point วันนี้นะคะ ช่วงนี้เราทั้ง 2 คนลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ >> สวัสดีค่ะ [เพลง]