📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

Don't speak❌

ก้าวหน้า ผู้คนและการเดินทาง1:39

Transcription

ยอมรับว่าแอบผิดหวังนิดนึงนะคะ เพราะว่าก็ยังมีความหวังอยู่นิดหน่อยว่าศาลฎีกาจะยกคำร้องคดี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลนะ แต่ในที่สุดศาลก็รับคำร้องค่ะ

เดี๋ยจะมาสรุปให้ฟังนะ ศาลรับคำร้องไม่ได้แปลว่าผิด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ผิดนะคะ ถ้าพูดตรงๆก็เหมือนซื้อเวลานั่นแหละ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่มีเงื่อนไขนะ คือห้ามกระทำซ้ำแล้วก็ห้ามให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นในคดี แล้วก็ให้ผู้ถูกร้องอ่ะยื่นคำให้การแก้ต่างภายในวันที่ 30 มิถุนายน และตรวจสอบพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม และก็ยังไม่มีเวลาที่แน่นอนสำหรับการนัดฟังคำพิพากษานะคะ อาจจะต้องกินเวลาหลายเดือนแน่นอน

การตัดสินคดีคราวนี้เป็นบรรทัดฐานใหม่ทางการเมืองค่ะ เพราะจริงๆแล้วการเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านกลไกสภาเป็นเอกสิทธิ์และก็หน้าที่ตามฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองตามระบอบประชาธิปไตย การที่ศาลรับคำร้องเนี่ย มันหมายความว่าศาลเห็นว่าคดีมีมูล ซึ่งมันกระทบกับหน้าที่แล้วก็สิทธิของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป ใครจะกล้าเสนอแก้ร่างกฎหมายที่มันกระทบต่อผู้มีอำนาจล่ะ

แนวทางการชี้แจงและต่อสู้ก็คงไม่พ้นการเรียกร้องมาตรฐานที่เท่าเทียมถึงการทำหน้าที่ของ ปปช.ที่เราก็เห็นกันอยู่แล้ว การต่อสู้ครั้งเนี้ยไม่ใช่แค่เพื่อรักษาตำแหน่ง ส.ส. แต่เพื่อปกป้องไม่ให้ นิติสงครามถูกใช้เป็นเครื่องมือในการลดทอนอำนาจของผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

สิ่งที่อยากชวนให้คิดนะคะ การที่ศาลสั่งห้ามพูดมันคือการพิสูจน์ว่าความกลัวที่ยิ่งใหญ่ของเขาก็คือความจริง ที่ไม่อยากให้หลุดออกจากปากของนักการเมืองกลุ่มนี้ ในสายตาของประชาชนที่รู้ทัน การรับคำร้องแต่ไม่ได้สั่งพักงานหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. มันก็เหมือนละครฉากเดิมที่เปลี่ยนบทตอนต้นเพื่อหวังผลลัพธ์เดิมตอนจบใช่หรือเปล่า