📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

เกษียณก่อน 40+ ด้วยวินัยทางการเงิน เพื่อทางรอดของคนยุคนี้ | เรื่องไม่ลับใต้มีดหมอ EP.4

เรื่องไม่ลับใต้มีดหมอ49:34

Transcription

ถ้าเราพูดถึง ranking เนาะถึงเรื่องของ เthของคุณหมอไบคเนี่ยเรามองว่าตัวเองเนี่ยอยู่ในระดับประมาณไหนครับ

>> เอาสินทรัพย์ที่มีอยู่ณตอนนี้มามาขายก็ หยุดทำงานะฮเขาเรียกว่ามีมีfinแนียล Freedom คือสไตล์ของผมผมจะเน้นเน้น ประหยัดแล้วจะใช้จ่ายอะไรคิดทุกอย่างเออ สมมุติต้องจ่ายค่าทางด่วนอีก 100 กว่าบาท ประหยัดไปได้ 5 นาทีไม่ขึ้นจริงๆผมไม่เคย บิน Business Class เลย >> อ้าเหรอครับ >> เอออย่าว่าแต่ First เลยครับจริง Business ก็ไม่เคยนั่งก็คือนั่งEคแล้วก็ Low Cost เพราะตอนประมาณสัก 37 ปีเนี่ยผมไม่เคยแตะ เงินล้านเลยคือตอนนั้นรายได้ประมาณเดือน ละประมาณตกประมาณซัก 200-300k ได้ประมาณ นั้น >> แต่ผมมีหนี้บัตรเครดิตอ่ะตกแล้วรวมกัน 4 ใบอ่ะประมาณ 3 ล้านบาท เยอะถามว่าเป็นหมอทุกคนรวยมอหลายคนก็จนนะ ผมมีเพื่อนบ้านเขาก็มีมรดกมาประมาณ 100 กว่า >> 100 กว่าล้านเนี่ยนะ >> ใช่เบิน First C ช่วงหลังๆคือเขาเล่นพนันทำไมรู้ว่าเ้าหมด เพราะเขาจะเอาบ้านมาขายผมถามว่าคุณจะแบบ หาทางรัดแบบเทรดหรือว่ารวยเร็วเลยเนี่ย ค่อนข้างยากคำแนะนำง่ายที่สุดก็คือคุณมี รายได้มาคุณต้องวางแผนการเงินใน 100% ของ income ของคุณเนี่ยว่าคุณจะทำอะไรกับมัน บ้างมีความรู้เยอะขนาดเนี้ยเคยพลาดมครับ ก็เสียหายไปร่วม 10 ล้านนะมีอะไรที่เป็น เรื่องไม่ลับที่อยากจะฝากบอกคนดูบ้าง

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่พcสเรื่องไม่ ลับใต้มีดหมอรายการที่จะตีแผ่เรื่องลับใน วงการทางการแพทย์ที่เราไม่เคยเปิดเผยที่ ไหนมาก่อนไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านของ สุขภาพกายสุขภาพใจรวมถึงสุขภาพทางด้านการ เงินผ่านประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมากประสบการณ์ในด้านต่างๆซึ่งแพทย์ ต่างๆเหล่านี้เป็นเพื่อนของผมเองนะครับ กับผมหมออาร์มนายแพทย์กิจวิตรพระสุจรัด และสำหรับแขกรับเชิญของเราในวันนี้นะครับ ด้วยความที่ว่าผมเนี่ยเป็นพวกชอบจ๊อแจ็ค กับคุณหมอเนาะแล้วคุณหมอท่านเนี้ยก็จะให้ ความปรึกษาในเรื่องของการเงินกับผมบ่อยๆ เช่นเรื่องท้องเรื่องหุ้นอะไรเงี้ยผมก็ เลยมีความสงสัยครับก็เลยได้คุยกับคุณหมอ ในเชิงลึกคุณหมอก็เลยแบ่งปันประสบการณ์ ว่าเค้าเนี่ยอยู่ในธุรกิจอยู่ในวงการลง ทุนเนี่ยไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้วเขาไม่ได้ เริ่มต้นอย่างง่ายดายนะครับเพราะว่าเงิน เดือนแรกของเขาเนี่ยก็หลักหมื่นต้นๆเท่า นั้นเองแต่คุณหมอมีวินัยในการเงินอย่าง มากและก็เรียนรู้จากการเก็บออมแล้วก็เอา เงินไปลงในพอร์ตต่างๆและณปัจจุบันเนี่ย คุณหมอมีเthหรือมีความมั่งคั่งเนี่ยมากพอ ในระดับที่สามารถส่งมอบสิ่งต่างๆเหล่า เนี้ยให้กับลูกให้หลานได้โดยที่คุณหมอ เนี่ยไม่ต้องทำอะไรต่อแล้วลูกกับหลานก็ สามารถที่จะเติบโตไปได้อย่างมั่นคงเรามา พบกับคุณหมอชยุทธฝูงทองเจริญหรือคุณหมอ ไบค์ของเรานั่นเองนะครับ

>> สวัสดีหมอไบท์ครับ

>> สวัสดีครับหมอโอเค

>> รบกวนหมอขอไบคแนะนำตัวเพิ่มเติมคร่าวๆ ครับว่าทำเกี่ยวกับอะไรแล้วก็เอ่อประวัติ เกี่ยวกับการทำงานก็ได้ครับ

>> อ๋อก็จริงๆชื่อนายแพทย์ชยุทธ์ฝูงทองเจริญ นะครับก็จริงๆจบแพทย์มาปีนี้เข้าปีที่ 16 ละ

>> อ๋อ

>> ครับก็ต้องบอกว่าจบมาแรกๆก็ทำเหมือนเราก็ ต้องใช้ทุนเนาะอ่าแล้วก็มีรับจ๊อบอยู่ ห้องฉุกเฉินอยู่โรงพยาบาลเอกชน

>> เรับกันทุกคนอยู่แล้วอ่ะเนาะอ

>> ใช่แล้วก็เราก็เริ่มเข้ามาสู่แวดวงพอดีก็ เริ่มทำเกี่ยวกับแวดวงความงามคอมเสความ งามพวก

>> งานฉีดต่างๆไปเทรนไปอบรมอะไรเงี้ย แล้วก็ไปเทรนพวกหลักสูตรทางด้านผิวหนัง ของมหาวลัยพวกแม่ฟ้าหลวงอะไรเงี้ยครับ

>> ทำมาตั้งแต่ช่วงแรกๆเหมือนกันตั้งแต่จบ แพทย์

>> อื

>> แล้วก็เริ่มผันตัวมาทำศยกรรมได้สัก 10 ปี

>> อื

>> อ่าก็ตอนนี้หลักๆเนี่ยก็เป็นต้องบอกว่าก็ วิ่งทำ

>> อื

>> ให้คลินิกนะครับเน้นๆทำตาเก็บหนังตาทำตา 2 ชั้นอะไรอย่างงี้ครับ

>> แล้วก็อีกฝั่งนึงก็ดูด้านเมนthพอดีได้มี โอกาสรู้จักกับหมอต่างประเทศแล้วเขาชวนทำ คลินิกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพศชายอัน นี้ก็มีบริหารแล้วก็ดูแลคลินิกอีกที่นึง อยู่ที่ทองหล่อ

>> อันนี้ก็ทำมาได้ 10 ปีแล้วครับ

>> อ่า

>> อ่าแล้วก็อีกพาร์ทนึงก็จะเป็นนักลงทุน

>> ครับ

>> อ่าเป็นนักลงทุนก็คือเอาเอารายได้จาก active จากที่เราทำงานเป็นแพทย์นี่แหละ

>> ก็ต้องมาบริหารจัดการเงินเพื่อเอาเงินไป ต่อเงิน

>> อืถ้าถ้าเราพูดถึงแankingเนาะถึงเรื่อง ของคุณหมอไบเนี่ยอาจจะไม่ต้องพูดเป็นตัว เลขก็ได้ครับแต่ว่าเรา ranking เนี่ยเรา มองว่าตัวเองเนี่ยอยู่ในระดับประมาณไหน ครับ

>> อืมถ้าเอาสินทรัพย์ที่มีอยู่ณตอนนี้มามาขาย สมมุติถ้าขายแล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดทั้ง หมดก็ก็หยุดทำงานได้แหละ

>> อ่าเ้าเรียกว่ามีมี Financial Freedom อ

>> ก็คือมีอิสรภาพทางการเงินแต่เนื่องจากว่า เรายังสนุกกับการทำงานครับ

>> ครับ

>> ดังนั้นแล้วก็เลยมองว่าก็ยังสนุกกับการ สร้างหนี้ ต้องบอกว่าผมผมเป็นแนวที่แบบว่าเอ่อชอบ สร้างสินทรัพย์

>> ชอบสร้าง asset เพราะฉะนั้นเราก็จะสร้าง เฟของเราโตไปเรื่อยๆแล้วก็ศึกษาหาช่องทาง การลงทุนที่หลากหลายทั้งในประเทศแล้วก็ ต่างประเทศ

>> แล้วก็โชคดีที่เราได้ทำงานที่เรารัก

>> ครับ

>> อ่าเพราะฉะนั้นมันก็จะมีความสุขในการออก มาทำงานในการได้เงินได้เงินมาก็เอาไป ช้อปปิ้งสินทรัพย์ต่ออ

>> อ่าอะไรอย่างเงี้ยครับเป็นรูปแบบนั้น

>> แล้วตอนที่จบหมอมาเนี่ย

>> อะไรที่อะไรที่ทำให้คุณหมอไบท์อยู่ดีๆ ค่อยๆพัฒนาความคิดขึ้นมาแบบนี้หรือว่าคุณ หมอไบท์มีของอยู่แล้วอันเนี้คือผมสงสัย มากเพราะว่าสำหรับตัวผมเองอ่ะ

>> ครับ

>> ผมไม่มีความคิดแบบนี้เลย

>> ออ

>> ตอนได้เงินเดือนแรกมาเนี่ยคือกว่าผมจะ เริ่มเก็บเงิน

>> อือ

>> หลักหมื่น

>> ครับ

>> ไม่ใช่หลักแสนนะหลักหมื่นแบบ stable ใน บัญชีได้เนี่ย

>> ผมอายุเกือบ 30 เนี่ย

>> อื

>> เออๆผมเลยรู้สึกว่าทึ่งแล้วก็อึ้งกับแนว คิดของหมอมากๆที่หมอมีความคิดอย่างเงี้ย ก็เลยอยากจะรู้ว่ากระบวนการทางความคิด เนี่ยมันมันมันไหลเรียงมันร้อยเรียงยังไง ผมว่า

>> ผมว่าพื้นเพลของครอบครัวและสภาพแวดล้อม อันนี้มีส่วน

>> ต้องบอกว่าบ้านผมไม่ได้เป็นคนรวยมาก่อน

>> ครับ

>> คุณพ่อเป็นเป็นเปิดอู่ซ่อมพวกรถซิปล้อ อะไรอย่างเงี้ยซึ่งซึ่งก็เข้าใจกว่าจะได้ เงินมา

>> มันยากลำบาก

>> มันยากลำบากมันต้องเอาตัวเองไปตื่นเช้า 7:00 น.ไปเปิดอู่บางทีทำงานถึง 20:00 น. 21:00 น.อื

>> อะไรอย่างเงี้ยแล้วก็อุบัติเหตุจากการทำ งานช่างมันก็เยอะ

>> แล้วก็รู้สึกว่าเออมันเงินมันก็ไม่ได้มา ง่ายแล้วเขาก็ผมมีพี่น้อง 4 คน

>> ครับ

>> การเลี้ยงลูก 4 คนแล้วให้จบได้จบปริญญา ตรีจบการศึกษาบางคนจบโทรได้เนี่ยก็คือมัน ก็ต้องใช้เงินเยอะมากเพราะฉะนั้นผมก็จะ รู้สึกว่าเงินเป็นอะไรที่ที่ไม่ได้หามา ง่าย

>> อื

>> เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายทุกอย่างต้อง ประหยัดต้องประหยัดและวางแผนอันนี้อันนี้ อยู่เป็นเบสิคตั้งแต่ยังไม่ทำงานอยู่แล้ว เน้นเก็บเน้นท่องเที่ยวบ้างแล้วก็เน้นๆ เน้นเน้นทำงานหนักด้วยพื้นเพลเดิมคุณพ่อ เนี่ยเป็นคนทำงานหนักแล้วก็ณปัจจุบันก็ ยังยังทำงานอยู่

>> อ๋อคือมีโรโมเดล

>> มีโรโมเดลว่าเราต้องทำงานดักบวกกับบวกกับ ผมต้องบอกว่าหลังจากจบมาทำงานไม่นานผมก็ อายุประมาณสัก 30 ต้นๆผมก็แต่งงานละงั้น เราก็เริ่มมีครอบครัวเริ่มมีการต้องวาง แผนชีวิต

>> อื

>> บวกกับอันไหนที่เริ่มต้องถามว่าเริ่มแบบ ลงทุนแiveจริงจังเนี่ยต้องแบบช่วงที่เรา มีลูก

>> เพราะว่าตอนที่เป็นหมอเนี่ยก็เคยมีเพื่อน ในวงการที่คุยกันว่าจริงๆเราเป็นชนใช้แรง งานนะ

>> อือ

>> ขั้นสูง

>> ครับ

>> คือหมายถึงว่าก็ดูดีหน่อยคือมีเป็นมีความ เป็นหมอแหละแต่จริงๆก็คือก็ยังต้องหาเช้า กินข้าวอดมื้อกินมื้อนี้อยู่ดีบางทีอยู่ เวรก็ต้องอยู่ควงกะ

>> ผมคิดว่าคุณหมอไบก็น่าจะผ่านประสบการณ์ ตรงนี้เพราะว่าไม่งั้นก็คงไม่ได้มีทุนมา ลงทุนขนาดนี้ใช่มั้ครับ

>> ใช่ช่วงแรกต้องบอกว่าตอนทำงานใหม่ๆอดนอน เดือนนึงประมาณ 10-15 วัน

>> ต่อเดือน

>> 10-15 วัน

>> ใช่ก็คือเหมือนต้องอยู่เวร around the c อย่างเงี้ยเช้าเราทำงานปุ๊บเย็นเราไปทำ เอกชนอยู่ห้องฉุกเฉินเช้ากลับไปทำราชการ ต่อเงี้ยวนหลูปอย่างเงี้ยเดือนนึงประมาณ 10-15 วันที่แบบแทบจะไม่ได้นอนแต่ก็บอก เออสุขภาพันก็แย่จริงแต่ว่าช่วยให้เรา สามารถเก็บเงินก้อนเพราะอันนี้ก็เลยรู้ สึกว่าเพราะฉะนั้นเวลาเราได้รายได้มา ตั้งแต่บาทแรกเนี่ยเออโอเคมันมันมีของที่เรา อยากได้อย่างเช่นอ่ะเราก็อยากได้รถเนอะ เวลาทำงานเราอยากได้มีบ้านเป็นของตัวเอง นู่นนี่ แต่พวกนี้บางทีมันจะมีsequนมีไมนว่าเรา ต้องประเมินศักยภาพคือสไตล์ของผมผมจะเน้น เน้นประหยัดแล้วจะใช้จ่ายอะไรคิดทุกอย่าง

>> อื

>> แม้แต่ณปัจจุบันที่ที่บอกว่าผมจะใช้จ่าย อะไรผมก็ยังคิดเลยจะนั่งรถมาจากบ้านอย่าง เงี้ยจะขึ้นทางด่วนอย่างเงี้ยผมยังเวท ระหว่างไม่ขึ้นทางด่วนหรือขึ้นทางด่วนเออ สมมุติต้องจ่ายค่าทางด่วนอีก 100 กว่าบาท ประหยัดไปได้ 5 นาทีไม่ขึ้น

>> อือ

>> อะไรอย่างเงี้ยทุกวันนี้ก็ยังคิดแบบนี้นะ อ

>> อ่าการใช้จ่ายต่างๆอะไรต่างๆที่มันมีส่วน ลดแม้เรามีเในระดับนึงก็ยังก็ยังอยากได้ ส่วนลดปกติยังnecชateเรื่องของ price เรื่องของราคา

>> อ

>> การซื้อของแบบผ่อนถ้าเป็นผ่อนแบบ 0%

>> อื

>> ก็ยังผ่อนนะ

>> อ่าๆว่าถ้าผ่อนแบบมีดอกเบี้ยอันนี้อีก สอี่นึงแล้วอ่ามันมันมันก็จะเริ่มแบบไม่ มันไม่ใช่โกของเราแล้วเพราะว่าเราจะลงทุน ลงเงินไปเนี่ยอ่าถ้าเกิดว่าจะซื้อสินค้า ชิ้นนึงแล้วเราไม่ต้องมีดอกเบี้ยอันน่ะ โอเคคุยได้

>> เออแต่ถ้าลงไปแล้วเนี่ยเราเสียดอกเบี้ย มันมันไม่ได้แต่ถ้าลงไปแล้วเนี่ยเราได้ กำไรอันนั้นน่ะมาเลยครับทีเนี้ยพอพูดถึง เวลาที่เราต้องพาคนในชอบครอบครัวคนใน ชีวิตไปเที่ยวไปต่างประเทศอะไรอย่างเงี้ย เออเวลาปกติเวลาคุณหมอบินเนี่ยคุณหมอบิน พวก First Class ครับ First

>> เพราะผมรู้สึกว่าคุณหมอเองเนี่ยมีเระดับ เนี้ยมันการจะจ่ายเงินที่จะบิน First CL เนี่ยประมาณ 520,000 บาทเนี่ยก็น่าจะไม่ ได้เป็นเรื่องยากเย็นอะไรมากมาย

>> อ๋ออันนี้พี่จะขยี้ใครวะมันมันมีข้อมูล ผมก็เลยผมก็คิดว่าน่าประมาณนั้นไม่ใช่หร โอเคอ่ะ

>> ก็ต้องบอกว่าเอ่อจริงๆผมไม่เคยบิน Business Class เลย

>> อ้าเหรอครับ

>> เอออย่าว่าแต่ First เลยครับจริง Business ก็ไม่เคยนั่งก็คือนั่งเอโคอย่างเดียวแล้ว ก็ Low Cost Economy กับ Low Cost ใช่

>> โอ

>> ก็ผมขึ้นทางด่วนผมยังคิดเลยพี่

>> โอสุดติ่งมากอ่ะครับ

>> ต้องบอกว่าเวลาแพลนการท่องเที่ยวอ่ะ

>> ครับ

>> ไม่ว่าจะเป็นซึ่งซึ่งอย่างที่ผมบอกเวลา เที่ยวผมไม่ค่อยไม่ค่อยเที่ยวคนน้อยผมชอบ ไปครอบครัวใหญ่สนุกสนานมีครอบครัวผมมี ครอบครัวพี่สาวแล้วมีเด็กหลายๆคนเล่นกัน สนุกสนานมีพ่อแม่ผมพ่อแม่แฟนอะไรอย่าง เงี้ยมันเป็นแบบมีสังคมทุกช่วงวัยไป เที่ยวด้วยกัน

>> ครับ

>> เพราะบางทีเราแค่นั่งอยู่ในบ้านหลังนึง ไม่ต้องเอาไปทำกิจกรรมนั่งคุยกันก็สนุก แหละ

>> อะไรอย่างเงี้ยซึ่งเวลาพอไปหลายคนน่ะถ้า ให้ไปนั่ง Business Class แล้วจ่ายหมดผม ก็ยังไม่ได้รวยระดับซุปเปอร์มหาเศรษฐีที่ จะใช้จ่ายขนาดนั้น

>> จริงๆถ้าถามว่าจ่ายจริงๆก็จ่ายได้แหละ เพียงแต่ว่าเราก็เราก็มันเป็นไปได้มั้ที่ คุณหมอมองว่ามันบางอย่างมันก็มันก็ไม่ได้ เป็นตัวreprซentว่าความกตัญญูมันไม่ได้ หมายความว่าเราต้องจ่ายให้เขาเยอะ

>> ใช่ๆ

>> เออแต่ความกตัญญูมันคือการถ่ายทอดความรู้ สึกให้กันการที่เราเหมือนกับแสดงออกรวม ถึงการที่เราแบบห่วงใยเค้ารักเค้า

>> อือ

>> แบบนั้นหรือเปล่าครับ

>> แล้วอย่างของผมเนี่ยผมตั้งเป้าว่าทุกปี ต้องพาพ่อแม่ไปต่างประเทศเพราะช่วงที่เขา เลี้ยงเรามาเไม่เคยเที่ยวต่างประเทศเลย ไม่เคยพ่อแม่ผมไม่เคยเที่ยวต่างประเทศ

>> ไม่เคยเลย

>> ไม่เคยเพราะเขามองว่าการไปเที่ยวต่าง ประเทศเป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะแล้วเเอาเงิน ตรงเนี้ยมาทุ่มในการให้กับการศึกษาลูกมาก กว่า

>> อื

>> เพราะฉะนั้นประสบการณ์ต่างๆในอดีตที่เขา ไม่เคยได้ผมก็จะเอากลับมาให้เขาช่วงนี้ แหละ

>> เออเพราะฉะนั้นผมก็มองว่าทุกปีผมต้องพาไป ทริปไม่ว่าจะไปเองหรือซื้อทั่วไปอะไร เงี้ยครับเอ่อทีนี้เรื่องของของค่าใช้ จ่ายต่างๆอ่ะเนื่องจากว่าผมก็ยังต้องวาง แผนการเงินเพราะทุกวันนี้เรายังไม่ได้มี passive income ที่แบบว่าออฉันสามารถ เกษียณตัวเองโดยไม่ต้องทำงานแล้ว

>> ครับ

>> เราก็ยังต้องทำงานยังต้องเอาเวลาเอาเวลา ที่อยู่กับครอบครัวเอาเวลาที่จะหาความสุข ส่วนตัวมาทำงาน

>> ครับ

>> เพื่อหารายได้อยู่เพราะฉะนั้นอ่าเราจะไม่ จะใช้จ่ายทุกอย่างก็ยังต้องต้องคิด

>> ยังต้องวางแผนแบบระมัดระวังอ

>> อือ

>> ทีนี้พอมองเรื่องของการเดินทางอ่ะผมไม่ ได้มองว่าระหว่างบิน BINE กับบินEคโคมัน มันจะแตกต่างกันยังไงอะไรเงี้ยคือผม ไม่ได้ไม่ได้อินต้องบอกว่าอาจจะเป็นคนที่ ไม่ได้อินอาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นหมอ หรือเปล่าครับถ้าเราเป็นแบบเอ่อ C9 อะไร เงี้ย C8 อย่างเงี้ยก็อาจจะต้องใช้หรือ เปล่าผมคิดว่านะ

>> เอออันนี้อันนี้แล้วแต่แล้วแต่บุคคลคือ ตัวผมอย่างที่บอกว่าแล้วผมเป็นพวกแบบเอ่อ จะบอกว่าไงดีเราไม่ค่อยไปนั่งโชว์

>> อื

>> เออไลฟ์สไตล์เราอะไรให้ใครเห็นน่ะเพราะ ฉะนั้น

>> บางคนต้องบอกว่าอ่ะบางคนอาจจะขึ้น Business เพราะมีบริษัทจ่ายมีสปอนเซอร์

>> หรือบางคนอยากอัสอี่เอออะไรอย่างเงี้ย เพื่อให้ดูไสอะไรเงี้ยครับ

>> แต่ผมจะเป็นคนที่ที่ไม่ไม่ค่อยเอาอะไรมา โชว์ใครอ

>> อารมณ์เหมือนสมัยนี้เป็นเรื่องที่เขาบอก ว่าติดแกรมอ่ะเนาะใช่มั้

>> คือหมอไว้ไม่ได้มีเรื่องนี้เลยใช่มั้ย

>> ได้มีความสุขของผมคือการเอาเพราะว่าผมก็ เห็นว่าคุณหมอไบก็ก็มีพวกนาฬิกาแบรนด์เนม อะไรพวกเนี้ยแต่ก็คือผมรู้สึกว่าคุณหมอ แบบไม่ได้โชว์ off อันนั้นน่ะ

>> ผมมองว่านาฬิกาผมมองเป็นjี่ทำไมเพราะมี ช่วงนึงที่ซื้อนาฬิกาแล้วมันทำกำไรได้ ด้วย

>> อ่า

>> อ่าเพราะฉะนั้นผมมองมองเรื่องของนาฬิกา ที่ซื้อเก็บเนเป็นเรื่องของการ assess ที่เราส่งต่อ

>> แล้วพอนาฬิกามันเริ่ม vintage ระดับนึง มูลค่ามันจะนิ่งแล้วมันอาจจะขึ้นได้

>> อื

>> อ่าเพราะฉะนั้นผมมองแค่นี้ก็เลยมองว่าสิน ทรัพย์หลายๆอย่างที่เราซื้อมาเนี่ยส่วน ใหญ่ผมมองเรื่องของการลงทุนหมด

>> อือผมผมพูดแบบนี้แล้วกันเท่าที่ผมฟังดู เนี่ยเอ่อแต่ละคนจะมีนิสัยทางการเงินที่ ไม่เหมือนกัน

>> รวมถึงมีความฉลาดทางการเงินที่ไม่เหมือน กัน

>> ครับ

>> ทั้งหมดทั้งปวงเนี่ยมันก็เกิดจากการที่ เราสภาพแวดล้อมต่างๆรวมถึงการที่เราหา ความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองด้วย

>> ครับ

>> ทีเนี้ยมาเข้าเรื่องนี้ครับผมว่าอันนี้ สำคัญมากเลยเพราะว่ามันเป็นประเด็นที่ผม ก็อยากจะคุยกับทางบ้านมากๆเพราะว่าผมอ่ะ มีเพื่อนที่รู้จักกัน

>> เออโดยถึงตัวรวมถึงตัวผมเองด้วยสมัยก่อน ปีเนี้ยผม 40 46 ปีละ

>> เออตอนประมาณสัก 37 ปีเนี่ย

>> มันเป็นเรื่องที่ตลกตัวเองมากเลยที่ว่าผม ไม่เคยแตะเงินล้านเลย

>> ครับ

>> แล้วผมไม่สามารถที่จะเก็บเงินได้เลยอ่ะพอ ได้มาแล้วเราก็ใช้ได้มาแล้วเราก็ใช้อ

>> แล้วเราก็หลายๆครั้งที่เราใช้เกินตัว

>> ครับ

>> เออผมถึงขนาดว่ามีหนี้อ่ะครับ

>> สร้างหนี้บัตรเครดิตคือตอนนั้นรายได้ ประมาณเดือนละประมาณตกประมาณซัก 200-300k ได้ประมาณนั้น

>> แต่ผมมีหนี้บัตรเครดิตอ่ะ

>> ตกแล้วรวมกัน 4 ใบอ่ะประมาณ 3 ล้าน โหเยอะ

>> เออแล้วตอนนั้นคือเราใช้โดยที่ไม่รู้ตัว แล้วเราก็คิดว่าไม่เป็นไรอนาคตเดี๋เราก็ จะมีเงินตรงเนี้ยมาโปะเข้ามา

>> อื

>> เออคุณหมอไบท์เคยเห็นปัญหาแบบนี้กับ เพื่อนๆหรือคนรอบข้างบ้างมั้ยครับ

>> จริงๆต้องบอกว่าทุกวงการทุกวงการต้องบอก ว่าไม่ว่าไม่ว่าคุณจะมีรายได้น้อยหรือราย ได้สูงจำเป็นอย่างยิ่งต้องวางแผนการเงิน

>> อืมอันนี้เหมือนโดนโดนโดนสอนเลยอ่ะ

>> อ่าเพราะว่าอะไรเพราะว่าคนมีรายได้น้อย แล้วยิ่งยิยิ่งยุคปัจจุบันที่ผมว่าบ้าน เราก็เริ่มตามเทรนด์ของทางจีน

>> อื

>> ที่เดี๋ยวนี้กินสุกกี้ยังผ่อนได้อ่ะใช่ ป่ะกินสุกกี้

>> ป๊อคยังผ่อนได้เลยอ่ะ

>> เออทุกอย่างกลายเป็นว่าคุณสามารถ

>> เอาไปก่อนเอาของไปก่อนมันก็เลยเป็นการใช้ จ่ายเพื่อไลฟ์สไตล์เพื่อความสุขชั่วคราว แล้วเป็นการก่อหนี้ในระยะยาว

>> อื

>> ซึ่งบางคนก็ลืมตัวแปลว่าตัวเองผ่อนไหว หรือเปล่าหรือมีกำลังมั้เพราะบางทีเราไม่ ได้ประเมินเรื่องของรายลับหรือิที่มันอาจ จะเกิดขึ้นกับตัวเองกับครอบครัวในอนาคต แล้วเป็นการใช้จ่ายเกินตัวอันนี้ต้อง ระมัดระวัง

>> อื

>> เออเพราะฉะนั้นทุกๆคนอย่างที่ผมบอกเพราะ เวลาเรามีรายได้ที่มากขึ้นเอ่อเคยได้ยิน คำว่า Inflation นะ

>> อ่า

>> อ่าคนเราเนี่ยเวลามีรายได้มากขึ้นก็อยาก เปลี่ยนวิถีชีวิต

>> อื

>> แนวทางในการใช้จ่ายการเข้าสังคมการรถที่ ใช้บ้านที่อยู่ก็อาจจะมีการอัปเกรด

>> อะไรอย่างเงี้ยซึ่งอ

>> ซึ่งโอ้โดนโดนทักโดนทักเลย

>> โดถูกต้องแล้ว

>> ก็พอพอไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนนั่นหมายความ ว่าการที่รายได้คุณเพิ่มขึ้นไลฟ์สไตล์คุณ ดีขึ้นอันนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เหมือนกันหลายคนติดกับดักแล้วคนไทยเนี่ย เป็นเป็นกับดักรายได้ปานกลางเราสร้างหนี้

>> อื

>> เพราะฉะนั้นถ้าเราสังเกตได้ว่าโอ้โหทุก บ้านนี้แทบจะมีหนี้หมดเพียงแต่ว่าอยู่ที่ ว่าคุณบริหารจัดการหนี้ยังไงและหนี้ที่ เกิดขึ้นมันเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เพื่อการใช้ชาติฟุ้มเฟยอันนี้ก็ จะใช่จะแตกต่างกัน

>> อ๋อ

>> ครับ

>> ถ้าถ้าจากที่ฟังคุณหมอพูดมาในเรื่องของคำ ว่าไสลเฟชัเนาะเออคือผมอ่ะเก็ตเรื่องนี้ มากๆเลยเพราะว่าถ้าย้อนดูตั้งแต่สมัยตอน เมื่อผมสตั 17 ปีผมเป็นแบบนั้นเลยอ่ะ

>> คือเราอ่ะมองว่าเราเอาอยู่แล้วพอเราหาราย ได้เพิ่มเราวิ่งรับจ๊อบต่างๆผมเป็นผมเข้า วงการศัตรกรรมอย่างเงี้ยแล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ยรายได้เราดีขึ้นเราก็เริ่มซื้ออะไร ที่เรารู้สึกว่าเราอยากได้เราเป็นความฝัน ของเราครับ

>> เหมือนคุณภาพชีวิตของเราอ่ะครับมันพัฒนา ตามรายได้

>> จะว่าอย่างงั้นก็ได้

>> อื

>> แล้วในที่สุดมันกลายเป็นว่าคุณภาพชีวิต ของคุณภาพชีวิตของเราอ่ะพัฒนาเกินกว่าราย ได้

>> เกินกว่ารายได้

>> แบบที่เราไม่รู้ตัวและคิดว่าเอาอยู่

>> หมอเป็นอาชีพที่ไม่รวยแต่มั่นคงผมใช้คำ นี้ทำไมไม่รวยถ้าเป็นหมอรับราชการผมจำได้ ผมทำงานก็ได้เงินเดือนอยู่ประมาณแค่ 3-40,000 นะ

>> อันนั้นคือวิ่งแบบเต็มที่แล้วเนาะ

>> อันไม่อันนี้คือเงินเพราะหมอมันจะมีค่า เงินเดือนหลักมีค่าไม่ทำเอกชนค่าอะไร เนี่ยผมจำไม่ได้ละ

>> เออแต่ว่าถ้าเราไม่ทำเอกชนน่ะเดือนนึงถ้า ไม่นับค่าอยู่เวรผมว่าได้ประมาณ 3-40,000

>> อื

>> แต่ถ้าเราต้องอดนอนเหมือนเหมือนคุณทำ OT ทำ Around the C อ่ะ

>> อดนอนด้วยเนี่ย

>> ก็อาจจะได้อยู่ประมาณสซักอ่ะ 60,000 70,000

>> ใช่

>> ซึ่งถ้าถามผมมันก็เหมือนเงินเดือนจบ ปริญญาโทร

>> ครับ

>> นะครับก็ถามว่ารวยมั้ยก็ก็ไม่ได้รวยถ้า เทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นณปัจจุบัน นี้นะ

>> อื

>> เออการเป็นหมอผมว่าไม่รวยแต่เป็นอาชีพที่ มั่นคง

>> ครับ

>> นะครับเพราะว่ายังไงคนเราก็มีการเจ็บป่วย ถ้าคุณเป็นหมอเพื่อที่จะมารักษาคนไข้ อันเนี้ยคิดว่ายังไงก็ไม่ตกงาน

>> อื

>> นะจะไม่ทำงานในโรงพยาบาลหรือเปิดคลินิก รักษาโรค

>> แต่ถ้าเป็นหมอเพื่อมาทำธุรกิจมีโอกาสรวย เร็ว

>> แต่ก็มีโอกาสเจ๊ง จริง

>> เพราะอันนี้จะเปลี่ยนมุมมองละอันนี้คุณจะ ไม่ใช่มละคุณจะเป็นเหมือนการทำธุรกิจการ ทำธุรกิจทุกอย่างก็จะมีความเสี่ยงั้นถ้า คุณควบคุมศึกษาคู่แข่งไม่ดีควบคุมต้นทุน อะไรไม่ดีเนี่ยก็มีโอกาสเฟลได้

>> ครับ

>> อ่านั้นถามว่าเป็นหมอทุกคนรวยม ให้ไม่ลำบากแต่มั่นคง ร้อนกลับมาก็ต้องบริหารจัดการเงิน

>> อื

>> นะครับเพราะฉะนั้นถ้าคุณมีรายได้จากการ เป็นหมอแล้วคุณบริหารเงินไม่เป็นหมอหลาย คนก็จนนะ

>> เออจนนะรวมถึงยังก่อร่างสร้างหนี้แบบ อะไรไม่รู้นะผมมีมีรุ่นน้องบางคนก็แบบเป็นหมอ เหมือนกัน

>> ครับ

>> ยังขอยืมเงินอยู่ทุกเดือนเลย

>> ขอขอยืมเงินเลยเนี่ย

>> ขอยืมเงินใช่เนี่ยเพราะว่าเพราะว่าอะไร เพราะว่าด้วยความเป็นหมอนนะบางคนก็อยากมี ไลฟ์สไตล์มีรถยุโรปขับมีนู่นนี่เป็นการ สร้างหนี้นะรวมถึงปัจจุบันเนี่ยผมเห็นบาง คนนะไม่ได้ไม่ได้เฉพาะหมอนะ

>> ครับ

>> เอ่อติดพนัน

>> ว้าว

>> เออบางคนผมเห็นนั่งปั่นสลอตนั่งเล่น บาคาร่าในโทรศัพท์อะไรอย่างเงี้ยซึ่ง อันเนี้ย

>> แถวๆนี้มีหรือเปล่า

>> ผมไม่มีมีเพื่อนบ้านซึ่งอันเนี้ยเค้าก็มี มรดกมาประมาณ 100 กว่า 100 กว่าล้าน

>> 100 กว่าล้าน

>> 100 กว่าล้านแต่อันนี้เป็นตัวอย่างที่ ที่พูดให้เห็นได้

>> แต่ 100 กว่าล้านคงๆไม่ได้หมดใช่มั้ย

>> หมดหมดเลย

>> 100 กว่าล้านเนี่ยนะ

>> ใช่หลายกว่าล้านทำไมอ่ะเพราะอ่าเค้าบิน First C

>> อ๋อ 52,000 เค้าซื้อ Super Car

>> ออกมารถไหนรุ่นใหม่ออกมาฉันต้องมี

>> ครับ

>> เออแล้วก็ช่วงหลังๆคือเขาเล่นพนันออนไลน์ เยอะเออเพราะฉะนั้นเนี่ยทำไมรู้ว่าเ้าหมด เพราะเขาจะเอาบ้านมาขายผม

>> อ

>> เพราะเค้าโดนแบลิสจากธนาคารไม่จ่ายหนี้ บัตรเครดิต

>> โอ

>> เออสุดท้ายคือหมดติดลบด้วย

>> ออมันมันไม่ได้เกี่ยวกับเราเราได้มาเท่า ไหร่เนาะแต่มันอยู่ที่ว่าเราบริหารจัดการ มันยังไงเรามีความรู้ทางการเงินแค่ไหน

>> เรามีความฉลาดทางการเงินแค่ไหนด้วย

>> ใช่

>> เพราะฉะนั้นการที่คุณถูกหวยมามันเลยมี ศัพท์ติดตลกเคยได้ยินคำว่า 3 ล้อถูกหวย มั้ย

>> อ่ะเคย

>> ไม่ได้ดูถูกอาชีพ 3 ล้อนะแต่การที่คุณได้ เงินก้อนใหญ่ๆมาไม่ว่าจะเป็นร้อยล้านพัน ล้านหรือถูกล็อตโต้ในอเมริกาก็แล้วแต่

>> ครับ

>> ซึ่งหลายๆเคสก็มีให้เห็นสุดท้ายผ่านไป 3 ปี 4 ปีกลับไปเก็บขยะเหมือนเดิม

>> อื

>> ในอเมริกานะมีตัวอย่างยิข่าวเยอะมากเลย

>> เพราะคุณได้เงินมาคุณใช้มันไม่เป็นน่ะ

>> ครับ

>> เออพอคุณใช้มันไม่เป็นคุณบริหารจัดการ เงินไม่ได้คุณก็เอาไปสุรุ่ยสุร่ายไปจัด ปาร์ตี้ไปซื้อนู่นซื้อนี่ไปแจกเพื่อน

>> ให้คนนู้นยืมคนนี้ยืมสุดท้ายหมด

>> ถ้าเรายกตัวอย่างเช่นถ้าเราเป็นเด็กจบ ใหม่แล้วกันเออเพราะผมคิดว่าคนที่ฟัง ช่อง เราเนี่ยก็จะมีคนหลายกลุ่มอายุเนาะแต่มาก กว่านั้นก็คือน่าจะเป็นคนที่ฟังพcส.เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยากพัฒนาตัวเองใน เรื่องของการความคิดต่างๆอย่างเงี้ยถ้า เค้าเป็นเด็กจบใหม่แล้วเค้าก็อยากจะเริ่ม ต้นลงทุนอย่างเงี้ยเต้องเริ่มต้นยังไงดี ครับหมายถึงว่ามันมีคีย์เวิร์ดอะไรมั้ย หรือมีแบบมีแบบคีย์ message อะไรที่จะฝาก เขามั้ย

>> อืมจริงๆต้องบอกว่าหลายๆคนที่จบใหม่ ผมบอก ว่ารายได้สตาร์ทการทำงานเฉลี่ยจะไม่สูง

>> ใช่

>> เพราะฉะนั้นถามว่าคุณจะแบบหาทางลัดแบบ เทรดหรือว่ารวยเร็วเลยเนี่ยค่อนข้างยาก

>> จริง

>> เพราะฉะนั้นคำแนะนำง่ายที่สุดก็คือคุณมี รายได้มาคุณต้องวางแผนการเงินใน 100% ของ income ของคุณเนี่ยว่าคุณจะทำอะไรกับมัน บ้าง

>> อื

>> อ่าเช่นอ่ะเพื่อความสุขตัวเองค่ากินค่าไป เที่ยวค่าอะไรเนาะค่าสิ่งใช้ที่จำเป็น เนาะพวกที่อยู่อาศัยการเดินทางค่าอาหารนะ ครับวางแผนเผื่อกรณีฉุกเฉินอ

>> นะหลายๆคนอาจจะไม่ได้คิดถึงว่าเกิดมีอะไร ที่มันฉุกละหุกโดนไล่ออกจากงานหรือว่า อะไรอย่างเงี้ยควรจะมีกองทุนฉุกเฉินอ

>> แล้วก็อาจจะแบ่งชิ้นนึงเอาไว้สำหรับการลง ทุน

>> อื

>> ซึ่งอันนี้เวทแล้วแต่คนมากน้อยต่างกัน สมมุติคนรายได้ 10,000 อาจจะกันสัก 10% หรือ 5% นะครับเช่น 500 บาทหรือ 1,000 บาทเพื่อการลงทุนการลงทุนแบบสม่ำเสมอที่ เรียกว่า Dollar cost average หรือว่า DCA เนี่ย

>> ก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดการทบต้นทบต้นไป เรื่อยๆแล้วก็พอกพูได้ในอนาคต

>> อเหมือนถ้าเราเลือกเลือกสินทรัพย์ที่มัน เหมาะสมด้วยเนาะใช่มั้ฮะ

>> ใช่ใช่ครับผมคือขั้นแรกเนี่ยต้องวางแผน ก่อนว่าเงินที่ได้มาก้อนเนี่ยเราจะแบ่ง มันเอาไปทำอะไรยังไงบ้าง

>> อื

>> นะครับซึ่งถ้าไม่วางแผนส่วนใหญ่จะหมด

>> จริง

>> อ่าจะหมดหรือไม่ก็ติดลบ

>> จริง

>> อ่าฉะนั้นผมถึงบอกว่าเป็นไปได้เงินมาคุณ ต้องตั้งแต่บาทแรกที่เริ่มทำงานน่ะต้อง รู้เลยว่าจะใช้จ่ายเงินจากอะไรบ้าง

>> อ

>> จะวางแผนเก็บออมยังไงอ่าหรือว่าถ้าถ้า ง่ายๆเค้าเรียกว่าคือการทำบัญชีรายรับราย จ่ายนั่นแหละเราต้องวางแผน

>> นะครับส่วนถามว่าจะลงทุนอะไรต้องบอกว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดแล้วใช้งบน้อย ที่สุดคือการลงทุนในความรู้ให้กับตัวเอง

>> อื

>> นะเราอยากรู้เรื่องหุ้นเราอยากรู้เรื่อง อะไรถ้าแบบมองเรื่องของการเทค C สมมุติ โอ๊ยมันหลัก1ันบาทหลักหมื่นบาทแพงไปซื้อ หนังสือเล่มนึง 200 บาท 300 บาท

>> เอามาอ่านอะไรอย่างเงี้ยเพื่อเพิ่มพูน ความรู้แล้วเราค่อยๆพัฒนาความรู้ถึง แพลตฟอร์มการเทรดต่างๆเนี่ยมันมีการให้ทด ลองเทรดฟรีไม่ต้องใช้เงินจริง

>> โอ้โอ

>> เออเราก็สามารถเข้าไปลองเล่นแล้วลองดูว่า เราคือโออารมณ์มันจะไม่เหมือนกันหรอก ระหว่างใช้เงินจริงหรือใช้เงินไม่จริง

>> มันจะมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ว่าเราสามารถเข้าไปเพื่อฝึกทักษะหรือ ฝึกประสบการณ์

>> บวกกับหาความรู้ต่างๆทั้งในตำรานอกตำราบน โลกอินเทอร์เน็ตณปัจจุบันมีเยอะ

>> อ

>> เพราะฉะนั้นการลงทุนอันดับแรกคือลงทุน ความรู้ก่อน

>> อื

>> นะครับหาให้เจอว่าตัวเราเหมาะกับการลงทุน ประเภทไหนครับ

>> อ่าการลงทุนมันมีทั้งความเสี่ยงต่ำความ เสี่ยงสูงฉะนั้นเราต้องรู้ตัวเองว่าเงิน ต้นเราควรจะต้องอยู่สีเขคียวมหรือเงินต้น เราสวิงได้

>> อ่า

>> อะไรอย่างเงี้ยซึ่งซึ่งอันเนี้ยเราผมก็จะ แนะนำค่อนข้างยากว่าการลงทุนประเภทไหนที่ ที่เหมาะกับกับผู้ฟังโดยทั่วไปเพราะแต่ละ บุคคลเนี่ยมันมีสิ่งที่เหมาะกับตัวเองไม่ เหมือนกัน

>> สไตล์ก็ไม่เหมือนกันเนาะ

>> ใช่ๆ

>> ทีเนี้ยคือถ้าพูดถึงเรื่องของการลงทุน เนี่ย

>> ที่คุณหมอถ้าถ้าโยงไปที่คุณหมอพูดก่อน หน้านี้ว่ามันมีแหล่งข้อมูลมากมายให้เรา หาข้อมูลใช่มั้ฮะ

>> ทีเนี้ยประเด็นก็คือบางทีมันมากจนเกินไป

>> อื

>> หรือบางทีเนี่ยแหล่งข้อมูลที่มาเนี่ยมัน ไม่ใช่มันไม่ใช่แบบจากpapเปอรหรือ data ไงมันมาจากบุคคลบางบุคคล

>> เช่นบางทียกตัวอย่างเช่นล่าสุดผมได้ข่าว มาว่าเออเนี่ยทองเนี่ยมูลค่ามันจะน้อยลง มันจะมีการใช้เอ่อquวตัมฟิสิกส์ที่มา สามารถผลิตทองแทนได้อย่างเงี้ยแล้วแล้วก็ กลายเป็นว่าผมก็รู้สึกว่าแล้วบางคนก็จะ บอกว่าไม่ใช่อันนั้นไม่ เรื่องนี้จริงๆแล้วมันมันเป็นเรื่องที่ แบบอุปโลกขึ้นมาคือผมรู้สึกว่าข้อมูล data้าณปัจจุบันตอนนี้มันเยอะมากเลยอ่ะ มันมีให้เราเสพเยอะมากเลย

>> จนกลายเป็นว่าเราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว เนี่ยอันไหนคือข้อมูลที่มันถูกต้องกันแน่ ผมว่าหลายๆคนที่จะเริ่มลงทุนหรือแม้ กระทั่งน้องๆที่ลงทุนทองตอนเนี้ยก็รู้สึก สับสนมากกับทิศทางในการลงทุนอย่างเงี้ยมี อะไรจะแนะนำเพิ่มเติมมั้ยครับ

>> อืมจริงๆอาจจะเป็นคำถามที่ยากหน่อยนะ

>> ต้องบอกว่าเออคือถ้าเราฟัง YouTube หรือ หรือแม้แต่ดูตามโลกออนไลน์อ่ะมันก็จะมี เอ่อนักวิเคราะห์

>> ทางด้านสินทรัพย์ต่างๆพูดหลายคนซึ่งซึ่ง แต่ละคนบางทีเขาก็พูดไม่เหมือนกันหรอก

>> ใช่

>> เพราะบางคนก็มีสปอนเซอร์

>> อ่าบางคนก็ก็เป็นประสบการณ์ส่วนตัว

>> จริงๆเหรอครับเนี่ยผมไม่รู้เมื่อก่อนเลย นะครับเนี่ย

>> เอาจริงเพราะว่าเวลาอย่างเช่นบางคนที่แบบ เอ้ยเชียร์เรื่องอสังหาเขาอาจจะมีบริษัท Developer เป็นสปอนเซอร์ให้พูดเรื่องของ การลงทุนในอสังหา

>> อ

>> อ่าหรือแม้แต่บางคนประสบการณ์ไม่ดีกับการ ลงทุนทุนประเภทหนึ่งเขาก็จะไม่เชียร์การ ลงทุนที่เขาเคยล้มเหลวมาก่อน

>> ออ

>> เขาก็จะไปพูดการลงทุนอีกประเภทนึงอีกส ประเภทนึงที่เขามองว่ามันมีโอกาสได้ดี กว่า

>> อแล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับ

>> จริงๆผมว่าอันนี้การลงทุนก็ก็เป็นอัน หนึ่งที่ต้องใช้ประสบการณ์

>> ใช่มั้ย

>> ต้องใช้ประสบการณ์คือเราเราต้องหาความรู้ อันดับแรกความรู้และฟังการฟังทุกอย่าง ต้องฟังหูให้หูแล้วต้องมาวิเคราะห์

>> มาย่อยอ

>> ให้มันมันเหมาะเหมาะสมกับตัวเองก่อนที่จะ ลงทุนอะไรก็แล้วแต่

>> อ่าพูดถึงเรื่องทองอย่างตอนเถามว่าทอง

>> ทองจริงๆมันมีมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ละ ต้องบอกว่าถ้าคุณหาความรู้คุณก็จะรู้ว่า ทองเนี่ยมันมีมาก่อนระบบเงินตราอีก

>> อ่ะสมัยก่อนเขาก็ใช้ทองในการแลกเปลี่ยน เอาทองไปแลกสินค้านู่นนี่เพียงแต่ว่ามัน หนัก

>> อื

>> นะมันเป็นโลหะมันหนักคุณเนี่ยเอาทองแบก ทองไปเพื่อซื้อของสักอย่างนึงเขาก็เลย คิด เป็นระบบค่อยๆปรับระบบการเงินจนสุดท้าย มาใช้ธนบัตรอ่าซึ่งมันง่ายอ่าแล้วพอเราใช้ ธนบัตรมันก็ความนิยมในทองมันก็ลดลงพอมัน ก็จะถูกดั่นไปเป็นเรื่องของเรื่องของ

>> ของความสวยความงามมันก็ยังเป็นเป็นเค้า เรียกว่าเป็นSaฟ Heaven เพราะสมัยก่อนเ่อ ผมจำไม่ได้ละมันจะมีเรื่องของการเอาเงิน เอาทองมาbackอ

>> ครับ

>> นะครับการทำเงินสำรองระหว่างประเทศมันจะ มีทองมาbackองั้นหลายๆประเทศที่จะปริ้น เงินออกมามันต้องเอาทองลองมาเป็นตัว คำ ประกันอ่าอันเนี้ยก็จะทำให้ให้เงินเนี่ย มันมีมูลค่าเพราะว่ามันแบกด้วยทอง

>> อ

>> อ่าแต่ว่ามันมียุคนึงที่อเมริกามันมัน เบรค

>> อื

>> เบรกหลักนี้แล้วมันก็ปริ้นเงินของมันเอง

>> นะพอมันปริ้นเงินมันเองมันเลยทำให้เงิน มันล้นระบบเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นมาเงินมัน เริ่มเสื่อมค่า

>> ครับ

>> นะครับตอนนี้มันเลยมีการพูดถึง ภาวะดอลation

>> คือคนต่างชาติเนื่องจากว่าคนมองว่า อเมริกาเป็นพี่ใหญ่เป็นมหาอำนาจสมัยก่อน เงินดอลลาร์นี้มีค่ามากนะครับแต่ตอนเ ดอลลาร์คนเริ่มถือครองน้อยลงเพราะรู้ว่า มันเริ่มเสื่อมค่าเพราะ

>> อ่าบางคนก็บอกมันจะเริ่มเหมือนแบงค์กงเตก เพราะว่าการที่คุณพิมพ์เงินออกมาในระบบ เยอะจนเกินไปอ่ะ

>> มันก็ก็ล้นมันเกิดภาวะเฟ้อเหมือนในหลายๆ ประเทศเช่นเวนิซุเอลาหรืออาร์เจนติน่าที่ ที่เงินมันเสียมูลค่าไปเลย

>> คนก็เริ่มมองหาทางเลือก

>> อื

>> ที่น่าจะไม่เสี่ยงมูลค่า

>> อื

>> แล้วทีนี้เรามองว่าอะไรที่มันอาจจะยากนิด นึงนะฮะทอปิอะไรที่มัน against ดอลลารณ ปัจจุบันก็คือมีทองคำ

>> อื

>> กับพวก

>> อ่า

>> อ่านั้นก็ถึงทำให้ราคาทองคำเนี่ยมันเริ่ม ถูก push ขึ้นมา

>> ออ

>> เนาะแล้วก็ที่ผ่านมาต้องบอกว่ามันมี ผู้ เล่นหลักๆคือธนาคารกลาง

>> ครับ

>> ของแต่ละประเทศ

>> อื

>> กังวลเรื่องเดิมฉันถืออื้อพันธบัตรสหรัฐ อเมริกา

>> ครับผม

>> แต่ฉันเริ่มไม่มั่นใจในพี่ใหญ่ฉันละ

>> อ่า

>> เออฉันก็เลยขายตัวนี้ออกแล้วมาถือทองคำ แทน

>> อ่า

>> สบายใจกว่า

>> สบายใจกว่ามันก็เลยดันให้ราคาทองคำสูง ขึ้นกว่าอ่าอันนั้นก็เป็นตัวไก่เนาะ

>> ตัว อ่า varation หรือมูลค่าในตัวทองเองไม่ เปลี่ยนแต่เพราะในตลาดสูงขึ้น

>> ราคามันก็เลย

>> มันก็เลย push ให้ราคามันพะยานขึ้นไปอ

>> อ่าเพราะฉะนั้น

>> ถ้าถามว่าต้น

>> ทองจริงๆถ้าผมจำไม่ผิดนะถ้าย้อนกลับไป จริงๆมันจะอยู่ประมาณแค่ 20,000 กว่าบาท หมายถึงต้นทุนในการขุดทำเมืองไงฮะครับ

>> อ่าถ้าเทียบเป็น 96.5% % แล้วเป็นบาทไทย อ่ะน่าจะไม่เกิน 30,000 บาทครับ

>> อ่าในการในการต้นทุนแรงงานในการขุดทอง ขึ้นมาเงี้ยฮะอ่างั้นส่วนต่างตรงนี้เป็น เรื่องของการเกรงกำไรขึ้นมาละ

>> อ

>> อ่าเพนั้นถามว่าลงทุนทองได้มั้ยถ้าถ้ามุม มองเรามองว่าทองเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สำหรับเราเราอยากเก็บไปยันลูกยันหลาน

>> ครับ

>> ถ้าย้อนไปดูอดีตใช่ทองมันค่อยๆเพิ่ม มูลค่าขึ้น

>> แต่ถามว่าถ้าคุณมองว่าคุณจะซื้อทองณตอน นี้

>> เพื่อที่จะอยากรวยเร็วครับ

>> อันนี้อาจจะต้องคิดใหม่

>> อื

>> เอออาจจะต้องคิดใหม่

>> นะปตอนเนี้ยมีมีหลายๆข่าวที่มันbackอัทอง คำอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดอลลาร์ เสื่อมค่าเรื่องของสงครามที่มีแนวโน้ม เกิดขึ้นในหลายประเทศมันก็จะดันราคาทองคำ

>> อ

>> แต่ถ้าทุกอย่างมันเริ่มนิ่งเริ่มสงบ

>> ครับ

>> นะรวมถึงอ่าอย่างเมื่อคืน

>> อ่าถ้าเห็นก็คือเทกันประมาณ 10%

>> ถูกต้องใช่ครับ

>> นะครับอันนี้ยังไม่มีอะไรข่าวอะไรเปลี่ยน แปลงเลยนะ

>> เรายังไม่รู้ด้วยนะว่าเทปเนี้ยอนาคตมันจะ ลงไปอีกหรือเปล่าเปล่าหรือว่าจะขึ้นยังไง มันผันผวนมากเลย

>> ใช่ใช่เพราะไม่นั้นถามว่าถ้าเรา ซื้อสินทรัพย์เพื่อเก็บออมผมยกตัวอย่าง ถ้าเราบอกว่าเอ้ยฉันชอบซื้อทองงั้นเรา แบ่งเงินที่เมื่อกี้เราเกริ่นไป

>> อื

>> ซื้อทองทยอยเก็บ

>> ครับ

>> อันนี้ทำได้ครับ

>> อ่า

>> แต่ถ้ามองว่าเอ้ยฉันจะซื้อเพื่อทำกำไรใน 2 วัน 3 วัน

>> ออ

>> อันนี้ผมเคยเป็นมาก่อนผมพูดได้สมัยก่อน คือแบบมันเสียสมาธิมากเลยทำงานแบบโหมันจะ ขึ้นมันจะลงมันจะขึ้นจะลงแบบทุกคนต้อง ผ่านต้องผ่านต้องผ่านประสบการณ์นี้

>> ใช่มันแทบจะไปอยู่กับจอมันต้องนั่งเฝ้าจอ ซึ่งซึซึ่งซึ่งมันเสียสมาธิเสียสุขภาพจิต นั้นผมก็เลยมองว่าเออเราเราเน้นเน้นการ วางแผนแบบระยะยาวพวกนี้เราใช้หลายๆอย่าง มาวิเคราะห์ครับ

>> ทั้งตัวมูลค่าสินทรัพย์เองทั้งตัว เทคนิคalของทางกราฟอะไรเงี้ยรวมถึง ข่าวสารต่างๆ

>> เอามาประกอบกันประกอบการลงทุน

>> โอเคอ

>> อืถ้าผมสรุปอย่างี้ดีกว่าคือตอนเนี้ยถ้า เราพูดถึงถ้าเป็นกลุ่มเด็กจบใหม่เนาะ สำหรับผู้ชมที่กำลังดูอยู่นะครับแล้วคุณ เป็นเด็กจบใหม่แล้วกำลังเริ่มต้นที่จะ อยากจะลงทุนเนี่ยสำคัญสุดก็คือว่าสิ่งที่ ต้องหาอย่างแรกก็คือหาความรู้ความรู้ที่ ง่ายที่สุดก็คือความรู้จากหนังสือเนาะ เพราะราคามันไม่ได้แพงจนเกินไปหรือแม้ กระทั่งในการเสพสื่อต่างๆในโซเชียลมีเดีย ต่างๆเนี่ยก็ต้องมีมีแหล่งอ้างอิงหรือ แหล่งแหล่งข้อมูลที่ที่ชัดเจนใช่

>> หรือถ้าบางทีถ้าคุณลงทุนไปแล้วเนี่ยเผลอ ลงทุนไปแล้วพลาดหรือผิดเนี่ยก็เป็นเรื่อง ปกติธรรมดาเพราะว่านักรบก็ต้องมีบัตแผล

>> ใช่มันคือประสบการณ์ครับ

>> ใช่มั้ฮะแต่แต่ก่อนแต่ก่อนที่จะไปลงทุน ที่ผมที่คุณหมอไบคพูดให้ฟังเนี่ยผมได้ยิน เลยว่าก็ต้องมีการแบ่งสรรปันส่วนของราย จ่ายเท่าไหร่ทำบัญชีรับรายจ่ายอันนี้ สำคัญมากเลยนะครับบัญชีรายได้รับรายจ่าย

>> เราจะได้รู้ด้วยว่าเงินเข้าเท่าไหร่เงิน ออกเท่าไหร่

>> ไม่งั้นสุดท้ายแล้วเนี่ยเราเอาเงินไปลง ทุนลงทุนไปสุดท้ายแล้วเนี่ยกลายเป็นว่า เอ้ย 1 คือ 1 คือเงินที่เรามีเนี่ยเราก็ ไม่รู้ว่ามันมียังไงแล้วเราก็มันก็เลย สับสนกับตัวเองไปเรื่อยๆครับอันนี้สำคัญ มากฮะอย่างที่บอกต้องทำทำบันทึกต้องมี บัญชีต้อง

>> อ

>> ต้องต้องละเอียดยิ่งสมัยนี้ที่ อย่างที่บอกว่าเราสร้างหนี้กันง่าย

>> ใช่

>> สร้างหนี้กันง่ายสร้างเพื่อไลฟ์สไตล์ สร้างเพื่ออะไรก็แล้วแต่เนี่ยก็ต้องลงราย ละเอียดทั้งหมด

>> อื

>> เพราะกลัวว่าอนาคตจะไม่มี

>> อ่าการชำระคืนไม่ไหวอ่าใช้คำนี้พอชำระคืน ไม่ไหวคุณก็จะติดbackลิส

>> จากธนาคารจากเครดิตบูโรโออันนี้ก็ก็ยากละ ทำธุรกรรมทางการเงินอะไรก็ไม่ได้ใช่

>> แต่แต่ข้อมูลคุณหมอนี่ลึกมากเลยนะครับคือ เท่าที่ผมฟังเนี่ยผมไม่ได้รู้สึกเหมือน กับว่าคุยกับคุณหมอเลยผมรู้สึกเหมือนคุย กับที่ปรึกษาทางด้านการเงิน

>> เออ

>> มากกว่า

>> มากกว่าทีนี้ทีนี้ทีนี้ก็เลยอยากจะแบบ อยากจะต่อยอดคำถามอีกคำถามนี้ซึ่งผมคิด ว่าก็น่าจะมีผู้ชมกลุ่มผมเนี่ยแหละหรือ อาจจะกลุ่มคล้ายๆกับผมที่เราทำงานมา ประมาณ 30-40 ปีแล้วเราก็รู้สึกว่ารายได้ เราก็พัฒนาจากเมื่อก่อนระดับนึงแต่ว่า ประเด็นก็คือเรายังไม่เคยแต่ายเงินล้าเลย อ่ะ

>> อื

>> เรายังไม่เคยเก็บเงินได้แบบได้อยู่เลยอ่ะ

>> เหมือนพอเก็บมาแล้วมันก็ไหลตลอดเวลาเลย อ่ะ

>> ถ้าเราเป็นกลุ่มของลูกค้าเอ้ยกลุ่มไม่ ถ้าเราเป็นกลุ่มประชาชนกลุ่มเนี้ย

>> เออคุณหมอมีคำแนะนำยังไงบ้างครับ

>> อืมต้องบอกว่าการหาเงินล้านยากมั้ยยากแม้ แต่คุณกับคนรวยนะเค้าก็จะบอกว่าการหาร้าน แรกยากเสมอ

>> อื

>> แต่การหาล้านนึงแล้วเริ่มไปเป็น 5 ล้าน 10 ล้าน 100 ล้านจะเริ่มไม่ยากละเพราะอะไร เพราะการหาร้านแลกยากเสมอเพราะมันต้องแลก มาด้วยประสบการณ์ลองผิดลองถูกกว่าคนมันจะ เก็บเงินได้ล้านนึงเนี่ยจริงๆไม่ง่ายนะฮะ

>> ครับ

>> ผมถึงบอกว่าเอ่อมันต้องอยู่ที่วินัยอ

>> นะอันนี้ใช้คำนี้วินัยทางการเงิน

>> ครับ

>> อันนี้สำคัญมากการทำบัญชีการวางแผนค่าใช้ จ่ายต่างๆรวมถึงวินัยในการเก็บออมการลง ทุนการอดทนอดกลั้นที่จะอยากได้ของล่อตา ล่อใจทั้งหลายแรง

>> อันนี้ยากมากเลยเนาะยาก

>> ยากแบบยากจริงๆเลยคือน้องๆรุ่นใหม่ๆหรือ แม้กระทั่งตัวเราเองในบางช่วงเวลาเนี่ย มันก็มีความอยากมากๆอะไรเงี้ยเออ คอนโทรลยังไงครับ

>> อเอออันนี้ก็อย่างที่

>> ต้องแบบนั่งสมาธิเจริญสมาธิพุทโธพุทโธ อะไรงี้หรอครับอย่างงั้นหรือเปล่า

>> หลักๆก็คือวินัยทางการเงินเพราะฉะนั้นถ้า ถ้าเรารู้ว่าเราศัพท์ ภาษาไทยเค้าเรียกว่าไงอดเปรี้ยวไว้กิน หวาน

>> อ่า

>> นะครับถ้าเรามองเรื่องของอนาคตข้างหน้า เช่นอ่าเราต้องออมเพื่อที่จะว่าอนาคตเรา จะได้สบายเราจะได้สร้าง Passive income จากการลงทุนได้

>> อะไรอย่างเงี้ยมันจะช่วยให้เราแบบไม่ไม่ หลุดสติ

>> อ่าเพราะฉะนั้นการการจะอะไรก็แล้วแต่มัน ต้องมีทั้งสติแล้วก็มีวินัยประกอบกัน

>> อื

>> นะครับการที่เราใช้สติในการก่อนที่จะใช้ จ่ายแต่ละอย่างเนี่ยมันก็จะช่วยให้เรารี ได้อ่ะผมยกตัวอย่างผมเคยอยากได้Carาร

>> ครับ

>> อยากได้ก็แค่มองว่าเอ๊ะไอ้คันที่มีอยู่ มันก็ยังจอดก็ไม่ได้ใช้เลยอะไรอย่างเงี้ย แล้วรถเราการเอารถมามันก็มีทั้งค่าประกัน ค่ายางค่าเสื่อมต่างๆ

>> ค่าเสื่อมสภาพอ่ะนะ

>> เพราะฉะนั้นคุณจะเอาเงินเยอะขนาดนี้ไป ไปลงกับตรงนี้หรออะไรอย่างเงี้ยแล้วมันก็มี ตัวอย่างให้เห็นว่าแบบหลายๆคนซื้อมาแล้ว ก็ต่อไม่ไหวแล้วก็ไแนนซ์ยึดไปแล้วก็

>> อ

>> แล้วแล้วตามสไตล์เราคืออย่างที่ผมว่าผม ไม่ได้เอาไปนั่งโชว์ใครในโลกโซเชียล

>> อ

>> ซึ่งบางทีการที่อยากลองซอCarารก็แค่ไป เช่าเขา

>> อื

>> ไปลอง experience ลองประสบการณ์แล้วก็อ่ะ โอเคจบ

>> คือคือพอพอเท่าที่ฟังได้ยินมาว่าเออถ้า เราขาย assess ทั้งหมดที่เรามีเนี่ยคือ เราเกษียณได้และ

>> เราไม่ต้องทำอะไรอยู่เฉยๆก็คือแบบชีวิตก็ คือชีวิตดีแล้วมีความสุขแล้วก็ไม่ต้องมี อะไรอีกแล้วอ่ะแต่แล้วอะไรที่จะทำให้คุณ หมอยังต้องทำงานต่อครับอยากรู้จังเลย

>> อืมผมมองว่าอ่ะอันดับแรกก็เป็นเรื่องของ แชionเรื่องของการลงทุนแล้วก็อันที่ 2 ก็ เป็นเรื่องของความสนุกเกี่ยวกับการทำงาน ในการยังสร้าง Active Income อยู่

>> อ

>> แล้วก็อันที่ 3 เนี่ยผมมองว่าต่อให้คุณ รวยแค่ไหนผมว่าไม่มีใครหยุดอยู่เฉยๆ

>> อื

>> คุณไปดูบิลเลียนแนรหลายๆคนทำไมเายังลงทุน อยู่

>> ครับ

>> เพราะผมมองว่าเงินต่อให้คุณมีร้อยล้านพัน ล้านถ้าคุณไม่เอาเงินไปต่อเงินหรือว่ามอง หาการลงทุนใหม่ๆบางทีโลกมันเปลี่ยนเร็ว อ่ะฮะบางธุรกิจคุณเป็นยักษ์ใหญ่ในตลาดโลก ภายในแค่ช่วง 4-5 ปีคุณก็ล้มละลาย อันเนี้ยมีตัวอย่างให้เห็นเยอะ

>> นะครับไม่ว่าจะเป็นบริษัท

>> อ่าในอเมริกาอ่ะผมยกตัวอย่างอย่างเช่น Blockbustตก็ Netflix

>> นะเคยได้ยินเนาะสมัยก่อนBlockbustตนี่ ใหญ่มากเลยนะเพราะว่าเป็นร้านเช่าวดีโอ แบบทั่วโลก

>> เอ่อ Netflix เคยเอาไอเดียไปเสนออ่าแล้ว ก็ให้BอกBuตอรเหมือนช่วยซื้อหุ้นหรือช่วย เป็นสปอนเซอร์อะไรอย่างเงี้ยเตีตกแต่ดู มูลค่า Netflix ปัจจุบันขณะที่Bบ็อกbustต ลมละลายหายจากโลกไปแล้ว

>> เออ

>> เพราะฉะนั้นต่อให้คุณยิ่งใหญ่แค่ไหนถ้า คุณไม่ศึกษาหาความรู้หรือต่อยอดหรือ อัปเดตอะไรต่างๆเนี่ยเงินมันก็หมดได้ เหมือนกัน

>> จริง

>> เออเพราะฉะนั้นขามถามกันมาที่ผมว่าทำไมผม ไม่หยุดทำงานทำไมผมไม่หยุดการลงทุนเพราะ เพราะถ้าคุณหยุดคุณก็มีโอกาสที่จะอยู่กับ ที่รวมถึงถอยหลังรวมถึงหายไปเลย

>> เพราะคนอื่นเForวิร์ไปด้านหน้า

>> อืมอันนี้อันนี้มีหลักฐานที่ที่ชัดเจนมาก ๆเลยอ่ะเออเอออย่างล่าสุดอ่ะน้องน้องคซ น้องเซลล์ที่คลินิกของผมอ่ะเขาก็พูดให้ ฟังว่าเออเนี่ยเขาอยู่ที่คลินิกหลายๆที่ มานะเเห็นว่าคุณหมอที่ทำตาเนี่ยเขาก็จะ แบบมีราคาขั้นตามของเขาใช่มั้ว่าต้อง ประมาณไหนอะไรเงี้ยแล้วก็เขาจะเจะไม่ทำ กับเคสบางเคสที่ราคาถูกเกินไปอ

>> อือ

>> แต่เขามาพูดกับผมให้ฟังข้อนึงว่าแต่มีหมอ คนนึงอ่ะหมอที่กินอีก

>> อือ

>> เค้าทำทุกราคาเลย

>> ครับ

>> คือหมอไบค์

>> อ๋อครับคือโอเคต้องบอกว่าเวลาผมมาทำงาน น่ะหมอทุกคนก็อยากได้เงินที่มันแลกกับ เวลาที่เสียไปเนาะ

>> ใช่ใช่อันนี้มันส่วนทางของความคิดผมนะแรก

>> เออแต่ผมอ่ะเป็นคนที่มาทำด้วยแชั่นส่วน นึง

>> อ๋อ

>> เออเพราะนั้นมาทำด้วยแพชั่นน่ะคำนึงที่ผม บอกว่าเวลาน้องเซลล์มาคุยแล้วบอกว่าคนไข้ ไม่มีกำลังผมบอกเอาเหอะทำเหอะเพราะเสีย เวลาทั้งหมอทั้งคนไข้ก็เดินทางมากันทั้ง คู่แล้วะทำเหอะเออทำราคาไหนก็ได้ทำเหอะ

>> โอ

>> เออผมก็เพราะรู้สึกว่าบางคนก็ไม่ได้ต้อง

มันคือผมมองมองบางทีผมไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นเรื่องหลักเออเพราะผมมองว่าผมทำด้วยแพชั่นผมทำด้วยมีความสุขแล้วบางทีคนๆ เนี้ยเค้ามีกำลังแค่นี้จริงๆอ่ะแล้วทำไปแล้วเขาก็มีความสุขอ่ะ not ทำไมมันไม่ทำ ่ะถูกป่ะเออซึ่งอันเนี้ยผมก็ไม่รู้ว่าเจ้าของกิจการอาจจะรู้สึกว่าเออะอะไรหรือเปล่าแต่ว่ายังไงพี่ก็ยังไงผมว่ามันก็เกิดผลดีใช้ในแง่ว่าเป็นแง่บวกกับทุกฝ่าย อ่าอ่าเพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่ไม่ได้ซีเรียสเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งราคาเรื่องของ >> อ >> เพราะเรามองว่าเรามาทำงานมีความสุขแล้วก็ได้เงินมาก็เอาไปลงทุนต่อผมมอง >> อไม่รู้สิแต่ว่ารู้แต่ว่าเจ้าของกิจการจะร้องไห้นะจะร้องไห้ไม่ใช่เพราะว่าเพราะว่าเพราะว่าแบบทำไมทางถูกจังแต่ว่าทำไมทำไมแบบทำไมคิดถึงคนไข้เยอะขนาดนี้จัง >> แล้วผม >> คือผมว่าด้วยความเป็นหมอผมก็ยังมีความเป็นหมออยู่นะอย่างเมื่อกี้ที่ผมเคยเกิดก่อนว่าผมทำคลินิกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพศชาย >> ครับ >> เออเป็น free consultation >> ครับ >> ฝรั่งเข้ามาปรึกษาผมหลายๆเคสไม่เสียเงินสักบาท >> โอเยี่ยมเลย >> ทั้งๆที่เขาจะจ่ายให้ด้วยซ้ำเพราะในต่างประเทศยูต้องมีค่าดอกเตอรฟีค่าอะไร >> ผมมองว่าอันนี้คือเป็น K knowledge พื้นฐานที่ยูไม่มาคุยกับใครยูถามแชท GBTมันก็ตอบอย่างี้ได้เหมือนกัน >> อื >> เพราะฉะนั้น >> การที่มาคุยถือว่าเราได้รู้จักกันได้ Connection เพราะฉะนั้น >> เขาก็ไปบอกต่อ >> อื >> นะการให้ความรู้คนหรือการให้อะไรที่ทำให้บางคนมีความสุขรู้จักการให้เนี่ย >> เออไม่ว่าจะเป็นให้ในรูปแบบของ feelingเรื่องของการเงินหรืออะไรก็แล้วแต่มันก็เกิดความสุขกลับมาที่ตัวเราเหมือนกัน >> เออนั้นผมก็เลยมอง >> เรื่องพวกนี้เฉยๆฮะก็เลยไม่ได้ยึดติดเรื่องอ >> คืออยากได้เงินแหละ >> อื >> ใครทำงานบ้างไม่อยากได้เงิน >> เพียงแต่ว่าแต่ละคนผมก็คิดถึงใจเขาใจเราว่าบางทีเงินแต่ละคนเช่น 1,000 บาทสำหรับเราเงิน 1,000 บาทสำหรับอีกคนมันก็โห มูลค่าแตกต่างกันเยอะอะไรอย่างเงี้ย >> ใช่ใช่ >> ก็เลยก็เลยมองว่าก็ได้หมดครับยังไงก็ได้ >> อ >> เป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรเยอะ >> แล้วแล้วหน้าตาคุณหมอตอนที่พูดถึงเรื่องของคนไข้ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่เนี้ย >> น่าดูมีความสุขมากเลยนะมากกว่าตอนที่พูดเรื่องเงินอีก >> คือก็อย่างที่บอกผมทำงานเพราะแพชชั่นส่วนนึง >> อื >> ทำงานเพราะรักแล้วขณะเดียวกันผมก็มีความสุขกับการลงทุนบางทีผมก็เหน็บบางคนถามว่าเอ้ยความสุขในชีวิตคืออะไรความสุขในชีวิตผมคือการที่ที่หาเงินแล้วก็บางคนความสุขอาจจะเป็นการซื้อของนึในแต่ความสุขของผมคือการสร้างทรัพย์สิน >> ครับ >> เพราะบางทีน้องมันก็ถามหมอไม่ไปเที่ยวหรอหมอไม่ไปผมบอกว่าผมชอบที่จะมองหาว่าเอาเงินไปลงทุนอะไรดีแล้วถ้ามันโตแล้วมันงอกเงยอันเนี้คือความสุขของผม >> ครับ >> เออรวมถึงมองเรื่องของการที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้ไปเที่ยวได้ยังยัง

มีพ่อมีแม่มีลูกยังนั่งพูดคุยกันได้มี ความสุข >> ครับ >> อันเนี้แหละเป็นเป็นความสงบแล้วก็ความสุขของผมนั้นผมก็เลยบางทีอาจจะเราสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน >> เนาะ >> เออบางทีผมก็แบบค่อนข้างปล่อยวาง >> จิตใจมันก็เลยแบบไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้ไม่ ได้แบบมานั่งคิดเล็กคิดน้อยไม่นั่งมานั่งแบบคิดว่าแบบเอออ่ะเคสนี้เราจะ >> เออแบบได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนอะไรเงี้ยคุณหมอมองแค่ว่าเขาจะได้ประโยชน์จากเรามากน้อยแค่ไหนมากกว่า >> ใช่ใช่ >> เยี่ยมมากใช่ครับ >> จากที่คุยกันมาตั้งแต่ต้นจนจบเนี่ยผมรู้สึกว่าคุณหมอเนี่ยมีความรู้ทางการเงินแบบเยอะมากเลยแล้วก็คือคือเรียกว่าคือจะใช้ว่ากูรูก็ว่าได้นะครับทีเนี้ยถามนิดนึงว่ามีความรู้เยอะขนาดเนี้ยเคยพลาดมั้ยครับ >> โอผมว่าทุกคนเคยพลาดอยู่แล้วไม่มีใครที่แบบทำธุรกิจหรือลงทุนเราไม่เคยพลาดสักครั้งเนี่ยเป็นไปไม่ได้เป็นทุนต่างๆต้องต้องช่างช่างคิดต้องคิดนิดนึงนะตั้งสติว่าเวลามันมีการชวนลงทุนน่ะผมบอกเองว่าผมอ่ะก็พลาดสมัยก่อนเนี่ยเราอยากทำนู่นอยากทำนี่คนชวนทำอะไรก็ทำหมดเลย >> อื >> เออลงเงินลงอะไร >> ครับ >> ก็เสียหายไปร่วม 10 ล้านนะโ >> เออเป็นรุ่น 10 ล้านเพราะว่าผมเคยทำพวกเตาเผาขยะทำร้านอาหาร >> ทำมาเยอะนะเนี่ย >> ตอนนั้นตอนนั้นแบบบ้าบ้าไปนิดนึงอยากมีทั้งธุรกิจสุขภาพธุรกิจรักสิ่งแวดล้อม >> รายได้หลายทางมาที่คำเนาะใช่มั้แบใช่ใช่คืออยากทำไปทุกอย่างเหมือนเราซื้อหุ้นแล้วเราอยากได้หุ้นหลายตัว >> ครับ >> ก็ลงเงินไปเยอะแล้วแล้วพอมันเป็นอะไรที่เราไม่ถนัดแล้วเราไม่ได้มีโอกาสไปเฝ้าไปติดตาม >> ครับ >> สุดท้ายหมด >> อืมเหลือศูนย์บริษัทปิดตัวลงทุนไปกี่ล้านกี่ล้านคือหายหมดเลย >> เออเพราะฉะนั้นการลงทุนก็แล้วแต่ต้องหาความรู้ >> ครับ >> ต้องมีเวลาไปดูศึกษากับมันแล้วก็อีกอันนึงที่สำคัญเอกสารต่างๆอันนี้อันนี้พูดไม่ได้สำหรับคนทั่วคนทั่วไปด้วยและคนผมเห็นคนมีเงินหลายๆคนพลาด >> ครับ >> ลงทุนต่างๆไม่มีเอกสารอะไรที่รัดกุมแล้วสุดท้ายเป็นการคุยกันด้วยปากเป่า >> โอ >> แล้วสุดท้ายก็จบกันไม่สวย >> จริง >> นะข่าวต่างๆก็มีให้เห็นเยอะแยะ >> โอหพูดแล้วเลือดซิบเลยเนี่ยเลือดซิบเลย >> เพราะฉะนั้นการทำอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องตั้งสติแล้วก็ตัวผมเองก็เจ็บเจ็บเจ็บเพราะว่าบางทีเพื่อนชวน >> อ่ะเห็นว่าเป็นเพื่อนไว้ใจอะไรอย่างเงี้ยก็ลงแล้วก็สุดท้ายก็พลาด >> ผมว่าโดนกันหลายคนน่ะอันเนี้ย >> ใช่เพราะฉะนั้นก็จะเริ่มเป็นบทเรียนครับว่าการจะลงทุนอะไรแล้วแต่ต้อง >> ต้องเราต้องรู้จักมันมากพอ >> ต้องมีเวลาไปอยู่กับมันด้วยแล้วก็ >> อ >> เอกสารต่างๆทางกฎหมายที่มันช่วยเซฟเราเซฟเงินเราก็ต้องมีความรัถูกใช่ >> ถ้าอยากเป็นคนที่รอดในวิกฤตทางการเงินณปัจจุบันตอนเนี้ยมีอะไรที่เป็นเรื่องไม่ลับที่อยากจะฝากบอกคนอยู่บ้าง >> อืมจริงๆต้องบอกว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นเป็นความลับนะต้องบอกว่าเอ่ออย่างที่บอกว่าณปัจจุบันเนี่ยงานหายากขึ้นนะครับรายได้หายากขึ้นบางทีเราเราไปมองคนที่แบบประสบความสำเร็จค่อนข้างเร็วนะอย่างพวกไสamingหรือว่าอ่าinfูท่านต่างๆที่ดูหาเงินง่ายเนี่ยมันก็จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจ >> อื >> แต่ผมกล้าบอกได้เลยว่าณเศรษฐกิจปัจจุบันรายได้อ่ะยากกว่าเดิมเยอะ >> นะครับแล้วก็แรงงานมนุษย์ >> เริ่มถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ >> ครับ >> เพราะฉะนั้นต้องบอกว่ามันจะเกิดความยากมากขึ้นเรื่อยๆในการหารายรับเข้ามาเียงชีพงั้นในยุคปัจจุบันเนี้ยถ้าคุณไปเดินตามตลาดคุยกับพ่อค้าแม่คะคุณก็จะได้ฟังเสียงเหมือนกันว่าโอขายไม่ได้เลยไม่มีคนมาเดินตลาดเลยอะไรอย่างเงี้ยรายรับมันมันยากมากขณะที่รายจ่ายเรื่องถึงเงินเฟ้อเนี่ยมันยังเดินหน้าตลอดเพราะฉะนั้นนั้นเอ่อเป็นไปได้ก็คือถ้าอยากให้ฝากอะไรก็คือบอกว่าทุกคนเนี่ยต้องตั้งสตินะต้องตั้งสติในสภาวะปัจจุบันว่า >> ว่าเราเนี่ยควรจะหารายได้จากทางไหนได้บ้าง >> ครับ >> และณปัจจุบันไม่ควรอ้างอิงรายได้เพียงทางเดียว >> อื >> อ่านะหลายๆคนมองว่าเอ้ยฉันมีงานประจำฉันพอละผมบอกเลยว่าอาจจะไม่พอดังนั้นเราควรหาช่องทางการสร้างรายได้ประเภทต่างนะครับเพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหลายๆคนเนี่ยมีงานประจำก็ยังออกมาเปิดคาเฟ่ก็ยังออกมาไลฟ์ขายของหลังเลิกงานบางคนไปขับGRบต่ออะไรอย่างเงี้ยซึ่งซึ่งการที่เรามี Multistream of Income เนี่ยหรือรายได้เข้ามาหลายๆช่องทางมันก็จะช่วยให้เราอยู่รอดได้ง่ายขึ้นในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ อ่า >> ทีนี้การใช้จ่ายต่างๆก็จำเป็นต้องใช้สติและวินัยทางการเงินนะครับมาเป็นตัวกำกับเพื่อที่จะให้วางแผนได้ว่าฉันอยู่ยังไงให้ได้ให้รอดในสภาวะปัจจุบันฉันจะออมยังไงรวมถึงจำเป็นต้องมีการลงทุนนะครับอันนี้ผมบอกว่าจำเป็นนะทำไมถึงจำเป็นที่เราพูดไปก่อนหน้าว่าถ้าเราไม่ลงทุนแล้วเอาเงินไปฝากธนาคารเฉยๆก็จนลงเหมือนกัน >> เออเพราะฉะนั้นจำเป็นต้องลงทุนแต่จะลงทุนมากหรือลงทุนน้อยหรือลงทุนอะไรอันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล >> ครับ >> นะครับต้องไปหาไปศึกษาหาข้อมูลหาว่าไลฟ์สไตล์การลงทุนประเภทไหนที่เหมาะกับตัวเองผมว่าแต่ละคนพอมันเริ่มเรียนรู้ไปเริ่มมีประสบการณ์ในระดับนึงแล้วเนี่ยมันก็จะรู้ว่าอันไหนเหมาะกับตัวเองแล้วมันก็จะเป็นค่อยๆเก็บออมค่อยๆลงทุนทบต้นไปเรื่อยๆ >> ครับ >> นะครับเอ่อหิมะเนอะที่เขา้าพูดกันเวลามันกลิ้งมาจากภูเขาอ่ะตอนแรกมันก็กล้วเล็กๆอ่ะแต่พอมันทบทบๆไปสุดท้ายมันก็ลูกใหญ่ก็ช่างimpactได้ค่อนข้างเยอะ >> ดังนั้นปัจจุบันถ้าคุณยังไม่เริ่ม >> ก็ต้องเริ่ม >> จริงครับ >> ก็ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้นะครับต้องเริ่มสร้างวินัยทางการเงินต้องมีสติต้องรู้จักเรียนรู้ในการลงทุนแล้วคุณเริ่มต้นเมื่อไหร่คือการเริ่มนับ 1 แล้วเนี่ยก็ใช้เวลาบางคนใช้มากบางคนใช้น้อยนะครับยิ่งคุณหาความรู้เยอะคุณมีประสบการณ์เยอะคุณก็สามารถตั้งตัวและสร้างให้ตัวเองได้เร็วครับ >> ครับ >> เพราะฉะนั้นนะครับคีย์ take away message 4 ข้อสำหรับคุณหมอไบค์ที่จะฝากให้กับทางบ้านนะครับข้อแรกก็คือมีสติครับ >> ตั้งสติก่อนข้อที่ 2 ครับคือมีวินัย >> ครับ >> ข้อที่ 3 คือรายได้เนี่ยควรจะต้องมีมากกว่า 1 ทาง >> หรือถ้าเป็นหรือถ้ามากกว่า 1 ทาง 2 ทาง 3 ทาง 4 ทางก็ยิ่งดีเลย >> แล้วก็สุดท้ายสำคัญที่สุดก็คือว่าก็ต้องศึกษาแล้วก็หาข้อมูลแล้วก็เลือกที่จะลงทุน >> ครับ >> โอหเป็นอะไรที่เป็นเหมือนกับเป็นพรอันล้ำค่าเลยนะสำหรับผมแล้วก็สำหรับคนดูด้วยที่มีโอกาสจะได้ได้ประสบการณ์ดีๆจากคุณหมอในวันนี้อ่ะเนาะก็ยังไงวันนี้ก็ขอบคุณคุณหมอมากที่แบบให้เกียรติมาเป็นแขกของเราในวันนี้นะครับแล้วก็ถ้ายังไงมีโอกาสหน้าเนี่ยถ้ามีทางบ้านสนใจหรืออาจจะรู้เรื่องของการลงทุนมากขึ้นเนี่ยก็จะขออนุญาตคุณหมอมาอีกรอบนึงแล้วกัน >> ได้ครับยินดีมาก >> โอเคขอบคุณหมอไบท์มากนะครับผมสวัสดีครับ >> สวัสดีครับ >> และสำหรับใครที่ดูมาจนถึงท้ายคลิปนี้นะครับแล้วมีความชอบในคเทนชอบในตัวของหมอเองหรือว่าแขกรับเชิญของหมอนะครับก็ฝากกดไลค์กดแชร์แล้วก็กด Subscribe เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานของหมอทุกคนด้วยนะครับขอบคุณมากครับ