📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทำไมคนตายด้วยมะเร็งเพิ่มขึ้น !?

Doctor Tany24:07

Transcription

สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงเรื่องของโรคมะเร็งเนี่ยนะครับ หลายคนก็คงจะเคยได้ยินจากเพจสุขภาพต่างๆ หรือว่า influencer กูรูทางด้านสุขภาพ ออกมาบอกว่า แม้ว่าขณะนี้เนี่ยการแพทย์ของเราจะเจริญก้าวหน้ามากมายมหาศาล และก็มีวิทยาการในการรักษาโรคมะเร็งที่ดีกว่าสมัยก่อนเยอะแยะไปหมด แต่อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเนี่ย มันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และวันนี้ครับ ผมก็บังเอิญได้ไปเห็นโพสต์ของ influencer ด้านสุขภาพท่านหนึ่ง เขาพูดถึงเรื่องนี้ไว้พอดี วันนี้เนี่ยผมก็เลยอยากจะหยิบยกโพสต์นี้มาอธิบายให้ฟังเป็นข้อๆ นะครับ ว่าจริงๆ แล้วเนี่ยนะครับ อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคของมะเร็งเนี่ย มันเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ เดี๋ยวจะวิเคราะห์ให้ทุกคนฟังไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ

พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียยว เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ ก่อนอื่นนะครับ ผมต้องขอปิดชื่อของ influencer ท่านนี้ไว้นะครับ จะไม่กล่าวถึงชื่อของเขา ผมจะขอแทนชื่อ influencer ท่านนี้ว่า "มิสเตช" แล้วกันนะครับ ส่วนคุณจะไปตั้งชื่อมิสเตชว่าอะไรแล้วแต่คุณ เช่น มิสเตลูกช้าง มิสเตอร์ลูกชิ้น มิสเตอร์รอดช่อง อันนี้ก็แล้วแต่คุณนะครับ

ผมขออ่านข้อความของเขาดังต่อไปนี้ครับ เขาบอกว่า "สถิติฟ้องฮ#ทกมะเร็งชนะมนุษย์ตลอด 50 ปีที่ผ่านมาครับ ไม่ว่าจะมีวิทยาการทางการแพทย์รักษามะเร็งก้าวหน้ากว่าเดิมแค่ไหน มนุษย์ตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกปี และอายุเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งน้อยลงไปทุกปี สถิติเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสาเหตุหลักของมะเร็งไม่ใช่พันธุกรรมอย่างที่สาธารณสุขปลอบใจคนไข้" อ่า ทำเสียงร้องให้นะครับ เผื่อว่าเราจะได้จินตนาการ influencer ท่านนี้ว่าเป็นคนที่หน้าตาดีนะครับ

อ่ะ ขอชี้แจงอย่างงี้ครับว่า ตลอด 50 ปีที่ผ่านมาเนี่ย อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคของมะเร็งมันลดลงครับ มันไม่ได้เพิ่มขึ้น มันไม่ได้เพิ่มขึ้น และผมมีหลักฐานซึ่งผมจะให้คุณดูในภาพต่อไปนะครับ

อันที่ 2 สาธารณสุขไม่เคยปลอบใจประชาชนคนไหนว่ามะเร็งเกิดจากพันธุกรรมครับ ไม่เคยปลอบใจนะครับ แต่ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขเราทราบดีว่า การจะเกิดโรคมะเร็งขึ้นมาในคนๆ หนึ่งได้เนี่ย มันจะต้องประกอบไปด้วยพันธุกรรมกรรมนะครับ อ่า มีพันธุกรรมจริงๆ แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับ มีสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิต 3 อย่างประกอบกันครับ

ถ้าเราลงรายละเอียดเนี่ย เราจะรู้ว่าคนเราถ้าอายุเยอะขึ้นจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งได้มากกว่าคนอายุน้อย แต่ไม่ได้แปลว่าคนอายุน้อยเกิดไม่ได้ คนที่มีการอักเสบเรื้อรังในร่างกายเกิดได้ง่ายขึ้นนะครับ สารพิษต่างๆ PM 2.5 อ่า นะครับ พวกเนี้ยก็ก่อมะเร็งได้ รวมทั้งมลภาวะต่างๆ ที่เราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมพวกนี้ก็มีผล หรือการติดเชื้อบางอย่าง เช่น ไวรัสตับอักเสบ B, ไวรัส HPV, ไวรัส HIV เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็กระตุ้นทำให้ร่างกายของเราเกิดมะเร็งมาได้ง่ายขึ้นนะครับ

ทีนี้ผมจะขอแสดงให้ดูว่าหลักฐานว่าอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเนี่ย มันลดลงคืออะไร อ่า อ่า อันนี้นะครับ เป็นข้อมูลที่คุณสามารถไปดูจากเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเองเลยนะครับ อยู่ในเว็บไซต์ Our World in Data นะครับ ผมจะทิ้งลิงก์ไว้ใน description ให้ทุกคนสามารถกดเข้าไปดูได้ด้วยตัวเองนะครับ

ผมจะ อันนี้มันเป็นในเรื่องของอัตราการตายด้วยโรคมะเร็งของโลกทั้งโรครวมกันนะครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยกราฟอันบนก่อนนะครับ มันเป็นกราฟสีแดงที่เขียนว่า "Cancer Death" ถ้าคุณดูกราฟเนี่ย คุณจะเห็นว่า เฮ้ย ตั้งแต่ปี 1980 จนถึง 2023 ที่เรามีข้อมูลในปัจจุบันเนี่ย อัด อ่า เจอว่าคนเราตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกปีทุกปี เว้ยเฮ้ย แล้วตั้งแต่ปี 80 จนถึงปัจจุบันเนี่ย มันเพิ่มขึ้น 120% แล้วถ้านับถึงปี 2026 เนี่ย มันคงจะต้องมากไปกว่านั้นสิ อ่า ทุกคนคงตกใจ เออ จริงว่ะ นี่ไงมะเร็งมันเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี

แต่ให้คุณดูกราฟที่ 2 ครับ กราฟที่ 2 เนี่ย มันเป็นสีออกน้ำตาล น้ำตาล เขาเลยเขียนว่า "Crude Cancer Death Rate" เอ๊ ทำไมมันน้อยกว่ากราฟแรก เหตุผลมันคืออย่างนี้ครับ Crude Cancer Death Rate ก็คือการที่เอาจำนวนคนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทั้งหมดมาหารด้วยประชากรโลกครับ แล้วแบบนี้เนี่ย มันแปลว่าตั้งแต่ปี 80 จนปัจจุบันเนี่ย ประชากรโลกของเรามันเพิ่มขึ้นไงครับ ถ้ามันเพิ่มขึ้น แล้วคุณจะหาอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง คุณก็ต้องจับมันมาหารกันถูกมั้ยครับ ถ้าจับหารกันอย่างเงี้ย เออ มันก็จะเห็นว่าการตายของโรคมะเร็งเนี่ย มันไม่ได้พุ่งสูงเหมือนกับการนับเฉยๆ ยิ่งคุณมีประชากรมาก เออ อัตราการตายมันก็ต้องมากตามไปด้วยใช่มั้ยฮะ คนคนเสียชีวิตจะต้องมากตามไปด้วย อัตรามันอาจจะไม่ได้เปลี่ยน ถ้าเรา อัตราก็คือเอาการเสียชีวิตมาหารด้วยจำนวนประชากรโลกที่มันเพิ่มขึ้นทุกวันนะครับ

อ่า แต่คุณก็ยังคงเห็นว่า เฮ้ย อ่า โอเค ลดมาก็จริง แต่มันก็ก็ยังเพิ่มขึ้นจากปี 80 มาถึงปี 23 เนี่ย คือ 20% ก็เพิ่มขึ้นนี่หว่า อ่า ให้คุณไปดูกราฟอะไรสุดท้ายครับ กราฟสีฟ้าจะเขียนว่า "Age standardized cancer death rate" เอ๊ะ กราฟนี้เนี่ย มันตกลงแฮะ แปลว่าอะไร แปลว่ามะเร็งมันลดลง ประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็น เฮ้ย อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจริงๆ มันลดลง 20 กว่าเปอร์เซ็น อ่า ทำไมเป็นเช่นนั้นล่ะ คุณสังเกตอะไรมั้ยครับ ปัจจุบันเนี่ย เราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เด็กเกิดใหม่น้อยลง และอายุที่เพิ่มขึ้นมันย่อมทำให้มะเร็งมันเพิ่มขึ้นด้วยใช่ไหมครับ ดังนั้น ถ้าเราเอาเรื่องโครงสร้างของประชากรมาจับเนี่ย เราก็อยากจะดูซิว่า ถ้าเกิดสมมุติว่าเราตัดปัจจัยเรื่องอายุไปอ่ะ มันจะเป็นยังไง อ่า เมื่อกี้เราตัดปัจจัยเรื่องประชากรเพิ่มขึ้นแล้วนะครับ ตอนนี้เราตัดปัจจัยเรื่องอายุออกไปด้วย ถ้าเราตัดประเด็นเรียน 2 ประเด็นนี้ออกไป จะพบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมันลดลงครับ มันลดลง 20 กว่าเปอร์เซ็นด้วย ซึ่งแปลว่าสิ่งที่ influencer ท่านนี้พูดมันไม่ถูกครับ หรือ influencer ท่านอื่นที่บอกว่าอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมันเพิ่มขึ้นนั้นก็ไม่ถูกต้องครับ

ผมไม่แน่ใจว่าไม่ถูกต้องเพราะว่ามีอคติอยู่ในเดิมในใจหรือเปล่า หรือว่าเป็นอคติที่ไม่เคยเห็นข้อมูลจริงๆ แบบนี้ หรือยังไม่เชื่อข้อมูลแบบนี้ และคิดว่าข้อมูลของตัวเองมันเจ๋งกว่า แต่ว่าบอกเลยครับว่าข้อมูลอันเนี้ยแน่นอนที่สุด มันเป็นข้อมูลทางโลกครับ และเราสามารถซูมดูได้ทีละประเทศเสียด้วย รวมทั้งประเทศไทยก็มีสถิติ ซึ่งผมจะให้คุณดูในภาพถัดไปครับ

อ่ะ อันเนี้ยสำคัญมากๆ นะครับ และถ้าเกิดว่าใครที่เป็น influencer มีความรู้ทางด้านเลขสถิติต่างๆ มาดูกราฟอันนี้แล้วยังบอกว่าอัตราการตายของโรคอะไรมันเพิ่มขึ้นแล้วล่ะก็ มันแปลว่าคุณไม่เข้าใจเลข คุณไม่เข้าใจสถิติเลยครับ อันนี้คือสถิติเบื้องต้นมากๆ เลยนะครับ คุณต้องเข้าใจนะ

อ่ะ ซึ่งมันหมายความว่าอะไร หมายความว่าถ้าเกิดคุณตัดปัจจัยเรื่องของจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น จำนวนคนอายุเยอะที่มันเพิ่มมากขึ้นด้วย มะเร็งของเราเนี่ย มีอัตราการตายลดลง มันแปลว่าการดูแลและวิทยาการของเราในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง การรักษาโรคมะเร็ง วิทยาการต่างๆ ที่เรามีในปัจจุบันนี้ มันทำให้อัตราการเสียของเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมันลดลงครับ ดังนั้น แฮชแท็กที่ว่ามะเร็งชนะมนุษย์เนี่ย มันอาจจะไม่จริงขนาดนั้นนะครับ มนุษย์เราเริ่มตีตื้นขึ้นมาได้แล้วครับ แล้วคุณจะสังเกตจากกราฟเนี่ย มันลดลงเรื่อยๆ ครับ มันไม่ลดลงแล้วมันก็แบนราบอย่างเงี้ย มันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แปลว่าถ้าเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่านี้ ก็อาจจะลดอัตราการตายของมะเร็งได้มากกว่านี้ซะด้วย

อ่ะ แต่บางคนก็อาจจะบอกว่า เออ นี่มันเป็นข้อมูลของทั้งโลกนี่นะ ไม่ใช่ข้อมูลประเทศไทย แต่เมื่อกี้ผมบอกว่ามีข้อมูลประเทศไทย อ่า มีครับ เดี๋ยวให้ดูอยู่ในเว็บไซต์เดียวกันเลยครับ เราสามารถเลือกดูประเทศไทยได้ ผลออกมาเหมือนกันเปี๊ยบเลยครับ แต่ว่าอาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย คุณจะสังเกตเห็นว่าประมาณซักปี 1990 กว่าๆ เนี่ย กับอีกช่วงนึงคือช่วงประมาณปี 2020 เนี่ยแถวๆ นั้นเนี่ยนะครับ มันจะมีการตกท้องช้างลงของตัวกราฟแต่ละอันนะครับ มันเกิดได้ยังไงนะ พวกนี้ต้องบอกว่าผมสงสัยว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลในช่วงนั้น ซึ่งมันขาดหายไปนะครับ ไม่ใช่เป็นเหตุผลที่ เออ มะเร็งอยู่ๆ มันก็ลดแล้ว เดี๋ยวๆ มันก็เพิ่ม ไม่น่าจะเป็นอย่างงั้น น่าจะเป็นจากเรื่องของการเก็บข้อมูลนะครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เราเจอขึ้นได้ในบางประเทศนะ

ข้อมูลทุกอย่างก็เหมือนกันครับ ประเทศเราคนเยอะขึ้นใช่มั้ย อ่า เราก็เจอว่าคนที่เป็นมะเร็งมันมากขึ้น เพราะจำนวนประชากรมันเพิ่มขึ้นกว่าสมัยก่อน ต่อมาถ้าเราตัดเรื่องของการเพิ่มขึ้นของประชากร เราเอาจำนวนคนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทั้งหมดมาเรียงกัน ซึ่งมันเพิ่มขึ้นจริงๆ นะ คุณจับจำนวนประชากรมาเป็นตัวหาร คุณก็จะได้ crude cancer death rate ซึ่งมันต่ำลงมานะครับ ต่ำลงมาก็คือ เฮ้ย อัตราของประเทศไทยมันตั้งเนี่ย อ่า 170 กว่าเปอร์เซ็น ซึ่งอันนี้คือดูน่ากลัวกว่าทั้งโลกเนาะ เพราะทางโลกเมื่อกี้ถ้าเกิดว่าคุณจำได้เนี่ยนะครับ ก็ถ้าเกิดว่าคุณเอาจำนวนประชากรมาหารแล้วเนี่ย อัตราการตายเนี่ย มันอยู่ที่ 20% เพิ่มขึ้น 20% เมื่อนับกับปี 80 แต่ของประเทศไทยมันเพิ่มขึ้น 170% ซึ่งตรงนี้มันอาจจะมีเรื่องของการเก็บสถิติอะไรซะอย่างที่มีความพัฒนาเพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ

แต่อย่างไรก็ตามครับ มันเพิ่มขึ้นมหาศาล เฮ้ย มันดูน่ากลัวมาก แต่เมื่อคุณมาดูเรื่องของโครงสร้างประชากร คุณตัดเรื่องปัจจัยใส่อายุออกไป กราฟตัวนี้มันพุ่งลงครับ พุ่งลงมาตั้งแต่ปี 2000 ถึงปี 2023 เมันพุ่งลงมาเรื่อยๆ เลย แสดงว่าการแพทย์ในประเทศไทยในเรื่องของการดูแลคนไข้โรคมะเร็งเนี่ย มันดีขึ้นเรื่อยๆ คนไข้ก็เสียชีวิตลดลงครับ ดังนั้น อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในช่วงตั้งแต่ปี 80 ถึงปี 23 เนี่ย มันลดลงครับ อ่า นี่หลักฐานชัดเจนที่สุด อ่า นะ

อ่ะ ต่อมาครับ ผมจะขอวิเคราะห์ข้อความที่เขาโพสต์ทีละข้อไปเลยนะครับ ว่ามันเป็นยังไงบ้าง เขาบอกอย่างงี้ครับ "ในเชิงสถิติมะเร็งเพิ่มขึ้นพร้อมกับ" อ่า เมื่อคุณเจอคำว่า "ในเชิงสถิติ" "มะเร็งเพิ่มขึ้นพร้อมกับ" คุณต้องเข้าใจว่าคำว่า "พร้อมกับ" ไม่ได้แปลว่าสิ่งๆ นั้นมันทำให้เกิดมะเร็ง มันมาคู่กันได้ แต่ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นทำให้เกิดมะเร็ง คุณต้องเข้าใจตรงนี้ครับ แต่การที่คุณใช้คำพูดคำเนี้ย มันเป็นการที่คุณต้องระวังมากๆ ถ้าใครที่อ่านโดยที่แบบไม่ได้คิดอะไรมากก็จะคิดว่า อ๋อ ไอ้สิ่งที่จะพูดต่อไปเนี้ย มันทำให้เกิดมะเร็ง ซึ่งไม่จริงนะครับ

ข้อแรกนะครับ เขาบอกว่า "อาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของคาฟขัดสีและผ่านความร้อนสูงตลอดจนของย่างปิ้งไฟแรง" เขาพยายามจะพูดว่าไอ้สิ่งเหล่าเนี้ยทำให้เกิดมะเร็ง ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า อาหารแปรรูปเนี่ยส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งนะครับ มีเพียงส่วนน้อยมาก เช่นพวกที่รมควันนะครับ หรือพวกที่เราเอาไปปิ้งย่างจนกระทั่งมันไม่เกรียมเป็นสีดำๆ ไอ้ นั่นแหละครับก่อมะเร็ง แต่ถ้าเป็นนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ก่อมะเร็งครับ อาหารแปรรูป เช่น ถ้าเกิดคุณกินเวย์โปรตีน โปรตีนจากพืช หรือนมทางการแพทย์ พวกนี้ไม่ก่อมะเร็งครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็น ultra process food อาหารแปรรูปขั้นสูงก็ตามครับ แน่ ถูกมั้ย งั้นคุณต้องไปดูชนิดของมันอีกทีนึง ว่าตกลงไอ้นั่นคืออะไรกันแน่ นะครับ อ่า ดังนั้นข้อเนี้ยอาจจะทำให้คุณเข้าใจผิดได้

ข้อที่ 2 นะครับ ออ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ถ้าเกิดคุณกินในด้านของ เอ่อ อาหารที่มาจากธรรมชาติแล้วแปรรูปให้น้อยที่สุด มันย่อมดีต่อสุขภาพของคุณ แต่การจะไปพูดว่าของที่มันแปรรูปแล้วมันมีปัญหาเนี่ย มันทำให้เป็นมะเร็งก็ไม่ใช่นะครับ ส่วนคาร์โบไฮเดรตขัดสีไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งครับ ตรงนี้ข้อมูลไม่มีครับว่ามันทำให้เป็นมะเร็ง ไม่มีเลยนะครับ

อ่ะ ไปดูข้อ 2 ต่อ ข้อ 2 บอกว่า "น้ำตาลในเลือดสูงมีอินซูลินสูงตลอดวัน โดยผ่านการกินบอลปล่อยไม่เป็นเวลากินมื้อย่อยจุบจิบโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรคเบาหวาน" อ่า ตรงนี้ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า ถ้าน้ำตาลสูงเนี่ยนะ มันไม่ได้เป็นตัวก่อโรคมะเร็งโดยตรงนะครับ เราจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค มะเร็งมากขึ้น และข้อมูลมีสนับสนุนก็เมื่อเรามีโรคแล้วจากการที่น้ำตาลสูงครับ คือเราต้องเป็นโรคอ้วน ต้องเป็นคนดื้ออินซูลิน ต้องเป็นเบาหวาน แล้วต้องมีการอักเสบเรื้อรังจากไอ้โรคพวกนี้ มันถึงจะมี ความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งครับ ตรงนี้ข้อมูลชัดเจนแล้วนะครับ ถ้าใครน้ำตาลสูงเฉยๆ ด้วยคุณไม่มีปัญหา ปัญหาพวกนี้เนี่ย มันไม่ได้เสี่ยงกับมะเร็งเพิ่มขึ้นครับ ดังนั้น ถ้าเกิดคุณจะกล่าวอย่างนี้ได้เนี่ย ต้องเอาหลักฐานทางการแพทย์มาแสดงให้ชัดได้นะครับ เพราะว่าหลักฐานที่ผมไปอ่านมาทั้งหมดไม่มีอะไรที่แสดงในเรื่องนี้ได้เลยนะครับ ยกเว้นว่าถ้าคุณเป็นเบาหวาน ถ้าคุณอ้วน คุณมีการอักเสบเรื้อรังจากโรคพวกนี้ อ่า คุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตามครับ คือการกินบ่อยไม่เป็นเวลากินจุบกินจิบเนี่ย มันก็ไม่ได้ดีหรอกครับนะ ผมก็เห็นด้วยที่เราควรจะพยายามเลิกนิสัยพวกนี้ครับ วิธีในการเลิกกินจุบกินจิบกินบ่อยยังไง ผมเคยทำคลิปไปแล้วครับ ถ้าสงสัยก็ลองไปฟังในนั้นดูนะครับ จะสามารถช่วยชีวิตคุณได้นะครับ

ข้อ 3 โอ้ ผมลืมใช้เสียงหล่อเลยอ่ะ เดี๋ยวข้อ 3 อ่านอ่านดีๆให้แล้วกัน ข้อ 3 "ใช้น้ำมันพืชขวดใสที่มีโอเมก้า 6 สูงมากที่ส่งเสริมการอักเสบในระดับเซลล์ โดยบริโภคปลาทะเลไม่เพียงพอ" อ่า ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า โอเมก้า 6 เนี่ยไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งครับ ข้อมูลตรงนี้ชัดเจนนะครับ และมันมีข้อมูลที่ตีกันด้วย บางอันบอกว่าเอ้ย มันเพิ่มมะเร็ง อีกอันนึงบอกว่ามันลดมะเร็ง อ่า เราเจอกันอย่างงี้แล้วจริงๆ ข้อมูลจากทาง อ่า Nutritionist ของ Harvard เนี่ย เคยออกมาพูดไปแล้วครับว่า โอเมก้า 6 ที่มาจากแหล่งที่ดี เช่นน้ำมันพืชเนี่ยไม่มีปัญหาครับ สามารถกินได้นะครับ

แต่ผมเข้าใจว่าเขาพยายามนำจะพูดว่า จริงๆ ถ้าเกิดคุณรู้เบื้องหลังของ influencer ท่านนี้เนี่ย คุณจะรู้ว่าเขาเป็นสายคีโตครับ เขาจะเชียร์เรื่องของน้ำมันหมูเป็นหลัก แล้วก็จะบอกว่าเออน้ำมันพืชเนี่ย มันไม่ดี เห็นมั้ยเนี่ย น่าจะเป็นเรื่องของสหรัฐอเมริกาออกมาโฆษณาว่าน้ำมันพืชมันดีอย่างงั้นอย่างงี้ จริงๆ เนี่ย น้ำมันหมูที่คนไทยตั้งแต่โบราณกินมาตั้งนานมันดีกว่าต่างหาก ไม่จริงครับ ตรงนี้ก็ไม่จริงเลย เพราะว่าน้ำมันพืชที่เราแปรรูปมาหรือผ่านกระบวนการต่างๆ เนี่ย มันไม่ได้เจอสารตกค้างอะไรนะครับ และมันเป็นสารไขมันที่ไม่อิ่มตัวซึ่งไม่ได้อันตรายอะไร จริงๆ มันจะดีต่อสุขภาพเสียด้วย ถ้าเอาปริมาณที่เท่ากันกับน้ำมันหมูมากินนะ ถ้าเท่ากันนะ น้ำมันพืชเนี่ยมันปลอดภัยกว่าน้ำมันหมูนะครับ อ่า ต้องเข้าใจตรงนี้

แต่ถ้าเกิดคุณรู้เบื้องหลังของเขามากไปกว่านั้นอีก คุณก็จะรู้ว่าตัวเขาเองเนี่ย ก็เคยเชียร์บอกว่าถ้าไขมันในร่างกาย LDL มันสูงเพราะการทำคีโตมันไม่ได้ถือว่าเป็นอะไร เพราะมันเป็น LDL ตัวใหญ่ แล้วก็ถ้าเกิดไปตรวจค่าแคลเซียมสกอร์ของหลอดเลือดคุณมันปกติ กับค่าไตรกลีเซอไรด์หาร HDL เนี่ย มันได้ค่าที่ต่ำกว่า 2 คุณก็ไม่เป็นไร ซึ่งทั้งหมดทั้งหมดเนี่ยไม่ถูกต้องครับ เป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้อง เพิมเคยออกมาอธิบายไปหลายรอบแล้วนะครับว่าทำไมมันถึงไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าสงสัยก็ลองไปหาคลิปเก่าๆ ของผมฟังดูแล้วกันนะครับ

อย่างไรก็ตามครับ ตรงเนี้ยเป็นการโจมตีน้ำมันพืชว่า เฮ้ย คุณไม่ควรจะกิน แต่ผมจะบอกครับว่าข้อแรกน้ำมันพืชเนี่ย มันมั่นใจได้ครับ มันไม่ได้มีสารตกค้าง เรามีกระบวนการตรวจสอบชัดเจนนะครับ ถ้าคุณไม่เชื่อการตรวจสอบในประเทศไทย การตรวจสอบในต่างประเทศเค้าก็เป็นอย่างงั้นเจออย่างเดียวกัน ข้อที่ 2 โอเมก้า 6 ไม่ได้ก่อมะเร็งครับนะ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ

ส่วนบริโภคปลาทะเลไม่เพียงพอ อันนี้ก็คือไม่ได้เป็นเรื่องของการที่จะช่วยป้องกันมะเร็งแต่อย่างใด การบริโภคปลาทะเลไม่มีข้อมูลตรงไหนว่ามันช่วยป้องกันโรคมะเร็งนะครับ ในทางกลับกัน การบริโภคปลาทะเลเป็นประจำเนี่ย อาจจะมีบางกรณีที่คุณจะต้องระมัดระวัง เพราะว่ามันมีการปนเปื้อนของสารปรอท ทำให้บางคนเนี่ย ถ้ากินมากจนเกินไปอาจจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค มินามะตะ น่ามีปัญหาต่อเรื่องของระบบประสาทต่างๆ ได้นะครับ ดังนั้นก็แล้วแต่ละกันจะต้องกินอาหารให้สมดุลตรงนั้นดีที่สุดนะครับ

อ่ะ ผ่านไป 3 ข้อแล้วนะครับ ยังเหลืออีก 3 ข้อ ครับ ข้อที่ 4 "กินน้อยพักผ่อนไม่เพียงพอจากแสงรบกวนหน้าจอก่อนนอนส่งผลให้นอนหลับไม่สนิท" อ่า นี้ผมเห็นด้วยนะ คือการนอนน้อยเนี่ยคือควรเราควรจะนอนให้พอ อย่าไปยุ่งกับหน้าจอมากในช่วงเวลาที่นอน อันเนี้ย แสดงว่าเขาหวังดี อันนี้ผมเห็นด้วย แต่การนอนน้อยกับพักผ่อนไม่เพียงพอเนี่ย ยังไม่ได้มีหลักฐานว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งแบบชัดเจนขนาดนั้น มันมีหลักฐานบ้างแต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้นนะครับ ดังนั้นอันนี้โอเค พออนุโลมได้นะครับ

ข้อ 5 "การตัดแดดน้อยโดยเฉพาะเพราะไม่ตากแดดจัดทำให้มีวิตามินดีต่ำ" อย่างงี้ครับ มีหลายประเด็นเลย การไปตากแดดเนี่ยนะครับ ต่อให้คุณตากนานเท่าไหร่เนี่ย มันก็ไม่ได้สามารถเพิ่มวิตามินดีให้คุณได้ อย่างที่คุณอยากได้ขนาดนั้นหรอกครับ ยกเว้นว่าคุณไปอยู่ในแดดนานๆ เลยในแต่ละวันนะครับ และการไปอยู่ในแดดนานๆ เนี่ยมันมีปัญหา ข้อแรกเพิ่มอัตราการเกิดมะเร็งผิวหนังครับ ข้อที่ 2 ผิวมันแก่ลงครับ อ่า เราจะเจอ 2 อย่างนี้ บางคนออกไป เอ่อ เจอฝ้าขึ้นที่หน้าเลยนะฮะ ก็จะมีแบบนั้นได้ มันมีข้อเสียของมัน

ประเด็นที่ 2 ที่ต้องพูดกันก็คือ วิตามินดีเนี่ย มันเกี่ยวอะไรกับมะเร็ง ต้องบอกว่าเรามีงานวิจัยว่าวิตามินดีที่มันต่ำอาจจะมี ความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่นมะเร็งเรื่องของทวารหนักแล้วก็ลำไส้ใหญ่ อันนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทุกมะเร็งครับ และที่สำคัญอะไรรู้มั้ยครับ ถ้าเราให้วิตามินดีเข้าไป มันไม่ได้ป้องกันโรคมะเร็งครับ ซึ่งมันแปลว่าอะไร มันแปลว่าจริงๆ แล้วเนี่ย เหตุผลที่คนๆ นึงจะเกิดโรคมะเร็งพวกนั้นขึ้นมาได้เนี่ยครับ มันอาจจะเป็นเหตุผลอย่างอื่น ซึ่งบังเอิญทำให้วิตามินดีมันต่ำไปพร้อมกันใช่มั้ยฮะ อ่า สมมุติมีสาเหตุหนึ่งสาเหตุนี้ทำให้เป็นมะเร็ง และสาเหตุนี้ก็ทำให้วิตามินดีต่ำ มันเลยทำให้เวลาที่เราไปรักษาวิตามินดีต่ำอ่ะ กินเสริมให้มันสูง หรือไปเจอแดดให้มันดีขึ้น สาเหตุนี้มันยังอยู่ที่เดิมครับ มะเร็งก็ยังเกิดเหมือนเดิม มันไม่ได้ป้องกันมะเร็งครับ นี่แหละครับเวลาที่คุณจะตีความงานวิจัยต่างๆ คุณต้องตีความแบบนี้นะฮะ

งั้นวิตามินดีต่ำไม่ได้ทำให้คุณเป็นมะเร็งครับ การเสริมวิตามินดีก็ไม่ได้ป้องกันมะเร็งให้คุณครับ และถ้าเกิดคุณเป็นมะเร็งไปแล้ว การกินวิตามินดีมันก็ไม่ได้ช่วยทำให้มะเร็งมันหายไปไหนครับ มันต้องใช้การรักษาอย่างอื่น เพียงแต่ว่าถ้าคุณมีวิตามินดีที่ต่ำในร่างกายเนี่ย มันก็จะมีปัญหาต่างๆ ของการดูดซึมแคลเซียม การที่ อ่า เรื่องของสภาพจิตใจของเรา บางคนมันอาจจะแย่ลงนะครับ รู้สึกซึมเศร้า อ่า กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อการหกล้มต่างๆ ได้นะครับ ดังนั้น ถ้าวิตามินดีของเราเนี่ย มันต่ำ เราก็ควรที่จะเสริมเข้าไปนะครับ แต่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมะเร็งต้องเข้าใจตรงนี้นะครับ

ข้อที่ 6 "สิ่งแวดล้อมเช่นฝุ่น PM 2.5 และสารปนเปื้อนในน้ำอาหารที่เพิ่มขึ้นทุกปี" อันนี้ผมเห็นด้วยครับ อันนี้เห็นด้วยถูกต้อง 100% ครับ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุกปีเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งครับ PM 2.5 เนี่ย มันเป็นฝุ่นขนาดจิ๋วมาก เข้าไปสู่ส่วนลึกที่สุดของปอดเราได้นะครับ แล้วก็ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ทันที มันทำให้เกิดการอักเสบได้ทั่วร่างกาย เกิดที่ไหนก็มีปัญหาที่นั่นนะครับ เช่นเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจนะครับ เกิดโรค มะเร็งตามอวัยวะต่างๆ ได้ และอาจจะยังทำให้ภูมิต้านทานของเรามันตกลง บางคนเนี่ยก็เป็นโรคหอบหืด โรคปอดต่างๆ นะครับ คือมีแต่ปัญหานะ

ดังนั้นอันนี้เนี่ย เห็นด้วย 100% ว่าเราควรจะต้องแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างเด็ดขาดซะทีนะครับ ส่วนเรื่องของสภาวะแวดล้อมอื่นๆ สารพิษปนเปื้อนตามที่ต่างๆ ในน้ำในอาหารเนี่ย อันนี้ก็มีส่วนจริงเหมือนกันนะครับ งั้นอันเนี้ยผมเห็นด้วยว่าเราควรจะต้องรณรงค์แล้วก็แก้ไขนะครับ

สุดท้ายเขาทิ้งท้ายว่า "ไม่ว่าจะในระดับรัฐบาลหรือบุคคลใช้งบการป้องกันมะเร็งดีกว่าใช้การรักษามะเร็งถูกกว่าและประสิทธิภาพสูงกว่า" อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ เห็นด้วย 100% เลยว่าเฮ้ย เวลาที่เราจะรักษาโรคอะไรสักอย่างนึงเนี่ย มันใช้เงินเยอะ แต่ถ้าเราหันมาเน้นป้องกันเนี่ย มันจะดีกว่านะครับ มันจะดีกว่ามากๆ เลยที่เราจะช่วยทำให้คนทุกคนเนี่ยแข็งแรงนะฮะ แล้วก็ไม่ได้เป็นโรคนั้น

งั้นผมจะมาขอให้คะแนนคนๆ นี้ครับ อันแรกนะครับ เรื่องสถิติการอ่าน อันนี้ผมถือว่าข้อมูลไม่เพียงพอ และถ้าไปดูข้อมูลแล้วยังสรุปแบบนั้น อันนี้คือผิดครับ 0 คะแนนครับ คะแนนข้อที่ 2 สถิติเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสาเหตุของมะเร็งไม่ใช่พันธุกรรมอย่างที่สาธารณสุขปลอบใจคนไข้ อันนี้ก็คือไม่ถูกต้องเหมือนกัน 0 คะแนนนะครับ เพราะว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว มันก็มีอย่างอื่นด้วยนะฮะ ที่บอกว่ามะเร็งเพิ่มขึ้นพร้อมกับเรื่องของข้อที่ 1 อาหารแปรรูป อันนี้ผมคิดว่ามันมีส่วนจริงบ้าง 0.5 คะแนนนะครับ ข้อที่ 2 น้ำตาลในเลือดสูง เรื่องเนี้ยมันก็มีส่วนจริงบางกรณีนะครับ แต่ไม่ได้ทุกกรณีที่คุณน้ำตาลในเลือดสูงกินจุบกินจิบมันจะเป็นมะเร็งให้ 0.5 คะแนน ข้อที่ 3 น้ำมันพืชขวดใสมีโอเมก้า 6 ที่ส่งเสริมอักเสบในระดับเซลล์ อันนี้ไม่จริงครับ 0 คะแนนนะครับ ข้อที่ 4 นอนน้อยพักผ่อนไม่เพียงพอ เรื่องพวกเนี้ย มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับมะเร็งโดยตรง แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเราควรจะต้องแก้ไขนะครับ อ่า ดังนั้นในเมื่อมันไม่ถูกต้องในเรื่องของโรคมะเร็ง มันยังพอมีความเกี่ยวข้องกันบ้างก็ 0.5 คะแนนครับ ข้อที่ 5 ตากแดดน้อย อ่า เรื่องตากแดดน้อยต่างๆ เนี่ย โอเค มันทำให้วิตามินดีต่ำจริง แต่วิตามินดีต่ำจริงเนี่ย มันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับโรคมะเร็ง ผมยังคงใจดีว่าเออให้คุณ 0.5 คะแนนนะครับ ข้อที่ 6 เรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มันแย่ลงทุกปี อ่า นี้ผมให้คะแนนไปเลยครับ 1 คะแนนเต็มนะฮะ แล้วก็ข้อสุดท้ายนะครับ ที่บอกว่าไม่ว่าจะยังไงเนี่ย คือการป้องกันไว้มันดีกว่าการไปแก้ไขมันราคาถูกกว่านะครับ ก็อันนี้ให้ไปเลย 1 คะแนนเต็มนะครับ

ซึ่งถ้ามารวมคะแนนเราจะได้ทั้งหมด 4 คะแนนเต็ม 9 นะครับ อ่า 4 คะแนนเต็ม 9 แต่อย่างไรก็ตามครับ เท่าที่ผมอ่านมาทั้งหมดเนี่ย ถึงแม้ว่าจะมีความเข้าใจทางด้านการแพทย์ที่มันไม่ถูกไปบ้าง การวิทยาศาสตร์ต่างๆ ที่มันผิดพลาดไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วผมคิดว่าเขาเนี่ยมีเจตนาดีครับ ดังนั้นผมจะขอเพิ่มให้อีก 1 คะแนนนะครับ เป็น 5 เต็ม 9 นะครับ ก็ถือว่าโอเคเกิน 50% มายังคงผ่านอยู่นะครับ

อ่ะ วันนี้ผมก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ เราจะได้ไม่เสพข่าวแล้วตื่นตกใจไปกับอะไรพวกนี้ ถ้าเราจะดูข่าวเรื่องสุขภาพ หรือไปฟังที่ไหนแล้วมันตกใจมากๆ เนี่ย กรุณาดูแหล่งข่าวให้ดี ถ้าเกิดว่าหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นไม่ออกมาพูดนะครับ ระวังอย่าเพิ่งไปเชื่อเต็มตัว เพราะว่ามันอาจจะมีข้อผิดพลาดอะไรเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งถึงแม้ว่าคนพูดเขาจะหวังดี แต่มันอาจจะไม่ถูกต้อง แบบกรณีนี้ก็ได้นะครับ

โอเค วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ถ้าใครมีคำถามก็สอบถามมานะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ