Transcription
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่างซ่อมเวลาเข็มทิศชีวิตจริงมึงเคยสังเกต[เพลง]คนรอบตัวมยคน ที่ยิ้มง่ายที่สุดคนที่บอกว่าไม่เป็นไรบ่อยที่สุดคนที่คอยตามใจและยอมถอยให้คนอื่นเสมอมองเผินๆคนพวกนี้เหมือนผ้าพับไว้เหมือนแหล่งน้ำนิ่งๆที่ใครจะตักตวงไปเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเหือดแห้ง[เพลง]มึงอาจจะคิดว่าเขาเป็นคนสบายๆเป็นคนที่จัดการง่ายหรือบางทีมึงอาจจะแอบคิดลึกๆว่าเขาเป็นคนไม่มีปากมีเสียงเป็นคนที่มึงจะทำอะไรกับเค้าก็ได้เพราะสุดท้ายเค้าก็จะยอมมึงอยู่ดีแต่กูอยากจะบอกอะไรมึงไว้อย่างนึงนะภายใต้รอยยิ้มที่ดู[เพลง]เหมือนจะรับได้กับทุกอย่างภายใต้คำว่าไม่เป็นไรที่หลุดออกจากปากเขาเป็นร้อยเป็นพันครั้งมันมีปีศาจแห่งความอดทนซ่อนอยู่และเมื่อไหร่ก็ตามที่ปีศาจตัวนี้ตื่นขึ้นมามันจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด[เพลง]ที่มึงจะไม่มีวันรับมือได้เลยทำไมกูถึงบอกว่าคนยอมคนคือหน้ากลัวที่สุดมึงลองจิจินทนาการถึงแก้ว[เพลง]น้ำใบนึงนะเวลาที่มึงเทน้ำลงไปเทลงไปทีละหยดทีละนิดแก้วใบนั้นมันไม่ได้โวยวายอะไร[เพลง]มันก็แค่รับน้ำนั้นไว้เหมือนกับความรู้สึกของคนที่ใจดีนั่นแหละเวลาที่เขายอมมึงไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรนะไม่ใช่ว่าเขางั่วจนมองไม่ออกว่ามึงกำลังเอาเปรียบหรือมองไม่ออกว่ามึงกำลังล้ำเส้นพื้นที่ของเขาเขามองเห็นทุกอย่างเขารับรู้ทุกการกระทำแต่เขาเลือกที่จะเก็บมันไว้[เพลง]เขาเลือกที่จะรักษาน้ำใจของมึงมากกว่าที่จะลุกขึ้นมาปกป้องความรู้สึกของตัวเองในเวลานั้นเขาเลือกที่จะถอยเพียงเพราะเขาเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์มากกว่าอีโก้ของตัวเองแต่ปัญหาคือคนเรามักจะเคยตัว[เพลง]เวลามึงเห็นว่าใครสักคนยอมมึงได้ครั้งหนึ่งมึงก็จะเริ่มมีครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 มึงจะเริ่มขยับ[เพลง]เส้นแบ่งความเกรงใจเข้ามาเรื่อยๆจากที่เคยขอร้องกลายเป็นความคาดหวังจากที่เคยขอบคุณกลายเป็นมองว่าเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ[เพลง]มึงเริ่มละเลยความรู้สึกของเขาเพราะมึงเชื่ออย่างสนิทใจว่ายังไงคนๆนี้ก็ไม่มีวันเดินจากมึง[เพลง]ไปไหนยังไงเขาก็ต้องทนได้เพราะเขาเป็นคนใจดีมึงรู้มว่าความคิดแบบนี้แหละ[เพลง]คือสารเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้ความสัมพันธ์พังทลายลงมาโดยที่มึงไม่ทันได้ตั้งตัว[เพลง]คนที่ยอมคนเขาใช้ความอดทนเป็นเกราะป้องกันความขัดแย้งทุกครั้งที่เขาบอกว่าไม่เป็นไรในใจเขาอาจจะกำลังหักคะแนนความเชื่อใจในตัวมึงอยู่เงียบเงียบ[เพลง]เขาไม่ได้กำลังสะสมความแค้นนะกูย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่ได้โกรธแค้น[เพลง]แต่เขากำลังสะสมความผิดหวังความผิดหวังที่ว่าทำไมความดีที่เขา[เพลง]มอบให้มันถึงกลายเป็นอาวุธที่มึงเอามาใช้ทำร้ายความรู้สึกเขาเสียเองทุกครั้ง[เพลง]ที่มึงตักตวงผลประโยชน์จากความใจดีของเขามึงกำลังเติมน้ำลงไปในแก้ว[เพลง]ของเขาทีละหยดทีละหยดวันแล้ววันเล่าโดยที่มึงไม่เคยมองเลยว่าน้ำในแก้วนั้นมันปริ่มจนจะลดออกมาอยู่แล้วกูอยากให้มึงลองถามตัวเองดูดีๆนะวันนี้มึงกำลังทำตัวเป็นคนที่ตักตวงความใจ[เพลง]ดีจากใครอยู่หรือเปล่ามึงกำลังใช้คำว่าเพื่อนคำว่าแฟนหรือคำว่าครอบครัวมาเป็นข้ออ้างในการล้ำเส้นคนรอบข้างอยู่มั้ยมึงอาจจะอ้างว่ามึงเป็นคนตรงๆ[เพลง]มึงเป็นคนคิดอะไรก็พูดแบบนั้นแต่มึงลืมไปหรือเปล่าว่าความเป็นคนตรงๆของมึง[เพลง]มันไม่ควรไปเหยียบย่ำความรู้สึกของคนที่เขาอุตส่าห์ถนอมน้ำใจมึงคนใจดีเขาไม่ค่อยพูดหรอกเวลาที่เขาเจ็บเพราะเขารู้ว่าถ้าเขาพูดมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เขาเลยเลือกที่จะกลืนความรู้สึก[เพลง]ลงไปแต่การกลืนความรู้สึกบ่อยๆมันไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไปนะแวะแต่มันไปตกตะกอนอยู่ข้างในจิตใจรอวันที่มันจะเต็มและล้นทะลักออกมาคนที่ชอบโวย[เพลง]วายคนที่เวลาไม่พอใจและพูดออกมาตรงๆมึงเชื่อไหมว่าคนพวกนี้รับ[เพลง]มือคล้อยหลังได้ง่ายกว่าเยอะเพราะอย่างน้อยมึงก็รู้ว่าเขาคิดอะไรมึงรู้ว่าเขาต้องการอะไรและมึงรู้ว่าต้องปรับตัวตรงไหนเพื่อรักษา[เพลง]กันและกันไว้แต่กับคนที่เงียบคนที่ยอมทุกอย่างมึงจะไม่มีทางรู้เลยว่าลิมิตของเขาอยู่ตรงไหนจนกว่ามึงจะข้ามเส้นนั้นไป[เพลง]แล้วและเมื่อมึงข้ามเส้นนั้นไปสิ่งที่จะมึงจะได้รับกลับมามันไม่ใช่[เพลง]การต่อว่ามันไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจแต่ มันคือการตัดสินใจที่เด็ดขาดที่สุดในชีวิตของเขาการตัดสิน[เพลง]ใจที่ผ่านการคิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในวันที่เขาต้องทนกลืนความชอกช้ำการตัดสินใจที่จะเดิน[เพลง]ออกไปจากชีวิตมึงแบบที่ไม่หันหลังกลับมามองอีกเลยความเงียบคือคำตอบที่ดังที่สุดเมื่อคนที่เคยเต็มที่กับทุกอย่าง[เพลง]เลือกที่จะหยุดมึงจะสัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นมาแบบไม่มีปี่มี[เพลง]ขลุ่ยวันที่แก้วน้ำของเขาเต็มจนล้นเขาจะไม่สาดน้ำนั้นใส่หน้ามึงแต่เขาจะแค่[เพลง]วางแก้วใบนั้นลงแล้วเดินจากไปเงียบๆมึงจะเริ่มงงมึงจะเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไร[เพลง]ขึ้นทำไมจู่ๆคนที่เคยมองข้ามความผิดพลาดของมึงมาตลอด[เพลง]ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนทำไมคนที่เคยตามใจมึงทุกอย่างถึงกลายเป็นคนที่ปฏิเสธมึงอย่าง[เพลง]ไร้เยื่อใยใหญ่มึงอาจจะพยายามอธิบายพยายามขอโทษพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเขากลับมาแต่มันสายไปแล้วอ่ะคนใจดีเวลาที่เขาหมดใจมันไม่ได้แปลว่าเค้าเกลียดมึงนะความ[เพลง]เกลียดชังมันยังต้องใช้พลังงานความรู้สึกมึงเข้าใจมั้ยถ้าเขายังเกลียดมึงแปลว่าเขายังแคร์ว่ามึงมีตัวตนแต่คนที่หมดใจอย่างแท้จริงเขาจะอยู่ในสภาวะที่เรียกว่างเปล่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรกับมึงอีกต่อไปไม่ว่ามึงจะทำดีแทบตายเพื่อชดเชยหรือมึงจะทำตัวแย่แค่ไหนมันก็ไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกของเขา[เพลง]แล้วเขาตัดมึงออกจากโลกของเขาไปอย่างสมบูรณ์แบบนี่แหละคือปีศาจที่ซ่อนอยู่ในตัวคนใจดีปีศาจที่ชื่อว่าความเฉยชา[เพลง]ซึ่งมันทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพและเยือกเย็นที่สุดมึงรู้มว่ากว่าที่คนยอมคนจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้เขาต้องผ่านการ[เพลง]สู้รบกับความรู้สึกตัวเองมามากแค่ไหนเขาให้โอกาสมึงมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้งในใจเขาอาจจะบอกตัว[เพลง]เองซ้ำๆว่าไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวเขาก็คงปรับปรุงตัวเดี๋ยวเขาก็คงเห็นค่าความดีของเรา[เพลง]เขาพยายามหาเหตุผลมาปกป้องการกระทำแย่ๆของเมืองสารพัดเพียงเพื่อจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้แต่สุดท้าย[เพลง]เมื่อความเป็นจริงมันฟาดหน้าเขาอย่างจังว่าความใจดีของเขาไม่มีค่าอะไรในสายตามึงเขาก็ต้องเลือกที่จะปกป้องตัวเองการเดินจากมาของคนประเภทนี้จึงไม่ใช่การใช้อารมณ์ชั่ววูบแต่มันคือการกลั่นกรองจากความเจ็บปวดที่ตกตะกอนมาอย่างยาวนานมัน[เพลง]คือการตื่นรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องลดทอนคุณค่าของตัวเองเพื่อรักษาคนที่ไม่เคยเห็นค่าเขาไว้อีกต่อไป[เพลง]หลายคนมักจะชะล่าใจคิดว่าการทำร้ายจิตใจคนใจดีเป็นเรื่องที่ยอมรับได้เพราะคำว่าเดี๋ยวเขาก็หายแต่กูอยากให้มึง[เพลง]จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะความรู้สึกของคนเราไม่ใช่ยางยืดที่มึงจะดึงจะรั้งแค่ไหนแล้วมันจะกลับมาคืนทรงเดิมได้ตลอดเวลาเมื่อมันถูกดึงจนตึงเกินไปวันหนึ่งมันก็ต้องขาดและเมื่อมันขาดสะบั้นลงแล้วมึง[เพลง]จะไม่มีทางต่อมันให้กลับมาเนียนสนิทเหมือนเดิมได้อีกคนที่ยอมให้มึงเหยียบย่ำความรู้สึกจนถึงขีดสุดเมื่อเขาลุกขึ้นยืนได้เขาจะไม่มีวันยอมให้มึงกลับมาทำแบบเดิมได้อีก[เพลง]ครั้งที่ 2 กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่มันจะสูงและหนากว่าเดิมหลายเท่า[เพลง]และมึงจะถูกกันให้อยู่แค่ภายนอกกำแพงนั้นไปตลอดกาลแล้วถ้าวันนี้มึงกำลังฟังกูอยู่[เพลง]และมึงรู้ตัวว่ามึงนั่นแหละคือคนใจดีคนนั้นคนที่ยอมคนอื่นจนตัวเองต้องกลับมานั่งช้ำ[เพลง]ใจอยู่บ่อยๆกูอยากให้มึงฟังเสียงกูให้ดีนะการเป็นคนใจดีเป็นสิ่งที่ดีโลกนี้ต้องการคนแบบมึง[เพลง]แต่มึงต้องเรียนรู้ที่จะใจดีให้ถูกคนและใจดีให้ถูกเวลามึงไม่จำเป็นต้องยอมใครจนตัวเองต้องสูญเสียความเป็นตัวเองมึงมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธมึงมีสิทธิ์ที่จะโกรธมึงมีสิทธิ์ที่จะปกป้องพื้นที่ของตัวเองการตอบว่าไม่ไม่ได้แปลว่ามึงเป็นคนเห็นแก่ตัว[เพลง]แต่มันแปลว่ามึงเห็นคุณค่าในตัวเองมากพอที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายอย่าปล่อยให้ความใจดีของมึง[เพลง]กลายเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามึงไว้กับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษถ้ามึงรู้สึกว่าใครบางคนกำลังเอาเปรียบความหวังดีของมึงมึงต้องกล้าที่จะขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนบอกเข้าไปตรงๆว่าลิมิตของมึงอยู่ตรงไหนอย่ารอให้แก้วน้ำของมึงเต็มจนล้นแล้วค่อยตัดสินใจเทิ้งเพราะคนที่เจ็บปวดที่สุดใน[เพลง]กระบวนการนั้นก็คือตัวมึงเองเริ่มต้นสร้างกรอกป้องกันให้ตัวเองตั้งแต่วันนี้จงเป็นคนใจดีที่มีขอบเขตจงเป็นคนอ่อนโยนที่ไม่อ่อนแอเพราะท้ายที่สุดแล้ว[เพลง]คนที่จะปกป้องรอยยิ้มและความสุขของมึงได้ดีที่สุดก็คือตัวของมึงเองนั่นแหละมึงลองนึกภาพ[เพลง]ตามกูนะเวลาที่ใบไม้ร่วงหล่นจากต้นมันไม่เคยส่ง[เพลง]เสียงดังเรียกร้องความสนใจจากใครมันก็แค่อ่อนแรงปล่อยมือ[เพลง]จากกิ่งก้านที่เคยยึดเหนี่ยวแล้วค่อยๆปลิวตกลงสู่พื้นดินอย่างเงียบเฉียบอาการหมดใจของคนที่ยอมคนมาตลอดมันก็เป็นแบบนั้นแหละมันไม่ได้มาพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอ[เพลง]มันไม่ได้มาพร้อมกับการสาดอารมณ์ใส่กันแต่มันมาในรูปแบบของความเงียบงันความเงียบที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามากลืนกินพื้นที่ในความสัมพันธ์ที[เพลง]ละนิดทีละตารางนิ้วจนมึงไม่ทันได้สังเกตเห็นด้วยซ้ำว่าคนที่เคยอยู่ตรงหน้ามึงเขาได้ถอยห่างออกไปไกลแสนไกลแล้วเวลาที่คนใจดีเริ่มหมดความรู้สึกสิ่งแรกที่มึงจะเห็นคือการโต้เถียง[เพลง]มันจะลดลงมึงอาจจะคิดว่านั่นคือเรื่องดีมึงอาจจะหลงระเริงคิดไปเอง[เพลง]ว่าเขายอมรับในตัวตนของมึงได้แล้วหรือเขาเริ่มเข้าใจเหตุผลของมึงมากขึ้นแต่กูจะบอก[เพลง]ความจริงให้มึงฟังนะที่เขาหยุดเถียงไม่ใช่เพราะเขาเห็นด้วยกับมึง[เพลง]และไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจมึงมากขึ้นแต่เป็นเพราะเขามองไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องอธิบาย[เพลง]อะไรอีกต่อไปแล้วต่างหากเขาเรียนรู้แล้วว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์[เพลง]อธิบายไปก็เหนื่อยเปล่าในเมื่อน้ำเสียงของเขาไม่เคยส่งไปถึงใจมึงเขาก็แค่เลือกที่จะเก็บเสียงนั้นไว้กับตัวเองประหยัดพลังงานชีวิตเอาไว้แล้ว[เพลง]ปล่อยให้มึงทำในสิ่งที่มึงอยากจะทำช่างมันคือจุดเริ่มต้นของความพินาศในความสัมพันธ์เวลาที่คนยอมคนเริ่มใช้คำว่าช่างมันกับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมึงมันคือสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดที่กำลังดังลั่นอยู่ในใจของเขา[เพลง]แม้ว่าภายนอกเขาจะดูสงบนิ่งก็ตามเมื่อก่อนเวลาที่มึงกลับผิดเวลา[เพลง]เขาอาจจะตั้งคำถามเขาอาจจะแสดงความไม่พอใจนั่นแปลว่าเขายังคาดหวังความใส่[เพลง]ใจจากมึงอยู่แต่ในวันที่เขาหมดใจมึงจะไปไหนก็ไปมึงจะทำอะไรก็ทำเขาไม่ถาม[เพลง]เขาไม่ตามเขาไม่แม้แต่จะปลายตามองด้วยซ้ำว่ามึงกำลังทำอะไรอยู่ความเป็นห่วงเป็น[เพลง]ใยที่มึงเคยได้รับจนเคยตัวมันจะถูกริบคืนกลับไปอย่างแนบเนียนที่สุดและสิ่งที่จะน่าเศร้าก็คือกว่าที่มึงจะรู้สึกตัวว่าความอบอุ่นเหล่านั้นมันหายไปความหนาวเหน็บก็เข้ามาเกาะกลุ่ม[เพลง]จนมึงขยับตัวไปไหนไม่ได้แล้วกูอยากให้มึงลองมองลึกลงไปในแววตาของคนเหล่านี้นะในวันที่เขาตัดสินใจปล่อยมือจากความคาดหวังแววตาของเขาจะเปลี่ยนไปจากที่เคยมีประกายของความหวังมันจะกลายเป็นความว่างเปล่าความว่างเปล่าที่เหมือนกับหลุม[เพลง]ดำดูดกลืนทุกความรู้สึกที่มึงพยายามจะส่งไปให้ไหม้ว่ามึงจะพยายามทำดีชดเชยเลยแค่ไหนในภายหลังมันก็เหมือนมึงกำลังเทน้ำลงบนผืนทรายที่แห้งผาก[เพลง]มันซึมหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลยเขาจะยังคงยิ้มให้มึงเขาจะยังคงตอบรับคำขอของมึงด้วยความสุภาพแต่ มันจะเป็นความสุภาพที่ห่างเหินที่สุดเท่าที่มึงเคยสัมผัสมามันเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างมึงกับเขาอยู่ตลอดเวลานี่แหละ[เพลง]คือกระบวนการสร้างปีศาจที่คนใจดีสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัว[เพลง]เองปีศาจตัวนี้ไม่ได้มีเขี้ยวงบไม่ไดมีกรงเล็บแหลมข่มแต่[เพลง]มันคือปีศาจแห่งความเฉยเมยมันเกิดจากการสะสมความผิดหวังซ้ำแล้ว[เพลง]ซ้ำเล่าเกิดจากการที่เขาต้องทนกลืนความขมขื่นลงคอครั้งแล้วครั้งเล่าจน[เพลง]ถึงจุดที่ระบบป้องกันตัวของจิตใจมันทำงานโดยอัตโนมัติมันสั่งการ[เพลง]ให้เขาปิดกั้นทุกความรู้สึกที่มีต่อมึงเผื่อไม่ให้มึงเข้ามาสร้างบาดแผล[เพลง]ในใจเขาได้อีกเขาไม่ได้ตั้งใจจะลงโทษมึงนะเว้ยกูย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่ได้ทำไปเพื่อแก้แค้นเขาแค่พยายามเอาชีวิตรอดจากความสัมพันธ์ที่คอยแต่จะสูบพลัง[เพลง]งานของเขาออกไปและเมื่อปีศาจแห่งความเฉยเมยนี้เข้าควบคุมพื้นที่[เพลง]ทั้งหมดมึงจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้า ที่บังเอิญเดินผ่านมาในชีวิตเขาเขาอาจจะยังคงใช้ชีวิตร่วมกับมึงอาจจะยังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่บกพร่องแต่วิญญาณในความสัมพันธ์มันได้หลุดลอยไปแล้วมึงจะโหยหาความงี่เง่าของเค้ามึงจะโหยหาการถูกบ่น[เพลง]การถูกจุกจิกกวนใจเพราะสิ่งเหล่านั้นมันคือ[เพลง]หลักฐานยืนยันว่ามึงยังมีตัวตนอยู่ในสายตาของเขาแต่มันสายไปแล้วสิ่งเดียวที่มึงจะได้รับกลับมาคือความนิ่งเฉยความนิ่งที่พร้อมจะ[เพลง]บดขยี้ความมั่นใจของมึงให้แหลกละเอียดนี่คือราคาที่มึงต้องจ่ายจากการที่มึง[เพลง]มองข้ามความสำคัญของคนที่คอยสนับสนุนมึงมาตลอดมึงผลักให้เขาต้องไปยืนอยู่ในจุดที่เขาไม่เหลืออะไรจะเสียอีกแล้วนอกจากการปกป้อง[เพลง]เศษเสี้ยวของหัวใจที่ยังหลงเหลืออยู่เมื่อกำแพงแห่งความเฉยเมยถูกสร้างขึ้นมาจนเสร็จสมบูรณ์บทบาทของมึงกับเขา[เพลง]จะพลิกกลับด้านในทันทีจากที่มึงเคยเป็นคนกุมอำนาจเคยเป็นคน[เพลง]ที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าเพราะรู้ว่ายังไงเขาก็ยอมมึงจะกลายเป็นคนที่สูญเสียการควบคุมทุกอย่างในพริบตาความน่ากลัวที่สุดของการเผชิญหน้ากับคนยอมคนที่หมดใจคือการที่มึงไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดิมๆเพื่อดึงเขากลับมาได้อีกต่อไปคำขอโทษที่มึงเคย[เพลง]พูดพร่อยๆแล้วเขาให้อภัยตอนนี้มันกลายเป็นแค่เสียงลมพัดผ่านหูข้ออ้าง 108 ที่มึงเคยยกมาใช้เพื่อให้ตัวเองดูดีตอนนี้มันไร้น้ำหนักและไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว[เพลง]มึงจะเริ่มดิ้นรนมึงจะเริ่มกระวนกระวายมึงจะพยายามงัดทุกวิถีทาง[เพลง]เพื่อทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมามึงอาจจะพยายามทำตัวดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ[เพลง]มึงอาจจะซื้อของขวัญพาไปกินของอร่อยหรือแม้กระทั่งเอ่ยปากสัญญา[เพลง]ในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนแต่มึงรู้มยว่าปฏิกิริยาที่มึงจะได้รับกลับมาคืออะไรมันคือรอยยิ้มบางๆรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุขแต่เป็นรอยยิ้ม[เพลง]ที่บอกว่าขอบคุณนะแต่กูไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้วความพยายามของมึงในวันนี้มันมาในวันที่เขาเลิกคาดหวังไปแล้วอย่างสิ้นเชิงมันเหมือนมึงเอาร่มไปกางให้เขาในวันที่ฝนหยุดตกแล้วแถมแดดยังออกเพี้ยงมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากสร้างความรำคาญใจคนยอมคนในเวอร์ชั่นที่หมดใจคือคนที่ตื่นรู้แล้วอย่างแท้[เพลง]จริงเขามองทะลุผ่านเปลือกนอกของมึงเขามองเห็นถึงความเห็นแก่ตัวที่ซ่อนอยู่ในข้ออ้างต่างๆของมึงและเขาจะไม่ยอมให้มึงใช้สิ่งเหล่านั้นมาเอาเปรียบเขาได้อีกเวลาที่มึงพยายามจะเรียก[เพลง]ร้องความสนใจหรือพยายามจะทำให้เขา รู้สึกผิดที่เมินเฉยต่อมึงเขาจะแค่ยืนมองมึงด้วยสายตาที่ว่างเปล่า[เพลง]สายตาที่เหมือนกับผู้ใหญ่ยืนมองเด็กเกเรที่กำลังดิ้นพลาดๆอยู่บนพื้นเขาไม่ต่อล้อต่อเถียงเขาไม่ปลอบประโลมเขาแค่ปล่อยให้มึงจม[เพลง]อยู่กับผลของการกระทำที่มึงเป็นคน ก่อขึ้นมาเองความนิ่งสงบของเขานี่แหละคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้มึงเห็นถึงความย่ำแย่ของตัวมึงเอง[เพลง]ได้อย่างชัดเจนที่สุดแล้วมึงจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองมึงจะเริ่มสงสัยว่าคนที่อยู่[เพลง]ตรงหน้ามึงตอนนี้ใช่คนเดียวกับคนที่เคยอ่อนโยนกับมึงหรือเปล่าใช่สิเขาคือคนเดียวกันร่างกายเดิมหน้าตาเดิม[เพลง]แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือขีดจำกัดของความอดทนทุกหยาด[เพลง]เหงื่อทุกน้ำตาทุกความพยายามที่เขาเคยทุ่มเทให้มึง[เพลง]มันได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นและความเข้มแข็งนั้นมันมาพร้อมกับการตัดขาดความผูกพันที่เคยมีต่อมึง[เพลง]เขาได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงจากการใจดีผิดคนและเขาได้เลือกแล้วว่าชีวิตหลังจากนี้เขาจะมอบความใจดีให้กับคนที่สมควรได้รับมันเท่านั้นและน่าเสียดายที่คนๆนั้นไม่ใช่มึงอีกต่อไปกูถึงบอกไงว่าอย่าประเมินค่าความใจดีของใครต่ำ[เพลง]เกินไปอย่าคิดว่าคนที่ยอมถอยให้มึง 1 ก้าวจะต้องยอมถอยให้มึงตลอดไปคนเราทุกคนมีลิมิตและลิมิต[เพลง]ของคน ที่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้มักจะเป็นลิมิตที่แข็งแกร่งและเด็ดขาดที่สุดเมื่อเขาตัดสินใจที่จะหันหลังให้เขาจะไม่เดินถอยหลังกลับมาอีกไม่ว่ามึงจะรอขออ้อนวอนแค่ไหนก็ตามมึงต้องยอมรับความจริงที่ว่า[เพลง]สิ่งที่มึงสูญเสียไปมันไม่ใช่แค่คนหนึ่งแต่มึงได้สูญเสียความรักความเอาใจใส่และความหวังดีที่บริสุทธิ์ที่สุดที่มึงเคยมีตลอดกาล[เพลง]มึงลองเก็บเอาไปคิดดูดีๆนะวันนี้มึงกำลังยืนอยู่ตรงไหนในความสัมพันธ์มึงกำลังทนุถนอมคนที่อยู่ข้างๆหรือมึงกำลังขลักให้เขาก้าวเดินไปสู่จุดที่เขาต้องกลายร่างเป็นความว่างเปล่าทุกการกระทำของมึงในวันนี้[เพลง]มันคือการกำหนดอนาคตของความสัมพันธ์ในวันข้างหน้าถ้ามึงไม่อยากเผชิญหน้ากับความเย็นชาที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจมึงก็จงเรียนรู้ที่จะให้เกียรติความใจดีที่เขาหยิบยื่นให้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไปก่อนที่ความเงียบงันจะเข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะและก่อนที่คนที่เคยอยู่เคียงข้างมึงจะกลายเป็นเพียงภาพจำที่คอยตามหลอกหลอนให้มึงรู้สึกเสียดายไปตลอดชีวิตลองพลิกมุมกลับมามองในฝั่งของคนที่ยอมมาตลอดดูบ้างนะมึงรู้มั้ว่าวินาทีที่เขาตัดสินใจปล่อยมือจากความสัมพันธ์ที่คอยแต่จะบั่นคอนจิตใจมันไม่ใช่ความรู้สึกสะใจเลยแม้แต่นิดเดียวมันไม่มีการเฉลิมฉลองไม่มีความยินดีปรีดาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของเขา[เพลง]มีเพียงความสงัดเป็นความสงัดที่เกิดจากการยอมรับความจริงที่ว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมามันสูญเปล่าเขาไม่ไดตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนไร้หัว[เพลง]ใจเขาไม่ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใจดำแต่เขาแค่ดึงเอาความใจดีที่เคยสาดเทให้คนอื่นอย่างไม่ลืม[เพลง]หูลืมตากลับมาโอบกอดตัวเองต่างหากมึงลองคิดดูสิว่าคนที่เคยเอาน้ำไปรดต้นไม้ที่ไม่มีวันเติบโตมาเป็นปี[เพลง]เขาเลือกที่จะหยุดแล้วเอา น้ำหยดนั้นมาดื่มประทังชีวิตตัวเองมันคือการเห็นแก่[เพลง]ตัวตรงไหนมันคือการเอาชีวิตรอดต่างหากเวลาที่คนใจดีเลิกใจดีกับมึงเขาแค่แค่ย้ายมึงออกจากพื้นที่ปลอดภัยของเขาเขาเคยเปิดประตูบ้านกว้างขวางต้อนรับมึงเสมอไม่ว่ามึงจะเดินย่ำโคลนเปรอะเปื้อนเข้ามาแค่ไหนเขาก็ตามเช็ดตามถูให้มึงด้วยความเต็มใจแต่ในวันที่เขาหมดใจเขาไม่ได้เผาบ้านทิ้ง[เพลง]เขาไม่ได้ขับไล่ไสส่งมึงด้วยถ้อยคำหยาบคายเขาแค่เชิญมึงออกไปยืนนอกรั้วแล้วลงกลอนประตูอย่างแน่นหนามึงจะยังมองเห็นบ้านหลังนั้นอยู่มึงจะยังเห็นไฟที่เปิด[เพลง]สว่างไสวอยู่ข้างในแต่มึงจะไม่มีวันได้รับไออุ่นจากมันอีกแล้วเขาจะใช้ชีวิตของเขาต่อไปยิ้มแย้มกับคนอื่นมอบความรักให้กับคนที่เห็นคุณค่าในขณะที่มึงทำได้แค่มองดูผ่านลูก[เพลง]กรงของความห่างเหินนี่แหละคือการลงทันที่เยือกเย็นที่สุดโดย[เพลง]ที่เขาไม่ต้องออกแรงทำอะไรมึงเลยกูอยากให้มึงเข้าใจกระบวนการเยียวยาตัวเองของคนกลุ่มนี้คน ที่กริบกดความรู้สึกมานาน[เพลง]เมื่อถึงคราวที่เขาปลดแอกตัวเองออกจากความคาดคาดหวังของคนอื่นเขาจะหันกลับมาโฟกัสเอ่อกูหมายถึงเขาจะหันกลับมาจดจ่อกับความต้องการลึกๆของตัวเอง[เพลง]อย่างจริงจังเขาจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าที่ผ่าน มาเขาหลงลืมความสุขของตัวเองไปมากแค่ไหนเขาละเลยเสียงเพรียกเรียกร้องจากหัวใจตัวเองไปนานเท่าไหร่เพื่อแลกกับรอยยิ้มของคนที่ไม่เคยแม้แต่จะถามว่าเขาเหนื่อยมยขบวนการตื่นรู้ตรงนี้แหละที่ทรงพลังมากมันเปลี่ยนคนที่[เพลง]เคยโอนอ่อนผ่อนตามทุกอย่างให้กลายเป็นคนที่หนักแน่นราวกับภูผาเขาจะเริ่มสร้างขอบเขตที่ชัดเจนขอบเขตที่[เพลง]บอกให้โลกๆรับรู้ว่าเขาพร้อมจะมอบความรักให้ทุกคนแต่เขาจะไม่ยอมสูญเสียตัวตน[เพลง]เพื่อใครอีกแล้วมึงอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าคนที่เปลี่ยนไปมักจะน่ากลัวเสมอแต่มึงเชื่อกูเถอะว่าคนที่กลับมารักตัวเองได้อย่างเต็มหัวใจคือคนที่งดงามและแข็งแกร่งที่สุดเขาจะไม่เรียกร้องความสนใจจากคนที่มองไม่เห็นข้าเขาจะไม่เดินตามง้อคนที่พร้อมจะเดินจากไปเขาเรียนรู้แล้วว่าความสัมพันธ์ที่ดีไม่ใช่การที่ฝ่ายใด[เพลง]ฝ่ายหนึ่งต้องยอมค้อมหัวให้ตลอดเวลาแต่มันคือการยืนอยู่เคียงข้างกันอย่างเสมอภาคให้เกียรติซึ่ง[เพลง]กันและกันในเมื่อมึงไม่สามารถมอบสิ่งนี้ให้กับเขาได้เขาก็แค่ถอยออกมาเป็นผู้สังเกตการ[เพลง]ปล่อยให้มึงมึงใช้ชีวิตในแบบที่มึงต้องการโดยไม่มีเขาคอยเป็นเบาะรองรับความผิดพลาดให้อีกต่อไปในมุมมองของคนที่สูญเสียมึงอาจจะรู้สึกว่าเขาใจร้ายมึงอาจจะพร่ำ[เพลง]บ่นกับคนรอบข้างว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแต่ก่อนที่มึงจะชี้นิ้วตัดสินเขากูอยากให้มึงหันกลับมามองรอยเท้าของตัวเองที่เดินย่ำยีความรู้สึกเขามาตลอดทางมึงเรียกร้องหาความใจดีจากเขาในขณะที่มึงหยิบยื่นแต่ความเพิกเฉยให้ [เพลง]มึงคาดหวังให้เขาเป็นน้ำเย็นที่คอยชะโลมใจมึงแต่เวลาที่เขาต้องการที่พึ่งพิงมึงกลับกลายเป็นความแห้งแล้งที่ทำให้เขาต้องอ้างหวางความยุติธรรมมันอยู่ที่ตรงไหนวะมึงไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเคืองเขาเลยแม้แต่น้อยในวันที่เขาเลือกที่จะทำเพื่อตัว[เพลง]เองบ้างเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา[เพลง]เขาได้ทำเพื่อมึงมามากเกินพอแล้วมากจนเกินกว่าที่คนๆหนึ่งจะสามารถทนรับความเสียใจไหวนี่คือความจริงที่มึงต้องกลืนมันลงคอให้ได้ความสัมพันธ์มันคือ[เพลง]การแลกเปลี่ยนความรู้สึกอย่างเท่าเทียมวันใดที่ตาช่างมันเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไปวันนั้นมันก็เตรียมตัวรอเวลาพังคลืนลงมาคนใจดีเขาเอาความหวังดี[เพลง]ใส่ลงไปในตาชั่งฝั่งของเขาจนเต็มในขณะที่มึงปล่อยให้ฝั่งของมึงว่างเปล่าอาศัยแค่ลมปากและข้ออ้างในการประคองมันไว้สุดท้ายตาช่างมันก็ร่วงหล่นและเมื่อมันร่วงหล่นลงมาสิ่งที่แตก[เพลง]กระจายเกลื่อนกราดก็คือความผูกพันที่ไม่มีวันประกอบกลับคืนมาได้มึงอาจจะพยายามก้มลงเก็บเศษซากเหล่านั้นขึ้นมาประติดประต่อใหม่[เพลง]แต่มึงจะพบว่าชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดซึ่งก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจจากเขา[เพลง]มันได้ปลิวหายไปกับสายลมแห่งความเหนื่อยล้าจนหมดสิ้นแล้วความเงียบสงบที่มึงเห็นจากภายนอกแท้จริงแล้วมันคือการจัดระเบียบ[เพลง]โลกใบใหม่ของเขาโลกที่ไม่มีมึงเป็นศูนย์กลางอีกต่อไป[เพลง]เมื่อเขาสามารถตัดมึงออก จากวงจรชีวิตได้อย่างสมบูรณ์เขาจะพบกับความเบาสบายที่เขาไม่เคย[เพลง]สัมผัสมานานแสนนานความกังวลที่ว่ามึงจะพอใจหรือไม่ความหวาดระแวงว่าเขาจะทำอะไรผิด[เพลง]หูผิดตามึงหรือเปล่าสิ่งเหล่านี้มันมาลายหายไปจนหมดสิ้นเขาตื่นขึ้นมา[เพลง]ในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งไม่ต้องคอยแบกรับอารมณ์ที่แปรปรวนของใครไม่ต้องคอยเป็นถัง[เพลง]ขยะรองรับความขุ่นมัวจากชีวิตของมึงเขาได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์[เพลง]อากาศที่เป็นของเขาอย่างแท้จริงนี่คือรางวัลชิ้น[เพลง]ใหญ่ที่เขาได้รับจากการกล้าหาญที่จะเดินก้าวออกมาส่วนมึงคนที่เคยชินกับการเป็น[เพลง]ผู้รับมึงจะต้องเผชิญกับบททดสอบที่หนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตแรกๆมึงอาจจะยังไม่รู้สึกอะไรมึงอาจจะคิดว่าเดี๋ยวสักพักก็คงหาคนใหม่มาแทนที่ได้หรือเดี๋ยวเขาก็[เพลง]คงใจอ่อนกลับมาหามึงเองแต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อมึงต้องเผชิญกับปัญหาเมื่อมึงต้องพบเจอกับความหนัก[เพลง]อึ้งในชีวิตแล้วมึงหันหลังกลับไปมองหาคนที่เคยคอยพยุงมึงเสมอแต่มึงกลับพบเพียงความว่างเปล่าวินาทีนั้นแหละที่ความจริงมันจะกระแทกเข้าที่กลางใจ[เพลง]มึงอย่างจังมึงจะเริ่มตระหนักได้ว่าความสะดวกสบายที่มึงเคยมีความอุ่นใจที่มึงเคยได้รับมันไม่ใช่ของฟรีที่เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ[เพลง]แต่มันเกิดจากการเสียสละของคนๆนึงคนที่มึงเพิ่งจะผลักใสเขาออกไปจากชีวิตด้วยมือของมึงเองมึงจะเริ่มมองเห็นคุณ[เพลง]ค่าของเขาในวันที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อมึงอีกแล้วมึงจะนึกถึงคำพูด[เพลง]เตือนสติที่มึงเคยรำคาญมึงจะคิดถึงความห่วงใยที่มึงเคยมองเป็นความจุ้น[เพลง]จ้าน่ารำคาญทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เขาเคยทำ ให้มึงมันจะย้อนกลับมาฉายเป็นภาพ[เพลง]ซ้ำๆในหัวของมึงตอกย้ำให้มึงรู้ว่ามึงได้ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุด[เพลง]มือไปเพียงเพราะมึงมัวแต่หลงระเริงกับก้อนกรวดริมทางความเสีย[เพลง]ดายมันจะเกาะกินพื้นที่ในใจมึงมันจะกัดเซาะความมั่นใจที่มึงเคยมีจนกร่อนมึงจะพยายามออกตามหาใครสักคนที่ จะมาทำหน้าที่แทนเขาแต่มึงจะพบกับความจริงที่โหดร้าย[เพลง]ยิ่งกว่านั่นคือไม่ มีใครในโลกนี้ที่จะทนมึงและยอม[เพลง]มึงได้เท่ากับคนที่จากมึงไปแล้วกูจะบอกความลับอะไรให้นะปีศาจ[เพลง]ที่แท้จริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในตัวคนใจดีหรอกแต่มันซ่อนอยู่ในความเห็นแก่ตัวของมึงต่างหากปีศาจตัวนี้แหละที่คอยกระซิบหลอกล่อมึงว่ามึงเป็นฝ่ายได้เปรียบมึงมีอำนาจเหนือกว่ามันทำ[เพลง]ให้มึงตาบอดและมองไม่เห็นความงดงามของความรักที่บริสุทธิ์มันหลอกให้มึงกรอบโกยจนลืมที่จะหยิบยืดกลับคืนและในที่สุดเมื่อคนที่มอบความรักให้มึงทนไม่ไหวและ[เพลง]จากไปปีศาจตัวเดิมนี้ก็จะหันกลับมาเยาะเย้ยมึงทิ้งให้มึงต้องจมอยู่กับความอ้างว้างและความรู้สึกผิดไปตลอดกาลนี่คือบทลงโทษที่มึงสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของมึงเองถ้าวันนี้มึงยังมีคนใจดีอยู่ข้างๆถ้าเขายังคงยอมมึงยังคงให้อภัยมึงกูขอล้อมเถอะอย่ารอให้ถึงวันที่ดวงตาของเขาว่างเปล่าแล้วค่อยมาเห็นข้ากลับไปมองหน้าเขาให้ชัดๆถามตัวเองดูว่ามึงสมควรได้[เพลง]รับความรักที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มยแล้วเริ่มตอบแทนเขาด้วยความใส่ใจด้วยการเคารพในตัวตนของ[เพลง]เขาอย่าปล่อยให้ความเคยชินมาทำลายความสัมพันธ์ที่มีค่ามึงต้องจำไว้ว่าความอดทนของมนุษย์มี[เพลง]ขีดจำกัดและคนที่อดทนเก่งที่สุดเวลาที่เขาหมดความอดทนเขาจะกลายเป็นคนที่เด็ดขาด[เพลง]ที่สุดเช่นกันอย่าให้ความเห็นแก่ตัวของมึงไปปลุกความเย็นชาในใจเขาให้ตื่นขึ้นมาเลยแต่ถ้ามึงคือคนใจดีที่ฟังมาถึงตรงนี้[เพลง]กูอยากบอกมึงว่ามึงทำดีที่สุดแล้วความใจดีของมึงเป็นสิ่งล้ำค่าอย่าปล่อยให้ใครมาทำให้มึงรู้สึกด้อยค่าการเลือกที่จะถอยออกมาเพื่อปกป้องตัว[เพลง]เองไม่ใช่เรื่องที่ผิดมึงมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขมึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับความรักที่เท่าเทียมกับที่มึงมอบให้คนอื่นจงภูมิใจในความเข้มแข็งของ[เพลง]ตัวเองที่กล้าก้าวเดินออกมาจากพื้นที่ที่บั่นทอนจิตใจอนาคตข้างหน้ายังมีเรื่องราวดีๆและคนที่พร้อมจะเห็นคุณค่าในความใจดีของมึงรออยู่อีกมากมายกอดตัวเองให้แน่นๆแล้วก้าวต่อไปด้วยความสง่างาม[เพลง]เพราะชีวิตของมึงมันมีค่าเกินกว่าจะเอาไปฝากไว้กับคนที่ไม่เคยมองเห็นความสำคัญของมันเลยมึงเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนที่เคยโอนอ่อนผ่อน[เพลง]ตามมึงทุกอย่างถึงกลายเป็นคนที่เด็ดขาดและมั่นคงที่สุด[เพลง]ในวันที่เขาตัดสินใจหันหลังให้มึงอาจจะหลอกตัวเองว่าเขาแค่แกล้งทำ [เพลง]แกล้งเข้มแข็งเพื่อเรียกร้องความสนใจจากมึงมึงอาจจะคิดว่าเดี๋ยวเขาก็คงทนความเหงาไม่ไหว[เพลง]แล้วซมซานกลับมาหามึงเองแต่มึงกำลังเข้าใจผิดอย่างมหัน[เพลง]เลยว่ะสิ่งที่มึงเห็นอยู่ตรงหน้ามันไม่ใช่การเสแสร้งแต่มันคือ[เพลง]แก่นแท้ของความเข้มแข็งที่เขาซ่อนเอาไว้ใต้ความใจดีมาตลอดเวลาคนที่ยอมคนอื่นมาเสมอ[เพลง]ไม่ใช่คนที่อ่อนแอนะเว้ยการที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกระงับความไม่พอใจและเลือกที่จะมอบรอยยิ้มให้มึงในวันที่มึงทำตัวแย่ๆใส่เค้ามันต้องใช้พลังใจมหาศาลมากเลยนะพลังใจ[เพลง]ที่คนเอาแต่ใจอย่างมึงไม่มีวันเข้าใจหรอกว่ามันต้องแลกมาด้วยความอดทนมากมายขนาดไหนมึงหลงคิดมาตลอดว่ามึงคือคนที่คุมเกม[เพลง]มึงเชื่อว่ามึงคือผู้ถือไพ่เหนือกว่าในความสัมพันธ์นี้เพราะมึงได้ทุกอย่างที่[เพลง]ต้องการโดยไม่ต้องออกแรงพยายามอะไรเลยแต่ มึงลืมมองลงไปใต้ฝ่าทัของตัวเองว่าพื้น ที่มึงยืนอยู่อย่างมั่นคงมาตลอดมันถูกค้ำจุนด้วยความเสียสละของเขาวันที่เขาดึงความเสียสละนั้นกลับคืนมาพื้นที่มึงเคยมั่นใจ[เพลง]มันก็พังทลายลงมาไม่เป็นท่ามึงจะพบว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาดอะไรเลยมึงแค่โชคดีที่เคยมีคนหนึ่งยอมลดทอนความสำคัญของตัวเองลงมาเป็นฐานให้มึงก้าวเดินและเมื่อฐานนั้นหายไปมึง[เพลง]ก็แค่ร่วงหล่นลงมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงโลกที่แสนจะธรรมดา[เพลง]และไม่มีใครพร้อมจะตามใจมึงอีกต่อไปมึงจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่ามึงไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากคน[เพลง]ที่เขาไม่แคร์มึงแล้วได้เลยความน่ากลัวของการหมดใจมันอยู่ตรงที่เขาได้ดึงเอาความคาดหวังทั้งหมที่มีต่อ[เพลง]ตัวมึงออกไปจากชีวิตอย่างหมดจดเมื่อก่อนเวลาที่มึงทำผิดเขายังมีน้ำตาเขายังมี[เพลง]คำถามเพราะเขายังหวังลึกๆว่ามึงจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดี[เพลง]ขึ้นเพื่อเขาได้แต่ในวันนี้มึงจะสังเกตเห็นเลยว่าดวงตาของเขาว่างเปล่ามากเขาไม่โกรธเขาไม่เกลียดเขาแค่ไม่รู้สึกอะไรกับมึงอีกแล้ว[เพลง]ความรู้สึกของเขามันกลายเป็นเส้นตรงที่ไม่มีคลื่นหัวใจเต้นอีกต่อไปมึงจะพยายามสร้างเรื่องราวอะไรขึ้นมาเพื่อยั่วยุอารมณ์เขามันก็เหมือนมึงกำลังปา[เพลง]หินลงไปในบ่อน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบ่อ มันไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อนกลับมาให้มึงได้ยินมีเพียงความเงียบงันที่ดังกล้องอยู่ในหัวของมึงเองตอกย้ำให้มึงรู้ว่ามึงได้สูญเสียพื้นที่ในหัวใจของเขาไปอย่างถาวรกูอยากให้มึงลองนึกถึงกระดาษแผ่นนึงนะกระดาษที่ขาวสะอาดและเรียบเนียนวันที่เขามอบให้มึงมึงกลับเอามันมาขยำเล่นตามอำเภอใจ[เพลง]ขยำแล้วก็โยนทิ้งพอถึงเวลาที่มึงต้องการจะใช้มันใหม่[เพลง]มึงก็แค่คลี่มันออกแล้วคาดหวังว่ามันจะกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิมมึงคิดว่ามันเป็นไปได้มั้ล่ะรอยยับย่นบนกระดาษแผ่นนั้นมันก็เหมือนกับบาดแผลในใจของคนใจดีนั่นแหละทุกครั้งที่มึงละเลยเค้าทุกครั้งที่[เพลง]มึงเห็นแก่ตัวใส่เขามันคือการสร้างรอยยับที่ไม่มีวันลบเลือนจนถึงจุดนึงที่กระดาษแผ่นนั้นมัน[เพลง]ยับเยินจนไม่เหลือพื้นที่ว่างให้มึงขีดเขียนอะไรลงไปได้อีกเขาก็แค่ดึงกระดาษแผ่นนั้น[เพลง]กลับคืนมาแล้วพับเก็บมันลงกล่องปิดใต้ความทรงจำที่เคยมีร่วมกับมึง[เพลง]มึงจะเอาเตารีดที่ร้อนที่สุดมาพยายามรีดให้มันเรียบมันก็ไม่มีทางกลับไปเป็นกระดาษแผ่นใหม่ได้อีกแล้วมึงรู้ตัวมว่าคนใจดีเวลาที่เขาตื่นรู้เขาจะกลายเป็นคนที่มีเหตุผล[เพลง]และตรักกะที่เฉียบขาดมากที่สุดเขาจะนำเอาทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาประมวลผลอย่างเยือกเย็นเขาจะมองเห็นความสัมพันธ์นี้ในมุมมุมมองที่ชัดเจนยิ่งกว่าระบบความละเอียดสูงเขามองเห็นความบิดเบี้ยว[เพลง]เขามองเห็นการเอาเปรียบและเขามองเห็นความไร้ค่าของการทุ่มเทที่สูญเปล่าเมื่อตรรกะแห่งความรักตัวเอง[เพลง]มันทำงานอย่างเต็มรูปแบบมันจะเข้าไปปิดสวิตช์ความผูกพันที่เคยมีต่อมึงแบบฉับ[เพลง]พลันเขาไม่ได้ใจดำนะแต่เขาแค่ฉลาดพอที่จะรู้ว่าการ[เพลง]ลงทุนในความสัมพันธ์ที่ไม่มีหวันงอกเงยมันคือการขาดทุนที่ย่อยยับที่สุดในชีวิตและคนฉลาดเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ตัว[เพลง]เองต้องขาดทุนซ้ำซากกับคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของเขาเลยและนี่แหละคือช่วงเวลาที่มึงจะเริ่มรู้สึกถึงความ[เพลง]โดดเดี่ยวอย่างแท้จริงมึงจะหันไปรอบตัวแล้วพบว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่เกิน[เพลง]ไปเมื่อไม่มีคนๆนั้นคอยเป็นที่พักพิงมึงจะเริ่มคิดถึงบทสนทนาธรรมดาๆดาที่มึงเคยมองข้ามมึงจะโหยหาสัมผัสแห่งความห่วง[เพลง]ใยที่มึงเคยปฏิเสธแต่มันก็ทำได้แค่นั้นแหละทำได้แค่คิดถึงและเสียดายเพราะประตูบานนั้นมันได้ปิดตายลงแล้วและกุญแจที่เคยใช้มัน[เพลง]ก็ถูกมึงโยนทิ้งไปตั้งแต่ตอนที่มึงมัวแต่หลงระเริงกับความใจดีของเขามึงต้องก้มหน้ายอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ว่ามึง[เพลง]คือคนนักใสความโชคดีที่สุดในชีวิตออกไปเองบทเรียนนี้มันอาจจะขมขื่นมันอาจจะบาดลึกไปถึงกระดูกดำแต่[เพลง]มันคือความยุติธรรมที่สุดแล้วที่ธรรมชาติของความสัมพันธ์ได้มอบให้มึงมึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับผลผลิตของความว่างเปล่าที่มึง[เพลง]เป็นคนลงมือปลูกมันขึ้นมาเองให้ได้เมื่อเวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไปความเงียบงันที่เคยทำให้มึงอึดอัดแทบคลั่งในตอนแรกมันจะค่อยๆกลายเป็นความจริงที่มึงต้อง[เพลง]ตื่นมาพบเจอและยอมรับมันในทุกๆเช้า มึงจะเริ่มเรียนรู้อย่างเจ็บปวด[เพลง]ว่าโลกใบนี้มันไม่ได้หมุนรอบตัวมึงอีกต่อไปแล้วคนที่เคยเป็นดั่งอากาศให้มึงหายใจได้ อย่างเต็มปอดตอนนี้เขาได้หอบเอาอากาศบริสุทธิ์เหล่านั้นจากไปจนหมดสิ้นทิ้งให้มึงต้องพยายามตะเกียก[เพลง]ตะกายหายใจด้วยตัวเองในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงของความเสียดายและความรู้สึกผิดกูไม่ได้พูดเพื่อจะซ้ำเติมให้มึงจมลงไปลึกกว่าเดิมนะ[เพลง]แต่มึงต้องกล้าที่จะสบตากับความจริงมึงต้องยอมรับผลของการกระทำที่มึงเพาะเมล็ดพันธุ์ของมัน[เพลง]เอาไว้เองมึงรดน้ำต้นไม้แห่งความละเลยมาอย่างยาวนานวันนี้ผลผลิตที่มึง[เพลง]ต้องเก็บเกี่ยว มันก็คือความอ้างว้างอย่างที่มึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยในtimeมกลับกัน ลองหันไปมองฝั่งของคนที่เดินจากมาบ้างมึงอย่าหลงคิดไปเองนะว่าชีวิตเขาจะพังทลายหรือจมปลักอยู่กับความเศร้าเมื่อไม่มีมึงตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเลยว่ะการที่เขาสามารถสลัดความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนโซ่ตรวนคอยดึงรั้งความก้าวหน้าในจิตใจเขาออกไปได้มันเปรียบเสมือนการเกิดใหม่เขาจะได้ [เพลง]ค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองที่ถูกกดทับมานานพลังนานชีวิตที่เขาเคยสูญเสียไปกับการพยายามเอาใจคนที่ไม่เคยรู้จักคำ[เพลง]ว่าพอตอนนี้เขาได้นำพลังงานมหาศาลนั้นกลับมาใช้เพื่อสร้างสรรค์ความสุขให้กับตัวเองมึงจะเห็นเลยว่าเขาดูสดใสขึ้น[เพลง]เข้มแข็งขึ้นและมีชีวิตชีวามากยิ่งกว่าตอนที่อยู่กับมึงหลายสิบเท่ารอยยิ้มของเขาในวันนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มที่ฝืนทำเพื่อประคับประคองสถานการณ์แต่มันคือรอยยิ้มที่เปล่งประกายออก[เพลง]มาจากความสงบสุขที่แท้จริงจากข้างในจิตใจเขาไม่ได้สูญเสียความเป็นคนใจดี[เพลง]ไปหรอกนะความอ่อนโยนและความเมตตายังคงฝังรากลึกอยู่ในตัวตนของเขาเหมือนเดิมเพียงแต่คราวนี้ความใจดีของเขาจะ[เพลง]มีระบบกรองที่มีประสิทธิภาพสูงสุดติดตั้งอยู่ด้วยเขาเรียนรู้แล้วว่าความหวังดีแบบไร้ขอบเขตมันนำมาซึ่งความบอบช้ำแบบไร้ขีดจำกัดเช่นกัน[เพลง]ดังนั้นเขาจะกลายเป็นคนที่จะเลือกปฏิบัติอย่างชาญฉลาดเขาจะหยิบยื่นความน้ำใจให้กับคนที่รู้คุณค่าและพร้อมจะตอบแทนด้วยความจริงใจเท่านั้นส่วนใครที่เข้ามาเพื่อกรอบโกย[เพลง]หรือหวังจะใช้ประโยชน์จากความใจดีของเขาเขาจะมองขาดตั้งแต่ก้าว[เพลง]แรกและเขาจะไม่ลังเลเลยที่จะขีดเส้นกั้นคนเหล่านั้นให้อยู่ห่างไกลจากพื้นที่ส่วนตัวของเขานี่คือความเติบโตทางอารมณ์ที่มึงเป็นคนช่วยสอนให้เขาได้เรียนรู้ผ่านความ[เพลง]เจ็บปวดมึงเห็นความแตกต่างมั้ยระหว่างคนที่จมอยู่กับอดีตที่แก้ไขไม่ได้กับคนที่นำเอาอดีตมาเป็นบทเรียนเพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งคนยอมคน[เพลง]ที่มึงเคยคิดว่าหัวอ่อนวันนี้เขากลายเป็นคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงิ่วจนมึงตามไม่ทันแล้วเขาให้อภัยมึงนะกูเชื่อว่าในใจลึกๆเขาให้อภัยมึงไปนานแล้วแต่การให้อภัยของเขา[เพลง]มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะให้โอกาสมึงกลับเข้ามาในชีวิตเขาให้อภัยเพื่อ[เพลง]ปลดปล่อยตัวเองจากความขุ่นมัวเพื่อไม่ให้มีสิ่งตกค้างใดๆมาฉุดรั้งการก้าวเดินไปข้างหน้าของเขาเขาปล่อยมึงไว้ข้างหลังปล่อยให้มึงเป็นแค่[เพลง]บทนึงในหนังสือชีวิตที่เขาอ่านจบแล้วและถูกพับเก็บเข้าชั้นวางไม่มีความจำเป็นต้องหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านซ้ำอีกต่อไปสำหรับมึงคนที่ยังยืนอยู่กับที่นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่มึงต้องตัดสินใจมึงจะปล่อยให้ความเสียดายมันกัดกินหัวใจมึงไปจนวันตายหรือมึงจะใช้ความเจ็บปวดครั้งนี้เป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อบก[เพลง]พร่องของตัวมึงเองมึงไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่ง ที่มึงทำพังไปแล้วได้แต่มึงสามารถเรียนรู้จากมันได้มึง[เพลง]สามารถสัญญากับตัวเองได้ว่าในความสัมพันธ์ครั้งหน้าไม่ว่าจะเป็น[เพลง]กับเพื่อนกับคนรักหรือกับใครก็ตามมึงจะไม่ทำพลาดแบบเดิมอีกมึงจะรู้[เพลง]จักให้เกียรติความรู้สึกของคนอื่นมึงจะรู้จักขอบคุณในความใจดีที่ใครสักคนมอบให้และที่สำคัญที่สุดมึงจะรู้จักการเป็นผู้ให้ไม่ใช่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารอเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียวบทเรียนจากการสูญเสียคนใจดีมันคือคอร์สเรียนราคาแพงที่มึงจ่าย[เพลง]ค่าเทอมด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มึงมีจงซึมซับความเจ็บปวดนี้ไว้ให้ลึกสุดใจ[เพลง]ให้มันเตือนสติมึงในทุกครั้งที่มึงเผลอตัวกลับไปทำนิสัยเดิมๆการเปลี่ยนแปลงตัว[เพลง]เองให้ดีขึ้นมันไม่ได้ทำเพื่อดึงเขากลับมา[เพลง]แต่มันทำเพื่อตัวมึงเองเพื่อให้มึงคู่ควรกับความรักและความหวังดีที่จะเข้ามาในชีวิตมึงในวันข้าง[เพลง]หน้าจำเอาไว้ให้ดีนะอย่าให้ความสูญเสียครั้งนี้มันสูญเปล่าให้มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้มึงเติบโตเป็นคนที่มีหัวใจที่กว้างขวางและละเอียดอ่อนมากขึ้นเพราะบนโลกใบนี้[เพลง]ไม่มีใครสมควรถูกละเลยและไม่มีความใจดีของใคร[เพลง]ที่ควรถูกมองข้ามเป็นของตายเลยสักคนเดียวมึงรู้ไหมว่าการตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า[เพลง]คนที่เคยอยู่เคียงข้างมึงเสมอเขาได้กลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำไปแล้วมันคือความรู้สึกที่หน่วงที่สุดใน[เพลง]ชีวิตของคนเราในช่วงแรกมึงอาจจะยังพยายามหลอกตัวเองอยู่มึงอาจจะยังเผลอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะเห็นข้อความทัก[เพลง]ทายจากเขาเหมือนทุกเช้ามึงอาจจะยังเผลอหันไปมองเก้าอี้ว่างเปล่าข้างๆแล้วคาดหวังว่าเขาจะนั่งยิ้มรับฟังเรื่องราวไร้สาระของมึงเหมือนที่เคยเป็นมาแต่ วินาที[เพลง]ที่ความจริงอันแสนเย็นชามันตอกย้ำว่าพื้นที่ตรงนั้นมันจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว[เพลง]วินาทีนั้นแหละที่มึงจะ ได้สัมผัสกับความหมายของคำว่าสูญเสียอย่างแท้จริงความว่างเปล่าที่เขาทิ้ง[เพลง]ไว้มันไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ที่ขาดหายไปแต่มันคือหลุมพรางขนาดใหญ่ที่ดูดกลืนความมั่นใจและความหยิ่งผยองทั้งหมดที่มึงเคยมีให้จมมิตร[เพลง]ลงไปในพริบตา มึงจะเริ่มทบทวนทุกการกระทำของตัวเองภาพในอดีตจะฉายซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นฟิล์ม[เพลง]ที่กรอกกลับไม่ได้มึงมึงจะเห็นภาพตัวเองที่กำลังใช้อารมณ์หงุดหงิดใส่เขาเพียงเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องมึงจะเห็นภาพตัวมึงเองที่ปฏิเสธความหวังดีของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะมึงคิดว่ามึงมีสิทธิ์ที่จะทำแบบ[เพลง]นั้นกับคนที่ยอมมึงมาตลอดทุกครั้งที่ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาในหัวมันจะมาพร้อมกับคำถามที่คอยทิ่ม[เพลง]แทงความรู้สึกของมึงว่าทำไมวันนั้นกูถึงไม่ถนอมน้ำใจเขาให้มากกว่านี้ทำไมกูถึงมองข้ามความสำคัญของคนที่หวังดีกับกูอย่างบริสุทธิ์ใจที่สุดไปได้ความรู้สึกผิดมันจะเกาะกินหัวใจของมึงมันจะทำให้มึงรู้สึกตัวเล็กลงเรื่อยๆจนมึงแทบไม่กล้าสู้หน้าตัวเองในกระจกด้วยซ้ำเพราะคนที่อยู่ในกระจกนั้น[เพลง]คือคนหลงตัวเองที่เพิ่งทำสิ่งที่มีค่าที่สุดหลุดลอยไปอย่างไม่มีวันหวนกลับกูเข้าใจนะว่าความรู้สึกผิดมันทรมานแค่ไหนมันเหมือนมึงกำลังแบกก้อนหินขนาดใหญ่ไว้บนบ่าตลอดเวลาแต่มึง[เพลง]ฟังที่กูจะพูดให้ดีนะการจมปลักอยู่กับความเสียใจการเอาแต่เฝ้าโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยมันไม่ได้ทำให้เวลาเดินย้อนกลับไป[เพลง]และที่สำคัญที่สุดมันไม่ได้ทำให้เขากลับมาหามึงสิ่งเดียวที่ความรู้สึกผิด[เพลง]ทำได้คือการกัดกร่อนจิตวิญญาณของมึงให้เสื่อมโรมลงไปเรื่อยๆถ้ามึงยังคงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับอดีตมึงก็จะกลายเป็นแค่คนขี้แพ้ที่ถูกขังอยู่ในกรงของความเสียดับตายไปตลอดชีวิตมึงอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่แบบนั้นจริงๆหรอวะมึงอยากจะให้บทเรียนราคาแพงที่เขาอุตส่าห์ทิ้งไว้ให้มึงกลายเป็นเพียงแค่ความสูญเปล่าที่ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวมึงเลยอย่างนั้นหรือสิ่งที่มึงต้องทำในตอน[เพลง]นี้ไม่ใช่การพร่ำเพล้อหาอดีตที่แก้ไขไม่ได้แต่คือการกล้าเผชิญหน้ากับความจริงมึงต้องยอมรับอย่างแมนว่ามึงคือคนที่ทำพลาดมึง[เพลง]คือคนที่ละเลยความรู้สึกของคนอื่นและมึงคือคนที่ต้องรับผิดชอบต่อผล[เพลง]ลัพธ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นยืดอกรับความจริงข้อนี้ให้ได้เพราะจุดเริ่มต้นของ การเติบโตมักจะมาจากความกล้าหาญที่จะยอมรับข้อบกพร่องของ[เพลง]ตัวเองเสมอเมื่อมึงยอมรับมันได้แล้วขั้นตอนต่อไปคือการชำระล้างความเห็นแก่ตัว[เพลง]ที่ฝังรากลึกอยู่ในใจมึงมึงต้องสัญญากับตัวเองว่ามึงจะไม่ยอมเป็นคนเดิมที่เอาเปรียบความใจดีของใครอีกแล้วมึงต้องตั้งปณิธานว่าบทเรียนในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มึงจะยอมให้ความมักง่ายของตัวเองมาพังทลายความสัมพันธ์ที่มีค่าลองมองดูชีวิตของเขาใน[เพลง]ตอนนี้ซิคนที่เคยเป็นดั่งเงาตามตัวมึงคนที่เคยก้มหน้ารับฟังคำติเตียนของมึงอย่างไม่มีเงื่อนไขวัน[เพลง]นี้เขา กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสง่างามเขาได้ค้นพบเส้น[เพลง]ทางที่เต็มไปด้วยความสว่างไสวเส้นทางที่เขาไม่ต้องทนอึดอัดกับ การลดทอนคุณค่าของตัวเองเพื่อใครอีกแล้วการจากไปของ[เพลง]เขามันคือการปลดปล่อยให้เขาได้ไปเจอกับสิ่งที่ดีกว่ามึงควรจะยินดีกับเขานะยินดีที่เขาลุกพ้นจากวังวนที่บั่นทอนจิตใจที่มึงเป็นคนสร้างขึ้นและใน[เพลง]ขณะเดียวกันมึงก็ต้องใช้ภาพความสำเร็จและความเข้มแข็งของเขา[เพลง]มาเป็นแรงผลักดันให้ตัวมึงเองต้องก้าวเดินต่อไปเช่นกันมึงต้องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าการสูญเสียเขาไป[เพลง]มันไม่ได้ทำให้มึงกลาย เป็นคนล้มเหลวแต่มันได้หล่อหลอมให้มึงกลายเป็นคนใหม่ที่เห็นอกเห็นใจ[เพลง]ผู้ อื่นมากขึ้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงตัวเองมันไม่ใช่เรื่องง่าย[เพลง]กูรู้ว่ามันต้องใช้เวลามึงจะต้องต่อสู้กับนิสัยเดิมๆที่คอยจะดึงมึงกลับไปสู่ความเคยชินแบบเก่ามึงอาจจะเผลอตัวกลับไปเอาแต่ใจบ้างในบางครั้งมึงอาจจะหลงลืมความใส่ใจไปบ้างในบางทีแต่นั่น[เพลง]แหละคือความเป็นมนุษย์สิ่งสำคัญคือความตระหนักรู้เมื่อไหร่ที่มึงรู้ตัวว่ากำลังจะก้าวพลาดให้มึงรีบดึงสติตัวเองกลับมาให้นึก[เพลง]ถึงความเงียบงันอันแสนเยือกเย็นที่มึงเคยเผชิญให้นึกถึงแววตาที่ว่างเปล่าของคนที่มึงเคยรักให้ความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นเข็มทิศคอยนำทางไม่ให้มึงหลงเข้าไปในเส้นทางของความมืดบอดทางอารมณ์อีกทุกๆวันที่มึงพยายามเอาชนะความเห็นแก่ตัวของตัว[เพลง]เองมันคือชัยชนะเล็กๆที่จะค่อยๆสะสมจนกลายเป็นความยิ่งใหญ่ในจิตใจของมึง[เพลง]จงอดทนกับการเปลี่ยนแปลงและจงเชื่อมั่นว่ามึงมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานได้อย่างแน่นอนมาถึงตรงนี้กูเชื่อว่ามึง[เพลง]คงมองเห็นภาพรวมของความสัมพันธ์และการกระทำทั้งหมดได้อย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่งแล้ว[เพลง]มึงคงเข้าใจแล้วใช่มั้ว่าปีศาจร้ายที่แท้จริงมันไม่เคยซ่อนอยู่ในตัวของคนใจดีเลยคน ที่ยอม[เพลง]มึงคนที่โอนอ่อนผ่อนตามมึงเขาไม่ได้มีความดุร้ายหรือความเย็นชาติดตัวมาตั้งแต่เกิดสิ่งที่เขาแสดงออกมาในตอนท้ายสุดมันเป็นเพียงแค่กลไกการปกป้องตัว[เพลง]เองขั้นสูงสุดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยน้ำมือของมึงเองปีศาจแห่งความเงียบงานที่มึงหวาด[เพลง]กลัวมันคือภาพสะท้อนของความไร้หัวใจที่มึงเคยปฏิบัติต่อเขามาอย่างยาวนานต่างหาก[เพลง]มันคือเงาสะท้อนในกระจกที่ฉายให้มึงเห็นถึงความบกพร่องในการดูแลความรู้สึกของคนรอบข้างมึงสร้าง[เพลง]มันขึ้นมาด้วยความเคยชินด้วยการมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆและด้วยความหลงผิดที่คิดว่าความรักความหวังดีเป็นของตายที่ไม่มีวันหมดอายุแต่มึงจงฟังให้ดีนะการที่เราตระหนัก[เพลง]ถึงความผิดพลาดในอดีตมันไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทรมานตัว[เพลง]เองให้จมดิ่งลงไปในความมืดมิดแต่มันมีไว้เพื่อเป็นแสงสว่างส่องทางให้เราก้าวเดินต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคงต่างหากชีวิตของ[เพลง]มึงยังต้องดำเนินต่อไปมึงยังต้องพบเจอผู้คนอีกมากมายมึงยังต้องสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆอีก[เพลง]นับไม่ถ้วนประสบการณ์อันแสนล้ำค่าที่มึงได้รับมาด้วยน้ำตาและความเสียดายในครั้งนี้มันจะ เป็นเกราะคุ้ม[เพลง]กันชั้นดีไม่ให้มึงต้องเดินซ้ำรอยเดิมจากนี้ไปเมื่อมึงได้ รับความใจดีจากใครสักคนมึงจะไม่มีวันมองข้ามมัน[เพลง]อีกแล้วมึงจะเรียนรู้ที่จะทนุถนอมมันราวกับของล้ำค่ามึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทุกๆรอยยิ้มทุกๆคำพูดที่แสดงความห่วงใย[เพลง]มันมีคุณค่าทางจิตใจมหาศาลและมันสมควรได้รับการตอบแทนด้วยความจริงใจและความเคารพซึ่งกันและกันมึงจะกลายเป็น[เพลง]คนที่ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นมึงจะเริ่มสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าในแววตาของคนรอบข้างมึงจะ[เพลง]รู้จักตั้งคำถามว่าวันนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างมึงจะเริ่มเป็นฝ่ายหยิบยื่นความช่วยเหลือและรอยยิ้มให้ผู้อื่น[เพลง]โดยไม่ต้องรอให้ใครมาร้องขอการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แหละคือเครื่องพิสูจน์[เพลง]ว่ามึงได้เติบโตขึ้นจากความเจ็บปวดอย่างแท้จริงมึงได้เปลี่ยน[เพลง]เอาความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจมาเป็นพลังงานเชิงบวกที่พร้อมจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับคนรอบตัวมึงได้เปลี่ยนตัวเองจากคนที่คอยแต่จะสู่พลังงานของ[เพลง]ผู้อื่นกลายเป็นคนที่พร้อมจะมอบพลังใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนที่มึงรักนี่คือเป้าหมายสูงสุดของการเรียนรู้จากความผิดพลาดการ[เพลง]ก้าวข้ามผ่านอัตตราของตัวเองเพื่อกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริงแล้วถ้า[เพลง]วันหนึ่งมึงก้าวเดินต่อไปจนได้พบกับคนใจดีอีกครั้งจงอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจงใช้สติ [เพลง]ปัญญาและความรอบคอบที่มึงได้เรียนรู้มาคอยประคับประคองความสัมพันธ์นั้นให้แข็งแรงจงสร้างความ[เพลง]สมดุลระหว่างการเป็นผู้รับและการเป็นผู้ให้อย่าปล่อยให้ใครต้องทำหน้าที่เป็นผู้เสียสละ[เพลง]เพียงฝ่ายเดียวและอย่าลืมที่จะขอบคุณเขาในทุกๆวันขอบคุณที่เขาเลือกที่จะมอบสิ่งดีๆให้กับมึงทามกลางคนนับล้านบนโลกใบนี้ [เพลง]ความรักและความหวังดีมันเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่[เพลง]มึงต้องหมั่นรดน้ำพรวนดินด้วยความใส่ใจให้ปุ๋ยด้วยความเข้าใจและปกป้องมันจากพายุแห่งความอารมณ์ร้อนเพื่อให้ต้นไม้ต้นนี้เจริญงอกงามและแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงากับชีวิตของมึง[เพลง]ไปตราบนานเท่า นานจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะชีวิตคนเรามันสั้น[เพลง]เกินกว่าจะมานั่งเสียดายกับสิ่ง ที่แก้ไขไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันมันก็ยาวนานพอที่จะให้เราเริ่มต้นใหม่[เพลง]และแก้แก้ไขปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นอดีตมันเป็นแค่บทเรียนไม่ใช่คุกที่ใช้คุมขังอนาคตของมึง[เพลง]ก้าวออกมาจากความเศร้าสลัดความรู้สึกลบๆทิ้งไปซะแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง[เพลง]ใช้ทุกวินาทีลมหายใจที่เหลืออยู่เพื่อสร้างเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวมึงเองเป็นคนที่มี[เพลง]เหตุผลเป็นคนที่มีความเมตตาและเป็นคนที่รู้จักให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพราะความสำเร็จที่ยั่งยืนที่ คือความสำเร็จที่มึงรู้อยู่เต็มอกว่าวัน [เพลง]นี้กูจะดีกว่าเมื่อวานหากชอบเรื่อง ที่เล่าวันนี้อย่าลืมติดตามช่องช่างซ่อมเวลาเข็มทิศชีวิตจริงด้วยนะครับสวัสดี ครับ