Transcription
พูด 4 คำนี้ โชคดีแน่นอน เฉียดอีกแล้ว ผิดไปแค่แต้มเดียวเอง หรือบางทีก็สลับเลขหน้าไปออกเลขหลัง สลับเลขหลังมาออกเลขหน้า คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้ไหมครับ ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าความรวยมันวิ่งวนอยู่รอบตัวเรา แต่มันไม่ยอมวิ่งเข้ามาชนเราจังๆ ซะที ทั้งที่เราก็ไหว้ขอพรมาทุกที่ ทั้งที่เราก็ทำบุญไม่เคยขาด แต่ทำไมนะ ทำไมรางวัลใหญ่ถึงยังไม่ถึงคิวของเราสักที
เคยสงสัยไหมครับว่าคนที่เขาถูกรางวัลที่ 1 คนที่เขาหยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง เขามีความลับอะไรที่ซ่อนอยู่ หรือบางทีสิ่งที่ขวางกั้นโชคลาภก้อนโตของคุณอยู่อาจจะไม่ใช่เรื่องของดวงดาว ไม่ใช่เรื่องของปีชงค์ แต่อาจจะเป็นแค่ประโยคสั้นๆ ที่คุณเผลอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว ในวินาทีที่คุณกำลังหยิบเงินออกจากกระเป๋าเพื่อจ่ายค่าล็อตเตอรี่ใบนั้น คุณกำลังสั่งให้ตัวเองจนลง หรือกำลังเสกให้ตัวเองรวยขึ้นกันแน่ ลองถามใจตัวเองดูดีๆ นะครับ
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับผู้โชคดีและว่าที่เศรษฐีทุกท่านครับ พี่โชคยินดีด้วยจริงๆ ครับ ที่วันนี้คลื่นพลังงานแห่งความมั่งคั่งได้จูนให้เรามาเจอกันในช่องโชคดีจัง ครับ พบกับพี่โชคคนเดิมที่จะมาเป็นเพื่อนคู่คิด เป็นมิตรคู่กระเป๋าสตางค์ของคุณ ครับ และพี่โชคขอบอกตรงนี้เลยนะครับว่า การที่คุณเปิดมาเจอคลิปนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนครับ แต่นี่คือโชคชะตาที่นำทางคุณมาครับ คุณโชคดีมากๆ ที่เราได้เจอกันในวันนี้ เพราะวันนี้พี่โชคจะพาคุณมาปลดล็อคพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ และใช้ความหวังเป็นแผนที่นำทางไปสู่ชีวิตที่โชคดียิ่งขึ้นในทุกๆ วันครับ
วันนี้เราจะไม่ได้มาคุยกันแค่เรื่องเลขเด็ดตัวไหนมาแรง หรือศาลเจ้าไหนให้หวยแม่น แต่เราจะมาคุยกันถึงเรื่องที่ลึกซึ้งกว่านั้น เรื่องที่จะเปลี่ยนสถานะของคุณจากคนรอลุ้น ให้กลายเป็นผู้กำหนดโชคชะตาด้วยวาจาของตัวเอง ครับ ที่ช่องโชคดีจังของเรา เราจะมาเปิดคลังความลับสายหมู่ เราจะมาดูกันว่าความเชื่อแบบไหนที่จะสร้างโชค ฝันแบบไหนที่จะตีเป็นเลขเด็ด และเคล็ดลับอะไรที่คนโชคดีเขาทำกัน โดยเฉพาะในวันนี้ครับ พี่โชคมีกุญแจสำคัญดอกหนึ่ง เป็นกุญแจที่ทำจากคำพูด คุณเชื่อเรื่องวาจาศักดิ์สิทธิ์ไหมครับ คุณเชื่อว่าเสียงที่เราเปล่งออกไป มันคือคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนไปถึงจักรวาล และจักรวาลก็จะจัดสรรสิ่งต่างๆ กลับมาหาเราตามสิ่งที่เราพูดออกไป
วันนี้พี่โชคมีความลับเรื่อง 4 คำเรียกทรัพย์ ที่ถ้าคุณพูดก่อนหยิบล็อตเตอรี่ พูดก่อนจ่ายเงิน หรือแม้แต่พูดในใจตอนที่กำลังเลือกตัวเลข มันจะพลิกพลังงานของคุณจากความขาดแคลน ให้กลายเป็นความมั่งคั่งทันที เรื่องนี้มันซ่อนเคล็ดลับที่คนรวยเขาใช้กัน และมีวิธีแก้หรือวิธีทำอะไรที่จะปลดล็อคให้เราโชคดีขึ้นได้จริงๆ ต้องติดตามครับ แต่ก่อนที่พี่โชคจะเฉลยว่า 4 คำนั้นคืออะไร เราต้องมาดูกันก่อนครับว่าที่ผ่านมาเราเผลอทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง
พี่โชคอยากชวนพวกเราย้อนกลับไปดูภาพจำในอดีตกันสักนิดนะครับ ลองหลับตาแล้วนึกภาพตามพี่โคนะครับ เวลาที่เราเดินเข้าไปที่แผงขายลอตเตอรี่ หรือเวลาที่เราเห็นคนขายเดินถือแผงเข้ามาหาเรา วินาทีนั้นในใจของเราคิดอะไรอยู่ครับ หลายคนอาจจะบอกว่า ก็คิดอยากถูกหวยสิ พี่โชคถามได้ ใช่ครับ ความอยากนั้นมันเป็นเรื่องปกติ แต่ลึกลงไปในความอยากนั้นน่ะ มันมีความรู้สึกอะไรเจือปนอยู่หรือเปล่า ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ นะครับ
คนส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 เลยก็ว่าได้ มักจะเดินเข้าหาแผงลอตเตอรี่ด้วยพลังงานของความขาดแคลนครับ เดี๋ยวพี่โชคจะขยายความคำว่า "พลังงานความขาดแคลน" ให้ฟังชัดๆ นะครับ มันคืออาการที่เราซื้อเพราะเรารู้สึกว่าเราไม่มี เราซื้อเพราะเราเดือดร้อน เราซื้อเพราะเราอยากจะหนีจากความทุกข์ในปัจจุบัน บางคนพนมมือ ไหว้ท่วมหัวแล้วพูดในใจว่า "สาธุ ขอให้ถูกทีเถอะ งวดนี้หนี้สินรุงรังเหลือเกิน ถ้าไม่ถูกงวดนี้ตายแน่" หรือบางคนก็พูดกับคนขายว่า "พี่ช่วยหนูหน่อย เลือกใบที่ถูกรางวัลให้หนูที หนูแย่แล้ว"
คุณเห็นภาพไหมครับ คุณซาบซึ้งถึงอารมณ์ในตอนนั้นไหมครับ คำพูดเหล่านี้ ความคิดเหล่านี้ มันเต็มไปด้วยความกลัว ความกังวล และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้แพ้ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตรวจรางวัลเลยด้วยซ้ำ ในทางจิตวิทยาและทางพลังงานศาสตร์ เมื่อเราส่งคลื่นเสียงหรือความคิดที่มีแต่ความหดหู่ ความอยากได้อยากมีแบบหน้ามืดตามัวออกไป จักรวาลเขาไม่ได้ยินคำว่า "อยากถูกหวย" ของเราหรอกนะครับ แต่เขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของคำว่า "ฉันขาดแคลน ฉันไม่มี ฉันกำลังลำบาก" และเมื่อจักรวาลรับรู้ว่าคุณคือคนที่มีคลื่นพลังงานแห่งความขาดแคลน เขาก็จะส่งสถานการณ์ที่ทำให้คุณขาดแคลนยิ่งกว่าเดิมกลับมาให้ครับ
นี่แหละครับคือหลุมพรางที่น่ากลัวที่สุด ที่ทำให้หลายคนซื้อหวยมา 10 ปี 20 ปี ก็ยังไม่รวยสักที แถมบางคนยิ่งซื้อยิ่งจนลง ยิ่งซื้อยิ่งเครียด เพราะเราเริ่มต้นด้วยกระดุมเม็ดแรกที่ผิดพลาดครับ เราเริ่มต้นการเสี่ยงโชคด้วยจิตที่ตก ไม่ใช่จิตที่ตื่น
พี่โชคอยากให้คุณลองนึกเปรียบเทียบดูนะครับ สมมุติว่าคุณเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ และมีคน 2 คน เดินเข้ามาหาคุณ คนแรกเดินหน้าเศร้า ไหล่ห่อ หน้าตาอมทุกข์ เข้ามากราบกราน ร้องไห้ บอกว่า "ท่านครับ ช่วยผมด้วย ผมไม่มีจะกินแล้ว ผมลำบากเหลือเกิน ให้เงินผมเถอะ" กับอีกคนนึงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม หน้าตาสดใส แววตามีประกายแห่งความหวัง เดินเข้ามาทักทายคุณอย่างเป็นกันเอง แล้วพูดว่า "ท่านครับ วันนี้อากาศดีจังเลย ผมพร้อมแล้วที่จะรับสิ่งดีๆ ผมมีความสุขมากที่ได้มาเจอท่าน" เป็นเทพเจ้า คุณอยากจะยื่นโชคลาภให้กับใครมากกว่ากันครับ
แน่นอนครับว่าเรามักจะอยากมอบของขวัญให้กับคนที่ดูมีความสุข คนที่ดูพร้อมจะรับมากกว่าคนที่ดูเหมือนหลุมดำที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม จริงไหมครับ โชคลาภก็เหมือนกันครับ โชคลาภเป็นพลังงานที่ละเอียดอ่อน มันชอบที่สว่าง ชอบที่สบายใจ ชอบที่มีความสุข ถ้าใจของเราขุ่นมัว ถ้าคำพูดของเราเต็มไปด้วยคำบ่น คำด่า หรือคำตัดพ้อต่อว่า "โชคชะตา ทำไมฉันซวยอย่างนี้ ทำไมซื้อเลขนี้แล้วไม่ออก รู้งี้ซื้อตัวนั้นดีกว่า" คำว่า "รู้งี้" นี่ตัวดีเลยนะครับ มันเป็นคำพูดที่บั่นทอนพลังงานในปัจจุบันอย่างรุนแรงที่สุด ทุกครั้งที่เราพูดคำลบๆ เหล่านี้ออกมา มันเหมือนเรากำลังสร้างกำแพงแก้วที่มองไม่เห็น กั้นไม่ให้โชคลาภวิ่งเข้ามาชนเรา
พี่โชคมีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องจริงของพี่วินมอเตอร์ไซค์ท่านหนึ่ง ที่พี่โชคเคยไปใช้บริการ แกชื่อลุงหมาย ลุงหมายแกเป็นคนอารมณ์ดีมาก ขับรถไปแกก็ร้องเพลงไป ใครโบกแกก็ยิ้มแย้มแจ่มใส วันหนึ่งพี่โชคเห็นแกจอดซื้อลอตเตอรี่อยู่หน้าปากซอย พี่โชคก็เลยแอบสังเกตพฤติกรรมของแก ลุงหมายแกหยิบแผงขึ้นมาดู แกไม่ได้ทำหน้าเครียดเหมือนคนอื่นๆ ที่คิ้วขมวดจนผูกโบว์ได้ แกมองดูตัวเลขในแผงแล้วแกก็ยิ้ม แล้วแกก็พูดกับคนขายด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดว่า "โอ้โห วันนี้เลขสวยจังเลย ใบนี้ก็ดี ใบนั้นก็งาม เอาใบนี้แหละ พามันไปอยู่ด้วย" คุณได้ยินไหมครับ แกไม่ได้พูดว่า "ขอให้ถูกนะ" แกไม่ได้พูดว่า "ถ้าไม่ถูกนะ น่าดู" แต่แกพูดเหมือนกับว่าลอตเตอรี่ใบนั้นเป็นเพื่อนที่จะพาไปอยู่ด้วย เป็นสิ่งดีๆ ที่แกเลือกด้วยความสุข
แล้วเชื่อไหมครับว่าเย็นวันนั้น ลุงหมายแกถูกเลขท้าย 2 ตัว อาจจะไม่ใช่รางวัลที่ 1 ก้อนโต แต่แกถูกแบบนี้บ่อยมาก บ่อยจนเพื่อนวินด้วยกันต้องมาถามเคล็ดลับ สิ่งที่ลุงหมายทำโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการใช้วาจาศักดิ์สิทธิ์ในด้านบวกครับ แกไม่ได้กดดันตัวเอง แกไม่ได้กดดันคนขาย และแกไม่ได้กดดันเทวดา แกทำหน้าที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองด้วยความสบายใจ นี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่ยืนยันว่าสภาวะจิตใจและคำพูดในขณะที่เรากำลังเสี่ยงโชค มีผลมหาศาลต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
หลายคนอาจจะเถียงในใจว่า "ก็ลุงหมายแกดวงดีอยู่แล้วหรือเปล่า พี่โชค" พี่โชคอยากจะบอกว่า ดวงคนเรามันมีขึ้นมีลงครับ แต่สิ่งที่ประคองให้ดวงมันไม่ตกต่ำจนถึงขีดสุด หรือสิ่งที่ฉุดให้ดวงมันพุ่งขึ้นไปแตะเพดานบิน มันคือการกระทำและคำพูดของเราในปัจจุบันนี่แหละครับ
ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์จีน เขาถือเรื่องปากมากนะครับ ปากคือประตูเปิดรับทรัพย์ หรือประตูระบายทรัพย์ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของปากนั่นแหละครับ เคยสังเกตไหมครับว่าบ้านไหนที่สามีภรรยาทะเลาะกันเสียงดัง ด่าทอกันด้วยคำหยาบคายทุกเช้าเย็น บ้านนั้นมักจะเก็บเงินไม่อยู่ มีเรื่องให้ต้องเสียเงินเสียทองตลอด เดี๋ยวท่อน้ำแตก เดี๋ยวไฟรั่ว เดี๋ยวคนในบ้านป่วย เพราะพลังงานของเสียงที่เป็นอัปมงคล มันไปทำลายพลังงาน ชะลอความสมดุลในบ้าน ร่างกายของเราก็คือบ้านของจิตวิญญาณเรานะครับ ถ้าปากของเราพ่นแต่คำแห่งความขาดแคลน พ่นแต่คำแห่งความเครียด บ้านหลังนี้ก็จะมีแต่รอยร้าว แล้วโชคลาภที่ไหนจะอยากเข้ามาอาศัยล่ะครับ
ดังนั้น ก่อนที่เราจะไปถึง 4 คำวิเศษ พี่โชคอยากให้ทุกคนลองสำรวจตัวเองก่อนครับว่าที่ผ่านมาเราเป็นแบบไหน เราเป็นคนยืนกำหมัดแน่น เหงื่อแตกพลั่ก สายตาล่อกแล่ก แล้วหยิบเงินก้อนสุดท้ายออกมาซื้อด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ หรือเราเป็นคนที่ใจเย็น ยิ้มแย้ม และเลือกตัวเลขด้วยความรู้สึกว่าเป็นผู้เลือก ไม่ใช่ผู้ขอ ถ้าคุณรู้ตัวว่าที่ผ่านมาคุณพลาดไปแล้ว ไม่เป็นไรนะครับ ไม่ต้องโทษตัวเอง ไม่ต้องเสียใจ เพราะวินาทีนี้คุณได้ตื่นรู้แล้ว และการตื่นรู้นี่นะครับ คือก้าวแรกของความมั่งคั่งที่แท้จริง
มีอีกเรื่องหนึ่งที่พี่โชคอยากจะขยี้ให้เห็นภาพชัดๆ เรื่องของความลังเล หลายคนเวลาซื้อหวยชอบมีอาการรักพี่เสียดายน้อง หยิบใบนี้แล้วก็วาง หยิบใบนั้นแล้วก็วาง ปากก็บ่นพึมพำ "จะออกมน้อ จะคุ้มมั้ยน้อ เลขนี้เจ้าแม่นั้นให้มา เลขนี้อาจารย์นี้บอกมา" ความลังเลสงสัยนี่แหละครับ คือสนิมที่เกาะกินโชค โชคลาภในทางพลังงาน ความลังเลคือคลื่นความถี่ที่สับสน เหมือนวิทยุที่จูนหาคลื่นไม่เจอ เดี๋ยวซ่า เดี๋ยวชัด จักรวาลฟังไม่รู้เรื่องครับว่าตกลงคุณจะเอาอะไรกันแน่ คุณจะเอารวย หรือคุณจะเอา กลัว เมื่อสัญญาณที่คุณส่งออกไปมันไม่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ตอบกลับมามันก็เลยเฉียดไปเฉียดมาอยู่อย่างนั้นแหละครับ เฉียดให้เจ็บใจเล่น เพราะพลังงานของคุณมันไม่คมพอที่จะเจาะทะลุเป้าหมายได้
คุณเคยเห็นเสือเวลาล่าเหยื่อไหมครับ เสือมันจะไม่ลังเล สายตาของมันจะจดจ่อไปที่เป้าหมายเพียงจุดเดียว นิ่งสงบ แต่ทรงพลัง แล้วพอมันตัดสินใจกระโจน มันใส่สุดแรง ไม่มีกั๊ก การเสี่ยงโชคก็ต้องใช้พลังจิตแบบเสือครับ คือต้องมั่นใจ ต้องนิ่ง และที่สำคัญต้องมีการประกาศเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งการประกาศเป้าหมายที่ดีที่สุด ก็คือการเปล่งวาจาออกมานั่นเองครับ แต่ไม่ใช่การตะโกนโหวกเหวกโวยวายนะ ครับ มันคือการเปล่งวาจาที่เป็นดั่งรหัสลับ เพื่อเปิดตู้เซฟของจักรวาล
ทีนี้หลายคนคงเริ่มกระสับกระส่าย เริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่า แล้วพี่โชคจะให้พูดว่าอะไรล่ะ เลิกอารัมภบทได้แล้ว อยากรวยจะแย่แล้ว เนี่ย ใจเย็นๆ นะครับ วัยรุ่นใจร้อนทั้งหลาย ความใจร้อนก็เป็นอีกหนึ่งศัตรูของความโชคดีนะครับ จำไว้ว่าของดีต้องรอหน่อย ของอร่อยต้องใจเย็นๆ ที่พี่โชคต้องปูพื้นฐานยาวเหยียดขนาดนี้ ก็เพราะว่าถ้าพี่โชคบอก 4 คำนั้นไปตอนนี้เลย โดยที่คุณยังไม่ปรับจูนสภาวะจิตใจ ยังไม่ได้ล้างพลังงานลบๆ ออกจากความคิด ต่อให้คุณท่อง 4 คำนี้เป็นร้อยจบ พันจบ มันก็อาจจะไม่เกิดผลอะไรเลยก็ได้ครับ เหมือนคุณพยายามปลูกต้นไม้พันธุ์ดี ลงบนดินที่แห้งแล้งแตกระแหง ต่อให้เมล็ดพันธุ์ดีแค่ไหน มันก็โตไม่ได้หรอกครับ
หน้าที่ของพี่โชคในตอนนี้ คือการพรวนดินในใจของคุณให้ร่วนซุย ให้ชุ่มชื้น ให้พร้อมที่จะรับเมล็ดพันธุ์แห่งความมั่งคั่งที่พี่โชคกำลังจะมอบให้ ลองหายใจเข้าลึกๆ นะครับ หายใจเอาความกังวลทิ้งไป หายใจเอาความอยากรวยแบบหน้ามืดตา มัวทิ้งไป ให้เหลือแต่ความรู้สึกเบาสบาย รู้สึกว่าเรามีค่า รู้สึกว่าเราคู่ควรกับเงินล้าน คุณรู้ไหมครับว่ามหาเศรษฐีทุกคนบนโลกใบนี้ เขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาเชื่อว่าเขาทำได้ เขาเชื่อว่าเขารวยได้ และเขามักจะมีคำพูดติดปากประจำตัว ที่เขาใช้เรียกสติและเรียกพลังให้ตัวเองเสมอ
สิ่งที่พี่โชคกำลังจะบอกต่อไปนี้ ไม่ใช่คาถาอาคมที่ต้องไปจุดธูปกลางแจ้ง ไม่ต้องไปทำพิธีใต้น้ำ แต่มันเป็นจิตวิทยาขั้นสูง ผสมผสานกับความเชื่อโบราณที่ตกผลึกมาแล้วว่า มันสามารถแฮกหรือเจาะระบบสมองของเรา ให้เปลี่ยนโฟกัสจากความขาดแคลน ไปสู่ความมั่งคั่งได้ในเสี้ยววินาที ลองจินตนาการดูนะครับว่าถ้าเพียงแค่คุณเปลี่ยนคำพูดก่อนซื้อลอตเตอรี่ไม่กี่คำ แล้วมันทำให้คุณรู้สึกอิ่มเต็มในหัวใจทันทีที่จ่ายเงิน ไม่ว่าผลรางวัลจะออกมาเป็นยังไง คุณได้กำไรตั้งแต่วินาทีแรกแล้วครับ กำไรทางใจที่ประเมินค่าไม่ได้ และเมื่อใจคุณกำไร เงินทองที่เป็นกำไรทางวัตถุมันจะไหลตามมาเองโดยอัตโนมัติ
พี่โชคอยากให้คุณเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ เคลียร์หูให้โล่ง เคลียร์ใจให้ว่าง เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะได้ยินต่อไปนี้ คือกุญแจทองคำที่จะไขประตูสู่คลังสมบัติที่คุณมองหามาตลอดชีวิต กับ 4 คำสั้นๆ ง่ายๆ แต่ส่งพลังเหลือเชื่อ ที่จะเปลี่ยนคุณจากนักเสี่ยงโชคผู้หิวโหย ให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินตราที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้ว ลองตั้งใจฟังให้ดีนะครับ เพราะคำๆ นี้มันมีอานุภาพที่รุนแรงกว่าที่คุณคิดเยอะเลยครับ รุนแรงขนาดที่ว่าสามารถพลิกชะตาชีวิต จากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วข้ามคืน และที่สำคัญคือ มันไม่ใช่เวทมนตร์คาถาที่ต้องไปร่ำเรียนมาจากยอดเขาไกลโพ้น ที่แต่มันคือศาสตร์แห่งพลังงานที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด อยู่ที่ปลายลิ้นของเรานี่เองครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดที่สุด พี่โชคขออนุญาตยกกรณีศึกษา หรือเรื่องเล่าจากชีวิตจริงของพี่สาวท่านหนึ่ง ที่พี่โชคเชื่อว่าเรื่องราวของเธอจะสะท้อนภาพของใครหลายคนในนี้ได้ดีมากๆ ครับ พี่สาวท่านนี้มีชื่อว่าเจ๊เพ็ญครับ เจ๊เพ็ญแกเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงอยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่ง รถมือของแกนี่ถือว่าเด็ดขาด แกงเขียวหวานนี่หอมฟุ้งไป 3 บ้าน 8 บ้าน แต่แปลกไหมครับ ทั้งที่แกงอร่อยขนาดนั้น แต่ลูกค้ากลับบางตา ขายดีเป็นพักๆ บทจะเงียบก็เงียบกริบ แถมชีวิตส่วนตัวของเจ๊เพ็ญก็ดูเหมือนจะมีแต่เรื่องติดขัด หนี้รายวันก็ต้องส่ง ค่าเช่าแผงก็ต้องจ่าย ลูกก็ต้องเรียน เจ๊เพ็ญแกเป็นคนชอบเสี่ยงโชคมากครับ แกเชื่อว่าลอตเตอรี่คือทางรอดเดียวที่จะพาแกออกจากกองหนี้ได้ ทุกงวดแกจะจัดเต็ม ซื้อทีเป็นชุดๆ แต่เชื่อไหมครับว่าเวลาแกซื้อ แกจะมีพฤติกรรมที่เหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่พี่โชคเล่าไปในตอนต้นเปี๊ยบเลย คือแกจะชอบบ่นครับ เวลาเลือกเลข แกจะหยิบมาดูแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เฮ้อ จะออกมั้ยเนี่ย อย่าให้เจ๊งนะ งวดนี้ถ้าไม่ถูกนะ ตายแน่ สาธุเจ้าพ่อเจ้าแม่ช่วยลูกช้างด้วยเถิด ลูกช้างลำบากเหลือเกิน"
คำพูดติดปากของเจ๊เพ็ญคือ "ลำบาก เหนื่อย ไม่มีตังค์" แกพูดคำพวกนี้วันละเป็นร้อยรอบ พูดกับคนขายผักบ้าง พูดกับลูกค้าบ้าง หรือแม้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองตอนตักแกง จนกระทั่งวันหนึ่งครับ มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น วันนั้นมีลูกค้าขาจรคนหนึ่ง แต่งตัวภูมิฐาน ดูท่าทางใจดี มานั่งกินข้าวแกงที่ร้าน เจ๊เพ็ญแกนั่งกินไปก็ฟังเจ๊เพ็ญบ่นเรื่องหวยกินไป บ่นเรื่องเศรษฐกิจไป พอลูกค้าท่านนั้นทานเสร็จ แกก็เดินมาจ่ายเงิน แล้วแกก็พูดกับเจ๊เพ็ญประโยคหนึ่ง ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่กังวานมาก แกบอกว่า "แม่ค้าครับ กับข้าวอร่อยมากนะ แต่น่าเสียดายที่ใส่ยาพิษลงไปในหม้อแกงทุกวันเลย" เจ๊เพ็ญแกตกใจตาโตเลยครับ รีบสวนกลับทันทีว่า "คุณพี่พูดอะไร ฉันทำสะอาดนะ อย่าพิษอะไรกัน"
ลูกค้านั้นยิ้มแล้วชี้ไปที่ปากของเจ๊เพ็ญ "ยาพิษจากคำพูดของแม่ค้านั่นแหละครับ แม่ค้าบ่นว่าเหนื่อยว่าจนว่าลำบาก ลงไปในกับข้าวทุกวัน พลังงานลบๆ มันก็ลงไปอยู่ในของที่ขาย คนกินเขาก็สัมผัสได้ เงินทองมันถึงไม่เข้า โชคลาภมันถึงไม่มา เพราะแม่ค้าไล่มันไปทุกวัน ด้วยปากของตัวเอง" วันนั้นเจ๊เพ็ญแกอึ้งไปเลยครับ เหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดเข้าที่กลางกะโหลก แต่เป็นการฟาดที่ทำให้ตื่น ลูกค้าท่านนั้นทิ้งท้ายไว้ว่า "ลองเปลี่ยนใหม่นะ งวดหน้าก่อนซื้อลอตเตอรี่ หรือก่อนจะขายของให้ ลองพูดแต่คำมงคล พูดขอบคุณ พูดรับทรัพย์ครับ ห้ามบ่นคำว่าไม่มีหรือยากจนเด็ดขาด ลองดูสักงวดสิครับ"
ด้วยความที่แกก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว งวดต่อมาเจ๊เพ็ญแกเลยลองทำตามครับ แกกลั้นใจกัดลิ้นตัวเองทุกครั้งที่กำลังจะบ่น เวลาเดินไปแผงล็อตเตอรี่ แทนที่แกจะทำหน้ายักษ์แล้วบ่นว่า "อยากปลดหนี้" แกเปลี่ยนใหม่ครับ แกเดินเข้าไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ แกพูดกับคนขายว่า "วันนี้รวยนะ ขอใบที่พาเงินล้านเข้ากระเป๋าหน่อย" แกพูดแค่นี้ แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ พูดด้วยรอยยิ้ม แกซ้อมหน้ากระจกก่อนออกจากบ้านด้วยนะครับ ซ้อมพูดคำดีๆ จนชินปากแล้ว
สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นครับ ไม่ใช่ว่าแกถูกรางวัลที่ 1 ทันทีในงวดนั้นหรอกนะครับ แต่อย่างแรกที่เปลี่ยนไปคือยอดขายครับ อยู่ดีๆ ลูกค้าก็แน่นร้าน คนที่เคยเดินผ่านก็แวะเข้ามา เพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะหน้าตาแกผ่องใสขึ้น บรรยากาศในร้านมันเปลี่ยนจากความเครียดเป็นความสบายใจ พลังงานมันเปลี่ยนครับ และในงวดที่ 3 หลังจากที่แกเปลี่ยนคำพูด เจ๊เพ็ญถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 2 ครับ ได้เงินมาก้อนใหญ่พอที่จะปิดหนี้นอกระบบได้หมดเกลี้ยง วินาทีที่แกมารู้ว่าถูกรางวัล แกไม่ได้ร้องไห้โฮเหมือนเมื่อก่อน แต่แกยกมือไหว้ขอบคุณฟ้าดิน แล้วพูดว่า "ฉันคู่ควร ฉันรับได้"
อีกเรื่องของเจ๊เพ็ญเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากของคำว่า "วาจาศักดิ์สิทธิ์" ทีนี้พี่โชคอยากพาพวกเรามาเจาะลึกกันต่อในเชิงวิเคราะห์ครับว่าทำไม ทำไมแค่การเปลี่ยนคำพูดไม่กี่คำ มีอานุภาพเปลี่ยนแปลงความจริงตรงหน้าได้ขนาดนี้ มันเป็นเรื่องงมงายหรือเปล่า หรือมันมีหลักการอะไรมารองรับ
ถ้าเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์และความเชื่อโบราณ ไม่ว่าจะชนชาติไหน เขาก็ให้ความสำคัญกับคำพูดมาเป็นอันดับ 1 เสมอครับ คนไทยเรามีตำนานพระร่วงวาจาศักดิ์สิทธิ์ ที่พูดอะไรก็เป็นจริงตามนั้น สั่งน้ำให้เป็นหิน สั่งไม้ให้เป็นเหล็ก แม้ว่านั่นจะเป็นตำนาน แต่มันแฝงกุศโลบายที่บอกว่าผู้นำ หรือผู้มีบุญ คือผู้ที่รักษาคำพูด และคำพูดของเขามีพลังอำนาจ ในทางพระพุทธศาสนา เราก็มีการสวดมนต์ การเจริญภาวนา ซึ่งก็คือการใช้คลื่นเสียงในการปรุงแต่งจิตใจและบรรยากาศให้บริสุทธิ์
ลองมาดูในมุมวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาสมัยใหม่กันบ้างครับ เพื่อให้สายวิทย์ ทุกสิ่งในจักรวาลนี้ รวมไปถึงร่างกายของเรา ล้วนประกอบไปด้วยพลังงานครับ และพลังงานพวกนี้มันจะสั่นสะเทือนตลอดเวลา ในความถี่ที่ต่างกัน เสียงหรือคำพูดก็คือคลื่นพลังงานรูปแบบหนึ่งครับ เวลาที่เราเปล่งเสียงออกมา เส้นเสียงของเราสั่นสะเทือน อากาศสั่นสะเทือน และคลื่นเสียงนั้นมันก็วิ่งไปกระทบกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา มีงานทดลองหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วโลกของ ดร.มาซารุ เอโมโตะ ชาวญี่ปุ่นครับ ที่เขาทำการทดลองกับผลึกน้ำครับ เขาพบว่าเวลาเราพูดคำดีๆ คำว่า "ขอบคุณ" "ความรัก" "สวยงาม" ใส่แก้วน้ำแล้วนำน้ำนั้นไปแช่แข็ง ส่องกล้องดู ผลึกของน้ำจะเรียงตัวสวยงามเหมือนเพชรเหมือนอัญมณี แต่กลับกันครับ ถ้าเราพูดคำหยาบคาย คำว่า "เกลียด" "ฆ่า" "โง่" ใส่แก้วน้ำ ผลึกของน้ำจะบิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว แตกซ่านกระเซ็น
คุณผู้ฟังครับ ร่างกายของมนุษย์เราประกอบด้วยน้ำถึง 70% นะครับ เลือดในกายเรา เซลล์สมองเรา ล้วนมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ลองจินตนาการดูสิครับว่า ถ้าวันๆ หนึ่งเราพ่นแต่คำว่า "จน" "ไม่มีเงิน" "ซวย" "เครียด" ใส่ตัวเอง น้ำในร่างกายเราจะเป็นยังไงครับ มันก็คงบิดเบี้ยวปั่นป่วน และส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายและสมองเรารวนไปหมด สมองที่รวน จะไปมองเห็นช่องทางทำมาหากินได้ยังไงครับ จะไปมีเซนส์ในการหยิบเลขเด็ดได้ยังไง จริงไหมครับ
นอกจากเรื่องของน้ำและพลังงานแล้ว ยังมีอีกกลไกหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสมองของเรา ที่เรียกว่า Reticular Activating System หรือเรียกสั้นๆ ว่า RAS ครับ เจ้า RAS เนี่ย มันทำหน้าที่เหมือน Google Search ส่วนตัวในสมองของคุณครับ ในแต่ละวินาที ข้อมูลรอบตัวเรามีเป็นล้านๆ เรื่อง ทั้งสี แสง เสียง กลิ่น สมองเราไม่ไหวหรอกครับ เจ้า RAS เลยทำหน้าที่คัดกรองสิ่งที่สำคัญที่สุดมาให้เราเห็น คำถามคือ เจ้า RAS มันรู้ได้ยังไงว่าอะไรสำคัญ คำตอบก็คือ สิ่งที่คุณพูดและคิดซ้ำๆ นั่นแหละครับ คือคำสั่งที่คุณป้อนให้มัน ถ้าคุณตื่นมาแล้วพูดว่า "วันนี้ซวยแน่เลย" เจ้า RAS จะรับคำสั่งทันที "โอเค เจ้านาย วันนี้เจ้านายอยากเห็นความซวย เดี๋ยวจัดให้" แล้วมันก็จะพาตาของคุณไปมองเห็นแต่สิ่งแย่ๆ เห็นหมาตัดหน้า เห็นไฟแดง เห็นเลขที่ไม่ถูกรางวัล แต่ถ้าคุณเปลี่ยนคำสั่งใหม่ คุณพูดว่า "วันนี้ฉันโชคดี วันนี้ฉันจะเจอแต่โอกาส เงินล้าน" เจ้า RAS ก็จะทำงานถวายหัว พยายามกวาดสายตาหาเลขเด็ด หาคนที่จะนำโชคมาให้ หา ลอตเตอรี่ใบที่มันเปล่งประกายออกมาจากแผง
นี่นี่แหละครับ คือวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความโชคดี มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย แต่ มันคือการจูนคลื่นและป้อนคำสั่งให้ถูกต้อง คนที่ถูกหวยบ่อยๆ คนที่เขาเรียกว่า "คนมือขึ้น" ไม่ใช่เพราะเขามีเทวดาอุ้มสมเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เป็นเพราะ Mindset หรือวิธีคิดและคำพูดของเขา ได้ทำการปูพื้นฐานความสำเร็จไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาจะได้ เขาพูดอย่างเต็มปากว่าเขาคือผู้โชคดี
ย้อนกลับมาที่ตัวเราครับ วันนี้ตอนที่คุณกำลังจะควักเงินไปซื้อลอตเตอรี่ หรือตอนที่คุณกำลังนอนฝันหาเลขเด็ด คุณกำลังป้อนคำสั่งอะไรให้กับจิตใต้สำนึกของคุณ คุณกำลังส่งคลื่นเสียงแบบไหน ออกไปเขย่าจักรวาล ถ้าคำตอบคือความเงียบ หรือความกังวล หรือคำบ่นที่เคยชิน พี่โชคขอ บอกเลยว่า "หยุดเดี๋ยวนี้ครับ" หยุดทำร้ายโชคชะตาของตัวเองด้วยคำพูดเดิมๆ เพราะถ้าคุณยังพูดเหมือนเดิม คุณก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม เหมือนที่ไอน์สไตน์เคยบอกไว้ว่า "การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ แต่คาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ คือนิยามของความบ้าคลั่ง" เราไม่ได้บ้าครับ เราแค่อยากรวย ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีการ
ทีนี้หลายคนคงกำลังนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว คงอยากจะรู้ใจจะขาดแล้วว่า ตกลง 4 คำนั้นคืออะไรกันแน่ พี่โชคจะกั๊กไว้ทำไมเนี่ย พี่โชคไม่ได้กั๊กนะครับ แต่พี่โชคอยากให้คุณเข้าใจที่มาที่ไปให้ลึกซึ้งที่สุด ก่อน เพราะ 4 คำนี้ ถ้าคุณพูดแบบนกแก้วนกขุนทอง พูดโดยไม่เข้าใจแก่นแท้ของมัน พลังของมันจะหายไป 90% ครับ มันจะกลายเป็นแค่คำท่องจำดาดดื่น แต่ถ้าคุณพูดมันด้วยความเข้าใจ พูดด้วยอินเนอร์ที่สั่นสะเทือนมาจากขั้วหัวใจ หลังจากที่คุณได้ฟังเรื่องเจ๊เพ็ญ และได้เข้าใจเรื่องผลึกน้ำและสมองไปแล้ว คำพูด 4 คำนี้จะกลายเป็นประกาสิทธิ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเท่าที่คุณเคยเปล่งออกมาเลยทีเดียวครับ
4 คำนี้ถูกออกแบบมา เพื่อล้างพลังงานความขาดแคลน และดึงพลังงานแห่งความมั่งคั่งเข้ามาแทนที่ในทันที มันครอบคลุมทั้งการขอบคุณอดีต การยืนยันปัจจุบัน และการเปิดรับอนาคต มันคือคาถาเรียกทรัพย์ฉบับกระเป๋าที่คุณพกพาไปได้ทุกที่ ไม่ต้องจุดธูป ไม่ต้องพึ่งหมอผี แค่พกปากดีๆ ของคุณไปก็พอ และที่สำคัญที่สุดครับ เคล็ดลับนี้มันไม่ได้ใช้แค่ตอนซื้อลอตเตอรี่นะครับ คุณสามารถใช้มันตอนจะโอนเงินจ่ายหนี้ ตอนจะรับเงินทอน หรือแม้แต่ตอนเปิดดูกระเป๋าสตางค์ที่มีแบงค์ 20 อยู่ใบเดียว ถ้าคุณพูด 4 คำนี้ทับลงไป พลังงานของเงินใบนั้นจะเปลี่ยนทันที จากเงินที่กำลังจะหมด จะกลายเป็นเชื้อที่จะไปเรียกเพื่อนของมันมาเพิ่ม น่าสนใจไหมครับ ว่าแค่คำพูดจะเปลี่ยนกระดาษเปื้อนหมึก ให้กลายเป็นแม่เหล็กดูดซับได้อย่างไร
พี่โชคจะไม่ได้แค่บอกว่า 4 คำนั้นคืออะไรนะครับ แต่พี่โชคจะจับมือคุณทำไปพร้อมๆ กัน เราจะมาดูวิธีใช้แบบ Step by Step ว่าต้องพูดจังหวะไหน ต้องหายใจยังไง และต้องวางใจไว้ตรงไหน เพื่อให้คำพูดนี้วิ่งตรงไปเคาะประตูสวรรค์ และเปิดคลังสมบัติให้เทลงมาที่ตักของคุณ เตรียมกระดาษปากกาไว้ให้พร้อมนะครับ เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนคุณจากนักเสี่ยงดวง ให้กลายเป็นผู้สั่งดวง อย่าเพิ่งลุไปไหนนะครับ เพราะความรวยกำลังรอให้คุณเอ่ยปากเรียกมันอยู่ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกอีกต่อไปครับ
เพราะวินาทีที่คุณกำลังจะควักเงินจ่ายค่าลอตเตอรี่ หรือวินาทีที่คุณกำลังจะกดโอนเงินซื้อตัวเลขที่คุณหมายตาเอาไว้ ช่วงเวลานั้นแหละครับ คือนาทีทองที่ประตูมิติระหว่างโลกความจริงกับโลกแห่งปาฏิหาริย์มันเปิดเชื่อมถึงกัน คุณรู้ไหมครับว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณถืออยู่นั้น มันไม่ได้เป็นแค่กระดาษหรือตัวเลขในบัญชีเฉยๆ นะครับ แต่มันมีชีวิต มันมีหู และมันมีความรู้สึก เงินคือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่หมุนเวียน เปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ และ ณ ธรรมชาติของพลังงาน ก็คือมันจะไหลไปหาคนที่ต้อนรับมันดีที่สุด และมันจะรีบหนีจากคนที่เกลียดหรือกลัวมัน
ลองนึกภาพตามพี่โคนะครับ สมมุติว่าเงินของคุณเป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง วันนี้เพื่อนคนนี้มีความจำเป็นจะต้องเดินทางไกล ต้องออกจากกระเป๋าของคุณไปเพื่อไปทำภารกิจบางอย่าง ถ้าตอนที่เขาเดินออกจากบ้าน คุณทำหน้าบึ้งตึง คุณบ่นพึมพำไล่หลังว่า "ไปอีกแล้ว จะกลับมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เบื่อจริงๆ เลยที่ต้องให้ไป" คุณคิดว่าเพื่อนคนนั้น เขาจะกลับมาหาคุณอีกไหมครับ หรือถ้าเขากลับมา เขาคงจะกลับมาด้วยความอึดอัดใจ แต่ในทางกลับกัน ถ้าตอนที่เขาเดินออกจากบ้าน คุณยิ้มให้เขา คุณตบไหล่ให้กำลังใจเขา แล้วพูดว่า "โชคดีนะเพื่อน ไปทำหน้าที่ของนายให้ดีที่สุดนะ แล้วรีบพาเพื่อนใหม่กลับมาหาเราเยอะๆ นะ เรารอฉลองต้อนรับนายอยู่" เชื่อไหมครับว่าเพื่อนคนนี้จะรีบไปรีบกลับ แถมจะไปชักชวนเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ขนกันมาเยี่ยมคุณจนหัวกระไดไม่แห้งแน่นอน
การซื้อลอตเตอรี่ก็เหมือนกันครับ คนส่วนใหญ่มองว่าการจ่ายเงินซื้อหวยคือรายจ่าย คือการสูญเสียเงินแลกกับกระดาษใบหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูง ทัศนคติแบบนี้แหละครับ คือการสั่งลาเพื่อนด้วยใบหน้าบึ้งตึง จิตใต้สำนึกของคุณมันบันทึกว่า "ฉันกำลังเสียเงิน" และเมื่อจิตจดจำความสูญเสีย มันก็จะได้ดึงดูดความสูญเสียเข้ามาอีก แต่สำหรับคนที่ เป็นเศรษฐีผู้ตื่นรู้ เขาจะมองต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ เขามองว่าเงินค่าหวยนั้น คือเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังที่เขาบรรจงหย่อนลงในดิน เขาไม่ได้รู้สึกว่าเสีย แต่เขารู้สึกว่าเขากำลังหว่าน และเขารู้ดีว่าถ้าหว่านด้วยความสุข ผลที่งอกเงย มันต้องหอมหวานแน่นอน
ดังนั้น 4 คำที่พี่โชคคัดสรรมาฝากพวกเราในวันนี้ มันจึงเป็นรหัสลับที่จะไปเปลี่ยนความรู้สึกสูญเสีย ให้กลายเป็นความรู้สึก "ลงทุนและงอกเงย" ในทันที มันคือชุดคำสั่งที่จะไปบอกจักรวาลว่า "เฮ้ย เราไม่ได้กำลังเสียเงินนะ แต่เรากำลังส่งเงินออกไป เพื่อไปพาเพื่อนกลับมา"
พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้ว จดได้จด จำได้จำ แล้วนำไปใช้ให้ขึ้นใจเลยนะครับ 4 คำนั้นก็คือ
**ขอบคุณ คู่ควร มั่งคั่ง เหลือเฟือ**
ฟังดูเรียบง่ายไหมครับ อาจจะดูเป็นคำพื้นฐานที่เราได้ยินกันบ่อยๆ แต่เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน เพราะความลับไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร แต่อยู่ที่พลังงานและความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ในแต่ละคำครับ เดี๋ยวพี่โชคจะพาเจาะลึกทีละคำว่าทำไมต้องเป็นคำนี้ และเมื่อพูดแล้ว กลไกในสมองและจิตวิญญาณของเรามันจะทำงานยังไง
**คำที่ 1: ขอบคุณ**
ทำไมต้องเริ่มต้นด้วยคำนี้ ปกติเราจะขอบคุณก็ต่อเมื่อเราได้รับของแล้วใช่ไหมครับ ถูกหวยก่อนแล้วค่อยไปแก้บน ได้เงินก่อนแล้วค่อยดีใจ นั่นคือวิถีของคนทั่วไปครับ แต่วิถีของผู้สร้างปาฏิหาริย์ เขาจะขอบคุณล่วงหน้าครับ การพูดคำว่า "ขอบคุณ" ในขณะที่คุณกำลังจ่ายเงิน หรือในขณะที่หยิบล็อตเตอรี่ใบนั้นขึ้นมา มันเป็นการส่งสัญญาณที่แรงที่สุดยังจะจักรวาลว่า "ฉันได้รับแล้ว สิ่งนี้เป็นของฉันเรียบร้อยแล้ว" ในทางจิตวิทยา สมองของเราแยกไม่ออกหรอกครับ ว่าเรื่องไหนเกิดขึ้นจริง หรือเรื่องไหนเราแค่จินตนาการอย่างเข้มข้น เมื่อเราพูดว่า "ขอบคุณ" สมองจะหลั่งสารความสุขออกมาทันที มันจะลดความกังวล ลดความลังเล และสร้างสภาวะจิตที่อิ่มเต็ม และเมื่อจิตเราอิ่ม เราจะดึงดูดความอุดมสมบูรณ์ครับ การขอบคุณเงินที่จ่ายออกไป คือการบอกเงินว่า "ขอบใจนะ ที่มาอยู่ด้วยกัน ขอบใจนะ ที่ช่วยสร้างความหวังให้ฉัน" มันคือการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับเงิน ไม่ใช่สัมพันธ์แบบเจ้านายกับทาส ที่คอยแต่จะกดขี่ แต่เป็นสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร และเมื่อคุณขอบคุณลอตเตอรี่ในมือ คุณกำลังให้เกียรติมันว่ามันคือตั๋วเดินทางสู่ความมั่งคั่ง ไม่ใช่แค่กระดาษเปื้อนหมึก
**คำที่ 2: คู่ควร**
คำนี้สำคัญมากๆ ครับ และเป็นคำที่คนไทยส่วนใหญ่ติดล็อคมากที่สุด หลายคนปากบอกอยากรวย แต่ลึกๆ ในใจกลับมีความเชื่อผิดๆ ฝังอยู่ เช่น "เรามันคนบาป วาสนาเราคงไม่ถึง คนอย่างเราจะมีเงินล้านได้ยังไง" ความคิดพวกนี้แหละครับ คือกำแพงกั้นโชคที่หนาและสูงที่สุด ต่อให้โชคอยากจะวิ่งเข้าหาคุณแค่ไหน มันก็กระดอนกลับหมด เพราะคุณไม่เปิดประตูรับ การพูดคำว่า "คู่ควร" คือการประกาศศักดา คือการทุบกำแพงความน้อยเนื้อต่ำใจทิ้งไป "ฉันคู่ควรกับรางวัลที่ 1 ฉันคู่ควรกับชีวิตที่สุขสบาย ฉันคู่ควรที่จะเป็นเศรษฐี" เมื่อคุณพูดคำนี้ย้ำๆ คุณกำลังอนุญาตให้ตัวเองรวยครับ เชื่อไหมครับว่ามีหลายคนที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 แล้วชีวิตพัง เพราะจิตใต้สำนึกเขารู้สึกว่าเขาไม่คู่ควรกับเงินก้อนนั้น เขาเลยหาเรื่องใช้เงินให้หมดไป เพื่อกลับมาจนเหมือนเดิม แต่ถ้าคุณพูดคำว่า "คู่ควร" กำกับลงไปตั้งแต่ตอนซื้อ คุณกำลังขยายขนาดภาชนะในใจของคุณให้ใหญ่ขึ้น พร้อมที่จะรองรับเงินล้านที่จะไหลเข้ามา โดยไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกกลัว นี่คือการเตรียมใจรับทรัพย์แบบมืออาชีพครับ
**คำที่ 3: มั่งคั่ง**
คำนี้ทำหน้าที่เป็นเป้าหมาย หรือ GPS ที่ระบุพิกัดความสำเร็จครับ คำว่า "รวย" อาจจะดูหยาบกระด้างไปนิดสำหรับบางคน และคำว่า "รวย" อาจจะมีความหมายแค่เรื่องเงิน แต่คำว่า "มั่งคั่ง" หรือ Wealth มันกินความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นครับ มันหมายถึงรวยทั้งทรัพย์สิน รวยความสุข รวยสุขภาพ และรวยกัลยาณมิตร การพูดคำว่า "มั่งคั่ง" ลงไปในลอตเตอรี่ คือการโปรแกรมเป้าหมายว่าเงินที่ได้จากใบนี้ ต้องนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองนะ ไม่ใช่ได้เงินมาแล้วต้องเอาไปรักษาตัว หรือได้เงินมาแล้วต้องทะเลาะกับพี่น้อง เราต้องการความมั่งคั่งที่ยั่งยืน และมีความสุข การใช้คำนี้จะช่วยกรองพลังงานร้ายๆ ออกไป ให้เหลือแต่พลังงานบริสุทธิ์ที่จะมาเกื้อหนุนชีวิตเราจริงๆ มันเหมือนเราติดฉลากระบุประเภทสินค้าให้จักรวาลเข้าใจชัดเจนเลยว่า "อ๋อ คนนี้เขาไม่ได้ขอแค่เศษเงินนะ แต่เขาขอความมั่งคั่งที่สมบูรณ์แบบ จัดไป"
**คำที่ 4: เหลือเฟือ**
คำนี้คือไม้ตายก้นหีบเลยครับ เป็นคำที่ทรงพลังที่สุดในการทำลายความกลัว สาเหตุที่เราอยากถูกหวย อยากรวย ส่วนใหญ่มาจากความกลัวใช่ไหมครับ กลัวอด กลัวไม่มี กลัวไม่พอ ความกลัวคือพลังงานที่หดหู่และบีบคั้น ยิ่งกลัวยิ่งไล่เงิน แต่คำว่า "เหลือเฟือ" หรือ Abundance คือสภาวะจิตที่อยู่เหนือความกลัวทั้งปวงครับ เมื่อคุณพูดว่า "เหลือเฟือ" จิตของคุณจะจินตนาการเห็นภาพเงินทองกองเท่าภูเขา เห็นภาพการแบ่งปัน เห็นภาพชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด คำว่า "เหลือเฟือ" มันบอกว่า "ฉันมีมากพอจนล้น มากพอที่จะแบ่งให้พ่อแม่ แบ่งทำบุญ แบ่งช่วยเหลือสังคม และยังเหลือใช้ตลอดชาติ" จิตที่คิดจะให้ หรือจิตที่รู้สึกว่ามีเหลือ คือจิตของผู้มั่งคั่งตัวจริงครับ จักรวาลรักคนใจกว้าง จักรวาลรักคนที่พร้อมจะเป็นท่อส่งลำเลียงความดีงาม เมื่อคุณประกาศว่า "ฉันเหลือเฟือ" จักรวาลจะรีบเติมเต็มให้คุณทันที เพราะเขารู้ว่าถ้าให้คุณ คุณจะส่งต่อ คุณจะไม่เก็บไว้คนเดียวจนเน่าเสีย การพูดคำนี้คือการปลดล็อคความโลภให้กลายเป็นความเมตตา และความเมตตานี่แหละครับ คือสุดยอดแม่เหล็กดึงดูดโชคลาภที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
ทีนี้ ลองเอา 4 คำนี้มาร้อยเรียงต่อกันดูนะครับ "ขอบคุณ คู่ควร มั่งคั่ง เหลือเฟือ" ขอบคุณที่ได้รับโอกาสนี้ คู่ควร ชั้นดีพอพอที่จะรับมัน มั่งคั่ง เพื่อชีวิตที่ดีงาม เหลือเฟือ มีมากพอที่จะแบ่งปัน เห็นไหมครับว่ามันคือวงจรที่สมบูรณ์แบบ เริ่มต้นด้วยการรับ จบลงด้วยการให้ มันคือการหมุนกงล้อแห่งกรรมดีที่ทรงพลังที่สุด
ในเสี้ยววินาทีที่คุณจ่ายเงิน คุณอาจจะสงสัยว่า "พี่โชคครับ แล้วถ้าผมพูดแต่ปาก แต่ใจผมยังกลัวอยู่ล่ะครับ มันจะได้ผลไหม" คำถามนี้ดีมากครับ และเป็นจุดตายของคนส่วนใหญ่ การท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง "ขอบคุณ คู่ควร มั่งคั่ง เหลือเฟือ ขอบคุณ คู่ควร มั่งคั่ง เหลือเฟือ" แบบรัวๆ รีบๆ เพื่อให้มันจบๆ ไปแบบนั้น พลังงานมันจะเบาบางมากครับ เหมือนลมปากที่พัดผ่านไป ไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนอะไร เคล็ดลับที่จะทำให้ 4 คำนี้กลายเป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์ มันอยู่ที่การปรุงครับ เหมือนคุณมีวัตถุดิบชั้นเลิศ 4 อย่าง ถ้าคุณโยนโครมลงหม้อแล้วต้มมั่วๆ รสชาติมันก็คงงั้น แต่ถ้าคุณรู้วิธีการ รู้จังหวะไฟ รู้ลำดับขั้นตอน อาหารจานนั้นจะกลายเป็นเมนูระดับมิชลินสตาร์ การใช้ 4 คำนี้ก็เช่นกันครับ มันต้องมีพิธีกรรมทางจิตเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ให้คำพูดธรรมดากลายเป็นคำสั่งฟ้าผ่า สิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ความดังของเสียง แต่ มันอยู่ที่ความนิ่งของใจและจินตนาการที่คุณใส่ลงไประหว่างคำแต่ละคำ ช่องว่างระหว่างคำพูดนั่นแหละครับ คือที่อยู่ของเวทมนตร์ ช่วงจังหวะที่คุณเว้นวรรคนั่นคือช่วงที่จักรวาลกำลังดาวน์โหลดคำขอของคุณ ถ้าคุณพูดรัว สัญญาณมันจะติดขัด แต่ถ้าคุณพูดเนิบช้าและชัด สัญญาณจะวิ่งตรงเป๊ะเลย
และอีกเรื่องที่พี่โชคต้องเตือนไว้ก่อน คือเรื่องของลมหายใจ คุณรู้ไหมครับว่าลมหายใจกับโชคลาภ มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น คนโบราณเขาเรียกว่า "ลมปราณ" ถ้าลมปราณติดขัด โชคลาภก็สะดุด คนส่วนใหญ่เวลาลุ้นหวย หรือเวลาซื้อหวย มักจะกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เพราะความตื่นเต้น ความเกร็ง การกลั้นหายใจ คือการปิดรับ คือการสร้างกำแพงกั้นพลังงาน ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเอ่ย 4 คำนี้ คุณต้องรู้วิธีปรับลมหายใจให้เข้าสู่โหมด "รับทรัพย์" เสียก่อน
พี่โชคอยากให้คุณลองนึกภาพตามนะครับ เวลาที่คุณไปวัด เวลาพระท่านจะสวดให้พร ท่านจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปล่งเสียงออกมาจากท้องน้อย เสียงนั้นจะกังวานและทรงพลัง เราก็ต้องทำแบบนั้นครับ เราต้องเป็นพระในวิหารแห่งชีวิตของเราเอง เราต้องเสกเป่าลอตเตอรี่ของเราให้กลาย เป็นของขลังด้วยลมหายใจและวาจาของเราเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาเจิม เพราะปากของคุณ ลมหายใจของคุณ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
แล้วในตอนต่อไป คือส่วนที่สำคัญที่สุด พี่โชคจะมาสอนวิธีปฏิบัติแบบจับมือทำทีละขั้นตอน Step by Step ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเท้าออกจากบ้าน วินาทีที่คุณเห็นแผงลอตเตอรี่ ท่ายืนของคุณต้องเป็นยังไง สายตาต้องมองแบบไหน ลมหายใจต้องเข้าออกจังหวะไหน และที่สำคัญที่สุด จังหวะที่หยิบเงินส่งแม่ค้า ต้องพูด 4 คำนี้ในใจตอนไหน ถึงจะพีคที่สุด พี่โชคได้รวบรวมเทคนิคนี้ มาจากบรรดาเซียนหวยระดับตำนาน และจากหลักการทางจิตวิทยาที่ใช้ฝึกนักกีฬาระดับโลก เอามาผสมผสานกันจนเป็นสูตรสำเร็จที่ง่าย แต่ได้ผลจริง ถ้าคุณพลาดก็เหมือนคุณได้กุญแจรถสปอร์ตคันหรูมาแล้ว แต่คุณขับไม่เป็น หรือหาช่องเสียบกุญแจไม่เจอ น่าเสียดายแย่เลยนะครับ ดังนั้น เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมใจให้สบาย แล้วเราจะไปลงสนามจริงกัน ครับ กับขั้นตอนการปลุกเสกความโชคดีด้วยตัวคุณเอง รับรองว่าการซื้อลอตเตอรี่ครั้งต่อไปของคุณ จะไม่เหมือนเดิมอีกตลอดกาล
และเพื่อให้การซื้อลอตเตอรี่ครั้งต่อไปของคุณ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานความโชคดีประจำตระกูล เราจะไม่ทำแบบ "สุขเอาเผากิน" อีกต่อไปแล้วนะครับ เราจะทำอย่างประณีตบรรจง และใส่จิตวิญญาณลงไปในทุกการเคลื่อนไหว เหมือนกับเรากำลังประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งความจริงแล้ว การใช้เงินซื้อความหวัง มันก็คือพิธีกรรมทางจิตรูปแบบหนึ่งนั่นแหละครับ
ขั้นตอนที่พี่โชคกำลังจะถ่ายทอดต่อไปนี้ พี่โชคเรียกมันว่า "กระบวนการ 4 จังหวะ รหัสเรียกทรัพย์" เป็นกระบวนการที่ถูกออกแบบมาเพื่อล็อคสมาธิของคุณให้อยู่กับปัจจุบัน และจูนคลื่นสมองของคุณให้ตรงกับคลื่นความถี่ของเงินล้าน โดยที่เราจะเอา 4 คำวิเศษเมื่อสักครู่นี้ มาผูกเข้ากับลมหายใจและการขยับร่างกาย เพื่อให้ร่างกายและจิตใจมันทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว พร้อมนะครับ เรามาเริ่มกันที่ขั้นตอนแรก หรือสเต็ปที่ 1
**สเต็ปที่ 1: จัดระเบียบบ้านของเงิน**
ขั้นตอนนี้เริ่มตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนหยิบมือถือขึ้นมาเลยครับ พี่โชคขอเรียกขั้นตอนนี้ว่า "จัดระเบียบบ้านของเงิน" คุณลองหยิบกระเป๋าสตางค์ของคุณขึ้นมาดูตอนนี้เลยครับ เงินในกระเป๋าของคุณนอนอยู่อย่างสบายๆ หรือยับยู่ยี่ หัวทิ่มหัวต่ำ ปนกับใบเสร็จร้านสะดวกซื้อ ปนกับเศษขยะ ถ้ากระเป๋าสตางค์ของคุณรกเหมือนถังขยะ เงินที่ไหนจะอยากเข้ามาอยู่ครับ ก่อนที่คุณจะเอาเงินไปแลกโชค ต้องให้เกียรติเงินก้อนนั้นก่อน พี่โชคแนะนำให้คุณเคลียร์กระเป๋าสตางค์ให้โล่ง เรียงธนบัตรให้เรียบร้อย หันหัวไปทางเดียว แยกแบงค์ 1000 แบงค์ 500 แบงค์ 100 ให้เป็นระเบียบ ขณะที่คุณกำลังเรียงเงิน ให้คุณพูดในใจเบาๆ ว่า "ขอบคุณนะ ที่อยู่ด้วยกัน เดี๋ยววันนี้พาเพื่อนๆ กลับมาใหม่นะ" การทำแบบนี้คือการสร้างฮวงจุ้ยที่ดีให้กับกระเป๋าสตางค์ และเป็นการบอกจิตใต้สำนึกว่า "ฉันพร้อมแล้วที่จะดูแลเงินก้อนใหญ่กว่านี้"
**สเต็ปที่ 2: เดินเข้าหาเป้าหมาย**
ต่อมาครับ สเต็ปที่ 2 คือขั้นตอนการเดินเข้าหาเป้าหมาย เมื่อคุณเดินทางไปถึงแผงลอตเตอรี่ หรือจุดจำหน่าย อย่าเดินเข้าไปด้วยท่าทางรีบๆ ลนๆ เหมือนคนทำของหาย หรือเดินหลังค่อมคอตกเหมือนคนแบกโลก ให้คุณปรับท่าทางใหม่ครับ ยืดอกขึ้น เชิดหน้าเล็กน้อย เดินด้วยความมั่นใจ เหมือนคุณเป็นเจ้าของกิจการที่กำลังจะไปเซ็นสัญญาธุรกิจพันล้าน ภาษากายของคุณต้องบอกโลกครับว่า "ฉันคือผู้ชนะ ไม่ใช่ฉันคือผู้ขอ" พอไปถึงหน้าแผง อย่าเพิ่งรีบตะครุบแผงนะครับ ให้เว้นระยะห่างสักนิด สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ให้เต็มปอด แล้วค่อยๆ ผ่อนออก จังหวะนี้แหละครับสำคัญมาก ให้คุณใช้สายตากวาดมองไปที่แผงลอตเตอรี่แบบกว้างๆ ไม่ต้องเพ่งหาเลขไหนเป็นพิเศษ ปล่อยให้สายตาทำงานแบบสบายๆ เชื่อสัญชาตญาณแวบแรกครับ ถ้าสายตาคุณไปสะดุดหยุดที่เลขไหน หรือรู้สึกว่าเลขชุดไหนมันสว่างวาบขึ้นมา หรือมันเด้งออกมาจากแผง ให้เชื่อความรู้สึกแรกนั้นครับ นั่นคือเซนส์ของคุณ หรือเจ้า RAS ในสมองที่คุณโปรแกรมไว้ มันกำลังชี้เป้าให้คุณ อย่าลังเลครับ อย่าหยิบแล้ววาง หยิบแล้ววาง เพราะนั่นคือการตัดคลื่นสัญญาณ และสำหรับใครที่ซื้อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ ก่อนกดเข้าแอป หายใจเข้าลึกๆ ปรับท่านั่งให้สบาย ตอนเลื่อนหน้าจอก็เลื่อนช้าๆ อย่ารีบไถ มันสะดุดที่เลขไหน กดเลือกเลยครับ
**สเต็ปที่ 3: แลกเปลี่ยนพันธสัญญา (จังหวะการจ่ายเงิน)**
ทีนี้มาถึงจุดพีคที่สุดครับ สเต็ปที่ 3 คือขั้นตอนการแลกเปลี่ยนพันธสัญญา หรือจังหวะการจ่ายเงิน นั่นเอง นี่คือวินาทีที่คุณจะต้องร่ายมนต์ 4 คำนั้นให้ประสานไปกับการกระทำ ตั้งใจฟังให้ดีๆ นะครับ มันเป็นศิลปะของการขยับมือและขยับใจไปพร้อมกัน
* **จังหวะที่ 1:** ตอนที่คุณหยิบเงินออกจากกระเป๋า หรือตอนที่นิ้วของคุณกำลังจะกดปุ่มยืนยันการโอนเงิน ให้คุณพูดในใจคำแรกว่า **"ขอบคุณ"** ขอบคุณเงินจำนวนนี้ ที่มันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ ขอบคุณที่คุณมีเงินจำนวนนี้ให้ได้ใช้เสี่ยงโชค ไม่ใช่ไปกู้หนี้ยืมสินใครมา ความรู้สึกในใจต้องเป็นความซาบซึ้ง ไม่ใช่ความเสียดาย
* **จังหวะที่ 2:** ตอนที่คุณยื่นเงินให้กับคนขาย หรือตอนที่แอปกำลังหมุนติ้วๆ เพื่อประมวลผล ให้คุณส่งกระแสจิตตามเงินออกไปพร้อมกับคำว่า **"คู่ควร"** จินตนาการว่าคุณกำลังยื่นบัตรเชิญให้โชคลาภเข้ามาในชีวิต บอกตัวเองว่า "ฉันคู่ควรกับรางวัลที่จะได้รับกลับมา ฉันดีพอที่จะเป็นเศรษฐี" ทิ้งความรู้สึกผิด ความรู้สึกไม่มั่นใจไปให้หมดในวินาทีนี้
* **จังหวะที่ 3:** เป็นจังหวะที่สำคัญมาก คือตอนที่คนขายยื่นลอตเตอรี่มาให้คุณ หรือตอนที่หน้าจอขึ้นข้อความว่า "ทำรายการสำเร็จ" วินาทีที่คุณเอื้อมมือไปครับ หรือวินาทีที่คุณเห็นสลิปยืนยัน ให้คุณพูดในใจคำว่า **"มั่งคั่ง"** ให้รู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่คุณรับเข้ามาในมือ ไม่ใช่กระดาษใบเล็กๆ แต่มันคือก้อนทองคำ มันคือโฉนดที่ดิน มันคือกุญแจคฤหาสน์ รับมันเข้ามาด้วยความรู้สึกว่ามือของคุณหนักอึ้งไปด้วยทรัพย์สมบัติ สัมผัสถึงพลังงานของความรุ่งเรืองที่ไหลผ่านปลายนิ้วเข้ามาสู่ตัวคุณ
* **จังหวะที่ 4:** และจังหวะสุดท้าย ตอนที่คุณเก็บลอตเตอรี่ใส่กระเป๋า หรือกดปิดหน้าจอแอป ให้คุณจบด้วยคำว่า **"เหลือเฟือ"** พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ให้รู้สึกว่า "พอแล้ว จบแล้ว สบายใจแล้ว ไม่ต้องไปกังวล ไม่ต้องไปลุ้นตัวโก่ง เพราะจักรวาลจัดสรรมาแบบเหลือเฟือ ถ้าใบนี้ถูกก็ดี ถ้าไม่ถูก ใบหน้าก็ยังมีโอกาส มีอยู่ดาดดื่นเหมือนอากาศที่เราหายใจ" วางใจให้เบา วางใจให้ว่าง แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น ด้วยความรู้สึกของผู้ชนะ
เห็นภาพชัดเจนไหมครับ หยิบ "ขอบคุณ" ยื่น "คู่ควร" รับ "มั่งคั่ง" เก็บ "เหลือเฟือ" มันเป็นจังหวะจะโคน เหมือนการเต้นรำ แรกๆ คุณอาจจะรู้สึกเกร็งๆ บ้าง อาจจะจำสลับหน้าสลับหลังบ้าง ไม่เป็นไรครับ ฝึกบ่อยๆ ซ้อมในใจบ่อยๆ แม้แม้แต่ตอนไปซื้อข้าวแกง ซื้อกาแฟ คุณก็เอาเทคนิคนี้ไปใช้ได้ "ขอบคุณที่ได้กินของอร่อย ฉันคู่ควรกับสิ่งดีๆ ชีวิตฉันมั่งคั่งด้วยความสุข โลกนี้ช่างเหลือเฟือ" ยิ่งคุณฝึกใช้ 4 คำนี้ในชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่ จิตของคุณก็จะยิ่งคุ้นชินกับคลื่นพลังงานความรวยมากเท่านั้น แล้วพอถึงเวลาซื้อหวยจริง มันจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
มีเคล็ดลับเสริมอีกนิดครับ เป็นทริกเล็กๆ น้อยๆ ที่พี่โชคอยากแถมให้ เรื่องของมือที่ใช้ครับ ตามหลักพลังงาน มือขวาคือมือแห่งการให้ คือส่งพลังออก มือซ้ายคือมือแห่งการรับ คือดึงพลังเข้า ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ตอนจ่ายเงิน ให้ใช้มือขวา ยื่นเงินออกไป เป็นการส่งพลังงานออกไปทำหน้าที่ และตอนรับลอตเตอรี่กลับมา ให้ใช้มือซ้าย หรือใช้สองมือรับ เพื่อเป็นการดึงพลังงานโชคลาภเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ที่วิ่งตรงเข้าสู่หัวใจ แต่ถ้าใครถนัดซ้าย หรือสถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย ก็ไม่ต้องซีเรียสนะครับ เอาที่สะดวกและปลอดภัยเป็นหลัก เพราะเจตนาสำคัญกว่าท่าทาง แต่ถ้าทำได้ครบสูตร มันก็ยิ่งเพิ่มความขลังจริงไหมครับ
หลังจากที่คุณทำพิธีกรรม 4 จังหวะ รหัสเรียกทรัพย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือ **การปล่อยวาง** ครับ ข้อนี้สำคัญมาก และคนส่วนใหญ่ตกม้าตายตรงนี้ พอซื้อเสร็จก็เอามานั่งจ้อง เอามานั่งลูบ เอามานั่งกังวล "จะออกมน้า จะถูกมั้ยนะ" การทำแบบนี้คือการส่งคลื่นความสงสัยไปรบกวนคลื่นความมั่งคั่งที่เราเพิ่งสร้างขึ้นครับ เหมือนเราเพิ่งปลูกเมล็ดพันธุ์ลงดิน แล้วเราก็ไปขุดมันขึ้นมาดูทุก 5 นาที ว่า "งอกหรือยัง งอกหรือยัง" แบบนี้รากช้ำตายหมดครับ ต้นไม้แห่งโชคลาภมันต้องการความนิ่ง ต้องการเวลาในการเติบโต หน้าที่ของคุณคือเก็บมันไว้ในที่ที่ปลอดภัย อาจจะเป็นกระเป๋าสตางค์ ช่องมงคล หรือกล่องสมบัติที่คุณเตรียมไว้ แล้วลืมมันไป กลับไปใช้ชีวิตของคุณให้มีความสุข กลับไปทำงานด้วยความขยันขันแข็ง กลับไปดูแลครอบครัวด้วยความรัก ให้จักรวาลเขาทำงานของเขาไป คุณทำหน้าที่ของคุณจบแล้วในขั้นตอนการซื้อ ที่เหลือคือหน้าที่ของบุญจัดสรร และพลังงานที่จะเหวี่ยงผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดกลับมาหาคุณ
พี่โชคอยากให้คุณจำไว้นะครับว่า ลอตเตอรี่ใบนั้นไม่ใช่พระเจ้าที่จะมากำหนดชีวิตคุณ แต่มันคือแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง เป็นแค่โบนัสของชีวิต ตัวคุณต่างหากครับ คือผู้สร้างความมั่งคั่งตัวจริง การที่คุณทำตาม 4 ขั้นตอนนี้ ไม่ได้การันตีว่าคุณจะถูกรางวัลที่ 1 ในงวดนี้ทันที 100% แม้ว่าโอกาสจะเพิ่มขึ้นมหาศาลก็ตาม แต่สิ่งที่การันตีได้ 100% คือคุณได้ชนะความจนในใจของคุณไปเรียบร้อยแล้วครับ คุณได้เปลี่ยนจากคนที่ซื้อหวยด้วยความโลภและความกลัว กลายเป็นคนที่ซื้อด้วยปัญญาและความเบิกบาน แล้วเมื่อใจของคุณเป็นเศรษฐี ความเป็นเศรษฐีภายนอกมันจะตามมาเอง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางทีผลลัพธ์จากการทำแบบนี้ อาจจะไม่ใช่การถูกหวยงวดนี้ก็ได้นะครับ แต่มันอาจจะมาในรูปแบบของโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรืออยู่ดีๆ เจ้านายก็ขึ้นเงินเดือน หรือลูกหนี้ที่หายสาบสูญไปนาน ติดต่อขอคืนเงิน หรือขายที่ดินที่ประกาศขายมา 10 ปีได้สำเร็จ เพราะคำว่า "มั่งคั่ง" และ "เหลือเฟือ" ที่คุณโปรแกรมลงไป มันทำงานกว้างกว่าแค่เรื่องหวยครับ มันดึงดูดทุกช่องทางที่เป็นเงินเป็นทองเข้ามาหาคุณ
ดังนั้น อย่าไปจำกัดทางของเงินว่าต้องมาจากหวยทางเดียว เปิดใจให้กว้าง แล้วรอดูปาฏิหาริย์ที่จะเกิดขึ้น ในรูปแบบที่คุณอาจคาดไม่ถึง ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าคุณทำแบบนี้ทุกงวด ทุกครั้งที่จ่ายเงิน คุณกำลังสะสมพลังงานบวกทีละเล็กทีละน้อย เหมือนการหยอดกระปุกออมสินทางจิตวิญญาณ วันหนึ่งกระปุกมันต้องเต็ม วันหนึ่งมันต้องล้นออกมา แล้ววันที่มันล้นออกมานั่นแหละครับ คือวันที่คุณจะตั้งตัวไม่ทันว่าเงินมาจากไหนเยอะแยะ
คำถามคือ แล้วเราจะรักษาพลังงานนี้ให้เสถียรได้อย่างไร ทำยังไงไม่ให้กลับไปจิตตกเวลาหวยออกแล้วไม่ถูก ทำยังไงให้ 4 คำนี้มันกลายเป็นเนื้อเป็นตัวของเราจริงๆ ไม่ใช่แค่การแสดงละครตบตาตัวเองไปวันๆ และมีเคล็ดลับอะไรอีกไหมที่จะช่วยเร่งให้ผลลัพธ์มันไวยิ่งขึ้นแบบติดเทอร์โบให้กับความโชคดี
พี่โชคยังมีความลับสุดท้ายที่อยากจะฝากปากไว้ เป็นเหมือนบทสรุปที่จะขมวดปมทุกอย่างเข้าด้วยกัน และเป็นสิ่งที่ถ้าคุณทำได้ คุณจะกลายเป็นมนุษย์แม่เหล็ก ที่เดินไปไหนโชคลาภก็ต้องวิ่งตาม ไม่ใช่แค่วิ่งตามธรรมดา แต่วิ่งตามแบบเกาะติดหนึบไม่ปล่อยเลยทีเดียว อยากรู้ไหมครับว่าหลังจากที่เราพูดและทำไปแล้ว เราต้องคิดและดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร เพื่อให้ความโชคดีนี้อยู่กับเราตลอดไป ไม่ใช่แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนสายลม
พี่โชคจะมาเฉลยหัวใจสำคัญของการเป็นคนโชคดีตลอดกาล และมีกิจกรรมพิเศษที่อยากชวนทุกคนมาทำร่วมกัน เพื่อเป็นการประกาศศักดาความเป็นเศรษฐีของเราให้โลกรู้ รับรองว่าพาร์ทจบนี้จะเป็นพลังใจก้อนโต ที่จะทำให้คุณลุกขึ้นมาสู้ต่อด้วยรอยยิ้มและความหวังที่เต็มเปี่ยม อย่าเพิ่งปิดคลิปนะครับ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดมักจะมาในตอนสุดท้ายเสมอ
เพราะสิ่งที่พี่โชคกำลังจะบอกต่อไปนี้ มันคือหัวใจที่จะทำให้ปาฏิหาริย์ทั้งหมดที่เราคุยกันมา มันคงอยู่กับเราตลอดไปครับ ไม่ใช่แค่พลุที่จุดสว่างวาบเดียวแล้วก็หายไปในความมืด เราได้เรียนรู้วิธีคิดกันไปแล้ว เราได้เรียนรู้วิธีพูดกันไปแล้ว และเราได้เรียนรู้พิธีกรรมการกระทำกันไปแล้ว ในพาร์ทสุดท้ายนี้ พี่โชคอยากจะชวนทุกคนมาปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ ให้อย่างรากลึกลงไปในจิตวิญญาณ ให้มันกลายเป็นนิสัย กลายเป็นสันดานใหม่ของเศรษฐี ที่ใครหรืออะไรก็มาพรากมันไปจากเราไม่ได้ครับ
คุณเคยได้ยินประโยคนี้ไหมครับ "โชคลาภมักจะเข้าข้างคนที่เตรียมพร้อมเสมอ" การเตรียมพร้อมที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่การเตรียมเงินค่าหวย หรือเตรียมที่เก็บลอตเตอรี่นะครับ แต่มันคือการเตรียมใจให้มีความเสถียรในอารมณ์ครับ พี่โชคต้องขอพูดตรงๆ แบบจริงใจเลยนะครับว่า บนเส้นทางของการเสี่ยงโชค มันย่อมมีวันที่สมหวังและวันที่ผิดหวัง มันเป็นธรรมดาของโลกครับ ไม่มีใครถูกหวยทุกงวดตลอดชีวิต แม้จะเซียนที่เก่งที่สุดก็ยังมีพลาด แต่ความต่างของคนโชคดีกับคนดวงซวย มันวัดกันที่ตรงนี้แหละครับ วัดกันที่ปฏิกิริยาหลังจากที่รู้ผลรางวัล
คนทั่วไปเวลาถูกหวยก็ดีใจจนเนื้อเต้น เลี้ยงฉลองหน้าใหญ่ใจโต แต่พอไม่ถูกก็ห่อเหี่ยว สาบแช่ง โทษฟ้าโทษดิน กินไม่ได้นอนไม่หลับ การทำแบบนี้คือการส่งสัญญาณที่แกว่งไปมาครับ เดี๋ยวสูง เดี๋ยวต่ำ เหมือนกราฟหุ้นที่ผันผวน จักรวาลเขาจับทางไม่ถูกครับ เขาไม่รู้ว่าตกลงคุณเป็นคนมีความสุข หรือคนมีความทุกข์กันแน่ พลังงานดีๆ มันเลยไม่กล้าเข้ามาอยู่ถาวร
แต่สำหรับว่าที่เศรษฐีอย่างพวกเรา ที่ผ่านการจูนจิตด้วย 4 คำวิเศษมาแล้ว เราจะไม่เป็นแบบนั้นครับ เราจะมีภูมิคุ้มกันความจนติดตัวอยู่ จำคำว่า "ขอบคุณ คู่ควร มั่งคั่ง เหลือเฟือ" ได้ไหมครับ เราไม่ได้ใช้มันแค่ตอนซื้อ แต่เราจะใช้มันหลังหวยออกด้วยครับ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม สมมุติว่างวดนี้รางวัลที่ 1 มันเฉียดไปนิดเดียว หรือเลขท้าย 2 ตัวมันสลับบนล่าง แทนที่เราจะตบเข่าฉาด แล้วตะโกนคำหยาบออกมา ให้เราดึงสติกลับมาทันทีครับ หายใจเข้าลึกๆ แล้วพูด 4 คำนี้กับตัวเองอีกครั้ง
* **ขอบคุณ:** ขอบคุณที่งวดนี้เรายังมีความหวัง ขอบคุณที่เงินของเราได้กระจายออกไปช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือคนพิการ ช่วยเหลือสังคมผ่านกองสลาก คิดซะว่าเราได้ทำบุญครั้งใหญ่ การเปลี่ยนมุมมองว่า "ถูกกิน" เป็น "ได้ทำบุญ" พลังงานมันต่างกันราวฟ้ากับเหวนะครับ อันนึงคือสูญเสีย อันนึงคือผู้ให้ และผู้ให้ย่อมได้รับผลตอบแทนเสมอ
* **คู่ควร:** บอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร จังหวะนี้อาจจะยังไม่ใช่ แต่ฉันยังคู่ควรกับเงินล้านเสมอเสมอ รางวัลใหญ่กำลังเดินทางมา อาจจะติดไฟแดงอยู่นิดหน่อย เดี๋ยวก็มาถึง" ยืนยันความเชื่อมั่นในตัวเองครับ อย่าให้ตัวเลขไม่กี่ตัวมาตัดสินคุณค่าในตัวคุณ คุณมีค่ามากกว่ารางวัลที่ 1 ตั้งเยอะ
* **มั่งคั่ง:** มองไปรอบๆ ตัวครับ แม้หวยจะไม่ถูก แต่เรายังมีข้าวกิน มีบ้านอยู่ มีครอบครัวที่รัก เรานี่คือความมั่งคั่งที่แท้จริงครับ รักษาใจให้รวยความสุขไว้ เพราะความสุขคือเชื้อเพลิงที่จะดึงดูดเงินในงวดหน้า ถ้าใจคุณจน งวดหน้าคุณก็จะยิ่งจน แต่ถ้าใจคุณรวย เดี๋ยวเงินมันจะหาทางมาหาคุณเอง
* **เหลือเฟือ:** บอกตัวเองว่า "โอกาสมีอยู่เหลือเฟือ งวดนี้ไม่ถูก งวดหน้าก็มีใหม่อีก 15 วันก็รวยได้ โลกนี้ไม่มีคำว่าทางตัน" การคิดแบบนี้จะทำให้คุณไม่เครียด ไม่กดดัน และเมื่อคุณไม่กดดัน สมองคุณจะโล่ง ปัญญาจะเกิด แล้วคุณอาจจะมองเห็นช่องทางทำมาหากินอื่นๆ ที่ทำเงินได้มากกว่าถูกหวยซะอีก
เห็นไหมครับว่า 4 คำนี้ มันคือยารักษาใจชั้นเลิศ ที่จะประคองให้คุณอยู่ในแดนบวกตลอดเวลา และนี่แหละครับ คือความลับของคนโชคดีตลอดกาล เขาไม่ได้โชคดีเพราะเขาถูกหวยบ่อย แต่เขาโชคดีเพราะเขามีความสุขบ่อยต่างหากครับ และเมื่อมีความสุขบ่อย โชคลาภเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องสุขภาพ เรื่องความรัก มันก็จะดีตามไปด้วยเป็นพรวน
และพี่โชคอยากจะฝากอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะเปลี่ยน 4 คำนี้ให้กลายเป็นพลังทวีคูณ นั่นคือ **การส่งต่อ** ครับ ในช่องโชคดีจังของเรา เราเชื่อเรื่อง "ยิ่งให้ยิ่งได้" ครับ เมื่อคุณได้รับเคล็ดลับดีๆ นี้ไปแล้ว อย่าเก็บไว้คนเดียวครับ เอาไปเล่าให้พ่อแม่พี่น้องฟัง เอาไปแชร์ให้เพื่อนๆ ฟัง บอกเขาว่า "ลองพูด 4 คำนี้สิ ชีวิตดีขึ้นนะ" การที่คุณเป็นสะพานบุญนำความรู้ดีๆ ไปบอกต่อ มันเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่มากครับ คุณกำลังช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของคนอื่น ช่วยให้เขาพ้นจากความทุกข์ ความเครียด ลองจินตนาการดูสิครับ ถ้าคนทั้งประเทศเปลี่ยนจากคำบ่นด่า มาเป็นคำขอบคุณ เปลี่ยนจากความรู้สึกขาดแคลน มาเป็นความรู้สึกเหลือเฟือ พลังงานมวลรวมของประเทศจะดีขนาดไหน เศรษฐกิจจะดีขึ้นขนาดไหน และตัวคุณเองที่ เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ก็จะได้รับอานิสงส์ผลบุญนั้นกลับมาแบบทวีคูณ
พี่โชคอยากจะชวนพวกเราทุกคนมาเริ่มสร้างสังคมแห่งความโชคดีด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้เลยครับ เริ่มจากจุดเล็กๆ ในคอมเมนต์ใต้คลิปนี้ พี่โชคอยากให้คุณลองพิมพ์ 4 คำวิเศษนี้ **"ขอบคุณ คู่ควร มั่งคั่ง เหลือเฟือ"** ลงในคอมเมนต์เดี๋ยวนี้เลยครับ พิมพ์เพื่อเป็นการประกาศให้จักรวาลรับรู้ว่า "ฉันเอาจริงนะ ฉันตื่นรู้แล้วนะ และฉันพร้อมรับทรัพย์แล้วนะ" การพิมพ์ออกมามันเหมือนการประทับตราสัญญาครับ มันมีพลังมากกว่าแค่คิดในใจ และที่สำคัญ เมื่อคนอื่นเข้ามาเห็นคอมเมนต์ของคุณ เขาก็จะได้รับพลังงานดีๆไปด้วย เขาอาจจะเข้ามากดไลก์ เข้ามาพิมพ์ตาม มันก็จะเกิดเป็นคลื่นพลังงานบวกที่ส่งต่อกันไปไม่รู้จบ
และนอกจาก 4 คำนี้แล้ว ถ้าใครมีประสบการณ์ดีๆ หรือมีเคล็ดลับส่วนตัวที่ทำแล้วได้ผล หรือเคยเจอเหตุการณ์ที่เปลี่ยนวิธีคิดแล้วชีวิตเปลี่ยน คอมเมนต์มาเล่าสู่กันฟังได้เลยนะครับ มาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน มาเป็นวิทยาทาน ไม่ต้องกลัวว่าจะเขียนไม่เก่ง เขียนตามความรู้สึกเลยครับ พี่โชคเชื่อว่าเรื่องราวของคุณ อาจจะเป็นแสงสว่างนำทางให้กับใครอีกหลายคนที่กำลังท้อแท้ก็ได้ พี่โชคจะรออ่านทุกคอมเมนต์เลยนะครับ จะคอยเข้าไปกดหัวใจ คอยส่งกำลังใจให้ทุกคน เพราะที่นี่คือพื้นที่ของว่าที่เศรษฐี เราจะรวยไปด้วยกัน เราจะโชคดีไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ
สุดท้ายนี้ พี่โชคอยากจะฝากข้อคิดไว้เตือนใจพวกเราทุกคนครับ ลอตเตอรี่อาจจะเป็นความหวัง แต่อย่าฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับกระดาษใบเดียว จงใช้ลอตเตอรี่เป็นสีสัน เป็นความบันเทิง และเป็นแบบฝึกหัดในการบริหารจิตใจ โชคที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขที่ออก แต่อยู่ที่ความคิดและการลงมือทำที่เราสร้างมันขึ้นมาครับ ถ้าคุณมี 4 คำนี้อยู่ในใจ ขอบคุณในสิ่งที่ตนมี เชื่อว่าตนเองคู่ควรกับสิ่งดีๆ สร้างความมั่งคั่งด้วยสัมมาอาชีพ และมีจิตใจที่เหลือเฟือรู้จักแบ่งปัน ต่อให้คุณไม่ถูกรางวัลที่ 1 ชีวิตของคุณ ก็เป็นรางวัลที่ 1 เรียบร้อยแล้วครับ คุณจะมีความสุขในทุกๆ วัน คุณจะยิ้มได้กว้างกว่าใครๆ และนั่นแหละครับ คือความร่ำรวยที่เงินกี่ล้านก็ซื้อไม่ได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกหวังรวยทางลัดนะครับ เราก็ยังซื้อลอตเตอรี่กันต่อไป แต่ซื้อด้วยความสุข ซื้อด้วยปัญญา และซื้อด้วยเทคนิคที่พี่โชคสอนไปแล้ว เดี๋ยววันนึง จังหวะเวลาที่เหมาะสมมาถึง บุญกุศลที่เราสะสมไว้เต็มเปี่ยม มันจะระเบิดออกมาเป็นโชคลาภก้อนโตที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล ถึงวันนั้น อย่าลืมมาเลี้ยงกาแฟพี่โชคบ้างนะครับ
และที่สำคัญที่สุด ใครที่อยากเปิดประตูรับความเฮง ไม่อยากพลาดเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้ชีวิตรวยขึ้น ทั้งรวยเงิน แล้วรวยความสุข ใครที่ไม่อยากตกขบวนรถไฟสายเศรษฐี ที่มีพี่โชคเป็นโชเฟอร์ กด Subscribe หรือกดติดตามช่องโชคดีจังของเราไว้เลยครับ กดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดคลิปใหม่ๆ เพราะทุกคลิปที่พี่โชคทำออกมา พี่โชคคัดแล้วคัดอีก กลั่นกรองมาจากตำราความรู้และประสบการณ์จริง เพื่อมาเสิร์ฟให้ถึงมือคุณ จะได้ไม่พลาดเคล็ดลับเด็ดๆ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นแล้วรวยขึ้นในทุกๆ วันครับ
สำหรับวันนี้ ขอบคุณที่มาร่วมสร้างความโชคดีด้วยกันนะครับ ขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่ามารับฟัง ขอบคุณที่เปิดใจ และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความมั่งคั่งที่จะหลั่งไหลเข้ามาสู่ชีวิตของพวกเราทุกคน จำไว้นะครับ คุณคือคนโชคดี พูดคำนี้กับตัวเองหน้ากระจกทุกเช้า แล้วออกไปใช้ชีวิตให้โลกตะลึงครับ ขอให้ทุกคนโชคดีจัง ร่ำรวยเงินทอง มั่งคั่งความสุข เหลือเฟือในน้ำใจ แล้วมาเดินทางค้นหาความสุขและความสำเร็จกันต่อในตอนหน้านะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ