📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ตอน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต)

สํานักงาน กปร.10:00

Transcription

[เพลง] พุธศักราช 2522 ได้มีการบันทึกถึงการถือกำเนิดของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก ซึ่งได้พลิกฟื้นพื้นที่ดินทรายเสื่อมโทรมในตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นต้นแบบของการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในภูมิภาค

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางรากฐานการพัฒนาด้วยเป้าหมายที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของราษฎร ซึ่งจะต้องพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งก่อน และให้ราษฎรสามารถพึ่งตนเองได้ โดยการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และสังคมวิทยาของแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน

ดังนั้น หลังจากทรงก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว พระองค์มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรีในปี 2524 ต่อมาในปี 2525 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยห่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาในแต่ละภูมิภาค ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน และในปี 2526 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นลำดับสุดท้าย

โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง จะทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้ สรรพวิชาจากการศึกษาค้นคว้าทดลองวิธีการพัฒนาและแก้ปัญหาเกี่ยวกับเกษตรกรด้านต่าง ๆ ไว้อย่างครอบคลุม โดยสร้างผลสำเร็จและสาธิตเป็นตัวอย่างด้วยระบบบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำกินของตนเอง

เดิมพื้นดินในตำบลเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีลักษณะที่แห้งแล้งเสื่อมโทรม เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อปลูกพืชไร่อย่างผิดวิธี จึงทำให้หน้าดินถูกทำลายและขาดแร่ธาตุ จนกลายเป็นดินทรายที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนสร้างแหล่งน้ำ พร้อมทั้งวางระบบชลประทานและปลูกป่า เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน ทรงให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ ทรงส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบผสมผสานและปรับปรุงบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งพื้นดินพลิกฟื้นคืนความสมบูรณ์ สามารถนำมาใช้พัฒนาการเกษตรด้านต่าง ๆ ที่หลากหลาย รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพที่สร้างรายได้ เพื่อเป็นต้นแบบความสำเร็จให้แก่ราษฎรในภูมิภาคนี้

ณ บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี เดิมเป็นพื้นที่ที่ดินเค็มและประสบปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่งทะเล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล ควบคู่กับการพัฒนาวิธีการทำประมงที่ถูกต้อง รูปแบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่บนฝั่งด้วยเกษตรกรรมแบบผสมผสาน และการคัดเลือกพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม นอกจากนั้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าคุ้มกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้สร้างสำนึกรักในทรัพยากรชายฝั่งและท้องทะเลไทย

หากย้อนไปเมื่อครั้งอดีต เกษตรกรในจังหวัดนราธิวาส ต้องประสบกับปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นที่พรุ จนไม่สามารถทำการเกษตรได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาสขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาและแก้ปัญหาเกษตรกรรมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องดินเปรี้ยว ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานทฤษฎีแกล้งดินในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจนประสบผลสำเร็จ ส่งให้วางระบบชลประทานเพื่อเป็นแหล่งน้ำการเกษตร และเป็นกลไกในการรักษาระดับน้ำใต้ดิน ป้องกันการเกิดกรดในดินและน้ำ การพัฒนารูปแบบเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งพระราชดำริในการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและสร้างพลังงานทางเลือกทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้ในการพัฒนาชีวิตของราษฎร

สภาพพื้นดินเสื่อมโทรมและความแห้งแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโจทย์สำคัญที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ได้แก้ไขปัญหาด้วยแนวพระราชดำริในการสร้างน้ำและเพิ่มป่า อาทิ การสร้างอ่างเก็บน้ำ ระบบชลประทาน ฝายต้นน้ำลำธาร ตลอดจนการปลูกป่าเพื่อคืนความสมบูรณ์และสมดุลให้แก่ระบบนิเวศ อันนำไปสู่การพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการศึกษาทดลองและสร้างองค์ความรู้ไปสู่ราษฎรในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาดินเค็ม การคัดเลือกพันธุ์และรูปแบบการเพาะปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การส่งเสริมพันธุ์สัตว์ที่สร้างรายได้ดี รวมทั้งการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า

ณ พื้นที่กว่า 8,500 ไร่ บริเวณป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ คือที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยห้องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากสภาพป่าเต็งรังเสื่อมโทรมเนื่องจากถูกตัดไม้ทำลายป่า ได้พลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ ด้วยแนวพระราชดำริ อาทิ การวางระบบชลประทาน การสร้างฝายเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น รวมทั้งการปลูกป่าเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำลำธาร อันเป็นต้นทางที่หลายรินไปสู่การพัฒนาที่ปลายทางคือการประมงในพื้นที่อ่างเก็บน้ำต่าง ๆ เช่นเดียวกับการพัฒนาเกษตรกรรมและปสุสัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งได้สร้างผลสำเร็จและเป็นต้นแบบของราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ

ท่ามกลางวันเวลานับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น สภาพพื้นที่ดินดาร้าค่าที่ไม่สามารถใช้ทำการเพาะปลูกได้ ก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนความสมบูรณ์ชุ่มชื้น ด้วยแนวพระราชดำริในการปลูกหญ้าแฝกควบคู่กับการปรับปรุงบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถมาใช้ในการเพาะปลูกพืชและทำการเกษตรได้ ขณะที่ผืนป่าก็ได้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์เช่นกัน ด้วยแนวพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ การวางระบบส่งน้ำไปบนภูเขาเพื่อสร้างระบบภูเขาป่ากระจายความชุ่มชื้นให้ต้นไม้น้อยใหญ่ งอกงามและขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ รวมทั้งการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศ

ด้วยแนวพระราชดำรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง ได้สร้างองค์ความรู้และต้นแบบความสำเร็จให้แก่ราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ณ วันนี้ ผลสำเร็จและองค์ความรู้ของศูนย์ศึกษาการพัฒนานี้ มาจากพระราชดำริได้งอกงามและขยายผลไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วพื้นแผ่นดินไทย ก่อเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรและสร้างรากฐานการเจริญเติบโตของประเทศอย่างมั่นคงยั่งยืนสืบไป

[เพลง]