📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเงินเดือนที่เรียกไป เหมาะสมกับความสามารถของเราแล้ว | I Hate My Job EP.18

THE STANDARD15:55

Transcription

In the standards [เพลง] คอร์ดก๊าซไม่หล่อ การทำงานเปลี่ยนไป เด็กจบใหม่หลายคนเลยมืดแปดด้าน จะหางานอย่างไร ในขณะที่ทุกบริษัทก็ละเข็มขัดและรับคนเข้าทำงานยากเหลือเกิน สวัสดีครับ ผมทำที่ป๊าชอสวัสดีครับ ผมบอกเต่า และนี่คือ I hate my Job First Job เบอร์อินทูดี้อันโหนดพอดแคสต์จะเป็นคู่มือให้คุณเริ่มต้นงานแรกด้วยความมั่นใจและหาวิธีจัดการกับความไม่รู้ไปด้วยกันไป heat mind [เพลง] ยอม

สวัสดีครับ นี่คือ I hate my Job เฟอร์ช้อปเปอร์ วันนี้เราจะมาคุยถึงประเด็นที่ใหญ่ที่สุดของการเป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าคุณจะเป็นเซิร์ฟเวอร์หรือทำงานมาหลายปี นี่ก็คือเขาว่าเงินเดือนละ หลายคนมักจะถามว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าปัจจุบันเงินเดือนเพื่อพลังได้อยู่หรือไม่ จะไปสัมภาษณ์งานแล้วเงินเดือนที่เราเสนอขอเรียกไปเนี่ยมันเหมาะสมกับความสามารถของเราแล้ว เพราะของพวกนี้มันไม่ได้มีไม้บรรทัดมาวัดให้เราปๆ ใช่ไหมครับ ว่าถ้าอายุเท่านี้คุณจะต้องไปแถวนี้เท่านั้น มันไม่มีสูตรคำนวณไปตัว ดังนั้นเรามาคุยกันว่าเออ เรายังไงล่ะที่จะทำให้เรารู้ว่าเนี่ยแหละคือเงินเดือนที่เหมาะสมของแล้ว ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่แม้กระทั่งทำงานมาตั้งนานแล้วก็จะเกษียณนะครับ อาจจะยังมีอยู่ แต่ทำรับเด็กจบใหม่อ่ะ ความที่นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่จะได้เรียกเงินเดือน แต่เห*้ยอะไรวะ มันก็เป็นปัญหาความคุยเหมือนกันนะ คือบางคนอาจจะไปทำการบ้านมาแล้วก็ไปดูอุ้ย ที่ผ่านมาเนี่ยเรตติ้งอะไรต่างๆของอาชีพที่เราทำอยู่อ่ะ ที่เรากำลังจะไปมันเป็นอย่างนี้ มันมีเรทมาตรฐานก็มีเรียของงามอยู่ R ใช่มันก็ต้องได้แบบนี้เลยว่ะ อ่ะ แต่ว่าเทอมในรายละเอียดของแต่ละบริษัท ถ้าเลี่ยงไปซื้อมามันก็จะมีความต่างกัน หนูนี่ว่านโยบายให้ [เพลง] นี้เนี่ย พอจะเป็นเรียกแล้วมันแบบทำให้เห็นได้เหมือนอย่างนั้นน้อย มันจะมีความอย่างนี้ได้มาเกิดขึ้นที่นี่เนี่ย ต้องบอกน้องๆก่อนว่าหนึ่ง เรทต่างๆที่น้องอาจจะเคยไปเช็คนั้นมันเกิดขึ้นก่อนผิดน้องถูกต้อง ตอนนั้นโลกยังแบบอีกแบบนึงอยู่ แต่ตอนนี้เนี่ย context [เพลง] [เพลง] มันเปลี่ยนไป บริษัทมีสภาพเศรษฐกิจข้างในมีการต้องพิจารณาเรื่องเงินเดือนมากกว่าเดิมเนอะ เอาแค่ว่าจะมีพนักงานใหม่ขึ้นมาอีกคนนึงเนี่ยต้องจับเยอะมากนะๆ นั่นคือแบบยากแล้ว แล้วถ้าพูดกันตามตรงก็คือว่าอำนาจต่อรองของเด็กจบใหม่มันในสถานการณ์เนี้ยน้อยมาก เพราะว่าหนึ่ง เขาก็อยากได้คนไม่กี่คน ถูกต้อง สองคือตัวเลือกโคตรเยอะเลยอ่ะ demand supply เปลี่ยน ใช่มันเตรียมไปแล้ว แม้กระทั่งว่าบางสายอาชีพที่เคยเป็นอาชีพรุ่งโรจน์ตั้งหลายเช่น เพียงแค่คุณมีคำว่าเดต้าอยู่หน้าชื่อ [เพลง] แต่ทุกวันนี้คุณก็จะแพงมากทันที มันเป็นมันอยู่ มันเป็นตำแหน่งที่สปอยเรื่อยๆและคนก็สวิตช์งานนู่นนี่นั่นมันก็ได้แต่แป๊บๆๆ ตลาดก็ฟื้นอยู่ทั้งเฮงคืน ต่อให้เป็นแบบดีต้ามีหรืออะไรกับน้องห้าคืออะไรก็ตามที่ขึ้นมาด้วยเด็ดๆจะเป็นแม่บ้านหรือกระทำมันก็ขอตอนนี้มันคงจะแพงขึ้นแล้วล่ะ เออ แต่ว่าที่นี่เนี่ย พอไปยึดติดอยู่กับว่าตัวเลขในมันต้องเป็นแบบนั้นเท่านั้นน่ะ มันเริ่มยากแล้ว เพราะหนึ่งไม่มี สองเรื่องคือเรื่องแรกอย่างสถานการณ์เศรษฐกิจเตียนเขาคิดมากขึ้น อันที่สองคืออาชีพที่น้องๆอาจจะเคยได้เห็นว่ามันเคยรุ่งโรจน์ๆมันอาจจะไม่รุ่งแล้ว ใช่ ไม่รุ่งด้วย 2 แบบคือว่า 1 โควิชทำให้มันไม่รุ่ง สองคือไอ้กรโกวิทอ้ะมันเฟอร์มาตั้งนานแล้วล่ะ ทีนี้ได้การปรับขานจะให้เกิดการปรับฐานเกิดการเขย่าขึ้น ไอ้ตัวเลขที่เคยคิดมาเคยเห็นมามันไม่ใช่แล้ว ยากกว่าเดิมที่ใช่ ในมุมของเรา [เพลง] ก็บอกว่าเวลาพูดถึงเงินเดือนน่ะ อำนาจการต่อรองมันไม่ได้ตายตัว เพราะว่าแต่ละองค์กรแต่ละบริษัทก็มีนโยบายไม่เหมือนกัน แล้วก็ยอมรับว่าเรื่องพวกนี้บางทีนโยบายของบริษัทก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องทำตาม ดังนั้นเราจะมอง 2 เรื่องคือถ้าคุณอยู่ในองค์กรที่ระบบเงินเดือนแข็งแรงมากๆ คือหมายความว่าไม่สามารถยึดหย่อนตามอะไรได้เลย ไม่สามารถต่อรองได้ แต่ว่าถ้าเกิดเราเป็นพนักงานเข้าไปแล้วเราไปคุยคุยเงินเดือนเนี่ย เรามีโอกาสในการเอาเวลาของเราไปทำที่อืออะไรอย่างอื่นอยู่หรือเปล่า ถ้าเราทำงานที่นี่แล้วมันไม่คุ้มกับโอกาสที่เราเสียไป ค่าเสียโอกาสต่างๆทั้งหมดเนี่ย แต่ว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องคุยหรือคุณต้องโม้แล้ว เราให้ 1 5 ว่าให้เป็นต้นไม้ต้นหนึ่งอ้ะ เราจะค่อยๆโตเต็มกระถางเพราะมันเป็นสถานเนี่ยเพราะว่ามันไม่สามารถไปต่อได้ละ วิธีอันนี้กูจะทำได้คือคุณต้องบอกให้คนเปลี่ยนกระถางให้หรือไม่งั้นน่ะคุณก็ต้องออกจากสถานนั้นเอง อันนั้นคือในอยู่ใน context ที่ว่าองค์กรมางั้นน่ะไม่สามารถคุณต่อรองได้ แต่บางองค์กรหรือบางธุรกิจมันไม่ใช่อย่างนั้น เราชื่อว่าถ้าเกิดเราทำงานกับบริษัทเล็กๆหรือแม้แต่บริษัทที่เราทำเองก็วันเนี้ยมันมีกระบอกเงินเดือนอยู่ประมาณนึง แต่สุดท้ายแล้วอ้ะมันคือการตีเงินเดือนด้วย เราจะเข้า Value based คือลองดูที่คุณค่าของคนนะว่าเวลาเรารับคุณเข้ามาคุณจะสร้าง Value [เพลง] ให้กับองค์กรให้กับทีมได้มากแค่ไหน ซึ่งหลายๆครั้งไอ้สิ่งพวกเนี้ยมันก็ถูกประเมินระหว่างขั้นตอนในการสัมภาษณ์ขั้นตอนในการคัดเลือกนี่แหละ บางทีผู้ใดต้องเจอโจทย์ยากที่บับยากมากๆในการสัมภาษณ์หรือหรือบางทีคุณอาจจะต้องเจอการใช้เลียนหลายๆอย่างในเนื้องานที่ว่าเคยเดินอ่ะ คุณเคยทำได้เท่านี้ แต่ถ้าเกิดคุณทำได้เท่านี้มาเพิ่มขึ้นมาอีกเนี่ย คุณก็จะเหมือนกับคุณสร้างคุณค่าให้องค์กรมากขึ้นแล้วว่าเคสเนี้ย การคุยกับ sr เป็นทางออกที่ง่ายมากคือเราสามารถคุยกันได้ว่าในสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมในวันแรกหรือสิ่งที่ เหตุการณ์ไว้ตอนแรกตอนนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ดังนั้นผลตอบแทนทุกอย่างที่เราคาดหวังกับคนเปลี่ยนตามไปด้วย มาอาจจะเป็นคำที่ตรงจังเลยคือเงินเดือนหรือการทำงานพรุ่งนี้มันไม่ใช่การกุศลน่ะ องค์กรก็คาดหวังว่าคนทำงานก็ต้องสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ในขณะที่คนทำงานเก่งก็คาดหวังเหมือนกันว่าเฮ้ย ในเมื่อฉันทำงานฉันสร้างคุณค่าแล้วอ่ะเราควรจะได้รับผลตอบแทนรักนั้น เรามองว่าเคยถ้าเกิดเรายึดหลักตามเนี้ย พอถึงจุดหนึ่งที่ของสองสิ่งมันไม่ Balance กัน นั่นคือการคุยกัน แล้วถ้าเกิดองค์กรสามารถเปิดโอกาสให้คุยกันได้เราเชื่อว่าก็ต้องคุยเลย ถ้าเกิดถึงจุดหนึ่งที่บอกว่าอ่ะ ถึงจะคุยแล้วแต่ไม่เวิร์ค อันนั้นค่อยคุยกันต่อว่าแล้วเราจะมูฟยังไงหรือยังไงต่อเข้ามา 2 ทางอ่ะพี่ คือ 1 เด็กจบใหม่เลยเกิดมาไม่เคยมีเงินเดือนเลยแล้วไปสมัครงาน 1 แน่นอนอำนาจต่อรองน้อยอย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ที่นี้สิ่งที่จะแนะนำๆจบใหม่หรือว่านะฮะ ลองมองในฐานะที่บริษัทมองเราอยู่อ่ะ เขายังไม่เคยเห็นฝีมือเราเลยอ่ะ ให้เรามีกันพิสูจน์ก็มีการพิสูจน์ตัวเองเกิดขึ้น คุณค่าของตัวเราลืมกดของการขึ้นเงินเดือนมันคือเราต้องมีคุณค่ามากกว่ามูลค่าที่เค้าให้เรา ถ้าเรามีฝีมือ ถ้าเราพูดแล้วอ่ะกี่วันเลยก็คือปุ๊บแล้วมีหลักฐานแล้วให้เห็นแล้วว่ารีบน้องคนนี้เก่งจริงๆ น้องคนนี้เก่งจริงๆ เมื่อนั้นน่ะอำนาจการต่อรองจะมีมากขึ้น หรือบางทีนะแทบไม่ต้องพูดไม่ต้องเอาปากเลย เดี๋ยวเขาเฮ็ดเดี๋ยวเขายังไงเดี๋ยวเขาเห็นเองแหละเขาให้เองด้วยซ้ำ แต่ว่าเมื่อยังไม่ได้มีอำนาจต่อรองตรงนี้ยังไม่ได้มีผลงานมันก็ยากเหมือนกันนะ ในถ้าเกิดมองในมุมบริษัทกันเถอะ ลองนึกถึงอัพสมุดน้องเป็นใครสักคนที่แบบถ้าน้องกำลังเป็นเจ้าของบริษัทสมมติอย่างนี้แล้วมีคนที่ยังไม่ได้มีผู้อะไรๆมาเลย น้องก็อาจจะลังเลเหมือนกันเนาะ ที่ถ้าเราได้เงินเดือนนี้มันสูงมากๆ [เพลง] [เพลง] จะมีวิธีนะ อันหนึ่งก็คือว่าไม่เป็นไรนะ เงินเดือนอาจจะไม่ได้เยอะในตอนต้นๆ แต่นั้นแต่ว่าคุณมีแกลบที่จะเติบโตได้ค่าย เพราะว่าจริงๆการคิดเงินเดือนอะไรต่างๆมัน ecap ของมันอยู่นั่น แต่ว่าสมมติว่าเข้าไปสูงปุ๊บจริงๆแล้วอ่ะสิ มันมีเพดานของมันอยู่ มันจะกระโดดได้อยู่แค่เนี่ยประมาณนี้แหละ แต่ถ้าเราเข้าไปในระดับที่แบบอ่ะ โอเคคอมใหม่ซึ่งกันและกันแล้วเรามีฝีมือกูไม่เห็นแล้วอ่ะ ไอ้แก๊ปตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นพี่เองก็ยังมีเราเติบโตอีกนะ แต่สมุดว่าถ้าเราไม่เคยได้ทำอะไรเลยอันนี้จะยาก ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาตอนก่อนที่เราจะสมัครงานอย่างนี้ครับ เรามีการลงทุนในตัวเองเยอะแยะมากมายหรือน่าจะมีประสบการณ์ให้มันต่างแต่คนอื่นก็ตามอ่ะนะ เวลานี้ตอนที่จะเป็นยังไม่เคยมีผลงานในฐานะแบบมนุษย์เงินเดือนคนนึงอ่ะ อันนี้อาจจะยากหน่อย ใช่อ๋อ อาจจะต้องยอมแรกมั้ง อย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่มันยิ่งใหญ่ตามมาในเพรา [เพลง] [เพลง] [เพลง] ถ้าเราอยากเสริมตรงนี้มากเลยว่าในฐานะของ First Job [เพลง] [เพลง] [เพลง] เบ้อเร่อคนที่เพิ่งจบใหม่คนทางอีกยาวไกลมากจริงๆ แบบมันเหมือนกับค่าคุณจะวิ่งมาราธอนอันนี้เพิ่งกิโลเมตรแรกเองอ่ะ มันยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้เลย แต่ว่าถ้าเกิดรู้สึกว่าไอ้งานเนี้ยมันจะสามารถทำให้เราเอาเข้าไปอยู่ในทีมที่บัคชนะในระยะยาวได้ เราว่ามันคุ้ม คือบางคนจะรู้สึกโอ้โห เงินเดือนฉันต้องเยอะที่สุดต้องมากที่สุดเท่าที่ต่อรองได้ เรามองว่าเฮ้ย มันไม่ใช่เรื่องแค่นั้นว่าเราไม่ได้คุยแค่เงินเดือนของปีนี้ปีเดียวเดือนนี้เดือนเดียว แต่มันต้องมองในระยะยาวอ้า แล้ว carrier Parts ละ มัน skill หรือทักษะต่างๆที่จะได้เนี่ยมันต่อยอดเราไปได้มากน้อยแค่ไหน อยากให้มาตรงนี้ก็เหมือนกันหรือสิ่งที่อยากให้มองมากขึ้นก็คือว่าผลประโยชน์ที่เราได้รับเนี่ย หนึ่งมันมีมากกว่าเงินไหม พอดีบางทีการที่เราไปโฟกัสที่ตัวเงินอย่างเดียวอ้ะ มันอาจจะทำให้เราพลาดการมองเห็นสิ่งที่มันยิ่งเท่าไหร่กว่า [เพลง] [เพลง] [เพลง] นี่คือสิ่งที่มันอยู่รอบๆเหล่านั้น เช่น โอกาสในการเติบโตเป็นยังไงบ้าง หรือไลฟ์สไตล์บางอย่างที่มันมาพร้อมกับชีวิตการทำงานแบบนั้น เช่น อยู่ใกล้บ้านวะเล่นแม่นหรือไม่ มันได้ค่าน้ำมันเพิ่มว่ะหรือมันได้ budget บางส่วนมาสำหรับเป็นขาเก้าอี้ 5 [เพลง] ใช้ที่ทำงานไง เวอร์คอมโฮมส์ของเราเร่งนี้คือมันมีอื่นๆนานาอีกเยอะแยะมากมายจะต้องพิจารณา อันต่อมาก็ต้องคิดหรือว่าสิ่งที่เค้าให้เรากับสิ่งที่เราให้เขามันทุนกันว่ากันหรือปลาของการทำงานมันเป็นเรื่องของกิ๊ฟแฟนเทกะ อย่ามองแต่สิ่งที่เราได้รับอย่างเดียวว่าบริษัทให้เรามาเนี่ยทำไมไม่ให้พ่อเราได้ทำงานให้เขาได้เยอะมากแค่ไหน อันต่อมาที่อยากให้ลองคิดดูว่าเราควรค่าแก่การที่บริษัทลงทุนไหม อยู่ที่ 10 เมืองตรงแล้วกันนะครับ เรียนดูชื่อลงทุนกับตัวเองนั่นคือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าบริษัทด มีแต่ว่าเฮ้ยน้องคนนี้เหมาะแก่การเติบโตน่าจะมีโอกาสเติบโต ซึ่งโอกาสในการเติบโตในที่เนี่ยในยุคนี้นะไม่ได้มองกันเป็น 3 ปี 5 [เพลง] ปีแล้วนะ มองว่าไม่ว่าน้องจะอยู่ยาวนานแค่ไหนก็ตามแต่ถ้าน้องมีประโยชน์ต่อองค์กรทีมนั้นคือคุ้มค่าที่สุดแล้ว แล้วเขามองเห็นว่าในระยะเวลาที่น้องอยู่เนี่ย เฮ้ย ผลงานน้องบีบีและน้องมีโอกาสที่จะเติบโตได้เขาถึงจะยอมลงทุนเพิ่ม สุดท้ายก็ว่าแล้วบริษัทเนี่ยควรค่าแก่การลงทุนของเราไม่ด้วยได้เหมือนที่พี่เต่าออกมันเป็นดินที่ดีไหม เราควรอยู่ในกระถางนี้ไหม เราก็เป็นเมล็ดที่ต้องเลือกทางเหมือนกันเนาะๆ ประเมินการเติบโตเข้ากับประโยชน์ที่เราจะได้รับด้วย อีนี่มันจะมีสถานการณ์อีกแบบนึงไม่รู้ว่าเราอาจจะเก่งเหมือนเรื่อง Soft skill บางอย่างซึ่งที่สามารถประเมินได้มองเป็นราคาได้ เช่น เราคือคนที่เป็นที่รักของที่ทำงานมากๆ [เพลง] [เพลง] ดีแล้วทำให้ทุกคนมีความสุขในที่ทำงานได้หมด ประเมินอย่างไรวะ เป็นแชมป์เป็นจะเดี๋ยวแต่งตัวแฟนซีในงานปาร์ตี้หรอ เป็นเรือเป็นมนุษย์ที่เข้าใจมนุษย์คนอื่นเหลือเกิน ไม่มีรับฟังคนอื่นจังเลยเนี้ยทำยังไงบ้าง เราก็กลับยังไม่ได้สำหรับเรานะ สิ่งพวกเนี้ยจริงๆแล้วมันเป็นเทคนิคนึงเหมือนกัน คือคนที่จะเห็นพวกนี้คือเล่นของเราสำหรับเพื่อซอร์บเบอร์อาจจะยังยากหน่อย แต่ว่าอันนี้ก็จะเป็นเทคนิคสำหรับในระยะยาวที่น้องๆจะเปลี่ยนงานพวกซ้อมคิวพรุ่งนี้ เวลาสัมภาษณ์เนี่ยมันอาจจะยังไม่ได้เห็นหน้าจะมีให้โชว์ฝีมือมาก แต่ว่าต่อไปแล้วน้องเติบโตขึ้นไปในองค์กรที่ใหญ่ขึ้นในตำแหน่งที่มีความสำคัญมากขึ้น เริ่มเป็น C เลเวลต่างๆพวกนี้เนี่ย ใน Friends หรือว่าคนที่สามารถเข้ามาเป็นหลักประกันให้เราคอยเป็นกระบอกเสียงให้เราเพื่อยืนยันว่าความดีงามของเราเนี่ยมันเป็นยังไง คือคนพวกนี้แหละที่จะมีคนบอกเราเองว่าให้นี้คือคุณค่าของเราและบริษัทที่ควรจะได้เราไปทำงานเนี่ยควรจะจ่ายเงิน ข้อควรจะให้ผลตอบแทนให้คุ้มค่ากับสิ่งนี้ด้วย สำหรับน้องที่เข้าไประยะหนึ่งแล้วแล้วแล้วอยากที่จะขยับขยายอย่างจะเติบโตอย่างขอเงินเดือนเพิ่มขึ้นเนี่ย เมื่อไหร่ที่ควรจะไปครับ เป็นระยะเวลา 1 ปีหรือปั่นมาประเมินด้วยระยะเวลาแล้วปีปีเหมือนเดิมนะครับ อ่ะ ต่อ เราว่ามันไม่ได้แล้วเรารู้สึกว่ามันกลับมาที่เรื่องเดิมคือการทำงานกับเงินเดือนมันเป็นเรื่องของกี่เป็นเทค เรารู้สึกว่าทันทีที่สิ่งที่เราให้กะสิเกี่ยวได้แล้วป่ะมันไม่สมดุลกันแล้ว อันนั้นแหละคือสิ่งที่เราต้องเริ่มเริ่มประเมินแล้วว่าเราจะไปแล้วรึยัง มันคงไม่สามารถประเมินเป็นปีปฏิทินได้ ไม่ 1 ปี 2 ปีเลยขนาดนั้น เพราะว่าเงื่อนไขของแต่ละองค์กรเงื่อนไขของตัวเองหรือของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย เออ เราว่าสุดท้ายมันจะกลับมาเข้ามาเรื่องนี้แหละว่าทันทีที่ไม่สมดุลปั๊บ พอคุณต้องเริ่มคุยกับกูทั้งหมดแล้ว ถ้าแนะนำไม่ว่าหนึ่งรู้สถานการณ์ในออฟฟิศก่อนตอนนี้เสาร์ [เพลง] คนเดือนนี้ก็อย่างไรบ้างและร้อนไหมว่าเฮ้ย บวกกับสถานการณ์เศรษฐกิจเป็นยังไงบ้าง เราอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มันเติบโตได้หรือเปล่านอกจากอุตสาหกรรมให้เติบโตได้รับเราอยู่ในบริษัทที่เติบโตได้หรือเปล่านะ อันที่สองคือต้องรู้ผลการดำเนินงานของตัวเราเอง ซึ่งอันเนี้ยอยากให้ดูนะมุมที่เฮ้ยเราทำดีเว้ย อันที่ 1 คือจุดแข็งของเรา ไอ้สองคือเออ อันนี้ก็ไม่ดีแต่เราอยากให้มันดีมากกว่านี้แนะนำไปพัฒนาปรับตัวก็ได้ อันที่ 3 คือแล้วมีอะไรใช่ภาษามันงอกเงยขึ้นมาได้บ้าง New Skills อะไรใหม่ขึ้นมาที่จะทำให้เรามีคุณค่าใหม่ๆให้กับองค์กรได้อีก อันที่ 3 คือว่าเรารู้จักหัวหน้าดีหรือยัง หัวหน้าเขามองหาคนแบบไหนเราเป็นคนแบบนั้นที่เขาอย่างเราอยู่หรือเปล่าที่เขาอยากให้เราเติบโตหรือเปล่า อันนี้เดี๋ยวเราจะมีซัก EP ในการพูดเรื่องการประเมินโดยอ้าๆบอกว่าแบบหัวหน้าและมีใครวะเลยอ่ะ เออ เดี๋ยวมาว่ากันอีกทีนึง แต่ว่า [เพลง] แต่ก่อนที่จะไปคุยเรื่องขึ้นเงินเดือน รู้จักหัวหน้าให้ดีก่อนว่าเขามองหาลูกน้องแบบไหน เขามีพร้อมสนับสนุนเราหรือเปล่า เราเป็นลูกน้องแบบที่เขาต้องการอยู่หรือว่า เพราะว่าถ้าเกิดเราไปขอเงินเดือนเขาเพิ่มเรายังไม่ถูกใจก็เลยอ่ะ เรายังไม่ใช่คนที่เขาต้องการเลยอ่ะ ที่ผ่านมาเราได้ทำตัวของเราให้เป็นแบบไหน อันเนี่ยต้องกลับมาดูสิ ฟัง I hate my Job Episode นี้แล้วเฟืองจับเบอร์คนไหนที่มีคำถามสงสัยอยากให้ตอบในรายการสามารถส่งคำถามมาได้ทาง Facebook The ตันด่าหรือทวิตแล้วติดแฮชแท็ก I hate my Job ได้ครับ สะกิดอันใดเฮ็ดไม่ตอบได้ทางเว็บไซต์ The Standard YouTube spotify และทุกพอดแคสต์ Player ที่คุณเขินอะ [เพลง]