📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

Optical Photonics คือ Mega Trend ใหม่ที่ตลาดยังมองข้าม? | EP11

Shift Happens!49:20

Transcription

ประเด็นของการลงทุนในเทคโนโลยียุคใหม่ จริงๆมันคือเราต้องหา sector ที่แมกำลัง จะ explore ซึ่งเราเห็น memory แล้วว่า เดิมเนี่ยมันเป็นแค่เอาไว้ใส่ใน คอมพิวเตอร์แมมันก็ stable แล้ว patro หรืออาจจะลงแล้ว willingness to pay ของ hyper scaler ในการที่จะลงทุนเรื่อง intercnect อ่ะมันสูง >> เพราะมันแก้ bot ได้มันไม่ใช่การแบบลงทุน เทคโนโลยีใหม่ขนาดนั้นน่ะมันเป็นสิ่งที่ มันมีอยู่แล้วในโลกไม่ต้องไปซื้อเครื่อง EUV ไม่ต้องไปแบบ 2 นาโนเมตคุณต้องไปรอ Samsung หรือ SK HX มาแบ่งสลอตให้คุณ หรืออะไรเงี้เงี้ยมันเหนื่อยกว่าคุณอาจจะ เพิ่มได้ไม่เยอะเท่ากับการแค่ปลดล็อค bot ตรงเนี้ย >> ผมอ่ะได้เรียนรู้ไปกับผู้ชมดีกว่าอันอัน นี้ก็แบบเหมือนกับว่าเป็นการถามแทนผู้ชม ไปด้วยในตัวนะเพะว่าแบบอุตสาหกรรมมัน แคปtureตรงไหนอะไรอย่างเงี้ value มันอยู่ ตรงไหนอะไรเงี้ยเราก็เคลียร์กันไปแล้วต่อ ไปมันก็เป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วครับที่ เราจะต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเองเออสร้าง คิชionกันเอง ครับสวัสดีทุกคนนะครับก็ยินยินดีต้อนรับ เข้าสู่ episod ใหม่ของ ship happen นะ ครับเราหายไป 2 เดือนนะต้องขออภัยทุกคน ด้วยนะครับหลักๆเพราะว่าเ่อเราอาจจะติด ภารกิจกันแล้วก็หาเวลามาตรงกันไม่ได้นะ ครับอย่างที่พี่เป้นี่ก็เดือนที่แล้วก็ไป เวียดนามมาเกือบทั้งเดือนเลยนะเนี่ยไปนาน มาก >> พี่เป้ไปทำอะไรครับพี่แนไป >> ไปงานในนี้ไปงานของแashalฟ่าเหมือนกับว่า งานพิชหุ้นของต่างประเทศอ่ะครับเออปกติ เขาก็จะแบบเออจัดปีละครั้งแต่ก็จะจัดแบบ แต่ละประเทศอะไรอย่างเงี้ยเออปีก่อนก็ ไซปัสมาประเทศไทยแล้วก็มาเวียดนามอันนี้ เป็น Fat Alpha เอเชีย >> เอ้ยแฟ่านี่ตอนตอนที่เามาจัดไทยพี่ไปด้วย มั้ย >> ไม่ได้ไปมันเป็นวันที่แผ่นดินไหวเมื่อปี ที่แล้ววันนั้นวันนั้นเออไม่ได้ไปวันนั้น ส่งให้น้องนิวไป >> อ๋อรอบนี้ก็เลยไปเวียดนามเอง >> ใช่รอบนี้ก็เลยแบบเออไปกับน้องนิวเออใช่ >> อ๋อมันงานกี่อาทิตย์นะพี่ >> งานมันจริงๆงานมัน 3 วันครับงานมัน 3-4 วัน >> 3 แต่พี่ไปเป็นอาทิตย์เลยนะ >> เออไปเป็นอาทิตย์ >> เพราะว่าเราก็อยากจะแบบดูไงว่าแบบเออ ประเทศเ้าเป็นยังไงอะไรอย่างเงี้ยเราก็ แบบเออไปเที่ยวด้วยใน เออเวียดนามใช่มั้ >> ใช่เราเห็นแบบเออเราอยากจะไปดูไว่าแบบ เฮ้ยคนชีวิตการคนเป็นอยู่ของเขามันเป็น ยังไง >> มีมีอะไรเด็ดๆบ้างมั้พี่ >> จริงๆผมว่าประเทศเาเนาะมันแบบโอมันไลี่ มากตอน 1:00 น.อะไรเงี้ยครับมอเตอร์ไซค์ ยังเต็มถนนอยู่เลยอ่ะอันนี้ไปโฮจิมินนะ ยังไม่ได้ไปฮานอยแต่ก็แบบเราเห็นประชากร หรือร้านที่แบบเป็น traditional เทรดร้าน แบบค้าปีกหรือพวกแบบร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ อะไรอย่างเงี้ยครับตามถนนเราเห็นแบบคนมา รับส่งลู่หลังจากที่ที่เรียนพิเศษวัน เสาร์อะไรเงี้ยเป็นแบบมอเตอร์ไซค์เป็นร คันบนถนนเลยนะ >> เออเราเห็นไดฟของคนที่นั่นเราเห็น purchasing power อ่ะเราเห็นโอกาส >> ชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวอะไร >> มันคือภาพแบบประเทศไทยในสมัยแบบเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่แบบเรามีร้านแบบ >> ร้านในแบบห้องอาคารพาณิชย์ติดถนนอะไร อย่างเงี้ยครับแล้วคราวนี้ก็แบบคนก็มาใช้ บริการกันใช้อะไรอย่างเงี้ยเออมันแบบคน มันเดินฟราฟิเยอะมาก >> อ๋ออย่างบ้านเราอันนี้ก็ไม่ค่อยเห็นแล้ว เนาะตึกแถวที่คนจะแบบเดินเข้าร้านตึกแถว ทางพาณิชย์อะไรอย่างเงี้ยไม่ไม่ค่อยอัน นี้แล้วนอกจากจะแบบยูจะไปทำแบบ B2B direct ไปเลยหรืออะไรอย่างนี้ไปเลยใช่ม >> แต่งานที่นั่นงาน Flash Alpha นี่มัน เป็นงานแนว VI หน่อยนะ >> มันก็ >> หุ้นสไตล์แบบที่คนไม่ค่อยรู้จัก >> ไม่ใช่ AI เทรดเลย >> ใช่ไม่แทบจะไม่ใช่ AI เทรดนะก็มีคนเอา หุ้นแบบไมไคออะไรอย่างนี้ไปใช่ินอะไร อย่างเงี้ยก็เอาไปพูดเออก็ดีครับแล้วก็มี จริงๆส่วนใหญ่มันจะเป็นแบบพวกหุ้นแนว de value >> อือ >> เออหุ้นแนว de value เน้นแบบเอ้ย feed value บ้างเอา feed value มาเทียบกับ market cap ใช่มั้เอา asset value มา เทียบอะไรอย่างเงี้ยครับหรือ >> แนวam >> แนวแบบนั้นจะเป็นแนวแบบนั้นซะเยอะ >> โอเคแต่ว่าอ่ะกลับมาที่คทentหลักของเราใน วันนี้นะครับก็เราอาจจะไม่ได้ช่องเราอาจ จะไม่ได้มาคุยเรื่องหุ้น deep value อะไรอย่างงี้มากนะแต่ว่าในสภาวะที่เรา ห่างหายกันไป 2 เดือนเนี่ยเนี่ยสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายนะไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สงครามกับอิหร่าน >> อ >> ใช่มั้ยฮะแล้วก็ตัวแม้แต่ตัวmarาร์เก็ต เองที่มันพลิกผันมากเนาะก่อนหน้านี้ตลาด อาจจะซึมๆไปก่อนจะเกิดสงครามนะแต่พอกลาย เป็นว่าพอเกิดสงครามขึ้นเนี่ยตลาดเกิด appทที่มันกล้าได้กล้าเสียกลับขึ้นมาแล้ว มันก็ดันกลับขึ้นไปนะ >> โดยกลุ่มที่ต้องยอมรับว่ามาแรงจริงๆตอน นี้คือเิคuตor >> อื >> นะครับเิucuตorซึ่งจริงๆพวกเราก็เกรงกัน ไว้อยู่แล้วแหละว่ามันต้องกลุ่มนี้เนาะ ตั้งแต่เอาจริงๆ EP แรกของเราก็ เมีคดักตอรนะ >> ในขณะที่กลุ่มที่ under perform ก็จะ เป็นซอฟต์แวร์นะครับซึ่งผมคิดว่า gap ระหว่าง semiconductor กับซอฟต์แวร์เนี่ย มันก็จะห่างกันไปเรื่อยๆแบบนี้แหละใน สภาวะที่คนยิ่งเชื่อใน AI มากขึ้นพอคน เชื่อใน AI มากขึ้นเนี่ยนั่นหมายความว่า คนก็จะเชื่อในกำลังการคำนวณ compute ของ เiconductorมากขึ้นในขณะเดียวกันก็เชื่อ เหมือนกันว่า AI เหล่านี้จะมากำลังทำลาย ซอฟต์แวร์ในอนาคตดังนั้น gap ระหว่าง conductor กับซอฟต์แวร์เนี่ยสะท้อนความ เชื่อ >> อื >> ของคนของตลาดต่อพลังของ AI ซึ่งล่าสุดนี้ clอก็เปิดตัวมันชื่ออะไร >> ออสแต่สุดท้ายเไม่ให้อ้อมเอามาใช้นี่ >> ใช่เพราะว่ามันน่ากลัวมากอะไรอย่างเงี้ย ซึ่งนั่นหมายความว่าเทรนด์ gap เมันยัง ไม่จบงั้นผมเลยมองว่าในสภาวะตลาดแบบเนี้ย ยังไงเราก็ต้องfaคuctorมากกว่าซอฟต์แวร์ อยู่แล้วเนาะ >> ซึ่งไอ้ตัวที่มันมาช่วงมันจะมี 2-3 กลุ่ม ที่เดือนที่แล้วมาไวแรงสุด >> เนาะกลุ่มแรกก็คือเอ่อ mmory นะอันนี้ก็ เมoryี่ก็สักพักแล้ว >> เมoryี่มาตั้งนานแล้ว >> นานแล้วมาอยู่มาอยู่มาต่อ >> ใช่ส่วนตัวที่ตอนแรกเหมือนจะมาแต่ก็หยุด ไปแล้วก็เพิ่งมาใหม่ก็คือ CPU CPU เนี่ย ตอนเนี้ยมีกระแสว่าจริงๆมันก็รู้กันอยู่ แล้วนะว่า Agentic AI เนี่ยจะทำให้ ปริมาณการใช้ CPU เทียบเท่าต่อ GPU เนี่ย เพิ่มขึ้นมากนะอาจจะเป็น 2 เท่าอะไรอย่าง เงี้ย >> ทำให้ผู้เล่นที่เน้นการผลิต CPU อย่าง AMD >> ซึ่งก็เป็น EP แรกเราเลยนะ >> EP แรกเราเลยแล้วก็ Intel อะไรอย่าง เงี้ย >> ซึ่ง FAP 18 Note ของเขาเนี่ยมันก็ความ สามารถในการผลิตชิปเค้าก็ดีขึ้นนะแล้วก็ อาจจะมีลุ้นที่จะไปแย่งตัวขนาด 3 นาโนเมตรของ TSMC ได้ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ฮะเราเราต้องไปลองตามกันดู >> กับกลุ่มสุดท้ายนะครับที่จะเป็นประเด็น หลักของเราในวันนี้ก็คือตัว Photonic นะ ครับ Silicon Photonic ซึ่ง >> ตั้งแต่ต้นปีมาเนี่ยค่อนข้าง outperform มากเนาะแล้วก็อาจจะมีชลอหยุดไปแบบนิด หน่อยไม่ได้ลงแรง >> เรียกว่าหยุดเหรอ >> มันเรียกแค่หยุดไม่ลงด้วยแหละ >> มันหยุดช่วงช่วงช่วงสงครามใช่มั้ยแล้วพอ สงครามหยุดมันเริ่มแบบ bottom out ปุ๊บ โฟนิก็ไปต่อ >> เนาะซึ่งกลุ่มที่เราจะพูดถึงวันเนี้ยแบบ อาจจะลงลึกนิดนึงก็คือกลุ่มโฟonิเพราะว่า ในฐานะทุนเนี่ยเราเราจะลงทุนเนี่ยเราอาจ จะต้องหาจุดที่ตลาดเนี่ยคาดหวังว่ามันจะ เป็น botonic เป็นจุดที่เรียกว่าแทมมัน กำลังจะระเบิด >> อืเวลาลงทุนเนี่ยผมคิดว่าเราต้องหาจุดที่ แทมมันกำลังจะระเบิดไม่ใช่แทมกำลังหด อย่างดูกเนี่ยผมขอเกริ่นนิดนึงแล้วกันใน อดีตที่เราเคยคุยกันเนาะคือเนี่ยผมว่า ปัญหามันไม่มีใครเห็นนะคืองบของมันสวยหมด เลยถูกมั้ตนี้งบออกล่าสุดก็ยังสวยอยู่เลย ทุกอย่าง New High หมดเนาะแต่สิ่งที่ เกิดขึ้นคือแทมมันกำลังหดโดยที่ไม่มีใคร รู้ตัวซึ่งผมเคยเขียนบทความไปแล้วนะครับ ว่าแทมมันกำลังหดยังไงบ้างดังนั้นประเด็น ของการลงทุนในเทคโนโลยียุคใหม่จริงๆอ่ะ มันคือเราต้องหา sector ที่แมกำลังจะ explore >> อือฮึ >> เนาะซึ่งเราเห็นเมoryแล้วว่าเดิมเนี่ยมัน เป็นแค่เอาไว้ใส่ในคอมพิวเตอร์ใช้ใน PC เล่นเกมอย่างี้ถูกมใช้ในมือถือมันแมมันก็ stable แล้ว plro หรืออาจจะลงแล้วแต่พอ มันเกิด AI ขึ้นมาเนี่ยทุกอย่างมัน Explore อีกรอบมันเกิด HBM HBM ก็ไป แย่งกำลังการผลิตจากเมoryี่ปกติอีกอะไร อย่างเงี้ยแมัน Expore ขึ้นมา >> แล้วคราวนี้มันเป็นเหมือนกับว่ามันผ่าน จุดที่มันเป็นอุตสาหกรรมมัน Consolidate มาแล้วมันเหลือผู้เล่นไม่กี่รายแล้วเออ นั่นแหละครับ >> ใช่ใช่ผู้เล่นที่ไม่เยอะที่จะจะมาแย่งกัน น่ะ >> อือ >> มีผู้เล่นน้อยรายที่จะได้รับประโยชน์เต็ม ๆแล้วก็กำลังการผลิตจำกัดแล้ว demand น ของ AI ทำให้แมมัน Explore ขึ้นมาซึ่งมัน ก็จะแบบอ่ะอย่าง CPU เราก็รู้กันอยู่ใช่ มั้ยอย่าง AMD เสียงอะไรอย่างเงี้ยมันก็ มีพเล่นแค่ 2 รายโอเคอาจจะมีฝั่งอาร์มคือ อาร์มกับคคomอย่างเงี้ยก็ไม่เยอะ >> นะฮะอย่าง Photonic เนี่ยผมว่าก็คล้ายกัน ก็คือเดิมเนี่ยกลุ่มเนี้ยไม่ได้มีตัวตน เลยแต่พอเกิด AI Data Center ขึ้นมา ปุ๊บเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นคือแมมันจุดติด ขึ้นมามันมี Zero to one มันถูกกำเนิด ขึ้นมา >> คือมันมันจุดติดแบบเหมือนกับว่าตอนเดือน 9 ปีที่แล้วอ่ะหุ้นมันยังไม่มี Perform ไม่ มี movement ไม่มีอะไรเลยอยู่ๆมันแบบมัน ปั้งปึ๊บ >> ผมผมว่า Photonic เริ่มมาตอนคิว 3 ปีที่ แล้ว >> อ่าใช่ >> เอออยู่ดีๆมันก็มาเพราะว่าสิ่งที่เกิด ขึ้นคือเมื่อเรามี Data Center ใช่มั้ย Data Center ก็จะมีแคที่เป็นรวมกำลัง ประมวลผลไว้ในหลายๆถาดอ่ะ >> เป็นเหมือนตู้ Y อ่ะไว้เยอะกันมากขึ้น เยอะๆมากขึ้นเนี่ยแล้วทุกแลกเนี่ยต้องทำ การพูดคุยกัน >> ใช่ๆ >> เชื่อมโยงกันใช่สื่อสารกันพอสิ่งนั้นเกิด ขึ้นเนี่ยเมื่อแต่ละเนี่ยเก่งขึ้นเรื่อยๆ คำนวณไวขึ้นเรื่อยๆมันเหมือนโรงงานที่ >> ผลิตสินค้าได้ไวขึ้นเรื่อยๆเราเปลี่ยน เครื่องจักรข้างในราคาแพงให้มันผลิตได้ มากขึ้นเรื่อยๆใช่มั้ยอ >> แต่สิ่งที่จะทำให้มันพูดคุยกับแคอื่น เชื่อมโยงกันเป็นเหมือน slee เดียวกัน >> อื >> เหมือนเป็นจิตใจเดียวกันเนี่ยมันดันทำได้ ช้าเออมันเหมือนกับแทนที่เราจะไปหยิบของ มาจากโรงงาน A มาให้โรงงาน B ผลิตเนี่ย >> อือ >> โรงงาน A ผลิตได้ไวมากโรงงาน B ผลิตได้ไว มากแต่รถที่ขนระหว่างทางระหว่างโรงงาน A เป็นโรงงาน B >> หรือ So >> เออถนนก็เป็นถนนลูกรังขลุกขละเงี้ยไม่ว่า โรงงานคุณจะเทคโนโลยีดีแค่ไหนหรือแพงแค่ ไหนสุดท้ายผลผลิตออกมามันก็ช้าอยู่ดี >> ดังนั้นมันมี Bottle Next เกิดขึ้นใน Intercnect ระหว่าง Between Back >> อื >> นะครับซึ่ง Botton ที่ว่าเนี่ยมันเกิดจาก การที่เมื่อเราใช้ Intercnect ด้วยทองแดง พอเราใช้ด้วยทองแดงปุ๊บถ้าเราอยากจะให้ มันเร็วขึ้นตามความเร็วของตัว CPU GPU ใช่มั้ยเราจะต้องใส่พลังงานเข้าไปเยอะๆ >> อื >> แต่ด้วยฟิสิกส์ของทองแดงที่มันเป็นพลัง งานไฟฟ้าเนี่ยเมื่อมันมีระยะทางมากขึ้น ความต้านทานก็มากขึ้นเนาะเมื่อเราใส่พลัง งานไปมากขึ้นก็จะเริ่มเกิดความร้อนสิ่ง ที่เกิดขึ้นคือเมื่อเราอยากจะให้มันเร็ว ขึ้นเนี่ยมันจะเกิดขึ้นมา 2 อย่างคือ สัญญาณจะคุณภาพลดลง >> อือ >> กับความร้อนที่เพิ่มขึ้น >> ให้ถ้าให้ผมแบบเหมือนกับสรุปเนาะทองแดง อ่ะมัน efficient ในช็อตที่เหมือนกับว่า เราไม่ได้แบบใช้มี GPU หรือไม่ได้แบบใช้ การคอมพิวสื่อสารกัน >> ใช่แต่พอตอนเนี้ยเฮ้ยมันแบบมีการ์ดจอหรือ มีอะไรอย่างเงี้ยเป็นพันตัวเลยมันเลยแบบ ไม่ได้แล้วมันคฟิกมันเริ่มไม่ดีแล้วแบน มันน้อยลงอ่าแบบเนี้ยเราก็เลยเหมือนกับ ว่าต้องขยายพอขยายปุ๊บเราก็เลยต้องไปดู ที่ตัวแสง >> อ่าเพราะว่าพอทองแดงเป็นเรื่องฟิสิกส์เรา แก้ทองแดงไม่ได้นั่นหมายความว่าเราก็ต้อง ยกเครื่องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด >> อือ >> ใช่มั้ยซึ่งเราก็เลยเปลี่ยนมาใช้แสงแทน ซึ่งเป็นที่มาของว่าโฟตonนิคโฟนิคมาจาก โฟตอนนะ >> ครับ >> โฟตอนคือแสงซึ่งตัวโฟตonนิคที่เราใช้ เนี่ยโดยทางทฤษฎีแล้วเนี่ยมันไม่ได้มีแรง ต้านเนาะเพราะแสงมันมันเป็นโฟตอนมันยิงไป มันจะไม่ได้มีแรงต้านระหว่างทางดังนั้น มันแก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้ความร้อนที่ เกิดขึ้นเนี่ยมันก็คือการสิ้นเปลืองที่ ศูนย์เปล่าซึ่งตรงนี้มันก็คือการประหยัด ไฟประหยัดพลังงานให้ Data Center ก็นำมา ซึ่ง ROI >> ครับ >> Cap X ที่มันคุ้มค่ามากขึ้นไอ้สิ่ง เนี้ยมันก็เป็นเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นตาม การเติบโตของ Data Center แต่ว่า Photonic เนี่ยมันเป็นอุตสาหกรรมที่ โอ้โห Suply Chaนมันเยอะมาก >> ใช่ >> เยอะมากมันไม่ได้แบบเข้าใจง่ายเหมือน CPU หรือ Memmory เนาะ Memmory ก็คือมี 2-3 เจ้าผลิต HBM จบ >> อันนี้คือโอ้โหมันเต็มไปหมดเลยเนาะเพราะ ว่าชิ้นส่วนภายในตัว Photonic Circuit เนี่ยภายในตัว Trans ตัวอะไรพวกเโอโหมัน มีSuพlyChaนยาวมาก >> อือ >> แล้วการจะหาผู้ชนะหรือการจะหาตัวที่เราลง ทุนได้อย่างสบายใจหรือเราเข้าใจมันจริงๆ เนี่ยมันค่อนข้างเหนื่อยเราต้องเข้าใจแบบ เชิงเทคนิคalเยอะมากซึ่งวันเนี้เราจะมา พูดแบบคร่าวๆไม่ได้แบบผมก็ก็อย่างแรกไอ ผมไม่ใช่วิศวกรไฟฟ้าเราก็จะพูดแค่ตามที่เรา ในหานักลงทุนน่ะเข้าใจแล้วเป็นประเด็นที่ สำคัญจริงๆเราอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียด เยอะแต่ก็จะลงอยู่เนี่ยมันก็ต้องลงอ่ะนะ >> เออเ่อก่อนที่ผมจะเริ่มเนี่ยอยากจะถามว่า เอ้ยพี่เป้พี่เป้ในหานักลงทุนที่มองเข้า มาเนี่ยว่าเฮ้ยตลาดมาเล่นกลุ่มเนี้ยโฟนิค นู่นนู่นนี่นั่นเนี่ยสมมุติเราเป็นนักลง ทุนเนี่ยแล้วเราไม่มีความรู้อะไรเลยอ่ะ >> อื >> พี่ว่าตอนนี้เราควรจะคิดยังไงกับกลุ่มนี้ บ้าง >> พี่ว่ามันถามว่าพอตลาดมันเล่นขึ้นมา แบบเฮ้ยหุ้นขึ้นมาหลายเด้งมากแล้วใช่มั้ย >> คือสุดท้ายอ่ะต้องอ่านไว้รอวันที่แบบเออ มันมันอาจจะไม่ใช่ช็อตที่แบบเอ้ยเรา สามารถเข้าไปซื้อแล้วก็ถือสบายใจอะไร อย่างเงี้ยนอนหลับฝันดีอาจจะไม่แต่มันแบบ มันเป็นช็อตที่เราอ่ะจะต้องแบบอ่านเข้าใจ เตรียมพื้นไว้อ่ะรอวันที่แบบตลาดมันอาจจะ คอเลกชหรือมีอะไรก็ได้อะไรอย่างเงี้ยครับ เออมันอาจจะเป็นโอกาสให้เราแบบได้เข้าไป ถือเค้าพี่ก็จะมองประมาณนี้ >> ก็คือสร้างconvictชไว้รอ >> อื >> รอก่อนว่าอะไรเป็นอะไร >> ใช่ >> อย่าเพิ่งแบบโอ้มันสายไปแล้วเพราะมันไม่ ได้แบบมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวอ่ะไอ้ อันเนี้ยพอผมไปเปิดดูเนาะซัพพาย change มันแบบผมปวดหัวเลยผมจะใช้เวลากี่ชั่วโมง วะ >> จะอ่านทุกตัวหมดมั้ >> แน่เนี่ยเออมันหนักมากเลยนะมันยิ่งกว่า เอา CPU GPU รวมกันอีกนะอนนะมันแบบหนัก มากดังนั้นถ้าเราจะเริ่มกันเนี่ยผมคิดว่า เราหาเทรนด์ก่อน >> อ่า >> ว่าในโฟนิเองเนี่ยเรารู้Phonิมา >> แต่ใน Photonic เองเนี่ยมันมีเทรนด์อะไร ที่กำลังจะมาบ้าง >> อื >> ผมคิดว่าเทรนด์ที่ใหญ่ที่สุดใน Photonic ตอนเนี้ยหลายคนก็คงอาจจะได้ยินคำนี้ก็คือ CPO C pack Package Optic อ่ามันคือ อะไรมันคือการที่ปัจจุบันน่ะครับ Solution ในการที่จะ Intercnect ระหว่าง Ra ด้วย กันเนี่ยเขาจะใช้สิ่งที่เรียกว่า Optical Transver >> อื >> Transver เนี่ยหน้าตามันจะคล้ายๆ USB >> อือ >> ที่เสียบอยู่หลัง R อ่ะ >> อ่า >> มันจะคล้ายๆแบบนั่นแหละเราเสียบ USB หลัง คอมอ่ะนั่นแหละมันจะมีหน้าที่ในการรับแสง แปลงสัญญาณแสงแล้วก็ส่งข้อมูลและรับข้อ มูลออกไประหว่างกันนะเราเสียบปุ๊บจบเป็น โมดูลง่ายๆเข้าใจง่ายซึ่งเอ่อในโมดูลของ transivอนั้นเนี่ยมันก็จะมีตัวผลิตแสง >> อื >> เนาะตัวรางของแสงที่ให้แสงเดินตัว โฟโตไดโอดที่ไว้รับแสงที่แปลงสัญญาณแสง เรียกว่าโมเลตorร์อย่างเงี้ยทุกอย่างมัน อยู่ในtransivอรนั้นแล้วก็เสียบไว้หลัง เครื่องเนาะดังนั้นขั้นแรกเนี่ยเราก็ไปดู ก่อนว่าในtransีวอรนั้นเนี่ยมันมีใครผลิต ชิ้นส่วนไหนบ้างนะครับผมคิดว่าตัวที่ สำคัญที่สุดในtransivอเนี่ยก็คือผู้ผลิต แสง >> แหล่งกำเนิดแสงอ >> โอเคแหล่งกำเนิดแสง >> ก็คือเลเซอร์ >> อ >> เพราะว่าไม่ว่าคุณจะมีกี่ทิเวอร์คุณจะ เป็นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นน่ะยังไงคุณก็ ต้องมีแหล่งกำเนิดแสงเพราะแสงเป็นพาหะใน การนำทางข้อมูล >> อือ >> ถูกมั้ฮะแล้วประเด็นคือโอเคคนผลิตเลเซอร์ ทุกวันเนี้ยมันไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นที่ เห็นหลักๆเลยเนี่ยก็คือlลumentั >> อือ >> ที่เป็น specializ specialist ด้านการ ผลิตเลเซอร์โดยเฉพาะนั่นหมายความว่าเขา ไม่ได้ทำทั้ง transver >> เไม่ได้ทำทั้ง USB นั้น >> เผลิตแค่เลเซอร์ >> อ่าหรือ Coherent แต่ Coherent เนี่ยเขา จะเป็น player ที่ต่างจากนิดนึง >> มัน Vertical อ่ะ Coherence >> มันเป็น vertical integrated คือเขาจะมี ตั้งแต่ต้นน้ำคือเขาผลิตตัวเอ่อ Indium Wฟอรเองด้วยผลิตชีฟเพื่อเอามาทำเลเซอร์ ที่เป็นแหล่งกำเนิดแสง >> ใช่มั้ยผลิตทั้งหมดจนออกมาเป็นโมดูล >> อือ >> ที่เอาไว้เสียบข้างหลังได้เลยคือผลิตครบ วงจรต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำ >> อันนี้คือโฮเลนแต่ผมว่า botton ที่มัน เกิดขึ้นจริงๆในอุตสาหกรรมเนี้ยมันเริ่ม ที่เลเซอร์ >> อือ >> นะครับสถานการณ์ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นก่อน สถานการณ์ตอนนี้ในกลุ่ม Photonic คือด้วย โครงสร้างทางเคมีเลยนะสิ่งที่คุณจะเอามา ผลิตเลเซอร์เนี่ยคุณต้องใช้แร่บางชนิดที่ ไม่ใช่แร่ที่เขาใช้ทั่วไปในอุตสาหกรรม เiconductorเiconductorโดยทั่วไปเราใช้ สิ่งที่เรียกว่าsิicอถ้าคุณเข้าใจคำว่า silicon valley มันก็คือมันเริ่มมาจาก Intel ผลิต chip ด้วยsilicิอนมันถึงชื่อ ว่าsilิwallลพอเราต้องใช้แร่อื่นเนี่ยที่ มันไม่ใช่ซิซลีคอนนั่นหมายความว่า 1 เลย ซัพพly shap มันไม่ได้ชัวร์ขนาดนั้นเนาะ >> 2 คือด้วยตัวแรกเองเนี่ยที่เราใช้เนี่ย ที่สาเหตุที่เราไม่ใช้ซิลิคอนเนี่ยเพราะ ว่าซิลิคอนมันเปล่งแสงไม่ได้เราต้องการ สร้างชิปที่มันเปล่งแสงเองได้เขาก็เลยจะ ใช้สิ่งที่เรียกว่าIndiมส >> อ่าโอเค >> inp >> หรืออาจจะเป็นแร่อื่นที่เป็นพวกแกมซึ่ง แร่พวกนี้มีความสัมผัสที่เปล่งแสงได้แต่ ข้อเสียคือในกระบวนการผลิตเนี่ยยมันจะต่ำ มากมันจะไม่เหมือนซิลิคอนที่ทุกอย่าง เมชัวร์เออผลิตมา 10 ออกมา 9 อะไรอย่าง เงี้ย >> อ่าเข้าใจ >> แต่พออินเดียมปุ๊บมันจะแพงมากแล้วก็ยีล ต่ำมากนั่นหมายความว่าพอนของโทonิมัน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอ่ะเลเซอร์ขาดตลัด >> อื >> เพราะIndiม Forcefight ขาดตลาดเพราะยิว มันผลิตได้น้อยของมันแพงผลิตได้น้อยนั่น หมายความว่าผู้ที่ผลิตตรงเนี้ย >> อือ >> ซึ่งก็คือเนี่ยก็จะได้ประโยชน์เต็มๆในการ ที่สามารถคิดราคาเพิ่มได้ >> เ้าสามารถที่จะเพิ่มชาร์จราคาลูกค้าได้ โดยที่ลูกค้าไม่บ่น >> อึ IMP Lentัมทำคนเดียวครับหรือมันมี >> AMP Lenta ไม่ได้ทำคนเดียวคือ Lumenta มีมีโรงงานของตัวเองที่ผลิตไที่ป้อน INP ให้ >> อ๋อ >> เป็นพารทเนอร์แบบพวกญี่ปุ่นไต้หวันอะไร อย่างเงี้ยแต่โฮเลนเนี่ยทำเองหมดเป็นโรง งานชื่อตัวเองเนาะแต่ว่าคนที่ผลิตไอ้ เนี่ยหรือพวกธาตุที่ใช้ในการทำโฟตonนิค พวกเนี้ยไม่ได้มีแค่ 2 เจ้าเนาะอย่างก็ ยังมีเจ้าอื่นอีก >> อือ >> อาจจะเช่น asi หรืออะไรอย่างเงี้ยซึ่งมัน ก็เป็น botom nex ที่ทุกคนเห็นในสเต็ป 1 มองเข้ามาปุ๊บเห็นก่อนเลยมันถึงไล่ราคา กลุ่มนี้ก่อน >> ออ >> ใช่มั้ยฮะก็โดนไล่ไปก่อนเนาะแต่ว่าัม เนี่ยมันมีอีกเทรนด์นึงที่กำลังเกิดขึ้น ซ้อนขึ้นมาอีกอย่างแรกเนี่ยแหล่งของแสง มันอินเดียมเนี่ยมันยิวมันต่ำ >> อือ >> มันขาดตลาดทำให้เกิดสภาวะช็อตเทรดพอช็อต เทรดปุ๊บขึ้นราคาง่ายใช่มั้ย >> ใช่ >> แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสเต็ปต่อไปคือตู้ อุตสาหกรรมเองก็กำลังชิจาก 800 Gabit trans modu เนี่ยความเร็ว 800 GB ไป เป็น 1.6 6abit trans >> อื >> ความเร็วคู 2 >> โอเค >> พออุตสาหกรรมกำลังadดoptความเร็วที่เพิ่ม ขึ้นเนี่ยนั่นหมายความว่าเลเซอร์คุณน่ะก็ จะต้องส่งข้อมูลได้มากขึ้นทุกวันเนี้ยใน 800 Gabbit trans เนี่ยเขาจะใช้ เลเซอร์ที่ส่งความเร็วได้ 100 GB 8 เลนส์ 8 ช่องสัญญาณคูณกัน 1* 8 รอบเนี้ย เขาก็จะใช้ 8 ช่องสัญญาณเหมือนกัน 8 เลนส์เหมือนกันแต่จะใช้ 200 >> GB >> ดังนั้นเลเซอร์คุณต้องสามารถส่งข้อมูลได้ 2 เท่าอ่าซึ่งมันจะเริ่มมีความยากเพราะ ว่าเดิมเนี่ยคุณสมบัติของเลเซอร์เลเซอร์ ที่เขาจะใช้เดิมเนี่ยเขาจะเรียกว่า เลเซอร์ VCS มันจะเป็นชื่อเลเซอร์ซึ่ง เดิมเนี่ยความเร็วเดิมเนี่ยมันยังเอาอยู่ แต่พอความเร็วใหม่เนี่ยมันจะเริ่มมีปัญหา เรื่องอุณหภูมิเรื่องความร้อนอะไรอย่าง เงี้ยฮะมันเลยเอาไม่อยู่ละมันก็เลยต้อง เปลี่ยนเทคโนโลยีกันใหม่หมดเนาะซึ่งทุก วันเนี้ยตัวที่เขา้านิยมใช้กันน่ะก็คือ เลเซอร์ที่เรียกว่า EML มันจะเป็นเลเซอร์ ที่รวม modulator ไว้ด้วยกันตัว EML เนี่ยก็ตอบโจทย์เรื่อง 1.6 Trabit transer ตอนนี้อยู่แต่ข้อเสียก็คือมัน ใช้Indiม Forcefight อ่ะเยอะมาก >> อ๋อครับ >> พอมันเหมือนกับคุณอยากได้เร็วขึ้นเหรอคุณ ก็ต้องเพิ่มขนาดforฟให้เยอะขึ้นซึ่งก็รู้ กันอยู่ว่ายมันน้อยอยู่แล้วอ >> อือ >> มันก็เลยยิ่งขาดตลาด >> อ >> แล้วพอยิ่งขาดตลาดแต่ว่ามันเร็วไงมันคุ้ม ไงมันทำให้ Data Center คุณเร็วขึ้น อย่างที่บอกว่าทุกคนพร้อมจ่ายคนที่ผลิต EML เก่งๆที่สุดตอนเนี้ยก็คือLumentัum Luminum ก็ชาร์จราคาไอ้ตัว 200 GB เลเซอร์เนี่ย >> อื >> ก็คูณ 2 >> อือื >> ก็ชาร์จแพงพอชาร์จแพงก็คือมาจินหุ้นมัน ถึงขึ้นได้เยอะ >> อือ >> เนาะแต่จะเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นคือมันไม่ ใช่ขึ้นแค่เพราะว่าเฮ้ยอินเดียมันขาดตลาด แล้วเขากินส่วนต่างราคาแบบคนกลางอะไร อย่างงี้มันไม่ใช่มันเป็นเรื่องความ สามารถที่เขาสามารถผลิตเลเซอร์ในความเร็ว สูงที่คนอื่นอาจจะผลิตไม่ได้หรืออาจจะ ผลิตสู้ไม่ได้ >> เกิดดีใหม่ขึ้นมาด้วย >> ใช่ๆงั้นมันก็เลยเป็นแบบตอนนี้มันก็เลย ปังอยู่อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน นี้นะครับัมคุ้นขึ้นจากโอ้โหไม่อยากจะนับ นะตอนนี้ 1000 ดอนละอืออไป1ันดอนจากไม่ ถึง 100 อ่ะเกิน 10 เด้งอ่ะนะครับอันนี้ คือสเต็ปที่ 1 เวลาคนมองเข้ามาดู อุตสาหกรรมเทรนด์นี้จะยังคงอยู่มยผมคิด ว่าจะยังคงอยู่ก็คือIndiม Forcef มันก็จะ ยังขาดตลาดอยู่อย่างนั้นแหละเนาะดังนั้น ถ้าเราอยากจะลงทุนในIndiม Forf เราก็ต้อง ไปหาผู้ผลิตเวฟอร์ที่สามารถผลิตได้เยอะ กว่าคนอื่นบางเจ้าเนี่ยก็บอกว่าตัวเอง สามารถผลิต 6 inch หรือเวฟอร์ที่มันมี ขนาดใหญ่กว่าปกตินึกภาพเวลาผลิตเวฟอร์ เนี่ยมันจะเหมือนแผ่นพิซซ่ามาตรฐานของ Indiมทั่วไปมันอยู่ที่ประมาณ 3-4 นิ้วแต่ บางเจ้าเนี่ยเริ่มพัฒนาเทคโนลยีสามารถ ผลิตได้ 6 นิ้วพอมันพอมันผลิตได้ 6 นิ้ว ปุ๊บแผ่นพิซซ่ามันใหญ่ขึ้น >> อือ >> พอมันใหญ่ขึ้นเนี่ยเดิมที่ของมันขาดตลาด อยู่แล้วเนี่ยมีคนผลิตได้มากขึ้นเาคได้ ประโยชน์ถูกมั้ย >> อือ >> เราก็ต้องไปหาว่าเฮ้ยเขาได้ประโยชน์จริง มั้ยอะไรยังไงแล้วสิ่งที่เขาได้ประโยชน์ เนี่ยวันเนี้ยคู่แข่งจะเข้ามาได้มั้ซึ่ง ผมคิดว่าคนผลิตเวเฟอร์มันมีเยอะมากผู้ ผลิตโดยเฉพาะทางญี่ปุ่นน่ะญี่ปุ่นผลิต เวเฟอร์ซิลิคอนเยอะมากิโมะเลย >> เออโม่อะไรพวกเนี้ยเผลิตเวเฟอร์ยังดัง นั้นเราต้องหาตัวที่โอเคนอกจากจะ botle next แล้วเนี่ยเขายังมีศักยภาพบางอย่าง ที่กันไม่ให้คู่แข่งมาแข่งกับเขาได้ด้วย ดังนั้นผมเลยอาจจะไม่ได้ชอบพวกแบบ ซุปเปอร์ต้นน้ำแบบคนผลิตเวเฟอร์อย่าง เงี้ยโอเคแต่หุ้นมันอาจจะขึ้นมาเยอะแล้ว นะแต่ผมอาจจะแบบสเต็ปนี้แล้วอ่ะมันไม่ควร จะมองแค่นี้แล้วไงมันควรมองไปว่าเฮ้ยหา ตัวที่มันมีอะไรบางอย่างด้วยซึ่งถ้าใน สเต็ปนี้ก่อนนะผมว่าัมอ่ะคือหนึ่งในตัว ที่ชัดเจนที่สุด >> ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังไงทุกคนก็ใช้ เวฟอร์เอ้ยทุกคนก็ใช้เลเซอร์ >> เลเซอร์ของเขา >> อันนี้เอาแค่ตัวtransอรติด >> อื >> ที่ต้องใช้ EML นะยังไม่ได้ก้าวไปสู่ สเต็ปต่อไปแต่อันนี้เดี๋ยวขอเบรกนิดนึง ก่อนเพราะว่าเดี๋ยวให้ทุกคนทำความเข้าใจ ก่อน >> แล้วแบบเนี้ยเรามองแล้วเนาะแบบโอเค อันเนี้เราก็แบบเริ่มๆดูตัวราดฐานแล้วว่า แบบเออมันมายังไงขั้นตอนการผลิตอะไรอย่าง เงี้ยแล้วก็ต่อไปเนี้ยผมอยากจะถามอ้นว่า แล้วแบบเนี้ย Value ของอุตสาหกรรมเนี่ย ครับมันอยู่ตรงไหนอ่ะ Value ที่แบบเอ้ย มันจะเป็น value ที่เยอะที่สุด >> อือ >> ก็คือภาพมันอาจจะยังไม่ได้เคลียร์มากตอน นี้เพราะมันเป็นแบบเทคโนโลยีใหม่หรือมัน มีเรื่องของการที่มาปรับใช้แต่อยากจะรู้ อ่ะว่าแบบพอเราดูอุตสาหกรรมแบบเนี้ย Layer ตรงไหนที่แบบ value มันน่าจะแบบ >> เยอะที่สุดใช่ม >> เยอะที่สุดแล้วใครมันแคปtureได้ >> ผมคิดว่าถ้าแบบตัวเดียวเลยต้องแทงนะแล้ว แบบว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าเทรนด์ อะไรจะเกิดขึ้นน่ะยังไงก็แคปtureได้เยอะ ที่สุดผมผมไม่มีหุ้นนะบอกก่อนเพราะว่าไม่ ว่าเทรนด์หลังจากเเดี๋ยวเราจะพูดเรื่อง CPO กันเดี๋จะพูดเรื่องซิลิคอนโนิกันไม่ ว่าจะมีเทรนด์อะไรที่มาทำให้วิธีการส่ง สัญญาณเปลี่ยนไปอ่ะ >> อือ >> ถ้ามันมีคำว่าโฟนิคอ่ะยังไงก็ต้องมีแสง >> อือ >> แล้วถ้ามันมีแสงยังไงก็ต้องมีเลเซอร์ >> อือ >> คุณทำเลเซอร์แข่งกับโมนัได้หรือเปล่า อันเนี้ยคือคีย์ >> อือ >> ถ้าเกิดทำไม่ได้เก่งสุดอ่ะหลังจากนี้คือ ไม่ว่าเทคโนโลยีไหนจะเกิดอะไรต่อไปทุกคน ก็ต้องใช้เลเซอร์ของยิ่งเทรนด์ในอนาคตที่ อย่าง CPO อย่างเงี้ยผมเกริ่น CPO สั้นๆ ก่อนแล้วกัน >> คือ CPO เนี่ยมันคือการที่เราพยายามลด Copper Troper Traสคือเส้นทางเดินของ ทองแดงเนี่ยจากเดิมที่ผมบอกว่ามันเป็น USB ติดอยู่หลังแคใช่มย >> มันจะมีระยะทางที่ข้อมูลเดินผ่านจากตัว Shift >> มาที่ตัวTransilivอข้างหลังแคไอ้ตรงเมัน ต้องเป็นทองแดงอือ >> ถูกมั้มันจะใช้ทองแดงไอ้ตรงนี้มันก็ห่าง นะวิธีของเขาคือก็ต้องพยายามลดไอ้ระยะทาง ห่างตรงเนี้ย CPO คือการที่เอาตัวแปลง สัญญาณแสงเนี่ยไปอยู่ใกล้กับตัวชิให้มาก ที่สุด >> อือ >> ใช่มั้ยครับแต่สิ่งที่ตามมาคือมันตามมา แค่ modulator กับ Wave Guดกับอะไรพวกนี้ แต่แหล่งส่งแสง >> อื >> หรือเลเซอร์sอceเนี่ยเ้าเอาไปไว้ข้างนอก เหมือนเดิม >> อ้าไม่ว่ามันพอเหรอเออมันมันจะมาได้หรอ >> มันต้องยิงเลเซอร์ให้แรงขึ้นไง >> เออ >> แสงมันต้องถูกยิงมาให้แรงขึ้นเพื่อให้มัน เดินทางไกลมาถึงจุดที่เค้าทำงานกันถูก มั้ยเลเซอร์ที่จะใช้ให้เหมาะกับสเปค CPO เนี่ยมันเลยต้องเลมันเลยเป็นสิ่งที่เรียก ว่า Ultra High Power Laser >> อือฮึ >> มันต้องแรงแต่มันจะเกิดปัญหาเยอะแยะมากใน การให้ทำเลเซอร์ประเภทนี้เพราะสัญญาณของ แสงเนี่ยมันมีปัญหาที่สัญญาณของไฟฟ้าไม่ มีคือมันมีนอยส์เกิดขึ้นมาได้ง่ายมากเนาะ แสงมันฟุ้งอ่ะ >> อือ >> เวลาเราถ่ายรูปเราต้องปรับแสงกันกี่ทีอ่ะ นึกภาพออกมั้ยคือมันฟุ้งมันนู่นนี่นั่น มันทำให้การส่งสัญญาณมันพลาดเคลื่อนได้ แล้วในสภาวะความเร็วแบบยิ่งยวดของ Data Center นะมันพลาดไม่ได้เนาะดังนั้น เลเซอร์ในเทรนด์ของ CPO ที่กำลังจะเกิด ขึ้นเนี่ยมันเลยยิ่งต้องแรงกว่าปกติแล้ว พอมันแรงเนี่ยมันเลยสร้างปัญหาเยอะแยะมาก มายมันฟุ้งมันมี optical loss มันมี loss มันมี signal loss อะไรเยอะแยะมากนะ เดี๋ยวผมจะมาเล่าต่อแต่ว่าถ้ากลับมาที่ ประเด็นเนี่ยเบอร์ 1 ที่ผมคิดว่าได้ ประโยชน์เต็มๆแล้วคิดว่าเป็นleadดอร์ของ กลุ่มนี้ตอนนี้ด้วยนะแล้วเป็นตัวที่กอง ทุนน่าจะกล้าซื้อที่สุดด้วยนะคือัอ >> ออ >> แต่ผมก็ถ้ามันย่อมาเยอะๆก็จะลงทุนก็ได้นะ แต่ผมคิดว่ามันมีอีกหลายเทรนด์ที่กำลัง เกิดขึ้นในกลุ่มโฟนิที่ผมคิดว่าเฮ้ยอาจจะ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ขนาดนั้น >> อย่างอย่างที่อ้นเล่าตะกี้ CPO เนี่ยมัน เกิดยังหรือยังไม่เกิด >> กำลังจะเกิด >> กำลังจะเกิดแต่ว่ายังไม่เคยมียังเกิดไม่ เคยมีนี่คือสิ่งที่กำลังจะมาแต่ทุกวันนี้ ยังไม่มีทุกวันนี้ Solution หลักๆของ Photonic คือการใช้transอคือเสียบหลังแก เงี้ยอย่างงั้นเอ่อเทรนด์ที่กำลังจะมา เนี่ยเดี๋ยวผมบอกก่อนมันจะกำลังจะมี 2 เทรนด์ >> อ >> ที่ไม่ใช่แค่Indiม Force Fight ขาดตลาด หรืออะไรที่เราพูดไปเมื่อกี้ผมเริ่มด้วย เรื่องที่ EML ก่อน EML ที่ผมบอกเมื่อกี้ มันคือเลเซอร์ที่เอามารวมกับ modulator แล้วตอบโจทย์เรื่อง 200 GB transver lน ใช่มั้ยที่ผมบอกไปอ่าแล้วขาดตลาดอยู่คือ EML มันแพงเพราะว่าอย่างที่บอกมันใช้ อินมเยอะใช่มั้ฮะมันเลยแพงเหมือนเรื่อง ปกติมันต่ำนู่นนี่นั่นแต่สิ่งที่จะเกิด ขึ้นต่อไปคือคนเริ่มจะหา Solution ทดแทน EML มากขึ้นเนาะก็คือแทนที่ทุกอย่างจะไป อยู่บนเบสเดียวกันคือบนเบสอินมเนี่ยอ >> เราใช้อินเดียมแค่ตัวเลเซอร์แหล่งกำเนิด แสงจริงๆแล้วส่วนตัวmodดูเตอร์หรือส่วน อื่นเนี่ยเราไปวางไว้บนซิลิคอนแทน >> อืซึ่งมันถูกกว่ามันก็เลยเป็นเกิดสิ่งที่ เรียกว่าSilicิon Phonic อ่าเนิฟิเนี่ยผม คิดว่ามันก็กำลังมานะครับแล้วก็Silิคอน Phonic เนี่ยข้อดีของมันคือมันผลิตโดย เทคโนโลยีที่มันเม็ดชัวร์แล้วมันไม่ จำเป็นจะต้องมีตัวชิปมันไม่จำเป็นจะต้อง ฉลาดมากไม่จำเป็นจะต้องใช้นาโนเมตต่ำๆ เหมือนพวกชิปโลจิแบบ GPU CPU อะไรอย่าง งั้น >> อือ >> มันเลยทำให้มันสามารถผลิตบนเครื่องเา เรียกว่า CMOS CMOS ที่ >> มันแบบ >> ลงทุนไม่เยอะได้ใครๆก็ทำได้ >> จริงๆแล้ว Silicon FL ใครๆก็ทำได้ถ้ามี เครื่องนะแล้วเครื่องไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้ ผลิตยากแต่มันอยู่ที่มากกว่าที่จะสามารถ ผลิตรางของแสงหรือเฟดของแสงเนี่ยใน แบบที่คนอื่นทำไม่ได้เพราะอย่างที่บอกอ่ะแสงมัน ฟุ้งง่ายเนาะสมมุติผมจินนาการนะมันเหมือน กับเราอยู่ในส่วนน้ำส่วนน้ำมันจะมีเราเคย ปีนขึ้นไปใช่มั้มันจะมีสไลด์ลื่นวุบๆๆๆ แล้วมันก็จะมีน้ำไหลใช่มั้ผมว่ามันคล้ายๆ กันก็คือแสงมันต้องอยู่ในรางมันเหมือนน้ำ ที่มันต้องอยู่ในอุโมงค์น้ำอ่ะแต่ว่าลอง นึกดูนะถ้าเกิดเราสไลด์ลื่นลงไปใช่ป่ะ แล้วแบบไอ้อุโมงค์น้ำมันแบบตะปุ่มตะปะมัน มีอะไรยื่นออกมาหรืออะไรอย่างเงี้ยเรา สไลด์ลงไปเราเป็นไงเราก็เจ็บใช่มั้ย >> ผมว่ามันคล้ายๆกันก็คือแสงเนี่ยมันวิ่งไป เนี่ยมันก็จะต้องทำให้ไอ้ตัวรางเมันมัน เรียบเนียนที่สุดมันลื่นที่สุดแล้วมันมี ส่งผลให้noอยส์เนี่ยมันต่ำที่สุด >> อือ >> ซึ่งความสามารถในการทำไอรางพวกเนี้ยมันก็ คือความสามารถที่มันต้องสะสมมาเป็น 10 ปี ดังนั้นSilิคอนโทonicเนี่ยมันจะทำให้ต้น ทุนในการผลิตต่ำกว่า EML ด้วยเหตุผล ปัจจัยทางด้านเคมีปัจจัยทางด้านฟิสิกส์อ >> อ่าไม่ใช่ใช่แค่นั้นนะคือพอเราแยกตัว modulator จากตัว external sce ไอไอ้ ไอceออกจากกันเนี่ยเราไม่จำเป็นที่จะต้อง ใช้เลเซอร์เยอะอย่างแต่ก่อนเนี่ยเราอาจจะ 8 เลนส์อาจจะใช้เลเซอร์ 8 ตัวอันนี้เรา สามารถแบ่งได้ก็คือยิงแสออกมาแล้วแบ่งไป เป็น 2 เลนส์ได้เลเซอร์ที่ใช้อาจจะหายไป ครึ่งนึงอย่างเงี้ยมันก็คือช่องทางที่แบบ silicon foric เนี่ยมันกำลังจะมาแย่ง Market Share จากIndiมหรือ VCS ซึ่ง เป็นเลเซอร์สมัยยุค 100 GB ที่ผมบอกอ >> ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่ดี reliable แต่ว่ามัน มามันมันอัปเกรดมา 200 ไม่ได้ >> ดังนั้นถ้าเราไปดู paper ของ Bank of America เดี๋ยวผมจะแปะให้ดูเขาจะเขียน ชัดเจนเลยว่า Market Share ของ Photonic ตอนเนี้ยทุกวันนี้มันจะเป็น EML >> อื >> กับ Silicon Phonic อาจจะครึ่งๆแต่อนาคต เนี่ยSilิคอน Photonic จะแซงหมด >> ออ >> แซงหมดทั้ง VCS ทั้งเขาจะเขียนว่า Indium for Base มันก็คือ EML อ่ะแหละ >> ก็คือ CCON อันเนี้ยเป็นเทรนด์แน่ๆว่า กำลังจะแย่มากetแชร์นะครับถ้าเราไปดูแม้ แต่ Transcript ของผู้บริหารอ่ะ >> อือ >> เก็จะพูดพูดคล้ายๆกันว่ามันมาแน่ >> อื >> นะแต่เขาก็คงมองว่าไม่ว่าเทคโนจะเบสไหน อ่ะเขาก็ได้ประโยชน์อยู่ดีเพราะว่าสุด ท้ายต้องมีไซอceคือคุณจะทำชีปแบบไหนก็ตาม สุดท้ายคุณก็ต้องใช้เลเซอร์ของเราอะไร อย่างเงี้ย >> อ๋อโอเค >> นะครับดังนั้นเทรนด์Silicิอนโิเนี่ยก็ เป็นอีกเทรนด์นึงที่พยายามจะมาเป็นตัว ตอบ โจทย์กับปัญหาที่ 1 ที่เราพูดไปเมื่อกี้ ถูกมั้ย >> อื >> งั้นเราก็ไปดูสิใครผลิตอ Photonic คนที่ ผลิตSilิคอ Photonic ผมจะเรียกว่า Photonic Integrated Circuit >> อืออหรือว่าหลักๆเนี่ยจริงๆแล้วหลายๆเจ้า ก็ผลิตได้แต่อาจจะไม่ใช่ specializ ของ เขามันจะเป็นงานที่มันค่อนข้างนิดนึงแล้ว คนที่เป็นเบอร์ 1 ในเรื่องเคือ Tower Semonductor >> อื >> นะครับส่วนเบอร์ 2 คือ Global Fry ซึ่ง Global Foundy นี่จำได้เคยผลิตชิปแบบ พวก GPU CPU แบบเขาเรียกว่า Cutting age shift เหมือนกันนะ >> แต่พอเขาสู้พวก TSMC ไม่ได้เเลยต้องleีดเ ต้องเอาตัวเองมาหาจุด Nich ใหม่ใช่มั้ย ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ผลิตไอ้โHonิเหมือนกัน นะครับแล้ว TSMC จริงๆก็ผลิตได้ผลิต Phonic อีกได้เหมือนกันดังนั้นอ่ะ >> เหมือนบอcก็ทำได้ด้วยป่ะเพราะมันมีเหมือน บcอมีโรงงานไอ้อที่แบบเออเขาซื้อมาตอน นั้นแล้วอันนี้เขาก็มีเทคโนโลยีตรงนี้ >> บอร์ดcนี่ผมไม่ค่อยมั่นใจว่าเ้าทำตัว Silicon Photonic Integated Circuit หรือเปล่าเนาะหรือเขาทำตัว Swich หรือตัว DSP หรืออะไรพวกเผมไม่ไม่ได้ตามเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น Leader ใน Secon Phonic ตอน เนี้ยคือ Tower Semicnuตorเราต้องไปหาว่า ตัวไหนเก่งที่สุดเนาะแล้วมันไม่ใช่แค่ เรื่องเทคโนโลยีนะผมคิดว่าเราต้องดูด้วย ว่ามีลูกค้ามาคุยกับเาเยอะแค่ไหน >> อืเอ้แต่ทาเวอร์มันก็ได้อันเนี้ยได้ Nvidia Take ไปแล้ว >> ไม่ได้ Take over นะไม่ >> ไม่ใช่ไม่ใช่ take ออเดอร์หมายถึงว่าใน ส่วนของออเดอร์ครับเหมือนกับว่าเบุฟไป แล้วแบบ 70% อะไรอย่างเงี้ยของ capacity ใหม่ >> เออ Nvidia ไม่ได้ซื้อทั้งหมดนะครับแต่ ว่าลูกค้าของต้องบอกก่อนว่า Tower เนี่ย ไม่ได้ขายให้ Nvidia ตรงๆเนาะเพราะมัน เป็นแค่ชิ้นส่วนที่ต้องไปประกอบต่อ Tower เนี่ยขายให้พวกบริษัทแบบที่ประกอบโมดูล เช่น Innol อะไรอย่างเงี้ยหรือ Fabrinet นะครับซึ่งลูกค้าพวกนี้ก็คือ Nvidia นั่น แหละก็คือเทคโนโลยีที่ Nvidia ใช้ใน VA Rubin ล่าสุดเนี่ยเป็นเทคโนโลยีที่เอามา จาก Tower >> อื >> ก็คือเอามาจาก Tower และ TSMC ด้วยผมต้อง พูดอย่างงี้ตอนเนี้ยเดี๋ยวเราจะเกริ่นไป ถึงเทรนด์ที่ 3 ที่จะพูดถึงนะแต่ว่า TSMC เนี่ยก็สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่ทุกวัน นี้ Tower ก็ยังทำไม่ได้เหมือนกันทำให้ Nvidia เลิกที่จะใช้ TSMC ก่อนงั้น Player ก็จะมีประมาณนี้ Tower Global Fy แล้วก็ TSMC แล้วก็ Samsung Samsung ก็ประกาศว่าจะเข้ามาแต่กว่าจะผลิตได้ก็คง หลายปี >> ผมว่ามันก็ต้องมีช่วงเวลาrม up ต่างๆโอเค >> ช่วงเวลาใช่แล้วแต่ที่สำคัญคือผมว่ามัน เป็นเรื่องเทคโน Know คือคุณผลิตแล้วมัน stable มันเสถียรมันมีแพลตฟอร์มที่เม็ด ชัวร์แล้วคาดหวังได้แน่นอนว่าจะได้อะไร อ่ะไม่ต้องไปนั่งลุ้นน่ะ >> อือ >> ใช่มั้ยอย่างเราดูอย่างโรงงาน FAP Intel อย่างเงี้ยมันต้องมานั่งลุ้นกันทุกไตรมาส ผมคิดว่า Hyper Scaler ไม่ได้อยากได้ อะไรแบบเนี้ยลูกค้าเขาอยากได้อะไรที่เออ คนนี้แหละชัวร์แล้วมันจะไปสะท้อนที่แผน ของการเพิ่มกำลังการผลิต >> แผนของการขยาย CapX อย่าง Tower เนี่ยเขา บอกว่าเ้ามีแผนที่จะขยายอีก 5 โรง >> ใช่มั้ฮะแล้วตอนเนี้ยลูกค้าเนี่ยมาแห่กัน มาจองสลอตก็คือทาวเวอร์บอกว่าเาไม่ได้ อยากรับเงินนะแต่ลูกค้ายื่นเงินมาให้บอก ว่าจองหน่อยเอาเงินฉันไปเพราะว่าอะไร เพราะว่าอย่าการันตีว่าได้ >> ได้สลอตแน่นอนคือกลัวว่าแบบเอ้ยถ้าเกิด ไม่เอาเงินไปอ่ะเดี๋มันแบบยกเลิกไงก็ พยายามยัดเงินให้ >> อ >>

มันสะท้อนอะไร? มันสะท้อนว่าแบบ อันนี้คือสิ่งที่เราควรจะมองหาเวลาเรามองหาหุ้นในกลุ่มนี้ เราหาคนที่ลูกค้าเนี่ย มั่นใจก่อนเราเรื่องเทคโนโลยีอ่ะ เราไม่รู้หรอก

ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผมเพราะลูกค้าทำดูมาให้เราในระดับ

ใช่ๆ หาๆ ดูว่าในบริษัทนี้ บริษัทนี้ บริษัทเนี้ย มีใครที่พยายามหาคีย์เวิร์ดว่าลูกค้าคุยอะไรกับเขาบ้าง เออ ผมคิดว่าเราจะได้หุ้นที่มีคุณภาพนะ อย่าง Tower เนี่ย ไอ้ capacity ที่จะขยายเนี่ย ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า 5 โรงเนี่ย ก็คือเต็มหมดแล้ว เพราะว่าลูกค้ามาจองเอาเงินมาจองก่อนล่วงหน้า นั่นหมายความว่าไง หมายความว่าทุกคนคิดยังไงไม่รู้ แต่ลูกค้าเลือก Tower ถูกไหม นี่ตามแฟกเลยนะ ลูกค้าเลือก Tower ดังนั้นอ่ะ ถ้าเป็นเทรนด์ Silicon Photonic เนี่ย ผม ผมก็คิดว่า Tower ก็น่าจะได้ประโยชน์ที่สุดนะครับ

แล้ว Silicon Photonic เอามาใช้ในไหน? ก็เอามาใช้ทั้งใน Transceiver ตัว USB ติดหลังแลกด้วย แล้วก็จะเอามาใช้ใน CPO ซึ่งเดี๋ยวเราจะพูดเป็นเทรนด์สุดท้าย หลังจากนี้ ผมพูด 3 เทรนด์นี้พอละ คุณรู้แค่นี้ คุณก็เก่งละ

ถือว่ามันก็

ไม่ต้องลึกกว่านี้หรอก มันมันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากนะ เพราะว่าอันนี้แบบ ผมก็อ่านมานะ แต่แบบผมยังเบลอเลยเนี่ย เออ ฝันๆ ไปก็แบบ เออ เบลอๆ

เบลอเนาะ

แล้วตอน EP 1 ยากกว่ามั้ย? ตอน EP 1 ตอนนั้นทำอะไรนะ? Oracle อะไรพวกนั้นน่ะ แล้วพวกนั้นน่ะ อันนั้นผมว่ามันยังเข้าใจง่ายกว่า Photonic นะ

ดูง่ายไปเลยใช่มั้ย

เออ เออ

ในในมุมผม ผมว่า Photonic ยากกว่า โอเค Anyway

พอเราเริ่มขยับมา Bottleneck ต่อไป เรา เราเริ่มดูว่าอุตสาหกรรมมีเทรนด์อะไรอยู่ข้างในต่อไป ใช่มั้ย อีกเทรนด์นึงที่เราจะเห็นชัดๆ เลยก็คือ CPO อันนี้ใหญ่สุด ใหญ่สุด เพราะมันคือ Zero to one มันไม่เคยมีสิ่งนี้มาก่อน มันเป็นประดิษฐ์ สิ่งที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ของ Data Center AI โดยเฉพาะ ดังนั้นอันนี้จะเป็น Trend ที่ใหญ่มาก มหาศาลมาก แล้วทุกคนในอุตสาหกรรมพูดเหมือนกัน บอกว่า CPO มาแน่ มาเร็ว มาแรง แต่ผู้ชนะอาจจะหา ยากนิดนึง

อ่า เนาะ

ซึ่งเมื่อกี้ผมบอกไปแล้วว่าแม้แต่ CPO เนี่ย นัก็ชนะ เพราะว่าเมื่อกี้ผมอธิบายไปแล้วว่า External Light Source ต้องอยู่ไกลจากตัวกำลังการประมวลผล การทำโปรแกรมแสง แล้วมันจำเป็นต้องใช้เลเซอร์ที่เขาเรียกว่า Ultra High Power Laser

เลเซอร์ความแรงสูงนะ

ความแรงสูง น่าจะ 400 มิลลิวัตต์มั้ง ถือว่าถือว่าแรงมาก แต่ว่าประเด็นคือพอคุณทำเลเซอร์ที่มันแรงมากนะ ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆ เลย เหมือนสมมุติคุณร้องเพลงใช่มั้ย

อ่า

แล้วมันจะมีแถวหลังๆ อ่ะ ที่อยู่ไกลๆ ออกไป ที่เขาไม่ได้ยินเสียงคุณน่ะ ถ้าคุณอยากให้เขาได้ยินเสียงคุณน่ะ คุณอยากให้แสงเนี่ย สามารถที่จะเร็วขึ้นน่ะ แรงขึ้นน่ะ คุณต้องตะโกนออกมาดังขึ้น คุณต้องร้องเพลงออกมาด้วยเสียงที่ดังขึ้นถูกมั้ย เพื่อให้เขาได้ยิน แต่เวลาคุณเปล่งเสียงออกมาดังขึ้นเนี่ย เกิดอะไรขึ้น

ก็เสียงมันก็สั่นไง

เออ เสียงคุณก็จะเริ่มสั่น เสียงคุณก็จะเริ่ม ผิดโค้ดอ่ะ ผิดโน้ตอ่ะ ร้องร้องเพี้ยนอ่ะ เออ อย่างงี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ถูกมั้ย เราต้องการให้เสียงมันดัง แล้วเสียงมันใส เสียงมันถูกโน้ตเหมือนปกติ มันก็เป็นที่มาว่า การที่คุณจะทำ External Light Source ที่เป็น Ultra High Power เพื่อตอบโจทย์กับ CPO โดยเฉพาะเนี่ย

อือ

แล้วสัญญาณยังดีอยู่ด้วยเนี่ย โดยที่ไม่เสีย ไม่มี Loss หรือเอ่อ ไม่มีปัญหาเนี่ย ไม่มี Noise เนี่ย มันยากในทาง Technical มันยาก แต่

ทำได้

อื

อันนี้ก็คือ Technical Mode หรือเปล่า บอกอยู่บริษัทตาสีตาสาจะมาทำเลเซอร์แข่งกับในตลาด CPO ใช่มั้ย

เอออ

มันก็ยาก

ก็ยาก โอเค มันก็ยากมากเนาะ ก็อันนี้เป็น มันเป็นเรื่องง่ายๆ นะครับ ดังนั้นการที่บอกว่า เฮ้ย เดี๋ยวตลาดเลเซอร์ทุกคนจะมาผลิตแล้วมัน Over Supply อ่ะ ถ้าเรามีความรู้เบสิคเรื่องเนี้ย เราก็จะเริ่มแบบ จะ Supply ยังไงวะ แล้วใครจะมาผลิตไอ้สิ่งนี้มาแทนเนาะ คือแบบ

ยากอยู่

ซึ่งเท่าที่ผมเข้าใจนะ บริษัทที่ผลิตเลเซอร์เหมือนกัน บริษัทอื่นๆ น่ะ อย่างอย่าง Coherent ก็จะมีเลเซอร์ของเขาใช่ป่ะ

อือ

พวกนี้มันจะไม่ค่อยเปิดสเปคเท่าไหร่

โดยเฉพาะ High Power

อื

คนที่กล้าเปิดสเปคคือคนที่มั่นใจว่า เลเซอร์ของผมเนี่ยเก่งสุด

อือ

อืออือ นั่นแหละก็มันจะมีอ่ะ CPO ได้คนที่ ได้ไปแน่ๆ คนแรกคือ

อฮ

แต่ว่ามันจะมีอีกหลายประเด็นนะ เดี๋ยวผมเกริ่นก่อน CPO คืออะไร CPO ก็เมื่อกี้พูดไปแล้วเนาะ โแพคเกจิพูดไปแล้ว

เอ่อ

คนที่คิดว่าน่าจะได้อีกแน่ๆ เนี่ย ก็คือผมคิดว่า Tower ก็ได้อ่ะ เมื่อกี้ก็กลุ่มเมื่อกี้ใช่มั้ย Tower ก็ได้ เพราะว่าปัญหาของ CPO เนี่ย คือตัว Module ซึ่งพอเราเอาไอ้ตัว Module หรืออะไรพวกเนี้ย มาไว้ในใกล้ๆ กับชิปเนี่ย

อื

ชิปหลักเนี่ย ผลที่ได้คือมันจะเริ่มเกิดความร้อน ความร้อนนี่มันจะลามมาตัวที่ตัวชิปแสงด้วย มันทำให้การทำงานหลายๆ อย่างมันมีปัญหาใช่มั้ยฮะ ซึ่งไอ้การที่เราต้องมานั่งแก้ปัญหานี่แหละ มันคือเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนะครับ อ่า อย่างที่บอกว่า CPO มาแน่ใช่มั้ย

อ่า

แต่คีย์คือการต้องเอาตัวตัวประมวลแสงมาอยู่ มาโดนความร้อน

อือ

พอมันต้องมาโดนความร้อนปุ๊บอ่ะ มันจะเริ่มเกิดปัญหาเยอะแยะ ดังนั้นเทรนด์ที่เราจะลงทุนต่อไปคือต้องหาว่าใครแก้ได้ อ่า

แก้ปัญหาเรื่อง Heating ต่างๆ ตรงเนี้ยอ่ะ

อย่างแรกเลยคือ EML อ่ะไม่ได้และ

เพราะ EML มันคือการเอา Module กับตัวเลเซอร์มาไว้รวมกันนะ ตอนนี้เราบอกว่าเราจับแยกกัน แยกกัน

ดังนั้นทุกอย่างมันจะไม่ได้อยู่บนเบสของ Indium Phosphide FML ละ ตอนนี้มันก็ต้องเป็นเทรนด์ที่จะมาให้แน่ๆ คือพูดเมื่อกี้คือ Silicon Photonic

ดังนั้นการมาของ CPO เนี่ย จะทำให้ Market Share ของ Silicon Photonic เนี่ย เพิ่มขึ้นอีกนะครับ เพราะว่า CPO เขาไม่ใช้ EML

อื

อ่า อย่างแรก อย่างที่ 2 คือพอ Moderator เนี่ย มันไปโดนความร้อนมากๆ แล้วเราต้องหาประเภทของ Moderator เนี่ย ที่มันจะสามารถ เรียกว่าเอาอยู่

อือ

ซึ่ง Moderator มีหลายประเภท หลักๆ ก็จะมี MZI ซึ่งลักษณะมันจะเป็นคล้ายๆ แบบแท่นตะเกียบยาวๆ อย่างเงี้ย

อือฮึ

เหมือนเหมือนเคยเห็นหลอดไฟยาวๆ มั้ย

มันจะเป็นทางขนานไป 2 อันแบบนี้

ครับ

ขนานกันไป

เนาะ

แล้วสมมุติเราอยากจะส่งสัญญาณว่าเป็น 1 เราก็ให้สัญญาณ 2 อันเนี้ย มันประกบ เชื่อมกัน

อื

สอดคล้องกันพอดี แล้วมันก็กลายเป็นผ่านไปได้ กลายเป็น 1

อโอเค

แต่ถ้าอยากให้มันเป็น 0 คือไม่มีไฟออกมา เราก็ทำให้ 2 สัญญาณมันขัดกัน มันโดนชนกัน มันขัดกันปุ๊บๆ มันก็ไม่มีไฟออกมา ก็เป็น 0

อือ

อ่า ภาพมันก็จะเป็นประมาณนี้ อันเนี้ยข้อเสียของมันคือมันก็กิน Indium เยอะ เออ มันก็กิน มันก็กินพื้นที่ Indium ค่อนข้างเยอะ เออ พื้นที่ชิขนาดชิปมันใหญ่ พูดผิด ขนาดชิปมันค่อนข้างใหญ่ แต่สิ่งที่กำลังจะถูก Adopt ใช้ตอนเนี้ย โดย Nvidia คือตัว Ring Modulator ก็คือมันจะมีลักษณะเป็นเหมือนแหวนที่จะดูดแสงเข้าไปในจังหวะที่ เราส่งสัญญาณว่าเป็น 0

อ่า

เดี๋ยวผมติดภาพเอฟเฟคประกอบให้ดูแล้วกัน จะได้เห็นภาพเนาะ แต่ก็เราก็ต้องดูว่าใครทำได้ ใครทำ Ring Modulator ได้ ซึ่งปรากฏว่า มันคือ Tower ที่ทำได้

อื

เออดังนั้นอันเนี้ยก็เรื่องนึง อีกเรื่องนึงคือตัว CPO เนี่ย พอมันโดนความร้อนใช่ไหม มันจะมีเรื่องสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องส่งมาเพื่อกระตุ้นให้ Moderator พวกเนี้ยทำงานถูกมั้ย

แล้ว Moderator พวกเนี้ย มันต้องการจำนวน Volt ที่ค่อนข้างสูง

ครับ

ในขณะที่ตัวชิปที่ส่งไฟฟ้าออกมาเนี่ย มันไม่ได้เป็น Volt เยอะมากั้น ต้องมีตัว Amplifier

ที่เร่งเร่งให้ไฟมันแรงขาของชิปส่งไปที่ Moderator แรงขึ้น

ใช่ ซึ่งการที่ Amplifier เนี่ย มันมาเนี่ย มันทำให้มันเปลืองไฟ มันเปลืองพลังงานเนาะ ดังนั้นมันก็ต้องมีการที่ย่นระยะหลายๆ อย่างที่ทำให้ตัวไฟฟ้าเนี่ยไปถึงตัว Moderator ได้ง่ายขึ้น เพื่อลดความต่างตรงนี้ เช่น กรณีที่ TSMC เนี่ย ทำแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า CoWoS อ่า TSMC CoWoS เนี่ย ใช้ วิธีในการแบบทำ Hybrid Bonding ก็คือ การเชื่อมกันระหว่าง EIC คือ Electronic IC กับเข้าด้วยกัน เพื่อให้ไฟฟ้าเนี่ยเข้ามาถึงได้ง่ายขึ้น พอมันแนบสนิทกันเป็นเหมือนเนื้อเดียวกัน เรียกว่า Hybrid Bonding แต่ Global Foundries เนี่ย เขาบอกว่าเขาเรียกว่า Fusion Node เขาทำการผลิตตัว Photonic กับตัว EAC ออกมาเนี่ย เกิดมาพร้อมกันเลย เกิดมาพร้อมกันเลย ทุกคนจะมี Solution ต่างกัน เราแค่ต้องหาว่าคนไหนที่มันเวิร์ค

ซึ่งของ CoWoS เนี่ย มันเวิร์ค

ของ TSMC มันเวิร์ค ก็คือแยกกันแต่มาประกบกันด้วย Hybrid Bonding

ซึ่งการ Hybrid Bonding เนี่ย มันทำได้ยากมาก แล้วก็ไม่มีใครทำได้ TSMC ก็เลยในตลาด CPO ตอนนี้นะ

เออ

ที่ เป็น CPO แบบ High End TSMC ก็เลย ยังกินอยู่เพราะเพราะทำ Hybrid Bonding ตรงนี้ได้แล้วแก้ปัญหาเรื่อง Electrical ไฟฟ้าที่ส่งมาถึง Moderator เนี่ยได้ ในขณะที่ Global Foundries เนี่ย ใช้ สิ่งที่เรียกว่า Fusion Node ก็คือเกิดมาพร้อมกันแต่อาจจะมีปัญหาเยอะ ผมว่าง่ายๆ เลย มันเหมือนคอนโดที่มันเป็นห้องสตูดิโอ อ่ะ ที่ห้องครัวกับห้องนอนมันอยู่ด้วยกัน น่ะ

อ่า

แล้วพอเราทำกับข้าวใช่มั้ย มันก็กลิ่นมันก็มาโดน

อ๋อ

เออ อันนี้มันก็เหมือนแบบความร้อนจากชิปนึงมันก็มาส่งปัญหากันและกัน แบนึกภาพเหมือนห้องสตูดิโอที่เวลาทำกับข้าวแล้ว กลิ่นมันโดนคนที่นอนอยู่บนเตียงอ่ะ แต่ว่าของ TSMC คือมันแยกห้องกัน

อ๋อโอเค

แล้วมันมีประตูปิดเปิด แต่ว่ามันมีช่องทางให้เราเดินไปได้

อือ

แต่พอมันมีประตูปิดเนี่ย กลิ่นมันก็ไม่มารบกวนกันโอ

อะไรอย่างเงี้ย ดังนั้นมันก็เลยกลายว่า เอ้ย Solution ของ Hybrid Bonding เนี่ย มันดีกว่า

อ่า

เนาะ ซึ่ง Tower กำลังทำตาม TSMC เขาก็จะมี Solution Bonding ของตัวเองออกมา ซึ่งอาจจะไม่ได้ Sophisticated เหมือนกับ TSMC แต่ว่ามันจะสามารถตอบโจทย์ตลาดที่มันไม่ได้ High End เท่านั้น เราก็ศึกษาเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ว่าโอเค เทรนด์ CPO มันมา CPO มาปุ๊บ ตัวชิปแสงจะเริ่มโดนความร้อนมากวน ใครที่แก้ปัญหาความร้อนพวกนี้ได้บ้าง ประมาณนี้

โอเค

พอพอเห็นภาพมั้ยฮะ

อ่า ก็ก็พอเห็นภาพนะ โอเค มันก็แบบ เออ มันก็มีทั้งปัญหาทางด้าน Technical นะ ที่แบบ เออ จริงๆ มันก็เหมือนกับว่าปัญหาพวกเนี้ย จริงๆ อ่ะ มันคือการ มันเป็น Mode อย่างนึงเหมือนกัน ทำให้ธุรกิจเขาแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้เราเลือกผู้ชนะได้ง่ายขึ้น ดีกว่าเรียกว่าผู้ชนะป่ะ แต่เรียกว่าคนที่แบบมีไพ่เหนือเยอะกว่าดีกว่า เออ นั่นแหละ ผมก็ว่าต่อไป ปัญหาของตัวของ Data Center นอกจากการที่แบบ เออ ทำ Interconnection ต่างๆ การที่แบบ ถ้าทำ To Lag Across the Lack อะไรอย่างเงี้ยต่างๆ ได้แบบดีขึ้นแล้วต่อไปก็คงจะต้องมาดูถึงเรื่องการระบายความร้อน เรื่องของ Energy Consumption

อะไรอย่างเงี้ยมากขึ้น ก็ก็อาจจะเป็นประเด็นต่อไป ไอเดียต่อไปที่แบบ เออ น่าจะน่าจะไปอ่านเพิ่ม

อ่า อย่างอย่างกรณีถ้าสมมุติอย่างที่ผมบอก เมื่อกี้ถ้าเราใช้ Silicon Photonic ใช่มั้ย

เออ

แล้วมันเริ่มมีปัญหาความร้อน ร้อนมากวน แม้แต่วัสดุที่เอามาใช้ในคำ Silicon Photonic อ่ะ มันอาจจะต้องเปลี่ยนนะ เพื่อให้มันทนต่อความร้อนได้ดีขึ้น อย่าง Tower ตอนเนี้ยมี Solution ที่เขาใช้สิ่งเรียกว่า Silicon Nitride

Silicon Nitride

แก้ปัญหาคือความร้อนได้อย่างที่ผมบอกว่าปัญหา CPO หลักๆ คือความร้อนเนอะ Silicon Nitride ที่ทำ Modulator แบบ Ring เนี่ย มี Q Factor สูงกว่า Silicon ปกติ

Q Factor

เออ Q Factor ก็เหมือนทนจากความร้อนได้ดีกว่า

ออโอเค

อ่า ทนจากความร้อนได้ดีกว่า นึกภาพนะ Waveguide มันเหมือนท่อน้ำที่เราใช้สไลเดอร์น่ะ ถ้าเราเปลี่ยนวัสดุไปใช้ Silicon Nitride 1 พอสมมติอากาศมันร้อนน่ะ แดดเมืองไทย 50 องศา อ่ะ มันทนได้ดีกว่า 2 คือมันสามารถส่งน้ำไปได้ไกลขึ้น

อื

เออ ซึ่งมันเป็นคุณลักษณะที่ CPO อ่ะมันต้องการ

อ๋อ

ดังนั้นก็กลายว่า เอ้ย แล้วใครที่ผลิต Modulator แล้วก็ Waveguide ที่ใช้ Silicon Nitride ได้อะไรอย่างเงี้ย มันก็จะมีเรื่อง Technical หลายๆ อย่างที่มันทำให้ เอ้ย ผู้เล่นบางคนได้เปรียบ ส่วนผู้เล่นบางคนอาจจะเสียเปรียบอะไรอย่างเงี้ย มันเลยทำให้เรากล้าเถอมากกว่า แล้วก็ อ่ะ เราอยากเห็น Player ใน Silicon Photonic มันมี Global Foundries กับ Tower ใช่มั้ย ทำไม Tower ขึ้นไปเป็นเด้งเลย

อื

แต่ Global Foundries แทบไม่ขึ้น มันเป็นเพราะว่า ทั้งที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน เออ แล้วก็หลายคนก็จะบอก เฮ้ย Global Foundries Hard หรือเปล่า มันต้องตาม หรืออะไรอย่างเงี้ย แต่ถ้าเราเข้าใจเรื่องปัญหา Technical พวกเนี้ย เราอาจจะไม่กล้าซื้อ Global Foundries ก็ได้ เพราะว่า 1 เลย เขาไม่ได้มีลูกค้าแบบ ชัดเจนหลากหลายที่เอาเงินมาวางกองให้เหมือน Tower

แต่อีกส่วนนึงคือ ไอ้ตัวเทคโนโลยีของเขาอ่ะ ไอ้ตัว Fusion Node อะไรพวกเนี้ย มันอาจจะไม่ได้ตอบตอบโจทย์ หรือจะมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ซึ่งถ้าเราเป็นนักลงทุนแล้วเราไม่รู้เรื่อง Technical Problem พวกนี้เลยนะ

อ่า

ผมว่ามันก็จะซื้อมั่วไง เออ ดังนั้น 1 คุณต้องพอรู้ Technical Problem บ้าง ว่าไม่ต้องรู้ลึกขนาดนั้น รู้แค่แบบว่ามันเกิดอะไรขึ้นน่ะ ปัญหา โอเค เทรนด์ที่ 1 เทรนด์ที่ 2 เทรนด์ที่ 3 เนี่ย ผมไล่สเต็ปมาเลยอ่ะว่า ปัญหามันเกิดจากอะไร อย่าง CPO ปัญหาคือความร้อนที่ทำให้ตัวชิปแสงอ่ะมันมีปัญหา อือ

เออดังนั้นเราก็ต้องหาคนที่แก้เรื่องนี้ได้ดีที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะมีเรื่องทั้ง เรื่อง Hybrid Bonding ใช่ ไม่ว่าจะมีเรื่องทั้งหมดอะไรพวกเราก็ต้องหาคนที่มาตอบโจทย์

ซึ่งโอเค ถ้าเราหาคนที่ตอบโจทย์ได้ มันก็จะเป็น Conviction ของเราในการลงทุนได้นะครับ ซึ่งเขาบอกว่า CPO เนี่ย ตลาด CPO เนี่ยจะใหญ่กว่าตลาด Transceiver อีก

อื

ตัว CPO Sale Scale Up เนี่ยจะตลาดใหญ่กว่า Transceiver ตอนนี้

คือตอนนี้แมมันก็ยังไม่เคลียร์เนาะ พอมันไม่เคลียร์แบบเนี้ย มันแบบมันก็ Pure Play ดิมันก็สนุกดิ

มันก็เวลาผมลงทุน ผมจะลงทุนในอุตสาหกรรมที่ผมมองเห็นว่า Trend มันกำลังจะ Explore ระเบิดขึ้นมาแล้ว แล้วผมเล่นผู้ชนะ อื

ผมจะไม่มานั่งเล่นตัวรองในอุตสาหกรรมที่แบบ Trend เฉยๆ หรือ Trend ทุกคนรู้แล้วโตช้าลง แล้วอะไรอย่างเงี้ย

ผมชอบอุตสาหกรรมที่ Trend มันคือ Zero to

อ่า

มันไม่มีมาเป็นมีอ่ะ แล้วคุณได้เต็มๆ อ่ะ

อื

ผมผมขอยกตัวอย่างตัวนึงนะ ซึ่งผมรู้สึกว่าพลาดมากที่ผมไม่ได้ซื้อ

แล้วผมเซ็งมาก

นั่นคือ

แล้วมันตรงกับสิ่งที่ผมต้องการมากนั่นคือ Broom Energy

นั่นคือ Broom Energy ที่ผลิต Fuel ผมผมเคยเกินๆ ในนี้แหละว่ามันตอบโจทย์ Data Center มากๆ เลย เพราะว่า Time to Market มันต่ำเนาะ

คือกว่าไฟฟ้าคุณจากโรงไฟฟ้าที่คุณจะสร้าง อ่ะ กว่ามันจะมาถึงอ่ะใช่ป่ะ มันมันเท่าไหร่อ่ะ แล้ว Fuel Cell เนี่ย มันมาถึงทันที Time to Market

อ่า

มาทันที แล้วด้วยเทคโนโลยีของเขาอ่ะ ทำให้ Practically อ่ะเขาไม่ได้มีคู่แข่ง ดังนั้นเห็นมั้ยว่ามัน Zero to one มั้ย

อื

ปัญหามันไม่เคยมีมาก่อน แล้วมันเกิดขึ้นมา Trend มันระเบิดแล้วกินคนเดียวเนี่ย

อ่า

แล้วดูราคาไปเท่าไหร่ ตอนนั้นผมจำได้ ผมมาดูครั้งแรกมัน 39 แล้วผมไม่ไปตามนี่ มันเป็นแบบ ผมเสียใจมากนะ แต่ว่านี่ไม่ใช่ No หมายถึง Playbook ในการลงทุนผม คือพยายามหา Trend ที่มันระเบิดขึ้นมาแล้ว พยายามไปหาผู้ชนะ ซึ่งมันก็จะมีเนี่ย มีเทคนิคเยอะแยะนะใน CPO ที่จะทำให้มันแบบ ทุกอย่างมันโอเคขึ้นเนาะ อย่างที่เราบอกเมื่อกี้บอกว่า Voltage ของ Moderator กับของ Chip มันไม่ตรงกันเนาะ Moderator ต้องการ Voltage ที่เยอะ อ่า เราอาจจะเปลี่ยนวัสดุมาใช้ Polymer แทนที่มันต้องการ Voltage น้อยลง ซึ่งอันนี้ก็คือ ไอ้ Waveguide Logic LWG เก็ใช้ วัสดุ Polymer มา

อือื

แล้ว Tower บนแพลตฟอร์มตัวเองคือ Tower ตอนเนี้ยจะใช้วิธีแบบเปิดกว้าง คุณมีเทคนิคไหนมาก็พร้อมมา Adapt เพื่อผลิตให้

อื

นึกออกมั้ย ก็จะ Partner กับเทคโนโลยีพวกเนี้ย Partner Partner Partner แล้ว ถ้าลูกค้าแบบมีแพลนมาว่า เอ้ย อยากจะใช้เทคโนโลยีนี้ เทคโนโลยีนี้ เราก็ผลิตให้ได้

ครับ

White ก็จะคล้ายๆ TSMC

อื

ที่เป็น Neutral Zone ให้ผู้ผลิตทุกคน เนี่ย ไม่ว่าใครก็ตามเ่ะ จะผลิตชิ้นส่วน Photonic

ก็รับหมด

รับหมด โอเค

รับหมด ซึ่งผมคิดว่า เออ มันอยู่ใน Position ที่ค่อนข้างจะดี

เนาะ ถ้าเรามองเห็นเทรนด์ข้างในเนี้ย ผมไม่ได้มีเจตนาเชียร์หุ้นนะ แต่ผมก็มาเล่าสู่กันฟังว่า เอ้ย ผมคลี่ทีละประเด็น

ให้ฟังแล้วทุกอย่างมีปัญหา ปัญหา ปัญหา ก็จะมีคนแก้ปัญหา คนแก้ปัญหา คนแก้ปัญหา นะครับ ซึ่ง เออ ภาพมันก็ประมาณนี้แหละ

เออ จริงๆ มันก็เป็นธีมที่น่าสนใจเนาะ เพราะว่าแบบ การที่จะเพิ่ม Efficiency ฝั่งของ Data Center แค่แบบ คุณไม่จำเป็นต้องแบบ ไปอัด Capacity เพิ่มก็ได้ คุณแก้ในฝั่ง ของ Internal Issue ที่คุณมีอยู่แล้วนะ เออ ทำ ให้แบบ Communication ด้านในมันแบบ มันดีขึ้น มันก็จบ เป็นอะไรที่มันเป็นเศษตังค์ อ่ะ กับเงินที่เขาใส่ลงไปเนาะ

Willingness to pay ของ Hyper Scaler ในการที่จะลงทุนเรื่อง Interconnect อ่ะ มันสูง

อื

เพราะมันแก้ Bottleneck ได้

ใช่

แล้วมันไม่ใช่การแบบลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ขนาดนั้นน่ะ มันเป็นสิ่งที่มันมีอยู่แล้วในโลกแล้ว มันไม่ได้ต้องแบบ ไม่ต้องไปซื้อเครื่อง EUV

อือฮึ

ไม่ต้องไปแบบ 2 นาโนเมตร 1.6 บวกนาโนเมตร หรือคุณต้องไปรอ Samsung หรือ SK Hynix มาแบ่งสล็อตให้คุณ หรืออะไรเงี้ย มันมันเหนื่อยกว่า แล้วคุณอาจจะเพิ่มได้ไม่เยอะเท่ากับการแค่ปลดล็อค Bottleneck ตรงเ มันคือ Key Bottleneck จริงๆ นะ ไอ้ Interconnect อ่ะ มันเลยเป็นเทรนด์ที่โอเค ผมชอบ แต่ก็เราก็ต้องมาดูกันว่าข้างในมีตัวไหนได้ประโยชน์บ้าง

อื

นะ ครับ จริงๆ หุ้นที่กลุ่มเนี้ยที่มันที่มันขึ้นมาเยอะๆ ก็มีเยอะแยะเนาะ แต่ถ้าเราไปดูหลายๆ ตัวมันจะเป็นการขึ้นเพราะว่า เทคโนโลยีมัน Promising

อื

แบบ LW WG เมื่อกี้ที่ทำ Polymer ที่บอกไป หรือ Poet อะไรอย่างเงี้ย ที่ทำเทคโนโลยี Modulator ที่ไปทำร่วมกับ Celestial AI ซึ่งเขาทำเทคโนโลยี Modulator อีกรูปแบบนึงที่ไม่ใช่ Link Modulator อะไรเงี้ย คือมันเป็นแค่การขึ้นเพราะว่าเก็งกำไรเรื่อง Technical Prospect ของแต่ละช่องทางเท่านั้น

อ่า

แต่คนที่จะมา Integrate รวมกันทุกอย่างแล้ว ทำให้มันเกิดขึ้นจริงอ่ะ

เออ

ผมว่าอันนี้คนได้ Value คนที่ได้ประโยชน์ จากทั้งหมด

อืฮึ

นะ นั่นแหละก็ลองไปหาดู แล้วก็ตลาด CPO จะใหญ่กว่าตลาด Transceiver ที่เป็น USB ติดหลัง Raging ตอนนี้ แล้วมันยังไม่เกิด

อ่า

ตอนนี้ Volume ทั้งหมดเป็น Transceiver นะครับ ดังนั้น 1.6 Tb Transceiver ก็มา

อื

รวมถึง 1.6 Tb CPO ก็จะมาแล้วใหญ่กว่า

มัน 1.6 Tb Transceiver ตรงเนี้ย แล้วคราวนี้มันไป 3.2 นิหรือเปล่า

ใช่ จะมี 3.2 แต่ 3.2 มันยังไม่มันยังไม่ มีอุตสาหกรรมยังไม่ Adopt แล้วกัน มันยังตอน นี้ 1.6 เพิ่งจะมาเอง 3.2 2 เนี่ย มันก็ จะยิ่งยากขึ้นไปอีกถูกมั้ย

เพราะสมมุติคุณจะทำ 8 เลน น่ะ ดังนั้นก็ต้องแต่ละเลนก็ต้อง 400 ป่ะ 84 32

อื

เออ ก็นี่แค่ 200 ยังมีปัญหาเยอะแยะเลย แล้ว 400 อ่ะ อาจจะไม่ได้ชนะแล้วก็ได้ ถ้าเกิดเรากลับไปใช้ 3.2 อ่ะ

อื

อาจจะต้องกลับไปใช้ EML ก็ได้ หรือ CPO อาจจะทำยากกว่าก็ได้ อุตสาหกรรมอาจจะกลับไปใช้ Transceiver ก็ได้ อะไรเงี้ย แบบเรายังไม่ค่อยรู้ว่า 3.2 เนี่ย ภาพมันจะเป็นยังไงต่อ แต่ว่า 1.6 6 เนี่ย ภาพยังมันค่อนข้างชัดแล้วว่า Transceiver กินอยู่ แต่ CPO จะมา

อื

เนาะ แล้วก็ EML กินอยู่ แต่ Silicon Photonic จะมา หรืออะไรอย่างเงี้ย

ดังนั้นถ้าตามอุตสาหกรรมเราต้องรับรู้ความเป็นไป

ทั้งหมดด้วยนะครับ ซึ่งผมเอามาแค่คร่าวๆ เนาะ ผมไม่ได้แบบ แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาเชียร์หุ้นอะไรนะครับ แต่ว่าอันนี้เป็นมุมที่ผมมองกลุ่มนี้แบบคร่าวๆ

ผมว่ามันเป็นกลุ่มที่น่าสนใจดีกว่า เพราะว่าแบบ เทรนด์มันมาด้วย แล้วก็มองว่า

แล้วก็ Zero to one

เออมัน Zero to one อ่ะ ผมมองนะว่าแบบ พอ มันเป็นเรื่องยาก เอาตรงผมหาคลิปอ่ะ ถ้าจะดูใน YouTube อ่ะ

ไม่มี

ผมพิมพ์ว่า Photonic คลิปคือ 9 ปี 10 ปีที่แล้วอ่ะ เออ มันมันหายาก ข้อมูลผมว่ามันก็มันอ่านแล้วเข้าใจยาก ผมว่า เออ เป็นอะไรที่แบบ มันเลยน่าค้นหา

ใช่ ก็ประมาณนี้ครับ ถ้าเกิดว่าใครมีคำถามอะไรสงสัยเนี่ย ก็ลองพิมพ์ไว้ข้างล่างใต้คอมเมนต์แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมจะมาตอบ แต่ว่าอันนี้ก็เป็น Photonic แบบบ้านๆ แล้วกันนะ เราจะไม่ได้วิศวกรขนาดนั้นที่จะมานั่งพูดแม่นแบบ 100% คือถ้าเกิดผมพูดผิดตรงไหนก็ขออภัยนะครับ แต่ก็คือตอนนี้ผมก็ก็มีหุ้นในกลุ่มนี้อยู่ แต่ก็อยากจะให้ทุกคนลองทำการบ้านกันครับ พี่เป้มีอะไรฟังมั้ย หรือมีคำถามมั้ยอ่ะ คือผมว่าอันเนี้ย มันก็เป็น ผมอ่ะ ได้เรียนรู้ไปกับผู้ชมดีกว่า เพราะว่าอันนี้ก็แบบ เหมือนกับว่าเป็นการถามแทนผู้ชมไปด้วยในตัวเนาะ เพราะว่าแบบ เออ เฮ้ย อุตสาหกรรมมัน Capture ตรงไหน อะไรอย่างงี้ Value มันอยู่ตรงไหน อะไรเงี้ย เราก็เคลียร์กันไปแล้ว อุตสาหกรรมนี้ครับ ต่อไปมันก็เป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วครับ ที่เราจะต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเอง

เออ สร้าง Conviction กันเอง แล้วต่อไปนี้ก็สรุป ก็คือผมผมว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนะ

ยังไง External ยังไงใน IC อ่ะ ก็จำเป็น

ถูกมั้ย แต่ว่าเทรนด์ภายในเนี่ย มันกำลังอาจจะเปลี่ยนไปในรูปแบบของ Silicon Photonic มากขึ้น แล้วการที่จะผลิต Silicon Photonic Circuit หรือ PIC ขึ้นมาเนี่ย ใครที่จะผลิตมันออกมาด้วย Volume ที่ Stable Mature ด้วยเทคโนโลยีที่ทุกคนไว้ใจ มันก็มีวิธีดูก็ คือคุณก็ต้องไปดูเรื่องลูกค้า

ครับ

เออ ผมว่ามันก็ Key ประมาณนี้อ่ะครับ ผมไม่ได้ตื่นเต้นมากกับการที่คนนู้นคนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ เพราะว่าเทคโนโลยีใหม่เนี่ย ไม่เทียบเท่าการประดิษฐ์จริง คนที่รวบรวมทุกอย่างอะไรผลิตอ่ะ ผมว่าสำคัญ ใครมีคำถามก็ลองฝากดูนะครับ ก็ถ้าคลิปนี้มีประโยชน์ก็รบกวนกดไลค์ กด Subscribe ให้ด้วยนะครับ แล้วก็ขออภัยที่หายไปเดือน 2 เดือนนะครับ เพราะว่าเราก็ผมไม่ว่างเองไม่ใช่

เออ ก็เดี๋ยวอาทิตย์หน้าหลังจากคลิปนี้ หลังจากเราถ่ายเน่าจะประมาณอาทิตย์นึงเนาะ กว่าคลิปจะลง

ครับ

ก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นหุ้นมันระเบิดหรือยังนะ

โอไม่รู้เหมือนกัน เอ้ย มันไม่ได้แคร์ มันไม่ได้เชียร์หุ้น

อ่า แต่ถ้าเกิดว่ามันลงมาหรืออะไรเงี้ย ก็หวังว่าคลิปเนี้ย คุณฟังแล้วคุณอาจจะได้ประโยชน์ หรือโอกาสก็ได้

นะ ครับ ก็ขอบคุณมากครับ

ครับ ขอบคุณครับ

ครับ สวัสดี