📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ศาลให้ประกันตัว "อัจฉริยะ" คดีกรรโชกทรัพย์ วางหลักทรัพย์ 4 แสนบาท - ตำรวจแถลงพบทำเป็นขบวนการ

ครอบครัวข่าว316:54

Transcription

ผู้ชมครับ สดๆ ร้อนๆ เลยนะครับ ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวคุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์แล้วนะครับ ด้วยวงเงินประกัน 400,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ด้วย ผู้ต้องหาที่ 2 ก็คือพันตำรวจเอกกวินศักดิ์ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดนครับ วงเงินประกัน 200,000 บาท และอีกคนนึงเป็นทนายความของคุณอัจฉริยะ ก็คือนางสาววิภาดา วงเงินประกัน 100,000 บาท

โดยทั้ง 3 คนนี้ ศาลกำหนดเงื่อนไขนะครับ ห้ามเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือกระทำการใดๆ อันอาจเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ ยังห้ามพบ ห้ามเข้าใกล้ ข่มขู่ หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการยุ่งเกี่ยวกับผู้เสียหายหรือพยานในคดี หากฝ่าฝืน ศาลอาจจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว

ขณะนี้ ผู้สื่อข่าวของเราเนี่ย เกาะติดอยู่ที่ศาลนะครับ ทันทีที่คุณอัจฉริยะปรากฏตัว คงจะมีหลายเรื่องที่อยากจะพูดกับนักข่าว เดี๋ยวคงจะได้ยินเสียงคุณอัจฉริยะกันนะครับ

แต่เท้าความนิดนึงก่อน คดีนี้จริงๆ เนี่ย ผู้ต้องหาจะมีทั้งหมด 6 คนด้วยกัน ดูกรอบฝั่งขวานะครับ นอกจากคุณอัจฉริยะ พันตำรวจเอกกวินศักดิ์ และนางสาววิภาดา ซึ่งได้ประกันตัวเมื่อสักครู่นี้แล้ว ก็จะมี 10 เอกสิทธิ์ชัย ซึ่งเป็นคนขับรถของคุณอัจฉริยะ มีอีก 2 คนท้าย ก็คือคนที่ 5 กับคนที่ 6 เนี่ย เป็นสามีภรรยากัน อันนี้จริงๆ เนี่ย ถูกตั้งคำถามมาตั้งแต่แรกว่าไปเกี่ยวข้องอะไร สรุปจะไปอยู่ในกลุ่มของคนรับเงินนะฮะ คือนายจิรโรจนกับคุณวราัตน์ เป็นสามีภรรยากัน

ผู้กล่าวหา เนี่ย อยู่ในกรอบขวา พันตำรวจเอกวัชรพล หรือผู้กำกับเคน ก็จะเป็นผู้กำกับของฝั่ง สตม. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็จะมีนางส เสือ มีพันตำรวจเอกทธง แล้วก็จะมีนายอออ่าง สัญชาติจีน

เอาตรงๆ ตอนนี้คนตั้งคำถามเยอะ สรุปมันเป็นการกันโชคทรัพย์จริงหรือเปล่า เพราะทำไมต้องตั้งคำถาม ก็ในเมื่อมันมีการจ่ายเงินกันถึง 25 ล้านแล้ว กว่าจะมาแจ้งความ จนนำไปสู่การจับกุมคุณอัจฉริยะ ก็ทิ้งระยะเวลาหนึ่ง อ้าวไม่ผิดจะไปจ่ายเงินทำไม นี่คำถามแรก แล้ววันนี้ ช่วงของการนำตัวไปฝากขังก็แปลกๆ อีก เอ๊ะ ทำไมต้องหลบสื่อ

>> ค่ะ

>> ปกติคดีอื่นเนี่ย โอ้โห เอิกกะหริก ผู้สื่อข่าวเนี่ยตะโกนถามกัน

>> แต่อันนี้ไปอีกทางเข้าอีกทาง เหมือนหลอกล่อไม่ให้สื่อได้เจอกับตัวคุณอัจฉริยะ มันยังไงกันแน่ นำมาซึ่งการแถลงเมื่อช่วง 13:00 น. ที่ผ่านมาครับ คุณผู้ชม ตั้งโต๊ะแถลงใหญ่แบบนี้ บิ๊กเต่าอยู่ตรงกลาง หลักๆ คนที่อธิบายขยายความการทำคดีนี้ ก็คือผู้ทำคดีครับ ว่าที่พันตำรวจเอกเจตนิภัฒน์ สศิริวัฒน์ ผู้กำกับการหนึ่ง บก. บอกอย่างนี้นะครับ คดีนี้เนี่ย เริ่มต้นกลางเดือนกุมภาพันธ์ ผู้กล่าวหาก็คือฝั่ง สตม. มาแจ้งความที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ว่ามีกลุ่มบุคคลมาเรียกรับเงินแลกกับการไม่ถูกแฉคดีห้องกัก ตม. สวนพลู แต่เมื่อเอาเงินไปให้ กลับยังแฉ

>> กลับยังแฉ เปิดเผยรายละเอียดกับเรื่องนี้ จึงนำมาสู่การมาแจ้งความ ผู้กล่าวหารวบรวมพยานหลักฐาน จนที่สุดจนมีการขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 6 คน และติดตามจับกุมได้เมื่อวานอย่างที่บอกตั้งแต่ต้นรายการครับ ว่าการแถลงนี้ไม่เอ่ยชื่อใครเลย ไม่ได้ยินคำว่าคุณอัจฉริยะเลย

influู

>> influencer ผู้ต้องหาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 influe เป็น influencer ที่ทำหน้าที่แฉข้อมูล กลุ่มที่ 2 กลุ่มข่มขู่เรียกเงิน และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มรับเงิน 6 คนเนี้ย จะแบ่งหน้าที่กันแบบนี้ จากการสืบสวนพบว่าทั้งหมดทำงานด้วยกันมานาน มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน

จริงๆ ในช่วงของการแถลง มีการอธิบายไทม์ไลน์ ซึ่งชัดเจน เดี๋ยวๆ เราจะขยายความตรงนั้น แต่ว่าทางผู้ทำคดีครับ บอกว่าเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ และนักข่าวก็ถามว่า มันมันเพิ่งจะเป็นคดีแรกหรอก่อนหน้านี้เคยมีลักษณะแบบนี้มั้ย ขอโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์เลย ผู้ทำคดีขอโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ หากใครเคยถูกกันโชคทรัพย์จากกลุ่มนี้ ให้มาแจ้งความด่วน

>> กลุ่มของผู้ต้องหาครับ มีการแบ่งหน้าที่มีโครงสร้างมีกลุ่มก้อนมีแผนวทุศกรรม แบ่งเป็นส่วนแรก ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นเอ่อ influencer ที่มีความน่าเชื่อถือในสังคม ส่วนที่ 2 ส่วนที่ทำหน้าที่ในการใช้คำว่า คมขู่สร้างเงื่อนไขกระบวนการทำให้กลุ่มผู้เสียหายจำเป็นหรือยินยอมที่จะจ่าย กลุ่มที่ 3 เอ่อ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ในการรับเงิน ทั้ง 3 กลุ่มมีความเชื่อมโยง มีความเกี่ยวข้องกัน มีการจ่ายเงิน มีการติดต่อไป รวมถึงมีการเรียกในกระบวนการขั้นตอน ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมาเรื่อยมา เราเก็ยรวบรวมพยานหลักฐาน นอกจากที่คำพูดต่างๆ ของทางที่เป็นผู้เสียหาย เรามีร่องรอยต่างๆ มีหลักฐานต่างๆ จนเห็นชัดเจนว่ามีกระบวนการจ่ายเงิน และเงินไปถึงใคร รวมถึงคำสะท้อนต่างๆ จนถึงแม้เขาจะได้รับเงินแล้วก็ตาม ก็ยังมีการแฉอยู่ ซึ่งประเด็นตัวนี้นะครับ รู้สึกว่าจะมีการแชร์เมื่อประมาณต้นเดือน ถ้าจำไม่ผิด ขออนุญาตคร่าวๆ อาจจะเป็น 12 มกราคมที่ผ่านมา

>> อันนี้เค้าทำเป็นครั้งแรกมั้ยคะ หรือว่าเขาเคยทำแบบนี้มาหลายๆ ทีแล้วอ่ะ

>> จะถามว่าในท้องคดีตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ครับ ให้การปฏิเสธ ดังนั้นในท้องสำนวนให้การปฏิเสธแล้ว ถ้าถามนอกท้องสำนวนว่าหลับหลังมากกว่านี้มีการทำมั้ย ก็ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ย้อนกลับไปเลยว่า ถ้าหากพบกระบวนการแบบนี้ ในการถูกเอ่อ ขู่เพื่อจะเรียกรับเงิน ถ้าไม่จ่ายเงินแล้วจะแฉะ ก็ขอความกรุณาฮะ เดินมาที่กองปราบครับ

แล้วก็เปิดโอกาสให้นักข่าวถาม ต้องยอมรับว่านักข่าวก็พยายามจะถามแผนประทุศกรรม อยากเอาให้ชัดอ่ะ ว่าอะไรยังไง ข่มขู่กันยังไง ปรากฏว่าบิ๊กเต่า พลตำรวจตรีจรุณเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง บอกว่าเอาอย่างนี้ ผมสรุปเลย แผนปทุศกรรมอ่ะ เหมือนของคุณศรีสุวรรณ จรยานั่นแหละ

การดำเนินการแค่นี้ ไม่ได้เป็นการแกล้ง ไม่ได้เป็นการเอาคืน ไม่ได้เป็นการกดแค้นอะไร เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด โดยมีพยานหลักฐาน ผู้กล่าวหานะครับ ดำเนินการมาดำเนินการมาแจ้งนะครับ ไม่ใช่เราไปแสวงหาราถา ไม่ใช่นะครับ ต้องยืนยันว่ามันเป็นเรื่อง เอ่อ ผู้เสียหายกับผู้ต้องหาส่วนเราคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาตำรวจ สสงการนะครับ กำลังบังคับใช้กฎหมายกับไม่ว่าจะมีอิทธิพลหรือประชาชนทุกคน ในอ่า มาตรฐานเดียวกันนะครับ ตำรวจที่กระทำความผิด ท่านโฆษกยืนยันนะครับว่า ไม่เกิน 5 วัน หรือบางคน 1 วัน มีการไล่ อ้าฟังคุณอัจฉริยะครับ คือเมื่อคืนนี้ทีมข่าวเนี่ย คือช่วงตำรวจคุมตัวคุณอัจฉริยะมากองปราบ แล้วก็มีการหลบนักข่าวไปที่อาคารจอดรถชั้น 2 แล้วก็ลักษณะเดินตรงทางเชื่อม เราเห็นคุณอัจฉริยะแค่นี้ฮะ

>> เห็นศีรษะเท่านี้ครับ

>> เงาเนี่ยคะ

>> เนี่ยแหละฮะ คุณอัจฉริยะ

>> ค่ะ

>> เราใช้วิธีโทรศัพท์ไปสอบถามว่า เอ้ย มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าตัวพูดกับเราสั้นๆ ยืนยันว่าถูกกลั่นแกล้งครับ เค้าไม่เกี่ยวข้อง เค้าไม่เคยเจอ ไม่มีการโอนเงินมา มั่นใจเลยว่าลูกน้องก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชนวนเหตุมามาจากเรื่องที่ผม คุณอัจฉบอกเรื่องที่ผมออกมาแฉนี่แหละ ว่าภรรยาผู้พิพากษาระดับสูง ผู้พิพากษาเอย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินและช่วยวิ่งเต้นคดีแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนที่อยู่ในการควบคุมตัวของ ตม. สวนพลู ผมจะฟ้องกลับกลุ่มผู้กล่าวหาด้วย

ทีนี้คุณผู้ชมครับ อ้างอิงจากสำนวนคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนนะครับ พบว่าไทม์ไลน์ของพฤติการเป็นดังนี้ครับ ย้ำว่าอ้างอิงจากสำนวนคำร้องฝากขังนะครับ มันเริ่มตั้งแต่ธันวาคม 68 แล้วครับ 8 ธันวาคม 68 ตัวผู้กำกับเคน ก็คือผู้ที่ไปกล่าวหาเนี่ยนะครับ พันตำรวจเอกวัชรพล ทราบว่าคุณอัจฉริยะจะมีการไลฟ์เปิดโปงขบวนการนำตัวผู้ต้องกักชาวจีนออกจากห้องกัก ตม. สวนพลูที่เขารับผิดชอบอยู่ แล้วก็จะมีการกล่าวหาด้วยเรื่องที่มันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตัวผู้กำกับเคนก็กังวลว่าอาจจะมีข้อมูลที่มันไม่คาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง

นำมาซึ่งเหตุการณ์วันที่ 2 มกราคมครับ ตัวผู้กำกับเคนไปพบกับนายอัจฉริยะที่บ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เราได้คลิปวีดีโอจากคุณอัจฉริยะครับ เป็นกล้องวงจรปิดที่อยู่ในสำนักงานเป็นชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในภาพก็จะเห็นว่าผู้กล่าวหาก็คือผู้กำกับเคนนะครับ ที่เราใส่คำว่าผู้เสียหายเนี่ยนั่นน่ะคือผู้กำกับเคน แล้วคุณอัจฉริยะเนี่ยก็นั่งฟังอยู่ แล้วก็จะมีผู้ชายอีกคนนึงฮะ คือระบุในคลิปว่าเป็นลักษณะมานั่งฟังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมตัวคนจีนเนี่ย มันเป็นมีที่มาที่ไปยังไง ฟังจะ ไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ เพราะว่าคลิปเราได้มาสั้นมากๆ แต่ลองฟังสักนิดนึง เราจะได้ยินเสียงผู้กำกับเคนอธิบาย แล้วก็คุณอัจฉริยะตอบโต้บางช่วง

>> ไอ้จริงคืออะไรอย่างบึงกลุ่มล่าสุดเอาไป 38 คนเนี่ย มันเป็นไปจับแก๊งคอก่อน แก๊งคอเสร็จเบอกว่าเอ๊ะพี่ผมยังไอ้นั่นไม่ได้นะ ยังดำเนินคดีไม่ได้เพราะโทรศัพท์ยังดูดกันไม่หมดก็หลอกอะไรฮะ

>> หลอกป่ะ

>> ไม่ได้หลอกพี่ผมดูว่าน่าจะจริง เพราะว่าเคสแบบไอ้ไอ้ที่เป็นแบบคือไปจับไอ้เวียดนามเต็มเลยอ่ะ กำลัง

>> เเอาคอมพิวเตอร์มาดูประมาณ 3 เดือนทำเสร็จ สท.มาตอบเสร็จ อ้าออกหมายเสร็จก็จับไปอย่างเงี้ยพี่

>> แล้วแล้วมันมันทำไมมันคดีจริงนะ

>> น่าจะจริงไง เพราะว่าดูแล้วมาที่ผมรู้ว่า ถ้าเป็นเกมเมอร์อ่ะ มันจะทำจริงครับ

>> แต่ถ้าเป็นคดีก็ชอบโกง

>> ก็น่าจะไม่จริง พร้อมแล้วไม่จริง

คุณอัจฉริยะให้มาแค่เนี้ย คลิปสั้นๆ แค่นี้ คาดว่าเดี๋ยวออกมาต้องมาประติดประต่อให้มันเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ ว่าตัวผู้กำกับเคนมาอธิบายอะไร แต่ถ้าจับใจความสั้นๆ แค่นี้ก็คือเรื่องการเอาตัวผู้ต้องหาชาวจีนเข้ามาที่ ตม. สวนพลูนี่แหละ เพียงแต่ว่าหลังจากเนี้ยมันอะไรยังไง เนี่ยฮะ ซึ่งอันเนี้ยคือเหตุการณ์ตามไทม์ไลน์ก็คือ 2 มกราคม

และในวันเดียวกันนี้เองครับ คุณผู้ชมครับ ตกเย็นตามรายงานอ้างอิงจากสำนวนคำร้องฝากขัง ตัวผู้ต้องหาที่ 2 ก็คือพันตำรวจเอกกวินศักดิ์ ซึ่งเขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหาร เอ่อ นักเรียนตำรวจ 52 โทรศัพท์มาพูดคุย อ้างว่าทราบเรื่องจากคุณอัจฉริยะจะมีการแฉข้อมูล ตัวพันตำรวจเอกกวินศักดิ์จึงเสนอเป็นตัวกลางในการเคลียร์เรื่อง ด้วยข้อแม้ว่าต้องจ่ายเงิน

กลับไปที่ไทม์ไลน์ได้ครับ ทีมงานนี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 มกราคม เริ่มมีลักษณะของการไปเรียกเงิน อีก 2-3 วันต่อมา ผู้ต้องหาอีกคนนึงก็คือนางสาววิภาดา ซึ่งเป็นทนายความส่วนตัวของคุณอัจฉริยะ ก็โทรศัพท์ไปหากลุ่มผู้เสียหาย บอกว่าถ้าต้องการให้นายอัจฉริยะหยุดแฉด้วยเงิน 2 ล้าน หลังจากนั้นคุยกันไปคุยกันมา ปรากฏปรับเพิ่มยอดเป็น 25 ล้าน โดยให้ผู้กำกับเคนเอาเงินไปมอบให้กับคนขับรถของนายอัจฉริยะ ก็คือ 10 เอกสิทธิ์ ซึ่งต่อมา 9 มกราคม ผู้กล่าวหาทั้ง 4 คนไปรวบรวมเงินจนได้ 2,500,000 จึงนัดหมายมอบเงินให้กับคนขับรถคุณอัจฉริยะที่ร้านกาแฟแห่งนึงย่านเรียบด่วนรามอินทรา ซึ่งวันนั้นเนี่ย ผู้ต้องหา 2 คนสุดท้ายที่เป็นสามีภรรยาก็คือ นายจิรโรจนกับนางสาววลารักษณ์ เป็นตัวแทนไปรับมอบเงิน แบ่งเงินใส่ซองเป็นซองกระดาษ 2 ซอง

3 วันต่อมา คือ 12 มกราคม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญครับ จ่ายเงินไปแล้ว 9 มกราคม

>> ค่ะ

>> แต่ 12 มกราคม อินฟลูกับร้องเรียนและไลฟ์แฉ

>> อื

>> นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดการไปแจ้งความ เดือนกุมภาพันธ์ครับ ผู้กล่าวหารวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้วไปแจ้งความว่าถูกกันโชคทรัพย์ นำมาซึ่ง 30 มีนาคม 69 คุณอัจฉริยะ พอพอจะทราบข่าวนะครับ ก็เลยไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่กองปราบ เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วเมื่อวานก็ถูกควบคุมตัวตามหมายจับ ทั้งหมด 6 คน นี่อันนี้คือประกอบเรื่องทั้งหมดนะฮะ จากคำร้องฝากขัง ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่าต้องรอคุณอัจฉริยะนะครับ

กลับมาปรากฏตัวนะคะ ว่าจะพูดอะไร

อีกประเด็นที่เมื่อกี้พี่ไก่เกริ่นไว้อ่ะนะคะ ที่บอกว่าปกติแล้วเนี่ย ตำรวจสอบสวนกลาง หรือว่าตำรวจที่กองปราบเนี่ย เขาจะนำตัวผู้ต้องขัง เอ่อ ผู้ต้องหาในคดีสำคัญมาเนี่ย เจ้าก็ก็จะเปิด ไม่ต้องเปิดหรอก เรียกอะไรดีคะ เราจะรู้ว่าจุดนี้แหละ ก็จะมี การเอาแผงเหล็กมากั้น

แล้วก็จะให้ผู้ต้องหาเดินเข้าเดินออกจุดไหนยังไง

ยังกับแคทวkพรมแดงนะคะ แล้วนักข่าวก็จะอยู่ข้างๆ เที่ยวนี้ก็มีการกั้นนะ แล้วตามไทม์ไลน์ก็คือนักข่าวเขาจะรู้กันน่ะค่ะ 9:00 น. จะเป็นเวลาที่ต้องนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังอะนะคะ ตำรวจกองปราบก็เอาแผงเหล็กมาตั้งแบบนี้ แถมเอารถตู้มาจอด ทำทีว่าเดี๋ยวล่ะออกประตูมาจะขึ้นรถตู้คันนี้แหละ พาไปส่งสารฝากขัง มันเหมือนทุกครั้งที่ทำกันนะค่ะ ก็ตั้งกล้องรอสิคะ เตรียมไมค์รอสิคะ 9:00 น. สุดท้ายรอไปรอมาทำไมไม่มาซักทีนะ 915 นักข่าวอีกส่วนหนึ่งที่ประจำอยู่ที่ศาลอาญา บอกมาแล้ว ตัวคุณอัจฉริยะไปอยู่ที่ศาลอาญาแล้ว นักข่าวงง เพราะเฝ้าประตูตั้งแต่ก่อน 9:00 น. แล้วไป ยังไงตรงไหน ก็เลยโทรศัพท์ไปถามผู้การกองปราบกันค่ะ พล.ตำรวจตรีพัฒนศักดิ์ บุพหาสุวรรณ ยอมราวว่าเอาออกไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่ 9:00 น. คงแค่ไม่ได้ผ่านประตูข้างหน้านักข่าว มาทราบทีหลังก็คือเอาตัวออกจากด้านหลังอาคาร อ้าวแล้วทำไมถึงต้องอย่างนั้นอ่ะ แต่นักข่าวก็รีบตามไปเฝ้ากันที่ศาลอาญาต่อนะคะ มารู้ทีหลังอีกว่าตำรวจเนี่ยแยกเอาตัวผู้ต้องขา เอ่อ ผู้ต้องหาไปฝากขังเป็น 2 รอบ รอบเช้าไป 3 คนในกลุ่มนี้มีคุณอัจฉริยะ แล้วก็อีกรอบนึงไปช่วงบ่ายอีก 3 คนที่เหลือนักข่าวก็เลยไปถามหาคำตอบจาก ไม่ใช่แค่ผู้การกองปราบค่ะ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเลยค่ะ พล.ตำรวจโท ณัฐศักดิ์ชาวนา ท่านยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดข้อมูล แม้ว่าจะควบคุมตัวคุณอัจฉริยะได้แล้วในตอนนั้น แต่ผู้ต้องหารายอื่นตำรวจยังไม่สามารถควบคุมตัวได้ ก็เลยกลัวว่ามันเกิดมันแบบเห็นภาพออกไปโฉ่งฉ่าง มีชุดปฏิบัติการอีก 8 ชุดที่กำลังเฝ้าซุ่มอยู่ กระจายกำลังรอจับกันอยู่เดี๋ยวมันจะทำงานกันยาก ยืนยันค่ะว่าทำงานให้รัดกุมและรอบคอบเท่านั้น ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรใครหรือปกปิดอะไรใคร ฟังเสียงท่านผู้บัญชาการปิดเบรกนี้นะครับ ช่วงหน้ากลับมาชมข่าวกันต่อค่ะ

>> กลุ่มบุคคลเนี่ยก็เป็นกลุ่มบุคคลที่กันโชคทรัพย์นะครับ โดยมีผู้เสียหายเนี่ยมาแจ้งความยืนยันที่กองปราบ ก็ที่ผ่านมาเราก็พยายามทำให้รัดกุมที่สุดนะครับ แล้วก็รอบคอบที่สุด

>> แต่พฤติกรรมในการหลังจากขบวนการควบคุมตัวแล้วเนี่ย การส่งสารก็ตาม การถ่ายภาพก็ตาม หรือการให้ข้อมูลต่างๆ กับโยนให้ ตร.เนี่ย เป็นผู้ชี้แจงฟ้าหมายมันคืออะไร

>> อ๋อ คือเมื่อคืนเนี่ย ถ้าใครจำได้นะครับผม จริงๆ ผมมอนิเตอร์ตั้งแต่จับผู้มหาัยแรกจนถึงผู้มหาาลัยสุดท้ายนะครับ แล้วก็เรามี เราพยายามจะหาข้อมูลนะครับ สอบปคำผู้ต้องหาให้มากที่สุดนะครับ จนมาจับรายสุดท้ายได้เนี่ย ก็ดึกและนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็อยาก อ่า ให้เงียบและรัดกุม แล้วก็ เพราะผู้หามีเป็นตำรวจด้วยนะครับ

>> แต่มันไม่รัดกุมหรอกฮะ ในเมื่อเนี่ยข่าว มันออกตั้งแต่บ่ายแล้วว่าจับคุณเฉยอาชยะ

>> ครับ

>> แต่คราวเนี้ย

>> แต่ว่าเรายังไม่ครบ เราเรายังจับได้ได้ไม่ครบเลยครับ เราออกชุดการไปทั้งหมด 6 ชุดในการเฝ้านะครับนะครับ

>> ไม่ได้เกรงกลัวคุณอัจฉยะหรือว่าให้เกียรติพันตำรวจเอกคนดังกล่าว

>> อ้าไม่ไม่ๆๆไม่มีครับ นโยบายท่านผบ.นี้ชัดเจนนะครับเดี๋วบ้านี้แถลงความชัดเจนให้ ให้พี่น้องสื่อมวลชนได้รับทราบแล้วก็ไม่มีการเกรงกลัวไม่มี